1
รายงาน
วชิ า วทิ ยาการคานวณ
รหสั ว30118
จัดทาโดย
1. นภสั สร ยะกบ๊ เลขที่29 5/12
2. รินรชา เพง่ สุข เลขที่34 5/12
3. พชั ราภรณ์ คามี เลขท่ี40 5/12
4. ทกั ษอร เอ้ือการณ์ เลขท่ี43 5/12
เสนอ
คุณครู จิรายุ ทองดี
รายงานเลม่ น้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ าวิทยาการคาณวน
รหสั ว30118 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอดุ มศึกษานอ้ มเกลา้
ภาคเรียนที่1 ปี การศึกษา 2564
สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
2
คานา
รายงานเร่อื งนีเ้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวชิ าวิทยาการคาณวน รหสั
ว30118 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี5 โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พ่อื การศกึ ษาเก่ียวกบั การ
เขียนโปรแกรม ขา้ พเจา้ ไดว้ างแผนการดาเนนิ งานการศกึ ษาและคน้ ควา้
จากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ งๆ อาทิ หนงั สอื อินเทอรเ์ นต็
ในการทารายงานในครงั้ นี้ ผจุ้ ดั ทาขอขอบคณุ คณุ ครู จริ ายุ
ทองดี ผใู้ หค้ วามรูแ้ ละแนวทางในการศกึ ษาและเพ่อื นๆท่ีใหค้ วาม
ชว่ ยเหลือมาตลอด คณะผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งย่ิงวา่ รายงานฉบบั นีจ้ ะ
อานวยประโยชน์ ต่อผทู้ ่ีสนใจและศกึ ษาเนือ้ หาเพ่มิ เติม เพ่อื พฒั นา
ศกั ยภาพ และบรรลเุ ป้าหมาย หากมสี ง่ิ ใดในรายงานเร่อื งนีผ้ ดิ พลาด ตอ้ ง
ขออภยั มา ณ ท่ีนีด้ ว้ ย
รนิ รชา เพ่งสขุ
ผจู้ ดั ทา
สารบญั 3
เร่อื ง หนา้
คานา 2
สารบญั 3
วิทยาการคอมพวิ เตอร์ 4
พนื้ ฐานของภาษาซี 12
กระบวนการเทคโนโลยี 17
เทคโนโลยีประยกุ ต์ 24
บรรณานกุ รม 30
ภาคผนวก 31
4
วิทยาการคอมพิวเตอร์
วิทยาการคอมพวิ เตอร์ (Computer Science) เป็นศาสตรท์ ่เี ก่ียวขอ้ งกบั การศกึ ษาคน้ ควา้ ทฤษฎี
การคานวณทางคอมพวิ เตอร์ และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ ทงั้ ดา้ นซอฟตแ์ วร์ วทิ ยากาคอมพิวเตอร์
สื่อดจิ ทิ ลั และเทคโนโลยี สารสนเทศกบั การด าเนินชวี ติ ฮารด์ แวรแ์ ละเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ โดยวทิ ยาการ
คอมพิวเตอรจ์ ะประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ท่เี กี่ยวขอ้ ง กบั คอมพวิ เตอรต์ งั้ แต่
1.ระดบั นามธรรมหรือความคิดเชงิ ทฤษฎีเช่น การวเิ คราะหแ์ ละการสงั เคราะห์ ขนั้ ตอนวิธี
2.ระดบั รูปธรรม เชน่ ทฤษฎีภาษาโปรแกรม ทฤษฎกี ารพฒั นาซอฟตแ์ วร์
ทง้ั นเี้ พ่อื ตอบสนองต่อความตอ้ งการของการใชเ้ ทคโนโลยขี องคนในสงั คมทต่ี อ้ งการอะไรท่เี รว็ ขนึ้ สะดวกขึน้
และมีประสทิ ธิภาพมากขึน้
Internet of Things (IoT) คอื "อนิ เตอรเ์ นต็ ในทกุ ส่งิ " หมายถงึ การท่อี ปุ กรณต์ า่ งๆ ส่งิ ต่างๆ ไดถ้ กู
เช่ือมโยงทกุ สง่ิ ทกุ อย่างส่โู ลกอนิ เตอรเ์ น็ต ท าใหม้ นษุ ยส์ ามารถส่งั การควบคมุ การใชง้ านอปุ กรณต์ า่ งๆ ผ่านทาง
เครอื ข่ายอนิ เตอรเ์ น็ต เช่น การเปิด-ปิด อปุ กรณเ์ ครื่องใชไ้ ฟฟา้ (การส่งั การเปิดไฟฟา้ ภายในบา้ นดว้ ยการ
เช่ือมตอ่ อปุ กรณค์ วบคมุ เชน่ มอื ถือ ผ่านทางอินเตอรเ์ นต็ ) รถยนต์ โทรศพั ทม์ ือถือ เครือ่ งมอื สอื่ สาร เครื่องมือ
ทางการเกษตร อาคาร บา้ นเรอื น เครื่องใชใ้ นชวี ติ ประจ าวนั ตา่ งๆ ผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เตอรเ์ น็ต
ปัจจบุ นั มีการแบง่ กลมุ่ Internet of Things ออกตามตลาดการใชง้ านเป็น 2 กล่มุ ไดแ้ ก่
1. Industrial IoT
คือ แบ่งจาก local network ท่มี หี ลายเทคโนโลยที ่แี ตกตา่ งกนั ในโครงขา่ ย Sensor nodes โดยตวั อปุ กรณ์
IoT Device ในกลมุ่ นจี้ ะเช่อื มตอ่ แบบ IP network เพ่อื เขา้ สอู่ ินเตอรเ์ นต็
2. Commercial IoT
คอื แบ่งจาก local communication ท่เี ป็น Bluetooth หรอื Ethernet (wired or wireless) โดยตวั
อปุ กรณ์ IoT Device ในกล่มุ นจี้ ะส่อื สารภายในกล่มุ Sensor nodes เดียวกนั เทา่ นนั้ หรอื เป็นแบบ local
devices เพียงอย่างเดยี วอาจไม่ไดเ้ ช่ือมสอู่ ินเตอรเ์ นต็
5
การประยกุ ตใ์ ช้ Internet of Things
Smart Industry
การนาเทคโนโลยี Internet of Things มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่อื ชว่ ยเพมิ่ ประสิทธิภาพในการผลติ
แกป้ ัญหา และลดความผดิ พลาดในการผลิต ชว่ ยแกป้ ัญหาเร่อื งการขาดแคลนตนงาน ชว่ ยเพม่ิ ผลผลิต ลด
ตน้ ทนุ การผลิต เพิม่ คณุ ภาพของสินคา้ และลดความเสย่ี งจากการใชง้ านของอปุ กรณเ์ คร่ืองจกั รท่มี อี นั ตรายสงู
เชน่ การเปิด-ปิดเครือ่ งจกั ร การจดั การคลงั สนิ คา้ ซง่ึ สามารถท าใหท้ ราบปรมิ าณสนิ คา้ ในคลงั
การน าเทคโนโลยี Internet of Things มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่อื ช่วยเพมิ่ ประสิทธิภาพในการผลิต
แกป้ ัญหา และลดความผิดพลาดในการผลิต ชว่ ยแกป้ ัญหาเรอ่ื งการขาดแคลนตนงาน ชว่ ยเพมิ่ ผลผลิต ลด
ตน้ ทนุ การผลติ เพิ่มคณุ ภาพของสนิ คา้ และลดความเสีย่ งจากการใชง้ านของอปุ กรณเ์ คร่อื งจกั รท่มี ีอนั ตรายสงู
เช่น การเปิด-ปิดเครื่องจกั ร การจดั การคลงั สินคา้ ซ่งึ สามารถท าใหท้ ราบปรมิ าณสนิ คา้ ในคลงั
6
Smart City
การน าเทคโนโลยี Internet of Things มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่อื ช่วยปรบั ใชก้ บั โครงสรา้ งพืน้ ฐานและระบบ
ต่างๆของเมอื งท่ีเนน้ การอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดลอ้ มและการพฒั นาอย่างย่งั ยืนครบวงจรยกตวั อย่างเช่นระบบโดยสาร
ใชร้ ะบบพลงั งานไฟฟ้าทงั้ หมดโดยมีรถยนตจ์ กั รยานท่สี ามารถใชร้ ว่ มกนั ไดก้ รณีฉุกเฉินกม็ ีรถยนตไ์ ฮบริดไว้
ส ารองไมจ่ าเป็นตอ้ งมรี ถสว่ นตวั ระบบการบรหิ ารพลงั งานรูปแบบระบบนเิ วศ (Ecosystem) ครบวงจรประเทศ
ไทยไดเ้ ร่มิ จดั ท าโครงการนารอ่ ง Smart City เมืองน่าอยู่ ๒ แห่งประกอบดว้ ยเขตเทศบาลเมืองป่ าตองและเขต
เทศบาลนครภเู ก็ตโดยน าอินเทอรเ์ น็ตเพ่อื ทกุ สรรพส่ิงมาประยกุ ตใ์ ชก้ บั เมอื งใหน้ า่ อย่แู ละปลอดภยั มากยง่ิ ขึน้
Smart Life
การนาเทคโนโลยี Internet of Things มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจ าวนั เพ่อื ตอบสนองรูปแบบการใช้
ชีวติ ในยุคปัจจุบนั สามารถจดั การกบั อปุ กรณเ์ ครื่องมือต่างๆใหท้ างานผ่านระบบเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตซ่งึ
อปุ กรณเ์ ครื่องมอื ต่างๆจะมชี ปิ ประมวลผลฝังตวั อยซู่ ่งึ สามารถแลกเปลี่ยนขอ้ มลู กนั ผ่านระบบอินเทอรเ์ น็ตท า
ใหส้ ามารถควบคมุ อปุ กรณเ์ หลา่ นนั้ ไดเ้ ช่นเย็นอจั ฉรยิ ะสามารถตรวจสอบจานวนสิ่งของท่ีอย่ใู นตเู้ ย็นวนั
หมดอายขุ องอาหารท่แี ชใ่ นตเู้ ย็นและท าการแจง้ เตือนผา่ นแอปพลเิ คชนั บน Smart Phone
7
ปัญญาประดิษฐ(์ Artificial Intelligence:AI)
ปัญญาประดษิ ฐ์ (Artificial Intelligence) หรอื เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทยี มท่ีสรา้ งขนึ้
ใหก้ บั สิง่ ท่ีไมม่ ีชีวติ ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึง่ ในดา้ นวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลกั แต่ยงั
รวมถึงศาตรใ์ นดา้ นอ่นื ๆอยา่ งจติ วทิ ยา ปรชั ญา หรือชวี วิทยา ซง่ึ สาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรูเ้ กี่ยวกบั
กระบวนการการคิด การกระท า การใหเ้ หตผุ ล การปรบั ตวั หรอื การอนมุ าน และการท างานของสมอง แมว้ า่
ดงั เดมิ นนั้ เป็นสาขาหลกั ในวิทยาการคอมพวิ เตอร์ แตแ่ นวคดิ หลายๆ อยา่ งในศาสตรน์ ไี้ ดม้ าจากการปรบั ปรุง
เพ่ิมเตมิ จากศาสตรอ์ ่นื ๆ เชน่
การเรยี นรูข้ องเครือ่ ง นนั้ มีเทคนิคการเรียนรูท้ ่เี รยี กว่า การเรียนรูต้ น้ ไมต้ ดั สินใจ ซ่งึ ประยกุ ตเ์ อา
เทคนิคการอปุ นยั ของ จอหน์ สจวรต์ มิลล์ นกั ปรชั ญาช่ือดงั ขององั กฤษ มาใช้ เครือข่ายประสาทเทียมก็น าเอา
แนวคิดของการท างานของสมองของมนษุ ย์ มาใชใ้ นการแกป้ ัญหาการแบ่งประเภทของขอ้ มลู และแกป้ ัญหา
อ่นื ๆ ทางสถติ ิ เชน่ การวิเคราะหค์ วามถดถอยหรอื การปรบั เสน้ โคง้ อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากปัจจุบนั วงการ
ปัญญาประดษิ ฐ์ มีการพฒั นาสว่ นใหญ่โดยนกั วิทยาศาสตรค์ อมพวิ เตอร์ อีกทงั้ วิชาปัญญาประดิษฐ์ ก็ตอ้ ง
เรียน
ท่ภี าควิชาคอมพิวเตอรข์ องคณะวิทยาศาสตรห์ รอื คณะวิศวกรรมศาสตร์ เราจึงถือเอาง่าย ๆ วา่ ศาสตรน์ เี้ ป็น
สาขาของวิทยาการคอมพิวเตอรน์ ่นั เอง
8
การประมวลผลแบบกลมุ่ เมฆ (cloud computing)
การประมวลผลแบบกลมุ่ เมฆ (cloud computing) เป็นลกั ษณะการท างานท่ผี ใู้ หบ้ รกิ ารแบ่งปัน
ทรพั ยากรใหก้ บั ผใู้ ชง้ านคอมพวิ เตอรผ์ ่านอินเทอรเ์ น็ตในรูปของบรกิ ารแบบใดแบบหน่ึง อาทิ การใหบ้ รกิ าร
ซอฟตแ์ วร์ หรือ Software as a Service (SaaS) เช่น Google app ซ่งึ ใหบ้ ริการซอฟตแ์ วรผ์ ่านอินเทอรเ์ นต็
ผใู้ ชไ้ ม่ตอ้ งติดตงั้ ซอฟตแ์ วรบ์ นเครอื่ งของตนเอง แตใ่ ชบ้ ริการซอฟตแ์ วรต์ า่ ง ๆ ผ่านทางโปรแกรมเว็บเบราเซอร์
หรอื บรกิ ารระบบจดั เก็บขอ้ มลู หรอื data Storage as a Service (dSaaS) ซ่งึ ใหบ้ รกิ ารพนื้ ท่ใี นการจดั เก็บ
ขอ้ มลู บางครงั้ เรียกวา่ เว็บสาหรบั ฝากไฟล์ ขอ้ ดีคือ ไม่จาเป็นตอ้ งกลวั ขอ้ มลู สญู หาย สามารถก าหนดใหเ้ ป็น
แบบสว่ นตวั หรอื สาธารณะได้ เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดท้ ุกท่ที กุ เวลาดว้ ยอปุ กรณท์ ่สี ามารถใชง้ านได้ เป็นบรกิ ารฟรไี ม่เสีย
ค่าบริการ มีพนื้ ท่เี ก็บขอ้ มลู โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งซอื้ อปุ กรณจ์ ดั เก็บไฟลข์ อ้ มลู จาพวกแฟลชไดรฟ์ เมมโมรกี่ ารด์
หรอื อ่นื ๆ และปลอดภยั จากไวรสั โดยจะขอยกตวั อย่างบรกิ ารท่เี ป็นระบบคลาวด์ แบ่งได3้ ประเภทดงั นี้
1. การใหบ้ รกิ ารซอฟตแ์ วร์ หรือ Software as a Service (SaaS) จะใหบ้ รกิ ารการประมวลผลแอปพลเิ ค
ชนั ท่ีแมข่ ่ายของผใู้ หบ้ ริการ และเปิดใหก้ ารบรกิ ารทางดา้ นซอฟตแ์ วรต์ า่ งๆ
2. การใหบ้ รกิ ารแพลตฟอรม์ หรอื Platform as a Service (PaaS) เป็นการประมวลผล ซ่งึ มี
ระบบปฏิบตั กิ าร และการสนบั สนนุ เว็บแอปพลิเคชนั เขา้ มารว่ มดว้ ย
3.การใหบ้ รกิ ารโครงสรา้ งพนื้ ฐาน หรือ Infrastructure as a Service (IaaS) เป็นการใหบ้ รกิ ารเฉพาะ
โครงสรา้ งพนื้ ฐาน มปี ระโยชนใ์ นการประมวลผล ทรพั ยากรจานวนมาก
9
ส่ือดจิ ิทลั
ส่อื ท่มี ีการเอาขอ้ ความ กราฟิก ภาพเคลอื่ นไหว เสียง มาจดั รูปแบบ โดยอาศยั เทคโนโลยีความ
เจรญิ กา้ วหนา้ ทางดา้ นคอมพวิ เตอร์ สื่อสารทางออนไลน์ หรอื ตวั กลางท่ีถกู สรา้ งขึน้ โดยอาศยั ความกา้ วหนา้
ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรท์ ่ีเอาขอ้ ความ กราฟิกภาพเคล่ือนไหว เสยี ง และ วิดีโอ มาจดั การตาม
กระบวนการ และวธิ ีการผลิตโดยน ามาเช่ือมโยงกนั เพ่ือใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการใชง้ าน และตรงกบั
วตั ถุประสงค์ หรอื สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ สซ์ ง่ึ ท างานโดยใชร้ หสั ดจิ ิตอล แยกแยะระหว่าง "0" กบั "1" ในการแสดง
ขอ้ ดีของดิจทิ ลั
1. ความคงทน คณุ ภาพของสิ่งท่อี ยใู่ น “ Digital Media ” การเสอื่ มสภาพจะใชเ้ วลานานกว่า เพราะ
รูปแบบของขอ้ มลู ท่ีจดั เกบ็ แบบ . สองระดบั ” (0 กบั 1) โอกาสท่จี ะผิดเพยี้ นจะเกิดขนึ้ ไดย้ ากกวา่ ขอ้ มลู
แบบตอ่ เน่ือง เชน่ การบนั ทกึ ภาพลงในวีดทิ ศั นแ์ บบอนาลอก กบั การบนั ทกึ ภาพลงวดี ิทศั น์ ในระบบดจิ ิตอล
เม่อื เสน้ เทปยืด การอ่านขอ้ มลู กลบั มาในแบบดิจิตอลนนั้ จะท าไดง้ า่ ยกว่า และสามารถท าใหไ้ ดข้ อ้ มลู กลบั มา
ไดเ้ หมือนเดิมไดง้ า่ ยกว่า แต่จะใหค้ ณุ ภาพของภาพ ท่ลี ดลงโดยทนั ที
2. รูปแบบของการใชง้ านไดห้ ลากหลายวิธี ขอ้ มลู ท่จี ดั เก็บในแบบดิจิตอล ถือไดว้ า่ เป็นขอ้ มลู
กลาง ท่สี ามารถแปลงไปสรู่ ูปแบบอ่นื ไดง้ ่ายเช่น ถ่ายรูปดว้ ยกลอ้ งดิจิตอล เม่อื ไดเ้ ป็น ขอ้ มลู ภาพออกมาแลว้
จากนนั้ สามารพมิ พภ์ าพลงบนกระดาษหรอื การแสดงภาพบนจอคอมพวิ เตอร์ หรือแสดงภาพบนจอทีวี กไ็ ด้
เชน่ กนั
3. การไปผสมผสานกบั สื่อรูปแบบอ่นื เช่น ภาพถ่าย น ามารวมกบั เสียง มีการแสดงแบบ Multi-
Media
4. การปรบั แต่ง (Edit) เป็นการปรบั แตง่ สื่อท่เี ป็นภาพถ่าย วดิ ีโอ เสียงนกรอ้ งมาปรบั แต่งใหด้ ี
ขนึ้ กวา่ เดมิ การสอดแทรก สิ่งเหลา่ นที้ าใหน้ ่าดู น่าฟัง มากกว่าปกติ มีความวจิ ิตรพสิ ดาร
10
ขอ้ เสยี ของดจิ ทิ ลั
เป็นส่ิงท่งี า่ ยต่อการกระท าผิดศิลธรรม การละเมิดในสิทธิของผอู้ ่นื เช่น การนาเอาภาพของบคุ คลหนึง่ มาตดั
ตอ่ กบั ภาพเปลือยกายของอีกคนหน่ึง หรอื การทาซา้ (Copy) กบั งานส่ือ ท่มี ีลขิ สิทธิ์ถกู ตอ้ ง เป็นตน้ ถงึ
อย่างไรก็ตาม จากขอ้ ดี ท่มี ีคณุ สมบตั ิเดน่ มากมายเหลา่ นี้ ท าใหแ้ นวโนม้ ของอปุ กรณส์ อื่ ในอนาคต สามารถ
พฒั นาขนึ้ เป็นสื่อดจิ ิตอล (Digital Media) และมีแนวทางของการพฒั นา ใหม้ คี ณุ ภาพดขี นึ้ ทกุ ขณะ และราคา
ถกู ลง
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ปัจจบุ นั นี้ เทคโนโลยสี ารสนเทศมบี ทบาทอย่างกวา้ งขวางในทกุ วงการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
นบั ตงั้ แตท่ างดา้ นการศกึ ษา พาณิชยกรรม เกษตรกรรม
อตุ สาหกรรม สาธารณสขุ การวิจยั และพฒั นา ตลอดจนดา้ นการเมอื งและราชการ อนั ท่จี รงิ แลว้ จะเห็นว่าไมม่ ี
งานดา้ นใดท่ไี มม่ ผี คู้ ิดประยกุ ตห์ รือน าเทคโนโลยีสารสนเทศเขา้ ไปชว่ ยใหก้ ารท างานนนั้ ๆ มีประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผลย่ิงขนึ้
ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
(Information and Communication Technologies: ICTs) ก็คือ เทคโนโลยีสองดา้ นหลกั ๆ ท่ี
ประกอบดว้ ยเทคโนโลยรี ะบบคอมพิวเตอรแ์ ละ เทคโนโลยสี ื่อสารโทรคมนาคมท่ีผนวกเขา้ ดว้ ยกนั เพ่อื ใชใ้ น
กระบวนการจดั หา จดั เก็บ สรา้ ง และเผยแพรส่ ารสนเทศในรูปต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลือ่ นไหว
ขอ้ ความหรือตวั อกั ษร และตวั เลข เพ่อื เพิม่ ประสิทธิภาพ ความถูกตอ้ ง ความแม่นย า และความรวดเรว็ ใหท้ นั
ต่อการใชป้ ระโยชน์
11
องคป์ ระกอบของสารสนเทศ
ขอ้ มลู (Data) คือ ขอเทจ็ จรงิ ท่ไี ดจ้ ากการรวบรวมขอ้ มลู ซ่งึ มที งั้ ท่ีอย่ใู นรูปแบบตวั อกั ษร, ขอ้ ความ,
ตวั เลข, เสียง รูปภาพ และ ภาพเคลือ่ นไหว
สารสนเทศ (Information) คือ ขอ้ มลู ท่ผี ่านการประมวลผล เพ่อื น าไปใชใ้ นการตดั สินใจ เช่น เกรด
เฉลยี่ ของนกั เรียน,ยอดขาย ประจ าเดือน และ สถิติการขาดงาน
ระบบสารสนเทศ (Information System) คือ ระบบท่สี ามารถจดั การขอ้ มลู ตงั้ แต่การรวบรวมและ
ตรวจสอบขอ้ มลู การประมวลผลขอ้ มลู รวมถงึ การดแู ลรกั ษาขอ้ มลู เพ่อื ใหไ้ ดส้ ารสนเทศท่ถี ูกตอ้ งและทนั ตอ่
ความตอ้ งการของผใู้ ช้ มีประสทิ ธิภาพเทคโนโลยสี ารสนเทศ มปี ระโยชนใ์ นดา้ นต่างๆ
1. ลดเวลาในการทางาน โดยเป็นการเอาเทคโนโลยีคอมพวิ เตอรท์ งั้ ฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วรม์ าใช้
2. ลดตน้ ทนุ เน่ืองจากระบบสารสนเทศนนั้ สามารถจดั การกบั งานท่มี ีความซบั ซอ้ นไดร้ วดเรว็ ซ่งึ จะ
ช่วยลดระยะเวลาในการท างาน และลดตน้ ทนุ ในการด าเนินงาน
3. ชว่ ยใหก้ ารสอ่ื สารเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยใชค้ วามกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศท่ที าใหเ้ กิด
การสือ่ สารท่รี วดเรว็ และ การสื่อสารท่รี วดเรว็ นนั้ ท าใหส้ ามารถสง่ ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ ระหว่างเคร่ือง
คอมพิวเตอรไ์ ด้ ภายในเวลาอนั รวดเรว็ เชน่ กนั
4. สรา้ งความไดเ้ ปรียบในการแขง่ ขนั โดยปัจจบุ นั มีองคก์ ร หรอื บรษิ ทั ต่างๆ จ านวนมากท่นี าเอา
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ไปใชใ้ นการด าเนินงานในสว่ นต่างๆ ในทางธุรกจิ ทงั้ การวิเคราะหต์ น้ ทนุ ก าไร จดุ แขง็
จดุ อ่อน ซ่งึ หากองคก์ รใดรูจ้ กั การน าเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสมก็จะสามารถสรา้ ง ความ
ไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขนั ไดม้ าก
5. ช่วยใหก้ ารท างานรว่ มกนั เป็นไปอย่างราบรืน่ โดยช่วยในการประสานงานกบั ฝ่ายต่างๆ อย่างมี
ประสิทธิภาพ อีกทงั้ ชว่ ยเพม่ิ ความสะดวกในการสื่อสารขอ้ มลู จดั เรยี งขอ้ มลู สบื คน้ ขอ้ มลู
12
พ้นื ฐานของภาษาซี
ภาษา C ไดร้ บั การออกแบบและพฒั นาขนึ้ โดย Dennis Ritchie เม่อื ปีค.ศ. 1972 ณ หอ้ งปฏบิ ตั ิการ
เบลล์ (Bell Laboratory) โดยออกแบบเพ่ือใชง้ านบนระบบปฏิบตั ิการ Unix บนเครื่องเมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
DEC PDP-11ในความเป็นจรงิ ภาษา C ไดส้ ืบสานมาจากภาษา B ท่พี ฒั นาขนึ้ โดย Ken Thompson ซง่ึ ภาษา
B นตี้ งั้ อยบู่ นภาษา BCPL ซ่งึ พฒั นาโดย Martin Richards
ผพู้ ฒั นาภาษาซี
ปี ค.ศ. 1978 Brain Kernighan ไดร้ ว่ มกบั Dennis Ritchie มาพฒั นามาตรฐานของภาษาซี เรยี กวา่
K&R ท าใหม้ ีผสู้ นใจเก่ียวกบั ภาษาซีมากขนึ้ จึงเกิดภาษาซอี กี หลายรูปแบบเพราะยงั ไมม่ ีการก าหนดรูปแบบ
ภาษาซที ่ีเป็นมาตรฐาน และในปี 1988 Ritchie จงึ ไดก้ าหนดมาตรฐานของภาษาซีเรียกว่า ANSI C เพ่อื ใช้
เป็นตวั ก าหนดมาตรฐานในการสรา้ งภาษาซรี ุ่นต่อไปภาษาซี เป็นภาษาซรี ะดบั กลางเหมาะสมสาหรบั การ
เขียน
โปรแกรมแบบโครงสรา้ ง เป็นภาษาท่มี คี วามยืดหย่นุ มากคอื ใชง้ านไดก้ บั เคร่ืองตา่ งๆ ไดแ้ ละปัจจบุ นั ภาษาซี
เป็น
ภาษาพนื้ ฐานของภาษาโปรแกรมรุน่ ใหม่ ๆ เชน่ C++
13
ลกั ษณะเด่นของภาษาซี
1. ความสามารถในการใชง้ านบนสภาพแวดลอ้ มท่ีแตกต่างกนั (Portability)เป็นลกั ษณะเดน่ ท่ถี ือเป็น
จดุ เด่นของภาษา C เลยท่เี ดียว กลา่ วคือ ภาษา C สามารถรนั อยบู่ นคอมพิวเตอรไ์ ดห้ ลายระดบั ตงั้ แต่
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ จนถึงไมโครคอมพิวเตอร์ ดงั นนั้ ซอรส์ โคด้ ภาษาC ท่เี ขียนในคอมพวิ เตอรร์ ะดบั หนึง่
สามารถน าไปใชง้ านบนคอมพวิ เตอรอ์ กี ระดบั หนึ่งโดยไมต่ อ้ งเปลยี่ นชดุ ค าส่งั เลย และยงั สามารถน าไปใช้
งาน
บนระบบปฏบิ ตั กิ ารท่แี ตกต่างกนั ไดอ้ กี ดว้ ย
2. มีประสทิ ธิภาพสงู (Efficiency) ประสิทธิภาพท่ีน ามาใชว้ ดั กบั ภาษา C สามารถวดั ไดจ้ าก 2
แนวทาง คอื
- ชดุ ค าส่งั ท่ีมีความกระทดั รดั และกระซบั มาก
- การจดั การหน่วยความจ าบนภาษา C มปี ระสทิ ธิภาพสงู มาก
- มกี ารท างานท่รี วดเรว็ เทยี บเท่าภาษาระดบั ต่ า ทงั้ นีเ้ น่ืองจากภาษา C มคี วามใกลช้ ดิ กบั ฮารแ์ วร์
มากกวา่ ภาษาระดบั สงู อ่นื ๆ โดยสามารถติดต่อกบั รีจสิ เตอร์ และหน่วยความจ าโดยตรง เชน่ เดยี ว
กบั ภาษาแอสแซมบลี
3. ความสามารถในการโปรแกรมแบบโมดลู (Modularity) ภาษา C อนญุ าตใหม้ ีการแบ่งโมดลู เพ่อื
คอมไพลไ์ ด้ ซง่ึ สามารถลงิ คเ์ ช่ือมโยงเขา้ กนั ไดด้ ี รูปแบบโปรแกรมสามารถเขียนขนึ้ ไดต้ ามแบบแผนการ
14
โปรแกรมเชิงโครงสรา้ งไดอ้ ย่างดเี ย่ยี ม ภาษาC คือภาษาท่ปี ระกอบดว้ ยฟังกช์ ่นั ทงั้ นีโ้ มดลู ตา่ งๆจะเขยี นอย่ใู น
รูปของฟังกช์ ่นั ทงั้ สนิ้
10
4. พอยนเ์ ตอร์ (Pointer Operation)
ภาษา C มีความสามารถในการท างานแบบพอยนเ์ ตอรเ์ ป็นอยา่ งมาก ยากท่จี ะพบไดใ้ นภาษาระดบั สงู ท่วั ไป
โดยพอยนเ์ ตอรห์ รือตวั ชสี้ ามารถก าหนดไดจ้ ากชนดิ ขอ้ มลู (Data Type) หลายชนิดดว้ ยกนั เช่นเดยี วกบั
ฟังกช์ ่นั หรอื โครงสรา้ ง รวมถึงตวั แปรแบบอารเ์ รย์ กส็ ามารถถกู จดั การดว้ ยการนาพอยนเ์ ตอรเ์ ขา้ มาช่วยกย็ งั
ได้
5. มีความยืดหยนุ่ สงู (Flexible Level)
ถงึ แมน้ ภาษา C จะจดั อยใู่ นภาษาคอมพวิ เตอรร์ ะดบั สงู ก็ตาม แต่ภาษา C ก็ยงั สามารถเขยี นใชง้ านร่วมกบั
ภาษาระดบั ต่างอย่างภาษาแอสแซมบลไี ด้ ดงั นนั้ จึงมกี ารกลา่ ววา่ "ภาษา C เป็นภาษาท่อี ย่กู งึ่ กลางระหวา่ ง
ภาษาระดบั ตา่ งและภาษาระดบั สงู "
6. ตวั อกั ษรตวั พมิ พเ์ ล็กและตวั อกั ษรพมิ พใ์ หญ่แตกตา่ งกนั (Case Sensitivity)
ตามปกตภิ าษาระดบั สงู ท่วั ไป ตวั แปรท่ตี งั้ ขึน้ ดว้ ยตวั อกั ษรพมิ พเ์ ลก็ และตวั พิมพใ์ หญ่ สามารถนามาใชร้ ว่ มกนั
ได้ แต่ในภาษา C จะถือวา่ แตกต่างกนั อย่างสิน้ เชิง เชน่ NUM ไมเ่ ท่ากบั num
15
ลกั ษณะดอ้ ยของภาษาซี
ภาษาซี ไมม่ ตี วั จดั การจองหน่วยความจ าในตวั เอง เม่อื เวลาเราตอ้ งการจองหน่วยความจ าแบบ Dynamic
ภาษา C ท า wrapper เพ่อื ตดิ ตอ่ กบั OS เพ่อื ขอจอง โดยตรง ปัญหาก็คือ การติดต่อกนั ระหวา่ ง
โปรแกรมของเรากบั OS เป็นไปอย่างหลวมๆ ถา้ โปรแกรมลืมบอก OS ว่าเลิกจองหนว่ ยความจ าดงั กล่าว
หนว่ ยความจ านนั้ ก็จะถกู จองไปเรอ่ื ยๆ เราจะเห็นเครื่องคอมพวิ เตอรท์ างานไดเ้ รว็ ในตอนเชา้ แตพ่ อตกบ่ายก็
ชา้ ลงจนท างานไมไ่ หว จนสดุ ทา้ ยตอ้ ง boot ใหม่ สาเหตหุ ลกั ของปัญหานีค้ อื สิง่ ท่เี รยี กวา่ หน่วยความจ าร่วั
หรอื Memory Leak
การประยกุ ตใ์ ชภ้ าษา
ภาษาซเี ป็นภาษาระดบั สงู ท่ีสามารถท างานแบบภาษาระดบั (assembly language)ได้ ดว้ ย
ลกั ษณะการใชง้ านของภาษาและตวั แปลภาษาท่มี ีความสามารถแปลงโปรแกรมไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ การ
ประยกุ ตใ์ ชง้ านภาษาซเี พ่ือเขยี นโปรแกรมจึงสามารถท าไดอ้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ การคานวณทางคณิตศาสตร์
การจดั การแฟ้มขอ้ มลู การเขียนโปรแกรมระบบปฏิบตั ิการ การควบคมุ อปุ กรณต์ ่อพ่วงกบั คอมพิวเตอร์ หรอื
ใชส้ รา้ งโปรแกรมประยุกตอ์ ่นื ๆ ทงั้ นีต้ อ้ งมีการพิจารณาถงึ ฟังกช์ นั การใชง้ านของภาษาและตวั แปลภาษาดว้ ย
การเขยี นโปรแกรมดว้ ยภาษาซี ไมเ่ พียงตอ้ งรูร้ ูปแบบภาษา(syntax) เท่านนั้ แต่จ าเป็นตอ้ งรูข้ นั้ ตอนการสรา้ ง
โปรแกรมดว้ ย เพ่อื ใหโ้ ปรแกรมสามารถท างานไดค้ รบตามความตอ้ งการอย่างถกู ตอ้ ง
16
ลกั ษณะขนั้ ตอนการพฒั นาโปรแกรม
1.1 การระบุความตอ้ งการใชง้ าน เป็นขนั้ ตอนการอธิบายลกั ษณะของงานท่ีตอ้ งการน าโปรแกรมใช้
1.2 การระบรุ ายละเอียดการท างานของโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนท่อี ธิบายว่าจะใชโ้ ปรแกรมไปท า
อะไรบา้ งในงานท่ไี ดร้ ะบุความตอ้ งการ
1.3 การออกแบบโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนท่นี ารายละเอียดการท างานของโปรแกรมมาออกแบบโดย
การเขียน algorithms หรือ ลกั ษณะขอ้ มลู ท่ีจะตอ้ งใชใ้ นโปรแกรม
1.4 การเขียนโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนท่นี าการออกแบบโปรแกรมไวม้ าเขยี นเป็นค าส่งั ในภาษา
คอมพวิ เตอร์ เพ่อื สรา้ งเป็นโปรแกรมท่ีสมบรู ณ์
1.5 การทดสอบโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนเพ่อื ทดสอบโปรแกรมเพ่อื หาขอ้ ผิดพลาด และหนา้ ท่ขี อง
โปรแกรม
1.6 การแกไ้ ขโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนท่ใี ชแ้ กไ้ ขสว่ นผิดพลาดจากการทดสอบใหถ้ กู ตอ้ ง และน าไป
ทดสอบอีกครง้ั
1.7 การน าโปรแกรมไปใชง้ าน เป็นขนั้ ตอนการน าโปรแกรมท่ีผ่านจากการทดสอบแลว้ ไปใชง้ านยงั
ระบบงานท่ีตอ้ งการ
1.8 การบารุงรกั ษาโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนการน าโปรแกรมท่ีมีขอ้ ผิดพลาดท่พี บจากการใชง้ านจรงิ ไป
แกไ้ ข
1.9 การปรบั ปรุงและเปลี่ยนแปลงโปรแกรม เป็นขนั้ ตอนการน าโปรแกรมท่ผี า่ นการใชง้ านแลว้ และ
ตอ้ งการเปล่ยี นแปลงบางอย่าง เช่น เพิ่มเติมหนา้ ท่ี , เปลี่ยนขนั้ ตอนวธิ ีของโปรแกรมเพ่อื เพิ่ม ประสทิ ธิภาพ
การท างาน เป็นตน้
17
กระบวนการเทคโนโลยี
การจดั การขอ้ มลู
การจดั การขอ้ มลู คือ การบรหิ าร การจดั เก็บขอ้ มลู การประมวนขอ้ มลู ซ่งึ ขอ้ มลู ท่ีมีประโยชนท์ ่พี รอ้ มจะ
สามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ดท้ นั ที เป็นกลยทุ ธห์ น่งึ ในการบรหิ ารองคก์ ารใหม้ ีประสทิ ธิภาพ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ในยคุ เทคโนโลยีข่าวสาร จะชว่ ยใหอ้ งคก์ ารอยรู่ อดไดใ้ นการแขง่ ขนั กบั องคก์ ารอ่นื ๆ
หลกั การในการจดั การ
การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู
ความปลอดภยั ของขอ้ มลู
การแกไ้ ขขอ้ มลู
การปรบั ปรุงขอ้ มลู
18
ประเภทขอ้ มลู
พิจารณาจากแหลง่ ท่ีมาของขอ้ มลู
ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ เป็นขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากการเกบ็ รวบรวมจากหนว่ ยศกึ ษาโดยตรง ท าการเก็บรวบรวมดว้ ย
ตนเอง โดยการสารวจ สมั ภาษณ์ สงั เกตและทดลอง ลกั ษณะของขอ้ มลู มีทงั้ ขอ้ มลู ท่ีเป็นขอ้ เท็จจรงิ
อาจนา่ เช่ือถือหรอื ไมน่ ่าเช่ือถือก็ได้
ขอ้ มลู ทุตยิ ภมู ิ เป็นขอ้ มลู ท่ผี ่านการรวบรวมมาแลว้ โดยบคุ คลหรือองคห์ นง่ึ ๆ อาจเป็นขอ้ มลู ภายใน
องคก์ รธุรกิจ เช่น ยอดขาย ก าไร-ขาดทนุ รายงานตา่ งๆ และขอ้ มลู ตลาด หรอื ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากองคก์ ร
ภายนอก เชน่ ขอ้ มลู ประชากร ขอ้ มลู การตลาด
พจิ ารณาจากหลกั การเกณฑค์ ณุ ลกั ษณะของขอ้ มลู
ขอ้ มลู เชิงปรมิ าณ เป็นขอ้ มลู ท่ีเป็นตวั เลขหรือหนว่ ยนบั ได้ เชน่ ขอ้ มลู จ านวนประชากร รายได้
ยอดขายในแตล่ ะเดือน
ขอ้ มลู เชิงคณุ ภาพ เป็นขอ้ มลู ท่ีบรรยายลกั ษณะหรือคณุ สมบตั ขิ องสิง่ ต่างๆท่ีไม่สามารถระบเุ ป็น
หนว่ ยนบั หรือตวั เลขได้ เช่น เพศ เชือ้ ชาติ ศาสนา ทศั นคติ
พจิ ารณาจากหลกั เกณฑล์ กั ษณะของการจดั ท าขอ้ มลู
ขอ้ มลู ดิบ เป็นขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการเก็บรวบรวม ซ่งึ ยงั ไม่ไดผ้ า่ นการประมวลผลหรือ
เปลี่ยนแปลงใดๆทงั้ สนิ้ ขอ้ มลู มีลกั ษณะกระจดั กระจาย ปะปนกนั ท าใหไ้ ม่สะดวกต่อการ
นาไปใชป้ ระโยชน์
ขอ้ มลู จดั กลมุ่ หรือผา่ นการประมวลผล เป็นขอ้ มลู ท่ีผ่านระบบ เพ่ือหาใหข้ อ้ มลู
19
พิจาราณาจากการจดั เก็บในส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ขอ้ มลู ตวั อกั ษร เช่น ตวั หนงั สอื ตวั เลข และสญั ลกั ษณ์ (.txt .doc docx)
ขอ้ มลู ภาพ เช่น ภาพกราฟิกและภาพถา่ ยจากกลอ้ งดิจิทลั (.bmp .jpg .png .gif)
ขอ้ มลู เสยี ง เช่น เสียงพดู เสยี งดนตรี และเสียงเพลง (.wav .mp3)
ขอ้ มลู ภาพเคล่ือนไหว เช่น ภาพเคลอื่ นไหว ภาพยนตค์ ลิปวิดีโอ (.avi .mov .mp4)
พิจารณาตามระบบคอมพิวเตอร์
มีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั การแบ่งขอ้ มลู ตามการจดั เก็บในส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ แตม่ งุ่ เนน้ การแบ่งประเภทตามการน
า
ขอ้ มลู ไปใชง้ านในระบบคอมพวิ เตอร์ ดงั นี้
ขอ้ มลู เชิงจานวน มีลกั ษณะเป็นตวั เลขท่สี ามารถนามาคานวณดว้ ยคอมพวิ เตอรไ์ ด้ เช่น จานวนเงนิ ใน
บญั ชี จานวนค่าใชจ้ า่ ย และจานวนนกั เรียนในหอ้ งเรยี น
ขอ้ มลู อกั ขระ มลี กั ษณะเป็นตวั อกั ษร ตวั หนงั สือ และสญั ลกั ษณต์ ่างๆ สามารถนามาเสนอขอ้ มลู และ
เรยี งล าดบั ไดแ้ ต่ไมส่ ามารถนามาคานวณได้ เชน่ ช่ือท่อี ย่นู กั เรยี น หมายเลขโทรศพั ท์
ขอ้ มลู กราฟิก เป็นขอ้ มลู ท่เี กิดจากจดุ พิกดั ทางคอมพิวเตอร์ ท าใหเ้ กิดรูปภาพหรือแผนท่ี เชน่ แบบ
ก่อสรา้ งอาคาร เครือ่ งหมายการคา้ และกราฟ
ขอ้ มลู ภาพ เป็นขอ้ มลู แสดงความเขม้ และสขี องรูปภาพท่เี กิดจากการสแกนจากเคร่อื งสแกนเนอรห์ รือ
จากการถ่ายรูปจากกลอ้ งดิจิทลั สามารถนาเสนอขอ้ มลู ย่อหรอื ขยาย และตดั ต่อได้ แต่ไมส่ ามารถ
น ามาคานวณหรือดาเนินการอยา่ งอ่นื ได้
20
การประมวลผลขอ้ มลู
การนาอาขอ้ มลู ท่ีเก็บรวบรวมมาจากแหลง่ ตา่ งๆมาจดั ประเภทหมวดหมู่ และคานวณ เพ่อื ใหไ้ ด้
ผลลพั ธท์ ่เี หมาะสมและมรี ูปแบบตรงตามความตอ้ งการขอผใู้ ชง้ าน โดยอาจอย่ใู นรูปของผลสรุปท่ผี ลลพั ธท์ ่ไี ด้
จากการประมวล ซ่งึ เป็นประโยชนใ์ นการน าไปใชง้ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิขอ้ มลู ท่ีเก็บรวบรวมมาไดจ้ าก
แบบสอบถาม เรยี กวา่ ขอ้ มลู ดบิ ยงั ไมส่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดท้ นั ที และไม่สามารถนาไปใชเ้ ป็นขอ้ มลู
พนื้ ฐานในการตดั สนิ ใจในเร่ืองต่างๆท่ีสนใจจะศกึ ษา ตอ้ งน าไปผา่ นกระบวนการประมวลผลขอ้ มลู เพ่อื จดั ท า
ขอ้ มลู ใหเ้ ป็นหมวดหมใู่ หเ้ หมาะสม โดยน าขอ้ มลู ท่ีผา่ นประมวลผลเพ่อื ใหไ้ ดส้ ารสนเทศ
ขนั้ ตอนท่ี 1 การน าขอ้ มลู เขา้
1.การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
การรวมขอ้ มลู หมายถงึ การนาขอ้ มลู ตงั้ แต่ 2 ชุดขนึ้ ไปมารวมกนั ใหเ้ ป็นชดุ เดียว เชน่ การนาประวตั ิสว่ นตวั
ของพนกั งานขาย และประวตั ิการศกึ ษามารวมกนั เป็นประวตั ิพนกั งานขายขอ้ มลู ท่ไี ดค้ วรมกี ารตรวจสอบกอ่ น
วา่ เป็นขอ้ มลู ท่นี ามาใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ รงิ หรอื ไม่ โดยขอ้ มลู นนั้ ควรมีคณุ สมบตั ิดงั นี้
ความถกู ตอ้ งแมน่ ยา
ความทนั เวลา
ความสมบรู ณค์ รบถว้ น
ความกะทดั รดั
ความตรงกบั ความตอ้ งการของผใู้ ช้
ความตอ่ เน่อื ง
2. การเปล่ียนสภาพขอ้ มลู
21
เป็นการจดั เตรยี มขอ้ มลู ท่รี วบรวมมาไดแ้ ลว้ ใหอ้ ย่ใุ นรูปท่ีสามารถนาไปประมวลผลท่สี ะดวกย่งิ ขึน้ ซง่ึ มวี ิธีการ
ตา่ งๆดงั นี้
17
การบรรณาธิการ คือ การตรวจสอบความถกู ตอ้ งสมบรู ณแ์ บบสอบถามแตล่ ะชดุ ตงั้ แต่ตรวจนบั
จานวนแบบสอบถาม จดั เรียงหมายเลขสอบถามแต่ละชุด หลงั จากนนั้ จงึ เร่มิ ตรวจสอบความสมบรู ณ์
คือ ตอบครบและตามเง่อื นไขท่ตี อ้ งการ
การลงรหสั สามารถท าไดท้ งั้ ในขนั้ ท่ีตรวจสอบขอ้ มลู เสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ หรือจะท าไปพรอ้ มกบั การ
ตรวจสอบขอ้ มลู กไ็ ด้ การลงรหสั เป็นการเปลีย่ นค าตอบท่เี ป็นค าพดู หรือตวั อกั ษรใหอ้ ย่ใู นรูปของรหสั
ซ่งึ จะใชร้ หสั บนั ทกึ ขอ้ มลู ไดน้ นั้ จะตอ้ งมีการก าหนดไวล้ ่วงหนา้ วา่ จะใชก้ ลมุ่ ตวั เลขหรอื ตวั อกั ษรเป็น
รหสั
3.การจดั ระเบียบขอ้ มลู
เป็นการน าขอ้ มลู ไปคานวณและวิเคราะหท์ างสถติ ิ เพ่อื แบ่งขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชนต์ อ่ ไป ผทู้ าการบนั ทกึ ควรมี
ความช านาญ เพ่อื น าไปส่ขู นั้ ตอนการสเิ คราะหแ์ ละตคี วามหมายอยา่ งถกู ตอ้ ง
4.การแปรสภาพขอ้ มลู
เป็นการเปลีย่ นแปลงรุปแบบของขอ้ มลู เพ่อื ใหส้ ะดวกในการวิเคราะหห์ รือประมวลผล เป็นการน าขอ้ มลู ใน
รูปแบบรหสั จากแตล่ ะค าถามในแบบสอบถามหรือขอ้ มลู ท่เี กบ็ รวบรวมมาบนั ทกึ ลงในแบบฟอรม์ การลงรหสั
22
ขนั้ ตอนท่ี 2 การประมวลผล
เป็นการน าขอ้ มลู ท่ไี ดม้ าเปล่ียนสภาพแลว้ มาวเิ คราะห์ นิยมใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูป ทางสถิติมา ช่วยประมวลผล
โดยการด าเนินอาจประกอบดว้ ยกจิ กรรมดงั ต่อไปนี้
1.การจดั แบง่ กลมุ่ ขอ้ มลู
คือ การจดั ขอ้ มลู โดยการแยกออกเป็นกลมุ่ หรอื ประเภทต่างๆ
2.การจดั เรียงขอ้ มลู
เป็นการจดั เรยี งขอ้ มลู จากนอ้ ยไปมาก หรือมากไปนอ้ ยเพ่อื ท าใหด้ งู า่ ยขึน้ คน้ หาขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการไดเ้ รว็ ขึน้
3.การสรุปผลขอ้ มลู
บางครง้ั ขอ้ มลู ท่ีจดั เกบ็ มเี ป็นจานวมากเป็นตอ้ งมีการสรุปผลเพ่อื น าไปใชป้ ระโยชน์ การสรุปสว่ นตา่ งๆของ
ขอ้ มลู โดยย่อเอาเฉพาะสว่ นท่เี ป็นใจความสาคญั เพ่อื เนน้ จดุ สาคญั
4.การคานวณขอ้ มลู
ขอ้ มลู ท่ีเกบ็ จานวนมากบางสว่ นเป็นขอ้ มลู ตวั เลขท่นี าไปคานวณเพ่ือหาผลลพั ธไ์ ด้ การสรา้ งสารสนเทศขาก
ขอ้ มลู จงึ อาศยั การคานวณขอ้ มลู ท่ีเกบ็ ไวด้ ว้ ยการคานวณ หมายถงึ การนาขอ้ มลู ท่ีเป็นตวั เลขมาท าการบวก
ลบ
คณู หาร ยกก าลงั
5.การวิเคราะหข์ อ้ มลู
ในการด าเนนิ การนสี้ ามารถ แบง่ ออกได้ 2 ระดบั
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ขนั้ ตนั
23
การวิเคราะหข์ อ้ มลู ขนั้ สงู
ขนั้ ตอนท่ี 3 แสดงผลลพั ธ์
ผลลพั ธข์ องขอ้ มลู นเี้ รยี กวา่ สารสนเทศ เม่อื ขอ้ มลู ท่ีเกบ็ รวลรวมมาผา่ นกระบวน การประมวลผล
ควรจดั ทาหรือหาผลลพั ธท์ ่ไี ดร้ ูปแบบท่ีเขา้ ใจไดง้ า่ ย สะดวกต่อการนาไปใชง้ าน
1.การดงึ ขอ้ มลู
คือ การคน้ หา และการนาขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการมาจากแหลง่ เก็บเพ่ือนาไปใชง้ าน
2.การทารายงาน
คอื การนาขอ้ มลู มาจดั พมิ พร์ ายงานรูปแบบตา่ งๆ
3.การบนั ทึก
คอื การจดั บนั ทกึ ขอ้ มลู โดยการทาการคดั ลอกขอ้ มลู จากตน้ ฉบบั แลว้ จดั เก็บเขา้ แฟม้
4.การปรบั ปรุงรกั ษาขอ้ มลู
คอื การเพิม่ หรือการลบ และการเปล่ียนค่า ขอ้ มลู ท่อี ยูในแฟ้มใหท้ นั สมยั อย่เู สมอ
เครื่องท่ีใชใ้ นการประมวลผลขอ้ มลู
เม่อื ตรียมขอ้ มลู แลว้ สามารถใชว้ ิธีการประมวลผลวิธีใดวธิ ีหนง่ึ หรือหลายวิธี เพ่ือใหผ้ ลลพั ธซ์ ่งึ อย่ใู นรูปรายงาน
ตาราง กราฟ สามารถแบง่ ประเภทของการประมวลผล ขอ้ มลู โดยพจิ ารณาจากอปุ กรณท์ ่ใี ชเ้ ป็น 3 ประเภท คือ
การประมวลผลขอ้ มลู ดว้ ยมือ
การประมวลผลขอ้ มลู ดว้ ยเคร่ืองจกั รกล
การประมวลผลขอ้ มลู ดว้ ยเครื่องอิเล็กทรอนกิ ส์
24
เทคโนโลยปี ระยกุ ต์
เทคโนโลยสี ารสนเทศเป็นเครือ่ งมอื ในการจดั การและการกระจายสารสนเทศไปยงั ผใู้ ชไ้ ดอ้ ย่างท่วั ถึง
และมีประสิทธิภาพ อกี ทงั้ ผใู้ ชส้ ามารถนาสารสนเทศไปใชป้ ระโยชนใ์ นการตดั สินใจไดเ้ ป็นอย่างดี ดงั นนั้ ในทกุ
สาขาอาชพี จ าเป็นตอ้ งไดร้ บั ขอ้ มลู และสารสนเทศจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ท่นี ่าเช่ือถือ เพ่ือใชใ้ นการพฒั นาตนเอง
พฒั นาอาชีพ รวมทงั้ พฒั นาสงั คมและประเทศชาติ ดงั นนั้ งานดา้ นต่าง ๆ
เทคโนโลยีเพ่ือ การศกึ ษา
วดี ิทศั นต์ ามอธั ยาศยั (Video on Demand : VOD)
เป็นระบบท่นี าภาพวิดีโอมาบนั ทกึ เป็นไฟลใ์ นระบบคอมพิวเตอรแ์ ละนาไฟลด์ งั กลา่ วมาเผยแพรผ่ า่ น
ระบบเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นท่ีอย่หู ่างไกลมีโอกาสเรียนรูไ้ ดใ้ นเวลาท่สี ะดวก อีกทงั้ ยงั จดั ทาเป็น
ลกั ษณะของส่ือผสม (multimedia)
ซง่ึ สามารถกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนสนใจเรยี นอยตู่ ลอดเวลา รวมทงั้ ยงั จาลองสภาพจรงิ ท่ีช่วยใหเ้ กดิ การ
เรียนรูอ้ ยา่ งชดั เจน ดงั นนั้ ในทอ้ งถ่ินห่างไกลท่ีขาดบคุ ลากรทางการศกึ ษาเฉพาะทาง ขาดอปุ กรณก์ ารทดลอง
หรอื อปุ กรณท์ างการศกึ ษาต่าง ๆ ก็ยงั คงสามารถเรียนรูไ้ ดเ้ ท่าเทียมกบั เด็กในเมือง ตวั อย่างเว็บไซตท์ ่นี าเสนอ
วดี ทิ ศั นต์ ามอธั ยาศยั
25
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-books)
เป็นหนงั สือท่ีอยใู่ นรูปแบบของไฟลอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ่ไี ม่ตอ้ งใชก้ ระดาษ หนงั สืออิเล็กทรอนิกสส์ ามารถ
อา่ นไดโ้ ดยใชเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอรป์ ระเภทพกพาและซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ชอ้ ่าน เชน่ เครอ่ื งคอมพวิ เตอรโ์ นต้ บกุ๊ เครื่อง
พีดีเอ และโทรศพั ทม์ ือถือบางรุน่ ท่มี รี ะบบปฏิบตั ิการ Microsoft Mobile นอกจากนหี้ นงั สืออิเล็กทรอนิกสย์ งั
สามารถดาวนโ์ หลดหรอื อ่านไดจ้ ากเว็บไซดท์ างอินเทอรเ์ น็ต
หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสม์ บี ทบาทในวงการการศกึ ษามากขึน้ ดว้ ยเหตผุ ล ดงั นี้
1. สามารถอา่ นไดส้ ะดวกทกุ ท่ี ทกุ เวลาท่มี อี ปุ กรณพ์ กพาท่สี ามารถอ่านหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้
2. มีสสี นั สวยงาม สามารถใสเ่ สยี ง ภาพเคลื่อนไหวใหเ้ นือ้ หาน่าสนใจ ท าใหผ้ เู้ รียนอ่านและทาความ
เขา้ ใจไดง้ า่ ย
3. โปรแกรมท่ใี ชใ้ นการสรา้ งหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ สใ์ ชง้ านง่ายและสรา้ งไดอ้ ย่างรวดเรว็
26
การเรยี นรูแ้ บบออนไลน์ (e-learning)
เป็นการจดั การเรียนการสอนใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนผ่านเครอื ข่ายคอมพิวเตอรอ์ นิ เทอรเ์ น็ต (internet) หรอื
อินทราเน็ต (intranet) ผเู้ รยี นสามารถเลือกเรยี นรูไ้ ดต้ ามความสามารถและความสนใจ โดยเนอื้ หาในบทเรียน
ซง่ึ อาจประกอบดว้ ย ขอ้ ความ รูปภาพ เสียง วิดโี อ และมลั ติมีเดยี อ่นื ๆ ซง่ึ ผเู้ รียนจะตอ้ งมีโปรแกรมเว็บ
เบราวเ์ ซอร์ (web browser) ในการแสดงผลการเรียน การเรยี นรูแ้ บบออนไลนจ์ ะทาใหผ้ เู้ รียน ผสู้ อน และ
เพ่อื นรว่ มชนั้ เรียนทกุ คน สามารถติดต่อ ปรกึ ษา แลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างกนั ไดเ้ ช่นเดียวกบั การเรียน
ในชนั้ เรียนปกติ การเรียนรูอ้ อนไลนจ์ ึงเป็นการเรยี นสาหรบั ทกุ คนท่สี ามารถเรียนรูไ้ ดท้ กุ เวลา และทกุ สถานท่ี
หอ้ งสมดุ อเิ ล็กทรอนิกส์ (e-library)
หมายถงึ แหลง่ รวมความรูท้ ่ีมรี ะบบการท างานของหอ้ งสมดุ ใหอ้ ย่ใู นรูปแบบอตั โนมตั ิ เชน่ ระบบ
บรกิ ารยมื –คืนทรพั ยากรดว้ ยรหสั บารโ์ คด้ ระบบบรกิ ารสืบคน้ ขอ้ มลู ทรพั ยากร และระบบตรวจเชค็ สถติ ิการ
ยืม-คืนทรพั ยากร เป็นตน้ ดงั นนั้ หอ้ งสมดุ อิเล็กทรอนิกสจ์ ะเกบ็ ขอ้ มลู ไวใ้ นเครื่องคอมพิวเตอร์ และใหบ้ รกิ าร
ขอ้ มลู ผ่านเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต
27
เทคโนโลยีในงานธรุ กิจ
การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาธรุ กิจ พาณิชย์ และส านกั งาน มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื เพ่มิ
ประสทิ ธิภาพในการผลิตและการบริการ ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นธรุ กิจ พาณิชย์ และ
สานกั งาน จาแนกได้ ดงั นี้
1) การพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce)
คอื การท ากิจกรรมทางธรุ กิจผา่ นชอ่ งทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ในทกุ ช่องทางเชน่ อินเทอรเ์ น็ต โทรศพั ท์
วิทยุ แฟกซ์ เป็นตน้ ทงั้ ในรูปแบบขอ้ ความ เสียง และภาพ โดยกิจกรรมทางธรุ กจิ จะเนน้ การขายสนิ คา้ หรือ
บรกิ ารซง่ึ เร่มิ ตงั้ แตส่ ว่ นของผชู้ ่ือ สามารถด าเนินการเลือกซือ้ สนิ คา้ หรอื บรกิ าร คานวณเงนิ ชาระเงนิ รวมถึง
การไดร้ บั บรกิ ารหลงั การขายไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ สว่ นของผขู้ าย สามารถนาเสนอสินคา้ รบั เงนิ ชาระคา่ สินคา้ ตดั
สนิ คา้ จากคลงั สนิ คา้ และประสานงานไปยงั ผจู้ ดั สง่ สนิ คา้ รวมถึงการบรหิ ารหลงั การขายไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ
กจิ กรรมทางธรุ กิจดงั กลา่ วในปัจจบุ นั นิยมจดั ท ารูปแบบของเว็บไซต์ เชน่ www.amazon.com เป็น
เว็บไซตก์ ารคา้ ปลกี ออนไลนท์ ่ใี หญ่ท่สี ดุ โดยในชว่ งแรกจะขายหนงั สือ แต่ปัจจบุ นั ก าลงั พฒั นาการขายสินคา้
เพมิ่ เตมิ โดยลกู คา้ สามารถดาวนโ์ หลดเพลง ภาพวดิ ีโอ และหนงั สอื ได้
ปัจจบุ นั ประเทศไทยนยิ มใชพ้ าณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสก์ บั ธรุ กิจประเภท OTOP ซง่ึ สามารถประชาสมั พนั ธ์
สินคา้ ของแต่ละทอ้ งถ่ินใหเ้ ป็นท่รี ูจ้ กั ท่วั โลก ซ่งึ ช่วยสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชนไดใ้ นระดบั หน่ึง
28
ประโยชนข์ องการพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ ไดแ้ ก่
1. เพิม่ ชอ่ งทางการขายจากช่องทางปกติ ไดแ้ ก่ การขายหนา้ รา้ นคา้ เป็นการขายผ่านเว็บไซต์ ท าให้
เกดิ การประชาสมั พนั ธส์ ินคา้ และบรหิ ารขององคก์ รไดท้ ่วั โลก
2. ลดค่าใชจ้ ่าย เช่น ทาเลท่ีตงั้ อาคารประกอบการ โกดงั เก็บสินคา้ หอ้ งแสดงสนิ คา้ รวมถึงพนกั งาน
ขาย พนกั งานแนะน าสินคา้ พนกั งานตอ้ นรบั ลกู คา้ เป็นตน้
3. สามารถใหบ้ รกิ ารขายไดต้ ลอด 24 ช่วั โมง ทุกวนั และตลอดเวลา
4. สามารถใหบ้ รกิ ารหลงั การขายและแกไ้ ขปัญหาท่เี กิดขึน้ กบั สินคา้ ไดร้ วดเร็ว
2) สานกั งานอตั โนมตั ิ (office automation)
เป็นการนาเอาเทคโนโลยีสมยั ใหม่ ไดแ้ ก่ เครื่องคอมพวิ เตอร์ ซอฟตแ์ วร์ โทรศพั ท์ เทเลเทก็ ซ์ เครื่อง
เขียนตามค าบอกอตั โนมตั ิ (dictating machines) เคร่ืองถา่ ยเอกสารแบบหนว่ ยความจา เครื่องโทรสาร ฯลฯ
มาใชช้ ่วยใหก้ ารปฏิบตั งิ านในสานกั งาน เกดิ ประสทิ ธิภาพและความสะดวกรวดเรว็ มากขนึ้
เทคโนโลยีดา้ นการแพทย์
การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสาธารณสขุ และการแพทยม์ ีวตั ถปุ ระสงคห์ ลกั เพ่อื ให้
ประชาชนมสี ขุ ภาพอนามยั ท่ีดขี นึ้ ตลอดจนไดร้ บั การรกั ษาพยาบาลท่ีดขี นึ้ ดงั นี้
29
1) ระบบแพทยท์ างไกล (telemedicine)
เป็นโครงการของรฐั บาลท่ยี กระดบั การใหบ้ รกิ ารรกั ษาผปู้ ่ วยในทอ้ งถ่ินทรุ กนั ดารผา่ นเครือข่าย
โทรคมนาคม โดยเรม่ิ จากสง่ ขอ้ มลู ผปู้ ่วยดว้ ยการถ่ายทอดสดผ่านทางดาวเทียมในการประชมุ ทางไกลผา่ น
เครือข่าย (video conference system) ขณะตรวจอาการผปู้ ่วยจากสถานีอนามยั เช่ือมไปยงั เครื่องปลายทาง
ท่โี รงพยาบาล เพ่อื ใหแ้ พทยผ์ เู้ ช่ียวชาญของโรงพยาบาลปลายทางไดด้ ภู าพลกั ษณะของผปู้ ่วย
กอ่ นท าการวินจิ ฉยั อาการผ่านจอมอนเิ ตอรอ์ ยา่ งละเอยี ดอกี ครง้ั พรอ้ มกบั ใหค้ าแนะน าในการรกั ษากลบั มายงั
เจา้ หนา้ ท่สี ถานอี นามยั เพ่อื ใหก้ ารรกั ษาพยาบาลเป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ งและถกู วธิ ีท่สี ดุ
2) ระบบการปรกึ ษาแพทยท์ างไกล (medical consultation)
เป็นระบบการปรกึ ษาระหว่างโรงพยาบาลชมุ ชนกบั โรงพยาบาลท่มี แี พทยผ์ เู้ ช่ียวชาญผา่ นสญั ญาณ
ดาวเทียม ซง่ึ สามารถสง่ ไดท้ งั้ ขอ้ มลู ภาพ ภาพเคล่อื นไหว และเสียง
30
บรรณานุกรม
วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ : https://sites.google.com/d/1K2-
OlY471PQG8oPCk8DSePhrAPJqe_-
Y/p/1CGhI1vqLp0Are9w3ezIYnAyXz4SQIF2i/edit
พนื้ ฐานภาษาซ:ี
https://sites.google.com/d/1hULu9oDDl2SffSODJZZoDzwr0rc7X0sB/p/1Ar3O3E
s0MhSBz6CUHqUCluD7pjE4iGiQ/edit
กระบวนการเทคโนโลยี : https://sites.google.com/ntun.ac.th/rinracha34/home
เทคโนโลยปี ระยกุ ต์ : https://sites.google.com/ntun.ac.th/taksaonaerkarn/
31
ภาคผนวก
1.ภาพสถติ เิ กี่ยวกบั ผเู้ ขา้ ชมไลฟ์ หรือนาเสนอออนไลนย์ อดววิ หรอื ยอดแชร1์ 00
2.ยอดผเู้ ขา้ ชมเว็บไซตข์ องแอดมิน
32
33
34