เอกสารประกอบการสอน
รหสั วิชา 03-42-320
ชอ่ื วชิ า การคัดเลือกและผสมพนั ธุส์ ัตว์ปีก
(Poultry Breeding and Selection)
หลักสตู ร วิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยีการผลติ สตั ว์
หลักสตู ร พ.ศ. 2555
ผ้สู อน นางสุจิตรา ทพิ ย์ศรีราช
สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารผลติ สตั ว์
คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมการเกษตร
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
วิทยาเขตจันทบุรี
สารบญั ข
คำนำ หนา้
สำรบัญ ก
สำรบัญรูป ข
สำรบัญตำรำง จ
ปรัชญำ และวัตถุประสงคข์ องหลักสตู ร ฌ
มำตรฐำนผลกำรเรยี นร้ใู นแตล่ ะด้ำนของหลักสตู ร ญ
ลักษณะรำยวิชำ ฎ
กำรแบง่ หน่วยเรยี น ฏ
จดุ ประสงคก์ ำรสอน ฐ
ตำรำงกำหนดนำหนกั คะแนนของหน่วยเรียนตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ณ
ตำรำงแผนกำรประเมินผลกำรเรยี นรู้ ถ
ตำรำงกำรรวมคะแนนแต่ละสว่ นทีใ่ ช้ประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ธ
กำรประเมินผลรำยวิชำ ธ
ใบเตรียมการสอน น
หนว่ ยท่ี 1 สำคัญของกำรคดั เลือกและผสมพันธส์ุ ตั ว์ปีก 1
1.1 ควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรปรับปรงุ พันธ์ุสตั ว์ปกี 1
1.2 ควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรคัดเลือกและผสมพันธุ์สตั ว์ปกี 2
1.3 แหลง่ กำเนดิ ของสตั ว์ปีก 3
1.4 ประวัตกิ ำรผสมพันธ์แุ ละกำรปรบั ปรงุ พันธส์ุ ตั วป์ ีก 7
1.5 ประวัตกิ ำรคดั เลอื กไก่พนั ธแุ์ ท้ 7
1.6 กำรเปล่ียนแปลงของอตุ สำหกรรมกำรเลยี งสัตว์ปีก 11
1.7 สมำคมส่งเสรมิ กำรผลติ สัตวป์ ีกในประเทศไทย 12
เอกสำรอ้ำงองิ 14
16
หนว่ ยท่ี 2 พนั ธแุ์ ละลักษณะประจำพนั ธุ์สตั วป์ กี 16
2.1 กำรจดั แยกลำดับสัตว์ปีก 20
2.2 พันธุ์และลกั ษณะประจำพนั ธุ์ของเป็ด 26
2.3 พันธ์ุและลกั ษณะประจำพนั ธุช์ องห่ำน 28
2.4 พนั ธุ์และลักษณะประจำพันธุข์ องหงส์ 29
2.5 พนั ธ์แุ ละลักษณะประจำพันธ์ขุ องไก่ 37
2.6 พันธุ์และลกั ษณะประจำพนั ธุ์ของไก่งวง 39
2.7 พันธแุ์ ละลักษณะประจำพนั ธุ์ของนกกระทำ 40
2.8 พันธุแ์ ละลักษณะประจำพันธ์ุของนกกระจอกเทศ 42
2.9 พนั ธแ์ุ ละลักษณะประจำพันธข์ุ องสตั วป์ ีกชนิดอนื่ ๆ 45
เอกสำรอ้ำงอิง
หนว่ ยท่ี 3 ระบบสบื พนั ธ์สุ ตั ว์ปีกเพศผู้
3.1 กำยวิภำคของอวยั วะสบื พันธุเ์ พศผู้
สารบญั (ตอ่ ) ค
3.2 สรีรวิทยำของระบบสบื พันธุ์เพศผู้ หน้า
3.3 กำรสรำ้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศผู้
เอกสำรอำ้ งองิ
หน่วยที่ 4 ระบบสืบพันธสุ์ ตั ว์ปีกเพศเมยี
4.1 กำยวิภำคของอวัยวะสืบพันธ์เุ พศเมยี
4.2 สรีรวทิ ยำของระบบสบื พนั ธุ์เพศเมยี
4.3 กำรสร้ำงเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมยี
4.4 กลไกกำรตกไข่
4.5 กำรสรำ้ งฟองไข่
เอกสำรอ้ำงองิ
หนว่ ยที่ 5 การถ่ายทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม
5.1 เซลล์ โครโมโซมและสำรพันธุกรรมในสัตว์ปีก
5.2 ขบวนกำรสรำ้ งเซลล์สืบพันธ์ุและกำรปฏิสนธิ
5.3 กำรกำหนดเพศในสตั วป์ ีก
5.4 กฎของเมนเดล
5.5 ลกั ษณะเดน่ และลกั ษณะดอ้ ยในสัตว์ปกี
5.6 ลกั ษณะดีเด่นของลกู ผสม
5.7 ลักษณะคณุ ภำพและลักษณะปริมำณ
5.8 กำรถำ่ ยทอดลักษณะบนโครโมโซมเพศ
5.9 กำรถ่ำยทอดลักษณะบนโครโมโซมร่ำงกำย
5.10 ปฏิกริ ยิ ำร่วมของยนี
5.11 ลิงเกจ (Linkage)
เอกสำรอ้ำงองิ
หนว่ ยที่ 6 กำรคัดเลือกพันธ์ุสัตว์ปีก
6.1 ประเภทของกำรคดั เลือกพนั ธสุ์ ัตว์ปีก
6.2 อัตรำพันธุกรรมกบั กำรคัดเลอื กสัตวป์ กี
6.3 ควำมแตกตำ่ งระหว่ำงค่ำเฉลีย่ ของลกั ษณะพ่อแมพ่ นั ธ์กุ บั สัตว์ในฝงู
6.4 ควำมกำ้ วหนำ้ ของกำรคัดเลือก
6.5 ลักษณะสำคัญทำงเศรษฐกจิ ที่นำมำใชใ้ นกำรคัดเลือกพันธุ์
6.6 วิธกี ำรคัดเลือกพันธ์สุ ตั วป์ กี
6.7 กำรคดั เลือกพนั ธ์ุสตั ว์ปกี
6.8 กำรตดั สินให้คะแนนไก่ไข่
6.9 กำรตัดสินไก่เนอื มชี ีวิต
เอกสำรอำ้ งอิง
หนว่ ยที่ 7 กำรผสมพนั ธส์ุ ัตวป์ กี
7.1 ประวตั ิกำรผสมพนั ธุ์ไก่
7.2 วิธีกำรผสมพนั ธ์ุไก่
สารบัญ (ต่อ) ง
7.3 ระบบกำรผสมพันธส์ุ ัตว์ปกี หน้า
7.4 กำรผสมพนั ธเุ์ ปด็
7.5 กำรผสมพนั ธุห์ ่ำน
7.6 กำรผสมพนั ธนุ์ กกระจอกเทศ
7.7 กำรผสมพนั ธุ์นกกระทำ
เอกสำรอ้ำงอิง
หนว่ ยที่ 8 การปรบั ปรุงพนั ธ์ุสัตวป์ กี
8.1 ควำมสำคัญของไก่พืนเมือง
8.2 วตั ถุประสงค์กำรเลยี งไก่พืนเมือง
8.3 ปัญหำกำรอนุรักษ์และพฒั นำไกพ่ ืนเมอื งไทย
8.4 พันธไุ์ ก่พนื เมือง
8.5 คุณสมบตั ิของไก่พืนเมือง
8.6 ลกั ษณะและมำตรฐำนไก่พนื เมอื งไทย
8.7 กำรอนุรักษ์และพฒั นำไก่พนื เมอื ง
8.8 กำรพัฒนำกำรเลียงไก่ลกู ผสมพนื เมือง
เอกสำรอ้ำงองิ
หนว่ ยที่ 9 ควำมก้ำวหนำ้ ในกำรปรับปรุงพันธส์ุ ัตวป์ ีก
9.1 กำรปรบั ปรุงพนั ธ์ุสัตว์ปกี ในประเทศไทย
9.2 กำรปรับปรงุ พนั ธ์ุสตั วป์ ีกในประเทศอำเซียน
9.3 กำรปรับปรุงพันธุ์ไกใ่ นต่ำงประเทศ
เอกสำรอ้ำงอิง
จ
สปั ดาห์ท่ี 1 ใบเตรยี มการสอน รหัสวชิ า 03-42-320
เวลา 3 ชั่วโมง หนว่ ยท่ี 1 บทนำ
ชอ่ื บทเรียน 1.1 ควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรปรับปรุงพนั ธส์ุ ตั ว์ปีก เวลำ 20 นำที
1.2 ควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรคดั เลอื กและผสมพนั ธุ์สัตวป์ กี เวลำ 20 นำที
1.3 แหลง่ กำเนดิ ของสัตวป์ กี เวลำ 20 นำที
1.4 ประวตั กิ ำรผสมพันธแุ์ ละกำรปรบั ปรงุ พันธ์ุสตั วป์ กี เวลำ 30 นำที
1.5 ประวัตกิ ำรคดั เลอื กไกพ่ นั ธ์ุแท้ เวลำ 30 นำที
1.6 กำรเปล่ยี นแปลงของอุตสำหกรรมกำรเลยี งสัตวป์ ีก เวลำ 30 นำที
1.7 สมำคมสง่ เสรมิ กำรผลิตสัตว์ปกี เวลำ 30 นำที
จดุ ประสงคก์ ารสอน
หน่วยท่ี 1 บทนำ
1.1 อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรปรบั ปรงุ พันธุ์สัตว์ปกี
1.2 อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรคดั เลือกและผสมพนั ธ์ุสตั วป์ กี
1.3 บอกแหลง่ กำเนิดของสัตว์ปกี
1.4 อธบิ ำยประวตั ิกำรผสมพันธ์แุ ละกำรปรบั ปรงุ พนั ธุส์ ัตว์ปีก
1.5 อธบิ ำยประวตั กิ ำรคัดเลอื กไก่พันธแุ์ ท้
1.6 เข้ำใจกำรเปลย่ี นแปลงของอุตสำหกรรมกำรเลียงสตั ว์ปกี
1.7 บอกสมำคมสง่ เสรมิ กำรผลติ สตั ว์ปกี
หน่วยท่ี 1
ความสาคัญของการคดั เลอื กและผสมพันธสุ์ ตั วป์ กี
1.1 ความหมายและความสาคญั ของการปรับปรุงพนั ธ์ุสัตวป์ กี
กำรปรับปรุงพันธุ์สัตว์ หมำยถึง กำรใช้ควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์และศิลปะมำประกอบกับกระบวนกำร
คัดเลือกสัตว์ และแผนกำรผสมพันธ์ุสัตว์ให้ได้ตำมวัตถุประสงค์ท่ีมุ่งไว้ อำจจะเป็นกำรสร้ำงพันธุ์ใหม่ขึนมำ หรือ
เป็นกำรรักษำคณุ ภำพพนั ธ์เุ ดิมใหค้ งอยตู่ ลอดไป
กำรปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (Animal Breeding) เป็นกำรเพิ่มสมรรถภำพกำรผลิตสัตว์ด้วยกำรปรับปรุง
ทำงด้ำนพันธุกรรม สัตว์ที่เกิดมำล้วนแล้วแต่ได้รับกำรถ่ำยทอดลักษณะต่ำงๆ จำกพันธุกรรมท่ีกำหนดมำแล้วจำก
ทังพ่อและแม่ นักปรับปรุงพันธุ์จะเพ่ิมสมรรถภำพกำรผลิตของสัตว์ได้ด้วยกำรคัดเลือกพ่อและแม่ท่ีมีลักษณะและ
คุณภำพดีในร่นุ ปัจจุบัน เอำมำผสมพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกที่มีคุณภำพดีขนึ ในรุ่นต่อไป สำหรับเป้ำหมำยในกำรปรับปรุง
พันธ์ุนนั ขนึ อยู่ควำมตอ้ งกำรของผู้เลียงหรือนกั ปรับปรุงพนั ธว์ุ ่ำจะพฒั นำสัตวไ์ ปในด้ำนใด เช่น ปรับปรงุ เพ่อื ให้สัตว์
มีลักษณะสวยงำมขึน เช่น ไก่แจ้ และไก่พืนเมือง ปรับปรุงเพื่ออนุรักษ์พันธ์ุดังเดิมไว้ เช่น ไก่พืนเมือง หรือพัฒนำ
เพ่ือใหส้ ัตว์มีกำรให้ผลผลิตดีขึน เช่น ไก่ไข่ ไก่เนือ เป็ดไข่ และเป็ดเนือ เป็นตน้ ในกำรปรบั ปรงุ พันธ์ุสัตว์นัน ลำดับ
แรกผู้เลียงหรือนักปรับปรุงพันธุ์จะต้องศึกษำถึงพันธ์ุและลักษณะประจำพันธุ์ของสัตว์ชนิดนันๆ โดยคำนึงถึงทัง
ลกั ษณะทำงเศรษฐกิจ ควำมอยู่รอด สำมำรถปรับตัวเข้ำกบั สภำพแวดล้อมในท้องถิ่นนันๆ ได้หรือไม่ หำกลักษณะ
ของสัตว์บำงประกำรไม่เหมำะสมกับท้องถ่ิน ก็ต้องมีกำรนำสัตว์พันธ์ุอื่น เช่น พันธุ์พืนเมืองที่มีสำมำรถทนอยู่ใน
สภำพแวดล้อมของท้องถ่ินได้ มำเลียงรวมอยู่ดว้ ยเพ่ือรวบรวมลักษณะท่ีต้องกำรเอำเข้ำมำไว้ในฝูงแล้วค่อยทำกำร
คัดเลือกเพ่ือนำไปผสมพันธุ์กันต่อไป ดังนันควำมสำคัญของกำรปรับปรุงพันธ์ุสัตว์จึงมีผลให้ผู้เลียงได้สัตว์ท่ีมี
ฉ
คุณภำพดีกว่ำสัตวท์ ่ีมีอยู่ตำมธรรมชำติ มีควำมเหมำะสมกบั สภำพแวดลอ้ ม และเป็นไปตำมควำมต้องกำรของทังผู้
เลยี งและนักปรบั ปรงุ พนั ธ์ุ
กำรปรับปรุงและพัฒนำพันธุ์ไก่เร่ิมต้นก่อนกำรปรับปรุงพันธ์ุสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยใน พ.ศ. 2467 หม่อมเจ้ำ
สิทธิพร กฤดำกร ผู้สรำ้ งฟำร์มบำงเบิดท่ีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำไก่พันธุ์เล็กฮอร์น (Leghorn) เข้ำมำทดลอง
เลียงเป็นกำรค้ำ และในปี พ.ศ. 2484 หลวงสุวรรณวำจกกสิกิจ ได้นำไก่พันธุ์โรดไอส์แลนด์ (Rhode Island) จำก
ประเทศสหรัฐอเมริกำและไก่พันธ์ุออสตรำลอร์ป (Australorp) จำกประเทศออสเตรเลียมำทดลองเลียงเพ่ือ
สง่ เสริมกำรเลยี งไก่เป็นอำชพี แทนกำรเลยี งไกพ่ ันธ์ุพนื เมอื งไทย ได้แก่ ไก่อู ไกต่ ะเภำ และไกแ่ จ้ เปน็ ต้น ไกอ่ ูและไก่
ตะเภำเป็นไก่ไทยท่ีชำวบ้ำนคัดเลือกตัวผู้มำฝึกหัดเปน็ ไก่ชน โดยเรียกชื่อพันธ์ุไกต่ ำมสีตำ่ งๆ เชน่ ไก่เหลืองหำงขำว
ไก่ประดูหำงดำ เป็นต้น ไก่พันธุ์พืนเมืองไทยจะออกไข่รำว 40-60 ฟองต่อปี ในขณะท่ีไก่พันธ์ุต่ำงประเทศ เช่น
พันธ์เุ ลก็ ฮอรน์ พันธุโ์ รดไอสแ์ ลนด์ สำมำรถให้ไข่ได้มำกกวำ่ 260 ฟองต่อปี
ในปัจจุบันกำรเลียงไก่ไข่เป็นกำรเลียงแบบกำรค้ำขนำดใหญ่ ใช้พันธ์ุไก่ที่นำเข้ำจำกต่ำงประเทศมีทังพันธุ์
แท้ และพันธุ์ผสมท่ีเรียกว่ำ ไก่ไฮบริด (hybrid) ส่วนมำกนำเข้ำจำกประเทศสหรัฐอเมริกำ ซึ่งทำให้ต้องใช้จ่ำย
เงินตรำไปให้ต่ำงประเทศจำนวนมหำศำล แต่บริษัทท่ีทำธุรกิจนำเข้ำพันธุ์ไก่ก็ได้รับกำไรและผลประโยชน์อย่ำง
มหำศำลจำกเกษตรกรและผ้เู ลียงไกใ่ นประเทศไทย
อุตสำหกรรมกำรเลยี งไก่เนือหรือทเี่ รียกว่ำ ไก่กระทง นับว่ำเปน็ ธุรกิจกำรเกษตรทีส่ ำคญั มกี ำรส่งออกเนือ
ไกไ่ ปขำยต่ำงประเทศปีละเป็นหมื่นลำ้ นบำท พันธ์ไุ กเ่ นือเปน็ พนั ธ์ุไกเ่ ลือดผสมนำเขำ้ จำกประเทศสหรัฐอเมริกำเป็น
ส่วนใหญ่ ไก่พันธุ์ผสมเรียกว่ำ ไก่ไฮบริด โตเร็ว มีนำหนักส่งตลำด (ประมำณ 1.8 กิโลกรัม) ภำยในระยะเวลำเลียง
ประมำณ 4 สัปดำห์ ในขณะท่ีไก่ไทยท่ีเลียงตำมหมู่บ้ำนต้องใช้เวลำถึง 6 เดือน อย่ำงไรก็ตำมระบบกำรเลียงไก่
กระทงกับกำรเลียงไก่พืนเมืองไทยหรือไก่บ้ำนแตกต่ำงกันจนไม่สำมำรถจะเปรียบเทียบเร่ืองพันธ์ุได้ เพรำะกำร
เลียงไก่บำ้ นเปน็ กำรเลยี งแบบใหไ้ ก่หำกินเองตำมมตี ำมเกิดในระบบไรน่ ำผสมในชนบท
1.2 ความหมายและความสาคัญของการคดั เลอื กและผสมพันธ์ุสัตวป์ ีก
โดยธรรมชำติสัตว์ปีกจะมีกำรคัดเลือกและผสมพันธุ์กันเองตำมธรรมชำติ (natural selection) อยู่แล้ว
ซง่ึ เปน็ ไปตำมทฤฎขี องกำรววิ ฒั นำกำร (evolution) แต่ในดำ้ นกำรปรับปรุงพันธ์นุ ันเปน็ กำรกระทำของมนุษย์ โดย
มจี ดุ มงุ่ หมำยท่ีจะใหส้ ตั วท์ ีเ่ กิดขนึ ในรนุ่ ต่อๆ มำมคี ุณภำพดีขึน
ควำมหมำยของกำรคัดเลือกพันธ์สุ ตั วม์ ีหลำยควำมหมำย ดงั นี
กำรคัดเลือก (Selection) เป็นกระบวนกำรท่ีสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในประชำกร ถูก
คดั เลอื กใหข้ ยำยจำนวนมำกกว่ำสัตว์ตวั อ่นื ๆ ในกำรแพรพ่ นั ธุต์ ่อไป
กำรคดั เลือก เป็นขบวนกำรที่สัตวต์ ัวใดตัวหนง่ึ ในฝูงมีโอกำสท่ีจะถูกคัดเลือกไว้เพื่อให้สืบพันธุ์ไปยงั ชั่วอำยุ
ต่อไป กำรคัดเลือกพันธ์ุเป็นวิธีกำรอย่ำงหนึ่งในกำรปรับปรุงพันธ์ุสัตว์ โดยใช้ร่วมกับแผนกำรผสมพันธุ์เพ่ือให้ได้
สัตว์รุ่นต่อ ๆ ไปมีลักษณะที่ดีตำมควำมต้องกำรมำกย่ิงขึน ถ้ำหำกทำกำรคัดเลือกพันธุ์สัตว์ได้อย่ำงถูกต้องแม่นยำ
แลว้ ก็จะไดส้ ตั วเ์ ลยี งท่ใี ห้ผลตอบแทนสงู ในทส่ี ดุ
กำรคัดเลือก หมำยถึง กำรคัดเลือกสัตว์ที่มีลักษณะดีตำมเกณฑ์ที่ต้องกำรสำหรับใช้ในแผนกำรผสมพันธ์ุ
เพือ่ สืบทอดสำยเลอื ดท่ีดีตอ่ ไป
กำรคัดเลือก หมำยถึง ขบวนกำรท่ีเปิดโอกำสให้สัตว์ตัวหนึ่งตัวใดได้สืบลูกหลำนต่อไป ซ่ึงอำจเกิดขึนเอง
หรอื โดยกำรกระทำของมนุษย์ หรอื อกี นยั หน่ึงเป็นกำรเปดิ โอกำสให้สัตว์ตวั ใดตัวหนึ่งได้ถ่ำยทอดยีน (gene) หรือจี
โนไทพ์ (genotype) ไปยงั ชั่วถัดไปและทำให้เกดิ กำรเปล่ยี นแปลงควำมถ่ีของยนี (gene frequency) กำรคดั เลอื ก
มไิ ดเ้ ปน็ กำรสรำ้ งยีนขึนมำใหม่ แตเ่ ป็นกำรเพ่มิ ควำมถี่ของยนี ทีพ่ งึ ประสงค์ โดยกำรถำ่ ยทอดไปยังรุ่นลกู
ช
ควำมหมำยของกำรผสมพนั ธ์ุสัตว์ มดี ังนี
กำรผสมพนั ธ์สุ ตั ว์ (Animal breeding) เป็นแผนกำรจัดคู่สตั วใ์ นกำรผสมพนั ธุ์เพื่อเปิดโอกำสให้พนั ธุกรรม
ทพี่ งึ ประสงคข์ องสตั ว์ได้แสดงจำนวนออกมำใหเ้ ห็น
ในกำรผสมพันธุ์สัตว์อย่ำงมีระเบียบนัน ผู้ผสมจะต้องเก็บข้อมูลอย่ำงละเอียด เช่น ประวัติ ควำมเป็นมำ
ของพ่อแม่พันธ์ุ ควำมสำมำรถของสัตว์ทุกตัว และเก็บรวมรวมข้อมูลไว้ในสมุดคู่ฝูง เพื่อเก็บเป็นหลักฐำนเกี่ยวกับ
พันธ์ุสัตว์นันๆ ท่ีเกิดขึน เมื่อสัตว์ท่ีเกิดจำกกำรผสมพันธุ์มีลักษณะประจำพันธุ์เหมือนกับพ่อแม่พันธุ์ที่นำมำผสม
พนั ธ์ุหรือที่เรียกว่ำมีลักษณะประจำพันธุ์นิ่งแล้ว จะมีกำรขอจดทะเบียนประวัติ โดยมอบรำยละเอียดให้กับสมำคม
พนั ธุ์สัตว์ (breed association) เป็นผู้จดั ทำหลักฐำนต่ำง ๆ หลงั จำกนันสัตวต์ ัวนนั จะถูกรบั รองจำกสมำคมว่ำเป็น
สัตว์พันธ์ุแท้ (pure breed) ปัจจุบันจะมีกำรผสมพันธ์ุระหว่ำสัตว์พันธุ์แท้กับพันธุ์พืนเมืองเพื่อให้ได้ลูกผสม
(hybrid) ทใ่ี หผ้ ลผลิตทดี่ ีกวำ่ พนั ธพ์ุ ืนเมอื งที่มอี ยเู่ ดมิ จงึ ถอื เปน็ กำรปรับปรงุ สตั วใ์ หม้ ีคณุ ภำพท่ดี ขี ึน
ดังนัน กำรคัดเลือกและผสมพันธ์ุสัตว์ปีก จึงเป็นกระบวนกำรท่ีนำมำใช้เพ่ือปรับปรุงลักษณะต่ำงๆ ท่ีมี
ควำมสำคัญทำงเศรษฐกิจของสัตว์ปีก ให้มีสมรรถนะสูงขึน ได้แก่ สมรรถภำพทำงกำรสืบพันธ์ุ เช่น ลักษณะไข่ดก
ตับไข่ยำว อำยุที่เข้ำสู่วัยเจริญพันธุ์ รวมถึงพฤติกรรม ลักษณะนิสัย อำรมณ์ที่เก่ียวข้องกับกำรให้ลูก เช่น อำรมณ์
ทำงเพศ ควำมดุร้ำย นิสัยในกำรฟักไข่ ลักษณะเกี่ยวกับกำรเจริญเติบโต ประสิทธิภำพกำรเปลี่ยนอำหำร คุณภำพ
ผลผลิต รูปร่ำงลักษณะภำยนอก อำยุกำรใช้งำนยำวนำน ปรำศจำกลักษณะผิดปกติท่ีถ่ำยทอดทำงพันธุกรรม
นอกจำกนกี ระบวนกำรคัดเลอื กและผสมพนั ธ์สุ ัตว์ปีกยังมีวัตถุประสงค์ท่ีจะดำรงไวซ้ ่ึงเผ่ำพันธุส์ ัตวป์ ีกพันธุ์แท้ต่ำงๆ
รวมถงึ สตั ว์ปกี พนั ธุ์พนื เมืองของทอ้ งถิน่ ให้คงอยูส่ ืบไป
1.3 แหล่งกาเนดิ ของสัตว์ปีก
จำกหลักฐำนกำรศกึ ษำของซำกโบรำณ พสิ ูจนไ์ ด้ว่ำสัตว์ปีกสมัยปจั จุบนั มีต้นตระกลู มำจำกสตั วเ์ ลอื ยคลำน
เพรำะเมือ่ ประมำณ 150 ล้ำนปลี ว่ งมำแล้ว พบวำ่ สัตวป์ ีกสมัยโบรำณเทำ่ ทมี่ หี ลักฐำนยนื ยัน คือ สัตวพ์ วกอำคี
ออพเทอรกิ (Archaeopteryx) สตั วป์ ีกโบรำณชนิดนีมีขนำดเทำ่ อีกำ แต่มีลักษณะหลำยอย่ำงท่ีสตั วป์ ีกปัจจุบันไม่
มี เช่น หำงของมันคล้ำยไปทำงแบบหำงจิงเหลน มขี นขำ้ งๆ แทนท่จี ะมหี ำงเป็นรูปคล้ำยพัดอย่ำงไก่สมยั นี
(ก) (ข)
รปู ที่ 1.1 Archaeopteryx
ทม่ี า : Jason (2015) (ก), Antonia (2014) (ข)
ซ
เหตผุ ลอีกประกำรหนงึ่ ท่ีแสดงวำ่ สตั ว์ปีกปจั จบุ ันมำกจำกสัตวเ์ ลือยคลำน คอื อวัยวะสำคญั ๆ บำงส่วน
เชน่ แขง้ ยงั มเี คำ้ ของเกร็ดของสตั วเ์ ลือยคลำนตำ่ งๆ
รปู ท่ี 1.2 เปรียบเทียบโครงสรำ้ งกระดูกของ Archaeopteryx และ นก
ทม่ี า : Harun (2015)
ไก่ เป็นสัตว์ปีกจำพวกเดียวกันกับนกท่ัวไป แหล่งกำเนิดเดิมของต้นตระกูลไก่อยู่ในประเทศร้อนแถบ
เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศไทย จีน อินโดนีเซีย ลำว ญวน กัมพูชำ พม่ำ อินเดียและแถบชำยทะเล
เมดิเตอเรเนียน บรรพบุรุษของมันมีผู้ในควำมเห็นว่ำ คือ Gallus gallus เพรำะมีลักษณะต่ำงๆ ใกล้เคียงกัน ไก่ท่ี
เลยี งในปัจจุบนั มชี ือ่ วทิ ยำศำสตร์ว่ำ Gallus Domesticus มีตน้ ตระกลู มำจำกไกป่ ำ่ จำกแถบเอเซีย มี 4 ชนิด คอื
1. Gallus Gallus ได้แก่ ไกป่ ่ำสีแดง (Red Jungle Fowl) เปน็ ตน้ ตระกลู ไก่ป่ำทเ่ี ลยี งกันอยำ่ งแพรห่ ลำย
พบภำคกลำงตอนเหนือ และภำคตะวันออกของประเทศอินเดีย พม่ำ ไทย มำเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
รปู ร่ำงลักษณะคลำ้ ยไก่เลก็ ฮอรน์ สนี ำตำล มขี นสีแดงส้มท่ีคอ ปีก และกลำงหลัง เพศผู้ มขี นใต้คอ หนำ้ อก และขน
ขำจะมสี ีดำ เพศเมีย มขี นสีแดงปนเทำสลบั กบั สีดำ
(ก) (ข)
รปู ที่ 1.3 ไก่ป่ำสีแดง (ก) เพศผู้ (ข) เพศเมยี
ท่มี า : Acong (2015) (ก), Alex (2010) (ข)
ฌ
รปู ที่ 1.4 กายวิภาคของไก่ปา่ สีแดง
ทมี่ า : Sheri (2016)
2. Gallus Lafayetti เป็นไก่ป่ำที่อยู่แถบเกำะศรีลังกำ (Ceylonese Jungle Fowl) สีขนมีลักษณะคล้ำย
ไก่ปำ่ สีแดง เพศผู้ มีขนทอี่ กและท้องสแี ดงสม้ เพศเมยี มขี นทีป่ ลำยปีกสีบำร์
(ก) (ข)
รปู ที่ 1.5 Ceylonese Jungle Fowl (ก) เพศผู้ (ข) เพศเมีย
ท่ีมำ : Hlasek.com (2015) (ก), Chicksandweeds.com (2015) (ข)
ญ
3. Gallus Sonneratii ได้แก่ ไก่ป่ำสีเทำ (Gray Jungle Fowl) อยู่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
อนิ เดยี ลักษณะทว่ั ไป มขี นสเี ทำเงินแซมตลอดตัว
(ก) (ข)
รปู ท่ี 1.6 ไกป่ ่ำสีเทำ (ก) เพศผู้ (ข) เพศเมีย
ทม่ี า : Purelypoultry.com (2015) (ก), Tyler (2016) (ข)
4. Gallus Varius ได้แก่ ไก่ป่ำชวำสีดำหรือเขียว (Black or Green Jungle Fowl) เป็นไก่ที่อยู่แถบเกำะ
ชวำ สุมำตรำ รวมไปถึงหมเู่ กำะใกล้เคยี ง ลักษณะมสี ีขนคล้ำยคลึงกับไก่ป่ำสแี ดง เพศผู้ มีขนค่อนข้ำงดำ หรือเขยี ว
คลำ หงอนไม่จักรเหมอื นไกป่ ำ่ ชนดิ อน่ื สเี ขยี วหรือมว่ งแดง เหนียงแดง เหลอื ง และเขียวนำเงิน
(ก) (ข)
รูปท่ี 1.7 ไก่ปำ่ ชวำสดี ำหรือเขยี ว (ก) เพศผู้ (ข) เพศเมีย
ทมี่ า : Jaja (2013) (ก), Nancy (2014) (ข)
มนษุ ย์เรำมีกำรเลยี งไกม่ ำแตโ่ บรำณ สมัยหลังๆ นี วิทยำศำสตรเ์ จรญิ ก้ำวหน้ำมำก กำรเลยี งไก่ได้อำศัย
วิทยำกำรต่ำงๆ มำชว่ ยปรบั ปรงุ ทุกดำ้ น เชน่ กำรผสมพันธ์ุ อำหำร กำรป้องกนั โรค ตลอดจนวธิ ีกำรจัดกำรท่ี
ถกู ต้อง กำรเลียงไก่ปจั จุบันนีจัดเปน็ อำชีพที่มีควำมสำคัญของเศรษฐกิจ เพรำะไข่ และเนือไก่ เปน็ อำหำรสำคญั
อยำ่ งหน่ึงของมนษุ ย์ กำรผลิตไข่ หรือเนือไก่ จึงเป็นอำชีพสำคัญทำงเศรษฐกิจ เพรำะกำรเพ่มิ ขึนของประชำกรโลก
มอี่ ยตู่ ลอดเวลำ
ฎ
1.4 ประวัตกิ ารผสมพันธุ์และการปรบั ปรุงพนั ธุส์ ัตว์ปกี
กำรผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก ได้แก่ ไก่เนือ ไก่ไข่ เป็ดเนือ เป็ดไข่ นกกระทำ ไก่งวง และห่ำน
เป็นต้น ได้ทำกันมำเป็นเวลำนำนแล้ว ตำมจุดประสงค์ที่มนุษย์ต้องกำร เช่น ในสมัยก่อนเน้นไปในรูปของควำม
สนุกสนำนและควำมสวยงำม และได้พัฒนำมำเน้นทำงเศรษฐกิจและกำรค้ำในเวลำต่อมำ สมัยหลังๆ วิทยำศำสตร์
และเทคโนโลยีมีควำมก้ำวหน้ำมำกขึน กำรผสมและปรับปรุงพันธุ์ได้อำศัยวิทยำกำรต่ำงๆ มำช่วยมำก เชน่ กำรใช้
ขบวนกำรทำงสถิติตลอดไปจนถึงกำรใช้คอมพวิ เตอร์ช่วยในกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู
ปจั จุบันไมว่ ่ำจะเป็นกำรปรบั ปรงุ ในเรือ่ งกำรใหเ้ นือหรอื กำรให้ไข่ มีควำมก้ำวหน้ำไปอย่ำงรวดเรว็ มำก เชน่
ไก่เนือสมยั ก่อนจะใชร้ ะยะเวลำ 45 วัน ถึงส่งตลำดได้ โดยมอี ตั รำกำรแลกเนือ 1.45 ส่วนปัจจบุ ันสำมำรถใช้
ระยะเวลำเลียงเพียง 30-35 วัน กส็ ำมำรถส่งตลำดได้ ในไก่ไขส่ มยั กอ่ นใช้ระยะเวลำเลยี ง 23 สัปดำห์ ถงึ จะ
สำมำรถใหไ้ ข่ได้ แต่ปัจจบุ ันใช้ระยะเวลำเลียงเพียง 20 สปั ดำห์ กส็ ำมำรถใหผ้ ลผลิตไข่ไดแ้ ล้ว โดยจำนวนไขท่ ่ไี ด้ไม่
ลดลงไปด้วย
กำรคัดเลือกและผสมพันธุ์ในสมัยก่อน ไม่เน้นผลทำงเศรษฐกิจ เช่น กำรเลียงไก่ชน หรือเพื่อประกวด
ประชนั กนั ในเรือ่ งควำมสวยงำม กำรคัดเลอื กจงึ เปน็ ในเรือ่ งสขี น หรอื ลักษณะหงอน เป็นหลัก
ต่อมำระยะหลังจึงเน้นในผลทำงเศรษฐกิจ เช่น กำรให้ไข่ และกำรให้เนือ จนกลำยมำเป็นพันธุ์แท้ชนิด
ต่ำงๆ ในปัจจุบันพันธ์ุไก่ท่ีนับว่ำเป็นพันธ์ุแท้ เช่น ไก่โร๊ดไอแลนด์แดง และไก่เล็กฮอร์นขำว เริ่มใช้กันมำกในกำร
ปรับปรุงพันธุ์ อำจจะเป็นเพรำะเป็นพันธุท์ ่ีนิยมกันมำกในอเมริกำ จนมีกำรพัฒนำจำกพันธุ์ (Breed) มำจนถึงสำย
พันธ์ุ (Strain)
ปัจจุบันควำมสนใจในกำรหำควำมเหมำะสมของสำยพันธุ์ต่ำงๆ ของพ่อแม่ (combination) เพ่ือจะใช้ใน
กำรผลิตลูกผสม (hybrid) ชนิดต่ำงๆ ระบบกำรผสมพันธ์ุแบบข้ำมพันธุ์ (crossing) เร่ิมใช้ควำมสม่ำเสมอ
(uniformity) คดิ คำนึงกนั มำกขนึ
ระบบกำรคัดเลือกพันธ์ุแบบใหม่ๆ ท่ีต่ำงไปจำกเดิม คือกำรดูเพียงบันทึกของตัวเอง (mass selection)
ได้มีกำรพัฒนำมำเป็นแบบดูบันทึกของครอบครัว (family selection) และกำรทดสอบลูกหลำน (progeny test)
เพ่ือหำสำยพันธุ์สังเครำะห์ใหม่ (synthetic lines) เร่ิมมีบทบำทมำกขึน เพรำะกำรคัดเลือกแบบนีสำมำรถให้ผล
แน่นอนกวำ่ คือเรำสำมำรถจะดูไปถงึ จีโนไทป์ (genotype) ของตวั สตั วไ์ ด้เลย
พันธ์ุสงั เครำะห์ อำจเรียกว่ำ “พันธ์ุผสมรวม” (composite) มีควำมหมำยที่กว้ำงมำกจนเกือบจะกล่ำวได้
ว่ำพันธ์ุพืช หรือสัตว์ ต่ำงๆ ท่ีมนุษย์ผลิตขึนมำกก็คือ พันธ์ุสังเครำะห์ ทังนัน แต่เพ่ือจะให้ควำมหมำยแคบเข้ำมำ
เรำอำจจะให้คำจำกัดควำมว่ำ “พันธุ์สังเครำะห์ คือ พันธุ์ที่ได้จำกกำรผสมระหว่ำงสำยพันธ์ุที่ผ่ำนกำรทดสอบ
สมรรถนะในกำรผสมมำแล้ว” ทังนี ยกเว้น F1 ของพันธ์ุลูกผสมเด่ียว ลูกผสมสำมทำง และลกู ผสมคู่ ซึ่งมีช่ือเรียก
เฉพำะอย่แู ล้ว
1.5 ประวตั กิ ารคดั เลอื กไก่พันธ์ุแท้
กำรผสมพันธ์ุและคัดเลือกเพื่อให้ได้ไก่พันธุ์แท้นัน เร่ิมต้นตังแต่ต้นศตวรรษท่ี 20 หรือ ระหว่ำง พ.ศ.
2403 – 2453 (ค.ศ. 1860 – 1910) แต่ในช่วงนันควำมสนใจของนักผสมพันธ์ุไก่เน้นไปในแง่พ่ือควำมสวยงำม
หลัง พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) เป็นต้นมำ จึงเร่ิมสนใจในแง่เพ่ือประโยชน์ทำงเศรษฐกิจ ทำให้มีกำรคัดเลือกผสม
พันธ์ุให้มีไข่ดก และมีเนือมำก ใช้ระยะเวลำสันลงเป็นเป้ำหมำยสำคัญ ประจวบกับควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ และ
เทคโนโลยีดำ้ นนกี ้ำวหนำ้ อย่ำงรวดเร็ว จงึ ชว่ ยใหก้ ำรปรบั ปรุงพนั ธุ์ได้ผลดยี ิ่งขนึ
กำรคดั เลอื กไก่ในสมยั กลำงเร่มิ รู้ควำมจรงิ ว่ำไม่ใช่ของแน่นอนเสมอไปว่ำ “พ่อแม่พนั ธุด์ ีไมแ่ นว่ ่ำจะให้ลกู ดี
เสมอไป” บำงลักษณะสำมำรถพิจำรณำได้ด้วยตำเปล่ำ เช่น ขนำด รูปร่ำง สีขน แต่บำงลักษณะ เช่น ควำม
ฏ
แข็งแรง เลียงรอดได้มำก กำรไข่ กำรฟักออกจำกไข่ เหล่ำนีดูไม่เห็นด้วยตำเปล่ำ จะต้องใช้วิธี ดูจำกสถิติ
ควำมสำมำรถของพ่อแม่ พ่นี ้องหรอื ลกู หลำนของมันในลักษณะนนั ๆ
ใน พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) เร่ิมมีกำรจัดตังสมำคมไก่ของอเมริกำ (American Poultry Association)
ขึนเป็นครังแรก โดยมีวัตถุประสงค์ท่ีจะให้เป็นแหล่งกลำงในกำรกำหนดมำตรฐำนพันธุ์ไก่ชนิดต่ำงๆ ขึน ผลจำก
กำรกอ่ ตังสมำคมนีขึนมำ ทำให้เกดิ ไกพ่ ันธุใ์ หม่ ๆ ขึนมำอีกหลำยพันธ์ุ เชน่
• ค.ศ. 1869 กำเนิดไก่พันธพ์ุ ลีมัทรอค (Plymouth Rock)
• ค.ศ. 1876 กำเนิดไกพ่ ันธ์ุไวยันดอท (Wyandottes)
• ค.ศ. 1879 กำเนิดไกพ่ นั ธุ์โร๊ดไอแลนดเ์ รด (Rhode Island Red)
กำรปรับปรงุ พันธุ์ เร่มิ ใชพ้ ันธ์ุ Rhode Island Red และพันธ์ุ White Leghorn กันมำก เน่อื งจำกเป็น
พนั ธ์ุทนี่ ิยมในอเมริกำ จนมีกำรพัฒนำพนั ธุ์ (breed) มำจนถงึ สำยพนั ธ์ุ (strain)
1.6 การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเลยี้ งสัตว์ปีก
สัตว์ปีกนับว่ำเป็นสัตว์ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ประเทศกำลังพัฒนำทังหลำยกำลังให้ควำมสนใจและนำ ไป
เลยี งเพ่อื แก้ปัญหำกำรขำดแคลนอำหำรโปรตนี และเป็นรำยไดส้ ำคัญของประเทศ คุณสมบัติพเิ ศษนันคอื
1. สำมำรถเริ่มต้นจำกธุรกิจขนำดเล็กลงทุนน้อย และเม่ือเกิดควำมม่ันคงในกำรผลิตและกำรตลำดแล้ว
จึงขยำยกิจกำรเปน็ กำรเลียงแบบอตุ สำหกรรมในภำยหลัง
2. สัตวป์ ีกนับเป็นสตั วเ์ ลียงชนิดเดียวที่สำมำรถขยำยพันธุเ์ พิ่มปรมิ ำณครังละจำนวนมำก ๆ ได้ด้วยกำรใช้
เคร่ืองจกั ร คือ เครื่องฟักไข่
3. สำมำรถนำมำเลียงได้ครังละจำนวนมำก ๆ โดยเฉพำะในปัจจุบันนีมีโรงเรือนปิดที่มีกำรปรับอำกำศ
เรียกย่อ ๆ ว่ำ โรงเรือนแบบอีแวป (Evaporative cooling system) ทำให้สำมำรถเลียงไก่ไข่ ไก่เนือได้เป็นหมื่น
เป็นแสนตัว โดยไม่ต้องใช้พืนทมี่ ำกเหมือนแตก่ ่อน และยังช่วยลดปัญหำเร่อื งโรคและอัตรำกำรตำยได้ ทำให้สัตว์มี
สขุ ภำพดีขนึ
4. สำมำรถใหล้ ูกได้ในระยะเวลำอันสัน แมไ่ ก่เนือ 1 ตัว สำมำรถให้ลูกได้ปีละ 120 ตัว และแมไ่ ก่ไข่ 1 ตัว
สำมำรถใหล้ ูกได้ปีละไม่ตำ่ กว่ำ 200 ตวั
5. ใช้เวลำเพียง 6-7 สัปดำห์ ไก่เนือก็สำมำรถเจริญเติบโตได้นำหนักถึง 2 กิโลกรัม โดยใช้อำหำรเพียงไม่
ถึง 4 กโิ ลกรมั
6. กำรเลียงสัตว์ปีกไม่มีปัญหำเรื่องสภำพของดินฟ้ำอำกำศมำกนัก ถ้ำมีนำและอำหำรคุณภำพดีอย่ำง
เพียงพอ
7. ผลผลิตของสัตว์ปีกสำมำรถบริโภคได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกศำสนำ และเมื่อเปรียบเทียบรำคำกับ
คุณคำ่ ทำงอำหำรแลว้ จะเหน็ ว่ำมีรำคำถกู กว่ำผลผลติ ของสัตว์ชนิดอ่นื
8. ลกู ไกอ่ ำยวุ นั เดยี วสำมำรถสง่ ไปได้ระยะทำงไกลๆ โดยทำงเครอื่ งบินครังละนับแสนตวั
ควำมเจริญก้ำวหน้ำทำงด้ำนวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยีของอุตสำหกรรมกำรเลียงสัตว์ปีกเป็นไปรวดเร็ว
มำก โดยเฉพำะกำรเลียงไก่ เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสำหกรรมกำรเลียงสัตว์ประเภทอื่น ทังทำงด้ำนกำรผสมพันธ์ุ
อำหำร และกำรจดั กำรเลียงดู
1. ระบบกำรผสมพันธุ์ (Breeding System) ระบบกำรผสมพันธ์ุไก่ในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนไปจำกกำรผสม
พันธ์ุเพ่ือรักษำมำตรฐำนพันธ์ุแท้ (Pure breed หรือ True breed) ไปเป็นกำรผสมพันธ์ุเพื่อให้ได้มำซึ่งลักษณะ
ทำงเศรษฐกจิ ท่ีต้องกำร คอื ไกไ่ ข่ให้ไข่ดก ไก่เนือให้เนือมำก โตเร็ว และกำรใช้อำหำรทม่ี ีประสิทธภิ ำพ ที่เรียกว่ำ
ไก่ลกู ผสมไฮบรดิ (Hybrid)
ฐ
2 กำรทำธุรกิจแบบครบวงจร (Integrated operation) เมื่อกิจกำรเลียงไก่มีขนำดใหญ่ขึน กำรทำ
ธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไปจำกกำรมีฟำร์มเลียงไก่ไข่ หรือไก่เนือธรรมดำเป็นกำรทำกิจกำร ในรูปของบริษัท หรือ
สหกรณ์ และเป็นกำรทำธุรกิจแบบครบวงจรมำกขึน เริ่มตังแต่มีพ่อ-แม่พันธุ์เอง มีโรงงำนอำหำร โรงงำนฆ่ำไก่
และจัดกำรเรื่องตลำดทังในประเทศและต่ำงประเทศเอง ดังจะเห็นได้จำกกำรทำธุรกิจแบบครบวงจรของบริษัท
อำหำรสัตว์ใหญ่ ๆ และสหกรณ์ผู้เลียงไก่ในประเทศไทยในปัจจุบัน ส่วนฟำร์มไก่ขนำดเล็กและขนำดกลำงที่ไม่
สำมำรถทำธุรกิจครบวงจรได้ก็จะเข้ำร่วมกับบริษัทใหญ่ ๆ แบบฟำร์มประกันรำคำ (Contracted farm) โดยทำง
บริษัทจะให้บริกำรต่ำง ๆ และรับซือไก่และไข่ในรำคำประกัน หรือเข้ำร่วมแบบรับจ้ำงเลียง ซึ่งผู้เลียงจะได้รับ
รำยไดแ้ น่นอน ไม่ต้องเสยี่ งกบั กำรขำดทุน
3. กำรเจริญเติบโตและประสิทธิภำพในกำรใช้อำหำรของไก่เนือ เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2530 กำรเลียงไก่เนือ
เพื่อให้ได้นำหนักส่งตลำดจะต้องใช้เวลำถึง 8 สัปดำห์ โดยใช้อำหำร 2.2-2.5 กิโลกรัมต่อนำหนักท่ีเพ่ิมขึน 1
กิโลกรัม ปัจจุบันจำกกำรใช้พันธ์ุไก่ที่ดี อำหำรดี และกำรเลียงดูที่ดี เรำสำมำรถเลียงไก่เนือได้นำหนักส่งตลำด
ประมำณ 2 กโิ ลกรมั ได้ในเวลำ 6-7 สัปดำห์ และใชอ้ ำหำรน้อยกว่ำ 2 กโิ ลกรัมต่อนำหนกั ตัวท่เี พมิ่ ขึน 1 กิโลกรัม
4. อัตรำกำรไข่และประสิทธิภำพในกำรใช้อำหำรเพื่อผลิตไข่ ไก่ไข่ลูกผสมสำมำรถให้ไข่เฉลี่ยเพ่ิมขึนจำก
ปลี ะ 190 ฟองต่อตัวในปี พ.ศ. 2498 เป็นปลี ะ 240 ฟองต่อตัวในปพี .ศ. 2526 และในปัจจุบันไกท่ ี่ไดร้ ับกำรเลียงดู
ดี ๆ สำมำรถให้ไข่เฉล่ียถึง 280-300 ฟองต่อปี โดยใช้อำหำรเพียง 1.8-2.0 กิโลกรัมต่อกำรผลิตไข่ 1 โหล (Feed
per dozen of egg) ซ่ึงลดลงประมำณ 1 กโิ ลกรัม
5. ประสิทธิภำพในกำรใช้แรงงำนเลียงไก่ ด้วยวิธีกำรเลียงดูและกำรใช้เครื่องทุ่นแรงในกำรเลียง ใน
ปัจจุบันกำรใช้แรงงำนในกำรเลียงไก่มีประสิทธิภำพสูงขึนมำก เม่ือประมำณปี พ.ศ. 2500 ในกำรผลิตไก่เนือ 100
กิโลกรมั จะต้องใช้แรงงำนถึง 18.5 man-hours แต่ปัจจุบันใช้แรงงำนเพียง 2.0 man-hours ในกำรเลียงไก่ไข่ก็
เช่นเดียวกัน เมื่อ 40 ปีก่อนในกำรเลียงไก่ไข่ 100 ตัว จะต้องใช้แรงงำนโดยเฉล่ียถึง 240 man-hours ต่อปี แต่
ในปจั จุบนั ตอ้ งกำรแรงงำนเพียง 4 man-hours เทำ่ นนั
1.7 สมาคมส่งเสรมิ การผลิตสตั วป์ กี ในประเทศไทย
กำรพัฒนำอุตำสำหกรรมกำรเลียงสัตว์ปีกท่ีสำคัญ ได้แก่ ไก่เนือ ไก่ไข่ รวมถึงไก่พืนเมือง ผู้ประกอบกำร
หรือแม้แต่เกษตรกรได้มีกำรรวมตัวกันในรูปแบบของสมำคม ชมรม หรือกลุ่มอนุรักษ์ต่ำงๆ เพื่อจุดประสงค์ท่ี
สอดคล้องกัน และเป็นกำรเปิดโอกำสให้เกษตรกรได้มำพบปะแลกเปล่ียนควำมคิดเห็น ควำมรู้ในด้ำนกำรผลิต
และกำรตลำด ฯลฯ ให้พัฒนำทันตอ่ เหตกุ ำรณ์อยู่เสมอ สำมำรถนำควำมรตู้ ่ำงๆ ที่ได้รับไปปรับทิศทำงกำรเลียงไก่
ของตนเองให้ก้ำวหน้ำย่ิงขึน สำหรับสมำคม ชมรม และกลุ่มต่ำง ๆ ที่ก่อตังขึนมำและมีบทบำทต่อกำรพัฒนำกำร
ผลติ สตั ว์ปกี ในประเทศไทย ไดแ้ ก่
1.7.1 สมาคมสง่ เสรมิ การเล้ยี งไกแ่ หง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ์
สมำคมฯ ใช้อักษรย่อว่ำ “ส.ก.ท.” มีช่ือภำษำอังกฤษว่ำ The Poultry Promotion Association of
Thailand under the Patronage of His Majesty the King อักษรย่อ P.A.T. เร่ิมก่อตังขึนประมำณ ปี
พ.ศ. 2474 ท่ีตังสำนักงำนอยู่ท่ี กรมปศสุ ัตว์ ถนนพญำไท แขวงทุ่งพญำไท เขตรำชเทวี กรุงเทพมหำนคร ปัจจุบัน
นำงฉววี รรณ คำพำ ดำรงตำแหนง่ นำยกสมำคมฯ
วตั ถปุ ระสงค์ของสมำคม มีดังนี
1) เพื่อสง่ เสรมิ กำรเลียงไก่ และสตั วป์ ีก แหง่ ประเทศไทยทีเ่ ปน็ อำชีพหลกั ของประชำชนให้
เจริญก้ำวหนำ้
2) เพือ่ ส่งเสรมิ กำรบำรุงพันธไุ์ ก่ เป็ด ฯลฯ ให้แพรห่ ลำยในหม่ปู ระชำชน
3) เพื่อเผยแพรค่ วำมร้ใู นเรอ่ื งกำรเลียงไก่ และสตั ว์ปีกใหแ้ พร่หลำยในหมปู่ ระชำชน
ฑ
4) เพอ่ื จัดให้มีกำรประกวด กำรแสดง หรอื กำรแข่งขันในเร่อื งไก่ และสัตวป์ ีกตำมเห็นสมควร
5) เพ่อื ส่งเสริมสรำ้ งควำมนิยมให้ประชำชนนยิ มใชไ้ ข่ไก่ ไขเ่ ป็ด และเนอื ไก่ ประกอบเป็นอำหำร
ประจำวันมำกย่ิงขึน
6) เพื่อกำรพบปะสนทนำแลกเปล่ียนควำมร้ใู นหมู่สมำชิกและเปน็ สอ่ื กลำงรำยงำนควำมเคลอ่ื นไหว
ใหส้ มำชกิ ทรำบภำวะกำรณ์อยเู่ สมอ
1.7.2 สมาคมอนุรกั ษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย
สมำคมอนุรักษ์และพฒั นำไกพ่ นื เมอื งไทย ได้ขออนุญำตจัดตงั โดย ดร.อภิชัย รัตนวรำหะ ในขณะนนั และ
สำนักงำนคณะกรรมกำรวัฒนธรรมแห่งชำติ อนุญำตให้ดำเนินกำรจัดตังได้ เม่ือ วันที่ 7 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2540
ทตี่ ังสำนักงำนอยู่ที่ กรมปศุสัตว์ เลขท่ี 68-69/1 ถนนพญำไท แขวงทุ่งพญำไท เขตรำชเทวี กรุงเทพมหำนคร โดย
มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พือ่
1) รวบรวมอนรุ กั ษ์และพฒั นำสำยพนั ธุ์ประวัติไกพ่ นื เมืองไทย
2) สง่ เสรมิ และสนบั สนุนกำรศึกษำ กำรค้นคว้ำ และกำรวิจัยทำงดำ้ นไก่พนื เมืองไทย
3) สนับสนนุ ให้กำรรบั รองและกำหนดมำตรฐำนสำยพนั ธ์ปุ ระวัตไิ กพ่ นื เมอื งไทยตำมหลักวชิ ำกำร
4) เปน็ ศูนยก์ ลำงแลกเปลี่ยนควำมรู้ ควำมคิดเหน็ ประสบกำรณ์ ข่ำวสำรและเผยแพร่ควำมรู้ทำง
วชิ ำกำร ทำงด้ำนไกพ่ นื เมืองไทย
5) ชว่ ยเหลือสนับสนนุ ให้มกี ำรจัดตังสหกรณผ์ ู้เลยี งไก่พนื เมืองไทย สำยพนั ธุ์ประวัติตำ่ ง ๆ ทั่ว
ประเทศ
1.7.3 คณะกรรมการนโยบายไขไ่ กแ่ หง่ ชาติ ( Egg Board )
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำส่ังให้จัดตังขึนเม่ือเดือนมีนำคม พ.ศ. 2547 โดยปรับเปล่ียนจำก
คณะกรรมกำรกำหนดแนวทำงกำรผลิตและกำรตลำดไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ เพ่ือทำหน้ำท่ีในกำรดูแล แก้ไขปัญหำ
ไกไ่ ข่ทงั ดำ้ นกำรผลติ กำรตลำด และอำหำรสัตว์ โดยมีรัฐมนตรวี ่ำกำรกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธำน นโยบำยของ
คณะกรรมกำรนโยบำยไข่ไก่แห่งชำติ มีดังนี
1) ให้มีกำรขึนทะเบียนผู้เลียงไก่ไข่ทังประเทศ และสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรผู้เลียงไก่ไข่จะได้รับ
จำกกำรขึนทะเบียน เช่น ได้รับสิทธิประโยชน์จำกกำรจัดสรรลูกไก่ไข่ในปริมำณและรำคำท่ีเหมำะสม ได้รับสิทธิ
และประโยชน์ท่ีรัฐให้ควำมช่วยเหลือ ได้รับควำมคุ้มครองในกำรจำหน่ำยไข่ไก่ด้วยรำคำท่ียุติธรรม ได้รับควำม
ช่วยเหลือจำกเงนิ กองทุนไก่ไข่ภำยใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม ได้รับควำมช่วยเหลือและสนับสนุนแก้ไขปัญหำต่ำง ๆ ที่
เกิดขึน เชน่ ปญั หำด้ำนปจั จัยกำรผลิต กำรตลำด ด้ำนสิง่ แวดลอ้ ม เกษตรกรที่เลยี งไกไ่ ข่น้อยกวำ่ 5,000 ตัว จะมี
นำยสัตวแพทย์ของกรมปศสุ ตั ว์เปน็ นำยสตั วแพทยป์ ระจำฟำร์ม
2) กำหนดเป้ำหมำยกำรนำเข้ำพ่อ-แม่พันธุ์และ ปู่-ย่ำพันธุ์ไก่ไข่ให้ชัดเจน เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิด
ปัญหำกำรลน้ ตลำดของไข่ไก่
ฒ
เอกสารอ้างองิ
จรญั จนั ทลักขณำ, ศริรลิ ักษณ์ วงษ์พิเชษฐ และวนิ ัย ประลมพ์กำญจน.์ 2547. ควำมสำคญั ของกำรปรบั ปรุง
พนั ธ์แุ ละกำรขยำยพันธุ์สตั ว์. เอกสำรกำรสอนชุดวิชำ “กำรปรบั ปรุงพันธ์ุและกำรสบื พนั ธ์ุสตั ว์”.
มหำวิทยำลยั สุโขทยั ธรรมำธริ ำช.
จรัส สวำ่ งทพั . 2551. เทคนิคกำรปรบั ปรงุ พนั ธโุ์ ดยกำรคัดเลอื กพันธ์.ุ เทคนิคกำรปรับปรงุ พันธสุ์ ัตว์.
มหำวทิ ยำลยั รำชภฏั บุรีรัมย์.
ปฐม เลำหะเกษตร. 2540. อุตสำหกรรมกำรเลยี งสัตว์ปีก. กำรเลยี งสัตว์ปีก. สถำบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลำ้
เจ้ำคุณทหำรลำดกระบัง.
เพ็ญสวสั ด์ิ มำยะเวส. 2548. บทนำ “ควำมหมำยของกำรคัดเลอื กและผสมพันธ์สุ ตั วป์ กี ”. กำรคดั เลือกและ
ผสมพนั ธุ์สตั ว์ปีก. มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยีรำชมงคลตะวันออก วทิ ยำเขตจนั ทบรุ .ี
อภิชัย รตั นวรำหะ และสทุ ศั น์ ศิร.ิ 2527. ประวตั ิกำรผสมพนั ธแุ์ ละปรบั ปรุงพันธ์สุ ัตว์ปีก. เอกสำรประกอบ
คำสอน “กำรผสมพันธส์ุ ัตวป์ ีก”. สถำบันเทคโนโลยีกำรเกษตรแมโ่ จ.้
อภชิ ัย รตั นวรำหะ. 2541. กำรกอ่ ตังสมำคมอนุรักษแ์ ละพัฒนำไก่พืนเมืองไทย. ไก่พันธไุ์ ทย. บริษทั จินดำสำสน์
กำรพมิ พ์ จำกัด. กรงุ เทพมหำนคร. 59 หน้า.
Acong Suracong. 2015. Red Junglefowl. [online], Available:
http://animal-pictures-at.blogspot.com/2015/05/red-junglefowl.html [20 December 2015]
Alex Vargas. 2010. Red Junglefowl-female. [online], Available:
http://www.pbase.com/alex_vargas/image/147365641 [20 December 2015].
Antonia Molloy. 2014. World's oldest bird Archaeopteryx 'wore feather trousers'. [online],
Available: http://www.independent.co.uk/news/science/worlds-oldest-bird-
archaeopteryx-wore-feather-trousers-9581647.html [20 December 2015].
Chicksandweeds.com. 2015. Chickens – origin, habitat, needs. [online], Available:
http://www.chicksandweeds.com/2012/09/chickens-origin-habitat-needs/
FeatherSite.com. 2015. Chicken. [online], Available: www.FeatherSite.com [20 December 2015].
Harun Yahya. 2015. Archaeopteryx is an Extinct Species of Bird, Not an Intermediate Form.
[online], Available: http://m.harunyahya.com/tr/Buku/12807/The-Origin-Of-Birds-And-
Flight/chapter/5067/Archaeopteryx-is-an-extinct-species-of-bird-not-an-intermediate-form
[20 December 2015].
Hlasek.com. 2015. Gallus lafayettii fe2699. [online], Available:
http://www.hlasek.com/gallus_lafayettii_fe2699.html [20 December 2015].
Jaja Sumarja. 2013. Ayam Hutan Hijau (Gallus Various). [online], Available:
http://saung-ayam-hias-bogor.blogspot.com/2013/05/ayam-hutan-hijau-gallus-
various.html [20 December 2015].
Jason Hamilton. 2015. Archaeopteryx. [online], Available:
http://scienceviews.com/dinosaurs/archaeopteryx.html [20 December 2015].
ณ
My Pet Chicken. 2016. Chicken. [online], Available:
http://www.mypetchicken.com/catalog/Day-Old-Baby-Chicks/White-Plymouth-Rock-
p232.aspx [14 February 2016]
Nancy Johnston. 2014. Green Junglefowl- Gallus Various. [online], Available:
http://www.nejohnston.org/birds/bird_GreenJunglefowl.shtml [20 December 2015].
Purelypoultry.com. 2015. Grey Jungle Fowl. [online], Available:
https://www.purelypoultry.com/grey-jungle-fowl-p-1058.html [20 December 2015].
Tyler Danke. 2016. Grey Jungle Fowl. Details. [online], Available:
https://www.purelypoultry.com/grey-jungle-fowl-p-1058.html [12 February 2016].
ด
สปั ดาหท์ ี่ 2 ใบเตรยี มการสอน รหัสวชิ า 03-42-320
เวลา 3 ชัว่ โมง หนว่ ยท่ี 2 พันธ์แุ ละลกั ษณะประจำพันธุข์ องสัตว์ปกี เวลำ 60 นำที
เวลำ 60 นำที
ช่อื บทเรยี น 2.1 กำรจัดแยกลำดับสัตว์ปีก เวลำ 45 นำที
เวลำ 15 นำที
2.2 พันธแุ์ ละลกั ษณะประจำพนั ธข์ุ องเปด็
2.3 พนั ธแ์ุ ละลักษณะประจำพนั ธข์ุ องห่ำน
2.4 พนั ธ์ุและลักษณะประจำพนั ธขุ์ องหงส์
จุดประสงคก์ ารสอน
2.1 เข้ำใจกำรจัดแยกลำดับสตั ว์ปีก
2.2 บอกชื่อพันธุแ์ ละลักษณะประจำพันธุ์ของเป็ด
2.3 บอกช่ือพนั ธุ์และลักษณะประจำพันธขุ์ องห่ำน
2.4 บอกชื่อพนั ธุ์และลักษณะประจำพันธ์ุของหงส์
หนว่ ยท่ี 2
พันธแ์ุ ละลักษณะประจาพนั ธุ์ของสตั ว์ปีก
2.1 การจดั แยกลาดบั สัตวป์ ีก (Classification of Birds)
สตั ว์ปีกจดั อยใู่ นอำณำจักรสตั ว์ (Kingdom Animalia) อยู่ใน Phylum Chordata เป็นสัตว์ปะเภทท่ีมี
กระดูกสนั หลงั อย่ใู น Class Aves
Class Aves เป็นสัตว์ท่ีมีลักษณะพิเศษ ดังนี ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน (Feathers) (รูปท่ี 2.1-2.3) มีปีก
ส่วนใหญ่ใชบ้ นิ ได้ มขี ำ 2 ขำ ใช้เกำะ ใช้เดิน หรอื วำ่ ยนำ โดยปกติเท้ำมี 4 นิว (รูปท่ี 2.4) มีปำก (Beak) ยื่นออกมำ
ยำว (รูปท่ี 2.5) ไม่มีฟัน ปอดติดต่ออยู่กับซ่ีโครง และมีถุงลมช่วยในกำรหำยใจ ไม่มีกระเพำะปัสสำวะ อุณหภูมิ
ของร่ำงกำยสูงกว่ำสัตว์ประเภทอ่ืน ในไก่มีอุณหภูมิของร่ำงกำยอยู่ระหว่ำง 105F ถึง 109.4F ทังนีขึนอยู่กับ
เวลำทท่ี ำกำรวดั อณุ หภมู เิ ฉลีย่ ตอนเท่ยี งวัน ประมำณ 107F
รูปที่ 2.1 ลักษณะของขนท่ีปกคลมุ ลำตัวของสัตว์ปีกชนดิ ต่ำงๆ
ทม่ี า : สมั ฤทธ์ิ และคณะ (2553)
ต
รูปที่ 2.2 ชนดิ ของขนของสัตวป์ กี
ที่มา : Kazilek (2016)
รูปท่ี 2.3 กำยวภิ ำคของขนของสัตวป์ กี
ท่ีมา : Poultry Hup (2016)
ถ
รปู ท่ี 2.4 ลักษณะของเท้ำของสัตว์ปีกชนิดตำ่ งๆ
ทีม่ า : สมั ฤทธ์ิ และคณะ (2553)
รูปท่ี 2.5 ลักษณะของปำกของสตั ว์ปีกชนดิ ตำ่ งๆ
ที่มา : สมั ฤทธิ์ และคณะ (2553)
ท
รูปท่ี 2.6 ลักษณะของไข่ของสตั ว์ปีกชนิดต่ำงๆ
ที่มา : สัมฤทธ์ิ และคณะ (2553)
ใน Class Aves มที งั หมด 27 order ท่สี ำคัญมี 3 Order ได้แก่
1. Anseriformes : waterfowl
2. Galliformes : chicken-like birds
3. Struthioniformes : Ostrich, emu, cassowary, kiwi and rhea
2.1.1 Order Anseriformes (waterfowl)
• มี 2 families (วงศ)์ ไดแ้ ก่
1. Anhimidae ได้แก่ screamer (นกแถบอเมริกำใต้)
2. Anatidae ไดแ้ ก่ เป็ด หำ่ น และหงส์
• มี 48 genus (สกุล)
• มี 161 species (ชนิด)
ธ
2.1.2 Order Galliformes (Chicken-like birds)
• Family ทส่ี ำคัญ ได้แก่ Meleagrididae และ Phasianidae
- Meleagrididea ได้แก่ ไกง่ วง (Turkey)
- Phasianidae แบ่งเป็น 2 Sub-Family คือ
1. Sub Family Phasianinae ไดแ้ ก่
- ไก่ (Gallus domesticus)
- ไกฟ่ ำ้ (Phasianus calchinus)
- นกยูง (Peafowl)
2. Sub Family Perdicinae ได้แก่
- นกกระทำ (Coturnix coturnix)
2.1.3 Order Struthioniformes ไดแ้ ก่ Ostrich, emu, cassowary, kiwi and rhea
2.2 พนั ธุแ์ ละลกั ษณะประจาพนั ธ์ุของเป็ด
เปด็ แบง่ ตำมวตั ถุประสงคก์ ำรเลยี งและลักษณะกำรใหผ้ ลผลติ ไดเ้ ป็น 3 ประเภท ได้แก่ เปด็ เนอื เป็ดไข่
และเปด็ แฟนซี
2.2.1 พันธเุ์ ปด็ ใหเ้ นอ้ื ที่สาคญั ได้แก่
- ปักกิ่ง (Pekin)
- รำน หรือรูแอง (Rouen)
- ไอเลสเบอรี่ (Aylesbury)
- คำยูก้ำ (Cayuga)
- เปด็ เทศ (Muscovy)
2.2.2 พนั ธ์ุเปด็ ใหไ้ ขท่ ่ีสาคัญ ไดแ้ ก่
- อนิ เดียนรนั เนอร์ (Indian Runner)
- บฟั ฟ์ (Buff)
- กำกีแคมฟ์เบลล์ (Khaki Campbell)
2.2.3 พนั ธ์เุ ปด็ แฟนซีที่นิยมเล้ียง ไดแ้ ก่
- คอลล์ (Call)
- เคร็สเตด็ (Crested)
- อีสท์อนิ เดีย (East India)
- บลสู วดิ ิซ๊ (Blue Swedish)
พนั ธุ์เป็ดใหเ้ นือ้
1. พันธุ์ปักก่ิง (Pekin) เป็นพันธุ์พืนเมืองของจีน ลักษณะประจำพันธ์ุ คือ มีขนสีขำว สำหรับเป็ดปักก่ิง
สำยพนั ธยุ์ ุโรป อเมริกำ และออสเตรเลยี มีลกั ษณะประจาพนั ธ์ุ ดงั นี้ ขนสีขำวและขำวหมน่ ปำกสัน แต่กว้ำงและ
หนำ สีเหลือง อมส้ม แข้ง ขำใหญ่แขง็ แรง มสี ีส้ม ลำตัวมีขนำดใหญ่ อกแบนกว้ำง ทอ้ งลึก คอยำว ปีกสัน ลำตัวตัง
ทำมุมกับพืนรำบ 30-40 องศำ น้าหนักเมื่อโตเต็มท่ี เพศผู้มีน้าหนักประมาณ 4.2 กิโลกรัม เพศเมียมีนำหนัก
ประมำณ 3.6 กิโลกรัม มีอัตรำกำรให้ไข่ 150-220 ฟอง/ 40 สัปดำห์ ให้ไข่เปลือกสีขำว เป็นพันธุ์ท่ีนิยมเลียงมำก
ที่สดุ บริษทั ทมี่ ชี ่ือในกำรเพำะฟกั เปด็ ปักกง่ิ ได้แก่ บ.เชอรีว่ อลเลยข์ องประเทศองั กฤษ
น
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.7 เปด็ พันธ์ปุ กั กิ่งโตเต็มวัย (ก) และลูกเปด็ ปักกง่ิ (ข)
ที่มา : FeatherSite.com (2015)
2. พันธ์ุไอเลสเบอร่ี (Aylesbery) มีถ่ินกำเนิดในยุโรป มีกำรคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์ุในประเทศ
อังกฤษ เปน็ เป็ดพันธ์ุเนือท่ีมีขนำดใหญ่มำก น้าหนักเม่อื โตเต็มท่ี เพศผมู้ ีน้าหนักประมาณ 4.5 กโิ ลกรัม เพศเมียมี
นำหนกั ประมำณ 4 กิโลกรัม มลี ักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี ขนมีสีขำวบริสุทธิ์ ปำกสีชมพู แขง้ และขำมีสสี ้มจัด ลำตัว
ขนำนกับพืน กระดูกหน้ำอกแหลมและยำวย่ืนออกมำข้ำงหน้ำ หนังบริเวณอกหย่อนลงมำเรี่ยกับพืนดิน หน้ำอก
กว้ำง ลึก ปีกสันและแนบชิดกับลำตัว หำงสัน ขำสันกว่ำเป็ดปักกิ่ง อัตรำกำรให้ไข่ 110-130 ฟอง/ 40 สัปดำห์
อตั รำกำรผสมตดิ และฟกั ออกค่อนข้ำงต่ำ ใช้เป็นสำยพ่อพันธุ์ผสมกบั แมพ่ ันธปุ์ กั ก่งิ
(ก) (ข)
รูปท่ี 2.8 เปด็ พันธ์ไุ อเลสเบอรร์ โ่ี ตเตม็ วยั (ก) และลูกเป็ดไอเลสเบอร่ี (ข)
ทมี่ า : Kbrook.co.th (2015)
3. พันธ์ุรานหรือรูแอง (Rouen) มีแหล่งกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส มีขนำดใหญ่ลักษณะคล้ำยเป็ดป่ำ
โครงสร้ำงคล้ำยเป็ดพันธ์ุไอเลสเบอรี่ มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี กระดูกอกท่ียำวแหลม อกขนำนเรี่ยพืน ตัวเตีย
ขำสัน มีสีแดง หัวเล็ก ปำกยำวแบน คอตังตรง เพศเมีย จะมีขนลำยกำบอ้อยสีนำตำลเข้ม ปำกสีส้มสด อัตรำกำร
ให้ไข่ 90-100 ฟอง/ 40 สัปดำห์ ไข่เปลือกสีฟ้ำอมเขียว เมื่อโตเต็มท่ีมีนำหนักประมำณ 4 กิโลกรัม เพศผู้ จะมีสี
สดใสเหมือนเป็ดป่ำ ปำกสีเขียวสด เมอื่ โตเตม็ ท่ีมนี ำหนักประมำณ 4.5 กิโลกรัม มีอตั รำกำรเติบโตช้ำกว่ำเป็ดพันธุ์
ปกั ก่ิง และไอเลสเบอรี่
รูปท่ี 2.9 เป็ดพนั ธุร์ ำนหรือรูแอง
ทมี่ า : Welphatchery.com (2015)
บ
4. เป็ดเทศ (Muscovy) เป็นเป็ดพืนเมืองของอเมริกำใต้ พันธุ์ดังเดิมสีนำเงินดำ ปัจจุบันมีหลำยสี เช่น
ขำวปลอด สีดำ-ขำว ดำปลอด เพศผู้มีหนังย่นสีแดงอยู่บริเวณใบหน้ำเหนือปำก มีอัตรำกำรไข่ต่ำ 70-120 ฟอง/
40 สัปดำห์ ตับไข่ จะมีไข่ 8-20 ฟอง กำรฟักไข่และเลียงลูกดีมำก ใช้เวลำฟักไข่ 35 วัน เพศผู้มีนำหนักมำกกว่ำ
เพศเมีย 35-50 เปอร์เซ็นต์ กำรผสมข้ำมพันธ์ุระหว่ำงเป็ดเทศกับเป็ดธรรมดำ จะให้ลูกท่ีเป็นหมัน เรียกว่ำ เป็ด
ปว๊ั ไฉ่ (Mule duck)
เป็ดปั๊วฉ่ำย เป็นเป็ดลูกผสมระหว่ำงมัสโควี่กับพืนเมือง ลูกที่เกิดมำจะเป็นหมัน แต่เลียงง่ำย โตเร็ว ให้เนอื
ดี จงึ นิยมเลียงกันมำก รำคำค่อนขำ้ งแพง นำหนักเฉลี่ยประมำณ 3-4.5 กโิ ลกรัม
รปู ท่ี 2.10 เป็ดเทศ
ทม่ี า : FeatherSite.com (2015)
5. เป็ดพันธเุ์ นอ้ื ลูกผสม (Hi-bred & Crossbred) ทีส่ ำคัญ ได้แก่
5.1 เปด็ พันธเุ์ ชอรวี่ อลเลย์ PL1, PL2 หรือเป็นซเู ปอร์เอ็ม ของบริษัทเชอรร์ ่ีวอลเลย์
5.2 เป็ดปกั กง่ิ เฮกกำร์ด ของเดนมำร์ก
5.3 เปด็ ปักก่ิงทีเกล ของออสเตรเลยี
พันธ์เุ ป็ดเนือท่นี ิยมนำมำใช้เป็นสำยพ่อพนั ธ์ุในกำรผลติ เป็ดเนือลูกผสม ได้แก่ พนั ธปุ์ ักกิ่ง และไอเลสเบอรี่
สำหรับสำยแม่พันธุ์ ได้แก่ ลูกผสมปักก่งิ x แคมป์เบลล์ หรืออินเดยี นรนั เนอรส์ ขี ำว
6. เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี เป็นเป็ดพันธ์ุเนือพันธุ์แท้ ท่ีกรมปศุสัตว์ได้วิจัยพัฒนำและปรับปรุงพันธ์ุมำ
อย่ำงต่อเน่ือง ตังแต่ปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจบุ ัน กำรปรับปรุงพันธุ์โดยเร่มิ จำก เป็ดเทศพันธ์ุบำร์บำรี จำกประเทศ
ฝรั่งเศส มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี มีขนสีขำวตลอดลำตัว และมีขนสีดำเป็นจุดเด่นอยู่กลำงหัว ปำกสีชมพู เท้ำสี
เหลืองอ่อน ใบหน้ำมีผิวหนังขรุขระ เริ่มตังแต่ฐำนปำกขึนไปบนใบหน้ำและขอบตำ เพศผู้โตเต็มที่หนักประมำณ
5-6 กิโลกรัม เพศเมีย 2.6-2.8 กิโลกรัม ให้ไข่ฟองแรกเม่ืออำยุ 6-7 เดือน และสำมำรถให้ไข่ได้ปีละ 150–180
ฟอง
พันธ์ุเป็ดใหไ้ ข่
1. พันธุ์แคมป์เบลล์ (Campbell) ได้รับกำรผสมพันธ์ุขึนที่ประเทศอังกฤษ โดยนำงแคมป์เบลล์ ในปี
ค.ศ. 1898 แม่พันธุ์อินเดียนรันเนอร์สีนำตำล x พ่อพันธ์ุรูแอง : ลูกให้ไข่ดก ภำยหลังใช้พ่อพันธ์ุเป็ดป่ำเพ่ือเพ่ิม
ควำมแข็งแรงและประสิทธิภำพกำรใช้อำหำรหยำบ พันธ์ุดังเดิม ตัวผู้เหมือนเป็ดป่ำมำก ตัวเมียมีสีนำตำลเทำ
นำหนกั ประมำณ 2.3 กิโลกรมั ให้ไขด่ กทีส่ ุดในโลก (320 ฟอง/ปี) มีเปลอื กไขส่ ีขำว ปัจจุบนั มี 3 สำยพันธุ์ คือ
1.1 สำยพันธ์ุกำกีแคมป์เบลล์ (Khaki Campbell) มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี มีขนสีกำกี ขนปีก
และหลักมีสีจำงกวำ่ ปำกสดี ำอมเขยี ว ขำสีสม้ เปน็ พันธุ์ที่นยิ มเลยี งมำกท่ีสดุ
ป
1.2 สำยพันธ์ุสีเข้ม (Dark Campbell) มีลักษณะประจำพันธุ์ ดงั นี มีขนสีนำตำลดำ มีลำยขวำงตอน
ปลำยสีเขม้ กว่ำส่วนตน้ (ลำยกำบอ้อย) ขนปีกและหำงมีสเี ข้มกวำ่ ส่วนอื่นๆ
1.3 สำยพันธุ์สีขำว (White Campbell) มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี ทังตัวผู้และตัวเมียมีขนสีขำว
บริสทุ ธิ์ ปำกและขำสีสม้ นิยมใชไ้ ปปรบั ปรงุ สำยแม่พันธ์ุในกำรผลิตเป็ดเนือ เพรำะมอี ัตรำกำรไข่ดมี ำก
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 2.11 เป็ดพันธุก์ ำกีแคมป์เบลล์ (ก) พันธุ์สเี ขม้ (ข) และพนั ธ์ุสขี ำว (ค)
ทมี่ า : Poultrykeeper.com (2015)
2. พันธ์ุอินเดียนรันเนอร์ (Indian Runner) มีแหล่งกำเนิดแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีลัษณะประจำพันธุ์ ดังนี สีขนดังเดิมเป็นสนี ำตำลอมเหลอื ง ปจั จบุ ันขนมหี ลำยสีตังแตด่ ำ นำตำล ลำยกำบออ้ ย สี
เทำ และสีขำวปลอด ปำกและแข้ง มีสีเขียวเข้มจนถึงดำ ยกเว้นสำยพันธ์ุสีขำวท่ีปำกและขำมีสีส้ม ลำตัวมีขนำด
เล็ก ค่อนข้ำงกลม หวั เล็ก คอตรง หลังจะลำดเทเกือบเป็นเส้นตรงจำกหัวถงึ หำง สูง 24-32 นิว เมือ่ ย่ืนลำตัวจะตัง
ทำมมุ กบั พืนรำบ 50-70 องศำ นำหนกั ตัวเฉลี่ยประมำณ 1.8-2.3 กิโลกรัม เคลือ่ นไหวเรว็ ตกใจงำ่ ย หำกนิ เกง่
รปู ท่ี 2.12 เปด็ พันธุ์อินเดียนรนั เนอร์
ทีม่ า : Poultrykeeper.com (2015)
3. พันธบ์ุ ัฟฟ์ (Buff) เปน็ เป็ดไข่พันธ์ุลกู ผสม
รปู ที่ 2.13 เป็ดพันธ์ุบฟั ฟ์
ทม่ี า : FeatherSite.com (2015)
ผ
4. เป็ดไขพ่ นั ธ์พุ ื้นเมือง
4.1 พนั ธพ์ุ นื เมืองไทย มี 2 พนั ธุ์ ได้แก่
4.1.1 เป็ดพันธ์ุปำกนำ เป็นเป็ดพันธุ์พืนเมืองที่กรมปศุสัตว์อนุรักษ์ไว้ที่สถำนีบำรุงพันธ์ุสัตว์บำง
ปะกง ต่อมำได้รับกำรวิจัยและปรับปรุงพันธ์ุโดยกำรคัดเลือกให้มีลักษณะเด่นทังในดำ้ นเศรษฐกิจ และกำรอนุรักษ์
แหล่งพันธกุ รรมสัตว์พืนเมืองแทโ้ ดยไมผ่ สมข้ำมกับพันธ์ุต่ำงประเทศ หรือ พันธ์ุอ่ืนๆ มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี มี
ขนสีนำตำลดำ บรเิ วณอกมีขนสีขำว ปำกและขำสีดำ เพศผ้มู ีลกั ษณะพิเศษ ทขี่ น หัว คอ และปลำยปกี จะมีสเี ขยี ว
เข้ม ทังเพศผู้และเพศเมียมีปำกและขนสีดำ เร่ิมไข่เมื่ออำยุ 145-183 วัน นำหนักตัว เมื่อเริ่มไข่ 1,450-1,550
กรัม/ตัว สำมำรถไข่ได้ปีละ 270-300 ฟอง นำหนักไข่เฉล่ีย 62 กรัม กินอำหำรวันละ 135 กรัม และสำมำรถไข่ได้
1-2 ปี แต่ปีแรกจะไข่มำกท่ีสุด เลียงง่ำยเลียงได้ทุกสภำพพืนที่ทังท่ีเป็นพืนที่ลุ่มหรือดอน ต้ำนทำน โรคระบำด ไม่
ฟกั ไขเ่ อง
4.1.2 เป็ดนครปฐม มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี มีขนสีนำตำลลำยกำบอ้อย ปำกสีเทำ แข้งและ
ขำสีส้ม ขนำดใหญ่กว่ำเป็ดปำกนำนำหนักเฉล่ีย 2.2-2.5 กิโลกรัม ให้ไข่เฉล่ีย 150-180 ฟอง/ปี เปลือกไข่สีขำว
เปน็ เป็ดพันธุพ์ ืนเมอื งท่ีใกลส้ ูญพนั ธุ์ สถำบันวิจัยและพฒั นำสัตว์ปีกแห่งชำติได้รวบรวมพันธ์ุมำจำกชำยแดนภำคใต้
20-30 ตัว เป็นฝูงสุดท้ำยที่รวบรวมได้ เม่ือปี พ.ศ. 2533 ปัจจุบันทำกำรวิจัยด้ำนพันธุกรรมและพัฒนำพันธ์ุ เพ่ือ
วัตถุประสงค์ให้เป็นเป็ดท่ีให้ทังไข่และเนือ และต้ำนทำนโรค ซึ่งกรมปศุสัตว์จะดำเนินกำรจดทะเบียนเป็นแหล่ง
พันธกุ รรมสัตว์พนื เมอื งตอ่ ไป
(ก) (ข)
รปู ที่ 2.14 เป็ดพันธ์ุปำกนำ (ก) และพันธ์ุนครปฐม (ข)
ท่มี า : อรวมิ ล (2559)
4.2 พันธไุ์ ท้หยำ (Tsaiya) มใี นประเทศไต้หวนั มีลกั ษณะประจำพันธ์ุ ดงั นีขนสีนำตำลอมเหลอื ง ปำก
และแขง้ สีสม้ จัด ใช้เปน็ สำย แม่พันธ์ุ ผลติ เป็ดปว๊ั ไฉ่
รูปที่ 2.15 เปด็ พันธุ์ไท้หยำ
ท่ีมา : Ducks.org.tw (2016)
ฝ
4.3 พันธปุ์ ำเตอรอสและบำลี (Pateros & Bali) มใี นประเทศฟิลปิ ปนิ สแ์ ละอินโดนเี ซยี มีเปลอื กไขส่ ี
เขยี ว (ชำวฟิลิปปนิ ส์นิยม)
รปู ท่ี 2.16 เป็ดพนั ธ์ุปำเตอรอส
ท่ีมา : Philippine Native Animal (2016)
4.4 พนั ธุ์พนื เมืองญ่ีปุ่น ขนสีขำวคลำ้ ยเปด็ ปักก่งิ แต่ให้ไข่ดกกวำ่ นิยมนำไปปรับปรงุ พันธ์เุ ปด็ ปกั กิ่ง
ของอเมริกำ
4.5 พนั ธุ์ไขล่ ูกผสม (Hi-bred & Crossbred) ได้แก่ เปด็ พันธุ์ CV 2000, CV 2010 ถกู คัดเลือกและ
ผสมพนั ธจุ์ ำกเปด็ พันธ์ุอินเดียนรันเนอร์ เป็ดกำกแี คมป์เบลล์ และเปด็ พันธ์พุ นื เมืองของเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
เปด็ ลูกผสมกำกีแคมพ์เบลล์กับพืนเมอื ง นิยมเลยี งกันมำกกวำ่ เป็ดกำกีแคมพ์เบลลพ์ ันธุแ์ ท้ เพรำะ
ให้เนือดีและใหไ้ ข่ดก จำนวนไข่ประมำณปีละ 260 ฟอง อำยเุ ริ่มไข่ประมำณ 5 ½ - 6 เดอื น
พันธ์ุเปด็ แฟนซี
เป็ดแฟนซี เป็นเป็นท่ีมีรูปรำ่ ง และสขี นสวยงำม นิยมเลียงไว้เพ่ือควำมสวยงำม เป็ดแฟนซมี หี ลำยสำย
พันธ์ุ ได้แก่
1. พนั ธุ์คอลล์ (Call)
2. พนั ธุ์เคร็สเตด็ (Crested)
3. พันธุ์อีสท์อินเดยี (East India)
4. พันธ์ุบลสู วดิ ซิ๊ (Blue Swedish)
(ก) (ข) (ค) (ง)
รูปที่ 2.17 เป็ดพนั ธุ์คอลล์ (ก) พันธุ์เคร็สเตด็ (ข) พันธ์ุอิสท์อนิ เดีย (ค) และพนั ธุบ์ ลสู วดิ ๊ิซ (ง)
ที่มา : FeatherSite.com (2015)
พ
2.3 พนั ธุ์และลกั ษณะประจาพันธ์ชุ องหา่ น
ห่ำนเป็นสัตว์ปีกที่มนุษย์นำมำเลียงครังแรกในประเทศอียิปต์กว่ำ 4,000 ปีมำแล้ว ห่ำนเลียงง่ำย มีควำม
ทนทำน และไม่ค่อยมีโรคเหมือนไก่ นอกจำกจะเลียงเพื่อบริโภคเนือ ตับ และใช้ขนเป็นประโยชน์แล้ว ห่ำนยังเป็น
สตั ว์ทชี่ ่วยกำจดั วชั พืชได้ดอี กี ดว้ ย
ตำมมำตรฐำนของสมำคมสัตว์ปีกอเมริกัน ได้แบ่งห่ำนออกเป็นพันธ์ุต่ำงๆ 9 พันธุ์ คือ พันธุ์ทูเลำส์
(Toulouse) เอ็มเด็น (Emden) พลิ กริม (Pilgrim) เซบำสโตโพล (Sebastopol) บั๊ฟฟ์ (Buff) แคนำดำ (Canada)
อำฟรกิ นั (African) อียปิ เช่ียน (Egyptian) และพนั ธุจ์ ีน (Chinese) โดยแตล่ ะพันธุม์ ีลักษณะประจำพนั ธุ์ ดงั นี
2.3.1 พันธุ์ทูเลาส์ (Toulouse) เป็นห่ำนที่ได้รับกำรตังชื่อมำจำกช่ือเมืองทูเลำส์ ซึ่งอยู่ทำงภำคใต้ของ
ฝรง่ั เศส มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี ลำตัวกว้ำงลึก และขนฟู จึงทำให้ห่ำนพันธุ์ทูเลำส์มีรูปร่ำงกลม ขนบนบริเวณ
หลังมีสีเทำแก่ แล้วค่อยๆ จำงลงเป็นสีเทำอ่อน มีขอบบนเป็นสีขำวตรงบริเวณอกและท้อง ตำสีนำตำลแก่ ปำกสี
ส้มอ่อน แข้งและเท้ำมีสีส้มปนแดง เมื่อโตเต็มท่ี เพศผู้มีนำหนักประมำณ 12-14 กิโลกรัม เพศเมียมีนำหนัก
ประมำณ 9-11 กโิ ลกรัม ให้ไข่โดยเฉลยี่ ประมำณตวั ละ 34 ฟองตอ่ ปี
2.3.2 พันธ์ุเอ็มเด็น (Emden) เป็นห่ำนพันธ์ุที่ได้รับกำรปรับปรุงพันธุ์ขึนในประเทศเยอรมัน มีลักษณะ
ประจำพันธุ์ ดงั นี มีรูปร่ำงลกั ษณะคล้ำยกันทังตัวผแู้ ละตวั เมีย มขี นสขี ำวปลอด ขนเรียบแนบเนือไม่ฟูเหมือนหำ่ นทู
เลำส์ และลำตวั ตังมำกกวำ่ ให้ไข่คอ่ นขำ้ งดี และฟักไข่เกง่ กว่ำห่ำนทูเลำส์ เปน็ ห่ำนที่เคยมีผนู้ ิยมเลียงมำกพันธุ์หนึ่ง
ในระยะแรกๆ เพรำะโตเร็วและให้ไข่เร็ว เมื่อโตเต็มท่ี เพศผู้มีนำหนักประมำณ 13-15 กิโลกรัม เพศเมียมีนำหนัก
ประมำณ 11-13 กิโลกรัม ใหไ้ ข่โดยเฉล่ียประมำณตวั ละ 30-40 ฟองต่อปี
2.3.3 พันธุฟ์ ิลกริม (Pilgrim) มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี มีขนำดปำกกลำง เหมำะสำหรับเป็นห่ำนเนือ
สง่ ตลำด เปน็ ห่ำนพันธเุ์ ดียวที่สำมำรถแยกเพศได้ด้วยสีของขน เมอื่ ฟักออกใหม่ๆ ลกู ห่ำนเพศผู้มีขนสีขำวครีม เพศ
เมียมีขนสีเทำ เม่ือตัวโตเต็มที่ เพศผู้มีขนสีขำว ตำสีนำเงิน เพศเมียมีขนสีเทำ สีขำว หรือนำตำลแก่ เม่ือโตเต็มท่ี
เพศผู้มีนำหนักประมำณ 6.5 กิโลกรัม ตัวเมียมีนำหนักประมำณ 5.9 กิโลกรัม กำรให้ไข่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ เฉล่ีย
ประมำณตวั ละ 29-39 ฟองต่อปี
(ก) (ข) (ค)
รูปท่ี 2.18 หำ่ นพันธท์ุ เู ลำส์ (ก) พันธุ์เอม็ เด็น (ข) และพนั ธ์ุฟิลกริม (ค)
ทม่ี า : FeatherSite.com (2015)
2.3.4 พันธุ์เซบาสโตโพล (Sebastopol) มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี เป็นพันธ์ุที่สวยงำม ขนบนแผ่น
หลัง และด้ำนข้ำงลำตวั ยำวเป็นลอน ออ่ นนุ่ม ขนใตล้ ำตัวสนั
2.3.5 พันธ์ุบัฟฟ์ (Buff) มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี มีขนำดค่อนข้ำงใหญ่ เป็นห่ำนพันธ์ุใหม่ ขนสีทอง
บนหลงั สีค่อนข้ำงเขม้ ใต้ลำตวั สีจำงค่อนขำ้ งขำว
ฟ
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.19 ห่ำนพันธ์ุเซบำสโตโพล (ก) และพนั ธบุ์ ัฟฟ์ (ข)
ท่ีมา : FeatherSite.com (2015)
2.3.6 พันธุ์แคนาดา (Canada) มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี คอยำว เล็ก ลำตัวค่อนข้ำงยำว และขนำน
กบั พืนดิน ใหไ้ ข่ชำ้ เพศผ้ผู สมกับห่ำนพนั ธุอ์ น่ื ได้ลูกเป็นหมนั แต่ให้เนอื ดี
2.3.7 พันธุ์อาฟริกัน (African) มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี มีรูปร่ำงสง่ำ มีปุ่มโตอยู่บนศรีษะ ลำตัว
ค่อนข้ำงยำว ศรีษะสีนำตำลอ่อน ปุ่มบนศรีษะและปำกสีดำ ขนปีกและขนหลังสีนำตำลขีเถ้ำ คอ หน้ำอก ใต้ลำตัว
สนี ำตำลขเี ถำ้ โตเรว็ ออกไขเ่ ร็ว และใหไ้ ข่ดี
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.20 หำ่ นพนั ธ์แุ คนำดำ (ก) และพนั ธอ์ุ ำฟริกนั (ข)
ทีม่ า : FeatherSite.com (2015)
2.3.8 พันธ์ุอียิปเชี่ยน (Egyptian) มีลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี ตัวเล็กมำก ขำยำว สีขนส่วนใหญ่เป็นสี
เทำและดำ มปี ระขำว นำตำลแดงและทอง
(ก) (ข)
รูปท่ี 2.21 หำ่ นพันธ์อุ ียิปเชย่ี น เพศผู้ (ก) เพศเมียและลูกห่ำน (ข)
ท่ีมา : Lee (2016)
ภ
2.3.9 พันธ์ุจีน (Chinese) ห่ำนจีนมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดสีขำว และชนิดสีเทำ ถือกำเนิดในประเทศจีน
เป็นห่ำนทมี่ ีขนำดเลก็ กวำ่ ห่ำนพนั ธ์ุมำตรฐำนอ่นื ๆ มีรปู ร่ำงคล้ำยหงส์มำก ให้ไข่เร็วและไขด่ กกวำ่ ห่ำนพันธอ์ุ น่ื ห่ำน
จีนที่เลียงในอเมริกำให้ไข่เฉลี่ยปีละ 40-65 ฟอง ห่ำนจีนท่ีเลียงในประเทศไทยให้ไข่เป็นชุดๆ ปีละ 3-4 ชุด ชุดละ
9-15 ฟอง นำหนักไข่เฉล่ียฟองละ 150 กรัม แลว้ แต่ควำมสมบูรณ์ของห่ำนในขณะกำลังให้ไข่ และสภำพของห่ำน
เมอ่ื ก่อนไข่ ห่ำนจนี สำมำรถใหไ้ ขไ่ ด้ถึง 5 ปี
(ก) (ข)
รูปท่ี 2.22 ห่ำนพันธจุ์ นี ชนิดสขี ำว (ก) และสเี ทำ (ข)
ทีม่ า : Ashton (2016)
2.4 พันธุ์และลกั ษณะประจาพนั ธุข์ องหงส์
2.4.1 Australian Black Swan มีถ่ินกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีกำรนำเข้ำเลียงในนิวซีแลนด์
และสวีเดน มีลักษณะประจำพันธุ์ ดงั นี ขนสีดำ ขนบริเวณหลงั เปน็ ลอน แข้งและขำสดี ำ ปำกสแี ดงสม้ ปลำยปำกสี
แถบสีขำว
2.4.2 Black-Necked Swan มถี ิ่นกำเนิดในอเมริกำใต้ ทำงตอนใตข้ องประเทศบรำซิล มีลักษณะประจำ
พันธ์ุ ดังนี สีขนเหมือนกันทังเพศผู้และเพศเมีย คอยำว ขนบริเวณคอสีดำ ลำตัวสีขำว ขำยำวสีดำ มีเนือนูนสีแดง
เหมือนปำก (ปรำกฏเห็นชัดเมื่ออำยุ 3-4 ปี) ใช้เวลำในกำรฟักไข่ 36 วนั ระหว่ำงกำรฟักไข่ ตัวผู้จะคอยขับไล่สัตว์
ตัวอ่ืนใหอ้ อกหำ่ งจำกบรเิ วณรัง
2.4.3 Mute Swan (White Swan) มีถน่ิ กำเนิดในยุโรปและเอเชยี มีกำรนำเข้ำมำเลียงในอเมรกิ ำเหนือ
และอังกฤษ มักพบอยู่ทำงตะวันออกเฉียงเหนือของชำยฝั่งทะเล Atlantic และรอบทะเลสำบ Michigan มี
ลักษณะประจำพันธ์ุ ดังนี เป็นหงส์ที่มีขนำดใหญ่ท่ีสุด และสวยงำมที่สุด เมื่อโตเต็มที่ เพศเมีย มีนำหนักประมำณ
9 กิโลกรัม เพศผู้ มีนำหนักประมำณ หนัก 11-15 กิโลกรัม ขนสีขำว ปำกสีเหลือง มีเนือนูนสีดำเหนือปำก ให้ไข่
3-8 ฟอง/ชุด ใช้เวลำฟักไข่ 35 วัน มีอำยุมำกกว่ำ 25 ปี แต่ส่วนมำกสำมำรถอยู่ได้เพียง 5-6 ปี เนื่องจำกมี
อบุ ัติเหตเุ กดิ ขึนระหว่ำงกำรบนิ
(ก) (ข) (ค)
รูปท่ี 2.23 หงสพ์ นั ธ์ุออสเตรเลยี นสดี ำ (ก) พนั ธุค์ อดำ (ข) และพันธ์ุสีขำว (ค)
ทม่ี า : Oceanwideimages.com (2016) (ก), Wikipidia (2016) (ข,ค)
ม
สปั ดาห์ท่ี 3 ใบเตรียมการสอน รหัสวิชา 03-42-320
เวลา 3 ชวั่ โมง หน่วยที่ 2 พนั ธ์แุ ละลกั ษณะประจำพันธุ์ของสตั ว์ปกี เวลำ 90 นำที
เวลำ 30 นำที
ชอ่ื บทเรียน 2.5 พนั ธุ์และลกั ษณะประจำพันธขุ์ องไก่ เวลำ 20 นำที
เวลำ 20 นำที
2.6 พนั ธแ์ุ ละลักษณะประจำพนั ธขุ์ องไกง่ วง เวลำ 20 นำที
2.7 พันธแ์ุ ละลักษณะประจำพันธขุ์ องนกกระทำ
2.8 พันธแ์ุ ละลักษณะประจำพันธุ์ของนกกระจอกเทศ
2.9 พันธแ์ุ ละลกั ษณะประจำพนั ธุข์ องสตั วป์ กี ชนดิ อื่นๆ
จดุ ประสงค์การสอน
2.5 บอกชอ่ื พนั ธแ์ุ ละลกั ษณะประจำพนั ธุ์ของไก่
2.6 บอกช่ือพนั ธ์แุ ละลกั ษณะประจำพันธขุ์ องไก่งวง
2.7 บอกช่ือพันธุ์และลักษณะประจำพนั ธขุ์ องนกกระทำ
2.8 บอกชอ่ื พนั ธ์ุและลกั ษณะประจำพนั ธข์ุ องนกกระจอกเทศ
2.9 บอกช่ือพันธแ์ุ ละลักษณะประจำพนั ธข์ุ องสตั ว์ปกี ชนิดอนื่ ๆ
2.5 พนั ธ์ุและลักษณะประจาพนั ธ์ขุ องไก่
2.5.1 ลกั ษณะอดุ มทัศนยี ์ของไก่ (Standard Perfection)
อุดมทัศนีย์ ตรงกับภำษำอังกฤษ คือ Standard of Perfection บุคคลท่ำนแรกที่ได้ให้คำภำษำไทยว่ำ
อุดมทศั นีย์ คือ ศ.ดร.สุวรรณ เกษตรสวุ รรณ
อ.พน นิลผึง ได้ให้ควำมหมำยท่ีชัดเจนยงิ่ ขึนของคำนี ไวด้ ังนี
อุดม หมำยถงึ สงู สดุ ยิ่งเลิศ มำกมำย หรือบรบิ ูรณ์
ทัศนยี ์ หมำยถึง งำม น่ำดู
อุดมทัศนีย์ รวมควำมหมำยถึง ควำมสวยงำมที่ครบบริบูรณ์ เมื่อมำดูควำมหมำยในภำษำอังกฤษ
Standard หมำยถงึ มำตรฐำน หรอื ชัน Perfection หมำยถึง ควำมสมบรู ณ์ บริบูรณ์ ปรำศจำกมลทนิ กำรพฒั นำ
ขันสงู สุด หรือกำรบรรลผุ ลเต็มเปย่ี ม
Standard Perfection รวมควำมหมำยถึง ควำมสมบูรณ์ขันมำตรฐำน หรืออำจแปลเป็นอย่ำงอ่ืนๆ ได้อีก
ท่ีมีควำมหมำยเดียวกัน อุดมทัศนีย์ของพันธ์ุไก่ จึงน่ำจะหมำยถึง มำตรฐำนขันต่ำของพันธุ์ไก่ท่ีมนุษย์ได้กำหนด
ขึนมำวำ่ ไกพ่ นั ธุ์ตำ่ งๆ ทเี่ รำต้องกำร ควรมีมำตรฐำนแค่ไหน เชน่ เป็นขนสขี ำว สีดำ หรือสแี ดง ฯลฯ
เพ่ือทำให้ทิศทำงกำรพัฒนำพันธ์ุไก่เป็นไปในแนวทำงเดียวกัน ไม่สะเปะสะปะ มเี ป้ำหมำยที่แน่ชัดมำกขึน
โดยเฉพำะหลังจำกที่กลุ่มบุคคลท่ีมีควำมเห็นเดียวกันได้มีกำรจัดตังสมำคมหรือองค์กร เพ่ือต้องกำรอนุรักษ์และ
พฒั นำไก่พันธตุ์ ำ่ งๆ ขนึ มำ
อุดมทัศนีย์ จึงคล้ำยกับเป็นตัวช่วยให้ทิศทำงกำรพัฒนำพันธ์ุเป็นไปในทิศทำงเดียวกัน (ของกลุ่มบุคคล
นันๆ) กลไกที่สำคัญในกำรพัฒนำพันธ์ุไก่จึงมี 2 ปัจจัยหลัก คือ สมำคม หรือองค์กร และอุดมทัศนีย์ ซึ่งจะเห็นได้
วำ่ ในบ้ำนเรำได้ขำดกลไกทังสองนีมำตลอด จึงทำให้ไม่มีคำว่ำ “พันธุ์ไก่ไทย” อยู่ในสำรบบของโลกอยู่เลย ทังๆ ท่ี
เรำได้มีกำรพูดกันถึง “พันธ์ุเหลืองหำงขำวหรือประดู่หำงดำ” กันมำช้ำนำน นีเป็นตัวอย่ำงที่ชีให้เห็นว่ำ กำรมี
สมำคมและอุดมทัศนีย์ของไก่พันธุ์ไทยขึนมำมีควำมสำคัญเป็นอย่ำงยิ่ง ดังนัน คำว่ำอุดมทัศนีย์ของไก่พันธ์ุไทยจึง
น่ำจะมคี วำมสำคญั ทพ่ี อสรุปได้ดงั นี
1. ทำใหท้ ิศทำงกำรพัฒนำพนั ธ์ไุ ทยเป็นไปในทำงเดยี วกนั ไม่สะเปะสะปะ (เหมือนดังแตก่ อ่ น)
2. ทำใหพ้ นั ธ์ุไก่ไทยเริม่ เปน็ “พันธุบ์ รสิ ทุ ธห์ิ รือพนั ธ์แุ ท้” มำกขนึ อนั จะนำไปสู่
ย
3. กำรรับรองพันธ์ุ กำรขึนทะเบียนพันธ์ุ หรือกำรจดสิทธิบัตร และ/หรือ ฯลฯ ของไก่พันธุ์ไทยให้เป็นท่ี
ยอมรบั ของคนทว่ั โลกตอ่ ไป
4. ทำให้กำรตัดสินกำรประกวดไก่ มีกฏ กติกำ ที่มีมำตรฐำนและมีหลักเกณฑ์มำกขึน ช่วยให้เกิดควำม
เปน็ ธรรม และเปน็ แรงจงู ใจใหอ้ ย่ใู นวงกำรไกไ่ ทยมกี ำลังใจในกำรพฒั นำพันธ์ุไก่ไทยดียิ่งขนึ เรื่อยๆ
5. เป็นพืนฐำนในกำรพัฒนำพันธ์ุไก่ไทย ในทำงวิชำกำรให้มีประสิทธิภำพมำกย่ิงขึน เช่น กำรศึกษำใน
ระดับ DNA หรอื ฯลฯ
2.5.1.1 ลักษณะอุดมทศั นีย์ของไก่ไข่เพอ่ื ผลิตไขเ่ ป็นการค้า ได้แก่
2.5.1.1 ผลผลติ ไข่มำก
2.5.1.2 ไขม่ ีขนำดใหญ่
2.5.1.3 นำหนกั ตวั แมไ่ ก่ควรมขี นำดเลก็
2.5.1.4 ประสิทธิภำพกำรเปลี่ยนอำหำรเป็นไขต่ ่ำ
2.5.1.5 อัตรำกำรเลียงรอดสงู
2.5.1.6 ไม่มีนสิ ัยอยำกฟักไข่
2.5.1.2 ลักษณะอุดมทัศนีย์ของไกเ่ นือ้ เพื่อผลิตเนื้อไกเ่ ป็นการคา้ ไดแ้ ก่
2.5.2.1 เจรญิ เติบโตเร็ว ได้นำหนกั ตัวมำก
2.5.2.2 ประสทิ ธิภำพกำรเปล่ียนอำหำรเปน็ เนือต่ำ
2.5.2.3 อัตรำกำรเลียงรอดสูง
2.5.2.4 รูปทรงเปน็ ทีย่ อมรบั โครงรำ่ งใหญ่
2.5.2.5 ขำแข็งแรง
2.5.2.6 สีผวิ หนังและขนเหมำะสม
2.5.1.3 ลักษณะอุดมทศั นยี ์ของไกพ่ ่อแมพ่ ันธุ์ ได้แก่
2.5.3.1 ควำมสมบรู ณพ์ นั ธุส์ งู
2.5.3.2 อัตรำกำรฟกั ออกสูง
2.5.3.3 ผลผลิตไขม่ ำก
2.5.3.4 ไมม่ ีนิสยั อยำกฟกั ไข่
2.5.2 ประเภทของไก่
ไกแ่ บ่งตำมถิ่นกำเนดิ และลักษณะกำรใหผ้ ลผลติ ดังนี
1. แบ่งตำมถ่ินกำเนิด (ตำรำงที่ 2.1) ได้แก่
1.1 ประเภทไก่อเมริกัน (American Class) เป็นไก่ท่ีได้รับกำรผสมและคัดเลือกพันธุ์ขึนเพ่ือให้
เป็นไก่พันธ์ุเนือและพันธุ์ไข่ (dual purposes) ไก่ทุกพันธุ์ผิวหนังสีเหลือง (yellow skin) และติ่งหูสีแดง (red
earlobes) ให้เปลือกไข่สีนำตำล ที่แข้งไม่มีขน ไก่ท่ีจัดอยู่ในประเภทนี ท่ีเคยมีผู้นิยมเลียงกันมำก ได้แก่ ไก่พันธ์ุ
พลีมัทรอค (Plymouth Rock) โร๊ดไอแลนด์เรด (Rhode Island Red) ไวยันดอทท์ (Wyandotte) และนิวแฮม
เชียร์ (New Hampshire)
1.2 ประเภทไก่อังกฤษ (English Class) ไก่อังกฤษเป็นพันธุ์ไก่ที่ผสมและคัดเลือกพันธ์ุขึนเพ่ือให้
เนือเป็นหลัก มีอยู่ทังหมด 7 พันธ์ุ แต่ท่ีมีควำมสำคัญทำงเศรษฐกิจต่อประเทศอังกฤษมีเพียง 4 สำยพันธุ์ คือไก่
พนั ธ์ุออรพ์ งิ ตัน (Orpington) ไก่คอร์นชิ (Cornish) ไก่ซสั เซ็กส์ (Sussex) และไกพ่ ันธ์ุออสตรำลอร์ป (Australorp)
เปน็ ไกพ่ ันธุท์ ่มี รี ปู ร่ำงใหญ่ มีเนือมำก มีผวิ หนังสขี ำว (ยกเว้น ไกค่ อรน์ ชิ มหี นงั สเี หลือง) ใหเ้ ปลือกไขส่ ีนำตำล
ร
1.3 ประเภทไก่เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) ไก่พันธุ์เมดิเตอร์เรเนียน ถือกำเนิดมำจำก
แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนยี นทงั สินและเป็นไก่พันธ์ทุ ่มี ีรปู ร่ำงเลก็ กวำ่ ไก่อเมริกัน ไก่อังกฤษ และไก่เอเชยี จดั ได้ว่ำเป็น
ไกพ่ นั ธุ์ทใี่ ห้ไข่โดยเฉพำะลักษณะทั่วไปของไก่พันธุเ์ มดเิ ตอรเ์ รเนียนเป็นไกท่ ี่มีทรวดทรงสูงเปรียว แข้งไม่มีขน ตง่ิ หูสี
ขำว-ครีม และให้ไข่เปลือกสีขำว เป็นไก่พันธ์ุท่ีไม่ชอบกกไข่ (non-broody) ได้แก่ ไก่พันธ์ุเล็กฮอร์น (Leghorn)
ไมนอร์คำ (Minorca) แอนโคน่ำ (Ancona) สเปนนิช (Spanish) แอนดำลูเซียนนำเงิน (Blue Andalusian)
บัทเตอร์-คับ (Butter-cup) และคำทำลำน่ำ (Catalana)
1.4 ประเภทไก่เอเชีย (Asiatic Class) ไก่พันธุ์เอเชียเป็นไก่พันธุ์ท่ีมีขนำดใหญ่ มีขนท่ีแข้ง
ผวิ หนังสีเหลือง ยกเว้นพันธุ์แลงซำนมีผิวหนังสีขำว ติ่งหูสีแดง และไข่เปลือก สีนำตำล มีกระดูกและโครงร่ำงใหญ่
จัดเป็นไก่พันธุ์เนือนิยมใช้เป็นสำยพันธุ์ในกำรคัดเลือกและปรับปรุงให้เกิดสำยพันธุ์ใหม่ ไก่เอเชียมีอยู่หลำยสำย
พันธแ์ุ ต่ท่ีสำคญั ไดแ้ ก่ พนั ธบุ์ รำหม์ ำ (Brahma) โคชนิ (Cochin) และแลงชำน (Langshan)
ตารางท่ี2.1 ลักษณะท่ีสำคัญของไกแ่ บ่งตำมถน่ิ กำเนิด
นำหนักมำตรฐำน ชนดิ ของ สขี อง สขี อง สขี อง ขน สี
หนงั แขง้ แขง้ เปลอื กไข่
พนั ธุ์ (ปอนด์) หงอน ต่งิ หู
เหลอื ง เหลือง ไม่มี นำตำล
ผู้ เมีย เหลอื ง เหลอื ง ไม่มี นำตำล
ไก่พนั ธ์อุ เมริกัน เหลือง เหลือง ไม่มี นำตำล
เหลอื ง เหลอื ง ไม่มี นำตำล
พลีมัทรอค 9 ½ 7 ½ หงอนจักร แดง
ขำว ขำว ไม่มี นำตำล
โรด๊ ไอแลนดเ์ รด 8 ½ 6 ½ หงอนกุหลำบ แดง ขำว ขำว ไม่มี นำตำล
เหลอื ง เหลอื ง ไม่มี นำตำล
และหงอนจักร ขำว ดำ ไมม่ ี นำตำล
ไวยนั ดอทท์* 8 ½ 6 ½ หงอนกุหลำบ แดง เหลอื ง เหลือง ไมม่ ี ขำว
นิวแฮมเชียร์ 8 ½ 6 ½ หนอนจกั ร แดง เหลือง นำเงนิ ไมม่ ี ขำว
ไก่พนั ธุ์อังกฤษ นำเงนิ ดำ ไมม่ ี ขำว
ขำว ดำ ไม่มี ขำว
ออร์พงิ ตัน* 10 8 หงอนจักร แดง
เหลอื ง เหลือง มีขน นำตำล
ซัสเซ็กส์* 9 7 หงอนจกั ร แดง เหลอื ง เหลือง มขี น นำตำล
ขำว ดำ มีขน นำตำล
คอรน์ ิช 10 7 ½ หงอนถ่วั แดง
ออสตรำลอร์ป 8 ½ 6 ½ หงอนจักร แดง
ไก่พนั ธุเ์ มดเิ ตอรเ์ รเนยี น
เลก็ ฮอรน์ 6 4 ½ หงอนจักรและ ขำว
หงอนกุหลำบ
แอนโคนำ่ * 6 4 ½ หงอนจกั รและ เหลือง
หงอนกหุ ลำบ
แอนดำลเู ซียนนำเงนิ * 7 5 ½ หงอนจักร ขำว
ไมนอร์คำ* 9 7 ½ หงอนจักร ขำว
ไก่พันธ์ุเอเชยี
บรำหม์ ำ* 12 9 ½ หงอนถั่ว แดง
โคชนิ * 11 8 ½ หงอนจักร แดง
แลงชำน* 9 ½ 7 ½ หงอนจักร ขำว
หมายเหตุ: *ในขณะนีมีปริมำณนอ้ ยมำก
ทีม่ า : Card and Neseim (1976) อ้ำงโดย ปฐม (2540)
ล
2. แบง่ ตำมลักษณะกำรให้ผลผลิต
2.1 ไก่พันธ์ุแท้ (pure breeds) เป็นไก่ท่ีได้รับกำรคัดเลือกและปรบั ปรุงพันธมุ์ ำอย่ำงต่อเนื่องจน
มีลักษณะประจำพันธ์ุคงที่ หรือเรียกว่ำเป็นสัตว์ท่ีมีพันธุกรรมคงท่ี มีลักษณะอย่ำงเดียวกันและสำมำรถถ่ำยทอด
ลักษณะนัน ๆ ไปถึงลูกหลำนได้อย่ำงเดียวกัน ลูกหลำนในชวั่ ต่อๆ มำจะมีลักษณะรูปร่ำง ขนำดสีสันตำ่ งๆ เหมือน
บรรพบุรุษทุกประกำร ไก่พันธุ์แท้มักจะเป็นพันธ์ุต่ำงประเทศท่ีได้รับกำรผสมพันธ์ุและคัดเลือกมำอย่ำงดี จึงให้ผล
ผลติ สงู อนั เป็นลกั ษณะสำคัญทำงเศรษฐกจิ และมคี วำมสำมำรถในกำรเปล่ยี นอำหำรเปน็ ผลิตผลไดด้ ี
ชนิดและสำยพันธุ์ไก่ท่ีเป็นพันธ์ุแท้ท่ีใช้ในแผนกำรปรับปรุงพันธุ์หรือผสมพันธ์ุไก่สำ ยพันธ์ุใหม่
ได้แก่
2.1.1 ไก่เนือพนั ธ์ุแท้
1) ไก่พันธุ์พลีมัทรอคขำว (White Plymouth Rock) เป็นพันธ์ุที่มีกำรพัฒนำปรับปรุงพันธ์ุที่
ประเทศสหรัฐอเมริกำ มีลักษณะประจำพันธุ์ ดังนี ขนมีสีขำวทังตัว หงอนจักร ผิวหนังมีสีเหลือง ให้ไข่เปลือกสี
นำตำล นำหนักตัวเม่ือโตเต็มท่ี เพศผู้มีนำหนักประมำณ 3.4 กิโลกรัม เพศเมียมีนำหนักประมำณ 2.95 กิโลกรัม
นิยมเลียงเป็นไก่เนือเพรำะมีขนสีขำว เมื่อชำแหละแล้วจะได้ไก่ท่ีผิวสะอำดกว่ำไก่เนือที่มีสีขนต่ำง ๆ สำยพันธุ์
ดังเดิมเป็นพวกขนงอกช้ำ แต่ในปัจจุบันได้รับกำรผสมคัดเลือกให้มีขนงอกเรว็ ขนำดใหญ่ เติบโตเร็วและนิยมใช้ไก่
นเี ป็นต้นพันธใุ์ นกำรผสมขำ้ มเพ่อื ผลิตไกก่ ระทงโดยใชเ้ ปน็ สำยแม่พันธุ์
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.24 ไก่พันธ์ุพลีมทั รอคขำวเพศผู้ (ก) และเพศเมยี (ข)
ที่มา : My Pet Chicken (2016) (ก), Mjjobbins (2009) (ข)
2) ไก่พันธุ์คอร์นิช (Cornish) เป็นพันธุ์ท่ีมีถิ่นกำเนิด ที่เมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ มี
ลกั ษณะประจำพนั ธ์ุ ดังนี มีรูปร่ำงลึก ลำตวั กวำ้ ง หน้ำอกกว้ำง กลำ้ มเนือเตม็ เนอื แน่น ขนเรียบแนบแนน่ กับลำตัว
ผิวหนังและแข้งมีสีเหลือง ขำสัน และมีหงอนถั่ว ให้ไข่เปลือกสีนำตำล ให้ไข่ปีละประมำณ 150 ฟอง จัดเป็นพวก
ไก่เนือ นำหนักตัวเมื่อโตเต็มท่ี เพศผู้มีนำหนักประมำณ 4.4 กิโลกรัม เพศเมียมีนำหนักประมำณ 3.3 กิโลกรัม ให้
ไข่ฟองเล็ก เริ่มไข่เม่ืออำยุ 6 ½ - 7 เดือน เปอร์เซ็นต์กำรฟักออกต่ำ ปัจจุบันใช้เป็นต้นพันธ์ุสำหรับผลิตไก่กระทง
เป็นกำรค้ำโดยใช้เป็นสำยพ่อพันธุ์ เมื่อเอำไก่คอร์นิชเพศผู้ผสมกับไก่พันธุ์บำร์พลีมัทรอคเพศเมียหรือไก่นิวแฮม
เชียร์หรือไก่พลีมัทรอคขำว ลูกเพศเมียท่ีได้จะเป็นไก่ไข่ท่ีให้ไข่ฟองใหญ่ เปอร์เซ็นต์ฟักออกดี และใช้ผสมเพ่ือได้
ประโยชน์ทำงดำ้ นคุณภำพเนอื ด้วย
ว
(ก) (ข) (ค)
รปู ท่ี 2.25 ไกพ่ ันธ์ุคอรน์ ชิ ขำวเพศผู้ (ก) เพศเมยี (ข) และคอรน์ ิชดำเพศเมยี (ค)
ทีม่ า : My Pet Chicken (2016) (ก,ค), Chickenforum (2016) (ข)
2.1.2 ไกไ่ ขพ่ นั ธุ์แท้
ไก่ไข่พันธเ์ุ ล็กฮอร์นขำวหงอนจักร (Single Comb White Leghorn) เป็นหน่ึงในหลำยๆ ชนิด
ของไกเ่ ล็กฮอรน์ เป็นพันธ์ทุ ี่มีขนำดเล็ก ขนสขี ำว ให้ไข่ดก ให้ไขเ่ รว็ เริม่ ให้ไขเ่ มื่ออำยุ 4½-5 เดือน ให้ไขป่ ลี ะ 300
ฟอง ไข่เปลือกสีขำว ปัจจบุ นั นิยมเลียงไก่พันธ์นุ ีสำหรบั ผลติ ไขเ่ ปน็ กำรค้ำ โดยใชใ้ นกำรผสมพนั ธ์เุ พื่อผลิตไก่ไข่
ลูกผสมอีกครังหน่ึง นำหนกั ตัวเมอ่ื โตเตม็ ที่ เพศผ้หู นักประมำณ 2.2 - 2.9 กิโลกรัม เพศเมียหนัก 1.8 - 2.2
กิโลกรมั
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.26 ไก่พันธ์เุ ล็กฮอรน์ ขำวหงอนจกั รเพศผู้ (ก) และเพศเมีย (ข)
ทีม่ า : My Pet Chicken (2016)
2.1.3 ไก่ไข่พันธุก์ ึ่งเนอื กง่ึ ไข่
1) ไก่พันธุ์โร๊ดไอแลนด์เรด (Rhode Island Red) ขนมีสีนำตำลแกมแดง ผิวหนังสีเหลือง หงอน
จักร ให้ไข่เปลือกสีนำตำล เรมิ่ ใหไ้ ข่เม่อื อำยุ 5 ½ - 6 เดอื น ใหไ้ ข่ปีละประมำณ 280-300 ฟอง รูปร่ำงคอ่ นข้ำงยำว
และลึก นำหนักตัวเม่ือโตเต็มท่ี เพศผู้มีนำหนักประมำณ 3.1 - 4.0 กิโลกรมั เพศเมียมีนำหนักประมำณ 2.2 - 4.0
กิโลกรัม สมัยก่อนนิยมใช้เป็นไก่ไข่ ปัจจุบันนิยมเลียงเป็นไก่ต้นพันธ์ุในกำรผลิตไก่ไข่ลูกผสมทำงกำรค้ำเพ่ือให้ได้
ลูกผสมท่สี ำมำรถคัดเพศเมอื่ แรกเกิดได้
ศ
(ก) (ข)
รูปที่ 2.27 ไก่พันธุ์โร๊ดไอแลนด์เรดเพศผู้ (ก) และเพศเมยี (ข)
ทม่ี า : My Pet Chicken (2016)
2) ไกพ่ ันธ์ุบำร์พลีมทั รอค (Barred Plymouth Rock) ขนมีลำยสลบั ระหวำ่ งสีขำวและสีดำเป็น
ลำยขวำง หงอนจักร ผิวหนังมีสีเหลือง เริ่มให้ไขเ่ มือ่ อำยุ 5 ½ - 6 เดือน ให้ไข่เปลือกสีนำตำล เป็นไก่ที่ได้รับควำม
นิยมมำกในสมัยก่อน ให้ไข่และเนือดี นำหนักตัวเมื่อโตเต็มที่ เพศผู้มีนำหนักประมำณ 3.4 กิโลกรัม เพศเมียมี
นำหนักประมำณ 2.95 กโิ ลกรมั ปัจจบุ ันนิยมใช้ไกบ่ ำรพ์ ลีมัทรอคเพศเมียผสมกบั ไก่โรด๊ ไอแลนด์เรดเพศผู้ ลูกผสม
ที่ได้สำมำรถคดั เพศเม่ือแรกเกดิ ได้และให้ไข่มีเปลือกสีนำตำล
(ก) (ข)
รูปท่ี 2.28 ไกพ่ นั ธุ์บำร์พลีมทั รอคเพศผู้ (ก) และเพศเมีย (ข)
ทมี่ า : My Pet Chicken (2016)
3) ออสตรำลอร์พ (Australorps) มถี ิ่นกาเนดิ ที่ประเทศออสเตรเลีย ลักษณะประจำพันธุ์ รูปรำ่ ง
ค่อนข้ำงยำวและลึก ผิวหนังสขี ำว แขง้ และเท้ำสีดำ ขนสดี ำ ต่ิงหูสแี ดง ปำกสีดำ หงอนจักรขนำดปำนกลำง
เปลือกไขส่ นี ำตำลออ่ น เมื่อโตเต็มทมี่ ีนำหนักประมำณ 2.9-4.6 กิโลกรมั
ษ
(ก) (ข)
รปู ที่ 2.29 ไก่พนั ธ์ุออสตรำลอร์พเพศผู้ (ก) และเพศเมีย (ข)
ที่มา : Australorp Club of Australia (2016) (ก), Omlet (2016) (ข)
2.2 ไก่พันธ์ุลูกผสม (Hybrid breeds) เป็นไก่ท่ีเกิดจำกกำรผสมระหว่ำงไก่พันธ์ุแท้ตังแต่ 2 พันธุ์ขึนไป
เพื่อปรับปรุงประสิทธิภำพกำรผลิตให้สูงขึน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในกำรผลิตไก่สำยพันธุ์ท่ีสร้ำงขึนใหม่ (synthetic
lines) โดยกำรรวบรวมลกั ษณะตำ่ ง ๆ ทีส่ ำคญั ของไก่พนั ธแ์ุ ท้หลำย ๆ พนั ธ์ุเขำ้ ดว้ ยกัน
ไก่ลูกผสมในปัจจุบันนีเป็นท่ีนิยมเลียงกันมำกในกลุ่มผู้เลียงไก่เป็นอำชีพในประเทศไทย ทังนีเน่ืองจำกไก่
ลูกผสมได้รับกำรพัฒนำและปรับปรุงพันธ์ุให้เหมำะสมกับควำมต้องกำรของตลำดไม่ว่ำจะเป็นกำรให้เนือหรือไข่ก็
ตำม
ไก่ลูกผสมหลำยๆ พันธ์ุท่ีมีจำหน่ำยอยู่ในท้องตลำดจะมีคุณลักษณะเด่นประจำพันธ์ุและมีข้อมูลประจำ
พันธ์ุอย่ำงละเอียด เช่น อัตรำกำรเจริญเติบโต กำรแลกเปล่ียนอำหำรเป็นเนือ อัตรำกำรเลียงรอด อัตรำกำร
เจริญเติบโต ระยะเวลำกำรเลียงของไก่กระทง และในไก่ไข่ก็มีคุณลักษณะเฉพำะเช่นกัน เช่น เปอร์เซ็นต์กำรไข่
ระยะเวลำในกำรให้ไข่ ขนำดของแม่ไก่ อัตรำกำรเลียงรอด ขนำดของฟองไข่ สีของเปลือกไข่ ปริมำณอำหำรท่ีกิน
เป็นตน้ (ตำรำงท่ี 2.2 )
พันธุ์ของไก่ลูกผสมท่ีมีจำหน่ำยในประเทศทังหมดได้สั่งระดับปู่-ย่ำพันธุ์ (Grand Parents) หรือพ่อ-แม่
พันธ์ุ (Parents Stock) จำกต่ำงประเทศเข้ำมำเลียงเพื่อจำหน่ำยให้แก่ผู้เลียงอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีหลำยพันธ์ุด้วยกัน
และเป็นทีร่ ู้จักกนั แพร่หลำยในประเทศไทย ไดแ้ ก่
1) ไก่ลูกผสมทำงกำรคำ้ สำยพันธไ์ุ ก่ไข่ ไดแ้ ก่ พนั ธอุ์ ำรเ์ บอร์เอเคอร์ (Arbor Acre) ดคี ำล์บ (Dekalb)
โกโต (Goto) ซเู ปอร์ฮำรโ์ ก้ (Super Harco) อซี ำ่ บรำวน์ (Isa Brown) เชฟเวอร์ (Shaver)
เอเอบรำวน์ (AA brown) ไฮเซกส์บรำวน์ (Hisex brown) ฯลฯ
2) ไก่ลูกผสมทำงกำรค้ำสำยพันธุ์ไก่เนือ ได้แก่ พันธ์ุอำร์เบอร์เอเคอร์ (Arbor Acre) ฮับบำร์ด
(Hubbard) รอส (Ross) ซี.พ.ี (CP) ฯลฯ
ส
ตารางท่ี 2.2 ลกั ษณะทีส่ ำคัญประจำพันธ์ุไก่ไข่ลกู ผสมท่เี ลียงในประเทศไทย
ลกั ษณะที่สาคัญ พันธุ์ไกไ่ ข่
HISEX DEKALB CP.BROWN BOVANS LOHMANN
BROWN 3 5
1. อตั รำกำรตำย ตังแต่ 3 3 2.8 1400 1350
0-17 สปั ดำห์ (%) 1500 1380
2. นำหนกั ตัวทีอ่ ำยุ 1400 1400 1470 5.7 5.9
17 สัปดำห์ (กรมั ) 6.2 6.3
3. นำหนักตวั ท่อี ำยุ 1490 1500 1560 143 152
18 สัปดำห์ (กรัม) 182 171
4. อำหำรทีใ่ ชต้ ่อตวั ตงั แต่ 5.6 5.6 5.9 95 94
114 113
0-17 สัปดำห์ (กก.)
2.1 2.1
5. อำหำรทใ่ี ชต้ ่อตัว ตงั แต่ 6.2 6.2 6.45
65 64
0-18 สปั ดำห์ (กก.) 134 137
บ.กรงุ ไทย บมจ.เบทำโกร
6. อำยุที่ให้ผลผลติ ไข่ 145 143 145 อำหำร อโกรกรุ๊ป
สตั ว์
50% (วนั )
7. อำยทุ ี่ใหไ้ ขส่ งู สุด (Peak) 182 182 189
(วนั )
8. ผลผลติ ไข่สูงสดุ (Peak) (%) 94 95 95
9. ปรมิ ำณอำหำรท่กี นิ ต่อตวั ต่อ 113 113 114
วนั (กรมั )
10. อัตรำกำรเปลย่ี นอำหำร 2.17 2.12 2.12
เป็นผลผลติ ไข่ (อำหำร : ไข่ 1
กก.)
11. นำหนกั ไข่ เฉล่ยี (กรัม) 62.3 63 62.86
12.ไข่ 1 ฟอง ใช้อำหำร (กรมั ) 137 137 133.5
13. บริษัทที่จำหน่ำยพนั ธ์ุ บ.เฮนดริกซ์ บ.เฮนดริกซ์ บมจ.เจริญ
ประเทศไทย ประเทศไทย โภคภณั ฑ์
(Hendrix (Hendrix อำหำร
Poultry Poultry
Breeders) Breeders)
ทมี่ า : กองบรรณำธิกำร สำสน์ ไก่ & สกุ ร และปศสุ ตั ว์ (2548)
ห
ตารางที่ 2.3 แหลง่ ผลิตพันธุ์ไก่กระทง (ไกเ่ นือลกู ผสม)
ชอ่ื การคา้ บรษิ ัทแม่ผูผ้ ลิต ประเทศ
สหรัฐอเมริกำ
1. เอเอ 707 (AA 707) บ. อำรเ์ บอร์ เอเครส จำกดั ฮอลแลนด์
เบลเยีย่ ม
2. ไฮโบร (Hybro) บ. ยรู บิ ริด สกอ๊ ตแลนด์
อิสรำเอล
3. ฮับบำร์ด (Hubbard) บ. เบลเยีย่ มอนิ เตอร์เนชั่นแนล เอน วี
4. รอสวัน (Ross I) บ. รอสบรีดเดอร์ จำกดั
5. เอเนค (Anak) บ. โพลทรี บรดี เดอร์ ยูเนียน
ทีม่ ำ : เพ็ญสวัสดิ์ (2548)
ตารางท่ี 2.4 แหลง่ ผลิตพันธ์ุไก่ไข่
ชอ่ื การค้า บรษิ ทั แม่ผผู้ ลติ ประเทศ
สหรฐั อเมริกำ
1. นิวซุปเปอร์ฮำรโ์ ก้ (New บ. อำรเ์ บอร์ เอเครส จำกัด
สหรัฐอเมริกำ
Super Hargo) สหรัฐอเมรกิ ำ
แคนำดำและอังกฤษ
2. บรำวน์นดิ (Brown Nick) บ. เอชแอนเอน็
ฝรั่งเศส
3. เอ เอ บรำวน์ (AA Brown) บ. อำร์เบอร์เอเดรส จำกัด
4. เชพเวอรส์ ตำร์คร็อส 579 บ. เชพเวอร์โพลทรีบรดี ดงิ ฟำรม์ จำกดั
(Shaver starcross 579)
5. อิซำ่ บรำวน์ (ISA Brown) บ. โกลเดนเลเยอร์ จำกดั
ทีม่ ำ : เพ็ญสวสั ดิ์ (2548)
2.6 พันธแุ์ ละลักษณะประจาพันธุ์ของไก่งวง
ไกง่ วง (Turkeys) อยูใ่ น Family Meleagrididea เป็นพนั ธุส์ ตั ว์ปีกท่ีมีแหล่งกำเนิดอยใู่ นอเมริกำเหนอื
โดยเฉพำะในประเทศอเมริกำ และแม็กซโิ ก ในปจั จบุ ันสำยพนั ธุ์ทนี่ ยิ มเลียงเป็นกำรคำ้ ไดแ้ ก่ บรอนซ์ ฮอล์แลนด์
ขำว เบลทว์ ิลล์ขำวเล็ก และเบลท์วิลลข์ ำวใหญ่
2.6.1 บรอนซ์ หรือไก่งวงสีทองแดง (Bronze) เป็นไก่งวงที่มีขนำดใหญ่ท่ีสุด เม่ือโตเต็มที่มีนำหนัก
ระหวำ่ ง 20 - 36 ปอนด์ (ประมำณ 9.1-16.3 กโิ ลกรัม) หน้ำอกกวำ้ ง (Broad-Breasted Bronze)
(ก) (ข)
รูปที่ 2.30 ไกง่ วงพันธ์ุบรอนซ์ หรือไกง่ วงสีทองแดงเพศผู้ (ก) เพศเมีย (ข)
ทมี่ า : FeatherSite.com (2015)
ฬ
2.6.2 ฮอล์แลนด์ขาว (White Holland) เป็นไก่งวงสีขำวปลอด มีนำหนักขนำดกลำง ได้รับควำมนิยม
เลยี งกันมำกพอสมควร เม่ือโตเต็มท่มี นี ำหนักระหวำ่ ง 18 - 33 ปอนด์ (ประมำณ 8.2 – 15.0 กโิ ลกรมั )
(ก) (ข)
รูปที่ 2.31 ไกง่ วงพันธุ์ฮอลแ์ ลนด์ขำวเพศผู้ (ก) เพศเมยี (ข)
ทีม่ า : FeatherSite.com (2015)
2.6.3 เบลท์วีลล์ขาวเล็ก (Beltsaville Small White) ไก่งวงเบลท์วีลส์ขำวเล็ก ได้รับกำรผสมและคัด
พันธุ์ขึนจำกไก่งวงหลำยชนิด ในสหรัฐอเมริกำ จนได้ไก่งวงสีขำว ขนำดเล็ก เม่ือโตเต็มท่ีมีขนำดระหว่ำง 13 - 23
ปอนด์ (ประมำณ 6.0 – 10.4 กิโลกรมั ) ลักษณะทั่วไปของไก่งวงเบลท์วลี ล์ขำวเล็กเหมือนกับไก่งวงฮอล์แลนด์ขำว
ทุกประกำร นอกจำกมีขนำดเล็กกว่ำเท่ำนัน
2.6.4 เบลท์วีลล์ขาวใหญ่ (Beltsaville Large White) ไก่งวงชนิดขำวใหญ่เป็นไก่งวงที่ได้รับกำรคัด
พันธุ์มำจำกกำรผสมระหว่ำงไก่งวงสีบรอนซ์ กับไก่งวงฮอล์แลนด์ขำว โดยทำกำรผสมกลับไปกลับมำ (back
Crossing) 4 – 5 ชั่ว (generations) จนได้ไก่งวงสีขำวท่ีมีขนำดใหญ่และหน้ำอกกว้ำง เช่นเดียวกับไก่งวงสี
บรอนซ์ ปัจจบุ ันไก่งวงสีขำวใหญ่นไี ดร้ บั ควำมนยิ มเลียงกนั เปน็ กำรคำ้ มำก
(ก) (ข)
รูปที่ 2.32 ไกง่ วงพนั ธ์ุเบลทว์ ลี ล์ขำวเล็ก (ก) และพนั ธ์ุเบลทว์ ีลลข์ ำวใหญ่ (ข)
ทม่ี ำ : FeatherSite.com (2015)
อ
2.7 พนั ธแ์ุ ละลกั ษณะประจาพนั ธุ์ของนกกระทา
นกกระทำ (Quail) จดั อยใู่ น Sub Family Perdicinae มชี อ่ื วทิ ยำศำสตรว์ ำ่ Coturnix coturnix นก
กระทำมอี ยหู่ ลำยสำยพนั ธุ์ ดังนี
2.7.1 Bobwhite Quail (นกกระทาเวอร์ยิเนีย) มีถิ่นกำเนิดในทำงตอนใต้และตะวันออกของอเมริกำ
และเล่ือยมำถึงแมกซิโก เพศผู้มีขนท่ีคอสีขำวเด่น และมีลำยยำวเหนือตำ เพศเมียมีขนสีทอง ปัจจุบันพัฒนำจนมี
หลำยสี ได้แก่ สีขำว เงนิ บรอนด์ และสีเทำแกมเหลอื ง
2.7.2 Blue Scale Quail (นกกระทาบลูสเคล) พบทำงตอนเหนือ ตอนกลำง และพืนท่ีแห้งแล้งทำงใต้
ของแมกซิโก ขนเหมือนกันทังเพศผู้และเพศเมีย แต่เพศเมียจะมีลำยที่คอสีคำกว่ำเพศผู้ เพศเมียมีขนบนหัวสีทอง
สนั กว่ำเพศผู้ และเพศผมู้ ีขนบนหัวสีขำว ใหไ้ ขด่ กมำกกวำ่ 60 ฟอง ในแต่ละฤดู
2.7.3 California Quail (นกกระทาแคลฟิ อเนีย) พบตำมพืนท่ีทงุ่ หญำ้ ทำงดำ้ นตะวนั ตกของอเมริกำ
เหนอื มกี ำรนำไปเลยี งและพัฒนำพันธุ์ในประเทศนิวซแี ลนด์ และชลิ ี ใหไ้ ข่ขนำดใหญ่ ครังละ 14 ฟอง ใช้เวลำใน
กำรฟักไข่ 21-23 วนั
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 2.33 นกกระทำพนั ธ์ุเวอร์ยเิ นีย (ก) พนั ธุ์บลสู เคล (ข) และพนั ธแุ์ คลิฟอเนีย (ค)
ทมี่ า : FeatherSite.com (2015)
2.7.4 Japanese Quail (นกกระทาญี่ปุ่น) มีถ่ินกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น มีกำรเลียงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ
มำกท่ีสดุ มลี ักษณะคลำ้ ยนกคุ้มในประเทศไทย มลี ักษณะประจำพันธุ์ ดังนี สีขนสีลำยกำบอ้อย สีนำตำล เพศเมีย
ขนใต้คอมีลำยสีขำวปะดำ เพศผู้ขนใต้คอสีนำตำลแกมแดง เป็นนกท่ีเลียงง่ำย ชีพจักรสัน โตเร็ว อำยุเริ่มไข่ฟอง
แรกเฉลี่ย 42 วัน ซ่ึงนกกระทำจะมีนำหนักตัวประมำณ 120 กรัม และท่ีอำยุ 60 วัน จะมีนำหนักตัวประมำณ
150 กรัม นกกระทำจะให้ไข่ดก ระหว่ำงอำยุ 60-150 วัน ไข่ทน อำจไข่ได้ประมำณ 300 ฟองต่อปี ไข่มีขนำดเล็ก
และเปลอื กไขม่ ลี ำยจดุ ปะทั่วทงั ฟอง นำหนกั ไข่ประมำณฟองละ 8-12 กรัม
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.34 นกกระทำพันธญุ์ ีป่ ่นุ (ก) และไขน่ กกระทำ (ข)
ท่ีมา : Thepoultrysite.com (2016)
ฮ
2.8 พันธุ์และลักษณะประจาพันธข์ุ องนกกระจอกเทศ
นกกระจอกเทศ (Ostrich) จัดเป็นนกที่มีขนำดใหญ่ท่ีสุดในโลก ขนำดโตเต็มท่ีสูงประมำณ 2-2.5 เมตร
นำหนักเม่ือโตเต็มท่ีจะหนักประมำณ 160 กิโลกรัม มีอำยุยืนได้ถึง 65-75 ปี เพศผู้มีขนำดโตกว่ำเพศเมีย ไข่
นกกระจอกเทศหนักประมำณ 950–1,680 กรัม ยำว 15–17 เซนติเมตร กว้ำง 12–15 เซนติเมตร เปลอื กไข่สขี ำว
นวล หนำ 2-3 มิลลิเมตร (รูปท่ี 2. ) เนือไข่สำมำรถนำไปบริโภคได้เช่นเดียวกับไข่เป็ด หรือไข่ไก่ มีคุณค่ำทำง
อำหำรสูง เปลือกไข่ยงั สำมำรถนำไปแกะสลกั วำดลวดลำย เพ่ือให้เป็นเครือ่ งประดับตกแตง่ บำ้ นได้อกี ดว้ ย
รปู ท่ี 2.35 ไขน่ กกระจอกเทศ
ท่ีมา : FeatherSite.com (2015)
พันธ์นุ กกระจอกเทศทน่ี ยิ มเลียง ได้แก่
2.8.1 พนั ธุค์ อแดง (Red Neck)
ลกั ษณะประจำพนั ธุ์ มลี ักษณะผิวหนงั สีชมพูเข้ม ตวั ผู้จะมีขนสีดำตลอดลำตวั ยกเวน้ ปลำยหำง
และปลำยปจี ะมสี ีขำว ส่วนตัวเมยี จะมสี นี ำตำลเทำ มขี นำดตัวใหญม่ ำก สงู 2.00-2.50 เมตร มีนำหนกั 105-106
กิโลกรมั ให้ผลผลติ เนือมำก แต่ไขน่ ้อยตวั ผ้จู ะค่อนข้ำงดุ โดยเฉพำะในฤดผู สมพันธ์ุ
(ก) (ข)
รปู ที่ 2.36 นกกระจอกเทศพันธุค์ อแดงเพศผู้ (ก) และเพศเมีย (ข)
ท่มี า : Animals.howstuffworks.com (2016)
กก
2.8.2 พนั ธ์คุ อนา้ เงนิ (Blue Neck)
ลกั ษณะประจำพันธ์ุ มีลกั ษณะผิวหนงั สฟี ำ้ อมเทำ สีขนจะเหมือนกบั พนั ธ์คุ อแดง แตต่ ัวจะเลก็
กว่ำเล็กนอ้ ย ให้เนือน้อยกวำ่ พันธค์ุ อแดง แตใ่ ห้ไข่มำกกว่ำ
(ก) (ข)
รูปที่ 2.37 นกกระจอกเทศพันธุค์ อนำเงินเพศผู้ (ก) และลูกนกกระจอกเทศ (ข)
ทีม่ า : FeatherSite.com (2015), NEWS.CN (2016)
2.8.3 พนั ธค์ุ อดา (Black Neck หรอื African Black)
ลักษณะประจำพันธ์ุ มลี ักษณะผิวหนงั จะมีสีเทำดำ เทำ้ และปำกสดี ำ ตัวเลก็ ใหผ้ ลผลติ เนอื นอ้ ย
แตใ่ หไ้ ข่มำกกว่ำพนั ธุ์อื่นๆ และมนี ิสัยเชอ่ื ง ไม่ดุรำ้ ย
รปู ท่ี 2.38 นกกระจอกเทศพันธุ์คอดำเพศผแู้ ละเพศเมีย
ที่มา : FeatherSite.com (2015)
ขข
2.9 พนั ธแ์ุ ละลักษณะประจาพันธข์ุ องสัตวป์ กี ชนิดอื่นๆ
2.9.1 สัตว์ปีกท่ีอย่ใู น Order Galliformes เช่นเดียวกนั กบั ไก่ ได้แก่ ไก่ฟำ้ และนกยงู มีลกั ษณะประจำ
พนั ธุ์ ดังนี
1. ไก่ฟ้า (Pheasant) มีชอื่ วิทยำศำสตร์วำ่ Phasianus Calchious มหี ลำยสำยพนั ธ์ุ ไดแ้ ก่
1.1 ไก่ฟำ้ พญำลอ (Siamese Fireback Pheasant)
1.2 ไก่ฟำ้ หนำ้ เขยี ว (Violet’s Creasted Fireback Pheasant)
1.3 Ring-necked Pheasants
(ก) (ข)
รูปท่ี 2.39 ไกฟ่ ้าพญาลอเพศผู้ (ก) และเพศเมยี (ข)
ที่มา : FeatherSite.com (2015)
(ก) (ข)
รูปที่ 2.40 ไก่ฟ้ำหน้ำเขยี วเพศผู้ (ก) และไกฟ่ ้ำคอแหวน (ข)
ท่ีมา : FeatherSite.com (2015)
2. นกยงู (Peafawl) มหี ลำยสำยพนั ธุ์ ไดแ้ ก่
2.1 นกยงู ไทย (Green Peafowl)
2.2 นกยูงอินเดยี (Indian Peafowl)
2.3 White Peafowl
2.4 Blue and White Peafowl
คค
(ก) (ข)
รูปที่ 2.41 นกยงู ไทย (ก) และนกยงู อินเดยี (ข)
ที่มา : Zoochat.com (2016) (ก), Ossawa (2009) (ข)
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.42 นกยงู สขี าว (ก) และนกยงู สีฟ้ำขำว (ข)
ท่มี า : Youtube.com (2016) (ก), Flickr.com (2016) (ข)
2.9.2 สัตวป์ ีกที่อยู่ Order Struthioniformes เช่นเดยี วกับนกกระจอกเทศ ได้แก่ นกอมี ู นกคำโซวำรี
นกกีวี และนกเรยี มีลกั ษณะประจำพันธ์ุ ดังนี
1. นกอมี ู (Emu) ถ่นิ กำเนิดอยูใ่ นทวปี ออสเตรเลีย มีลักษณะประจำพนั ธด์ุ งั นี ขนสีนำตำลปนดำ
ตัวเมียใหญ่กว่ำตัวผู้ สูงประมำณ 1.3-1.6 เมตร มีนำหนัก 40-60 กิโลกรัม นิยมเลียงเพ่ือใช้นำมันมำทำ
เครื่องสำอำง เนือสำมำรถบริโภคได้
(ก) (ข)
รปู ท่ี 2.43 นกอีมู (ก) ลกู นกอีมแู ละไข่ (ข)
ท่มี า : Jdmpics.com (2016)
งง
2. นกคาโซวารี (Cassowary) มีถิ่นกำเนิดอยู่ทำงภำคเหนือของประเทศออสเตรเลีย และใน
ประเทศปำปัวนิวกินี (Papua New Guinea) มลี ักษณะประจำพันธ์ุดังนี สูงประมำณ 1.3-1.5 เมตร มนี ำหนัก 50-
60 กิโลกรัม ขนสดี ำเป็นมันตลอดลำตวั ที่ใบหนำ้ จะมหี นังเปน็ สีตำ่ งๆ สวยงำมมำก
3. นกกีวี (Kiwi) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศด้วย
ขนำดตวั ไมใ่ หญ่ โตเตม็ ที่จะมนี ำหนักเพียง 3-4 กโิ ลกรัม เทำ่ นัน
4. นกเรีย (Rhea) มีถนิ่ กำเนดิ อยู่ในทวีปอเมริกำใต้ ขนำดตวั ใหญก่ ว่ำนกกีวี มนี ำหนักประมำณ
20-30 กิโลกรัม สงู 1.20-1.50 เมตร
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 2.44 นกคำโซวำรี (ก) นกกีวี (ข) และนกเรยี (ข)
ท่ีมา : Jdmpics.com (2016)
จจ
เอกสารอ้างอิง
กองบรรณำธกิ ำร. 2548 ข. ลกั ษณะทีส่ ำคญั ประจำพนั ธไุ์ ก่ไข่ทเ่ี ลียงในประเทศไทย. สำสน์ ไก่ & สกุ ร
และปศสุ ัตว์. 3(22) : 49.
ปฐม เลำหะเกษตร. 2540. กำรเลียงสตั วป์ ีก. คณะเทคโนโลยกี ำรเกษตร สถำบันเทคโนโลยี
พระจอมเกลำ้ เจำ้ คุณทหำรลำดกระบงั . 317 หนำ้ .
เพ็ญสวัสดิ์ มำยะเวส. 2548. กำรคดั เลือกและผสมพันธส์ุ ตั วป์ ีก. คณะเทคโนโลยีอุตสำหกรรมกำรเกษตร
มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลตะวันออก วทิ ยำเขตจนั ทบุรี. 64 หนำ้ .
สัมฤทธ์ิ พ่มุ สวุ รรณ, ณรงค์ จิระวัฒน์กวี และศริ ิวรรณ นำคขุนทด. 2553. นก. สำรำนกุ รมไทยสำหรับเยำวชน
โดยพระรำชประสงค์ในพระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยูห่ วั ฉบบั เสริมกำรเรยี นรู้ เล่ม 7. กรุงเทพมหำนคร.
หน้ำ 7-69.
สวุ รรณ เกษตรสวุ รรณ, ประทปี รำชแพทยำคม, กระจำ่ ง วิสุทธำรมณ์, บุญธง ศิรพิ ำนชิ , วรรณดำ สจุ ริต,
สุภำพร อสิ ริโยดม. 2535. กำรเลยี งไก่. มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์. 15 หน้ำ.
อรวมิ ล บญุ คอ้ ม. 2559. พันธเุ์ ป็ด. [online], Available: http://onwimon.blogspot.com/p/blog-
page_12.html [2 มกรำคม 2559]
อภิชยั รัตนวรำหะ. 2541. กำรก่อตงั สมำคมอนุรักษแ์ ละพัฒนำไก่พนื เมืองไทย. ไก่พนั ธุ์ไทย. บริษัทจินดำสำสน์
กำรพมิ พ์ จำกัด. กรงุ เทพมหำนคร. 59 หน้า.
อำวธุ ตนั โช. 2538. กำรผลติ สตั วป์ ีก. โอ.เอส.พรินตงิ เฮำ้ ส์. กรงุ เทพมหำนคร. 31 หน้ำ.
Animals.howtuffworks.com. 2016. Ostrich. [online] Available:
http://animals.howstuffworks.com/birds/ostrich-facts.htm [2 January 2016]
Aston, C & M. 2016. Chinese Geese - one of the most popular breeds of domestic goose
[online], Available: http://www.ashtonwaterfowl.net/chinese_geese.htm
[2 January 2016]
Australorp Clup of Australia. 2016. Just who does own that magnificent cockerel? [online],
Available: http://www.australorps.com/snippets_30.html [14 February 2016]
Chickenforum. 2016. Cornish. [online], Available:
http://www.chickenforum.com/chickens/cornish.html [14 February 2016]
Ducks.org.tw. 2016. Brown Tsaiya duck. [online], Available:
http://www.ducks.org.tw/main/twducks/twducks/cognition.html [2 January 2016]
FeatherSite.com. 2015. Poultry. [online], Available: http://www.FeatherSite.com
[21 December 2015].
Jdmpics.com. 2016. Order Struthioniformes. [online], Available: http://www.jdmpics.com
[2 January 2016]
Kazilek, CJ. 2016. Feather Biology. ASU school of life sciences. [online], Available:
https://askabiologist.asu.edu/explore/feather-biology [14 February 2016]
Lee Ouzman. 2016. Egyptian Goose. [online], Available:
http://www.jacanaent.com/PhotoLib/Birds/Goose,%20Egyptian/!GooseEgyptian.htm
ฉฉ
[2 January 2016]
Mjjobbins. 2009. White Plymouth Rock Hen $7; Memphis TN area; Pick up. [online], Available:
http://www.backyardchickens.com/t/252136/white-plymouth-rock-hen-7-memphis-tn-
area-pick-up [21 December 2015]
My Pet Chicken. 2016. White Plymouth Rock. [online], Available:
http://www.mypetchicken.com/catalog/Day-Old-Baby-Chicks/White-Plymouth-Rock-
p232.aspx [14 February 2016]
NEWS.CN. 2016. Ostrish. [online], Available: http://www.NEWS.CN [14 February 2016]
Oceanwideimages.com. 2016. Australian Water Birds Stock Photos. [online], Available:
http://www.oceanwideimages.com/categories.asp?cID=473 [2 January 2016]
Omlet. 2016. Australorp. [online], Available: https://www.omlet.us/breeds/chickens/australorps
[14 February 2016]
Ossawa. 2009. Indian Peafowl (Pavo Cristatus).The Internet IBC Bird Collection. [online],
Available: http://ibc.lynxeds.com/photo/indian-peafowl-pavo-cristatus/male-peacock-
displaying [21 December 2015]
Philippine Native Animal. 2016. My Wealth My pride. [online], Available:
http://pnad.bai.da.gov.ph/index.php/gallery/native-ducks?start=18 [2 January 2016]
Poultry Hub. 2016. Intequmentary (Surface of the bird). [online], Available:
http://www.poultryhub.org/physiology/body-systems/integumentary-surface-of-the-bird/
[14 February 2016]
Poultrykeeper.com. 2015. Duck. [online], Available: http://www.poultrykeeper.com
[21 December 2015]
Thepoultrysite.com. 2016. Raising Japanese Quail. [online], Available:
http://www.thepoultrysite.com/articles/607/raising-japanese-quail/ [14 February 2016]
welphatchery.com. 2016. Dark Rouen Duck - Straight Run. [online], Available:
http://www.welphatchery.com/ducklings/dark-rouen-duck-straight-run/
[21 December 2015]
Wikipidia. 2016. Chicken. [online], Available: https://www.wikipidia.org [14 February 2016]