The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cake cinq, 2020-06-25 03:31:11

แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ม.1

แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ม.1

แผนทแี่ ละเครอ่ื งมือ
ทางภมู ศิ าสตร์

นางสาวจริ ชั ญา ลดั ดาไสว

พิกัดทางภูมิศาสตร์

พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์ เป็นระบบบอกตาแหน่งบนพ้นื โลกดว้ ยวธิ กี ารอา้ งองิ ตาแหน่งเป็นละตจิ ูดและลองจจิ ูด
ทต่ี ดิ กนั เป็นหลกั ในการบอกตาแหน่ง บอกจดุ

ละติจูด (latitude) คือ ระยะทางท่วี ดั เป็นมมุ ไปทางเหนือและใตข้ องเสน้ ศูนยส์ ูตร โดยถอื เอาเสน้ ศูนย์
สูตรเป้นจดุ เร่มิ ตน้ ท่ี 0 องศา ไปทางเหนอื 90 องศา และไปทางใต้ 90 องศา

การเรียกช่อื ละตจิ ูดอา้ งองิ ตาแหน่งต่าง ๆ นอกจากกาหนดเรียกตวั เลขเป็นองศา ลปิ ดา ฟิลปิ ดาแลว้ บอกเหนือ
หรอื ใตด้ ว้ ยเสมอ เช่น ละตจิ ูด 10 องศา 30 ลปิ ดา 40 ฟิลปิ ดา เหนอื ละตจิ ูด 20 องศา 35 ลปิ ดา 35 ฟิลปิ ดาใต้

ลองจิจูด (longitude) คอื ระยะทางทว่ี ดั เป็นมมุ ไปทาง
ตะวนั ออกและตะวนั ตกของเมรเิ ดยี นแรกโดยถอื เอาเสน้ เมรเิ ดยี นทล่ี าก
ผ่านเมอื งกรนี ซิ ประเทศสหราชอาณาจกั รเป็นลองจจิ ูด 0 องศา ไปทาง
ตะวนั ออก 180 องศา

การเรยี กชอ่ื ลองจจิ ูดอา้ งองิ ตาแหน่งต่าง ๆนอกจากกาหนด
เรยี กตวั เลขเป็นองศา ลปิ ดา ฟิลปิ ดาแลว้ ตอ้ งบอก ตะวนั ออกหรอื ตะวนั ตก
ดว้ ยเสมอ เช่น ลองจจิ ูด 90 องศา 30 ลปิ ดา 40 ฟิลปิ ดา ตะวนั ออก ภาพท่ี 1 พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตรแ์ ละเสน้ ขนานทส่ี าคญั

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/raiNUtCACXgKgXih9. : ออนไลน)์

วธิ เี ขียนพิกดั ภูมศิ าสตร์
ประเทศไทยตง้ั อยู่ระหว่างละติจูด 5° 36’ 35’’ เหนือ ถงึ 20° 27’ 41’’ เหนือ และระหว่างลองจิจูด 97°

20’ 32’’ ตะวนั ออก ถงึ 105° 37’ 36’’ ตะวนั ออก

1 องศา แบง่ ออกเป็น 60 ลปิ ดา 1 ลปิ ดา แบง่ ออกเป็น 60 ฟิ ลปิ ดา

ภาพท่ี 2 พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/NDUdqDF7nvErCzTW8. : ออนไลน)์

การอา่ นพิกดั ภูมิศาสตร์

ภาพท่ี 3 การอ่านพกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์
(ท่มี า : หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภมู ศิ าสตร์ ม.1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที 1. 2560 : 7 )

เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์

เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ คอื วสั ดุ อปุ กรณร์ ูปแบบต่าง ๆ ทน่ี ามาใชเ้ป็นสอ่ื เพอ่ื การศึกษา การสารวจ การ
เก็บรวบรวม การบนั ทกึ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และการแสดงผลการวเิ คราะห์ ตลอดจนใชเ้ป็นสอ่ื ในการเผยแพร่ขอ้ มลู ทาง
ภูมศิ าสตร์

เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ จาแนกตามหนา้ ท่หี ลกั ของการใชง้ านได้ 2 ประเภท ดงั น้ี
ประเภทท่ี 1 เคร่ืองมือท่ีทาหนา้ ท่ีเป็ นสอ่ื ความรูท้ างภูมิศาสตร์ ส่อื ความรูท้ างภูมศิ าสตร์ หมายถงึ วสั ดุ
อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยตี ่าง ๆ ทท่ี าหนา้ ทเ่ี ผยแพร่ใหค้ วามรู้ สาหรบั การศึกษาเรียนรูท้ างภูมศิ าสตร์ อาจอยู่ในรูปของ
ตวั หนงั สอื รูปภาพ แผนภูมิ แบบจาลอง ส่อื ดจิ ิทลั เสยี ง และ ภาพเคลอ่ื นไหวต่าง ๆ ตวั อย่างเคร่ืองมอื เหล่าน้ี เช่น

ตารสเรยี นภูมศิ าสตร์ เวบ็ ไซตท์ เ่ี ผยแพร่ความรูท้ างภูมศิ าสตร์ แผนทป่ี ระเทศต่าง ๆ ลูกโลกจาลอง ภูมปิ ระเทศจาลอง
รูปถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม เป็นตน้

ประเภทท่ี 2 เคร่ืองมือท่ีทาหนา้ ท่ีเป็ นส่อื เก็บรวบรวมขอ้ มูลทางภูมิศาสตร์ ส่อื เก็บรวบรวมขอ้ มูลทาง
ภูมศิ าสตร์ หมายถงึ วสั ดุ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ท่ที าหนา้ ท่เี พ่อื สารวจ ตรวจวดั บนั ทกึ เก็บรวบรวม และ
วเิ คราะหข์ อ้ มูลทางภูมศิ าสตร์ ตวั อย่างเคร่ืองมอื เหล่าน้ี เช่น สมดุ จดบนั ทกึ เขม็ ทศิ เทปวดั ระยะทาง สเตอริโอสโคป
(Stereoscope) เทอรม์ อมเิ ตอร์ (Thermometer) เคร่ืองรบั รู้ (sensor) ระบบกาหนดตาแหน่งบนพ้นื โลก หรือจพี เี อส
(Global Positioning System : GPS) ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ หรอื จเี อสไอ (Geographic Information System
: GIS) ขอ้ มลู จากการรบั รูร้ ะยะไกล (Remote Sensing : RS) เป็นตน้

ภาพท่ี 4 เขม็ ทศิ

( ท่มี า : https://images.app.goo.gl/bkAyWVcWyop86LPE8.html : ออนไลน์ )

เข็มทศิ

เขม็ ทศิ เป็นเคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตรท์ ม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ เพ่ือใชใ้ นการหาทศิ ของตาแหน่งพ้นื ทโ่ี ดยมหี น่วยวดั
เป็นองศา เขม็ ทศิ ใชใ้ นการหาทศิ โดยอาศยั แรงดงึ ดูดระหวา่ งสนามแม่เหลก็ ขว้ั โลกกบั เขม็ แมเ่ หลก็ โดยเขม็ แมเ่ หลก็ จะช้ี
อยู่ทท่ี ศิ เหนอื - ใตต้ ลอดเวลา หนา้ ปดั ของเขม็ ทศิ จะแบ่งโดยรอบเป็น 360 องศา
ทศิ มที ง้ั หมด 4 ทศิ โดยจะเรยี งวนทางขวาของเราดงั น้ี

ทศิ เหนือ แทนทด่ี ว้ ยอกั ษร N = 0/360 ทศิ ใต้ แทนทด่ี ว้ ยอกั ษร S = 180
ทศิ ตะวนั ออก แทนทด่ี ว้ ยอกั ษร E = 90 ทศิ ตะวนั ตก แทนทด่ี ว้ ยอกั ษร W = 270

การหาทิศโดยใชเ้ ข็มทิศ
ทศิ เหนอื เป็นเพยี งทศิ หน่งึ ของทศิ ทง้ั หลาย มกั จะสมมตุ ทิ ศิ เหนอื เป็นจดุ เร่มิ ตน้ ก็เพอ่ื ความสะดวก
ทห่ี นา้ ปดั เขม็ ทศิ นอกจากจะมเี คร่อื งหมายแสดงทศิ แลว้ ยงั มตี วั เลขเพม่ิ จานวนไปตามเขม็ นาฬกิ า เร่มิ 0

ทท่ี ศิ เหนือแลว้ หมนุ ตามเขม็ นาฬกิ ากลบั ไปท่ที ศิ เหนือมเี ลข 370 เป็นตวั เลขบอกองศา ฉะนน้ั ทศิ ตะวนั ออกจงึ เป็น 90
องศา ทศิ ใต้ 180 องศา ตะวนั ตก 270 องศา เมอ่ื เราหาทศิ ได้ เราก็จะทราบทิศอ่นื ๆได้ โดยหนั หนา้ ไปทางทศิ
เหนือ ขา้ งหลงั คอื ทศิ ใต้ ขวามอื คอื ทศิ ตะวนั ออก ชา้ ยมอื คอื ตะวนั ตก

การใชเ้ ข็มทศิ ซิลวา
ก เมอื่ ทราบค่ามมุ อาซมี ทุ ตอ้ งการรูว้ า่ จะตอ้ งเดินทางไปทางทศิ ใด สมมตุ ิวา่ บอกค่ามมุ อาซมี ทุ 80 องศา
1. เอาเขม็ ทศิ วางบนผา่ มอื หรอื ปกสมดุ ในแนวราบขนานกบั พ้นื
2. หมนุ กรอบหนา้ ปดั (5)ของตลบั เขน็ ทศิ ใหเ้ลข80 อยู่ตรงปลายลูกศรช้ที ศิ ทาง
3. จบั ฐานเขม็ ทศิ หนั ไป จนแมเ่ หลก็ สแี ดงในตลบั เขม็ ทศิ ช้ตี รงกบั อกั ษร N บนกรอบหนา้ ปดั
4. ดูลูกศรช้ที ศิ ทางไปทางใดก็เดนิ ไปตามทศิ ทางนนั้ การเดนิ ตามทศิ ทางทล่ี ูกศรช้นี นั้ ใหม้ องหา

จดุ เด่น เช่น ตน้ ไม้ กอ้ นหนิ บา้ น เสารวั้ เป็นหลกั แลว้ เดนิ ตรงไปยงั จดุ นน้ั
ข. กรณีทจี่ ะหาค่ามมุ อาซมี ทุ จากจุดทเี่ รายนื อยู่ไปยงั จุดทเี่ ราเดินไป
1. วางเขม็ ทศิ บนฝ่ามอื หรอื ปกสมดุ ในแนวราบ
2. หนั ลูกศรช้ที ศิ ทางไปยงั จดุ ทเ่ี ราจะเดนิ ไป
3. หมนุ กรอบหนา้ ปดั เขม็ ทศิ ไปจนกวา่ อกั ษร N บนกรอบหนา้ ปดั อยู่ตรงปลายเขม็ แมเ่ หลก็ สแี ดง

ในตลบั ระวงั อย่าใหฐ้ าน(ลูกศรช้ที ศิ ทาง) เคลอ่ื นท่ี
4. ตวั เลขบนกรอบหนา้ ปดั ทอ่ี ยู่ตรงปลายลูกศรช้ที ศิ ทาง คอื ค่ามมุ ทเ่ี ราตอ้ งการทราบ

ภาพท่ี 5 เคร่อื งมอื วดั ระยะทางแผนท่ี (map measurer)

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/v2NPgJar2qAoUeSk8 : ออนไลน์ )

ภาพท่ี 6 เขม็ ทศิ

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/1tAzonsNkEm7j1z4A / 2020/06/10. : ออนไลน)์

แผนที่ (Map)

แผนท่ี เป็นเคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตรท์ ่มี คี วามสาคญั ต่อการเรียนวชิ าภูมศิ าสตรเ์ ป็นอย่างมาก เน่ืองจาก
แผนทเ่ี ป็นสง่ิ ทแ่ี สดงขอ้ มลู ต่าง ๆ ทงั้ ทเ่ี ป็นธรรมชาตแิ ละสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ ตลอดจนปรากฏการณต์ ่าง ๆ ทเ่ี กดิ ข้นึ บน
พ้นื ผวิ โลกไดท้ ง้ั ภาพรวมและสามารถนามาใชอ้ ธบิ ายสภาพพ้นื ทส่ี ถานทไ่ี ดด้ ที ส่ี ุด

1. ความหมายของแผนท่ี พจนานุกรมศพั ทท์ างภูมศิ าสตร์ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถานไดใ้ หค้ วามหมายของ
แผนทไ่ี วว้ า่ “แผนที่ หมายถงึ สอื่ รูปแบบหน่ึงทถี่ า่ ยทอดขอ้ มลู ของโลกในรูปกราฟิก โดยการย่อส่วนใหเ้ลก็ ลงดว้ ยมาตร
สว่ นต่าง ๆ และเสน้ โครงแผนทแี่ บบต่าง ๆ ใหเ้ขา้ ใจตรงตามวตั ถปุ ระสงคด์ ว้ ยการใชส้ ญั ลกั ษณ”์

ดงั นนั้ จงึ กล่าวไวว้ ่า แผนทเ่ี ป็นสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ เพอ่ื แสดงลกั ษณะของพ้นื ผวิ โลก และสง่ิ ทป่ี รากฏอยู่
บนพ้นื ผวิ โลก ทงั้ ทเ่ี กิดข้นึ เองตามธรรมชาตแิ ละส่งิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ ดว้ ยการย่อส่วนใหม้ ขี นาดเลก็ ลงตามอตั ราส่วนท่ี
ตอ้ งการและใชส้ ญั ลกั ษณ์แทนสง่ิ ต่าง ๆ ทม่ี อี ยู่จริงบนผวิ โลก ทงั้ น้ีจะคงความเหมอื นจริงทงั้ ขนาด รูปร่าง ทศิ ทาง และ
ตาแหน่งทต่ี ง้ั ไว้

ภาพท่ี 7 แผนทอ่ี ารยธรรมตะวนั ตกสมยั โบราณ

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/3ro4AatHHpqoRqnu5. : ออนไลน)์

2. ความสาคญั ของแผนท่ี
เน่ืองจากแผนทเ่ี ป็นทร่ี วมขอ้ มลู ประเภทต่าง ๆ ตามประเภทหรอื ชนิดของแผนท่ี จงึ สามารถใชป้ ระโยชน์
จากแผนท่ไี ดต้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ งั้ น้ีโดยไม่จาเป็นตอ้ งเดนิ ทางไปเห็นพ้นื ทจ่ี ริงหรือหากจะใชแ้ ผนทเ่ี พอ่ื การเดนิ ทางก็จะ
สะดวกและถงึ ทห่ี มายไดถ้ กู ตอ้ ง
2.1 เสน้ โครงแผนที่ (map projection)

เสน้ โครงแผนท่ี เป็นระบบของเสน้ ขนานและเสน้ เมริเดียน ท่ีสรา้ งข้ึนเพ่ือกาหนดตาแหน่งพิกดั
ภูมศิ าสตรใ์ หเ้ป็นมาตรฐานไวใ้ ชอ้ า้ งองิ ร่วมกนั ซง่ึ ประกอบดว้ ย

1. เสน้ ขนาน เป็นเสน้ สมมตทิ ล่ี ากจากทศิ ตะวนั ออก สรา้ งข้นึ จากการวดั มมุ เร่มิ จากเสน้ ศูนยส์ ูตร ซง่ึ มี
ค่ามมุ 0 องศา ไปยงั ขวั้ โลกทงั้ สองดา้ นละไมเ่ กนิ 90 องศา เสน้ ขนานทส่ี าคญั ประกอบดว้ ย

ภาพท่ี 8 เสน้ ขนานทางภมู ศิ าสตร์
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/eWLay64ddkTiYhZD7. : ออนไลน)์

ภาพท่ี 9 เสน้ เมรเิ ดยี น

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/XPvBneU3tDRbKwxE8. : ออนไลน)์

2. เสน้ เมริเดียน เป็นเสน้ สมมติท่ลี ากจากขวั้ โลกเหนือไปยงั ขว้ั โลกใต้ สรา้ งข้นึ จากการสมมติเสน้
เมรเิ ดยี นปฐม มคี ่ามมุ 0 องศา ลากผ่านตาบลกรีนิซ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจกั รไปทางทศิ ตะวนั ออกและ
ทศิ ตะวนั ตก ดา้ นละ 180 องศา โดยเสน้ เมริเดยี นท่ี 180 องศาตะวนั ออกและ 180 องศาตะวนั ตก จะทบั กนั เป็นเสน้
เดยี วน้ใี หเ้ป็นเสน้ วนั น้ใี หเ้ป็นเสน้ วนั ทห่ี รอื เสน้ แบง่ เขตวนั ระหวา่ งชาติ หรอื เสน้ แบง่ เขตวนั สากล

เสน้ เมรเิ ดยี นแรก หรอื เสน้ เมรเิ ดยี นปฐม (Prime Meridian) คอื เสน้ เมรเิ ดยี นทล่ี ากผา่ นหอดูดาแหง่
หน่ึง ตาบลกรีนิซ ใกลก้ รุงลอนดอนในประเทศองั กฤษ ทงั้ น้ีเพอ่ื ใชเ้ ป็นหลกั อา้ งองิ ในการนบั เสน้ เมริเดยี นอ่นื ๆ ต่อไป
เสน้ เมรเิ ดยี นรอบโลกมี 360 เสน้ แบง่ เป็นเสน้ องศาตะวนั ออก 180 เสน้ ความสาคญั ขงิ เสน้ เมรเิ ดยี น คอื บอกพกิ ดั ของ
ตาแหน่งทต่ี งั้ ต่าง ๆ บนพ้นื ผวิ โลกโดยใชร้ ่วมกบั เสน้ ขนาน (เสน้ ละตจิ ูด) และใชเ้ป็นแนวแบง่ เขตเวลาของโลก

3. ชนิดของแผนท่ี สามารถแบ่งออกไดห้ ลายชนิดหลายลกั ษณะ ข้นึ อยู่กบั ว่าใชอ้ ะไรเป็นเกณฑใ์ นการ
แบง่ ทงั้ น้โี ดยทวั่ ไปนยิ มแบ่งเป็น 2 ชนดิ คอื

1. แผนที่อา้ งอิง (general reference map) เช่น แผนท่ีภูมิประเทศ เป็ นแผนท่ีแสดงขอ้ มูล
รายละเอียดของผวิ โลกท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ภูมลิ กั ษณ์แบบต่าง ๆ ทงั้ ท่เี กิดข้นึ เองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา ท่รี าบสูง ทรี าบ
แมน่ า้ ทะเล ทะเลสาบ เป็นตน้ และสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ เช่น เมอื ง หมบู่ า้ น พ้นื ทเ่ี กษตรกรรม อ่างเก็บนา้ ถนน ทางรถไฟ
เป็นตน้

แผนท่ภี ูมปิ ระเทศแสดงความสูงตา่ ของผวิ โลกดว้ ยเสน้ ชนั้ ความสูง (contour line) และหมดุ ระดบั
(bench mark) จดั ทากรมแผนทท่ี หาร แผนทภ่ี ูมปิ ระเทศทใ่ี ชก้ นั มากมี 2 มาตราส่วน ไดแ้ ก่ แผนทม่ี าตราส่วนเลก็ คอื
มาตราส่วน 1: 250,000 และแผนทม่ี าตราส่วนใหญ่ คอื มาตราสว่ น 1 : 50,000 เน่อื งจากแผนทภ่ี ูมปิ ระเทศทง้ั สอง

มาตราส่วนจดั ทาข้นึ จากขอ้ มูลท่ไี ดม้ าจากรูปถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายทางดาวเทียม จึงไดข้ อ้ มูลท่ปี รากฏอยู่บน
พ้นื ผวิ โลกทถ่ี กู ตอ้ งและทนั สมยั มจี ดุ ภมู ศิ าสตรอ์ า้ งองิ ได้ จงึ เป็นแผนทท่ี ม่ี คี วามนยิ มใชใ้ นงานสาขาอน่ื ๆ เช่น การสรา้ ง
ถนน การสรา้ งเขอ่ื น การสรา้ งเมอื งใหม่ การป้องกนั อทุ กภยั

ภาพท่ี 10 แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศทวปี ยุโรป

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/auk6whDJjewmnxfM7 : ออนไลน)์

2. แผนทเี่ ฉพาะเรือ่ ง (thematic Map) เป็นแผนทท่ี จ่ี ดั ทาข้นึ เพอ่ื แสดงขอ้ มลู หลกั เฉพาะเร่อื งใดเร่อื งหน่งึ
เช่น แผนท่ปี ระชากร แผนท่อี ากาศ แผนท่ปี ่าไม้ แผนท่ที ่องเท่ยี ว แผนท่เี หล่าน้ีจะมกี ารสารวจเพ่มิ เตมิ หรือปรบั แกไ้ ข
ขอ้ มลู ใหท้ นั สมยั เป็นระยะ ๆ ไป

มาตราส่วนของแผนทเ่ี ฉพาเร่อื งมคี วามหลากหลายตามลกั ษณะขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการแสดงแต่ส่วนมากจะเป็น
มาตราส่วนเลก็ เช่น มาตรส่วนเลก็ 1 : 1,000,000 1: 500,000 หรือ 1 : 250,000 เป็นตน้ ส่วนแผนท่เี ฉพาะเร่ืองท่มี ี
ลกั ษณะเชิงวชิ าการ เช่น แผนท่ชี ุดดนิ แผนท่กี ารใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน แผนท่ธี รณีวทิ ยาและแหล่งแร่ อาจทาเป็นแผนท่ี
มาตราส่วน 1 : 100,000 หรือ 1 : 50,000 แต่แผนท่ีเฉพาะเร่ืองบางชนิดท่ีตอ้ งการเฉพาะพ้ืนท่ีขนาดเล็ก เช่น
ทรพั ยากรธรรมชาติ ในตาบลหรอื หมบู่ า้ นอาจมกี ารจดั ทาแผนทม่ี าตราสว่ นใหญ่ได้

ภาพท่ี 11 แผนทท่ี อ่ งเทย่ี วจงั หวดั พษิ ณุโลก

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/EmVVmhzFQbkteknA7 : ออนไลน์ )

เน่อื งจากแผนทเ่ี ฉพาะเร่อื งมคี วามหลากหลายชนดิ มาก จงึ ไดน้ าเสนอตวั อยา่ งเพยี งบางชนดิ ดงั น้ี

3. องคป์ ระกอบแผนท่ี แผนทโ่ี ดยทวั่ ไปมอี งคป์ ระกอบสาคญั ดงั น้ี

ภาพท่ี 12 องคป์ ระกอบแผนท่ี

(ท่มี า : หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภูมศิ าสตร์ ม.4-ม.6 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6. 2558)

โดยองคป์ ระกอบทส่ี าคญั ดงั น้ี

1. เสน้ ของระวาง เป็นเสน้ ท่แี บ่งพ้นื ทอ่ี อกเป็นสองส่วน คือ ภายในของระวาง และนอกของระวาง โดย

เสน้ ของระวางแต่ละดา้ นจะมตี วั เลขบอกค่าพิกดั กริด (ค่าตะวนั ออก ค่าเหนือ) และค่าพกิ ดั ภูมศิ าสตร์ (ค่าของละติจูด

และลองจจิ ูด)

2. มาตราส่วน หมายถงึ อตั ราส่วนเปรยี บเทยี บระยะทางบนแผนทก่ี บั ระยะทางบนภมู ปิ ระเทศ

มาตราส่วนแผนท่ี ระยะทางบนแผนท่ี

=

ระยะทาวบนภูมปิ ระเทศ

ตวั อย่างท่ี 1.1 วดั ระยะทางในภูมปิ ระเทศได้ 2.8 กิโลเมตร วดั ระยะทางของแผนท่ี ณ จุดท่ตี รงกนั ได้
5.6 เซนตเิ มตร อยากทราบวา่ แผนทฉ่ี บบั น้ี มมี าตราสว่ นเท่าไร

ระยะทางบนแผนท่ี

จาก มาตราสว่ นแผนท่ี =

ระยะทางบนภมู ปิ ระเทศ
5.6 ซ.ม.

= 2.8 ก.ม.

5.6 ซ.ม.

= 2.8∗100∗1000 ซ.ม.

5.6

= 280,000 ซ.ม.

1

= 50,000

ตวั อยา่ งท่ี 1.2 ระยะทางจากบา้ นโรงเรยี นมคี วามยาว 3.5 กโิ ลเมตร ถา้ จะทาแผนทโ่ี ดยใช้ มาตราสว่ น 1 :
50,000 ความยาวของระยะทางในแผนทจ่ี ะเป็นเท่าใด

ระยะทางบนแผนท่ี

จาก มาตราส่วนแผนท่ี =

ระยะทางบนภูมปิ ระเทศ

1 ระยะทางบนแผนท่ี

แทนค่า 50,000 = 3.5

3.5

ระยะทางบนแผนท่ี = 50,000

เปลย่ี นเป็นเซนตเิ มตร = 3.5 x 100,000 = 350,000

350,000

ระยะทางบนแผนท่ี = 50,000

ระยะทางบนแผนท่ี = 7 เซนตเิ มตร

3. สญั ลกั ษณ์ (symbol) และคาอธบิ ายสญั ลกั ษณ์ (legend) เป็นเคร่อื งหมายทใ่ี ชแ้ ทนสง่ิ ต่าง ๆ ในภูมิ
ประเทศจรงิ เพอ่ื ช่วยใหผ้ ูใ้ ชส้ ามารถอ่านและแปลความหมายจากแผนทไ่ี ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ทงั้ น้ใี นแผนทจ่ี ะตอ้ งมคี าอธบิ าย
สญั ลกั ษณป์ ระกอบไวด้ ว้ ยเสมอ

4. ทศิ ทาง (direction) มคี วามสาคญั ต่อการคน้ หาตาแหน่งทต่ี งั้ ของสง่ิ ของต่าง ๆ โดยในสมยั โบราณใช้
วธิ ีดูทศิ ทางตามการข้นึ และตกของดวงอาทติ ยใ์ นเวลากลางวนั และการดูทศิ ทางของดาวเหนือในเวลากลางคนื ต่อมามี
การประดษิ ฐเ์ ขม็ ทศิ ซง่ึ เป็นเคร่อื งมอชื ่วยในการหาทศิ ข้นึ เน่อื งจากเขม็ ของเขม็ ทศิ จะช้ไี ปทางทิศเหนือตลอดเวลา การใช้
ทศิ ทางในแผนทป่ี ระกอบกบั เขม็ ทศิ หรอื การสงั เกตดวงอาทติ ยแ์ ละดาวเหนือจงึ ช่วยใหเ้ราสามารถเดนิ ทางไปยงั สถานท่ี
ทเ่ี ราตอ้ งการได้ ในแผนทจ่ี ะตอ้ งมภี าพเขม็ ทศิ หรอื ลูกศรช้ไี ปทางทศิ เหนอื เสมอ ถา้ หากแผนทใ่ี ดไมไ่ ดก้ าหนดภาพเขม็ ทศิ
หรอื ลูกศรไว้ กใ็ หเ้ขา้ ใจวา่ ดา้ นบานของแผนทค่ี อื ทศิ เหนอื

4. การอ่านแผนท่ี แผนท่เี ป็นเคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตรท์ ่มี คี วามสาคญั ต่อการดาเนินชีวติ หลายประการ
เช่น ใชแ้ ผนทใ่ี นการเดนิ ทาง การวางแผนการท่องเทย่ี ว การศึกษาสภาพของพ้นื ทเ่ี พอ่ื การป้องกนั และแกป้ ญั หาภยั พบิ ตั ิ
ต่าง ๆ เป็นตน้ ดงั นนั้ ผูใ้ ชห้ รอื ผูศ้ ึกษาแผนทจ่ี งึ ควรมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนท่ี และฝึกฝนการ
อ่านแผนทอ่ี ยู่เสมอ จงึ จะสามารถอ่านแผนทไ่ี ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง รวดเร็ว และนาขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการจากแผนทไ่ี ปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
ตามวตั ถปุ ระสงค์

ตวั อย่างแผนท่ภี ูมปิ ระเทศบริเวณเขาพนมรุง้ มาตราสว่ นเดิม 1 : 50,000

ภาพท่ี 13 ตวั อยา่ งแผนทภ่ี ูมปิ ระเทศบรเิ วณเขาพนมรุง้

(ท่มี า : หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภูมศิ าสตร์ ม.4-6 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที 4-6. 2558 : 6)

จากแผนท่ภี ูมปิ ระเทศบริเวณเขาพนมรุง้ มาตราส่วนเดมิ 1 : 50,000 ของกรมแผนทท่ี หารมขี อ้ มูล และ
สาระดา้ นภูมลิ กั ษณ์บรเิ วณทเ่ี ป็นภูเขาไฟ ทง้ั สง่ิ ทเ่ี กิดข้นึ เองตามธรรมชาตแิ ละสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ แสดงดว้ ยสญั ลกั ษณ์
แผนท่ี ดงั ตวั อย่างต่อไปน้ี

ภาพท่ี 14 สญั ลกั ษณข์ องแผนท่ี
(ท่มี า : หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภูมศิ าสตร์ ม.4-6 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที 4-6. 2558 : 7 )

5. ประโยชน์ของแผนท่ี แผนท่ีเป็ นเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ท่ีมีความจาเป็ นสาหรับการศึกษา
สภาพแวดลอ้ มทางภมู ศิ าสตร์ และเป็นประโยชนก์ ารดาเนนิ กจิ กรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ดงั น้ี

1. ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เช่น ใชแ้ สดงเสน้ ทางคมนาคมในการเดนิ ทาง เป็นตน้
2. ใชใ้ นการส่งเสรมิ การท่องเทย่ี ว แผนทม่ี ปี ระโยชนใ์ นการเดนิ ทางไปยงั สถานทท่ี อ่ งเทย่ี ว การวางแผน
การท่องเทย่ี ว รวมถงึ การตดั สนิ ใจเลอื กสถานทท่ี ่องเทย่ี วของนกั ท่องเทย่ี ว
3. ใชใ้ นการรายงานปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น แผนท่แี สดงอุณหภูมิ แผนท่แี สดงการเคลอ่ื นท่ขี อง
พายุ ซง่ึ ทาใหเ้ขา้ ใจไดง้ า่ ยข้นึ เป็นตน้
4. ใชเ้ ป็นขอ้ มูลพ้นื ฐานในการวางแผนสรา้ งระบบสาธารณูปโภค เช่น วางแผนการตดั ถนน วางระบบ
โทรคมนาคม วางสายไฟฟ้า วางสายไฟฟ้า การสรา้ งเขอ่ื น เป็นตน้
5. ใชเ้ป็นขอ้ มลู พ้นื ฐานในการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม เช่น แผนทแ่ี สดงความหนาแน่นของประชากร
แผนทแ่ี สดงแหลง่ ปลูกพชื เศรษฐกิจ ซง่ึ ช่วยทาใหท้ รายขอ้ มลู พ้นื ฐาน เพอ่ื นาไปวางแผนการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม
ต่อไป เป็นตน้
6. ใชใ้ นกจิ การทางการทหาร โดยนาไปเป็นขอ้ มลู ในการวางแผนทางยทุ ธศาสตร์ เช่น การเลอื กตง้ั ทค่ี ่าย
ทหาร การท้งิ ระเบดิ โจมตที างอากาศ เป็นตน้
7. ใชใ้ นดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ เช่น ใชเ้ป็นขอ้ มลู ในการสารวจและปกั ปนั เขตแดน เป็นตน้
8. ใชศ้ ึกษาวจิ ยั เก่ยี วกบั พ้นื ท่ี เช่น ศึกษาชนดิ คณุ ภาพ และการกระจายดนิ ธรณีวทิ ยา ป่าไม้ เป็นตน้

ลูกโลก

ลูกโลก เป็นสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ เพอ่ื จาลองลกั ษณะของโลกแสดงทต่ี ง้ั อาณาเขตพรมแดนของประเทศต่าง
ๆ และลูกโลกจาลองยงั สามารถใชเ้ป็นสอ่ื ในการเรยี นการสอนเก่ยี วกบั โลกไดเ้ป็นอย่างดี ลูกโลกจาลองแสดงสง่ิ ต่อไปน้ี

รูปทรงของโลก

โลกมลี กั ษณะเกือบกลมหรือกลมรีเลก็ นอ้ ย คือ ตรงบริเวณขว้ั โลกทง้ั สองยุบลงเลก็ นอ้ ยและป่องตรง
บริเวณศูนยส์ ูตร โลกมเี สน้ ผ่านศูนยก์ ลางท่เี สน้ ศูนยส์ ูตร ยาว 12,756 กิโลเมตร และมเี สน้ ผ่านศูนยก์ ลางจากขวั้ โลก
เหนือถึงขวั้ โลกใตย้ าว 12,714 กิโลเมตร จึงเห็นไดว้ ่ารูปร่างของโลกไม่เป็นทรงกลมอย่างแทจ้ ริง บนผิวโลกจะมี
องคป์ ระกอบหลกั 2 ส่วน คอื ส่วนทเ่ี ป็นพ้นื นา้ ไดแ้ ก่ ทะเล มหาสมทุ รต่าง ๆ มเี น้อื ทร่ี ่วมกนั 375 ลา้ นตารางกโิ ลเมตร
และส่วนทเ่ี ป็นแผ่นดนิ ไดแ้ ก่ ทวปี และเกาะต่าง ๆ มเี น้ือทร่ี ่วมกนั 150 ลา้ นตารางกโิ ลเมตร เมอ่ื รวมกนั ทง้ั พ้ืนนา้ และ
แผ่นดนิ แลว้ โลกจะมเี น้อื ทร่ี วมประมาณ 525 ลา้ นตารางกโิ ลเมตร โดยคดิ ส่วนบรเิ วณผวิ ของเปลอื กโลกจะเป็นพ้นื นา้ 2
ใน 3 ส่วน และส่วนทเ่ี ป็นแผ่นดนิ 1 ใน 3 สว่ น

ดง้ั นน้ั การสร้ างลูกโลกจาลองจึงตอ้ งเป็นไปตามสดั ส่วนของโลก แต่เน่ืองจากมกี ารย่อส่วนเป็นลูกโลก
จาลองแลว้ จะพบว่าค่าความยาวของเสน้ ผ่ารศูนยก์ ลางทเ่ี สน้ ศูนยส์ ูตร และจากขวั้ โลกเหนือไปยงั ขว้ั โลกใต้ จะมคี ่าไม่
ต่างกนั มากนกั จงึ เหน็ ไดว้ ่าลูกโลกจาลองมลี กั ษณะทรงกลม เพราะมคี วามแตกต่างกนั เพยี งเลก็ นอ้ ย เมอ่ื เทยี บกบั ขนาด
จรงิ ของโลก

ขอ้ มูลท่แี สดงบนลูกโลก

ลูกโลกจาลองมหี ลายแบบตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการแสดง ซง่ึ อาจแบ่งไดเ้ป็น 2 แบบ ดงั น้ี
1. ลูกโลกแสดงลกั ษณะผิวโลก โดยแบ่งผิวโลกออกเป็น 2 ส่วนอย่างชดั เจนคือ ส่วนท่ีเป็นพ้ืนนา้
รายละเอยี ดของทวปี ประเทศ ทต่ี ง้ั ของเมอื งหลวงและเมอื งสาคญั

2. สว่ นท่สี มมตขิ ้ึน ลูกโลกจาลองแสดงเสน้ เมรเิ ดยี นทล่ี ากจากขวั้ โลกเหนอื สู่ขว้ั โลกใต้ และเสน้ ขนานทล่ี า
กรอบโลกขนานกบั เสน้ ศูนยส์ ูตร เสน้ ทงั้ สองมไี วเ้พอ่ื บองพกิ ดั ภูมศิ าสตรเ์ ป้นค่าของละตจิ ูด และลองจจิ ูดของตาแหน่ง
ต่าง ๆ ทอ่ี ยู่บนพ้นื ผวิ โลก

ภาพท่ี 15 ลูกโลกจาลองแสดงเสน้ เมรเิ ดยี น

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/rDY6jsGFBJ89vQbZA. : ออนไลน)์

เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี น่ื ๆ

นอกจากการใชแ้ ผนท่เี พอ่ื ศึกษาพ้นื ทใ่ี นแต่ละบริเวณแลว้ ยงั มเี คร่ืองมอื สารสนเทศและเทคโนโลยเี พ่อื
การศึกษาทางภูมศิ าสตรอ์ ีกหลายรูปแบบ ท่สี ามารถนามาใชป้ ระโยชน์ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศ (Aerial Photophy)
ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม ((Satellite Imagery) ระบบกาหนดตาแหน่งบนพ้นื โลก (Global Positioning System : GPS)
และระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์ (Geographic System : GIS)

ภาพถา่ ยทางอากาศ
หมายถงึ รูปถ่ายของภมู ปิ ระเทศทป่ี รากฏอยู่บนผวิ โลก ซง่ึ ไดจ้ ากการถ่ายภาพจากทส่ี ูงในอากาศเหนอื พ้นื
โลก โดยใชเ้ คร่ืองบนิ หรือบอลลูนท่มี กี ารติดกลอ้ งถ่ายภาพแลว้ บนิ เหนือบริเวณท่ตี อ้ งการถ่ายภาพ เมอ่ื กลอ้ งถ่ายภาพ
บนั ทกึ ภาพนน้ั ไวแ้ ลว้ จงึ นามาเรยี งต่อกนั กจ็ ะเหน็ รายละเอยี ดของสง่ิ ต่าง ๆ ทป่ี รากฏอยู่จรงิ บนผวิ โลก

ภาพท่ี 16 ภาพถา่ ยทางอากาศโรงเรยี นพษิ ณุโลกพทิ ยาคม

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/zMFzjdGBhnv6c6zt8. : ออนไลน)์

การนาภาพถา่ ยทางอากาศไปใช้
ภาพถา่ ยทางอากาศมปี ระโยชนใ์ นการศึกษา วเิ คราะห์ และตคี วามขอม้ ลู เก่ยี วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
การเปลย่ี นแปลงของส่งิ ต่าง ๆ ท่เี กิดข้นึ ในแต่ละช่วงเวลา งานดา้ นต่าง ๆ ท่ใี ชภ้ าพถ่ายทางอากาศ เช่น การทาแผนท่ี
การวางผงั เมอื ง การศึกษาพ้นื ทป่ี ่าไม้ การศึกษาการเปลย่ี นแปลง การใชท้ ด่ี นิ เป็นตน้

ภาพท่ี 17 ภาพถา่ ยทางดาวเทยี มพ้นื ทน่ี า้ ท่วมบางส่วนจงั หวดั รอ้ ยเอด็
กาฬสนิ ธุ์ นครพนม สกลนคร บงึ กาฬ มหาสารคาม และยโสธร

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/PCMVsWAymN4S69Ld6. : ออนไลน)์

ภาพถ่ายดาวเทยี ม
ภาพถ่ายดาวเทยี ม หมายถงึ ภาพถ่ายท่ไี ดจ้ ากการบนั ทกึ ขอ้ มูลของดาวเทยี มดว้ ยกระบวนการสารวจ
ระยะไกลหรอื รโี มตเซนซงิ (Remote Sensing : RS) ดว้ ยอปุ กรณบ์ นั ทกึ ขอ้ มลู โดยใชห้ ลกั การของคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
เป็นสอ่ื บนั ทกึ ขอ้ มลู ในลกั ษณะของช่วงคลน่ื
การนาขอ้ มูลภาพถา่ ยดาวเทยี มไปใช้
ปจั จุบนั น้ีไดม้ กี ารนาขอ้ มลู ภาพถ่ายดาวเทยี มไปศึกษา แปลความหมาย ตคี วาม และวเิ คราะห์กนั อย่าง
กวา้ งขวางในหลายสาขา ไดแ้ ก่

ดา้ นป่าไม้ เช่น การตดิ ตามตรวจสอบพ้ืนทป่ี ่าเส่อื มโทรม การศึกษาพ้ืนทป่ี ่าชายเลน การศึกษา
ไฟป่า เป็นตน้

ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น การศึกษาภาวะโลกรอ้ น การตรวจสอบคุณภาพนา้ และตะกอนในอ่าวไทย
การตดิ ตามตรวจสอบมลพษิ ทางอากาศ เป็นตน้

ดา้ นอทุ กวทิ ยา เช่น การวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ พ้นื ทเ่ี สย่ี งอทุ กภยั การศึกษาปรมิ าณ และคณุ ภาพ
นา้ ตามธรรมชาติ การวางแผนการชลประทาน เป็นตน้

ระบบกาหนดตาแหน่งบนโลก
ระบบกาหนดตาแหน่งบนโลกหรอื จพี เี อส เป็นเคร่อื งมอื สมยั ใหม่ ทม่ี ที งั้ ขนาดใหญ่และขนาดเลก็ ทพ่ี กพา
ไดส้ ะดวก สามารถใชก้ าหนดพกิ ดั ของผวิ โลกไดอ้ ย่างแม่นยา ค่าท่อี ่านไดจ้ ะเป็นค่าละติจูดและลองจจิ ูดหรอื ค่ายูทเี อ็ม
(Universal Transuerse Mercator : UTM) ทงั้ น้รี ะบบกาหนดตาแหน่งบนโลกมอี งคป์ ระกอบทส่ี าคญั ดงั น้ี
1. ส่วนอวกาศ เป็นส่วนของดาวเทยี มทโ่ี คจรรอบโลกในอวกาศ ซ่ึงมจี านวน 24 ดวง แบ่งออกเป็น 6 วง
โคจร โดยใชร้ ะยะทางและเวลาของดาวเทยี มแต่ละดวง โดย 21 ดวงจะทา หนา้ ทส่ี ่งสญั ญาณคลน่ื วทิ ยุจากอวกาศมายงั
สถานรี บั สญั ญาณ รบั สญั ญาณจากสถานคี วบคุม สว่ นทเ่ี หลอื จะเป็นดาวเทยี มเสรมิ ปฏบิ ตั กิ าร
2. ส่วนควบคมุ จะประกอบดว้ ยสถานีควบคุมพ้นื ดนิ ท่คี อยตรวจสอบการโคจรของดาวเทยี มแต่ละดวง
โดยการสอ่ื สารผ่านวทิ ยุทม่ี คี วามเรว็ คลน่ื ประมาณ 186,000 ไมลต์ ่อวนิ าที
3. ส่วนผูใ้ ช้ จะประกอบดว้ ยเคร่อื งระบบกาหนดตาแหน่งบนโลก ซ่งึ ทาหนา้ ทแ่ี ปลงสญั ญาณทไ่ี ดร้ บั จาก
ดาวเทยี มมาคานวณหาพกิ ดั ตาแหน่งบนผวิ โลกและหาความสูงเฉลย่ี จากระดบั พ้นื ดนิ การนาระบบกาหนดตาแหน่งบน
โลกไปใช ้
ปจั จบุ นั ไดม้ กี ารนาระบบกาหนดตาแหน่งบนโลกมาใชป้ ระโยชนใ์ นงานดา้ นต่าง ๆ เช่น ใชใ้ นการตดิ ตง้ั
ระบบโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี ใชใ้ นการจราจรและขนสง่ ใชใ้ นการทารงั วดั และการทาแผนท่ี เป็นตน้

ภาพท่ี 18 GPS
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/4p9W6TbTVsT5nMwL9. : ออนไลน)์

ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตรห์ รือจีไอเอส หมายถงึ ระบบฐานขอ้ มูลสารสนเทศภูมิศาสตรท์ ่ชี ่วยในการ
จดั เก็บ จดั การ จดั ทาวเิ คราะห์ ทาแบบจาลองและการแสดงขอ้ มลู เชงิ พ้นื ทด่ี ว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์
การจดั การขอ้ มูลท่ีสาคญั ของระบบจไี อเอส
ปจั จบุ นั เทคโนโลยรี ะบบสารสนเทศภูมศิ าสตรไ์ ดเ้ ขา้ มามบี ทบาทในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เพอ่ื ประกอบการ
ตดั สนิ ใจในระดบั ต่างกนั ทง้ั ในภาครฐั บาลและเอกชน ซง่ึ ในการจดั การขอ้ มลู ภมู ศิ าสตรท์ ส่ี าคญั มอี ยู่ 4 ประการ คอื
1. การนาเขา้ ขอ้ มูล เป็นการป้ อนขอ้ มูลต่าง ๆ ทางภูมศิ าสตรใ์ หอ้ ยู่ในรูปแบบท่ีสามารถใชก้ บั ระบบ
สารสนเทศภูมศิ าสตรไ์ ด้ เช่น แผนท่ี ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม เขา้ ระบบคอมพวิ เตอรข์ อ้ มลู ทจ่ี ดั เก็บแลว้
สามารถเก็บไวใ้ นฐานขอ้ มลู ซง่ึ สามารถแกไ้ ขป้ รบั ปรุงใหท้ นั สมยั อยู่เสมอ
2. การจดั เก็บขอ้ มลู เป็นการจดั เก็บและแกไ้ ขขอ้ มลู จากฐานขอ้ มลู ซง่ึ มหี ลายวธิ กี ารในการจดั เก็บขอ้ มลู
ใหอ้ ยู่ในรูปของแฟ้มของขอ้ มูลท่คี อมพวิ เตอรส์ ามารถอ่านค่าไดแ้ ละจดั การขอ้ มูล รวมทง้ั การเช่ือมโยงขอ้ มูลอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ขอ้ มลู ทจ่ี ดั เกบ็ ในคอมพวิ เตอรแ์ บ่งเป็น 2 ประเภท คอื ขอ้ มลู เชงิ พ้นื ทแ่ี ละขอ้ มลู เชงิ ลกั ษณะประจา
3. การวิเคราะหข์ อ้ มูล เป็นกระบวนการเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลของขอ้ มูลตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนดไวโ้ ดยอาจ
วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากฐานขอ้ มลู ชนั้ เดยี วหรอื วเิ คราะหจ์ ากขอ้ มลู หลายชนั้
4. การแสดงผล เป็นการแสดงผลขอ้ มลู ต่อผูใ้ ชใ้ นรูปของตวั เลข ขอ้ มลู ภาพ หรอื แผนท่ี ตาราง
คาบรรยาย
การนาระบบสารสนเทศภมู ิศาสตรไ์ ปใช้
ประเทศไทยไดม้ กี ารนาระบบสารสนเทศภูมศิ าสตรไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ ไดแ้ ก่
ดา้ นป่าไม้ เช่น การจดั การพ้นื ทป่ี ่า การวเิ คราะหแ์ ละฟ้ืนฟูพ้นื ทป่ี ่าเสอ่ื มโทรม เป็นตน้
ดา้ นสาธารณสุข เช่น การติดตามตรวจสอบไขห้ วดั ใหญ่สตั วป์ ีก การวเิ คราะหก์ ารแพร่กระจายของโรค
ระบาด เป็นตน้
ดา้ นผงั เมอื ง เช่น การวางผงั การวางแผนโครงการพฒั นาทอ่ี ยู่อาศยั เป็นตน้
ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มและภยั ธรรมชาติ เช่น การวิเคราะหพ์ ้นื ท่ที ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากภยั สนึ ามิ การวเคราะห์
พ้นื ทท่ี เ่ี สย่ี งต่อการเกดิ ภยั แลง้ เป็นตน้
ดา้ นการเกษตร เช่น การศึกษาพ้นื ทท่ี ม่ี ศี กั ยภาพในการเพาะปลูกพชื เศรษฐกจิ การประเมนิ ทรพั ยากรนา้
เพอ่ื ใชใ้ นการเพาะปลูก เป็นตน้

ประเภทเคร่อื งมอื และอปุ กรณ์ทางภมู ศิ าสตร์
อปุ กรณท์ างภูมศิ าสตร์ หมายถงึ อปุ กรณท์ ใ่ี ชว้ ดั หรอื เกบ็ ขอม้ ลู ทางภมู ศิ าสตรใ์ นดา้ นต่าง ๆ เช่น
ทศิ ระยะทาง ความสูง ตาแหน่งทต่ี งั้ อณุ หภมู ขิ องอากาศ และปรมิ าณฝน เป็นตน้ สรุปไดด้ งั น้ี






Click to View FlipBook Version