The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by george.07112543, 2022-07-30 13:22:08

การละครสากล

การละครสากล

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

การแสดนาฏศิลป์ไทยและสากล

การละครสากล
สรัญวุฐิ คำนึง

เอกสารประกอบการสอน

การละครสากล

ละครสากลเกิดจากการบูชา
เทพเจ้าแห่งการเกษตรเพื่อขอความ
อุดมสมบูรณ์ โดยเริ่มจากการสวด
สดุดี ต่อมามีผู้คิดแต่งคำร้องที่ใช้ใน
การสวดเพื่อให้ผู้ร้องหรือกลุ่มนัก
ร้อง ได้ใช้ร่วมกัน หลังจากนั้นมีการ
สร้างตัวละครให้มีบทเจรจาโต้ตอบ
กับกลุ่มนักร้อง ผู้นำในการแสดง
เป็นตัวละครตัวแรกชื่อ เธสพิส
(THESPIS) จึงถือว่า เธสพิส คือ ตัว
ละครตัวแรกของละครสากล ซึ่ง
อ้างอิงจากการค้นพบในสมัยกรีกมี
ความเรืองอำนาจ

ละครสากลมีวิวัฒนาการ ดังนี้

1. ละครแทรจิดี (TRAGEDY)

เกิดในสมัยกรีกเรืองอำนาจเช่นเดียวกับละครคอมิดี
ละครประเภทนี้เป็นละครที่สอนให้คนมองเห็นสัจธรรมใน
ชีวิต จัดเป็นละครทางศาสนา บทละครไม่ได้มุ่งการสั่งสอน
โดยตรง แต่มักเป็นเรื่องที่คนดูดูแล้วเกิดความกลัวที่จะทำ
ผิด ตัวเอกของเรื่องจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา เช่น
มีบารมี มียศถาบรรดาศักดิ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความ
เป็นปุถุชน ผลแห่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ
ทำให้ชีวิตประสบหายนะในบั้นปลายซึ่งได้รับจากการกระ
ทำของตัวเอง บทละครประเภทแทรจิดีจึงได้รับการยกย่อง
ว่าเป็นยอดของวรรณกรรม เช่น เรื่อง แฮมเล็ท ของวิลเลียม
เช็กสเปียร์

2. ละครคอมมิดี (COMEDY)

เกิดในสมัยกรีกเรืองอำนาจ เริ่มจากการฉลอง
เทพเจ้าไดโอนีซัส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการเกษตร
เป็นละครที่มีเนื้อเรื่องตลกชวนให้สนุกสนานเฮฮา
เนื้อเรื่องมักเป็นเรื่องเสียดสีหรือล้อเลียนบุคคลใน
สมัยนั้น ๆ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัว เช่น เรื่อง
พิงค์แพนเตอร์ เรื่องเดอะคิด ของชาร์ลี แชปลิน ใน
ปัจจบันมีละครประเภทคอมมิดีเกิดขึ้นมากมาย
เพื่อสร้างความผ่อนคลายและสบายใจ

การละครสากล

3. ละครไมม์ (MIME)
เริ่มที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ลักษณะการแสดง

เป็นละครเรื่องสั้น ๆ มุ่งความตลก สนุกสนานแก่ผู้ชม
ใช้ภาษาไม่สุภาพ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการผิดศีลธรรม
การแต่งกายเป็นการแต่งกายเลียนแบบของชาวกรีก
สวมหน้ากาก ใส่วิกที่บ่งบอกอายุของผู้แสดง

4. ละครแพนโทไมม์ (PANTOMIME)

เป็นละครที่ใช้ท่าทางประกอบเพลง แสดง
ความหมายโดยใช้กลุ่มนักร้องที่เรียกว่า คอรัส
เป็นผู้ดำเนินเรื่อง เรื่องที่แสดงมักมาจากตำนาน
ภายหลังละครไมม์และแพนโทไมม์ หมายถึง
ละครใบ้ คือผู้แสดงไม่ต้องพูดหรือร้อง และแสดง
กิริยาท่าทางประกอบการร้องและดนตรีอย่างเดียว

การละครสากล

5. ละครศาสนา (LITURGICAL)

เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11-13 เพราะในช่วงนี้ศาสนามี
อิทธิพลมากจึงเกิดการละครที่ใช้ในโบสถ์ เรื่องที่แสดงจะเกี่ยว
กับศาสนา เช่น กำเนิดและความเป็นไปของพระเยซูเจ้า โดย
ใช้บาทหลวงแสดง ต่อมาเมื่อมีผู้ชมมากขึ้น พื้นที่ในโบสถ์ไม่
พอที่จะรองรับผู้ชม จึงได้ย้ายออกไปแสดงนอกโบสถ์ และไม่
ใช้บาทหลวงแสดง ชาวบ้านจึงได้รับช่วงการแสดงต่อไป แต่
เนื้อเรื่องก็ยังมีจุดหมายเพื่ออบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ผู้ชม ซึ่ง
ภายหลังมีเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยสอดแทรกบ้าง

6. ละครพื้นเมือง (FOLK DRAMA)

เป็นละครที่แสดงถึงความกล้าหาญ การผจญภัย
ของวีรบุรุษในแต่ละท้องถิ่น

การละครสากล

7. ละครฟาร์ส (FARCE)

เป็นละครที่มีเนื้อเรื่องกระทบล้อเลียนเสียดสีนิสัยที่ไม่ดี
ของมนุษย์ โดยสะท้อนออกมาเป็นละครที่ให้ข้อคิด จัดเป็น
ละครเชิงตลกเสียดสี

8. ละครอินเทอร์ลูด (INTERLUDE)

เป็นละครที่มีคณะรับจ้างแสดงตามบ้านผู้มี
ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือขุนนาง หรือผู้ที่มีเงินจ้างใน
สมัยนั้น

การละครสากล

9. ละครโอเปรา (OPERA) หรือละครอุปรากร

เกิดขึ้นในราวศตวรรษที่ 16 ละครโอเปราเรื่องแรกคือ
เรื่องดาฟเน (DAFNE) ผู้ประพันธ์บทร้องโอเปราเรื่องนี้ คือ
ออตตาริโอ รีนุชชินี (OTTARIO RANUCCINI) ผู้ประพันธ์
ด้านดนตรี คือ จาโคโป เปรี (JACOPO PERI) และจูลิโอ
คัชชินิ (CUILIO CACCINI) ซึ่งเป็นชาวอิตาลีเกือบทั้งหมด
การแสดงละครโอเปราต่างจากละครทั่วไปตรงที่บทสนทนา
โอเปราจะใช้ร้อยกรองและบทขับร้อง ส่วนสำคัญคือผู้แสดง
จะต้องร้องเอง เสียงที่ร้องมี 6 ระดับเสียง แบ่งเป็นเสียงของ
ผู้ชาย 3 ระดับ ได้แก่ เสียงเทนเนอร์ บาริโทน และเบส และ
เสียงผู้หญิงมี 3 ระดับเสียง ได้แก่ โซปราโน เมซโซ และ
อัลโต

10. ละครโรมานซ์ (ROMANCE)

เกิดขึ้นในราวศตวรรษที่ 18 เป็นลักษณะละคร
เพ้อฝัน เรียกว่า ละครอิงนิยาย พระเอกของเรื่องมี
ความเก่งกล้า สง่างาม เสียสละ จิตใจสูงส่ง
นางเอกมีความสวยงามอยู่ในวัยทำงาน มีจิตใจ
งดงาม มีความเป็นเลิศในทุกด้าน สถานที่ใน
เรื่องจะมีความสดชื่น งดงาม ห่างไกลความเป็น
จริง มักเป็นฉาก แสง สีงดงามอลังการ รวมทั้ง
การแต่งกายหรูหรา ตอนจบของเรื่องจะเน้นข้อคิด
ธรรมะย่อมชนะอธรรม

การละครสากล

11. ละครเมโลดรามา (MELODRAMA)

เกิดขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เป็นละครที่มีลักษณะ
สนุกสนานเนื้อเรื่องเรียบง่าย มีการเปรียบเทียบให้เห็น
ระหว่างความดีกับความชั่ว เป็นละครที่ดูง่าย เข้าใจง่าย
พระเอกมีลักษณะท่าทางบุคลิกดีทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ
การศึกษา เช่นเดียวกับนางเอก มีความให้อภัยมีจิตใจ
งดงาม ผู้ร้ายจะมีลักษณะร้ายมากโดยเฉพาะกับนางเอก
และพระเอก จบลงด้วยความสนุกสนาน

12. ละครโมเดิร์นดรามา (MODERN DRAMA)
หรือละครสมัยใหม่

แบ่งออกเป็นหลายแนว เช่นละครเรียลิซึม
(REALISM) เป็นละครที่เน้นให้เห็นข้อเสียของสังคม และ
ข้อความแก้ไข ลักษณะการแสดงจะแสดงลักษณะจริงที่
ปฏิบัติอยู่ การจัดฉาก การแต่งกาย ให้ดูเป็นเรื่องสมมุติที่
เป็นจริง ต่อมาละครแนวเรียลิซึมไม่เป็นที่นิยม จึงเกิด
ละครแนวขึ้นใหม่เรียกว่า ละครแอนติเรียลิซึม (ANTIREALISM)
ละครแอนติเรียลิซึมมีหลายรูปแบบ เช่น ละครเอกซ์เพรสชันนิซึม
(EXPRESSIONISM) ละครเอพิค (APIC)

การละครสากล

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

การแสดนาฏศิลป์ไทยและสากล

การละครสากล
สรัญวุฐิ คำนึง

ที่ ม า : ห นั ง สื อ เ รี ย น ร า ย วิ ช า พื้ น ฐ า น น า ฏ ศิ ล ป์ ชั้ น ม . 4 - 6 ส ถ า บั น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ วิ ช า ก า ร ( พ ว . )


Click to View FlipBook Version