ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท้ อ ง ถิ่ น
ส้ มแผ่ น
ส้ ม แ ผ่ น ( ส้ ม ลิ้ ม )
ก ลุ่ ม อ า ชี พ ทำ ส้ ม ลิ้ ม ( ม ะ ม่ ว ง แ ผ่ น )
ห มู่ ที่ / ห มู่ บ้ า น ห มู่ ที่ 1 . บ้ า น ไ ข่ เ น่ า
ตำ บ ล ห อ ไ ก ร อำ เ ภ อ บ า ง มู ล น า ก จั ง ห วั ด พิ จิ ต ร
น า ย อ ดิ เ ท พ บ ร ร ณ ศิ ล ป์
คำนำ
ร า ย ง า น ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว า เ ล่ ม นี้ เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง
ร า ย วิ ช า 1 1 3 3 3 0 4 น วั ต ก ร ร ม แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ เ พื่ อ ก า ร
สื่ อ ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ เ รี ย น รู้ ชั้ น ปี ที่ 3 เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ศึ ก า ห า ค ว า ม รู้ ใ น
เ รื่ อ ง ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ น ท้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ แ ล ะ ไ ด้
ศึ ก ษ า อ ย่ า ง เ ข้ า ใ จ เ พื่ อ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ผู้ เ รี ย น ผู้ จั ด ทำ ห วั ง ว่ า
ร า ย ง า น เ ล่ ม นี้ จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ผู้ อ่ า น ห รื อ นั ก เ รี ย น นั ก ศึ ก ษ า
ที่ กำ ลั ง ม อ ง ห า ข้ อ เ นื่ อ ห า เ รื่ อ ง นี้ อ ยู่ ห า ก มี ข้ อ แ น ะ นำ ห รื อ ข้ อ ผิ ด
พ ล า ด ป ร ะ ก า ร ไ ด ผู้ จั ด ทำ ข อ น้ อ ม นั บ ไ ว้ แ ล ะ ข อ อ ภั ย ม า ณ ที่ นี้ ด้ ว ย
ผู้ จั ด ทำ
น า ย อ ดิ เ ท พ บ ร ร ณ ศิ ล ป์
01 บ ริ บ ท ชุ ม ช น
ความเป็นมาของอำเภอบางมูลนาก
02 ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
ประวัติความเป็นมา
ช่วงฤดูที่ทำ
การถ่ายทอด
03 วิ ธี ก า ร ทำ
ขั้นตอนการทำส้มแผ่น
04 รู ป แ บ บ ผ ลิิ ต ภั ณ ฑ์ ที่
ออกแบบ
การออกแบบโลโก
การเลือกบรรจุภัณฑ์
05 ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ อ อ ก แ บ บ แ ล้ ว
การพัฒนาผลิตภัณฑ์
บริ บทของชุ มชน อำเภอบางมูลนาก ในอดีตเคยเป็นเมืองภูมิมาก่อน โดยมีที่ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลภูมิ
จากคำบอกเล่า ได้ความว่า เมืองภูมินี้มีพระธรรมยาเป็นเจ้าเมืองแต่ไม่ปรากฏว่าเป็นเจ้าเมืองมา
ส้มแผ่น ตั้งแต่สมัยใด ปัจจุบันมีผู้สร้างศาลพระธรรมยาขึ้นที่วัดหนองเต่า ตำบลภูมิ ชาวบ้านนับถือกันมาก
(ส้มลิ้ม)
หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเมืองภูมิก็คือ ใบบอกเมืองพิจิตร พ.ศ. 2432 ในสมัยรัชกาลที่ 5
และราชกิจจานุเบกษา เล่ม 10 แผ่นที่ 12 วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2436 ได้ความต้องตรงกันว่า
เมืองภูมิเป็นเมืองขึ้นของเมืองพิจิตรและผู้ว่าราชการเมืองชื่อพระณรงค์เรืองนาช
ใน พ.ศ. 2446 เมืองพิจิตรแบ่งเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางคลาน และอำเภอ
เมืองภูมิ สันนิษฐานว่าที่ว่าการอำเภอเมืองภูมินี้ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลภูมิ ต่อมา พ.ศ. 2450
ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งใหม่ที่ริมแม่น้ำน่านด้านตะวันตกเหนือวัดบางมูลนาก แต่ยังคงใช้ชื่อ
อำเภอภูมิอย่างเดิม จนกระทั่งวันที่ 29 เมษายน 2460 กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีประกาศใช้ชื่อ
อำเภอที่เปลี่ยนใหม่ให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งว่าการอำเภอ ซึ่งที่ว่าอำเภอเมืองภูมิตั้งอยู่ที่ตำบล
บางมูลนาก จึงเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางมูลนาก และมาตั้งถิ่นฐานใหม่ ณ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
น่านกระทั่งปัจจุบัน
ท้องที่อำเภอบางมูลนากมีตลาดเป็นที่ประชุมชน มีบ้านเรือนราษฎรตั้งอยู่เป็นปึกแผ่น มีการ
คมนาคมและการค้าขายเจริญมาก ยังขาดการบำรุงรักษา ทางราชการจึงได้จัดตั้ง "สุขาภิบาลท้องที่
บางมูลนาก" ขึ้น เพื่อบำรุงความสุขและความสะดวกของประชาชนให้ยิ่งขึ้น นับว่าเป็นสุขาภิบาล
ท้องที่เพียงแห่งเดียวของจังหวัด ก่อนที่จะยกขึ้นเป็น "เทศบาลเมืองบางมูลนาก" ในปี 2478 และ
นับว่าเป็นเทศบาลเมืองแห่งแรกของจังหวัดพิจิตร ซึ่งนับได้ว่าอำเภอบางมูลนาก เป็นอำเภอที่มี
ความเจริญมากมาตั้งแต่ในอดีต
ส้มแผ่น
(ส้มลิ้ม)
ประวัติความเป็นมา
"ส้มลิ้ม"หรือเรียกอย่างหนึ่งว่า "ส้มแผ่น" หมายถึง อาหารสำหรับกินเล่น
ชนิดหนึ่ง ที่ทำด้วยการกวนเนื้อมะม่วงที่งอมจัด จนไม่น่ารับประทาน หรือ
ที่เหลือจากการจำหน่ายหรือบริโภคในแต่ละปี มะม่วงที่นำมากวน นิยมที่มี
รสหวานหอม เช่นมะม่วงพิมเสน เป็นต้น
ช่วงฤดูกาลที่ทำ
ชาวบ้านจะทำส้มลิ้มอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูที่ผล
ไม้ชนิดนี้มากที่สุด
การถ่ายทอด
กลุ่มแม่บ้าน จะนิยมทำส้มลิ้มในช่วงเดือนเมษายน -
พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูที่มะม่วงสุกมากที่สุด ประจวบกับ
เป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียนพอดี นักเรียนจะใช้เวลาว่าง
ในช่วงปิดเทอมมาเรียนรู้วิธีการทำส้มลิ้ม ตักส้มลิ้มที่กวน
แล้วใส่ใบทองไล้ให้ทั่ว นำไปตากแดดให้แห้ง นำบรรจุใส่ถุก
พลาสติกติดสติ๊กเกอร์ผู้จำหน่ายให้เรียบร้อย ดังนั้น จะเห็น
ว่าในช่วงปิดเทอม นักเรียนสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับ
ครอบครัวได้เป็นอย่างดี
วิธีทำ
1. นำมะม่วงสุกมาล้างให้สะอาด
ใช้มีดปอกเปลือก แล้วผ่าครึ่งให้
ติดกับเม็ดมะม่วง เสร็จแล้ว ใช้
ช้อนขูดเอาเนื้อมะม่วงออกมา
2. ใส่เนื้อมะม่วงลงในเครื่องปั่ น จากนั้น ปั่ นให้
ละเอียด แล้วใส่ลงในหม้อต้ม
3, เปิดไฟกลางค่อนไฟอ่อน ใช้ไม้พายคนเนื้อ
มะม่วงไปเรื่อย ๆ ห้ามหยุด เป็นเวลา 30-40 นาที
เวลาคนให้ก้นถึงก้นหม้อ เพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
4. พอเนื้อมะม่วงเริ่มเดือดจนปุด เนียนข้นจนติด
ไม้พายแล้ว ให้ยกลง พักทิ้งไว้ให้เย็น
5. เตรียมถาดขนาดใหญ่ ใช้
แบบไหนก็ได้ รองด้วยกระดาษ
ฟอยล์หรือพลาสติก จากนั้น
ตักมะม่วงกวนใส่ถาด เกลี่ยเป็น
ชั้นบาง ๆ ไม่หนามาก โดยจะตัก
จนเต็มถาดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม
ขนาดใหญ่ หรือจะหยอดเป็น
แผ่นกลมบาง ๆ ก็ได้ ตามชอบ
6. นำไปตากแดด 1-2 วัน พอ
แห้งจนเป็นสีคล้ายน้ำผึ้ง แสดง
ว่าได้ที่แล้ว ให้ใช้มีดหั่นตาม
ขนาดที่ต้องการ แล้วนำม้วน
เป็นชิ้น ๆ เป็นอันเสร็จ ในกรณี
ที่ไม่มีแดด หรือ ไม่สะดวกตาก
แดด ให้ใช้เตาอบหรือตู้อบลม
ร้อน อบมะม่วงกวน ที่อุณหภูมิ
80 องศา เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง
รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบ
โลโก้ที่ออกแบบ
ตัวอย่างแพกแกจของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบแล้ว
ขอบพระคุณสำหรับการรับชม
"ไม่มีใครเกิดมาแล้วทำอาหารเป็น
แต่ทุกคนเรียนรู้ได้ด้วยการลงมือทำ"