5. การพฒั นาชมุ ชน: บทบาทของพัฒนากร
(Community Development: The Many Roles of CDW)
บทบาทท่ีคาด (ไม่) ถงึ ของ พฒั นากร (The ‘un’ Expected Roles of CD
Worker)
จาก... ความทา้ ทายทก่ี รายมา มมุ มองการพฒั นาชุมชน การพฒั นาชมุ ชนในอดีตถงึ
ปัจจบุ นั การพฒั นาชุมชนบัดนี้แลถดั ไป ในที่สุด... ถงึ บททา้ ยสดุ แต่สดุ สำคัญ คือ
บทบาทของพฒั นากร
ในโลกยุคดิจิทลั เทคโนโลยี ที่มีอารยธรรมดจิ ทิ ัลคู่ขนาน วถิ ชี วี ิต การใช้ชีวติ การมอง
โลก มองชวี ิต การเผชญิ ปญั หา การแกป้ ัญหา การคิด การตดั สนิ ใจ แม้กระทงั่ วิธีการ
ลงมือแกป้ ญั หา อาจไมเ่ หมือนเดมิ อีกตอ่ ไป จึงมีเรื่องอีกมากทีพ่ ัฒนากรต้องเรียนรู้
เพือ่ ให้เป็นนักพฒั นาทด่ี ี มคี วามสามารถ เป็นพหสู ตู (Scholar) ทางการพฒั นาชมุ ชน
การทำงาน ถงึ ลูกถงึ คน กับคนทกุ เพศ ทกุ วัย ทุกฐานะ และทกุ อาชพี จึงเป็นความ
ท้าทายท่ีทำให้พฒั นากรตอ้ งรหู้ ลากหลายสาขาวิชา มมี ากมายทกั ษะ สามารถ
เช่ือมโยงความรู้และทักษะ บูรณาการมาใช้ในการทำงาน พฒั นากรจงึ ตอ้ งมีหลาย
บทบาท ท่ีจะทำงานกับคนทกุ ลักษณะดังกลา่ ว
พัฒนากร ตอ้ งเชอ่ื มจุด ตอ่ โอกาส เปิดโลกทศั น์ หาหนทาง ทำงานพฒั นาชมุ ชน
(Connecting the Dots) จากความรูแ้ ละประสบการณ์บรรดามีมาใชป้ ระโยชน์
51
นกั พฒั นาผู้รอบรหู้ ลากวิชาหลายทักษะ (Generalist of Many Subjects &
Skills)
ดงั กลา่ วมาแลว้ ว่า พฒั นากรตอ้ งทำงานกบั ทุกคนในชนบท ตัง้ แต่ผู้นำถงึ ผู้ตาม ผูอ้ ายุ
มากถึงผอู้ ายนุ อ้ ย ปราชญ์ชาวบ้านถงึ คนธรรมดา ฯลฯ การศกึ ษาหาความรใู้ ห้
หลากหลายสาขา การเรยี นรทู้ กั ษะฝีมอื ต่างๆ และการเชื่อมโยงส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นรเู้ พื่อ
ปรบั ใชใ้ นสถานการณต์ า่ งๆ น้นั ยอ่ มดกี ว่าการเปน็ ผู้เชยี่ วชาญ (Specialist) ใน
สาขาวชิ าเดียว ซึ่งอาจไม่สามารถเอาตวั รอดได้ในทกุ สถานการณ์
ไมว่ า่ พัฒนากรจะตกอยู่ในสถานการณใ์ ดกต็ าม ความรอบรูแ้ ละทกั ษะหลากหลาย
ของพฒั นากรจะทำให้มโี อกาสมากขนึ้ มที างออกมากขนึ้ ซึ่งช่วยใหพ้ ัฒนากรจดั การ
กับส่งิ ทเ่ี ผชญิ ได้ดีย่ิงขึ้น เข้าใจปญั หาที่พบ มีทางเลือกในการแกป้ ัญหา รู้ว่าจะโนม้
นา้ วใจใหช้ าวบา้ น ผมู้ ีส่วนได้เสีย เข้าร่วมคดิ ตัดสินใจ ไดง้ า่ ยขึน้
การเป็นผู้รอบรู้หลากวชิ าหลายทกั ษะ ทำให้พัฒนากร
#1. มฐี านความรู้กว้างขนึ้ (Broad Knowledge Base) ในการรองรบั ปัญหา
และสถานการณต์ ่างๆ
#2. มกี ารติดต่อเชอ่ื มโยงกบั ผูค้ นมากขน้ึ (Better Connections) ได้รู้ว่า
กำลังคนและทรัพยากรทีใ่ ดท่ีจะใช้ประโยชน์ได้
#3. มีเครือขา่ ยทเี่ ปิดกวา้ งขนึ้ (Open Network) ขยายเขตการแลก เปลีย่ น
ชว่ ยเหลอื กันได้ไกลขึน้
#4. มคี วามคิดดๆี เสมอ (Good Ideas) ความคิดดๆี งอกงามได้มากใน
ฐานความรู้ การเชื่อมโยงและขอบเขตท่ีกวา้ งขวาง
52
#5. มีโครงข่ายรองรับภัย (Safety Net) เวลาพล้งั พลาด ไมเ่ จบ็ ตัวมาก มี
ฟกู รองรบั และ
#6. มบี ุคลิกเจ๋งข้ึน (Be cooler) นา่ นิยม เป็นที่เช่ือถอื ได้มากขึ้น
ดว้ ยคุณสมบัติเหลา่ น้ี ทำใหพ้ ัฒนากรสามารถเข้าถึงคนทัว่ ไปส่วนใหญ่ได้ง่าย ทำให้
ใครๆ กอ็ ยากเข้าหา ทำให้พัฒนากรมคี วามสามารถ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” กับ
ชาวบ้านตามแนวคิดและแนวทางการพฒั นาชมุ ชน บทบาทนักพัฒนาผรู้ อบรหู้ ลาก
วิชาหลายทกั ษะจงึ เป็นเสมือนปฐมบทของทุกบทบาท
Image Courtesy: Google Images
53
นักพัฒนาผ้สู ร้างแรงบนั ดาลใจจากวรี กรรม (Inspirer of Heroic Deeds)
การสรา้ งแรงบันดาลใจใหผ้ ูค้ นนน้ั เป็นวธิ ีการ “กระตนุ้ ความคิด สรา้ งจติ สำนกึ ” ทีด่ ี
เพราะการพดู การทำ การแสดง การยกตวั อยา่ ง วรี ชน ผูก้ ล้าหาญ ผ้เู อาชนะศัตรู
อุปสรรค ขวากหนาม ผู้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาท่ียากมากๆ ผู้สร้างสรรค์
ความเจริญ ผู้อุทิศตนตอ่ ส่วนรวม ผเู้ ปน็ แบบอย่างชีวติ นักตอ่ สูท้ ี่ดี ฯลฯ การกระทำ
วรี กรรม ของ “วรี ชน” เหล่าน้ี ล้วนก่อให้เกิดแรงบนั ดาลใจ ปลกุ ความกล้า ลบความ
กลัว หยดุ ความลงั เล เอาชนะความท้าทาย เพราะวีรชนสว่ นใหญไ่ ม่ได้เกดิ มาเป็นเลย
(Heroes are not born, they are made) แต่เขาถูกหล่อหลอม อบรม ฝึกฝน จน
เก่งกาจ กล้าหาญ อดทน ตอ่ สู้ เอาชนะความยากลำบากได้ เรอ่ื ง ราวความกลา้ หาญ
เหลา่ น้สี ร้างแรงบันดาลใจไดด้ ี ทำให้ผูค้ นลุกข้ึนมาสู้ ไม่ยอมแพโ้ ชคชะตา
น่เี ปน็ อกี หน่ึงวธิ ที ่พี ฒั นากรจะดงึ ดูดคนเขา้ มารวมกลมุ่ มสี ว่ นรว่ มกบั การแกป้ ัญหา
สนองความตอ้ งการคลี่คลายความวติ กของคนในชมุ ชน
Image Courtesy: Google Images
54
นกั พัฒนาผู้เลา่ เรอื่ งเพ่ิมคุณคา่ (Storyteller of People & Achievements)
การเลา่ เรือ่ งเป็นศิลปะโบราณในการแสดงออกอยา่ งหนงึ่ ของมนุษย์ เป็นการส่งตอ่
ความรูข้ องมนษุ ย์ เพราะเป็นเรอื่ งราวทถี่ ่ายทอดปรัชญา วิถีชวี ิต ของคนโบราณ
ตัง้ แต่ก่อนขนึ้ ปีศกั ราชหลายรอ้ ยปี (ประมาณ 700 ปี) เรอื่ งเลา่ ที่เป็นมหากาพย์
ดังเชน่ รามายนะ (รามเกยี รต์)ิ มหาภารตะ ของอินเดีย The Iliad and the
Odyssey ของกรกี เปน็ ตัวอย่างการเล่าเรอ่ื งท่ดี ำเนินการถา่ ยทอด สง่ ต่อกนั มา จาก
ร่นุ ถงึ รนุ่ อยา่ งยาวนาน
การเลา่ เรือ่ ง เปน็ ศิลปะแบบโต้ตอบแห่งการใช้ถอ้ ยคำและการแสดงออก เพ่อื เผย
องค์ประกอบและภาพของเรอื่ งราว ในขณะทีก่ ระตนุ้ จินตนาการของคนฟงั ในเชงิ รกุ
ใหล้ กุ โชนขนึ้ (Storytelling is the interactive art of using words and
actions to reveal the elements and images of a story while
encouraging the listener’s imagination.)
การเล่าเรอ่ื งเป็นยคุ ลวถิ ี #โต้ตอบระหว่างผเู้ ล่าและผฟู้ งั มีการกระทำระหว่างกัน
รว่ มมอื กัน ประสานความพยายามระหวา่ งสองฝ่าย #หล่อหลอมความเช่อื มโยง
ระหวา่ งกนั ระหวา่ งคนและความคิด ถา่ ยทอดวฒั นธรรม ประวตั ศิ าสตร์ และคา่ นิยม
ทท่ี ำใหค้ นเกิดความกลมเกลยี วกนั การเล่าเรอ่ื ง #ใช้ภาษา ในการส่ือสาร มักใช้
นำ้ เสียง การเคลื่อนไหว และท่าทางประกอบคำพูด การเลา่ เรื่อง #นำเสนอเรื่อง
หนึ่งๆ การเลา่ เรือ่ ง #กระตนุ้ จินตนาการของคนฟงั ในเชงิ รกุ
การเล่าเรื่องเปน็ วธิ ที ่ที รงพลงั ทีส่ ุดที่ผ้นู ำใชเ้ พอ่ื โนม้ น้าว สอน สรา้ งแรงบนั ดาลใจ แก่
ผรู้ ว่ มงาน ผทู้ ่ที ำงานดว้ ย กล่มุ เป้าหมายต่างๆ
55
ผเู้ ลา่ เร่ืองทำให้เรอ่ื งราวน่าตื่นเตน้ น่าสนใจได้ (Brings Stories to Life) โดย เลือก
ปรับ เปล่ียน และนำเสนอได้ ทุกเร่ืองเล่าสามารถตีความใหมไ่ ด้ท้ังน้ัน ผ้เู ลา่ เรือ่ ง
สามารถดึงองค์ประกอบทน่ี า่ สนใจออกมา เพมิ่ นิด หรือ ทงิ้ ส่วนทไ่ี มน่ ่าสนใจไป
ผเู้ ลา่ เรื่องจะเลือกผฟู้ ังกับเวลาทเ่ี หมาะสม ใชถ้ อ้ ยคำ วลี หรอื ประโยค ที่ดึงดดู ความ
สนใจ (Hook Ideas) ของผ้ฟู ัง ทำให้กระชับ เน้นองค์ประกอบทีเ่ รา้ อารมณ์ ไม่เรง่ รดั
เร่อื ง เล่นมกุ กบั ตนแต่ไมใ่ ช่คนฟัง จับจงั หวะ พูดเร็วช้า ดงั คอ่ ย ให้คนฟงั คล้อยตาม
เกิดจนิ ตนาการ
ทักษะการเล่าเรอื่ งมเี ทคนคิ มากมายให้เรียนรู้และปรับใช้ใหเ้ หมาะสม เช่น
#กลา้ หาญ (Brevity) ความกลา้ คอื วิญญาณของปัญญา แต่อยา่ ลากเรอื่ งให้
ยาวเกนิ จำเปน็ หากได้ผลในประโยคเดยี ว ผ้ฟู งั มักไมม่ เี วลา ไมม่ ีสมาธินานพอ
#สังเกต (Observation) เรียนร้ทู ีจ่ ะสงั เกตโลกและผูค้ นรอบตัว เรอ่ื งเลา่ ที่ดี
มักมาจากรอบตวั เอามาใช้ประโยชน์ ทำให้เกี่ยวข้องกบั ผู้ฟัง
#อารมณข์ ัน (Humor) คนท่วั ไปชอบอารมณ์ขัน แต่ตอ้ งเป็นเรอ่ื งขนั ท่ี
สรา้ งสรรค์เหมาะสม ถกู จงั หวะ กบั ผูฟ้ ัง อารมณ์ขันท่ผี ดิ จังหวะ ไมเ่ หมาะสม จะ
ทำลายบรรยากาศ
#ใจจดใจจ่อ (Suspense) เรือ่ งเล่าทดี่ ีทำให้ผู้ฟงั ใจจดใจจ่อ อยากรู้วา่ จะมี
อะไรตอ่ ไป ทำเรื่องให้คาดเดายาก ไม่จำต้องเป็นเร่ืองสืบสวน ทุกเร่ืองมีจุดหกั มมุ ได้
#ถ้อยคำเรา้ อารมณ์ (Evocation) หากสามารถใช้ภาษาเร้าอารมณไ์ ด้ จะ
ชว่ ยไดม้ าก เพราะสมองมนุษย์มปี ฏิกิรยิ าอย่างน่าอัศจรรย์ต่อสิง่ เรา้
#เข้าอกเข้าใจ (Empathy) ความสามารถเข้าอกเขา้ ใจผู้อนื่ เป็นทกั ษะอนั
ยอดเยีย่ มของผเู้ ล่าเรือ่ ง เพราะการสามารถเข้าใจจติ ใจมนษุ ย์และแสดงความเข้าอก
เข้าใจออกมาน้ัน ทำให้ผู้คนอยากร่วมงาน และร่วมด้วยความวางใจ เชอ่ื ถอื ได้ ทำให้
56
เร่ืองทเ่ี ล่าน่าเชือ่ วา่ เปน็ ของแท้
#ความรู้ (Knowledge) ผู้เลา่ เร่ืองตอ้ งเปน็ คนมีความรู้ รูม้ าก ย่งิ มากยง่ิ ดี
เพราะเร่อื งเล่า เน้อื เรือ่ ง มีรายละเอียด ต้องการตัวอย่างทีส่ มจริง ไมห่ ลอกลวง
#จังหวะเวลา (Timing) จงั หวะเวลาสำคัญมาก ผเู้ ลา่ ต้องรู้จงั หวะว่าจะเล่น
ประเด็นไหน ขยายความเพิ่มเติมอะไร หรือกก๊ั ไว้ กนั ไว้บางส่วนเพ่อื ใหเ้ กดิ ผลกระทบ
ท่ีดกี ว่า
พัฒนากรสามารถเลา่ เรื่องราวของชาวบ้านกบั ผลงานท่ีเขาผลิต สรา้ งสรรค์ ข้ึนมา
ดว้ ยความวริ ิยะอุตสาหะ นอกคอก แหกกฎ เป็นผลิตผล ผลติ ภัณฑ์ใหม่ บริการ
แปลก แตกตา่ งจากทม่ี ีอยแู่ ล้ว เพ่อื สร้างมลู คา่ เพิ่ม เพมิ่ คุณคา่ ใหเ้ ป็นท่ยี อมรบั เปน็
ทน่ี ิยม เปน็ รายได้เพิม่ ขน้ึ เรือ่ งราวของชาวบ้านกบั ผลงานมมี ากมาย อยู่ท่จี ะหยิบจับ
เรื่องใดขน้ึ มาเล่าให้เหมาะสม สรา้ งแรงบันดาลใจใหช้ าวบ้านอื่น ตามจังหวะและ
โอกาสท่ีอำนวย อยา่ ลมื วา่ เร่อื งท่ีคิดว่าเลก็ บางเร่ืองกลบั สง่ ผลดีเกนิ คาด
พฒั นากรเล่าเร่อื ง #เพือ่ ส่ือถงึ ตัวตนท่ีแทข้ องตน #เพอื่ สรา้ งสำนึกชมุ ชนกับการเปน็
สว่ นหนึ่งของชมุ ชน #เพอ่ื แบง่ ปันความรู้แก่ชาวบ้าน ทส่ี ำคญั คือ #เพอื่ เพ่มิ ค่าของ
ชาวบา้ นกบั งานที่เขาทำ และเปน็ แรงบันดาลใจให้ชาวบ้านอ่นื
Image Courtesy: Google Images
57
นกั พัฒนาผู้สื่อสารพฒั นาในโลกออนไลน์ (Chatter of Development Matters)
ในภาวะที่คนปจั จุบันนีด้ ูจะมเี วลาน้อยลง กิจมากขนึ้ การเดินทางตดิ ขัด สมาธิเสีย
ง่าย ทุกอยา่ งต้องเร็ว ไม่ให้เสียเวลา ตอ้ งได้เด๋ียวน้ี ฉับพลนั ทันใด ฯลฯ การทำงาน
กบั ประชาชนเปา้ หมายของพฒั นากรในปัจจุบนั อาจต้องทำงานทางไกล เสมอื นจรงิ
ผ่านโทรศพั ท์ หรือสือ่ ออนไลนม์ ากข้นึ เช่น สอื่ สังคมต่างๆ ฉะนนั้ การค้นหาปญั หา
ความต้องการ ความวิตก ของชาวบ้าน บางคร้งั จึงไมอ่ าจทำแบบพบหน้าพบตากัน
ได้ การสนทนาในโลกโซเชยี ลหรือโลกออนไลน์จงึ เปน็ วิธีงา่ ยทีพ่ ฒั นากรจะตดิ ต่อ
เชื่อมโยงกบั ชาวบ้านและกล่มุ เป้าหมายได้ ทีไ่ หนก็ได้ เมื่อไรกไ็ ด้ อะไรก็ได้ อยา่ งไรก็
ได้ (Wherever, Whenever, Whatever, However)
พัฒนากรสามารถส่งเสริมให้ผู้นำ อาสาสมคั ร กลุ่ม สมาชกิ ทใ่ี ช้โทรศัพท์สมารท์ โฟน
โหลดแอปพลิเคชนั โซเชียลมีเดยี ตา่ งๆ (Social Media/Network Applications)
เชน่ Lines, Facebook, WeChat, Twitter, Skype, Facebook Messenger,
WhatsApp, Instagram, Blockdit, Google+, YouTube, Google Maps เปน็ ตน้
มาใช้ในโทรศพั ทม์ อื ถอื ซงึ่ คาดว่าบางคนอาจมแี ละเลน่ อยู่แล้ว อยา่ ลืมขอเพิม่ เพ่อื น
กบั ผู้นำ อาสาสมัคร และขอเขา้ กลุ่มท่มี อี ยู่แลว้ หรือตงั้ กล่มุ ข้ึนใหมแ่ ลว้ เชญิ ทกุ คนท่ี
เกีย่ วขอ้ งเข้ากลมุ่ เช่นนี้ พฒั นากรสามารถแชท สนทนากบั ชาวบ้านไดโ้ ดยตรง ทไี่ หน
เมือ่ ไร อยา่ งไร กไ็ ด้ (Anywhere, Anytime, Anyhow)
การแชทในกลุม่ โซเชียล พฒั นากรต้องระวงั ไมส่ ่งสารท่ที ำใหเ้ ข้าใจผดิ ตอ้ งสรา้ ง
สรรค์ มสี าระการพฒั นา ต้องสัน้ กระชับ ชัดเจน เพราะในกลุ่มมสี มาชิกหลายคน
แตกความคิด ตา่ งความรู้ ข้อดีคือ การแชทในกลมุ่ สะดวก รวดเร็ว “ยิงกระสุนนดั
58
เดียวไดน้ กหลายตัว” การปรกึ ษาหารอื ขอความคิดเหน็ ในกลมุ่ ควรเป็นเร่อื งท่ีผ่าน
การแชทส่วนตวั โดยตรงเฉพาะกบั ผนู้ ำมาแลว้ เพื่อใหไ้ ดผ้ ลไปในทิศทางเดยี วกัน ใน
การแกป้ ญั หาของชาวบ้าน ของกลมุ่ ท่ีตอ้ งรว่ มคิด รว่ มตัดสนิ ใจ รว่ มลงมือ
ดำเนินการ และติดตามผล
นอกจากน้ี พัฒนากรควรศกึ ษาคน้ ควา้ รวบรวมขา่ วสารการพัฒนา นวัตกรรม อาชพี
การเพ่มิ ทกั ษะและรายได้ ฯลฯ ไว้ แล้วค่อยๆ ปล่อย เผยแพร่ เข้ากลมุ่ สนทนา ใน
จงั หวะและโอกาสอันควร เปน็ การใหค้ วามรู้ กลเม็ด แรงบันดาลใจ กำลังใจ เทคนคิ
วธิ ี ฯลฯ พร้อมๆ กบั ให้เรื่องทสี่ นกุ สนาน บันเทิงใจ สร้างความสุข เรยี กเสียงหัวเราะ
ไปด้วย ทั้งนี้ เพอื่ ใหพ้ ัฒนากรเป็นเพอื่ นรว่ มพัฒนากบั ชาวบา้ น และเป็นประดจุ ผ้มู ี
อทิ ธพิ ลเลก็ ๆ บนสื่อสงั คม (Influencer) ดา้ นการพฒั นา ทีม่ ีชาวบ้านติดตาม
สอบถาม ปรกึ ษาหารือ
Image Courtesy: Google Images
การใชส้ ื่อสงั คมออนไลนก์ ลายเป็นเครอื่ งมอื เป็นอปุ กรณท์ สี่ าคญั และจาเป็นใน
การทางานของพฒั นากรในปัจจบุ นั
อินฟลูเอนเซอร์ คือ ผสู้ ร้างแรงบนั ดาลใจหรอื ชนี้ ำการกระทำของคนอน่ื
(Influence: a person who inspires or guides the actions of others.)
59
นกั พฒั นาผู้ขับเคลอื่ นชุมชนพัฒนา (Mobilizer of Developing Community)
การขับเคลื่อนชมุ ชน เป็นการพยายามนำทรัพยากรท้งั หมดที่มีในชมุ ชนทงั้ กำลงั คน
และทรัพยากรธรรมชาตทิ ว่ั ไป มาจดั การกบั ปัญหาและการแกป้ ญั หาเพอื่ อนาคต
เปน็ กระบวนการนำผู้มสี ่วนได้เสียมารว่ มกันให้มากเท่าทเ่ี ป็นไปได้ ให้ตระหนกั ใน
ปัญหาชุมชน ดว้ ยการใชท้ รัพยากรและบริการ และการมสี ่วนรว่ มของชุมชนอย่าง
แข็งขัน เพือ่ ความยืนยงและพึ่งตนเองได้
การขับเคล่ือนชุมชน จึงเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ทางสงั คมเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซ่ึง
ประโยชน์ส่วนรวมรว่ มกนั ของชุมชน (Community Mobilization refers to the
process of building social relationships in pursuit of common
community interests.)
ความสมั พนั ธท์ างสงั คมท่ดี รี ะหวา่ งผ้ขู ับเคลื่อนชุมชนกับชมุ ชนนัน้ สรา้ งข้นึ บนฐาน
ของ #ความเช่อื ใจกัน (Trust) #การนับถือกัน (Mutual Respect) #ความเกรงใจ
กนั (Mindfulness) #การยอมรับความแดกตา่ งกัน (Welcoming Diversity) และ #
การสอื่ สารแบบเปดิ (Open Communication)
มตี ัวอย่างวธิ ีการสร้างความสัมพนั ธ์ทีด่ ีกับชุมชน ของนกั ขบั เคลอ่ื นชุมชน ดงั น้ี
-พฒั นาทกั ษะมนษุ ยข์ องตน (Develop Your People Skills)
-ระบคุ วามสัมพนั ธ์ทจ่ี ำเป็นกบั ชมุ ชน (Identify Your Relationship
Needs)
-กำหนดเวลาสร้างความสมั พันธ์กบั ชมุ ชน (Schedule Time to Build
Relationships)
60
-ใช้ความฉลาดทางอารมณ์ของตน (Focus on Your EI-Emotional
Intelligence)
-ชื่นชมผู้อ่นื (Appreciate Others)
-คดิ บวกเสมอ (Be Positive)
-จัดการระยะหา่ งทางสังคมของตนใหด้ ี (Manage Your Boundaries)
-หลกี เลี่ยงการนนิ ทากัน (Avoid Gossiping)
-ฟงั อย่างต้ังใจ/กระตอื รอื รน้ (Listen Actively)
นกั ขบั เคล่อื นชมุ ชนจะใชท้ ักษะเข้ากับคนว่าจำเป็นต้องมีความสัมพนั ธ์กับผู้คนใน
ชมุ ชนมากน้อยแค่ไหน ตอ้ งใช้เวลาเท่าไร เน้นการใชค้ วามฉลาดทางอารมณข์ องตน
มาชว่ ย โดยการชื่นชมยอมรับนับถือผู้อืน่ คิดบวกตลอดเวลา รกั ษาระยะ ห่างทาง
สงั คมให้พอดี ไม่มากจนหา่ งเหิน ไม่นอ้ ยจนอดึ อดั ไม่มกี ารนนิ ทาวา่ รา้ ยใครแม้เห็น
ตา่ ง และท่สี ำคญั ฟงั ทุกคำพดู ดว้ ยความกระตอื รือร้นและตั้งใจฟงั อาจเขียนเป็น
สมการการขบั เคลอ่ื นชุมชนได้ ดงั น้ี
สมการการขับเคลื่อนชมุ ชน
การขบั เคล่ือนชุมชน = กระบวนการสรา้ งความสมั พนั ธ์ทางสังคม... เพอื่ สว่ นรวม
จึง = กระบวนการกลุ่ม + การกระทำของกลุม่
#ความสมั พนั ธ์ ขับเคล่อื น กลุ่ม ในขณะที่ กระบวนการ นำไปสู่ การกระทำ#
Community Mobilization = Process of Building Social Relationship
Thus = Group Process + Group Action
#Relationship moves Group while Process leads to Action#
61
พัฒนากรสามารถขับเคล่ือนชุมชนเพื่อการพฒั นาทงั้ ชมุ ชนได้ นอกเหนอื จากการ
พัฒนาเป็นรายบคุ คลและรายกล่มุ หรอื หลายกล่มุ โดยพฒั นากรใช้กระบวนการสรา้ ง
ความสัมพนั ธ์ทางสงั คมกบั คนทง้ั ชมุ ชน ความสัมพนั ธท์ ่ีดจี ะเป็นพลังขบั เคลอ่ื นกลุ่ม
เมอื่ มคึ วามสมั พนั ธ์ดีกบั ทุกกลมุ่ ทุกกลมุ่ กม็ พี ลังขับเคลอื่ น ขณะทีท่ ุกกลมุ่ เข้มแขง็
กระบวนของกลมุ่ จะนำไปสกู่ ารทำกจิ กรรมขับเคล่ือน ขับเคลอื่ นไปทัง้ ชมุ ชน
การพฒั นาตอ้ งสร้างความตระหนกั และเพิม่ ขีดความสามารถของชมุ ชน ต้องสง่ เสริม
การมสี ว่ นรว่ มและเพิม่ พลงั การเปลี่ยนแปลงของชุมชน
Image Courtesy: Google Images
62
นักพฒั นาผู้จดั การการพัฒนารว่ มกับหมบู่ ้าน (Manager of CD with People)
ผ้จู ดั การการพฒั นารบั ผิดชอบการขยายและการปรบั ปรงุ บริการการพฒั นาดา้ นต่างๆ
ทช่ี ุมชนควรไดร้ ับ ต้องคน้ หาและระบคุ วามต้องการท่จี ำเป็นของชมุ ชนได้ ติดต่อ
ประสานหนว่ ยงาน องค์การทเ่ี กย่ี วขอ้ ง มาดำเนินการพฒั นา แกไ้ ขปัญหา ติดตามผล
ประเมินผล รวบรวมผลงานพัฒนาทเ่ี กดิ ขนึ้ วเิ คราะห์ สรปุ และรายงานผเู้ ก่ยี วข้อง
นีจ่ ะเปน็ บทบาทสดุ ยอดของพฒั นากร ที่นอกจากลงมอื “ลยุ ” งานพัฒนาดว้ ย
ตนเองกับประชาชนแลว้ พฒั นากรควรสรา้ งอกี บทบาทหน่งึ เพอ่ื เสรมิ ฐานงานให้
มัน่ คง โดยขยบั ข้นึ มองงานพัฒนาชมุ ชนในภาพรวมของหมู่บา้ น ในมมุ ท่สี งู ข้ึนที่จะ
เหน็ ภาพการพัฒนาและความต้องการการพัฒนาของคนทุกคน ทุกซอกมุม
เมื่อพัฒนากรได้กระทำบทบาทนกั พฒั นาผูร้ อบรหู้ ลากวิชาหลายทักษะ ผสู้ รา้ งแรง
บนั ดาลใจจากวรี กรรม ผเู้ ลา่ เรอื่ งเพิม่ คุณคา่ ผู้สือ่ สารพฒั นาในโลกออนไลน์ ผขู้ ับ
เคล่ือนชมุ ชน แล้ว บทบาทที่ควรยกระดับขึ้นมาคอื บทบาทผู้จัดการการพฒั นา
รว่ มกันกบั ผู้นำในหมบู่ ้าน (อาสาสมัครและอืน่ ๆ) ในการรับผดิ ชอบ มอง ดแู ล ติด
ตาม ทุกโครงการ/กจิ กรรม จากทุกหน่วยงานท่ีเข้ามาดำเนนิ การในหมู่บ้าน ในรอบปี
วา่ ก่อให้เกดิ การแกป้ ัญหาความยาก เกดิ ผลการพัฒนาอะไรบา้ ง
เชน่ เม่อื เร่ิมตน้ ปงี บประมาณ พัฒนากรร่วมกับผนู้ ำหมูบ่ า้ น ติดตามการพัฒนา
หมบู่ า้ น โดย จัดให้มีผ้บู นั ทึกกจิ กรรมและโครงการพัฒนาท่เี กิดขึ้นในหม่บู ้าน โดย
ตอบ 7 คำถามนี้ กจิ กรรม/โครงการเหลา่ นนั้ ทำอะไร ทำทำไม ทำกบั ใคร ทำเมอ่ื ไร
ทำอย่างไร ทำแล้วได้ผลอะไร ใช้งบเท่าไรหรอื ไม่ไดใ้ ช้งบเลย บนั ทกึ กจิ กรรมและ
โครงการพัฒนาทเ่ี กดิ ขึน้ ในหมู่บ้านตง้ั แตต่ ้นปีถึงปลายปีงบประมาณ ถงึ ปลายปี
63
พฒั นากรรว่ มกบั ผูน้ ำหมบู่ า้ นประชุม วิเคราะห์ สรุป เป็นรายงานผลการพัฒนาท่ี
เกิดข้นึ ในหม่บู า้ นในรอบปีท่ีผา่ นมา เพ่ือใช้ประโยชน์และนำเสนอผูเ้ กย่ี วข้องคอ่ ไป
อาจดเู หมอื นมาก แตเ่ ช่อื เถอะ หมูบ่ ้านหน่ึง ใน 1 ปี มไี มก่ ง่ี าน หรอื ไม่มเี ลย
พัฒนากร 1 คน รับผดิ ชอบ 1-3 ตำบลโดยประมาณ เท่ากับประมาณ 30 หมู่บ้าน
เทา่ กับได้ 30 รายงานการพฒั นาหมู่บา้ นประจำปี แลว้ วิเคราะห์ สรปุ นำเสนอ
อำเภอ พัฒนาการอำเภอ รวบรวม วิเคราะห์ สรุปผลการพฒั นาหมบู่ ้านของทัง้
อำเภอในรอบปี เสนอจังหวดั พัฒนาการจงั หวัดกับทีมงาน รวบรวม วเิ คราะห์
สรปุ ผลการพัฒนาหมู่บา้ นของท้ังจงั หวดั ในรอบปี เสนอผวู้ า่ ราชการจังหวดั และ
กรมการพัฒนาชมุ ชน ต่อไป (อาจนำเสนอในท่ีประชุมจงั หวัดให้หวั หนา้ ส่วนราชการ
จังหวดั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งรบั ทราบเพอื่ วางแผนและดำเนินการในส่วนท่ีเก่ยี วขอ้ ง)
เช่นนี้ ทง้ั จงั หวัดและกรมฯ จเห็นผลการพฒั นาชมุ ชนทีเ่ กดิ ข้นึ โดยละเอยี ด ท่วั ถงึ
และครบถว้ น การวางแผนการพัฒนาต่อไปจะสามารถเขา้ ถึงทกุ จุดทุกคนท่ีตกสำรวจ
ที่ถกู ทง้ิ ไว้ขา้ งหลัง ทอ่ี ยู่ชายขอบ ที่ไม่มโี อกาส ดังนน้ั รายงานผลการพฒั นาหมูบ่ า้ น
ประจำปี จะเป็น “คลังข้อมูลการพัฒนาหมบู่ า้ น” (Big Data) ซงึ่ จะมีตง้ั แต่ระดับ
หม่บู ้าน ตำบล อำเภอ จงั หวัด เขต กรม และทง้ั ประเทศ สำหรับวางแผนแก้ปญั หา
ความยากจน หมู่บ้านยากจน และคนยากจนให้หมดไป จะทำให้แก้ปญั หาไดต้ รงจุด
นน่ั คือ... พัฒนากร... เป็นนักพฒั นาผจู้ ัดการการพัฒนารว่ มกบั หมบู่ า้ น
คอื รายงานการพัฒนาหมบู่ ้านประจำปี (Annual Village Development Report)
คือ A-VDR ของพฒั นากรและหม่บู า้ น
64
คำถามที่ย่ิงใหญ่ ทำใหม้ ี การรายงานท่ยี ่ิงใหญ่
Great Questions make Great Reporting
คุณมาถึงหม่บู ้านหนงึ่ และ
ในบรรยากาศที่เงยี บสงบน้ี เร่มิ ได้ยินเสียงสะท้อน
You arrive at a village, and
in this calm environment, one starts to hear echo.
หมบู่ ้านของขา้ พเจ้า งอกขนึ้ จากท่รี าบ อยใู่ ต้ร่มเงาต้นไมแ้ ละใบไม้
เหมือนกระปุกออมสินเปี่ยมด้วยความทรงจำ
ทา่ นจะเห็นวา่ ทำไมคนจึงอยากอย่ทู นี่ ั่นตลอดกาล
My village, rising from the plain. Shaded with trees and leaves
like a piggy bank filled with memories.
You’ll see why a person would want to live there forever.
65
6. หวนคดิ
(Afterthought)
ในโลกที่เปลี่ยนไป (In a Changing World)
กรมการพฒั นาชุมชนไดด้ ำเนินงานพัฒนาชุมชนกบั ประชาชนในหมบู่ า้ นชนบทมาครงึ่
ศตวรรษแลว้ ได้สัง่ สมประสบการณ์ ความรู้ และวิธกี ารตา่ งๆ ไดม้ ากพอสมควร
ตลอด 50 ปีท่ีผา่ นมา อาจถงึ เวลาแลว้ ทีต่ ้องสะสางความซบั ซ้อนของประสบการณ์
ความรูท้ เ่ี ริม่ คลมุ เครอื เหล่านั้น ทไ่ี ม่อาจบ่งชัดว่าไปทางใดให้จะแจง้ มวี ิธีหนึง่ ทม่ี ักจะ
ใชก้ นั นนั่ คอื คืนสู่สามัญ กลบั ไปหาวธิ ีทง่ี ่ายกว่าในการทำบางส่ิงหรอื คดิ เกย่ี วกับ
บางอย่าง (Back to Basics: to return to a simpler way of doing something
or thinking about something) แต่บทบาทของพัฒนากรมักจะแปรไปตามสภาพ
บุคคล กล่มุ ชมุ ชน และสถาณการณ์ ทีเ่ ปล่ียนไปตามภูมปิ ระเทศ เหตกุ ารณ์และยุค
สมยั แมแ้ ปรเปลยี่ น แต่ต้องตัง้ อยบู่ นพื้นฐานการพัฒนาท่ีมงุ่ แกป้ ัญหาความยากจน
โดยการเพม่ิ พลังประชาชนให้มบี ทบาท มสี ว่ นรว่ ม คิด ตัดสนิ ใจและลงมือจดั การกับ
ปัญหาของเขา ปัญหาของชุมชน
6 บทบาทของพัฒนากรทไ่ี ด้นำเสนอนัน้ ไดพ้ ิเคราะหจ์ ากความยับยงั้ และความท้า
ทาย (Constraints & Challenges) ท่อี ุบัติข้นึ ในโลกยคุ ดิจิทัลเทคโนโลยนี ี้ เปน็ 6
บทบาทท่ีพฒั นากรทำอยแู่ ล้ว มากหรือนอ้ ย ท่ีเกดิ ขนึ้ โดยไม่รู้ตัว หนังสือ มรรคา
พฒั นา ชมุ ชน นี้เพียงเรยี บเรยี งใหเ้ หน็ เปน็ บทบาททีแ่ จม่ ชัดข้ึน
66
หนังสอื น้ี การนำเสนอนี้ ยงั ห่างไกลจากความถูกต้องตามหลกั วิชาการ ยังขาดความ
ประณตี ตามหลักภาษา แมพ้ ยายามยอ้ นคดิ กลบั คืนไปสูห่ ลักการพ้ืนฐานของการ
พัฒนาชุมชน... หนงั สือนยี้ งั มที ีใ่ ห้แก้ไข เพิม่ เติม...
ความคิดหนึง่ (An Idea)
ขอแลกเปลย่ี นวธิ ีการคิดและการทำงาน
มนั อาจเรมิ่ ตน้ ทเ่ี กิด ความคดิ หนงึ่ (an Idea) ข้ึนมา ตามดว้ ยการใช้ความรู้ และ
ประสบการณ์ที่ได้ สงั่ สม หมกหมนุ่ จดจอ่ จนคิดเปน็ แนวมีทศิ ทางไป เมอื่ ใสใ่ จเข้าไป
มากขึน้ อกี จะเริม่ นึกเป็นภาพมองเหน็ เค้าโครงขึน้ เมอื่ คดิ ตามตอ่ ไปอกี จากเคา้ โครง
รางๆ จะก่อรา่ งขึน้ เห็นเปน็ รูปทช่ี ดั เจน มรี ายละเอียด พรอ้ มนำไปใชไ้ ด้ ทำเป็นจริง
ได้ สามารถเอาไปทำใหเ้ กดิ ผลเป็นจริงได้
จาก “ความคิด”หน่ึง “คดิ เป็นแนว นึกเปน็ ภาพ เหน็ เป็นรูป ทำเป็นจรงิ ” จงึ เกดิ
ชนิ้ งานข้ึนมา (from an Idea, you go through the processes of
‘Conceptualize, Visualize, Materialize, Actualize’, you will get your
work done.) แลว้ ย้อนกลบั มาเกดิ หรอื เริม่ ตน้ ความคดิ ใหม่ โดยใชก้ ระบวนการ
คดิ -ทำ (CVMA Mind Process by Niran Jongwutiwes) คดิ จนทำไดต้ อ่ ไป...
มนุษย์เกดิ ความคิด มีภาษา ใช้ภาษา ใคร่ครวญความคิด โดยใช้ความรู้ ประสบการณ์
มาคดิ ... คิดแนว นึกภาพ เหน็ รูป แลว้ ทำจริง ออกมาเป็นผลงาน เปน็ สงิ่ คิดคน้ ใหม่
เป็นนวตั กรรม แล้ว จดั เก็บ ส่ังสม แบ่งปนั สง่ ตอ่ และกระจาย แพร่หลายออกไป
67
เชื่อวา่ เราได้รับมรดกตกทอดความรู้ที่ส่งั สมกันมาจาก การเรยี นรู้รว่ มกัน
(Collective Learning) ของบรรพบรุ ษุ เรา เมอ่ื สองแสนปีก่อน ผูซ้ ึ่งมคี วามสามารถ
พเิ ศษในการจดั เก็บ รักษา “ข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ และปญั ญา ตลอดจน การ
สรา้ งสรรค์” (Data, Information, Knowledge, Wisdom & Open Mind –
Creation) มีการแบ่งปันกบั ผู้อนื่ และมกี ารสง่ ต่อ มาตามกาลเวลา จากรนุ่ สู่รุน่ )
Conceptualize
คิดเป็นแนว
Actualize กระบวนการคิด-ทำ Visualize
ทำเป็นจริง นกึ เปน็ ภาพ
CVMA Mind Process
by
Niran Jongwutiwes
Materialize
เห็นเปน็ รปู
CVMA Mind Process:
Conceptualization, Visualization, Materialization, and Actualization.
กระบวนการคดิ -ทำ: คิดเปน็ แนว นึกเปน็ ภาพ เห็นเปน็ รูป และ ทำเป็นจรงิ
68
เรียนรู้จากเพ่อื นบา้ น (Learn from Our Neighbors)
จากเพื่อนบ้านในทวปี เอเชยี (from Our Neighbors in Asia)
คตินยิ มของการฟ้ืนฟูชนบท บนั ทกึ โดย ดร. วาย.ซ.ี เจมส์ เยน
“ไปหาประชาชน
อย่ทู า่ มกลางพวกเขา
เรียนรจู้ ากพวกเขา
วางแผนกบั พวกเขา
ทำงานกับพวกเขา
เริม่ ดว้ ยเร่ืองที่พวกเขารู้
สรา้ งจากส่ิงท่พี วกเขามี
สอนโดยการแสดงให้ดู
เรยี นรู้จากการลงมือทำ
ไมใ่ ชต่ โู้ ชว์ แต่เป็นตวั อยา่ ง
ไม่ใชเ่ ร่อื งเบด็ เตลด็ แต่เป็นระบบ
ไมใ่ ช่ปฏิบัติใหส้ อดคล้อง แต่ให้แปรรูปแปลงร่าง
ไมใ่ ชบ่ รรเทาทกุ ข์ แตป่ ลดปลอ่ ยความสามารถ”
Go to the people.
Live, learn, plan, and work with them.
Build on what they have.
Not a showcase but a pattern. Not relief but release.
69
The Credo of Rural Reconstruction,
developed by Dr. Y.C. James Yen:
Go to the people
Live among them
Learn from them
Plan with them
Work with them
Start with what they know
Build on what they have
Teach by showing
Learn by doing
Not a showcase but a pattern
Not odds and ends but a system
Not to conform but to transform
Not relief but release.
Image Courtesy: Google Images
70
จากเพือ่ นห่างไกลในทวปี อเมริกา (from Our Faraway Neighbors in America)
วงจรชีวติ โดย หวั หนา้ เมฆขาว ทาลาทาวี
มนษุ ย์มคี วามเขา้ ใจทบี่ กพรอ่ งเรือ่ งชีวิต เขาเขา้ ใจผดิ ว่า ความรู้คอื ปญั ญา เขา
พยายามไขความลับอนั ศักด์ิสิทธขิ์ องพระบดิ าของเรา วญิ ญาณผู้ยิ่งใหญ่ เขาพยายาม
วางกฎและวิธกี ารของเขาบนพระแม่ธรณี ท้งั ทต่ี วั เขาเองเปน็ สว่ นหนึ่งของธรรมชาติ
เขายังเลือกท่ีจะไม่ใสใ่ จและไม่นำพามนั เพยี งเพ่อื ผลประโยชน์เฉพาะหนา้ ของตนเอง
แต่กฎของธรรมชาตินนั้ แขง็ แกรง่ กว่าของมนษุ ยชาติ ในที่สุด มนุษย์ตอ้ งต่นื และ
เรยี นรูท้ ี่จะเข้าใจว่าเหลือเวลาเพียงนอ้ ยนิด กอ่ นทเ่ี ขาจะเปน็ เหตุแห่งหายนะของ
ตัวเอง และเขาต้องเรยี นรอู้ กี มาก เรยี นรูท้ ่ีจะดูดว้ ยใจ เขาตอ้ งเรยี นรทู้ จี่ ะเคารพพระ
แม่ธรณี - ผู้ให้ชวี ติ แก่สรรพสิง่ เหล่าพ่นี ้องชายหญิง สัตว์ท้ังปวง พชื ทง้ั หมด แม่น้ำ
ทั้งหลาย ห้วงน้ำทีม่ ี ทะเลทีอ่ ยู่ และสายลมที่พัดพลิ้ว ของเรา
เขาตอ้ งตระหนกั ว่าโลกน้ีไมใ่ ช่ของเขา แต่เขาต้องดูแลและรกั ษาสมดุลอันเปราะบาง
ของธรรมชาติ เพื่อความเป็นอย่ทู ่ีดีของลูกหลานของเรา และคนรนุ่ ต่อไปในอนาคต
มันเปน็ หนา้ ท่ขี องมนษุ ยท์ ่ตี ้องอนรุ กั ษโ์ ลกและสรรพส่ิงท่สี ร้างสรรคโ์ ดยวญิ ญาณผู้
ยง่ิ ใหญ่ มนษุ ยชาตเิ ปน็ เพียงเมลด็ ทรายในวัฏจักรอันศกั ดิส์ ิทธซิ์ ่ึงล้อมรอบทุกชวี ติ
(เมฆขาว 2327-47 เปน็ หวั หนา้ เผ่าไอโอวา ชนพ้ืนเมืองอเมริกัน)
(White Cloud, 1784–1834, was a chief of the Native American Iowa tribe.)
71
Circle of Life by Chief White Cloud Talatawi
Man has a poor understanding of life. He mistakes knowledge for
wisdom. He tries to unveil the Holy secrets of our Father, the
Great Spirit. He attempts to impose his laws and ways on Mother
Earth. Even though he, himself, is a part of nature, he chooses to
disregard and ignore it for the sake of his own immediate gain.
But the laws of nature are far stronger than those of
mankind. Man must awake at last and learn to understand how
little time there remains before he will become the cause of his
own downfall. And he has so much to learn. To learn to see with
the heart. He must learn to respect Mother Earth – she who has
given life to everything, to our brothers and sisters, the animals,
and plants, to the rivers, the lakes, the oceans, and the winds.
He must realize that this planet does not belong to him; but that
he has to care for and maintain the delicate balance of nature for
the sake of the well-being of our children and of all future
generations. It is the duty of man to preserve the Earth and the
Creation of the Great Spirit. Mankind being but a grain of sand in
the Holy circle which encloses all of life.
Image Courtesy: Google Images
72
จากเพือ่ นไกลโพน้ ในทวปี อาฟริกา (from Our Remote Neighbors in Africa)
ประยกุ ต์จากบทสนทนาหนงึ่ ใน Development: Seeds of Change. 1984:2,
p47. ว่าดว้ ยการใหค้ วามช่วยเหลือด้านการพฒั นา โดย นิรันดร์ จงวุฒเิ วศย์
ปจุ ฉา ในฐานะที่ทา่ นเปน็ ชาวบ้านคนหนง่ึ ของหมบู่ ้านนี้ ทา่ นตอ้ งการให้คน
ภายนอกมาชว่ ยเหลอื ท่านอยา่ งไร
วสิ ัชนา เราตอ้ งการความช่วยเหลือจากคนภายนอก ใหม้ าชว่ ยวิเคราะห์และทำให้
เราเข้าใจปญั หา สถานการณ์ และประสบการณ์ของเรา แตไ่ ม่ใช่มาบอก หรอื มาสัง่
เราวา่ เราต้องทำอย่างนัน้ เราตอ้ งทำอย่างนี้
คนภายนอกทีเ่ ขา้ มาหาเรา พรอ้ มคำตอบและคำแนะนำท่ีได้เตรียมไว้แลว้ ใน
การแกป้ ญั หาหมบู่ า้ นของเรานัน้ ไมเ่ พยี งไรป้ ระโยชน์ แตก่ ลบั เลวรา้ ยยง่ิ
คนภายนอกควรมาเรียนรจู้ ากเรา เพ่อื ให้เข้าใจเราก่อนว่า ปัญหาของเราคือ
อะไร และชว่ ยใหเ้ ราตระหนกั ในปญั หา และบ่งบอกปัญหาของเราได้ถกู ต้อง ชดั เจน
โดยช่วยให้เราหาคำตอบ หรอื หาทางแก้ปญั หาของเรา ใหไ้ ดด้ ว้ ยตวั เราเองในที่สุด
คนภายนอกต้องเปล่ยี นแปลงและพฒั นาตัวเองด้วย เพราะเขาเป็นเพียง
เพ่อื น (ไมใ่ ช่เทวดา) เพื่อนผูม้ าชว่ ยใหเ้ ราคดิ พนิ ิจพจิ ารณา ไตร่ตรอง ปญั หาของเรา
ด้วยตัวเราเอง.
การพฒั นา* คอื การทำให้ศกั ยภาพ** ของมนุษยก์ ลายเป็นความสามารถจรงิ
Development is Realizing Human Potentials.
*พัฒนา = พ่งึ ตนเอง **ศกั ยภาพ = ความสามารถแฝง
73
Image Courtesy: Google Images
74
∞ ∞ ∞ หวนคิด แลว้ ไฉน ไมม่ คี ำตอบ...
นอี่ าจจะเป็นคำตอบ?
คำตอบคอื ไม่มคี ำตอบ The answer is there is no answer.
ไม่มคี ำตอบเปน็ คำตอบเช่นกัน No answer is also an answer.
ไมม่ ีคำตอบทเี่ ปน็ คำตอบทด่ี ังมาก No answer is a loud answer.
ไมม่ ีคำตอบท่เี ป็นคำตอบที่ชัดเจน No answer is a clear answer.
มีมากคำถามทไ่ี มม่ ีคำตอบ
There are many questions but no answer.
มีหลายคำถามในโลกนท้ี ไ่ี มม่ ีคำตอบ
There are many questions in the world that have no answers.
คุณจะไม่พบคำตอบทน่ี ี่ มเี พียงทางเลือก
You will find no answer here, just choices.
ความเงยี บคือคำตอบเช่นกัน Silence is an answer too.
ฟังเสยี งของความเงียบ Listen to the sound of silence.
มคี ำถาม ท่หี กั มมุ แบบคาดไมถ่ ึง
คำถามคือ อะไรถกู กฎหมายแต่ไม่มเี หตผุ ล อะไรมีเหตุผลแตไ่ ม่ถูกกฎหมาย
อะไรไมถ่ ูกกฎหมายและไมม่ เี หตุผล
Unexpected Twist Question: What is legal but not logical,
logical but not legal, and neither legal nor logical.
75
เรียนร้จู ากแผนภาพ (Let’s Learn from Diagram)
แผนภาพลำดบั ชนั้ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ปัญญา... ปรบั เพ่ิม การคิดสรา้ งสรรค์
จาก Michael Ervick (2012) DIKW Perspective (ภาพแรก)
เป็นการรวม Management & DIKW และปรบั เพม่ิ การคิดสร้างสรรค์ (ภาพหลัง)
76
การจดั การความรู้เพอ่ื การสร้างสรรค์:
(Knowledge Management for Creative Thinking)
แบง่ เปน็ 2 ภาค คือ มองอดีต และ มองอนาคต
กระบวนการจัดการความรู้:
แบ่งเปน็ 4 ตอน คือ การรวบรวม การเรยี นรู้ การกระทำ และ การสร้างสรรค์
ความรู้:
แบง่ เปน็ 6 ส่วน คอื “ไมร่ ู้ 0 รู้ว่า(ทำ)อะไร รู้ว่าทำอย่างไร รวู้ ่าทำทำไม ร้เู ปน็ อยา่ งดี
และ รู้คดิ สงิ่ ใหม่”
กระบวนการสร้าง/ใชค้ วามรู้:
แบง่ เป็น 8 ขั้น คือ ขอ้ มลู ข่าวสาร ทฤษฎี ประสบการณ์ ความรู้ ความเขา้ ใจ ปัญญา
และ จติ ใจเปิดกว้าง
ทีม่ าของความรู้:
แบ่งเปน็ 2 แหลง่ คือ จากภายนอก และ จากภายใน
วิธีการจดั การความรู้:
แบ่งเป็น 3 วิธี คอื วเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจ และ ทำให้สำเร็จ
หลักการจดั การ:
แบง่ เป็น 2 หลัก คือ หลกั ควบคมุ กับประสิทธิภาพ และ หลักคณุ คา่ กบั ประสิทธิผล
ประสทิ ธภิ าพ คือ ทำให้ถูกวธิ ี สว่ น ประสทิ ธิผล คือ ทำให้ถกู ต้อง
77
78
นิยามศพั ท์ Definition
ข้อมลู data (ตัวเลข สญั ลักษณ์ ข้อเท็จจรงิ )
สารสนเทศ information (ขอ้ มลู ท่ีประมวลและจดั ระเบียบเพื่อ
อธิบายว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร)
ทฤษฎี theory (กรอบความคดิ สำหรบั อธบิ ายพฤตกิ รรม)
ประสบการณ์ experience (ความรูท้ ่ไี ด้จากการทำ)
ความรู้ knowledge (สารสนเทศท่ีถกู รวบรวม สอนวา่ ทำอยา่ งไร)
ความเข้าใจ understanding (ใหค้ วามหมาย อธิบายวา่ ทำไม ปรบั ใช้
กับการวิเคราะห์)
ปญั ญา wisdom (ดุลพินิจ ความเข้าใจที่ประเมินแลว้ ตง้ั อยู่นาน
เหมาะสม ดี ถูกต้อง)
เปดิ ใจ open mind (เงื่อนไขก่อนคดิ สร้างสรรค์ อย่าหยดุ ไปต่อไป)
การสรา้ งสรรค์ creativity (ความสามารถคดิ “จนิ ตนาการ”และทำ
สิง่ ใหมแ่ ละสิ่งทีไ่ ม่มมี าก่อน) ‘Imagination’
นวตั กรรม innovation (การนำเสนอ “ผลการทำ” สง่ิ ใหม่และมี
ประโยชน์สูส่ ังคม) ‘Implementation’
ตัวอยา่ ง- ดูที่ชุดอกั ขระ “รหัสผา่ น วายฟาย”
Example: Imagine the string “Wi-Fi password”
1. ตวั ชดุ อกั ขระ คอื ข้อมูล (Data)
2. เข้าใจว่ามนั เปน็ ชดุ อกั ขระ คอื ขา่ วสาร (Information)
3. รู้วา่ มนั เป็นรหัสผา่ น คือ ความรู้ (Knowledge)
4. ใชม้ นั เข้าถึงอินเตอร์เนต็ ไร้สาย คอื ปัญญา (Wisdom)
79
DIKW Pyramid
ความสรา้ งสรรค์ การประดษิ ฐ์ นวัตกรรม
1. คิดทำ สิง่ ใหม่ คือ ความสร้างสรรค์
(Thinking something new is “Creativity”)
2. สรา้ งตามความคดิ ใหม่ คอื การประดิษฐ์
(Creation of a new idea or concept is “Invention”)
3. แนะนำ สง่ิ ใหม่ ใหแ้ พรห่ ลาย คอื นวตั กรรม
(Introducing something new into widespread use is “Innovation”)
80
ชวี ติ ท่ีดี
ดี
ชีวิตมคี วามสขุ ชวี ติ ชีวติ มีความหมาย
ความสขุ ความหมาย
ชวี ติ ที่ดี คือ ชวี ติ ท่ีมีความสุข และ ความหมาย
Good Life is a Happy & Meaningful Life
GOOD LIFE
GOOD
Happy Life LIFE Meaningful Life
HAPPY MEANING
81
วฒั นธรรม และ ฮารยธรรม ตา่ งกนั อย่างไร... เกร็ดความรู้ สาหรบั พฒั นากร
การเปรียบเทียบ วัฒนธรรม และ อารยธรรม (แบบงา่ ย)
ความหมาย
∞วัฒนธรรม หมายถึง การแสดงออกซ่งึ ลกั ษณะท่าทางทีเ่ ราคดิ ประพฤติ และ
กระทำ
∞อารยธรรม หมายถึง กระบวนการซึ่งอาณาเขตหนึ่งหรอื สังคมหน่งึ แผข่ ยาย
สถานะความกา้ วหนา้ ของการพฒั นามนษุ ยแ์ ละองคก์ าร
คืออะไร
∞วฒั นธรรม คอื ผลลพั ธ์
∞อารยธรรม คอื วิธี
แทนอะไร
∞วฒั นธรรม แทนว่า เราคืออะไร
∞อารยธรรม แทนว่า เราครอบครองอะไร
สะท้อนอยใู่ น
∞วัฒนธรรม สะท้อนอยใู่ น ศาสนา ศลิ ปะ นาฏกรรม วรรณกรรม จารตี /ขนบ
ศลี ธรรม ดนตรี ปรชั ญา ฯลฯ
∞อารยธรรม สะท้อนอย่ใู น กฎหมาย คณะผู้บรหิ าร โครงสร้างพนื้ ฐาน
สถาปตั ยกรรม การจดั การทางสงั คม ฯลฯ
การแสดงออก
∞วฒั นธรรม แสดงออกถึง ระดับสงู ขนึ้ ของความประณตี ภายใน
∞อารยธรรม แสดงออกถึง ระดบั สูงขน้ึ ของการพฒั นาทั่วไป
ความกา้ วหนา้
∞วฒั นธรรม ไมใ่ ช่ ความก้าวหน้า
∞อารยธรรม ใช่ ความกา้ วหนา้
สหวิทยาการ
∞วัฒนธรรม สามารถงอกงามและอยไู่ ดโ้ ดยไม่มีอารยธรรม
∞อารยธรรม ไมส่ ามารถงอกงามและอยไู่ ม่ได้ถา้ ไมม่ ีวฒั นธรรม
82
คำ ตาม หลงั (Afterword)
เมอื่ คุณต้องการนอ้ ยลง คณุ ก็จะมมี ากขน้ึ
Image Courtesy: Google Images
น้อย คอื มาก
นอ้ ย คือ มาก
น้อย คือ มาก
น้อย คือ มาก
น้อย คอื มาก
น้อย คอื มาก
น้อย คอื มาก
83
เรือ่ งเลก็
เพราะตะปูหลวม เกอื กมา้ จึงหลดุ
เพราะเกือกม้าหลดุ ม้าจึงเสียหลกั
เพราะมา้ เสยี หลัก แมท่ ัพจึงเสยี ท่า
เพราะแมท่ ัพเสยี ท่า จงึ แพส้ งคราม
เพราะแพ้สงคราม จึงสูญเสยี บา้ นเมือง
เพราะไม่ใส่ใจตะปเู กือกมา้ ตัวเล็ก ๆ ตวั เดียว แท้ ๆ
Image Courtesy: Google Images
Information Courtesy: Wikipedia
“หากทา่ นเพยี งพงึ ใจท่เี ป็นตัวของตัวเอง และไมเ่ ปรยี บเทียบหรือแขง่ ขัน ท่านจะเปน็ ท่ีนบั ถอื ”
“When you are content to be simply yourself and don't compare or compete,
everyone will respect you.”
- Lao Tzu, Tao Te Ching
84
ขอขอบคุณ
ทมี่ ีส่วนรว่ ม
เดนิ ทางตาม
“
มรรคา
พฒั นา
ชุมชน
“
@niran #thanks#
นิรันดร์
จงวุฒเิ วศย์
85
มรรคา พฒั นา ชุมชน
ในยคุ ดิจทิ ลั
Community Development Way
CD Way in Digital Age
ขอคารวะ
ผูบ้ กุ เบิก ผ้พู ัฒนา งานพฒั นาชมุ ชน
พัฒนากร นกั วชิ าการ และผู้บรหิ ารกรมการพัฒนาชมุ ชน
ผู้ก้าวเดนิ ทงิ้ รอยเทา้ ใหต้ ดิ ตาม รว่ มเรยี นรู้
Salute
Pioneers & Developers of community development work:
Community Development Workers, Scholars & Administrators,
who has walked, left footprints, to be followed and learned.
86