การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษาบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด Choosing the appropriate storage location using simulation techniques Case study of Pathum Transport Co., Ltd. อัจฉริยะ เกตุมณี รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566
การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษาบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด Choosing the appropriate storage location using simulation techniques Case study of Pathum Transport Co., Ltd. อัจฉริยะ เกตุมณี รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566
ชื่องานวิจัย การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ชื่อนักศึกษา นายอัจฉริยะ เกตุมณี รหัสนักศึกษา 116310509554-6 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร ธุรกิจระหว่างประเทศและโลจิสติกส์ ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณามาจาก คณะกรรมการสอบวิจัยดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา ………………………………………………. (ดร.ปริญ วีระพงษ์) รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดย กรรมการ ………………………………………………. (ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์) กรรมการ ………………………………………………. ( อ.ชุลีกร ชูโชติถาวร ) ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ก ชื่องานวิจัย การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ชื่อนักศึกษา นายอัจฉริยะ เกตุมณี รหัสนักศึกษา 116310509554-6 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร ธุรกิจระหว่างประเทศและโลจิสติกส์ ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าด้วยการ จำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด สำหรับนำไปเป็นข้อมูลและแนวทางเบื้องต้น ในการตัดสินใจเลือกจัดวางตำแหน่งของสินค้าที่เหมาะสมจากการนำมาทำการจำลองในโปรแกรมจำลอง สถานการณ์(FlexSim) ใน จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบว่าบริษัทกรณีศึกษามีการจัดทำ คลังสินค้าขึ้นมาใหม่และการจัดวางสินค้าที่ยังไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่งของสินค้าที่ชัดเจน ผู้ศึกษาจึงจัดทำ วิจัยนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการจัดวางสินค้า โดยการนำหลักทฤษฎีการแบ่งกลุ่มสินค้ามาประยุกต์ใช้ใน งานวิจัยเพื่อนำมาทำการออกแบบผังการวางสินค้า โดยจะใช้ข้อมูลสินค้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ถึง สิงหาคม 2566 แล้วจึงผลลัพธ์ที่ได้นำมาสร้างแบบจำลองสถานการณ์เพื่อหาระยะทางการหยิบสินค้าและ ระยะเวลาจากการจำลองสถานการณ์แล้วจึงนำมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ของระยะทางและเวลาที่ใช้ในการ เคลื่อนย้ายสินค้าในแต่ละผังการวางสินค้าในแต่ละแบบที่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการให้คำแนะนำการ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งการวางสินค้าใหม่อย่างเหมาะสม คำสำคัญ : คลังสินค้า / ตำแหน่งของสินค้า / การจำลองสถานการณ์ / ผังการวางสินค้า
ข Title Choosing the appropriate storage location using simulation techniques Case study of Pathum Transport Co., Ltd.. Student Name Mr. Atchariya Ketmanee Degree Bachelor of Business Administration Program International Business and Logistics Academic Year 2023 Advisor Dr. Prin Weerapong Abstract This research study was created with the aim of studying the selection of product storage locations by simulating a case study of Pathum Transport Company Limited for use as information and basic guidelines for deciding on appropriate product placement. From being simulated in a simulation program (FlexSim) from surveying and collecting related data. It was found that the case study company had created a new warehouse and product placement that had not yet clearly determined the location of the products. The researcher therefore created this research to provide guidelines for product placement. By applying the principles of product grouping theory in research to design product placement plans. It will use product data from July 2023 to August 2023, then the results will be used to create a simulation model to find the product picking distance and time from the simulation and then compare the results of the distance and time spent in The movement of products in each product placement chart has been designed to provide recommendations for appropriate product placement adjustments. Keywords: Warehouse / Product location / Simulation / Product placement plan
ค กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยได้รับความกรุณาและความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก บุคคลหลายฝ่ายด้วยกัน ผู้เขียนจึงขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ เริ่มจาก ท่านคณะอาจารย์ที่ ปรึกษา ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาให้คำปรึกษาและคำแนะนำ รวมถึงการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ ในการดำเนินการศึกษาจนปัญหาพิเศษฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณคณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลาในการเป็นคณะกรรมการในการสอบ และตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้รายงานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณ ที่กรุณาให้ความร่วมมือให้การสัมภาษณ์สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งการแสดง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการจัดทำรายงานวิจัยในครั้งนี้ อัจฉริยะ เกตุมณี ตุลาคม พ.ศ.2566
ง สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญ(ต่อ) จ สารบัญตาราง ฉ สารบัญรูปภาพ ช สารบัญรูปภาพ(ต่อ) ซ บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตของการวิจัย 2 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) 4 2.2 ประเภทของสินค้าคงคลัง 5 2.3 โปรแกรม FlexSim 7 2.4 กลยุทธ์การจัดเก็บ (Storage Strategy) ในคลังสินค้า 8 2.5 การวิเคราะห์จัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการใช้ (FSN Analysis) 11 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 12 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1 บริษัทกรณีศึกษา 15 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยและกระบวนการทำงาน 16 3.3 ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 18 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 19
จ สารบัญ (ต่อ) หน้า 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 19 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 19 บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1 ผลลัพธ์ข้อมูลของการจำลองสถานการณ์ 24 4.2 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบข้อมูล 27 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 31 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 33 5.2 ข้อจำกัดในการศึกษา 33 5.3 ข้อเสนอแนะ 33 บรรณานุกรม 34 ภาคผนวก 35 ภาคผนวก ก. แสดงข้อมูลการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ จากโปรแกรมจำลองสถานการณ์ (FlexSim) 36 อักขราวิสุทธิ์ 43 ประวัติผู้ศึกษา 45
ฉ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 2.1 ระบบการจัดเก็บโดยไร้รูปแบบ (Informal System) 8 ตารางที่ 2.2 ระบบจัดเก็บโดยกำหนดตำแหน่งตายตัว (Fixed Location System) 8 ตารางที่ 2.3 ระบบการจัดเก็บโดยจัดเรียงตามรหัสสินค้า (Part Number System) 9 ตารางที่ 2.4 ระบบการจัดเก็บสินค้าตามประเภทของสินค้า (Commodity System) 9 ตารางที่ 2.5 ระบบการจัดเก็บที่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว (Random Location System) 10 ตารางที่ 2.6 ระบบการจัดเก็บแบบผสม (Combination System) 10 ตารางที่ 3.1 แสดงรายการสินค้าภายในคลังสินค้ากรณีศึกษา 18 ตารางที่ 3.2 แสดงจำนวนที่สินค้าออก 20 ตารางที่ 3.3 การคำนวณจำนวนสินค้าออกเป็นร้อยละ 20 ตารางที่ 3.4 แสดงค่ากำหนดของจำนวนสินค้าที่ใช้ในแบบจำลองสถานการณ์ 22 ตารางที่ 4.1 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 1 24 ตารางที่ 4.2 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 2 25 ตารางที่ 4.3 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 3 26 ตารางที่ 4.4 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 2 27 ตารางที่ 4.5 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 2 27 ตารางที่ 4.6 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 3 28 ตารางที่ 4.7 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 3 28 ตารางที่ 4.8 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 2 และ รูปแบบที่ 3 29 ตารางที่ 4.9 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 2 และ รูปแบบที่ 3 29 ตารางที่ 4.10 ข้อดี-ข้อเสียของรูปแบบการจัดเก็บสินค้าทั้ง 2 รูปแบบ 30 ตารางที่ 5.1 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 1 และ แบบที่ 2 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุด และปานกลาง 31 ตารางที่ 5.2 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 1 และ แบบที่ 3 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุด และปานกลาง 32 ตารางที่ 5.3 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 2 และ แบบที่ 3 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุด และปานกลาง 32
ช สารบัญรูปภาพ หน้า รูปที่ 1.1 โลโก้ บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท บัคส์ โลจิสติกส์ 1 รูปที่ 1.2 การจัดวางสินค้าโดยวางตามพื้นที่ที่ว่าง 2 รูปที่ 2.1 โปรแกรมจำลองสถานการณ์ FlexSim 7 รูปที่ 2.2 การวิเคราะการจัดกลุ่มด้วยระบบ FSN (FSN Analysis) 12 รูปที่ 3.1 บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด 16 รูปที่ 3.2 กระบวนการทำงานในคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา 17 รูปที่ 3.3 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags 18 รูปที่ 3.4 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag 18 รูปที่ 3.5 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags 18 รูปที่ 3.6 Ecobiol 500 18 รูปที่ 3.7 กราฟแผนภูมิเส้นแสดงจำนวนของสินค้าในเดือน กรกฎาคม 19 รูปที่ 3.8 กราฟแผนภูมิเส้นแสดงจำนวนของสินค้าในเดือน 19 รูปที่ 3.9 พื้นที่คลังสินค้า บริษัทกรณีศึกษา 21 รูปที่ 3.10 Zone พื้นที่ภายในคลังสินค้า 21 รูปที่ 3.11 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 1 แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวาง 22 รูปที่ 3.12 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 2 แบ่งสินค้ารายการเดียวกันผสม FSN และโซน 22 รูปที่ 3.13 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN 23 รูปที่ 4.1 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 1 24 รูปที่ 4.2 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 2 25 รูปที่ 4.3 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 3 26 รูปที่ ก.1 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A01_A02 และ ตำแหน่ง A03_A04 37 รูปที่ ก.2 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A05_A06 และ ตำแหน่ง A07_A08 37 รูปที่ ก.3 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A09_A010 และ ตำแหน่ง A011_A12 38 รูปที่ ก.4 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A13 และ ตำแหน่ง A14 38 รูปที่ ก.5 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง B03 และ ตำแหน่งฺ B04 39 รูปที่ ก.6 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง B05 และ ตำแหน่ง B06 39
ซ สารบัญรูปภาพ(ต่อ) หน้า รูปที่ ก.7 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง B07 และ ตำแหน่ง C01 40 รูปที่ ก.8 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง C02 และ ตำแหน่ง C03 40 รูปที่ ก.9 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง C04 และ ตำแหน่ง C05 41 รูปที่ ก.10 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง D01_D02 และ ตำแหน่ง D03_D04 41 รูปที่ ก.11 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง D05_D06 และ ตำแหน่ง D07_D08 42 รูปที่ ก.12 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง D09_D10 42
1 รูปที่ 1.1 โลโก้ บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท บัคส์ โลจิสติกส์ แหล่งที่มา : https://www.pathum-transport.co.th/ บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ ในปัจจุบันภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูง จึงตระหนักถึงความสำคัญการบริหารด้านโลจิสติกส์ ในด้านการจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบในการผลิตต่างมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ โดยการประยุกต์ใช้เทคนิค และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ประสิทธิภาพของพื้นที่ในคลังสินค้าสูงสุดซึ่งในระบบการผลิตจะเริ่มจากการรับ วัตถุดิบเข้ามาในโรงงานผ่านกระบวนผลิตจนท้ายที่สุดได้สินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ออกไปคลังสินค้าเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจการผลิต ธุรกิจการซื้อขายเป็นอย่างมากโดยปกติ คลังสินค้ามีหน้าที่ในการจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบเพื่อรอเคลื่อนย้ายนำออกไปซื้อขายหรือนำไปเพื่อใช้ในการ ผลิตสินค้าต่อในอุตสาหกรรมหากมีการจัดการคลังสินค้าที่ดีก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาในการบริหารและดำเนินกิจกรรมทางการค้าให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ เปลี่ยนแปลงไป การจัดการพื้นที่ใช้สอยในคลังสินค้าจึงเป็นตัวเลือกที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตระหนักถึง เพราะถ้าหากมีการบริหารจัดการคลังสินค้าไม่เหมาะสม อาจจะทำให้ส่งผลกระทบถึงค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆได้ บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด (Pathum transport) เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการรับ-ส่งสินค้า และกระจายสินค้า ซึ่งเน้นให้บริการกลุ่มลูกค้าที่เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,อะไหล่รถยนต์ เม็ด พลาสติก รวมถึงการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคและมีบริษัทในเครือโดยทางบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ได้ทำการเซ็นร่วมทุนกับโอซึกะ แวร์เฮ้า (Otsuka warehouse) เปิดบริษัท บัคส์ โลจิสติกส์ (Bucks logistics) ที่ให้บริการด้านคลังสินค้าให้เช่าพื้นที่และการบริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรเป็นคลังสินค้ายกพื้น พร้อมช่อง โหลดรถเทรลเลอร์
2 จากการสำรวจปัญหาของบริษัทกรณีศึกษาด้วยการประเมินศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของคลังสินค้า กรณีศึกษาพบว่าคลังสินค้าจัดเก็บสินค้าจำพวกผงอะมิโนในอาหารสัตว์ ในลักษณะถุงกระดาษ (Paper Bag) และ ถุงใหญ่ (Big bag) วางบนพาเลทโดยเป็นการวางพื้นภายในคลังสินค้าและเนื่องจากว่าทางบริษัทมีลูกค้า มาเช่าในพื้นที่คลังสินค้าเดิมที่ตัวสินค้าอยู่ทำให้ทางบริษัทจัดทำคลังสินค้าขึ้นมาใหม่เพื่อย้ายสินค้าจากที่เดิมมา ในพื้นที่เก็บคลังสินค้าใหม่ แต่ด้วยทางบริษัทยังไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่งสินค้าการจัดวางสินค้าให้เหมาะสม กับการเข้า-ออกของสินค้าแต่ละประเภทสินค้าโดยทั่วไปจะเป็นการจัดวางในพื้นที่ที่ว่างอยู่ ทำให้การจัดวาง สินค้ายังไม่สามารถระบุตำแหน่งสินค้าที่ตั้งของสินค้าแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการ นำเทคนิคการจำลองสถานการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับโลจิสติกส์นำมาประยุกต์ใช้สำหรับการตัดสินใจเลือกผังใน การจัดวางสินค้าภายในคลังสินค้าของงานวิจัยในครั้งนี้ 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อศึกษาการวางแผนและบริหารพื้นที่ภายในคลังสินค้าอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 1.2.2 เพื่อศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกจัดวางตำแหน่งของสินค้าในการจัดเก็บสินค้า 1.2.3 เพื่อศึกษาระยะทางในการหยิบสินค้าที่สั้นและจัดวางสินค้าในตำแหน่งที่เหมาะสมให้สอดคล้อง กับความต้องการของสินค้าโดยใช้การจำลองสถานการณ์ 1.3 ขอบเขตของการวิจัย ขอบเขตในการศึกษาวิจัยเป็นการวิเคราะห์ตำแหน่งในการจัดวางที่เหมาะสมโดยใช้ข้อมูลปริมาณ สินค้าที่มีในช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 – สิงหาคม 2566 เพื่อนำมากำหนดการจัดวางในตำแหน่งสินค้าที่ เหมาะสมแนวคิดเกี่ยวกับโลจิสติกส์นำมาประยุกต์ใช้สำหรับการตัดสินใจจัดทำผังในการเลือกตำแหน่งการจัด วางสินค้าภายในคลังสินค้าของงานวิจัยในครั้งนี้ รูปที่ 1.2 การจัดวางสินค้าโดยวางตามพื้นที่ที่ว่าง
3 1.3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา นำโปรแกรม FlexSim ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างแบบจำลองสถานการณ์ โดยการจำลอง สถานการณ์การปฏิบัติของระบบการทำงานและระยะทาง นำมาใช้ในการศึกษาวิจัยในการจำลองสถานการณ์ ในการจัดวางตำแหน่งของสินค้า 1.3.2 ขอบเขตด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการจัดทำวิจัยเป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 – เดือน ตุลาคม พ.ศ.2566 1.3.3 ขอบเขตด้านสถานที่ บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ( Pathum transport ) สาขาอยุธยา เลขที่ 97 หมู่ 1 ตำบล คุ้งลาน อำเภอ บางปะอิน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 13160 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1 การจัดวางสินค้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะช่วยลดระยะทางในกระบวนการหยิบสินค้า 1.4.2 การจัดวางตำแหน่งสินค้าที่มีการใช้พื้นที่อย่างเป็นประสิทธิภาพและการออกแบบคลังสินค้าที่มี ความสอดคล้องกับความต้องการของสินค้า 1.4.3 การเลือกจัดวางตำแหน่งของสินค้าที่สามารถช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและการ จัดเก็บเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้าในอนาคต 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.5.1 คลังสินค้า (Warehouse) : สถานที่หรือพื้นที่ที่ใช้ในการเก็บสินค้าและวัตถุดิบต่าง ๆ โดยมักมี การจัดเก็บและการจัดการสินค้าเพื่อรองรับกระบวนการจัดจำหน่ายและการผลิต 1.5.2 การจัดตำแหน่งการวางสินค้า (Inventory Positioning): กระบวนการหรือการวางแผนการจัด ตำแหน่งของสินค้าภายในคลังสินค้าเพื่อให้มีการเข้าถึงและการจัดจำหน่ายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการ คำนึงถึงปัจจัยเช่นความถี่การใช้งานและความสำคัญของสินค้า 1.5.3 การจัดการคลังสินค้า (Inventory Management): กระบวนการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การวางแผนการจัดเก็บและการจัดจำหน่ายสินค้าในคลังสินค้าเพื่อควบคุมระดับสินค้าและลดค่าใช้จ่าย 1.5.4 การวิเคราะห์เอฟเอสเอ็น FSN Analysis: การวิเคราะห์จัดแบ่งกลุ่มสินค้าตามความถี่ในการใช้ งาน พิจารณาตามอัตราการหมุนเวียนเร็ว ช้า และไม่หมุนเวียน
4 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้จัดทำการวิจัยเรื่องการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิค การจำลองสถานการณ์ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา ซึ่งมี สาระสำคัญดังนี้ 2.1 ทฤษฎีการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) 2.2 ประเภทของสินค้าคงคลัง 2.3 โปรแกรม FlexSim 2.4 กลยุทธ์การจัดเก็บ (Storage Strategy) ในคลังสินค้า 2.5 การวิเคราะห์จัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการใช้ (FSN Analysis) 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) ความหมายของการจัดการคลังสินค้า (Introduction to Warehouse Management) คลังสินค้า (Warehouse) หมายถึงพื้นที่ที่ได้วางแผนแล้วเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานและการ เคลื่อนย้ายสินค้าและวัตถุดิบ โดยคลังสินค้ามีหน้าที่ ในการเก็บสินค้าระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้าย เพื่อคอย ซัพพอร์ตการผลิตและการกระจายสินค้า ซึ่งสินค้าที่เก็บในคลังสินค้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ วัตถุดิบ (Material) ซึ่งอยู่ในรูป วัตถุดิบ ส่วนประกอบและชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปหรือสินค้า จะนับรวมไป ถึงงานระหว่างการผลิต ตลอดจนสินค้าที่ต้องการทิ้งและสินค้าที่นำมาใช้ใหม่ (คำนาย อภิปรัชญาสกุล, 2550) ดังนั้นการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทจึงควรจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดนโยบายการ ดำเนินงานและการวางแผนการดำเนินงานไปในทิศทางที่แต่ละบริษัทต้องการให้เป็นไปและบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยการนำเอาระบบการจัดการหรือกิจกรรมของโลจิสติกส์มาประยุกต์ใช้จะต้องมี ความสัมพันธ์กันและสอดคล้องกันในแต่ละกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมการจัดการโลจิสติกส์อันมุ่งไปที่การคลังสินค้า จะมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (คำนาย อภิปรัชญาสกุล,2550) 1. การกำหนดหน้าที่ในการจัดการที่เป็นขั้นตอนตามลำดับเป็นกระบวนการดำเนินงานซึ่งผู้บริหาร จะต้องเป็นผู้กระทำ โดยมีการจัดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของบุคลากร รวมถึงการกำหนดกิจกรรมต่างๆ ที่ จำเป็นสำหรับการบรรลุเป้าหมาย พร้อมทั้งส่งมอบอำนาจหน้าที่ไปยังผู้รับผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่เก็บ รักษาอยู่ในคลังสินค้าเกิดความเสียหาย สูญหายและเสื่อมสภาพ 2. การจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบและมีระเบียบในพื้นที่เก็บรักษา ทำให้สินค้าอยู่ในสภาพพร้อม สำหรับการจัดส่งออกไป เพื่อจำหน่ายหรือใช้งานตามความมุ่งหมาย เนื่องจากสินค้าบางอย่างมีความ จำเป็นต้องมีการวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นผลทำให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
5 3. สินค้าแต่ละชนิดต้องมีการจัดเก็บในคลังสินค้าอย่างเหมาะสม มีการแยกประเภทของสินค้าอย่าง ชัดเจน มีการรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพเดิมพร้อมใช้งานเสมอการเคลื่อนย้ายสินค้าต้องมีความระมัดระวังและ ถูกต้องเพื่อ ให้การดำเนินกิจการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บรรลุผลสำเร็จตาม วัตถุประสงค์ของคลังสินค้าแต่ละประเภทที่กำหนดไว้ สินค้าต้องเก็บไว้ในพื้นที่ที่ได้วางแผนไว้ คลังสินค้าและ กิจกรรมจัดเก็บจึงรองรับความต้องการในการเก็บสินค้าในกิจกรรมโลจิสติกส์ มีหน้าที่กำหนดพื้นที่ที่ต้องการ การวางผังการจัดเก็บในคลังสินค้า การออกข้อกำหดนของคลังสินค้า การเติมหรือการสร้างสต๊อกทดแทน กิจกรรมนี้ไม่เหมือนกับการควบคุมสินค้าในคลังสินค้า เพราะว่าเป็นการนำข้อมูลจากกิจกรรมในการปฏิบัติงาน ในคลังสินค้ามาใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า 4. ในโลกของการทำงานถ้าสินค้าสามารถผลิตและขนส่งให้ลูกค้าทันทีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสินค้าคง คลัง เพราะสินค้าคงคลังเป็นตัวที่รองรับในระบบการให้บริการลูกค้า โดยจากลูกค้าภายในบริษัทคือ สนับสนุน การผลิตแก่โรงงานหรือสนับสนุนการตลาดจากโรงงานไปยังลูกค้าภายนอก ต้นทุนในการลงทุนด้านสินค้าคง คลังยังมีความจำเป็นในกรณีที่ไม่มีความแน่นอนของความต้องการจากลูกค้าดังนั้นระดับสินค้าในคลังสินค้าที่ดี ที่สุด จำเป็นต้องมีการควบคุม เพราะทำให้ต้นทุนในการเก็บรักษาดีที่สุด โดยสามารถรักษาระดับการให้บริการ แก่ลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในการผลิต จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อกำหนดแนวทางการ ดำเนินงานตามที่ได้วางแผนไว้เกี่ยวกับการเก็บรักษาและคงสภาพของสินค้าให้เหมือนกับที่รับเข้ามา ทั้ง ปริมาณ และคุณภาพ 5. การออกแบบผังคลังสินค้าที่ดีที่สุดคือ การมีระยะทางการเคลื่อนที่ของการขนถ่ายสินค้าระหว่าง กิจกรรมหรือระหว่างหน่วยงานน้อยที่สุด การเคลื่อนย้ายสินค้าโดยจะรวมถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้า สำเร็จรูป สินค้าคงคลังในระหว่างการผลิตและสินค้าสำเร็จรูป สินค้าคงคลังในระหว่างการผลิตและสินค้า สำเร็จรูปภายในโรงงานและคลังสินค้า การเคลื่อนย้ายสินค้า กระบวนการเลือกหยิบสินค้า การจัดเก็บและนำ สินค้าออกจากคลังสินค้า ซึ่งการนำเอาระบบหรือเทคนิคทางด้านโลจิสติกส์มาใช้ในการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือ ทดแทนการเคลื่อนย้ายที่ไม่ทำให้เกิดมูลค่าและหาทางที่จะลดต้นทุนของการจัดการโลจิสติกส์(วิทยา สุหฤท ดำรง, 2549) 2.2 ประเภทของสินค้าคงคลัง สินค้าคงคลังสามารถแยกประเภทด้วยเกณฑ์ต่างๆ ได้ดังนี้ Heizer and Render (2005) ได้ศึกษาและแบ่งประเภทของสินค้าคงคลังตามลักษณะของสินค้าออกเป็น 4 ประเภทดังนี้ 1. สินค้าคงคลังที่เป็นวัตถุดิบ (Raw material inventory) คือสินค้าที่ซื้อเข้ามาเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ผลิต ซึ่งจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ขายปัจจัยการผลิต (Supplier) ดังนั้นควรเลือกผู้ขายปัจจัยการผลิตที่มี ความแน่นอนในเรื่องคุณภาพดังนั้นควรเลือกผู้ขายปัจจัยการผลิตที่มีความแน่นอนในเรื่องคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ ประมาณ และความตรงต่อเวลาในการจัดส่ง เพราะวัตถุดิบเป็นปัจจัยที่สําคัญอย่างหนึ่งของการผลิต
6 ที่จะต้องมีการวางแผนสํารองไว้อย่างเพียงพอและ สอดคล้องกับตารางเวลาการผลิต การตัดสินใจเกี่ยวกับการ จัดซื้อวัตถุดิบโดยทั่วไปแล้วมักนิยมจัดซื้อครั้งละเป็นจํานวนมากเพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบรรทุกแลการ ขนส่งหรือในบางวัตถุดิบที่มีการตกลงในเรื่องราคาขายว่าถ้าซื้อในจํานวนมาก ราคาขายต่อหน่วยจะลดลงก็จะ ทำให้ซื้อได้ถูกลงนอกจากนี้การสั่งซื้อในจํานวนมากๆ ในแต่ละครั้งยังจะช่วยป้องกันไม่ให้วัตถุดิบ ขาดแคลนใน กรณีที่เกิดสภาวะของความไม่แน่นอน เช่น ความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปในทางเพิ่มขึ้นหรือ เกิดปัญหาล่าช้าจากการจัดส่ง ถ้าไม่มีการสํารองวัตถุดิบไว้ใช้ อาจจะทำให้สายงานการผลิตหยุดชะงักได้ ในทาง กลับกันถ้าซื้อประมาณมากเกินไป และเกิดสภาวะความไม่แน่นอนของความต้องการของลูกค้าไปในทางลดลง ก็จะเกิดต้นทุนในการเก็บสินค้าที่เพิ่มขึ้นดังนั้นในการบริหารสินค้าคงคลังของประเภทนี้จึงจะต้องพิจารณา แนวโน้มของความต้องการของลูกค้า หรือข้อมูลการพยากรณ์ และคุณภาพของผู้ขายประกอบการตัดสินใจด้วย 2. สินค้าคงคลังระหว่างการผลิต (Work-in-Process, WIP) คือสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิต มาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้นครบตามกระบวนการผลิต นั่นคือต้องรอเข้ากระบวนการถัดไป เพื่อให้ครบรอบ เวลาของการผลิต ในกระบวนการผลิตอาจจะต้องผ่านหลายขั้นตอนวัตถุดิบที่เข้าไปในแต่ละขั้นตอนอาจจะไม่มี ความสมดุลกันตลอดสายงานเนื่องจากประสบปัญหาต่างๆ เช่น เครื่องจักรขัดข้อง ทําให้วัตถุดิบที่จะป้อนเข้าสู่ อีกกระบวนการหนึ่งมีไม่เพียงพอ ในกรณีที่เครื่องจักร นั้นได้ใช้วัตถุดิบนั้นๆ ไปแต่ไม่ได้ผลผลิตออกมาเพื่อเข้าสู่ กระบวนการถัดไปเกิดเป็นของเสียใน ระหว่างการผลิต หรือวัตถุดิบอาจจะมีปริมาณมากเกินไป ถ้าหยุด เครื่องจักร ได้ทัน ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังของสินค้าประเภทนี้จึงเป็นสิ่งจําเป็นเพราะจะทําให้สามารถ ดําเนินการผลิตต่อไปได้โดยไม่ติดขัด 3.สินค้าคงคลังประเภทอะไหล่สำหรับการซ่อมบํารุง (Maintenancd/Repair/Operating , MROs) คือกลุ่มสินค้าประเภทอะไหล่และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีสํารองไว้เพื่องานซ่อมบํารุงทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ภาวะอะไหล่ขาดแคลน หรือหาซื้อไม่ได้ในยามที่อุปกรณ์ชํารุด เสียหาย 4.สินค้าคงคลังประเภทสินค้าสําเร็จรูป (Finished goods inventory) คือกลุ่มสินค้าที่ผ่าน กระบวนการผลิตขั้นสุดท้ายแล้ว มีความพร้อมที่จะส่งขายทันทีทําการเก็บรักษาเพื่อสํารองไว้ขายให้ลูกค้าได้ ตลอดเวลาและนับว่าเป็นทรัพย์สินของบริษัท สินค้าคงคลังประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับ ความต้องการของลูกค้า ดังนั้นถ้าความต้องการของลูกค้ามีความไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาย่อมส่งผลให้กับระดับประมาณ ของสินค้าคงคลัง การมีสินค้าสําเร็จรูปคงคลังไว้ก็สามารถก่อประโยชน์ในแง่ต่างๆ ได้ เช่น ป้องกันการขาด แคลนสินค้าในกรณีที่ความต้องการมีมากกว่าสินค้าที่ได้จากการพยากรณ์ ช่วยให้การผลิตสินค้าสามารถดําเนิน ต่อไปได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลหรือตามความ ต้องการลูกค้า ช่วยลดปัญหาของการทำงานล่วงเวลาในช่วงที่มีความต้องการสินค้าสูง และยังสามารถจะใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ทําการผลิตสินค้าและเก็บสํารองไว้ในช่วงที่ความต้องการสินค้ายังต่ำอยู่ แต่การเก็บสต็อคของ
7 รูปที่ 2.1 โปรแกรมจำลองสถานการณ์ FlexSim แหล่งที่มา : https://www.flexsim.com/ สินค้าสําเร็จรูปก็ต้องมีข้อจํากัดคือมูลค่าของสินค้าจะมีมูลค่าสูงกว่าสินค้าคงคลังประเภทอื่นๆ เพราะต้นทุน ต่างๆ จะรวมอยู่ในมูลค่าของสินค้าประเภทนี้แล้ว 2.3 โปรแกรม FlexSim FlexSim คือโปรแกรมสำหรับจำลองและจัดการกระบวนการทางธุรกิจ โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการการผลิตและการจัดการโรงงาน โปรแกรมนี้มีความสามารถในการจำลองกระบวนการทางธุรกิจ ในรูปแบบที่สมจริง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการของพวกเขาได้อย่างมี ประสิทธิภาพและปลอดภัยก่อนที่จะนำมาใช้จริง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการทดลองใน สภาวะจริงขององค์กรคุณสมบัติและการใช้งานหลักของ FlexSim ประกอบด้วย 1. การจำลองกระบวนการ: ช่วยให้ผู้ใช้สร้างและจำลองกระบวนการทางธุรกิจของพวกเค้าในรูปแบบ ที่สมจริง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการทดสอบและปรับปรุงกระบวนการ 2. การจัดการโรงงานและคลังสินค้า : โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับการจำลองและวางแผนการทำงาน ของโรงงานและคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร 3. การจำลองกระบวนการการบริการ : มีความสามารถในการจำลองกระบวนการการบริการ เช่น การจัดการคิวในร้านค้าหรือบริการลูกค้า 4. การวางแผนและการออกแบบ : ผู้ใช้สามารถใช้FlexSimเพื่อวางแผนและออกแบบโครงสร้างและ กระบวนการในองค์กรของพวกเขา 5. การจำลองการควบคุมและการตัดสินใจ : โปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้ใช้จำลองและทดสอบการควบคุมและ การตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อให้เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงก่อนการนำมาใช้ในสภาวะจริง 6. การรายงานและการวิเคราะห์: FlexSim มีเครื่องมือสำหรับการรายงานและการวิเคราะห์ผลข้อมูล จากการจำลอง เพื่อช่วยในการตัดสินใจและการวางแผน FlexSim มักถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมผลิต, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, อุตสาหกรรม บริการ, และอื่น ๆ ซึ่งมีการใช้งานทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อปรับปรุงกระบวนการและการบริหารงานอย่างมี ประสิทธิภาพ.
8 แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html 2.4 กลยุทธ์การจัดเก็บ (Storage Strategy) ในคลังสินค้า James และ Jerry (1998) ได้กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง The Warehouse Management Handbook; the second edition โดยมีการจัดแบ่งรูปแบบในการจัดเก็บสินค้านั้นออกเป็น 6 แนวคิด คือ 2.4.1. ระบบการจัดเก็บโดยไร้รูปแบบ (Informal System) เป็นรูปแบบการจัดเก็บสินค้าที่ไม่มีการ บันทึกตำแหน่งการจัดเก็บเข้าไว้ในระบบและสินค้าทุกชนิดสามารถจัดเก็บไว้ตำแหน่งใดก็ได้ในคลังสินค้า ซึ่ง พนักงานที่ปฏิบัติงานในคลังสินค้านั้นจะเป็นที่สามารถรู้ตำแหน่งในที่จัดเก็บรวมทั้งจำนวนที่จัดเก็บ สำหรับใน การทำงานในนั้นจะมีการแบ่งพนักงานที่รับผิดชอบเฉพาะ โดยที่พนักงานแต่ละคนนั้นไม่ได้มีแนวทางการใน เรื่องการจัดเก็บแล้วแต่ พนักงานที่รับผิดชอบ ทำให้ไม่ได้มีแนวทางที่เหมือนกันจึงทำให้อาจเกิดปัญหาการ จัดเก็บหรือการที่หาสินค้านั้นไม่เจอ ตารางที่2.1 ระบบการจัดเก็บโดยไร้รูปแบบ (Informal System) ข้อดี ข้อเสีย - ไม่ต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือ - มีความยืดหยุ่นสูงในการจัดเก็บสินค้า - ยากในการหาสินค้า - ขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานคลังสินค้า - ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้า 2.4.2 ระบบจัดเก็บโดยกำหนดตำแหน่งตายตัว (Fixed Location System) คือการจัดเก็บสินค้า รูปแบบที่ สินค้าทุกชนิดหรือทุก SKU นั้นจะมีตำแหน่งจัดเก็บที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งการจัดเก็บรูปแบบนี้ เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีขนาดเล็ก มีจำนวนพนักงานที่น้อยและมีจำนวนสินค้าหรือรายการสินค้าที่จัดเก็บ น้อย แต่หากมีสินค้าที่มีการสั่งซื้อเข้ามามากจนเกินจำนวนตำแหน่งที่กำหนดไว้ของสินค้าชนิดนั้นและหากมีที่ สินค้าชนิดที่มีการสั่งซื้อเข้า มาน้อยในช่วงเวลานั้น จะทำให้เกิดพื้นที่ที่เตรียมไว้นั้นว่าง ซึ่งทำให้ไม่เป็นการใช้ ประโยชน์ของพื้นที่ในการจัดเก็บที่ดี ตารางที่2.2 ระบบจัดเก็บโดยกำหนดตำแหน่งตายตัว (Fixed Location System) ข้อดี ข้อเสีย - ง่ายต่อการนำไปใช้ - ง่ายต่อการปฏิบัติงาน - ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่ได้ไม่เต็มความสามารถ - ต้องเสียพื้นที่จัดเก็บโดยเปล่าประโยชน์เมื่อเวลาที่ไม่มีสินค้าอยู่ใน คลังสินค้า - ต้องใช้พื้นที่มากหลายตำแหน่งในการจัดเก็บสินค้า - ยากต่อการเพิ่มความสามารถพื้นที่จัดเก็บ - หากมีสินค้าหลายรายทำให้ยากต่อการจดจำตำแหน่งจัดเก็บสินค้า
9 แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html 2.4.3 ระบบการจัดเก็บโดยจัดเรียงตามรหัสสินค้า (Part Number System) รูปแบบการจัดเก็บโดย ใช้รหัสสินค้า (Part Number) มีแนวคิดใกล้เคียงกับการจัดเก็บแบบกำหนดตำแหน่งตายตัว (Fixed Location) โดยไม่เหมือนกันที่การเก็บแบบใช้รหัสสินค้า และมีลำดับการจัดเก็บเรียงกัน ซึ่งทำให้การจัดเก็บแบบนี้จะ เหมาะกับสินค้าที่มีความต้องการส่งเข้า และนำออกของสินค้าที่มีจำนวนคงที่เนื่องจากมีการกำหนดตำแหน่ง การจัดเก็บของสินค้าไว้ก่อนแล้ว ในการจัดเก็บแบบรหัสสินค้านี้ จะทำให้พนักงานรู้ตำแหน่งของสินค้าได้ง่าย แต่จะไม่มีความยืดหยุ่นในกรณีที่มีความต้องการขยายจำนวนรายการสินค้า ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องพื้นที่ใน การจัดเก็บ ตารางที่2.3 ระบบการจัดเก็บโดยจัดเรียงตามรหัสสินค้า (Part Number System) ข้อดี ข้อเสีย - ง่ายต่อการค้นหาสินค้า - ง่ายต่อการหยิบสินค้า - ง่ายต่อการนำไปใช้ - ไม่จำเป็นต้องมีการบันทึกตำแหน่งสินค้า - ไม่ยืดหยุ่น - ยากต่อการปรับปริมาณความต้องการสินค้า - การเพิ่มการจัดเก็บสินค้าใหม่จะมีผลกระทบ ต่อการจัดเก็บสินค้าเดิมทั้งหมด - ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่ได้ไม่เต็มที่ 2.4.4 ระบบการจัดเก็บสินค้าตามประเภทของสินค้า (Commodity System) เป็นรูปแบบการจัดเก็บ สินค้าตามประเภทของสินค้าหรือประเภทสินค้า (product type) ที่มีการจัดวางสินค้าในกลุ่มเดียวกันหรือ ประเภทเดียวกันไว้ ตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรูปแบบในการจัดเก็บสินค้าแบบนี้จัดอยู่ในระบบการจัดเก็บแบบ ผสมซึ่งจะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้าคือมีการเน้นเรื่อง การใช้งานพื้นที่จัดเก็บ มากขึ้น และยังง่ายต่อพนักงานหยิบสินค้าในการทราบถึงตำแหน่งของสินค้าที่จะต้องไปหยิบ แต่จำเป็นต้องมีความรู้ใน เรื่องของสินค้าแต่ละชิดหรือแต่ละยี่ห้อที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกันอาจทำให้เกิดการหยิบสินค้าผิดได้ ตารางที่2.4 ระบบการจัดเก็บสินค้าตามประเภทของสินค้า (Commodity System) ข้อดี ข้อเสีย - สินค้าถูกแบ่งตามประเภททำให้พนักงานเข้าได้ได้ง่าย - การหยิบสินค้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ - มีความยืดหยุ่นสูง - ในกรณีที่สินค้าประเภทเดียวกันมีหลายรุ่น/ยี่ห้อ อาจทำให้หยิบสินค้าผิดรุ่น/ยี่ห้อได้ - จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องของสินค้า - การใช้สอยพื้นที่จัดเก็บดีขึ้นแต่ยังไม่ดีที่สุด - สินค้าบางอย่างอาจยุ่งยากในการจัดประเภท สินค้า
10 แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html 2.4.5 ระบบการจัดเก็บที่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว (Random Location System) เป็นการ จัดเก็บที่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว ทำให้สินค้าแต่ละชนิดสามารถถูกจัดเก็บไว้ในตำแหน่งใดก็ได้ใน คลังสินค้า แต่ระบบการจัดเก็บระบบนี้จำเป็นต้องมีระบบสารสนเทศในการจัดเก็บและติดตาม ข้อมูลของ สินค้าว่าจัดเก็บอยู่ในตำแหน่งใดโดยระบบการจัดเก็บรูปแบบนี้ต้องมีปรับเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลาเสมอ ซึ่ง ในการจัดเก็บแบบนี้จะเป็นรูปแบบที่ใช้พื้นที่จัดเก็บอย่างเต็มประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่จัดเก็บและเป็นระบบ ที่ถือว่ามีความสามารถในการจัดเก็บและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาเหมาะกับคลังสินค้าทุกประเภทและ ขนาดของสินค้า ตารางที่2.5 ระบบการจัดเก็บที่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว (Random Location System) ข้อดี ข้อเสีย - สามารถใช้งานพื้นที่จัดเก็บได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด - มีความยืดหยุ่นสูง - ง่ายต่อการขยายการจัดเก็บ - ง่ายในการปฏิบัติงาน - ระยะทางเดินหยิบสินค้าไม่ไกล - ต้องมีการบันทึกข้อมูลการจัดเก็บสินค้า อย่างละเอียดและมีประสิทธิภาพ - ต้องคอยติดตามการบันทึกข้อมูลการ จัดเก็บ 2.4.6 ระบบการจัดเก็บแบบผสม (Combination System) เป็นรูปแบบการจัดเก็บที่ผสมกันของการ จัดเก็บรูปแบบอื่นๆตามความสามารถของคลังอย่างเหมาะสม โดยตำแหน่งในการจัดเก็บนั้นควรจะมีการ พิจารณาจากเงื่อนไขและข้อจำกัดของสินค้าแต่ละชนิด ซึ่งถือเป็นรูปแบบการจัดเก็บแบบกำหนดตำแหน่ง ตายตัว หากมีพื้นที่ที่เหลือในคลังสินค้า ควรคำนึงถึงเรื่องการใช้งานพื้นที่จัดเก็บ จึงอาจจะทำการจัดเก็บแบบ ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว (Random) ก็ได้ โดยรูปแบบการจัดเก็บแบบนี้เหมาะสำหรับคลังสินค้าทุกแบบ โดยเฉพาะคลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่และสินค้าที่จัดเก็บนั้นมีรายการสินค้าที่มาก ตารางที่2.6 ระบบการจัดเก็บแบบผสม (Combination System) ข้อดี ข้อเสีย - มีความยืดหยุ่นในการจัดเก็บ - เป็นการผสมข้อดีของระบบการจัดเก็บแต่ละรูปแบบ - สามารถปรับเปลี่ยนการจัดเก็บได้ตามสภาพของ คลังสินค้า - สามารถควบคุมการจัดเก็บได้เป็นอย่างดี - ขยายการจัดเก็บได้ง่าย - อาจทำให้พนักงานเกิดความสับสนเพราะเนื่องจาก มีระบบการจัดเก็บมากกว่า 1 วิธี - การใช้ประโยชน์จากพื้นที่จัดเก็บมีความไม่แน่นอน และมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
11 นอกจากนี้ Charles (1997) ได้เสนอแนวคิดในการจัดเก็บสินค้าไว้ 2 แนวคิด ดังนี้ 1. การจัดเก็บแบบสุ่ม (Random Storage) ซึ่งเป็นเทคนิคในการจัดเก็บสินค้าวิธีหนึ่งที่ทำการเก็บสินค้า ณ จุด หรือตำแหน่งที่ว่างได้ทั่วคลังสินค้าเนื่องจากไม่ได้มีการกำหนดพื้นที่ไว้เฉพาะสำหรับสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง 2. การจัดเก็บตามปริมาณความต้องการหยิบสินค้า (Volume-based Storage) ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดเก็บ สินค้าที่มีความต้องการสูงไว้อยู่ใกล้กับประตูเข้าออกเมื่อเปรียบเทียบลักษณะการจัดเก็บสินค้าแบบสุ่มมกับ แบบตามปริมาณความต้องการหยิบสินค้ามีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันคือ การจัดเก็บแบบตามปริมาณความ ต้องการหยิบสินค้า นั้นจะช่วยลดเวลาและระยะทางในการหยิบสินค้าแต่ข้อเสียคือทำให้เกิดความแออัดในช่อง ทางเดินที่เก็บสินค้าและทำให้เกิด ความไม่สมดุลในการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าแต่สำหรับจัดเก็บแบบสุ่มจะ เป็นวิธีที่มีการใช้ประโยชน์ของพื้นที่จัดเก็บได้ทั่วทั้งพื้นที่คลังสินค้าจะช่วยลดความแออัดของช่องทางเดิน แต่ ข้อเสียคือ ทำให้เสียเวลาในการไปหยิบสินค้ามากขึ้น เนื่องจากสินค้าที่มีการหยิบบ่อย อาจมีจัดเก็บในพื้นที่ที่ อยู่ไกลจากประตู เป็นต้น 2.5 การวิเคราะห์จัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการใช้ (FSN Analysis) (เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ,2561) FSN Analysis / เป็นการวิเคราะห์จัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการ ใช้งานหรือการคัดแยกสินค้าตามความถี่ในการใช้งานโดยจัดแบ่งตามความถี่ในการใช้งาน มีเกณฑ์การพิจารณา คือ - สินค้าที่มีการหมุนเวียนเร็ว (Fast Moving, F) คือ สินค้าที่มีความต้องการใช้งานถี่มีการเรียกใช้งาน บ่อย อาจกำหนดเวลาหมุนเวียนสูงสุดเป็น Y รอบ/เดือน หากมีระยะเวลารอบหมุนเวียนมีมากกว่า Y ก็จะจัด อยู่ในสินค้ากลุ่มที่มีการใช้งานถี่ มีการหมุนเวียนที่มาก - สินค้าที่มีการหมุนเวียนช้า (Slow Moving, S) คือ สินค้าที่มีความต้องการใช้งานต่อรอบในช่วงเวลา ไม่มากนัก มีค่าที่อยู่ในระหว่างระยะเวลารอบหมุนเวียนขั้นต่ำ X รอบ/เดือน แต่ยังไม่เกินระยะเวลารอบ หมุนเวียนสูงสุดที่กำหนด Y รอบ/เดือน - สินค้าที่ไม่มีการหมุนเวียน (Non Moving, N) คือ สินค้าที่มีความต้องการใช้งานน้อยมากบางครั้ง อาจแทบไม่ได้มีการนำมาใช้เลย ทำให้สินค้าในกลุ่มนี้แทบจะไม่มีการหมุนเวียนเลย ใช้ช่วงเวลาที่เก็บนานทำให้ มีอัตราการหมุนเวียนรอบต่อเดือนน้อย กำหนดเวลาหมุนเวียนต่ำกว่า X รอบ/เดือน การวิเคราะห์จัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการใช้ นั้นในส่วนของค่า X และ Y นั้นจะมีความแตกต่างกันในแต่ละ บริษัท การได้มาซึ่งความถี่นั้นต้องอาศัยการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ยเพื่อกำหนด ความถี่ทางสถิติ ข้อมูลนี้ ควรมีการการปรับระดับความสำคัญอยู่เสมอ เพราะในระยะเวลาที่เปลี่ยนไปที่ทำให้ ความต้องการในการผลิตอาจเปลี่ยนแปลงทำให้ความสำคัญของสินค้าก็เปลี่ยนไปด้วย - Fast-moving (F): สินค้าที่มีปริมาณการขายสูง, ซึ่งมูลค่าการขายสูง สามารถเป็นได้ 20% ของ รายการสินค้าแต่จะมีมูลค่าการขาย 80% ของรายการสินค้า - Slow-moving (S): สินค้าที่มีปริมาณการขายระดับกลาง ซึ่งมูลค่าการขายระดับกลาง สามารถ เป็นได้ 30% ของรายการสินค้า แต่จะมีมูลค่าการขาย 15% ของรายการสินค้า
12 - Non-moving (N): สินค้าที่มีปริมาณการขายต่ำ, ซึ่งมูลค่าการขายต่ำ สามารถเป็นได้ 50% ของ รายการสินค้า แต่จะมีมูลค่าการขาย 5% ของรายการสินค้า 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ณภัสณรรฑ์ วงษ์สมาจารย์ (2560) ศึกษาแนวทางการปรับปรุงแผนผังคลังสินค้าสำเร็จรูปเพื่อลด ระยะทางรวมของการเคลื่อนไหวของสินค้า กรณีศึกษา โรงงานผลิตเหล็กหล่อ ซึ่งเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่โรงงาน ที่ทำการศึกษาผลิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะของงานที่ผลิตเสร็จ คือ งานหล่อและงานแปรรูป สำหรับกลุ่มลูกค้าประกอบด้วย 5 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มรถยนต์ กลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มงานก่อสร้าง และกลุ่มงานรถไฟ จากการศึกษาปัญหาของคลังสินค้านั้น พบว่าการจัดเรียงสินค้าสำเร็จรูปในปัจจุบันไม่ เป็นไปตามแผนผังคลังสินค้าที่กำหนดไว้ อีกทั้งแผนผังนั้นก็ไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎีใดใด ทำให้พนักงงานต้องใช้ เวลาในการค้นหาสินค้าสำเร็จรูปที่ถูกจัดเก็บในคลังสินค้าและตรวจสอบการเข้าก่อนออกก่อน (First In first Out) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่คลังสินค้าสำเร็จรูป ด้วยการปรับแผนผังคลังสินค้า สำเร็จรูปและลดระยะทางรวมในการเคลื่อนย้ายสินค้า การดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงแผนผังสินค้าทำการ จัดกลุ่มสินค้า พิจารณาการปรับเปลี่ยนพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ เช่น กำหนดพื้นที่ทางเดินอุปกรณ์เคลื่อนย้ายและ ช่องทางเดินให้เป็นมาตราฐาน มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รับสินค้าจาหพื้นที่เดียวเป็น 2 พื้นที่ เพื่อแยกพื้นที่รับ สินค้าอย่างชัดเจน และใช้พื้นที่คลังให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลง ไปตามนโยบายของบริษัทและความเหมาะสม คือ พื้นที่จัดเก็บสินค้าต่างประเทศและพื้นที่จัดเก็บสินค้าสำรอง ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดเก็บบรรจุภัณฑ์แทน เพื่อให้พนักงงานควบคุมการรับการจ่ายสินค้าได้ง่ายขึ้น รูป 2.3 การวิเคราะการจัดกลุ่มด้วยระบบ FSN Analysis แหล่งที่มา : https://www.iok2u.com/article/logistics-supply-chain/wim-fsn-analysis
13 วรรณวิภา ชื่นเพ็ชร (2560) ศึกษาการวางผังคลังสินค้าสำเร็จรูปด้วยเทคนิค ABC ANALYSIS กรณีศึกษา บริษัท AAA จำกัด เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประเภทคลังจัดเก็บสินค้า ซึ่งจะมีสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดังนั้นมีความจำเป็นจะต้องมีการจัดการคลังสินค้าที่ดี เพื่อให้สินค้าให้เพียงพอต่อความ ต้องการของลูกค้าและเพื่อควบคุมต้นทุนในการเก็บสินค้าคงคลังต่ำที่สุดโดยไม่ให้สินค้าขาดมือจนเป็นสาเหตุให้ ธุรกิจเสียโอกาสทางการค้า รวมถึงเรื่องความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า และกิจกรรมการหยิบสินค้าซึ่งเป็น กิจกรรมที่ใช้เวลามากที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทำให้เกิดการล่าช้าในงานและเกิดต้นทุนในการ ดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความสูญเปล่า ผู้วิจัยทำการหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการ คลังสินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษา การประยุกต์ใช้เทคนิค ABC Analysis ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการคลัง และเพื่อศึกษาการลด ระยะเวลาในการหยิบ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดีและสามารถ ลดระยะเวลาและระยะทางในการเดินทางการหยิบสินค้าของพนักงานได้เป็นอย่างดี สุวิมล จุ้ยใจงาม (2556) ศึกษาการปรับปรุงการจัดวางสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทิส อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด เป็นการศึกษาเรื่องการเรียนรู้กระบวนการจัดการควบคลุมสินค้าคงคลัง เพื่อ นำมาปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทิส อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด มี วัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้กระบวนการจัดการควบคุมคลังสินค้า เพื่อปรับปรุงการจัดวางสินค้าคงคลัง โดยมีการ ดำเนินการตามหลักการออกแบบผังคลังสินค้าและทำแบบสอบถามใช้ในการประเมินผลระบบการจัดการสินค้า คงคลังในปัจจุบันนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดวางภายในสินค้าคงคลัง ซึ่งการปรับปรุงการจัดวาง สินค้าคงคลังทำให้บริษัทมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้นเนื่องจากเมื่อมีการกำหนดผังและพื้นที่ใน การจัดวางสินค้าที่ชัดเจนรวมถึงมีป้ายกำกับในการบ่งบอกชื่อสินค้าและปริมาณหลังการปรับปรุงถือว่ามีระบบ การจัดการอยู่ในเกณฑ์ดี และเมื่อเปรียบเทียบจากการสำรวจความคิดเห็นก่อนการปรบปรุงแล้วแสดงให้เห็นว่า กรปรับปรุงสินค้าคงคลังทำให้สภาพสินค้าคงคลังบริษัท ควอลิตี้ เอสเทิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดีขึ้น ปัญญา สำราญหันต์ (2564)ศึกษาการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการ จำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำน้ำแข็ง เป็นผู้ผลิตตัวแทนจำหน่ายเครื่องทำน้ำแข็งสำหรับ อุตสาหกรรมบริการ มีนโยบายที่จะเพิ่มกำลังผลิตและมีความจำเป็นที่ต้องการเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บด้วยเช่นกัน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปรียบเทียบตำแหน่งการจัดวางเครื่องทำน้ำแข็งของคลังสินค้าใหม่จำนวน 3 รูปแบบ คือ การกำหนดตำแหน่งการจัดวาง การแบ่งกลุ่มด้วยเทคนิค ABC ผสมกับการกำหนดตำแหน่งแบบ แนวลึก และแบบแบ่งกลุ่มด้วยเทคนิค ABC ผสมกับการกำหนดตำแหน่งแบบแนวกว้าง ผลการศึกษาการใช้ เทคนิคการจำลองสถาณการณ์(FlexSim) พบว่ารูปแบบการจัดวางสินค้าแบบผังที่ 2 การแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ที่แทนด้วย กลุ่ม A มีปริมาณคำสั่งซื้อมาก จัดวางไว้ส่วนหน้าใกล้ประตูทางออก กลุ่ม B มีปริมาณสั่งซื้อ
14 ปานกลาง จัดวางไว้ส่วนกลางของคลังสินค้า และ กลุ่ม C มีปริมาณการสั่งซื้อน้อย จึงจัดวงไว้ส่วนท้ายของ คลังสินค้า เนื่องจากมีรูปแบบที่ใช้เวลาในการทำงานน้อยที่สุด เจนรตชา แสงจันทร์ (2562) ได้ทำการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าโดย ประยุกต์ใช้ วิธีการจัดแบ่งสินค้าตามความถี่ในการใช้ กรณีศึกษา บริษัท แห่งหนึ่งใน อุตสาหกรรมการพิมพ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการในการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรค ในการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อลดระยะทางในการเคลื่อนย้ายสินค้า เพื่อลดระยะเวลาในการค้นหาสินค้า จากการวิเคราะห์งานวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าโดยประยุกต์ใช้วิธีการวิเคราะห์จัดแบ่ง สินค้าตามความถี่ในการใช้ โดยนำเทคนิค (Why-Why Analysis) มาค้นหาต้นเหตุของปัญหาพบว่าสาเหตุเกิด จากการขาดการบริหารจัดการคลังสินค้า ขาดการวางแผนในคลังสินค้า โดยใช้แผนภาพกระบวนการไหล (Flow Process Chart) เป็นการวิเคราะห์บันทึกข้อมูลกระบวนการปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงานจริงโดยมีการ เปรียบเทียบกระบวนการทำงานการจัดการคลังสินค้า การลดระยะทาง และเพิ่มขั้นตอนการทำงาน 1 ขั้นตอน เพื่อลดความผิดพลาดจาก 10 ขั้นตอนเป็น 11 ขั้นตอน ศึกษาสภาพปัญหาที่พบในบริษัท XYZ พบว่ายังมีการ แบ่งประเภทสินค้าคงคลังที่ต้องควบคุม จึงได้ประยุกต์ใช้การวิเคราะห์เอฟเอสเอ็น (FSN Analysis) เพื่อหา รายการสินค้าที่มีอัตราหมุนเวียนสูงไปถึงต่ำเพื่อลดระยะทางในการเคลื่อนย้ายสินค้าและระยะเวลาการค้นหา สินค้าตามวัตถุประสงค์โดยการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์เอฟเอสเอ็น (FSN Analysis) เพื่อแบ่งประเภท จัดลำดับความสำคัญจะทำให้ทราบว่าสินค้ารายการใดเป็นสินค้าที่มีไม่มีอัตราความถี่หรือไม่มีอัตราหมุนเวียน โดยเรียงลำดับรายการสินค้าที่มีอัตราการหมุนเวียนสูงไปหาต่ำ โดยสินค้าประเภทกลุ่ม F สินค้าประเภทกลุ่ม S สินค้าประเภทกลุ่ม N และนำแผนผังการจัดมีวางสินค้ามาวิเคราะห์ก่อนปรับปรุงพบว่า มีการวางสินค้าปะปน กัน โดยสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยนั้นอยู่ด้านใน ทำให้เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่าย และสินค้าที่มีการ เคลื่อนน้อยนั้นอยู่ใกล้กับพื้นที่เบิกจ่ายจึงได้ทำการจัดแผนผังใหม่การวางสินค้าตามแผนผัง (FSN Analysis) ทำให้เวลาในการหยิบสินค้าก่อนปรับปรุงของพนักงานคลังสินค้าเฉลี่ยลดลง ใช้การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control) ร่วมกับทฤษฎีการเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) เป็นการควบคุมการมองเห็นของสินค้า โดยใช้สี บ่งบอกสินค้าที่เข้ามาก่อนและหลังเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น ป้องกันการหยิบสินค้าผิด โดยมีการกำหนดสี ตามไตรมาสเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น
15 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย การศึกษาวิจัยครั้งนี้เนื่องจากการจัดวางของสินค้ายังไม่มีการกำหนดตำแหน่งของสินค้าประเภทที่ ชัดเจนและการจัดวางสินค้าไม่สอดคล้องกับปริมาณสินค้าที่มีนำออกของสินค้าจึงทำให้สินค้าไม่ได้อยู่ใน ตำแหน่งที่เหมาะสมของสินค้า งานวิจัยเรื่อง “การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการ จำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด”มีรายละเอียดเกี่ยวกับการวิธีการดำเนินงาน วิจัย ดังนี้ 3.1 บริษัทกรณีศึกษา 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยและกระบวนการทำงาน 3.3 ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 บริษัทกรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด เริ่มต้นธุรกิจขนส่งในประเทศไทย จากการเป็นบริษัทขนส่งขนาดเล็ก ย่านนวนคร ปทุมธานีในปี พ.ศ.2543 เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการรับ-ส่งสินค้าและกระจายสินค้า ซึ่งเน้น ให้บริการกลุ่มลูกค้าที่เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,อะไหล่รถยนต์ เม็ดพลาสติก รวมถึงการ กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคและมีบริษัทในเครือโดยทางบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัดได้ทำการเซ็นร่วมทุน กับโอซึกะ แวร์เฮ้า (Otsuka warehouse) เปิดบริษัท บัคส์ โลจิสติกส์ (Bucks logistics) ที่ให้บริการด้าน คลังสินค้าให้เช่าพื้นที่และการบริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรเป็นคลังสินค้ายกพื้น พร้อมช่องโหลดรถเทรล เลอร์ด้วยความมานะ อุตสาหะในการทำงานจึงค่อยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานขนส่งสินค้าต่างๆเมื่อเวลา
16 รูปที่ 3.1 บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด แหล่งที่มา : https://www.pathum-transport.co.th/ ผ่านไปในการบริหารจัดการงานและความซื่อสัตย์สุจริตของจึงได้ต่อตั้งเป็น บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด เริ่มขยายกิจการขนส่งโดยการขยายสาขาไปตามจุดสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อ รองรับความต้องการของลูกค้า ปัจจุบัน มีทั้งหมด 5 สาขา 1. สาขา นวนคร สำนักงานใหญ่ 2. สาขา อยุธยา (คลังสินค้า) 3. สาขา บางนา 4. สาขา อมตะชลบุรี (คลังสินค้า) 5. สาขา ระยอง บริษัท บัคส์ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการด้านคลังสินค้า ให้เช่าพื้นที่และบริหารสินค้า อย่างมืออาชีพบนพื้นที่รวมกว่า 20,000 ตรมจัดตั้งอยู่ในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี เป็นจุดกระจายสินค้าได้หลากหลายทิศทางและสะดวกต่อการขนส่ง 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยและกระบวนการทำงาน 3.2.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย 1.สำรวจ ศึกษาปัญหา กำหนดขอบเขต และวัตถุประสงค์ของงานวิจัย 2. ศึกษาข้อมูลและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3. รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัย 4. นำข้อมูลการออกของสินค้ามาวิเคราะห์แยกตามกลุ่มของสินค้า FSN Analysis 5. นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำมาจัดทำ Layout สินค้าภายในคลังสินค้าให้เหมาะสมเพื่อนำมาสร้าง แบบจำลองในโปรแกรมจำลองสถานการณ์ (FlexSim)
17 รูปที่ 3.2 กระบวนการทำงานในคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา 6. ทำการเก็บข้อมูล Layout แต่ละแบบเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน 7. ประเมินผล สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ 3.2.2 กระบวนการทำงานในคลังสินค้า Sale ส่ง Order จากลูกค้า มาทางคลังสินค้า พนักงานหยิบสินค้า(Forklift) หยิบสินค้าตามใบ Picking พนักงานหยิบสินค้า(Forklift) เข้าไปหยิบ สินค้าตามตำแหน่งของสินค้าใน Location ของสินค้าแต่ละรายการ พนักงานหยิบสินค้า(Forklift) ทำการเคลื่อนย้าย สินค้าตามใบ Packing จากตำแหน่งของของ สินค้าไปยังจุดโหลดสินค้า
18 3.3 ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ ข้อมูลทุติยภูมิซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน สินค้าของสินค้าแต่ละรายการ ของบริษัทโดยมีรายการสินค้าทั้งหมด 4 รายการในคลังสินค้าบริษัทกรณีศึกษา บริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต กำจัด ตารางที่3.1 แสดงรายการสินค้าภายในคลังสินค้ากรณีศึกษา 1 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags รูปที่ 3.3 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags แหล่งที่มา : https://www.lifesciencethai.com/DL-Methionine_Und 1 Pallet : 40 bags Stack Pallets 1 layer 2 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag รูปที่ 3.4 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag 1 Pallet : 1 Big bag Stack pallets 1 layer 3 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags รูปที่ 3.5 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags แหล่งที่มา : https://addera.pe/en/producto/guanamino/ 1 Pallet : 40 bags Can't Stack pallet 4 Ecobiol 500 รูปที่ 3.6 Ecobiol 500 1 Pallet : 40 bags Can't Stack pallet
19 รูปที่ 3.8 กราฟแผนภูมิเส้นแสดงจำนวนของสินค้าในเดือน สิงหาคม 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. หลักการแบ่งกลุ่มสินค้าโดยใช้ทฤษฎี FSN Analysis 2. โปรแกรมจำลองสถานการณ์ FlexSim 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ข้อมูลทุติยภูมิจำนวนของสินค้าแต่ละรายการของเดือนกรกฎาคม-กันยายน แต่ละรายการมาจัด แบ่งกลุ่มสินค้าเพื่อออกแบบ Layout ภายในคลังสินค้า 2. ทำการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ในโปรแกรม FlexSim เพื่อทำการวิเคราะห์แต่ละ Layout เพื่อ นำข้อมูลเปรียบเทียบเวลาและระยะทางในการหยิบสินค้าภายในคลังจากโปรแกรม FlexSim 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6.1 รวบรวมข้อมูลจำนวนของสินค้าแต่ละรายการของเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รูปที่ 3.7 กราฟแผนภูมิเส้นแสดงจำนวนของสินค้าในเดือน กรกฎาคม
20 3.6.2 นำข้อมูลมาสรุปแต่ละรายการของแต่ละเดือนมาวิเคราะห์ เพื่อแบ่งกลุ่มสินค้า FSN Analysis ตารางที่3.2 แสดงจำนวนที่สินค้าออก เดือน รายการ จำนวนที่สินค้าออก (Pallet) กรกฎาคม MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags 180 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag 0 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags 0 Ecobiol 500 27 Total (กรกฎาคม) 207 สิงหาคม MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags 340 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag 140 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags 0 Ecobiol 500 7 Total (สิงหาคม) 487 Total รวม (กรกฎาคม-สิงหาคม) 694 - แบ่งกลุ่มสินค้า FSN Analysis จากผลลัพธ์ของจำนวนสินค้าที่มีการออก คำนวณจาก [ ผลรวมของจำนวน Pallet ที่สินค้าออกแต่ละรายการ จำนวน Pallet ที่สินค้าออกทั้งหมด ] ×100 ตารางที่3.3 การคำนวณจำนวนสินค้าออกเป็นร้อยละ สินค้า MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags [ 180+340 694 ] ×100 = 0.74927×100 74.93% MetAMINO 1000 KG Big Bag [ 140 694] ×100 = 0.2017×100 20.17% Ecobiol 500 [ 27+7 694 ] ×100 = 0.0489×100 4.9% GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags [ 0 694] ×100 = 0 ×100 0%
21 รูปที่ 3.10 Zone พื้นที่ภายในคลังสินค้า สินค้า F (Fast-moving items) : MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags (74.93%) สินค้า S (Slow-moving items) : MetAMINO Feed Grade 1000 KG Big Bag (20.17%) , Ecobiol 500 (4.9%) สินค้า N (Non-moving items) : GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags 3.6.3 นำข้อมูลของสินค้าที่ได้มาในแต่ละกลุ่มมาสร้างผังแบบจำลองในโปรแกรม FlexSim นำข้อมูล FSN Analysis ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในออกแบบการจัดวางตำแหน่งสินค้าภายในคลัง - ข้อมูลภายในคลังสินค้าเบื้องต้นของบริษัทกรณีศึกษา เป็นคลังสินค้ายกสูง มีจุดโหลดสินค้า พื้นที่คลังสินค้า มีขนาดพื้นที่ 840 ตารางเมตรและมีรถ Forklift 1 คันความสามารถในการจัดเก็บสูงสุดจะอยู่ที่ 340 Pallet (ไม่นับสินค้าซ้อนพาเลท) หรือ 480 ตารางเมตร รูปที่ 3.9 พื้นที่คลังสินค้า บริษัทกรณีศึกษา Zone A และ Zone D วางได้Location/แถวละ 10 Pallet (ไม่นับสินค้าซ้อนพาเลท) Zone B และ Zone C วางได้แถวละ 5 Pallet /Location ละ 10 Pallet (ไม่นับสินค้าซ้อนพาเลท)
22 รูปที่ 3.12 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 2 แบ่งสินค้ารายการเดียวกันผสม FSN และโซนพื้นที่เดียวกัน เดียวกัน รูปที่ 3.11 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 1 แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวาง ของสินค้า ตารางที่3.4 แสดงค่ากำหนดของจำนวนสินค้าที่ใช้ในแบบจำลองสถานการณ์ - ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 1 แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวางของสินค้า - ออกแบบผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 2 การแบ่งการจัดวางสินค้ารายการเดียวกันผสมการแบ่งกลุ่มด้วย เทคนิค FSN Analysis และจัดวางสินค้าไว้ในพื้นที่โซนเดียวกันหรือใกล้เคียง สินค้า ชื่อสินค้า การวางพาเลท จำนวนของสินค้า สี 1 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 25 KG Paper Bags Stack pallets 1 layer 160 Pallet 2 MetAMINO (DL-Methionine) Feed Grade 1000 KG Big Bag Stack pallets 1 layer 140 Pallet 3 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC ACID 25 KG bags Can't Stack pallet 160 Pallet 4 Ecobiol 500 Can’t Stack pallet 30 Pallet
23 รูปที่ 3.13 ผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN - ออกแบบผังการจัดวางสินค้า แบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN
24 รูปที่ 4.1 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 1 บทที่ 4 ผลการศึกษา จากการศึกษาวิจัยเรื่องการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลอง สถานการณ์ กรณีศึกษาบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ในคลังสินค้านำข้อมูลที่ได้มาจากวิเคราะห์การ วางแผนพื้นที่โดยใช้ทฤษฎีที่มีความเกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์โดยใช้การจำลองสถานการณ์การจัดวางสินค้า ดังนี้ 4.1 ผลลัพธ์ข้อมูลของการจำลองสถานการณ์ ในการวิจัยการทดลองการจำลองสถานการณ์ จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขให้เป็นเงื่อนไขเดียวกัน โดย งานวิจัยนี้กำหนดผลลัพธ์เพื่อการเปรียบเทียบ ดังนี้ 1) ระยะเวลาการ Run model = เมื่อการทำงานของโฟล์คลิฟท์ย้ายสินค้าจากตำแหน่งของสินค้าแต่ ละตำแหน่งสินค้าไปยังจุดโหลดสินค้าทั้งหมด 2) จำนวนผังพื้นที่การวางสินค้า จำนวน 3 รูปแบบการจำลองสถานการณ์ 3) เกณฑ์การตัดสินใจ = ระยะทางทั้งหมดและเวลาในการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสมในการเคลื่อนย้ายสินค้าและตำแหน่งของสินค้า , ความเร็วรถโฟล์คลิฟท์ : 3.60 m/s 4.1.1 ผลการทดลองผังแบบที่ 1 แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวางของสินค้า เป็นการทดลองการจำลองสถานการณ์แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวาง เพื่อใช้เป็นข้อมูลเพื่อใช้ใน การเปรียบเทียบกับผังที่มีการออกแบบไว้อีก 2 รูปแบบ โดยมีผลการจำลองสถานการณ์ ดังนี้ ตารางที่ 4.1 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 1 Product Total Travel Distance (m.) Time (minute) 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 3,390.8 22.49 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 3,685.5 22.65 3 Ecobiol 500 1426.1 8.95 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 9163.6 55.03
25 รูปที่ 4.2 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 2 ตารางที่4.2 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 2 แบบจำลอง 4.1.2 ผลการทดลองผังแบบที่ 2 การแบ่งการจัดวางสินค้ารายการเดียวกันผสมการแบ่งกลุ่มด้วย เทคนิค FSN Analysis และจัดวางสินค้าไว้ในพื้นที่โซนเดียวกันหรือใกล้เคียง จากภาพผังแบบที่ 2 เป็นการแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มจัดวางไว้ในโซนพื้นที่ เดียวกันและพื้นที่ใกล้เคียง โดยที่สินค้า มีปริมาณการออกของสินค้ามาก จัดวางสินค้าไว้ในโซน D และ C (ที่ ใกล้จุดโหลด) ซึ่งเป็นส่วนหน้าใกล้จุดโหลดสินค้า มีปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลาง จัดวางสินค้า ไว้ในโซน C ซึ่งเป็นส่วนกลางของคลังสินค้า และ มีปริมาณการออกของสินค้าน้อยหรือแทบไม่มีสินค้าออกเลย จึงจัดวางสินค้าไว้โซนส่วนด้านในคือ โซน A และ โซน B ของคลังสินค้า และซึ่งหลังจากการจำลองสถานการณ์ จากแบบผังการวางสินค้าดังกล่าวได้ดังนี้ Product Total Class Travel Distance (m.) Time (minute) A 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 2,080.75 16.285 B 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 2,653.77 17.905 C 3 Ecobiol 500 1,641.39 9.83 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 11,949.98 65.01
26 รูปที่ 4.3 การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 3 ตารางที่4.3 ผลลัพธ์การจำลองผังการจัดวางสินค้าแบบที่ 3 4.1.3 ผลการทดลองผังแบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN จากภาพผังแบบที่ 3 เป็นการแบ่งส่วนของคลังสินค้า ที่ตัวสินค้าแต่ละรายการมีการจัดแบ่งสัดส่วน ตามพื้นที่ของคลังสินค้า โดยที่รายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้ามากจะทำการเก็บสินค้าไว้ส่วน ด้านหน้าของคลังสินค้า รายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้าปานกลางจะทำการจับเก็บสินค้าไว้ ส่วนกลางของคลังสินค้าและรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้าน้อยหรือแทบไม่ออกเลยจะทำการ จัดเก็บสินค้าไว้ส่วนด้านในสุดของคลังสินค้าซึ่งหลังจากการจำลองสถานการณ์จากแบบผังการวางสินค้า ดังกล่าวได้ดังนี้ Product Total Travel Distance (m.) Time (minute) 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 2,030.18 16.12 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 2,704.33 18.07 3 Ecobiol 500 1,694.35 10.07 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 11957.19 65.89
27 4.2 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบข้อมูล ทำการเปรียบเทียบกันของรูปแบบผังสินค้าทั้ง 3 รูปแบบ เพื่อหาส่วนต่างทางด้านระยะทางและเวลา ในการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในคลังสินค้า ตารางที่4.4 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 2 Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 2 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 3,390.8 2,080.75 1,310.05 38.64% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 3,685.5 2,653.77 1,031.73 27.97% 3 Ecobiol 500 1426.1 1,641.39 215.29 13.12% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 9163.6 11,949.98 2,786.38 23.33% จากตารางที่ 4.4 โดยทำการเปรียบเทียบระยะทางของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 1,310.05 เมตร คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 38.64% และรายการสินค้าที่มี ปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 1,031.73 เมตร ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 27.97% ตารางที่4.5 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 2 Product Time (minute) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 2 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 22.49 16.285 6.205 27.58% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 22.65 17.905 4.745 20.98% 3 Ecobiol 500 8.95 9.83 0.88 9.83% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 55.03 65.01 9.98 18.14% จากตารางที่ 4.5 โดยทำการเปรียบเทียบระยะเวลาของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 6.205 นาที คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 27.58% และรายการสินค้าที่มีปริมาณ การออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 4.745 นาที ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 20.98%
28 ตารางที่4.6 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 3 Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 3,390.8 2,030.18 1,360.62 40.09% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 3,685.5 2,704.33 981.17 26.61% 3 Ecobiol 500 1426.1 1,694.35 268.25 18.80% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 9163.6 11,957.19 2,793.59 30.48% จากตารางที่ 4.6 โดยทำการเปรียบเทียบระยะทางของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 1,360.62 เมตร คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 40.09% และรายการสินค้าที่มี ปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 981.17 เมตร ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 26.61% ตารางที่4.7 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 3 Product Time (minute) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 22.49 16.12 6.37 28.32% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 22.65 18.07 4.58 20.26% 3 Ecobiol 500 8.95 10.07 1.12 12.57% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 55.03 65.89 10.86 19.73% จากตารางที่ 4.7 โดยทำการเปรียบเทียบระยะเวลาของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 6.37 นาที คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 28.32% และรายการสินค้าที่มีปริมาณการ ออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 4.58 นาที ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 20.26%
29 ตารางที่4.8 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะทางของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 2 และ รูปแบบที่ 3 Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 2 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 2,080.75 2,030.18 50.57 2.43% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 2,653.77 2,704.33 50.56 1.87% 3 Ecobiol 500 1,641.39 1,694.35 52.96 3.13% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 11,949.98 11,957.19 7.21 0.06% จากตารางที่ 4.8 โดยทำการเปรียบเทียบระยะทางของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 50.57 เมตร คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 2.43% และรายการสินค้าที่มีปริมาณ การออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 50.56 เมตร ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 1.87% ตารางที่ 4.9 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบระยะเวลาของรูปแบบผังสินค้ารูปแบบที่ 2 และ รูปแบบที่ 3 Product Time (minute) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 2 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 16.285 16.12 0.165 1.01% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 17.905 18.07 0.165 0.92% 3 Ecobiol 500 9.83 10.07 0.24 2.44% 4 GuanAMIENO GUANIDINOACRTIC 25 KG bags 65.01 65.89 0.88 1.35% จากตารางที่ 4.9 โดยทำการเปรียบเทียบระยะเวลาของรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้า มากที่สุดมีส่วนต่างอยู่ที่ 0.165 นาที คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 1.01% และรายการสินค้าที่มีปริมาณการ ออกของสินค้าในระดับปานกลางมีส่วนต่างอยู่ที่ 0.165 นาที ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 0.92%
30 จากการวิเคราะห์ผลลัพธ์การเปรียบเทียบของผังการวางสินค้าทั้ง 3 รูปแบบจากการจำลอง สถานการณ์การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้า ทางด้านระยะทางการเคลื่อนย้ายสินค้าและระยะเวลาทำงาน ในการหยิบสินค้าโดยการจำลองสถานการณ์ สำหรับบริษัทกรณีศึกษา จึงสามารถเลือกรูปแบบการจัดวาง สินค้าได้ทั้งรูปแบบที่ 3 มีความเหมาะสมในการจัดวางสินค้า โดยจากผลการเปรียบเทียบของรูปแบบผังการ วางสินค้าของรูปแบบที่ 2 และ 3 จะเห็นได้ว่าการจัดวางสินค้าของรูปแบบที่ 3 มีความแตกต่างกันไม่มากนัก ทั้งด้านระยะทางและด้านเวลาแม้ในรูปแบบผังการวางสินค้าในรูปแบบที่ 3 นั้นมีระยะทางการหยิบสินค้าที่สั้น กว่าในผังรูปแบบที่ 2 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากที่สุดอยู่ที่ 50.57 เมตรแต่ไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่ง ของสินค้าที่ชัดเจนและเนื่องจากรายการสินค้าภายในคลังสินค้ามีเพียง 4 รายการ จึงควรเลือกผังการจัดวาง สินค้าได้ทั้งรูปแบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN และรูปแบบที่ 3 การจัดวาง สินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN โดยมีทั้งข้อดี–ข้อเสียของการจัดวางทั้งรูปแบบ 2 และ 3 ดัง ตารางที่ 4.10 ตารางที่4.10 ข้อดี-ข้อเสียของรูปแบบการจัดเก็บสินค้าทั้ง 2 รูปแบบ ผังแบ่งกลุ่มรายการสินค้าเดียวกันผสม FSN และโซนเดียวกัน การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN ข้อดี ข้อเสีย ข้อดี ข้อเสีย - ง่ายต่อการค้นหาสินค้า - ง่ายต่อการปฏิบัติงาน - มีพื้นที่ของตัวสินค้าอย่างชัดเจน - มีการจัดเก็บที่เรียบร้อย - ง่ายต่อการจัดเก็บสินค้า - ง่านต่อการจดจำตำแหน่งสินค้า - ไม่ยืดหยุ่น - อาจใช้พื้นที่ได้ไม่เต็ม ประสิทธิภาพหากไม่มีสินค้า - หากมีสินค้ามากเกินพื้นที่ อาจทำให้เกิดความสับสน - การใช้สอยพื้นที่จัดเก็บลด - มีความยืดหยุ่นสูง - สามารถใช้พื้นที่การจัดเก็บ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ของคลังสินค้า - ง่ายต่อการขยายการจัดเก็บ - สามารถปรับเปลี่ยนได้ ตลอดเวลาหากความต้องการ สินค้ามีการเปลี่ยนแปลง - ต้องมีการบันทึกข้อมูลการ จัดเก็บสินค้าอย่างดี -ติดตามข้อมูลการจัดเก็บตลอด - ต้องจดจำตำแหน่งของสินค้า
31 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ ในการศึกษาวิจัยเรื่องการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลอง สถานการณ์ กรณีศึกษาบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ในคลังสินค้าโดยแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาในครั้ง นี้ได้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิจำนวนของสินค้าในคลังสินค้าซึ่งเป็นข้อมูลของบริษัทกรณีศึกษาตั้งแต่เดือน เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ.2566 นำมาออกแบบการจัดวางสินค้าในโปรแกรมจำลองสถานการณ์ 5.1 สรุปผลการศึกษา จากการศึกษาเรื่องการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ โดยจากการเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์มาประยุกต์ในการใช้ออกแบบผังการจัดเก็บสินค้าทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ - รูปแบบที่ 1 แบบไม่กำหนดตำแหน่งการจัดวางของสินค้า - รูปแบบที่ 2 การแบ่งการจัดวางสินค้ารายการเดียวกันผสมการแบ่งกลุ่มด้วยเทคนิค FSN Analysis และจัดวางสินค้าไว้ในพื้นที่โซนเดียวกัน - รูปแบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บของสินค้าที่เหมาะสมเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดเก็บสินค้าและการทำงานของพนักงานและเพื่อหาการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่มี ระยะทางสั้น รวดเร็วและเหมาะสมกับสินค้าในคลังสินค้าของ กรณีศึกษา ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งผลจากการเปรียบเทียบของแต่ละรูปแบบผังการจัดเก็บทั้ง 3 รูปแบบโดยหากเปรียบเทียบจาก รายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้ามากที่สุดและปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางจากทั้ง 3 รูปแบบ ในรูปแบบที่ 1 หากไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่งสินค้าก็จะวางสินค้าไว้จุดใดก็ได้ภายในคลังจึงทำการ สุ่มโดยไม่คำนึงถึงหลักการและเทคนิค เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับรูปแบบที่ 2 มีระยะทางที่มีมากกว่ารูปแบบ ที่ 2 อยู่ที่ 1,310.05 เมตร คิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 38.64% ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากที่สุดและ 1,031.73 เมตรคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 27.97% ของปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางของ การจัดวางในรูปแบบที่ 2 ดังตารางที่ 5.1 ตารางที่5.1 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 1 และ แบบที่ 2 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุดและปานกลาง Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 2 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 3,390.8 2,080.75 1,310.05 38.64% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 3,685.5 2,653.77 1,031.73 27.97%
32 ในรูปแบบที่ 1 ไม่ได้มีการกำหนดตำแหน่งสินค้ามาเปรียบเทียบจากรายการสินค้าที่มีปริมาณการออก ของสินค้ามากที่สุดและปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางนำมาเปรียบเทียบกันกับรูปแบบที่ 3 มี ระยะทางที่มีมากกว่ารูปแบบที่ 3 อยู่ที่ 1,360.62 เมตร คิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 40.09% ของสินค้าที่มี ปริมาณการออกมากที่สุดและ 981.17 เมตรคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 26.61% ของปริมาณการออกของ สินค้าในระดับปานกลางของการจัดวางในรูปแบบที่ 3 ดังตารางที่ 5.2 ตารางที่5.2 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 1 และ แบบที่ 3 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุดและปานกลาง Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 1 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 3,390.8 2,030.18 1,360.62 40.09% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 3,685.5 2,704.33 981.17 26.61% และในรูปแบบที่ 2 การแบ่งการจัดวางสินค้ารายการเดียวกันผสมการแบ่งกลุ่มด้วยเทคนิค FSN Analysis และ จัดวางสินค้าไว้ในพื้นที่โซนเดียวกัน มาเปรียบเทียบจากรายการสินค้าที่มีปริมาณการออกของสินค้ามากที่สุด และปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางนำมาเปรียบเทียบกันกับรูปแบบที่ 3 การจัดวางสินค้าด้วย การแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN ในรูปแบบที่ 3 มีระยะทางที่สั้นกว่ารูปแบบที่ 2 อยู่ที่ 50.57 เมตรคิดเป็น สัดส่วนเปอร์เซ็นอยู่ที่ 2.43% ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากที่สุดและรูปแบบที่ 2 มีระยะทางสั้นกว่า 50.56 เมตรคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นอยู่ที่ 1.87% ของปริมาณการออกของสินค้าในระดับปานกลางของการจัด วางสินค้าในรูปแบบที่ 3 ดังตารางที่ 5.3 ตารางที่5.3 การเปรียบเทียบผังแบบที่ 2 และ แบบที่ 3 ของสินค้าที่มีปริมาณการออกมากสุดและปานกลาง Product Travel Distance (m.) ส่วนต่าง % ส่วนต่าง ผังแบบที่ 2 ผังแบบที่ 3 1 MetAMINO (DL-Methionine) 25 KG Paper Bags 2,080.75 2,030.18 50.57 2.43% 2 MetAMINO (DL-Methionine) 1000 KG Big Bag 2,653.77 2,704.33 50.56 1.87% จากผลการวิเคราะสามารถสรุปรูปแบบการจัดวางสินค้าที่เหมาะสมโดยใช้ข้อมูลจากปริมาณของ สินค้าของบริษัท ปทุม ทรานสปอร์ต จำกัด จากการจำลองสถานการณ์ในโปรแกรม FlexSim เพื่อหาระยะทาง และเวลานำมาวิเคราะห์ข้อมูลในการเปรียบเทียบ พบว่า รูปแบบการจัดวางสินค้าในรูปแบบที่ 3 การจัดวาง สินค้าด้วยการแบ่งส่วนของคลังสินค้าตาม FSN มีความเหมาะสมที่นำมาประยุกต์ใช้ในคลังสินค้าของ กรณีศึกษาได้โดยที่รูปแบบการจัดวางที่ 2 และรูปแบบที่ 3 จะมีข้อดี-ข้อเสียของแต่ละรูปแบบที่แตกต่างกันไป หากพูดถึงในการของระยะทางการเคลื่อนย้ายสินค้าและระยะเวลาที่ใช้ในการทำงานของทั้ง 2 รูปแบบนี้มี ความแตกต่างที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่ในการจัดวางสินค้ารูปแบบที่ 3 จะมีความหยืดหยุ่นที่มากกว่าจึงมีความ
33 เหมาะที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในบริษัทกรณีศึกษา และจะเห็นได้ว่าการจัดเก็บสินค้าแบบไม่มีกำหนดตำแหน่ง การจัดวางสินค้าในการจัดเก็บสินค้าอาจจะทำให้เกิดการเสียเวลาทำงาน 5.2 อภิปรายผลการวิจัย หลังจากที่ได้ทำการจำลองสถานการณ์การวางสินค้าทั้ง 3 รูปแบบ ซึ่งหลังการทดลองเปรียบทียบกัน ของการจัดวางสินค้าทั้ง 3 รูปแบบซึ่งหากจัดวางสินค้าในการจำลองบนโปรแกรม FlexSim จะเห็นได้ว่าการจัด วางสินค้าโดยใช้เทคนิคการจำลองสถานการณ์สามารถนำประยุกต์ใช้ได้กับการจัดวางสินค้า สอดคล้องกับ ผลงานวิจัยของ ปัญญา สำราญหันต์ (2564) ที่ได้ศึกษาการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วย เทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำน้ำแข็ง 5.3 ข้อจำกัดในการศึกษา 5.3.1 มีระยะเวลาในการศึกษาและดำเนินการศึกษาวิจัยน้อย โดยมีระยะเวลาเพียง 4 เดือน ตั้งแต่ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2566 ถึง เดือนตุลาคม พ.ศ.2566 5.3.2 การขอข้อมูลนั้นสามารถขอข้อมูลได้ยาก เนื่องจากข้อมูลบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยได้รวมถึง ข้อมูลที่สามารถขอมาได้ค่อนข้างน้อย 5.3.3 ข้อจำกัดด้านโปรแกรมการจำลองสถานการณ์ (FlexSim) การกำหนดเงื่อนไขต้องเป็นไปตาม หลักการกำหนดเงื่อนไขของโปรแกรม 5.4 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 การจำลองสถานการณ์ช่วยให้ทดสอบแผนหรือไอเดียในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่มี ความเสี่ยงสามารถทดสอบสมมติสถานการณ์เพื่อดูผลกระทบและปรับปรุงก่อนนำไปใช้ในสภาพจริงและช่วยให้ วางแผนล่วงหน้าและตัดสินใจอย่างมีระบบ 5.3.2 การใช้เทคโนโลยีในการช่วยในการวางตำแหน่งสินค้าการเลือกวางตำแหน่งสินค้าจากการจำลอง สถานการณ์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงกระบวนการขององค์กรและความสามารถในการจัดเก็บ และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ 5.3.3 ในงานวิจัยการเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ เป็นเพียงการจำลองขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและแก้ไขให้มีประสิทธิภาพของคลังสินค้าที่มากขึ้น ในอนาคต
34 บรรณานุกรม กรรนิการ์ เกิดแก้ว,สมชาย เปรียงพรม.(2565). การพัฒนาระบบการจัดเก็บและกระบวนการหยิบสินค้าใน คลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท จัดจำหน่ายสินค้าประเภทไอที จำกัด.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. ภาควิชาการบริหารอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการคณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานครฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คำนาย อภิปรัชญาสกุล.(2555). การจัดการสินค้าคงคลังและศูนย์กระจายสินค้า. กรุงเทพมหานครฯ: โฟกัส มีเดียแอนด์ พับลิชชิ่ง. เจนรตชา แสงจันทร์.(2562). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าโดยประยุกต์ใช้ วิธีการจัดแบ่งสินค้า ตามความถี่ในการใช้ กรณีศึกษา บริษัท แห่งหนึ่งใน อุตสาหกรรมการพิมพ์ ไชยพร ปรีชาวงษ์.(2556). การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าอัตโนมัติด้วยการจัดแบ่งพื้นที่จัดเก็บสินค้า. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.คณะโลจิสติกส์. สาขาวิชาการจัดการการขนส่ง และโลจิสติกส์ ณภัสณรรฑ์ วงษ์สมาจารย์.(2560). แนวทางการปรับปรุงแผนผังคลังสินค้าสำเร็จรูปเพื่อลดระยะทางรวมของ การเคลื่อนไหวของสินค้า กรณีศึกษา โรงงานผลิตเหล็กหล่อ (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนางานอุตสาหกรรม: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธิญาดา ใจใหมคร้าม.(2558). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้า กรณีศึกษา 2 ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร องค์การคลังสินค้า.(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต).ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัญญา สำราญหันต์.(2564). การเลือกตำแหน่งการจัดเก็บสินค้าที่เหมาะสมด้วยเทคนิคการจำลองสถานการณ์ กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำน้ำแข็ง(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต).กรุงเทพมหานครฯ: มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา วรรณวิภา ชื่นเพ็ชร.(2560). การวางผังคลังสินค้าสำเร็จรูปด้วยเทคนิค ABC ANALYSIS กรณีศึกษา บริษัท AAA จำกัด(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต).กรุงเทพมหานครฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม สุวิมล จุ้ยใจงาม.(2556). การปรับปรุงการจัดวางสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทิส อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต).กรุงเทพมหานครฯ: สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
35 ภาคผนวก
36 ภาคผนวก ก. แสดงข้อมูลการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ จากโปรแกรมจำลองสถานการณ์ (FlexSim)
37 แสดงผลลัพธ์ข้อมูลรายละเอียด Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่งของสินค้าแต่ ละ Location ไปยังจุดโหลดของสินค้าที่ได้จากโปรแกรมการจำลองสถานการณ์ (FlexSim) ภาพที่ ก.1 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A01_A02 และ ตำแหน่ง A03_A04 ภาพที่ ก.2 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A05_A06 และ ตำแหน่ง A07_A08
38 ภาพที่ ก.3 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A09_A010 และ ตำแหน่ง A011_A12 ภาพที่ ก.4 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง A13 และ ตำแหน่ง A14
39 ภาพที่ ก.5 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง B03 และ ตำแหน่งฺB04 ภาพที่ ก.6 Dashboard Statistic ของรถโฟล์คลิฟท์จากตำแหน่ง B05 และ ตำแหน่ง B06