101
31. การปะทะกันระหว่างกองทัพของประเทศอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน เกิดจากกรณีพ้ืนที่
พิพาทในข้อใด
1.ภมู ภิ าคบาลาคนั -กะบาลา
2.ภูมภิ าคแกฆาร์คูนคิ -กอตยั ค์
3.ภมู ภิ าคนากอรโ์ น-คาราบัค
4.ภูมภิ าคอารารัต-อาร์มาวรี ์
32. นายกรัฐมนตรคี นปัจจบุ นั ของประเทศญ่ปี ุ่นคือใคร / ณ ตลุ าคม 2563
1.นายชนิ โสะ อาเบะ
2.นายฟูมิโอะ คชิ ดิ ะ
3.นายโยชิฮเิ ดะ ซูงะ
4.นายทาโร่ โคโนะ
33. เทศกาลประจาปี “วันแหง่ ความตาย” (Day of the Dead) เปน็ ประเพณขี องประเทศใด
1.กัวเตมาลา
2.ฮอนดรู สั
3.เบลีซ
4.เม็กซิโก
34. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการคลัง คนปัจจบุ ันคอื ใคร //Update ต.ค. 2563
1.นายปรดี ี ดาวฉาย
2.นายอนชุ า นาคาศัย
3.นายอาคม เติมพทิ ยาไพสฐิ
4.นายสพุ ฒั นพงษ์ พนั ธม์ ีเชาว์
35. 29 ต.ค. 2563 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศ
สถานการณฉ์ กุ เฉนิ ในทุกเขตท้องท่ที ่ัวราชอาณาจักร เปน็ คราวทีเ่ ท่าไร
1.คราวที่ 6
2.คราวที่ 9
3.คราวที่ 7
4.คราวท่ี 8
36. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2563
ภายใตแ้ นวคดิ ว่าอะไร
1.ศรัทธาวิถีแหง่ สายนา้
2.ลอยกระทงวถิ ใี หม่ สบื สานวัฒนธรรมไทย
3.ลอยกระทงปลอดภยั สบื สานวัฒนธรรมไทย ใสใ่ จสายนา้ และสิ่งแวดล้อม
4.สสี นั แหง่ สายนา้ มหกรรมลอยกระทง
102
37. ผู้บัญชาการทหารสงู สดุ คนปจั จบุ ันคอื ใคร /Update ตุลาคม 2563
1.พล.อ.ชาตชิ าย ศรวี รขาน
2.พล.อ.ณรงค์พนั ธ์ จิตต์แกว้ แท้
3.พล.อ.แอรบ์ ูล สทุ ธวิ รรณ
4.พล.อ.เฉลมิ พล ศรสี วัสดิ์
38. ส.ส. คนใดใช้มีดกรีดที่บริเวณแขนตนเองระหว่างการประชุมสภา วันที่ 27 ต.ค. 63
1.นายวสิ าร เตชะธรี าวฒั น์
2.นายพิเชษฐ์ เช้ือเมอื งพาน
3.นายวริ ัช รัตนเศรษฐ
4.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
39. ผู้บญั ชาการทหารบก คนปัจจุบนั คอื ใคร /Update ตลุ าคม 2563
1.พล.อ.ณรงค์พันธ์ จติ ต์แก้วแท้
2.พล.อ.ชาตชิ าย ศรีวรขาน
3.พล.อ.เฉลิมพล ศรสี วัสดิ์
4.พล.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ
40. กองอานวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉกุ เฉนิ ท่มี ีความร้ายแรง มีอกั ษรย่อตามขอ้ ใด
1.กอส.ฉ.
2.กอร.ฉ.
3.กอฉ.ร.
4.กอส.ร.
เฉลย
1.2 2.3 3.4 4.1 5.1 6.2 7.2 8.2 9.3 10.4
11.3 12.4 13.3 14.2 15.3 16.4 17.4 18.1 19.4 20.4
21.3 22.2 23.2 24.4 25.1 26.2 27.2 28.3 29.2 30.4
31.3 32.3 33.4 34.3 35.3 36.2 37.4 38.1 39.1 40.2
103
แนวขอ้ สอบสถานการณเ์ ศรษฐกจิ การเมือง และสงั คม จาไปสอบ
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา (เกิด 21 มีนาคม 2497) ช่ือเล่น ตู่ เป็นนักการเมอื งและนายทหาร
บกชาวไทย หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งก่อรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ.
2557 และเป็นคณะรัฐประหารท่ีปกครองประเทศไทยในปี 2557 ถงึ 2562 เป็นนายกรัฐมนตรี
ไทยคนท่ี 29 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน
พล.อ.เฉลิมพล ศรสี วสั ด์ิ เป็นผู้บญั ชาการทหารสูงสุด เกดิ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2506 สาเรจ็ การศึกษา
จากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 21 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 32 โรงเรียนเสนาธิ
การทหารบก หลักสูตรหลักประจา ชุดท่ี 73 เคยดารงตาแหน่งสาคัญ อาทิ ผู้บัญชาการกองพล
ทหารมา้ ท่ี 2 รักษาพระองค์, เจา้ กรมยุทธการทหารบก, รองเสนาธิการทหารบก, เสนาธกิ ารทหาร
จนไดร้ ับพระมหากรุณาธิคณุ แต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผบู้ ญั ชาการทหารสูงสดุ คนที่ 35
พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็นผู้บัญชาการทหารบก เกิดเมื่อวันท่ี 1 ม.ค.2506 สาเร็จ
การศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นท่ี 22 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจา ชุดที่ 73 เคยดารงตาแหน่งสาคัญ อาทิ รองผู้
บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบท่ี 31 รักษาพระองค์, ปฏิบัติงานรักษาสันติภาพใน
ติมอร์ตะวันออก, ผู้บังคับกองพันทหารราบท่ี 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์, ผู้บังคับกอง
พันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์, ผู้บังคับการกรมทหารราบท่ี 31 รักษา
พระองค์, ผู้บัญชาการกองพลท่ี 1 รักษาพระองค์, แม่ทพั ภาคท่ี 1, ผชู้ ่วยผู้บัญชาการทหารบก จน
ไดร้ ับพระมหากรุณาธิคณุ แต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งผ้บู ัญชาการทหารบก คนที่ 42
พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ เกิดเม่ือวันท่ี 13 ส.ค.2504 สาเร็จ
การศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นท่ี 20 โรงเรียนนายเรือ รุ่นที่ 77, วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่น
ที่ 39, เคยดารงตาแหน่งสาคัญอาทิ ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ, ปลัดบัญชี
ทหารเรือ, เสนาธิการทหารเรือ, ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งต้ัง
ใหด้ ารงตาแหน่งผ้บู ญั ชาการทหารเรือ คนที่ 54
พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ เกิดเม่ือวันที่ 6 มี.ค.2504 สาเร็จ
การศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นท่ี 21 โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 28 โรงเรียนเสนาธิ
การทหารอากาศ รุ่นท่ี 40 วิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นท่ี 44 เคยดารงตาแหน่งสาคัญ อาทิ ผู้
บังคับการกองบิน 6, ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศสิงคโปร์, ปลัดบัญชีทหารอากาศ, ผู้ทรงคุณวุฒิ
พิเศษกองทัพอากาศ จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง ผู้บัญชาการทหาร
อากาศ คนท่ี 27
104
พลตารวจเอก สุวฒั น์ แจ้งยอดสุข ช่ือเล่น ป๊ัด (เกิด 20 ธนั วาคม 2504) เป็นนายตารวจชาวไทย
ปจั จุบันดารงตาแหน่งผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ นายตารวจราชองครักษ[์ 3] สมาชกิ วุฒิสภาไทย
ชุดที่ 12 หัวหน้าผู้รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรง[4] ผู้อานวยการกอง
อานวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรง อดีตรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ
อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ อดีตผู้บัญชาการตารวจภูธรภาค 1 และ อดีตผู้บัญชาการ
ตารวจสันติบาล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นท่ี 20, โรงเรียนนายร้อยตารวจ รุ่นที่ 36, ปริญญาโท
วทิ ยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาคอมพิวเตอร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
คณะรฐั มนตรีปจั จุบนั
รายนาม
ลาดบั ที่ตาแหนง่ รายนาม ควบตาแหนง่ /ดา้ นทรี่ ับผิดชอบ
1 นายกรฐั มนตรี ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงกลาโหม
2 ประวติ ร วงษ์สวุ รรณ (ด้านความม่ันคง)
3 วิษณุ เครอื งาม (ด้านกฎหมาย)
4 จุรนิ ทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รฐั มนตรีว่าการกระทรวงพานชิ ย์
5 รองนายกรัฐมนตรี อนทุ นิ ชาญวีรกูล รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข
6 ดอน ปรมตั ถ์วินยั รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการต่างประเทศ
7 สพุ ฒั นพงษ์ พนั ธ์มีเชาว์ รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงพลงั งาน
8 รัฐมนตรีประจาสานักนายกรฐั มนตรี อนชุ า นาคาศัย
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา
9 รัฐมนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงกลาโหม ชัยชาญ ช้างมงคล
10 รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงการคลัง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
11 รฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงการคลัง สันติ พรอ้ มพฒั น์
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการตา่ งประเทศ ดอน ปรมตั ถ์วนิ ยั
12 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกฬี า พพิ ฒั น์ รัชกจิ ประการ
13 รฐั มนตรีว่าการกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ จุติ ไกรฤกษ์
14 รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม
เอนก เหลา่ ธรรมทศั น์
15 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลมิ ชัย ศรีอ่อน
16 รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส พรหมเผ่า
17 มนญั ญา ไทยเศรษฐ์
18 ประภัตร โพธสธุ น
19 รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงคมนาคม ศกั ดิส์ ยาม ชดิ ชอบ
105
20 รฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงคมนาคม อธริ ัฐ รัตนเศรษฐ
21 วรี ศักด์ิ หวงั ศภุ กจิ โกศล
22 รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงกระทรวงดิจทิ ลั เพือ่ เศรษฐกิจและสงั คม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสร
23 รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม วราวธุ ศิลปอาชา
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงพลงั งาน สพุ ัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพาณิชย์ จุรนิ ทร์ ลักษณวิศิษฏ์
24 รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงพาณชิ ย์ สินิตย์ เลศิ ไกร
25 รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย อนพุ งษ์ เผา่ จนิ ดา
26 รฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทย นิพนธ์ บญุ ญามณี
27 ทรงศกั ดิ์ ทองศรี
28 รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม สมศกั ดิ์ เทพสุทิน
29 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงแรงงาน สุชาติ ชมกลิน่
30 รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงแรงงาน นฤมล ภิญโญสนิ วฒั น์
31 รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงวัฒนธรรม อทิ ธิพล คุณปลืม้
32 รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ ตรีนุช เทียนทอง
33 รฐั มนตรีช่วยว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ กลั ยา โสภณพนิช
34 กนกวรรณ วิลาวัลย์
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข อนทุ นิ ชาญวรี กลู
35 รฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงสาธารณสขุ สาธติ ปิตุเตชะ
36 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สุริยะ จงึ รุ่งเรอื งกจิ
ประธานรัฐสภาไทย เป็นตาแหน่งผู้นาสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติของไทย มีอานาจหน้าท่ีตาม
รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นท่ีได้กาหนดไว้ เป็นผู้ดาเนินกิจการของรัฐสภาในกรณีประชุมร่วมกัน
ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คับการประชุมรัฐสภา และยงั เปน็ ผู้บังคับบญั ชาข้าราชการฝา่ ยรฐั สภา
ผู้ท่ีดารงตาแหน่งประธานรัฐสภาน้ันจะเป็นไปตามท่ีรัฐธรรมนูญกาหนด ซ่ึงรัฐธรรมนูญฉบับ
ปัจจุบันคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กาหนดให้รัฐสภาไทย
ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา
และประธานวฒุ ิสภาเป็นรองประธานรฐั สภาโดยตาแหน่ง
ท้ังนี้ผู้ดารงตาแหน่งประธานรัฐสภาคนปัจจุบันคือชวน หลีกภัย โดยที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติ
เห็นชอบเมือ่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังเม่ือ 28
พฤษภาคม พ.ศ. 2562
106
สภาผู้แทนราษฎรไทย ประกอบด้วยสมาชิกซ่ึงมาจากการเลือกตั้งโดยตรงท้ังหมด 500 คน และ
แบ่งการได้มาออกเป็นการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จานวน 350 คน และ
แบบบัญชีรายช่ือของพรรคการเมือง โดยให้เขตประเทศเป็นเขตเลือกต้ัง จานวน 150 คน ซึ่ง
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรูปแบบนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ท้ังน้ีอายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกาหนด
คราวละ 4 ปี นับแตว่ นั เลอื กต้งั
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยไมอ่ ยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย
หรือความครอบงาใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพ่ือประโยชน์ส่วนรวมของ
ประเทศชาตแิ ละความผาสกุ ของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกนั แห่งผลประโยชน์ สภา
ผู้แทนราษฎรมีหน้าที่โดยตรงในทางนิติบัญญัติ ซ่ึงร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญ จะตราข้ึนเป็นกฎหมายได้ ก็ด้วยคาแนะนาและยินยอมของรัฐสภา ซึ่ง
ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และยังมีอานาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
ด้วย เช่น การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งกระทู้ถาม
และการเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายท่ัวไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ทั้งน้ี
เป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยระบบรฐั สภา
ประธาน ชวน หลีกภยั [1] (พรรคประชาธปิ ตั ย)์
ตงั้ แต่ 28 พฤษภาคม 2562
รองประธานคนที่ 1 สชุ าติ ตนั เจริญ (พรรคพลังประชารัฐ)
ตัง้ แต่ 28 พฤษภาคม 2562
รองประธานคนท่ี 2 ศภุ ชยั โพธิส์ ุ (พรรคภูมิใจไทย)
ตง้ั แต่ 28 พฤษภาคม 2562
กลุ่มการเมอื งใน รฐั บาล (276)
พลังประชารฐั (121)
ภมู ิใจไทย (61)
ประชาธิปัตย์ (52)
ชาตไิ ทยพฒั นา (12)
รวมพลังประชาชาตไิ ทย (5)
พลังท้องถ่นิ ไท (5)
เศรษฐกจิ ใหม่ (5)
ชาตพิ ัฒนา (4)
107
รักษผ์ ืนปา่ ประเทศไทย (2)
พลังชาติไทย (1)
ประชาภวิ ฒั น์ (1)
พลังไทยรักไทย (1)
ครไู ทยเพอ่ื ประชาชน (1)
ประชาธรรมไทย (1)
พลเมอื งไทย (1)
ประชาธิปไตยใหม่ (1)
พลังธรรมใหม่ (1)
ไทรักธรรม (1)
ฝ่ายค้าน (212)
เพอื่ ไทย (134)
กา้ วไกล (53)[a]
เสรีรวมไทย (10)
ประชาชาติ (7)
เพอื่ ชาติ (5)
เศรษฐกจิ ใหม่ (1)
พลงั ปวงชนไทย (1)
ไทยศรวี ิไลย์ (1)
วา่ ง (12)
การเลอื กต้ัง
ระบบการเลือกต้ัง แบ่งเขตเลอื กตง้ั (350)
บัญชีรายชอื่ (150)
การเลือกตง้ั สมาชกิ ล่าสุด 24 มีนาคม 2562
วฒุ ิสภาแหง่ ราชอาณาจกั รไทย
วุฒสิ ภาไทย ชดุ ท่ี 12
ประเภท สภาสูง เป็นส่วนหนง่ึ ของรฐั สภาไทย
ประเภท พรเพชร วิชิตชลชัย[1]
ผ้บู รหิ าร
ประธาน
108
ตง้ั แต่ 28 พฤษภาคม 2562
รองประธานคนท่ี 1 พล.อ.สงิ ห์ศกึ สิงหไ์ พร
ตั้งแต่ 28 พฤษภาคม 2562
รองประธานคนท่ี 2 ศภุ ชยั สมเจรญิ
ตัง้ แต่ 28 พฤษภาคม 2562
เลขาธิการ นายนฑั ผาสุข[2]
ตง้ั แต่ 1 ตลุ าคม 2560
โครงสร้าง
สมาชิก 250
กลุม่ การเมอื งใน แตง่ ตัง้ ท้ังหมดโดย คสช.
การเลอื กต้งั
ระบบการเลอื กตัง้ แต่งตัง้
การเลือกตงั้ สมาชิกล่าสดุ 11 พฤษภาคม 2562
ที่ประชมุ
ห้องประชุมใหญพ่ ระจันทรา [4]อาคารรฐั สภา (เกียกกาย) ช้ัน ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชย
ศรี เขตดุสิต กรงุ เทพมหานคร[5]
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับท่ี 20 มีที่มาจากการต้ังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558
เพ่ือจัดทาร่างฯ ฉบับใหม่ ประกอบด้วยสมาชิก 21 คน มีมีชัย ฤชุพันธ์ุ เป็นประธาน[1] เม่ือร่าง
เสรจ็ แล้ว มกี ารลงประชามติในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ซ่ึงผ้มู าใช้สทิ ธิร้อยละ 61.35 เหน็ ชอบ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6
เมษายน พ.ศ. 2560 หลังมีการแก้ไขเพ่ิมเติมรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติตามพระบรมราช
วินจิ ฉัย
รัฐธรรมนูญฉบับน้ีถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสืบทอดอานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มี
สมาชกิ วุฒิสภาจานวน 250 คนทม่ี าจากการแตง่ ต้ังหรือคดั เลือกโดย คสช. ท้ังหมด การรณรงคใ์ ห้
ความรู้และให้ลงมติคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญถูกปิดก้ัน และคาถามพ่วงในประชามติมีความซับซ้อน
เข้าใจยาก ซ่ึงมีผลให้สมาชิกวุฒิสภามีอานาจร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้เช่นเดียวกับ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนเนื้อหาอ่ืน เช่น การแก้ไขให้ "สิทธิ" หลายประการของประชาชน
กลายเปน็ "หน้าที่" ของรัฐ ตลอดจนบทเฉพาะกาลทร่ี บั รองบรรดาประกาศและคาสงั่ ของ คสช.
109
คณะกรรมาธกิ ารยกรา่ งรฐั ธรรมนญู
วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เกิดรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะ
รัฐประหารมีคาสั่งยกเลิกรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ต่อมาในวันท่ี 22
กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว)
พุทธศักราช 2557 ซึ่งกาหนดให้มี คยร. ประกอบด้วยสมาชิก 36 คน สรรหามาจากสภาปฏิรูป
แห่งชาติ (สปช.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), และ คสช. เพื่อร่าง
รัฐธรรมนญู ถาวรฉบบั ใหม่ วันท่ี 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เทียนฉาย กรี ะนนั ทน์ ประธาน สปช.
ลงนามคาส่งั แตง่ ตง้ั กยร. ซึง่ มีบวรศกั ดิ์ อุวรรณโณ เปน็ ประธาน[2]
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กยร. เดิมมี 315 มาตรา หลังจากได้รับข้อเสนอของ สปช. แล้ว กยร. ได้
ปรับแก้เน้ือหาให้เหลือ 285 มาตรา[3] แต่ในวันท่ี 6 กันยายน พ.ศ. 2558 สปช. มีมติไม่รบั ร่าง
รฐั ธรรมนญู ของ กยร.[4] สง่ ผลให้ สปช. และ กยร. ส้ินสุดลงในวนั น้นั
คณะกรรมการรา่ งรฐั ธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญชั่วคราวกาหนดให้ คสช. ต้ัง กรธ. ข้ึนแทน กยร. ชุดเดิม[5] วันท่ี 5 ตุลาคม พ.ศ.
2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จึงแต่งตั้ง กรธ. โดยมีมีชัย ฤชุพันธ์ุ เป็น
ประธาน[1]
สมาชิกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มดี ังนี้
มีชยั ฤชุพันธุ์ (ประธาน)
กรี ะณา สมุ าวงศ์
รองศาสตราจารย์ ดร.จรุ ี วจิ ติ รวาทการ
ศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย ณ เชยี งใหม่
ธนาวัฒน์ สังขท์ อง
รองศาสตราจารย์ ธิตพิ ันธ์ุ เช้อื บุญชัย
เธยี รชยั ณ นคร
นรชิต สิงหเสนี
พลเอก นวิ ตั ิ ศรเี พ็ญ
ปกรณ์ นิลประพนั ธ์
ประพันธ์ นยั โกวทิ
ภัทระ คาพิทักษ์
ภุมรตั น ทกั ษาดพิ งศ์
พลตรี วริ ะ โรจนวาศ
110
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชยั ยาวะประภาษ
สุพจน์ ไขม่ ุกด์
ดร.อมร วาณิชววิ ฒั น์
อภชิ าต สขุ ัคคานนท์
ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต
อชั พร จารจุ นิ ดา
พลเอก อฏั ฐพร เจรญิ พานิช
กรธ. ชดุ นพ้ี ้นจากตาแหน่งเมื่อวนั ท่ี 12 กนั ยายน พ.ศ. 2561[6][7]
เนอ้ื หาร่างรัฐธรรมนญู
บทความน้เี ป็นสว่ นหนงึ่ ของชุดว่าด้วย
การเมืองการปกครองไทย
Emblem of Thailand.svg
รัฐธรรมนูญ
พระมหากษตั ริย์
ฝ่ายบรหิ าร
ฝ่ายนิติบญั ญัติ
ฝ่ายตลุ าการ
การเลอื กต้ัง
การแบ่งเขตการปกครอง
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ
ปญั หาท่ีเก่ียวขอ้ ง[แสดง]
Flag of Thailand.svg สถานียอ่ ยประเทศไทย
29 มกราคม พ.ศ. 2559 กรธ. ได้เผยแพรร่ า่ งรัฐธรรมนญู เบือ้ งต้นผา่ นเว็บไซต์ของรฐั สภา
30 มีนาคม พ.ศ. 2559 หนังสือพิมพ์ สเตรดไทมส์ เขียนว่า ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะให้คณะผู้
ยดึ อานาจการปกครองมีอานาจในรัฐสภาอีกห้าปี โดยจะได้แต่งต้ังสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ท้ัง 250
คน โดยสงวนหกที่นัง่ ไวใ้ ห้ผ้บู ัญชาการทหารและตารวจ นอกจากนี้ ในกรณีท่ีเกิดวกิ ฤตการณ์ ยังมี
บทเฉพาะกาลให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรที ่ีมไิ ด้มาจากการเลือกต้ัง
10 เมษายน พ.ศ. 2559 หนังสือพิมพ์ ประชาไท ลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวตัดสิทธิของ
บุคคลได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ "อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ" แต่กาหนดให้เป็น "หน้าที่
ของรัฐ"[10]
111
เนื้อหาในรัฐธรรมนูญชุดน้ีที่เปลี่ยนไป มีการตัดมาตรา 5 องค์กรแก้วิกฤต แก้ไขมาตรา 12
คณุ สมบัติองคมนตรีที่ต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือดารงตาแหน่งทางการเมือง
มาตรา 15 อานาจการแต่งต้ังและการให้ข้าราชการในพระองคพ์ ้นจากตาแหน่งขึ้นอยู่กับพระราช
อัธยาศัย มาตรา 16 มาตรา 17 การตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ เม่ือพระมหา
กษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร มาตรา 19 ผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับ
การแตง่ ต้ังและปฏญิ าณตนมาแล้ว ไมต่ ้องปฏิญาณตนที่รัฐสภาอีก และมาตรา 182 เก่ียวกับเรื่อง
ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ[11] รวมท้ังการเพ่ิม มาตรา 65 ท่ีบัญญัติให้มีการจัดทา
ยุทธศาสตร์ชาติ[12]
การลงประชามติและประกาศใช้
ดูบทความหลกั ท่:ี การออกเสยี งประชามตริ ่างรฐั ธรรมนญู ไทย พ.ศ. 2559
26 มนี าคม พ.ศ. 2559 โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ. พิจารณาร่างรฐั ธรรมนูญเสร็จแล้ว ต่อมาวันท่ี
7 เมษายน พ.ศ. 2559 สนช. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่าง
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... วาระ 2 และ 3 ตามท่ีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซ่ึงมีเนื้อหาห้ามรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ[13] 9
เมษายน พ.ศ. 2559 สนช. เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้เพ่ิมคาถามประชามติให้สมาชิกวุฒิสภาชุด
แรกตามรัฐธรรมนูญฉบบั น้มี อี านาจลงมตเิ ลอื กนายกรฐั มนตรีด้วยหรือไม่[14]
19 เมษายน พ.ศ. 2559 คณะกรรมการการเลือกต้ัง (กกต.) กาหนดให้วันท่ี 7 สิงหาคม พ.ศ.
2559 เปน็ วันออกเสียงประชามตริ ่างรฐั ธรรมนญู
แถบผลคะแนนจากการออกเสียงประชามติในประเดน็ ร่างรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เห็นชอบ :61.35 (16,820,402) ไม่เหน็ ชอบ :38.65 (10,598,037)
▲
แถบผลคะแนนจากการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติมว่าด้ วยบทเฉพาะกาลในร่าง
รฐั ธรรมนูญ
เห็นชอบ :58.07 (15,132,050) ไมเ่ หน็ ชอบ :41.93 (10,926,648)
▲
7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ในการออกเสียงประชามติ ผลปรากฏว่า ร่างรัฐธรรมนญู และคาถามพ่วง
เรื่องอานาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ได้รับความ
เห็นชอบด้วยคะแนนข้างมากของผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ัง จากนั้น กรธ. นาร่างรัฐธรรมนูญไปปรับปรุง
ในบางมาตราและในบทเฉพาะกาลเพื่อให้เข้ากับคาถามพ่วงเป็นเวลา 30 วัน หลังจากน้ัน ส่งร่าง
คนื นายกรฐั มนตรใี ห้นาขึน้ ทลู เกลา้ ฯ เพอื่ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
112
วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์หน้า
พระที่นง่ั พุดตานกาญจนสงิ หาสน์เพือ่ ลงพระปรมาภิไธยในรา่ งรัฐธรรมนญู และประทับตราพระราช
ลัญจกร นบั เปน็ พระราชพธิ ีประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญคร้งั แรกในรอบเกอื บ 50 ปี
อน่งึ กอ่ นทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจ้าอยหู่ ัวจะทรงลงพระปรมาภไิ ธยประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นั้น ได้ทรงมอบ "ข้อสังเกตพระราชทาน" และให้
รฐั บาลแกไ้ ขให้เปน็ ไปตามข้อสงั เกตดังกล่าว ได้แก่ มาตรา 5, 17 และ 182 ใจความสาคัญคอื 1)
ตัดข้อความท่ีให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกประชุมประมุขสามอานาจเพื่อแก้ไขวิกฤตการเมือง, 2)
พระมหากษัตริย์ไม่จาเป็นต้องแต่งต้ังผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ และ 3) ผู้รับสนองกฎหมาย
พระบรมราชโองการและประกาศพ้นจากความรับผิดชอบ เป็นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามพระ
ราชประสงค์หลังจากมปี ระชามตริ บั รา่ งรัฐธรรมนูญแล้ว
113
ความร้เู ก่ยี วกบั การจดั ทากระบวนงานของการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั (PMQA)
1.รัฐบาลได้มุ่งพัฒนาระบบราชการเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงการทางาน ยกระดับการ
บริหารจดั การ และมกี ารประเมินผลการปฏิบัตริ าชการ ตามหลกั การใด
-การบริหารกิจการบ้านเมอื งท่ีดี
2.รฐั บาลได้มุง่ พัฒนาระบบราชการ โดยนาแนวคิดและเคร่ืองมือการบริหารจดั การสมัยใหม่เข้ามา
ในภาคราชการ เชน่
-การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ การลดข้ันตอนการทางาน การประเมินความพึงพอใจ คารับรองการ
ปฏบิ ัตริ าชการ ขอ้ เสนอการเปลีย่ นแปลง การบริหารความเสยี่ ง การพฒั นาระบบสนเทศ
3.คณะรฐั มนตรไี ดม้ มี ตเิ ห็นชอบให้นาเกณฑใ์ ดมาเปน็ เครอื่ งมอื ในการพัฒนาระบบราชการ
คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เร่ิมดาเนินการตาม
ระบบคารับรองการปฏิบัตริ าชการในปใี ด
-พ.ศ. ๒๕๔๙
4.PMQA เปน็ เครอ่ื งมือใชใ้ นการใด
-การพัฒนาองค์การตามยุทธศาสตร์หลักในการยกระดับคุณภาพระบบราชการไทยให้มีศักยภาพ
และขดี ความสามารถเทยี บเทา่ ระดับสากล
5.PMQA เป็นคาย่อมาจากข้อใด
-Public Sector Management Quality Award
6.PMQA แปลเป็นภาษาไทยว่าอยา่ งไร
-การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั
7.หน่วยงานใดได้นา“การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)”มาส่งเสริมและ
สนับสนนุ ใหส้ ่วนราชการนาไปใช้ในการประเมินองค์การ
-สานักงาน ก.พ.ร.
8.PMQA โดย ก.พ.ร. และสถาบันเพิม่ ผลผลติ แหง่ ชาตไิ ด้ประยกุ ต์นามาจากขอ้ ใด
-MBNQA (รางวัลคุณภาพแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา) และ TQA (รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
ประเทศไทย)
114
9.วัตถปุ ระสงคข์ องการพฒั นาเกณฑ์คุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ
-เพ่ือยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานของภาครัฐให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย
หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองทด่ี ี
-เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนาไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของหน่วยสู่
ระดบั มาตรฐานสากล
-เพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางในการประเมินตนเอง และเป็นบรรทัดฐานการติดตามและประเมินผล
การบริหารจัดการของหนว่ ยงานภายใน
10.Self-Assessment มคี วามหมายว่าอย่างไร
-การประเมินองคก์ รด้วยต้นเอง
11.“การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)”โดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานราชการ
ปรับปรุงองค์การอย่างรอบดา้ นและอยา่ งตอ่ เนื่องครอบคลุมทง้ั หมดกี่ดา้ น
-7 ด้าน
(1)การนาองคก์ าร
(2)การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์
(3) การให้ความสาคัญกบั ผรู้ ับบรกิ ารและผูม้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี
(4)การวัด การวิเคราะห์ และการจดั การความรู้
(5) การมุง่ เน้นทรพั ยากรบคุ คล
(6)การจัดการกระบวนการ
(7) ผลลัพธ์การดาเนนิ การ
12” I AM READY ” ตามยุทธศาสตรภ์ าครฐั มีความหมายวา่ อยา่ งไร
-ข้าราชการใหม่ท่พี รอ้ มทางานเพ่อื ประชาชน และพร้อมทางานเพื่อแผ่นดิน
ขา้ ราชการใหม่ท่ีพร้อมทางานเพอ่ื ประชาชน และพร้อมทางานเพอื่ แผน่ ดิน มคี ณุ สมบตั ิ
-ทางานอย่างมีศักด์ศิ รี Integrity
-ขยันตงั้ ใจทางาน Activeness
-มีศลี ธรรม คณุ ธรรม Morality
-รูท้ นั โลก ปรับตัวทนั โลก ทันสังคม Relevancy
-มุง่ เนน้ ประสทิ ธภิ าพ Efficiency
-รบั ผิดชอบต่อผลงาน ตอ่ สังคม Accountability
-มใี จและการกระทาท่เี ป็นประชาธปิ ไตย มสี ่วนรว่ ม โปร่งใส Democracy
-มผี ลงาน มุ่งเนน้ ผลงาน Yield
115
13.แผนปฏิบตั ริ าชการ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารบริหารกิจการ
บา้ นเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มีก่ีประเภท
-2 ประเภท คือ แผนปฏิบัตริ าชการ 4 ปี และแผนปฏิบตั ริ าชการ
ประจาปี
13.แผนปฏิบัตริ าชการ 4 ปี มีลักษณะอย่างไร
-แผนปฏิบัตริ าชการทส่ี ว่ นราชการ
(กระทรวง/กรม) แปลงมาจากแผนการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ของรฐั บาล เพอื่ แสดง
ภารกจิ ท่ีส่วนราชการจะดาเนนิ การตลอดระยะเวลา 4 ปี เพ่ือสนับสนุนการบริหาร
ประเทศของรัฐบาลให้บรรลผุ ลสัมฤทธ์ติ ามเป้าหมาย
14.แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปี มลี กั ษณะอยา่ งไร
-แผนปฏิบัติราชการประจาปีของส่วนราชการ (กระทรวง/กรม) ท่ีแสดงให้เห็นถึงภารกิจท่ีจะ
ดาเนนิ การในปีใดปหี นง่ึ ทกี่ าหนด ภายใตแ้ ผนปฏบิ ัตริ าชการ 4 ปขี องส่วนราชการนัน้
15.การกาหนดแผนปฏิบตั ริ าชการของส่วนราชการ ต้องมรี ายละเอยี ดอย่างไร
-ข้นั ตอนระยะเวลาและงบประมาณทีจ่ ะต้องใช้ในการดาเนนิ การ
-เปา้ หมายของภารกจิ
-ผลสมั ฤทธ์ิของภารกจิ
-ตวั ช้วี ัดความสาเรจ็ ของภารกิจ
16.สว่ นราชการตอ้ งจดั ใหม้ ีการตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ตั ิตาม
-แผนปฏบิ ตั ิราชการตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่สว่ นราชการกาหนดข้ึน ซง่ึ ต้องสอดคล้องกับ
มาตรฐานทหี่ น่วยงานใดกาหนดสานักงาน ก.พ.ร.
17.ในแตล่ ะปีงบประมาณ ให้ส่วนราชการจัดทาแผนปฏิบตั ิราชการประจาปี โดยให้เสนอต่อบคุ คล
ใดเพื่อให้ความเห็นชอบ
-รัฐมนตรี
18.เม่ือรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใดแล้วให้หน่วย งานใด
ดาเนนิ การจดั สรรงบประมาณ
-สานักงบประมาณ
116
การโอนงบประมาณจากภารกิจหนง่ึ ตามท่ีกาหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดาเนินการอย่างอน่ื จะ
กระทาไดต้ ่อเมื่อไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากบคุ คลใด
-คณะรัฐมนตรี
19.แผนปฏิบัติราชการ4 ปี ให้จัดทาให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่วันที่แผนการบริหารราชการ
แผน่ ดินประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
-60 วนั
แผนปฏิบัติราชการประจาปี ให้จัดทาและเสนอบุคคลใดให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคาขอ
งบประมาณรายจ่ายประจาปขี องปีงบประมาณต่อไป
-รัฐมนตรี
20.ถ้าคณะรัฐมนตรีมีมติให้มีการปรับแผนการบริหารราชการแผ่นดินหน่วยงานใดมีหน้าท่ีแจ้ง
ส่วนราชการที่เก่ียวข้องดาเนินการแก้ไขแผนนิติบัญญัติและแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับ
แผนการบริหารราชการแผน่ ดินท่ไี ดม้ กี ารแกไ้ ข
-สานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี
21.และในแต่ละปีงบประมาณให้จดั ทาแผนปฏิบัติราชการประจาปี โดยมีสาระสาคัญเก่ียวกบั
1) นโยบายในการปฏบิ ตั ิราชการของสว่ นราชการ
2) กาหนดเป้าหมายและผลสมั ฤทธขิ์ องงาน ตัวช้ีวดั ผลสาเรจ็
3) ขนั้ ตอน ระยะเวลา และงบประมาณทีต่ อ้ งใช้ในการดาเนินการแต่ละขนั้ ตอน
4) ประมาณการรายได้ รายจา่ ย และทรัพยากรอ่นื ท่ีตอ้ งใช้
22.หนว่ ยงานใดกาหนดแนวทาง การจัดทาแผนปฏบิ ัติราชการตามมาตรา16 ใหส้ ามารถใชไ้ ด้กับ
แผนปฏิบตั ิราชการทต่ี อ้ งจดั ทาตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิธีการงบประมาณ
-สานักงบประมาณ และสานกั งาน ก.พ.ร.
23.การจัดทาแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติราชการประจาปีต้องดาเนินการให้
สอดคลอ้ งกบั แผนการใด
-แผนการบริหารราชการแผ่นดิน
24.การจดั ทาแผนการปฏิบัติราชการใหค้ รอบคลมุ ท้งั 3 มิติ คือ
-มิติงานตามยุทธศาสตร์เฉพาะของรฐั บาล (Agenda)
-มติ งิ านตามยุทธศาสตร์กระทรวงและหนว่ ยงาน(Function)
117
-มิตงิ านตามยทุ ธศาสตร์พนื้ ท่ี (Area)
25.โครงการริเร่ิมใหม่ ให้ระบุและดาเนินการจัดทารายละเอียดให้ครบถ้วน โดยใช้แนวทางการ
พิจารณา 7 ขอ้
1) ได้ผลลพั ธ์ท่ีตอบสนองต่อเป้าหมายนโยบายของรัฐบาล แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550-2554 และนโยบายพื้นฐานแห่งรฐั
2) มีผลผลติ ท่ีสามารถเชอื่ มโยงใหเ้ กดิ ผลลัพธ์ตามที่ตอ้ งการ
3) มีกระบวนการจดั ทา ผลผลติ /กจิ กรรมทีน่ า ไปสู่ผลผลิต ตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
4) หน่วยงานที่รับผิดชอบ มีความพร้อมในการดาเนินงานทั้งด้านระบบ ด้านการจัดการ
และดา้ นกฎหมายตา่ งๆท่ีเกีย่ วขอ้ ง
5) มวี งเงนิ ค่าใชจ้ ่าย และแหล่งทม่ี าของเงินทีเ่ หมาะสม
6) มคี วามสอดคล้องระหว่างแผนการดาเนนิ งาน กลยทุ ธ์ กบั แผนการใชจ้ ่ายงบประมาณ
7) นารายงานผลการวิเคราะห์ความสาเร็จของการดาเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณ
(PART) มาใช้เป็นเครื่องมือ ประกอบการการตัดสินใจในการกาหนดนโยบาย และปรับทศิ ทางการ
ดาเนินงานรวมทั้งใช้เป็นข้อมูลในการปรับแผนปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถนา ส่งผลผลิตไปสู่
เป้าหมายยทุ ธศาสตร์ของรัฐบาลไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
26.การจดั ลาดบั ความสาคัญของโครงการควรพจิ ารณาในประเดน็ ใด
-ความจาเป็น ความเร่งดว่ น และผลทค่ี าดวา่ จะได้รับ
27.การพจิ ารณาความคมุ้ ค่าทจี่ ะได้รบั จากโครงการในมติ ิต่างๆ เชน่ ดา้ นใด
-ประโยชนต์ ่อกลุม่ เป้าหมาย
-ผลกระทบตอ่ ผูม้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย
-ความจาเป็นตามกฎหมาย และความสอดคลอ้ งกบั ทิศทางของนโยบายรฐั
28.ส่วนราชการพิจารณาแหล่งเงนิ ควรหารอื กับหน่วยงานใดเพ่ือใหเ้ กิดความรอบคอบ
-กระทรวงการคลงั
29.ส่วนราชการพิจารณาแหล่งเงิน ที่นามาใช้ในการดาเนินภารกิจตามแผนการบริหารราชการ
แผน่ ดนิ ไดแ้ ก่ข้อใด
-เงินงบประมาณรายจ่ายประจาปี
เงินจากแหลง่ อืน่ /เงินนอกงบประมาณ คอื
– เงินรายได้ของสว่ นราชการ/รัฐวสิ าหกิจ
118
– เงินชว่ ยเหลอื
– เงนิ ก้ใู น – ตา่ งประเทศ
– นวัตกรรมทางการเงนิ (ตามที่กาหนดไว้ในค่มู ือการจัดทาคาขอ
งบประมาณรายจ่ายประจาปี)
30.การจดั ทา Phasing หมายความวา่ อย่างไร
-การจัดการทรัพยากร/งบประมาณตามข้อเท็จจริงว่าจะใช้จ่ายจริงในปีใดตามแผนการ
ดาเนินงาน ภายใต้นโยบาย กลยทุ ธ์ / วิธีการตามท่กี าหนดไวใ้ นแผนการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ
31.“Public Private Partnership (PPP)” หมายความวา่ อยา่ งไร
-การร่วมลงทนุ ระหว่างภาครัฐและเอกชน
32.ในการจัดทาแผนปฏิบตั ริ าชการ 4 ปี และแผนปฏิบตั ริ าชการประจาปี
สว่ นราชการสามารถขอคาปรกึ ษา แนะนา จากหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ขอ้ ใด
-สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
-สานักงบประมาณ
-สานกั งาน ก.พ.ร.
-กระทรวงการคลัง
33.สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ให้คาแนะนาเรอ่ื งใด
-ความเชือ่ มโยงแผนปฏิบัติราชการกบั แผนการบรหิ ารราชการแผ่นดิน
34.สานกั งบประมาณ ให้คาแนะนาเรอื่ งใด
-ความเช่ือมโยงในการจัดทาแผนปฏิบัติราชการกับการจัดทางบประมาณการจัดลาดับ
ความสาคัญ ระดับแผนงาน โครงการในแผนปฏิบตั ิราชการ 4 ปแี ละประจาปี
ประมาณการงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลางจัดทา Phasingในการจัดการทรพั ยากร/
งบประมาณตามขอ้ เท็จจริง
35.(Medium Term Expenditure Framework : MTEF) หมายความว่าอย่างไร
-การจัดทากรอบประมาณ การงบประมาณรายจ่ายลว่ งหน้าระยะ 3 – 5 ปี ซึ่งจะแสดง
ภาพรวมของภาระ งบประมาณท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต ภายใต้การดาเนินงานตามนโยบาย /
ยุทธศาสตร์ที่ดาเนนิ การในปจั จุบัน
119
36.การจัดทากรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง ( Medium Term
Expenditure Framework : MTEF) ประกอบด้วย
-งบประมาณรายจา่ ยประจาปี และ ประมาณการรายจ่ายล่วงหนา้
37.สานกั งาน ก.พ.ร. ให้คาแนะนาเรื่องใด
-ดา้ นความสัมพันธก์ บั การจัดทาคารบั รองการปฏิบัตริ าชการ
กระทรวงการคลงั ใหค้ าแนะนาเรอื่ งใด
-หารือ/ ขอคาปรึกษาแนะนา เรื่องการจัดหาแหล่งเงินในการดาเนินการตามประเด็น
นโยบาย
38.เงนิ นอกงบประมาณ คือ
-เงินกู้
-เงินช่วยเหลือ (เงินที่รัฐบาลและองค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศมอบให้รัฐบาลหรือ
ส่วนราชการเพื่อดาเนินงานตามโครงการใด ๆ)
-เงินรายได้ของส่วนราชการ (เงินที่ส่วนราชการได้รับโดยไม่ต้องนาส่งคลังตามมาตรา 24
ของพระราชบญั ญัตวิ ธิ กี ารงบประมาณ)
-เงินและทรัพย์สินช่วยราชการ (เงินหรือทรัพย์สินที่บุคคลบริษัท ห้างร้าน หรือสถาบัน
บริจาคชว่ ยเหลือแกส่ ่วนราชการตามวตั ถปุ ระสงค์ต่าง ๆ)
นวตั กรรมทางการเงิน
การร่วมลงทนุ กบั ภาคเอกชน
39.ข้ันตอนแรกของการพจิ ารณาวางแผนและบริหารโครงการสาหรับสว่ นราชการ คอื
การทบทวน/ตรวจสอบสถานภาพของข้อมลู ความก้าวหน้าของโครงการตามลักษณะของแตล่ ะ
โครงการในมติ ติ า่ งๆท่ีผา่ นมา
ขั้นตอนการพจิ ารณาในขั้นตอนที่ 1 ประกอบดว้ ย
(1) ทบทวน/ตรวจสอบสถานภาพของโครงการ
(2) ทบทวน/ตรวจสอบผลผลติ ผลลัพธ์ และผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ
(3) ทบทวน/ตรวจสอบกลุ่มเปา้ หมายและผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี
(4) ทบทวน/ตรวจสอบปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
(5) พจิ ารณาตัดสินใจ
120
40.ข้ันตอนการวางแผนและบรหิ ารโครงการสาหรบั ส่วนราชการ
ข้ันตอนที่ 1 ทบทวน/ตรวจสอบผลการดาเนนิ งานโครงการทีผ่ ่านมา (Review Phase)
ขั้นตอนที่ 2 การริเร่มิ โครงการใหม่และวิเคราะห์เบือ้ งต้น (Conceptual Phase)
ขัน้ ตอนที่ 3 วเิ คราะหแ์ ละวางแผนรายละเอยี ดโครงการ (Project Planning Phase)
ขนั้ ตอนท่ี 4 วิเคราะหแ์ ละจัดทาคาของบประมาณ (Budget Allocation Phase)
ขั้นตอนท่ี 5 การติดตามความก้าวหน้าของการดาเนินโครงการ (Implementation
Monitoring Phase)
ข้นั ตอนท่ี 6 ประเมินผลการใชง้ าน และตดิ ตาม/ปรบั ปรงุ /แก้ไข (Utilization Phase)
41.(Performance Assessment Rating Tool : PART) หมายความว่าอยา่ งไร
-การวิเคราะห์ระดบั ความสาเร็จของการดาเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณ
42.การจัดสรรงบประมาณให้เชื่อมโยงและสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้ตาม
เป้าหมายทีก่ าหนด และต้องจดั สรรงบประมาณใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกับขอ้ ใด
-ผลงาน (Performance)
(Strategic Performance Based Budgeting : SPBB) หมายความว่าอยา่ งไร
-ระบบงบประมาณแบบมงุ่ เนน้ ผลงานตามยุทธศาสตร์
43.วตั ถุประสงค์ของการวิเคราะห์ระดับความสาเรจ็ ของการดาเนินงานจากการใชจ้ ่ายงบประมาณ
(PART)
1 เพื่อให้หนว่ ยงานภาครฐั จัดทางบประมาณตามระบบงบประมาณแบบมงุ่ เนน้
ผลงานตามยทุ ธศาสตร์ โดยตอบสนองความต้องการของกลุม่ เป้าหมายทีก่ าหนดไว้
2 เพอ่ื ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถวดั ระดับความสาเรจ็ ในเชิงประสิทธภิ าพ
ประสทิ ธิผล และความค้มุ ค่า
3 เพ่ือให้มขี ้อมลู สารสนเทศท่ีสาคัญประกอบการตัดสนิ ใจในกระบวนการ
จดั การงบประมาณของสานักงบประมาณ หน่วยงานภาครฐั ฝา่ ยบรหิ าร และฝ่ายนิติบญั ญตั ิ
44.การวิเคราะหร์ ะดบั ความสาเร็จของการดาเนนิ งานจากการใช้จ่ายงบประมาณ ประกอบดว้ ย
ชุด ก) จดุ มุง่ หมายและรูปแบบ
ชดุ ข) การวางแผนกลยทุ ธ์
ชุด ค) การเชื่อมโยงงบประมาณ
ชุด ง) การบรหิ ารจดั การ
ชุด จ) การประเมนิ ผลผลิต/ผลลัพธ์
121
45.การติดตามและประเมนิ ผล มคี วามสาคัญอย่างไร
-เพื่อให้ทราบความกา้ วหน้าของการดาเนนิ งานตลอดจนผลสัมฤทธ์ิจากการดาเนินงานของ
หน่วยงานภาครฐั
46.การดาเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มี
ความสาคัญอยา่ งไร
-เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายนิติบัญญัติในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ประจาปี
47.ประโยชน์ของการวเิ คราะห์ระดับความสาเรจ็ ของการดาเนนิ งานจากการใชจ้ า่ ยงบประมาณ
-เพ่ือการปรับนโยบายและกาหนดทิศทางการทางานให้สามารถนาส่งผลผลิตไปสู่เป้าหมาย
ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
-เพ่ือใช้ตรวจสอบและวัดความสาเร็จของการดาเนินงานให้มีความครบถ้วนถูกต้องและ
สมบรู ณ์
-เพ่ือให้การจัดทาคาของบประมาณอยู่บนพื้นฐานของผลงาน(Performance) ตาม
หลักการของระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ใช้เป็นข้อมูลในการปรับแผนกา
ปฏิบัติงานเพ่ือเพิ่มผลงาน (Performance) ให้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงานได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
48.การพิจารณาจดั ทาคาของบประมาณตอ้ งยดึ หลกั ตามข้อใด
-สมเหตุสมผลบนพ้ืนฐานของความถูกต้องและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณเป็น
สาคญั
49.ขอ้ มูลปฐมภูมิ คือข้อใด
-ขอ้ มลู ทผี่ ใู้ ช้ตอ้ งเกบ็ รวบรวมจากผ้ใู ห้ขอ้ มลู หรอื แหล่งท่ีมาของขอ้ มลู โดยตรง
50.ข้อมูลทุติยภูมิ คือขอ้ ใด
-ข้อมูลท่ผี ู้ใช้ไม่ต้องเกบ็ รวบรวมจากผูใ้ ห้ข้อมลู หรือแหล่งท่ีมาของข้อมูลโดยตรง ได้จากผู้ท่ี
เก็บรวบรวมไว้แลว้
51.การวเิ คราะหผ์ ลผลิตโดยใชต้ ัวชีว้ ัด ทัง้ 4 มิติ ได้แก่
-เชิงปริมาณ เชงิ คณุ ภาพ เชิงเวลา และเชงิ ตน้ ทุน/ค่าใชจ้ ่าย
122
52.การตดิ ตามผลการปฏบิ ัติงานและการใชจ้ า่ ยงบประมาณ ตวั ชว้ี ัดต้องมีรปู แบบใด
-ผลการปฏิบตั ิงานตรงตามแผนท่ไี ด้กาหนดไว้
-ผลการใช้จา่ ยงบประมาณตรงตามแผนท่ไี ดก้ าหนดไว้
-ผลการปฏบิ ัติงานและผลการใช้จา่ ยงบประมาณมีสดั ส่วนทเ่ี หมาะสมและสอดคล้องกนั
53หากรายจา่ ยใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แกห่ น่วยราชการ รัฐวิสาหกจิ หรอื หนว่ ยงานอ่ืน
ใดของรัฐไดโ้ ดยตรง ให้จดั ไว้ในรายการใด
-รายจ่ายงบกลาง
54.ในกรณีท่ีมีการโอนหรือนารายจ่ายตามงบประมาณท่ีกาหนดไว้ในรายการใดไปใช้ในรายการ
อ่นื ของหน่วยราชการหรือรฐั วสิ าหกจิ ให้รฐั บาลรายงานรฐั สภาเพ่ือทราบทุกกเ่ี ดือน
-หกเดือน
55.เงนิ รายไดข้ องหน่วยงานของรฐั ใดท่ีไม่ต้องนาสง่ เปน็ รายไดแ้ ผ่นดิน ใหห้ นว่ ยงานของรัฐน้ัน
ทาอยา่ งไร
-ทารายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเม่ือสิ้นปีงบประมาณ
ทกุ ปี
56.รฐั จะตอ้ งระบุมาตรฐานการให้บรกิ ารโดยคานึงถงึ ความเทา่ เทยี มท่อี ยูบ่ นหลกั การใด
-ความเสมอภาค
57.(Enterprise resource planning : ERP) มีความหมายว่าอยา่ งไร
-ระบบบรหิ ารทรัพยากรองคก์ ร
58.รายไดป้ ระชาชาติ (national income) หมายความว่าอย่างไร
-รายได้ของประชากรในประเทศใดประเทศหนึง่ รวมกนั ในช่วงเวลาหนง่ึ
มลู ค่าของสินค้าและบริการรวมทั้งหมดที่ประชากรของประเทศน้ันผลิตข้ึนมาได้ในระยะเวลาหนึ่ง
(ปกติ 1 ปี)
59. บญั ชรี ายได้ประชาชาติมีความสาคญั อยา่ งไร
-เป็นเครอ่ื งช้ภี าวะเศรษฐกิจของประเทศ
สามารถใชใ้ นการเปรียบเทยี บฐานะเศรษฐกิจของประเทศ
สามารถใช้เป็นเคร่ืองมือสาคญั ในการกาหนดนโยบายและวางแผนเศรษฐกจิ ของประเทศในอนาคต
123
60.รายได้ประชาชาติ มีวธิ กี ารคานวณทง้ั หมด 3 วิธี คือ
-การคานวณทางด้านผลผลิต
-การคานวณทางดา้ นรายได้
-การคานวณทางด้านรายจา่ ย
61.ระบบเศรษฐกจิ แบบปิด (closed economy) ประกอบด้วยภาคเศรษฐกจิ 3 ภาคคอื
-ภาคครวั เรอื น
-ภาคธุรกจิ
-ภาครฐั บาล
62.ผลติ ภัณฑม์ วลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) หมายความว่าอย่างไร
-มูลค่าของสินค้าและบริการข้ันสุดท้ายท่ีผลิตข้ึนได้ภายในประเทศโดยยึดอาณาเขตพื้นท่ี
ของประเทศเปน็ สาคัญ
63.ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross National Product : GNP) หมายความวา่ อยา่ งไร
-มลู คา่ สนิ คา้ และบริการข้ันสุดท้ายท่ผี ลิตขนึ้ จากทรัพยากรของประเทศในระยะเวลาหน่งึ
64.งบประมาณขาดดุล หมายถึง
-การที่รัฐบาลมีการใช้จ่ายมากกว่ารายได้ และจาเป็นต้องนารายรับจากเงินกู้หรือเงินคง
คลงั มาชดเชยการขาดดุล
66.งบประมาณเกนิ ดลุ หมายถึง
-การท่ีรฐั บาลใช้จา่ ยน้อยกว่ารายได้ทจ่ี ดั เก็บได้ ทาใหม้ เี งนิ เหลือเข้าเป็นเงนิ คงคลังเพิม่ ข้นึ
67.เงินเฟอ้ คือ
-ภาวะการณ์ท่รี ะดบั ราคาสนิ คา้ และบรกิ ารโดยท่ัวไปมแี นวโน้มเพ่ิมข้นึ อยา่ งต่อเน่ือง
68.ในระบบเศรษฐกจิ ประเทศไทยเงนิ เฟอ้ วัดจากอะไร
-อัตราการเปลย่ี นแปลงของดัชนรี าคาผบู้ รโิ ภค
69.เงนิ ฝืด คอื
-ภาวะการณท์ ่ีระดับราคาสินคา้ และบรกิ ารโดยท่ัวไปลดลงอยา่ งต่อเนื่อง
124
70.ภาวะเงินเฟอ้ เกิดจากสาเหตใุ ด
-การเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณเงนิ
-การดาเนนิ นโยบายการคลงั ของภาครฐั บาล
-การเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมการบรโิ ภคของประชาชน
71.ต้นทนุ การผลิตสูงข้ึน เกดิ จากขอ้ ใด
-การเพม่ิ ขนึ้ ของคา่ จา้ งแรงงาน
-การเกิดวกิ ฤตการณท์ างธรรมชาติ
-การเพม่ิ กาไรของผ้ปู ระกอบการ
-การเปลีย่ นแปลงของราคาสินค้านาเขา้
72.เงนิ เฟ้อในระดับใดส่งผลดตี ่อระบบเศรษฐกิจ
-เงนิ เฟ้ออยา่ งออ่ น สงู ขึ้นไม่เกนิ 5% ต่อปี
-เงินเฟอ้ ปานกลาง สูงขน้ึ เกินกว่า 5% แต่ไม่เกนิ 20% ต่อปี
-เงนิ เฟอ้ อยา่ งรุนแรง สงู ข้ึนเกินกวา่ 20% ต่อปี
73.ลกั ษณะของงบประมาณมี 3 ลกั ษณะ
-งบประมาณสมดุล
-งบประมาณขาดดุล
-งบประมาณเกนิ ดุล
74.(Terms Of Reference : TOR) มีความหมายวา่ อยา่ งไร
เงอ่ื นไขโครงการ หรอื ขอ้ กาหนดของผวู้ า่ จา้ ง
75.การวิเคราะหโ์ ครงการ โดยจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ 6 ด้าน คือ
-ด้านเทคนิค ด้านการจัดการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน ด้านส่ิงแวดล้อม และด้านสังคม
และการเมอื ง
76.GFMIS (Government Fiscal Management System) มีความหมายว่าอยา่ งไร
-ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์
77.ระบบ GFMIS จะแบ่งออกเปน็ 5 ระบบงาน ดงั น้ี
1.ระบบบรหิ ารงบประมาณ
2.ระบบจัดซื้อจดั จา้ ง
125
3.ระบบการเงนิ และบญั ชี
4.ระบบบญั ชีต้นทุน
5. ระบบบริหารบคุ คล
78.ให้ทุกส่วนราชการเริ่มใช้งานระบบการเงนิ การคลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ระบบ GFMIS ได้
ตัง้ แต่เมือ่ ใด
-1 ตุลาคม 2547
79.การริเริ่มและจัดทาโครงการในห้วงระยะเวลา 4 ปี ตามแผนปฏิบัติราชการ โดยแบ่ง 2
ประเภทได้แก่
-โครงการตามนโยบายรฐั บาล
-โครงการตามพนั ธกจิ ของส่วนราชการ
ตาแหนง่ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนปฏบิ ตั กิ าร
หน้าท่แี ละความรับผิดชอบหลกั
ปฏิบตั ิงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับตน้ ทีต่ ้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ
ทางาน ปฏิบัติงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนหรือด้านวิจัยจราจร ภายใต้การกากับ แนะนา
ตรวจสอบ และปฏิบัตงิ านอื่นตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย
โดยมลี ักษณะงานทป่ี ฏบิ ตั ใิ นดา้ นต่าง ๆ ดงั นี้
1. ดา้ นการปฏบิ ตั กิ าร
1.1 รวบรวม วิเคราะห์ และประมวลนโยบายของรัฐบาล กระทรวง กรม และสถานการณ์
เศรษฐกิจการเมือง และสังคม เพ่ือนามาสรุปเสนอประกอบการกาหนดนโยบายและเป้าหมายของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนโยบาย แผนงาน และโครงการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
การบรหิ าร
1.2 รวบรวมข้อมูล และศึกษาวิเคราะห์เบ้ืองต้น เก่ียวกับภารกิจหลักและแผนกลยุทธ์
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อวางแผน
กาหนดแผน การปฏบิ ตั ิงานหรือโครงการให้สามารถบรรลภุ ารกิจท่กี าหนดไว้
126
1.3 วิเคราะห์นโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนโยบาย แผนงาน และ
โครงการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหาร และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อช่วยจัดทาแผน
ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา 3 ปี แผนการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือ กิจกรรมได้ตาม
วัตถุประสงคท์ ีต่ ั้งไว้
1.4 สารวจ รวบรวม และประมวลผลข้อมูลการดาเนินงานและประเด็นปัญหาทาง
เศรษฐกจิ การเมอื ง และสังคม เพื่อเป็นข้อมลู สาหรับการจัดทาแผนงาน หรือกาหนดยุทธศาสตร์
1.5 ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์และนโยบายของ รัฐบาล และ ส่วน
ราชการต่างๆ เพื่อประกอบการเสนอแนะแนวทางการประสานผลักดันยุทธศาสตร์และนโยบาย
ตลอดจนการตดิ ตามประเมนิ ผลใหส้ อดคลอ้ งไปในแนวทางเดียวกนั
1.6 ประสานและรวบรวมข้อมูลที่จาเป็นต่างๆ เพ่ือประกอบการจัดทากระบวนงานของ
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และเคร่ืองมือวิเคราะห์ระดับความสาเร็จ
ของการดาเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณ (Performance Assessment Rating Tool-
PART)
1.7 ประสานและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกองค์กรปกครอง ส่วน
ท้องถิ่น เพ่ือนาไปจัดทาแผนท่ียุทธศาสตร์ (Strategy Map) หรือตัวชี้วัดขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ
1.8 ศึกษา สารวจ รวบรวมสถติ ิข้อมูล ตรวจสอบ วเิ คราะห์ วิจัยและจัดทาเอกสารรายงาน
ต่างๆ ทางด้านการจราจร และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการจราจร เพื่อนามาประกอบใน
การวางแผนและดาเนนิ การแก้ปญั หา หรอื ปรบั ปรุงการจราจร
1.9 ช่วยดาเนินการสารวจ คานวณโครงสร้าง และประมาณราคาค่าก่อสร้างซ่อมแซม ร้ือ
ย้าย สิ่งอานวยความสะดวกในระบบขนส่งสาธารณะทางบก รวมทั้งประมาณการผลกระทบที่จะ
เกิดขึ้น จากการก่อสร้างนั้น เพ่ือให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับและจัดหาแนวทางในการ
บรรเทาปญั หาท่ีอาจเกดิ ขน้ึ
1.10 ช่วยตรวจสอบสัญญาของผู้รับเหมาเอกชนในการก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง ร้ือ
ถอนสิ่งก่อสร้างทางด้านการจราจรทั้งทางบกและทางน้า เพ่ือให้ถูกต้องตามกฎหมายท่ีกาหนดไว้
อยา่ งโปร่งใสและเป็นธรรม
1.11 ช่วยพัฒนาระบบจราจร ร่วมศึกษาหาข้อมูลเก่ียวกับเส้นทางจราจร เพื่อนาไปใช้
เปน็ ขอ้ มูลในการจดั ระเบียบจราจร
127
1.12 ประสานงาน รวบรวมและประมวลผลข้อมูลท้งั จากผลการดาเนินงานท่ีผ่านมา จาก
สภาวะภายนอก จากนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และจากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อ
จัดทาแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนา 3 ปีและแผนปฏิบัติการประจาปีขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินท่ีเหมาะสมและเป็นประโยชน์สงู สุดต่อพน้ื ที่
2. ด้านการวางแผน
2.1 วางแผนการทางานที่รับผิดชอบ ร่วมดาเนินการวางแผนการทางานของหน่วยงาน
หรอื โครงการ เพื่อให้การดาเนนิ งานเปน็ ไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธ์ิท่กี าหนด
2.2 วางแผนและร่วมดาเนินการในคณะกรรมการในระดับชมุ ชน องค์กร และกลุ่มจังหวัด
ในโครงการของหนว่ ยงานเพอ่ื ให้การดาเนนิ งานเปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์
2.3 วางแผนการดาเนนิ งานการจดั ทารา่ งข้อบญั ญตั งิ บประมาฯรายจ่ายประจาปี
3. ด้านการประสานงาน
3.1 ประสานการทางานร่วมกันท้ังภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด
ความร่วมมอื และผลสัมฤทธต์ิ ามทก่ี าหนด
3.2 ช้ีแจงและให้รายละเอียดเก่ียวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ท่ี
เก่ยี วข้อง เพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจหรอื ความรว่ มมอื ในการดาเนนิ งานตามท่ไี ด้รับมอบหมาย
4. ดา้ นการบรกิ าร
4.1 รวบรวมข้อมูล เพ่ือเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ท่ีเก่ียวกับการจัดทาแผนงาน
โครงการ
4.2 ใหค้ าปรึกษา แนะนา ตอบปัญหา และช้ีแจงเร่ืองต่างๆ เกี่ยวกบั งานนโยบายและแผน
หรอื งานการจราจร เพื่อแก้ปัญหาในการปฏบิ ตั งิ าน
4.3 จัดเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับงานค้นคว้าวิจัยด้านการจราจร เพ่ือเป็นประโยชน์
ตอ่ การคน้ คว้าวิจัยและให้บริการขอ้ มลู กับประชาชน หนว่ ยงานหรอื ส่วนราชการอืน่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง