The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จังหวัด จันทบุรี-แปลง (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wisuttwong2547, 2020-11-10 05:06:48

จังหวัด จันทบุรี-แปลง (1)

จังหวัด จันทบุรี-แปลง (1)

จังหวดั จนั ทบุรี

ผ้จู ดั ทำ

นำย ธนภมู ิ วสิ ุทธิวงษ์ เลขท่9ี ม.4/11

นำเสนอ

ครู สุวำรีย์ ยภี่ ู

โรงเรียนกรรณสูตศึกษำลัย



คำนำ

รายงานเลน่ นีจ้ ดั ทาขนึ ้ เพอ่ื เป็นสว่ นหนึง่ ของวชิ าคอมพวิ เตอร์ชนั้ 4/11เพื่อให้ได้ศกึ ษาหาความรู้ในเร่ือ
ง จงั หวดั จนั ทบรุ ี และได้ศกึ ษาอยา่ งเข้าใจและเพ่อื เป็นประโยชน์กบั การเรียน

ทางผ้จู ดั ทาหวงั ว่ารายงานชนิ ้ นีจ้ ะเป็นประโยชน์กบั ผ้อู า่ น หรือนกั เรียน ท่กี าลงั หาข้อมลู เร่ืองนอี ้ ยู่
หากมีข้อแนะนาหรือข้อผดิ พลาดประการใดทางผ้จู ดั ทาขอน้อมรับไว้และขออภยั มา ณ ทีน่ ีด้ ้วย

สารบญั ข

เร่ือง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
เกร่ินนา 1
2
- คาขวญั ประจาจงั หวดั 3
ประวตั ศิ าสตร์ 4
ภมู ศิ าสตร์ 4-5
5-6
- ลกั ษณะภมู ิประเทศ 6
- ลกั ษณะภมู ิอากาศ 6-7
- ทรัพยากรดินและนา้
- สตั วป์ ่ าและพนั ธุพ์ ชื
การเมอื งการปกครอง
เศรษฐกิจ
เกษตรกรรม

1

จงั หวัด จันทบุรี

จันทบุรี เป็นจงั หวดั ทางชายฝั่งทะเลภาคตะวนั ออกของประเทศไทย มีเนอื ้ ที่ 6,388
ตารางกิโลเมตร สภาพภมู ปิ ระเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ภเู ขา ทีร่ าบสงู ทร่ี าบลมุ่ นา้
และทร่ี าบชายฝั่ง

ทะเล ในสว่ นของพนื ้ ท่ีป่าไม้มปี ระมาณ 3 ใน 10
ของพนื ้ ที่ทงั้ จงั หวดั มอี าณาเขตติดตอ่ กบั จงั หวดั ฉะเชิงเทราและสระแก้วทางทศิ เหนือ
ทิศตะวนั ออกตดิ กบั จงั หวดั ตราดและประเทศกมั พชู า ทิศใต้ตดิ กบั อา่ วไทย และทิศตะวนั ตกตดิ

กบั จงั หวดั ระยองและชลบรุ ี อย่หู ่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 238 กิโลเมตร
ประชากรสว่ นใหญ่ของจงั หวดั จนั ทบรุ ีอาศยั อย่ทู างตอนใต้ของจงั หวดั โดยอาชพี ที่ประชากรใน
จงั หวดั นยิ มประกอบอาชีพมากท่สี ดุ คอื เกษตรกรรมและประมง และศาสนาที่มีการนบั ถือมากท่ี

สดุ ในจงั หวดั คอื ศาสนาพทุ ธ

2

คำขวัญประจำจงั หวัด

"นา้ ตกลอื เลอื่ ง เมอื งผลไม้ พริกไทยพนั ธ์ุดี อญั มณีมากเหลอื เสอ่ื จนั ทบรู
สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ชาติ รวมญาตทิ ่ีจนั ทบรุ ี"

3

ประวัติศาสตร์

จนั ทบรุ ีเป็นเมืองท่ีมปี ระวตั ิความเป็นมาท่ียาวนาน
ก่อตงั้ โดยชนชาติชอง จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นเมืองที่มีความสาคญั ตอ่ ประวตั ิศาสตร์ไทยอยู่ 3 ครัง้ คือ ครัง้ ที่
1 สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบรุ ีใช้จงั หวดั จนั ทบรุ ีในการรวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหาร ครัง้ ท่ี 2
เกดิ สงครามอานมั สยามยทุ ธในรัชสมยั ของพระบาทสมเด็จพระนงั่ เกล้าเจ้าอยหู่ วั และครัง้ ท่ี 3
ฝรั่งเศสยดึ เมืองจนั ทบรุ ีเป็นเมืองประกนั หลงั จากเกิ
ดวิกฤตการณ์ปากนา้ ในรัชสมยั ของพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู วั ด้วยความที่จงั หวดั จนั ท
บรุ ีมคี วามสาคญั ต่อเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ห
ลายเหตกุ ารณ์และมีความหลากหลายทางภมู ิประเ
ทศ
สง่ ผลให้จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นจงั หวดั ท่มี แี หลง่ ท่องเที่ย
วทงั้ ทางธรรมชาตแิ ละทางวฒั นธรรมคอื พระเจ้าพรหมทตั (พ.ศ. 1349–1399) ครัน้ ถงึ ปี พ.ศ. 1800
ได้มีการย้ายถิ่นฐานมาสร้างเมอื งใหมท่ ่ีบ้านหวั วงั ตาบลพงุ ทลาย ซงึ่ อยใู่ กล้กบั แม่นา้ จนั ทบรุ ีในปัจจบุ นั

ตอ่ มาปี พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมอื งใหม่ท่ีบ้านลมุ่ อย่ทู างฝั่งตะวนั ตกของแมน่ า้ จนั ทบรุ ี ในปี
พ.ศ. 2310
หลงั จากกรุงศรีอยธุ ยา สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชได้เข้ายดึ เมืองจนั ทบรุ ีเพ่ือใช้เป็นแหลง่ สะสมเสบยี งอ
าหารและรวบรวมกาลงั พลในการกอบก้กู รุงศรีอยธุ ยาคืนจากพม่า
ในคราวนนั้ เจ้าเมืองจนั ทบรุ ีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจนั ทบรุ ีเดมิ )
ซง่ึ ราษฎรเลือกขนึ ้ เม่ือเสยี กรุงศรีอยธุ ยา โดยหวงั ว่าพระยาจนั ทบุรี
จะช่วยปกปอ้ งรักษาเมืองจนั ทบรุ ีให้อย่รู อดสืบต่อไป ได้ต่อต้านกองทพั ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดยได้พยายามทาทกุ วถิ ีทางเพอ่ื ให้เมืองจนั ทบุรีอย่รู อดเป็นอิสระ รักษาแผ่นดนิ ไว้ให้ชนชาตบิ ูรพา
แต่สดุ ท้ายก็ต้องปราชยั พา่ ยแพ้แก่กองทพั ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โดยพระองค์ทรงใช้พญาช้างศกึ บุกชนกาแพงเมอื งจนสามารถเข้าตเี มอื งเอาไว้ได้สาเร็จ
เจ้าเมืองจนั ทบรุ ีได้หลบภยั ไปอาณาจกั รกมั พชู าจนถึงแก่อสญั กรรม
เมอื งจนั ทบรุ ีจงึ ตกเป็นของสยามนบั แต่นนั้ เป็นต้นมา

ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2436 ฝร่ังเศสได้เข้ายดึ เมืองจนั ทบรุ ีไว้นานถงึ 11
ปี เนื่องจากสยามมีข้อพิพาทเร่ืองดินแดนฝั่งขวาของแม่นา้ โขง โดยฝรั่งเศสกลา่ วหาวา่ สยามลว่ งลา้ ดินแดน
อาณานิคมของฝร่ังเศส สว่ นสยามได้อ้างว่าดินแดนดงั กล่าวเป็นของสยาม
ฝ่ายสยามเหน็ ว่าจะต่อส้ทู างทหารฝรั่งเศสไมไ่ ด้จงึ ขอเปิดการเจรจา ทางฝรั่งเศสย่ืนคาขาด
โดยฝ่ายสยามต้องยอมยกดินแดนท่เี ป็นข้อพพิ าทรวมทงั้ เกาะทงั้ หมดในลานา้ โขง
พร้อมเงินอกี หน่ึงล้านฟรังก์และสามล้านบาท โดยจนกวา่ จะดาเนนิ การเสร็จฝรังเศสจะยดึ เมือง

4

จนั ทบรุ ีไว้ก่อน แต่เมอื่ ทางสยามดาเนินการเสร็จ ฝร่ังเศสไม่ได้ถอนกาลงั ออก
ฝ่ายสยามจึงต้องยอมยกเมอื งตราดและเมืองประจนั ตคีรีเขตร์ (เกาะกง) เพ่ือแลกกบั เมืองจนั ทบรุ ี
และอกี หน่ึงปีต่อมาสยามยอมยกเมอื งพระตะบอง เสยี มราฐ และศรีโสภณ เพ่ือแลกเมืองตราดคืนมา

แต่ฝรั่งเศสไมไ่ ด้คนื เมืองประจนั ตคีรี
เขตแต่อย่างใด
ปัจจบุ นั เมืองประจนั คีรีเขตจึงอยใู่ นอาณาเขตประเทศกมั พชู า ตอ่ มามกี ารจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนภู
มภิ าคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จดั ตงั้ มณฑลจนั ทบรุ ี โดยมเี มือง

จนั ทบรุ ี ระยอง และตราดอย่ใู นเขตการปกครองจนถึงปี พ.ศ. 2476
ภายหลงั การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย
จึงยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลและได้จดั ระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ ใหม่
โดยแบง่ ออกเป็นจงั หวดั และอาเภอ ดงั นนั้ เมอื งจนั ทบรุ ีจงึ มฐี านะเป็นจงั หวดั จนถงึ ปัจจุบนั นี ้

ภูมศิ าสตร์

จงั หวดั จนั ทบรุ ีตงั้ อยทู่ างภาคตะวนั ออกของประเทศไทย
โดยอย่หู ่างจากกรุงเทพมหานครเมอื งหลวงของประเทศไปทางตะวนั ออกเฉียงใต้ประมาณ245 กิโลเมตร
จงั หวดั จนั ทบรุ ีมพี นื ้ ทีท่ งั้ หมด6,338 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ16.6ของพนื ้ ทีภ่ าคตะวนั ออก
และเท่ากบั ร้อยละ1.8 ของพนื ้ ทีท่ งั้ ประเทศ
โดยพืน้ ทีของจงั หวดั เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ทร่ี าบสงู และภเู ขา
ภมู อิ ากาศของจงั หวดั มลี กั ษณะแบบมรสมุ เขตร้อนจุดสงู สดุ ของจงั หวดั

อย่ทู ่ยี อดเขาสอยดาวใต้ ซง่ึ เป็นยอดเขาที่มีความสงู ที่สดุ ในภาคตะวนั ออก โดยมคี วามสงู 1,675 เมตร

ลักษณะภมู ปิ ระเทศ

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีลกั ษณะภมู ิประเทศอยู่ 3 ลกั ษณะ คอื ภเู ขาและเนินสงู ท่รี าบสงู และท่ีราบเชงิ เขา
และที่ราบลมุ่ แม่นา้ และชายฝั่งทะเล โดยในบริเวณทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื
ทิศเหนือและทิศตะวนั ออกของจงั หวดั จะเป็นเขตภเู ขาสงู เช่น ทวิ เขาบรรทดั ทิวเขาจนั ทบรุ ี เป็นต้น
บริเวณนเี ้ป็นต้นกาเนิดของแม่นา้ ลาธารหลาย จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีลกั ษณะภมู ปิ ระเทศอยู่ 3 ลกั ษณะ คือ
ภเู ขาและเนนิ สงู ที่ราบสงู และทรี่ าบเชิงเขา และท่ีราบลมุ่ แม่นา้ และชายฝั่งทะเล โดยใน
บริเวณทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ ทิศเหนือและทิศตะวนั ออกของจงั หวดั จะเป็นเขตภเู ขาสงู เชน่ ทวิ เขาบรรทดั
ทิวเขาจนั ทบรุ ี เป็นต้น บริเวณนเี ้ป็นต้นกาเนิดของแมน่ า้ ลาธารหลายสาย รวมถงึ เป็น

5

แนวที่กนั้ เขตแดนระหว่างจงั หวดั จนั ทบรุ ีกบั จงั หวดั ระยอง จงั หวดั ฉะเชิงเทรา และจงั หวดั สระแก้วในสว่ นขอ
งที่ราบสงู และทีร่ าบเชิงเขานนั้ จะตงั้ อยใู่ นเขตอาเภอสอยดาว อาเภอโป่งนา้ ร้อน

พนื ้ ที่ตอนกลางของอาเภอขลงุ รวมไปถึงทางตะวนั ออกของอาเภอมะขาม อาเภอแก่งหางแมว
อาเภอเขาคชิ ฌกฏู และทาง

ตอนเหนอื ของอาเภอท่าใหม่
โดยบริเวณนสี ้ ่วนใหญ่จะมลี กั ษณะเป็นท่ีราบลกู คลืน่ ในสว่ นพนื ้ ท่สี ดุ ท้ายของจงั หวดั มีลกั ษณะเป็นทร่ี าบลุ่
มแม่นา้ และชายฝั่งทะเล โดยพนื ้ ท่เี หลา่ นสี ้ ว่ นใหญ่เป็นพืน้ ที่ท่ีมแี ม่นา้ ไหลผา่ น เชน่
ทรี่ าบลมุ่ แม่นา้ คลองโตนด ที่ราบลมุ่ แมน่ า้ พงั ราด ทีร่ าบล่มุ แมน่ า้ จนั ทบรุ ีและที่ราบลมุ่ แม่นา้ เวฬุ เป็นต้น
โดยส่วนใหญ่แล้วพืน้ ที่เหลา่ นจี ้ ะอยใู่ นเขตอาเภอนายายอาม เมอื งจนั ทบรุ ีและขลงุ

รวมถงึ พนื ้ ทบ่ี างสว่ นของอาเภอแกง่ หางแมว
เขาคิชฌกฏู และอาเภอท่าใหม่ สาหรับพนื ้ ทช่ี ายฝั่งทะเลมกั มลี กั ษณะเป็นทรี่ าบชายฝ่ังทะเลแคบ ๆ
มีการทบั ถมของตะกอนทราย ทร่ี าบชายฝ่ังทะเลบางแห่งอยใู่ กล้ปาก

แมน่ า้ สง่ ผลให้บริเวณนนั้ มดี ินโคลนผสมด้วย บริเวณทีพ่ บทีร่ าบชายฝั่งทะเลได้แก่
พนื ้ ทีท่ างตอนใต้ของอาเภอนายายอาม อาเภอท่าใหม่ อาเภอแหลมสงิ ห์ และอาเภอ ขลงุ

ลักษณะภมู อิ ากาศ

สภาพภมู อิ ากาศโดยทว่ั ไปจงั หวดั จนั ทบรุ ีตงั้ อย่ใู นเขตมรสมุ เขตร้อน โดยได้รับฝนจากอิทธิพลของล
มมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้ มีฝนตกชกุ ติดต่อกนั ประมาณ 6 เดอื นต่อปี
โดยเดือนมิถนุ ายนถึงเดือนสิงหาคมเป็นเดอื นท่ีมีปริมาณนา้ ฝนสงู ทีส่ ดุ ซงึ่ อาจมปี ริมาณนา้ ฝนสงู ถงึ 500
มลิ ลิเมตรต่อเดือน จงั หวดั จนั ทบรุ ีมี 3 ฤดกู าลคือฤดฝู น (มิถนุ ายน–ตลุ าคม) ฤดหู นาว (พฤศจิกายน–
กมุ ภาพนั ธ์) และฤดรู ้อน (มีนาคม–
พฤษภาคม) โดยท่ีฤดหู นาวจะมีอากาศหนาวเยน็ ช้ากวา่ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และภาคเหนือของประเท


จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีอณุ หภมู เิ ฉล่ีย 23–31 องศาเซลเซียสในแต่ละปี
โดยที่อณุ หภมู ใิ นแต่ละฤดขู องจงั หวดั จะไม่มีความแตกต่างกนั มากนกั
อนั เน่อื งมาจากการตงั้ อย่ใู กล้กบั ทะเล สาหรับอณุ หภมู ใิ นแตล่ ะฤดนู นั้ ฤดฝู นมีอณุ หภมู ิระหว่าง 24–30
องศาเซลเซียส ฤดหู นาวมีอณุ หภมู อิ ยรู่ ะหว่าง 22–31 องศาเซลเซียส สว่ นในฤดรู ้อนมีอณุ หภมู ริ ะหว่าง 23–
33 องศาเซลเซียส

6

ทรัพยากรดินและน้า

ทรัพยากรดินในจงั หวดั จนั ทบรุ ีมีความอดุ มสมบรู ณ์สงู มาก
ซง่ึ สว่ นใหญ่แล้วเป็นดินที่เกิดจากการสลายตวั ของหนิ ปนู
ทาให้ดินมีความเป็นด่างเหมาะแก่การปลกู ผลไม้อนั เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกจิ ของจงั หวดั จนั ทบรุ ี[17]
ดนิ มลี กั ษณะเป็นดินตนื ้ ถงึ ลึกอนั เนื่องมาจากสภาพภมู ปิ ระเทศ โดยดินสว่ นมากของจงั หวดั จนั ทบรุ ี

เป็นดินที่สามารถระบายนา้ ออกได้ดถี งึ ดีมาก
อย่างไรก็ตามจงั หวดั จนั ทบรุ ีมพี นื ้ ทดี่ นิ ทไี่ ม่เหมาะสมกบั การทาเกษตรประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร
โดยปัญหาทรัพยากรดนิ ทีพ่ บมากท่ีสดุ คือดนิ เค็มในบริเวณชายฝ่ังทะเล
ดินตืน้ และดินในพืน้ ที่ลาดชนั เชิงซ้อนในสว่ นของทรัพยากรนา้ ในจงั หวดั จนั ทบรุ ีนนั้
แม้ว่าจงั หวดั จนั ทบรุ ีจะอย่ใู นพนื ้ ท่ีที่มีฝนตกชกุ

แต่จนั ทบรุ ียงั คงประสบกบั ปัญหาภาวะความแห้งแล้งในพนื ้ ทข่ี องจงั หวดั เนื่องจากแม่นา้ ทงั้ หมดในจงั หวดั เ
ป็นเพียงแมน่ า้ สายสนั้ ๆ และมขี นาดเล็ก ยกตวั อย่างเช่น แม่นา้ พงั ราด (30 กิโลเมตร) แม่นา้ วงั โตนด (6
กโิ ลเมตร)

แม่นา้ เวฬุ (88 กโิ ลเมตร)และแม่นา้ จนั ทบรุ ี (123 กิโลเมตร) เป็นต้น
สง่ ผลให้นา้ ในแม่นา้ ไหลลงส่อู ่าวไทยอย่างรวดเร็ว นอกจากนหี ้ ากมีปริมาณฝนในจงั หวดั จนั ทบรุ ีมากเกินไป
ปริมาณนา้ อาจจะเอ่อล้นตล่ิงเข้าท่วมพืน้ ทต่ี า่ ง ๆ ได้อกี ด้วย
จงึ มีการสร้างอ่างเก็บนา้ และเขือ่ นเป็นจานวนมากเพ่อื แก้ไขปัญหาดงั กลา่ ว
โดยเข่ือนและอา่ งเกบ็ นา้ ทีส่ าคญั คือ เขื่อนคีรีธาร อ่างเก็บนา้ คลองศาลทราย เขื่อนพลวงและเขือ่ นทงุ่ เพล

สัตว์ป่ ำและพนั ธ์ุพชื

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีพนื ้ ท่ีป่าไม้มากทีส่ ดุ ในภาคตะวนั ออก โดยคิดเป็น 1 ใน 4
ของจานวนพนื ้ ท่ีป่าไม้ทงั้ ภาค อยา่ งไรก็ตามหากเปรียบเทียบในอดีตจะพบว่าจงั หวดั จนั ทบรุ ีสญู เสยี พืน้ ท่ีป่

าไม้ไปเป็นจานวนมาก
เพราะเดิมทีจงั หวดั จนั ทบรุ ีมีเนอื ้ ที่ป่ าไม้มากกว่าร้อยละ 50
ของจงั หวดั โดยสาเหตขุ องการสญู เสียพนื ้ ทีป่ ่ าไม้สว่ นใหญ่เ
กิดจากการลกั ลอบตดั ไม้
การบกุ รุกของราษฎรและการขาดการเข้มงวดกวดขนั ของเจ้า
หน้าท[ี่ 23] ในปัจจบุ นั มกี ารประกาศให้พนื ้ ท่ีป่าไม้ของจงั หวดั จั
นทบรุ ีขนึ ้ เป็นอทุ ยานแหง่ ชาติ 3
แหง่ คือ อทุ ยานแห่งชาติเขาคิชฌกฏู อทุ ยานแห่งชาติเขาสบิ ห้าชนั้ และอทุ ยานแหง่ ชาตินา้ ตกพลิว้ วนอทุ ย
านแห่งชาติ 1 แห่งคือ วนอทุ ยานแหง่ ชาติแหลมสงิ ห์ และเขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่า 3
แหง่ คือ เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่ าเขาสอยดาว เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่ าเขาอ่างฤๅไน และเขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่าค
ลองเครือหวาย

7

สาหรับพชื ท่ีค้นพบในจงั หวดั จนั ทบรุ ีมีอย่หู ลายประเภท
ทส่ี าคญั คอื สารองและจนั ซงึ่ ถือเป็นต้นไม้ประจาจงั หวดั ของจนั ทบรุ ี ในสว่ นของพืชชนิดอ่ืน ๆ
ทีส่ าคญั ของจงั หวดั ได้แก่
สอยดาว ชะมวง กฤษณา กระวานและเหลืองจนั บรู อนั เป็นดอกไม้ประจาจงั หวดั นอกจากนแี ้ ล้วในจงั หวดั

จนั ทบรุ ียงั ค้นพบพชื เฉพาะถิ่นอีกด้วย ยกตวั อย่างเชน่ เนตรมว่ ง (Microchirita purpurea)
ซงึ่ พบได้เฉพาะในเขตอาเภอแก่งหางแมว จงั หวดั จนั ทบรุ ีเพยี งแห่งเดยี วเทา่ นนั้ เป็นต้น

สาหรับในสว่ นของสตั ว์ป่าในจงั หวดั จนั ทบรุ ีนนั้ พบว่ามีสตั ว์เลีย้ งลกู ด้วยนม 122 ชนดิ นก 276 ชนดิ
สตั ว์เลือ้ ยคลานไม่น้อยกว่า 88 ชนิด สตั ว์คร่ึงบกครึ่งนา้ 29 ชนิดและปลานา้ จืดอกี กว่า 47 ชนิด จงึ นบั ได้ว่า

จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นจงั หวดั หนึ่งทีม่ ีความหลากหลายของส่งิ มชี วี ิตค่อนข้างมาก
ในจานวนสตั ว์เหลา่ นมี ้ สี ตั ว์ที่สาคญั
ยกตวั อย่างเชน่ กบอกหนาม นกกระทาดงจนั ทบุรี นกแต้วแล้วใหญ่หวั สีนา้ เงนิ และนกสาลิกาเขยี วหางสนั้ เ
ป็นต้น
ซง่ึ สตั ว์เหลา่ นเี ้ป็นสตั ว์ท่ีสามารถพบได้ในบริเวณจงั หวดั จนั ทบรุ ีเพยี งแหง่ เดียวในไทยเท่านนั้ นอกจากนยี ้ งั
มีสตั ว์ท่ีสาคญั อีกชนิด คือ ปลาบมู่ หดิ ล ทีม่ ีการค้นพบในจงั หวดั จนั ทบรุ ี
แตม่ ีกระจายตวั อย่ใู นจงั หวดั ระนองและจงั หวดั ภเู ก็ตด้วย

กำรเมืองกำรปกครอง

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีรูปแบบการปกครองทงั้ ในรูปแบบการแบ่งอานาจและการกระจายอานาจ
โดยในปัจจบุ นั จงั หวดั จนั ทบุรีมีการแบง่ อานาจออกเป็น 10

อาเภอและมีจานวนเทศบาลตามหลกั การกระจายอานาจ 45 เทศบาล 1 องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั และ
34 องค์การบริหารส่วนตาบล ในสว่ นของการเมืองระดบั ชาตนิ นั้

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีเขตการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร 3 เขตและเขตการเลือกตงั้ สมาชิกวฒุ ิสภา 1 เขต

เศรษฐกจิ

จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นจงั หวดั ที่มเี กษตรกรรมเป็นพืน้ ฐานของเศรษฐกิจ
โดยผลิตภณั ฑ์มวลรวมภายในจงั หวดั จนั ทบรุ ีเกินคร่ึงหนึ่งมาจากภาคเกษตรกรรม
รองลงมาเป็นอตุ สาหกรรม การกอ่ สร้าง การศกึ ษาและภาคสว่ นอน่ื ๆ ตามลาดบั ในปี พ.ศ. 2555

ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในจงั หวดั จนั ทบรุ ีรวมมลู ค่าทงั้ สนิ ้ 100,901

8

ล้านบาท คิดเป็นอนั ดบั ท่ี 22 ของประเทศและมีผลิตภณั ฑ์มวลรวมภายในจงั หวดั ต่อหวั 200,876
บาทตอ่ ปีในสว่ นของรายได้ท่ีแท้จริงของประชากรในจงั หวดั จนั ทบุรีนนั้

ประชากรในจงั หวดั มรี ายได้เฉลีย่ 7,784 บาทตอ่ เดือนและมรี ายจา่ ยเฉลย่ี 6,655 บาทต่อเดือน
สดั สว่ นของคนจนในจงั หวดั จนั ทบรุ ีเมือ่ พจิ ารณามติ ขิ องรายได้พบว่ามีประชากรร้อยละ 8.8

อย่ใู นสภาวะยากจน

เกษตรกรรม

ภาคสว่ นเกษตรกรรมเป็นภาคสว่ นท่ีมีสดั สว่ นของผลิตภณั ฑ์มวลรวมสงู ท่สี ดุ ในจงั หวดั จนั ทบุรี
โดยในปี พ.ศ. 2555 ภาคสว่ นเกษตรกรรมมีผลิตภณั ฑ์มวลรวมเท่ากบั 56,262 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ
55.76 ของผลติ ภณั ฑ์มวลรวมทงั้ หมด เมอ่ื เปรียบเทียบย้อนหลงั ระหว่างปี พ.ศ. 2538 - 2555
จะพบวา่ ภาคสว่ นทางด้านเกษตรกรรมในภาพรวมมี
ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมสงู ขึน้ ตอ่ เนือ่ งทกุ ปี
สาหรับภาคสว่ นเกษตรกรรมทีม่ ีความสาคญั ของจงั ห
วดั จนั ทบรุ ีสว่ นใหญ่เป็นการเพาะปลกู
โดยพชื ทีน่ ิยมปลกู มากในจงั หวดั จนั ทบรุ ีคือพชื ไม้ผล
พริกไทย และยางพารา

ไม้ผลทเี่ กษตรกรในจงั หวดั จนั ทบรุ ีนิยมปลกู ม
ากคือมงั คดุ ทเุ รียน สละและเงาะ เนอ่ื งจากจนั ทบรุ ีมสี ภาพภมู ิประเทศและภมู อิ ากาศเหมาะสมสาหรับปลู
กผลไม้เหลา่ นที ้ าให้จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีผลไม้เหลา่ นเี ้ป็นจานวนมากและมีคณุ ภาพดโี ดยเฉพาะอยา่ งย่ิงทเุ รียน
ซงึ่ จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นจงั หวดั ทม่ี ีการผลิตมากทสี่ ดุ ในประเทศไทย ผลไม้อีกชนิดหน่งึ ซงึ่ มชี อื่ เสียงมากของจงั
หวดั จนั ทบรุ ีคอื สละเนนิ วง
โดยปลกู มากในบริเวณค่ายเนนิ วง ตาบลบางกะจะ ผลไม้ของจงั หวดั จะออกส่ตู ลาดในชว่ งระหวา่ งเดือนเม
ษายนถงึ มิถุนายนของทกุ ปี อย่างไรก็ตามปริมาณผลไม้ของจงั หวดั ในแต่ละปีจะมากหรือน้อยนนั้ ขนึ ้ อย่กู บั
สภาพภมู ิอากาศ หากเกิดภาวะภยั แล้งขึน้ ในจงั หวดั
ปริมาณผลไม้ท่ีจะออกสตู่ ลาดในปีนนั้ จะมีปริมาณลดลงจงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นแหลง่ ปลกู พริกไทยท่ีสาคญั มา
กของประเทศไทย โดยพนื ้ ท่ีปลกู พริกไทยร้อยละ 95
อย่ใู นจงั หวดั จนั ทบรุ ีโดยพริกไทยสามารถสร้างรายได้เข้าจงั หวดั จนั ทบรุ ีปีละประมาณ 30 - 60 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีทีผ่ ่านมาพนื ้ ท่กี ารปลกู พริกไทยลดลงเป็นอย่างมาก

จากการที่เกษตรกรเปล่ยี นไปปลกู พชื ชนิดอนื่
ปัญหาความเส่ือมโทรมของดินและปัญหาด้านต้นทนุ การผลติ
โดยเกษตรกรเหล่านจี ้ ะเปลย่ี นจากการปลกู พริกไทยเป็นแก้วมงั กรและยางพารา

9

ในสว่ นของยางพารานนั้ หลวงราชไมตรี (ปมู ปณุ ศรี)
เป็นบุคคลแรกท่ีนายางพาราเข้ามาปลกู ในจงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นพืน้ ท่แี รกของภาคตะวนั ออกในปี พ.ศ. 2551
เกษตรกรชาวจนั ทบรุ ีปลกู ยางพาราในพนื ้ ที่ 463,799 ไร่ โดยปลกู มากทส่ี ดุ ในอาเภอแกง่ หางแมว
คดิ เป็นร้อยละ 41.60
ของพนื ้ ที่ปลกู ยางพาราของจงั หวดั แม้ว่ายางพาราจะเป็นพืชเศรษฐกจิ ทีส่ ร้างรายได้ให้แกเ่ กษตรกรชาวจนั ท
บรุ ีเป็นจานวนมาก แต่ในหลาย ๆ ปีมกั ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่า

ประมง

การประมงของจงั หวดั จนั ทบุรี
แม้จะมสี ว่ นแบ่งในผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในจงั หวดั ค่อนข้าง

น้อย (2,683 ล้านบาท)
แต่เป็นภาคสว่ นท่มี ีความสาคญั ของจงั หวดั จนั ทบรุ ี เน่ืองจาก

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมชี ายฝ่ังทะเลยาว 108
กิโลเมตรและมแี มน่ า้ หลายสาย ชาวประมงในจนั ทบรุ ีมที งั้ ทจ่ี ั

บปลาในแหลง่ นา้ และเพาะพนั ธ์ุสตั ว์นา้
โดยสตั ว์นา้ ทนี่ ิยมเพาะพนั ธ์ุมากทส่ี ดุ คือก้งุ ซงึ่ มีผลผลิตรวมกนั ทงั้ จงั หวัดในปี พ.ศ. 2552 เทา่ กบั 64,262

ตนั

อัญมณี

จงั หวดั จนั ทบรุ ีได้รับฉายาวา่ เป็นเมอื งหลวงทางด้านอญั ม

ณีแห่งหนึ่งของโลก โดยกจิ การเหมอื งอญั มณีของจงั หวดั จนั ทบรุ ีเริ่มเมือ่ ใดไมม่ ีหลกั ฐานปรากฏแนช่ ดั แต่

10

พบหลกั ฐานในจดหมายเหตคุ ราวพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั พ.ศ. 2419
ความว่า "ไดม้ ีราษฎร

นาเอาผลไมแ้ ละพลอย หลากสีมาถวาย" อญั มณีท่มี ีชอื่ เสยี งมากของจงั หวดั จนั ทบรุ ีมหี ลายชนิด เช่น ไพลิน
สตาร์ บษุ ราคมั แตท่ ม่ี ชี ่ือเสียงมากท่สี ดุ

คือ ทบั ทิมสยาม ซงึ่ มีชอ่ื เสยี งมากในระดบั โลก]อญั มณีดงั กลา่ วเหลา่ นมี ้ กั ขดุ หาจากเหมอื งในบริเวณเขารอ
บ ๆ ตวั เมอื งจนั ทบรุ ี โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในบริเวณเขาพลอยแหวนและเขตตาบลบางกะจะ
ซงึ่ ค้นพบอญั มณีเป็นจานวนมาก อยา่ งไรก็ตามในปัจจุบนั ปริมาณอญั มณีท่ีค้นพบในเขตจงั หวดั จนั ทบรุ ีลด
ลงไปมากสง่ ผลให้ต้องนาเข้าอญั มณีจากตา่ งประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศมาดากสั การ์ในทวีปแอฟริกา เพ่อื นามาเป็นวตั ถดุ ิบให้ช่างเจียระไนพลอยใ
นจงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นผ้เู จยี ระไน การซอื ้ ขายอญั มณีในจงั หวดั จนั ทบรุ ีจะทาการซือ้ ขายในตลาดพลอย
ซง่ึ ตงั้ อย่ใู นเขตเมืองเก่าจนั ทบรุ ี โดยมีผ้ซู ือ้ ทงั้ ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ มีการคาดการณ์กนั ว่าใน 1
สปั ดาห์มีเงนิ สะพดั อย่ใู นตลาดพลอยประมาณ 200 - 500 ล้านบาท

กำรท่องเทยี่ ว

จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีแหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแ
ละ วฒั นธรรมเป็นจานวนมาก
สง่ ผลให้การท่องเที่ยวของจงั หวดั จนั ทบรุ ีสร้าง

รายได้ให้กบั จงั หวดั เป็นจานวนมาก
จากสถิติในแตล่ ะปีจะพบว่ามปี ริมาณนกั ท่องเท่ียวและรายได้จากการท่องเท่ียวเพิม่ มากขนึ ้ โดยในปี พ.ศ.
2555 มนี กั ท่องเทยี่ วเดินทางเข้ามาในจงั หวดั จนั ทบรุ ีรวมทงั้ สนิ ้ 1,072,348
โดยเกือบทงั้ หมดเป็นนกั ท่องเท่ยี วชาวไทย ในสว่ นของนกั ทอ่ งเท่ียวชาวต่างชาตทิ ี่เดินทางเข้ามาทอ่ งเท่ียวใ
นจงั หวดั จนั ทบรุ ีมีเพียง 53,443 คน

11

เท่านนั้ นกั ท่องเที่ยวสว่ นใหญ่จะเข้ามาพกั ผอ่ นในจงั หวดั จนั ทบรุ ีโดยเฉล่ยี 2.31 วนั
นกั ทอ่ งเทย่ี วเหลา่ นสี ้ ร้างรายได้ให้กบั จงั หวดั จนั ทบรุ ีกว่า 4,214 ล้านบาท
โดยมีค่าเฉล่ยี การใช้จ่ายของนกั ทอ่ งเท่ียวต่อวนั อยทู ่ี 1,503.07 ตอ่ คน
โดยนกั ท่องเทีย่ วชาวต่างชาติจะใช้จา่ ยต่อวนั อย่ทู ี่ 2,501.61 ต่อคนไมข่ าดสาย
ซงึ่ สามารถมาเท่ยี วได้ทกุ ฤดตู ลอดปี หากเป็นช่วงหน้าฝนและชว่ งผลไม้ออกผล ปริมาณนา้ ตกยิง่ ไหลแรง
และยงั ได้เท่ยี วชมสวนผลไม้ ซือ้ ได้จากสวนในราคาถกู เป็นอีกหนงึ่ มติ ิของการท่องเท่ียวในจงั หวดั จนั ทบรุ ี
สาหรับนกั ทอ่ งเที่ยวทรี่ ักสงบและชนื่ ชอบบรรยากาศของสายลาธารและทิวเขาเขยี วขจี

สถำนทีท่ ่องเทย่ี ว

ศนู ย์ส่งเสริมอญั มณีและเคร่ืองประดบั จนั ทบรุ ี
เสถานทีแ่ หลง่ เรียนเรื่องอญั มณีและจดั จาหน่ายอญั มณี
และเครื่องประดบั ท่ไี ด้มาตรฐานราคาโรงงาน
โดยการรับรองจากภาครัฐ
ท่ีน่มี พี ิพธิ ภณั ฑ์อญั มณีทีม่ ขี นาดใหญ่
และห้องชมวีดีทศั น์ในรูปแบบสามมิติ
ทีบ่ อกเลา่ เรื่องราวความเป็นมา
ของอญั มณีและเครื่องประดบั ของจนั ทบรุ ี ตงั้ แต่ต้นนา้ จน จรดปลายนา้
อญั มณีจากแหลง่ ตา่ งๆได้ผา่ นขนั้ ตอนการผลิตและแปรรูป จนได้เป็นผลิตภณั ฑ์ลา้ คา่
รอให้ทา่ นที่สนใจได้มาชมอย่ทู นี่ แ่ี ล้ว

เปิดบริการทกุ วนั ตงั้ แตเ่ วลา 09.00 – 17.00 น. ไม่เว้นวนั หยดุ ราชการ

ชุมชนเก่าริมนา้ ย่านท่าหลวง
หากใครทมี่ าเยือนจงั หวดั จนั ทบรุ ี
แล้วไม่ควรพลาดมาเดนิ เลน่ ชมสถาปัตยกรรม
บ้านเรือนโบราณ ที่
ชมุ ชนริมนา้ จนั ทบรู ชมุ ชนเก่าแกร่ ิมแมน่ า้ จนั ทบรุ ี
มจี ดุ เร่ิมต้นจากเชงิ สะพานวดั จนั ทร์
เป็นแนวไปตลอดจนถึงชมุ ชนตลาดลา่ ง เป็นทีพ่ กั อาศยั
และร้านค้าของชมุ ชนทม่ี ีอายเุ กือบร้อยปี ซง่ึ สร้างมา ตงั้ แตส่ มัยรัชกาลท่ี 5 มีลกั ษณะ

12

เป็นตึกแถว โบราณมี ลวดลายไม้จาหลกั อ่อนช้อย งดงาม
อยตู่ ามบานประตหู น้าต่างและมมุ อาคาร เป็นชมุ ชนเก่าแกท่ ี่มีคณุ ค่าทางประวตั ิศาสตร์ที่มีการอนรุ ักษ์เอา
ไว้เพอ่ื การท่องเท่ยี ว ซงึ่ ปัจจุบนั ยงั มี กองถ่ายละคร และกองถ่ายภาพยนตร์ รวมทงั้ ภาพยนตร์โฆษณา
มาใช้โลเกชน่ั บริเวณนกี ้ นั บ่อยครัง้

โบสถ์วัดแม่พระปฏสิ นธินิรมล
โบสถ์วดั แม่พระปฏสิ นธินริ มล ตงั้ อย่ใู นตวั เมืองจนั ทบรุ ี
บริเวณเดียวกบั โรงเรียนสตรีมารดาพิทกั ษ์ มลี กั ษณะต
ามศิลปะแบบโกธิก มกี ารตกแตง่
โบสถ์ไม้ฉลลุ ายประดบั กระจกสี เป็นรูปนกั บญุ
ในศาสนาคริสต์รูปปัน้ พระแม่มารีสหี น้าสงบ
เปี่ยมประกายเมตตา
ยนื อย่หู น้าวิหารทรงโกธิกซง่ึ ดยู ิง่ ใหญ่ หากภายในกลบั มีแต่ ความสงบเย็น และงดงามด้วยศิลปะตกแต่ง
แบบยโุ รป
อาคารอนั งดงามนีย้ นื หยดั ผ่านกาลเวลามากว่าศตวรรษ จึงมเิ พียงเป็นโบสถ์ท่สี วยงามท่สี ดุ เท่านนั้ หากยงั
เป็นศนู ย์รวมศรัทธาของผองชาวคริสต์ทงั้ ปวง
มเิ พียงเฉพาะเมืองจนั ทบรู แต่ครอบคลมุ ไปทว่ั ฝั่งทะเลตะวนั ออกเลยทีเดียว

โบสถ์สีนา้ เงนิ วัดปากนา้ เขมหนู
ชมโบสถ์เซรามิกสนี า้ เงนิ สีสนั โดดเด่น
ท่ี วดั ปากนา้ แขมหนู อาเภอท่าใหม่ แลนด์มาร์คถ่ายภาพ

สดุ คลู ของจนั ทบรุ ี ทง่ี ดงามวิจติ รตระการตาด้วยลวดลายพนื ้ โบสถ์สนี า้ เงินตดั กบั พืน้ สีขาว
คล้ายกบั ภาชนะลายครามท่ีทาจากเซรามิกในสมยั โบราณ แตกต่างจากอโุ บสถทว่ั ไปท่ีเคยพบเห็น
เป็นทีส่ ะดดุ ตาแก่ผ้ทู ไี่ ด้เห็นภาพ ทาให้มกี ารแชร์การในโลกโซเช่ียล
จนมนี กั ทอ่ งเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมความงาม ถา่ ยภาพกนั อยา่ งไมข่ าดสาย

สะพานปากนา้ แขมหนู
สะพานปากนา้ แขมหนู ซง่ึ เป็นสะพานข้ามแม่นา้ ที่
มีความสวยงามอกี สะพานหนง่ึ เป็นจดุ ชมววิ ทะเล
และวิถีชีวติ ของชาวประมงพนื ้ บ้าน ยามเย็นเราจะ
เห็นคนมาปั่นจกั รยานและตกปลากนั ท่ีริมสะพานแ
หง่ นี ้
ริมสะพานมีสวนสาธารณะขนาดย่อมและศาลาพกั
ผ่อน มจี ดุ ถา่ ยภาพเกๆ๋ ไมว่ า่ จะเป็น หลกั กโิ ลยกั ษ์
ซงึ่ บอกระยะทางจากจดุ นไี ้ ปยงั สถานท่ี

13

ต่างๆ ใกล้เคยี งว่าประมาณก่ีกิโลเมตร ซงึ่ จากตรงนีไ้ ปหาดเจ้าหลาวท่เี ราพกั ประมาณ 4 กโิ ลเมตร
เท่านนั้ หากมาในช่วงเยน็ ลมพดั เข้ามาตลอดเย็นสบายมาก

โฮมสเตย์ท่งุ เพล
ทงุ่ เพล ชมุ ชนท่ยี งั คงมธี รรมชาติท่แี สนบริสทุ ธ์ิ
ตงั้ อย่ใู นอาเภอมะขาม
จงั หวดั จนั ทบรุ ี พนื ้ ทีส่ ว่ นใหญ่ของทงุ่ เพลอดุ มส
มบรู ณ์และเขียวขจีด้วยต้นไม้ท่ีปกคลมุ ตลอดเส้
นทาง
ชมุ ชมมลี าธารนา้ ตกไหลผ่าน ชาวบ้านสว่ นให
ญ่ทาสวนผลไม้ เช่น ทเุ รียน
ลองกอง และยงั ทาสวนยางพาราและอนื่ ๆ จากเดมิ นอนจากชาวบ้านปลกู ผลไม้นานาชนิดแล้ว
เม่อื เห็นคณุ คา่ สวนผลไม้ใกล้นา้ ตกอนั สวยงาม ทาเลเหมาะสม
กลมุ่ ชาวบ้านท่งุ เพลจงึ รวมตวั กนั จดั ทาท่พี กั โฮมสเตย์ ด้วยความงามของนา้ ตกนกั ท่องเท่ยี วจงึ เร่ิมสนใจแ
วะมาเยือนอยา่ ง

จดุ ชมวิวเนินพญา

จดุ ชมววิ เนนิ พญา
เป็นจดุ ชมวิวท่มี ชี ื่อเสยี งของจนั ทบรุ ี เนือ่ งจากว่าเ
ป็นถนนเลียบชายหาดของจงั หวดั จนั ทบรุ ีผา่ นหาด
ค้งุ วิมาน อา่ วค้งุ กระเบน
หาดแหลมสิงห์ ทงั้ สองฝั่งถนน ติดทะเล และภเู ขา
ตวั ถนนโค้งไปตามภเู ขา
และทะเล เป็นถนนท่ไี ด้ชื่อว่าสวยงามท่ีสดุ
ในภาคตะวนั ออก ความยามของถนนเฉลิมบรู พาชลทิต มรี ะยะทางทงั้ หมด 111
กโิ ลเมตร เหมาะกบั การขบั รถเลน่ ชมวิวแล้ว ยงั เหมาะท่ีจะมาป่ันจกั รยานชมวิว
มเี ลนของจกั รยานโดยเฉพาะทีบ่ ริเวณไหลท่ าง

ศนู ย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวค้งุ กระเบน
ศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาอา่ วค้งุ กระเบนอนั เน่ืองมาจ
ากพระราชดาริ ตงั้ อย่ทู อี่ าเภอทา่ ใหม่ โดยได้สง่ เ
สริมให้เป็นสถานท่ที ่องเที่ยวเพอ่ื ให้ประชาชนทสี่
นใจเข้ามาศึกษาสภาพ

14

ธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนเิ วศในป่าชายเลนและรู้จกั ใช้ทรัพยากรเหลา่ นนั้ ให้ เกิด

ประโยชน์สงู สดุ โดยจดั เป็นเส้นทางเดนิ ศกึ ษาธรรมชาติท่ีทางศนู ย์ศกึ ษาการพฒั นาฯ จดั ทาขนึ ้ นนั้
มีระยะทาง 1.6 กโิ ลเมตร ผา่ นสะพานไม้ระแนง
ทอดยาวเข้าไปในดงป่าชายเลน ซง่ึ ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตมิ ีพรรณไม้หลากหลายชนดิ เช่น
โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โปรงแดง แสมทะเล รวมถึงได้เห็นสตั ว์น้อยแห่งป่าชายเลน อย่างเชน่
ปลาตีน ปแู สม ว่ิงไปมา รวมถึง
บรรยากาศในการเดินชมคอ่ นข้างร่มรื่นและเย็นสบายด้วยต้นไม้ทีป่ กคลมุ ตลอด 2 ข้างทาง

หาดเจ้าหลาว
หาดเจ้าหลาว ชายหาดยอดนยิ มแห่งจนั ทบรุ ี ทะเลท่ีน่ีอาจไมไ่ ด้มีนา้ สวยใส
หาดทรายขาวเหมือนทอี่ ่นื แตส่ ิ่งหน่งึ ทหี่ าดเจ้าหลาวมีและทาให้เราเลือกมาพกั ผอ่ นเพราะ
ทีน่ ่มี ีบรรยากาศที่มาแล้วรู้สกึ ไม่ว่นุ วาย

สิง่ แวดล้อมรอบข้างยงั คงมคี วามเป็นธรรมชาติอยมู่ าก หาดเจ้าหลาวอาจไมใ่ ชท่ ะเลท่สี วยโดนใจใคร
แตถ่ ้าได้มาพกั ซกั หน่ึงคืน รับรองว่าโดนใจ
ทงั้ ในเร่ืองบรรยากาศของชายหาดท่คี ่อนข้างสงบ อาห
ารทะเลทีส่ ด
ราคายอ่ มเยาว์ รสชาติถกู ปาก เหมาะแล้วสาหรับกา
รแพคกระเป๋ ามาพกั ในช่วงระยะเวลาสนั้ ๆ
ให้ร่างกายและหวั ใจสดช่ืนขึน้

ลานหนิ สชี มพู
เป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวที่ตงั้ อย่ภู ายในบริเวณเขตห้ามลา่
สตั ว์ค้งุ กระเบน อาเภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
ลกั ษณะเป็นลานหินสีชมพอู มนา้ ตาลแดง
สวยงามแปลกตาที่แทรกตวั อย่รู ิมชายหาดยาวไปจนสุ
ดลานหินสีชมพทู เ่ี ป็นจดุ ชมวิวสาคญั
สามารถมองเห็นเกาะทอ่ี ย่รู อบๆ ได้อย่างสวยงาม

15

เจดยี ์บ้านหวั แหลม
ตงั้ อย่ใู กล้กบั ทา่ เทียบเรือประมงบ้านหวั แหลม อาเภ
อนายายอาม จงั หวดั จนั ทบรุ ี
ความโดดเดน่ ท่ีนา่ สนใจของ คือ
เจดยี ์สขี าวเก่าแก่ท่ตี งั้ อย่บู นโขดหนิ กลางนา้ ทะเล
ชาวบ้านเรียกกนั ว่า “เจดยี ์บ้านหวั แหลม” เป็นเจดีย์
ทมี่ อี ายุกวา่ 200 ปี
เช่อื กนั วา่ สร้างไว้เป็นส่ิงยดึ เหนย่ี วจิตใจของชาวประ
มง โดยมสี ะพานไม้พาดผ่านโขดหินน้อยใหญ่ยื่นยาวออกไปในทะเลระยะทางได้ประมาณ 50 เมตร
เพ่อื เป็นทางเดนิ ไปสกั การะ เจดยี ์บ้านหวั แหลม

sky view café
คาเฟ่ริมผา วิวสวยติดจุดชมววิ ผาสขุ นิรันดร์
ทอี่ าจต้องใช้เวลาเดนิ ขนึ ้ ไปสกั หนอ่ ย
แตเ่ มอ่ื ได้ขึน้ ไปแล้วรับรองค้มุ ค่า
กบั ววิ ร้านสวยๆทมี่ องเหน็ ววิ ทะเลอย่เู บือ้ งหน้า
หากมาในช่วงเย็นก็สามารถชมแสงสี
และวิวพระอาทิตย์ตกได้ จากหน้ าร้ าน
แถมภายในร้านยงั มีจดุ ถ่ายภาพเพียบ ทงั้
แปลตาข่ายย่ืนไปในทะเล รังนกบาหลีแบบตา่ งๆ บนั ไดสวรรค์สีขาว รับรองได้ภาพสวยกลบั ไปเพยี บ

เลเกลอื คาเฟ่ 16
ร้านกาแฟ วิวนาเกลือ
ทต่ี กแต่งในโทนสขี าวสดุ ละมมุ ทงั้ ร้านเป็นกระจกใสรอบด้าน
สามารถมองเห็นววิ ได้โดยรอบ มีทนี่ งั่ ทงั้ ข้างใน (ติดแอร์)
และข้างนอก ด้านหลงั ร้านมีจดุ ถ่ายภาพสวยๆ ทงั้ ระเบียงไม้
ที่นง่ั แปลตาขา่ ย ชิงช้า บนั ไดสวรรค์ กงั หนั ลม
สาหรับโพสต์ทา่ ถา่ ยรูปกนั

ชมปลาคาเฟ่
ชมปลา คาเฟ่
คาเฟ่กลางสระนา้ ทม่ี ีปลาคาร์ฟฝงู ใหญ่แหวกว่ายคอยต้
อนรับ ร้านตกแต่งในโทนสีขาวน่ารัก
มมี มุ นงั่ ชิลลห์ ลายมมุ
โดยเฉพาะมมุ แปลตาข่ายให้ได้ทอดกาย
ชมเหลา่ ฝงู ปลาเพลินๆ
หรือจะเดินชมถ่ายรูปกบั ปลาคราฟสีสนั สวยงามท่แี หวก

วา่ ยอยภู่ ายในสระได้ สว่ นเมนมู ีให้เลือกทงั้ เครื่องดื่มและของหวาน เช่น กาเเฟสด โกโก้ ชาเขียว เค้ก
วาฟเฟิ ล

โฮมสเตย์กินปู
กนิ ปเู มอื งจนั อีกหนึง่ กิจกรรมอ่มิ อร่อยยอดฮิต กบั
โฮมสเตย์จนั ทบรุ ีกินบฟุ เฟ่ต์อาหารทะเลสดไมอ่ นั้ ทงั้ ปู
ปลา ก้งุ หอยนางลม ทีเ่ สริฟ์ ให้ทานกนั แบบจดั หนกั
จดั เต็มกนั จนอมิ่ ท้อง ซงึ่ มีหลากหลายโฮมเสตย์ให้เลอื ก
ซง่ึ สว่ นใหญ่ตงั้ อย่ใู นอาเภอแหลมสงิ ห์และอาเภอขลงุ
นอกจากจะได้อม่ิ อร่อยกบั อาหารทะเลสดๆ แล้ว
ทางทพ่ี กั ยงั มีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้สนกุ สนาน เช่น
ลอ่ งเรือชมป่าชายเลน และวิถีชีวิตริมป่าชายเลย รวมถงึ กิจกรรมทางนา้
พายคายคั ให้ได้สนุกสนานและเพลิดเพลินอีกด้วย

อทุ ยานแห่งชาตินา้ ตกพลิว้
อทุ ยานแห่งชาตินา้ ตกพลวิ ้ มพี นื ้ ท่คี รอบคลมุ ท้องท่อี าเ
ภอเมอื ง อาเภอแหลมสงิ ห์ อาเภอขลงุ
และอาเภอมะขาม จงั หวดั จนั ทบรุ ี ประกอบ
ด้วยป่าทีส่ มบูรณ์
เทอื กเขาสงู สลบั ซบั ซ้อนเป็นแหลง่ ต้นนา้ ลาธารหลายส
าย และมเี อกลกั ษณ์ทางธรรมชาติ คอื
นา้ ตกพลิว้ ทีส่ วยงาม มนี า้ ตกตลอดปี เป็นทร่ี ู้จกั ของประชาชน

17

ทวั่ ไป สาหรับพกั ผ่อนหย่อนใจ ภายในบริเวณนา้ ตกและลาคลองมีปลาหลายชนิดอาศยั อย่เู ป็นจานวนมาก
ทาให้เราได้ตน่ื ตาตรึงใจกบั ฝงู ปลาแก่ผ้ทู ่ไี ปท่องเที่ยวพกั ผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะปลาพลวงหนิ นา้ ตกพลวิ ้
จึงเป็นนา้ ตกที่มชี อ่ื เสยี งและเป็นทน่ี ยิ มของนกั ท่องเท่ยี ว

ตกึ แดง

ตกึ แดง สถานทีท่ ่องเทีย่ วทางประวตั ิศาสตร์
ตงั้ อยทู่ ี่ตาบลปากนา้ แหลมสิงห์ อาเภอแหลมสิงห์
บริเวณท่าเรือแหลมสงิ ห์ อาเภอแหลมสิงห์
ตกึ นเี ้ป็นกองรักษาการณ์และท่ีพกั ของทหารที่
รักษาปากนา้ แหลมสงิ ห์
ในครัง้ ทฝี่ รั่งเศสได้แผอ่ ิทธิพลครอบครองญวนและเขม
ร ต่อมาตกึ แดงได้รับการบูรณะเพ่อื ใช้เป็นอาคารห้องสมดุ และศนู ย์การศกึ ษานอกโรงเรียนของอาเภอแหล
มสิงห์และเลิก ใช้ไป จนกระทงั่ ในปัจจบุ นั ตกึ แดงเปิดให้
นกั ท่องเทยี่ วเข้าชมโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชม เวลาเปิดทาการ: 08.30 – 16.30 น.

คุกขไี้ ก่
คกุ ขไี ้ ก่ ตงั้ อยทู่ ่ีตาบลปากนา้ แหลมสงิ ห์ ใกล้ตกึ แ
ดง สร้างขนึ ้ เม่ือ พ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112
เมอ่ื ฝร่ังเศสได้เข้ายดึ จนั ทบรุ ีในกรณีพิพาทกนั ด้ว

เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่นา้ โขง ชาวบ้านเรียกว่าป้
อมฝรั่งเศส ต่อมาใช้เป็น ท่ีกักขงั
นกั โทษทงั้ ทหารญวนคนจีนคนในบงั คบั ของฝรั่งเ
ศสรวมทงั้ คนไทยท่ีตอ่ ต้านฝร่ังเศส โดยขงั คนไว้ด้านลา่ ง ด้านบนเลยี ้ งไกเ่ พอื่ ให้ถา่ ย
ใสน่ กั โทษ คกุ นเี ้ลิกใช้งานเม่ือทหารฝรั่งเศสถอนกาลงั ออกจากเมอื งจนั ทบรุ ี ซงึ่
ปัจจบุ นั จงึ กลายเป็นโบราณสถานทแี่ สดงให้เห็นถึงร่องรอยในอดีต

โอเอซีส ซีเวิลด์
โอเอซีส ซีเวลิ ด์ ตงั้ อยใู่ น อ.แหลมสิงห์ จ.จนั ทบรุ ี
เป็นสถานที่เพาะพนั ธ์ุโลมา และการแสดงโลมา 2
สายพนั ธ์ุไทย นน่ั กค็ ือ
โลมาปากขวดหรือโลมาสชี มพู
และโลมาหวั บาตรหรือโลมาอริ ะวดี
และนอกจากการแสดงโลมาแล้วนนั้ โอเอซสี
ซีเวิลด์กย็ งั

18

เปิดบริการให้นกั ท่องเทย่ี วลงเลน่ นา้ กบั โลมาด้วย จบั ได้ สมั ผสั ได้ ชนดิ ที่เรียกว่า “เนือ้ แนบเนอื ้ ”
กนั เลยทีเดยี ว

นำ้ ตกเขำกระทงิ

มาต่อด้วยท่ีเที่ยวจนั ทบรุ ีแนวธรรมชาติบ้างอย่าง
"นา้ ตกกระทงิ " ตงั้ อยใู่ นเขตอทุ ยานเขาคชิ ฌกฏู
ท่ีเปิดให้นกั ท่องเท่ยี วได้ลงเลน่ นา้ กนั อย่างสบายใ
จและปลอดภยั หายห่วง เพราะนา้ ไมล่ กึ มาก
แถมยงั ไมม่ ีโขดหนิ เยอะมากเท่าไรนกั
เรียกได้ว่าเป็นสถานทท่ี ่องเท่ียวจนั ทบรุ ีทคี่ นรักธร
รมชาตไิ ม่ควรพลาด

วัดกระทงิ อกี หน่ึงท่เี ท่ียวจนั ทบรุ ีท่ีสายมตู ้องรู้จกั เป็นศาสนส

ถานทส่ี าคญั พอ ๆ กบั รอยพระพทุ ธบาทเลยกว็ ่าได้
เพราะวดั แหง่ นีม้ ีเกจิอาจารย์ดงั เรื่องช่ืออยา่ งหลวงพ่อเขยี นท่ี
ปัจจบุ นั ยงั คงมีสงั ขารของท่านบรรจอุ ยใู่ นโลงแก้วเพ่อื ให้ญาติ
โยมหรือลกู ศิษย์ทงั้ หลายได้เข้ากราบไหว้สกั การะเพอื่ เสริมสิริ
มงคลนนั่ เอง

Viva Foresta Farm
chanthaburi ท่เี ทยี่ วจนั ทบรุ ีสไตลฟ์ าร์มสตั ว์แส

นนา่ รัก มขี นาดใหญ่กว่า 31 ไร่
นอกจากความน่ารักของเหล่าบรรดาสตั ว์
นอกจากนยี ้ งั เป็นสถานทีเ่ ที่ยวจนั ทบรุ ีแหง่ นีย้ งั มบี
รรยากาศและวิวทิวทศั น์ให้ความรู้สกึ เหมอื นอยสู่ วิ
ตเซอร์แลนด์ มมี มุ ถ่ายรูปเพยี บ!

19

โบราณสถานเมอื งเพนียด

ปิดท้ายความคลาสสิกของอาเภอเมอื งที่
“โบราณสถานเมืองเพนยี ด” สถานทเ่ี ที่ยวจนั ทบรุ ีท่ีพ
บหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์มากมาย
ทงั้ โบราณสถานและโบราณวตั ถุ
ทป่ี ัจจบุ นั นเี ้หลือเพียงแคร่ ่องรอยทางประวตั ิศาสตร์ใ
ห้ศกึ ษา
แต่ถ้าหากต้องการชมและศกึ ษาวตั ถโุ บราณเก่าแก่ มีพพิ ธิ ภณั ฑ์วดั ทองทว่ั ที่อย่หู ่างออกไปเพียง 400
เมตรเทา่ นนั้

ชุมชนริมน้าจันทบรู เป็นชมุ ชน 3 ศาสนา
และยา่ นการค้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปีทีบ้านเรือนสว่ นใ
หญ่ยงั คงความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้เป็นอย่
างดคี ่ะ ภายในชมุ ชน มบี ้านเก่า กจิ การร้านค้า ร้านขายของ ทีพ่ กั ร้านขนมทงั้ สมยั เก่าและสมยั ใหม่
และยงั ได้รับรางวลั Asia-Pacific Heritage Award จาก UNESCO อกี ด้วย
เรียกได้ว่าเป็นอกี หนงึ่ ที่นา่ เที่ยวทีพ่ ลาดไมไ่ ด้เลยถ้ามาจนั ทบรุ ีนน่ั เอง

สวนมังคดุ ไทย (สวนคุณปัญญา)ที่นมี่ ีต้นมงั คดุ กว่า 300 ต้นคะ่ อีกทงั้ ผลไม้หลากหลายชนิดประกอบ
ไมว่ า่ จะเป็น มะยงชิด มะม่วง มะพร้าว เงาะ แตจ่ ดุ เด่นอยทู่ ่ผี ลของมงั คดุ มคี ณุ ภาพ
ไมม่ ปี ัญหาเรื่องเนอื ้ แก้ว และยางนน่ั เอง อีกทงั้ การันตดี ้วยรางวลั ชนะเลศิ การประกวดมงั คดุ
ในงานเทศกาลผลไม้และของดีจงั หวดั ระยอง ค่ะ แถมเป็นแหลง่ ท่องเทย่ี วเชิงเกษตร

ตามมาชมิ ได้เลย การเดินทาง ห่างจากย่านตวั เมอื งระยองราว 11 กม.

เดินทางจากย่านตวั เมอื งบนทางหลวงหมายเลข 3138 ก่อนถึง อ.บ้านค่าย ราว 5 ก.ม.
สงั เกตสุ ามแยกมีปา้ ยบอกทางไปสวนมงั คดุ ไทย และรูปปัน้ มงั คดุ ลกู ใหญ่ เลีย้ วซ้ายไปอีกราว 2 ก.ม.
สวนมงั คดุ ไทยอย่หู ลงั อบต.หนองตะพาน

20

สวนคุณไพบูลย์ สวนคณุ ไพบลู ย์ ท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร จ.ระยอง
จะเปิดให้บริการให้นกั ท่องเที่ยวได้เข้าเย่ียมชมและรับประทาน
ผลไม้สดๆ จากต้น
ซง่ึ กลางพฤษภาคมเปิดสวนทเุ รียนนกกระจบิ รุ่นแรก,
ทเุ รียนหมอนทอง, มงั คดุ , เงาะ และลองกอง คะ่
การเดินทาง เม่ือถงึ ระยอง สงั เกต สี่แยกทบั มา ให้ขบั ตรงมา
ขวามือจะพบ MAKRO เลยมาซ้ายมอื จะพบ BIGC ให้ข้ามสะพานหน้า BIGC ขบั ตรงมา
จะพบสแี่ ยกบ้านดอนให้ขบั ตรงมา และเตรียมชิดซ้ายเพ่ือเลยี ้ วซ้ายที่สี่แยกบ้านแลง (ไม่ขึน้ สะพาน)

เข้าทางหลวงหมายเลข 3139 (ขวามอื มีเซเว่นอีเลฟเวน่ ) เมอ่ื เลยี ้ วซ้ายมาแล้วให้ขบั ตรงมาเรื่อยๆ
จนพบสะพานข้ามบงึ นา้ และมรี ้านอาหารครัวสมใจอย่ซู ้ายมอื ขวามอื เป็นวดั จฬุ ามณุ ี
ให้ชิดซ้ายเพื่อเลยี ้ วซ้ายมานาตาขวญัั เมือ่ เลีย้ วซ้ายมาแล้ว ให้ขบั ตรงมาเรื่อยๆ
จะผา่ นวดั นาตาขวญั อย่ซู ้ายมือ ผา่ นโรงเรียนวดั นาตาขวญั ผ่านร้านบญุ ชว่ ยการเกษตรอย่ซู ้ายมือ
ปัม้ สมจิตรบริการอยขู่ วามือ ให้เตรียมชิดขวาเพ่ือเลีย้ วขวาข้างๆ ท่ที าการ อบต.นาตาขวญั
เม่ือเลีย้ วขวาเข้ามาแล้ว ขบั ตรงมาจนพบสามแยก ให้เลีย้ วซ้าย วิ่งมาประมาณ 500 เมตร
จะพบปา้ ยช่ือสวนและทางเข้าสวนอยขู่ วามือ

สวนยายดา-ป้าบุญช่นื

สวนยายดาเป็นสวนผลไม้ผลแบบผสมผสานคะ่ จะมที เุ รียน
และเงาะเป็นหลกั ซงึ่ เปิดให้นกั ทอ่ งเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้
ทงั้ กินอิ่ม และนอนเลน่ ได้ทงั้ วนั พร้อมส้มตาบฟุ เฟต์อกี ด้วย
แตล่ ะปีสวนจะเปิดไม่ตรงกนั แล้วแตผ่ ลไม้ออก
ซง่ึ สว่ นใหญ่สวนจะเปิดประมาณ 1 พ.ค. นจี ้ นถงึ ประมาณ
ต้นเดือน ก.ค. หรือจนกวา่ ผลไม้จะหมดค่ะ

ความสนกุ ของการมาเที่ยวท่ีน่ีกค็ ือ
ทางสวนจะมีตะกร้าผลไม้ให้เราไปเด็ดผลไม้จากใสก่ ระจาดแล้วไปชมิ กนั ได้เลย

การเดนิ ทาง เม่ือถงึ ระยอง ใช้ถนนสขุ มุ วิทเส้นทาง ระยอง-จนั ทบรุ ี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง
แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพยี ง 4
กม.ก็จะถงึ สวนยายดา รถโดยสารประจาทาง มาลงที่สถานีขนสง่ จงั หวดั ระยอง แล้วต่อรถสองแถวระยอง-
ตะพง-ยายดา ระยะทางเพยี ง 12 กม.ก็จะถึงสวนยายดา

21

อำหำร

จงั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นจงั หวดั ที่มีความอดุ มสมบรู ณ์และมพี ืชพนั ธ์ุหลากหลายชนิด
สง่ ผลให้มกี ารนาพืชพนั ธ์ุเหล่านนั้ เข้ามาใช้เป็นสว่ นหนึ่งในการประกอบอาหาร
สาหรับอาหารท่ขี นึ ้ ช่ือมากที่สดุ ของจงั หวดั จนั ทบรุ ี
คอื แกงหมูชะมวง ซง่ึ ใช้ใบชะมวงเป็นวตั ถดุ ิบหลกั ในการปรุงขึน้ มรี สชาติทงั้ สนิ ้ 3 รส คอื เค็ม
เปรีย้ วและหวาน อาหารอีกชนดิ หน่งึ ทไ่ี ด้รับความนิยมและสร้างช่ือเสยี งให้แกจ่ งั หวดั จนั ทบรุ ีเป็นอย่างมาก
คือ ก๋วยเตีย๋ วเนือ้ เลียงหรือหมูเลียง โดยนาก๋วยเต๋ียวเส้นจนั ท์ ซง่ึ เป็นเส้นก๋วยเต๋ียวที่มีลกั ษณะเหนียวนมุ่
ไมเ่ ปื่อยง่าย เข้ามาผสมผสานกบั นา้ ก๋วยเต๋ียวท่ีปรุงจากเครื่องเทศและวตั ถดุ บิ อน่ื ๆ ในสว่ นอาหารอื่น ๆ
ทีม่ ีช่ือเสยี งของจงั หวดั จนั ทบุรีได้แก่ นา้ พริกปไู ข่ แกงเนือ้ แกงหมู กว๋ ยเตี๋ยวผดั ปู นา้ พริกเกลือ

นา้ พริกระกาและอาหารทะเลจานต่าง ๆ เป็นต้น

ในสว่ นของอาหารวา่ งและเครื่องดม่ื ของจงั หวดั จนั ทบรุ ีนนั้ มีหลายอยา่ งที่ได้รับความนิยมเป็นอยา่ งมาก
ในสว่ นของอาหารว่างท่ีสาคญั คอื ข้าวเกรียบอ่อนน้าจิ้ม ซง่ึ มลี กั ษณะใหญ่กว่าข้าวเกรียบปากหม้อโดยทวั่ ไ
ป ทองม้วนอ่อน ซงึ่ จะมีรสชาตแิ ตกต่างไปตามวตั ถดุ ิบทเ่ี ข้ามาเป็นสว่ นผสมและ ปาท่องโก๋ ซง่ึ มีความแตก
ต่างจากปาท่องโก๋ในจงั หวดั อน่ื ท่ีนา้ จมิ ้
โดยนา้ จมิ ้ ปาทอ่ งโก๋ของจงั หวดั จนั ทบรุ ีจะเป็นนา้ จมิ ้ ท่มี ีรสหวานออกเปรีย้ วในสว่ นของเครื่องดมื่ นนั้ ทีส่ าคญั
ได้แก่ น้าสารอง ซง่ึ เป็นนา้ พืชสมนุ ไพรทม่ี ีคณุ คา่ ทางอาหารและสรรพคณุ ทางยา

ดูอาหรเพมิ่ เตมิ ได้ท่นี ้ี
https://www.wongnai.com/listings/recommended-

restaurants-chanthaburi

22

ประชำกร

จากประกาศสานกั ทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยปี พ.ศ. 2560 รายงานวา่
จงั หวดั จนั ทบรุ ีมีประชากร 532,466 คน คิดเป็นอนั ดบั ที่ 46 ของประเทศ มีความหนาแนน่ ของประชากร

82.71 คนตอ่ ตารางกิโลเมตร
โดยบริเวณท่มี ีความหนาแน่นของประชากรมากที่สดุ ในจงั หวดั อย่ทู เี่ ขตเทศบาลเมอื งขลงุ ซง่ึ มีความหนาแ

น่นของประชากร 3,772
คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรของจงั หวดั จนั ทบรุ ีสว่ นใหญ่อาศยั อย่ใู นเขตอาเภอเมืองจนั ทบรุ ี โดยมีประ

ชากรอาศยั อย่รู ้อยละ 25.03
สว่ นอาเภอที่มปี ระชากรอาศยั อย่นู ้อยที่สดุ คืออาเภอเขาคิชฌกฏู โดยมีประชากรอาศยั อย่เู พียงร้อยละ 5.33

ของประชากรทงั้ จงั หวดั ประชากรจงั หวดั จนั ทบรุ ีบางสว่ นเดนิ ทางย้ายถิน่ ฐานไปยงั จงั หวดั อน่ื
โดยสว่ นใหญ่แล้วเพ่ือหางานทาในจงั หวดั นนั้ ๆ ประชากรชาวจนั ทบรุ ีสว่ นมากมีสญั ชาติไทยคิดเป็นร้อยละ
94.82 รองลงมามีสญั ชาติกมั พชู าร้อยละ 2.90 สญั ชาติลาวร้อยละ 1.20 ท่ีเหลือเป็นประชากรสญั ชาติอื่น

ๆ ในจานวนนมี ้ ชี าวยโุ รป 397 คนและชาวแอฟริกนั 561 คนรวมอย่ดู ้วย

ภำษำ

ชาวจนั ทบรุ ีใช้ภาษาไทยแบบภาคกลางเป็นภาษาทางราชการและใช้สือ่ สารในชวี ติ ประจาวนั
อยา่ งไรกต็ ามภาษาไทยท่ีชาวจนั ทบรุ ีใช้พดู นนั้ จะมสี าเนยี งและหางเสียงทแ่ี ปลกจากภาษาไทย

ภาคกลาง มีคาบางคาท่เี ป็นภาษาถ่ินเฉพาะ เช่น การใช้คาวา่ ฮิ เป็นคาสร้อย
การเรียกยายว่า แมะ เป็นต้น นอกจากนีแ้ ล้วในจงั หวดั จนั ทบรุ ียงั พบภาษาท้องถิ่นในตระกลู ภา

ษาออสโตรเอเชียตกิ ท่สี าคญั อกี 1 ภาษา
คือ ภาษาชอง ซง่ึ เป็นภาษาทีพ่ ดู โดยชาวชอง สว่ นใหญ่แล้วชาวชองมกั ตงั้ ถิ่นฐานในอาเภอมะข
าม อาเภอโป่งนา้ ร้อนและอาเภอเขาคิชฌกฎู ในปัจจบุ นั ภาษาชองกาลงั ตกอยใู่ นภาวะสญู หาย

เนอ่ื งจากพลเมืองชาวชองประมาณ 6,000 คน มีผ้ทู ่สี ามารถพดู ภาษาชองได้เพยี งแค่ 500
คนเทา่ นนั้ ] ในสว่ นของภาษาอื่น ๆ ทม่ี ปี ระชากรในจงั หวดั ใช้

23

สอื่ สารในครัวเรือนเกิน 1,000 คนขนึ ้ ไป
ได้แก่ ภาษาเขมร ภาษาลาวภาษาพม่าและภาษาองั กฤษ

ศำสนำ

จากการสามะโนประชากรของจงั หวดั จนั ทบรุ ีในปี พ.ศ. 2553 พบวา่
ประชากรสว่ นมากในจงั หวดั จนั ทบรุ ีนบั ถือศาสนาพทุ ธคดิ เป็นร้อยละ 97.95
รองลงมานบั ถือศาสนาคริสต์คดิ เป็นร้อยละ 1.22 ศาสนาอสิ ลามคดิ เป็นร้อยละ

0.40 ศาสนาฮนิ ดคู ดิ เป็นร้อยละ 0.03 ศาสนาอ่นื ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.23
และมผี ้ไู มน่ บั ถือศาสนาใด ๆ คดิ เป็นร้อยละ 0.17 ในกลมุ่

ศาสนิกชนทนี่ บั ถือศาสนาอ่นื นอกเหนอื จากศาสนาพทุ ธสว่ นใหญ่มกั อาศยั อย่ใู นเขตเทศบาล ใ
นสว่ นของคริสต์ศาสนกิ ชนในจงั หวดั จนั ทบรุ ีพบมากท่ีสดุ ในเขตเทศบาลเมอื งจนั นิมิตโดยมีผ้นู ั

บถือศาสนาคริสต์ถึงร้อยละ 50 จากประชากรทงั้ หมดในเขตเทศบาล

ประเพณีและวัฒนธรรม

ประเพณีท้องถ่ินทช่ี าวท้องถ่ินของจนั ทบรุ ีถือปฏิบตั ิกนั มาเป็นเวลานาน

สบื ทอดกนั มาจากบรรพบรุ ุษ เชน่ ประเพณีการนมสั การรอยพระบาทเขาคิชฌกฏู หรือพระบาทพลวง

เป็นเทศกาลเดือน 3 ทป่ี ฏิบตั ิกนั มานานแล้ว ประเพณีการชกั พระบาทของ ชาวหม่บู ้านตะปอน

พระบาทจาลอง ของวดั ตะปอนน้อย วดั เป็นปชู นียวตั ถทุ ีมไี ว้เคารพบชู า เป็นต้น

ประเพณีการนมสั การรอยพระบาทเขาคิชฌกฏู จนั ทบรุ ี ประเพณีการนมสั การรอยพระบาทเขาคิชฌกฏู

หรือพระบาทพลวง เป็นเทศกาลเดือน ๓ ที่ปฏบิ ตั ิกนั มานานแล้วเดิม เร่ิมขึน้ ไปนมสั การในวนั ขนึ ้ ๑ ค่า - ขนึ ้

๑๕ ค่าเดือน ๓ รวม ๑๕ วนั ของทกุ ปี แต่มาระยะหลงั เริ่มเป็นทรี่ ู้จกั ของผ้คู น ที่มีความเลอื่ มใสศรัทธา

ทงั้ ชาวไทยและตา่ งประเทศได้เปิดเวลาให้นมสั การมากขึน้ กลา่ วคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นมา

เปิดให้นมสั การ ๖๐ วนั และยงั คงยดึ เดือน ๓ เหมือนเดมิ กอ่ นการนมสั การจะเร่ิมขึน้ คือในวนั แรม ๑๔ ค่า

เดือน ๒ จะมกี ารทาพธิ ีเปิดพระบาทเรียกว่า "เปิดป่า" แล้วจงึ เร่ิมเปิดให้ขนึ ้ นมสั การพระบาทจนครบ ๖๐ วนั

จึงมพี ิธีเปิดป่า สาหรับการเดินทางไปนมสั การในสมยั แรกต้องเดินด้วย

24

เท้าโดยเริ่มตงั้ แต่วดั พลวง ไปจนถึงพระบาทและกลบั ไม่ทนั ในวนั เดยี ว

คนที่จะขึน้ ไปนมสั การจะต้องพกั ค้าง

แตใ่ นปัจจุบนั สามารถไปกลบั ได้ภายในวนั เดียวการขนึ ้ ก็อาจเดนิ ด้วยเท้า

ใช้เวลาในการขนึ ้ รวมทงั้ พกั ระหวา่ งทางด้วยประมาณ ๕ ชวั่ โมง แต่ถ้าไมเ่ ดินจะมรี ถให้บริการเป็นชว่ ง ๒

ช่วง แล้วเดินทางต่อด้วยเท้าอกี ประมาณ ๑ชวั่ โมง แตก่ ารเดนิ ทางด้วยเท้าจะมโี อกาสได้สมั ผสั บรรยากาศ

ร่มร่ืน ความงดงามของป่า ตามธรรมชาติได้มากกว่า เมือ่ ขนึ ้ ไปถงึ พระบาท จะหายเหนด็ เหนื่อยทนั ที

เพราะอากาศเย็นสบาย และสามารถมองทิวทศั น์ที่งดงามของเมอื งจนั ทบรุ ี ได้สว่ นหนึง่

ระหวา่ งทางจะมเี จดีย์และส่ิงศกั ดส์ิ ิทธิ์ให้แวะนมสั การและตอ่ จากพระบาทจะมหี ้างฝร่ัง

สาหรับพกั ผ่อนหย่อนใจ นอกจากนยี ้ งั มีถา้ หลายถา้ ให้ได้เข้าไปชมเชน่ ถา้ นา้ ถา้ วิมาน และถา้ ฤาษี

ระหว่างการเดนิ ทางจะพบกบั คนหลายวยั

แม้จะมาจากต่างถิ่นต่างที่แต่กจ็ ะแสดงความเอือ้ เฟือ้ เผอื่ แผซ่ งึ่ กนั และกันเชื่อกนั ว่า

การไปนมสั การพระบาทพลวง จะได้บญุ มากประสงค์สิง่ ใดมกั ได้ดงั ปรารถนา ถ้าใครได้ขนึ ้ ไปนมสั การครบ

๗ ครัง้ เปรียบเสมือนได้บวชหน่ึงครัง้ หรือเหมือนได้ขนึ ้ สวรรค์

จากการสมุ่ สอบถามผ้ทู ่มี านมสั การพระบาทพลวงจงึ มกั พบผ้คู นท่มี านมสั การพระบาทพลวงมากกว่า ๑

ครัง้ การเดนิ ทางจากจนั ทบรุ ี เป็นทางลาดยางแยกจากถนนสขุ มุ วิท
ตรงสแ่ี ยกเขาไร่ยาเข้าไปตามเส้นทางไปนา้ ตกกระทิง
เมอื่ ถึงหม่บู ้านกระทงิ แยกขวาเข้าหม่บู ้านพลวงก็ถงึ วดั พลวง จะมีรถบริการต่อไป ถ้าไมเ่ ดนิ ด้วยเท้า
หากใครได้มา นมสั การพระบาทพลวงถือวา่ เป็นสริ ิมงคลแกช่ วี ิตของตนเอง

ประเพณีการชกั พระบาทของชาวหม่บู ้านตะปอน
พระบาทจาลอง ของวดั ตะปอนน้อย วดั เป็นปชู นียวตั ถทุ มี ีไว้เคารพบชู า ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕

เจ้าพระยาลาธารดานรสทิ ธิ์
ได้เป็นประธานการผูกพทั ธสีมาฝังลกู นมิ ติ พระอโุ บสถหลงั เกา่ ซง่ึ สร้างขนึ ้ ในสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหา
ราช ปัจจบุ นั พระอโุ บสถ หลงั นีย้ งั ปรากฎอยซู่ งึ่ มีอายปุ ระมาณ ๔๐๐ปี
ได้นาเอาพระบาทจาลองมาจากวดั ช้างไห้ จงั หวดั ปัตตานี
โดยมาทางเรือเม่ือมาถงึ อาเภอแหลมสงิ ห์ได้จดั ทาพิธีสมโภชฉลองกนั ๗ วนั จากนนั้ นาไว้ทวี่ ดั ตะปอนน้อย
ลกั ษณะของพระบาทจาลองนี ้ทาด้วยผ้ากว้างประมาณ ๕ ศอก ยาว๒๑ ศอก
บนผืนผ้านีป้ ระกอบด้วยรอยพระบาท ๔ รอย รอยที่หนงึ่ เป็นรอยของ " พระกตุ สนั โธ "
รอยทสี่ องเล็กลงมาเป็นรอยพระบาทของ " พระโคนาดม " เลก็ รองลงมาเป็นรอยที่สามเป็นรอยพระบาทของ
" พระกสั สปะ " และรอยทีส่ เี่ ป็นรอยเล็กท่ีสดุ เป็นรอยของ " พระพทุ ธโคดม " ( พระพทุ ธเจ้า )
ซงึ่ รอยทงั้ สี่นซี ้ ้อนกนั อย่บู นผืนผ้าชนิ ้ เดยี วกนั คนในสมยั นนั้ เชอ่ื กนั ว่า " รอยพระบาท "
นสี ้ ามารถขจดั โรคภยั ไข้เจบ็ ตา่ งๆ ท่ีระบาดในหมบู่ ้านนไี ้ ด้ ซง่ึ ในสมยั นนั้ ทางการแพทย์ยงั ไม่เจริญเท่าท่คี วร
ปีใดมีโรคระบาดทาให้ผ้คู นล้มตายกนั มาก โดยไม่มีทางทีจ่ ะชว่ ยได้ ชาวบ้านจะนาพระบาทจาลองออกแห่
ในการแห่นเี ้ขาจะม้วนผ้าให้กลมแล้วเอาผ้าหอ่ ข้างนอกอีกหลายชนั้ แล้วนาไปใสเ่ กวียนและประดบั เกวียนท่ี
บรรทกุ พระบาทจาลองให้สวยงาม และจะมคี นตกี ลองที่อย่บู นเกวยี นนนั้ ด้วย โดยแหไ่ ปตามท่ีต่าง ๆ
สามารถนาเกวียนไปได้ ถ้าบ้านใดมีผ้คู นเจ็บป่ วยมากก็อญั เชิญพระบาทจาลองนีข้ ึน้

25

ไปบนบ้าน มพี ระสงฆ์ประพรมนา้ มนต์ไปทวั่ ๆ โรคภยั ไข้เจบ็ นนั้ ก็จะหายหรือเบาบางลง
ต่อมานนั้ การแพทย์เจริญขึน้ โรคระบาดน้อยลง การแหพ่ ระบาทจาลองกเ็ ปลี่ยนแปลงไป

คือเปล่ยี นจากแหม่ าเป็นชกั เยอ่ แทน โดยถือเอาวนั สาคญั คอื หลงั วนั สงกรานต์ ประมาณวนั ท่ี ๑๕
เมษายนของทกุ ปี ในการชกั เย่อนจี ้ ะให้ ชาย-หญิง
อยคู่ นละข้างโดยผกู เชือกตดิ อย่กู บั เกวียนขณะทีท่ งั้ สองฝ่ายออกแรงดงึ เชอื ก คนตีกลองทอี่ ย่บู นเกวยี นจะ
ตีกลองรัวจนฝ่ายใดฝ่ายหนงึ่ ชนะ ฝ่ายชนะถือว่าเป็นสิริมงคลเพราะสามารถลากพระบาทได้
ฝ่ายแพ้กจ็ ะขอแก้ลาใหม่ เพื่อต้องการชนะบ้าง เป็นท่สี นกุ สนานมาก

หลงั จากวนั สงกรานต์ชาวบ้านจะนารอยพระบาทไปบาเพ็ญตามทางแยก เข้าหม่บู ้านตา่ ง ๆ แหง่ ละ ๑-๒วนั
นบั แต่หมบู่ ้านตะปอนน้อยไปจนถงึ หมบู่ ้านหนองเสม็ดเพอ่ื เป็นการฉลองรอยพระบาทหลงั สวดพทุ ธมนต์
ประชาชนจะนาเกวียนที่มรี อยพระบาทนนั้ มาชกั เย่อ
รุ่งขึน้ เช้าจะมีการทาบญุ ตกั บาตรถวายภตั ตาหารแด่พระสงฆ์ เป็นอนั เสร็จพธิ ี
นบั ระยะที่ชาวบ้านนารอยพระบาทไปทาพิธีตามสถานทีต่ ่าง ๆ ในตาบลตะปอนใช้เวลา ๑ เดือนพอดี
ถือได้ว่ารอยพระบาทจาลองนเี ้ป็นมิ่งขวญั และสริ ิมงคลของชาวตาบลตะปอน ซง่ึ ปัจจบุ นั ก็ยงั คงปฏิบตั อิ ยู่

งานตากสินราลกึ ของจงั หวดั จนั ทบรุ ี
งานตากสนิ ราลกึ ได้จดั ขนึ ้ ระหว่างวนั ที่ ๒๘ ธนั วาคม ถึงสปั ดาห์แรกของเดอื นมกราคมของทกุ ปี

ท่สี นามกีฬาจงั หวดั เพื่อเป็นการน้อมราลกึ ถงึ พระมหากรุณาธิคณุ ของพระองค์ ที่ทรงกอบก้กู รุงศรีอยธุ ยา
ภายในงานมกี ารจดั นิทรรศการของหนว่ ยงานราชการและการออกร้านจาหน่ายสนิ ค้าพนื ้ เมืองของจนั ทบรุ ี

เทศกาลของดีเมืองจนั ท์วนั ผลไม้
งานนีจ้ ะจดั ตรงกบั ชว่ งที่ผลไม้จากสวนตา่ งๆ ของเมอื งจนั ท์ออกมา คอื

ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถนุ ายน ที่บริเวณสนามกีฬาจงั หวดั และถนนเทศบาลสาย ๓
มี การออกร้านผลไม้ และสนิ ค้าพืน้ เมืองจากชาวบ้านท้องถิ่นต่าง ๆ แล้วยงั มีขบวนแหร่ ถท่ีมี
การประดบั ไปด้วยผลไม้นานาชนิด มีการประกวดผลไม้จากสวนตา่ ง ๆ เช่น ทเุ รียน เงาะ ลางสาด
มงั คดุ ฯลฯ และประกวดสนุ ขั หลงั อาน ซงึ่ เป็นสนุ ขั ไทยทม่ี ีมากในเขตจงั หวดั จนั ทบรุ ี และตราด
นอกจากนกี ้ ็มกี ารแสดงนิทรรศการจากหน่วยราชการ
การออกร้านจาหน่ายอญั มณีและการแสดงมหรสพต่างๆ เป็นท่ีใฝ่ฝันและประทบั ใจของคนตา่ งถ่นิ
ทีจ่ ะมาหรือได้มาสมั ผสั เมืองจนั ท์ในวนั ท่เี ตม็ ไปด้วยกล่ินอายของผลไม้นานาพนั ธ์ุ
ทงั้ เลือกซือ้ หาติดมอื กลบั ไปฝากญาติมติ รและชิมรสชาติของผลไม้ถงึ ถิน่ ทเ่ี ป็นแหลง่ ผลผลิต
ซงึ่ เป็นทภี่ มู ใิ จของชาวจนั ท์เป็นอยา่ งยง่ิ ทเี่ ห็นรอยยมิ ้ อยา่ งพอใจของผ้มู าเย่ียมเยือน

ประเพณีการแข่งเรือวดั จันทนาราม
สมยั ก่อนประเพณีการแขง่ เรือ เป็นท่ีนยิ มกนั มากโดยเฉพาะงานทงิ ้ กระจาดแล้วได้สญู หายไปจนเมือ่

26

ประมาณเกือบสบิ ปีที่ผา่ นมานี ้ทางวดั จนั ทนารามได้จดั ให้มีการฟืน้ ฟปู ระเพณีเกา่ ๆ
โดยเฉพาะประเพณีการแขง่ เรือ ทางวดั ได้เชิญเรือจากทต่ี ่างๆ เชน่ ท่วี ดั บางสระเก้า วดั พลบั บางกะจะ และ
วดั นา้ รัก ฯลฯ มาเข้าร่วมประเพณีในการแข่งขนั เรือยาวท่ีวดั จนั ทนารามนดี ้ ้วย

ในการแขง่ เรือนี ้แตล่ ะลาก่อนท่จี ะทาการแข่งขนั จะต้องมกี ารเซ่นไหว้แมย่ ่านางเรือ
เพ่อื เป็นสริ ิมงคลแก่เรือที่จะทาการแขง่ ขนั และเพ่ือเป็นกาลงั ใจแกผ่ ้พู ายเรืออกี ด้วย

สาหรับเรือทใ่ี ช้ในการแข่งขนั นนั้ จะใช้เรือหางยาว ฝีพาย
ของแต่ละลาจะเลือกคนทม่ี รี ่างกายแขง็ แรงเวลาพายจะต้องพายเป็นจงั หวะ คือจะต้องยกพายพร้อมๆ กนั
ซง่ึ เม่ือได้ไปดแู ล้วจะเห็นถึงความพร้อมเพรียง และความสามคั คขี องฝีพาย
นอกจากนยี ้ งั ทาให้เกดิ ความสวยงามอกี ด้วย

ขณะท่ีทาการแข่งขนั เรือ กองเชียร์ของแต่ละฝ่ายจะยกขบวนกนั มาเชยี ร์ฝ่ายตน
โดยมีการเลน่ กลองยาวอย่รู ิมแม่นา้ เพ่ือให้พวกของตนมีกาลงั ใจ เป็นที่สนกุ สนานครึกครืน้ มาก
การแข่งเรือจะจดั แข่งขนั ในช่วงเทศกาลวนั ลอยกระทงทงั้ นนี ้ อกจากจะฟืน้ ฟปู ระเพณี
เชอ่ื มความสามคั คแี ก่หม่คู ณะแล้ว ผ้ทู ่มี าร่วมงานยงั มโี อกาสได้ประกอบการกศุ ล เชน่
ถวายผ้าไตรในช่วงของการจดั แข่งเรือด้วย

ประเพณีท้องถนิ่ ที่ชาวเมอื งจงั หวดั จนั ทบรุ ีถือปฏิบตั ิ และสบื ทอดกนั มา
สว่ นนเี ้ป็นเพียงสว่ นหนง่ึ ของประเพณีท้องถิน่ ของ จงั หวดั จนั ทบรุ ี นอกจากนยี ้ งั มีประเพณีท่ีแต่ละท้องที่
แต่ละตาบล ภายในจงั หวดั จนั ทบรุ ีที่ถือเป็นประเพณีปฏบิ ตั ิกนั ภาย ในชมุ ชนอย่างเช่น
ประเพณีการทาบญุ ข้าวหลามหรือการทาบญุ หวั สะพาน ของชาวบ้านหนองตาลิ่น ตาบลสองพี่น้อง
อาเภอท่าใหม่ การทาบุญหวั สะพานของชาวหม่บู ้านหนองตาลิน่ นี ้เดิมมจี ดั ท่ีหวั สะพานจริง ๆ
แตเ่ น่อื งจากไมส่ ะดวกเพราะรถผา่ นไป มาจงึ ได้ย้ายไปจดั บริเวณศาลาพกั ร้อนกลางหม่บู ้าน
จะจดั ขนึ ้ ประมาณกลางเดือนอ้าย โดยก่อนถงึ วนั งานคนในหมบู่ ้านแทบทกุ บ้าน
จะทาการเผาข้าวหลามกนั เป็นการใหญ่เพือ่ เตรียมนาไปทาบญุ ในวนั รุ่งขึน้ บางบ้านก็ทาข้าวต้มห่อ

เมือ่ ถึงวนั รุ่งขึน้ ชาวบ้านทกุ ครัวเรือนจะนาอาหารหวานคาวไป
ทาบญุ ที่ศาลาพกั ร้อนกลางหมบู่ ้านทงั้ นีไ้ ด้มีการนมิ นต์พระมาจากวดั ต่าง ๆ จานวน ๙ รูป มาสวดมนต์
หลงั จากเสร็จพธิ ีการทาบญุ ชาวบ้านจะรับประทานอาหารร่วมกนั ในวนั นนั้ ทงั้ วนั
หากใครเข้าไปในหมบู่ ้านหรือเข้าไปในบ้านใด จะได้รับข้าวหลามติดไม้ติดมอื กลบั ไปด้วยเสมอ
เพราะชาวบ้านถือเป็นการทาทาน ด้วยเหตนุ เี ้องบางครัง้ จึงมคี นเรียกการทาบญุ หวั สะพานนวี ้ า่ "
การทาบญุ ข้าวหลาม " ในภาค
เช้าจะมีพิธีการทาบญุ กรวดนา้ แผ่สว่ นกศุ ลให้กบั ดวงวิญญาณท่ีสงิ สถติ ย์อยบู่ ริเวณสะพาน ไม่มีการละเลน่
แต่พอถงึ กลางคืนจะมีการแสดงละครชาตรี ซง่ึ เหมามาแสดงให้คนในหมบู่ ้านชม
สว่ นมากมกั จะหามาจากบ้านบางกะไชย ซงึ่ เรียกว่าเป็นดงละคร
เพราะคนในหม่บู ้านบางกะไชยชอบเลน่ ละครชาตรีกนั แทบทกุ

27

ครัวเรือน หนมุ่ สาวในหม่บู ้านจะได้มโี อกาสพดู คยุ กนั ในตอนกลางคนื อกี ด้วย งานจะเลิกประมาณ ๒๔.๐๐
น.

ประเพณีพานฟางของชาวบ้านวนั ยาวล่าง จนั ทบุรี
หลงั เก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ชาวนากจ็ ะเตรียมลานสาหรับนวดข้าว ชาวนาจะนาฟ่อนข้าวมาวางเรียงซ้อน

ๆ กนั ในลานนวด กลางลานมเี สาเกียดปักอย่ตู รงกลาง เพอ่ื ใช้เป็นหลกั มดั พรวนควาย ประมาณ๕ - ๖ ตวั
มดั เรียงกนั เป็นแถว ( ปลาย
พรวนมดั ติดกบั เสาเกียดไว้ ) เวลาใกล้ค่าได้เวลาตกฟ่ อน
ชาวนาจะนาควายที่มดั เป็นพรวนติดกบั เสาเกียดยา่ ลงบนฟ่อนข้าวทีว่ างเรียงซ้อนไว้กลางลานนวด
เม่ือเมด็ ข้าวร่วงจากฟ่อน
ชาวนาจะตดั ฟางทีม่ ดั ฟ่ อนข้าวออกและชาวนาจะใช้มือหอบฟ่อนข้าวขนึ ้ มากองรอบเสาเกียด
เป็นการรือ้ ฟ่อนข้าวออกเอาแตเ่ ม็ดข้าวไว้ชาวนาจะซดั ฟางข้าวโดยใช้มอื หอบโยนไปทีเ่ สาเกียดกลางลานน
วดแล้วใช้ควายชดุ เดิมมดั พรวนติดกบั เสาเกียดอีกครัง้ ยา่ ฟ่อนข้าวอกี หนให้เม็ดข้าวร่วงหลน่ ให้หมด
หลงั จากนนั้ ใช้ดองเกี่ยวฟางข้าวโยนออกไปนอกลาน กจ็ ะเหลอื แตเ่ ม็ดข้าวเปลือกไว้
ขณะทพี่ านฟางชาวบ้านจะต้องร้องเพลงโหงขนึ ้ ต้นว่า โหงอ่อนเอย ร่อนลงอย่ใู นดงมะไฟ
หน่มุ สาวจะร้องเพลงแก้กนั อย่างสนกุ สนานจนหายเหน่ือย
เสร็จพธิ ีพานฟางก็จะทาข้าวเหนียวนา้ กะทิเลีย้ งกนั อยา่ งอ่ิมหนาสาราญด้วยความสนกุ สนานรักใคร่สามคั คี
ประเพณีพานฟาง ปัจจบุ นั ไม่มแี ล้ว
เพราะเทคโนโลยเี ข้ามามีบทบาทในชีวิตประจาวนั ของชาวบ้านจนทาให้ประเพณีบางอยา่ งหดหายไปตามก
าลเวลา หลงเหลือไว้แต่ความทรงจา
เพือ่ เลา่ ขานให้ลกู หลานเกิดความภาคภมู ใิ จในประเพณีของบรรพบรุ ุษไทย

กำรคมนำคมและกำรสื่อสำร

การเดินทางสจู่ งั หวดั จนั ทบรุ ีมเี ส้นทางดงั นี ้

• เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบรุ ี–พทั ยา–บ้านฉาง–ระยอง–จนั ทบรุ ี
โดยใช้ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3 (ถนนสขุ มุ วทิ ) ระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร



28

• เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบรุ ี–ศรีราชา–บ้านฉาง–ระยอง–จนั ทบรุ ี
โดยใช้ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 36 (ถนนเมืองพทั ยา-ระยอง) ระยะทางประมาณ 289
กิโลเมตร

• เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบรุ ี–แกลง–จนั ทบรุ ี โดยใช้ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 344
(ถนนชลบรุ ี-แกลง) ระยะทางประมาณ 249 กิโลเมตร

• เส้นทางยทุ ธศาสตร์เช่ือมระหว่างภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ผ่านปราจีนบรุ ี
ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสวุ รรณศร) เข้าสทู่ างหลวงแผน่ ดินหมายเลข
317 (ถนนจนั ทบรุ ี-สระแก้ว) ผา่ นอาเภอสอยดาว อาเภอโป่งนา้ ร้อน และอาเภอมะขาม
เข้าสจู่ งั หวดั จนั ทบรุ ี

• เส้นทางจนั ทบรุ ี–ตราด ระยะทาง 69.94 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–ระยอง ระยะทาง 111.67 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–สระแก้ว ระยะทาง 156.4 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–ชลบรุ ี ระยะทาง 167.03 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 191.09 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–สระบรุ ี ระยะทาง 327.77 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–นครราชสีมา ระยะทาง 338.05 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–บรุ ีรัมย์ ระยะทาง 344.32 กิโลเมตร
• เส้นทางจนั ทบรุ ี–แม่สอด ระยะทาง 697.83 กิโลเมตร
• รถไฟ
• จงั หวดั จนั ทบรุ ี ไมม่ ที างรถไฟ ทา่ นสามารถลงจากสถานีรถไฟบ้านพลตู าหลวง จ.ชลบรุ ี

และตอ่ เข้ารถโดยสารประจาทาง สจู่ งั หวดั จนั ทบรุ ี โทร 0-3824-5959

29

ระยะทางจากตวั เมืองไปยงั อาเภอต่างๆ

• อาเภอท่าใหม่ 12 กิโลเมตร
• อาเภอมะขาม 16 กิโลเมตร
• อาเภอแหลมสิงห์ 22 กิโลเมตร
• อาเภอเขาคิชฌกฏู 25 กิโลเมตร
• อาเภอขลงุ 27 กิโลเมตร
• อาเภอนายายอาม 41 กิโลเมตร
• อาเภอโป่งนา้ ร้อน 43 กิโลเมตร
• อาเภอแกง่ หางแมว 64 กิโลเมตร
• อาเภอสอยดาว 73 กิโลเมตร

บคุ คลทมี่ ชี ื่อเสียง

• พระครูสทุ ธิธรรมรังษี (เจ๊ียะ จนุ โฺ ท) - พระกรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มน่ั ภรู ิทตโฺ ต
• พระวิสทุ ธิญาณเถร (สมชาย ฐิตวริ ิโย) พระกรรมฐานสายทา่ นพระอาจารย์มนั่

ภรู ิทตฺโต ผ้กู ่อตงั้ และประธานสงฆ์วดั เขาสกุ ิม จ.จนั ทบรุ ี
• พระภาวนาวสิ ทุ ธิญาณเถร (แบน ธนากโร) - เจ้าอาวาสวดั ดอยธรรมเจดยี ์
• พระครูญาณวสิ ทิ ธิ์ (เฟื่ อง โชตโิ ก) - พระสงฆ์ไทย
• พระครูธรรมสรคณุ (เขยี น ขนธฺ สโร) - พระเกจิอาจารย์

• พระธรรมวงศ์มนุ ี (วิชยั เมตตโิ ก) - อดตี ทป่ี รึกษาเจ้าคณะจงั หวดั จนั ทบรุ ี
และอดีตเจ้าอาวาสวดั ไผล่ ้อม (พระอารามหลวง)

• พระครูสนั ตวิ ีรญาณ (ฟัก สนตฺ ธิ มโฺ ม) - พระสงฆ์ไทย
• พระบาราศนราดรู (หลง เวชชาชีวะ) - แพทย์ชาวไทย อดตี ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
• คมคาย พลบตุ ร - นกั การเมอื ง

30

• จตรุ วทิ ย์ คชนว่ ม - นกั แสดง
• ชอมุ่ ประเสริฐสกลุ - นกั ถ่ายภาพทม่ี ีชอ่ื เสียงของไทย
• ชินวฒั น์ หาบญุ พาด - นกั การเมอื ง
• โชติ สวุ ตั ถิ - นกั วชิ าการผ้เู ชยี่ วชาญในด้านสตั ว์นา้ และพรรณพืชคนหนึ่งของประเทศไทย
• ณรงค์ศกั ด์ิ คงแก้ว - กองหลงั ฟตุ ซอลชาวไทย
• ธวชั ชยั อนามพงษ์ - นกั การเมือง
• ประวฒั น์ อตุ โมท - นกั การเมือง
• หลวงมศั ยจติ รการ (ประสพ ตีระนนั ทน์) - อดตี นกั วิชาการประมง
• ปรีดา จลุ ละมณฑล
• พงศพศั พงษ์เจริญ - อดีตรองผ้บู ญั ชาการตารวจแห่งชาติ

อดีตเลขาธิการสานกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
• พงศ์เวช เวชชาชวี ะ - นกั การเมือง
• พล พลาพร - นกั แสดง
• ภานวุ ฒั น์ จนั ทา - นกั กีฬากองหลงั ฟตุ ซอลชาวไทย
• มลั ลกิ า หลีกภยั - พธิ ีกร
• แรคา ประโดยคา - นกั เขียน
• ลคั นา หวงมณีรุ่งโรจน์ - นกั แสดง นกั ร้อง พิธีกร ดีเจ
• วโรทยั ภิญญสาสน์ - อดีตรัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 สมยั

และเป็นอดตี สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรจงั หวดั จนั ทบรุ ี 4 สมยั
• วิโรจน์ เลาหะพนั ธ์ุ - อดีตอธิบดกี รมสรรพากร อดีตอธิบดกี รมศลุ กากร

• วทิ ยา นตี ิธรรม -
ผ้อู านวยการกองกฎหมาย สานกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการฟอกเงิน
(สานกั งาน ปปง.)

• ศศมิ าภรณ์ ไชยโกมล - นกั แสดง
• สด กรู มะโรหิต - นกั เขยี นนวนยิ ายไทยท่ีมีชื่อเสยี ง
• สตางค์ มงคลสขุ - นกั วทิ ยาศาสตร์ชาวไทย

31

• สนอง นสิ าลกั ษณ์ - อดตี นายทหารเรือ นกั การทตู และนกั การเมืองไทย
• สวิช เพชรวิเศษศริ ิ - นกั แสดง
• สคุ นธ์ทพิ ย์ เสนะวงศ์ - นกั แสดง
• สชุ าดา เช็คลยี ์ นกั แสดงทร่ี ับบท มณีจนั ทร์ (วยั เดก็ )

ภาพยนตร์ตานานสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกนั หงสา
• โสภา สถาพร - นางเอกภาพยนตร์ชอ่ื ดงั ในอดตี
• อภยั จนั ทวิมล - นกั การเมอื ง
• อศั วิน รัตนประชา - นกั แสดง
• อษุ ณีย์ วฒั ฐานะ - นกั แสดง นางแบบ
• ศรัณย์ ศิริลกั ษณ์ - นกั แสดง นายแบบ
• พรรษา เหมวิบลู ย์ - นกั ฟุตบอลทีมชาตไิ ทย ของทีมสโมสรฟตุ บอลบรุ ีรัมย์ ยไู นเต็ด
• ไพรัช วราสินธ์ุ - นกั ว่ิงเทรล
• โกศล จนั ทรชาติ - อดีตนกั บอลทีมชาติ
• อรภสั ญาน์ สกุ ใส - นกั ร้องเพลงลกู ท่งุ หญิง

32

บรรณานุกรม

https://www.wongnai.com/trips/travel-at-chanthaburi

https://sites.google.com/site/khekfjwkhyijuoeq37/khaa-khway-canghwad-canthburi

https://weekdayspecialthailand.com/5330

https://travel.trueid.net/detail/4qjv9bPoxq8

https://www.m-culture.go.th/chanthaburi/ewt_news.php?nid=635&filename=index


Click to View FlipBook Version