๑
เอกสารที่ ๑๒ เอกสารวิธีปฏิบัตทิ เ่ี ป็นเลิศ (Best Practice) เรื่องการปรับปรงุ คุณภาพงานหลอ่ แบริ่งรับเพลา
ใบจักรแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
เอกสารการจัดการความรู้
สวู่ ธิ กี ารปฎิบตั ทิ ีเ่ ป็นเลิศ Best Practice
เรอื่ ง การซอ่ มทำแบรงิ่ พลวงด้วยการหลอ่
แบบแรงเหวีย่ งหนีศูนยก์ ลาง (Centrifugal Casting)
โรงงานหล่อหลอมและไม้แบบ
แผนกโรงงานเคร่ืองกล
กองโรงงาน อทู่ หารเรอื ธนบุรี กรมอทู่ หารเรือ
พ.ศ.๒๕๖๐
๒
คณะกรรมการผ้จู ดั ทำ
๑.๑ น.ท.สมชาย บญุ เจรญิ หัวหนา้ ชุด
๑.๒ น.ต.สุทิน ช่นื ชม ผู้ร่วมงาน
๑.๓ ร.ท.สุรินทร์ อ้นพวง ผ้รู ่วมงานและเลขานุการ
๑.๔ ร.ต.ปิยวัฒน์ กองแก้ว ผูร้ ่วมงาน
๑.๕ นายวันชัย กมทุ รัตน์ ผู้ร่วมงาน
๑.๖ นายจรัล พรหมมณี ผรู้ ว่ มงาน
๑.๗ นายประพันธ์ สารัตน์ ผู้รว่ มงาน
๑.๘ นายสมชาย ดวงศริ ิ ผู้ร่วมงาน
๑.๙ นายชำนาญ กง๋ เกิด ผรู้ ว่ มงาน
๑.๑๐ นายศภุ วทิ ย์ บรรเทิง ผู้รว่ มงาน
๑.๑๑ นางสาวฐกานต์ โกละกะ ผู้รว่ มงาน
สารบัญ ๓
ชอื่ เรอื่ ง หน้า
๑
๑. ท่มี าและความสำคัญ ๒
๒. ปญั หาและสาเหตุ ๖
๓. แนวทางการปฏิบตั ิที่เปน็ เลิศ ๑๒
๔. วตั ถุประสงค์ ๑๒
๕. ผลประโยชนท์ ไี่ ด้รับ ๑๒
๖. ผลการดำเนนิ การ ๑๒
๗. บทเรียนท่ีได้รับ ๑๓
๘. ปจั จยั ของความสำเรจ็ ๑๓
บทสรปุ
๔
๑
เร่ือง การซอ่ มทำแบร่ิงพลวงด้วยการหลอ่ แบบแรงเหวยี่ งหนีศูนยก์ ลาง (Centrifugal Casting)
1. ทม่ี าและความสำคัญ
แบริ่งรับเพลาใบจักรถอื เป็นอุปกรณ์ท่ีสำคัญสำหรับเรือรบเน่ืองจากเป็นส่วนหน่ึงท่ีรองรับระบบขับเคลื่อน
ของเรือ โดยทำหน้าที่รับน้ำหนักเพลาใบจักร รักษาศูนย์ของระบบเพลาใบจักรและลดการโก่งตัวของเพลาใบจักร
อายุการใช้งานของแบร่ิงรับเพลาใบจักรจะมีอายุประมาณ ๓ ปี ดังนั้นเม่ือครบกำหนดระยะเวลาควรนำเรือเข้า
อแู่ หง้ เพอ่ื ปรับเปลย่ี นแบร่ิงรับเพลาใบจักร
ภาพท่ี ๑ ส่วนประกอบของระบบขบั เคล่ือน
๑.๑ แบริง่ รบั เพลาใบจกั ร แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท ดังนี้
๑.๑.๑ ประเภทแบร่ิงรับเพลาใบจักรที่อยู่ในเรือ ประกอบไปด้วยแบริ่งชนิด Split Roller และชนิด
Rabbit Bearing โดยมีการหล่อลืน่ ด้วยจารบีหรอื น้ำมันหล่อลืน่
ภาพท่ี ๒ (ก) Roller Bearing และ (ข) Rabbit Bearing (ก)
(ข)
๑.๑.๒ ประเภทแบร่ิงรับเพลาใบจักรท่ีอยู่นอกเรือ จะใช้ฟิล์มน้ำทะเลช่วยในการหล่อล่ืน วัสดุท่ีนิยม
ใช้ในการทำแบร่ิง ไดแ้ ก่
๒
ก.เทอรโ์ มเซทเรซนี แบริ่ง (Thermosetting Resin Bearing) เป็นวัสดปุ ระเภทโพลิเมอร์
ภาพที่ ๓ Thermosetting Resin Bearing
ข.แบร่ิงยางสงั เคราะห์ (Rubber Bearing) เป็นวัสดปุ ระเภทยางเหนยี ว
ภาพท่ี ๔ Nitrite Rubber Bearing
ค.แบร่งิ ไม้ เชน่ ไมล้ ิ๊กนั่มไวตี (Lignum Vitae) หรอื ไมม้ ะขามแบร่ิงทีท่ ำจากไม้มะขาม
สว่ นใหญจ่ ะใชก้ ับเรอื ประมงขนาดเล็ก
๒.ปญั หาและสาเหตุ
เม่ือมีการใช้งานเคร่ืองจักรหรืออุปกรณ์ใดๆ ย่อมมีการเส่ือมสภาพตามชั่วโมงการใช้งาน การเสื่อมสภาพ
ชำรดุ เสยี หาย จะเกดิ ขึ้นช้าหรอื เร็วอย่ทู ี่อายกุ ารใช้งานและการบำรุงรักษา
๒.๑ ปัญหาท่ีพบในการซอ่ มทำทีเ่ กดิ จากการเสอื่ มสภาพ
๒.๑.๑ เมื่อระบบเพลาใบจักรกำลังใช้งาน ตวั ของ Sleeve ของเพลาใบจกั รจะเสียดสกี ับแบร่ิงรับเพลา
ใบจักรตลอดเวลา ซ่ึงตัว Sleeve จะออกแบบให้มีความแข็งกว่าแบร่ิงรับเพลาใบจักร เพื่อให้แบริ่งรับเพลาใบจักร
เกดิ การสึกหรอ
ภาพท่ี ๕ Sleeve เพลาใบจักรเสียดสีกบั แบร่งิ รองรับเพลาใบจักร
๓
๒.๑.๒ เพรียง ซ่ึงเป็นสัตว์ประเภทหอยเปลือกแข็งท่ีอาศัยในน้ำทะเลและน้ำกร่อย เพรียงมักจะเกาะ
รอบๆ เพลาและตัวเรือใต้แนวน้ำ โดยเฉพาะเรือที่จอดอยู่ในท่าเป็นเวลานาน เม่ือเรือเคล่อื นที่ออกจากท่า เพลาจะ
บดจนเปลือกเพรียงแตกทำให้เศษของเปลือกเพรียงสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างแบร่ิงกับเพลา เปลือกของ
เพรียงซึง่ มีความแขง็ จะสามารถขูดแบริ่งทำให้แบริ่งสึกหรออยา่ งรวดเร็ว
ภาพท่ี ๗ แสดงการเกาะของเพรยี งบรเิ วณ Sleeve
เพลาใบจกั รและแบรง่ิ รองรบั เพลาใบจกั ร
แนวทางปอ้ งกัน หากเรือจอดเป็นเวลานานใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีประจำเรอื หมนุ เพลาใบจกั รสัปดาหล์ ะ ๑ คร้ัง
๒.๑.๓ การสกึ หรอของแบริ่งรับเพลาใบจักร ส่วนใหญ่จะเกิดในตำแหน่งท่ีหน้าสัมผัสระหว่าง Sleeve
เพลาใบจักรกับแบริ่งรับเพลาใบจักร ถ้าค่าที่วัดได้เกินมาตรฐานท่ีกำหนดจะต้องเปลี่ยนแบริ่งรับเพลาใบจักร
โดยวดั ไดจ้ าก
- ระยะหนา้ Clearance ของ Sleeve เพลาใบจักรกับแบรง่ิ รบั เพลาใบจักร
- ระยะรอ่ งระบายความร้อนของแบร่งิ รับเพลาใบจักร
๔
๒.๑.๔ Rabbit Bearing มักพบปัญหาน้ำปนในน้ำมันหล่อซึ่งเกิดจากแท่งวัดระดับน้ำมันหล่อสูญหาย
หรือปิดไม่สนิท เมื่อมีการล้างห้องเคร่ืองจักรใหญ่ทำให้น้ำเข้าไปปนในเรือนแบร่ิงได้ ส่งผลให้อุณหภูมิของแบร่ิง
ขณะทำงานมีคา่ สูงเน่ืองจากการระบายความร้อนไดน้ ้อย การเกิดสนมิ ทำให้เพลาบริเวณนั้นเกิดการสึกกร่อน
แนวทางป้องกัน มีการตรวจสอบแท่งวัดระดับน้ำมันและตรวจสอบระดับน้ำมันให้อยู่ในระดับ
ท่ีเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เรือในราชนาวีไทยที่ใช้ Rabbit Bearing ประเภทนี้ได้แก่ ชุดเรือหลวง
เจ้าพระยา ชุดเรอื หลวงสุรินทร์ เรือหลวงถลาง เรือหลวงจฬุ า เรือหลวงสรุ ยิ ะ เรอื ขส.ทร.๑๓๑
โรงงานหล่อหลอมและไม้แบบฯ ได้รับใบสั่งงาน การซ่อมทำเรือ ขส.ทร.๑๓๑ โดยให้ดำเนินการหล่อแบร่ิง
พลวงรับเพลาใบจักร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ๒๐๔ มิลลิมเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน ๑๒๕
มิลลิเมตร ยาว ๖๕๐ มิลลเิ มตร จำนวน ๔ ท่อน ซ่ึงท่ีผ่านมาทางโรงงานหล่อหลอม อจปร.อร. จะเป็นผู้ดำเนินการ
ดา้ นการหล่อแบริ่งพลวง โดยหลอ่ แบบ Sand Casting ฝาประกบ ๒ ซีก ซึ่งชิ้นงานที่ได้มีขนาดเล็ก ไม่สามารถหล่อ
แบรง่ิ พลวงขนาดใหญไ่ ด้
๕
ภาพท่ี ๘ การหลอ่ แบบ Sand Casting ฝาประกบ ๒ ซกี
ทางโรงงานหล่อหลอมและไม้แบบฯ ได้มีการทำการวิจัยการหล่อปลอกรัดเพลาใบจักรภายใต้แรงเหว่ียง
หนีศูนย์กลาง (Centrifugal Casting) ด้วยการสร้างเครื่องมือการหล่อแบบแรงเหว่ียง (Centrifugal Casting) ขึ้นเอง
ซ่ึงจากการวิจัยการหล่อปลอกรัดเพลาใบจักรนี้ผลงานท่ีออกมาเป็นท่ียอมรับของคณะทำงานวิจัยของโรงงาน
หล่อหลอมและไม้แบบฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูพรุนในเนื้อวัสดุ การหดตัวของช้ินงาน ชิ้นงานไม่เต็มหรือ
เกิดรอยแตกร้าว ไม่ปรากฎในชิ้นงานท่ีทำการวิจัยหล่อปลอกรัดเพลาใบจักร ซึ่งต่างจากการหล่อแบบ Sand Casting
ท่ีการเทน้ำโลหะเข้าสู่โพรงแบบจะเป็นแบบแรงโน้มถ่วง (Gravity) โอกาสที่เนื้อวัสดุจะเกิดรูพรุนอาจมาจาก
หลายสาเหตุด้วยกัน ไมว่ ่าจะเปน็ การไล่แกส๊ ไมด่ ีพอ ความช้นื ของแบบมีสงู การวางรูเล้ียงไม่ถกู ตำแหนง่ รเู ลี้ยงเล็กไป
หรือรูเลี้ยงน้อยไป และการเกิดปัญหาชิ้นงานไม่เต็มอาจเกิดจากระยะเวลาการเทของน้ำโลหะและการเย็นตัวของ
น้ำโลหะไม่เหมาะสม
(ก) (ข)
ภาพที่ ๙ (ก) การหลอ่ แบบ Sand Casting และ (ข) การหลอ่ แบบแรงเหวย่ี ง (Centrifugal Casting)
คณะทำงานวิจัยได้นำช้ินงานที่ได้จากการหล่อแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal Casting) และการหล่อ
แบบ Sand Casting ไปทำการตรวจสอบสมบัติทางกลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงดึง (Tensile Strength) การยืด
(Elongation) และจุดคราก (Yield) พบว่า ช้ินงานที่ได้จากการหล่อแบบแรงเหว่ียง (Centrifugal Casting)
มีผลการทดสอบที่ดีกว่าการหล่อแบบ Sand Casting ดังนั้นโรงงานหล่อหลอมและไม้แบบฯ จึงได้ทำการหล่อ
แบริง่ พลวงดว้ ยวิธกี ารหลอ่ แบบแรงเหวย่ี งหนศี นู ยก์ ลาง (Centrifugal Casting) แทนการหลอ่ แบบ Sand Casting
๖
(ก) (ข)
ภาพท่ี ๙ (ก) ชิน้ งานทไี่ ด้จากการหลอ่ แบบ Sand Casting และ
(ข) ชน้ิ งานที่ไดจ้ ากการหล่อแบบแรงเหวย่ี ง (Centrifugal Casting)
ตารางท่ี ๑ ผลการตรวจสอบสมบตั ิทางกลของชิ้นงาน
ลำดบั รายการ Yield Strength Ultimate Strength %Elongation
๑. ช้ินงานหล่อแบบทรายหล่อ ๑๓.๒๗ ๑๘.๖๔ ๑๖.๐๐
๒. ชน้ิ งานหลอ่ แบบแรงเหว่ยี งหนศี ูนย์กลาง ๑๕.๐๑ ๒๓.๔๑ ๒๕.๔๐
๗
๓.ขบวนการการผลิตสู่แนวทางปฎิบัตทิ ่เี ปน็ เลิศ
โรงงานหล่อหลอมและไม้แบบฯ ได้ทำการวิจัยการหล่อปลอกรัดเพลาใบจักรภายใต้แรงเหวี่ยง
หนีศูนย์กลางด้วยการสร้างเครื่องมือการหล่อแบบแรงเหวี่ยงขึ้นเอง ซึ่งจากการวิจัยหล่อปลอกรัดเพลานี้ได้ผลงาน
เปน็ ทยี่ อมรบั จึงนำรู้แบบการหล่อเหว่ียงหนศี นู ย์กลางมาใช้กบั การหลอ่ แบร่ิงพลวง
การหลอ่ แบร่งิ พลวงดว้ ยเครอ่ื งหลอ่ ปลอกรับเพลาใบจกั ร
ภายใต้แรงเหวีย่ งหนศี ูนยก์ ลาง
การเตรียมผวิ ปลอกรับเพลา
การหลอ่ แบริง่ พลวง
การสวมแบบหลอ่ และ
ตำทรายชน้ื ในแบบหลอ่
การทาสารเคลือบและ
อบไลค่ วามชน้ื ออกจากแบบหล่อ
การหลอมนำ้ โลหะและ
เทนำ้ โลหะเขา้ สแู่ บบหล่อ
การกลึงปรับแต่งปลอกรบั เพลา
ภาพท่ี ๑๐ แผนภมู แิ สดงกระบวนการทำงาน
๘
๓.๑ อุปกรณ์ในการปฏบิ ัติงาน
๓.๑.๑ หมอ้ ต้ม
๓.๑.๒ แปรงทองเหลอื ง
๓.๑.๓ หวั เผา
๓.๑.๔ เครื่องหล่อปลอกรดั เพลาใบจักรภายใต้แรงเหวยี่ งหนศี ูนยก์ ลาง
๙
๓.๑.๕ เตาหลอม
๓.๑.๖ เครื่องพน่ ทราย
๓.๒ รายละเอยี ดในการปฏิบัติงาน
๓.๒.๑. การเตรยี มผิวปลอกรับเพลา
๓.๒.๑.๑ นำปลอกรับเพลามาสำรอกพลวงเก่าออกให้หมด โดยการใช้หัวเผาเผาให้เนื้อวัสดุ
ภายในปลอกละลายออกมา จากนั้นขดู ผวิ ด้านในอีกครัง้ เพื่อกำจัดวัสดภุ ายในออกให้หมด
๑๐
๓.๒.๑.๒ นำโซดาไฟผสมกับน้ำใส่ลงในหม้อต้มด้วนสดั สว่ นโซดาไฟ ๑ กิโลกรัมต่อน้ำจดื ๑๐๐
ลิตรให้ท่วมชิ้นงาน จากน้ันใชห้ ัวเผาเผาให้น้ำโซดาไฟเดือดเพื่อขจัดคราบไขมันออกให้หมด โดยใช้เวลาประมาณ ๒
ช่ัวโมงแลว้ เทนำ้ ท้ิง จากนน้ั ล้างชน้ิ งานใหส้ ะอาดด้วยการนำไปต้มในนำ้ จืดประมาณ ๒ ชั่วโมงแล้วเทนำ้ ทิ้ง
๓.๒.๑.๓ พ่นทรายหรือกริตบริเวณช้ินงานให้สะอาด ถ้าบริเวณผิวชน้ิ งานราบเรียบให้นำไปทำ
เกลียวเซาะเลบ็ เหย่ยี วเพอ่ื เพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการยึดเกาะของชิ้นงานกับวสั ดทุ จี่ ะทำการหล่อ
๓.๒.๑.๔ ให้ความรอ้ นแก่ชิ้นงาน จากนั้นนำ TINNINGBERA ผสมกับนำ้ ทาไล้ใหท้ ่ัวชน้ิ งานดว้ ยพกู่ ัน
๓.๒.๑.๕ จากน้ันทำความสะอาดผิวชิ้นงานด้วยน้ำจืด พร้อมท้ังขัดด้วยแปรงลวดให้สะอาด
แล้วใช้ลมเป่าให้แห้ง (ถ้าผิวหน้าสะอาดจะเป็นเงางาม แต่ถ้ามีคราบเหลืองต้องทำความสะอาดอีกครั้งดังข้ันตอน
ท่ไี ด้กลา่ วมาแลว้ )
๓.๒.๒ การหล่อแบร่งิ พลวงด้วยเครอื่ งหล่อปลอกรัดเพลาใบจักรดว้ ยแรงเหวย่ี งหนีศูนย์กลาง
๓.๒.๒.๑ นำปลอกรับเพลาท่ีจะหล่อแบริ่งพลวงมาสวมเข้ากับแบบหล่อ ปรับให้ได้ศูนย์กลาง
โดยจะมตี ัวบงั คบั ระยะห่างระหว่างปลอกรบั เพลากับแบบหล่อ
๑๑
๓.๒.๒.๒ นำทรายช้ืนซึ่งประกอบด้วย ทราย เบนโทไนท์และน้ำ ใส่เข้าไปในช่องว่างระหว่าง
ปลอกรับเพลากับแบบหล่อ จากนั้นตำทรายให้แน่นไปเร่ือยๆ จนทรายเต็มแบบหล่อ เม่ือตำทรายจนปลอกรับเพลา
แน่นไม่สามารถขยับไดจ้ ึงนำตัวบงั คับศูนยก์ ลางออก
๓.๒.๒.๓ ทาสารเคลือบแบบท่ีฝาปิดหวั และทา้ ยของแบบหล่อก่อนนำมาปดิ แบบหล่อ
๓.๒.๒.๔ นำแบบหลอ่ เขา้ ต้อู บเพ่ือไล่ความช้ืนออกจากแบบหล่อ ท่ีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ประมาณ ๖ ชั่วโมง
๑๒
๓.๒.๒.๕ จากน้นั นำแบบหลอ่ ขน้ึ ไปวางบนเครอ่ื งหล่อปลอกรับเพลาใบจักร
๓.๒.๒.๖ หลอมโลหะผสมของแบร่ิงพลวงโดยใช้สูตรมาตรฐาน ASTM มีดีบุก ๘๙% พลวง
๗.๕% ทองแดง ๓.๕% โดยจะหลอมดีบุกบางส่วนก่อนเพ่ือเป็นการเร่งให้ทองแดงละลายได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจาก
ทองแดงละลายแลว้ ให้ใส่ส่วนผสมที่เหลือลงไปให้หมด ระหวา่ งที่หลอมควบคุมอุณหภูมิแบริ่งพลวงไม่ให้เกิน ๓๕๐
องศาเซลเซยี ส
๓.๒.๒.๗ นำโลหะที่หลอมละลายแล้วมาเทลงในอ่างรับน้ำโลหะ ซึ่งน้ำโลหะจะไหลต่อไปยัง
แบบหล่อท่ีกำลังหมุนอยู่ ซึ่งมีความเร็วรอบเร่ิมต้นท่ี ๖๐๐ รอบ/นาที โดยควบคุมการเทน้ำโลหะให้ไหลลงไป
อย่างช้าๆ น้ำโลหะจะไหลกระจายไปท่ัวบริเวณภายในของแบบหล่อ รอจนกระท่ังน้ำโลหะเร่ิมยึดเกาะภายใน
แบบหล่อ จากนั้นค่อยๆ เทน้ำโลหะทเ่ี หลือลงไปเรอ่ื ยๆ จนหมด ระหว่างท่ีเทน้ำโลหะจะค่อยๆ เพ่ิมความเร็วรอบขึ้นไป
เรื่อยๆ จนกระทั่งถึง ๙๐๐ รอบ/นาที ซึ่งเป็นความเร็วรอบท่ีส่งผลให้ชิ้นงานที่ได้มีความหนาแน่นและเน้ือโลหะ
ไม่เกดิ การพรุน
๑๓
๓.๒.๒.๘ เดินเครื่องหล่อปลอกรัดเพลาใบจักรฯ ประมาณ ๙๐ นาที เม่ือโลหะเย็นตัวลง
ให้หยดุ การทำงานของเครอ่ื ง จากนัน้ ทำการแกะแบรง่ิ ออกจากแบบหล่อเพ่ือนำไปสูข่ ั้นตอนการปรบั แตง่ ต่อไป
๓.๒.๓ การกลึงปรบั แต่งแบริ่งพลวง
๔. วตั ถุประสงค์ ปฎิบตั ิทเ่ี ปน็ เลศิ
๔.๑ การหล่อแบรงิ่ พลวงแบบแรงเหวี่ยงหนีศนู ย์กลางทำให้ชนิ้ งานหลอ่ ได้รับอิทธิพลจากแรงกดดนั เพิ่มขึ้น
มากกวา่ การหล่อแบบ Sand Casting
๔.๒ ช้ินงานหล่อทที่ได้จากการหล่อภายใต้แรงเหว่ียงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal Casting) จะเกิด
ขอ้ บกพร่องนอ้ ยกวา่ การหลอ่ แบบ Sand Casting
๔.๓ ช้ินงานหลอ่ ภายใตแ้ รงเหวยี่ งหนศี ูนยก์ ลางจะมสี มบัติเชิงกลที่ดกี ว่าชนิ้ งานทหี่ ล่อแบบ Sand Casting
๔.๔ เพ่ือการบริหารจัดการดา้ นองค์ความรมู้ ใิ หส้ ูญหายไปกับผู้ปฎิบัติ
๔.๕ เพอ่ื มุ่งไปสู่การพึง่ พาตนเอง
๕. ผลประโยชน์ท่ีไดร้ บั
๕.๑ สามารถนำองค์ความรู้ถา่ ยทอดพัฒนาบุคลาการใหม้ ีทักษะในการปฏิบัติงาน และแก้ไขปัญหา
ข้อบกพร่องตา่ งๆ จนนำไปสู่วิธปี ฏิบัตทิ เ่ี ปน็ เลศิ
๕.๒ สามารถนำแนวทางการหลอ่ เหว่ยี งไปประยุกต์ใชก้ ับการหลอ่ เหวยี่ งกบั วสั ดปุ ระเภทอน่ื ได้
๕.๓ สามารถควบคมุ ระยะเวลาการปฏิบัตงิ านไดต้ รงตามเป้าหมายและเป็นไปตามแผนท่ีกำหนด
๑๔
๕.๔ ประหยัดงบประมาณโดยไม่ต้องจัดหาจากภายในประเทศหรือต่างประเทศ ซ่งึ จะต้องเวลานาน
๕.๕ ตอบสนองยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๗ เรอื่ งการวจิ ัยและการพัฒนายุทโธปกรณ์ท่ี
มุ่งเน้นการพ่งึ พาตนเอง
๖.ผลการดำเนินการ
๖.๑ จากการเปลยี่ นรูปแบบการหลอ่ แบบหลอ่ ทราย (Sand Casting) มาเปน็ การหลอ่ แบบภายใต้แรง
เหวยี่ งหนศี นู ยก์ ลาง (Centrifugal Casting) ทำใหช้ ้นิ งานท่ีไดม้ เี น้ือวัสดทุ ีเ่ รยี บ แน่น ไม่เกดิ รูพรุน
๖.๒ สามารถควบคุมระยะเวลาการปฏิบัตงิ านได้ตรงตามเป้าหมายและเป็นไปตามแผนท่ีกำหนด
๖.๓ ประหยัดงบประมาณและเวลาจากการส่ังซือ้ นำเข้าจากต่างประเทศ
๗.บทเรียนที่ไดร้ ับ
องค์ความรู้จากการแก้ปัญหาจะต้องส่งเสริมให้บุคลากรหมั่นศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีในงาน
สว่ นท่ีตนเองรบั ผดิ ชอบ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาฝีมือแรงงานและทักษะการทำงานตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือท่ีใช้งาน
เป็นวิธกี ารปฏิบัตใิ นการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างสมบูรณ์แบบจนนำไปสกู่ ารปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลิศ
๘. ปจั จัยสคู่ วามสำเร็จ
๘.๑ การหล่อแบริ่งรับเพลาใบจักรด้วยพลวงประสบความสำเร็จ จะต้องเข้าถึงปัญหาซึ่งจำเป็นจะต้อง
ระดมความคิดเห็นจากหลายๆ ส่วนที่เก่ียวข้อง ท้ังระดับผู้บริหาร ผู้ควบคุม รวมถึงผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นจึงต้อง
กลน่ั กรองเพอ่ื ให้เปน็ แนวทางเดียวกันเพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการหล่อแบร่ิงพลวง
๘.๒ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญเพ่ือเพ่ิมความเช่ือม่ันแก่บุคลากรในการทำงานเป็นทีม ให้มีทักษะตลอดจน
ประสบการณ์ในการทำงานอย่างดยี ิ่ง
บทสรุป
ปัจจุบันในราชนาวีไทยมีการใช้ Rabbit Bearing ของกองทัพเรืออยู่หลายลำ การผลิตแบริ่งพลวง
ได้ผลผลติ ตรงตามมาตรฐาน ASTM สามารถติดตัง้ กบั ระบบเพลาตอบสนองต่อหน่วยงานและผใู้ ช้มคี วามพึงพอใจ