จกั สานรังไก่ หมู่บา้ นหนองช้างแล่น
อาเภอห้วยยอด จงั หวดั ตรัง
ท่ีมาและความสาคญั
ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ เปน็ สง่ิ ทค่ี นในชุมชนไดค้ ิดคน้ ขน้ึ มา โดยใช้สติปัญญาในการปรบั ตวั ในการ
ดารงชีวิตทา่ มกลางสภาพแวดล้อม สงั คม และวฒั นธรรมท่มี คี วามแตกต่างกันในแต่ละพื้นท่ี จึงมกี าร
สร้างสรรคส์ ่ิงตา่ งๆอันเป็นรปู ธรรมเพื่อตอบสนองความตอ้ งการในการใชส้ อย และแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซ่ึงได้สง่ั สม สืบทอด และเชื่อมโยงมาอย่างตอ่ เนือ่ งตัง้ แต่อดีตถึงปจั จบุ ัน งานจัก
สานเป็นสว่ นหนงึ่ ของภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินหมบู่ า้ นหนองช้างแลน่ โดยมีความสาคญั ในการดาเนนิ ชีวิต ทง้ั
ในด้านการอานวยความสะดวก ด้านคุณคา่ ทางจิตใจจากความงาม ความประณีต และความเป็น
ทอ้ งถิน่ นาไปสู่การจดั ทานวตั กรรมจกั สานของหม่บู ้านหนองชา้ งแล่น
หมู่บ้านหนองช้างแลน่ อาเภอหว้ ยยอด จงั หวดั ตรงั ทาหตั ถกรรมผลิตภณั ฑจ์ กั สานรังไก่
เนอื่ งจากในพ้ืนทห่ี มบู่ า้ นหนองชา้ งแล่นมสี ายนา้ ไหลผา่ นของสายน้าทา่ งิ้วผา่ นในตวั หมบู่ า้ น และ
ละแวกรอบๆหมบู่ ้านมีปา่ ดบิ ชนื้ ทาใหม้ พี ชื หลากหลายชนดิ โดยเฉพาะต้นไผ่ สง่ ผลให้ชาวบา้ นในอดตี
นาตน้ ไผม่ าทาเป็นอุปกรณ์ตา่ งๆเพอ่ื ใชส้ อย และเสรมิ สร้างรายไดใ้ หก้ ับชมุ ชน
ปัจจบุ ันวิถีชวี ิตความเปน็ อยู่ของคนในหม่บู า้ นหนองชา้ งแลน่ ไดเ้ ปล่ยี นไปเมอื่ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ
เขา้ มามากขน้ึ ทาให้วถิ ชี ีวิตของคนเปลีย่ นไป และการทาอปุ กรณจ์ ากพชื ที่ใช้มาต้ังแตด่ ้งั เดมิ น้ันค่อยๆ
หายไปตามกาลเวลา จากข้อมูลเบอ้ื งต้นทาใหท้ างกลุ่มมีความสนใจทจี่ ะหยบิ ประเด็นนีข้ ึ้นมาเพื่อ
อนรุ กั ษ์และเผยแพร่ความร้ใู นเรอื่ งการทาจกั สานรงั ไกท่ ่ีมีมาแตด่ ัง้ เดิมใหก้ ับคนรุ่นใหม่ และทางกลุ่ม
ผ้จู ดั ทาต้องขอขอบพระคณุ นายคลา้ ย อ่อนชาติ ซงึ่ เป็นผทู้ ีใ่ หข้ อ้ มูล ความรู้ในการจัดทารงั ไก่ และ
อนญุ าตใหเ้ ผยแพรไ่ ด้ ทางกลมุ่ ผจู้ ดั ทาต้องขอขอบพระคุณไว้ ณ ท่ีน้ี
“จักสานรงั ไก”่
การจกั สานรงั ไก่ส่วนใหญจ่ ะเนน้ การใช้พืช คือ ต้นไผ่ เป็นจานวนมาก ซ่ึงสามารถหาได้จากปา่
ดบิ ช้นื ป่าต้นไผ่ท่ีมีความสาคญั ในหลายๆพน้ื ทโ่ี ดยเฉพาะทางภาคใต้
ตน้ ไผ่ เปน็ ไม้พ่มุ หลายชนิดและหลายสกลุ ใน วงศ์หญา้ (วงศ์ Poaceae; เดมิ คือวงศ์ Gramineae)
วงศ์ย่อย Bambusoideae เป็นไม้ไมผ่ ลดั ใบใน ข้นึ เปน็ กอ ลาตน้ เปน็ ปล้องๆ เช่น ไผ่
จีน (Arundinaria suberecta Munro) ไผ่ปา่ (Bambusa arundinacea Willd.) ไผส่ สี ุก (B.
flexuosa Munro และ B. blumeana Schult.) ไผไ่ ร่ (Gigantochloa albociliata Munro) ไผ่
ดา (Phyllostachys nigra Munro) ผลผลิตจากไผท่ ่สี าคญั คือ หน่อไม้ ซง่ึ เปน็ อาหารสาคญั ของคน
ไทย นยิ มทานกนั มากในเกอื บทกุ ภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและอสี าน นอกจากนีไ้ ม้
ไผ่ยังมีคณุ สมบตั ิพเิ ศษทัง้ ด้านความแขง็ แรงและยืดหยนุ่ ทเี่ หนอื กวา่ วัสดสุ ังเคราะหห์ ลายชนิด ดงั น้นั จงึ
ยงั ได้รับความนยิ มในการทาเครือ่ งมอื เครื่องใชห้ ลายประเภท ใช้ชะลอนา้ ทเ่ี ข้าป่าชายเลน น่งั ร้าน
กอ่ สรา้ งและงานจักสาน เป็นต้น
*รูปต้นไผจ่ ากพื้นทห่ี มบู่ ้านหนองช้างแล่น
วิธีการทาจกั สานรังไก่
อุปกรณ์การจักสาน
1. มีดเหนบ็ มีดพร้าหรือมดี โต้
2. ไมไ้ ผป่ ้องยาว1 เมตร - 1.5 เมตร
3. ไม้ไผล่ วก
4. เล่อื ย
ขัน้ ตอนการทา
ขั้นตอนที่ 1
1. นาไม้ไผข่ นาดยาว 1 เมตร – 1.5 เมตร ตามทหี่ าไดใ้ นพืน้ ท่ี มาผ่าเป็นซีกยาวแฉกๆเฉพาะด้านบน
ความยาวประมาณ 30 – 40 เซนติเมตร
2. นาไผ่ลวกมาผ่าเปน็ แฉกๆท้ังลาและจักตอกแบนให้บาง กลมพอทีจ่ ะใช้ได้ ความกวา้ งประมาณ 1
เซนติเมตร เพอ่ื ให้งา่ ยต่อการสาน
ขั้นตอนที่ 2
1.นาจกั ตอกแบนมาสานกบั บอ้ งไผ่ทผี่ ่าเปน็ ซกี ทเ่ี ตรียมไว้ สานขึ้นไปให้เหลอื ประมาณ10เซนตเิ มตร
2.นาตอกกลมทีเ่ ตรียมไว้สานตอ่ ข้ึนไปจนสุดเพือ่ ใหแ้ น่นไม่หลุดออกจากกันง่าย
หมายเหตุ : 1. สามารถเคล่ือนยา้ ยไดส้ ะดวกโดยไม่ตอ้ งสรา้ งคอนและสร้างรังใหไ้ กฟ่ กั ไข่ตา่ งหาก
2. จะใชไ้ ม้ไผ่ทต่ี ่ากว่ากาหนดไมไ่ ดเ้ พราะเวลาทไ่ี กก่ าลงั ฟักไขจ่ ะทามีสง่ิ อ่ืนรบกวนได้งา่ ย
ประโยชน์การใชง้ าน
1.สามารถนาไปทาเปน็ รงั ไก่สาหรบั ไก่ฟักไข่ได้
2.สามารถประยกุ ตท์ าเปน็ โคม และถังขยะได้
3.สามารถนาไปเปน็ กระถางไมด้ อกไมป้ ระดบั ได้
จกั สานรงั ไก่
*คณุ คล้าย อ่อนชาติ ผู้ใหค้ วามรูแ้ ละสาธติ วธิ กี ารทาจกั สานรงั ไก่