The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงาน เรื่อง การบำบัดน้ำเสียจากสารสกัดแทนนินจากใบโพธิ์ทะเลเพื่อใช้ในการเลี้ยงปลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nutpassorn Thongtanasad, 2023-10-07 03:36:30

โครงงาน เรื่อง การบำบัดน้ำเสียจากสารสกัดแทนนินจากใบโพธิ์ทะเลเพื่อใช้ในการเลี้ยงปลา

โครงงาน เรื่อง การบำบัดน้ำเสียจากสารสกัดแทนนินจากใบโพธิ์ทะเลเพื่อใช้ในการเลี้ยงปลา

โครงงาน เรื่อง การบ าบัดน ้าเสียจากสารสกัดแทนนินจากใบโพธิ์ทะเลเพื่อใช้ในการเลี้ยงปลา โดย 1. นางสาว ศรุตา คงอาษา 2. นางสาว ณัฐภัสสร ทองธนเสฏฐ์ 3. นางสาว พีรดา ศรีวิเชียร รายงานฉบบัน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาว32274ระเบียบวิธีวิจยัเบ้ืองตน้ ตามหลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ของ สสวท. โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 1 ช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/10 ปีการศึกษา2565


โครงงาน เรื่อง การบ าบัดน ้าเสียจากสารสกัดแทนนินจากใบโพธิ์ทะเลเพื่อใช้ในการเลี้ยงปลา โดย 1. นางสาว ศรุตา คงอาษา 2. นางสาว ณัฐภัสสร ทองธนเสฏฐ์ 3. นางสาว พีรดา ศรีวิเชียร อาจารย์ที่ปรึกษา นางยศวดี ศศิธร รายงานฉบบัน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาว32274ระเบียบวิธีวิจยัเบ้ืองตน้ ตามหลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ของ สสวท. โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 1 ช้นัมธัยมศึกษาปีที่5/10 ปีการศึกษา2566


ก ชื่อโครงงาน การบา บดัน้า เสียจากสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลเพื่อใชใ้นการเล้ียงปลา ผู้จัดท า 1. นางสาว ศรุตา คงอาษา ช้นัมธัยมศึกษาปีที่6 2. นางสาว ณัฐภัสสร ทองธนเสฏฐ์ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่6 3. นางสาว พีรดา ศรีวิเชียร ช้นัมธัยมศึกษาปีที่6 ครูที่ปรึกษา นาง ยศวดี ศศิธร ชื่อโรงเรียน มหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา สถานที่ติดต่อ 19 ซอยราชดา เนิน ตา บลบ่อยางอา เภอเมืองจงัหวดัสงขลา 90000 โทรศัพท์ 074 –311 006 โทรสาร074-326 107 บทคัดย่อ โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการบ าบัดน้า เสียจากสารสกดัแทนนนินจากใบโพธ์ิทะเล มีวตัถุประสงคเ์พื่อ ศึกษาชนิดของตวัทา ละลายในการสกดัสารแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลศึกษาปริมาณค่าPH ของน้า ตวัอยา่งในคลอง ในชุมชนก่อนและหลงัการทดลองและเปรียบเทียบอตัราส่วนที่เหมาะสมของสารสกดัใบโพธ์ิทะเลในการบา บดัน้า เสียเพื่อเล้ียงปลากดั ผลการศึกษาและการจดัทา โครงงาน พบวา่เมื่อนา ใบโพธ์ิทะเล10กรัมมาอบแหง้24 ชวั่โมงในอณุหภูมิที่ เท่ากนัและนา ใบโพธ์ิทะเลที่อบเสร็จมาตม้ในตวัละลายคือ น้า และเอทานอลเป็นเวลา20 นาทีและแช่ทิ้งไว1้6 ชวั่โมงหลงัจากน้นันา มาตรวจสารแทนนินดว้ยสารเฟอร์ริคคลอไลดพ์บวา่ท้งัการใชน้ ้า ที่และเอทานอลเป็นตวัท า ละลายมีสารแทนนินท้งัสองและอีก2การทดลองอยรู่ะหวา่งการทดลอง


ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องการบา บดัน้า เสียจากสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลสา เร็จลุร่วงไปได้ ดว้ยดีตอ้งขอขอบคุณ คุณครูยศวดีศศิธรอาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงานที่ไดใ้หค้า แนะนา ต่างๆ ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของSMA ที่ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ส าหรับการท าการทดลอง คณะผู้จัดท าขอกราบ ขอบพระคุณมา ณ ที่น้ี ขอกราบขอบคุณ บิดา มารดา ที่กรุณาใหค้วามช่วยเหลือและสนบัสนุนเอ้ือเฟ้ือสถานที่เป็นอยา่งดีมา โดยตลอด ขอขอบคุณเพอื่นไปตลอดจนผสู้นบัสนุนโครงงานน้ีทุกคน ที่คอยเป็นกา ลงัใจใหแ้ละใหค้วาม ช่วยเหลือจนโครงงานสา เร็จลุร่วงไปไดด้ว้ยดี โครงงานน้ีไม่อาจจะสา เร็จได้หากไม่มีผมู้ีพระคุณ ผทู้ี่ใหค้วามช่วยเหลือแก่โครงงานของคณะ ผจู้ดัทา ทางคณะผจู้ดัทา ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่น้ี คณะผู้จัดท า


ค สารบัญ เรื่อง หน้าบทคดัยอ่กกิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทน า 1 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง 3 บทที่ 3 วิธีด าเนินการทดลอง 10 บทที่ 4 ผลการทดลอง 11 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลการทดลอง 12 บรรณานุกรม 13 ภาคผนวก 14


ง สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 1 การศึกษาชนิดของตวัทา ละลายในการสกดัสารแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล 12


จ สารบัญรูปภาพ หน้า ภาพที่ 1 ต้นโพธ์ิทะเล 3 ภาพที่ 2 เอทานอล 4 ภาพที่ 3 ไอเอิร์น (III) คลอไรด์ 5 ภาพที่ 4 ฉีกใบโพธ์ิทะเลสา หรับนา ไปอบแหง้ 17 ภาพที่ 5 นา ใบโพธ์ิทะเลที่อบแหง้มาชงั่ 10 กรัม 17 ภาพที่ 6 ตม้ใบโพธ์ิทะเลในตวัทา ละลาย 17 ภาพที่ 7 เปรียบเทียบสารสกดัจากใบโพธ์ิทะเล 18


1 บทที่ 1 บทน า 1.1 ที่มาและความส าคัญ เนื่องจากในปัจจุบนัเกิดวิกฤตปัญหามลพิษทางน้า จา นวนหลายแห่ง ซ่ึงเกิดจากมนุษยไ์ดป้ล่อยน้า เสีย จากการใชง้านภายในครัวเรือนเช่น การปลอ่ยน้า เสียจากการซกัผา้การทิ้งขยะลงแหล่งน้า ซ่ึงในจังหวัดสงขลาก็ เกิดวิกฤษปัญหาทางน้า เช่นเดียวกนัทา ใหน้ ้า เสียมีสภาวะควาทเป็นพิษสูงโดยคุณภาพน้า ที่ถูกปล่อยมาจาก ครัวเรือนจะมีลกัษณะความเป็นด่างและเป็นน้า เน่าเสียที่มีลกัษณะสีไม่พึงประสงค์ซ่ึงเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตใน แหล่งน้า ไม่วา่จะเป็นพืชหรือสตัว์ ทางคณะผจู้ดัทา จึงไดเ้ลง็เห็นถึงการแกไ้ขปัญหาโดยการนา ใบโพธ์ิทะเล ซ่ึงเป็นพืชที่เจริญเติบโต ไดด้ีในที่ชุ่มน้า และใบโพธ์ิทะเลสามารถดูดซบัแร่ธาตุไดสู้งและเป็นเสมือนเครื่องกรองน้า ที่ใช่บา บดัน้า เสีย ผู้จัดทา โครงงานจึงทา การทดลองเพื่อทดสอบความเป็นไปไดใ้นการใชใ้บโพธ์ิทะเลในการดูดซบัและบา บดั น้า เสียจากคลองที่หมู่บา้นเกา้เส้ง 1.2จุดประสงค์ 1.2.1เพื่อศึกษาชนิดตวัทา ละลายในสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล 1.2.2เพื่อศคึกษาปริมาณค่าPHของน้า ตวัอยา่งจากคลองในชุมชนก่อนแหละหลงั 1.2.3เพื่อเปรียบเทียบอตัราส่วนที่เหมาะสมของสารสกดัใบโพธ์ิทะเลในการบา บดัน้า เสียเพื่อเล้ียงปลากดั 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1ศึกษาชนิดตวัทา ละลายในสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล 1.3.2ศึกษาปริมาณค่าPHของน้า ตวัอยา่งจากคลองในชุมชนก่อนแหละหลงั 1.3.3 ศึกษาอตัราส่วนที่เหมาะสมของสารสกดัใบโพธ์ิทะเลในการบา บดัน้า เสียเพื่อเล้ียงปลากดั 1.4 สมมติฐาน 1.4.1การบา บดัน้า เสียดว้ยสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลดว้ยตวัทา ละลายน้า หรือเอทานอล สามารถสกดัสารแทนนินออกมาไดเ้หมือนกนัและสามารถปรับค่าPH ของน้า ใหเ้หมาะสมสา หรับการ เล้ียงปลาได้ 1.5 ตัวแปรที่ศึกษา ตวัแปรตน้: สารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล ตวัแปรตาม :การเปลี่ยนค่าPH ในน้า ที่เหมาะสมกบัการนา ไปเล้ียงปลา ตวัแปรควบคุม : ปริมาณน้า อุณหภูมิความช้ืน และระยะเวลาในการทดลอง


2 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.6.1 ทราบถึงประโยชนแ์ละสรรพคุณของใบโพธ์ิทะเล 1.6.2 สามารถนา ไปต่อยอดเป็นอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ 1.6.3 ช่วยบา บดัในเสียภายในชุมชน 1.6.4ผศู้ึกษาสามารถต่อยอดโครงงานโดยการนา ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยตุใ์ชใ้นการผลิตสารสกดัจาก ใบโพธ์ิทะเลในการบา บดัน้า เสีย


3 บทที่ 2เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1ใบโพธิ์ทะเล โพธ์ิทะเล(ชื่อวิทยาศาสตร์: Thespesia populnea) เป็ นชนิดของไม้ดอกในตระกูล Malvaceae เป็นตน้ ไมข้นาดเลก็หรือไมพ้มุ่ โพธ์ิทะเลเป็นพืชในสกลุเดียวกบั ปอทะเลและมีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แหล่งอาศยัเป็นแบบเดียวกนัดอกสีเหลือง บานตอนเชา้แก่แลว้เปลี่ยนเป็นสีแดงเช่นกนัแต่ดอกโพธ์ิทะเล ไม่มีวงกลมสีแดงภายในดอกแบบเดียวกบั ปอทะเลใบเป็นรูปหวัใจคลา้ยใบโพธ์ิใตใ้บมีขนอ่อนปกคลุมทา ใหน้ ้า ระเหยออกจากใบไดช้า้ผลกลม เมื่อแก่เตม็ที่เป็นผลแหง้กลีบเล้ียงรูปถว้ยติดอยทู่ ี่ข้วัผลไมโ้พทะเล นา มาทา เครื่องเรือน เน้ือไมข้องโพทะเลเป็นสีน้า ตาลอมแดงจนถึงสีชอกโกแลตเขม้มีความถ่วงจา เพาะ 0.55to 0.89ใชท้า ทาวิลเครื่องดนตรีในเอเชียใต้ในฮาวาย นิยมนา ไมโ้พทะเลไปใชใ้นงานช่างไม้ ในตาฮีตีใชท้า กลองแบบพ้ืนบา้น เปลือกใชท้า เชือกใบใชร้ักษาแผลยางเมื่อเขา้ตาทา ใหร้ะคายเคืองละตา บอดได้ ภาพที่1 ตน้ โพธ์ิทะเล ที่มา: https://www.samunpri.com 2.2 สรรพคุณของโพธ์ิทะเล -รากใชก้ินเป็นยาบา รุง (ราก) -รากใช้เป็ นยารักษาอาการไข้ (ราก) - ดอกใชต้ม้กบัน้า นมหยอดหูใชส้า หรับรักษาอาการเจบ็หูโดยใชด้อกสดประมาณ 2-3 ดอก นา มาตม้กบัน้า นม คร่ึงถว้ยตวงแลว้นา มาหยอดหูจะช่วยแกอ้าการเจบ็ ในหูได้ - เปลือกใช้เป็ นยาท าให้อาเจียน - เมือกที่ไดจ้ากการนา ส่วนของเปลือกสดมาแช่น้า ใชส้า หรับรักษาโรคที่เกี่ยวขอ้งกบัระบบทางเดินอาหาร -รากใชเ้ป็นยาระบาย ส่วนใบใชท้า เป็นยาระบายอ่อน ๆ -รากใช้เป็ นยาขับปัสสาวะ


4 - ใบใชท้า เป็นผงยาสา หรับใชใ้ส่รักษาแผลเร้ือรังแผลสด และช่วยทา ใหแ้ผลหายเร็วยงิ่ข้ึน ดว้ยการใช้ใบแห้ง ประมาณ 2-3 ใบน ามาบดให้เป็ นผงละเอียดแล้วน ามาพอกและทาบริเวณที่เป็ นแผล บา้งกว็า่น้า ตม้จากเปลือกก็ นา มาใชช้ะลา้งแผลเร้ือรังไดเ้ช่นกนั -ผลและใบใชต้า พอกแกห้ิด 2.3เอทานอล เอทานอล หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ คือ แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่มีสูตรเคมี C2H5OH มีลักษณะเป็ น ของเหลวใส ไม่มีสีติดไฟง่าย มีความไวไฟและค่าออกเทนสูง (เอทานอลบริสุทธ์ิร้อยละ99.8 มีค่าออกเทนสูง ถึง 113) ประกอบด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน เป็ นไฮดรอกซิลดิริเวทีฟของไฮโดรคาร์บอน เกิดจาก การแทนที่ไฮโดรเจนอะตอมด้วย hydroxyl group (OH) มีน้า หนกัโมเลกลุ46.07ความหนาแน่น 0.789กรัมต่อ มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -114.1องศาเซลเซียส จุดเดือด 78.5 องศาเซลเซียส สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย อาทิ ใช้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้เป็ นตัวท าละลายใน อุตสาหกรรม ใชเ้ป็นเช้ือเพลิง ฯลฯ ภาพที่ 2 เอทานอล ที่มา : http://water-pacific.com/index.php/2010-08-14-10-07-37 2.4ไอเอิร์น (III) คลอไรด์ ไอเอิร์น (III) คลอไรด์ (อังกฤษ: Iron(III) chloride) เรียกอีกอยา่งวา่เฟอร์ริคคลอไรด์ (อังกฤษ: ferric chloride) เป็ นขนาดโภคภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสารประกอบเคมีที่มีสูตร FeCl3 สีของผลึกไอเอิร์น (III) คลอไรดข์้ึนอยกู่บัมุมมองโดยเกิดแสงสะทอ้นผลึกจะปรากฏเป็นสีเขียวเขม้แต่ดว้ยแสงที่ส่งพวกเขา จะปรากฏเป็นสีม่วงแดง ปราศจากไอเอิร์น (III) คลอไรด์ที่เป็ นเดไลควีสเกนต์ กลายเป็ นไฮเดรท ไฮโดรเจน คลอไรด์ละอองในอากาศช้ืน มนัไม่ค่อยเป็นที่สงัเกตในรูปแบบตามธรรมชาติ


5 ภาพที่ 3ไอเอิร์น (III) คลอไรด์ ที่มา : https://www.indiamart.com/ 2.5 น ้าส าหรับปลาสวยงาม คุณสมบตัิของน้า ที่เกี่ยวขอ้งโดยตรงกบัการเจริญเติบโตของปลา หรือการดา รงชีพของปลา น้นัจะมีท้งัคุณสมบตัิทางดา้นกายภาพ (Physical Condition) ทางด้านเคมี (Chemical Condition) และทางด้านชีววิทยา (Biological Condition) ซ่ึงมกัจะมีความสมัพนัธ์กนัหาก คุณสมบตัิดา้นใดดา้นหน่ึงไม่เหมาะสม กจ็ะส่งผลกระทบไปถึงปลาไดท้นัทีอาจทา ใหป้ลาแคระแกรน อ่อนแอป่วยเป็นโรคไดง้่าย หรือไม่สามารถแพร่พนัธุ์ได้ดงัน้นัผเู้ล้ียงจา เป็นที่จะตอ้งระมดระวังควบคุม ั คุณสมบตัิของน้า และพยายามปรับสภาพของน้า ใหเ้หมาะสมต่อการดา รงชีพของปลาอยเู่สมอ 2.5.1คุณสมบตัิของน้า ทางดา้นกายภาพ สีของน้า สีของน้า ที่ปรากฎแก่สายตาจา แนกไดเ้ป็น 2 ประเภท คือ สีจริง (True Color) เป็นสีที่เกิดจากสารละลายต่างๆที่ละลายในน้า ในระยะแรกอาจมองไม่เห็น จนเมื่อมี การสะสมมากข้ึนจึงสงัเกตได้เช่นอาหารปลาบางชนิดจะมีการละลายทา ใหน้ ้า ออกเป็นสีเหลือง สีจริงที่เกิดข้ึน จะไม่สามารถแยกออกจากน้า โดยการกรอง สีปรากฎ (Apparent Color) เป็นสีที่สามารถมองเห็นไดง้่าย ส่วนใหญ่เกิดจากตะกอนและ สารแขวนลอยรวมท้งัแพลงตอนต่างๆ หรืออาจเกิดจากการสะท้อนแสง การเล้ียงปลาสวยงามน้นัน้า ที่มองเห็นในตูเ้ล้ียงปลาสวยงามมกัจะเป็นสีจริง เนื่องจากการเล้ียงปลาสวยงามเนน้ที่ความใสของน้า มีการใชร้ะบบกรองน้า ที่ดีและไดร้ับแสงนอ้ยจึงไม่มี ตะกอนและแพลง ตอนเกิดข้ึน สีของน้า ไม่มีผลต่อตวัปลาโดยตรงแต่จะช่วยบ่งบอกไดถ้ึงความผดปกติหาก ิ ความใสของน้า มีการเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิอุณหภูมิของน้า มีผลต่อการดา รงชีพของปลาค่อนขา้งมากเพราะปลาเป็น สัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิของร่างกายปลาหรือขบวนการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของ น้า ดงัน้นั ในช่วงที่มีอุณหภูมิต่า หรือในฤดูหนาวขบวนการต่างๆในตวัปลาจะลดต่า ลงไปดว้ย ซ่ึงเท่ากบัเป็นการ


6 ยบัย้งัการเจริญเติบโต การกินอาหารและการแพร่พนัธุ์ของปลาถึงแมว้า่ ประเทศไทยจะอยใู่นเขตร้อนมีศกัยภาพ การเจริญเติบโตของปลาดีกวา่ ในแถบอื่นตามที่ไดก้ล่าว มาแลว้แต่กม็ีช่วงฤดูหนาวซ่ึงกินเวลาประมาณ 1 - 2 เดือน ซ่ึงกต็อ้งถือวา่เป็นระยะเวลาที่มากพอที่จะก่อความเสียหายแก่ปลาที่เล้ียงได้ผเู้ล้ียงปลาจะตอ้งลดปริมาณ อาหารที่เคยใหล้งและคอยระวงัเรื่องการเกิด โรคระบาด เพราะจากการที่ปลากินอาหารลดลงทา ใหส้ภาพ ร่างกายมีภูมิตา้นทานลดลงจะทา ใหป้ลาป่วย หรือติดเช้ือต่างๆไดง้่ายจึงพบวา่มกัจะเกิดปัญหาโรคระบาดสตัว์ น้า ในฤดูหนาวอยเู่สมอ ความข่นุของน้า หมายถึงปริมาณสารแขวนลอยที่อยใู่นน้า ความข่นุของน้า จะมีผลต่อการบดบังแสง ท า ใหค้วามสมบูรณ์ของบ่อปลาลดลงและยงัมีผลอุดตนัระบบหายใจ มกัทา ใหป้ลาขนาด เลก็และไขป่ลาตายได้ 2.5.2 คุณสมบตัิของน้า ทางดา้นเคมี ความเป็นกรดเป็นด่างของน้า มกันิยมเรียกวา่“pH” หมายถึงค่าความเขม้ขน้ของไฮโดรเจนอิออน (H+)ที่อยใู่นน้า ค่า pH ของน้า จะอยรู่ะหวา่ง0 - 14 โดยมีค่าเป็นกลางที่pH 7 ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส สา หรับน้า ธรรมชาติโดยทวั่ ไปจะมีค่า pH อยรู่ะหวา่ง5 -9 ตารางที่ 1 แสดงระดบัค่าของpH ที่มีผลต่อการดา รงชีพของสตัวน์ ้า จืด ระดบัค่าของ pH ผลต่อการดา รงชีพของสตัวน์ ้า 4.0 หรือต่า กวา่: เป็ นอันตรายมักท าให้ปลาตาย 4.1 - 6.0: ปลาบางชนิดตาย ปลาที่ไม่ตายจะมีการเจริญเติบโตชา้ผลผลิตต่า ระบบสืบพนัธุ์ไม่ เจริญ 6.5 - 9.0: เหมาะสมต่อการดา รงชีพของสตัวน์ ้า 9.1 - 11.0:การเจริญเติบโตช้า ผลผลิตต ่า 11.1 ข้ึนไป: เป็นอนัตรายต่อปลา การเล้ียงปลาสวยงามในตูก้ระจกมกัไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นกรดของน้า เนื่องจากมีการให้ออกซิเจน และมีการใชเ้ศษหินปะการังในระบบกรองน้า แต่จะเกิดปัญหาเรื่องความเป็นด่างคือผเู้ล้ียง ปลามกัไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนถ่ายน้า ทา ใหม้ีการสะสมแอมโมเนียจากการขบัถ่ายและการยอ่ยสลายของ เศษอาหารมากข้ึน ประกอบ กบัน้า มีการหมุนเวยีนผา่นเศษปะการังตลอดเวลาจึงทา ใหน้ ้า มีความเป็น ด่างสูงข้ึน ถึงแมจ้ะไม่มีผลทา ใหป้ลา ตายแต่กม็กัจะทา ใหป้ลามีสีสนัซีดจางลงวิธีการแกไ้ขทา โดยการหมนั่เปลี่ยนถ่ายน้า ปริมาณออกซิเจนละลายน้า มกัเรียกยอ่ๆวา่ DO (Dissolved Oxygen) การหายใจของ ปลาส่วนใหญจ่ะ กระทา ไดก้ต็ ่อเมื่อมีออกซิเจนละลายอยใู่นน้า ซ่ึงในธรรมชาติการละลายของออกซิเจน เกิดได้2 ทาง คือ


7 -การละลายจากอากาศที่ผวิน้า จะเกิดข้ึนมากนอ้ยข้ึนกบัขนาดบ่อและความแรงของลม คือลม จะท าให้ น้า เกิดคลื่น และในระหวา่งที่คลื่นน้า เคลื่อนจากริมบ่อทางตน้ลมไปถึงริมบ่อทางทา้ยลม กจ็ะละลายเอา ออกซิเจนจากอากาศไปเรื่อยๆ ขนาดของบ่อจะมีความสา คญัมากคือถา้บ่อขนาดใหญจ่ะมีการเกิดคลื่นไดง้่าย ถึงแมล้มจะไม่แรง สงัเกตไดจ้ากอ่างเกบ็น้า หรือทะเลจะมีคลื่นตลอดเวลาและคลื่น เคลื่อนที่เป็ นระยะทางไกล บ่อขนาดใหญจ่ ึงไม่ค่อยพบปัญหาการขาดออกซิเจน -การสงัเคราะห์แสงของแพลงตอนพืชและพืชน้า ในเวลากลางวนัแพลงตอนพืชและพืชน้า จะเกิด ขบวนการสงัเคราะห์แสง ดึงเอาธาตุอาหารที่ละลายอยใู่นน้า และก๊าซคาร์บอนไดออกไซดไ์ปใช้จากน้นั จะให้ ก๊าซออกซิเจนออกมาจดัวา่เป็นการช่วยรักษาสมดุลยใ์นระบบนิเวศน์ไดด้ว้ยแต่วิธีน้ีอาจเกิดปัญหา เพราะใน เวลากลางคืนท้งัแพลงตอนพืชและพืชน้า ไม่สามารถสงัเคราะห์แสงและจา เป็นตอ้งการใช้ออกซิเจนเช่นกนั ดงัน้นัหากมีแพลงตอนพืชหรือพืชน้า มากเกินไป กจ็ะทา ใหเ้กิดการขาดแคลน ออกซิเจนในเวลากลางคืนได้ ซึ่ง มกัพบวา่ ปลามีการ“ลอยหวั”คืออาการที่ปลาลอยตวัอยใู่กลผ้วิน้า และอา้ปากฮุบอากาศที่ผวิน้า เกือบตลอดเวลา โดยมกัเกิดตอนใกลรุ้่ง สา หรับการเล้ียงปลาสวยงามเป็นการเล้ียงปลาในพ้ืนที่จา กดัเลก็ๆ น้า ใสสะอาด ไม่มีแพลงตอน และมัก ไม่ปลูกพรรณไมน้้า การละลายของออกซิเจนที่ผวิน้า แทบจะไม่สามารถเกิดไดเ้ลย ดงัน้นัเมื่อปล่อยปลาลงเล้ียง ในตู้ปลาประมาณ 1 - 2 ชวั่โมง ปลาจะใชอ้อกซิเจนหมดไปโดยไม่มีการละลายของออกซิเจนเพมิ่เติม ทา ให้ ปลาลอยหวัและอาจถึงตายได้ดงัน้นัเครื่องเพิ่มปริมาณการละลายของออกซิเจนหรือ“แอร์ปั๊ม”จึงมีความ จา เป็นอยา่งยงิ่ต่อการเล้ียงปลาสวยงาม ผเู้ล้ียงปลาแทบทุกรายจึงตอ้งซ้ือแอร์ปั๊มไปใชเ้พิ่มออกซิเจนในตูเ้ล้ียง ปลา มิฉะน้นั ปลาที่เล้ียงจะไม่ค่อยกินอาหาร ทา ใหแคระแกรน ้ สีซีดจางอ่อนแอติดโรคไดง้่าย หรืออาจขาด ออกซิเจนจนถึงตายได้ ยกเว้นปลาบาง ชนิดจะมีอวยัวะช่วยหายใจ ทา ใหส้ามารถใชอ้อกซิเจนจากอากาศได้โดย ในขณะที่น้า มีออกซิเจนนอ้ย ปลาจะข้ึนฮุบอากาศที่ผวิน้า แลว้นา ออกซิเจนจากอากาศไปใชใ้นการหายใจได้จึง ทา ใหป้ลาเหลา่น้ีมีความสามารถอยใู่นน้า เสีย หรือหมกตวัอยใู่นโคลนตมไดด้ีกวา่ ปลาชนิดอื่น ตวัอยา่งเช่น ปลา หาง นกยงูปลากดั ปลากระดี่ชนิดต่างๆ ปลาหมอตาล ปลาชะโด ปลาดุกและปลาแรด แต่ถึงแม้ปลาเหล่าน้ีจะ ทนทาน ถา้นา มาเล้ียงในตูป้ลากย็งัจา เป็นตอ้งใชเ้ครื่องแอร์ปั๊มเพิ่มออกซิเจน เพราะการ ที่น้า มีออกซิเจนสูงจะทา ใหป้ลาสดชื่น กินอาหารเก่ง เติบโตเร็ว สีสนัสดใส และเจริญพนัธุ์ไดด้ี ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซที่ปลาไม่ตอ้งการเมื่อมีมากจะแทรกซึมเขา้กระแสเลือดทา ให้ปลา ตายในธรรมชาติการเกิดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะมาจากการหายใจของพืชและสตัว์และการสลายของ อินทรียสารแต่ในเวลากลางวนัแพลงตอนพืชและพรรณไมน้้า จะนา เอาคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ในการ สงัเคราะห์แสง ส่วนในเวลากลางคืนจะมีการสะสมคาร์บอนไดออกไซด์มากข้ึน ในบ่อขนาดใหญซ่่ึงมีการเกิด


8 คลื่นที่ผวิน้า อยเู่สมอกจ็ะมีการละลายของออกซิเจนทา ให้ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซดไ์ม่สูงมากนกัเพราะ คาร์บอนไดออกไซดร์ะเหยออกจากน้า สู่อากาศได้ง่ายเนื่องจากอากาศมีคาร์บอนไดออกไซดอ์ยนู่อ้ยมากแต่บ่อ ขนาดเล็กมีการละลายของออกซิเจน ค่อนขา้งนอ้ยจึงมีการสะสมของคาร์บอนไดออกไซดม์ากข้ึนเรื่อยๆ การเล้ียงปลาสวยงามในตูป้ลากจ็ะมีคาร์บอนไดออกไซด์เกิดข้ึนจากการหายใจและการ หมักหมมของ เศษอาหารแต่ไม่มีปัญหาเพราะระเหยออกสู่อากาศเนื่องจากการใชแ้อร์ปั๊ม และในระบบ กรองน้า ยงัช่วยควบคุม คาร์บอนไดออกไซดโ์ดยจะไปทา ปฏิกริยากเัศษปะการัง เกิดเป็นสารประกอบ ไบคาร์บอเนต (HCO3-)ละลายอยู่ ในน้า โดยไม่เป็นพิษต่อปลา ตูปลาที่มีการหมักหมมมาก ถ้าเครื่องแอร์ ้ ปั๊มเกิดขดัขอ้งปลามกัจะลอยหวัและตาย ในเวลาอนัรวดเร็วผเู้ล้ียงปลาจะตอ้งหมนั่ขจดัสิ่งหมกัหมมและไม่ใหอ้าหารมากจนเกินไป นอกจากน้นัยงัควร สา รองแอร์ปั๊มที่ใชแ้บตเตอรี่ไวด้ว้ย สารประกอบไนโตรเจน มีความสา คญัต่อการดา รงชีพของปลาโดยจะข้ึนกบัชนิดของ สารประกอบ ซึ่ง มีอยหู่ลายรูปแบบ แต่ที่มีความสา คญัต่อการดา รงชีพของปลามากไดแ้ก่แอมโมเนีย (NH3) ไนไตรท์ (NO2-) และไนเตรท (NO3-) ซ่ึงสารประกอบท้งั 3 ชนิดจะสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปมา เนื่องจากขบวนการต่างๆ ในธรรมชาติสารประกอบไนโตรเจนมักพบในรูปของไนเตรท เพราะขบวนการยอ่ย สลายแอมโมเนีย เกิดไดง้่ายจากน้นัแพลงตอนพืชและพรรณไมน้้า จะนา เอาไนเตรทที่เกิดข้ึนไปใช้จึงทา ใหเ้กิดสมดุลยข์องระบบ นิเวศน์แต่สา หรับการเล้ียงปลาสวยงาม การสะสมของเศษอาหารและของเสีย ต่างๆมีมากอยใู่นระบบกรองน้า ทา ใหเ้กิดการสะสมของสารประกอบไนโตรเจนไดเ้สมอแต่ไม่มีพืชน้า หรือแพลงตอนพืชที่จะคอยน า สารประกอบเหล่าน้ีไปใช้ผเู้ล้ียงปลาเองกม็กัไม่ทราบวา่มีสารประกอบ ไนโตรเจนสะสมอยใู่นตูเ้ล้ียงปลา เพราะมองเห็นน้า ใสและปลาส่วนใหญ่กด็ูเป็นปกติดีแต่เมื่อปล่อยไป นานๆเขา้ปลาจะมีสีสนัซีดจางลงไม่ กระตือรือร้นหรือสดชื่นเหมือนเดิม และมกัเกิดโรคตายไปในที่สุด วธิีการป้องกนัและแกไ้ขการสะสมของ สารประกอบไนโตรเจนที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนถ่ายน้า ใหม่ใหแ้ก่ปลาบ่อยๆและกระทา อยา่งสม่า เสมอ 2.2.5 ความเคม็ของน้า หมายถึงปริมาณของของแขง็หรือเกลือแร่ต่างๆที่ละลายอยใู่นน้า โดยเฉพาะเกลือ แกงความเคม็มีผลต่อการดา รงชีวิตของปลา ปลาส่วนใหญ่จึงมีความเจาะจงอยใู่นน้า จืดหรือน้า เคม็อยา่งเด่นชดั แต่กม็ีปลาหลายชนิดที่สามารถปรับตวัไดด้ีสามารถอยไู่ดท้ ้งัในน้า จืดและ น้า เคม็เช่น ปลากะพงขาว ปลาตะกรับ (ปลาเสือดาว) และปลาเฉี่ยว (ปลาเทวดาบอร์เนียว) ปลา ส่วนใหญ่จะสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงความเคม็ ได้ประมาณ 5 ส่วนในพนัส่วน(ppt) การเล้ียงปลาสวยงามโดยทวั่ ไปจะไม่พบปัญหาดา้นความเคม็แต่มกัใชป้ระโยชน์จากความ เค็มในการ ควบคุมดูแลสุขภาพปลา โดยมักนิยมเติมเกลือแกง 1 ชอ้นโต๊ะต่อน้า 100 ลิตรเป็ นประจ าทุกเดือนๆละ 1 คร้ังจะ


9 ช่วยใหป้ลาไดร้ับเกลือแร่ซึมเขา้ร่างกาย ช่วยใหป้ลามีการขบัเมือกจะทา ใหป้ลา สดชื่นข้ึน หรืออาจใชเ้กลือแกง อัตรา 3 - 5 ppt ช่วยในการป้องกนัและรักษาโรคปลา สารพิษ ปัจจุบนัแหล่งน้า ธรรมชาติมกัจะมีการปนเป้ือนของสารเคมีชนิดต่างๆ ซ่ึงมกัมีอนัตรายต่อสตัว์ น้า สารพิษดงักล่าวมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม และของเสียจากครัวเรือน ยงิ่มีการพฒันาหรือ มีการขยายตัวของชุมชนมากข้ึนเพยีงใด กย็งิ่มีสารพิษตกคา้งลงแหล่งน้า ธรรมชาติมากข้ึน สารพิษเหล่าน้ีจะมี ผลทา ใหก้ารเจริญเติบโตของปลาลดลง ปลาขนาดเลก็และไข่ปลา มกัจะตาย นอกจากน้นัยงัทา ใหอ้าหาร ธรรมชาติที่จ าเป็ นของปลาลดลง การเล้ียงปลาสวยงามดว้ยน้า ประปาจะไม่ประสบปัญหาทางดา้นสารพิษ แต่สา หรับผทู้ี่จะ ดา เนินกิจการ ฟาร์มเพาะเล้ียงปลาสวยงาม ซ่ึงมีความจา เป็นตอ้งอาศยัน้า ธรรมชาติค่อนขา้งมากควรเลือกพ้ืนที่ใหห้ ่างไกลจาก ชุมชนและห่างจากโรงงานอตุสาหกรรม


10 บทที่ 3วิธีด าเนินการทดลอง 3.1วสัดุอุปกรณ์ 1. ใบโพธ์ิทะเล 2. น้า 3. สารเฟอร์ริคลอไลด์ 4. บีกเกอร์ขนาด 50/500 ml 5. ตู้อบลมร้อน 6. หลอดหยด 3.2 ขั้นตอนปฏิบัติการ การทดลองที่ 1 การศึกษาชนิดของตัวท าละลายในการสกัดสารแทนนินจากใบโพธิ์ทะเล 1.1. นา ใบโพธ์ิทะเลมาอบแห้ที่อุณหภูมิคงที่65 องศา เป็ นเวลา 24 ชวั่โมงจากน้นันา ใบ โพธ์ิทะเลอบแหง้มาฉีก ให้ละเอียด 1.2. นา ใบโพธ์ิทะเลอบแหง้ละเอียด 10 กรัม มาแช่ในตวัทา ละลาย2 ชนิด คือ น้า 250 กรัม และเอทานอล 250 กรัม 1.3. ตม้ สารสกดัท้งัสองบีกเกอร์ในอุณหภูมิที่คงที่เป็นเวลา20นาทีจากน้นัหมกัทิ้งไว้16 ชวโมง ั่ 1.4. ตรวจสอบสารแทนนินดว้ยสารเฟอร์ริคคลอไรด์โดยใชส้ารสกดัใบโพธ์ิทะเลในตวัทา ละลายท้งัสอง15 มิลลิลิตร และหยดสารเฟอร์ริคคลอไรด์ 5 หยด 1.5. สังเกตสีที่ได้ แล้วบันทึกผล การทดลองที่ 2 ศึกษาปริมาณค่า PH ของน า้ตัวอย่างจากคลองในชุมชนก่อนและหลงัการทดลอง 2.1. วดัค่าPH ของน้า คลองที่ตอ้งการทดลองท้งัหมด 3 บีกเกอร์ 2.2.นา สารสกดัในตวัทา ละลายท้งั3ชนิด มาใส่ในน้า คลอง3 บีกเกอร์แช่ไว1้ชวั่โมง 2.3.วดัค่าPH หลงัการทดลองแลว้สงัเกตวา่สารสกดัในตวัทา ละลายใดทา ใหน้ ้า มีคา่ PH ที่ เหมาะที่สุด การทดลองที่ 3 เปรียบเทียบอัตราส่วนที่เหมาะสมของสารสกัดใบโพธิ์ทะเลในการบ าบัดน ้าเสียเพื่อเลี้ยงปลากัด 3.1.นา สารสกดัในตวัทา ละลายที่ดีที่สุด มาเปรียบเทียบในอตัราส่วนที่ต่างกนั 3.2.วดัค่าPH แล้วบันทึกผล


11 บทที่ 4 ผลการทดลอง ตารางที่ 1 การศึกษาชนิดของตวัทา ละลายในการสกดัสารแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล ตัวท าละลาย ก่อนหยดสสารเฟอร์ริคคลอไลด์ หลังหยดสารเฟอร์ริคคลอไลด์ น้า เปล่า สีเขียว สีน้า เงินดา เอทานอล สีน้า ตาล สีน้า เงินด า ตารางที่ 2 ศึกษาปริมาณค่าPH ของน้า ตวัอยา่งจากคลองในชุมชนก่อนและหลงัการทดลอง อยรู่ะหวา่งการทดลอง ตารางที่ 3 ทดสอบขนาดของดินเหนียวที่ใช่ห่อเมลด็ขา้ว อยรู่ะหวา่งการทดลอง


12 บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ ในการศึกษาโครงงานเรื่อง การบา บดัน้า เสียจากสารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลเพื่อใชใ้นการเล้ียง ปลา สามารถสรุปผลอภิปรายผลและมีขอ้เสนอแนะไดด้งัน้ี 5.1 สรุปผล การทดลองที่ 1จากการทดลองพบวา่หลงัตม้ที่ใชน้ ้า เป็นตวัทา ลายจะไดน้้า ที่สกดัออกมาเป็นสีน้า ตาล แต่ที่ใช้เอทานอลเป็นตวัทา ละลายจะไดน้้า ที่สกดัออกมาเป็นสีเขียวแต่พอหยดสารเฟอร์ริคคลอไลดล์งไปน้า ที่ ได้จากตวัทา ละลายท้งัสองกเ็ปลี่ยนเป็นสีเดียวกนัคือสีน้า เงินดา จึงสรุปไดว้า่ตวัทา ละลายไม่มีผลต่อการสกดั สารแทนนินจากใบโพธ์ิทะเล การทดลองที่ 2อยรู่ะหวา่งการทดลอง การทดลองที่ 3อยรู่ะหวา่งการทดลอง 5.2 อภิปรายผล ผทู้า ไดท้า การศึกษาโดยนา ใบโพธ์ิทะเลมาสกดัดว้ยตวัทา ละลายทที่เป็นน้า เปล่ากบัตวัทา ละลายเอ ทานอลเมื่อทดลองใบโพธ์ิที่ไดจ้ากการตม้20นาทีและแช่ทิ้งไว16้ชวั่โมงที่ตวัทา ละลายต่างกนัคือน้า และเอ ทานอล พบวา่ถา้ใชน้ ้า เป็นตวัทา ละลายจะไดน้้า ที่สกดัออกมาเป็นสีน้า ตาลแต่ถา้ใชเ้อทานอลเป็นตวัทา ละลาย จะไดน้้า ที่สกดัออกมาเป็นสีเขียวแต่เมื่อนา สารเฟอร์ริคคลอไลดห์ยดลงไปทา ใหน้ ้า ท้งัสองเปลี่ยนสีเป็ นสี เดียวกนัคือสีน้า เงินดา ทา ใหส้รุปไดว้า่ตวัทา ละลายไม่มีผลดต่อการสกดัสารแทนนนินจากใบโพธ์ิทะเล 5.3 ข้อเสนอแนะ สามารถเปลี่ยนการทา สารสกดัแทนนินจากใบโพธ์ิทะเลไปประยกุตก์บัพืชชนิดอื่นๆ เพื่อทา สาร สกดัที่สามารถช่วยบา บดัน้า เสียเพื่อใชใ้นการเล้ียงปลาได้ 5.4 ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา 1.ทราบถึงประโยชนแ์ละสรรพคุณของใบโพธ์ิทะเล 2.สามารถนา ไปต่อยอดเป็นอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ 3.ช่วยบา บดัในเสียภายในชุมชน


13 เอกสารอ้างอิง โพธ์ิทะเล. https://www.samunpri.com. (5กนัยายน 2565) ไอเอิร์น (III) คลอไรด์https://www.indiamart.com. (5กนัยายน 2565) เอทานอล.http://water-pacific.com/index.php/2010-08-14-10-07-37. (5กนัยายน 2565) น้า สา หรับปลาสวยงาม. https://home.kku.ac.th/. (5กนัยายน 2565)


14 ภาคผนวก ภาพที่ 4 ฉีกใบโพธ์ิทะเลสา หรับนา ไปอบแหง้ ภาพที่ 5 นา ใบโพธ์ิทะเลที่อบแหง้มาชงั่10 กรัม ภาพที่ 6 ตม้ใบโพธ์ิทะเลในตวัทา ละลาย


15 ภาพที่ 7เปรียบเทียบสารสกดัจากใบโพธ์ิทะเล


Click to View FlipBook Version