The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนที่ 2-1 เรื่อง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dtep200, 2021-08-14 11:24:04

แผนที่ 2-1 เรื่อง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน

แผนที่ 2-1 เรื่อง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1

รหัสวชิ าว 23101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 วนั ท่สี อน...........เดือน……………..พ.ศ…………
ผ้สู อน นายอรรถพร อรัญรตุ ม์ เวลา4ชัว่ โมง

เรือ่ ง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยนี

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั

ว 1.3ม.3/1 อธิบายรูปแบบความสมั พันธร์ ะหวา่ งยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใชแ้ บบจาลอง

2.จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างโครโมโซม ดีเอน็ เอ และยนี ได้ (K)
2. สรา้ งแบบจาลองแสดงถงึ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีนได้ (P)
3. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของโครโมโซม ดเี อน็ เอ และยีนในรา่ งกายสิง่ มชี ีวติ (A)
4.มคี วามใฝเ่ รยี นรู้และมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น

สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

 ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสิ่งมชี ีวิตสามารถถ่ายทอด
จากรนุ่ หน่งึ ไปยงั อีกรุน่ หนง่ึ ได้โดยมยี ีนเปน็ หนว่ ยควบคมุ
ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

 โครโมโซมประกอบดว้ ยดีเอน็ เอ และโปรตีนขดอยูใ่ น
นิวเคลยี ส ยนี ดเี อ็นเอ และโครโมโซมมคี วามสมั พันธ์
กัน โดยบางสว่ นของดเี อน็ เอทาหน้าทเี่ ปน็ ยีนท่กี าหนด
ลกั ษณะของสิ่งมชี ีวติ

 สง่ิ มชี ีวิตทม่ี โี ครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมท่ีเป็นคกู่ ันมกี าร
เรียงลาดับของยีนบนโครโมโซมเหมอื นกัน เรียกวา่

ฮอมอโลกัสโครโมโซม ยนี หน่ึงทอ่ี ยูบ่ นค่ฮู อมอโลกสั
โครโมโซมอาจมรี ูปแบบแตกต่างกัน เรยี กแต่ละรปู แบบ
ของยนี ท่ีแตกตา่ งกนั น้ีวา่ แอลลีล ซง่ึ การเข้าคกู่ ันของ
แอลลีลต่าง ๆ อาจสง่ ผลทาให้สิง่ มชี ีวติ มีลกั ษณะท่ี
แตกต่างกันได้

 สง่ิ มีชวี ิตแตล่ ะชนดิ มจี านวนโครโมโซมคงที่ มนษุย์มี
จานวนโครโมโซม 23 คู่ เป็นออโตโซม 22 คู่ และ
โครโมโซมเพศ 1 คู่ เพศหญงิ มีโครโมโซมเพศเปน็ XX
เพศชายมีโครโมโซมเพศเปน็ XY

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

ลกั ษณะทางพันุกรรมของส่ิงมชี ีวติ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุน่ หน่งึ โดยมียนี เปน็
หนว่ ยควบคมุ ลักษณะทางพนั ธุกรรม โดยยีนเป็นสว่ นหน่งึ ของสายดีเอ็นเอ และดีเอน็ เอจะขดกันเป็น
โครโมโซมอยภู่ ายในนวิ เคลียสของเซลล์ ส่ิงมชี วี ิตชนิดเดยี วกนั จะมีจานวนโครโมโซมเทา่ กัน และอาจมี
จานวนโครโมโซมเท่าหรือไมเ่ ท่ากับส่ิงมชี ีวติ ต่างชนิด ซ่งึ โครโมโซมแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ
โครโมโซมรา่ งกาย และโครโมโซมเพศ และสิ่งมีชีวติ ที่มี โครโมโซม 2 ชุด อยู่กนั เป็นคู่และมกี าร
เรยี งลาดับยนี บนโครโมโซมเหมือนกนั เรยี กว่า ฮอมอโลกสั โครโมโซม

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1.มีวนิ ัยรบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคิด 2.ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมลู 3.มงุ่ ม่นั ในการทางาน

3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : บรรยาย(Lecture Method)

ชวั่ โมงที่ 1

ขน้ั นา

ขนั้ ที่ 1 เตรยี มการสอน
1. ครเู ตรยี มแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 พนั ธกุ รรมใหก้ ับนกั เรยี น
2. ครเู ตรียมภาพโครโมโซม หรือใชภ้ าพโครโมโซมทม่ี ีรูปร่างต่าง ๆ เพือ่ ใหน้ กั เรยี นทากิจกรรม
Engaging Activity จับคภู่ าพโครโมโซมทเี่ หมือนกัน แล้วเตรยี มข้อสรุปหลงั จากนักเรยี นทา
กิจกรรมแล้ว เพ่อื ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ ว่า ภาพที่นกั เรยี นใชท้ ากจิ กรรม เรียกว่า โครโมโซม ซง่ึ มีความ
เก่ยี วข้องกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมชี ีวติ โดยในธรรมชาตโิ ครโมโซมจะอยู่
กนั เปน็ คเู่ หมือนกบั ที่นกั เรยี นทากจิ กรรมน่ันเอง
3. ครูเตรียม อุปกรณท์ ีใ่ ช้ทากจิ กรรม โครงสร้างสารท่เี กีย่ วขอ้ งกับการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธกุ รรม ไดแ้ ก่ กลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใชแ้ สง สไลดถ์ าวรของนิวเคลียสในเซลลป์ ลายรากหอม
ทยี่ ้อมสีแล้ว เพอื่ ใหน้ กั เรียนเห็นลักษณะของโครโมโซม และหลงั จากการทากจิ กรรมครูอาจ
เตรยี มภาพนาเสนอเกย่ี วกับโครโมโซมภายใต้กล้องจุลทรรศนแ์ บบใชแ้ สงให้นักเรยี นศึกษาอีก
คร้งั หนง่ึ
4. ครูเตรยี มข้อมูลเก่ยี วกับจานวนโครโมโซมในร่างกายของส่ิงมีชวี ติ ชนดิ ต่าง ๆ เพ่อื ให้นักเรียน
เปรยี บเทยี บจานวนโครโมโซมซ่ึงอาจทาในรปู ของตารางและมภี าพของส่ิงมีชวี ิตชนิดนน้ั
ประกอบความเขา้ ใจ
5. ครูเตรยี มอุปกรณ์ที่ใช้ทากจิ กรรม สร้างแบบจาลองโครโมโซม ไดแ้ ก่ เชือก ดนิ น้ามนั ลวด
กามะหยี่

ชวั่ โมงที่ 2-4

ข้ันสอน

ขั้นท่ี 2 นาสู่การเรยี น

6. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง พนั ธกุ รรม เพ่อื ประเมนิ

ความรู้ของนกั เรียน

7. ให้นักเรียนตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองในกรอบ Check for Understanding ในหนังสือ

เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ 2

พนั ธกุ รรม

8. ครูถามคาถาม key Question จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1

วา่ ออร์แกเนลล์ใดท่เี ก่ียวข้องกบั การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

(แนวตอบ :นวิ เคลยี ส)

ข้ันนา

ครูสนทนากบั นักเรียนว่า สิ่งมีชวี ติ ท่ีเกดิ มาจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมจากพ่อ
แม่ ทาใหม้ ลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมทีเ่ ฉพาะแตกต่างไปจากสง่ิ มีชวี ติ อื่น จากนน้ั ครูถามคาถาม
นักเรยี น ดังนี้
- ยกตวั อย่างการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพชื มอี ะไรบา้ ง
(แนวตอบ :สขี องเมล็ด ลักษณะของเมล็ด ความสงู สีของดอก)
- ยกตวั อย่างการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั ว์มีอะไรบ้าง
(แนวตอบ :สขี น ลักษณะของขน ลักษณะของใบหู สตี า)
- ยกตวั อยา่ งการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมของมนษุ ยม์ อี ะไรบ้าง
(แนวตอบ :สีตา สผี ม การห่อล้นิ ลักษณะหนังตา ลกั ษณะลักยิ้ม ลกั ษณะของต่งิ หู)
ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้
9. ให้นกั เรียนทากิจกรรม โครงสรา้ งสารที่เกย่ี วข้องกบั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
จากหนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
10. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเข้าใจว่า “ส่งิ ท่ีนักเรยี นเห็นภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์เรียกวา่ โครโมโซม
ซ่ึงมลี กั ษณะหดเป็นแทง่ แต่บางเซลลท์ ย่ี ังไมผ่ ่านกระบวนการแบ่งเซลล์จะมลี กั ษณะเปน็ เสน้
ใยขนาดเลก็ พันกนั เรียกวา่ โครมาทนิ ”
11. ให้นักเรยี นศกึ ษาภาพในหนังสือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม .3 เล่ม 1
หน่วยท่ี 2 เรื่อง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน หรอื ตารางแสดงจานวนโครโมโซมของเซลล์
รา่ งกายของสิ่งมีชีวิตตา่ ง ๆ แล้วถามคาถามนกั เรยี น แทนการบรรยายของครู ดงั น้ี
- ส่ิงมชี ีวิตทุกชนิดมจี านวนโครโมโซมเท่ากันได้หรอื ไม่
(แนวตอบ :อาจเท่าหรือไมเ่ ทา่ กันก็ได้ แตส่ ง่ิ มีชวี ิตชนิดเดียวกนั จะมจี านวนโครโมโซมเท่ากัน
เสมอ)
- จานวนโครโมโซมของสิ่งมชี ีวติ ข้นึ อยกู่ ับขนาดของส่ิงมีชวี ติ หรอื ไม่
(แนวตอบ :ไมใ่ ช่ ตัวอยา่ งเชน่ ยูกลีนาเป็นสงิ่ มชี วี ติ ที่มขี นาดเล็กกวา่ คน แตก่ ลับมจี านวน
โครโมโซมมากกว่าจานวนโครโมโซมในรา่ งกายมนษุ ย์)
- จานวนโครโมโซมของมนุษย์มีเท่าใด
(แนวตอบ :46 แท่ง หรอื 23 คู่)
12. ครูอธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเพิ่มเติมว่า “การศึกษาจานวนและขนาดของโครโมโซมเป็นคู่
เรยี กว่า การทาแครโี อไทป์ แพทยม์ กั ใช้วธิ ีในการวนิ ิจฉัยโรคทางพนั ธกุ รรม โดยโครโมโซม
ของมนษุ ยแ์ บ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ โครโมโซมรา่ งกาย หรือเรยี กวา่ ออโตโซมจะมี
ขนาดและรูปร่างของโครโมโซมเท่ากนั ส่วนโครโมโซมเพศอาจมขี นาดเทา่ กัน หรอื แตกตา่ ง
กนั ถ้ามีขนาดเท่ากนั จะเปน็ เพศหญงิ แตถ่ ้ามขี นาดตา่ งกนั จะเปน็ เพศชาย ” เพ่ือประกอบ

ความเข้าใจของนักเรียน ครูอาจนาภาพการจัดเรียงโครโมโซมของมนุษย์เพศหญิงและเพศ
ชายมาใหน้ ักเรียนศกึ ษาและเปรยี บเทยี บพร้อมกบั การบรรยาย
13. หลงั จากน้นั ครูตัง้ ประเดน็ คาถามให้นกั เรียนคิดว่า “จานวนโครโมโซมของเซลล์อสจุ กิ บั
เซลล์
เย่อื บุผิวข้างแกม้ ของนักเรียนมีจานวนโครโมโซมเทา่ กนั หรอื ไม่” โดยครอู าจสุม่ เรยี กนักเรยี น
2-3 คน เพือ่ แสดงความคดิ เห็น โดยครูจะยังไมเ่ ฉลยคาตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
14. ให้นกั เรียนศกึ ษาแผนภาพจานวนโครโมโซมก่อนและหลงั การปฏสิ นธิ แล้วสมุ่ เรียกนักเรยี น
2-3 คน ออกมาอธิบายหนา้ ช้นั เรยี นโดยครูคอยเสรมิ ข้อมลู เพ่มิ เติม
15. เมือ่ นกั เรียนรจู้ กั โครโมโซมพอสงั เขปแล้ว ครอู าจนานกั เรียนเขา้ ส่กู ารศกึ ษาโครงสร้างของ
โครโมโซม
16. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 5-6 คน ร่วมกันสืบค้นขอ้ มลู เกย่ี วกับโครงสร้างของโครโมโซม
จากหนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม .3 เล่ม 1 หน่วยท่ี 2 เร่ือง
โครโมโซม ดเี อน็ เอ และยีน หรือแหล่งการเรียนรอู้ น่ื ๆ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต แลว้ ทากจิ กรรม
สรา้ งแบบจาลองโครโมโซม จากวัสดทุ ี่ครเู ตรยี มให้

ข้นั สรปุ

ครสู ุ่มเลอื กแบบจาลองโครโมโซมท่มี คี วามสมบรู ณ์ หรอื ใชแ้ บบจาลองทค่ี รูสรา้ งเองมาอภิปราย
เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ ว่า โครงสร้างพนื้ ฐานของโครโมโซมประกอบดว้ ยดเี อน็ เอและยนี ซึ่งดีเอ็นเอมลี กั ษณะเป็น
เกลยี วค่สู ายยาว โดยช่วงความยาวหนง่ึ ของดเี อ็นเอ คือ ยีน ซึ่งเป็นขอ้ มูลทางพันธกุ รรมท่มี ผี ลต่อลกั ษณะ
ทางพนั ธกุ รรมของสง่ิ มีชวี ิต แตเ่ นอ่ื งจากดีเอ็นเอมนษุ ย์มคี วามยาวมากเกือบ 2 เมตร ดงั นนั้ ร่างกายของ
มนษุ ย์จึงมีกลไกในการเกบ็ พนั ธุกรรมเหลา่ น้ไี ดโ้ ดยการขดพนั กนั ระหว่างสายดเี อ็นเอกบั ก้อนโปรตนี แลว้
ขดพันกันอกี หลายระดบั จนกระทั่งกลายเปน็ แท่งโครโมโซมนั่นเอง และในธรรมชาติโครโมโซมจะอยู่เปน็ คู่
ซึ่งมีการจัดเรียงยีนทเ่ี หมอื นกนั เรียกวา่ ฮอมอโลกสั โครโมโซม

ขัน้ ประเมิน

ขั้นท่ี 4 ตดิ ตามผล
1. ตรวจสอบความเขา้ ใจโดยใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
2. ใหน้ กั เรียนตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยตอบคาถาม Topic Questions ลงใน
สมดุ ประจาตวั นักเรียน เพ่อื เมนิ ความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียน
3. ให้นักเรยี นตอบคาถาม H.O.T.S. ว่า “ยนี ดเี อ็นเอ และโครโมโซมมีความสมั พันธ์กนั อยา่ งไร ”
โดยให้นักเรียนเขียนคาตอบลงในสมดุ ประจาตวั นักเรียน จากนั้นครตู รวจสมุดประจาตัว
นักเรยี น

ข้นั ท่ี 5 วัดผล
4. ครูตรวจแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
5. ครตู รวจคาตอบ Topic Questions ในสมุดประจาตวั นกั เรียน เพอ่ื เมนิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ
ของนกั เรยี น
6. ให้นักเรยี นประเมินวธิ ีการสอนของครผู ู้สอน โดยครอู าจให้นักเรยี นเสนอแนะเก่ียวกบั วิธกี าร
สอนเพอื่ ครจู ะได้นาขอ้ เสนอไปปรับใช้กบั การสอนในคร้งั ต่อไป

7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การ
ประเมิน
รายการวดั -ตรวจแบบทดสอบ -แบบทดสอบกอ่ นเรยี น -ประเมินตาม
กอ่ นเรยี นหน่วย หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สภาพจรงิ
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น การเรยี นรู้ท่ี 2 พนั ธุกรรม
- แบบทดสอบก่อนเรียน พันธกุ รรม - รอ้ ยละ 60
หน่วยการ เรียนรทู้ ี่ 2 - สมุดประจาตวั หรอื ผา่ นเกณฑ์
พนั ธกุ รรม - ตรวจสมุดประจาตัว แบบฝกึ หัด
หรือแบบฝกึ หัด วทิ ยาศาสตรแ์ ละ - ร้อยละ 60
7.2 ประเมินระหวา่ งการจดั วทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 ผ่านเกณฑ์
กิจกรรมการเรยี นรู้ เทคโนโลยมี .3เลม่ 1 - สมุดประจาตวั หรอื
1) โครโมโซม ดีเอน็ เอ - ตรวจสมดุ ประจาตัว แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์
และยนี หรือแบบฝกึ หดั และเทคโนโลยี ม.3
วิทยาศาสตร์และ เล่ม 1
2) ผลบันทกึ การปฏิบัติ
กิจกรรมโครงสรา้ งสารที่ เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
เกยี่ วข้องกบั การ
ถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พันธุกรรม

รายการวัด วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ าร
ประเมิน
3) ผลบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิ - ตรวจแบบจาลอง - แบบประเมิน - ร้อยละ 60
กิจกรรมสร้างแบบ โครโมโซม แบบจาลอง
จาลองโครโมโซม โครโมโซม ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจสมุดประจาตัว - ร้อยละ 60
หรอื แบบฝกึ หัด - สมดุ ประจาตัวหรอื
วิทยาศาสตรแ์ ละ แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่
1

4) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ
ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ นาเสนอผลงาน 2
กจิ กรรม ผ่านเกณฑ์

5) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

6) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
กล่มุ การทางานกลุม่
การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

7) คุณลักษณะอนั พึง - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ประสงค์ รับผิดชอบใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
และม่งุ มั่นในการ อนั พงึ ประสงค์
ทางาน

8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2
พันธุกรรม

2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 พนั ธุกรรม
3) ภาพโครโมโซม หรอื ภาพโครโมโซมทมี่ ีรูปรา่ งตา่ ง ๆ
4) อุปกรณท์ ใี่ ช้ทากิจกรรมโครงสรา้ งสารท่ีเก่ยี วข้องกบั การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
5) อุปกรณท์ ี่ใช้ทากิจกรรมสร้างแบบจาลองโครโมโซม
6) PowerPoint เร่อื ง โครโมโซม ดเี อน็ เอ และยีน
7) สมุดประจาตัวนกั เรียน
8) แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 พนั ธกุ รรม
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2)อนิ เทอร์เน็ต

9. ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ่ีไดร้ ับมอบหมาย )
……..
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื

(
ตาแหนง่

10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์

 ดา้ นอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มปี ญั หาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค

 แนวทางการแก้ไข


Click to View FlipBook Version