The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปบทเรียนวิทยาการจัดการเรียนรู้ โดย นางสาวธัญญารัตน์ สังกัดกลาง รหัส 65B0101608

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanyarat Sangkatklang, 2023-04-23 10:44:37

สรุปบทเรียนวิทยาการจัดการเรียนรู้

สรุปบทเรียนวิทยาการจัดการเรียนรู้ โดย นางสาวธัญญารัตน์ สังกัดกลาง รหัส 65B0101608

สรุปบทเรียน วิทยาการ จัดการเรียนรู้ โดย นางสาวธัญญารัตน์ สังกัดกลาง รหัส 65B0101608 หลักสูตรป.บัณฑิต สาขาวิชาชีพครู A B E S T S E L L I N G N O V E L คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา


สารบัญ บั เรื่อง หน้า บทที่ 1 แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ 1 บทที่ 2 ระบบและการออกแบบการเรียนการสอน 5 บทที่ 3 ทฤษฏีเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ 10 บทที่ 4 การจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ 12 บทที่ 5 การจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำ คัญ 14 บทที่ 6 รูปแบบการเรียนการสอน วิธีสอน และเทคนิคการสอน 16 บทที่ 7 นวัตกรรมการเรียนรู้ 18 บทที่ 8 การจัดการชั้นเรียนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ 20 บทที่ 9 ทักษะการสอน 21 บทที่ 10 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ 23 A B E S T S E L L I N G N O V E L


ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู้ บทที่ 1 แนวคิด คิ เกี่ย กี่ วกับ กั การเรีย รี นรู้ การเรีย รี นรู้เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอันเนื่องมาจากประสบการณ์ที่ได้รับผ่าน ประสาทสัมผัส สามารถเกิดขึ้นได้โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ผลของการเรีย รี นรู2จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมใน 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะหรือ รื กระบวนการ และด้านความรู้สึก ซึ่งการเรีย รี นรู้มีความ สําคัญต่อการมีชีวิตวิรอด การปรับตัว การดํารงชีวิตวิอยู่ในสังคม และเป็นพื้นฐานสําคัญช่วยให้บุคคลพัฒนา คุณภาพชีวิตวิได้เป็นอย่างดี ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู้ มีความสำ คัญต่อการมีชีวิตวิรอด การปรับตัว การอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม ทั้งการ เกษตร การ อุตสาหกรรม ตลอดจนการพัฒนาสังคมของมนุษย์จากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง จุ ด มุ่ ง ห ม า ย ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู้ จะเน้นความต้องการของเรีย รี นเป็นพื้นฐานสำ คัญ ดังนั้น การจัดการเรีย รี นรู้จึงเน้นตัวผู้เรีย รี นมากกว่าผู้สอน โดย Bloom เชื่อว่า การเรีย รี นการสอนที่จะประสบความสำ เร็จและ มีประสิทธิภาพนั้น ผู้สอนจะต้องกำ หนด จุดมุ่งหมายให้ชัดเจน และได้แบ่งประเภทของพฤติกรรมโดย อาสัยทฤษฏีการเรีย รี นรู้และจิตวิทวิยาพื้นฐานว่า มนุษย์จะเกิดการเรีย รี นรู้ใน 3 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ โดยจำ แนกจุดมุ่งหมาย ของการเรีย รี นรู้เป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive domain) ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor domain) และด้านจิตพิสัย (Affective domain) ซึงจุดมุ่งหมายของการเรีย รี นรู้จะเป็นแนวทางสำ หรับผู้ สอนในการ กำ หนดจุดประสงค์การเรีย รี นรู้เนื้อหา กิจกรรมการเรีย รี นการสอน และการวัดและประเมินผล และ พัฒนาให้ผู้เรีย รี นเกิดการเรีย รี นรู้ได้อย่างครบถ้วน ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู้ พฤติกรรมที่เกิดการเรีย รี นรู้สามารถพิจารณาได้ 3 ลักษณะ 1. พฤติกรรมมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม หมายถึง พฤติกรรมก่อนเรีย รี นรู้และหลังเรีย รี นรู้ที่มีความแตก ต่างกัน 2. พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนั้นต้องเป็นพฤติกรรมที่มีลักษณะที่ค่อนข้างถาวร เช้น การขับรถยนต์ได้ เป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร 3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นจะต้องเนื่องมาจากประสบการณ์ที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำ ให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม


อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก า ร เ รี ย น รู้ จิตวิทวิยาชาวอเมริกัริกั น คือ Dallard and Miller กล่าวไว้ว่าองค์ประกอบของการเรีย รี นรู้ที่สำ คัญมี 4 ประการ คือ 1. เเรงขับเคลื่อน (Drive) 2. สิ่งเร้า (Stimulus) 3. การตอบสนอง (Response) 4. การเสริมริแรง (Reinforcement) ก ร ะ บ ว น ก า ร เ กิ ด ก า ร เ รี ย น รู้ การเรีย รี นรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามลำ ดับตั้งแต่ การรับรู้ข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 การสร้าง ความเข้าใจด้วยการแปลความหมายของข้อมูล ต่อจากนั้นจึงนำ มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะกระทำ หรือ รืไม่ กระทำ เกี่ยวกับสิ่งที่เรีย รี นรู้ ปั จ จั ย สำ คั ญ ที่ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ รี ย น รู้ 1. ผู้เรีย รี น 2.บทเรีย รี น 3. การเรีย รี นรู้ 4. สภาพเเวดล้อมทางการเรีย รี นรู้ 5.ผู้สอน ลี ล า ก า ร เ รี ย น รู้ สำ หรับผู้สอนที่ต้องเข้าใจและตระหนักว่าผู้เรีย รี นแต่ละคนมีความแตกต่างกันการจัดการเรีย รี นรู้จึงจำ เป็น ต้องมีความหลากหลายตามความแตกต่างระหว่างบุคคล 1 ความหมายของลีลาการเรีย รี นรู้ หมายถึง พฤติกรรมหรือ รื วิธีวิธี การที่บุคคลนิยมใช้หรือ รื มีความถนัดในการใช้ เป็นแนวทางในการเรีย รี นรู้ 2 ประเภทของลีลาการเรีย รี นรู้ 2.1 ผู้ที่เรีย รี นรู้ทางสายตา (Visual learner)เป็นพวกที่เรีย รี นรู้ได้ดีถ้าเรีย รี นจากรูปภาพแผนภูมิ แผนผัง หรือ รื เนื้อหาที่เขียนเป็นเรื่อ รื่ งราว จะเรีย รี นได้ดีถ้าผู้สอนบรรยายเป็นเรื่อ รื่ งราวและทำ ข้อสอบได้ดีถ้าผู้สอนออก ข้อสอบในลักษณะที่ถูกเป็นเรื่อ รื่ งราว 2.2 ผู้ที่เรีย รี นรู้ทางโสตประสาท (Auditory learner) เป็นพวกที่เรีย รี นรู้ได้ดีที่สุดถ้าได้ฟังหรือ รืได้พูด จะ ไม่สนใจรูปภาพไม่สร้างภาพจะจดจำ ความรู้ได้ดีถ้าผู้สอนพูดให้ฟัง หากผู้สอนถามให้ตอบก็จะสามารถตอบได้ ทันที 2.3 ผู้เรีย รี นที่เรีย รี นรู้ทางร่างกายและความรู้สึก (kinesthetic learner) เป็นพวกที่เรีย รี นโดยผ่าน การ เรีย รี นรู้ ทางความรู้สึก การเคลื่อนไหว และร่างกาย ผู้สอนช่วยโดยการให้แสดงออกหรือ รืให้ปฏิบัติจริงริเช่นให้ เล่นละคร แสดงบทบาทสมมุติ สาธิตทำ การทดลอง หรือ รืให้ผู้ประกอบการแสดงท่าทาง ลี ล า ก า ร เ รี ย น รู้ กั บ ลั ก ษ ณ ะ ท า ง บุ ค ลิ ก ภ า พ แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ แบบแข่งขัน แบบร่วมมือ แบบหลบหนี แบบมีส่วนร่วม แบบพึ่งผู้อื่น แบบพึ่งตนเอง


ระบบ หมายถึง วิธีวิธี การหรือ รื สรรพสิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน ประกอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบตามลํา ดับขั้นตอน ซึ่งวิธีวิธี การหรือ รื สรรพสิ่งเหล่านั้นจะพึ่งพาอาศัยกันและกัน อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ร ะ บ บ บทที่ 2 ระบบและการออกแบบการเรีย รี นการสอน ตัวป้อน (Input) หมายถึง องค์ประกอบต่างๆ ของระบบ กระบวนการ (Process) หมายถึง การจัดกระทํากับองค์ประกอบต่างๆ เพื่อให้เกิดผลผลิตตามจุดมุ่ง หมายที่กําหนดไว้ ผลผลิต (Product) หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดําเนินงาน ซึ่งเป็นเป้าหมาย ปลายทางของระบบ การควบคุม (Control) หมายถึง วิธีวิธี การที่ใช้เพื่อตรวจสอบกระบวนการให้ดําเนินการอย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งตัวป้อน กระบวนการ และผลผลิต ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) หมายถึงข้อมูลที่ได้จากการวิเวิคราะห์ความสัมพันธ์ของผลผลิตและจุด มุ่งหมายที่กําหนดไว้ซึ่งใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับไปสู่การปรับปรุง กระบวนการและตัวป้อน วิธีวิธี การเชิงระบบ หรือ รื ระบบที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติที่สําคัญ คือ มีประสิทธิภาพ หมายถึง ในการดําเนิน การต่างๆ ของระบบต้องประหยัดทรัพยากร มีกลไกการควบคุมตรวจสอบเพื่อรัก ษาสภาพของตนเอง (Selfregulation) และมีการแก้ไขปรับปรุงตนเอง (Self-correction)


ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น การเรีย รี นการสอนจึงจัดเป็นระบบหนึ่ง ที่ประกอบด้วย ตัวป้อน กระบวนการผลผลิต และข้อมูลป้อนกลับ ระบบการเรีย รี นการสอนเป็นการวางแผนการเรีย รี นการสอนอย่างเป็น ขั้นตอนมีลําดับต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน เป็นการรวมส่วนย่อยๆ ซึ่งทํางานเป็นอิสระเข้าด้วยกัน จนกระทั่งบรรลุ เป้าหมายของการจัดการเรีย รี นการสอน ระบบจึงมีความสําคัญและถือว่าเป็นการจัดโครงสร้างและลําดับความ สัมพันธ์ของการเรีย รี นการสอน อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ระบบการสอน ต้องประกอบด้วยอย่างน้อย 3 ส่วน คือระบบปัจจัยหรือ รื ตัวป้อน (Input) ระบบกระบวนการ หรือ รื การดําเนินการ (Process) และระบบการประเมินผล (Output) ซึ่งทั้ง 3 ระบบย่อยๆ ต้องทํางาน ประสานสัมพันธ์กัน และต้องสัมพันธ์กับบริบริทที่แวดล้อมอีกด้วย ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ลักษณะของการจัดระบบการเรีย รี นการสอน ควรคํานึงถึงลักษณะด้านประโยชน์ ด้านความยึดหยุ่น และการตอบสนองต่อความจําเป็นและความต้องการรายบุคคลของผู้เรีย รี น ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น การจัดระบบการเรีย รี นการสอนไว้ว่า เป็นการวางแผนการกําหนดขั้นตอนการเรีย รี นการสอนอย่างเป็นลําดับ ต่อเนื่อง ครอบคลุมขั้นตอนสําคัญ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ขั้นวิเวิคราะห์ระบบการเรีย รี นการสอน เป็นการพิจารณาว่า การเรีย รี นการสอนที่ใช้อยู่หรือ รื ปฏิบัติอยู่เดิม มีข้อบกพร่องหรือ รื มีปัญหาประการใดบ้าง เป็นขั้นตอนของการตระหนักปัญหา 2. ขั้นสังเคราะห์ระบบการเรีย รี นการสอน คือการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการวิเวิคราะห์มา สร้างระบบการ เรีย รี นการสอนใหม่ โดยกําหนดขั้นตอนแต่ละขั้นตอนตามลําดับ 3. ขั้นสร้างแบบจําลองระบบการเรีย รี นการสอน ในขั้นนี้จะนําเอาขั้นตอนต่างๆ ที่กําหนด ไว้ในขั้นสังเคราะห์ระบบมาใส่แบบลําลองเพื่อแสดงลําดับขั้นตอน 4. ขั้นการทดสอบระบบในสถานการณ์จําลอง ในขั้นนี้จะนําเอาขั้นตอนต่าง ๆ ที่กําหนด ไว้ในขั้นการสอนไปทดลองใช้ตามขั้นตอนที่เตรีย รี มไว้ วิ ธี ก า ร จั ด ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ระบบการเรีย รี นการสอน มีความสําคัญในการประกันความถูกต้องของเนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรีย รี นการสอนมีความชัดเจน ประหยัดเวลาในการดําเนินการสอน การเสริมริประสิทธิภาพใน การทํางานหากมีปัญหาเกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีและเป็นเครื่อ รื่ งมือในการตรวจสอบจุดอ่อน และจุดดีของระบบได้


รู ป แ บ บ ข อ ง ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น 1. ระบบการเรีย รี นการสอนของ Jerold Kemp’s เป็นรูปแบบที่นิยมนํามาใช้ในการออกแบบระบบการเรีย รี นการสอน มีองค์ประกอบในการนํามาใช้เป็นแนวทาง ในการออกแบบไว้ 9 องค์ประกอบภายในกระบวนการหลัก และส่วนประกอบที่เป็นวงรีภ รี ายนอก 2 วง ที่ ประกอบด้วยองค์ประกอบที่เป็นส่วนประเมินผล สําหรับการปรับปรุงและส่วนสนับสนุนระบบการใช้ เทคโนโลยีและการบริหริารจัดการ 2. ระบบการเรีย รี นการสอนของ Tyler เป็นนักพัฒนาหลักสูตร ชาวอังกฤษ ได้ตั้งคําถามพื้นฐานสําหรับการหาคําตอบในการพัฒนาหลักสูตรและการ เรีย รี นการสอน ซึ่งนําไปสู่การกําหนดองค์ประกอบของระบบการเรีย รี นการสอน ไว้ 3 ส่วน


3. ระบบการเรีย รี นการสอนของ Glaser 4. ระบบการเรีย รี นการสอนของ Gerlach and Ely 5. ระบบการเรีย รี นการสอนแบบ ADDIE model การออกแบบการเรีย รี นการสอนตามรูปแบบ ADDIE model ประกอบด้วยกิจกรรมในการดําเนินงาน 5 กิจกรรรม ได้แก่ การวิเวิคราะห์ (Analyze) การออกแบบ (Design) การพัฒนา(Develop) กา รนําไปใช้(Implement) และการประเมินผล (Evaluate)


ก า ร นํ า ร ะ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ไ ป ใ ช้ 6. ระบบการเรีย รี นการสอนของ Dick and Carey รูปแบบของระบบการเรีย รี นการสอน ของนักการศึกษาแต่ละคนเป็นการออกแบบองค์ ประกอบการเรีย รี นการสอนด้วยวิธี วิธี การเชิงระบบ ที่เป็นปัจจัยป้อนเข้าประกอบด้วยจุดประสงค์การ เรีย รี นรู้เนื้อหาและผู้เรีย รี นองค์ประกอบที่เป็นกระบวนการประกอบด้วยกระบวนการเรีย รี นการสอน การจัดการห้องเรีย รี น การใช้สื่อ การเรีย รี นการสอน และแหล่งวิท วิ ยาการการจัดเวลาเรีย รี น องค์ ประกอบที่เป็นผลผลิตได้แก่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรีย รี น องค์ประกอบที่เป็นการควบคุม ได้แก่การ ประเมินผลการเรีย รี นการสอนและการประเมินผลผู้เรีย รี นทุกระบบมีการให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อใช้ใน การปรับปรุงการเรีย รี นการสอนจึงเรีย รี กได้ว่าเป็นระบบการสอนที่สมบูรณ์


แ น ว คิ ด เ กี่ ย ว กั บ ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ บทที่ 3 ทฤษฎีก ฎี ารเรีย รี นรู้กัรู้บ กั การจัด จั การเรีย รี นรู้ ทฤษฎีการเรีย รี นรู้เป็นพื้นฐานสําคัญที่นําไปใช้ในการจัดการเรีย รี นรู้ซึ่งจําเป็นสําหรับผู้สอนในการวางแผนหรือ รื ออกแบบการเรีย รี นการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้เรีย รี นก็ได้รับเรีย รี นรู้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ทฤษฎีการเรีย รี นรู้ เป็นสิ่งที่เป็นตัวกลางในการจัดการเรีย รี นรู้ของผู้สอน กับผลการเรีย รี นรู้ที่เกิดกับตัวผู้เรีย รี น ดังนั้น ทฤษฎีการเรีย รี นรู้จึงมีบทบาทในการนําไปประยุกตใช้ในการเรีย รี นการสอน คือ การวางแผนการเรีย รี นรู้ การจัดการ เรีย รี นรู้ การสอน และการเป็นกรอบและทิศทางในการทําวิจัวิจั ยด้านการเรีย รี นการสอน ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม พ ฤ ติ ก ร ร ม นิย ม ทฤษฎีการเรีย รี นรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) มองธรรมชาติของมนุษย์ในลักษณะที่เป็นกลาง คือ ไม่ดี ไม่เลว การกระทําต่างๆ ของมนุษย์เกิดจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอก พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบ สนองต่อสิ่งเร้า (Stimulus response) การเรีย รี นรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง กลุ่ม พฤติกรรมนิยมให้ความสนใจกับ“พฤติกรรม” มากเพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดสามารถวัดและทดสอบได้ 1. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classical conditioning) Pavlov(Ivan P.Pavlov เป็นผู้ตั้งทฤษฎีนี้ซึ่งมีหลักการว่า การเรีย รี นรู้เกิดจากการที่อินทรย์ได้ตอบสนองต่อสิ่งเรา ได้หลายๆ ชนิด โดยที่การตอบสนองอย่างเดียวกันอาจมาจากสิ่งเร้าต่างชนิดกันได้ หากมีการวางเงื่อนไขที่แน่นแฟ่น เพียงพอ 2. ทฤษฎีการเชื่อมโยง (Connectionism) ทฤษฎีการเชื่อมโยง ของ Thorndike(Edward L. Thorndike นักจิตวิทวิยาชาวอเมริกัริกั นเป็นผู้ตั้งทฤษฎีนี้ ซึ่งมี หลักการว่า การเรีย รี นรู้เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองโดยสิ่งเร้าสิ่งหนึ่งอาจจะทําให้เกิด การตอบสนองได้หลายทาง แต่อินทรีย์ รีย์ จะเลือกการตอบสนองที่พอใจที่สุดไว้เพียงสิ่งเดียว เพื่อใช้ในการตอบสนอง ครั้งต่อๆ ไป 3. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขการกระทํา ทฤษฎีการวางเงื่อนไขการกระทํา ของ Skinner (B.F. Skinner) นักจิตวิทวิยาชาวอเมริกัริกั น เป็นผู้ตั้งทฤษฎีนี้ ซึ่งมีหลักการว่า การเรีย รี นรู้เกิดจากการที่บุคคลได้มีการกระทําแล้วได้รับการเสริมริแรง ในยุคการเรีย รี นการสอน ปัจจุบันสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้ในเรื่อ รื่ งการเสริมริแรง การปรับพฤติกรรม ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม พ ฤ ติ ก ร ร ม นิย ม ทฤษฎีการเรีย รี นรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม เป็นทฤษฎีการเรีย รี นรู้ที่มีแนวคิดมาจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า และการตอบสนอง โดยให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นประกอบด้วย 3 ทฤษฎีหลัก ได้แก่ ทฤษฎีการวาง เงื่อนไขแบบคลาสสิก ของ Pavlovและ Watson ทฤษฎีการเชื่อมโยง ของ Thorndikeและ ทฤษฎีการวาง เงื่อนไขการกระทํา ของ Skinner ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ปัญ ญ า นิย ม ทฤษฎีการเรีย รี นรู้กลุ่มปัญญานิยมหรือ รื พุทธินิยม มีแนวคิดว่าการเรีย รี นรู้ของมนุษย์มีความซับซ้อน เป็น กระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล การสร้างความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูลและการดึง ข้อมูลออกมาใช้ในการกระทําและการแก้ปัญหาต่างๆ การเรีย รี นรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่ จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเองประกอบด้วย 3 กลุ่มย่อย คือ ทฤษฎีโครงสร้างนิยม ทฤษฎีการประมวล สารสนเทศ ทฤษฎีการเรีย รี นรู้โดยการค้นพบและทฤษฎีการเรีย รี นรู้อย่างมีความหมาย


ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ม นุ ษ ย นิย ม ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ผ ส ม ผ ส า น ข อ ง G A G N E ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ค อ น ส ต รั ค ติ วิ ส ต์ ท ฤ ษ ฎี ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ค อ น เ น็ค ติ วิ ส ต์ ทฤษฎีการเรีย รี นรู้กลุ่มมนุษยนิยม ให้ความสําคัญของความเป็นมนุษย์และมองมนุษยว่ามีคุณค่ามีความดีงาม มีความสามารถ มีความต้องการและมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตนหากบุคคลมีอิสรภาพ และ เสรีภ รี าพ มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 3 ทฤษฎีที่สําคัญ ได้แก่ ทฤษฎีของ Maslow ทฤษฎีของ Rogers และทฤษฎีของ Combs ทฤษฎีการเรีย รี นรู้เป็นความรู้ที่อธิบาย ปรากฏการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเรีย รี นรู้ ที่ได้รับการพิสูจน์ทดลองด้วย กระบวนการทางวิทวิยาศาสตร์และนําหลักการแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรีย รี นรู้เพื่อพัฒนาผู้เรีย รี น ซึ่งแต่ละ ทฤษฎีมีหลักการ แนวคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้น การนําทฤษฎีการเรีย รี นรู้แต่ละทฤษฎีไปใช้ในการจัดการเรีย รี นรู้ จึง ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของผู้สอนเป็นสําคัญ ทฤษฎีการเรีย รี นรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสวิต์ เชื่อว่าการเรีย รี นรู้ หรือ รื การสร้างความรู้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้น ภายในของผู้เรีย รี น โดยที่ผู้เรีย รี นเป็นผู้สร้างความรู้ โดยการนําประสบการณ์หรือ รื สิ่งที่พบเห็นในสิ่งแวดล้อมหรือ รื สารสนเทศใหม่ที่ได้รับมาเชื่อมโยงกับ ความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่เดิม มาสร้างเป็น ความเข้าใจของตนเอง การจัดกิจกรรมการเรีย รี นรู้ตามทฤษฎีคอนเน็คติวิสวิต์ ผู้สอนมีบทบาทในการออกแบบหรือ รื สร้างกิจกรรมการ เรีย รี นรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรีย รี น การออกแบบการเรีย รี นรู้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การเรีย รี นรู้และควรส่งเสริมริให้ผู้ เรีย รี นมีปฏิสัมพันธ์กันภายใต้การใช้สื่อที่หลากหลายเพื่อเชื่อมโยงความรู้ของผู้เรีย รี นนั้นเอง


ก า ร กำ ห น ด จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ บทที่ 4 การจัด จั ประสบการณ์ก ณ์ ารจัด จั การเรีย รี นรู้ ผู้สอนจำ เป็นต้องกำ หนดให้ครอบคลุม จุดมุ่งหมายของการเรีย รี นรู้ ทั้ง 3 ด้าน คือด้านพุทธิพิสัย ด้านทักษะพิสัย และด้านจิตพิสัย โดยกำ หนดพฤติกรรมหรือ รื ทักษะที่ผู้เรีย รี นแสดงออก เงื่อนไขการแสดงพฤติกรรมและเกณฑ์ในการ แสดงพฤติกรรม ที่สามารถสังเกตเห็นได้ในการจัดการเรีย รี นรู้ ก า ร กำ ห น ด เ นื้ อ ห า ผู้สอนจำ เป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเภทของเนื้อหา หลักเกณฑ์การจัดเนื้อหา และการจัดเนื้อหา ก า ร จั ด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ก า ร เ รี ย น รู้ ผู้สอนสามารถจัดประสบการณ์การเรีย รี นรู้ได้อย่างสอดคล้องสัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรีย รี นรู้ และเนื้อหา ได้หรือ รื ไม่นั้นจำ เป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจในขั้นตอนการสอน และหลักการจัดการเรีย รี นรู้ ดังนี้ 1. ขั้นตอนการจัดประสบการณ์การเรีย รี นรู้ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้กับผลการเรีย รี นรู้ประเภทใดก็ได้ แต่ที่นิยมใช้ อย่างแพร่หลายมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นนำ (Introduction) ขั้นสอน (body) ขั้นสรุป (conclusion) และขั้น ประเมินผล (assessment) เป็นต้น 2. หลักการจัดการเรีย รี นรู้ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ลักษณะของผู้เรีย รี น บริบริทการเรีย รี นรู้และงาน เพื่อการเรีย รี นรู้ 3.หลักการจัดการเรีย รี นรู้ในศตวรรษที่ 21 การจัดการเรีย รี นรู้ โดยเน้นให้ผู้เรีย รี นตีโจทย์ หรือ รื กำ หนดปัญหา การ ค้นคว้าหาข้อมูล การตรวจสอบประเมินข้อมูลที่ได้ จากการศึกษาค้นคว้า การปฏิบัติจริงริการเพิ่มทักษะการสื่อสาร การทำ งานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนความรู้และต่อยอดความรู้ของผู้เรีย รี น ก า ร กำ ห น ด สื่ อ ก า ร เ รี ย น รู้ 1. ประเภทของสื่อการเรีย รี นรู้ จำ แนกประเภทของสื่อการเรีย รี นรู้ออกเป็น 4 ประเภท คือ วัสดุ อุปกรณ์ กิจกรรม สื่อ การเรีย รี นรู้จากสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 2. การเลือกสื่อการเรีย รี นรู้ ดังนี้ 2.1 ความเหมาะสมกับเนื้อหาและวัต วั ถุประสงค์ของการเรีย รี นรู้ 2.2 ความเหมาะสมกับนักเรีย รี นในการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 2.3 ความเหมาะสมกับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรีย รี นรู้ 2.4 ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 2.5 ความสะดวกต่อการนำ มาใช้และการเก็บรักษาสื่อการเรีย รี นรู้ที่ดี 2.6 มีความน่าสนใจให้พิจารณาในด้านต่างๆ 3. การใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 3.1 การเตรีย รี มก่อนการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 3.2 การใช้สื่อการเรีย รี นรู้ที่เตรีย รี มไว้ 3.3 การติดตามผลการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 3.4 การจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นการหาวิธีวิธี 4. การประเมินผลการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ เป็นการตรวจสอบระบบการใช้สื่อ ที่ประกอบด้วย การประเมิน การวางแผน การใช้สื่อการเรีย รี นรู้ การประเมินกระบวนการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ และการประมวลผลที่ได้จากการใช้สื่อการเรีย รี นรู้ 5. สื่อการเรีย รี นรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีทั้งในรูปแบบ เอกสารสิ่งพิมพ์ (PDF) ภาพมัลติมีเดีย เสียง video รวมถึง internet วิกิวิกิbox และการสนทนา


ก า ร วั ด ผ ล แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร เ รี ย น รู้ 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัด วั ผลประเมินผล การวัดผล หมายถึงกระบวนการหาข้อมูลจากผู้เรีย รี นที่ออกมาเป็นตัวเลข โดยอาศัยวิธีวิธี การและเครื่อ รื่ งมือในการ กำ หนดคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการวัด วั การประเมินผล เป็นการวินิวินิจฉัยตัดสินคุณค่าหรือ รื คุณภาพจากผลที่ได้ของการวัดผล โดยอาศัยเกณฑ์การ พิจารณาตามที่กำ หนดไว้ 2. จุดมุ่งหมายของการวัดและประเมินผลการเรีย รี นรู้ ต้องอยู่บนจุดมุ่งหมายพื้นฐาน 2 ประการ ประการแรกคือ การวัดและการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรีย รี น โดยเก็บ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรีย รี นรู้ และการเรีย รี นรู้ของผู้เรีย รี นในระหว่างการจัดการเรีย รี นรู้อย่างต่อเนื่อง ประการ ที่ 2 คือ การวัดและประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรีย รี น เป็นการประเมินผลสรุปผลการเรีย รี นรู้ (summative accessment) 3. ความหมายและความสำ คัญของการวัด วั และประเมินผลการเรีย รี นรู้ในชั้นเรีย รี น การวัด (measurement) หมายถึง การกำ หนดตัวเลขให้กับวัตถุสิ่งของ เหตุการณ์ ปรากฏการณ์หรือ รื พฤติกรรมต่างๆของผู้เรีย รี น อาจต้องใช้เครื่อ รื่ งมือวัด การประเมิน (assessment) หมายถึง กระบวนการเก็บข้อมูล ตีความ บันทึก และใช้ข้อมูลเกี่ยวกับคำ ตอบ ของผู้เรีย รี น การประเมินค่า/การตัดสิน(evaluation) หมายถึง การนำ เอาข้อมูลต่างๆที่ได้จากการวัดหลายๆอย่างมาเป็น ข้อมูลในการตัดสินผลการเรีย รี น โดยการเปรีย รี บเทียบกับเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนด การวัดและการประเมินผลการเรีย รี นรู้ในชั้นเรีย รี น (classroom assessment) หมายถึง กระบวนการเก็บ รวบรวมวิเวิคราะห์ ตีความ บันทึกข้อมูลที่ได้จากการวัด วั และประเมินทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 4. ประเภทของการวัดและประเมินผลการเรีย รี นรู้ 4.1 จำ แนกตามขั้นตอนการจัดการเรีย รี นรู้ ก่อนเรีย รี น ระหว่างเรีย รี น และหลังเรีย รี น มี 4 ประเภท ดังนี้ การประเมินเพื่อจัดวางตำ แหน่ง การประเมินผลย่อย การประเมินสรุปผลการเรีย รี นรู้ เป็นต้น 4.2 จำ แนกตามวิธีวิธี การแปลความหมายผลการเรีย รี นรู้ มี 2 ประเภท ดังนี้ การวัดและประเมินแบบอิงกลุ่ม การวัดและประเมินแบบอิงเกณฑ์


พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ศึ ก ษ า แ ห่ ง ช า ติ กั บ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ บทที่ 5 การจัด จั การเรีย รี นรู้ที่รู้เ ที่ น้น น้ ผู้เผู้รีย รี นเป็น ป็ สํา สํ คัญ คั การจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญเป็นกระบวนการที่พัฒนาทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และ คุณธรรมของผู้เรีย รี นให้เจริญริงอกงาม โดยการสร้างให้ผู้เรีย รี นมีส่วนร่วมรู้ ร่วมคิด ร่วมกระทำ ช่วยให้ผู้เรีย รี นได้ พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ตามความต้องการ ตามความสนใจและเต็มตามศักยภาพของผู้เรีย รี น การจัดการเรีย รี นรู้ที่ เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ (student centered) มีชื่อเรีย รี กที่ต่างกันออกไป เช่น การเรีย รี นการสอนที่เน้นผู้เรีย รี นเป็น ศูนย์กลาง การสอนแบบผู้เรีย รี นเป็นแกน และการสอนที่ให้ผู้เรีย รี นปฏิบัติกิจกรรม เป็นต้น แต่ปัจจุบันใช้คำ ว่า "การ จัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ" พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำ หนดแนวทางการจัดการศึกษาและการจัดกระบวนการเรีย รี นรู้ไว้อย่าง ครอบคลุม ทั้งในส่วนของการจัดการศึกษาที่ต้องยึดหลักว่าผู้เรีย รี นทุกคนมีความสามารถเรีย รี นรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรีย รี นสำ คัญที่สุด ในกระบวนการเรีย รี นรู้ควรเน้นทางด้านความรู้ กระบวนการและคุณธรรมการจัด กระบวนการเรีย รี นรู้ของสถานศึกษา และการประเมินการเรีย รี นรู้ จึงเป็นแนวทางในการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี น เป็นสำ คัญนั่นเอง ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรีย รี นที่ผู้เรีย รี นลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรีย รี น ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้การช่วยเหลือแนะนำ ของผู้สอน ห ลั ก ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ การจัดการศึกษามีเป้าหมายสำ คัญที่สุด คือ การจัดการให้ผู้เรีย รี นเกิดการเรีย รี นรู้ เพื่อให้ผู้เรีย รี นแต่ละคนได้พัฒนา ตนเองสูงสุดตามศักยภาพของแต่ละคน สรุปได้ว่า หลักการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญคือการส่งเสริมริให้ ผู้เรีย รี นมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรีย รี นรู้ ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และลงมือปฏิบัติด้วย ตนเอง เพื่อเกิดประสบการณ์จากการลงมือกระทำ โดยครูเป็นผู้อำ นวยความสะดวกและกระตุ้นให้ผู้เรีย รี นเกิดความ กล้าในการแสดงออก ก า ร อ อ ก แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ การออกแบบการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ เป็นการจัดการเรีย รี นรู้ที่ให้ผู้เรีย รี นได้ลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาทาง ด้านสติปัญญา ทักษะกระบวนการ และเจตคติ อย่างมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง เน้น กระบวนการเรีย รี นรู้ที่ควบคู่ไปกับผลงานและสามารถนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตวิประจำ วันได้ บ ท บ า ท ข อ ง ค รู แ ล ะ ผู้ เ รี ย น กั บ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายผู้ที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน จัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อ การเรีย รี นรู้ และเอื้ออำ นวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้ผู้เรีย รี นเกิดการเรีย รี นรู้ สรุปได้ว่า ผู้สอนและผู้เรีย รี นเป็นผู้ที่มี บทบาทในการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ ทางด้านการเตรีย รี มการ การดำ เนินการเรีย รี นการสอน และการ ประเมินผล โดยที่ผู้เรีย รี นเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามแนวทางการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ จะเป็นแนวทางที่ผู้สอนนำ ไปใช้ในการออกแบบการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ คือ ผู้เรีย รี นได้ลงมือปฏิบัติจริงริมี ส่วนร่วมในการเรีย รี นรู้ ฝึกทักษะการคิด สร้างสรรค์ ค้นหาคำ ตอบ ทำ กิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ และ การจัดการเรีย รี นรู้ของครู เป็นการเตรีย รี มทางเนื้อหา วิธีวิธี การ บรรยากาศการเรีย รี นรู้ เพื่อให้ผู้เรีย รี นได้มีโอกาสฝึกคิด ฝึกทำ แก้ปัญหา ค้นพบความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรีย รี นอย่างต่อเนื่อง


เ ท ค นิ ค ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ ผู้สอนอาจใช้เทคนิคต่างๆที่สามารถช่วยให้การจัดการเรีย รี นรู้มีคุณภาพมากขึ้น เทคนิคการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นผู้ เรีย รี นเป็นสำ คัญ เป็นเทคนิคการสอนคิดหรือ รื เครื่อ รื่ งมือการสอนการคิดสำ หรับผู้สอนในการนำ ไปใช้ในการจัดการ เรีย รี นรู้เพื่อพัฒนาผู้เรีย รี นได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วยเทคนิค pmi เทคนิค caf เทคนิค compare and contrast เทคนิค six thinking hats เทคนิค cause and effect เทคนิคdiagram เทคนิค kwl เทคนิค ranking และเทคนิค mind mapping ก า ร บู ร ณ า ก า ร ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ เป็นการจัดกระบวนการเรีย รี นรู้ในลักษณะที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ในกลุ่มสาระการเรีย รี นรู้ และ/หรือ รื ระหว่าง กลุ่มสาระการเรีย รี นรู้ มาตรฐานการเรีย รี นรู้และตัวชี้วัด วิธีวิธี การ และการนำ ไปใช้โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพ ของผู้เรีย รี นในด้านต่างๆ ได้แก่ ความรู้ ทักษะกระบวนการ เจตคติ เพื่อให้เกิดความรู้แจ้ง รู้จริงริในสิ่งที่ศึกษา สามารถนำ ไปใช้ในชีวิตวิประจำ วัน วั ได้จริงริผู้สอนจึงต้องจัดกระบวนการเรีย รี นรู้ที่หลากหลาย เพื่อใช้วิธีวิธี การจัดการ เรีย รี นรู้หรือ รื เทคนิคการจัดการเรีย รี นรู้ ที่เหมาะสมกับมาตรฐานการเรีย รี นรู้และตัวชี้วัด เนื้อหาสาระ และศักยภาพของ ผู้เรีย รี นโดยเน้นให้ผู้เรีย รี นได้ศึกษา ค้นคว้า และเรีย รี นรู้ด้วยตนเองร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรีย รี นบรรลุเป้าหมาย ของการเรีย รี นรู้นั้นๆ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ต า ม ส ภ า พ จ ริ ง ในการเรีย รี นแต่ละเรื่อ รื่ ง ผู้สอนต้องกำ หนดจุดประสงค์ไว้ว่าผู้เรีย รี นควรมีความรู้ ความสามารถอะไรบ้าง แล้วจึง จัดการการเรีย รี นรู้ และมีการวัดผลประเมินผล เพื่อจะได้ทราบว่าผู้เรีย รี นมีความรู้พื้นฐานมากน้อยเพียงใดระหว่าง การเรีย รี นผู้เรีย รี นมีความรู้ความเข้าใจหรือ รืไม่ และเมื่อเรีย รี นเสร็จแล้วผู้เรีย รี นมีความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือ รืไม่ สรุปได้ว่า การประประเมินผลตามสภาพจริงริมีเทคนิคและยุทธวิธีวิธีประกอบด้วยการประเมินที่เป็นทางการและไม่ เป็นทางการ วิธีวิธี การประเมินผลตามสภาพจริงริในการทดสอบอย่างเป็นทางการได้แก่ การใช้แบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรีย รี น และการประเมินอย่างไม่เป็นทางการเช่น การใช้แฟ้มสะสมงาน และแบบสังเกตพฤติกรรม ของนักเรีย รี น การใช้เครื่อ รื่ งมือการประเมินผลตามสภาพจริงริมีวิธีวิธี การและเครื่อ รื่ งมือที่ใช้ได้หลายประการ เช่น การ สังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบบันทึกพฤติกรรม แบบสำ รวจรายการมาตราส่วนประมาณค่าและแฟ้มสะสมงาน


รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น บทที่ 6 รูป รู แบบการเรีย รี นการสอน วิธี วิสธี อน และเทคนิค นิ การสอน สภาพการดำ เนินการที่มีการจัดขึ้นอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับทฤษฎีการเรีย รี นรู้ หรือ รื แนวคิด หรือ รื หลักการที่ รูปแบบนั้นยึดถือ เพื่อให้ผู้เรีย รี นเกิดการเรีย รี นรู้ตามเป้าหมายที่รูปแบบการเรีย รี นการสอนนั้นจะกำ หนด อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ควรประกอบด้วย 4 ประการ คือ 1. ปรัชญา หลักการ แนวคิดหรือ รื ทฤษฎีซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบ 2.วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3. ขั้นตอนการจัดการเรีย รี นรู้และกิจกรรมการเรีย รี นการสอน 4. การวัดและประเมินผลที่เกิดจากการใช้รูปแบบการเรีย รี นการสอน แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น จะต้องมีการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พัฒนาและปรับปรุงรูปแบบการเรีย รี นการสอน การทดลองใช้ และการประเมิน ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรีย รี นการสอน ก า ร จั ด ก ลุ่ ม รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แต่ละรูปแบบมีลักษณะที่เน้นบทบาทของผู้เรีย รี นเป็นหลัก แต่มีลักษณะและเป้าหมายของการจัดการเรีย รี นรู้ที่แตก ต่างกันไป ตามจุดเน้นของรูปแบบการเรีย รี นการสอนแต่ละรูปแบบนั่นเอง วิ ธี ก า ร ส อ น หมายถึง กระบวนการหรือ รื ขั้นตอนต่างๆที่ผู้สอนใช้ในการจัดกิจกรรมการเรีย รี นการสอน เพื่อให้ผู้เรีย รี นเกิดการ เรีย รี นรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำ หนด ห ลั ก ก า ร เ ลื อ ก วิ ธี ส อ น การเลือกวิธีวิธี สอนควรพิจารณาจากความเหมาะสมกับผู้เรีย รี น ทางด้านความรู้ ความสามารถ และพื้นฐานของผู้ เรีย รี น และสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรีย รี นรู้ และพัฒนาผู้เรีย รี นทั้งในด้านความรู้ ด้านทักษะและด้านเจตคติ ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง วิ ธี ส อ น 1. วิธีวิธี สอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง 2. วิธีวิธี สอนที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นสำ คัญ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง วิ ธี ส อ น แ บ บ ต่ า ง ๆ เป็นกระบวนการหรือ รื ขั้นตอน ที่ผู้สอนใช้ในการจัดการเรีย รี นรู้ เพื่อให้ผู้เรีย รี นบรรลุตามจุดประสงค์ที่กำ หนดไว้ แบ่งวิธีวิธี สอนได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ วิธีวิธี สอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง และวิธีวิธี สอนที่เน้นผู้เรีย รี นเป็นศูนย์กลาง ผู้สอน จึงควรพิจารณา เลือกใช้วิธีวิธี สอนแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเนื้อหา หรือ รื สาระการเรีย รี นรู้ที่สอน ลักษณะของผู้เรีย รี น และจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ของการสอน


เ ท ค นิ ค ก า ร ส อ น ก า ร นำ เ ท ค นิ ค ก า ร ส อ น ไ ป ใ ช้ กลวิธีวิธี ต่างๆที่ใช้เสริมริกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอนวิธีวิธี การสอน หรือ รื การดำ เนินการทางการสอนใดๆเพื่อ ช่วยให้การสอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการบรรยายผู้สอนอาจใช้เทคนิคต่างๆที่ช่วยให้การ บรรยายมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การยกตัวอย่างการใช้สื่อ การใช้คำ ถาม ควรเป็นเทคนิคการสอนที่ส่งเสริมริให้ผู้เรีย รี นสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง ทำ งานร่วมกับผู้อื่น และการนำ ความ รู้ไปประยุกต์ใช้


แ น ว คิ ด ข อ ง น วั ต ก ร ร ม ก า ร จั ด ก ลุ่ ม ข อ ง น วั ต ก ร ร ม ใ น ที่ นี้ ไ ด้ จั ด ก ลุ่ ม ข อ ง น วั ต ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ผู้ เ รี ย น เ ป็ น สำ คั ญ ที่ เ ห ม า ะ สำ ห รั บ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ใ น ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น ส า ม า ร ถ จำ แ น ก อ อ ก เ ป็ น 4 ก ลุ่ ม ไ ด้ แ ก่ 1 . น วั ต ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ก า ร จั ด ส า ร ส น เ ท ศ บทที่ 7 นวัต วั กรรมการเรีย รี นรู้ วิธีวิธี การ ความคิด การปฏิบัติ หรือ รื สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีใครใช้มาก่อนหรือ รื เป็นการ ดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อนำ นวัตกรรมใดๆมาใช้ ย่อมก่อให้เกิดผลดีมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เป็นรูปแบบการเรีย รี นรู้ที่พัฒนาผู้เรีย รี นให้มีโอกาสในการเรีย รี นรู้ด้วยวิธีวิธี การสร้างองค์ ความรู้ ที่มาจากการค้นหาข้อมูล นำ ข้อมูลมาจัดระบบ โดยอาศัยวิธีวิธี การต่างๆเพื่อ ประมวลผลข้อมูลเป็นองค์ความรู้ ทำ ให้ผู้เรีย รี นได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะการคิดและการ สร้างความคิดรวบยอด เช่น • การจัดการเรีย รี นรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง • การจัดการเรีย รี นรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน • การจัดการเรีย รี นรู้แบบค้นพบ


2 . น วั ต ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ก า ร พั ฒ น า พ ฤ ติ ก ร ร ม เป็นรูปแบบการเรีย รี นรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพฤติกรรมการแสดงออกและทักษะการ ปฏิบัติของผู้เรีย รี น เช่น - การจัดการเรีย รี นรู้แบบรอบรู้ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบร่วมมือ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบซิปปา 3 . น วั ต ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ก า ร พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร เป็นรูปแบบการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นให้ผู้เรีย รี นฝึกทักษะกระบวนการปฏิบัติเพื่อ พัฒนาการเรีย รี นรู้ของตนเอง เช่น - การจัดการเรีย รี นรู้ด้วยวิธีวิธี การทางประวัติ วั ติศาสตร์ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบโครงงาน - การจัดการเรีย รี นรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา 4 . น วั ต ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ เ น้ น ก า ร บู ร ณ า ก า ร เป็นรูปแบบการจัดการเรีย รี นรู้ที่เน้นทั้งเนื้อหาสาระและวิธีวิธี การที่ได้รับความนิยมอย่าง มากเพราะมีความสอดคล้องกับทฤษฎีทางการศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนารอบด้าน เช่น - การจัดการเรีย รี นรู้ตามวัฏจักรของการเรีย รี นรู้ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบหมวก 6 ใบ - การจัดการเรีย รี นรู้แบบ story line - การจัดการเรีย รี นรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา


ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ชั้ น เ รี ย น บทที่ 8 การจัด จั การชั้น ชั้ เรีย รี นและสิ่ง สิ่ แวดล้อ ล้ มเพื่อ พื่ การเรีย รี นรู้ การบริหริารจัดการชั้นเรีย รี น หมายถึง การดำ เนินงานของผู้สอนในการสร้างหรือ รื อำ นวย ความสะดวก ดูแลสภาพแวดล้อมในการเรีย รี นรู้ เพื่อให้ผู้เรีย รี นเรีย รี นรู้อย่างมีความสุข มี พฤติกรรมเป็นไปตามวัตถุประสงค์การเรีย รี นการสอน ทั้งนี้ด้านกายภาพและบรรยากาศ ทางวิชวิาการ ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ชั้ น เ รี ย น ลักษณะชั้นเรีย รี นที่พึงประสงค์ชั้นเรีย รี นควรมีสีสันที่น่าดู สบายตา อากาศถ่ายเทได้ หลัก การสำ คัญในการจัดชั้นเรีย รี น ผู้สอนควรคำ นึงถึงโอกาสที่ผู้เรีย รี นจะได้รับ ก า ร จั ด บ ร ร ย า ก า ศ ใ น ชั้ น เ รี ย น การจัดบรรยากาศในชั้นเรีย รี น คือ การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรีย รี นรู้เพื่อส่งเสริมริ ให้ผู้เรีย รี นมีประสิทธิภาพในการเรีย รี นรู้ ก า ร จั ด ส ภ า พ เ เ ว ด ล้ อ ม ใ น ชั้ น เ รี ย น การจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรีย รี นของผู้สอน คือ พฤติกรรมการสอนของผู้สอนนั่นเอง เนื่องมาจากพฤติกรรมการสอนที่มีบทบาทในการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้เรีย รี นเช่นเดียว กับบุคลิกภาพของผู้สอน วิ จั ย ใ น ชั้ น เ รี ย น เป็นปัจจัยสำ คัญที่ส่งเสริมริการจัดการเรีย รี นการสอนของผู้สอนให้ประสบความสำ เร็จ เพื่อ พัฒนาพฤติกรรมในการเรีย รี นของผู้เรีย รี น การสร้างวินัวินั ยในชั้นเรีย รี นมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยให้ ผู้เรีย รี นมีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นและเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า มีความ คิดใส่ใจต่อผู้อื่น สามารถดูแลตนเองได้


ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ทั ก ษ ะ ก า ร ส อ น วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก า ร ฝึ ก ทั ก ษ ะ ก า ร ส อ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ค รู ที่ มี ทั ก ษ ะ ก า ร ส อ น ทั ก ษ ะ ก า ร นำ เ ข้ า สู้ บ ท เ รี ย น ทั ก ษ ะ ก า ร อ ธิ บ า ย แ ล ะ ย ก ตั ว อ ย่ า ง บทที่ 9 ทัก ทั ษะการสอน เป็นความสามารถของผู้สอนที่เกิดจากการฝึกฝน จนสามารถปฏิบัติได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ชำ นาญ เพื่อให้ผู้เรีย รี นเกิดการเรีย รี นรู้ตามจุดประสงค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สอนนำ ความรู้ด้านทฤษฎีสู่การปฏิบัติงานในหน้าที่ครูหรือ รื ผู้สอน กระตือรือ รื ร้น กระฉับกระเฉง กระจ่างชัดในสิ่งที่สอนและมีกระบวนการดำ เนินการอย่างเป็น ขั้นตอน ซึ่งทุกทักษะหากนำ ไปใช้การปฏิบัติการสอนจริงริจะประกอบกันได้อย่างดี หากผู้สอน มีการฝึกฝนจนคล่องแคล่ว เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเมื่อเริ่มริ่กิจกรรมการเรีย รี นการสอน เพื่อกระตุ้นและเร้าความสนใจของผู้ เรีย รี นที่มีต่อบทเรีย รี น ในการเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ที่สอดคล้องสัมพันธ์กัน เป็นกระบวนการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจในเรื่อ รื่ งราวต่างๆและในความคิด รวบยอดของเรื่อ รื่ งนั้นๆได้อย่างถูกต้องตรงกัน


ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ ก ร ะ ด า น ดำ ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ คำ ถ า ม เป็นความสามารถของผู้สอนในการกระตุ้นให้ผู้เรีย รี นเกิดความอยากรู้อยากเห็น สนใจที่จะเรีย รี น หรือ รื ติดตามการเรีย รี นการสอนตลอดเวลา ผู้สอนที่มีทักษะการเร้าความสนใจจะช่วยให้ผู้เรีย รี นไม่ เบื่อหน่ายในการเรีย รี นมีความกระตือรือ รื ร้นในการเรีย รี นอยู่ตลอดเวลา เป็นกระบวนการที่ดำ เนินการเมื่อการเรีย รี นรู้ตอนใดตอนหนึ่งหรือ รื ทั้งหมดสิ้นสุดลง ที่สรุปเรื่อ รื่ งราว ความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรีย รี นรู้เข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรีย รี นได้ตรวจสอบตนเองว่าเกิดจากการ เรีย รี นรู้ครบถ้วน ถูกต้องตามจุดประสงค์หรือ รืไม่เพียงใด


ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ บทที่ 10 การเขีย ขี นแผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ 1. การวางแผนการจัดการเรีย รี นรู้ เป็นงานสำ คัญของผู้สอน การจัดการเรีย รี นรู้จากประสบความสำ เร็จ มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการวางแผนการจัดการเรีย รี นรู้ล่วงหน้าของผู้สอน 2. ความหมายของแผนการจัดการเรีย รี นรู้ หมายถึง แนวทางการจัดกิจกรรมการเรีย รี นการสอนที่ผู้สอน เตรีย รี มไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ให้รายละเอียดว่าจะจัดกิจกรรมการเรีย รี นการสอน และวัด และประเมินผลอย่างไร เพื่อเป็นเครื่อ รื่ งมือที่ช่วยให้ผู้สอนพัฒนาการจัดการเรีย รี นการสอนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ เป็นร่องรอยหลักฐานที่แสดงความเป็นครูมืออาชีพ ที่ใช้ในการปฏิบัติการสอนหรือ รื การสอนแทน และยัง เป็นหลักฐานที่แสดงความเชี่ยวชาญในวิชวิาชีพครูด้วย ป ร ะ เ ภ ท รู ป แ บ บ ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ขั้ น ต อ น ก า ร จั ด ทำ แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ 1. ประเภทของแผนการจัดการเรีย รี นรู้ มี 2 ประเภท - แผนการจัดการเรีย รี นรู้ระดับหน่วยการเรีย รี นรู้ - แผนการจัดการเรีย รี นรู้ระดับบทเรีย รี นหรือ รื แผนรายชั่วโมง 2. รูปแบบของแผนการจัดการเรีย รี นรู้มี 3 รูปแบบ คือ 1. แบบความเรีย รี ง 2. แบบตาราง 3. แบบผสมผสาน 3. ลักษณะของแผนการจัดการเรีย รี นรู้ที่ดี ควรเป็นสิ่งที่ครูสร้างขึ้นด้วยความรู้สึกที่ดี ที่สะท้อนการเป็น นักคิด นักวางแผน เป็นเครื่อ รื่ งมือในการสื่อสาร มีความยืดหยุ่น ทุกคนแปลความได้ตรงกันและมีการนำ ไปใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 4. ขั้นตอนการจัดการทำ แผนการจัดการเรีย รี นรู้มีดังนี้ - วิเวิคราะห์คำ อธิบายรายวิชวิา - วิเวิคราะห์จุดประสงค์รายวิชวิาและมาตรฐานรายวิชวิา - วิเวิคราะห์สาระการเรีย รี นรู้ - วิเวิคราะห์กระบวนการจัดการเรีย รี นรู้ - วิเวิคราะห์กระบวนการประเมินผล - วิเวิคราะห์แหล่งการเรีย รี นรู้


โ ค ร ง ส ร้ า ง ร า ย วิ ช า แ ล ะ ห น่ ว ย ก า ร เ รี ย น รู้ ก า ร จั ด ทำ แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ 1. กำ หนดหัวข้อเรื่อ รื่ งหรือ รื หัวข้อย่อยเพื่อจัดทำ เป็นหน่วยการเรีย รี นรู้ 2. นำ หัวข้อเรื่อ รื่ งหรือ รื หัวข้อย่อยมากำ หนดเป็นหน่วยการเรีย รี นรู้ 3. ตั้งชื่อหน่วยการเรีย รี นรู้ให้สอดคล้องกับสาระการเรีย รี นรู้ 4. กำ หนดเวลาของแต่ละหน่วยการเรีย รี นรู้ตามความเหมาะสม 5. กำ หนดฐานความคิดที่ใช้ในการออกแบบหน่วยการเรีย รี นรู้ ก่อนนำ ไปเขียนแผนการเรีย รี นรู้ 6. นำ หน่วยการเรีย รี นรู้แต่ละหน่วยมาจัดทำ แผนจัดการเรีย รี นรู้ 1. สวนนำ ประกอบด้วย ลำ ดับที่ของแผนกลุ่มสาระการเรีย รี นรู้ รายวิชวิา รหัสวิชวิา ระดับชั้น ภาคเรีย รี น ปี การศึกษา ชื่อหน่วย เวลาเรีย รี นรายหน่วย ชื่อแผน และเวลาเรีย รี นรายแผน 2. ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย มาตรฐานการเรีย รี นรู้และตัวชี้วัด สาระสำ คัญ จุดประสงค์การเรีย รี นรู้ สาระ การเรีย รี นรู้ กระบวนการจัดการเรีย รี นรู้ สื่อและแหล่งเรีย รี นรู้ และการวัดและการประเมินผลการเรีย รี นรู้ 3. ส่วนท้ายแผน ประกอบด้วย บันทึกหลังการจัดการเรีย รี นรู้และเอกสารประกอบการสอนต่างๆซึ่งแต่ละ องค์ประกอบควรมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน


A B E S T S E L L I N G N O V E L Thank you


Click to View FlipBook Version