51
ตลาดจดั งานวนั เกิดให้ท่านด้วยโดยกา่ หนดหลังวันจากวนั ตรษุ จีนไปแล้ว 12 วัน ซึ่งก็จะตกราว ๆ ปลายเดือน
มกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธข์ องทุกปี ตั้งแต่นนั้ มาคณะกรรมการจดั งานจงึ ได้จัดงาน “วันเกิดเจ้าพ่อ
แกว้ ” 3 วนั 3 คนื เมอื่ แรกที่จัดนั้นจดั งานเล้ียงโตะ๊ จนี 10 – 20 โตะ๊ แตต่ ่อมาดว้ ยความเสอ่ื มใสของผคู้ นใน
ตลาดทม่ี ีต่อเจา้ พ่อ ตา่ งพากนั มาจองโต๊ะกินเลี้ยงมาเกือบ 200 โตะ๊ ส่วนมหรสพนั้นมีไมม่ ีมากเหมือนงาน
ประจา่ ปี แต่ยืนพนื้ กค็ ือ งิว้ ภาพยนตร์ และลิเก
แม้ว่า “เจา้ พ่อแก้ว” จะเปนนเทพเจ้าท่ีเคารพสักการะของชาวจนี แต่คนในทอ้ งถิ่นก็ยอมรับนบั ถือ
เปนนการผสมผสานกนั ในดา้ นของวัฒนธรรมอย่างกลมกลนื การนับถือเทพเจา้ หรือสิง่ ศักดิ์สทิ ธ์ิน้นั มีในมนษุ ย์ทกุ
ชาติทุกภาษา เพราะมนษุ ย์มีอะไรเปนน ทยี่ ดึ เหนี่ยวทางจิตใจสักอยา่ งหนึง่ แล้ว จะท่าใหเ้ ขามีความอบอนุ่ ใจ และ
เกิดความเช่ือมนั่ ในการดา่ รงชีวิตมากยง่ิ ขึน้ คนไทยแม้จะนับถอื พระพุทธศาสนา มีพระรัตนตรยั เปนนทพี่ ง่ึ ที่
ระลกึ แล้ว กย็ ังมีศาลพระภมู ิไวก้ ราบไหวบ้ ูชาประจา่ บา้ นเรือนอีกด้วย ชาวเขาทุกเผ่าในไทยลว้ นนบั
ถือ “ผี” กนั ทั้งนน้ั คนจีนก็เช่นเดยี วกบั คนไทย นอกจากจะมีพระพทุ ธศาสนาเปนนเครื่องยึดเหนย่ี วจติ ใจแล้วยงั
มี “ต่ีจู้” ประจา่ บ้านเรอื น ถือเปนนศาลพระภมู หิ รือเจ้าทเี่ จ้าทางอยา่ งของคนไทย และท่ีจะขาดไม่ไดอ้ ีกอย่าง
หน่งึ ก็คือ ทุกชมุ ชนที่เขาเข้าไปตงั้ หลกั แหล่งทา่ มาหากิน จะต้องมีศาลเจ้า “ปุงเทา่ กง” หรือ “บนุ เถา้ กง” ไว้
เพอื่ สักการบูชา อนั จะท่าใหเ้ ขามีความร่มเย็นเปนนสขุ และท่ามาหากนิ รา่ รวย
การสักการะ “เจา้ ” มกี ารเซ่นไหว้ดว้ ย ดอกไม้ ธปู เทยี น และของกินทเ่ี รยี ก “โหงวแซ” (เคร่ือง
สังเวย 5 อย่าง อนั ไดแ้ ก่ หมู เปดน ไก่ ปลา ผลไม้) หรือผลไม้ เชน่ ส้ม แอปเปล้ิ น้นั ก็คือการแสดงความคารวะ
นอบน้อมต่อผ้ใู หญ่ อันการเคารพนพไหว้ต่อบุคคลอ่ืนท่คี วรเคารพ เชน่ เทพยดาอารักษ์ก็ดี ทา้ วพญามหา
กษัตรยิ ก์ ็ดี ผมู้ อี า่ นาจเปนน เจ้าเปนนใหญก่ ด็ ี ตลอดจนวิญญาณของบรรพบุรษุ ก็ดี ลว้ นเปนน สงิ่ ดงี าม เปนน
มงคล ทั้งสน้ิ
ด้วยธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่เหมอื นกันเช่นน้ี ทง้ั ในดา้ นการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ มีความอ่อน
นอ้ มถ่อมตน และกตัญญูกตเวที คนไทยและคนจีนจึงอยู่ดว้ ยกนั ได้อยา่ งสนิทสนมกลมเกลยี ว งานประเพณเี จ้า
พอ่ แก้ว จึงนับเปนนเคร่ืองหล่อหลอมจิตใจของคนจนี และคนไทยใหร้ กั กนั อย่างแน่นเฟ้นเปนนอย่างยิง่ มิไดเ้ ปนนขอ้
ผดิ แผกแตกต่างให้อยคู่ นละพวกคนละหมแู่ ต่อยา่ งใดเลย ค่ากล่าวท่วี ่า “คนจนี กบั คนไทยใชอ่ ื่นไกลพี่น้อง
กนั ” จะเห็นไดช้ ัดเจนในงานประจ่าปี “เจ้าพ่อแกว้ ”
การด่าเนนิ การจัดงานเจา้ พอ่ แก้วนนั้ จะทา่ ให้รูปคณะกรรมการ ซึง่ ได้รบั การคัดเลือกจากองค์เจา้ พอ่
แกว้ และจะอยู่ในต่าแหนง่ เปนน เวลา 1 ปีเตม็ คือ ตัง้ แต่ 1 มกราคม ไปจนถึงวนั ท่ี 31 ธันวาคม ศกเดียวกนั
วิธกี ารคัดเลือกกรรมการ หรอื “เทา่ น้ัง” น้ี จะกระทา่ กันที่ศาลเจ้าช่วั คราว บรเิ วณทจ่ี ัดงานวนั เกดิ เจา้ พ่อ และ
จะจดั คดั เลือกในวันกินเลีย้ ง หรอื “กินโต๊ะเจ้า” น้นั เอง วธิ ีการคดั เลือกจะกระทา่ ดังน้ี คือ มีเจา้ หน้าทเี่ ขยี นช่อื
บุคคลจับวางไวใ้ นจานทีละชื่อเจา้ หน้าที่อีกคนหนึ่งจะเสี่ยงทายดว้ ยไม้ “ปัวะปวย” ซง่ึ เปนน ไมส้ องอนั ประกบกนั
มีลักษณะคล้ายเมลด็ มะม่วงหิมพานตผ์ า่ ซีกแต่ใหญก่ ว่า วธิ ีเส่ียงทายจะท่าถึง 3 ครั้ง คือ คร้ังแรกและครัง้ ทส่ี อง
52
เมอื่ โยนแล้วไท้จะต้องคว่าอันหงายอนั คร้ังท่ีสาม เม่ือโยนแล้ว ไม้จะต้องคว่าท้งั คบู่ คุ คลผูน้ นั้ ถึงจะได้เปนน “เท่า
นั้ง” เทา่ นั้งนเ้ี ปนน ไดท้ ้ังชายและหญิง ถา้ เส่ียงทายไมเ่ ปนนไปตามนี้ ผู้น้นั ก็หมดสิทธิท์ ี่จะไดเ้ ปนน ตอ้ งจับฉลากชื่อ
คนอนื่ ต่อไป จนกระทั่งได้ครบ 20 คน แลว้ พอ เท่าน้ังทัง้ 20 คนน้จี ะไมม่ สี ิทธไ์ิ ดร้ ับจับช่ือเสย่ี งทายติดตอ่ กนั ไป
นาน 3 ปี พ้น 3 ปแี ล้วจึงจะมีสทิ ธิ์ไดร้ บั เลอื กใหม่ “เทา่ น้ัง” ถือกันวา่ เปนนผไู้ ดร้ ับการอนุมัตจิ ากเจ้าพ่อแก้วให้
เปนน เจา้ ภาพจดั งานให้ท่านได้ ผ้ไู ดร้ ับการคัดเลือกถือวา่ เปนน ผู้มบี ารมแี ละเปนนเกยี รตยิ ศอย่างสงู บางคนแมจ้ ะ
ร่ารวยมีฐานะดี แต่ก็ไม่มโี อกาสที่จะได้รับต่าแหน่งนเี้ ลยจนตลอดชีวิต
จากนั้น เทา่ นง้ั ท้ัง 20 คนจะเลือกประธานกรรมการคนหนง่ึ และจะแบ่งหนา้ ทกี่ นั ไปท่าตามความ
ถนัดและความเหมาะสมต่อไป เทา่ นัง้ ทีค่ ดั เลอื กไวจ้ ะเร่ิมบทบาทหรือรับช่วงด่าเนินการจัดงานในปีถัดไป เปนน
การคดั เลือกไวล้ ว่ งหนา้ ถึง 1 ปี
แตก่ ่อนนน้ั ไมใ่ คร่มีใครรบั เปนน เท่านง้ั เพราะเหตุวา่ เปนน กรรมการหรอื เท่านงั้ จะต้องรบั ภาระและเหนด็
เหนอ่ื ยมาก รวมท้ังจะต้องมเี งินใชจ้ า่ ยมากด้วย เน่อื งจากแต่ก่อนการจดั งานประสบกับการขาดทุนอยู่เสมอ
เพงิ่ จะมามีกา่ ไรระยะหลงั ๆ น้ี และเปนน ท่นี ่าสงั เกตว่าคนท่ีเคยเปนน เท่านง้ั ในภายหลงั จะประสบแต่ความสุข
ความเจรญิ ทา่ มาค้าขึ้น มฐี านะรา่ รวย ต่อมาหลายคนอยากเปนนเทา่ นง้ั หากเม่ือใชว้ ธิ ีเสี่ยง
ไม้ “ปัวะปวย” ดงั กลา่ ว จึงไมม่ ีปญั หา
ขอ้ มูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์/อ้างอิง
*คดั ลอกบทความจากหนงั สอื ที่ระลกึ ฉลองเปดิ ศาลเจา้ พ่อแกว้ อา่ เภอบางมูลนาก จงั หวดั พจิ ติ ร 2
ธันวาคม พ.ศ. 2550
ตง้ั โรงไฟฟา้
ตั้งการประปา
53
วฒั นธรรมทล่ี างเลอื น
ประเพณีกนิ ข้าวเรอื
ประเพณีกนิ ข้าวเรือ เปนนกจิ กรรมท่ีมกี ารปฏิบัติสืบเนื่องกนั มาจนถือเปนน ประเพณี ซง่ึ เปนนกจิ กรรมท่ี
เก่ียวขอ้ งกับวถิ ชี ีวติ ของคนในชุมชนอ่าเภอบางมูลนาก เปนนกิจกรรมทีเ่ กดิ ข้ึนในชว่ งเดือนสงิ หาคมถึงเดือน
กันยายนของทุกปี ซง่ึ เปนน ชว่ งฤดูนา้่ หลาก ซ่ึงเม่ือถงึ ช่วงนใ้ี นอ่าเภอบางมลู นากจะเกิดน่้าท่วมทุกปี ประกอบ
กบั การเดินทางในสมยั นนั้ จะใช้การเดนิ เทา้ หรอื ใชเ้ รือเปนน พาหนะในการเดนิ ทางเปนน สว่ นใหญ่ ดว้ ยเหตนุ ี้จงึ ทา่
ให้เกดิ กิจกรรมกินขา้ วเรือขึน้ มา
ลักษณะของประเพณี
ประเพณีกนิ ขา้ วเรอื มีขึน้ ท่ีอา่ เภอบางมลู นาก จงั หวัดพิจติ ร เปนน ประเพณีทีเ่ กดิ จากการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมตามวิถีชวี ติ ของคนในชว่ งฤดูน้่าหลาก เปนน กิจกรรมที่ท่ากันเม่ือเกิดนา้่ ท่วมบา้ นเรือน ถนนหนทาง
สถานที่ราชการ ตลอดจนไร่นาของประชาชนในชุมชนอา่ เภอบางมลู นาก โดยมวี ัตถุประสงค์
1. ส่าหรบั ประชาชนทั่วไป เปนนกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครยี ด และหาความสขุ ในครอบครวั
เปนนการเปลย่ี นบรรยากาศในการรบั ประทานอาหารและเปนนการทา่ กจิ กรรมร่วมกันกบั สมาชิกในครอบครวั
รวมถึงเปนน การสร้างความสมั พนั ธก์ ับคนในชุมชนดว้ ย
2. ส่าหรับพ่อคา้ คหบดี เปนนกจิ กรรมเพือ่ พดู คยุ เจรจาเรื่องการค้า ปรึกษาหารือกนั เกย่ี วกับการคา้
ขายตา่ ง ๆ
3. ส่าหรับเจ้าขนุ มูลนาย / เจ้าหน้าท่รี ัฐ เปนน กิจกรรมท่ีจัดข้นึ เพื่อสา่ รวจตรวจสอบความเสียหายของ
บ้านเรือน ไรน่ า สถานทร่ี าชการ ตลอดจนผลกระทบต่าง ๆ ทไ่ี ด้รับจากการเกิดภาวะน้่าท่วมในชุมชน
ลักษณะเดน่ ของกิจกรรมกินข้าวเรือ คอื การเตรียมอาหารคาวหวาน พรอ้ มเครื่องด่ืมต่าง ๆ ของแต่
ละบา้ นสา่ หรบั สมาชกิ ในครอบครัวจัดลงในเรือของตนเองให้พร้อม แล้วพายเรอื ไปตามเส้นทางของร่องน้่าจน
ไปพบเจอและรวมตัวกนั ตามจุดตา่ ง ๆ ในการเดินทางก็จะต้องพายเรอื ผา่ นนาขา้ ว ผ่านกอหญา้ ต่าง ๆ ซึ่งเปนน
บรรยากาศสบาย ๆ กลางทงุ่ นา มีน้า่ ใส ๆ ตลอดเส้นทางสามารถลงเล่นนา้่ ได้ เด็ก ๆ จะสนกุ สนานกนั มากเม่อื
ไดเ้ ลน่ น้่า หนุ่มสาวกม็ ีโอกาสพบปะสรา้ งไมตรีต่อกนั ผ้ใู หญก่ ็ได้พบปะสงั สรรค์พูดคยุ ถามสารทุกข์สุขดบิ ซ่งึ กนั
และกนั โดยมศี นู ยร์ วมหลัก ๆ อยูบ่ ริเวณหนา้ โรงเรยี นอนุบาลบางมูลนาก ไปตามทางเลียบสถานรี ถไฟจนถงึ
คลองบุษบงและสะพานดา่ เปนนต้น
เวลาทีเ่ หมาะในการทา่ กจิ กรรมกนิ ข้าวเรือ คือ เวลาชว่ งเยน็ เพราะเปนน ชว่ งเวลาท่ีอากาศไมร่ ้อน
จนเกนิ ไป และเปนน ช่วงเวลาท่ีทุกคนเสร็จภารกิจจากการท่างานต่าง ๆ เรียบรอ้ ยแลว้ เปนน ช่วงเวลาทีอ่ ย่กู ัน
พรอ้ มหน้าทงั้ ครอบครวั พาหนะที่ใชใ้ นการทา่ กจิ กรรม ถ้าเปนน ประชาชนจะเปนน เรือแจวทใี่ ช้กนั ประจา่ ตาม
บ้านเรือน ถ้าต้องต้อนรบั แขกบา้ นแขกเมือง ขา้ ราชการต่าง ๆ จะใช้เรอื บรรทกุ ข้าว เรือเอ้ียมจุน๊ เปนน
พาหนะในการเดินทาง
ในปัจจบุ นั น้ี ประเพณีกินข้าวเรอื ไดเ้ ลือนหายไปจากวิถชี วี ิตคนในชมุ ชนอ่าเภอบางมลู นาก เนือ่ งจาก
ความเจรญิ ในดา้ นต่าง ๆ ทั้งทางดา้ นวัตถุ และความเจรญิ ในด้านการคมนาคมท่ีดี มคี วามสะดวกสบายมาก
54
ขน้ึ รวมถงึ สภาพแวดล้อม ภมู ิอากาศกไ็ ด้เปลีย่ นแปลงไป สง่ ผลให้ประเพณกี ินข้าวเรือกลายเปนนตา่ นาน
สา่ หรับคนอ่าเภอบางมลู นากไปแล้ว
ขอ้ มูลผใู้ ห้สัมภาษณ์
นางจีระพนั ธ์ จันทรศิริ อายุ 80 ปี
เท่ียวสวนแตง
จากคา่ บอกเล่า ในอดตี พอถงึ ชว่ งฤดรู ้อน หนุ่มๆสาวๆ จะพากนั ขี่จักรยานไปเทีย่ วสวนแตงโม
ภมู ินามถนน/ซอย/ตรอก/คลอง
คลองบุษบง
คลองบษุ บงเปนน คลองขนาดเลก็ และตื้นหนา้ แลง้ นา้่ แห้ง ส่วนหน้าน่้าเรอื เดินได้ เปนนคลองทมี่ คี วามยาว
มากคลองหนึ่ง ซึ่งยาวถงึ ๗๐ กโิ ลเมตร ต้นน่า้ จากเขาสนั กา่ แพงในอา่ เภอชนแดน จงั หวัดเพชรบูรณ์ เขา้ เขต
จงั หวัดพิจติ ร ท่ีอ่าเภอบางมูลนาก ไหลผ่านตา่ บลต่าง ๆ คือ ตา่ บลสา่ นกั ขุนเณร (ในอดตี เปนน ต่าบลหน่ึงใน
อ่าเภอบางมูลนาก) ตา่ บลวงั ตะกู ต่าบลหว้ ยเขน ต่าบลภูมิ และไหลออกลงสแู่ มน่ า้่ นา่ นท่ีต่าบลบางมูลนาก
ข้อมูลผูใ้ หส้ ัมภาษณ์
เอกสารอ้างองิ หนังสอื แมน่ ่้าลา่ คลองในจังหวัดพจิ ติ ร
ตรอกมอญ
ตรอกมอญ เปนน ตรอกทีช่ าวมอญอาศยั อยโู่ ดยมปี ระวตั คิ วามเปนน มาดังน้ี
ตรอกมอญ เกิดขน้ึ ในช่วงประมาณสมยั รัชกาลที่ 6 โดยเปนน ครอบครวั ของ ตาอินทรแ์ ละยายเพียร เพียง
ครอบครัวเดยี ว ซง่ึ มีเนอื้ ที่ประมาณ 2 ไร่ โดยคุณยายเพยี ร เปนน คนมอญอยู่บ้านโคกหม้อ จังหวัดปทมุ ธานี มี
อาชพี ลอ่ งเรือขายของเครื่องปั้นดินเผา พวกโอง่ หม้อ กระถาง ไห ฯลฯ ระหว่างโค้กหมอ้ กับบางมลู นาก เม่ือ
ลอ่ งเรื่อมาถึงบางมูลนาก กจ็ ะจอดเรอื ทตี่ ลิ่งหนา้ บา้ น เหนือโรงสีขา้ ว ส่วนคณุ ตาอนิ ทร์ เปนน ช่างกอ่ สรา้ ง มา
รบั จ้างท่างานกอ่ สรา้ งทวี่ ัดบางมูลนาก และได้พบรักกับยายเพยี รอยู่กินด้วยกัน คุณตากับคุณยายยดึ อาชีพ
ลอ่ งเรอื ขายเครื่องป้นั ดินเผ่าอยูอ่ ย่างเดมิ จนกระท้ังมีลกู จึงไดส้ ร้างบ้านขน้ึ มา 1 หลงั (ปัจจบุ ันคอื บ้านเลขท่ี
102 ในตรอกมอญ) ต่อมาลุงสว่าง (บตุ รคนท่ี 1) และปา้ โช้ (บตุ รคนที่ 3) คดิ วา่ ควรจะอพยพขึน้ บ้าน เลยมา
จบั จองพืน้ ทเ่ี พ่ือเปนน ท่ีอยู่อาศัยทเี่ ปนนหลักแหลง่ (ซ่ึงก็คือพน้ื ทใี่ นตรอกมอญในปัจจบุ นั น้ี)
การพักอาศยั ทบี่ า้ นน้นั สว่ นมากจะเปนนผู้หญิงและลกู สว่ นผ้ชู ายจะลอ่ งเรือขายของเหมือนเดิมต่อมาครอบครัว
ใหญข่ น้ึ ก็ได้มาสร้างบ้านเพ่ิมในบริเวณทีจ่ บั จองไวเ้ น่อื งจากบ้านอยู่ใกล้แมน่ ้่า อาชีพของลูก ๆ ของตาอนิ ทร์กับ
ยายเพยี ร จึงเปนน การคา้ ปลา ทง้ั ปลาสด ปลาเกลอื ปลาย่าง หรอื ปลาปน่ โดยปลาย่างนั้นจะมรการสง่ ออกไป
55
ยงั จังหวัดเชียงใหม่ โดยการช่งั มัดใส่เข่ง ส่งขน้ึ รถหวานเยน็ (รถไฟ) บางมูลนาก - เชยี งใหม่ ปลายทางก็จะ
รบั ปลา ช่ัง แลว้ สง่ เงนิ มาให้ (โดยอาศัยความไว้วางใจกนั ในการชื้อขาย)
ชาวตรอกมอญจะสง่ เสรมิ ใหล้ ูกหลานเรยี นหนงั สือ ซ่ึงส่วนใหญจ่ ะมีอาชีพรบั ราชการ และนา่ ความเจรญิ รุ่งเรอื ง
มาสู่ เมืองบางมลู นากจนเปนน ทีร่ ู้จกั ได้แก่
1.นายสมบูรณ์ สติ านนท์ อดีต ผูอ้ ่านวยการโรงเรยี นบางมลู นากภมู วิ ิทยาคม
2.นายบรรจง พงษ์ประเสรฐิ อดีต ผู้อา่ นวยการโรงเรียนเทศบาล 2 วดั ชัยมงคล
ขอ้ มูลผใู้ ห้สัมภาษณ์
นายบรรจง พงษป์ ระเสรฐิ อายุ 78 ปี
ตรอกข้ีเหลก็
เน่ืองจากหนา้ ปากซอยรมิ ฝั่งแม่น่้าน่าน เคยมีต้นขีเ้ หล็กขนาดใหญข่ น้ึ อยู่ 1 ตน้ จงึ เปนนทีม่ าของถนน
ประเทืองถิ่น ซอย 3 วา่ " ตรอกขเ้ี หล็ก " แต่ปจั จบุ นั ตน้ ขี้เหลก็ ต้นไดถ้ ูกโคน่ ลงไปเมื่อ 30 (พ.ศ.2530) ปีท่ี
แลว้ เพราะต้นข้ีเหลก็ ต้นดังกล่าวแกม่ าก ซง่ึ ปจั จุบันน้ไี ด้มตี ้นทับทมิ ขึ้นมาแทนตรงบริเวณท่ีต้นข้เี หล็กต้นเดิม
ขอ้ มูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์
นางวนั นา บญุ เดช อายุ 90 ปี
ซอยอนิ ทุโสภณ
ซอยอินทโุ สภณ เร่ิมมาจากการท่ีคณุ หญงิ ส่าอาง อนิ ทโุ ศภณ ได้อทุ ิศที่ดินให้เปนน ตลาดสด ในสมยั
นายอ่าเภอประพันธ์ ประพนั ธะสิริ และเม่อื ได้มกี ารตัดถนนผ่านทด่ี ินทอ่ี ุทิศให้ทางทวี่ า่ การอา่ เภอในสมยั นน้ั จึง
ตัง้ ชื่อถนนน้วี า่ ..อนิ ทุโสภณ.. เพือ่ เปนนเกยี รติแกค่ ุณหญงิ ส่าอาง อนิ ทโุ ศภณ ผอู้ ทุ ิศให้ ซอยอนิ ทุโสภณ เดิม
เขยี นวา่ อนิ ทุโศภณ
ข้อมูลผใู้ หส้ ัมภาษณ์
นายวฒุ เิ ลศิ ...นางปราณ.ี ..เลศิ ลกั ขณาวัฒน์
ภูมินาม ถนน
นายนพดล เจา้ หน้าท่ีพนกั งานทะเบียนเทศบาลเมืองบางมูลนาก วิธีการใช้บ้านเลขทขี่ องเทศบาลจะ
ใช้เปนนกลุ่มชอื่ ถนน ฉะน้ันอาจมบี า้ นเลขท่ตี รงกันและจะดูช่ือถนนเปนนหลกั โดยแบ่งไดน้ ้ี
1.ถนนชูเชิดน่าน
เปนน ถนนเร่มิ จากฝง่ั แม่น่้าดา้ นทิศตะวนั ตกท้งั หมดเริ่มจากบ้านเลขท่ี 1-212 และยงั แบ่งย่อย
เปนน 2 ช่ือ คือ
1.1 ถนนชูเชดิ นา่ นเหนือโดยจะเริ่มจากเหนือ โรงเรียนเทศบาล 1 บางมูลนากไปจนถงึ บรเิ วณ
บริเวณบ้านแมน่ ายทองด่า แสงจนั ทร์
56
1.2 ถนนชเู ชดิ น่านใตจ้ ะเร่ิมตั้งแต่ใต้วดั บางมลู นากถงึ โรงพยาบาลสุขภาพต่าบลของเทศบาลของ
เทศบาลเมืองบางมูลนาก
1.3 ถนนชเู ชดิ นา่ นจะเปนน บริเวณวัดบางมลู นากออกไปถงึ สี่แยกไฟแดงตลอดฝง่ั โรงเรยี นบางมูล
นากภมู วิ ทิ ยาคมไปถึงโรงเรยี นเทศบาลบางมูลนาก
2.ถนนประเวศน์ใต้
เรม่ิ จากบ้านเลขท่ี 1 – 232 โดยเริม่ จากใต้ศาลเจ้าพ่อแก้วหลงั เกา่ ลอ่ งใต้ไปจนถึงโรงสี(คลอง
บุศบงษใ์ ต)้
3.ถนนประเวศนเ์ หนือ
เริม่ จากบา้ นเลขที่ 1 -340 โดยแบง่ เปนน 2 กลุ่มดังนี้
3.1ประเวศน์เหนือ(ประปาหลัง)จากธนาคารไทยพาณชิ ย์เข้าไปทางคลองบุศบงศ์เหนอื ไปเล้ียวซ้ายเขา้
แม่นา่้ แถวบ้านหมอวนั ชยั บรรจบกับแมน่ ่้า
3.2ประเวศนเ์ หนือ(ประปาหน้า)เรียงจากร้านหมอโขง่ (ชวนเสรโี อสถ)ไปจนถึงการประปาซึ่งไปบรรจบ
กบั (ประปาหลงั )
4.ถนนประธานเมือง
เรม่ิ จากเลขท่ี 2 – 180/1 เริ่มจากธนาคารกรงุ ไทย(เกา่ )ตามตะวันขึ้นไปบรรจบทางรถไฟ
5.ถนนนาคราช
เลขท่ี 1 – 54/1 เร่มิ จากถนนเสน้ สถานีรถไฟลองไปทิศตะวันตกจรดแม่นา้่
6.ถนนนรินทร์รกั ษ์
เลขที่ 1 – 40 เรม่ิ จากธนาคารกรงุ ไทย(เกา่ )ลอ่ งไปทางใตจ้ นไปบรรจบกบั ถนนนาคราช
7.ซอยเกษมสขุ
เร่ิมจากดา้ นขา้ งธนาคารกรงุ ไทยใหมเ่ ข้าไปจนจรดแมน่ ้า่ ซึ่งทราบข้อมูลจากผูเ้ ฒา่ ผ้แู กว่ ่าเหตุ
ที่มชี อ่ื ซอยสุขเกษมเพราะดา้ นเหนือสุดของซอยจะมีตรอกเขา้ ไปอปี ระมาณ 50 เมตร ชาวบ้านเรยี กตดิ ปากวา่
“ซอยแกลบหรือตรอกแกลบ” เพราะมีการน่าแกลบแดงมาดมเปนนถนนเข้าไปซ่ึงเปนนแหล่งโลกยี ์ปลดอารมณ์
ของทา่ นชายซงึ่ ข้างในมบี ้านเกา่ มีโรงฝนิ่ เก่าอยภู่ ายในอีกด้วย
8.ซอยศักดิเทศ
เรม่ิ จากร้านขายยาศักด์ปิ ระสิทธโ์ิ อสถไปทางทศิ ตะวนั ตกจรดตลาดสด
เลขที่ 1 -21
9.ซอยวนิ ิจ
เลขที่ 1 -16 ตง้ั แต่ข้างธนาคารกรุงไทยเก่าเข้าไปจรดแม่น้า่ ทราบว่าเปนน ชือ่ ของขนุ พนิ ิจ
57
10.ซอยอินทโุ สภณ เลขที่ 1 – 16
11.ถนนประเทอื งถนิ่
เลขที่ 1 – 99/20 เร่ิมจากร้านเจส๊ ุรีย์ก๋วยจั๊บลอ่ งใต้ผ่านอ่าเภอ-เทศบาลไปจรดสะพานคลอง
บุศบงใต้
12.ถนนภูมบิ าล
เริ่มจากโรงเรยี นเทศบาล 2 วัดชยั มงคลล่องใตไ้ ปจนถงึ หลังสา่ นักงานเทศบาลเมืองบางมูล
นากบริเวณส่านกั งานสาธารณสขุ อา่ เภอของบางมลู นาก
13.ถนนร่วมจิตบนั ดาล
เลขที่ 1 – 103 ยดึ ฝงั่ ตรงขา้ มสถานีรถไฟต้งั แต่ปิดเปดิ รถไฟด้านเหนอื ไปจรดคลองบุศบงศ์ใต้
อนึ่งในการแบ่งเขตของภายในเทศบาลเมืองเพอื่ ความสะดวกและจดั สรรงบประมาณดูแล
ทกุ ข์สขุ ประชาชน เทศบาลจึงแบ่งกลุ่มชมุ ชนไดเ้ ปนน 6 ชุมชนและมีประชาชนรวมท้ังคณะกรรมการในชุมชน
ดังนี้
1.ชมุ ชนชูเชิดนา่ นเหนอื
2.ชุมชนชูเชิดน่าใต้
3.ชุมชนประเวศนเ์ หนอื
4.ชุมชนประเวศนใ์ ต้
5.ชมุ ชนร่วมจติ บนั ดาล
6.ชมุ ชนวัดชยั มงคล
58
บุคคลสาคัญ
พระครวู จิ ารณธ์ รรมสริ ิ
พระครวู ิจารณธ์ รรมสิริ เดิมชื่อ ศริ ิ นามสกุล เหมน็ เณร เกิดวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
ตรงกบั วนั องั คาร ข้ึน ๒ คา่ เดอื น ๙ ปีขาล บดิ าช่อื นายโท เหมน็ เณร มารดา ชือ่ นางแมน้ เนียมเปรม มี
ภมู ิล่าเนาอยู่ที่บา้ นเลขที่ ๑๗ หมู่ ๑ ต่าบล โพทะเล อา่ เภอ โพทะเล จังหวัด พิจิตร มีพีน่ ้องรว่ มบดิ ามารดา
เดยี วกัน ๓ คน
เปนนชาย ๒ คน หญิง ๑ คน คือ
๑. นายศริ ิ (พระครวู จิ ารณ์ธรรมสริ )ิ
๒. นายเทียบ
๓. นางถมยา
ญาตฝิ ่ายบิดา มีปู่ ชื่อลี ย่าชอ่ื เคลือบ ใชน้ ามสกลุ "เหมน็ เณร " ปแู่ ละย่ามีบตุ รดว้ ยกนั ๗ คน เปนน ชาย ๒ คน
หญิง ๕ คน ดงั น้ี
๑. นางไปล่
๒. นางเสง่ียม
๓. นายโท(โยมบิดาพระครูวิจารณ์ธรรมสิริ)
๔. นายหล่า
๕. นางสงา่
๖. นางสงัด
๗. นางชดิ
ญาติฝ่ายมารดา มตี าชื่อ เปรม ยายช่ือ ลา ใชน้ ามสกุลวา่ "เนยี มเปรม" ตาและยาย มบี ตุ รด้วยกนั ๕
คน เปนนชาย ๔ คน หญิง ๑ คน ดังนี้
๑. นายจ๋อย
๒. นายขวัญ
๓. นายทองดี
๔. นางแมน้ (โยมมารดาพระครวู ิจารณธ์ รรมสริ )ิ
๕. นายทองค่า
การศึกษาทางโลก เรยี นจบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ จากโรงเรียนวดั บ้านตาล อ่าเภอโพทะเลจงั หวัดพจิ ิตร
บรรพชา พ.ศ. ๒๔๘๕ ไดบ้ รรพชาเปนน สามเณร ท่วี ดั บา้ นตาล
อปุ สมบท ได้อุปสมบทเมอื่ วนั ท่ี ๑๑พฤษภาคม ๒๔๘๙ โดยมพี ระครธู รรมาภริ ตั ิ เปนน พระอปุ ชั ฌาย์
เจ้าอธกิ ารกุย่ เปนนพระกรรมวาจาจารย์ พระอธกิ ารอ้นั เปนน พระอนุสาวนาจารย์ และได้รับฉายาวา่ "โชตริ โส"
การศกึ ษาทางธรรม
พ.ศ. ๒๔๘๕ สอบไล่ได้นกั ธรรมชนั้ ตรี จากส่านักวดั โพทะเล
59
พ.ศ. ๒๔๘๗ สอบไลไ่ ด้นกั ธรรมชน้ั โท จากสา่ นกั วดั บา้ นตาล
พ.ศ. ๒๔๙๑ สอบไลไ่ ด้ นกั ธรรมชั้นเอก จากสา่ นักวัดโคกหมอ้ อ่าเภอชมุ แสง จงั หวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้เปนน ครสู อนนักธรรม อย่ทู วี่ ดั โคกหม้อ ๑ ปี
พ.ศ. ๒๔๙๓ ย้ายไปจ่าพรรษาอยทู่ ว่ี ดั ร้งุ อา่ เภอเมืองจงั หวดั อา่ งทอง และได้เปนนครูสอนนักธรรม
อยู่จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๔
งานปกครอง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับแต่งตั้งเปนนเจา้ อาวาสวดั บา้ นตาล อ่าเภอโพทะเล จังหวดั พจิ ิตร
พ.ศ. ๒๕๐๕ ไดร้ บั แตง่ ตั้งเปนนเจ้าอาวาสวดั บางมูลนาก อ่าเภอบางมลู นาก จงั หวัดพจิ ติ ร
พ.ศ. ๒๕๐๘ ไดร้ บั แต่งตั้งเปนน เจา้ คณะต่าบลวังตะกู
พ.ศ. ๒๕๐๘ ไดร้ ับตราตัง้ เปนนพระอุปชั ฌาย์
พ.ศ. ๒๕๑๔ ไดร้ บั แตง่ ตง้ั เปนน รองเจ้าคณะอ่าเภอบางมลู นาก
สมณศักดิ์ วันท่ี ๕ ธันวาคม ๒๕๐๕ ได้รบั พระราชทานสมณศกั ด์เิ ปนน พระครสู ัญญาบัตรเจ้าคณะตา่ บลช้นั ตรี
ทีพ่ ระครูวิจารณ์ธรรมสิริ
วนั ที่ ๕ ธนั วาคม ๒๕๐๘ ได้รบั การเล่ือนช้ันสมณศกั ด์ิเปนนพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตา่ บลชั้นโท
วันท่ี ๕ ธนั วาคม ๒๕๑๙ ไดร้ บั การเล่อื นช้นั สมณศกั ดิเ์ ปนนพระครูสญั ญาบตั ร รองเจา้ คณะอ่าเภอบาง
มลู นากชน้ั เอก
งานสาธารณปู การ ได้ก่อสร้างถาวรวัตถไุ วใ้ นวัดบางมลู นาก มากมายหลายประการ คือ
๑. รอ้ื อโุ บสถหลงั เก่า สร้างอุโบสถใหม่ ๑ หลงั
๒. รื้อกุฏเิ ก่าท่ีช่ารดุ สรา้ งใหมท่ ัง้ หมด ๒๒ หลัง
๓. รือ้ ศาลาการเปรียญเกา่ สรา้ งใหม่ ๑ หลัง
๔. สร้างหอกลอง หอระฆัง เปนนคอนกรีต ๒ หลัง
๕. สรา้ งถนนเข้าออกและถนนเช่อื มระหว่างอุโบสถ
- วิหาร -ศาลาและกฏุ ิ
๖. สร้างรั้วคอนกรตี รอบบรเิ วณวัด และก้ันเขตพุทธาวาส-สังฆาวาสยาวประมาณ ๗๒๐ ม.
๗. สร้างซ้มุ ประตู ทางเขา้ วดั รวม ๕ ซมุ้
๘. สร้างโรงครวั ๓ หลงั
๙. สร้างวหิ ารประดิษฐานหลวงพอ่ ชินวร (พระประธานโบสถ์เก่า ) หลวงพ่อเงนิ หลวงพ่อพิธ หลวงพอ่
เขยี น หลวงพ่อพระประธานพร รวม ๖ หลงั
๑๐. ก่อสร้างโรงเรยี นปรยิ ัติธรรมเปนน อาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็ ๒ ชัน้ ๑ หลงั
๑๑. สรา้ งกองอ่านวยการเปนน อาคารถาวร พน้ื เสาคอนกรีต หลงั คามงุ สงั กะสี ๑ หลัง
๑๒. สรา้ งศาลาพักร้อนท้งั ในและนอกบรเิ วรวัด ๗ หลัง
60
๑๓. สร้างมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจ่าลองเปนน อาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็ก ๒ ชน้ั ๑ หลัง
๑๔. สร้างฌาปนสถาน (เมรเุ ผาศพ) เปนน อาคารคอนกรตี เสริมเหล็กพร้อมชานและก่าแพงแกว้ โดยรอบ
๑ หลัง
๑๕. สรา้ งศาลาพักสงฆ์ ข้างเมรุเผาศพเพ่ือใชใ้ นงานฌาปนกิจศพ ๑ หลัง
๑๖. สรา้ งศาลาฌาปนสถาน (ศาลาธรรมสงั เวช )๒ หลงั มีโรงครวั ห้องน้่าห้องสุขาครบ ๑ หลัง
๑๗. สรา้ งห้องนา้่ ห้องสขุ า ส่าหรับผมู้ าปฏบิ ตั ิธรรมเนื่องในการบวชเนกขมั มะ ๑ หลัง ( มหี ้องนา้่
ห้องสขุ า ๒๐ หอ้ ง )
นอกจากสร้าง ถาวรวัตถใุ นวัดบางมลู นากแลว้ ยงั ไดเ้ ปนนประธานอ่านวยการก่อสรา้ งถาวรวตั ถุอ่ืนๆ
ตามท่ที างวัดต่างๆ ได้มาอาราธนาไปด่าเนินการอกี ดงั นี้
พ.ศ. ๒๕๒๐ เปนน ประธานดา่ เนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญวัดหอไกร ๑ หลงั
พ.ศ. ๒๕๒๑ เปนน ประธานด่าเนนิ การก่อสรา้ งวัดวงั ทอง (สรา้ งกุฏเิ สร็จ ๕ หลัง หอสวดมนต์ ๑ หลงั
ศาลาการเปรยี ญ ๑ หลงั วหิ ารหลวงพอ่ ขาว ๑ หลัง )
พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนนประธานด่าเนินการก่อสรา้ งอโุ บสถวัดคลองตางาว เสร็จ ๑ หลงั
เปนน ประธานด่าเนินการก่อสรา้ งอุโบสถวดั พร้าวเสร็จ ๑ หลงั
เปนน ประธานด่าเนินการก่อสร้างอโุ บสถวดั วังกรดเสร็จ ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๒๓ เปนน ประธานด่าเนนิ การก่อสร้างอโุ บสถวดั บางลายใต้ เสร็จ ๑ หลงั
เปนน ประธานด่าเนนิ การก่อสรา้ งอุโบสถวัดใหม่ศรวี ชิ ยั ต.ทุ่งน้อย เสรจ็ ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๒๔ เปนน ประธานด่าเนินการก่อสร้างอุโบสถวดั ราษฎร์ศรัทธาทรงธรรม(สายหว้ ย) เสร็จ ๑
หลัง
เปนนประธานดา่ เนินการก่อสรา้ งศาลาการเปรยี ญวัดโพธทิ์ อง เสร็จ ๑ หลงั
เปนนประธานด่าเนนิ การก่อสร้าง เมรุเผาศพวัดโพธทิ์ อง เสรจ็ ๑ หลงั
เปนน ประธานด่าเนนิ การก่อสร้าง เมรุเผาศพวัดหนองสนวน เสรจ็ ๑ หลงั และไดน้ ่า
พระภกิ ษวุ ัดบางมูลนากไปกอ่ สรา้ งรว้ั คอนกรีตเสรมิ เหล็ก รอบบรเิ วณวัดบา้ นตาล และซุ้มประตู ๖ ซมุ้
ศาลาลม ๑ หลัง พรอ้ มทง้ั ได้ซอ่ มแซมศาลาการเปรยี ญของวัดบ้านตาล และได้สรา้ งวิหารประดษิ ฐาน
พระพุทธรูป ๓ องค์ ขึ้นทวี่ ดั บา้ นตาล อีก ๑ หลงั
การมรณภาพ
พระครูวิจารณ์ธรรมสิรไิ ด้ถงึ แกม่ รณภาพ ดว้ ยโรคมะเร็งในปอด เม่ือคืนวันท่ี ๑๙ มนี าคม ๒๕๓๓
ท่ีโรงพยาบาลบางมูลนากสริ ิรวมอายุได้ ๖๓ ปี ๗ เดือน ๙ วนั
การพระราชทานเพลงิ ศพ
พระครวู จิ ารณ์ธรรมสิรไิ ด้รับพระราชทานเพลิงศพ ในวนั ท่ี ๒๓ มนี าคม ๒๕๓๔เวลา ๑๖.๐๐ น.
ณ. เมรุลอยชั่วคราว วดั บางมูลนากอ่าเภอบางมลู นาก จงั หวดั พจิ ิตร
61
ข้อมูลผใู้ ห้สัมภาษณ์/อา้ งองิ
เอกสาร พิมพ์เเจก ในงานท่าบุญครบรอบ วันมรณภาพ ปี ๒๕๔๐ เรยี บเรียงโดยพระครูพศิ าลสภุ ทั ร
คุณ เจ้าอาวาสวดั บางมลู นาก รปู ปัจจุบัน
พระครูพิเศษธรรมนิวิษฐ์ (ขาว โคตมสาวโก)
พระครูพเิ ศษธรรมนิวิษฐ์ นามเดมิ ขาว นามสกลุ ชวู งศ์ เกิดเมอ่ื วนั จนั ทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2440 ตรง
กับวันขึ้น 10 คา่ เดอื น 6 ปีระกา เปนนบตุ รคนท่หี นึ่งของนายถนิ นางคมุ้ ชูวงศ์ ณ บา้ นจักรสหี ์ อ.เมอื ง จ.
สงิ หบ์ รุ ี มีน้องรว่ มบดิ ามารดา 4 คน คือ
1. นายยิ้ม ชูวงศ์
2. นางนิม่ จุ้ยปาน
3. พระครบู รหิ ารโพธิกิจ (เรียบ ชูวงศ์) มรณภาพแล้ว
4. นางเข็ม (ชูวงศ)์
เม่ือเยาวว์ ยั ได้อยู่กบั พระอาจารย์มี และได้ศกึ ษาภาษาไทยท่ีวัดจกั รสหี ์ จังหวดั สิงห์บรุ ี จบชน้ั ประถมปี
ที่ 4 อายุ 15 ปีไดบ้ รรพชาเปนนสามเณรท่ีวดั ส่าโรง อ.อินทร์บรุ ี จ.สงิ ห์บรุ ี แล้วไปอยทู่ ่วี ัดกัลป์ยาณ์ พออายุครบ
อปุ สมบทไดก้ ลับมาอปุ สมบททว่ี ดั เชิงหวาย อปุ สมบทแลว้ กลบั ไปอยู่ทวี่ ดั กัลปย์ าณ์ไดห้ น่ึงพรรษาก็ถูกเกณฑ์
ทหาร จึงตอ้ งลาสกิ ขาบทไปรับราชการทหารอยู่ 2 ปี เมื่อออกจากการเปนนทหารแลว้ ได้กลบั มาอุปสมบทใหม่
อีกครั้ง เม่อื วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2466 ทวี่ ดั จักรสีห์ อ.เมือง จ.สงิ หบ์ ุรี โดยมพี ระครูเกษีวิกรม เปนนพระ
อุปชั ฌายพ์ ระอาจารยว์ อน เปนนพระกรรมวาจาจารย์ และพระครพู ุทธไสยาสน์ เปนน พระอนุสาวนาจารยไ์ ดจ้ า่
พรรษาทวี่ ัดจักรสหี ์ 2 พรรษา จึงได้ ย้ายไป ศึกษาพระปรยิ ัตธิ รรมท่ีวัดไชโย 5 พรรษา สอบนักธรรมช้ันตรไี ด้
เมื่อ พ.ศ. 2470 ในสา่ นกั เรียนวดั ไชโย อ.ไชโย จ.อา่ งทอง แลว้ ไดย้ า้ ยไปอยูท่ ีว่ ัดโพธอิ์ ีก 2 พรรษา จงึ ไดอ้ ยู่ที่วัด
วงั น้่าเตา้ อ.บางมลู นาก จ.พิจิตร ได้ 2 พรรษา แล้วยา้ ยไปรักษาการเจ้าอาวาสวดั วงั กรด อ.บางมูลนาก จ.
พิจติ ร เมอ่ื พ.ศ. 2476 จากน้ันได้อยู่ทีว่ ดั ชยั มงคลเม่ือ พ.ศ. 2486 จนถึงมรณภาพ
พ.ศ. 2504 สรา้ งหอสวดมนต์วดั ชัยมงคล สน้ิ เงนิ ประมาณ 203,000.00 บาท
พ.ศ. 2505 เปนน ประธานสร้างศาลาพระกัมมัฏฐาน วดั ชัยมงคล ส้ินเงินประมาณ 53,000.00 บาท
พ.ศ. 25606 เปนนประธาน สร้างสระพานคอนกรตี เสรมิ เหลก็ วดั ชัยมงคล สน้ิ เงนิ ประมาณ
192,900.00 บาท
พ.ศ. 2508 เปนน ประธานสร้างกุฏิทรงไทย 1 หลงั 3 หอ้ ง วัดชยั มงคล สิ้นเงินประมาณ 72,000.00
บาท
62
พ.ศ. 2510-2511 เปนน ประธานสรา้ งกฏุ ิทรงไทย 2 หลงั ชนิด 3 ห้อง วัดชัยมงคล สน้ิ เงินประมาณ
150,000.00 บาท
ไดร้ ับพระราชทานสมณศักดิ์
พ.ศ. 2497 เปนนพระครสู ญั ญาบัตรชนั้ ตรีท่ี “พระครูพิเศษธรรมนิวษิ ฐ์”
พ.ศ. 2501 เปนน พระครูสัญญาบัตรช้ันโทที่ “พระครพู ิเศษธรรมนิวิษฐ์”
วาระสุดท้าย
พระครพู ิเศษธรรมนวิ ิษฐ์ ได้อาพาธดว้ ยโรคเบาหวานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2507 และมโี รคอ่นื แทรกซ้อนเปนน
บางระยะจนเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 ตรงกับวนั อาทติ ย์ขนึ้ 13 คา่ เดือน 8 ปีวอก ได้ประกอบ
ศาสนกจิ เปนน วันสุดท้ายโดยรับเปนน พระอุปชั ฌายะ อุปสมบทกลุ บุตร ที่วัดชยั มงคล 4 คน ในเวลาเชา้ มืด
ต่อจากนัน้ ได้เดนิ ทางไปใหก้ ารอปุ สมบทท่ีวดั หนองเต่า ต.ภูมิ อ.บางมลู นาก จ.พจิ ิตร อีก 1 คน แลว้ กลับมาให้
การอปุ สมบทแกก่ ลุ บุตรท่วี ดั ชัยมงคลอีก 2 คน ด้วยความเหน็ดเหน่อื ยมาก หลงั จากกลับมาพักผอ่ นท่ีกุฏิของ
ท่านไดป้ ระมาณ 15 นาที ก็ถึงแกม่ รณภาพ ด้วยโรคหวั ใจวาย สริ ริ วมอายุ 72 โดยปี
พระราชวิมนมุนี
พระราชวิมลมุนี ( วจิ ติ ร ค่าอ่อน ) ฉายา นิมมฺ โล อายุ ๗๙ พรรษา ๕๙ น.ธ.เอก ป.ธ.
๗ วัดชยั มงคล ตา่ บลเนินมะกอก อ่าเภอบางมลู นาก จังหวดั พิจิตร
ปจั จุบนั ดา่ รงตา่ แหน่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล
เ ป็ น ที่ ป รึ ก ษ า เ จ้ า ค ณ ะ จั ง ห วั ด พิ จิ ต ร
สถานะเดิม
ช่ือ วิจติ ร นามสกลุ คา่ อ่อน เกดิ วัน ๒ ๑๑ ๗ คา่ ปี จอ วันท่ี ๕ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕
นามบิดา นายปัน่ ค่าอ่อน นามมารดา นางกลบี ค่าอ่อน บ้านเลขท่ี หมู่ที่ ๓ ต่าบลบางระก่า อ่าเภอ
นครหลวง จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
บรรพชา วนั ๑ ๑๕ ๖ ปี ฉลู วันท่ี ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐ พระอปุ ชั ฌาย์ พระโพธิวงศาจารย์ วดั อนงคา
ราม แขวงตลาดสมเด็จ เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร
อปุ สมบท วัน ๗ ๑๑ ๑๕ ๖ ค่า ปี มะเมยี วนั ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ วดั บางระกา่ ตา่ บลบาง
ระกา่ อ่าเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
พระอปุ ชั ฌาย์ พระครนู ครวหิ ารคณุ วดั ปรดี าราม ต่าบลแมล่ า อา่ เภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
63
พ.ศ. ๒๔๗๗ ส่าเรจ็ ชน้ั ประถมปที ี่ ๖ จากโรงเรยี นวัดเรือแข่ง ต่าบลบางระกา่ อา่ เภอนครหลวง จงั หวดั
พระนครศรีอยธุ ยา
พ.ศ. ๒๔๘๓ สอบนักธรรมชนั้ เอกได้ จากส่านกั เรยี นวดั อนงคาราม ต่าบลตลาดสมเด็จ เขตคลองสาน
กรงุ เทพมหานคร
พ.ศ. ๒๔๘๘ สอบไดเ้ ปรียญธรรม ๗ ประโยค จากสา่ นกั เรียนวดั อนงคาราม แขวงตลาดสมเดจ็ เขตคลอง
สาน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๑๑ เปนนผ้รู ักษาการแทนเจา้ อาวาสวดั ชัยมงคล
เปนน เจา้ อาวาสวดั ชัยมงคล
เปนน ผรู้ ักษาการแทนเจา้ คณะอ่าเภอบางมูลนาก
พ.ศ. ๑๕๑๒ เปนนเจ้าคณะอา่ เภอบางมลู นาก
พ.ศ. ๒๕๑๓ เปนนพระอุปชั ฌายใ์ นเขตปกครองอา่ เภอบางมูลนาก
พ.ศ. ๒๕๑๕ ไดร้ ับโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศกั ดเ์ิ ปนนพระราชาคณะชั้นสามัญ
ที่ พระวมิ ลมนุ ี
พ.ศ. ๒๕๒๕ เปนนรองเจา้ คณะจังหวัดพิจติ ร
พ.ศ. ๒๕๔๑ เปนนผรู้ ักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพจิ ิตร
เปนน เจา้ คณะจังหวัดพิจิตร (๒๑ เมษายน ๒๕๔๑)
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รบั โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศกั ด์เิ ปนน พระราชาคณะชนั้ ราช
ท่ี พระราชวมิ ลมนุ ี
พ.ศ. ๒๕๔๕ เปนนทปี่ รึกษาเจ้าคณะจังหวัดพจิ ิตร
มรณภาพ เมื่อวันท่ี ๗ ธนั วาคม ๒๕๕๐
ข้อมูลผใู้ ห้สัมภาษณ์/อ้างองิ
เอกสาร วดั ชัยมงคล
นายชนั้ รงุ่ อินทร์
ช่อื เดิม นายชนั้ รุ่งอินทร์
ฉายาทไ่ี ดร้ บั การยกยอ่ ง มหาช้นั
ครอบครัว (บดิ า มารดา พ่ี น้อง) นายชน้ั รุ่งอินทร์ เปนนบตุ รล่าดับที่ 2 ในจ่านวนพ่ีนอ้ ง 7
คน ของนายสระ รุ่งอินทร์ (บิดา) และนางเปยี่ ม รุ่งอนิ ทร์ (มารดา) เปนน ชาย 5 คน และหญงิ 2 คน ดังนี้
1. นางประทุม รงุ่ อินทร์ (สกุลเดิม)
2. นายชั้น รุ่งอินทร์
3. นายส่าราญ ร่งุ อนิ ทร์
4. นายส่าอาง รงุ่ อนิ ทร์
64
5. นางตะลุ่ม รุ่งอนิ ทร์ (สกลุ เดมิ )
6. เสยี ชวี ิตตัง้ แตเ่ ดก็
7. นายโพธิ์ รุง่ อนิ ทร์
(ปัจจุบนั ทกุ คนเสยี ชีวิตแล้ว)
การศกึ ษา นายช้นั ร่งุ อนิ ทร์ ได้ศกึ ษาเล่าเรยี นทว่ี ัด เนือ่ งจากสมัยนั้นวดั เปรยี บเสมือน
โรงเรยี น มปี ระวัตกิ ารศึกษา ดงั นี้
- อายุ 16 ปี บวชเณรเพือ่ รับการศึกษาท่ีวดั ท่าฬ่อ อ.ท่าฬ่อ จ.พิจติ ร โดยมีเจา้ คณุ เมธี
ธรรมประนาท เปนนเจา้ อาวาส
- อายุ 20 ปี บวชเปนนพระเพื่อเรียนนักธรรมจนส่าเรจ็ เปรียญธรรม 9 ประโยค ที่วัดสทุ ศั น
เทพวรารามราชวรมหาวหิ าร ซง่ึ เปนน พระอารามหลวงช้ันเอก
- เมอ่ื สา่ เรจ็ เปรยี ญธรรม 9 ประโยคแลว้ จงึ กลับมาจ่าพรรษาตอ่ ทว่ี ดั ท่าฬ่อ อ.ทา่ ฬ่อ จ.
พิจิตร
- ต่อมาได้มญี าติโยมนิมนต์มาเปนนเจา้ อาวาสทวี่ ดั ชัยมงคล อ.บางมลู นาก จ.พิจิตร สมัย
หลวงพ่อขาว ก่อนสมัยหลวงพอ่ วมิ ลมนุ ี (วิจิตร นมิ มโร) และไดล้ าสิกขาในปี พ.ศ.2482 เม่อื มีอายุ 40 ปี
การครองเรอื น (ถา้ มี สามี/ภรรยา) นายช้นั รุง่ อินทร์ ได้สมรสกับ นางเสริมสุข รุง่ อนิ ทร์
ซึง่ มีภูมลิ า่ เนาอยทู่ ี่ ต.วัดราชชา้ งขวัญ ต.ปากทาง จ.พจิ ิตร ในปี พ.ศ.2483 มบี ตุ ร – ธิดารวม 7 คน เปนน
ชาย 5 คน และหญงิ 2 คน ดังนี้
1. นายสมชาติ รุ่งอินทร์
2. นายสทิ ธิชัย รงุ่ อนิ ทร์
3. นางอรสา รงุ่ อินทร์
4. นายสุรพล รุ่งอินทร์
5. นายกมั พู รุ่งอินทร์
6. นายสมภพ รุ่งอินทร์
7. นางเมทิกา รงุ่ อินทร์
การงาน (ยศ/ตา่ แหนง่ ท่สี า่ คัญ)
1. สมาชิกสภาจงั หวดั พจิ ติ ร (สจ.)
2. สมาชิกสภาเทศบาลบางมูลนาก (สท.)
3. หัวหนา้ สมาคมต่าง ๆ ในอ่าเภอบางมูลนาก
ลกั ษณะ/อุปนิสยั นายชัน้ รงุ่ อินทร์ เปนน คนทม่ี อี ุปนสิ ัยใจบุญ เปนนผูใ้ ห้ ชอบชว่ ยเหลอื
ตรงไปตรงมา มีความมุ่งม่ัน ซอ่ื สัตย์ มีอุดมคติและอุมการณ์ มคี วามรับผิดชอบในการกระทา่ ตา่ ง ๆ มี
ลักษณะความเปนน ผู้นา่ สงู ชอบชกั ชวนบุคคลท่มี คี วามสา่ คัญในด้านตา่ ง ๆ มาเปนนแนวร่วมในการพฒั นา
เสรมิ สรา้ งความเจริญรุ่งเรืองในดา้ นตา่ ง ๆ ในชุมชนและสังคม
65
เหตุการณ์ทสี่ ่าคญั
1. เปนนแกนน่าในการรวมตวั ก่อต้ังองค์กรตา่ ง ๆ ของชมุ ชน เพอื่ ท่าประโยชน์ตอ่ สงั คมและ
เปนน สาธารณะกุศล
2. เปนน สอื่ กลางในการทา่ หนังสือเพื่อยื่นกบั หนว่ ยงานต่าง ๆ เชื่อมโยงกับฝ่ายรฐั โดย
เหตกุ ารณ์ทสี่ า่ คญั เหตุการณ์หนงึ่ คือได้ทา่ หนังสือฎีการอ้ งเรียนถึงพระเจา้ แผน่ ดิน เกย่ี วกบั เหตุการณ์
หลงั จากเกดิ ไฟไหมต้ ลาดบางมลู นากนนั้ ได้เกิดความอยตุ ิธรรมเกดิ ข้ึน เก่ยี วกับท่ีอยู่อาศัยทไี่ ดร้ ับจากการ
จัดสรรของข้าหลวง (เพราะท่ีดินสมัยนั้นเปนน ทด่ี ินตราแดง ทีม่ หี นงั สอื รับรองการทา่ ประโยชน์ (นส.3)) ซงึ่
ขึน้ อยกู่ ับขา้ หลวงผมู้ ีอ่านาจในการจดั สรรโดยตรง จึงทา่ ให้เกดิ ปญั หาและความอยุติธรรมขึ้น จึงน่าไปส่กู าร
ร้องเรยี นดงั กล่าว
การประกอบอาชพี นายชน้ั รงุ่ อินทร์ ได้ประกอบอาชีพคา้ ขาย ต้ังแตป่ ี พ.ศ.2484 โดย
จดชอ่ื ร้านคา้ ว่า มิตต์แท้ ซึ่งเปนนหลักกการเขยี นมาจากภาษาบาลี – สันสกฤต ทีใ่ ชอ้ ักษรกลางเปนนตัวสะกด
และตัวตาม โดยมีประวัติการประกอบอาชีพ ดงั นี้
- ปี พ.ศ.2584 เปดิ ร้านค้าในนามว่า มติ ตแ์ ท้ เพอื่ ขายเครื่องบวช (สังฆภัณฑ์) และท่าสี
ย้อมผ้าพระขาย โดยมีฉลากว่า “สยี ้อมผา้ ไทยทา่ ไทยใช้ ไทยขาย ไทยซื้อ” โดยมีสีย้อมผ้า 3 สี คอื สี
ทอง, สเี หลือง, สกี ระ
- ปี พ.ศ.2492 หลังจากเกิดไฟไหม้ตลาด ทางรา้ นมิตตแ์ ท้ก็ได้รบั ผลกระทบด้วยเช่นกัน
และไดร้ บั ความเมตตาจากเจา้ ของโรงสีในการใหก้ รรมสิทธทิ ี่ดินในการดา่ เนินการปรบั ปรงุ รา้ น และเริ่มขาย
สงั ฆภัณฑร์ ่วมกบั เคร่อื งเขยี นเรอ่ื ยมา
- ปี พ.ศ.2527 ใหล้ กู ชายคนที่ 5 คอื นายกัมพู รุ่งอนิ ทร์ รบั ช่วงกิจการร้านต่อ โดยเลกิ
ขายสังฆภณั ฑ์และเปดิ เปนนรา้ นเครือ่ งเขียนมาจนถึงปัจจุบนั รวมเปิดกจิ การมาแลว้ 79 ปี
ข้อมูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์/อา้ งองิ
นายกัมพู รงุ่ อนิ ทร์
นายสวัสดิ์ เจียมศรีพงษ์
นายพยงุ กลันทกพันธุ์ (หมอแดง)
นายแพทยพ์ ยุง กลันทกพันธุ์ (หมอแดง) เปนน ชาวบางมูลนาก จงั หวัดพิจติ ร เปนน บุตรคนที่ ๔
ของรองอ่ามาตยเ์ อกหลวงวรเวชวุฒปิ รีชา (กิง่ กลันทกพันธุ์) กับนางเยอื้ น กลันทกพันธ์ุ และมีพนี่ อ้ งรว่ มกนั
ทงั้ หมด ๙ คน คือ
๑. นายบัญญตั ิ กลนั ทกพนั ธ์ุ (ถึงแก่กรรม)
๒. นายประยูร กลันทกพันธ์ุ (ถงึ แก่กรรม)
๓. นายประโยชน์ กลนั ทกพนั ธุ์ (ถงึ แก่กรรม)
66
๔. นายแพทยพ์ ยงุ กลนั ทกพนั ธ์ุ (ถงึ แกก่ รรม)
๕. นางประยงค์ จา่ นงบรู ณแพทย์ (ถึงแก่กรรม)
๖. นายพะยอม กลันทกพันธ์ุ (ถงึ แก่กรรม)
๗. นางยุพา กลนั ทกพนั ธุ์ (มชี วี ิตอยู่)
๘. นายโพยม กลันทกพนั ธุ์ (ถงึ แกก่ รรม)
๙. นางกอบกลู หสั บา่ เรอ (มีชีวติ อย่)ู
ทงั้ นต้ี ระกลู ของนายแพทย์พยุง กลนั ทกพนั ธุ์ เทา่ ทีส่ ืบย้อนขน้ึ ไปได้ ฝา่ ยบิดา คือ หลวงวรเวชวฒุ ิปรชี า
(นายกิ่ง) เปนนชาวอยุธยา บิดา มารดามีอาชีพท่านา แต่ความที่นายก่ิงเปนนผู้ที่ใฝ่รู้จึงได้เพียรพยายามศึกษาเล่า
เรียน โดยได้เข้ามาอาศัยอยู่ท่ีวัดและเรียนหนังสือในบางกอก จนจบแพทย์ศิริราชรุ่นที่ ๑๗ และได้รับราชการ
เปนนแพทย์ประจ่ามณฑลเทศาภิบาลอยู่หลายที่ เช่น มณฑลอุดร มณฑลพายัพ มณฑลพิษณุโลก และมณฑล
นครสวรรค์
นายกิ่งได้รับราชการจนได้บรรดาศักดิ์สุดท้ายเปนน "รองอ่ามาตย์เอกหลวงวรเวชวุฒิปรีซา" และได้รับ
พระราชทานนามสกลุ จากพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู วั (รัชกาลท่ี ๖) วา่ "กลนั ทกพันธุ์"
(Kanlandakakabhandu) อันเปนนนามสกุลพระราชทาน ล่าดับ ๖๔๐๙ ลง วันท่ี ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๕
ทง้ั นจ้ี ึงถอื ไดว้ ่า หลวงวรเวชวฒุ ิปรชี า คอื ต้นตระกูล"กลันทกพันธ์ุ"
ฝ่ายมารดาของนายแพทย์พยุง กลันทกพันธ์ุ คือนางเย้ือน ซึ่งพ้ืนเพทางมารดาน้ีเปนนชาวพิจิตรโดย
แท้ นางเย้ือนน้ีเปนนบุตรีของรองอ่ามาตย์โทหลวงพิจิตรชนูปถัมป์ (เขียว เรืองเดช) นายอ่าเภอบางคลาน
(ปัจจบุ ันคอื ต่าบลบางคลาน อา่ เภอโพทะเล จงั หวัดพิจติ ร) สว่ นมารดานางเย้ือน ชื่อนางแชม่
ครั้นเมื่อหลวงวรเวชวุฒิปรีชา ได้ย้ายมารับราชการที่จังหวัดพิจิตร ซ่ึงในสมัยน้ันข้ึนกับมณฑล
พิษณุโลกก็ได้มาเจอกับนางเยื้อนและสรา้ งครอบครัว ลงหลักปักฐานรับราชการ และรักษาคนไข้อยู่ ณ อ่าเภอ
บางมลู นาก จงั หวดั พจิ ิตร โดยมีบุตรธดิ ารว่ มกนั ๙ คน ดังทก่ี ล่าวมา
สา่ หรับนายแพทยพ์ ยุง กลนั ทกพันธ์ุ มีช่อื เล่นว่า แดง ในวยั เดก็ ได้ยา้ ยตามบิดาไปศึกษาหลายท่ีจนเร่ิม
ข้าสู่วัยรุ่น จึงได้เข้าเรียนท่ีโรงเรียนอ่านวยศิลป์ พระนครและเข้าศึกษาต่อที่เตรียมอุดมศึกษา(แพทยศาสตร์)
ซ่ึงในช่วงเวลาดังกล่าวเปนนช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๔๘๘) กรุงเทพถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก
จากฝ่ายสัมพันธมิตร นักเรียนเตรียมแพทยศาสตร์ในยุคนั้นจึงต้องอพยพย้ายไปเรียนในต่างจังหวัด ซึ่งในส่วน
ของนายแพทย์พยุง กลันทกพันธ์ุ ได้ย้ายไปเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยโรงเรียนท่ีย้ายไปเรียนในคร้ังน้ีมีชื่อ
เรียกวา่ "เตรียมอดุ มภาคพายัพ"
ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งท่ี ๒ ได้สงบลง นายแพทย์พยุง กลันทกพันธุ์ ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะ
แพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จนจบการศึกษาได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตในพ.ศ. ๒๔๙๕ และนับเปนน
ศษิ ย์เกา่ แพทยศาสตร์ ศริ ริ าช รนุ่ ท่ี ๕๗
67
เมอื่ ส่าเรจ็ การศกึ ษา นายแพทยพ์ ยุง กลนั ทกพนั ธุ์ ไดก้ ลับมาเร่มิ วชิ าชีพแพทย์อายรุ กรรม รกั ษาผ้ปู ่วย
ที่ภูมิล่าเนาเดิม โดยเข้ารับราชการเปนนนายแพทย์ตรี ส่วนภูมิภาค ประจ่าสุขศาลา สังกัดเทศบาลเมืองบางมูล
นาก ซึง่ ปจั จบุ ันเปนนท่ตี ั้งของส่านักงานสาธารณสุขอ่าเภอบางมูลนาก
นอกจากรับราชการแล้ว นายแพทย์พยุง กลันทกพันธ์ุ ก็ยังได้เปิดคลินิกส่วนตัวรับรักษาโรคท่ัวไป
ท่าหมันชาย ท่าคลอด ชื่อ "ร้านหมอแดง" ตามช่ือเล่นตนเองท่ีชาวบางมูลนากคุ้นเคย ต้ังอยู่หลังสถานีรถไฟ
บางมูลนาก จากชื่อคลินิกน้ีเองท่าให้คนไข้ส่วนมากเรียกท่านกันจนติดปากว่า "หมอแดง" มากกว่าช่ือจริงของ
ทา่ น ทีค่ ลินิกแหง่ น้นี บั วา่ เปนนคลินิกทม่ี ีเคร่อื งมือในการตรวจรกั ษาโรคท่ีทันสมยั ในเวลาน้ัน เช่น เครื่องเอกซเรย์
พรอ้ มท้ังหอ้ งแลบ็ ในการล้างฟิล์ม ซ่ึงสามารถใช้ตรวจวนิ จิ ฉยั โรคไดภ้ ายในเวลาไม่ก่ชี วั่ โมง
ต่อมา ในพ.ศ. ๒๕๐๙ นับว่าเปนนอีกความก้าวหน้าหนึ่งของงานสาธารณสุขของอ่าเภอบางมูลนาก
เมื่อกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้ง "สถานีอนามัย ช้ัน ๑ อ่าเภอบางมูลนาก" ข้ึน และนายแพทย์พยุง กลันทก
พันธ์ุ ก็ไดย้ ้ายสงั กัดจากสุขศาลาเทศบาลเมอื งบางมูลนากมาเปนน นายแพทยโ์ ท ประจ่าสถานีอนามัยแหง่ น้ี และ
เปนนแพทย์เพียงท่านเดียวท่ีประจ่าอยู่ และต้องดูแลรับผิดชอบในการรักษาผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งถือว่าเปนนงานที่
หนัก สถานีอนามัยแห่งน้ีต้ังอยู่ติดกับองค์การโทรศัพท์ในปัจจุบัน และในระยะต่อมาได้พัฒนามาเปนน "ศูนย์
การแพทย์และอนามยั ชนบท บางมลู นาก" สร้างเปนนอาคารไม้ช้นั เดียวประกอบด้วยอาคารบริการผปู้ ่วย อาคาร
คลงั พสั ดุ และบ้านพักผู้อ่านวยการ
พ.ศ.๒๕๒๙ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณจ่านวน ๑๑.๗๖๕ ล้านบาท เพ่ือยกระดับงาน
สาธารณสุขให้ครอบคลุมย่ิงข้ึน ศูนย์การแพทย์และอนามัยชนบทจึงได้รับการปรับปรุงเปนน "โรงพยาบาล
บางมูลนาก" และย้ายไปต้ังอยู่ที่ต้ังปัจจุบัน โดยนายแพทย์พยุง กลันทกพันธุ์ ได้ร่วมกับผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ ของ
อ่าเภอบางมูลนากสมัยน้ัน คือนายสวัสด์ิ เจียมศรีพงษ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางมูลนาก นายขาว หงส์ทอง
ผู้จดั การธนาคารกรุงไทย สาขาบางมลู นาก และผู้ว่าราชการจังหวัดในสมยั น้ัน ดา่ เนินการจัดสร้างจนแลว้ เสร็จ
โดยมีนายแพทย์พยุง กลันทกพันธุ์ ด่ารงต่าแหน่งเปนนผู้อ่านวยการคนแรก และรับราชการเปนนแพทย์รักษา
ผู้ป่วยจนเกษียณอายุราชการ ในต่าแหน่งผู้อ่านวยการโรงพยาบาลบางมูลนากแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๒๙
ระหวา่ งที่รับราชการอยนู่ ายแพทย์พยุง กลันทกพนั ธ์ุ ไดเ้ ขา้ อบรมศึกษาความรทู้ างการแพทย์เพ่ิมเตมิ
ดังน้ี
พ.ศ. ๒๕๑๑ วชิ าโรคทรวงอก โดยสมาคมอายุรเวชแหง่ ประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๑๗ วิชาโรคหวั ใจ โดยสมาคมแพทยโ์ รคหวั ใจแหง่ ประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒ การรกั ษาพยาบาลคนไขร้ ีบด่วน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ
เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์ทไี่ ด้รับ
พ.ศ. ๒๔๙๘ จตรุ ถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)
พ.ศ. ๒๕๑๑ ตรติ าภรณม์ งกุฎไทย (ต.ม.)
พ.ศ. ๒๕๑๕ ตรติ าภรณ์ช้างเผอื ก (ต.ช.)
68
พ.ศ. ๒๕๒๒ เหรียญจักรพรรดิมาลา
หลังจากเกษียณอายุราชการ นายแพทย์พยุง กลันทกพันธุ์ ยังคงท่างานรักษาคนไข้ต่อท่ีคลินิก
"รา้ นหมอแดง" จนอายปุ ระมาณ ๗๐ ปี จึงหยุดรกั ษาคนไข้ เน่ืองจากอายมุ าก และได้พักผอ่ นอยู่ที่ร้านหมอแดง
มาตลอด โดยมีสุขภาพแข็งแรงตามสภาพมาตลอดมีเจ็บป่วยบ้าง บางคร้ัง แต่ก็ไม่อยู่ในภาวะวิกฤต จนเมื่อ
เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ท่านได้มีภาวะติดเชื้อท่ีปอดและเข้ารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลราชวิถี
กรุงเทพมหานคร ซึ่งอาการป่วยก็ค่อย ๆทรุดลงตามล่าดบั โดยในระยะสุดท้ายได้มีภาวะไตเส่อื มร่วมด้วย และ
ได้ถึงแก่กรรมเม่ือวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เวลา ๐๖.๔๐ น. โดยสงบ สิริอายุ ๙๑ ปี ๗ เดือน
๔ วัน
ตลอดชีวิตของท่านได้ประกอบวิชาชีพแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยมาตลอดเต็มก่าลังความรู้ความสามารถ
ได้ร่าเรียนมาและซึมซับมาจากบิดาตั้งแต่วัยเด็ก และได้ช่วยเหลือสังคมตามสมควรแก่ก่าลังความสามารถของ
ท่าน โดยเฉพาะให้การสนบั สนนุ การศึกษาและศาสนาในชมุ ชนุ
นายแพทย์พยงุ กลันทกพนั ธ์ุ มีภรรยา บตุ ร และหลาน ดงั น้ี
นายพยุง สมรสกบั นางฉลวย (พฤกษะวัน) มีบุตรและธิดา ๔ คน
๑ นายเฉลิมชยั สมรสกับ นางสมศรี (บญุ มี) มบี ุตร ๒ คน
๑) นายธนันท์ กลนั ทกพนั ธ์ุ รัฐประศาสนศาสตรม์ หาบณั ฑิต
๒) นายอภวิ ัฒน์ กลนั ทกพนั ธ์ุ วิทยาศาสตรมหาบัณฑติ (วศิ วการจดั การ)
๒. นางวิไลวรรณ ปัทมพฑิ ูร (เสยี ชีวิต) สมรสกบั นายเศวตชยั ปัทมพิฑรู
๓. นายฉันทวิทย์ สมรสกับ นางสิริบูรณ์ (คงสวัสดิ)์ มีบุตรและธดิ า
๑) นายนรนิ ทร กลนั ทกพนั ธุ์ เศรษฐศาสตรมหาบัณฑติ
๒) นางสาวฉะอ้อนสม กลนั ทกพันธุ์ เนตบิ ัณฑิต, นติ ิศาสตรมหาบัณฑติ
๔. นางจติ ต์โสภา เกดิ น้อย สมรสกับ นายสมพร มธี ิดา ๑ คน
๑) นางสาวปฐมพร เกิดน้อย รฐั ประศาสนศาสตร์มหาบณั ฑิต
นายพยงุ กับ นางบญุ ศรี (มศี ร)ี
๑. นางเฉลมิ ศรี กลนั ทกพันธุ์ MBA สมรสกับ นายล้อมเดช พ่วงตรง
๒. นายปียะพร กลันทกพนั ธ์ุ รัฐศาสตรม์ หาบัณฑิต มธ. สมรสกบั นางสาวมาดี ศรีวฒั นะ
(Master of Mass Communication, Kansas University, U.S.A.)
ขอ้ มูลผใู้ หส้ ัมภาษณ์
อ้างองิ จากหนังสือที่ระลกึ งานฌาปนกจิ นายแพทย์พยุง กลนั ทกพันธ์ุ
ณ เมรุ วดั ชัยมงคล อา่ เภอบางมูลนาก จงั หวดั พจิ ติ ร วนั เสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๘
นายเยียน โพธิสุวรรณ
นายไพฑูรย์ โรจนายน
69
หมอเอียด (ตรอกสายพาน)
หมอทองปอน
นายประพนั ธ์ ประพนั ธะสริ ิ
เปนนนายอ่าเภอบางมูลนาก ประมาณสป่ี ี (2475- 12 ธนั วาคม 2479 จากปา้ ยทาเนยี บนายอาเภอ
บางมูลนาก) จากการออกสมั ภาษณเ์ พื่อเก็บขอ้ มลู ได้มีการกล่าวถงึ ท่านในประวตั ิการอุทิศทดี่ นิ ใหเ้ ปนนตลาด
สด และการก่าเนดิ ซอยอินทุโสภณ
“ซอยอินทุโสภณ” เร่ิมมาจากการท่ีคุณหญิงสา่ อาง อินทโุ ศภณ ไดอ้ ทุ ิศทดี่ นิ ให้เปนนตลาดสด ในสมัยนายอ่าเภอ
ประพนั ธ์ (ไมท่ ราบนามสกลุ ) และเม่ือได้มีการตัดถนนผ่านท่ดี ินท่ีอุทิศให้ทางทวี่ ่าการอา่ เภอในสมยั น้ันจงึ ตง้ั ช่ือ
ถนนน้ีวา่ ..อนิ ทโุ สภณ.. เพ่ือเปนนเกียรติแก่คุณหญิงสา่ อาง อนิ ทุโศภณ ผอู้ ุทศิ ให้ ซอยอนิ ทุโสภณ เดมิ เขียนวา่
อนิ ทุโศภณ ข้อมลู ผ้ใู หส้ ัมภาษณ นายวุฒิเลิศ...นางปราณี...เลศิ ลกั ขณาวฒั น์
จากการสบื ค้น ไดข้ ้อมูลว่านามสกลุ ประพนั ธะสริ ิ เปนนนามสกุลพระราชทาน ในสมยั รัชกาลท่ี 6
นามสกุลเลขท่ี ๖๓๕๖
นามสกลุ ประพันธะสิริ
นามสกุลอกั ษรโรมัน Prabandasiri
พระราชทานพลเสือปา่ ประพันธ์ ประจา่ หมวด ๒ กองร้อยที่ ๒ กรมเสอื ปา่ ราบหลวงรักษาพระองค์
ประจ่าหมวดสอง กับนายตว่ น (บิดา) ทวดชือ่ บว่ ย ปู่ชอ่ื เจี่ย
วนั ที่พระราชทานทาน 19/8/22 (นา่ จะเปนน วนั ท่ี 19 เดอื น สงิ หาคม พ.ศ.2454)
หมายเหตุ : เรียบเรียงโดย นายอรรถพร บญุ ภักดี ครูชา่ นาญการโรงเรียนบางมูลนากภมู วิ ทิ ยาคม
ขุนวินิจสุขกรรม
ขนุ วนิ จิ สขุ กรรม (เท่งฮวย จันทรศรีวงศ)์ เกิดวนั ศกุ ร์ เดือน 6 ปีจอ พ.ศ.2429 ท่ีอา่ เภอสัมพนั ธวงศ์
จงั หวดั พระนคร เปนน บุตรนายอากรไคหมง นางทิพย์ มีพี่น้องตา่ งมารดา 3 คน รว่ มบดิ ามารดาเดยี วกนั 4 คน
คือ
1. ขุนวินิจสขุ กรรม
2. นางตงั เกียว สมสวสั ดิ์ (ถงึ แกก่ รรม)
3. นางตัวหอง ส่งสวัสดิ์
4. นายบญุ ชู จนั ทรศ์ รีวงศ์
70
เมื่อเยาวบ์ ิดาได้หาครูมาสอนหนงั สอื ใหท้ บ่ี ้าน จนกระทั่งบิดาได้ยา้ ยภูมิลา่ เนาจากพระนครมาอยู่ที่
อา่ เภอบางคลาน (โพทะเล) และอ่าเภอบางมูลนาก โดยมาผกู ภาษีอากร เปนนนายอากรบ่อนเบ้ยี อากรยาฝนิ่
และอากรจันอับ ในเขตจังหวัดพิจติ ร พิษณโุ ลก ชยั นาท และจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
เนอ่ื งจากตอ้ งติดตามบดิ ามาอย่ตู ่างจังหวัดจึงเปนน การไมส่ ะดวกทจ่ี ะให้ครูทีส่ อนหนังสือ บดิ าจงึ ใหไ้ ป
เรียนตอ่ ที่วดั บางมูลนาก ในส่านกั อาจารย์เสือ ท่านเปนนคนเอาใจใส่ จงึ เรียนจนจบช้ันสงู สดุ ของโรงเรียนในสมยั
นนั้ เม่ือเรยี นจบแล้วทา่ นได้ช่วยกิจการงานของบดิ า ในการประกอบอาชีพผกู ภาษีอากร บิดาไดใ้ ช้ใหท้ ่านไป
ติดต่อกับทางราชการในบางโอกาส ทา่ นจงึ ได้มีความสนิทสนมคนุ้ เคยกับบรรดาข้าราชการทัว่ ไป ในครั้งนน้ั
พระณรงค์ เรอื งเดช เปนนนายอา่ เภอบางมูลนาก ขอตัวท่านเอาไปฝึกงานบนอ่าเภอ เพื่อให้เปนนขา้ ราชการ รบั
ราชการ ฝกึ อย่ทู ี่อ่าเภอได้ประมาณ 3 เดือน บดิ าท่านเกิดความรสู้ กึ วา่ การทา่ ราชการถึงอยา่ งไรก็สูค้ า้ ขาย
ไมไ่ ด้ท่านจึงตดั สินใจไปหานายอ่าเภอขอตัวลกู ชายกลบั โดยจะส่งไปเรียนหนงั สือทีป่ ระเทศจีน โดยส่งไปเรยี น
ท่ีบา้ นของบิดาที่เมืองโตว้ เถา กบั มารดาเล้ียง เรียนอยปู่ ระเทศจีนเปนน เวลา 9 ปี
เมอื่ อายุทา่ นประมาณ 22 ปี บดิ าไดจ้ ดั การแตง่ งานใหท้ ่านท่ีประเทศจนี มีบุตรเปนน หญิงหนง่ึ คน จึงได้
กลับมาประเทศไทย และได้ช่วยบดิ าดูแลกจิ การภาษีอากรสบื ต่อมาอกี ประมาณ 4 ปี ทา่ นไดแ้ ตง่ งานกบั คุณแม่
ริว้ เรอื งเดช ตอ่ มาบดิ ามอี ายุย่างเข้าเขตชรา สขุ ภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ จงึ กลับออกไปพักผ่อนท่ปี ระเทศจนี ได้
มอบหมายกิจการท้งั ปวงใหท้ ่านด่าเนินการต่อไป
เนื่องจากท่านเปนน คนเล่อื มใสในพระพทุ ธศาสนา ไม่ชอบการพนัน เล็งเห็นว่าเม่ือมีลกู หลานต่อไป
ข้างหนา้ จะพากนั เปนนนักสงู ฝิ่นหวั การพนัน จึงได้เปลีย่ นอาชีพมาขายเคร่อื งไตรจีวร แตอ่ าชีพหลัก คอื การค้า
ข้าวเปลอื ก ซื้อและขายสง่ โดยทางรถไฟและทางเรอื
ท่านไดร้ บั ความนยิ มนับถอื จากชาวจีนเปนน อย่างมาก ท่านจะท่าอะไร หรอื ทางราชการจะ
ตอ้ งการใหท้ ่านชว่ ยติดต่อพ่อคา้ จนี ให้ชว่ ยเหลือราชการอย่างใด ก็ได้รับความรว่ มมืออย่างเต็มอกเต็มใจ จนมี
คนตง้ั ฉายาท่านว่า เปนนขา้ หลวงจีนของอาเภอบางมูลนาก
ในสมัยรชั กาลท่ี 6 ซงึ่ ทรงสนพระทัยในวิชาการทหาร ได้ทรงจัดให้มกี ารซ้อมรบอย่เู สมอๆ
ครั้งหน่ึง กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (ทูลกระหม่อมจักรพงษ์ภูวนารถ) ซึ่งทรงเปนน แม่ทพั ฝา่ ยหนึง่ ได้มาตั้ง
ค่ายซอ้ มรบที่ตา่ บลเนนิ มะกอก ทางอ่าเภอได้ขอท่านให้ชว่ ยหาเสบียงอาหารส่งกองทหารท่มี าซ้อมรบ
เม่อื ครั้งอา่ เภอบางมูลนากเริม่ มกี ารตงั้ สุขาภบิ าล ทางอา่ เภอได้ขอใหท้ ่านช่วยท่าหนา้ ท่ี
สมุห์บญั ชสี ขุ าฯ ท่านไดส้ ละเวลาปฏิบตั หิ น้าทโ่ี ดยไม่ขอรบั เงินเดือน การท่ีท่านได้ชว่ ยเหลอื ราชการเปนนอย่างดี
น้ี ทางราชการจึงยกย่อง ขอพระราชทาน สัญญาบตั รบรรดาศกั ด์ใิ หเ้ ปนนที่ ขุนวนิ ิจสุขกรรม ต่าแหนง่ กรมการ
71
พิเศษจังหวดั พจิ ติ ร ถือศักดนิ า 400 ตามหนังสือราชกจิ จานุเบกษาเลม่ 48 หนา้ 3055 วนั ที่ 15 พฤศจกิ ายน
2474
ที่วา่ การอา่ เภอบางมลู นากเดิมตัง้ อย่รู ิมแมน่ า่้ นา่ นฝ่ังตะวนั ตก ไมส่ ะดวกแกร่ าษฎร์ทจ่ี ะต้องใช้
เรอื จ้างขา้ มฟากไปตดิ ต่อธรุ กิจการงาน ท่านไดร้ ิเรมิ่ หารือกับทางอา่ เภอและบรรดาพ่อคา้ คหบดีในตลาดบาง
มลู นาก ยา้ ยอ่าเภอมาอยฝู่ ่งั ตะวนั ออก ณ ท่ีต้ังปจั จบุ ัน โดยช่วยกนั บรจิ าคทรพั ย์ทา่ การก่อสรา้ งตวั ทว่ี ่าการ
อา่ เภอ บ้านพักนายอ่าเภอ และบ้านพักปลัดอ่าเภอให้ โดยทางราชการไมต่ ้องจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดนิ เลย
และทา่ ให้มกี ารขยายถนนไดอ้ ีกหลายสาย
หลงั จากนั้นท่านไดร้ เิ ริม่ หารือกบั มิตรสหายว่า ตลาดบางมลู นากเราน้ี นับว่าเปนนอ่าเภอชัน้ หน่ึง ควรจะ
มีโรงเรยี นไวส้ อนหนงั สอื บรรดาลูกหลานของชาวตลาด ให้สอนทั้งหนังสือไทยและหนังสือจีน เมื่อตกลงกนั แลว้
ท่านได้รับแต่งต้งั ให้เปนน ประธานกรรมการกอ่ ตั้งโรงเรยี น ก่อนอืน่ ทา่ นได้ขอทดี่ นิ จากคหบดผี หู้ น่งึ เปนน จ่านวน
เน้ือท่ปี ระมาณ 2 ไร่ เจ้าของทไ่ี ด้รบั บริจาคครึ่งหน่งึ สว่ นอีกครึง่ หน่ึงไดข้ ายให้ในราคาต่า จากนัน้ ท่านจงึ
ด่าเนนิ การหาเงนิ มาสร้างโรงเรยี น แต่จะหาเงินเฉพาะในเขตอา่ เภอบางมลู นากคงไม่เพียงพอ ท่านจึงขอ
อนญุ าตเรี่ยไรเงินทุกจังหวดั โดยเดนิ ทางพรอ้ มกับคณะกรรมการอีก 3 คน ท่าการเรีย่ ไรเงนิ ต้ังแตจ่ งั หวดั พจิ ิตร
ข้นึ ไปจนถึงจงั หวดั เชียงใหม่ เมือ่ ไดเ้ งินมาแล้วไดจ้ ดั การเรยี กประมลู กอ่ สรา้ งจนส่าเร็จ และเปิดเรยี นให้ชอ่ื ว่า
“โรงเรียนฮัว่ ห่วย” ตอ่ มาในระหวา่ งสงครามโลกคร้ังท่ี 2 โรงเรียนต้องประสบความลา่ บาก ท่านและคณะริเริม่
ต้องออกทนุ ทรัพย์อุปการะโรงเรยี นเปนน ลา่ ดบั ท่านยงั สละเงินอกี ก้อนหนงึ่ เปนนค่าภาษีบ่ารงุ ทอ้ งทแี่ ทนโรงเรียน
ตัง้ แตต่ น้ จนกระทั่งทุกวันนี้ หลังสงครามแลว้ คณะกรรมการไดเ้ ปลย่ี นชื่อโรงเรยี นเปนน “โรงเรียนโถงจอื้ ”
ท่านป่วยดว้ ยโรคชราและถงึ แก่กรรมดว้ ยอาการสงบ เม่อื วันท่ี 17 สิงหาคม 2512 เวลา 21.43 น. สิริ
รวมอายไุ ด้ 83 ปี ท่านไดม้ ีบตุ รรวม 7 คน คอื
บุตรทเี่ กิดจากภรรยาเมืองจีน
1. นางกมิ่ เกียง แซต่ ้ัง (ถึงแก่กรรม)
2. นายท่งเฮ่า แซจ่ ัน
บตุ รที่เกิดจากนางริว้ มีดงั น้ี
1. นายประพจน์ จนั ทรศรีวงศ์
2. นางสงบ บญุ เดช
3. นางรตั นา เขียนทอง
4. นายประเทือง จันทรศรีวงศ์ (ถึงแก่กรรม)
5. นายประสทิ ธ์ิ จนั ทรศรีวงศ์
72
เอกสารอา้ งอิง
-
หลวงวรเวชวุฒิปรชี า
มีกลา่ วถึงทา่ นไว้ในหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกจิ นายแพทยพ์ ยงุ กลนั ทกพนั ธุ์ (บุตรชายของทา่ น)
ณ เมรุ วัดชยั มงคล อ่าเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจติ ร วันเสารท์ ี่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๘
หลวงวรเวชวุฒิปรีชา (นายก่ิง) เปนนชาวอยุธยา บิดา มารดามีอาชีพท่านา แต่ความที่นายก่ิงเปนน ผู้ท่ีใฝ่
รู้จงึ ไดเ้ พียรพยายามศกึ ษาเล่าเรียน โดยไดเ้ ข้ามาอาศยั อยูท่ ี่วัดและเรยี นหนังสอื ในบางกอก จนจบแพทย์ศิรริ าช
รุ่นท่ี ๑๗ และได้รับราชการเปนนแพทย์ประจ่ามณฑลเทศาภิบาลอยู่หลายท่ี เช่น มณฑลอุดร มณฑลพายัพ
มณฑลพษิ ณโุ ลก และมณฑลนครสวรรค์
นายก่ิงได้รับราชการจนได้บรรดาศักด์ิสุดท้ายเปนน "รองอ่ามาตย์เอกหลวงวรเวชวุฒิปรีซา" และได้รับ
พระราชทานนามสกลุ จากพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว (รัชกาลท่ี ๖) ว่า "กลนั ทกพันธ์ุ"
(Kanlandakakabhandu) อันเปนนนามสกุลพระราชทาน ล่าดับ ๖๔๐๙ ลง วันท่ี ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๕
ทัง้ นีจ้ งึ ถือไดว้ ่า หลวงวรเวชวฒุ ิปรีชา คอื ต้นตระกูล"กลันทกพนั ธุ์"
ภรรยาของท่าน นางเยื้อน ซึ่งพื้นเพทางมารดานี้เปนนชาวพิจิตรโดยแท้ นางเยื้อนน้ีเปนนบุตรีของรอง
อ่ามาตย์โทหลวงพิจิตรชนูปถัมป์ (เขียว เรืองเดช) นายอ่าเภอบางคลาน (ปัจจุบันคือ ต่าบลบางคลาน อ่าเภอ
โพทะเล จังหวดั พิจิตร) ส่วนมารดานางเย้ือน ช่อื นางแชม่
คร้ันเม่ือหลวงวรเวชวุฒิปรีชา ได้ย้ายมารับราชการท่ีจังหวัดพิจิตร ซึ่งในสมัยนั้นขึ้นกับมณฑล
พิษณุโลกก็ได้มาเจอกับนางเยื้อนและสร้างครอบครวั ลงหลักปักฐานรับราชการ และรักษาคนไข้อยู่ ณ อ่าเภอ
บางมลู นาก จังหวัดพจิ ติ ร โดยมบี ตุ รธดิ ารว่ มกัน ๙ คน คอื
๑. นายบัญญตั ิ กลันทกพนั ธ์ุ
๒. นายประยรู กลนั ทกพันธ์ุ
๓. นายประโยชน์ กลันทกพันธ์ุ
๔. นายแพทย์พยงุ กลนั ทกพนั ธุ์
๕. นางประยงค์ จา่ นงบูรณแพทย์
๖. นายพะยอม กลันทกพนั ธ์ุ
๗. นางยพุ า กลันทกพันธุ์
๘. นายโพยม กลนั ทกพนั ธ์ุ
๙. นางกอบกลู หสั บ่าเรอ
ข้อมูลผู้ให้สัมภาษณ์
อา้ งองิ จากหนงั สือทรี่ ะลึกงานฌาปนกจิ นายแพทย์พยงุ กลันทกพันธ์ุ
ณ เมรุ วัดชยั มงคล อ่าเภอบางมูลนาก จังหวัดพจิ ติ ร วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๘
73
หมนื่ แช่ม สงั ขส์ งา่
นายอาเภอเปรอ่ื ง เรอื งเดช
นายเปรื่อง บุญเดช เกิดเมอื่ วันท่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ.2449 ทบ่ี ้านมะขามเรียง หมทู่ ่ี 2 ตา่ บลท่าแดง
อา่ เภอนครน้อย แขวงเมอื งกรุงเกา่ (ปจั จุบนั คือ ต่าบลจ่าปา อา่ เภอท่าเรือ จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา) เปนน บตุ ร
ของนายชนื้ และนางปัน่ บญุ เดช มพี ี่น้องทง้ั หมด 6 คน คอื
1. นายโปรง่ ไตรทรพั ย์ (ถึงแกก่ รรม)
2. นายเปร่อื ง บุญเดช
3. นายเปลง่ บุญเดช (ถงึ แก่กรรม)
4. นางล่าจวน จูกระจ่าง
5. นางอรษา บุญเดช
6. นายสรุ ีย์ บุญเดช (ถงึ แกก่ รรม)
ดา้ นการศกึ ษา
นายเปรื่อง บญุ เดช เขา้ รบั การศกึ ษาเบื้องต้นจากสา่ นักอาจารย์แกว้ เจ้าคณะหมวดวัดกลาง ตา่ บล
ท่าเรือ อ่าเภอท่าเรือ และส่าเรจ็ การศกึ ษามัธยมศึกษาจากโรงเรยี นประจ่ามณฑลอยุธยา ศึกษาเพ่มิ เติมใน
โรงเรยี นข้าราชการพลเรือนชนั้ ราชบุรุษ ของขุนสนุ ทรภาษิต และสอบไดต้ ามหลักสูตรของ ก.พ. จากนนั้ ได้เข้า
มาเรียนท่ีโรงเรียนกรุงเทพอังกฤษศกึ ษา และไดเ้ ขา้ ศกึ ษาต่อในมหาวิทยาลยั วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
ไดร้ ับปรญิ ญาธรรมศาสตร์บัณฑิตในปี พ.ศ. 2482
ดา้ นครอบครัว
นายเปร่อื ง บุญเดช สมรสครง้ั แรกกับนางสาวมาลิน จินจติ รแกว้ มบี ุตรและธิดาจากการสมรสครั้งแรก
รวม 3 คน คอื
1. นางสาวลดา บญุ เดช
2. นายชาคร บริรักษ์บทวลญั ช์
3. นายปรีดา บญุ เดช
เมือ่ ภรรยาคนแรกถึงแก่กรรมนายเปรอื่ ง บญุ เดช ไดส้ มรสกับนางสาวสงบ จนั ทรศ์ รวี งศ์ ธิดาขนุ วินจิ
สุขกรรม (อดตี กรมการพเิ ศษเมืองพจิ ติ ร) และนางวนิ ิจ สขุ กรรม มีบตุ รและธดิ ารวม 5 คน
1. นายประสงคศ์ ักดิ์ บุญเดช
2. นายประสพสขุ บญุ เดช
74
3. พนั ตา่ รวจโท ประสาทพร บญุ เดช
4. นายประภัสสร บญุ เดช
5. นางสาวประภาศิริ บุญเดช
การรับราชการ
1 มิถุนายน 2469 รบั ราชการตา่ แหนง่ เสมยี น มหาดไทย มณฑลอยธุ ยา
16 มกราคม 2473 ดา่ รงต่าแหน่ง อักษรเลข จงั หวัดลพบรุ ี
1 มกราคม 2475 ดา่ รงต่าแหน่ง ปลดั อ่าเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
8 พฤศจิกายน 2482 ด่ารงต่าแหนง่ จา่ จงั หวัด จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
19 สงิ หาคม 2483 ดา่ รงต่าแหน่ง ผตู้ รวจการเทศบาล จังหวัดพจิ ิตร
29 มกราคม 2485 ดา่ รงต่าแหนง่ นายอ่าเภอ เมืองสกลนคร จงั หวดั สกลนคร
1 มีนาคม 2486 ดา่ รงตา่ แหน่ง นายอา่ เภอพยหุ ะคีรี จังหวดั นครสวรรค์
22 ธนั วาคม 2493 ด่ารงต่าแหนง่ นายอ่าเภอ เมืองพษิ ณโุ ลก จังหวัดพิษณโุ ลก
22 ธนั วาคม 2494 ด่ารงต่าแหน่ง นายอา่ เภอ เมืองสระบุรี จังหวัดสระบรุ ี
17 พฤศจกิ ายน 2495 ด่ารงต่าแหนง่ ปลัดจังหวดั พจิ ิตร จงั หวัดพิจิตร
16 กรกฎาคม 2501 ดา่ รงตา่ แหน่ง นายอา่ เภอชมุ แสง จงั หวดั นครสวรรค์
1 ตลุ าคม 2506 ด่ารงต่าแหนง่ นายอ่าเภอบางมูลนาก จงั หวดั พิจติ ร
1 ตุลาคม 2509 เกษียณอายุราชการ
ราชการพิเศษ
22 กุมภาพันธ์ 2484 ระหว่างรับราชการเปนนผูต้ รวจราชการเทศบาล จงั หวดั พจิ ิตร ขา้ หลวงประจา่
จังหวัดแต่งตัง้ ใหเ้ ปนน ผทู้ า่ การแทนปลดั จังหวดั ในระหว่างที่ตวั ปลดั จังหวัดถกู เรียกไปช่วยราชการชายแดนกรณี
พิพาทกับอนิ โดจนี ฝร่งั เศส (ตั้งแต่วนั ท่ี 22 กุมภาพันธ์ 2484 ถึงวนั ท่ี 6 เมษายน 2484 รวม 44 วัน ) ได้
ปฏิบตั ิการงานในหน้าท่ี ท่ีไดร้ ับแต่งต้งั สา่ เร็จลลุ ว่ งไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย
2 เมษายน 2503 ไดร้ ับแตง่ ต้ังใหด้ ่ารงต่าแหน่งนายกเทศมนตรีเมอื งชุมแสง จงั หวดั นครสวรรค์ จน
ยา้ ยไปเปนน นายอา่ เภอบางมูลนาก เม่อื พ.ศ. 2506 ระหวา่ งรับราชการเปนนนายอา่ เภอชุมแสงได้เปนน ผนู้ า่ ในการ
ขอบริจาคสรา้ งถนนเช่อื มระหว่างอา่ เภอชมุ แสง-อ่าเภอหนองบวั , อ่าเภอชมุ แสง-อ่าเภอบางมลู นาก และถนน
เชอ่ื มระหว่างแม่น้่ายม-แมน่ ่า้ น่าน ในท้องทต่ี ่าบลทา่ ไม้ พิกุล ไดเ้ ปนนผลสา่ เร็จ รวมระยะทางยาว 27 กม. โดย
ไม่ใชเ้ งนิ งบประมาณของหลวง
เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์
75
21 พฤศจกิ ายน 2487 เหรยี ญช่วยราชการเขตภายในสงครามเอเชยี บรู พา
10 ธันวาคม 2498 เหรยี ญจักรพรรดิมาลา
10 ธนั วาคม 2499 จตรุ ภรณ์ช้างเผอื ก
5 ธนั วาคม 2507 ตริตาภรณ์มงกฎุ ไทย
นายเปรอ่ื ง บุญเดช เปนน ผทู้ ีม่ ีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจ่าตวั แตอ่ ย่างใด เพยี งแตต่ ้องใชไ้ ม้เทา้ ช่วยในการ
เดนิ เมอื่ อยใู่ นวยั ชราเทา่ นั้น สขุ ภาพโดยท่วั ไปยงั นบั วา่ แข็งแรงดสี า่ หรบั ผู้อยู่ในวัย 84 ปี ในตอนดึกของคนื
วันท่ี 14 ธันวาคม 2533 ได้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ได้เขา้ รับการรกั ษาท่ีโรงพยาบาลบางมลู
นาก และไดถ้ ึงแก่กรรมโดยสงบเน่อื งจากหลอดโลหิต และหัวใจลม้ เหลว เม่อื เวลา 19.25 น. ของวนั ท่ี 15
ธันวาคม 2533 สิริรวมอายุ 84 ปี 7 เดือน 11 วัน
หมอวิสทุ ธ์ หิรัญยปู กรณ์
ชอื่ เดิม นายต๋ี แซ่กมิ
ฉายาทไ่ี ด้รบั การยกย่อง หมอใหม่
ครอบครัว บิดาช่ือ นายเจี้ยเซ่ง แซ่กมิ มารดาช่อื นางม่วย แซ่อึ้ง
มีพ่นี ้องร่วมบดิ ามารดา 9 คน ดงั น้ี
1. นางสาววไิ ล หริ ัญยปู กรณ์ อายุ 90 ปี ประกอบอาชีพ ค้าขาย
2. นางสาววิมล หริ ญั ยปู กรณ์ อายุ 88 ปี ประกอบอาชพี ธรุ กิจ(เสรมิ สวย)
3. นางสาววิไล หริ ัญยูปกรณ์ อายุ 87 ปี ประกอบอาชีพ ค้าขาย
4. นายแพทย์วสิ ทุ ธ์ิ หิรัญยปู กรณ์ อายุ 85 ปี ประกอบอาชีพ แพทย์
5. นายวสิ ษิ ฐ์ วงศ์ทองเหลอื ถงึ แกก่ รรม
6. นายวโิ รจน์ หริ ญั ยปู กรณ์ อายุ 81 ปี ประกอบอาชีพ ธุรกจิ (การเกษตร)
7. นายวนิ ัย หริ ัญยูปกรณ์ อายุ 79 ปี เดิมประกอบอาชพี ในธนาคารกรงุ ไทย
8. นายวิชยั หิรญั ยปู กรณ์ อายุ 75 ปี ขา้ ราชการบ่านาญกระทรวงเกษตร
9. นางกลั ยาณี หิรัญยปู กรณ์ อายุ 73 ปี เดมิ ประกอบอาชพี หนา้ กองโทรศัพท์
การศกึ ษา ระดับชน้ั ประถมศึกษา ท่โี รงเรียนเทศบาล 2 วดั ชยั มงคล
ระดบั มัธยมศึกษา ทโ่ี รงเรยี นบางมูลนากภูมิวิทยาคม ศึกษาระดบั ชัน้ ม.6 ปีการศึกษา 2496
ใชช้ อื่ วสิ ทุ ธ์ิ วงศ์ทองเหลือหรือนายตี แซ่กมิ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
จากน้นั ศกึ ษาตอ่ ณ โรงเรยี นเตรยี มแพทย์ และไดเ้ ขา้ ศกึ ษาตอ่ ระดับอุดมศึกษาที่คณะ
แพทยศาสตร์ศิรริ าชพยาบาล
การครองเรือน ภรรยาชอื่ แพทย์หญิงวชั รี หริ ญั ยูปกรณ์
76
การงาน นายแพทย์
ลกั ษณะนิสยั มีลักษณะนิสยั ไม่ยอมคน ไมเ่ กรงกลัวผู้ใด
เหตกุ ารณ์ทีส่ ่าคัญ ถูกยิงท่ีคอ เม่ืออายุประมาณ 39 ปี เนื่องจากการท่างานในต่าแหนง่ สท.
หลักคิดในการดา่ เนินชวี ติ ไม่ยุ่งกับใคร ไม่พูดถึงบุคคลท่ี 3 ให้ได้รับความเสื่อมเสีย เปนนที่พึ่งของคน
บางมูลนาก และหลักคนโง่ สอนปฏิบตั ิธรรมะ
ขอ้ มูลผูใ้ ห้สัมภาษณ์
นายแพทย์วสิ ุทธ์ิ หริ ญั ยูปกรณ์ อายุ 85 ปี
นายวศิ าล ภัทรประสทิ ธ์ิ
นายวิศาล ภทั รประสิทธ์ิ
ภาพท่ี 00 กา่ นนั วศิ าล ภทั รประสทิ ธิ์ ภาพท่ี 00 โรงเรียนหว่ามิน โรงเรียนที่สอนภาษาจีนแห่ง
แรกของหัวดง
นายวิศาล ภัทรประสิทธิ์ หรือ เล่าหย่งคุน เกิดวันที่ 21 ธันวาคม 2464 เปนนบุตรชายคนโต มีน้อง
จ่านวน 4 คน คือ นายวิชัย ภัทรประสิทธ์ิ นางเยาวลักษณ์ คลศรีชัย นายวิรัตน์ ภัทรประสิทธ์ิ และนายวิศิษฐิ์
ภทั รประสทิ ธิ์ มีบุตรรวม 17 คน คอื
1. นายประเสรฐิ ภทั รประสทิ ธิ์
2. นางชูศรี เพญ็ สภุ า
77
3.นายประวตั ิ ภัทรประสทิ ธิ์
4.นายประวทิ ย์ ภทั รประสิทธิ์
5.นางทรวงศรี มโนภินิเวศ
6. นางสรอ้ ยศรี ภทั รประสิทธิ์
7. นางสาวศริ ิเพ็ญ ภัทรประสทิ ธ์ิ
8. นางเบญจมาศ ตนั ติวิวฒั นพ์ ันธ์
9.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ (สมรสกับนางอาภามาศ ภัทรประสิทธ์ิ) ด่ารงต่าแหน่ง ประธาน
คณะกรรมการบริษัท ไทยแอ็กโกรเอ็กซเชนจ์ จา่ กดั (ตลาดไท) อดตี สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ
พรรคชาตไิ ทยพฒั นา อดีตรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงการคลัง อดีตเลขาธกิ ารพรรครวมชาตพิ ัฒนาและพรรค
ประชาธปิ ตั ย์และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวดั พจิ ิตร 4 สมัย
10.นางลักขณา นะวิโรจน์ (สมรสกับพล.อ.ท.ดร.สมศักดิ์ นะวิโรจน์) ด่ารงต่าแหน่ง รองประธาน
กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป กรรมการบริหาร โรงแรมเพนนินซูลา รองประธาน
กรรมการบริหารอาวุโส บริษทั สยามพารากอน
11.นายประสงค์ ภัทรประสทิ ธ์ิ
12.นางศิริลักษณ์ ไม้ไทย กรรมการบริหารบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จ่ากัด และ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้
อปปง้ิ
13.นายประพันธ์ ภัทรประสิทธิ์
14.นายประธาน ภทั รประสทิ ธ์ิ
15.นายวินัย ภัทรประสิทธ์ิ อดีตสมาชิกวุฒิสภาและและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด
พจิ ิตร 2 สมยั
16.นายมีชัย ภัทรประสิทธิ์
17.นางวชั รพี ร วงศน์ ริ นั ดร์
ก่านันวิศาล ภัทรประสิทธิ์ เปนนชาวจีนท่ีอพยพมาอยู่ท่ีต่าบลหัวดง จากพ่อค้าขายปลีกเล็กๆ มี
ความมานะพยายามเปนนพ่อค้าขายส่ง จนกระทั่งลงทุนขอต้ังโรงกล่ันเหล้า ได้จดทะเบียนจัดต้ัง "พรรคพัฒนา
จังหวัด" เม่ือวันที่ 25 พฤศจิกายน 2517 โดยนายวิศาล ภัทรประสิทธิ์ เปนนหัวหน้าพรรค และนายวิรัตน์ ภัทร
ประสิทธิ์ น้องชายเปนนเลขาธกิ ารพรรค ก่านันวิศาล ได้รับเลือกต้ังเปนนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จังหวัดพิจิตร
2 สมัย (สมยั แรกเลือกตงั้ วนั ที่ 26 มกราคม 2518และสมยั ท่ี 2 เลอื กตงั้ วันที่ 4 เมษายน 2519)
78
กา่ นนั วิศาล ภัทรประสทิ ธ์ิ เปนน ผมู้ คี ณุ ูปกรต่อต่าบลหัวดงปนนอย่างย่ิง เนอื่ งดว้ ยเปนนผู้น่าท่ีมวี ิสัยทัศน์
พัฒนาตา่ บลหัวดงให้รงุ่ เรอื่ งทง้ั ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และศาสนา
ในปี พ.ศ. 2488 โรงเรียนหวา่ มนิ ก่อตั้งโดยกลุ่มคนจีน น่าโดยนายวิศาล ภัทรประสิทธ์ิ ก่านันต่าบล
หวั ดง โดยสรา้ งท่บี รเิ วณใกล้ศาลเจ้า เปดิ สอนท้งั ภาษาจีนและภาษาไทยให้กบั ประชาชนชาวหัวดงได้เล่าเรียน
หนังสือ โดยใช้คนจีนท่ีอพยพมาจากประเทศจีนและมาอยู่หัวดงสอน มีแบบฝึกหัดแบบเขียนภาษาจีน และ
ภาษาไทยก็น่าครูไทยมาสอน เปนนโรงเรียนเอกชน มีมูลนิธิคนหัวดงและตระกูลภัทรประสิทธิ์ สนับสนุน
งบประมาณในการด่าเนินการของโรงเรียน เม่ือถึงช่วงที่ลัทธิคอมมิวนิสต์เผยแพร่มากมาย ทางรัฐบาลจึงมี
นโยบายให้หยุดในเรื่องท่ีเปนนความเส่ียงต่อการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ รวมถึงโรงเรียนจีนหว่ามินท่ีต้องหยุด
สอนไปดว้ ย โดยน่าต่าราจีนตา่ งๆไปซ่อนไว้บนขื่อไม้
เมอื่ ปี พ.ศ. 2490 นายวศิ าล ภัทรประสิทธิ์ ได้ตงั้ โรงสไี ฟภัทรพันธ์มุ ที ง้ั หมด 3 สาขา คือ โรงสีไฟภทั ร
พันธ์ุ สาขาพิษณุโลก โรงสีไฟภัทรพันธ์ุ สาขาบางมูลนาก และโรงสีไฟภัทรพันธุ์สาขาหัวดง ทุกสาขามีก่านัน
วิศาล ภัทรประสิทธ์ิ เปนนเจ้าของกิจการ โดยมีหลักในการประกอบกิจการ คือ ไม่เน้นผลก่าไรจากการ
ประกอบการ เปนน ศนู ย์กลางการจ่าหนา่ ยสนิ ค้าเกษตรของตา่ บลหัวดงและพนื้ ท่ีใกล้เคียง สง่ เสริมให้ชาวบ้านใน
ต่าบลหัวดงมีงานท่า มีรายได้ในครัวเรือน ทั้งการประกอบกิจการของโรงสีไฟภัทรพันธุ์ คือการรับซื้อ
ข้าวเปลือกและส่งออกเปนนข้าวนึ่งไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โรงสีไฟภัทรพันธ์ุในอดีตเมื่อมอง
ย้อนกลับไปแล้วเหมือนนิคมอุตสาหกรรมในสมัยน้ี กล่าวคือ ในโรงสีไฟภัทรพันธุ์จะประกอบไปด้วยผู้คนท่ีมี
หน้าทีต่ า่ งกนั ไปอาศัยอย่ภู ายในกว่าร้อยชีวติ ภายในโรงสไี ฟภัทรพันธ์ุนอกจากจะมีอาคารโครงสร้างทเ่ี กย่ี วข้อง
กับกิจการแล้ว ยังอาคารท่ีพัก ส่านักงานของพนักงาน มีร้านค้าอาหารหรือเคร่ืองใช้ในครัวเรือนอยู่ภายใน มี
ครอบครัวอยกู่ นั เปนนส่วนมาก
พ.ศ. 2501 ก่านันวิศาล ภัทรประสิทธิ์ ได้ขอโครงการก่อสร้างประตูระบายน่้าประตูคลองคันหน้า
สถานีรถไฟหัวดง ประตูยังไม่เสร็จ เกิดภัยแล้ง ก่านันวิศาลได้ออกทุนให้ชาวหัวดงยืมเงินซ้ือไม้เสี่ยเต็ง ท่าฬ่อ
มาชว่ ยกนั กกั น้่าไวใ้ ช้ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั 3 ต่าบล คอื ต่าบลหวั ดง ต่าบลบา้ นบงุ่ และตา่ บลฆะมงั
ก่านันวิศาล ภัทรประสิทธิ์ เดินทางสัญจรจากตลาด ถึง สถานีรถไฟหัวดง ในฤดูแล้งได้ใช้ เส้นทาง
ล้อ และทางคนเดินริมแม่น่้าน่าน หรือทางรถไฟต่อมา ก่านันวิศาลมีด่าริให้สร้างถนนจากสะพานนฤมิต ถึง
สถานีรถไฟ แต่ก่อนไม่มีรถขุดท่าโดยใช้คนขุดดินขึ้นรถและมาเทตามทางล้อจนเกิดเปนนถนนในปัจจุบันจนถึง
เขาพระ โดยไม่ได้ใช้เงินทางราชการ ทางด้านการสัญจรในระหว่างหัวดงกับหมู่บ้านนอกๆ แต่ก่อนอาศัยเดิน
ตามหัวคันนาในฤดูแล้งก็เดินลัดทุ่ง ส่วนในฤดูฝนหรือเวลาน้่าท่วมก็ต้องอาศัยเดินเลาะตามคันนา อ้อมไปอ้อม
มาท่าให้เสียเวลาถ้ามีคนเจบ็ ป่วยถึงตาย ก็ต้องหามกันทุลักทุเล ก่านันวิศาลจึงปรึกษาผู้ใหญบ่ ้านทุกหมู่บ้านวา่
79
จะท่าถนนออกไปเช่ือมถนนยุทธ์ศาสตร์ซึ่งมีมากกว่า 80,000 ไร่ เพ่ือซื้อรถแทรกเตอร์ โดยขอบริจาคไร่ละ 3
บาทขึ้นไป ได้เงินสดรวม 250,000 บาท ก่านันวิศาลประชุม ขอความร่วมมือจากหมู่บ้าน ชาวบ้านให้ความ
รว่ มมอื ด้วยดีในปี 2504 และเร่ิมด่าเนินการสรา้ งในปี 2506
คณะผู้ด่าเนินการสร้างได้แก่ ผู้ใหญ่สนิท ศรีอุดมพงษ์ (ม.1) ผู้ใหญ่จอม เพชรคล้าย (ม.5) ผู้ใหญ่
จันดี (ม.4) ผู้ใหญ่สุบิน (หนองปล้อง) และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 4-5 คน ได้ออกส่ารวจโดยใช้ไม้ไผ่ 3 ล่า จากจุด
หนึ่งเล็กจุกสองและปักจุสาม ไม่สนว่าจะผ่านนาใครจุดหมายแรกคือให้ชิดบ้านเนินยาว เหตุที่ให้ผ่านบ้านเนิน
ยาวเพราะเปนน หมู่บ้านกลางตา่ บล (ระหว่างหนองนาด่า-ลา่ ชะลา่ )
กา่ นันวิศาล ภทั รประสิทธิ์ เปนน ผู้เหน็ ความสา่ คัญของการจดั การศึกษา ไดก้ อ่ ตั้งโรงเรยี นราษฎรเ์ จริญ
ซึ่งเปนนโรงเรียนเอกชนและสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาล ได้แก่ โรงเรียนบ้านหัวดง โรงเรียนวัดเขาพระ
และโรงเรียนหวั ดงรัชนูปถัมภ์
ต่าบลหัวดง บ้านป่าบ้านดง แต่มีระยะทางห่างจากท่ีว่าการอ่าเภอเมอื งพิจิตร 15 กิโลเมตร จึงท่าให้
หัวดงเปนนย่านการค้า และหัวดงในอดีต อาศัยแม่น้่าน่าน เปนนเส้นทางคมนาคม เช่ือมต่อกับเมืองพิจิตรและ
อ่าเภออื่นๆ
หลังสงครามโลกครัง้ ที่ 2 กิมจยุ้ แซ่เลา้ นกั แสวงโชคจากแผน่ ดนิ จีนพาครอบครัวมาตั้งรกรากท่ี ต.หัว
ดง โดยเร่ิมต้นมาจากการค้าขายเล็กๆ นอ้ ยๆ ในจังหวดั พจิ ิตร จากนน้ั กม็ ายดึ อาชีพขายหมู ค้าพชื ไร่ เม่อื พืชไร่
ประสบปัญหาขาดทุน กิมจุ้ยจึงหันเหมาค้ายาเส้นแทน โดยมอบหมายให้ ย่งคุน แซ่เล้า บุตรชายคนโต เปนน
ผ้ดู แู ลกจิ การคา้ ยาเส้น และธุรกิจของตระกูลทั้งหมด
จุดเปล่ียนบนเส้นทางธุรกิจของย่งคุน คือการหันไปค้าเหล้า โดยย่ืนประมูลโรงเหล้าจากกรม
สรรพสามิต เปิดขายเหล้าโรง หรือเหล้าขาว 40 ดีกรี โดยขายท้ังปลีกและส่ง ซึ่งการค้าเหล้าโรง สร้างรายได้
เข้ากระเป๋าอย่างเปนนกอบเปนนกา่
เส่ียย่งคุนประมูลโรงเหล้าโรงแรกได้ที่พิษณุโลก ในนามของ บริษัท ภัทรกิจการสุรา จ่ากัด จากนั้นก็
ชนะการประมูลโรงกลั่นเหล้าในอีก 8 จังหวัด ได้แก่เชียงราย พะเยา ล่าปาง ตาก แพร่ อุตรดิตถ์ น่าน และ
พจิ ิตร
การคว้าสัมปทานโรงเหล้าในภาคเหนอื ท่าให้เส่ียยง่ คุนเข้าไปสนทิ สนมนกั การเมืองหลายคน ซึ่งการ
ท่ที ุนภูธรได้เข้าไปสมั พนั ธ์กบั การเมอื งทอ้ งถิ่นน้ันเปนนปรากฏการณ์ธรรมชาติ
กอ่ นหน้าทีจ่ ะกลายเปนน “เจ้าพ่อโรงเหลา้ ภาคเหนอื ” ย่งคุน แซเ่ ลา้ หรือช่อื ไทย วศิ าล ภทั รประสิทธิ์
ไดร้ ับเลอื กเปนน กา่ นันตา่ บลหัวดง และผู้คนในพิจติ รมักเรยี กเขาวา่ “ก่านันยง่ คนุ ” จนติดปาก
80
กานันวิศาล ภทั รประสิทธ์ิ
นายวิศาล ภัทรประสิทธ์ิ หรือ เล่าหย่งคุน เกิดวันที่ 21 ธันวาคม 2464 เปนนบุตรชายคนโต มีน้อง
จ่านวน 4 คน คือ นายวิชัย ภัทรประสิทธ์ิ นางเยาวลักษณ์ คลศรีชัย นายวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ และนายวิศิษฐ์ิ
ภัทรประสิทธิ์
มบี ตุ รรวม 17 คน คือ
1. นายประเสริฐ ภัทรประสทิ ธ์ิ
2. นางชศู รี เพ็ญสภุ า
3.นายประวตั ิ ภทั รประสิทธ์ิ
4.นายประวิทย์ ภัทรประสทิ ธิ์
5.นางทรวงศรี มโนภินเิ วศ
6. นางสรอ้ ยศรี ภทั รประสิทธ์ิ
7. นางสาวศริ ิเพญ็ ภทั รประสิทธิ์
8. นางเบญจมาศ ตันตวิ ิวฒั นพ์ ันธ์
9.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธ์ิ (สมรสกับนางอาภามาศ ภัทรประสิทธ์ิ) ด่ารงต่าแหน่ง ประธาน
คณะกรรมการบรษิ ทั ไทยแอ็กโกรเอก็ ซเชนจ์ จ่ากัด (ตลาดไท) อดีตสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร แบบบญั ชีรายชื่อ
พรรคชาตไิ ทยพฒั นา อดตี รัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงการคลงั อดตี เลขาธกิ ารพรรครวมชาตพิ ัฒนาและพรรค
ประชาธิปตั ย์และสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจังหวัดพจิ ิตร 4 สมยั
10.นางลักขณา นะวิโรจน์ (สมรสกับพล.อ.ท.ดร.สมศักดิ์ นะวิโรจน์) ด่ารงต่าแหน่ง รองประธาน
กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป กรรมการบริหาร โรงแรมเพนนินซูลา รองประธาน
กรรมการบริหารอาวโุ ส บริษทั สยามพารากอน
11.นายประสงค์ ภัทรประสทิ ธ์ิ
12.นางศริ ิลกั ษณ์ ไมไ้ ทย กรรมการบริหารบรษิ ัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จา่ กดั และ ดิ เอม็ โพเรี่ยมช้อปปิ้ง
13.นายประพันธ์ ภทั รประสิทธิ์
14.นายประธาน ภัทรประสิทธิ์
15.นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาและและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร 2
สมยั
16.นายมชี ยั ภัทรประสทิ ธ์ิ
17.นางวชั รีพร วงศ์นิรันดร์
81
ก่านันวิศาล ภัทรประสิทธิ์ เปนนชาวจีนท่ีอพยพมาอยู่ท่ีต่าบลหัวดง จากพ่อค้าขายปลีกเล็กๆ มี
ความมานะพยายามเปนนพ่อค้าขายส่ง จนกระทั่งลงทุนขอตั้งโรงกลั่นเหล้า ได้จดทะเบียนจัดตั้ง "พรรคพัฒนา
จังหวัด" เม่ือวันท่ี 25 พฤศจิกายน 2517 โดยนายวิศาล ภัทรประสิทธิ์ เปนนหัวหน้าพรรค และนายวิรัตน์ ภัทร
ประสิทธ์ิ น้องชายเปนนเลขาธิการพรรค ก่านันวิศาล ได้รับเลือกต้ังเปนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพจิ ิตร
2 สมยั (สมัยแรกเลอื กตงั้ วันที่ 26 มกราคม 2518และสมัยท่ี 2 เลือกตง้ั วนั ที่ 4 เมษายน 2519)
กา่ นนั วศิ าล ภทั รประสิทธิ์ เปนนผูม้ ีคณุ ปู กรต่อต่าบลหวั ดงปนน อยา่ งยิ่ง เนือ่ งดว้ ยเปนนผูน้ ่าที่มีวิสัยทัศน์
พัฒนาต่าบลหัวดงให้รุ่งเรื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศาสนา รวมทั้งได้ขยายธุรกิจไปต่างอ่าเภอ และ
ต่างจังหวดั และ ในกรุงเทพ ฯ
เมื่อปี พ.ศ. 2490 นายวิศาล ภทั รประสิทธิ์ ไดต้ ง้ั โรงสีไฟภัทรพันธ์มุ ีทงั้ หมด 3 สาขา คือ โรงสไี ฟภทั ร
พันธ์ุ สาขาพิษณุโลก โรงสีไฟภัทรพันธุ์ สาขาบางมูลนาก และโรงสีไฟภัทรพันธุ์สาขาหัวดง ทุกสาขามีก่านัน
วิศาล ภัทรประสิทธิ์ เปนนเจ้าของกิจการ โดยมีหลักในการประกอบกิจการ คือ ไม่เน้นผลก่าไรจากการ
ประกอบการ เปนนศนู ย์กลางการจ่าหนา่ ยสนิ ค้าเกษตรของตา่ บลหวั ดงและพืน้ ทใี่ กล้เคียง ส่งเสรมิ ใหช้ าวบา้ นใน
ต่าบลหัวดงมีงานท่า มีรายได้ในครัวเรือน ทั้งการประกอบกิจการของโรงสีไฟภัทรพันธ์ุ คือการรับซื้อ
ข้าวเปลือกและส่งออกเปนนข้าวนึ่งไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โรงสีไฟภัทรพันธ์ุในอดีตเม่ือมอง
ย้อนกลับไปแล้วเหมือนนิคมอุตสาหกรรมในสมัยน้ี กล่าวคือ ในโรงสีไฟภัทรพันธ์ุจะประกอบไปด้วยผู้คนที่มี
หน้าทต่ี า่ งกนั ไปอาศัยอยูภ่ ายในกว่าร้อยชวี ติ ภายในโรงสีไฟภัทรพันธน์ุ อกจากจะมีอาคารโครงสร้างท่เี กีย่ วข้อง
กับกิจการแล้ว ยังอาคารที่พัก ส่านักงานของพนักงาน มีร้านค้าอาหารหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนอยู่ภายใน มี
ครอบครัวอยู่กันเปนน ส่วนมาก
"เลา้ ยง่ คุน" หรือ วศิ าล ภัทรประสทิ ธิ์ เปนนความสา่ เร็จของพ่อค้าจีนภาคเหนือตระกูล "เลา้ " ท่เี ร่ิม
ต่อสู้ด้วยการเปนนผู้ค้ารายย่อยตวงวัดสุราขายเปนนขวด ๆ ในอดีตไต่เต้าเปนนก่านันต่าบลหัวดง อ่าเภอเมือง
จังหวัดพิจิตร จนชื่อเสียงเปนนที่รู้กันทั่วไปในหมู่พ่อค้าคนจีนชาวเหนือ นับแต่พิจิตร นครสวรรค์ กระท่ังถึง
เชียงใหม่ บทบาทในท้องถิ่นมีท้ังการค้าและการเมืองที่ผสมผสานกันจนไต่อันดับเปนนหัวหน้าพรรคพัฒนา
จงั หวัดและสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรถึง 2 สมยั
ช่ือเสียงที่ขจรขจายด้วยระยะทางกว่า 400 กิโลเมตรเข้าสู่แวดวงธุรกิจในเมืองหลวงพร้อม ๆ
ต่าแหนง่ ทางการเมอื งในปี 2518 ในฐานะท่ีปรึกษานายกรัฐมนตรสี มัยรัฐบาล ม.ร.ว. คกึ ฤทธิ์ ปราโมช การขยับ
ขยายฐานทางธุรกิจมาสู่สมัยปัจจุบันกระท่ังด่ารงต่าแหน่งในฐานะประธานกรรมการบริษัทในเครือตระกูล
"ภัทรประสิทธิ์" ไม่น้อยกว่า 7 แห่งรวมถึงงานบริหารแบงก์เอเชียในฐานะรองประธานกรรมการและประธาน
กรรมการบรหิ าร ซ่ึงเพง่ิ จะไดม้ าไม่นานนักอนั ถือความสา่ เรจ็ สุดยอดในชีวิตเขา
82
"เลา้ ย่งคนุ " หรอื "วิศาล ภัทรประสิทธ"ิ์ เสยี ชวี ิตในวนั ที่ 21 ตุลาคม 2530 รวมอายุ 66 ปี
นา่ ศพไปบรรจุยังฮวงซยุ้ ณ เขาโรงครวั ตา่ บลดงป่าด่า อา่ เภอเมือง จงั หวัดพิจิตร
ข้อมูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์
แพทยห์ ญิง ดร.วณชิ ชาภทั รประสิทธ์ิ
http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=8104
https://thepeople.co/story-about-politician-kosol-pattaraprasit/
พลตรสี นนั่ ขจรประศาสน์
พลตรี สนน่ั ขจรประศาสน์
ฉายา เสธฯ หนน่ั
สถานภาพสมรส : สมรส กับ นางฉวีวรรณ มีบตุ ร 4 คน เปนนชาย1 คน หญงิ 3 คน
สัญชาติ : ไทย
เชอ้ื ชาติ : ไทย
ศาสนา : พทุ ธ
วันเกดิ : 7 กันยายน 2478, ณ จ.พิจติ ร ต.บางคลาน อ.โพทะเล
บดิ า : ขุนขจรประศาสน์
มารดา : นางบ๊วย ขจรประศาสน์ มพี ่ีน้องจ่านวน 6 คน
ท่ีอย่ปู จั จุบนั : 38 หมู่ท่ี 7 ต.วงั งวิ้ อ.บางมลู นาก จ.พิจติ ร
การศึกษา :
โรงเรียนรัฐบ่ารุง จ.พิจิตร
มธั ยมศกึ ษา โรงเรยี นบางมลู นากภมู วิ ทิ ยาคม จ.พิจิตร
โรงเรยี นนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้
โรงเรยี นเสนาธิการทหารชัน้ สูง
ประวัติการท่างาน :
ผบู้ ังคบั หมวด กองพันทหารม้าท่ี 4 กองทัพบก 2499
ผบู้ งั คบั กองร้อยลาดตระเวณ กองพลทหารราบที่ 9 (กาญจนบรุ ี) กองทพั บก
นายทหารฝา่ ยเสนาธกิ าร
นายทหารคนสนิทร ผบู้ ัญชาการสถาบันวชิ าการทหารบกชั้นสูง(พลเอก ฉลาด หริ ัญศริ ิ)
ประธานคณะกรรมาธิการทหาร 2526-2528
83
รัฐมนตรชี ว่ ยวา่ การ กระทรวงคมนาคม (สมัยพลเอกเปรม ติณสลู านนท์ เปนน นายกรฐั มนตร)ี 2529
รัฐมนตรวี ่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สมัยพลเอกชาติชาย ชณุ หะวัณ เปนนนายกรัฐมนตรี) 9 ส.ค.
2531-2533
รองนายกรฐั มนตรี สา่ นกั นายกรฐั มนตรี (สมัยพลเอกชาติชาย ชณุ หะวณั เปนนนายกรัฐมนตรี) 2533-2534
รัฐมนตรวี า่ การ กระทรวงอตุ สาหกรรม (สมยั นายชวน หลกี ภัย เปนนนายกรัฐมนตรี) 29 ก.ย. 2535-ธ.ค. 2537
รัฐมนตรีวา่ การ กระทรวงมหาดไทย (สมัยนายชวน หลกี ภัย เปนนนายกรฐั มนตร)ี ธ.ค. 2537-20 พ.ค. 2538
พรรคประชาธปิ ตั ย์ 2522
รองหัวหนา้ พรรคประชาธิปตั ย์ พรรคประชาธิปัตย์
เลขาธิการพรรค พรรคประชาธปิ ัตย์ 2530-ปัจจบุ ัน
ข้อมูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์
หนังสือ พลตรีสนน่ั ขจรประศาสน์
ศาสตราจารย์เกยี รติคณุ นายแพทย์ เกษม วฒั นชยั
ศาสตราจารยเ์ กียรตคิ ณุ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย เกดิ ท่อี า่ เภอบางมลู นาก จังหวัดพิจิตร
เกดิ เม่ือวันท่ี 28 เม.ย. 2484 ที่ จ.ราชบุรี เปนนบุตรคนโต ในจ่านวนพน่ี ้อง 5 คน ของ นายประภาสน์ และ นาง
พร วฒั นชัย (เสยี ชีวติ ท้ังคู)่ ภรรยาช่ือ คุณหญิงรัชนีวรรณ วัฒนชัย มีบุตร-ธดิ า 2 คน
เข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรี แพทยศาสตรบ์ ณั ฑติ (เกียรตนิ ยิ มอนั ดบั 1) คณะแพทยศาสตร์ ม.เชยี งใหม่,
วฒุ บิ ัตรสาขาอายุรศาสตร์ ม.ชคิ าโก ทุนมลู นิธอิ านันทมหิดล Diplomate, American Board of Internal
Medicine, University of Chicago, U.S.A., วุฒิบตั รสาขาอายุรศาสตรโ์ รคหัวใจและหลอดเลอื ด มหาวทิ ยาลยั
ชคิ าโก ทุนมูลนิธอิ านันทมหิดล Diplomate, American Board of Subspecialty in Cardiovascular
Disease, University of Chicago, U.S.A, ปริญญาบัตรวทิ ยาลยั ป้องกนั ราชอาณาจักร รุ่นท่ี 36
นพ.เกษม ได้ด่ารงต่าแหนง่ เปนนหัวหนา้ หนว่ ยวิชาโรคหวั ใจ คณะแพทยศ์ าสตร์ ม.เชียงใหม่, อธกิ ารบดี ม.
เชยี งใหม่, รองปลัดทบวงมหาวทิ ยาลยั (นกั บริหาร 10) สา่ นกั งานปลดั ทบวงมหาวทิ ยาลัย, ปลดั
ทบวงมหาวิทยาลยั , อธกิ ารบดี ม.หวั เฉยี วเฉลมิ พระเกียรติ, รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ, สมาชิกสภา
นิติบัญญตั ิแหง่ ชาติ (สมัยคณะรกั ษาความสงบเรยี บร้อยแห่งชาต)ิ , สมาชิกวุฒสิ ภา, กรรมการบริหารพรรคไทย
รักไทย, รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร
84
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์
วีระ โรจน์พจนรตั น์ เกดิ เมื่อวนั ที่ 11 มีนาคม 2495 เปนนบุตรของนายบว้ นเคง แซ่โตว กับนางอยุ้ เอ็ง
แซผ่ ู้ ส่าเร็จการศกึ ษาช้ันประถมศึกษาจากโรงเรยี นบางมูลนากราษฎรอ์ ุทิศ ชน้ั มัธยมต้นจากโรงเรียนบางมลู
นากภูมิวทิ ยาคม มัธยมปลายจากโรงเรียนอา่ นวยศลิ ป์ ระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมหลัก จากคณะ
สถาปตั ยกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั สาขารฐั ศาสตร์ จากมหาวิทยาลยั เชียงใหม่ และระดับปรญิ ญา
โท สาขาบริหารรัฐกิจ จากคณะรฐั ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วรี ะ โรจน์พจนรตั น์ เร่มิ รับราชการในตา่ แหน่งสถาปนกิ ระดบั 3 ประจา่ โครงการอุทยานประวตั ศิ าสตร์
สโุ ขทยั กรมศิลปากร เม่ือปี 2521 เปนนเลขานกุ ารกรมศลิ ปากร ในปี 2536 ถึงปี 2542 เปนนรองอธิบดีกรม
ศิลปากร ในปี 2542 ถงึ ปี 2546 และเปนนรองปลัดกระทรวงวฒั นธรรม ในปี พ.ศ. 2546 ถึงปี พ.ศ. 2549
ในปี 2549 นายวีระ ได้รบั แต่งตงั้ เปนนปลัดกระทรวงวฒั นธรรม โดยการสนับสนุนของคุณหญิงไขศรี ศรี
อรุณ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม ในรฐั บาลพลเอกสุรยทุ ธ์ จลุ านนท์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2553 จึงถูก
ย้ายมาเปนน ที่ปรึกษานายกรฐั มนตรฝี ่ายข้าราชการประจา่
ในปี 2557 – ถงึ ปัจจบุ ัน ท่านได้รับแตง่ ต้ังเปนนรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงวฒั นธรรม ในรฐั บาลของพล
เอกประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา
ข้อมูลผู้ให้สัมภาษณ์
-
นายแพทยณ์ รงค์ สหเมธาพฒั น์
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพฒั น์ ปจั จุบนั อาศยั อยู่ที่ 12/99 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจง้ วัฒนะ
แขวงทงุ่ สองหอ้ ง เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์ : 0 2990 7584
โทรสาร : 0 2990 7585 โทรศพั ท์เคลื่อนท่ี : 08 9925 3399 e-Mail : [email protected]
ประวตั กิ ารศึกษา : มัธยมศึกษา ศกึ ษาท่ีโรงเรียนบางมูลนากภมู วิ ทิ ยาคม
ระดับอดุ มศึกษา การปอ้ งกันราชอาณาจกั รภาครฐั รว่ มเอกชน (ปรอ.) ร่นุ ท่ี 21 พ.ศ. 2551 : สาธารณสขุ
ศาสตร์มหาบณั ฑติ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั พ.ศ. 2548 : หลักสูตรนกั บริหารระดับสูง รุ่นท่ี 38 ส่านกั งาน
กพ. พ.ศ. 2548 : หลกั สตู รนักบรหิ ารการแพทย์และสาธารณสขุ ระดบั สงู รุ่นที่ 11 กสธ พ.ศ. 2537 : แพทย์
บณั ฑติ (วทบ.พบ.) คณะแพทยศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ พ.ศ. 2521
ประวตั ิการท่างานทสี่ ่าคัญ 2555 – 2558 ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ 2554 – 2555 อธบิ ดีกรมสุขภาพจิต
2553 – 2554 รองปลดั กระทรวงด้านบริหาร 2550 – 2553 ผู้ตรวจราชการกระทรวง 2545 – 2550 รอง
อธบิ ดีกรมควบคมุ โรค 2544 – 2545 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวดั สมุทรปราการ 2542 – 2544 นายแพทย์
สาธารณสขุ จงั หวัดชลบรุ ี 2536 – 2542 นายแพทย์สาธารณสุขจงั หวัดพิจิตร ท่านไดป้ ฏิรูประบบบรกิ าร
สาธารณสขุ ขบั เคล่ือนวางระบบเขตบรกิ ารสขุ ภาพ
85
ปฏิรปู ระบบการเงินการคลงั ด้านสาธารณสขุ และวางระบบธรรมาภบิ าลในกระทรวงสาธารณสุขและ ขับเคลอ่ื น
งานโรงพยาบาลคุณธรรมในหน่วยบริการสงั กดั ส่านกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
ข้อมูลผใู้ ห้สัมภาษณ์
นายศรัณย์ สหเมธาพฒั น์ อายุ 38 ปี
นายปราโมทย์ โชติมงคล
นายปราโมทย์ โชตมิ งคล เกิดเม่ือปี พ.ศ. 2484 เร่ิมรับราชการในสังกดั สภาการศึกษาแห่งชาติ เมื่อปี
พ.ศ. 2512 จนกระทง่ั ไดร้ บั ต่าแหนง่ ผู้อ่านวยการกองการเจา้ หน้าที่ สา่ นกั งานปลดั ทบวงมหาวิทยาลัย ใน
ปี พ.ศ. 2528 เปนนผู้ชว่ ยปลดั ทบวงมหาวิทยาลยั ในปี พ.ศ. 2533 เปนน ทีป่ รกึ ษาระดบั 10 และรองปลดั
ทบวงมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2538 ตามลา่ ดับ
ในปี พ.ศ. 2543 ไดร้ ับการแต่งต้งั ให้ดา่ รงตา่ แหนง่ เลขาธิการส่านกั งานผูต้ รวจการแผน่ ดินของรฐั สภา
และไดร้ ับการโปรดเกลา้ ฯ ให้ด่ารงตา่ แหนง่ ผูต้ รวจการแผน่ ดนิ ของรฐั สภา เมอื่ วนั ท่ี 13 สงิ หาคม พ.ศ.
2548 ซ่ึงต่อมาตา่ แหนง่ ดังกล่าวไดเ้ ปล่ียนเปนน "ผู้ตรวจการแผน่ ดิน" ตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย
พ.ศ. 2550 และเม่ือวันท่ี 5 เมษายน พ.ศ. 2553 จึงได้รบั โปรดเกล้าฯ เปนนประธานผ้ตู รวจการแผน่ ดนิ สืบตอ่
จากพลเอกธีรเดช มีเพียร กระทัง่ พ้นจากต่าแหน่งเมื่อมีอายุครบ 70 ปี ในปี พ.ศ. 2554
ข้อมูลผู้ใหส้ ัมภาษณ์
-
นายบรรจง พงษป์ ระเสรฐิ
นายบรรจง พงษป์ ระเสรฐิ เกิดเม่ือวันท่ี 11 สิงหาคม พ.ศ.2484 เปนน บตุ รนายพาน – นางบุญมาก
พงษ์ประเสริฐ มภี มู ิลา่ เนาอยู่บ้านเลขที่ 46/1 ถนนประเทืองถิน่ ต่าบลบางมลู นาก อา่ เภอบางมลู นาก จังหวดั
พจิ ติ ร เรยี นจบช้นั ประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวดั ชยั มงคล “รฐั บ่ารุง” จบชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 จากโรงเรียน
บางมูลนากภมู ิวทิ ยาคม ในปีการศึกษา 2500 จบระดบั ชั้นป.กศ. จากโรงเรียนฝกึ หัดครูพิบูลสงคราม (รุ่นที่
4) จบระดับชน้ั ป.กศ.สงู จากวิทยาลยั ครูจันทรเกษม (รุ่นที่ 2) สอบได้วฒุ ิ พ.ม. เมือ่ ปี พ.ศ.2509 และ
สา่ เร็จการศกึ ษาบณั ฑิต (กศ.บ.) ศกึ ษาภาคคา่ รนุ่ แรกจากวิทยาลยั วิชาการศกึ ษาพิษณโุ ลก เมือ่ ปี พ.ศ.2515
(วิชาเอกคณติ ศาสตร์ สาขามัธยมศกึ ษา) ได้บรรจรุ บั ราชการตา่ แหน่งครตู รที โ่ี รงเรยี นบางไผร่ าษฎร์สงเคราะห์
ตา่ บลบางไผ่ อ่าเภอบางมูลนาก จังหวัดพจิ ติ ร เม่ือวันท่ี 16 พฤษภาคม พ.ศ.2505 โดยมีนายร้ิว อุ่นวนั เปนน
ครใู หญ่ ภายหลงั จากนายร้วิ อ่นุ วนั ลาออก เนื่องจากสุขภาพไม่สมบรู ณ์ ทางราชการได้แตง่ ตงั้ นายบรรจง พงษ์
ประเสริฐ ด่ารงต่าแหน่งครูใหญ่แทน เม่ือวนั ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2507 จนถึงวันที่ 5 มถิ นุ ายน พ.ศ.2512
หลงั จากนัน้ ได้ยา้ ยไปดา่ รงต่าแหน่งครใู หญ่ตรโี รงเรยี นวัดท่าช้าง (6 มิถนุ ายน พ.ศ. 2512 - 30 กนั ยายน พ.ศ.
86
2513) ครูใหญ่ตรโี รงเรียนวังส่าโรง “ราษฎรบ์ ่ารุงวิทย์” (1 ตลุ าคม พ.ศ.2513 – 30 กนั ยายน พ.ศ.2514)
ในช่วงเวลาดงั กล่าวน้ี ทางราชการได้แตง่ ต้ังนางสมุ นัส ชอบประดิษฐ์ ดา่ รงต่าแหนง่ ครูใหญโ่ ททีโ่ รงเรียนแห่ง
น้ี นายบรรจง พงษป์ ระเสริฐ ไดย้ า้ ยกลับมาด่ารงต่าแหน่งครูใหญโ่ ททีโ่ รงเรียนบางไผร่ าษฎร์สงเคราะห์อกี
ครั้งหน่งึ เมื่อวนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ.2514 จนถึงวันท่ี 31 พฤษภาคม พ.ศ.2515 หลงั จากน้นั ได้ดา่ รงต่าแหนง่
ตา่ ง ๆ ดงั นี้
- หัวหน้าหมวดการศึกษาอา่ เภอบางมลู นาก (1 มิถุนายน พ.ศ.2515 – 30 กันยายน พ.ศ.2523)
- หวั หนา้ การประถมศึกษาอ่าเภอบางมลู นาก (1 ตุลาคม พ.ศ.2523 – 30 กันยายน พ.ศ.2525)
- หัวหน้าหมวดการศกึ ษาอา่ เภอตะพานหนิ (1 ตลุ าคม พ.ศ.2525 – 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2526)
- ผ้อู ่านวยการโรงเรยี นเทศบาล 2 วัดชัยมงคล (1 ธันวาคม พ.ศ.2526 – 2 มกราคม พ.ศ.2535)
- ผ้จู ัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครพู จิ ิตร จา่ กัด (3 มกราคม พ.ศ.2535 – 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2546)
- ผ้อู ่านวยการวทิ ยาลยั ชุมชนพิจิตร (24 พฤศจิกายน – 31 กรกฎาคม พ.ศ.2555)
นายบรรจง พงษป์ ระเสริฐ ไดเ้ ลา่ ถึงโรงเรยี นบางไผ่ราษฎรส์ งเคราะหใ์ นอดตี ใหฟ้ งั ว่า โรงเรียนนี้
ตง้ั อยู่หมู่ท่ี 4 ตา่ บลบางไผ่ อา่ เภอบางมลู นาก จงั หวัดพิจิตร เปนน โรงเรียนประถมศึกษาทมี่ ชี ื่อเสยี งโด่งดัง
ทีส่ ดุ ของต่าบลบางไผ่
ด้านกา่ ลังใจจากข้าราชการระดับสงู ตรวจเยย่ี มโรงเรียนบ่อยครง้ั เท่าทบี่ ันทึกความจ่าไว้มีดังน้ี
- นายอภยั จันทวมิ ล ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
- นายเกรยี ง เอ่ียมสกุล อธบิ ดีกรมสามัยศึกษา
- นายเตยี ม นงจนิ ดา หัวหนา้ กองการศึกษาพิเศษ
- นายเจริญ ฐวิทยศกึ ด์ิ ผู้ตรวจการศกึ ษา ภาคศึกษา 7
- นายค่ารณ สงั ขกรณ์ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั พจิ ติ ร
- นายแสวง ศรมี าเสริม
- นายอรณุ นาถะเดชะ ผู้วา่ ราชการจงั หวัดพจิ ิตร
- นายฉา่ ดนั ฟกั
- นายราม สีตะธนี
- นายช่าเลอื ง วฒุ ิจนั ทร์
- นายบุญช่วย ฉ่าเฉลมิ ศกึ ษาธกิ ารจังหวัดพิจิตร
- นายเปร่ือง บญุ เดช
87
- ร.ต.ท.สนุ ทร ประสทิ ธิ์วเิ ศษ
- นายจรัส กมลเพ็ชร
- นายเทีย่ ง ถรี ะวงศ์ นายอา่ เภอบางมูลนาก
- นายชอบ สิงห์สง่า ศกึ ษาธิการอา่ เภอบางมูลนาก
- นายสเุ จตน์ องิ คะสุวณชิ ย์ หัวหน้าศึกษานเิ ทศก์กรมสามัญภาคศกึ ษา 7
- นายบันลือ พฤกษะวัน
- นายหอม อินทรจ์ ันทร์ หวั หน้าศึกษานิเทศกจ์ ังหวัดพจิ ิตร
- นายประทีป งามนิล
- นายประยูร มูลถะรัตน์
- นายพิภพ กาญจนะ ศึกษานิเทศกจ์ งั หวัดพจิ ติ ร ฯลฯ
ทง้ั ๆ ทที่ างคมนาคมยังไมส่ ะดวก ตอ้ งเดินทางโดยทางเรือยนต์จากบางมูลนาก หรอื ตะพานหินมาขน้ึ
ท่ีตลาดบางไผ่ หรือเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีดงตะขบ แล้วนงั่ รถจักรยานยนต์โดยสารรับจา้ ง เลาะรมิ
ทางรถไฟถงึ โรงเรียน เพราะยังไม่มีถนนสายหลกั เหมือนในปจั จบุ นั จะมีเพยี งการใชเ้ ส้นทางถนนรมิ แม่น่้าน่าน
สา่ หรับรถจกั รยานหรือรถจักรยานยนต์เท่านนั้ จงึ นับเปนนความภาคภมู ใิ จยง่ิ ของคนต่าบลบางไผ่ คณะครู และ
นกั เรียนในยคุ นนั้ ยากทีจ่ ะลืมได้
ปัจจุบนั ทา่ นไดด้ า่ รงตา่ แหน่งประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาโรงเรียนบางมูลนากภมู ิวิทยาคม
นายสมบูรณ์ สติ านนท์
ครสู มบูรณ์ สติ านนท์ เกิดเมื่อ วนั ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2470 ณ อ่าเภอบางมลู นาก จังหวดั พิจิตรเปนน
บุตรของพ่อเปรอื่ ง แม่ฮวย สิตานนท์
มีพีน่ ้องร่วม บดิ า มารดาทง้ั หมด 2 คน คือ
๑. ครสู มบูรณ์ สิตานนท์
๒. นางสมบตั ิ โรจนพ์ จนรตั น์
ครูสมบูรณ์ สิตานนท์ ได้สมรสกับครมู หรรณพ สกุลเดิม “จนั ทรฉายะ” เม่ือวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2500
มีบุตรดว้ ยกนั 3 คน คือ
1. นายสทุ ธพิ งศ์ สติ านนท์
๒. นายสรนนั ท์ สิตานนท์
๓. นางสาวกัญญาธร สติ านนท์
88
ครสู มบรู ณ์ สติ านนท์ นายสมบรู ณเ์ ปนนอาจารย์ใหญแ่ ละผู้อ่านวยการของโรงเรียน
บางมลู นากภมู วิ ิทยาคมต้ังแต่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2501 ถึง 25 กนั ยายน พ.ศ. 2524 ซงึ่ มีระยะเวลาที่
ยาวนานมาก อีกท้งั ครสู มบูรณ์ สิตานนท์ ยงั เปนนข้าราชการครูท่ีจบปริญญาตรีคนแรก ของอ่าเภอ
บางมลู นากซึ่งในสมัยก่อนนั้น เปนน เร่อื งที่ไม่เคยเกิดขึน้ มาก่อน
ตอ่ มาภายหลัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ท่านย้ายไปด่ารงต่าแหน่ง ผอู้ า่ นวยการโรงเรียนสนั ป่าตอง
อา่ เภอสนั ป่าตอง จังหวดั เชียงใหม่และเกษียณอายุราชการ ณ ทน่ี นั้
ครสู มบูรณ์ สิตานนท์ ยงั คงแวะเวียนกลับมาที่อา่ เภอบางมูลนากเสมอ จนกระทัง่ บ้นั ปลาย
ชวี ิต ท่านก็ย้ายกลบั มาอยู่บางมลู นาก
ตลอดเวลาท่ีรบั ราชการจนถึงเกษยี ณอายุราชการ ครูสมบูรณ์ สิตานนท์ เปนนผ้ทู ่ปี ฏิบัติตนเอง
เพอ่ื เปนน แบบอย่างทดี่ ใี หแ้ ก่ลูกศิษย์ บคุ คลาการในโรงเรียนรวมถงึ บุคคลทว่ั ไป อีกทัง้ เปนน ที่เคารพรักของ
ลูกศษิ ย์ ไมว่ ่าจะร่นุ ใดกต็ ามแม้ในวยั ชราก็ยงั มีลกู ศษิ ย์ทง้ั ใกล้ไกลเข้ามาเยยี่ มเยียนอยู่เสมอ
ครสู มบูรณ์ สิตานนท์ เปนน ผูท้ ี่มจี ิตวญิ ญาณความเปนน ครสู งู ดังจะเหน็ ไดจ้ ากในขณะด่ารงตา่ แหนง่ ผ้อู า่ นวยการ
โรงเรียนครสู มบรู ณ์ สิตานนท์ ทา่ นก็ยงั ช่วยครสู อนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย เนื่องจากขณะน้ันครู
คณิตศาสตร์มนี อ้ ยนักเรยี นหลายตอ่ หลายรุ่นก็ยงั ไดม้ โี อกาสเรียนกับท่านในขณะทีด่ า่ นงต่าแหน่งผ้อู ่านวยการ
ทง้ั นี้ ครสู มบูรณ์ สิตานนท์ ได้รบั การยกย่องและมามอบเกียรตบิ ตั รให้ท่านก่อนเสียชีวติ ครูสมบรู ณ์ สติ านนท์
ถงึ แก่กรรมเม่ือเวลา 17.25 น. ตรงกับวันเสารท์ ่ี 2 กรกฎาคม 2559 สิรอิ ายไุ ด้ 89 ปี 5 เดอื น 26 วัน
ข้อมูลผูใ้ หส้ ัมภาษณ์
อา้ งองิ จากหนังสือทร่ี ะลกึ งานฌาปณกิจ ครสู มบูรณ์ สิตานนท์
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2559 ณ เมรุวัดชยั มงคล อา่ เภอบางมลู นาก จงั หวัดพิจติ ร
ครูดสุ ิต ศิลปะคณุ
ครดู สุ ิต ศลิ ปคณุ (ทองค่า ศลิ ปคุณ) เกดิ เมื่อ วนั ท่ี ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. 2457 ท่ีอ่าเภอบางมลู นาก
จงั หวดั พจิ ิตร เปนน บุตรนายเฟื่อง ศลิ ปคณ (พระครูเพ่ือง ศิลปคณุ ) นางนกแกว้ ศลิ ปคณุ
(นกแกว้ รตั นเศรณ)ี มีพนี่ ้องร่วม บิดา มารดาทง้ั หมด ๓ คน คอื
๑. นายดุสติ ศิลปคณุ
๒. นางสงวน คณุ หิรัญ
๓. ครจู นิ ตนา สถาปนสุต
89
ครูดสุ ิต ศลิ ปคุณ ไดส้ มรสกับนางสาวข้นั สงิ ห์สง่า บตุ ร ร.ต.ต. หมนื่ แช่มชพี ประชา และนางโปะ สงิ ห์
สงา่ มีบตุ ร-ธดิ ารวม 8 คน คือ
1. นายตรโี ชค ศลิ ปคณุ
๒. ส.ต.อ. ชชั วาลย์ ศลิ ปคุณ
๓. ด.ช. ศิริศลิ ป์ ศลิ ปคุณ (ถึงแกก่ รรม)
๔. นางสริ วิ รรณ ศลิ ปคุณ
๕. นายสิรโิ รจน์ ศิลปคุณ
6. น.ส. สริ เิ พญ็ ศิลปคุณ
7. นายเบญจรงค์ ศลิ ปคุณ
8. น.ส. อนงคศ์ ุภางค์ ศิลปคุณ
ครดู ุสติ ศลิ ปคณุ จบการศึกษาชน้ั ประถมศกึ ษาจาก อ่าเภอบางมูลนาก และจบช้ัน
มธั ยมศกึ ษาจากโรงเรยี นพจิ ิตรพิทยาคม และจบวชิ าครจู ากพิษณุโลก เรม่ิ รบั ราชการ ครงั้ แรกท่ีโรงเรยี น
พจิ ติ รพิทยาคมเมือ่ ปี ๒๔๗๘ อยทู่ ่ีพิจิตร ๕ ปี ในระหว่างที่รบั ราชการท่จี งั หวดั พจิ ิตร ไดเ้ ขา้ รบั การ อบรม วชิ า
ผูก้ า่ กบั ลูกเสือทค่ี ่ายอบรมโรงเรยี น บา้ นสมเดจ็ ฯ และเปนน ตัวแทนลูกเสอื จังหวดั พิจติ ร เข้ารับพระราชทานธง
ประจ่ากองลูกเสือจังหวดั พิจิตร
ต่อมาไดข้ อยา้ ยจากจังหวัดพิจิตร ไปอยู่ทโ่ี รงเรียนบางมูลนาก “ภูมิวทิ ยาคม” เมื่อ พ.ศ.
๒๔๘๔ และเปนนครสู อนภาษาไทยท่โี รงเรยี นน้ี อีกทั้งยงั มผี ลงานในการประพันธเ์ พลงมาร์ช ชมพู-ฟา้ เพลง
ประจ่า โรงเรยี นบางมลู นากภูมิวทิ ยาคม จนกระทั่งครบเกษียณอายุ ราชการเมื่อวันท่ี ๙ ตลุ าคม ๒๕๑๘ รวม
เวลาที่รับราชการ ทั้งหมด ๔๐ ปี
ตลอดเวลาทร่ี บั ราชการและเกษยี ณอายุราชการ ครู ดสุ ติ ศิลปคณุ เปนน ผู้ทปี่ ฏิบัติตนเองอย่าง
เสมอตน้ เสมอปลาย เปนน แบบอยา่ งท่ดี ีสา่ หรบั ศษิ ย์และบคุ คลทว่ั ไป และเปนน ท่ี เคารพรักใครข่ องผูท้ ี่
ร้จู กั ตลอดจนศิษยท์ ุกรุ่น ดังจะเหน็ ได้ จากหลงั ทที่ า่ นเกษยี ณอายรุ าชการ ลูกศษิ ย์ท่ีอย่หู ่างไกลได้มาเยี่ยมเยียน
อยู่เสมอครูดสุ ิต ศลิ ปคุณ เปนน ผู้ท่ีมีความเลอื่ มใสในพระ พทุ ธศาสนา ดงั น้นั หลังจากทีท่ ่านเกษียณอายุราชการ
ท่าน จะใช้เวลาสว่ นใหญป่ ระกอบศาสนกิจจนกระทง่ั สน้ิ อายขุ ยั
ครดู ุสติ ศลิ ปคณุ ถงึ แก่กรรมดว้ ยโรคหัวใจวายทีบ่ า้ น เมื่อวนั จันทร์ท่ี ๕ มิถนุ ายน ๒๕๒๑
เวลา ๐๙.๑๕ น. รวมอายุได้ ๖๓ ปี ๕ เดอื น ๒๒ วัน
ขอ้ มูลผูใ้ ห้สัมภาษณ์
อา้ งอิงจากหนังสือที่ระลกึ งานฌาปณกิจ ครดู ุสติ ศลิ ปคณุ
ครูสฤษด์ิ เพ็ญสุภา