คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ คณิตศำสตร์ รำยวชิ ำคณติ ศำสตร์พืน้ ฐำน
รหัสวิชำ ค15101 ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 5
เวลำ 160 ชว่ั โมง/ปี
ศกึ ษา ฝึกทักษะการคดิ คานวณ และฝกึ การแกป้ ัญหาในเน้อื หาตอ่ ไปน้ี
การเปรยี บเทียบเศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจานวนคละ การคูณ การหาร
ของเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละการแก้โจทย์ปัญหา
เศษสว่ นและจานวนคละ
ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม ค่าประมาณของทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งให้เป็นจานวน
เต็มหน่วย ทศนิยม 1 ตาแหน่ง และ 2 ตาแหน่ง การใช้เคร่ืองหมาย ≈ การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การ
ลบ การคณู การหารทศนิยม การคูณทศนยิ ม การหารทศนิยม ความสัมพันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยความยาวเซนตเิ มตร
กับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้าหนัก กิโลกรัมกับกรัม
ความสัมพันธ์ระหว่าง หน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร การแก้
โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ความยาวและน้าหนักโดยใชค้ วามรเู้ กยี่ วกับทศนยิ มและการเปล่ียนหนว่ ย
การแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การอ่านและการเขยี นร้อยละหรือเปอรเ์ ซ็นต์ การแก้โจทย์
ปัญหารอ้ ยละ
เส้นต้ังฉากและสัญลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เส้นขนานและสัญลักษณ์แสดงการขนาน การสร้างเส้น
ขนาน มุมแยง้ มุมภายในและมมุ ภายนอกที่อยู่บนข้างเดยี วกันของเส้นตัดขวาง ชนิดและสมบตั ิของรูปสี่เหลยี่ ม
การสร้างรูปสี่เหลี่ยม ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียม พื้นที่ของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและรูปสี่เหล่ียมขนม
เปียกปูน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน และรูปสี่เหลี่ยม
ขนมเปยี กปนู
ลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของปริซึม ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรง
ส่ีเหล่ียม- มุมฉาก ความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์
ปัญหาเก่ยี วกับ ปริมาตรของทรงสีเ่ หลีย่ มมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสเี่ หลยี่ มมุมฉาก
การอ่านและการเขียนแผนภมู แิ ทง่ การอา่ นกราฟเส้น
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง
สรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคานวณ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการแก้ปัญหา
การสื่อสารและ การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และ การคิดสร้างสรรค์
สามารถทางานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบียบวินัย มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความ
เชอื่ มั่นในตนเองรวมทั้งตระหนกั ในคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ่ีดตี ่อคณิตศาสตร์
การวัดและประเมนิ ผล เน้นการวัดและประเมนิ ผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธกี ารท่ีหลากหลาย โดย
ใหส้ อดคลอ้ งกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้วี ัด
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป5/5, ป5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ค 1.2 -
ค 1.3 -
ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2
ค 3.2 -
รวมท้งั หมด 19 ตัวชว้ี ัด
โครงสร้ำงรำยวชิ ำ คณติ ศำสตร์ ชนั้ ป.5 ภำคเรียนท่ี 1
ลำดับท่ี ช่ือหน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ (ชม.)
เรยี นรู้ กำรเรยี นร/ู้
1 เศษสว่ น ตวั ช้ีวดั การเปรียบเทียบเศษส่วนให้ทาตัวส่วนให้ 34
เท่ากันก่อน จากน้ันใช้วิธีนาตัวเศษมา
ค 1.1 เปรียบเทียบกนั ตัวเศษของเศษส่วนใด
ป.5/3 มากกว่า เศษส่วนนั้นจะมีค่ามากกว่า
ป.5/4 หรือตัวเศษของเศษส่วนใดน้อยกว่า
ป.5/5 เศษส่วนน้ันจะมีค่าน้อยกว่า และอีกหน่ึง
วิธีคือการคูณไขว้ระหว่างตัวเศษกับตัว
ส่ว น สาหรับ การบว กและการลบ
เศษส่วน ต้องทาตัวส่วนให้เท่ากันก่อน
โดยคูณตัวเศษและตัวส่วนด้วยจานวน
เดยี วกัน แลว้ จึงนาตัวเศษมาบวกและลบ
กัน ส่วนการบวกและการลบจานวนคละ
ให้นาจานวนเต็มมาบวกและลบกันก่อน
ส่วนเศษส่วนให้ใช้วิธีเดียวกับการบวก
และการลบเศษส่วนแท้ โดยการทาตัว
ส่วนให้เท่ากัน จากน้ันจึงนาตัวเศษมา
บวกและลบกัน การแสดงวิธีทาและหา
คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ
เศษส่วนและ จานวนคละ ต้องเร่ิมจาก
การวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา วางแผน
แก้โจทย์ปัญหา โดยเขียนเป็นประโยค
สญั ลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็นลาดับข้ันตอน
แล้วจึงหาคาตอบ พร้อมท้ังตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
การคูณจานวนนับกับเศษส่วน ให้นา
จานวนนับคูณกับตัวเศษ โดยตัวส่วนคง
เดิม การคูณเศษส่วนกับเศษส่วน ให้นา
ตวั เศษคูณกับตัวเศษและ ตัวส่วนคูณ
กับตัวส่วน การคูณจานวนคละ ให้เขียน
จานวนคละเป็นเศษเกินก่อน แล้วจึงหา
ผลคูณ ผลคูณท่ไี ด้ควรทาให้เป็นเศษสว่ น
ลำดับท่ี ชือ่ หน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคญั เวลำ (ชม.)
เรยี นรู้ กำรเรียนรู/้
2 ทศนยิ ม ตัวชี้วัด อย่างต่า จานวนคละ หรือจานวนนับ 34
ส่วนการหารเศษส่วนด้วยจานวนนับ หา
ค 1.1 ผลหารโดยคูณเศษส่วนท่ีเป็นตัวตั้งกับ
ป.5/1 ส่วนกลับของจานวนนับน้ัน และการหาร
ป.5/6 เศษส่วนด้วยเศษส่วน หาผลหารโดยคูณ
ป.5/7 เศษส่วนท่ีเป็นตัวตั้งกับส่วนกลับของ
ป.5/8 เศษส่วนที่เป็นตัวหาร ส่วนการหาร
จานวนคละต้องทาจานวนคละให้เป็น
เศษเกินก่อนแล้วจึงทาเหมือนการหาร
เศษส่วนดว้ ยเศษส่วน การหาผลลัพธข์ อง
การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน
และจานวนคละ ถ้ามีวงเล็บใหห้ าผลลัพธ์
ในวงเล็บก่อน แตถ่ ้าไมม่ ีวงเลบ็ และมีการ
ดาเนินการท้ังการบวก ลบ คูณ และหาร
ให้หาผลคูณหรือผลหารจากซ้ายไปขวา
ก่อน แล้วจึงหาผลบวกหรือผลลบจาก
ซ้ายไปขวา การแก้โจทย์ปัญหาการคูณ
การหารเศษส่วนและจานวนคละ ต้อง
เร่ิมจากการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา
การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา การ
แ ก้ ปั ญ ห า โ ด ย เ ขี ย น เ ป็ น ป ร ะ โ ย ค
สัญลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็นลาดับขั้นตอน
แล้วจึงหาคาตอบ พร้อมทั้งตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคาตอบ การแก้
โจทย์ปัญหา การบวก ลบ คณู หารระคน
ของเศษส่วนและจานวนคละ มีหลักการ
เช่นเดียวกันกับการแก้โจทย์ปัญหาการ
คูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ
เศษส่วนและทศนิยมมีความสัมพันธ์กัน
ซึ่งทศนิยมสามารถเขียนในรูปเศษส่วน
และเศษส่วนสามารถเขียนในรูปทศนิยม
ได้ ทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งสามารถ
ประมาณเป็นจานวนเต็ม ทศนิยม 1
ตาแหน่งหรือทศนิยม 2 ตาแหน่งได้ การ
บ ว ก แ ล ะ ก า ร ล บ ท ศ นิ ย ม มี วิ ธี ก า ร
ลำดับท่ี ชื่อหน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ (ชม.)
เรียนรู้ กำรเรียนร/ู้
ตวั ชวี้ ัด เหมือนกับการบวกและการลบจานวน
นับ โดยต้ังหลักเลขและจุดทศนิยมให้
ค 2.1 ต ร ง กั น แ ล้ ว บ ว ก ห รื อ ล บ กั น เ ห มื อ น
ป.5/1 จ า น ว น นั บ แ ล ะ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ
ป.5/2 คาตอบโดยใช้การประมาณได้ ส่วนการ
แ ก้ โ จ ท ย์ ปั ญ ห า ก า ร บ ว ก แ ล ะ ก า ร ล บ
ทศนิยมต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์
ปัญหา เขยี นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธี
ท า พ ร้ อ ม ทั้ ง ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม
สมเหตุสมผลของคาตอบ
การคูณทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการ
คูณจานวนนับ แต่ผลลัพธ์ท่ีได้จะเป็น
ท ศ นิ ย ม ที่ มี จ า น ว น ต า แ ห น่ ง เ ท่ า กั บ
จานวนตาแหน่งของตัวตั้งและตัวคูณ
รวมกัน ซึ่งการประมาณผลคูณ สามารถ
ใช้ค่าประมาณในการตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคาตอบ ส่วนการหาร
ทศนิยมด้วยจานวนนับ ใช้หลักการ
เดียวกับการหารจานวนนับด้วยจานวน
นับ ผลหารท่ีได้อาจมีจานวนตาแหน่ง
เท่ากับหรือมากกว่าจานวนตาแหน่ง
ทศนิยมของตัวตั้ง ส่วนการประมาณ
ผลหาร สามารถใช้ค่าประมาณในการ
ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
การแสดงวิธีทาและหาคาตอบของโจทย์
ปัญหาการคูณและการหารทศนิยม ต้อง
เริ่มจากการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา
การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแก้โจทย์
ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์
แสดงวิธีทาเป็นลาดับขั้นตอน แล้วจึงหา
คาตอบ พร้อมทั้งตรว จสอบความ
สมเหตสุ มผลของคาตอบ
การวัดความยาวและการวัดน้าหนักใช้
ความรู้เร่ืองทศนิยม และความสัมพันธ์
ร ะ ห ว่ า ง ห น่ ว ย ค ว า ม ย า ว แ ล ะ
ลำดับท่ี ชอื่ หน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคญั เวลำ (ชม.)
เรียนรู้ กำรเรยี นร/ู้
3 การนาเสนอข้อมูล ตวั ชีว้ ัด ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้าหนักเพ่ือ 12
เปลี่ยนหน่วย เซนติเมตรกับมิลลิเมตร
ค 3.1 เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร
ป.5/1 กิโลกรัมกับกรัม รวมถึงการแก้โจทย์
ป.5/2 ปญั หาเกย่ี วกบั ความยาวและนา้ หนักทใ่ี ช้
ค ว า ม รู้ เ ร่ื อ ง ก า ร เ ป ล่ี ย น ห น่ ว ย แ ล ะ
ทศนิยม ต้องวิเคราะห์โจทย์ และแสดง
วธิ ที าเพอ่ื หาคาตอบ
การเขียนแผนภูมิแท่งและกราฟเส้นท่ีมี
การย่นระยะของเส้นแสดงจานวนเป็น
การนาเสนอข้อมูลท่ีมีค่ามากหรือข้อมูล
ที่มีค่าใกล้เคียงกัน ส่วนการอ่านข้อมูล
จากแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ เป็นการ
อ่านข้อมูลสองชนิดที่เขียนไว้ชิดกัน เพื่อ
เปรยี บเทียบขอ้ มลู
โครงสรำ้ งรำยวิชำ คณติ ศำสตร์ ชน้ั ป.5 ภำคเรียนที่ 2
ลำดับท่ี ชอ่ื หน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ (ชม.)
เรยี นรู้ กำรเรยี นร/ู้
4 บัญญตั ไิ ตรยางศ์ ตัวชี้วัด โจทยป์ ญั หาการคูณและการหารท่ี 9
ค 1.1 แสดงความสมั พนั ธ์ระหว่าง ปรมิ าณของ
5 รอ้ ยละ ป.5/2 สิ่ง 2 สิ่ง สงิ่ ละ 2 จานวน โดยโจทย์ 17
6 เสน้ ขนาน ป.5/9 กาหนด ปรมิ าณของสง่ิ 2 สิง่ ให้ 3 13
จานวน ซงึ่ เป็นปริมาณของสงิ่ เดยี วกนั 2
ค 1.1 จานวน และเปน็ ปรมิ าณของอกี สงิ่ หน่งึ
ป.5/2 1 จานวน อาจหาปรมิ าณของอีกสิ่งหน่ึง
ป.5/9 อกี 1 จานวนได้ โดยใชบ้ ัญญัตไิ ตรยางศ์
ค 2.2 การแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้
ป.5/1 บญั ญัตไิ ตรยางศ์ เริม่ จากทาความเขา้ ใจ
ปัญหา วางแผนแก้ปญั หา ดาเนนิ การ
ตามแผน และตรวจสอบ
การเขยี นแสดงวิธหี าคาตอบโดยใช้
บัญญตั ิไตรยางศ์ อาจทาได้ดังนี้ บรรทดั
ที่ 1 เขยี นความสมั พันธร์ ะหว่างปริมาณ
ของสิ่ง 2 ส่ิง ตามโจทยก์ าหนด โดยให้
จานวนของสิง่ ท่ีต้องการหาไว้ทางขวา
บรรทัดที่ 2 หาจานวนของสิง่ ที่อยู่
ทางขวา โดยใหจ้ านวนของ สง่ิ ทอ่ี ยู่
ทางซา้ ยเป็น 1 หน่วย บรรทดั ที่ 3 หา
จานวนของสง่ิ ที่อยทู่ างขวาตามทโี่ จทย์
ตอ้ งการ
ร้อยละสามารถเขยี นแสดงในรูปเศษส่วน
ทีม่ ี ตวั ส่วนเป็น 100 หรอื ทศนยิ มสอง
ตาแหน่ง การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
ร้อยละ สามารถทาได้หลายวิธี แต่ควร
เ ลื อ ก วิ ธี แ ก้ ปั ญ ห า ที่ เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ
ดาเนนิ การตามขนั้ ตอนของการแกป้ ัญหา
เส้นตรงสองเส้นบรรจบกันท่ีมุมฉากทา
ให้เกิด เส้นตั้งฉาก เส้นตรงสองเส้นอยู่
บนระนาบเดียวกัน
ลำดับท่ี ชอ่ื หน่วยกำร มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ (ชม.)
เรยี นรู้ กำรเรียนร/ู้
ตวั ชว้ี ัด
7 รูปสี่เหลย่ี ม ค 2.1 มรี ะยะหา่ งเท่ากันเสมอ เส้นตรงสอง 24
ป.5/4 เส้นนนั้ ขนานกนั การสรา้ งเส้นขนานตอ้ ง 17
อาศัยสมบตั ิของเส้นขนานมาช่วยในการ
8 ปริมาตรและความจุ ค 2.1 สรา้ ง เส้นตรงเสน้ หนง่ึ ตดั กับเสน้ ขนานคู่
ของทรงส่ีเหล่ยี มมุม ป.5/3 หน่งึ จะทาให้เกดิ มุมแยง้ มุมภายในและ
ฉาก ค2.2 มมุ ภายนอกทอ่ี ยบู่ นข้างเดยี วกันของ
ป.5/4 เส้นตดั ขวาง
รปู สีเ่ หลยี่ มชนิดต่าง ๆ มีสมบัตทิ ่ี
แตกต่างกันพิจารณาจากลกั ษณะและ
ความสัมพันธ์ของด้าน มมุ และเสน้ ทแยง
มุม การสรา้ งรูปส่เี หลย่ี มอาจใช้ตาราง
ไมฉ้ ากหรอื โพรแทรกเตอร์ในการสรา้ ง
รูปสี่เหล่ยี มตามท่ตี ้องการ การหาความ
ยาวรอบรปู ของรปู สี่เหลย่ี มให้นาความ
ยาวของดา้ นทง้ั สี่ดา้ นมาบวกกัน การหา
พื้นทีข่ องรูปสเ่ี หลี่ยมขนมเปยี กปูนและ
รปู สี่เหลยี่ มด้านขนานหาได้จากสูตร
ความยาวฐาน คูณความสูง การแก้โจทย์
ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู ของรูป
ส่ีเหลีย่ มและพื้นท่ขี อง รปู สเี่ หลยี่ มขนม
เปียกปนู และรูปส่เี หล่ียมด้านขนาน
สามารถทาไดห้ ลายวธิ ี แต่ควรเลือกวธิ ี
แกป้ ัญหาท่เี หมาะสม
ปริซึมเปน็ ทรงที่มหี นา้ ตดั หรือฐานท้ังสอง
เปน็ รูปหลายเหลย่ี มทีเ่ ทา่ กนั ทกุ ประการ
และอยู่ในระนาบท่ขี นานกนั มีหน้าขา้ ง
เปน็ รูปสเ่ี หลี่ยมมุมฉาก การหาปริมาตร
ของทรงสีเ่ หลย่ี มมุมฉากและ ความจุ
ของภาชนะทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉากหาได้
จากความกว้าง คณู ความยาว คณู
ความสงู การแก้โจทยป์ ัญหาสามารถทา
ไดห้ ลายวิธี แตค่ วรเลอื กวิธที ี่เหมาะสม
และดาเนนิ ตามขน้ั ตอนทวี่ างไว้
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์ วิชำคณติ ศำสตร์ รหัสวชิ ำ ค 15101
ปีกำรศกึ ษำ 2562
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 5 ภำคเรยี นที่ 1 เวลำ 34 ชว่ั โมง
เวลำ 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง เศษสว่ น
แผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ่ี 1 เร่ือง เตรยี มควำมพร้อม
ผสู้ อน ………………………………………… วันท่ี ……………………………………………
1. สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้
สาระที่ 1 จานวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ
จานวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการสมบตั ิของการดาเนินการและนาไปใช้
2. ตวั ช้วี ัด
ค 1.1 ป.5/3 หาผลบวก ผลลบของเศษสว่ นและจานวนคละ
3. สำระสำคัญ/ควำมคดิ รวบยอด
การเปรียบเทียบเศษส่วนให้ทาตัวส่วนให้เท่ากันก่อน จากน้ันใช้วิธีนาตัวเศษมาเปรียบเทียบกัน ตัวเศษ
ของ เศษส่วนใดมากกว่า เศษส่วนน้ันจะมีค่ามากกว่าหรือตัวเศษของเศษส่วนใดน้อยกว่า เศษส่วนน้ันจะมีค่า
นอ้ ยกว่า และอกี หนง่ึ วิธีคือการคูณไขว้ระหว่างตัวเศษกับตวั สว่ น
4. จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
1) เข้าใจหลักการเปรียบเทยี บเศษสว่ นและจานวนคละ (K)
2) เขยี นข้ันตอนแสดงการเปรียบเทียบเศษสว่ นและจานวนคละทก่ี าหนดให้ได้ (P)
3) รับผิดชอบตอ่ หน้าที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
5. สำระกำรเรยี นรู้
การเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละ
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
7. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทางาน
8. กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
ขัน้ นำ
1. ครูใช้สถานการณ์การทาน้าผลไม้รวม หนา้ 3 นาสนทนา เพื่อกระตนุ้ ความสนใจเกยี่ วกับเศษสว่ น
โดยใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบคาถาม และอาจใชค้ าถามเพมิ่ เติม เชน่
•• ในการทาน้าผลไมร้ วม ใช้น้าผลไมช้ นดิ ใดมากท่ีสุด และมากกวา่ นา้ ผลไม้ทีใ่ ชน้ อ้ ยทส่ี ุดอยูเ่ ทา่ ใด
•• น้าส้มทีใ่ ช้มปี ริมาณเปน็ กเี่ ทา่ ของนา้ ฝรง่ั
•• ถ้าต้องการทานา้ ผลไมร้ วมโดยใช้สว่ นผสมเทา่ เดิม สาหรับคน 5 คน ต้องใชน้ า้ ผลไมแ้ ต่ละชนดิ
เทา่ ใด
ขั้นสอน
2. เตรยี มความพร้อมเปน็ การตรวจสอบความรู้พืน้ ฐานที่จาเป็นสาหรบั การเรียนในบทน้ี ครูอาจ
ทบทวน
ความรู้พน้ื ฐานทจ่ี าเปน็ ก่อน แล้วใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมเตรียมความพร้อม สาหรับข้อ 4 วิธแี กป้ ญั หาของแตล่ ะ
คนอาจแตกตา่ งกนั
ขนั้ สรปุ
3. ครูควรใหน้ กั เรยี นนาเสนอวธิ คี ิดท่ีแตกต่างกนั แลว้ รว่ มกันพจิ ารณาและอภปิ รายเกยี่ วกบั วิธีคิด
ดงั กลา่ ว จากนั้นใหท้ าแบบฝึกหดั 1.1 เป็นรายบุคคล
9. สอื่ กำรเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 สสวท.
2. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 สสวท.
10. กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้
1. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม
2. เคร่อื งมือ
2.1 แบบฝกึ หดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
3. เกณฑ์กำรประเมิน
3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่ำน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไมผ่ ่ำน
บนั ทึกผลหลงั กำรสอน
สรปุ ผลกำรเรยี นกำรสอน
1. นักเรียนจานวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้.ู ..............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไดแ้ ก่
1...........................................................................................
2. ........................................................................................
3. ..........................................................................................
นกั เรียนทีม่ ีความสามารถพเิ ศษได้แก่
1. ..........................................................................................
2. ..........................................................................................
2. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมีความรู้เกิดทักษะ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
4. นักเรยี นมเี จตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
ปญั หำ/อุปสรรค /แนวทำงแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชอื่ .................................................................
(.....................................................)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ
..................
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์ รหัสวชิ ำ ค 15101
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรยี นท่ี 1
หน่วยกำรเรยี นรูท้ ี่ 1 เร่ือง เศษสว่ น เวลำ 34 ชัว่ โมง
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง กำรเปรยี บเทยี บเศษส่วน เวลำ 1 ชว่ั โมง
1. สำระและมำตรฐำนกำรเรยี นรู้
สาระท่ี 1 จานวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการและนาไปใช้
2. ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.5/3 หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจานวนคละ
3. สำระสำคัญ/ควำมคิดรวบยอด
การเปรียบเทียบเศษส่วนให้ทาตัวส่วนให้เท่ากันก่อน จากนั้นใช้วิธีนาตัวเศษมาเปรียบเทียบกัน ตัวเศษ
ของ เศษส่วนใดมากกว่า เศษส่วนนั้นจะมีค่ามากกว่าหรือตัวเศษของเศษส่วนใดน้อยกว่า เศษส่วนน้ันจะมีค่า
นอ้ ยกวา่ และอกี หนึง่ วธิ คี อื การคูณไขว้ระหวา่ งตวั เศษกบั ตัวส่วน
4. จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
1) เข้าใจหลกั การเปรียบเทยี บเศษสว่ นและจานวนคละ (K)
2) เขียนข้นั ตอนแสดงการเปรียบเทียบเศษสว่ นและจานวนคละทกี่ าหนดให้ได้ (P)
3) รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)
5. สำระกำรเรียนรู้
การเปรยี บเทยี บเศษส่วนและจานวนคละ
6. กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์
การส่ือสารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
การเชื่อมโยง
การใหเ้ หตผุ ล
7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทางาน
9. กิจกรรมกำรเรยี นรู้
ข้ันนำ
1. ครสู อนการเปรียบเทยี บเศษส่วน โดยอาจเร่ิมจากทบทวนการเปรยี บเทยี บเศษส่วนทีต่ วั ส่วนเทา่ กนั
กอ่ น
2. จากนัน้ ครูตดิ แผนภาพบนกระดาน ดงั น้ี
และให้นกั เรียนช่วยกันบอกเศษส่วนแสดงจานวนท่แี รเงา (แนวตอบ 4 และ 6 )
5 10
3. ครูถามคาถามกระตุ้นความคิด ดงั นี้
จากแผนภาพเศษส่วนใดมสี ่วนทแ่ี รเงามากกว่ากนั
4
(แนวตอบ 5 )
เศษส่วนท้งั สองมีตัวส่วนเท่ากันหรือไม่
(แนวตอบ ไมเ่ ทา่ กนั )
นักเรียนสามารถเปรียบเทียบเศษสว่ นท่ีมีตัวส่วนไม่เท่ากันไดท้ ันทีหรือไม่
(แนวตอบ ไมไ่ ด้)
นกั เรยี นสามารถทาตัวส่วนใหเ้ ทา่ กนั ไดห้ รือไม่ อย่างไร
2 4 8
(แนวตอบ ได้ โดยการนา 2 คูณ 5 จะได้ 10 )
4. ครูขออาสาสมัครออกมาแสดงวธิ ีทา 4 และ 6 ใหม้ ีตัวสว่ นเทา่ กัน และเปรยี บเทยี บเศษส่วน
5 10
บน
กระดาน จากน้ันใหเ้ พื่อนในช้ันเรียนตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ หากนกั เรยี นตอบผิดครชู ว่ ยแนะนา
เพ่ิมเติม
ขั้นสอน 1
2
5. สนทนาเกี่ยวกบั ความหมายของคร่ึงหรอื ครกู าหนดจานวนนบั ทเ่ี ป็นจานวนคหู่ ลาย ๆ จานวน
ให้นักเรยี นช่วยกนั บอกจานวนท่เี ปน็ ครง่ึ ของจานวนนบั เหลา่ นน้ั อย่างรวดเร็ว
1
6. จากนนั้ ให้นักเรียนพิจารณาเศษส่วนทีเ่ ท่ากับ 2 ในหนงั สือเรียนหนา้ 5 แล้วรว่ มกนั สังเกตตัวเศษ
และตัวสว่ นของเศษสว่ นทเ่ี ทา่ กบั 1 วา่ มีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไร เพ่ือนาไปสู่ข้อสังเกตที่วา่ เศษส่วนท่เี ทา่ กบั
2
1
2 ตัวส่วนเป็น 2 เท่าของตัวเศษ หรือตวั เศษเป็นครง่ึ ของตัวส่วน
7. ครใู ห้นักเรียนช่วยกนั หาเศษส่วนท่ีเทา่ กบั 1 หลาย ๆ จานวนท่ไี มซ่ า้ กับเศษส่วน ในหนงั สอื เรยี น
2
หนา้ 5 พรอ้ มอธบิ ายวธิ คี ิด
8. การสอนการหาคร่ึงของ 1 3 และ 5 ในหนงั สือเรยี นหน้า 6 ครูควรใชก้ ารซักถามเพื่อทบทวนการ
หาคร่งึ ของ 2 4 8 และ10 จากน้ันแจกกระดาษวงกลม กลุ่มละ 20 ชน้ิ แล้วรว่ มกันปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเก่ียวกับ
การหาจานวนทเ่ี ปน็ ครง่ึ ของจานวนคี่ ด้วยกระดาษวงกลม เช่น ครึ่งของ 1 3 5 โดยใช้การถาม-ตอบ
ประกอบการอธบิ าย
9. แล้วให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มหาจานวนที่เปน็ ครึง่ ของจานวนคอี่ นื่ เชน่ 7 9 11 แล้วรว่ มกันอภิปราย
เกี่ยวกับวิธคี ดิ ครกู าหนดจานวนนับที่เป็นจานวนคหี่ ลาย ๆ จานวนใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั บอกจานวนที่เปน็ ครงึ่ ของ
จานวนคเ่ี หลา่ น้นั อย่างรวดเร็ว
ขั้นสรุป
10. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายการเปรยี บเทยี บเศษส่วนโดยใช้ 1 เปน็ เกณฑ์ หน้า 7 ครใู ห้
2
1 1 1
นักเรยี นชว่ ยกันยกตวั อยา่ งเศษสว่ นทีเ่ ทา่ กับ 2 น้อยกว่า 2 และมากกวา่ 2 พรอ้ มแสดงเหตุผล
11. จากนั้นครูใชก้ ารถาม-ตอบประกอบการอธบิ ายตัวอยา่ งหน้า 7 แลว้ ร่วมกนั ทากจิ กรรม
10. สอื่ กำรเรยี นรู้
3. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 สสวท.
4. แบบฝึกคณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 สสวท.
5. กระดาษวงกลม กลุ่มละ 20 ชิ้น
11. กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้
1. วิธีกำรวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกึ หัด
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรม
1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
2. เครื่องมือ
2.1 แบบฝึกหัด
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
3. เกณฑก์ ำรประเมิน
3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผ่ำน
ผา่ น 1 รายการ ถอื วา่ ไมผ่ ่ำน
3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
ผา่ นตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่ำน
ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไมผ่ ำ่ น
บันทกึ ผลหลังกำรสอน
1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………
3. นักเรยี นมคี วามร้เู กดิ ทกั ษะ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………
6. นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………
ปญั หำ/อปุ สรรค /แนวทำงแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................................
(.....................................................)
........../......../………..
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์ วชิ ำคณติ ศำสตร์ รหัสวิชำ ค 15101
ปีกำรศกึ ษำ 2562
ช้ันประถมศึกษำปีที่ 5 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 34 ชั่วโมง
เวลำ 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง เศษส่วน
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี 3 เรอื่ ง กำรเปรยี บเทียบเศษส่วนท่ีส่วนไมเ่ ท่ำกัน
ผสู้ อน ………………………………………… วันที่ ……………………………………………
1. สำระและมำตรฐำนกำรเรยี นรู้
สาระท่ี 1 จานวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดาเนินการสมบัติของการดาเนินการและนาไปใช้
2. ตวั ช้วี ัด
ค 1.1 ป.5/3 หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจานวนคละ
3. สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด
การเปรียบเทียบเศษส่วนให้ทาตัวส่วนให้เท่ากันก่อน จากนั้นใช้วิธีนาตัวเศษมาเปรียบเทียบกัน ตัวเศษ
ของ เศษส่วนใดมากกว่า เศษส่วนนั้นจะมีค่ามากกว่าหรือตัวเศษของเศษส่วนใดน้อยกว่า เศษส่วนน้ันจะมีค่า
นอ้ ยกว่า และอกี หนงึ่ วธิ คี ือการคณู ไขว้ระหวา่ งตวั เศษกับตวั สว่ น
4. จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
1) เขา้ ใจหลกั การเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละ (K)
2) เขียนขน้ั ตอนแสดงการเปรยี บเทยี บเศษสว่ นและจานวนคละที่กาหนดให้ได้ (P)
3) รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)
5. สำระกำรเรียนรู้
การเปรยี บเทยี บเศษส่วนและจานวนคละ
6. กระบวนกำรทำงคณติ ศำสตร์
การแกป้ ัญหา
การส่ือสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
การเชอ่ื มโยง
การใหเ้ หตุผล
การคิดสรา้ งสรรค์
7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
8. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทางาน
9. กิจกรรมกำรเรยี นรู้
ขั้นนำ
1. ครสู อนการเปรียบเทียบเศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนไมเ่ ทา่ กนั ในหนังสือเรยี นหนา้ 9-10 ควรเร่มิ จากการ
5 7 1
ทบทวนเศษสว่ นท่ีเท่ากันต่อมาให้นักเรยี นเปรียบเทียบ 8 กับ 12 โดยใช้ 2 เปน็ เกณฑ์ และพิจารณาจาก
รูป 5 7
8 12
2. จากน้นั จึงใช้การถาม-ตอบประกอบการอธบิ ายการเปรยี บเทียบ กบั โดยทาตวั สว่ นให้
เท่ากัน พร้อมแนะนาตารางการคูณ แลว้ ร่วมกันอภปิ รายเพ่ือนาไปสู่ข้อสรปุ ทว่ี า่ การเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีมี
ตัวส่วนไม่เท่ากนั อาจทาไดโ้ ดย ทาตวั ส่วนใหเ้ ท่ากนั ก่อน แลว้ จึงเปรียบเทียบตัวเศษ เศษส่วนใดมีตวั เศษ
มากกวา่ เศษส่วนนนั้ จะมากกว่า
ข้ันสอน
3. จากน้ันรว่ มกนั พิจารณาตัวอยา่ งในหนังสือเรยี นหน้า 10 ครูควรนาสนทนาและรว่ มกันอภิปราย
เกยี่ วกบั
วิธที าตัวส่วนของเศษส่วนใหเ้ ทา่ กนั ซง่ึ สาหรบั ตัวอย่าง 1 ครูควรอธิบายเพมิ่ เติมวา่ นอกจากทาตัวส่วนให้
เทา่ กบั 12
ยงั สามารถทาตวั สว่ นใหเ้ ท่ากับ 24 36 48 .."
4. สว่ นตัวอยา่ ง 2 ควรจะได้ว่า นอกจากจะทาตัวส่วนใหเ้ ทา่ กันโดยใช้การคูณแล้วยงั อาจทาตัวส่วนให้
เท่ากนั ได้ โดยใช้การหาร ครูอาจให้นักเรียนแสดงวิธีทาตวั ส่วนให้เทา่ กนั โดยใชก้ ารหารบนกระดานพรอ้ มแสดง
วธิ กี ารเปรียบเทียบเศษสว่ น
ขั้นสรุป
5. จากนั้นรว่ มกันทากจิ กรรมและทาแบบฝกึ หดั 1.3 ในหนงั สือเรยี นหนา้ 10 เป็นรายบุคคล
10. สอ่ื กำรเรยี นรู้
7. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 สสวท.
8. แบบฝกึ คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 สสวท.
9. ตารางการคูณ
11. กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้
1. วธิ กี ำรวัดและประเมินผล
1.1 ตรวจแบบฝกึ หดั
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ มกิจกรรม
2. เครื่องมือ
2.1 แบบฝึกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
3. เกณฑ์กำรประเมนิ
3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่ำน
ผ่าน 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ ำ่ น
บันทกึ ผลหลังกำรสอน
สรปุ ผลกำรเรยี นกำรสอน
1. นกั เรียนจานวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ ..............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไดแ้ ก่
1...........................................................................................
2. .............................................................................. ..........
3. ..........................................................................................
นักเรยี นที่มีความสามารถพิเศษได้แก่
1. ..........................................................................................
2. ..........................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
3. นกั เรียนมีความรเู้ กิดทักษะ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
4. นักเรียนมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………
ปัญหำ/อปุ สรรค /แนวทำงแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชือ่ .................................................................
(.....................................................)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ
ภำคผนวก
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล (ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์)
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (คูณลกั ษณะอันพึงประสงค์)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
แบบสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล
(ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์)
มคี วาม
ท่ี ชื่อ – สกลุ มคี วาม สามารถใน มีความ มคี วาม มีความ รวม
สามารถในกา การสื่อสาร สามารถใน สามารถใน สามารถใน
สื่อความ การเช่ือมโยง การให้เหตผุ ล การคิด 20
แกป้ ัญหา หมายทาง สรา้ งสรรค์ คะแนน
คณิตศาสตร์
43214321432143214321
เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั = ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้ = ปรับปรงุ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
16 - 20 ดีมาก
11 - 15 ดี
6 - 10
1-5 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ.......................................................ผูป้ ระเมนิ
(......................................................)
..................../.........................../..................
แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบุคคล
(คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์)
มคี วามมมุ านะใน รวม
8 คะแนน
ท่ี ช่ือ – สกลุ การทาความเข้าใจ มีความมุ่งมนั่ ใน
ปญั หาและ การทางาน
แกป้ ัญหาทาง
คณิตศาสตร์
43214321
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ = ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั = ปรบั ปรุง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ำรตัดสินคณุ ภำพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
7-8 ดมี าก
5-6 ดี
3-4 พอใช้
1-2 ปรบั ปรงุ
ลงช่อื .......................................................ผู้ประเมิน
(......................................................)
..................../.........................../..................
แบบสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลุ่ม
กล่มุ ท.ี่ .................................................
สมาชกิ ของกล่มุ 1. ...................................................................................................................
2. ..................................................................................................................
3. ..................................................................................................................
4. ..................................................................................................................
5. ..................................................................................................................
6. ..................................................................................................................
ลาดบั พฤตกิ รรม คุณภาพการปฏบิ ตั ิ 1
ที่ 4 32
1 มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
2 มคี วามกระตือรือรน้ ในการทางาน
3 รบั ผิดชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
4 มขี ั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5 ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
ลงชือ่ .......................................................ผปู้ ระเมิน
(......................................................)
..................../.........................../..................
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ำรตดั สนิ คุณภำพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภำพ
17-20 ดีมาก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรับปรงุ