ไข้หวัดใหญ่
หลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต รุ่นที่28
วิทยาลัยพยาบาลบรมรมชชนนี สุพรรณบุรี
ก
คำนำ
เทคโนโลยีสารสนเทศหนังสืออนไลน์(E-BOOK)ผู้จัดทำ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษา
หาความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับ ที่มาของไข้หวัดใหญ่ สาเหตุ
ของไข้หวัดใหญ่ อาการของไข้หวัดใหญ่ วิธีการรักษาป้องกัน การคิดค้นยาหรือวัคซีน
เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ และชนิดของไข้หวัดใหญ่
เพื่อให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้ามีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรค
ไข้หวัดใหญ่มากยิ่งขึ้น ทางคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแหล่งความรู้สำหรับ
ผู้สนใจไม่มากก็น้อย
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ ข
เนื้อเรื่อง หน้าที่
ก
คำนำ ข
สารบัญ 1
ข้อมูลทั่วไป 2
ไทม์ไลน์ 4
สาเหตุ 5
อาการ 6
วิธีการรักษา 7
วิธีการป้องกัน 8
มาตราการ 9
วัคซีน 10
เชื้อไวรัส
บรรณานุกรม
ผู้จัดทำ
1
ข้อมูลทั่วไป
ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร
ชื่อภาษาไทย ไข้หวัดใหญ่
ชื่อภาษาอังกฤษ Influenza, Flu
เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ที่สามารถระบาดได้กว้างขวาง และมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ โรคนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Influenza" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคือ
"Influentia" (แปลว่า "Influence" ความชั่วร้ายจากดวงดาว ) เนื่องเพราะคนสมัยก่อน เชื่อว่า การระบาดของโรคนี้
มาจากอิทธิพลของดวงดาวและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ นายแพทย์ฮิปโปเครติส (Hippocrates) บิดาแห่งการแพทย์แผน
ปัจจุบันได้บันทึกโรคนี้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๑๓๑ ปี พ.ศ.๒๔๗๖ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเป็นครั้งแรกว่า โรคนี้เกิด
จากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละชนิดกับไวรัสที่เป็นสาเหตุของการเกิดไข้หวัด
ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีผลต่อมนุษย์มีสามชนิด ได้แก่ ชนิดเอ ชนิดบี และชนิดซี นอกจากนี้ยังมีไข้หวัดใหญ่ชนิดดี ซึ่งยัง
ไม่ทราบว่าทำให้เกิดติดเชื้อในมนุษย์หรือไม่ แต่เชื่อกันว่ามีโอกาสเป็นไปได้ปกติ ไวรัสมีการแพร่ทางอากาศระหว่างการ
ไอหรือจาม เชื่อกันว่าส่วนใหญ่เกิดในระยะห่างค่อนข้างใกล้ นอกจากนี้ยังสามารถแพร่ได้โดยการสัมผัสพื้นผิวที่ปน
เปื้ อนไวรัสแล้วนำมาสัมผัสปากหรือตา บุคคลอาจติดต่อโรคแก่ผู้อื่นได้ทั้งก่อนและระหว่างที่แสดงอาการ สามารถ
ยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้โดยการทดสอบลำคอ เสมหะ หรือจมูกเพื่อหาเชื้อไวรัส มีการทดสอบให้ผลเร็ว
หลายชนิด แต่บุคคลยังอาจมีโรคอยู่ได้แม้ผลออกมาเป็นลบ ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลีเมอเรสชนิดตรวจจับอาร์เอ็นเอของ
ไวรัสมีความแม่นยำกว่า การล้างมือบ่อย ๆ ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อไวรัส การสวมผ้าปิดจมูกก็มีประโยชน์ องค์การ
อนามัยโลกแนะนำการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง ปกติวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันไข้
หวัดใหญ่สามหรือสี่ชนิด ปกติผู้ได้รับวัคซีนไม่ค่อยมีผลเสีย วัคซีนเพื่อผลิตขึ้นสำหรับหนึ่งปีอาจไม่มีประโยชน์ในปีถัด
ไป เพราะไวรัสวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ยาต้านไวรัสอย่างตัวยับยั้งนิวรามินิเดส โอเซลทามิเวียร์ เป็นต้น มีการใช้
รักษาไข้หวัดใหญ่ ดูแล้วยาต้านไวรัสในผู้สุขภาพดีมีประโยชน์ไม่มากกว่าความเสี่ยง ไม่พบประโยชน์ในผู้ที่มีปัญหา
สุขภาพอื่นไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วโลกในการระบาดทั่วประจำปี ส่งผลให้มีผู้ป่วยรุนแรง 3 ถึง 5 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิต
ประมาณ 290,000 ถึง 650,000 คน เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนประมาณ 20% และผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับวัคซีน 10% มีการติด
เชื้อทุกปี ในซีกโลกเหนือและใต้ของโลก เกิดการระบาดส่วนใหญ่ในฤดูหนาว ส่วนรอบเส้นศูนย์สูตรอาจเกิดการระบาด
ได้ตลอดปี ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตได้แก่ เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น การระบาดใหญ่ที่เรียกโรคระบาด
ทั่วนั้นพบน้อยกว่า ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เกิดการระบาดทั่วของไข้หวัดใหญ่สามครั้ง ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่สเปนในปี
1918 (ผู้เสียชีวิต ~50 ล้านคน), ไข้หวัดใหญ่เอเชียในปี 1957 (ผู้เสียชีวิต 2 ล้านคน), และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงในปี
1968 (ผู้เสียชีวิต 1 ล้านคน)
องค์การอนามัยโลกประกาศการระบาดของไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ/เอช1เอ็น1 สายพันธุ์ใหม่เป็นโรคระบาดทั่วในเดือน
มิถุนายน 2009 ไข้หวัดใหญ่ยังอาจติดในสัตว์อื่น ได้แก่ หมู ม้าและนกได้
2
ไทม์ไลน์
ปฐมบทโรคระบาดครั้งใหญ่ ปีค.ศ.1580 (พ.ศ.2123)
จากหลักฐานที่พิสูจน์ได้จนถึงขณะนี้พบว่า โรคไข้หวัดใหญ่ระบาดรุนแรงไปทั่วโลกครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1580 มีจุดเริ่มต้นจาก
ทวีปเอเชีย แพร่ไปยังทวีปแอฟริกา ตามด้วยยุโรป รายงานในวารสารจุลชีววิทยา "Applied Microbiology" ปีค.ศ.2001
หรือเมื่อ 8 ปีก่อน ชี้ว่า โรคระบาดครั้งนี้ทำให้ประชากรในเมืองหลายแห่งของสเปนตายยกเมือง ส่วนในกรุงโรม ประเทศ
อิตาลี มีผู้เสียชีวิต 8,000 คน และเป็นที่มาของคำว่า "Influenza" หรือ "ไข้หวัดใหญ่" ที่เราเรียกกันทุกวันนี้ โดยมีรากศัพท์
ภาษาอิตาเลียนจากคำว่า "Influenza del Freddo" แปลว่า "อาการจับไข้" คล้อยหลังอีก 160 ปีต่อมา คนอังกฤษจึงหยิบ
ยืมตัดทอนคำว่า "Influenza" มาใช้เรียกคนที่ป่วยเป็นไข้รุนแรง
ปฐมบทโรคระบาดครั้งใหญ่ ปีค.ศ.1580 (พ.ศ.2123)
ไข้หวัดใหญ่สเปน นับเป็นภาวะโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คาดว่ามีประชากรโลกเสียชีวิต
20-40 ล้านคน เมื่อแยกช่วงอายุออกมาพบด้วยว่า ไข้หวัดสเปนยังทำให้ประชากรวัยหนุ่มสาวเสียชีวิตไปร้อยละ 8-10
เปอร์เซ็นต์ ความสูญเสียมหาศาลนี้ช่วยผลักดันให้ทั่วโลกร่วมมือกันพัฒนาองค์ความรู้ ทางการแพทย์และวิจัยผลิตยาสมัย
ใหม่ที่มีประสิทธิภาพรับมือเชื้อไวรัสได้ดี กว่าเดิม ในปี พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๖๒ ซึ่งคร่าชีวิตคนราว ๒๐-๔๐ ล้านคน เนื่องจากเกิด
ระบาดในประเทศสเปนก่อนแพร่ไปทั่วโลก จึงมีชื่อว่า "ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish flu)" เชื้อสายพันธุ์นี้ได้กลับมาระบาด
ใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.๒๕๒๐
https://www.kroobannok.com/13286
ไข้หวัดใหญ่เอเชีย ปีค.ศ.1956-1958 (พ.ศ.2499-2501)
ไข้หวัดใหญ่เอเชียมีความรุนแรงน้อยกว่าไข้หวัดสเปนหลายเท่า แต่ก็ลามจากเอเชียไปถึงสหรัฐอเมริกา เฉพาะในสหรัฐมีผู้
เสียชีวิต 70,000 คน ขณะที่ยอดรวมคนติดเชื้อและเสียชีวิตทั่วโลกมีสูงกว่า 1 ล้านคน ไวรัสกลายพัฒนามาจากไวรัสไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ "เอช 2 เอ็น 2" พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศรัสเซีย กระทั่งระบาดใหญ่ช่วงปีค.ศ.1889
(พ.ศ.2432) ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เอเชียมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ แต่เนื่องจากโรคระบาดนานถึง 2 ปีกว่าจะยุติ คอยซ้ำเติม
ปัญหาไข้หวัดใหญ่ระบาดตามฤดูกาลอยู่แล้วให้แย่หนักขึ้นไปอีก
https://www.kroobannok.com/13286
ไข้หวัดฮ่องกง" ปีค.ศ.1968 (พ.ศ.2511)
ไข้ไวรัสไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง "เอช 3 เอ็น 2" กลายพันธุ์จากเชื้อไข้หวัดใหญ่เอเชีย ทิ้งห่างกันราว 10 ปี พบครั้งแรกในเกาะ
ฮ่องกง ก่อนลามไปยังเวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ และ
ทหารผ่านศึกอเมริกันที่เคยรบสมรภูมิเวียดนามเอาโรคกลับไปแพร่ในแผ่นดิน สหรัฐ เชื้อไข้หวัดฮ่องกงเป็นอันตรายต่อ
สุขภาพมนุษย์น้อยกว่าไข้หวัดสเปนและไข้หวัดเอเชีย แต่ก็เป็นเหตุให้ชาวโลกล้มตายไป 7 แสนคนโดยประมาณ ในฮ่องกง
มีผู้ติดเชื้อ 500,000 คน ส่วนตัวเลขคนล้มตายไม่มากนัก เชื่อว่าเพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อครั้งเจอกับ
ภัยไข้ หวัดใหญ่เอเชียระบาด
3
ไทม์ไลน์
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หมู : Swine Flu" ปีค.ศ.1976 (พ.ศ.2519)
เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1976 นายทหารอเมริกันประจำค่ายฟอร์ตดิกซ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เสียชีวิตหลังติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 ชนิดเดียวกับที่พบในหมู เนื่องจากเชื้อเอช 1 เอ็น 1 ที่ว่านี้มีสายพันธุ์ในกลุ่มเดียวกับไวรัสไข้หวัดสเปน
จึงทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเกิดอาการ "ตื่นตูม" สั่งเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโดยด่วน แต่ผลกระทบจากการ
ฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกายกลับกลายเป็นว่าอันตรายมากกว่าการ ติดเชื้อเสียอีก สรุปแล้ว ทั่วสหรัฐมีคนเสียชีวิตเพราะไวรัสตัวนี้
เพียง 1 คน นั่นก็คือ ทหารค่ายฟอร์ตดิกซ์ ส่วนคนที่แพ้วัคซีนเสียชีวิตมีถึง 25 ราย
ไข้หวัดรัสเซีย" ปีค.ศ.1977-1978 (พ.ศ.2520-2521)
ไข้หวัดใหญ่รัสเซีย เป็นไวรัสในกลุ่ม เอช 1 เอ็น 1 เหมือนกับไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หมูที่ระบาดช่วงปี 1976 และไข้หวัด
ใหญ่สเปน ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อจนป่วยหนักส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก เพราะร่างกายยังไม่เคยมีภูมิคุ้มกันเชื้อสายพันธุ์นี้มาก่อน
ส่วนคนอายุ 25 ปีขึ้นไปไม่ค่อยเป็นอะไรมากนัก
ไข้หวัดใหญ่ เอช 5 เอ็น 1" หรือ "ไข้หวัดนก" ปีค.ศ.2003 (พ.ศ.2546)
ปี 2003 องค์การอนามัยโลกประกาศว่าพบไวรัสไข้หวัดใหญ่ตระกูล "เอช 5 เอ็น 1" หรือ "ไข้หวัดนก" สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด
ในทวีปเอเชีย มีพิษรุนแรงกว่าเชื้อไข้หวัดนกในอดีต ผู้ติดเชื้อมีเปอร์เซ็นต์เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60 คล้ายๆ กับไข้หวัด
ใหญ่สเปน สร้างความหวาดวิตกขนานใหญ่ไปทั่วโลก เคราะห์ดีที่ไวรัสจะติดจากสัตว์ปีกสู่คนเท่านั้น ไม่ติดแบบ "คนสู่คน"
ทำให้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็ระบาดกระจายสู่หลายประเทศจนได้ เช่น ไทย ลาว
เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย จีน ฮ่องกง อินเดีย ไนจีเรีย อิรัก อาเซอร์ไบจาน อียิปต์ อังกฤษ ออสเตรีย อิตาลี กรีซ ส
วิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส โครเอเชีย เยอรมนี ยอดรวมผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเฉียด 300 ราย
ล่าสุดปีนี้ คศ. 2009 (พศ. 2552)
เริ่มมีไวรัส H1N1 กลับมาอีกครั้ง มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นแล้วหลายคน ซึ่งตอนนี้นักวิชาการยังไม่ยืนยันว่าจะไม่ติดต่อจากคน
สู่คน แต่นักวิชาการเกรงว่า ถ้าคนรับเชื้อ H1N1 พร้อมๆ กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนอยู่ในร่างกายคนเดียวกัน เชื้อ
ทั้ง 2 สามารถแลกเปลี่ยนสายพันธุ์ จนกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ตัวนี้จะสามารถแพร่จากคน
สู่คน (ทำนองเดียวกัน หมูสามารถรับเชื้อทั้ง 2 สายพันธุ์จากได้ และสามารถแลกเปลี่ยนสายพันธุ์ในตัวหมู กลายเป็นไวรัส
สายพันธุ์ใหม่ซึ่งจะติดให้คน แล้วคนติดสู่คนด้วยกันเองได้) ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็จะเกิดการระบาดของโรคอย่างกว้างขวางและร้าย
แรงได้ เพราะเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่ที่มนุษย์เราไม่เคยเผชิญมาก่อนเลย
4
สาเหตุ
โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสกลุ่ม Influenza virus โดยสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากหลายทาง เช่น สูดดม
เชื้อไวรัสที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ หรือสัมผัสเชื้อไวรัสที่เกาะอยู่ตามพื้นผิวสิ่งของแล้วนำมือมาสัมผัสดวงตา ปาก หรือ
จมูก โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ พบบ่อยในฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) และฤดูหนาว
(มกราคม-มีนาคม) ของทุกปี อาการของโรคจะมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการที่รุนแรงและเสียชีวิตได้
กราฟแสดงความรุนแรงของสายพันธุ์Bที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์A
กราฟสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ของประเทศไท
(ที่มา: สำนักโรคติดต่อทั่วไป
5
อาการ
-มีอาการไข้สูงเฉียบพลัน 39-40 องศาเซลเซียสตัวร้อน หนาว
-ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขน ต้นขา
-ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
-เบื่ออาหาร
-คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ
-ในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้
โรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หูอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียซ้อน อาจพบโรค
แทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด จนอาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
ได้แก่ เด็กที่อายุ < 2ปี, ผู้ใหญ่ที่อายุ > 65 ปี, หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่ทานยาแอสไพรินต่อเนื่องและ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรค
หัวใจ โรคทางปอด โรคทางตับ โรคทางไต โรคทางสมอง โรคเลือด โรคมะเร็ง
โรคธาลัสซีเมีย หรือเบาหวาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก รวมทั้งผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไข้หวัดใหญ่
อาจทำให้อาการของโรคประจำตัวที่มีอยู่แย่ลงได้เช่น หอบหืดหรือโรคหัวใจ เป็นต้น
6
วิธีการรักษา
การดูแลรักษาเบื้องต้น
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนใหญ่จะหายเอง หากมีอาการไม่มากอาจจะดูแลเองที่บ้านและรักษาตามอาการ
-ควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง หมั่นเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาเพื่อลดไข้ และพักผ่อนให้เพียงพอ
-สวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ สวมผ้าปิดปากและจมูกเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย
-ดื่มน้ำอุ่นมากๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นเป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย และหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้
อื่ นควรใช้ช้อนกลาง
-หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีภูมิต้านทานต่ำ
การรักษาเชิงลึก
ผู้ป่วยที่มีไข้เกิน 7 วัน หรือมีอาการหอบเหนื่อย หรือสงสัยว่าเป็น
ปอดอักเสบ โดยเฉพาะถ้าพบในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ท่ีอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์
ยาที่แพทย์หรือเภสัชกรมักแนะนำให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ใช้ มีดังนี้
-ยาลดอาการคัดจมูก
เป็นยาสำหรับบรรเทาอาการบวมของหลอดเลือดในจมูก ลดอาการคัดจมูก และน้ำมูกไหล
-ยาต้านฮิสตามีน
เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดสารฮิสตามีน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบและอาการแพ้ ช้เพื่อรักษาอาการจาม คันจมูก หรือน้ำตาไหล
-ยาแก้ไอและกำจัดเสมหะ
อาการไอจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจมีเสมหะร่วมด้วย จึงอาจใช้ยากลุ่มขับเสมหะที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเสมหะมากขึ้น
และกระตุ้นให้ไอเพื่อให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อเสมหะถูกขับออกมาแล้วก็จะทำให้อาการไอลดลง
หรืออาจใช้กลุ่มยาละลายเสมหะ อย่างยาคาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) 2.25 กรัมต่อวัน ยาบรอมเฮกซีน
(Bromhexine) 8‒16 มิลลิกรัมต่อวัน ยาอะซิทิลซิสเทอีน (Acetyl-Cysteine) หรือ NAC 600 มิลลิกรัมต่อวัน
โดยยากลุ่มนี้จะช่วยลดความข้นเหนียวของเสมหะ จึงช่วยทำให้ขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ปริมาณยาอาจขึ้นอยู่กับอายุ
และโรคประจำตัวของผู้ป่วยนอกจากนี้ อาการไอและมีเสมหะอาจมาพร้อมอาการเจ็บคอจึงควรเลือกยาชนิดน้ำ
หรือยาชนิดเม็ดฟู่ละลายน้ำ ตัวยาที่อยู่ในรูปแบบของเหลวอาจช่วยป้องกันการระคายเคืองในลำคอและรับประทานได้ง่าย
ลดความเสี่ยงที่จะสำลักหรือติดคอ รวมทั้งยังอาจช่วยให้ร่างกายดูดซึมตัวยาและนำไปใช้ได้ดีขึ้น
-ยาต้านไวรัส
ในประเทศไทยใช้ยาโอเซลทามิเวียร์และยาซานามิเวียร์ เพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งการกระจายตัวของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A และ B
ภายในร่างกาย ซึ่งจะใช้ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
สายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นโดยแพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัสสำหรับรับประทานประมาณ 5 วัน ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์สามารถใช้
รักษาผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนยาซานามิเวียร์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยอายุ 7 ปีขึ้นไป
และในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ก็สามารถรับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ได้อย่างไรก็ตาม การใช้ยาต้านไวรัสต้องอยู่ภายใต้การดูแล
ของแพทย์ หากพบอาการข้างเคียงที่รุนแรง ควรรีบแจ้งแพทย์และเข้ารับการรักษาต่อไป ซึ่งการใช้ยาต้านไวรัสอาจส่งผล
ข้างเคียงตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ ท้องร่วง เป็นต้น นอกจากนี้ แพทย์ไม่แนะนำ
ให้รับประทานยาทามิฟูลหากไม่มีอาการไข้หรือมีไข้แต่ไม่รุนแรงนัก เพราะจะทำให้ดื้อยาและเกิดอาการข้างเคียงอย่างการเกิด
ภาพหลอนตามมาได้ ซึ่งยาชนิดนี้ต้องให้แพทย์สั่งใช้เท่านั้น
-ยาปฏิชีวนะ
โดยปกติยาประเภทนี้จะไม่มีผลต่อการรักษาไวรัสโดยตรง แต่แพทย์มักแนะนำให้ใช้เพื่อรักษาภาวะแทรกซ้อนอย่างปอด
อักเสบจากเชื้อรานอกจากการรับประทานยา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อฟื้ นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
ตามเดิม
-นอนหลับพักฟื้ นร่างกายให้เต็มที่
ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพราะอาการไข้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
งดการออกไปในที่สาธารณะ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ หากต้องออกไปในที่สาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อ
ป้องกันการแพร่เชื้อทางอากาศ อย่างการไอและจาม
หากมีอาการระคายคอหรือเจ็บคอ ใช้สเปรย์พ่นคอหรือยาอมที่มีส่วนผสมจากสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการระคาย
คอและการอักเสบในลำคอ อย่างดอกคาโมไมล์ เปปเปอร์มินต์ มะกรูด ยูคาลิปตัส ป๊วยกั๊ก น้ำมันสน และเซจ (Sage) โดย
สามารถใช้ได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการในระยะแรกและอาจช่วยให้อาการบรรเทาลงได้ชัดเจนขึ้น
7
วิธีการป้องกัน
วิธีการป้องกันไข้หวัดใหญ่
1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี
เราควรได้รับการเสริมภูมิคุ้มกันทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์ในขณะที่ภูมิคุ้มกันของเราลด
ลงเรื่อยๆตามกาลเวลา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฉีดวัคซีนคือช่วงเริ่มต้นฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ หากคุณไม่มั่นใจว่า ช่วงใดคือ
เวลาที่ดีที่สุดที่จะฉีดวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
2. การฝึกตัวเองให้มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี
การล้างมือด้วยสบู่เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดโรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่
เชื้อโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลแพร่กระจายโดยละอองฝอยจากการไอจามที่ลอยอยู่ในอากาศและตกลงบนพื้น ซึ่งละอองฝอย
นี้จะมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 3 วันหากไม่ถูกล้างออกไป ดังนั้นหากไม่สะดวกที่จะล้างมือด้วยสบู่ ก็อาจใช้แอลกอฮอล์เจลได้
3. การพักผ่อนอย่างเพียงพอ
การพักผ่อนอย่างเพียงพอสามารถช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ โดยทั่วไปวัยผู้ใหญ่ต้องการการนอนหลับ 7-8
ชั่วโมงต่อคืน
4. รับประทานอาหารให้ครบหมู่
การรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอในแต่ละมื้อจะช่วยป้องกันการขาดสารอาหารและช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน
ได้ดี อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารครบหมู่อย่างเพียงพอก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่มีทางติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่
เพียงแต่เป็นวิธีการทำให้คุณมีสุขภาพดี จากการศึกษาพบว่า ผักและผลไม้ที่มีกากใยสูงช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย
5.การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่หลายคนก็ออกกำลังกายไม่เพียงพอ ดังนั้นการเพิ่มกิจกรรม
ในชีวิตประจำวันอาจช่วยได้
6.การดูแลตัวเอง
หากคุณโชคร้ายติดโรคไข้หวัดใหญ่ คุณควรต้องพักจนกว่าจะดีขึ้น หากมีอาการไม่มาก ก็อาจจะไปทำงานได้ แต่หากมีไข้
ควรหยุดพักอยู่ที่บ้าน ไม่ควรไปทำงานที่ออฟฟิศ เราต้องคำนึงถึงผลที่อาจจะเกิดต่อคนอื่นๆ ที่เราอาจจะนำเชื้อโรคไปแพร่
ให้เพื่อนร่วมงานได้ และขณะที่พักอยู่บ้าน ควรไอจามใส่กระดาษชำระที่สะอาดและทิ้งขยะให้เรียบร้อย อย่าใช้ผ้าร่วมกับคนใน
ครอบครัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค
7การรักษาอาการเจ็บป่วย
หากมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ หรือหนาวสั่น ให้รับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการให้ดีขึ้น ปฏิบัติตาม
คำแนะนำบนฉลากยา และอย่ารับประทานยาพาราเซตามอลเกิน 4 เม็ดต่อวัน การพักผ่อนและดื่มน้ำจะช่วยลดอาการได้ ควร
ดื่มน้ำมากๆ ตลอดวัน หากรู้สึกเพลียก็ควรนอนพัก
8.พบแพทย์
วิธีการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในบางประเทศก็พบแพทย์ตามปกติ ขณะที่ในบาง
ประเทศแพทย์จะแนะนำให้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน กรณีที่คุณหรือสมาชิกในครอบครัวติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่
จะเกิดโรคแทรกซ้อน ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยเร็ว
แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาแก้อักเสบต้านไข้หวัดภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ คนส่วนใหญ่จะหายปกติ แต่
บางคนอาจมีอาการแทรกซ้อน หากอาการแย่ลง หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์
8
มาตรการ
มาตรการป้องกันโรค
1.การป้องกันโรคที่ดีสุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี ระยะเวลาที่ดีสุดคือก่อนมีการระบาดตามฤดูกาลคือ เดือน
พฤษภาคม ซึ่งบ้านเราใช้วัคซีนสายพันธุ์ของซีกโลกใต้ โดยวัคซีนสายพันธุ์ของปีนั้นๆจะเข้ามาเมืองไทยประมาณปลาย
เมษายนถึงต้นพฤษภาคมพอดี วัคซีนอาจไม่ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมดโดยเฉพาะผู้สูงวัยแต่ช่วยลดความรุนแรงและโรค
แทรกซ้อนได้
องค์การอนามัยโรคแนะนำผู้ที่ควรได้รับวัคซีนคือ หญิงตั้งครรภ์ ,เด็กอายุ 6เดือนถึง5ปี, ผู้ที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มี
โรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัว และบุคลากรทางการแพทย์
ศุนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับประชาชนทุกรายที่อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
ผู้ที่แพ้ไข่แบบรุนแรงไม่ควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
2.กลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสโรคใกล้ชิด อาจให้ยาต้านไวรัส(ตัวที่ใช้รักษา) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
3. ให้สุขศึกษาแก่ประชาชนและบุคลากรสาธารณสุขเรื่องการดูแลอนามัยส่วนบุคคล รวมถึงการล้างมือ และมารยาทในการ
ไอ จาม
มาตรการป้องกันการระบาด
1.แยกผู้ติดเชื้อออกจากคนทั่วไป เช่น หยุดไปโรงเรียนหรือหยุดงานประมาณ 7 วัน และควรแยกห้องนอนกับผู้อื่น
2.แยกภาชนะอาหาร แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำกับผู้ติดเชื้อ หรือให้ใช้ช้อนกลางแทน ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่หรืออาหารร้อน ทาน
อาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ นม ไข่
3.แยกของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า
4.ปิดปากและจมูกเวลาไอจามด้วยผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษชำระ แล้วทิ้งกระดาษชำระลงถังขยะทันที
5.แนะนำให้ผู้ติดเชื้อและผู้ที่ดูแลสวมหน้ากากอนามัย
6.หมั่นล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะหลังสัมผัสสารคัดหลั่ง โดยล้างด้วยน้ำสบู่หรือ แอลกอฮอล์เจล ทั้งผู้ติดเชื้อและผู้ที่ดูแล
7.หมั่นดูแลสุขอนามัยส่วนตัว นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
8.หลีกเลี่ยงการไปในบริเวณสถานที่ที่คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดี จัดสิ่งแวดล้อมให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่
ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถ
9
วัคซีน
ชนิดของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ โดยองค์การ
อนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จะเป็นผู้กำหนดสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปีเองนอกจากนี้วัคซีนป้องกัน
ไข้หวัดใหญ่ยังแบ่งย่อยเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ที่มีรูปแบบการให้แตกต่างกัน ดังนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (Trivalent inactivated influenza
vaccine: TIV) เป็นวัคซีนในรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ใช้กันอยู่ทั่วไป สำหรับผู้ที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยมีระยะเวลาในการป้องกันโรค 4-6 เดือน
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็น (Live attenuated influenza vaccine: LAIV) เป็นวัคซีนในรูปแบบพ่นทางจมูก สำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่
2 ปีขึ้นไปถึงผู้ใหญ่อายุ 49 ปี โดยมีระยะเวลาในการป้องกันโรค 12-24 เดือน แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
10
เชื้อไวรัส
ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) หรือที่รู้จักกันในชื่อของเชื้อ
ไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่
- เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A) ถือเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุด และสามารถแพร่ระบาดไปได้ทั่วโลก โดยเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอ จะ
แบ่งความแตกต่างออกเป็นอีกหลายชนิดย่อย ๆ โดยแบ่งตามชนิดของโปรตีนของไวรัสคือ H (Hemagglutinin) และ N (Neuraminidase) โดย
ชนิดย่อยของไข้หวัดสายพันธุ์ A ที่เคยแพร่ระบาดก็อย่างเช่น เช่น ไข้หวัดสุกร H3N2, ไข้หวัดนก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1
การแพร่ติดต่อ
เชื้อไวรัสที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ติดต่อไปยังคนอื่น ๆ โดยการไอจามรดกันโดยตรง หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไป หากอยู่
ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร บางรายได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือ หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้ อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ
เป็นต้น เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตา ปากผู้ป่วยอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย ช่วง 3 วันแรก จะแพร่เชื้อได้มากสุด
และระยะแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน
อาการป่วย
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1 – 3 วัน น้อยรายที่นานถึง 7 วัน อาการป่วยใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วไป เช่น
มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่
รุนแรง หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน 5 – 7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบ รุนแรง
จะพบว่าหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก อาจทำให้เสียชีวิตได้
การรักษา
ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัส คือยาโอลเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เป็นยาชนิดกิน หาก
ผู้ป่วยได้รับยาภายใน 2 วันหลังเริ่มป่วย จะให้ผลการรักษาดี ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ๆ และยังรับประทานอาหารได้ อาจไปพบแพทย์ที่
คลินิก หรือรับยา และขอคำแนะนำจากเภสัชกรใกล้บ้าน และดูแลรักษากันเองที่บ้าน โดย รับประทานยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้
พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ เป็นต้นเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ ด้วยน้ำสะอาด ไม่เย็น ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ งดดื่มน้ำเย็นพยายามรับ
ประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้มากพอ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก ผลไม้ เป็นต้น หากรับประทานอาหารได้น้อย อาจต้องได้รับวิตามินเสริม
นอนหลับพักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทดีม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้นติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งต้องรับประทานยาจน
หมดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ดื้อยา
- เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B )เป็นไข้หวัดตามฤดูกาล ส่วนมากจะระบาดในช่วงฤดูหนาว เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะเจริญ
เติบโตได้ดีในอากาศเย็น ซึ่งพบมากที่สุดช่วงเดือนธันวาคม และมกราคม รวมถึงในช่วงที่อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว สามารถ
พบได้ทุกช่วงวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบ หืด โรคหัวใจ โรคภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเด็ก
เล็ก อายุน้อยกว่า 2 ปีผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีดัชนีมวลกายเยอะ หรือโรคอ้วน หากเป็นไข้หวัดใหญ่ก็มีความเสี่ยงที่จะมีอาการ
รุนแรงกว่าปกติ
ลักษณะอาการ
อาการจะเริ่มหลังจากได้รับเชื้อ 1 - 4 วัน ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่จะมีไข้แบบทันทีทันใด 38 องศา แต่สำหรับเด็กเล็กไข้มักจะสูงกว่า อาการโดยทั่วไป มี
ดังนี้
1. ปวดศีรษะ
2. หนาวสั่น
3. ปวดเมื้อยกล้ามเนื้อ
4. อ่อนเพลียมาก และอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ
5. ถ้าป่วยเป็นระยะเวลานานอาจจะมีอาการไอจากหลอดลมอักเสบ ส่งผลให้อาการรุนแรง และป่วยนานกว่าไข้หวัดธรรมดา และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะ
หายเป็นปกติภายใน 1 - 2 สัปดาห์
- เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Influenza C)เป็นสายพันธุ์ที่พบได้น้อยมาก อีกทั้งยังมีอาการที่ไม่รุนแรงและไม่พบการระบาด จึงทำให้บาง
ครั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ก็ไม่ถูกนับรวมเป็นชนิดของโรคไข้หวัดใหญ่
12
บรรณานุกรม
ครูบ้านนอก.(1 มิถุนายน 2552). ประวัติไข้หวัดใหญ่ที่เคยระบาดบนโลก. https://www.kroobannok.com/13286.
โรงพยาบาลดีบุก.(ม.ป.ป.). โรคไข้หวัดใหญ่(INFLUENZA). https://www.dibukhospital.com/influenza/
โรงพยาบาลศิครินทร์.(ม.ป.ป.). ไข้หวัดใหญ่ มีอาการอย่างไร?. https://www.sikarin.com/health/
โรงพยาบาลธนบุรี2.(ม.ป.ป.). ไข้หวัดใหญ่. https://www.thonburi2hospital.com/health-detail.php?id=11
เปาโลPHAHOLYOTHIN.(ม.ป.ป.).ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เอช1เอ็น1(A1H1N1). https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details
เปาโลPHAHOLYOTHIN.(ม.ป.ป.).รู้ระวังป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี . https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details
kapook.(ม.ป.ป.).ไข้หวัดใหญ่อาการใกล้ตัวที่ไม่ใช่เรื่องเล็กย้ำให้ชัดว่าต้องระวัง. https://health.kapook.com/view16423.html
โรงพยาบาลบางปะกอก8.(ม.ป.ป.). โรคไข้หวัดใหญ่. https://www.bangpakok8.com/care_blog/view/34.
โรงพยาบาลธนบุรี2.(ม.ป.ป.).โรคไข้หวัดใหญ่.https://www.thonburi2hospital.com/health-detail.php?id=11
พญาไท.(ม.ป.ป.).การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่. https://www.phyathai.com/article_detail/2880/th/
Pobpad.(ม.ป.ป.). การรักษาไข้หวัดใหญ่. https://image.pobpad.com/
11
ผู้จัดทำ
นางสาวกมลรส แก้วเจริญ รหัสนักศึกษา65124301002
นางสาวณัฐริกานต์ รอดทัดทาน รหัสนักศึกษา65124301032
นางสาวดวงกมล วงศ์คำรัตน์ รหัสนักศึกษา65124301033
นางสาวใยแก้ว เลี่ยงกี่ รหัสนักศึกษา65124301079
นางสาวสุดารัตน์ กรัดเพ็ชร รหัสนักศึกษา65124301102
นางสาวสุนันท์ ทองสัมฤทธิ์ รหัสนักศึกษา65124301104
นางสาวสุภัชญา จับทอง รหัสนักศึกษา65124301105
นางสาวสุภานัน ผู้มีทรัพย์ รหัสนักศึกษา65124301109