The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดที่ 4การขยายพันธุพืชโดยไม่อาศัยเพศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nonpaya.r, 2023-01-04 05:14:44

ชุดที่ 4 เรื่อง การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ

ชุดที่ 4การขยายพันธุพืชโดยไม่อาศัยเพศ

คำนำ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 ประกอบด้วยคาช้ีแจงสาหรับการใช้งานชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ คาช้ีแจงสาหรับครู คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน ใบความรู้และ กิจกรรม
การเรียนรู้ ซ่ึงนักเรียนควรศึกษาให้เขา้ ใจอย่างชดั เจน เพ่ือจะสามารถทากิจกรรมการ
เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและบรรลุผลการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั เอกสารประกอบการเรียน
ชุดท่ี 4 เร่ือง การขยายพนั ธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ ชุดน้ีเป็ นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเน้น
นั กเรี ยน เป็ น ส าคัญ ให้ นั กเรี ยน ลงมื อ ป ฏิ บัติ ด้วยต น เอง รายล ะเอี ยด ข อ ง
การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้เสนอไวใ้ นคู่มือเล่มน้ีแล้ว หวงั ว่าผูใ้ ช้ชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ ชุดน้ีคงไดร้ ับประโยชน์ตามสมควร

ผจู้ ดั ทาขอขอบพระคุณผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นขนุ ศรี คณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน และคณะครูอาจารยท์ ุกท่านที่ให้คาแนะนา และคาปรึกษาท่ีดี ตลอดจนการ
ให้กาลงั ใจในการจดั ทาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 ชุดท่ี 4 เรื่อง การขยายพนั ธุ์พืชแบบ
ไมอ่ าศยั เพศจนประสบผลสาเร็จดว้ ยดี

ริศรา นนปัญญา

สำรบญั หน้ำ
1
เรื่อง 2
คาช้ีแจงสาหรับการใชง้ านแบบฝึกเสริมทกั ษะ 3
คาช้ีแจงสาหรับครู 4
คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน 5
บทบาทของนกั เรียน 5
สาระสาคญั 6
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 9
แบบทดสอบก่อนเรียน 10
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน 16
การขยายพนั ธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ 17
กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 1 18
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 21
แบบทดสอบหลงั เรียน 22
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน 23
ภาคผนวก 24
25
เฉลยกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 1 25
เฉลยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 26
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
บรรณานุกรม

1

คำชี้แจงสำหรับกำรใช้งำนชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ประกอบดว้ ยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท้งั หมด 9 ชุด
ดงั น้ี

ชุดที่ 1 การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
ชุดที่ 2 การขยายพนั ธุ์พชื แบบอาศยั เพศ
ชุดท่ี 3 การขยายพนั ธุพ์ ชื โดยการเพาะเมลด็
ชุดท่ี 4 การขยายพนั ธุ์พืชแบบไมอ่ าศยั เพศ
ชุดที่ 5 การสืบพนั ธุ์ของสัตวแ์ บบไม่อาศยั เพศ
ชุดที่ 6 การสืบพนั ธุ์ของสตั วแ์ บบอาศยั เพศ
ชุดท่ี 7 การขยายพนั ธุส์ ัตว์
ชุดที่ 8 กลไกการเกิดพฤติกรรมของคนและสัตว์
ชุดที่ 9 พฤติกรรมต่างๆ ในคนและสัตว์
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การดารงชีวติ ของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5 เป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท่ีเนน้ ใหน้ กั เรียนไดล้ ง
มือปฏิบตั ิจริงในการทากิจกรรม การทางานร่วมกนั เป็นกลุม่ และทาใหน้ กั เรียนเกิด
ทกั ษะกระบวนการเรียนรู้อยา่ งเป็นระบบ ตลอดจนสอดคลอ้ งกบั หลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยในการจดั กิจกรรมจะใชช้ ุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เรื่อง การดารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ช้นั
ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ประกอบดว้ ยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท้งั หมด 9 ชุด เพือ่ ใหน้ กั เรียน
ศึกษาอยา่ งเป็นข้นั ตอน นกั เรียนจะไดร้ ับความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทกั ษะในการเรียนรู้
อยา่ งเป็นระบบ

2

นอกจากน้ันยงั ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินจากกระบวนการเรียนรู้เป็ น
กลุ่ม นักเรียนสามารถนาความรู้ และทักษะกระบวนการดงั กล่าวที่ไดจ้ ากการปฏิบัติ
กิจกรรมไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั และศึกษาศาสตร์อื่นๆ ที่เก่ียวขอ้ ง

คำชี้แจงสำหรับครู

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยมีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี

1. ครูแจกชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 4 เร่ือง การขยายพนั ธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ
2. ครูช้ีแจงการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้น้ีใหน้ กั เรียนทราบก่อนลงมือปฏิบตั ิ
3. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ประเมินดูวา่ นกั เรียนมี
พ้ืนฐานความรู้ ความเขา้ ใจมากนอ้ ยเพยี งใด
4. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 1–2 เพื่อใหน้ กั เรียนได้
ทบทวนและเกิดความรู้ ความเขา้ ใจอยา่ งถกู ตอ้ ง
5. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพือ่ ประเมินดูวา่ นกั เรียนมีความรู้
ความเขา้ ใจหลงั เรียนมากนอ้ ยเพียงใด
6. ครูสังเกตพฤติกรรมคุณลกั ษณะพงึ ประสงคท์ างการเรียน และบนั ทึกผล
7. ครูตรวจคะแนนและบนั ทึกผลลงในแบบเก็บคะแนนการทากิจกรรมการเรียน
การสอนจากเอกสารประกอบการเรียนชุดน้ี
8. ครูแจง้ คะแนนใหน้ กั เรียนทราบและชมเชยผเู้ รียนพร้อมใหค้ าแนะนาเพมิ่ เติม

3

คำชี้แจงสำหรับนกั เรียน

ศึกษำก่อนลงมือปฏิบตั ิกจิ กรรม
1. นกั เรียนฟังคาช้ีแจงการใชช้ ุดกิจกรรมกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การดารงชีวติ ของ
ส่ิงมีชีวิต
2. ใหน้ กั เรียนรับชุดกิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 4 เรื่อง การขยายพนั ธุ์พืช
แบบไม่อาศยั เพศ
3. นกั เรียนเริ่มทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือประเมินดูวา่ นกั เรียนมีพ้นื ฐาน
ความรู้ ความเขา้ ใจมากนอ้ ยเพียงใด
4. นกั เรียนศึกษาใบความรู้จากชุดกิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 4 เรื่อง
การขยายพนั ธุ์พืชแบบไมอ่ าศยั เพศ โดยต้งั ใจศึกษาเน้ือหา ทาความเขา้ ใจใหด้ ีต้งั แต่หนา้
แรกถึงหนา้ สุดทา้ ยตามลาดบั อยา่ ขา้ มข้นั ตอน
5. เมื่อพบคาช้ีแจงหรือคาถามในแตล่ ะกิจกรรมการเรียนรู้ใหอ้ ่านและทากิจกรรม
อยา่ งรอบคอบ
6. ส่งผลงานการทากิจกรรมการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 4
เร่ือง การขยายพนั ธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ ชุดน้ี เพอ่ื ใหค้ รูตรวจและบนั ทึกผล
7. เม่ือทากิจกรรมครบแลว้ จดั เกบ็ อุปกรณ์ใหเ้ รียบร้อย
8. เม่ือนกั เรียนทุกคนทากิจกรรมครบแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
เพอื่ ประเมินดูวา่ นกั เรียนมีพ้นื ฐาน ความรู้ ความเขา้ ใจหลงั เรียนมากนอ้ ยเพยี งใด
9. รับฟังการบอกคะแนนคาชมเชย และคาแนะนาเพ่มิ เติมจากครู
10. ในการเขา้ ร่วมกิจกรรมทกุ คร้ัง นกั เรียนควรให้ความร่วมมือ ต้งั ใจในการทา
กิจกรรม และตรงตอ่ เวลาเสมอ

4

บทบำทของนักเรียน

ครูต้องแจ้งให้นกั เรียนทรำบถึงบทบำทของนักเรียนดงั ต่อไปนี้
1. นกั เรียนตอ้ งอา่ นคาสงั่ และปฏิบตั ิตามข้นั ตอนอยา่ งระมดั ระวงั
2. นกั เรียนตอ้ งพยายามทากิจกรรมต่างๆ จนสุดความสามารถ
3. นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจปฏิบตั ิงานอยา่ งจริงจงั ไมช่ วนเพอื่ นพดู คุยออกนอกเรื่อง
4. หลงั จากปฏิบตั ิกิจกรรมแลว้ นกั เรียนจะตอ้ งจดั เก็บอุปกรณ์ทกุ ชิ้นเขา้ ท่ีให้
เรียบร้อย
5. เนื่องจากมีเวลาจากดั นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจทากิจกรรมใหเ้ สร็จอยา่ งรวดเร็ว
6. นกั เรียนตอ้ งใชส้ ่ือหรืออปุ กรณ์อยา่ งระมดั ระวงั

5

สำระสำคญั

การขยายพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ หมายถึง การขยายพนั ธุ์พชื ดว้ ยการใชส้ ่วน
ต่างๆ ของพืช ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ ใบ โดยส่วนตา่ งๆ ของพืชเหลา่ น้ีสามารถเกิดราก
และเจริญเติบโตเป็นตน้ พืชได้ การขยายพนั ธ์แบบไมอ่ าศยั เพศ เช่น การปักชาก่ิง
การตอนก่ิง การติดตา การทาบกิ่ง เป็นตน้

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

1. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การขยายพนั ธุ์พืชแบบไม่อาศยั เพศ
2. สามารถอธิบายเก่ียวกบั การขยายพนั ธุ์พชื แบบไมอ่ าศยั เพศได้
3. สามารถทากิจกรรมหลงั ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. มีความตระหนกั และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ืองการขยายพนั ธุ์พืช
แบบไม่อาศยั เพศ ดว้ ยความสนุกสนาน ชื่นชอบ และมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ทางการเรียน

6

แบบทดสอบก่อนเรียน

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ที่สุดเพียงคาตอบเดียวและทาเครื่องหมาย (×)

ลงในกระดาษคาตอบ (10 คะแนน)

1. การขยายพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ หมายถึงขอ้ ใด
ก. การขยายพนั ธุพ์ ืชดว้ ยการใชส้ ่วนตา่ งๆ ของพชื เช่น ราก ลาตน้ ใบ
ข. การขยายพนั ธุ์พชื โดยการอาศยั เกสรของพชื
ค. การผสมเทียมพืช
ง. ถกู ทกุ ขอ้

2. ในการปักชาก่ิง ตอ้ งตดั ส่วนโคนกิ่งใตข้ อ้ อยา่ งไร
ก. ตดั ใหแ้ หลมท่ีสุด
ข. ตดั เอียงทามมุ 90 องศา
ค. ตดั เป็นรูปปากฉลามเอียงทามมุ 30 องศา
ง. ตดั เป็นรูปปากฉลามเอียงทามมุ 45 องศา

3. ขอ้ ดีของการตอนก่ิงคือขอ้ ใด
ก. มีอาหารจากตน้ แมม่ าเล้ียงในช่วงที่รอใหเ้ กิดราก
ข. ทาใหไ้ ดต้ น้ ท่ีตอนกิ่งใหญก่ วา่ ตน้ แม่
ค. ทาใหไ้ ดต้ น้ ใหมร่ วดเร็วยง่ิ ข้ึน
ง. ทาไดท้ ุกฤดูกาล

7

4. การตอนก่ิง นิยมทาในฤดูใด
ก. ฤดูฝน
ข. ฤดูร้อน
ค. ฤดูหนาว
ง. ฤดูใบไมผ้ ลิ

5. ในการตอนกิ่งควรเลือกกิ่งแบบใด
ก. เลือกกิ่งท่ีใกลจ้ ะตาย
ข. เลือกกิ่งที่สีอ่อนที่สุด
ค. ไม่ออ่ นหรือแก่เกินไป
ง. เลือกกิ่งท่ีโตท่ีสุดในตน้ แม่

6. การตอ่ กิ่งคือขอ้ ใด
ก. การตดั ก่ิงที่ไมด่ ีออกจากตน้ ตอ
ข. การนาก่ิงพนั ธุ์ดีมาตอ่ บนตน้ ตอ
ค. การทาใหก้ ่ิงพืชเกิดใหมใ่ นขณะท่ียงั อยบู่ นตน้ แม่
ง. การนาพชื สองตน้ มาทาการต่อเช่ือมใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั

7. การทาบก่ิงคือขอ้ ใด
ก. การตดั กิ่งท่ีไมด่ ีออกจากตน้ ตอ
ข. การนากิ่งพนั ธุ์ดีมาต่อบนตน้ ตอ
ค. การทาใหก้ ่ิงพืชเกิดใหมใ่ นขณะที่ยงั อยบู่ นตน้ แม่
ง. การนาพืชสองตน้ มาทาการต่อเช่ือมใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั

8

8. นอ้ งเครปตอ้ งการขยายพนั ธุ์พชื โดยใชต้ น้ ไมท้ ี่เป็นตน้ ตอเดียวแต่มีหลายก่ิง และออก
ดอกหลายสีเหมือนตน้ เฟ่ื องฟ้า นอ้ งเครปควรขยายพนั ธุพ์ ืชดว้ ยวิธีใด

ก. เพาะเมลด็
ข. การตอน
ค. การติดตา
ง. การปักชา

9. การใชส้ ่วนตา่ ง ๆ ของพชื ในการขยายพนั ธเ์ ป็นการสืบพนั ธแ์ บบใด
ก. แยกเพศ
ข. อาศยั เพศ
ค. ผสมเทียม
ง. ไมอ่ าศยั เพศ

10. การใชก้ ่ิงของพนั ธุด์ ีมาทาบก่ิงของตอตน้ พนั ธุพ์ ้นื เมืองเป็นการขยายดว้ ยวิธีใด
ก. ตอนกิ่ง
ข. ทาบกิ่ง
ค. ปักชา
ง. ติดตา

9

กระดำษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน

ชื่อ...................................................................... ช้นั ............ เลขท่ี.............

ข้อ ก ข ค ง
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

รวม

10

กำรขยำยพนั ธ์ุพืชแบบไม่อำศัยเพศ

การขยายพนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศ หมายถึง การขยายพนั ธุพ์ ืชดว้ ยการใชส้ ่วนตา่ งๆ
ของพชื ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ ใบ โดยส่วนต่างๆ ของพืชเหลา่ น้ีสามารถเกิดราก และ
เจริญเติบโตเป็นตน้ พืชได้ การขยายพนั ธ์แบบไมอ่ าศยั เพศ เช่น การปักชาก่ิง การตอนก่ิง
การติดตา การทาบก่ิง เป็นตน้

กำรปักชำกง่ิ (Stem Cutting)
1. เลือกใชก้ ่ิงชนิดก่ึงแก่ก่ึงอ่อนลกั ษณะสีเขียวปนน้าตาล ความยาวประมาณ

25-30 เซนติเมตร ตดั ส่วนโคนก่ิงใตข้ อ้ ห่าง 1 เซนติเมตร เป็นรูปปากฉลามเอียงทามมุ
45 องศา

2. แลว้ นามาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดราก ผ่งึ ใหแ้ หง้ เลก็ นอ้ ย นาก่ิงไปปักใน
ถุงข้ีเถา้ แกลบใหก้ ิ่งเอียงทามุม 30 องศา จากแนวต้งั ฉาก

3. ประมาณ 20-30 วนั ก่ิงปักชามีการเกิดราก จากน้นั นาไปยา้ ยเล้ียงในดินผสม
บรรจุในถุงดาประมาณ 1-2 เดือน จนก่ิงปักชามีการแตกใบใหมอ่ อกมา แลว้ จึงนาลงปลูก
ในแปลง

11

1 2 3

การปักชากิ่ง การเกิดรากของกิ่งปักชา

กำรตอนกงิ่ (Layering)

เป็นการทาใหก้ ิ่งพืชเกิดใหมใ่ นขณะที่ยงั อยบู่ นตน้ แม่ ขอ้ ดีคือมีอาหารจากตน้ แม่
มาเล้ียงในช่วงท่ีรอใหเ้ กิดราก นิยมทาในฤดูฝน โดยเลือกตอนกิ่งท่ีแขง็ พอสมควร มกั
นิยมใชก้ ่ิงท่ีต้งั ตรง เพราะออกรากง่ายกวา่ ก่ิงท่ีอยใู่ นแนวนอน ขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง
ต้งั แต่ 0.5 ซม. ข้ึนไป มีวิธีการดงั น้ี

1. การเลือกก่ิง เลือกก่ิงตอนท่ีมีความสมบูรณ์ ไมอ่ ่อนหรือแก่เกินไป
ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางกิ่งต้งั แต่ 0.5 เซนติเมตรข้ึนไป มกั ใชก้ ่ิงต้งั ตรงมากกวา่ กิ่งที่อยใู่ น
แนวนอน เช่น ก่ิงกระโดง เพราะมีการเกิดรากดีกวา่

12

2. การควน่ั ก่ิง เพ่ือใหเ้ กิดการสะสมอาหารบริเวณตอนบนของรอยควนั่ ความยาว
แผลท่ีควน่ั กิ่งประมาณ 1 นิ้ว จากน้นั ใชม้ ีดขดู เน้ือเย่อื ดา้ นนอกออก

3. การใชส้ ารเร่งราก นาเซราดิกซ์ (IBA ความเขม้ ขน้ 3,000 ppm) ละลายดว้ ยน้า
ใชพ้ ู่กนั ทาบริเวณรอยแผลดา้ นบน ทิ้งใหแ้ หง้ พอหมาดๆ

4. การหุม้ ก่ิงตอน ใชข้ ยุ มะพร้าวเป็นตุม้ ตอน โดยนามาแช่น้าแลว้ บีบพอหมาดๆ
บรรจุใส่ถุงพลาสติกขนาดประมาณ 2 x 4 นิ้ว แลว้ นาไปหุม้ กิ่งตอน

5. การดูแลรักษากิ่งตอนขณะออกราก ตอ้ งรักษาความช้ืนใหเ้ หมาะสม ถา้ เป็น
ช่วงหนา้ แลง้ ตอ้ งมีการใหน้ ้าตมุ้ ตอนเพิม่ ข้ึน หลงั จากตอนประมาณ 1-2 เดือน ตดั กิ่งตอน
ลงถงุ และเล้ียงไวใ้ นโรงเรือนเพาะชาประมาณ 1-2 เดือน แลว้ จึงนาปลกู ในแปลงได้

กิ่งท่ีเหมาะสมสาหรับการตอน การควน่ั กิ่งตอน การใชส้ ารเร่งราก

กำรต่อกง่ิ แบบเสียบยอด ( Cleft Grafting)
การต่อก่ิง คือ การนาก่ิงพนั ธุ์ดีมาตอ่ บนตน้ ตอ มกั ใชส้ าหรับการเปล่ียนพนั ธุ์พืช

มากกวา่

13
การขยายพนั ธุ์ นิยมใชแ้ พร่หลายและไดผ้ ลดีกบั ท้งั ไมผ้ ลและไมป้ ระดบั เช่น
มะม่วง ขนุน เฟื่ องฟ้า ชบา โกศล เป็นตน้ ปัจจยั สาคญั ที่สุดในการต่อกิ่งคือ ตน้ ตอและ
ตน้ พนั ธุ์ดีเม่ือตอ่ แลว้ เน้ือเยอื่ เจริญของตน้ ตอและก่ิงพนั ธุ์ดีตอ้ งเช่ือมต่อกนั ได้ สามารถ
เจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้

1. การเตรียมตน้ ตอ เลือกตน้ ตอขนาดใกลเ้ คียงกบั ก่ิงพนั ธุ์ดี ตดั ตน้ ตอบริเวณท่ีไม่
มีขอ้ หรือตาใหเ้ ป็นมมุ ฉาก ผา่ ตน้ ตอตามยาวใหล้ ึกประมาณ 1-2 นิ้ว แลว้ แตข่ นาดของก่ิง

2. การเตรียมก่ิงพนั ธุด์ ี เลือกก่ิงพนั ธุด์ ีใหม้ ีขนาดใกลเ้ คียงกบั ตน้ ตอ เฉือนโคนกิ่ง
พนั ธุ์ดีใหเ้ ฉียงลงท้งั สองขา้ งเป็นรูปล่ิมยาวประมาณ 1-1/2 นิ้ว

14

3. การเสียบก่ิงพนั ธุ์ดีบนตน้ ตอ เผยรอยผา่ บนตน้ ตอโดยใชใ้ บมีดสอดเขา้ ไป
บิดมีดใหร้ อยผา่ เผยออก สอดโคนก่ิงพนั ธุ์ดีใหแ้ นวเน้ือเยอ่ื เจริญของตน้ ตอและก่ิงพนั ธุด์ ี
ทบั กนั พนั ดว้ ยเทปพลาสติกใหแ้ น่น
กำรทำบกง่ิ (Approach Grafting)

การทาบก่ิง คือ การนาพืชสองตน้ มาทาการต่อเชื่อมใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั โดยมี
เซลลเ์ น้ือเยอื่ เป็นตวั เชื่อมติดกนั การทาบก่ิงประกอบส่วนที่เป็นตน้ ตอ (Stock) ทาหนา้ ที่
เป็นระบบรากของตน้ พชื ใหม่ และส่วนของก่ิงพนั ธุด์ ี (Scion) อยเู่ หนือรอยต่อ ทาหนา้ ที่
เป็นส่วนยอดหรือก่ิงกา้ นลาตน้ ของพืชตน้ ใหม่

1. เลือกตน้ ตอขนาดใกลเ้ คียงกบั กิ่งพนั ธุด์ ี เฉือนกิ่งตน้ ตอใหเ้ ป็นปากฉลามยาว
ประมาณ 2 นิ้ว แลว้ เฉือนปลายเป็นรูปล่ิม

15

2. เลือกกิ่งพนั ธุด์ ีใหข้ นาดใกลเ้ คียงกบั ตน้ ตอ เฉือนกิ่งพนั ธุ์ดีใหเ้ ขา้ ในเน้ือไมเ้ ฉียง
ข้ึนไปยาวประมาณ 2 นิ้ว ตดั ส่วนปลายของเปลือกไมท้ ่ีเฉือนไวเ้ หลือประมาณ ½ นิ้ว

3. นาตน้ ตอประกบเขา้ กบั ก่ิงพนั ธุ์ดี จดั ใหแ้ นวเน้ือเยอื่ เจริญสมั ผสั กนั มากที่สุด
แลว้ พนั ดว้ ยเทปพลาสติกใหแ้ น่น

16

กจิ กรรมกำรเรียนรู้ท่ี 1

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนสารวจในชุมชนของนกั เรียน มีการขยายพนั ธุพ์ ชื ดว้ ยวธิ ีการใดบา้ ง

และสอบถามข้นั ตอนการทา พร้อมสภาพปัญหาที่พบในการขยายพนั ธุพ์ ชื แบบน้นั ๆ
( 10 คะแนน)

ตำรำงบันทึกผล
ชื่อ – สกลุ ผสู้ ารวจ ............................................................................................................
ท่ี วิธีการขยายพนั ธุ์ พืชที่ทาการขยายพนั ธุ์ ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ ปัญหาที่พบ

17

กจิ กรรมกำรเรียนรู้ที่ 2

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนบอกข้นั ตอนในการตอนกิ่งใหถ้ ูกตอ้ ง (10 คะแนน)

ข้นั ท่ี 1.
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ข้นั ที่ 2.
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ข้นั ที่ 3.
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ข้นั ที่ 4.
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ข้นั ท่ี 5.
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................

18

แบบทดสอบหลงั เรียน

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียวและทาเคร่ืองหมาย (×)

ลงในกระดาษคาตอบ (10 คะแนน)

1. ในการปักชากิ่ง ตอ้ งตดั ส่วนโคนกิ่งใตข้ อ้ อยา่ งไร
ก. ตดั ใหแ้ หลมที่สุด
ข. ตดั เอียงทามุม 90 องศา
ค. ตดั เป็นรูปปากฉลามเอียงทามมุ 30 องศา
ง. ตดั เป็นรูปปากฉลามเอียงทามมุ 45 องศา

2. การขยายพนั ธุแ์ บบไม่อาศยั เพศ หมายถึงขอ้ ใด
ก. การขยายพนั ธุ์พชื ดว้ ยการใชส้ ่วนตา่ งๆ ของพืช เช่น ราก ลาตน้ ใบ
ข. การขยายพนั ธุ์พืชโดยการอาศยั เกสรของพชื
ค. การผสมเทียมพืช
ง. ถกู ทกุ ขอ้

3. การตอนก่ิง นิยมทาในฤดูใด
ก. ฤดูฝน
ข. ฤดูร้อน
ค. ฤดูหนาว
ง. ฤดูใบไมผ้ ลิ

19

4. ขอ้ ดีของการตอนก่ิงคือขอ้ ใด
ก. มีอาหารจากตน้ แม่มาเล้ียงในช่วงท่ีรอใหเ้ กิดราก
ข. ทาใหไ้ ดต้ น้ ท่ีตอนกิ่งใหญก่ วา่ ตน้ แม่
ค. ทาใหไ้ ดต้ น้ ใหม่รวดเร็วยง่ิ ข้ึน
ง. ทาไดท้ ุกฤดูกาล

5. การตอ่ กิ่งคือขอ้ ใด
ก. การตดั กิ่งที่ไมด่ ีออกจากตน้ ตอ
ข. การนากิ่งพนั ธุด์ ีมาต่อบนตน้ ตอ
ค. การทาใหก้ ่ิงพืชเกิดใหม่ในขณะที่ยงั อยบู่ นตน้ แม่
ง. การนาพืชสองตน้ มาทาการตอ่ เช่ือมใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั

6. ในการตอนก่ิงควรเลือกก่ิงแบบใด
ก. เลือกกิ่งท่ีใกลจ้ ะตาย
ข. เลือกกิ่งที่สีอ่อนที่สุด
ค. ไมอ่ ่อนหรือแก่เกินไป
ง. เลือกก่ิงที่โตท่ีสุดในตน้ แม่

7. นอ้ งเครปตอ้ งการขยายพนั ธุพ์ ชื โดยใชต้ น้ ไมท้ ี่เป็นตน้ ตอเดียวแตม่ ีหลายก่ิง และออก
ดอกหลายสีเหมือนตน้ เฟ่ื องฟ้า นอ้ งเครปควรขยายพนั ธุพ์ ืชดว้ ยวิธีใด

ก. เพาะเมลด็
ข. การตอน
ค. การติดตา
ง. การปักชา

20

8. การทาบก่ิงคือขอ้ ใด
ก. การตดั กิ่งที่ไมด่ ีออกจากตน้ ตอ
ข. การนากิ่งพนั ธุ์ดีมาตอ่ บนตน้ ตอ
ค. การทาใหก้ ่ิงพชื เกิดใหม่ในขณะท่ียงั อยบู่ นตน้ แม่
ง. การนาพืชสองตน้ มาทาการต่อเชื่อมใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั

9. การใชก้ ิ่งของพนั ธุด์ ีมาทาบกิ่งของตอตน้ พนั ธุพ์ ้นื เมืองเป็นการขยายดว้ ยวิธีใด
ก. ตอนก่ิง
ข. ทาบกิ่ง
ค. ปักชา
ง. ติดตา

10. การใชส้ ่วนต่าง ๆ ของพชื ในการขยายพนั ธ์เป็นการสืบพนั ธแ์ บบใด
ก. แยกเพศ
ข. อาศยั เพศ
ค. ผสมเทียม
ง. ไม่อาศยั เพศ

21

กระดำษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน

ช่ือ...................................................................... ช้นั ............ เลขท่ี.............

ข้อ ก ข ค ง
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

รวม

22

ภำคผนวก

23

เฉลยกจิ กรรมกำรเรียนรู้ท่ี 1

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนสารวจในชุมชนของนกั เรียน มีการขยายพนั ธุ์พืชดว้ ยวิธีการใดบา้ ง
และสอบถามข้นั ตอนการทา พร้อมสภาพปัญหาที่พบในการขยายพนั ธุพ์ ชื แบบน้นั ๆ
(10 คะแนน)

ตำรำงบันทกึ ผล
ช่ือ – สกุล ผสู้ ารวจ ............................................................................................................
ที่ วิธีการขยายพนั ธุ์ พชื ที่ทาการขยายพนั ธุ์ ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ ปัญหาท่ีพบ

แล้วแต่ดุลพนิ ิจครูผ้สู อน

24

เฉลยกจิ กรรมกำรเรียนรู้ที่ 2

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนบอกข้นั ตอนในการตอนก่ิงใหถ้ กู ตอ้ ง (10 คะแนน)

ข้นั ที่ 1.
เลือกกิ่งตอนที่มีความสมบรู ณ์ ไมอ่ อ่ นหรือแก่เกินไป ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางก่ิง

ต้งั แต่ 0.5 เซนติเมตรข้ึนไป มกั ใชก้ ่ิงต้งั ตรงมากกวา่ กิ่งที่อยใู่ นแนวนอน เช่น ก่ิงกระโดง
เพราะมีการเกิดรากดีกวา่
ข้นั ที่ 2.

ควนั่ กิ่ง เพื่อใหเ้ กิดการสะสมอาหารบริเวณตอนบนของรอยควนั่ ความยาวแผลท่ี
ควน่ั ก่ิงประมาณ 1 นิ้ว จากน้นั ใชม้ ีดขดู เน้ือเยอ่ื ดา้ นนอกออก
ข้นั ที่ 3.

ใชส้ ารเร่งราก นาเซราดิกซ์ (IBA ความเขม้ ขน้ 3,000 ppm) ละลายดว้ ยน้า ใช้
พู่กนั ทาบริเวณรอยแผลดา้ นบน ทิง้ ใหแ้ หง้ พอหมาดๆ
ข้นั ที่ 4.

หุม้ ก่ิงตอนโดยใชข้ ยุ มะพร้าวเป็นตมุ้ ตอน โดยนามาแช่น้าแลว้ บีบพอหมาดๆ
บรรจุใส่ถุงพลาสติกขนาดประมาณ 2 x 4 นิ้ว แลว้ นาไปหุม้ กิ่งตอน
ข้นั ท่ี 5.

ดูแลรักษากิ่งตอนขณะออกราก ตอ้ งรักษาความช้ืนใหเ้ หมาะสม ถา้ เป็นช่วง
หนา้ แลง้ ตอ้ งมีการใหน้ ้าตุม้ ตอนเพ่ิมข้ึน หลงั จากตอนประมาณ 1-2 เดือน ตดั ก่ิงตอนลง
ถงุ และเล้ียงไวใ้ นโรงเรือนเพาะชาประมาณ 1-2 เดือน แลว้ จึงนาปลกู ในแปลงได้

25

เฉลยแบบทดสอบ

ก่อนเรียน ง หลงั เรียน ง
ขอ้ ก ข ค ขอ้ ก ข ค
× 1 ×

× 2× ×
2 × 3× ×

3× 5×
4× 6×
5× 7×

8
7


10
9
รวม
10 ×

รวม

26

บรรณำนุกรม

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2545). เอกสำรประกอบหลกั สูตรกำรศึกษำ
ข้นั พืน้ ฐำน พ.ศ. 2544 คู่มือกำรจัดกำรเรียนรู้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
วิทยำศำสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ องคก์ ารรับส่งสินคา้ และพสั ดุภณั ฑ์
(ร.ส.พ.) .

บรู ชยั ศิริมหาสาคร และคณะ. (มปป.). คู่มือครูแผนกำรจดั กำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ป. 5 .
กรุงเทพฯ : บริษทั อกั ษรเจริญทศั น์ อจท.จากดั .

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2547 ).
คู่มือครูสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำนวิทยำศำสตร์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 5. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี กระทรวงศึกษาธิการ.
( 2547 ). คู่มือหนงั สือสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำนชุดวิทยำศำสตร์ชีวภำพ เรื่อง พืช
สัตว์ กำรดำรงชีวิตของมนุษย์ ส่ิงมชี ีวติ กบั ส่ิงแวดล้อมช่วงช้ันที่ 2
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 4-6 . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว.

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี กระทรวงศึกษาธิการ.
( 2548 ). หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พืน้ ฐำนวทิ ยำศำสตร์ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้
วิทยำศำสตร์ ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 5 . กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี กระทรวงศึกษาธิการ.
( 2549 ). แบบบันทึกกจิ กรรม สำระกำรเรียนรู้พืน้ ฐำน . กรุงเทพมหานคร
โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.


Click to View FlipBook Version