The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thida66660, 2022-02-24 12:22:38

DB180694-AB34-41C8-97A7-D8865C6034CF

DB180694-AB34-41C8-97A7-D8865C6034CF

ลิตลิะตเลงพ่ายวิเคราะห์วรรณคดี

ที่ ม า เ เ ล ะ ค ว า ม สำ คั ญ



ลิลิตตะเลงพ่ายแต่งขึ้นเพื่อ “ยอพระเกียรติยศ”
ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่


สมเด็จพระมหาธรรมราชาสวรรคตจนถึงได้เสร็จสิ้ น

สงครามยุทธหัตถีสั นนิ ษฐานว่านำข้อมูลพื้นฐานจาก
บันทึกพระราชพงศาวดารฉบับพันจันธุ มาศ(เจิม)โดย
ผู้แต่งเพิ่มจินตนาการของตนเองเข้าไปด้วยเพื่อทำให้
น่ าติดตามโดยเฉพาะบทอาลัยของพระมหาอุปราชา

(42)

สองขัติยายุรยาตรา ยังเกยราชหอทัพ ขุนคชขับช้างเทียบ ทวยหาญ
เพียบแผ่นภู ดูมหิมาดาดาษ สระพราศพร้อมโดยขบวน องค์อดิศวร
สองกษัตริย์ คอยนฤขัตรพิชัย บัดเดี๋ยวไททฤษฎี พระศรีสารีริก
บรมธาตุ ไขโอภาสโศภิต ช่วงชวลิตพ่างยล ส้มเกลี้ยงกลกุก่อง
ฟ่ องฟ้ าฝ่ ายทักษิณ ผินแวดวงตรงทัพ นั บคำรบสามครา เป็ น
ทักษิณาวรรตเวียน ว่ายฉวัดเฉวียนอัมพร ผ่านไปอุดรโดยด้าว
พลางบพิตรโทท้าว ท่านตั้งสดุดี อยู่นา

สั มผัสสระ
สั มผัสพยัญชนะ
จินตภาพด้านการเคลื่อนไหว
จินตภาพด้านภาพ แสง สี

(42)

ถอดคำประพันธ์ได้ว่า

สองกษัตริย์คือสมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถได้เสด็จไป
ยังเกยทรงช้าง ขุนคชขับช้างมาเทียบ ห้อมล้อมไปด้วยทหารหาญ
เต็มแผ่นดินดูพรั่งพร้อมเป็ นขบวน ขณะที่กษัตริย์ทั้งสองพระองค์
ทรงคอยพิชัยฤกษ์อยู่ ก็ได้ทอดพระเนตรพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่ง
ส่องแสงสุกใส ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงล่องลอยมาในท้องฟ้ าทางทิศ
ใต้ ได้หมุนรอบกองทัพเป็ นทักษิณาวรรต ๓ รอบ แล้วลอยขึ้นไป
ทางทิศเหนื อกษัตริย์สองพระองค์ทรงสรรเสริญนมัสการอธิษฐานให้
ชนะศึ ก

คำศัพ
ท์


นฤขัตรพิชัย เเปลว่า ฤกษ์
ไขโอภาสโศภิต เเปลว่า เเสงสว่าง
ทักษิณาวรรต เเปลว่า การเวียนขวาอย่างเข็มนาฬิ กา

(43)

เคลื่อนพลตามเกล็ดนาค ตามเต็มท่งแถวเถื่อน เกลื่อนกล่นแสนยาทัพ ถับ

ปะทะไพรินทร์ ส่วนหัสดินอุภัย เจ้าพระยาไชยานุภาพ เจ้าพระยาปราบ

ไตรจักร ตรับตระหนั กสำเนี ยง เสียงฆ้องกลองปื นศึ ก อึกเอิกก้องกาหลง เร่ง

คำรนเรียกมัน ชันหูชูหางแล่น แปร้นแปร๋แลคะไขว่ บาทย่างใหญ่ดุ่มด่วน

ป่ วนกิริยาร่าเริง บำเทิงมันครั่นครึก เข้าสู้ศึ กโรมราญ ควาญคัดท้ายบมิอยู่ วู่

วางวิ่งฉับฉิว ปลิวประเล่ห์สมพาน ส่ำแสะสารแสนยา ขวาซ้ายแซงหน้ าหลัง

ทั้งทวยพลตนขุน ถ้วนทุก มุลมวลมาตย์ ยาตรบทันโทท้าว ด้าวศึ กสู้สอง
สาร ราญศึ กสู้สองไท้ ไร้พิริยะแห่ห้อม พร้อมแต่กลางควาญคช กำหนดสี่ โดย

เสร็จ เห็จเข้าใกล้กองหน้ า ข้าศึ กดูดาษเดียร ธ ระเมียรหมู่ดัสกร มอญพม่า
ดาดื่น เดินดุจคลื่นคลาฟอง นองน่ านในอรรณเวศ ตรัสทอดพระเนตรเนื อง

บร โล่โรมรอนทวยสยาม หลามเหลือหลั่งคั่งคับ ซับซ้อนแทรกสับสน ยล บ

เป็ นทัพเป็ นกอง ธ ก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย

หงายงาเสยสารเศิ ก เพิกพังพ่ายบ่ายตน ปนปะไปไขว่คว้าง ช้างศึ กได้กลิ่น

มัน หันหัวหกตกกระหม่า บ่ากันเลี่ยงกันหลบ ประทบประทะอลวน สองคช
ชนชาญเชี่ยว เรี่ยวรณรงค์เริงแรง แทงถืบฉัดตะลุมบอน พม่ามอญตายกลาด

ข้าศึ กสาดปื นโซรม โรมกุฑัณฑ์ธนู ดูดั่งพรรษาซ้อง ไป่ ตกต้องตนสาร

ธุ มาการเกิดกระลบ อบอลเวงฟากฟ้ า
ดู บ่ รู้จักหน้ า หนึ่ งสิ้นแสงไถง แลนา

จินตภาพด้านเสี ยง สั มผัสพยัญชนะ สัทพจน์ (เสียง)
จินตภาพด้านภาพ แสง สี สั มผัสสระ การเล่นคำ : คำพ้อง(ประ-ประ)
จินตภาพด้านการเคลื่อนไหว โวหารภาพพจน์ : อุปมาโวหาร

(43)

ถอดคำประพันธ์ได้ว่า

สองกษัตริย์เสด็จเคลื่อนตาม เกล็ดนาค ประทะกับข้าศึ ก เจ้าพระยาไชยานุ
ภาพและเจ้าพระยาปราบไตรจักร ได้ยินเสียงฆ้อง กลอง ปื น ก็ร้องขึ้นด้วย
คึกคะนองเนื่ องเพราะตกมันดุ่มด่วนเดินเข้าไป ด้วยอาการร่าเริง เพื่อสู้ศึ ก

สงคราม โดยควาญช้างไม่อาจจะบังคับได้อยู่ ควาญช้างผู้รักษาท้ายช้างทรง

และกลางช้างทรงเสด็จไปถึงกองหน้ าของข้าศึ ก สองกษัตริย์ทอดพระเนตร
ฝ่ ายข้าศึ กที่มีกำลังเหลือหลายก็ทรงไสช้างสู้ข้าศึ ก ช้างทรง เข้าถีบแทงฝ่ าย
ตรงข้ามอย่างเมามัน ฝ่ ายช้างข้าศึ กได้กลิ่นมันก็ตกใจกลัวพากันหนี ไป ช้าง
ของสองกษัตริย์วิ่งเข้าชน ช้างข้าศึ กอย่างเชี่ยวชาญ ต่อสู้กันแบบตะลุมบอน
ฝ่ ายพม่าก็นอนตายเกลื่อนกลาดแม้ว่าข้าศึ กจะยิงปื น ระดมยิงธนูเข้าใส่ดั่งห่า
ฝน แต่ก็ไม่ถูกต้องตัวช้าง สู้กันจนฝุ่ นตลบทั่วท้องฟ้ า จนมองหน้ ากันไม่เห็น
ราวกับว่านั่ นเป็ นเวลากลางคืน




คำศัพ
ท์

ประเล่ห์ เเปลว่า ประหนึ่ ง
ระเมียร เเปลว่า เห็น
อรรณเวศ เเปลว่า ห้วงน้ำใหญ่ มหาสมุทร
บ่ากัน เเปลว่า ไหลมาเบียดเสี ยด
ฉั ด เเปลว่า เตะ
สาดปื นโซรม เเปลว่า ระดมยิง
โรมกุทัณฑ์ธนู เเปลว่า ระดมยิงด้วยเกาทัณฑ์เเละธนู
พรรษาซ้อง เเปลว่า ฝนตก
ธุ มาการ เเปลว่า ฝุ่ นตลบ
หนึ่ งสิ้นเเสงไถง เเปลว่า ราวกับสิ้ นเเสงอาทิตย์

(44)

จึ่งไทเทเวศอ้าง สมมุติ
มิ่งมหิศวรมกุฎ เกศหล้า
เถลิงภพแผ่นอยุธ- ยายิ่ง ยศแฮ
แสดงพระเดชฟุ้ งฟ้ า เฟื่ องด้าวดินไหว

สั มผัสพยัญชนะ

ถอดคำประพันธ์ได้ว่า

สมเด็จพระนเรศวรพระผู้เป็ นดัง
สมมุติเทพ ที่รักยิ่งของประชาชน
ได้ขึ้นครองราชสมบัติกรุ งศรีอยุธยา
ทรงมีพระเกียรติฟุ้ งเฟื่ องไปทั่วแผ่นดิน

คำศัพท์

เทเวศ เเปลว่า เทวดาผู้เป็ นใหญ่
มหิศวร เเปลว่า ผู้เป็ นใหญ่ พระเจ้าเเผ่นดิน

(45)

ภูวไนยผายโอษฐ์อื้น โชยงการ
แก่เทพทุกถิ่นสถาน ฉชั้น
โสฬสพรหมพิมาน กมลาสน์ เเลนา
เชิ ญช่ วยชุ มโสตซั้ น สดับถ้อยตูแถลง

สั มผัสพยัญชนะ

ถอดคำประพันธ์ได้ว่า

สมเด็จพระนเรศวรได้มีโองการเชิญเทพทุก
ถิ่นที่ตั้ง ๖ ชั้น เชิญพระพรหมในพรหมโลก
๑๖ ชั้น มาฟั งคำแถลงของพระองค์

คำศัพท์

โอษฐ์ เเปลว่า ริมฝี ปาก

โชยงการ เเปลว่า พระราชดำรัส

ฉชั้น เเปลว่า (สวรรค์) หกชั้น

โสฬสพรหม เเปลว่า พรหมสิบหกชั้น

กมลาสน์ เเปลว่า พระพรหม

ชุ มโสต เเปลว่า รวมหูพร้อมกันฟั ง

(46)

ซึ่ งเเสร้งรังสฤษฏ์ ให้ มาอุบัติ
ในประยู รเศวตฉั ตร สื บเชื้ อ
หวังผดุงบวรรัตน- ตรัเยศ ยืนนา
ทำนุกพระศาสน์ เกื้อ ก่อสร้างเเสวงผล

สั มผัสพยัญชนะ

ถอดคำประพันธ์ได้ว่า

การที่เทวดาบันดาลให้ข้าพเจ้ามาเกิด
ในเชื้อสายกษัตริย์ด้วยหวังให้ค้ำจุน
พระรัตนตรัย เเละ ทำนุบำรุ ง
พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง

คำศัพท์

รังสฤษฏ์ เเปลว่า สร้าง เเต่งตั้ง
ประยู รเศวตฉั ตร เเปลว่า ตระกูลกษัตริย์
รัตนตรัเยศ เเปลว่า เเก้ว 3 ประการ

บทวิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์

ในเเต่ละบทจะมีการใช้สัมผัสสระ สัมผัสพยัญชนะ การเลียนเสียง
ธรรมชาติ เเละ โวหารภาพพจน์ ในคำประพันธ์ทุกบท ทำให้เกิด
ความไพเราะ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ถ้อยคำสร้างอารมณ์และความรู้สึก
เพื่อทำให้ผู้อ่านเกิดความสะเทือนอารมณ์ เกิดความรู้สึกเห็นใจ เศร้าใจ
ดีใจ ภูมิใจ ได้ตามจุดมุ่งหมายของกวี

บทวิเคราะห์
ด้านเนื้อหา

ใจความสำคัญของลิลิตตะเลงพ่ายคือการกล่าวถึงพระปรีชาสามารถของ
พระนเรศวรที่ไปทำสงครามในแต่ละครั้งจนสามารถชนะสงครา
ยุทธหัตถีกับพระมหาราชาแห่งกรุ งหงสาวดี และมีข้อคิดในเรื่องของ
ความกล้าหาญ มีสติปั ญญารอบคอบในทุกๆด้าน รวมถึงสามารถ
ปกครองบ้านเมือง ให้มีความสุขได้

บทวิเคราะห์ด้านสังคม

สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในอดีตของมนุษย์ รวมถึงขนบธรรมเนี ยม
ประเพณี ความเชื่อของคนไทยในสมัยก่อน ความสามัคคีเป็ นหนึ่ งเดียว
รักชาติและสามารถยอมสละชีวิตของตนเพื่อแผ่นดินได้ ข้อคิดที่ได้คือ
รู้จักรับผิดชอบต่อหน้ าที่ของตนเอง มีเมตตาให้อภัย

จั ด ทำ โ ด ย

อรปรียา ธนารุ่งเรือง เลขที่ 30
พาทินธิดา ผลสุก เลขที่ 32
เลขที่ 33

พิชญาภา ไชยมงคล เลขที่ 35
เลขที่ 37
ธิดา จุ้ยวิเศษ
ธิรดา เทพนวล

มัธยมศึ กษาปี ที่ 5/2


Click to View FlipBook Version