๔๘
๒.๓.๖ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กลุ่มพลงั มวลชน และกล่มุ พลังประชาชนในการดำเนินกิจกรรม
อย่างต่อเนือ่ ง เพื่อกระตุ้นใหม้ ีการเคลื่อนไหว และมสี ว่ นร่วมในการเสรมิ สรา้ งความมนั่ คง
๔. การปฏิบตั กิ ารกิจการพลเรอื นสนับสนนุ การรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในประเทศ
เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล
ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวาย การจลาจล และความไม่สงบสุขซึ่งทำลาย หรือสร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย
ทรัพย์สินของประชาชนหรือกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ให้กลับสู่สภาวะปกติ โดยกำหนดให้ภารกิจดังกล่าว
เป็นอำนาจหน้าที่ของกำลังของฝ่ายบ้านเมือง บทบาทของทหารในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศจะเกิดข้ึน
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ และกำลังของฝ่ายบ้านเมืองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รัฐบาลอาจประกาศใช้
พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือการ
ประกาศกฎอัยการศึก ตามความรนุ แรงของสถานการณ์ โดยมอบหมายให้ฝา่ ยทหารเข้าควบคุมและแก้ไขสถานการณ์
๑. การแบ่งระดับของความรุนแรงของสถานการณ์ สถานการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย
ภายในประเทศ มักจะเกิดจาก ฝูงชน ซึ่งเป็นมวลชนที่รัฐบาลไม่ได้จัดตั้งมารวมตัวชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ๆ
เพือ่ รว่ มกันแสดงถงึ เจตจำนงหรือจุดประสงค์อย่างหนึ่ง เช่น นดั หยุดงาน เดนิ ขบวนประท้วง ต่อต้าน คัดค้านรัฐบาล
เรียกร้องสิทธิประโยชน์ เมื่อไม่ได้ตามต้องการก็อาจแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นในสังคมกลายเป็นบ่อนทำลาย
ความม่ันคงทางการเมือง เศรษฐกิจ สงั คมจิตวทิ ยาของชาติ โดยแบง่ ระดบั ความรุนแรงของสถานการณ์ไดด้ ังน้ี
๑.๑ การก่อความวนุ่ วาย เปน็ การรวมตัวกนั ทำการขม่ ขู่ขัดขวาง ต่อตา้ นหนว่ ยงาน องคก์ รของรัฐหรือ
เอกชน รวมถึงรฐั บาล โดยอาศัยเงื่อนไขทางการเมอื ง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยาทีเ่ กดิ ข้ึน และมีผลกระทบต่อกลุ่ม
ประชาชน หรอื อาจเกิดขึ้นจากพวกสนับสนุน และกลุม่ ผอู้ ยูเ่ บื้องหลัง ยุยงประชาชนให้กอ่ ความว่นุ วาย เพ่อื แสดง
ให้เห็นว่ารัฐบาลอ่อนแอไร้ประสิทธิภาพ เช่น การชุมนุมประท้วง หรือเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ซึ่งอาจมี
การก่อวนิ าศกรรมเกดิ ขึน้ ได้
๑.๒ การกอ่ จลาจล เป็นการกระทำของฝูงชนด้วยวธิ กี ารรุนแรง โดยไมค่ ำนึงถงึ กฎหมาย ของผู้นำ
กลุ่มที่เป็นแกนในการก่อความไม่สงบ และมวลชนที่ตกเป็น แนวร่วมทางความคิด หรือมีผลประโยชน์จาก
การกอ่ สถานการณ์ จะแสดงพฤตกิ รรมอย่างขาดสติยงั้ คดิ เชน่ เผา ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ นำฝูงชนเข้า
ปะทะกนั เปน็ ต้น
๑.๓ การก่อความไม่สงบ เป็นการเคลื่อนไหวของขบวนการที่มุ่งประสงค์ จะล้มล้างอำนาจรฐั ที่มี
อยู่เดิม เปา้ หมายอาจจำกัดเพียงต้องการแยกตวั ออกจากการควบคมุ ของรฐั บาล จนถึงการเขา้ ยึดอำนาจรฐั โดยใช้
การบ่อนทำลายทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา และการทหาร ตลอดจนการต่อสู้ด้วยอาวุธ ซึ่งมีระดับ
ความรุนแรงยังไม่ถึงขั้นสงครามกลางเมือง (สงครามกลางเมือง เป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายก่อความไม่สงบยึดครอง
และคุมพื้นที่เอาไว้ได้ และจัดตั้งรัฐบาลซ้อนรัฐบาลบริหารพื้นที่ที่ควบคุมอยู่ ประเทศอื่นๆ ให้การยอมรับรฐั บาลของ
ฝา่ ยก่อความไมส่ งบ มีกำลงั ทหาร ถืออาวธุ โดยเปดิ เผย ตดิ เครื่องหมายโดยแจง้ ชัดและปฏบิ ตั ติ ามกฎทำสงคราม)
๔๙
๒. งานกิจการพลเรือน เป็นงานหนึ่งที่มีความสำคัญในการสนับสนุนการควบคุมและแก้ไขสถานการณ์
โดยกระทำควบค่อู ย่างต่อเน่ืองกับงานด้านอ่ืน ๆ ซง่ึ มกั จะกำหนดเป็นผนวก ประกอบแผนปฏบิ ัติการรักษาความสงบ
เรียบรอ้ ยภายในประเทศ ม่งุ เน้นงานด้านจิตวทิ ยา งานมวลชน และการปฏบิ ัติการข่าวสาร แบง่ ข้ันการดำเนนิ งานได้ ดงั น้ี
๒.๑ ขั้นเตรียมการ เป็นการดำเนินงานทีเ่ ริ่มตั้งแต่ปรากฏมกี ารเคล่ือนไหวของกลุม่ ตา่ งๆ จนถึงมี
การก่อเหตุรุนแรง แต่กำลังของฝ่ายบ้านเมืองยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ควรดำเนินการ ดังนี้
๑) ตดิ ตาม ศึกษา วเิ คราะหส์ ถานการณ์ จัดทำฐานข้อมูลท่ีเกยี่ วข้อง และจัดเตรียมแผนการปฏิบตั ิ ๒) ให้ความรู้
หรือฝึกอบรมเจา้ หน้าท่ี ในเรื่องการปอ้ งกนั และปราบปรามการก่อความไม่สงบ การเจรจาตอ่ รอง และชา่ งภาพสนาม
๓) เตรียมการ ส่งเสริม สนับสนุนการใช้กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ในการแก้ไขสถานการณ์ในโอกาสที่เหมาะสม
๔) จัดเตรียมสถานที่ เครื่องมือ เจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ เช่น การจัดแถลงข่าว ชุดประชาสัมพันธ์
เคลื่อนที่ ชุดปฏิบัติการจิตวิทยาเฉพาะกิจ และชุดแพทย์เคลือ่ นที่ เป็นต้น ๕) ประสานงานกับฝ่ายพลเรือนเพอ่ื
เตรียมการแกไ้ ขสถานการณ์ ๖) สง่ เสริม สนับสนุน หรือเผยแพร่ขอ้ มลู ข่าวสารเพ่ือสรา้ งความเข้าใจท่ีถูกต้องใน
ประเดน็ ทเี่ ปน็ ปัญหาใหส้ อดคล้องเหมาะสมกบั สถานการณ์
๒.๒ ขั้นปฏิบัติการ เป็นการดำเนนิ งานทีเ่ ริ่มต้ังแต่มีการก่อเหตรุ ุนแรงจนถงึ ระดับทีก่ ำลังของฝ่าย
บ้านเมืองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ และฝ่ายทหารได้รับมอบหมายให้เข้าควบคุมสถานการณ์ให้
กลบั คืนสสู่ ภาวะปกติ ควรดำเนินการตามสถานการณ์ ดงั นี้
๒.๒.๑ สถานการณก์ ารกอ่ ความวนุ่ วาย ๑) จัดต้ังศูนย์ประสานงานในการแก้ไขสถานการณ์
เพื่อบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร รับเรื่องราวร้องทุกข์และกำหนดมาตรการในการแก้ไขสถานการณ์ ๒) ดำเนินการ
ปฏิบัติการจิตวิทยา และประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อเท็จจริงผ่านส่ือทกุ ชนิด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับ
ประชาชน และกลุ่มผู้ชุมนุมเรยี กรอ้ ง ๓) จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เช่น ชุดปฏิบัติการจิตวิทยาทางพื้นดนิ
ชุดช่างภาพสนาม หาข้อมูลข่าวสาร สืบสภาพความเคล่ือนไหวของการชมุ นมุ เรียกร้อง เพื่อนำมาใชป้ ระโยชนใ์ น
การพิจารณาแก้ไขสถานการณ์ ๔) ใช้คำขวัญ บทเพลง บทความ หรือเอกสารที่เร่งเร้าความรู้สึกให้เห็นถึง
ผลกระทบทไ่ี ด้รบั จากการชุมนมุ เรยี กร้อง และปลกุ เร้าให้เกดิ ความสามคั คีของคนในชาติ ๕) ใช้สื่อของรัฐ และ
ขอความร่วมมือจากสื่อสารมวลชน ในการเสนอข้อเท็จจริงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็ว และทันต่อ
เหตุการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน และกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง อีกทั้งเพื่อยับยั้งไม่ให้
ประชาชนเขา้ รว่ มการชมุ นมุ
๒.๒.๒ สถานการณก์ ารกอ่ จลาจล
๒.๒.๒.๑ จดั ตงั้ ศนู ย์ประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ เพ่ือใหข้ ่าวสาร และอำนวยการในการเสนอ
ขา่ วของสือ่ มวลชน พร้อมทั้งตอบโต้ขา่ วสารของกลุม่ ผ้กู ่อการจลาจล
๒.๒.๒.๒ ทำความเข้าใจกับประชาชน และกลุ่มผู้ก่อการจลาจลผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ตลอดจน ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตาม
มาตรการต่างๆ ท่ีกำหนด
๒.๒.๒.๓ สนับสนุนให้มกี ารเจรจาเพื่อใหส้ ถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
๕๐
๒.๒.๒.๔ บริการสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ก่อการจลาจลตามความเหมาะสม
เพ่ือทำให้การเจรจาตอ่ รองง่ายข้นึ หรือทำใหจ้ ติ ใจของผกู้ ่อการจลาจลเยือกเยน็ ลงจนถงึ ขั้นเลกิ การก่อจลาจล
๒.๒.๒.๕ จัดตัง้ ศูนยอ์ ำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เช่น การปฐมพยาบาล
การรกั ษาพยาบาล และยานพาหนะตามความเหมาะสม เปน็ ต้น
๒.๒.๓ สถานการณ์การก่อความไม่สงบ
๒.๒.๓.๑ ปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ นักวิชาการสื่อมวลชน
กลมุ่ ผลประโยชน์ และประชาชนทกุ สาขาอาชีพ มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เห็น เพอื่ แกไ้ ขปญั หาด้วยวิธีการ
ตา่ ง ๆ เช่น การจัดเวทเี สวนา การจัดเวทปี ระชาชน การทำเวบ็ ไซด์ และการจัดการประชมุ เชงิ ปฏิบัติการ เปน็ ต้น
๒.๒.๓.๒ ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกชนดิ ที่มีอยู่ เพื่อชี้แจงทำความ
เข้าใจถึงความจำเป็นในการประกาศใช้มาตรการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และ
ให้เห็นว่า ฝ่ายต่างๆ จะดำเนินการต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และแนวร่วม โดยยึดหลักของกฎหมายและสิทธิ
มนุษยชน ตลอดจนแสดงใหเ้ หน็ ความจรงิ ใจ และความตงั้ ใจของฝ่ายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้วยหลกั สันติวิธี
๒.๒.๓.๓ ดำเนินการปฏิบัติการจิตวิทยาเชิงรุกตอบโต้การโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม
กอ่ ความไมส่ งบและแนวรว่ ม เพ่อื ชิงความไดเ้ ปรียบทางด้านจิตวิทยา โดยมุ่งทำลายขวญั กำลังใจ และทำให้หมด
กำลังใจในการตอ่ สู้
๒.๒.๓.๔ รณรงค์ผ่านโครงการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนเห็นถึง
ภัยที่เกิดจากการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ และปลุกเร้าให้เกิดความสมานฉันท์ เช่น การแสดงดนตรี
การเดินรณรงค์ และการแสดงพลังของกล่มุ พลังมวลชน เป็นตน้
๒.๓ ขั้นการส่งมอบ เป็นการดำเนินการเมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติ และรัฐบาลยกเลิก
การประกาศใช้ พระราชบัญญตั ิการรกั ษาความมั่นคงภายใน พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉกุ เฉนิ หรือยกเลิกการประกาศใช้กฎอยั การศกึ ควรมกี ารดำเนนิ การ ดังน้ี
๒.๓.๑ ช่วยเหลือ และสนับสนุนฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องทั้งทางด้านร่างกาย
และจติ ใจ เชน่ การรกั ษาพยาบาล การเยีย่ มเยียนของผบู้ ังคบั บญั ชา และการมอบสิง่ ของชว่ ยเหลอื เปน็ ต้น
๒.๓.๒ ช่วยเหลอื และสนบั สนุนการซ่อมแซมสิง่ สาธารณูปโภค โครงสรา้ งพื้นฐาน และอาคาร
บ้านเรือนของผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพต่อไปได้ รวมทั้งการช่วยเหลือ
การปรับปรุง หรือซอ่ มแซมสถานทขี่ องราชการทีไ่ ด้รบั ความเสยี หาย
๒.๓.๓ ส่งเสริม และสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข การเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ และเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อนำไปใช้เป็น
แนวทางในการดำเนินชีวิตอยา่ งถูกตอ้ งเพยี งพอ มเี กยี รติ ศกั ด์ศิ รี และภาคภมู ิใจ เปน็ ต้น
๕๑
๒.๓.๔ ดำเนนิ การปฏบิ ตั ิการจิตวิทยา และการประชาสัมพนั ธ์ เพ่ือสร้างขวัญและกำลังใจของ
ประชาชนให้กลับคนื สสู่ ภาพปกติโดยเร็ว
๒.๓.๕ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพบกและประเทศชาติ
กลบั คนื มา
๒.๓.๖ ติดตาม ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ จัดทำฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุง
แผนการปฏบิ ัติให้มคี วามเหมาะสม และทันสมยั
๒.๓.๗ จัดโครงการ / กิจกรรม ร่วมกับฝ่ายพลเรือน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก
เหตกุ ารณ์ เชน่ การจดั ต้งั ศูนยร์ บั บรจิ าค กิจกรรมคอนเสริ ต์ การกศุ ล เป็นตน้
๒.๓.๘ ใช้ และส่งเสริมสนับสนนุ กล่มุ พลงั มวลชนในการเคล่ือนไหว เพอื่ ให้กำลังใจการปฏิบัติ
หนา้ ท่ีของเจา้ หน้าท่ี และขอบคุณทกุ ภาคส่วนในการใหค้ วามรว่ มมอื แกไ้ ขปัญหา
๕. การปฏบิ ตั ิการกิจการพลเรอื นสนับสนนุ การพัฒนาประเทศและการชว่ ยเหลอื ประชาชน
การสนับสนุนพลเรือนของฝ่ายทหารนั้น กระทำเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
โดยฝา่ ยทหารอาจเข้าไปร่วมใหก้ ารช่วยเหลือฝ่ายพลเรือนในรูปแบบต่างๆ เช่น การช่วยเหลอื ในการรักษาความ
สงบเรียบร้อย การช่วยเหลือในการพัฒนา การช่วยเหลือในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยหลักการสำคัญใน
การสนับสนุนพลเรือน ก็คือฝ่ายทหารมิใช่เป็นผูป้ ฏิบัติหลักในงานต่าง ๆ ของฝ่ายพลเรือน แต่จะเป็นเพียงผู้
ช่วยเหลอื และใหก้ ารสนบั สนนุ เท่าท่ีจำเปน็ ภายในขดี ความสามารถ ยกเว้นในบางกรณี หรือบางสถานการณ์ท่ี
เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนไม่สามารถปฏิบัติได้ ฝ่ายทหารจึงจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติหลักในลำดับแรก และ
ตอ้ งพยายาม สง่ มอบงานดงั กล่าวใหก้ ับฝ่ายพลเรือนรบั ดำเนินการต่อไปเมอื่ สถานการณเ์ ออ้ื อำนวย
การสนับสนุนการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในที่น้ีหมายถึง การใช้ทรัพยากรของ
ฝ่ายทหารที่มีความเหมาะสม ทั้งคน และเครื่องมือ เข้าไปให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนฝ่ายพลเรือนใน
การบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ใหเ้ ป็นไปด้วยความเรยี บรอ้ ย รวมทงั้ การชว่ ยเหลอื พัฒนาทอ้ งถ่ินใหป้ ระชาชนมีความ
เป็นอยู่ที่ดขี ึน้ และพ้นจากภัยพิบตั ิต่างๆ เพือ่ ใหป้ ระเทศชาติ มีความม่นั คงปลอดภัย และประชาชนมีความผาสุก
ทัง้ ในยามปกติ และในสถานการณ์วกิ ฤต
การสนับสนนุ การพัฒนาประเทศและการชว่ ยเหลอื ประชาชนมวี ตั ถุประสงค์
๑) เพอื่ ชว่ ยเหลือ และสนบั สนุนสว่ นราชการพลเรือนให้สามารถบริหารราชการแผน่ ดิน ให้เป็นไปด้วย
ความเรยี บร้อย และให้การสนบั สนุนในการพฒั นาประเทศในด้านตา่ งๆ
๒) เพื่อใช้ศักยภาพของฝ่ายทหาร เข้าไปให้การสนับสนุนส่วนราชการพลเรือน และภาคเอกชน
ใหก้ ารช่วยเหลือประชาชนท่ีประสบภัยพิบตั ิเป็นไปอยา่ งรวดเรว็ ทันเวลา และทนั ต่อสถานการณ์
๓) เพื่อเสรมิ สร้างความเขม้ แข็งให้กับภาคประชาชน และชุมชน ให้มีภูมิคุ้มกันท่ีจะสามารถดำรงชีวิต
อยู่อย่างพอเพียงได้ ในทุกสถานการณ์
๕๒
๔) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือน
ในการให้ความช่วยเหลอื ประชาชน รวมท้งั การสร้างความอยดู่ ีกินดี และความผาสกุ ใหก้ ับประชาชน
๕) เพื่อเสริมสร้าง และพัฒนาให้สังคมไทยกา้ วเข้าสู่การเป็นสงั คมแห่งการเรียนรู้ และสังคมคุณธรรม
โดยหวังผลใหเ้ กิดเปน็ วฒั นธรรม และวถิ ชี วี ิตทส่ี ำคญั ของคนไทยในอนาคต
การพฒั นาประเทศ
ฝ่ายทหารจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนฝ่ายพลเรือนในการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน
โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น ๓ ลักษณะ คือ การบุกเบิก การอำนวยการประสานงานและการเสริมหรือ
สนับสนุน โดยการพัฒนาที่สำคัญที่ฝ่ายทหารสมควรเข้าไปให้การสนับสนุน คือ โครงการพัฒนาที่เกี่ยวกับการส่งเสรมิ
ให้ประชาชน มีวิถีชีวิตความเปน็ อยู่ท่ีดีขึ้น และโครงการพัฒนาในพ้ืนท่ีท่ีจะส่งผลเกื้อกูลต่อความม่ันคงของชาติ
ซง่ึ สรปุ ในภาพรวมแล้วแบ่งภาพของการพัฒนาออกได้เป็น ๒ ประการ ประการแรกคือ “การพัฒนาพืน้ ท”ี่ ให้มีความเจริญ
และส่งผลตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศ อีกประการหนึ่งคือ “การพัฒนาคน” เพื่อให้ประเทศชาติมี
ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ได้อย่าง
ทดั เทยี มกับนานาอารยประเทศ
การพัฒนาพื้นท่ี เป็นการสร้างระบบการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ และยุทธศาสตร์ด้านความมัน่ คงต่างๆ อย่างไรก็ตามฝ่ายทหารเองก็มขี ีดจำกัดในดา้ นการพัฒนาหลาย
ประการทงั้ ในเรอ่ื งคน และเครอ่ื งมือ ประกอบกับมภี าระหนา้ ท่ีทางด้านกิจการทหารท่ีจะตอ้ งดำเนินการอยู่แล้ว
ดังนั้น การสนับสนุนโครงการพัฒนาต่าง ๆ จึงต้องพิจารณาเลือกเฟ้นเฉพาะโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อการ
ช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัย และมีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง รวมทั้งอาจเป็น
โครงการทอี่ ยใู่ นพ้นื ที่ท่ีมีปญั หาความมัน่ คง ซ่ึงก็จะทำใหก้ ารพฒั นาของฝ่ายทหาร สามารถสนับสนนุ ฝ่ายพลเรือน
ให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาความ
ม่ันคงของประเทศควบคกู่ นั ไปด้วย ทงั้ นใี้ นการพัฒนาจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการ
พัฒนาต่างๆ ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ และสามารถพัฒนาจนพึ่งพาตนเองได้ อย่างไรก็ตาม
ผบู้ ังคบั หนว่ ยทหารอาจต้องพิจารณาดำเนินการในโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพอ่ื จะไมใ่ ห้เป็นภาระผูกพัน
กับหนว่ ยทหารในระยะยาว และสง่ ผลกระทบตอ่ การใช้กำลัง และยทุ โธปกรณ์ในภารกจิ ทางทหาร
การพัฒนาคน คน หรือมนุษย์ เป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุด และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา
ประเทศในทุก ๆ ด้าน จึงเป็นความจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญ และสนับสนุนในทุกวิถีทางที่จะ
ทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศมีคุณภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาอารยประเทศในเวทีโลกได้
อย่างทัดเทียมกัน โดยการการพัฒนาคนนั้นจะต้องพัฒนาศักยภาพในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
ตลอดจนส่งเสริมให้ยึดมั่นดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงบนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม และการปฏิบัติตาม
หลักศีลธรรมอันดีของทุกศาสนา สำหรับกองทัพบกได้กำหนดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอาไว้อย่างชัดเจน
ทั้งภายในกองทัพบก และนอกกองทัพบก กองทัพบกให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ
๕๓
และคุณธรรม จริยธรรมให้กบั กำลงั พล เพอ่ื ให้เปน็ ประชากรท่มี ีศกั ยภาพ และมีคุณภาพในการพัฒนาประเทศใน
ทุก ๆ ด้าน ทั้งในระหว่างการรับราชการ และหลังจากครบวาระในการรบั ราชการแล้ว ส่วนภายนอกกองทพั บก
ไดใ้ หค้ วามสำคัญกบั กลมุ่ เปา้ หมายทเ่ี ป็นเยาวชนของชาติ และประชาชนในพน้ื ทท่ี ี่มีปัญหาความมั่นคงเป็นลำดับ
แรก โดยมีโครงการพฒั นารองรบั การดำเนินการตามแผนงานประจำปีอยา่ งชดั เจน
การช่วยเหลอื ประชาชน
เป็นการร่วมมอื สนับสนุนซึง่ กันและกันระหวา่ งฝ่ายทหารกับฝา่ ยพลเรือน ในลักษณะการบูรณาการกนั ใน
ทุก ๆ ด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล โดยแบ่งการช่วยเหลือ
ประชาชนออกเปน็ ๒ รูปแบบ คือ
ก) การช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนใน
สภาวะ และโอกาสทเี่ อื้ออำนวย เพื่อส่งเสรมิ คุณภาพชีวิต และการกินอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพ
ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่ยากจน และด้อยโอกาส ในพื้นที่ทุรกันดาร และห่างไกลความเจริญ
โดยน้อมนำเอาแนวทางการดำเนินการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง มาเปน็ หลักในการขับเคล่ือนโครงการพัฒนาต่างๆ
ข) การช่วยเหลอื ประชาชนท่ปี ระสบภัยพิบัติ การดำเนินการจะตอ้ งมกี ารเตรยี มการ และซกั ซอ้ มการ
ปฏิบัติตั้งแค่ยามปกติ โดยในห้วงของสถานการณ์ภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ต้องมีความทุ่มเท มีการระดม
ทรพั ยากรทง้ั ปวงทม่ี ีความเหมาะสม เข้าไปใหก้ ารช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบตั ไิ ดอ้ ย่างมีคุณภาพ และ
มีประสิทธิภาพ ทั้งก่อนระหว่าง และหลังการเกิดภัยพิบัติ ซึ่งโดยทั่วไปกองทัพบกจะแบ่งขั้นตอน
การดำเนินการออกเป็น ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการ (ขั้นการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยพิบัติ)
และขั้นการฟื้นฟูบูรณะ แต่ทั้งนี้ให้ยึดถือปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติประจำว่าด้วยการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภยั กองทพั บก
๕๔
ขน้ั เตรียมการ
ขั้นดำเนนิ การ (ข้นั การปฏบิ ัติเมื่อเกดิ ภยั พบิ ัต)ิ
ข้นั การฟน้ื ฟูบูรณะ
การสนับสนุนทางด้านการเมือง เศรษฐกจิ และสงั คม
๑. ด้านการเมือง เนื่องจากการพัฒนาทางด้านการเมืองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอด
ของชาติบ้านเมือง และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน กองทัพบกจึงให้ความสำคัญกับ
การสง่ เสริมและสนบั สนนุ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ด้วยการใช้
ทรัพยากรทั้งปวงของกองทัพบก เข้าไปให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่ในกระบวนการพัฒนา
ประชาธิปไตย ให้สามารถดำเนินการไปตามกรอบแนวทางที่กำหนดได้อย่างสร้างสรรค์ นำมาซึ่งความสงบ
เรียบร้อย และความสนั ตสิ ุขของบ้านเมอื งอย่างถาวร โดยมีลักษณะของการสนับสนนุ ดังน้ี
๕๕
๑.๑ สนับสนุนทางด้านกำลังพล เพื่อให้กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย และการเลือกตั้งของ
ประเทศ สามารถดำเนินไปได้ด้วยความเรียบรอ้ ย และเป็นไปด้วยความบริสุทธิย์ ุตธิ รรม กองทัพบกจึงได้จดั กำลังพล
และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความจำเป็น สนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับการร้องขอในทุกโอกาส
ทั้งการดำเนินการในระดับท้องถิ่น และในระดับชาติ แต่เนื่องจากการต่อสู้กันทางการเมืองมีความละเอียดอ่อน
และสลับซับซอ้ น ดังนั้นการดำเนนิ การจะตอ้ งมคี วามระมดั ระวังมใิ ห้กองทพั บกตอ้ งตกเปน็ เครือ่ งมือทางการเมือง
ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นอันขาด ทั้งนี้ในการปฏิบัติให้ผู้บังคับหน่วย และกำลังพลทุกนาย
ยดึ ถือปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ และคำสงั่ ของกองทัพบกที่เกย่ี วขอ้ งอย่างเคร่งครัด
๑.๒ สนับสนุนทางด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาประชาธิปไตยของ
ประเทศชาติ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างสรรค์ กองทัพบกจึงได้มีนโยบายที่ชัด เจน
ในการใช้สื่อในความรับผิดชอบ ให้การสนับสนุนทางด้านการประชาสัมพันธ์ ด้วยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้
สงั คมไทยเกดิ อุดมการณ์ และวฒั นธรรมประชาธิปไตย การเผยแพร่ใหค้ วามร้ใู นขน้ั ตอน และกระบวนการพฒั นา
ประชาธปิ ไตย รวมทงั้ ประชาสมั พนั ธส์ นบั สนนุ กจิ กรรมต่าง ๆ เพอ่ื ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
๒. ด้านเศรษฐกิจ เป็นการสนับสนุนการดำเนินการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ โครงการพัฒนาพ้นื ท่ที ม่ี ีปญั หาความมนั่ คงท่ีจำเป็น ต้องได้รับการแก้ไข
เปน็ กรณีพิเศษ และโครงการอนื่ ๆ ตามทร่ี ัฐบาลมอบหมาย โดยในยามปกติฝ่ายทหารจะเข้าร่วมกับฝ่ายพลเรือน
ในการพัฒนาเพือ่ ให้ประชาชนกินดอี ยู่ดีตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อเสริมสรา้ งความมั่นคงใหก้ ับ
ประเทศชาติ และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ในยามสงครามฝ่ายทหารจะให้
การสนับสนุน การเงินการคลัง การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม และการคมนาคมของฝ่ายพลเรือนให้
ดำเนินไปโดยต่อเนื่องตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ เมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลายลงจะเป็นการให้
การสนับสนุนในการฟน้ื ฟูบูรณะสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ และตามทีไ่ ด้รับมอบหมาย
๓. ดา้ นสงั คม เป็นการสง่ เสริมและสนับสนนุ ฝ่ายพลเรอื น ในการดำเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ เพอื่ ธำรงไว้ซ่ึง
ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ศิลปวัฒนธรรม เอกลักษณ์ ของชาติ และพิธีกรรมทางศาสนา รวมทั้ง
ส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนให้ความร่วมมือกับฝ่ายพลเรือนในการพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข
การประชาสงเคราะห์ และความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส์ ิน เพื่อจรรโลงสังคมให้คงคุณงามความดี และมีความสงบสุข
การสนบั สนุนการแกป้ ญั หาสำคัญของชาติ
ปัญหาวิกฤตสำคัญของชาติบ้านเมืองนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และวิธีการแก้ปัญหาก็มี
ความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นตามไปดว้ ย จนหน่วยงานใดหนว่ ยงานหนึ่งไม่สามารถท่ีจะแก้ไขปัญหาได้โดยลำพัง
ต้องใช้การบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานจึงจะสามารถลดระดับของปัญหาลงได้ ดังนั้นกองทัพบกจึงเป็น
อีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตของชาติในหลากหลายภารกิจ
เชน่ ปัญหายาเสพติด ปัญหาทรพั ยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิง่ แวดล้อมถูกทำลายเปน็ ต้น
๕๖
๑. การแก้ปญั หายาเสพตดิ กองทพั บกไดเ้ ขา้ ไปมบี ทบาทในการแก้ปัญหายาเสพติดในหลายมิติทั้งใน
เรื่องการใช้กำลังในการสกัดกั้น ปราบปราม การรณรงค์ป้องกนั และการบำบัดฟืน้ ฟู ซึ่งในส่วนงานด้านกิจการ
พลเรือนจะเนน้ หนักไปทก่ี ารรณรงค์ป้องกนั การบำบดั รักษา และการฟนื้ ฟู ซ่งึ สรปุ ได้ดงั นี้
๑.๑ การรณรงค์ป้องกัน โดยใช้สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ และสื่อบุคคล ของกองทัพบกให้การสนับสนุน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบของการให้ความรู้ การเผยแพร่ผลงาน และกิจกรรมการลงโทษผู้กระทำ
ความผดิ รวมทัง้ การจัดรายการพเิ ศษทางโทรทัศน์ เพอื่ ใหป้ ระชาชนมีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น
๑.๒ การใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจ
๑.๒.๑ การจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนในรูปแบบตา่ ง ๆ ต้องจัดให้มีการเรียนการสอนในเรื่อง
สอดแทรกการใหค้ วามรู้ การสร้างภมู ิคมุ้ กนั และการปฏเิ สธยาเสพตดิ ควบคไู่ ปดว้ ย
๑.๒.๒ การจัดกิจกรรมมวลชน หรือฝึกอบรมประชาชน ในหลักสูตรต่างๆ ต้องสอดแทรกใน
เรื่องของโทษ และพิษภัยของยาเสพตดิ รวมทัง้ กฎหมายทเ่ี กีย่ วขอ้ งให้ได้รบั ทราบดว้ ย
๑.๓ การจัดตั้งศูนย์บังคับบำบัด ตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕
กองทัพบกได้เปิดค่ายทหารให้เป็นศูนย์ “ศูนย์วิวัฒน์พลเมือง” เพื่อเป็นสถานที่บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้เสพยา
เสพติดตามทีศ่ าลส่ังใหเ้ ข้ารับการบำบัดแบบบงั คบั
๒. การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสง่ิ แวดลอ้ ม ย้อนหลังไปประมาณ ๕๐ ปี ประเทศไทยได้ชื่อ
ว่าเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยในปี ๒๕๐๔ ประเทศไทยมีปริมาณพื้นที่ป่าไม้ทั้งประเทศรวมทั้งสิ้นถึง
๑๗๑ ล้านไร่ จากจำนวนพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๐.๗ ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ ๕๓.๓ แต่ในปัจจุบันจากการสำรวจ
พบว่าในปี ๕๐ ปริมาณพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียง ๑๐๔.๖ ล้านไร่
หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๒.๖ การลดจำนวนลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากการบุกรุกของ
ชาวบ้านโดยมีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการแผ้วถางป่าทำไร่เลื่อนลอยของผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ และคนใน
พืน้ ท่สี งู โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในปี ๔๑ ท่เี กิดคดปี า่ สาละวนิ สังคมได้รบั รูว้ ่ามขี บวนการลักลอบทำลายทรัพยากรป่า
ไม้กันอย่างกวา้ งขวาง ซึ่งกรมปา่ ไมไ้ ด้ประสานความร่วมมือกบั กองทัพบกในการป้องกันปราบปรามการลักลอบ
ทำลายทรัพยากรป่าไม้ ซง่ึ สามารถแก้ไขปญั หาได้ในระดับหน่ึงเทา่ นน้ั ปจั จบุ นั สัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศ
ไทยก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ในห้วง
๕๗
ระยะ ๑ – ๒ ปี ทผ่ี า่ นมา สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน หนว่ ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ได้เริ่มต่ืนตัวใน
อันท่ีจะทำโครงการในรปู แบบต่างๆ เพ่อื ทจี่ ะแกไ้ ขปัญหากันแล้วหลายโครงการ อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายเห็นตรงกัน
ว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมเป็นวิถีทางที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนลงได้
และ“เนื่องจากทรัพยากรป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสมบัติของชาติบ้านเมือง จึงเป็นหน้าที่ของทหาร
ทุกคนที่จะต้องดูแลรักษา และปกป้อง ฟื้นฟูให้ดำรงคงอยู่ ไว้เป็นมรดกแก่อนุชนรุ่นหลังสบื ไป” กองทัพบกจึงไดก้ ำหนด
นโยบายให้หน่วยทหารทุกหน่วยดำเนินการใน ๕ เรื่อง ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามการลักลอบ ตัดไม้ทำลายป่า
การปลูกป่าและฟื้นฟูสภาพป่า การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลน และการรณรงค์
ปอ้ งกันรักษาทรพั ยากรธรรมชาติ ด้วยการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้เกดิ ขึ้นในสังคมไทย
๖. การปฏิบัติการกจิ การพลเรือนสนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารทางทหารนอกเหนอื จากสงคราม
การใช้กำลงั ทหารในการปฏิบตั ภิ ารกิจอ่นื ๆ เปน็ การใชก้ ำลังตามสถานการณ์ ทอี่ าจจะเกิดข้นึ ไดต้ ามห้วง
เวลาทม่ี ีปัญหาวกิ ฤตทง้ั ภายในประเทศ หรอื ภายนอกประเทศ ซ่งึ เมอื่ มกี ารใชก้ ำลังทหารปฏบิ ัติทางด้านยุทธการ
หรือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น สึนามิ หรือการใช้กำลังในการปฏบิ ัติการเพื่อสันตภิ าพ เป็น
ตน้ การดำเนินงานด้านกิจการพลเรอื นกจ็ ะต้องมคี วามพรอ้ มทปี่ ฏิบัตคิ วบคู่ไปดว้ ยเสมอ เพ่อื ใหก้ ารปฏิบัตภิ ารกิจ
ของกองทพั บกตอ่ สถานการณน์ ้นั ๆ สำเรจ็ โดยสมบูรณ์ มีความชอบธรรมในการปฏิบตั กิ าร ไดร้ ับการยอมรับและ
ได้รับการสนับสนนุ จากประชาชนทงั้ ในประเทศ และต่างประเทศ
งานกิจการพลเรือนในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ บทบาทของทหารในการปฏิบัติงานด้านกิจการ
พลเรือนขึน้ อยูก่ บั ภัยคุกคาม สถานภาพความปลอดภัยในพืน้ ที่ปฏบิ ตั ิการ การปฏิบัติงานตามหน้าที่ขององค์กร
พลเรือน และองค์กรเอกชน ขาดประสิทธภิ าพ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค และข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้หน่วยทหาร
จำเป็นที่จะต้องเข้าไปชว่ ยเหลือ เพื่อให้ภาพรวมของการปฏิบตั ิการรกั ษาสันติภาพมีความน่าเชือ่ ถอื อันเป็นสิง่ สำคญั
และจำเป็นอย่างยิ่งในการบรรลุภารกิจในความพยายามทางการทูต และการบรรลุข้อตกลงทางการเมือง
ตลอดจนเหตุผลทางดา้ นมนุษยธรรม อนั เปน็ จุดสูงสดุ ของการปฏิบัติภารกิจรักษาสันตภิ าพ จากการที่กองทัพบก
ไดเ้ คยสง่ กำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัตกิ ารรักษาสนั ติภาพในหลาย ๆ ประเทศทีผ่ า่ นมา ในสว่ นของงานกิจการพลเรือน
๕๘
ได้มีการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปบทเรียน ในการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือน สามารถแบ่งการดำเนินงาน
ออกเป็น ๒ ขั้น ดงั นี้
๑. ขัน้ เตรียมการ
๑.๑ ทำการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้านกิจการพลเรือนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความต้องการของ
ประชาชนในประเทศนนั้ ๆ
๑.๒ จดั ทำแผนปฏิบตั งิ านกจิ การพลเรือน
๑.๓ จัดเตรียมเจ้าหน้าท่ี ยุทโธปกรณ์ ตลอดจนวัสดุอปุ กรณท์ ี่จำเป็น
๑.๔ จัดให้มกี ารศกึ ษาอบรมแกเ่ จ้าหน้าท่ที จ่ี ะไปปฏิบัตงิ าน
๑.๕ ซักซอ้ มการปฏิบัตติ ัง้ แตอ่ ยู่ ณ ทต่ี ัง้ ปกติในประเทศไทย
๑.๖ เผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธใ์ นการเข้าร่วมปฏิบัตงิ าน เพ่อื ใหป้ ระชาชนภายในประเทศเกิดความ
ข้าใจ และให้การสนบั สนนุ
๒. ข้นั ปฏิบตั ิการ
๒.๑ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อม ที่ปลอดภัยต่อ
เจา้ หน้าท่ี ที่ต้งั หน่วย และพนื้ ทป่ี ฏบิ ัตกิ าร เชน่ การให้บรกิ ารทางการแพทย์ ณ ที่ตง้ั หนว่ ย จดั ชุดเคล่ือนท่ีเฉพาะ
กิจ ใหก้ ารชว่ ยเหลือ พบปะเยยี่ มเยียน สร้างความคุน้ เคย และทำกิจกรรมกับชมุ ชน ผ้นู ำทอ้ งถนิ่ เปน็ ตน้
๒.๒ สรา้ งความสัมพนั ธท์ ่ดี กี บั หนว่ ยงาน องค์กรในพน้ื ที่ เพอื่ ใหเ้ กิดความร่วมมือในการปฏบิ ัตงิ าน
เช่น เชิญมาร่วมกิจกรรมหรือพิธีต่างๆ ที่จัดขึ้น เชิญร่วมรับประทานอาหาร ชมการแสดงหรือสาธิตศิลปะ
วฒั นธรรม และประเพณไี ทย รวมท้ังการเขา้ ร่วมกจิ กรรม หรอื พิธีตา่ งๆ ทไ่ี ด้รบั เชิญ
๒.๓ สง่ เสริม สนบั สนนุ การยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของประชาชน ใหส้ ามารถ พง่ึ พาตนเองได้ เช่น
การรักษาสุขภาพอนามัย และการแนะนำการประกอบอาชพี ในดา้ นตา่ งๆ ตามความเหมาะสม เปน็ ต้น
๒.๔ จัดโครงการ/กิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีกับทุกภาคส่วน รวมทั้งให้เกิดความ
ร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เช่น จัดกิจกรรมการแสดง กิจกรรมดนตรี
กิจกรรมกีฬา เปน็ ต้น
๒.๕ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อต่าง ๆ ในพื้นท่ี เพื่อให้ได้รับความร่วมมือในการเผยแพร่
ภาพลกั ษณท์ ี่ดีของกองทพั และประเทศไทย
๒.๖ จัดส่งข้อมูลผลการปฏิบัติงานให้กองทัพบกด้วยรูปแบบ และวิธีการต่างๆ เพื่อเผยแพร่
ประชาสมั พนั ธ์อยา่ งกวา้ งขวาง
๒.๗ การปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ควรแสดงออกถึงการเป็นผู้มีระเบียบ วินัย รวมทั้งควรแสดง
เอกลักษณ์ที่ดีของคนไทยให้ปรากฏ เช่น การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
และการใหเ้ กยี รตแิ กเ่ พ่ือนร่วมงานตลอดจนกับชนพ้นื เมอื ง เปน็ ต้น
๕๙
๒.๘ ทุกระดับหน่วยพิจารณาใช้การปฏิบัติการจิตวิทยา / ประชาสัมพันธ์ ในการปฏิบัติงาน
ทุกขั้นตอน
๖๐
บทท่ี ๕
กรณีตัวอย่างการปฏิบัติการกิจการพลเรือนใน DESERT SHIELD /STORM
จากสงครามอ่าวเปอร์เซีย เป็นกรณีทอี่ ริ กั เข้าบุกยึดประเทศคูเวตเมื่อวันที่ ๒ สงิ หาคม ๑๙๙๐
ผนวกคูเวตเป็นจงั หวดั ที่ ๑๙ ของตนในเวลาต่อมา นับเปน็ วิกฤติการณ์ใหญค่ รั้งแรกของโลกในยุคผอ่ นคลายความ
ตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจในทศวรรษ ๑๙๙๐ ที่คุกคามต่อสันติภาพและความมั่ นคงของภูมิภาค
อ่าวเปอร์เซียและประชาคมระหว่างประเทศ ประเทศทั่วโลกต่างพากันต่อต้านและประนามการกระทำของอิรัก
ในครั้งนี้ รวมทั้งเรียกร้องให้ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถอนทหารออกจากคูเวตทันทีปราศจากเงื่อนไข
อย่างไรกต็ าม ปฏิกิริยาตอบโตจ้ ากประธานาธบิ ดซี ัดดัม ฮุสเซน กลับก้าวร้าวและไม่มแี นวโน้มว่าจะยอมประนีประนอม
ท่าทีดังกล่าวทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรทั้ง ๓๔ ประเทศ เคลื่อนไหว
ทางทหารครง้ั ใหญเ่ ขา้ สู่อ่าวเปอร์เซยี เพือ่ ค้มุ ครองความปลอดภัยในตะวนั ออกกลางและปลดปล่อยประเทศคูเวต
โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๑๙๙๑ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๑๙๙๑ รวมทั้งสิ้น ๔๓ วัน ปฏิบัติการรบ
ของพันธมติ ร เฉพาะการรบภาคพื้นดนิ ใช้เวลาทง้ั หมดเพียง ๑๐๐ ชวั่ โมง ก็สามารถทำใหป้ ระธานาธบิ ดีซดั ดมั ฮุสเซน ยอม
แพแ้ ละยนิ ยอมปฏิบตั ติ ามมตขิ องคณะมนตรีความม่นั คงแหง่ สหประชาชาติ
ในปี 1990 เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เริ่มจากวาทกรรมที่ดุเดือดในเดือนกุมภาพันธ์
ของซัดดมั ฮุดเซน เกีย่ วกับอำนาจ/แสนยานภุ าพของสหรฐั อเมรกิ า ทีด่ ูเหมือนเปน็ การบีบบังคับใหน้ านาประเทศ
ตกอยู่ภายใต้อทิ ธพิ ลของสหรัฐฯ อย่างหลีกเลีย่ งไมไ่ ด้ และอีกครัง้ ในการฉลองวันแห่งการเปลี่ยนแปลงของอิรกั
เม่อื 17 กรกฎาคมปเี ดยี วกนั ฮุสเซน ไดก้ ลา่ วอยา่ งท้าทายถึงการปฏิบตั กิ ารบางอย่างท่อี าจมีขนึ้ เพื่อตอบโต้ และ
ทวงสทิ ธิเสรภี าพคนื มา
ต่อมา ฮุสเซ็น ได้ทำให้วาทกรรมของเขาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยสั่งให้ทหาร ๑๐๐,๐๐๐ นายจากกองทัพอิรัก
ซึ่งถือไดว้ ่าเปน็ กองทัพที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดบั สีข่ องโลก เคลื่อนกำลังไปยังชายแดนอริ กั -คเู วต และโจมตีคูเวต
ด้วยกองทัพรถถัง T-๗๒ ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๑๙๙๐ ซึ่งสหประชาชาติ นำโดยประธานาธิบดี George H.W.
ได้ตอบโต้ปฏิบัติการดังกล่าวของอิรักอย่างรวดเร็ว โดยในวันที่ ๕ สิงหาคม ประธานาธิบดี บุช ส่งกำลังทหาร
อเมริกันไปยังอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจะผลักดันกองกำลังอิรักให้ออกจากคูเวต พร้อมกับประกาศไม่ยอมรับท่าที
อนั แขง็ กร้าวของอริ กั ต่อมาในเดือน พฤศจิกายน ๑๙๙๐ หลงั จากทสี่ หรัฐเผชญิ กับกองกำลังอริ ักท่ียังยึดพ้ืนท่ีอยู่
ในคูเวตอยู่เป็นเวลาหลายเดือน ปธน.จอร์จ บุช จึงตัดสินใจวางกำลงั ในซาอุดิอาระเบียเพือ่ เตรียมปฏิบัติการรุก
แทนแผนเดิมทีเ่ นน้ การต้งั รับ
สองเดือนหลังจากการท่ี ปธน.บุช ประกาศว่าจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ในวันที่
๑๖ มกราคม ๑๙๙๑ กองทัพสหรัฐเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ที่ต่อมาได้รับการขนานนามว่า สงคราม ๑๐๐ ชั่วโมง
(๑๐๐ hours war) ซง่ึ เป็นหว้ งเวลาท่สี ั้นกวา่ ระยะเวลาปฏิบัติการท่ัวไปของกองทัพสหรัฐ
๖๑
จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ประกอบกับการที่สหรัฐสามารถเอาชนะกองทัพอิรักได้อย่าง
รวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงการเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งแรก
ที่มีการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทำให้เกิดภาพความทรงจำถึงการต่อสู้ของทหารอเมริกัน
อยา่ งกลา้ หาญในสงครามอ่าวเปอรเ์ ซีย นอกเหนอื ไปจากอาวุธยทุ โธปกรณ์ตา่ งๆ เช่น ขปี นาวุธแพทรอิ อท รถฮมั วี่
ที่ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงแสนยานุภาพของกองกำลังสหรัฐ ยังมีสิ่งที่มีความสำคัญในการสนับสนุนการ
ปฏิบตั ิการท้งั ในหว้ งสงคราม และภายหลังสงครามในอริ กั - คเู วตครงั้ น้ี ทีอ่ าจไม่ไดร้ บั การกลา่ วถึงมากนัก นั่นคือ
งานการดา้ นกจิ การพลเรือน
ในกรณีศึกษานี้ ได้แสดงใหเ้ ห็นถึงความสำคญั ของงานกิจการพลเรือน ในห้วงสงครามและหลังสงคราม
ในอิรกั -คูเวต ดงั ที่กลา่ วข้างตน้ อันไดแ้ ก่ การดแู ลป้องกนั ไมใ่ หพ้ ลเรือนมกี ารปฏบิ ตั ใิ ดๆ ที่จะเปน็ การขดั ขวางการ
ปฏิบัติการทางทหาร การดูแลผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือชาวคูเวตหลังจากได้รับการ
ปลดปล่อย ในปฏิบัติการ DESERT SHIELD & DESERT STORM พบว่ากองทพั สหรัฐประสบความสำเร็จในการ
ดำเนินงานด้านกิจการพลเรือน ในประเด็นของการช่วยเหลือผู้อพยพ การช่วยฟื้นฟูบูรณะคูเวต และช่วยเหลือ
ผู้รอดชีวิต ซึ่งปัจจัยที่ช่วยให้เกิดความสำเร็จดังกล่าว คือการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกองกำลังเฉพาะกิจ
ของคูเวต ซึ่งมีการกำหนดภารกิจที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงก่อนสงคราม และการปฏิบัติในห้วงหลังสงครามได้มีการ
วางแผนร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายพลเรือนของสหรัฐฯ และรัฐบาลพลัดถ่ินของคูเวต ถึงขั้นตอนการปฏิบัติ
หลังจากทค่ี ูเวตได้รับการปลดปลอ่ ย
นอกเหนือไปจากความสำเร็จที่กล่าวมาแล้ว ในกรณีศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่อาจเป็นอุปสรรค
ต่อความสำเร็จในงานกิจการพลเรือน กล่าวคือ การปฏิบัติด้านกิจการพลเรือนที่จัดขึ้นเฉพาะกิจ การไม่ได้รับ
ข้อมูลที่เพียงพอ กองทัพและรัฐบาลขาดความเข้าใจในงานกิจการพลเรือน และขาดการวางกำลังด้านกิจการ
พลเรือนที่เหมาะสม
เปา้ หมาย
รฐั บาลสหรฐั ฯ โดย ปธน.จอรจ์ บชุ มีนโยบายเกยี่ วกบั แนวทางในการตอบโตอ้ ริ กั ดงั น้ี
ให้มกี ารถอนกองกำลังอริ ักท้งั หมดจากคเู วตโดยเร็วท่สี ุด
ใหม้ กี ารสถาปนาอำนาจรฐั บาลคูเวตกลับมา แทนการยึดครอง/รุกรานของอิรัก
ให้มีการสถาปนาความมนั่ คงและความปลอดภยั ในบรเิ วณอ่าวเปอร์เซีย
ใหก้ ารคมุ้ ครองชวี ิตและความปลอดภยั ของพลเมอื งอเมรกิ นั
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อิรักได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนในการยึดครองคูเวต ทำให้สหรัฐฯ คำนึงถึง
ปฏิบัติการที่จะนำมาซึ่งความสงบเรียบรอ้ ยในตะวันออกกลาง นั่นคือปฏิบัติการเชิงรุก (Offensive operation)
ซึ่งในการกำหนดนโยบายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดงั กล่าวร่วมกัน ปธน.บุช ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพ่มิ
กองกำลังในการปฏิบัติการของพันธมิตร และยังได้เน้นย้ำถึงการช่วยเหลือคูเวตให้เป็นอิสระจากการยึดครอง
ของอิรัก หากไม่เช่นนัน้ ประเทศอื่นๆ ก็อาจไม่สามารถดำรงอยู่อย่างปลอดภัยและอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยง
ทจี่ ะถูกคกุ คามจากอริ ัก
๖๒
จากการท่ี ปธน.บชุ ได้กำหนดใหก้ องทัพสหรัฐฯ วางกำลงั ต้ังรบั ในการตอ่ สูท้ ่อี า่ วเปอร์เซีย แทนท่ีจะเป็น
การรุกในช่วงแรกนน้ั การปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือนยังไม่มีความชัดเจน เนอ่ื งจาก ผบ.กองกำลงั the ๙๖th
Battalion ซึง่ เปน็ ผทู้ ีม่ อี ำนาจการตัดสินใจในพนื้ ท่ีปฏบิ ัติการ ยงั ไมไ่ ด้ใหค้ วามสำคัญกับงานกิจการพลเรือนมาก
นัก อีกทั้งไม่มีการผนวกแผนงานด้านกิจการพลเรือนเข้าไปในแผนปฏิบัติการตั้งรับของ CENTCOM
(หน่วยบัญชาการภาคกลางของสหรัฐอเมริกา) จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปธน.บุช ได้ประกาศปรับแผนเป็น
ปฏิบัติการรุก งานด้านกิจการพลเรือนจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนบั สนุนการปฏิบัติการทางทหารทั้งใน
หว้ งสงคราม และ หว้ งหลังสงครามซ่ึงกค็ อื ช่วงของการฟน้ื ฟบู รู ณะคูเวตนั่นเอง
ในเดือน พฤศจิกายน ๑๙๙๐ การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนในการสนับสนุนการปฏิบัติการทาง
ทหารเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่การดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่พลัดถิ่นทั้งหมดในอิรัก
ส่วนเรื่องที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในการปฏิบัติ ได้แก่ในประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ
ซ่งึ ผู้ปฏบิ ัตงิ านดา้ นกิจการพลเรือนตอ้ งมคี วามรู้และทำความเข้าใจ มเิ ชน่ น้นั อาจจะนำไปส่กู ารบรหิ ารจดั การและ
การดำเนินการที่ไมถ่ กู ต้อง
กล่าวโดยสรุป การปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือนนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร
ในห้วงสงคราม และยังต้องเป็นไปเพ่ือสนบั สนุนการปฏบิ ัติของเจ้าหน้าที่ฝา่ ยพลเรอื น ทั้งในคูเวตและรวมไปถึง
ตอนใตข้ องอิรกั
จากสถานการณ์การสู้รบอย่างต่อเนื่อง ผู้นำกองทัพสหรัฐฯ นายพลนอร์แมน ชวาร์สคอฟ ได้หันมา
ให้ความสำคัญในการวางแผนดำเนินงานในคูเวตในห้วงหลังสงคราม โดยมีเป้าหมายในการสถาปนาอำนาจของ
รัฐบาลคูเวตให้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด หลังจากการถอนกำลังของกองทัพอิรัก ทั้งนี้รัฐบาล
สหรฐั อเมริกา ได้ใหม้ ีการจัดตงั้ กองกำลงั คเู วตเฉพาะกิจหลงั จากคูเวตได้รับการปลดปลอ่ ย เพ่อื เปน็ การตอบสนอง
การรอ้ งขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลคูเวต แม้ว่าจะมีการเร่ิมต้นท่ีผดิ พลาดจากการไม่ได้ตระหนกั ถงึ ความสำคัญ
ของงานกิจการพลเรือนในห้วงสงคราม ทำให้กองกำลังเฉพาะกิจของคูเวตยังไม่มีบทบาททันทีในห้วงเวลา
ดงั กลา่ ว แตเ่ มอื่ ไดม้ ีการจดั ตง้ั ทีมงานขึ้นมา กม็ ภี ารกิจที่สำคญั ในการปฏิบตั งิ านร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ ด้วยการให้
ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีประโยชน์ในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ เพื่อฟื้นฟูบูรณะคูเวตเมื่อได้รับการปลดปล่อย
เช่น การจัดหาสิ่งจำเป็นพื้นฐาน การบูรณะสถาบันท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐ
ตระหนกั ดวี า่ จะตอ้ งทำให้อำนาจการปกครองกลับคืนสูร่ ฐั บาลพลดั ถิน่ ของคเู วตโดยเร็ว
กลยุทธ์และภารกจิ สำคัญ
ในการปฏิบัติการรบที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๑๙๙๑ กองทัพสหรัฐได้จัดวางกองกำลังด้าน
กิจการพลเรือนเพือ่ สนบั สนุนปฏบิ ัติการดังกล่าว แบง่ ออกไดเ้ ปน็ ๒ รปู แบบ คอื การวางกำลงั ทพ่ี รั่งพร้อมสำหรับ
การปฏิบัตงิ านดา้ นกิจการพลเรือนในซาอุดิอาระเบีย และการดำเนนิ งานด้านกิจการพลเรอื นในตอนใตข้ องอิรกั
ซ่งึ เป็นลกั ษณะของการมอบอำนาจการตัดสนิ ใจให้ผู้บงั คับหนว่ ย ทั้งนี้ขนึ้ อย่กู ับสถานการณแ์ ละความจำเป็นของ
แต่ละพนื้ ทีม่ ากกวา่ ท่จี ะเป็นการวางแผนมาจากสว่ นกลาง
๖๓
การปฏบิ ตั ิการด้านกจิ การพลเรือน ทจ่ี ำเปน็ สำหรับการสนับสนนุ การปฏิบัตกิ ารทางทหาร ไดแ้ ก่ การให้
ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนผู้ลี้ภัย/ผู้พลัดถิ่นและเชลยศึก และป้องกันไม่ให้มีการขัดขวางหรือ
รบกวนการปฏิบัติการทางทหารจากการกระทำใดๆ ของพลเรือนและฝ่ายตรงข้าม ทีมกิจการพลเรือนยัง
สนับสนุน ช่วยเหลือสารวัตรทหารในการบริหารจัดการเชลยศึกที่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระจากคูเวตและ
อริ ักตอนใต้ ในบางกรณี ทีมกิจการพลเรือนยงั ต้องใช้ความสามารถ/ทกั ษะในการสอบสวนเชลยศกึ เพ่ือรวบรวม
ขอ้ มูลท่มี ปี ระโยชน์ สง่ ตอ่ ให้กับฝา่ ยข่าวกรอง และในพน้ื ที่เขตหลงั ท่ีเชลยศึกได้ผา่ นการคัดกรองความปลอดภัย
แล้ว ทมี กิจการพลเรอื นกจ็ ะดำเนนิ การเปลี่ยนผ่านการควบคมุ เชลยศึกดงั กล่าวใหก้ ับพลเรอื นหรอื องค์กรเอกชน
(NGO) ต่อไป
การดำเนินงานดา้ นกิจการพลเรือนเพ่ือสนบั สนนุ ปฏบิ ัตกิ ารทางทหาร สรุปได้ดังน้ี
การเคลื่อนย้าย/อพยพเรือน โดยไม่กีดขวางเส้นทางการยุทธ และการปฏิบัติการทางทหาร
การดูแลในเรอ่ื งอาหาร นำ้ และเช้ือเพลิงให้พลเรือน ทัง้ นเี้ พื่อจำกัดการปฏิบัติใดๆ ของพลเรือน
ทอี่ าจจะรบกวนหรือขดั ขวางปฏิบัตกิ ารทางทหารของสหรฐั ฯ
จดั หาแหลง่ นำ้ อุปโภค บริโภค
ให้การช่วยเหลือในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับเชลยศึก โดยการสอบถาม แสวงหาข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์ต่อปฏิบัติการของฝ่ายกองทัพสหรัฐฯ และนำส่งเชลยศึกให้กับสารวัตรทหารเพ่ือ
ดำเนนิ การตอ่ ไป
สนบั สนุนท้องถ่ิน เช่น การซอ้ื อาหาร เสบียงต่างๆ สำหรับพลเรือนพลัดถ่ิน
สำรวจพื้นที่ ศึกษาภูมิสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ธรรมเนียมประเพณีและทรัพยากรต่ างๆ
เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้บังคับหน่วย เกี่ยวกับแนวทางในการให้ความช่วยเหลือที่ไม่ขัดแย้งกับ
วิถีความเป็นอยขู่ องคนในทอ้ งถิน่ (ชาวอริ ัก)
สำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในท้องถิ่น ที่กองทัพสหรัฐฯ สามารถใช้ประโยชน์ได้
ซ่งึ ในการประเมินความเสียหายของสถานท่แี ละโครงสร้างพ้ืนฐานตา่ งๆ พบว่า ถนนยังสามารถ
ใช้งานได้บางส่วน, พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ไม่สามารถใช้การได้, อุปกรณ์ก่อสร้าง ยังใช้งานได้
บางสว่ น และไม่สามารถจดั หารถบรรทุกทม่ี ตี เู้ ย็นสำหรบั เก็บรกั ษาส่วนประกอบของเลอื ดที่อาจ
จำเปน็ ต้องใชใ้ นการรกั ษาพยาบาล
การโน้มน้าวใหท้ หารอริ กั จำนวน ๓๒ นาย ยอมจำนน
การตรวจสอบคณุ ภาพอาหารและน้ำในท้องถิน่
การช่วยเหลือหน่วยแพทย์ในการให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้พลัดถิ่นและนักโทษ ให้บริการ/
จัดหาล่ามในกรณีทจี่ ำเป็น รวมไปถึงการชว่ ยใหค้ รอบครัวได้อยพู่ ร้อมหนา้
ในกรณีนพ้ี บวา่ งานกจิ การพลเรอื นในสว่ นของการบรู ณะฟ้นื ฟคู ูเวตไม่สามารถดำเนนิ การไดโ้ ดยง่าย
จำเป็นต้องมีการวางแผนให้ทั่วถึงและครอบคลุม การให้กองกำลังเฉพาะกิจของคูเวตมีส่วนร่วมในการกำหนด
แผนงานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ในวันท่ี ๑๔ กุมภาพันธ์ ๑๙๙๑ กองกำลังเฉพาะกิจด้านกิจการพลเรือนของคูเวต
๖๔
จำนวน ๕๕๐ นาย นบั ไดว้ า่ เป็นกองกำลงั ผสมจากหลายประเทศ ได้แก่ แคนาดา อังกฤษ ฝรงั่ เศส ซาอุดอิ าระเบีย
และ คเู วต ซง่ึ กองกำลงั ผสม (Task Force Freedom) นี้ มีสว่ นสำคัญในการดำเนินงานดา้ นกิจการพลเรือน และ
สนับสนุนภารกิจต่างๆ ของกองทัพ ได้แก่ การส่งกำลังบำรุง การติดต่อสื่อสาร และยานพาหนะ ซึ่งแม้ว่าการ
ดำเนนิ การทีก่ ล่าวมาข้างตน้ ไม่ไดเ้ ป็นไปด้วยความรวดเรว็ แต่กไ็ ด้มกี ารกำหนดโครงสร้าง สายการบังคับบัญชา
รวมถึงผู้ประสานงาน อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐบาล
สหรัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในการผลักดันให้รัฐบาลคูเวตเป็นผู้บริหารจัดการหลัก โดยที่กองทัพสหรัฐเป็นเพียง
ผูส้ นับสนุน
หน่ึงในภารกจิ หลักสำหรับการฟนื้ ฟูคูเวต ทีก่ องกำลังผสม (Task Force Freedom) ได้จัดต้ังทีมสำรวจ
เพอื่ ประเมนิ ความเสียหายดังต่อไปน้ี
๑. ประเมินส่งิ อำนวยความสะดวกและโครงสร้างพ้นื ฐาน
๒. กำหนดพ้นื ท่ชี ัว่ คราวท่ีสามารถใช้ในการดแู ลรักษาฉกุ เฉนิ และการผ่าตดั แบบเร่งดว่ น
๓. ระบุระยะเวลา ที่สิ่งอำนวยความสะดวกตา่ งๆ จะสามารถกลับมาใช้การได้อีกครัง้ ได้แก่ แหล่งอาหาร น้ำ
พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ การส่ือสาร การรักษาพยาบาล การขนส่ง และ การรักษา
ความปลอดภัย
กองทัพสหรฐั ฯ ได้จำแนกการฟ้นื ฟบู รู ณะเป็น ๕ ประเภท ดังนี้
โครงสร้างพืน้ ฐาน
การค้าและพาณิชย์
ความปลอดภัยสาธารณะ
การบริการสาธารณะ
การบรกิ ารตา่ งๆ
ในภารกิจแรก กองกำลังผสม (Task Force Freedom) ได้หาทางแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานของคูเวต
โดยเฉพาะระบบไฟฟา้ ซง่ึ ทีมประเมนิ วา่ เป็นภารกิจทจ่ี ำเปน็ และสำคญั ที่สุด ในกรณที ี่ไมส่ ามารถแกไ้ ขได้ทันท่วงที
จะมีการประสานกับUS Civil Affairs teams ให้ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าชั่วคราว นอกจากน้ี
ทีมงานกิจการพลเรือนของสหรัฐอเมริกายังไดด้ ำเนินการอีกมากมาย เชน่ การจดั หาน้ำและอาหาร การปฏิบตั ิงาน
ร่วมกับโรงพยาบาล แม้แต่การดูแลสัตว์ในสวนสัตว์คูเวต การช่วยเหลือตำรวจคูเวตซ่อมแซมยานพาหนะและ
ระบบสื่อสาร นอกจากงานหลักในการฟื้นฟูบูรณะ ที่ได้กล่าวไปแล้ว ทีมกิจการพลเรือนยังมีส่วนในการสง่ เสรมิ
การประกอบการดา้ นธรุ กิจ กระตุน้ ใหเ้ กดิ การจา้ งงาน และการกลบั มาดำเนนิ การของธนาคารพาณิชยต์ า่ งๆ
Ends-Means Relationships/Final Thoughts
แม้ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นงานด้านกิจการพลเรือนในปฏิบัติการ Desert Storm & Desert Shield
จะไม่ได้เป็นไปด้วยความราบรื่น แต่ในภาพรวมถือได้ว่าการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายด้วยดี หน่วยปฏิบัติการ
ด้านกิจการพลเรือนของกองทัพสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการในเวลาที่เพียงพอสำหรับการสนับสนุน
ปฏิบัติการทางทหารทัง้ ในหว้ งการรบและหลังการรบ ในห้วงการรบ ทีมกิจการพลเรือนมบี ทบาทสำคัญอยา่ งย่งิ
๖๕
ในการช่วยให้ชาวอิรัก ผลู้ ภี้ ัยชาวคเู วตและเชลยศกึ ไมไ่ ด้รับอนั ตรายจากสงคราม ในหว้ งหลงั สงคราม ทมี กิจการ
พลเรือนกเ็ ปน็ เจ้าหนา้ ท่ีของกองทัพสหรฐั ชดุ แรกท่ีเข้าสู่คูเวตและสามารถปฏิบัติภารกิจสำคัญ ใหบ้ รรลุเป้าหมาย
ทง้ั น้ี ปัจจัยท่ีเออ้ื ให้ประสบความสำเร็จนน้ั เน่อื งมาจากการวางแผนทีม่ ีประสิทธิภาพของกองกำลังเฉพาะกิจของ
คูเวต และจากการดำเนินงานดา้ นกิจการพลเรือนอย่างเข้มขน้ เมื่อคูเวตได้รับการปลดปล่อย พบว่าไม่มีปัญหา
ด้านสาธารณสุขที่น่าวิตก ในเดือนมีนาคม สามารถแก้ไขและปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ถึง 33% -50%
ในส่วนของระบบขนส่งและโทรคมนาคมก็ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน กล่าวโดยสรุป
การปฏิบัตดิ ้านกิจการพลเรอื นเพ่ือฟื้นฟูบูรณะคเู วตในระยะเรง่ ด่วน ได้ผลเป็นทีน่ ่าพอใจ
อย่างไรกต็ าม ปฏบิ ัติการน้ีก็มปี ัญหา/อุปสรรค ที่สามารถนำมาเปน็ บทเรยี นเพ่ือนำไปพัฒนางานกิจการ
พลเรือนในอนาคต ไดแ้ ก่
การวางแผนดา้ นกิจการพลเรือนทีเ่ ป็นเฉพาะกิจ ไมเ่ ปน็ วงรอบ และการไดร้ ับขอ้ มูลทไี่ ม่เพยี งพอ
สหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวางแผนด้านกิจการพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มี
การผนวกแผนงานกิจการพลเรือนเข้าไปในแผนการรบ แมจ้ ะเป็นท่ีตระหนกั ว่าการปฏิบัติของกองกำลัง
เฉพาะกจิ ของคเู วตนนั้ มีส่วนสำคญั ตอ่ ความสำเร็จท่ีเกดิ ขึ้น แต่กต็ ้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าท่ีกองกำลัง
เฉพาะกิจของคูเวตจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ในการประสานกับทุกฝ่ายที่เกีย่ วข้อง
เพื่อใหเ้ กดิ การวางแผนการปฏิบัติหลงั จากที่คูเวตไดร้ ับการปลดปล่อย ทัง้ น้ีก็ยงั มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์
ในประเด็นของแผนการปฏิบัติการนี้เป็นแผนที่แยกออกจากแผนการรบของ CENTCOM
(หน่วยบัญชาการภาคกลางของสหรัฐอเมรกิ า) อย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น ช่วงเริ่มต้นของวันในสัปดาห์
แรกๆ ของปฏบิ ัตกิ าร การปฏบิ ัติการด้านกิจการพลเรือนจะมุ่งเนน้ /ให้ความสำคญั ไปทีก่ ารสนับสนุนใน
เรือ่ งของยุทธวธิ ีเพยี งอย่างเดยี ว ดงั น้ัน ในอนาคต ควรจะมีการวางแผนงานด้านกิจการพลเรอื นไปพร้อม
กับการวางแผนการรบ
การวางกำลังท่ีล่าชา้ เน่อื งจาก การเตรียมกำลังพลทีต่ อ้ งผา่ นเกณฑท์ ่กี ำหนด
แม้ว่าทีมงานด้านกิจการพลเรือน จะเป็นหน่วยท้ายๆ ที่ได้รับทราบเกี่ยวกับการเข้าร่วมใน
ปฏิบัตกิ ารน้ี กำลังพลด้านกิจการพลเรือน กจ็ ะตอ้ งผ่านการทดสอบความพร้อมรบ ณ Ft.Bragg ซึ่งเป็น
เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดสำหรับกำลังพลทุกนายที่เข้าร่วมปฏิบัติการ โดย Gen.Wayne Downing
ซ่ึงก่อใหเ้ กิดความกดดันกบั ทมี กจิ การพลเรือนท้ังด้านจติ ใจ และในเรื่องของหว้ งเวลา
อย่างไรก็ตาม ทีมกจิ การพลเรือนไดม้ าถงึ ซาอุดอิ าระเบียกอ่ นเร่มิ ปฏิบตั ิการรบในทสี่ ุด แต่เป็นที่
น่าสังเกตว่าการดำเนินงานด้านกิจการพลเรือนจะเป็นไปได้ดีกว่านี้ หากการวางกำลังด้านกิจการ
พลเรือนจะมาพร้อมกับหน่วยดำเนินกลยุทธ/หน่วยรบ ดังนั้นในแผนการวางกำลังปฏิบัติการ ควรมี
การวางแผนเพ่ือปฏิบัติการดา้ นกิจการพลเรือนไปพร้อมกบั แผนปฏิบัตกิ ารหลัก
กองทัพขาดความเข้าใจในงานด้านกิจการพลเรอื น
พบวา่ การดำเนนิ งานดา้ นกจิ การพลเรือนน้นั มีความบกพร่องเนื่องจากรัฐบาลสหรัฐขาดความ
เข้าใจในภาพรวมของงานด้านกิจการพลเรือน จากสิ่งที่เกิดขึ้น พบว่า หน่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะ
๖๖
ทำอยา่ งไรกบั ทีมงานหรอื เจ้าหนา้ ท่กี จิ การพลเรือน รวมถงึ หน่วยทด่ี ำเนินการทางยทุ ธวธิ ีกไ็ ม่ทราบว่าจะ
มีเจา้ หน้าท่ดี ้านกจิ การพลเรือนมาร่วมทมี สำหรับแนวทางการแกไ้ ขสำหรับประเดน็ นี้ ไดแ้ ก่ การเพม่ิ เตมิ
เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือนเข้าไปในการศึกษาของวิทยาลัยการทัพบก และ
หลักสตู รตามแนวทางฯ ตา่ งๆ
การวางกำลงั ปฏบิ ตั กิ ารดา้ นกิจการพลเรือไมเ่ หมาะสม
ถึงแม้ว่ากองทัพสหรัฐ จะมีกำลังพลด้านกิจการพลเรือนที่มีจำนวนเพียงพอ แต่มีการจัดวาง
กำลังในบางพนื้ ท่มี ีจำนวนน้อยเกนิ ไปเมอื่ เทยี บกับความต้องการท่ีมี ในขณะท่อี กี พ้ืนที่กลับจัดกำลังด้าน
กิจการพลเรอื นไว้มากเกนิ กว่าความต้องการ สำหรบั การพฒั นา/ปรับปรุงแผนงานในคร้งั ต่อไป ควรได้มี
การวิเคราะหค์ วามต้องการด้านกิจการพลเรือนก่อนท่ีจะทำการจัดวางกำลังโดยไม่ทราบถึงปัญหาหรือ
ความตอ้ งการเฉพาะของแต่ละพื้นท่ี
จากเหตกุ ารณ์สงครามอ่าวเปอร์เซยี น้ี ทำใหเ้ ห็นถึงการวางแผนการปฏิบตั กิ ารกจิ การพลเรือนของหน่วย
กองทัพสหรัฐอเมริกามาใช้ในการแกไ้ ขวิกฤตการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซีย จนประสบความสำเรจ็ ในขณะเดียวกัน
ก็มีทั้งปัจจัยเอื้ออำนวยและข้อกำจัดในการแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างการปฏิบัติการกิจการพลเรือนใน
สงครามอ่าวเปอร์เซียนี้ จะเป็นบทเรียนให้ศึกษาเรื่องการดำเนินงานการสนับสนุนงานกิจการพลเรือนในการ
ปฏิบัติการรบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการรบ การเข้าช่วยเหลือพลเรือน และการฟื้นฟูความมั่นคงและ
เสถยี รภาพของประเทศคเู วต เพือ่ ทจ่ี ะไดท้ ำความเขา้ ใจในงานกจิ การพลเรอื นใหม้ ากขึ้น
ดังนั้น เพอื่ เป็นแนวทางในการปอ้ งกันและแกไ้ ขการทำลายสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศที่
อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงควรที่จะเรียนรู้บทความนี้ให้เข้าใจพร้อมที่จะนำมาปรับใช้พัฒนางานด้านกิจการ
พลเรือนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับปัญหาในทุกด้านที่ต้องพบเจอ
ตลอดจนนำไปใช้ในการวางแผนการปฏิบตั กิ ารกจิ การพลเรือนของหน่วยทหารไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
กล่าวโดยสรุป ในกรณีศึกษาการปฏิบัติการ DESERT SHIELD & DESERT STORM ของกองทัพ
สหรฐั อเมรกิ า และนานาชาตนิ ี้ ทำใหผ้ ู้ท่สี นใจในงานด้านกจิ การพลเรือนไดม้ ีความเข้าใจ และเห็นภาพการปฏิบัติ
ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงได้นำสิ่งที่เป็นข้อจำกัดมาเป็นข้อพิจารณาในการวางแผนงานด้านกิจการพลเรือนให้
เหมาะสมกับบริบทและมีประสิทธภิ าพยิ่งขน้ึ
.......................................
บรรณานกุ รม
Eric Ridge. (28 January 2009). Civil Affairs in Desert Shield and Desert Storm. เข้าถงึ ไดจ้ าก
https://csis-prod.s3.amazonaws.com/s3fs-
public/legacy_files/files/media/csis/pubs/090129_desert_shield_desert_storm_study.
pdf
กรมกจิ การพลเรือนทหารบก. (2552). หลักนิยมกจิ การพลเรอื นของกองทพั บก. กรงุ เทพมหานคร.
กรมยุทธศึกษาทหาร กองบญั ชาการทหารสงู สุด. (2543). บทเรียนการรบจากไทยพมา่ . กรงุ เทพมหานคร:
บริษทั อมรินทรพ์ ร้ินต้ิงแอนดพ์ ับลชิ ชง่ิ จำกัด (มหาชน).
ฝา่ ยกจิ การพลเรือน ศนุ ย์ปฏิบัตกิ ารกองกจิ การพลเรือน. (2553). แนวทางการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรอื น
ในพนื้ ทชี่ ายแดน. กรงุ เทพมหานคร
อุกฤษฏ์ บุญตานนท.์ (2554). เอกสารประกอบการสอนวชิ าประวตั ิศาสตร์ทหาร. กรุงเทพมหานคร:
ห้างห้นุ ส่วนจำกัด อรณุ การพมิ พ.์