The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-20 01:17:03

จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

Keywords: จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

จรรยาบรรณ
ในการประกอบวิชาชีพ

ที่ปรึกษาคณะทํางาน นายสมศักดิ์ เลศิ บรรณพงษ
นายบญุ ชู ปโกฏปิ ระภา

ประธานคณะทาํ งาน นายเกชา ธีระโกเมน
คณะทาํ งาน นายอนชุ ิต เจริญศุภกุล
นายตลุ ย มณีวฒั นา
นางศนั สนีย สุภาภา

1. คํานาํ
คนสวนใหญมักจะมองขามความสําคัญของจรรยาบรรณ หรือไมเขาใจวา

จรรยาบรรณคืออะไร โดยมองเร่ืองของจรรยาบรรณเปนนามธรรม รูแตวาเปนคุณสมบัติ
ของผูประกอบวิชาชีพ เชน หมอ ทนายความ บัญชี และวิศวกรที่พึงมี เปนเร่ืองของจริย
ธรรมและจิตสํานึกในการประกอบวชิ าชพี ทต่ี งั้ อยบู นพื้นฐานของความถูกตอ ง

อันท่ีจริง จรรยาบรรณเปนส่ิงท่ีจับตองได และเปนรูปธรรม รวมท้ังเปนปจจัย
พน้ื ฐานสคู วามสาํ เรจ็ ในการประกอบวชิ าชพี

คุณสมบัติของคนๆหน่ึงประกอบดวยสวนที่เปนพ้ืนฐานของคนๆนั้นซึ่งเปนสวนที่
เปนตวั ตน กบั การกระทาํ ซง่ึ เปน สว นท่แี สดงออกมา

คนมักจะมองสวนท่ีแสดงออกมาเน่ืองจากเปนสวนท่ีมองเห็นไดงาย แตความจริง
สวนน้ีเปนสวนที่แปรเปลี่ยนอยูตลอดเวลาและไมแนนอน สวนที่เปนตัวตนท่ีแทจริงคือสวน
ภายในที่เปนพื้นฐาน เปรียบเสมือนโครงสรางและฐานราก การท่ีจะเปนวิศวกรท่ีดีท่ีมีอนาคต
ก็ตองเร่ิมท่ีการมีพ้ืนฐานท่ีดี ซ่ึงการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาไดใหพ้ืนฐานในสวนของวิชา
การวิศวกรรมมาแลว เม่ือออกมาประกอบวิชาชีพจึงตองมีการเสริมความแข็งแรงดวยพื้นฐาน
ในการปฏิบัตวิ ชิ าชีพในแนวทางท่ถี ูกตอ ง ซ่ึงมจี รรยาบรรณเปน ปจจยั สําคญั ที่สุด

สังเกตไดวา วิศวกรที่มีความกาวหนาและประสบความสําเร็จในอาชีพทุกคนจะมี
คุณสมบตั ิทางดานจรรยาบรรณทีด่ ีเปน พน้ื ฐานดว ยกนั ทกุ คน

2. ขา คอื วิศวกร
คําวา “วิศวกร” มิไดนิยามดวยปริญญาบัตร แตนิยามดวยคุณสมบัติและวิญญาณ

ของความเปนวิศวกร ดังนั้น การท่ีจะเปนวิศวกรท่ีดีมิไดอยูที่เกียรตินิยม หากแตอยูที่ความ
มุงม่ันท่ีจะเปน วิศวกรทดี่ ี

“ขาคอื วิศวกร” เปนคําปฏญิ าณของวศิ วกรทุกคน ท่ีไดปฏิญาณไวแลวดังน้ี

“ขาฯ มีความภูมิใจอยางยิ่งกับอาชีพของขาฯ แตทั้งนี้มิใชเพราะความ
อหังการ ขาฯ มีพันธกรณีท่ีจะตองปฏิบัติตามโดยดุษณี ซึ่งขาฯ เองก็กระหายใครจะปฏิบัติอยู
แลว

ในฐานะที่เปนวิศวกร ขาฯ จะเขาไปมีสวนเก่ียวของเฉพาะในงานที่สุจริตเทา
นั้น ผูใดก็ตามท่ีมารับบริการจากขาฯ ไมวาจะเปนผูจาง หรือลูกคาของขาฯก็ตาม เขายอมได
รับบริการทดี่ ีทสี่ ุด ดวยความซือ่ ตรงเที่ยงธรรมอยางท่ีสดุ

เมื่อถึงคราวที่จําเปน ขาฯ จะทุมเทความรูและทักษะของขาฯใหกับกิจการที่เปน
ประโยชนแ กสาธารณะอยางเต็มกําลัง เพราะใครคนใดมีความสามารถพิเศษดานใด เขาคนนั้น
ยอมมีพันธกรณีท่ีจะตองใชความสามารถดานนั้นอยางดี เพื่อประโยชนแกมวลมนุษย ขาฯ ขอ
รบั ความทา ทายตามนยั นี้

2

ดวยความมุงม่ันท่ีจะธํารงไวซึ่งเกียรติภูมิแหงงานอาชีพของขาฯ ขาฯ จะ
พยายามปกปองผลประโยชนและช่ือเสียงของวิศวกรทุกคนท่ีขาฯรูดีวาสมควรจะไดรับความ
ปกปองคุมครอง พรอมกันน้ีขาฯ ก็จะไมหลบเล่ียงภาระหนาท่ีที่จะตองเปดเผยความจริงเก่ียว
กับบุคคลใดก็ตามที่ไดกระทําผิดทํานองคลองธรรม ซึ่งก็เปนการแสดงใหเห็นวาเขาไมมีศักด์ิ
ศรพี อที่จะอยใู นวงงานอาชีพวิศวกรรมได

ความเจริญกาวหนาของมนุษยไดเร่ิมมีมาต้ังแตสมัยดึกดําบรรพก็เพราะอัจฉริยะ
ภาพของบรรพชนในวงงานอาชีพของขาฯ ทานเหลาน้ันไดนําทรัพยากรวัสดุและพลังงานมาก
มายในธรรมชาติ ออกมาใชใหเกิดประโยชนแกเพ่ือนมนุษยดวยกัน หลักการทางวิทยาศาสตร
และความรูทางเทคโนโลยีท่ีไดมีการพัฒนา และนํามาปฏิบัติตราบเทาทุกวันนี้ ก็ลวนแตเปนผล
งานของบรรพชนทั้งหลายเหลาน้ัน ถาปราศจากมรดกตกทอดท่ีเปนประสบการณส่ังสมเหลาน้ี
ผลงานจากความเพียรพยายามของขาฯ ก็คงจะตํ่าตอยดอยคุณคาลงไปมาก ขาฯ จึงขออุทิศตน
เพ่ือการเผยแพรความรูทางวิศวกรรมโดยเฉพาะอยางย่ิงในการแนะนําสั่งสอน ใหสมาชิกรุน
หลังๆ ในวงงานอาชีพของขาฯ ไดเรียนรูถึงศิลปะและขนบธรรมเนียมประเพณีทุกอยางในงาน
อาชพี นี้

ขาฯ ขอใหคํามั่นสัญญาตอเพ่ือนรวมอาชีพของขาฯ อยางแข็งขัน เชนเดียวกับที่
ขา ฯ เรียกรองจากพวกเขาวา ขาฯ จะดํารงไวซ่ึงความซ่ือสัตยสุจริต และยุติธรรม ความอดทน
และความเคารพตอผูอื่นอีกท้ังการอุทิศตนเพ่ือมาตรฐานและศักด์ิศรีแหงอาชีพวิศวกรรมของ
เรา ท้ังน้ีดวยการระลึกอยูเสมอวาความเชี่ยวชาญพิเศษของพวกเราท่ีเปนวิศวกรนั้น มีมา
พรอ มกบั พันธกรณีท่จี ะตอ งรับใชมนุษยชาติ ดวยความจริงใจถึงทสี่ ดุ ”

คําปฏิญาณน้ีสื่อความหมายถึงความมุงมั่น ความรักในอาชีพและศักด์ิศรีของ
วิศวกร หนาที่และความรับผิดชอบของวิศวกรตอการพัฒนาวิศวกรรม ตอสังคมและประเทศ
ชาติโดยรวม

วิศวกรท่ีจะประสบความสําเร็จในวิชาชีพวิศวกรรม จะตองมีความภูมิใจใน
ความเปนวิศวกร มีความมุงม่ันและรักในอาชีพอยางแรงกลา เพราะจะเปนแรงผลักดันให
วิศวกรคนนั้น ขวนขวายเพ่ือพัฒนาตนเองใหเปนวิศวกรที่ดี วิศวกรทุกคนจะตองตอบตนเอง
ใหไดวาเปาหมายในชีวติ ของตนเองคืออะไร เพราะเม่อื ไรทย่ี ังลังเลหรอื ไมแนใจวาจะยึดอาชีพ
นี้หรอื ไม กจ็ ะไมม ีทางทจ่ี ะเปน วิศวกรทป่ี ระสบความสําเร็จได

3. ศลี ของวศิ วกร
จรรยาบรรณคือ “ศีลของวศิ วกร”
จรรยาบรรณคือ “กติกา” รว มกันของสังคมวิศวกรรม ท่ีกําหนดข้ึนเพื่อใชเปนแนว

ทางปฏบิ ตั ิรว มกัน ซง่ึ อยบู นหลกั การของจรยิ ธรรมและความถกู ตอง

3

หากนําไปเทียบกับหลักทางพุทธศาสนา จะพบวาหลักการแหงจริยธรรมและความ
ถูกตองน้ันสอดคลองกันเปนอยางยิ่ง แมกระท่ังวิชาการทางดานวิศวกรรมเองก็อยูบนหลักการ
ของเหตุและผลเฉกเชน กนั

หลักของ “กฎแหงกรรม” ก็เหมือนกับหลักกิริยาเทากับปฏิกิริยา ซ่ึงเปนทฤษฎี
หลักทางดานวิศวกรรม และนําไปสูขอสรุปท่ีวา “บุญกรรมน้ันมีจริง” ซ่ึงเปนขอสรุปท่ีไม
ตองการพิสูจนอีกแลว ดังนั้น การสรางสรรคผลงานท่ีดีจะนํามาสูช่ือเสียง และความสําเร็จใน
อาชีพ การนําเสนองาน และเล่ือนระดับวิศวกร การสมัครงาน ตองอาศัยผลงาน ผลงานก็คือ
กรรมที่ทําไว หากทํากรรมดีก็ยอมไดรับผลท่ีดีตามมา ตัวอยางพอจะเห็นและจับตองได การ
สอนงาน การเขียนหนังสือเพ่ือถายทอดวิทยาการ ก็เปนการทําบุญ ถึงแมวาจะจับตองไดยาก
แตเชอื่ เถิดวา จะสงผลใหน าํ ไปสคู วามเจริญท้งั ส้ิน

4. คุณคา ของวศิ วกร
“คุณคา ของวศิ วกรอยทู ่ไี หน”
คําตอบก็คอื “การยอมรบั ทางสงั คม”

ความจรงิ วิศวกรมีเงินเดือนสูงกวาหลายอาชพี อยูแลว หากสามารถสรางการยอม
รับและความเช่ือม่ันวาวิศวกรมีความสามารถ มีฝมือไมแพวิศวกรในระดับนานาชาติ เชน
วิศวกรไทยท่มี คี วามสามารถไปทาํ งานในตา งประเทศก็สามารถสรางรายไดท ีส่ งู ได

การท่ีคาตัววิศวกรฝรั่งสูงกวาวิศวกรไทย ก็เพราะความเชื่อที่วาวิศวกรฝร่ังเกง มี
มาตรฐานการทํางานที่ดี เปนมืออาชีพกวาวิศวกรไทย ความเช่ือน้ีถึงจะไมเปนจริงเสียทีเดียว
แตโดยภาพรวมก็ตองยอมรับวาวิศวกรไทยสวนใหญยังไมใชวิศวกรระดับวิศวกรขามชาติ ยัง
ไมเปนมืออาชีพ ไมใชนักวางแผนท่ีดี วิศวกรไทยจํานวนมากยังออนเร่ืองการทํางานเปน
ระบบ การใชมาตรฐาน การใชภาษา การนําเสนอ การจัดทํารายงาน แมกระทั่งการทําบันทึก
งาน

ประสบการณจากการสอบสัมภาษณวิศวกรที่ขอเล่ือนระดับจากภาคีเปนสามัญ
วิศวกร พบวา ยังมีปญหาในการเขียนรายงานประวัติผลงาน การพัฒนาประสบการณ ทักษะ
ทางดานชา ง และสวนใหญยงั ไมเขาใจการใชมาตรฐาน บางคนไมรูจกั มาตรฐานของวิศวกรรม
สถานแหงประเทศไทย ไมร ูจกั มาตรฐานสากล ไมเ คยเปนสมาชกิ สมาคมวิชาชพี

การเปน สมาชกิ สมาคมวิชาชีพคอื การข้ึนทะเบยี นเปนวิศวกรมืออาชพี โดยการ
เปนสมาชิกสมาคมวิชาชีพในสายอาชีพท่ีตรงกับอาชีพที่ปฏิบัติ เพื่อใชสมาคมวิชาชีพเปน
ศูนยก ลางของการสมานความรว มมือของผูป ระกอบอาชพี ในสายอาชพี และพฒั นายกระดับ
มาตรฐานวิชาชีพใหสูงขึ้น การเปนสมาชิกสมาคมวิชาชีพไมใชเปนโดยมีจุดประสงคเพื่อ
ตองการผลประโยชนตอบแทนตางๆ และสวนลดจากสมาคม แตทุกคนมีหนาที่เปนสมาชิก
ที่มีหนาที่ในการชวยกันพัฒนาสมาคมใหเขมแข็ง เพื่อใชเปนองคกรในการพัฒนาวิชาชีพ
และรักษาประโยชนอนั พึงมีของอาชพี วศิ วกรไทย

4

การทดสอบวิศวกรเพ่ือเลื่อนระดับจากภาคีเปนสามัญวิศวกร จะเนนการทดสอบ
ทักษะและประสบการณ ไมเนนการคํานวณทางทฤษฎี เพราะสามัญวิศวกรแตกตางจากภาคี
วิศวกรท่ีทักษะและประสบการณ ความรูที่เก่ียวกับการปฏิบัติและมาตรฐาน เพ่ือใหสามารถ
เปนผูทําหนาที่ดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานของภาคีวิศวกร สวนวุฒิวิศวกรจะตองมีวุฒิ
ภาวะในการใหการปรึกษาละการแนะนําในการแกปญหาในแนวทางที่ถูกตอง เปนธรรม และ
อยบู นหลกั การของจรรยาบรรณ

ดังนั้น คุณคาของวิศวกรอยูที่การยอมรับทางสังคม อยูที่ความสามารถใน
การสรางการยอมรับ และระดบั ของการยอมรับ

5. ขอ บังคับสภาวศิ วกร

ตนแบบของขอ กําหนดจรรยา
บรรณนาจะมาจาก พระเจรญิ วิศวกรรม
ดงั น้ี

จะเหน็ ไดวา สิ่งทพี่ ระเจริญ
วิศวกรรมไดเขียนไวค รอบคลมุ คณุ
สมบตั ิอนั พึงมขี องวิศวกรทดี่ ไี วอยาง
ครบถว น

ขอบังคับสภาวิศวกร วา
ดวยจรรยาบรรณแหงวิชาชีพวิศวกรรม
และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แหงวิชาชีพ พ.ศ.
๒๕๔๓ ไดกําหนดจรรยาบรรณแหงวิชาชีพของผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ดังตอไป
น้ี

1. ไมกระทําการใดๆ อนั อาจนาํ มาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศกั ด์ิแหง วชิ าชีพ
บทบัญญัติในขอน้ีเปนกฎเกณฑท่ีมีลักษณะกวางเพ่ือใหครอบคลุมพฤติกรรม

หรือลักษณะการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของวิศวกรผูไดรับใบอนุญาตใหต้ังอยูบน
พนื้ ฐานของความซื่อสัตยส ุจรติ ยดึ ม่นั อยใู นหลักศีลธรรมอันดี มคี วามภาคภมู ใิ จในเกียรติศกั ดิ์
แหง วิชาชีพของตนเอง

5

2. ตอ งปฏบิ ัตงิ านทไี่ ดรับทําอยางถูกตองตามหลกั ปฏบิ ตั ิและวิชาการ
บทบัญญัติในขอน้ีมีวัตถุประสงคในการควบคุมใหผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

ควบคุมท่ีไดรับใบอนุญาตจากสภาวิศวกร ตองรับผิดชอบในผลการปฏิบัติหนาที่ใหถูกตอง
ตามหลักปฏิบัติและวิชาการ โดยจะตองศึกษาถึงหลักเกณฑของงานวิศวกรรม และหลัก
เกณฑของกฎหมายตางๆ ที่เกี่ยวของกับการประกอบวิชาชีพ เชน กฎหมายควบคุมอาคาร
กฎหมายเกีย่ วกบั การควบคุมความปลอดภยั ในการทาํ งานสาขาตางๆ เปน ตน

กรณีศึกษา 1 วิศวกร ด ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรม
โยธา ไดรับจางทําการปรับปรุงและตอเติมอาคารพาณิชย 4 ช้ัน โดยมิไดมีการย่ืนขออนุญาต
ดดั แปลงอาคารกบั เจา พนักงานทองถ่ิน ระหวางกอสรา งผวู า จางไดขอแกไ ขเปลยี่ นแปลงงาน
เพ่ิมเติมนอกเหนือจากที่ปรากฏในสัญญาดวยวาจา มิไดทําเปนลายลักษณอักษร เชน เพิ่ม
งานตอเติมหลังคา และสรางหองน้ําเพิ่มในชั้นบนสุด โดยวิศวกร ด ไดทําการฝงทอขนาด 4
นว้ิ ต้ังแตช้ัน 4 ลงมาจนถึงชั้นลางสุดไวกอ นต้ังแตขณะเรมิ่ ทําการกอ สราง และภายหลังไดทํา
การสกัดบรเิ วณพ้ืนผิวคานรอบทอท่ีฝงไวเ พ่ือตอเช่ือมทอ แตผูวาจางเขาใจวา วิศวกร ด ไดทํา
การเจาะคานเพื่อจะฝงทอ คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลว เห็นวาวิศวกร ด ทําการ
ออกแบบคํานวณตามขั้นตอน ประกอบกับทําการฝงทอระบายนํ้าขนาด 4 น้ิวไวกอนขณะกอ
สราง ถือวาเปนการปฏิบัติงานท่ีถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการแลว แตการท่ีวิศวกร ด
เขารับทํางานโดยทราบกอนแลววาอาคารดังกลาวไมสามารถย่ืนขออนุญาตแกไขดัดแปลงให
ถูกตองตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได แตก็ยังรับทํางานน้ี ถือวาเปนการ
สนับสนุนใหมีการทําผิดกฎหมาย จึงเห็นสมควรใหลงโทษพักใชใบอนุญาตของวิศวกร ด มี
กาํ หนดระยะเวลา 6 เดอื น

(คําวินจิ ฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 9/2548 ลงวนั ท่ี 25 เมษายน 2548)

กรณีศึกษา 2 วิศวกร จ ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรม
โยธา ไดรับควบคุมงานกอสรางอาคารพักอาศัย 5 ช้ัน ระหวางการกอสรางวิศวกร จ ไดตรวจ
สอบพบวามีการกอสรางพื้นปดชองเปดบริเวณ Grid line 4-6 ในช้ัน 2 โดยวางพ้ืนสําเร็จรูป
และเทคอนกรีตทับหนาปดชองเปดดังกลาว จึงไดมีหนังสือถึงเจาของอาคารใหทําการร้ือถอน
พืน้ ในบรเิ วณดงั กลา วออก แตเ จา ของอาคารไมด าํ เนินการ จึงไดท ําหนงั สอื ฉบับท่ี 2 ใหท าํ การ
แกไขโดยเร็ว หากเจาของอาคารยังคงเพิกเฉย ขอยกเลิกออกจากการเปนผูควบคุมงาน คณะ
กรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวาวิศวกร จ ไดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมถูก
ตองตามหลักปฏบิ ัติและวชิ าการแลว เนื่องจากเมือ่ พบวามีการกอ สรางอาคารผิดไปจากแบบที่
ไดรับอนุญาต ก็ไดมีหนังสือแจงใหเจาของอาคารทําการแกไขใหถูกตองถึง 2 คร้ัง และขอยก
เลกิ ออกจากการเปนผูควบคุมงาน แตเน่อื งจากตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
กําหนดไววาหากผูควบคุมงานมีความประสงคจะบอกเลิกการเปนผูควบคุมงาน ใหมีหนังสือ

6

แจงใหเจาพนักงานทองถิ่นทราบ จึงเห็นสมควรใหตักเตือนวิศวกร จ ใหใชความระมัดระวังใน
การประกอบวชิ าชพี วิศวกรรมควบคมุ ใหค รบถว นถูกตองตามกฎหมาย

(คําวนิ ิจฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 6/2548 ลงวนั ท่ี 28 กมุ ภาพันธ 2548)

กรณีศึกษา 3 วิศวกร ส ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรม
โยธา ไดรบั งานออกแบบคํานวณอาคารพักอาศัยสองชั้น จํานวน 29 หลงั ในโครงการหมูบาน
น โดยมีนาย บ ซ่ึงมใิ ชวิศวกรเปนผูควบคุมงาน ตอ มาเจา ของกรรมสทิ ธิบ์ านหลังหนึ่งไดตรวจ
สอบพบวาการกอสรางมิไดเปนไปตามแบบแปลนที่ไดรับอนุญาต จึงไดรองเรียนไปยังเจา
พนักงานทองถ่ิน ปรากฏวาวิศวกร ส ไดทําการรวมมือกับบริษัทเจาของโครงการ ย่ืนเรื่องขอ
อนุญาตดัดแปลงอาคารดังกลาวยอนหลัง โดยทําการแกไขแบบและรายการคํานวณใหมให
ตรงกับท่ีไดมีการกอสรางจริง คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวาวิศวกร ส ใน
ฐานะผูออกแบบคํานวณ เมื่อทราบเร่ืองการกอสรางไมเปนไปตามแบบแปลนที่ไดรับอนุญาต
ควรแจงใหเจาพนักงานทองถิ่นทราบ แตกลับเพิกเฉยไมดําเนินการแตอยางใด ประกอบกับ
แบบแปลนและรายการคํานวณไมถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ จึงใหลงโทษพักใชใบ
อนุญาตของวิศวกร ส มีกําหนดระยะเวลา 1 ป และทําหนังสือตักเตือนเพื่อใหมีจิตสํานึกและ
คุณธรรมในการประกอบวิชาชีพใหม ากกวาเดิม

(คาํ วินจิ ฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 14/2548 ลงวนั ท่ี 3 พฤศจกิ ายน 2548)

กรณีศึกษา 4 วศิ วกร ม ไดรับใบอนุญาตระดับสามัญ สาขาวิศวกรรมเหมืองแร
ไดทําการควบคุมการทําเหมืองแรในเขตประทานบัตรติดตอกัน 2 แปลง โดยทําการเปดหนา
ดนิ และผลติ แร ไปกอ นที่จะไดรับหนงั สอื อนญุ าตแผวถางปา จากกรมปาไม และใบอนุญาตใหมี
ใช และขนยา ยวัตถรุ ะเบิดจากกระทรวงมหาดไทย ประกอบกับบอ เหมอื งมีลกั ษณะคอนขางสูง
ชัน ไมมีการทําบอเหมืองเปนข้ันบันได คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวา จาก
การไปตรวจสอบพื้นท่ีประทานบัตรของประธานอนุกรรมการไตสวน ปรากฏขอเท็จจริงวามี
การลวงล้ําเขาไปเปดเหมืองในเขตประทานบัตรท้ังสองจริงเน่ืองจากเปนแนวเขตติดตอกัน
และมีการเปดบอเหมืองในลักษณะท่ีไมปลอดภัย เห็นไดวาวิศวกร ม ไดละเลยไมเอาใจใสเทา
ท่ีควรในเรื่องของการรกั ษาแนวเขตเหมืองแร ซ่ึงเปนเง่ือนไขสําคัญในโครงการทําเหมือง และ
มีความบกพรองในการปฏิบัติงานใหถูกตองตามหลักวิชาการ จึงใหลงโทษภาคทัณฑวิศวกร
ม โดยมกี ําหนดระยะเวลา 3 ป

(คําวนิ ิจฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 3/2548 ลงวันที่ 24 มกราคม 2548)

กรณีศึกษา 5 วิศวกร อ ไดรับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรม
เคร่ืองกล ไดลงชอ่ื รับรองความปลอดภัยในการใชหมอไอน้ําของโรงงาน บ. แตมีพยานยนื ยัน
วามิไดไปทําการตรวจหมอไอนํ้าจริง ซ่ึงวิศวกร อ ไดอธิบายลักษณะของหมอไอน้ํา ข้ันตอน

7

วิธีการ และเคร่ืองมือที่ใชในการตรวจสอบสับสนขัดกันเอง และไมสามารถอธิบายถึงสาเหตุ
การระเบิดของหมอไอนํ้า ซึ่งสงผลใหมีผูเสียชีวิตได กรณีน้ีถือวาวิศวกร อ ขาดความรูความ
สามารถในการตรวจทดสอบหมอ ไอน้ําใหถูกตองตามหลกั ปฏิบัติและวิชาการ วิศวกร อ จึงถูก
ลงโทษพักใชใ บอนุญาตประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบคุมมกี ําหนดเวลา 5 ป

(คาํ วินิจฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 1/2546 ลงวนั ที่ 20 กุมภาพันธ 2546)

กรณีศึกษา 6 วิศวกร ส ไดรับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรม
เคร่ืองกล ไดรับการวาจางใหทําการตรวจทดสอบหมอไอนํ้าของโรงงานบริษัท ท โดยไดลง
ลายมือช่ือรับรองความปลอดภัยในการใชหมอไอนํ้า แตเมื่อเจาหนาที่กรมโรงงานอุตสาห
กรรมไดทําการตรวจสอบความถูกตองของการตรวจทดสอบความปลอดภัยในการใชหมอไอ
น้ํา พบวาวิศวกร ส ไมไดทําการตรวจทดสอบสภาพหมอไอนํ้าดวยการอัดนํ้า (Hydrostatic
Test) จริงตามที่รับรองมาแตอยางใด ซ่ึงวิศวกร ส ไดรับสารภาพกับคณะกรรมการ
จรรยาบรรณวา ไมไดท ําการตรวจทดสอบสภาพหมอไอนํ้าดวยการอัดนา้ํ เนือ่ งจากเจาหนาที่
โรงงานไมไดหยุดการใชหมอไอนํ้าและถายเทความรอนไวกอนลวงหนา 24 ชั่วโมง ขณะไป
ตรวจหมอไอนํ้าจึงยังคงรอนอยู ทําใหไมสามารถเขาไปตรวจสอบภายในได การกระทําของ
วิศวกร ส เปนการปฏิบัติงานท่ีไมถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ แตไดรับการลดโทษกึ่ง
หนึ่ง เนื่องจากใหการรับสารภาพอันเปนประโยชนตอการไตสวนจรรยาบรรณ ประกอบกับ
หมอไอน้ําดังกลาว ยังไมไดเกิดความเสียหายอันจะกอใหเกิดอันตรายตอสาธารณชนได
วศิ วกร ส จึงถูกลงโทษพกั ใชใ บอนุญาตประกอบวิชาชพี วิศวกรรมควบคุม มีกําหนดเวลา 1 ป

(คาํ วินจิ ฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 4/2546 ลงวนั ที่ 12 พฤษภาคม 2546)

กรณีศึกษา 7 วิศวกร ข ไดรับใบอนุญาตระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
ไดรับการวาจางใหทําการสํารวจความเสียหายและใหคําแนะนําแกไข อาคารทาวเฮาส 3 ชั้น
ซึ่งเกิดการทรุดตัวและแตกราว ในโครงการหน่ึง โดยวิศวกร ข ไดไปทําการสํารวจเฉพาะ
อาคารที่ไดรับการวาจาง แตมิไดเขาไปสํารวจอาคารขางเคียง และสภาพแวดลอมของบริเวณ
ใกลเคียง ประกอบกับมิไดนําผลการตรวจสอบสภาพช้ันดินซ่ึงอยูในความครอบครองของ
บริษัทท่ีวิศวกร ข ทํางานอยูมาใชประกอบการพิจารณาแตกลับนําขอมูลของวิศวกรผูออก
แบบอาคารเดิมท่ีเกิดเหตุมาใช ซ่ึงขอมูลการออกแบบเดิมนั้น คาสวนความปลอดภัยไมผาน
เกณฑมาตรฐาน ตอมาวิศวกร ข ไดทําหนังสือใหความเห็นวาความเสียหายเกิดจากการตอ
เติมอาคารของบานขางเคียงซึ่งมีโครงสรางเชื่อมตอกัน ทําใหเกิดการฉุดรั้งจากการทรุดตัว
ของฐานราก การกระทําของวิศวกร ข เปนการปฏิบัติงานที่ไมถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชา
การ จึงถูกลงโทษพักใชใบอนุญาตประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบคุมมีกาํ หนดเวลา 2 ป

(คาํ วนิ ิจฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 11/2547 ลงวนั ที่ 22 พฤศจกิ ายน 2547)

8

กรณีศึกษา 8 วิศวกร ม ไดรับใบอนุญาตระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
ไดร ับออกแบบปา ยโฆษณาโดยมีความสงู 22 เมตร ยาว 31.5 เมตร ขนาด 1,024 ตารางเมตร
จํานวน 2 ปาย หางกัน 4 เมตร แตในการกอสรางจริงเหลือเพียงหนึ่งปายมีความสูง 47
เมตร ยาว 82 เมตร ขนาด 3854 ตารางเมตร ซึ่งไมเปนไปตามแบบท่ีไดรับอนุญาต โดยมี
วศิ วกร ร เปนผคู วบคุมงาน ตอมาปายโฆษณาดังกลาวไดลม ลงทับดาดฟาอาคารขางเคียง
เปนเหตุใหมีผูเสียชีวิตและบาดเจ็บ หลายราย จากการตรวจสอบพบวาสาเหตุเกิดจากการกอ
สรางท่ีไมเปนไปตามแบบ แตเ มือ่ คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแบบแปลนแลว พบขอ
บกพรองรายละเอียดของแบบ (Detail Drawing) ในเร่ืองการเช่ือมโครงสรางตามแบบ ซึ่ง
วิศวกร ม ไดออกแบบใหใชวิธีการเชื่อมรอยตอทุกจุดแตมิไดระบุรายละเอียดวิธีการเช่ือมตอ
ของเหล็กโครงสรางไวในแบบ และเมื่อสรางจริงกลับใชวิธีการใสสลักเกลียว อันเปนความ
ประมาทเลินเลอท่ีไมตรวจสอบแบบใหถูกตองกอนลงลายมือชื่อ จึงใหทําหนังสือตักเตือน
วิศวกร ม ใหใชความระมัดระวังในการประกอบวิชาชีพใหมากขึ้นกวาเดิม สวนวิศวกร ร ผูคุม
งาน ไดขอเท็จจริงวาไมไ ดม ีสวนเก่ียวของกับการควบคุมงานกอสรา งปายโฆษณา เนื่องจากมี
ผลการตรวจสอบลายมือชื่อจากกองพิสูจนหลักฐาน สํานักงานตํารวจแหงชาติ วามีการปลอม
ลายมอื ชือ่ ของวิศวกร ร จรงิ จึงใหยกขอกลา วหาวิศวกร ร

(คาํ วินิจฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 8/2546 ลงวนั ที่ 14 สิงหาคม 2546)

3. ตองประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบคมุ ดวยความซ่ือสตั ยส ุจริต
บทบัญญัติในขอนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือใหผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ตอง

ประกอบวิชาชีพดวยความซ่ือสัตยสุจริต เพื่อเปนการสงเสริมมิใหเกิดความเสียหายแกผูอื่น
หากเปนกรณีที่มิใชเร่ืองเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม แตผูประกอบวิชาชีพ
ไดกระทําการใดๆ อยางไมซ่ือสัตยสุจริตตอผูอ่ืน และไตสวนแลวเห็นวามีความผิดจรงิ อาจลง
โทษโดยไมใชบทบัญญัตินี้ แตไปใชบทบัญญัติตามขอ 1 คือกระทําการใดๆอันอาจนํามาซึ่ง
ความเสื่อมเสยี เกียรตศิ ักดแิ์ หง วิชาชีพแทนได

กรณีศึกษา 1 วิศวกร พ ไดร ับใบอนญุ าตระดบั ภาคี สาขาวิศวกรรมโยธา ไดร ับ
เปนผูประสานงานหาผูออกแบบและควบคุมงานกอสรางอาคารสูง 7 ช้ันใหกับผูวาจางใน
หลายโครงการ ปรากฏวามีการปลอมลายมือช่ือของวิศวกรผูออกแบบและควบคุมงาน โดย
วศิ วกรที่ถกู ปลอมลายมือช่ือน้ันไดเสียชีวิตไปแลวจาํ นวน 2 ราย และยังมชี ีวติ อยูแ ตม ิไดรูเห็น
เก่ียวกับการกอสรางดังกลาวอีก 1 ราย โดยในแบบแปลนท่ีไดรับอนุญาตปรากฏลายมือชื่อ
วิศวกร พ เปน ผูออกแบบรวมกบั วศิ วกรทไ่ี ดเ สียชวี ิตไปแลว และไดลงลายมอื ชือ่ เปนผูควบคุม
งานในการกอสรางอาคารแหงหนึ่งท้ังๆ ที่วิศวกร พ ทํางานรับราชการอยูในหนวยงานราช
การ อันเปนการพนวิสัยท่ีจะมาทําการควบคุมงานกอสรางได และจากการพิจารณาไตสวน
วิศวกร พ ยอมรับวาไดจายเงินจํานวน 70000 บาท ใหกับเจาพนักงานทองถ่ินเพ่ือเปนคา
ตอบแทนในการออกใบอนุญาตใหภายใน 3 วันนับแตวันยื่นขออนุญาต อันเปนการสนับสนุน

9

ใหเจาหนาท่ีกระทําผิดกฎหมาย คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลว เห็นวาวิศวกร พ
ในฐานะผูประสานงาน ยอมไมอาจปฏิเสธวาไมมีสวนรูเห็นเกี่ยวกับการกระทําความผิดดัง
กลาวได ประกอบกับภายหลงั ไดขอถอนตวั ออกจากการเปน ผคู วบคมุ งาน โดยอางวาไมอยาก
เขาไปมีสวนเก่ียวของกับการกอสรางอาคารผิดแบบของเจาของอาคารน้ัน รับฟงไมได เน่ือง
จากกอนเขารับงาน วิศวกร พ ทราบแลววาเจาของอาคารไดทําการกอสรางไปกอนที่จะไดรับ
อนุญาต แตก็ยินยอมเขาไปรับดําเนินการเปนผูติดตอประสานงานหาผูออกแบบ ผูควบคุม
งาน และประสานงานในการยื่นขอรบั ใบอนุญาตเพ่อื ใหการกอ สรางอาคารดงั กลา วถูกตอ งตาม
กฎหมาย อันเปนการผิดวิสัยของบุคคลซงึ่ อยูในฐานะเปน ขาราชการจะกระทาํ กนั และเมื่อเกิด
การขัดแยง กบั เจาของอาคาร ก็ยังไดดําเนินการใหผูควบคมุ งานทีต่ นจัดหามานน้ั ถอนตัวออก
จากการเปนผูควบคุมงานทั้งหมด ซ่ึงผูเก่ียวของแตละรายก็ยอมรับวาเคยรูจักและบางรายได
รับการติดตอกับวิศวกร พ มากอน กรณีน้ีเห็นวาวิศวกร พ ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมโดยไม
สุจริต จงึ ใหล งโทษเพกิ ถอนใบอนญุ าตของวศิ วกร พ

(คําวินจิ ฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 1/2548 ลงวันที่ 24 มกราคม 2548)

กรณี ศึกษา 2 วิศวกร ป ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขา
วิศวกรรมโยธา ไดลงลายมือชื่อรับรองสําเนาความถูกตองของเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชา
ชีพวิศวกรรมควบคุมแทนวิศวกรอื่นซึ่งทํางานรวมกันโดยพลการ และไดนําเอกสารดังกลาว
ไปยื่นประกอบการประมูลงานของหนวยงานราชการ การกระทําของวิศวกร ป เปนการ
ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมโดยไมส ุจริต แตเนื่องจากวศิ วกร ป ใหการรับสารภาพและ
ใหการอันเปนประโยชนตอการพิจารณาไตสวน จรรยาบรรณ คณะกรรมการจรรยาบรรณจึง
ลดหยอนโทษให วิศวกร ป ถูกลงโทษพักใชใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม มี
กาํ หนดเวลา 2 ป

(คาํ วนิ จิ ฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 12/2547 ลงวนั ท่ี 20 ธันวาคม 2547)

4. ไมใชอํานาจหนาทโี่ ดยไมช อบธรรม หรอื ใชอิทธพิ ล หรอื ใหผลประโยชนแ ก
บุคคลใดเพอื่ ใหตนเองหรือผูอน่ื ไดรับหรอื ไมไ ดร บั งาน
บทบัญญัติขอนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือควบคุมผูไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

วิศวกรรม ท่ีมีอํานาจหนาที่ในตําแหนงท่ีสามารถใหคุณใหโทษแกผูอ่ืนในดานตางๆ ใช
อํานาจหนาท่ีอันเปนการ บีบบังคับ เพื่อใหตนเองหรือผูอ่ืนไดรับงาน หรือบังคับผูอ่ืนไมให
งานน้ันแกฝายตรงกันขาม ทั้งน้ีงานนน้ั ไมจ ําเปนจะตองเปนงานเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
วิศวกรรมควบคุม และบุคคลท่ัวไปหากตองเสียประโยชนจากการกระทําของผูไดรับใบ
อนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมดังกลาว ก็ถือวาเปนผูเสียหาย สามารถรองเรียนกลาวหาผู
ไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมนั้น เพื่อใหคณะกรรมการจรรยาบรรณ
พิจารณาความผดิ ทางจรรยาบรรณแหง วชิ าชีพได

10

5. ไมเ รยี ก รบั หรอื ยอมรบั ทรพั ยสิน หรอื ผลประโยชนอ ยา งใดสาํ หรับตนเอง
หรือผอู ่ืนโดยมิชอบ จากผูรบั เหมา หรอื บคุ คลใดซง่ึ เก่ียวขอ งในงานทที่ าํ
อยกู ับผวู าจาง
บทบัญญัติขอนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพวิศวกรรม

ควบคุมเมื่อไดรับงานจากผูวาจางแลว ตองรักษาผลประโยชนของผูวาจาง เสมือนกับท่ีวิญู
ชนท่ัวไปพึงรักษาผลประโยชนของตนเอง จรรยาบรรณแหงวิชาชีพในขอน้ี มีเจตนารมณเพื่อ
ควบคุมใหผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประกอบวิชาชีพของตนเองดวยความซ่ือสัตย
สุจริต ไมรับผลประโยชนอ่ืนที่มิควรได นอกจากคาจางท่ีไดรับทํางานใหกับผูวาจาง เพราะ
หากปลอยใหผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เอารัดเอาเปรียบผูวาจางแลว ความเส่ือม
ศรัทธาตอบุคคลและสถาบันแหงวิชาชีพจะเกิดข้ึน บทบัญญัติในขอนี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือคุม
ครองผลประโยชนของบุคคลทวั่ ไปดวย

6. ไมโ ฆษณา หรอื ยอมใหผูอน่ื โฆษณา ซง่ึ การประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบ
คมุ เกนิ ความเปน จรงิ
บทบัญญัติขอนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือปองกันมิใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

วิศวกรรมควบคุมแขงขันกันรับงานโดยการโฆษณา ซ่ึงอาจกอใหเกิดการแตกแยก เนื่องจาก
การแยง งานกนั ทํา และสง ผลใหเ กิดการแตกความสามคั คีในกลุมผปู ระกอบวิชาชีพเดยี วกนั

กรณีศึกษา 1 วิศวกร จ ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรม
โยธา ไดทํา ใบปลิวโฆษณา โดยระบุวา รับเหมา-ตอเติมทุกชนิด ดวยทีมงานมืออาชีพ เชน
แกปญหารอยแตกราวของโครงสราง การทรุดตัวของโครงสราง งานปลูกสรางอพารทเม็นท
หอพกั ควบคุมการกอสรา งดวย ทีมงานวิศวกร ฯลฯ ซึ่งเปนการโฆษณาใหผูอ่ืนเขาใจวา ตนมี
ความรูความสามารถทีจ่ ะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จนเปน เหตใุ หบุคคลภายนอกหลง
เช่ือตามขอความที่ปรากฏในใบโฆษณาน้ันและไดติดตอตกลงทําสัญญากับวิศวกร จ ซึ่งใน
ความเปนจริงแลว วิศวกร จ ไมส ามารถทาํ งานวศิ วกรรม ควบคุมบางประเภทตามขอความ
ท่ีไดโฆษณาไว เนื่องจากเกินความรูความสามารถ และไมมที ีมงานประจํา บางครั้งตองไปจา ง
วิศวกรผูอ่ืนเขา มาดาํ เนินการแทน กรณีน้ีถือวาวิศวกร จ ทําการโฆษณา เกินความเปนจริง
แตเม่ือดูจากเจตนาและประสบการณแลวเห็นวาวิศวกร จ ไดกระทําไปโดยความรูเทาไมถึง
การณเนื่องจากอายุยังนอย จึงเห็นสมควรใหลงโทษสถานเบา โดยการภาคทัณฑ วิศวกร จ
ไว มีกําหนดระยะเวลา 1 ป

(คาํ วินจิ ฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 11/2546 ลงวนั ที่ 1 พฤศจกิ ายน 2546)

11

7. ไมประกอบวชิ าชพี วศิ วกรรมควบคมุ เกนิ ความสามารถท่ตี นเองจะกระทาํ ได
บทบัญญัติขอน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อปองกันมิใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

วศิ วกรรมควบคุมรบั งานโดยไมคาํ นึงถึงความสามารถทต่ี นเองมอี ยู ซึง่ อาจกอใหเกิดความเสยี
หายตอ ประชาชนและสังคมได อน่ึง การประกอบวิชาชพี วิศวกรรมควบคุมเกินความสามารถท่ี
ตนเองจะทําไดน้ัน หมายถึงการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเกินความสามารถตามที่
กฎหมายกําหนด และรวมถึงความสามารถทีต่ นเองจะทาํ ไดตามความเปน จริงดว ย

กรณีศึกษา 1 วิศวกร พ ไดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรม
โยธา ไดรับงานออกแบบคํานวณอาคารอเนกประสงคขององคการบริหารสวนตําบลแหงหน่ึง
โดยไดลงลายมือช่ือในแบบท่ีผูอื่นออกแบบคํานวณมาใหกอนท่ีจะทําการตรวจสอบความถูก
ตองของแบบ ตอมาคณะกรรมการตรวจการจางไดตรวจสอบพบวาแบบแปลนดังกลาวไมมี
ความม่ันคงแข็งแรงเพียงพอ คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวาการท่ีวิศวกร พ
ลงลายมือช่ือในแบบโดยมิไดตรวจสอบความถูกตองของแบบและรายการคํานวณใหรอบคอบ
กอนนั้น ประกอบกับเม่ือตรวจสอบก็พบวาแบบโครงสรางของอาคารดังกลาวออกแบบไมถูก
ตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ และเปนการประกอบวิชาชีพเกินขอบเขตความรูความ
สามารถของผไู ดรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรจะสามารถกระทาํ ได เน่ืองจากอาคารดงั กลาว
เปน อาคารสาธารณะ แสดงใหเ ห็นวาเปนการจงใจฝา ฝน บทบัญญัติแหงกฎหมาย จึงใหลงโทษ
พักใชใบอนญุ าตของวศิ วกร พ มกี ําหนดระยะเวลา 5 ป

(คําวินิจฉยั คณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 10/2548 ลงวนั ท่ี 25 พฤษภาคม 2548)

กรณีศึกษา 2 วิศวกร ส และวิศวกร ม ไดรบั ใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร สาขา
วิศวกรโยธา ไดทําสัญญารับเหมาซอมแซมปรับปรุงอาคารพาณิชยสูง 4 ชั้น โดยทราบวาเจา
ของอาคารมิไดยื่นขอรับใบอนุญาตตอเติมหรือดัดแปลงอาคารตอเจาพนักงานทองถ่ินใหถูก
ตองตามกฎหมาย คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวาวิศวกรทั้งสองไมสามารถ
ออกแบบอาคารพาณิชยสูงเกิน 3 ชั้นได จึงเปนการประกอบวิชาชีพเกินความรูความสามารถ
ท่ีกฎหมายกําหนด ประกอบกับมิไดแจงใหเจาของอาคารดําเนินการขออนุญาตกอสรางให
ถูกตองตามกฎหมายเสียกอน จึงใหลงโทษพักใชใบอนุญาตของวิศวกรท้ังสอง มีกําหนดระยะ
เวลา 1 ป

(คาํ วินจิ ฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 13/2547 ลงวนั ท่ี 20 ธันวาคม 2547)

8. ไมล ะทงิ้ งานท่ีไดร บั ทาํ โดยไมมีเหตุอนั สมควร
บทบัญญัติในขอน้ีมีวัตถุประสงคเปนการควบคุมใหผูประกอบวิชาชีพ เม่ือรับ

ปฏิบัติงานแลว ตองมีความรับผิดชอบในงานท่ีไดรับทํา เพราะหากปลอยใหมีการละทิ้งงาน

12

อาจกอใหเกิดความเสียหายแกชีวิตและทรัพยสินของประชาชนได อีกท้ังเปนการปองกันมิให
มีการประกอบวชิ าชพี อนั อาจนาํ มาซึ่งความเสื่อมเสยี แหง วงการวิชาชีพ

กรณีศึกษา 1 วิศวกร ข ไดรับใบอนุญาตระดับภาคี สาขาวิศวกรรมโยธา ได
รับควบคุมงานกอสรางอาคารสูง 6 ช้ัน ขณะกอสรางถึงโครงสรางช้ันท่ี 6 โดยไดทําน่ังราน
และแบบช้ันหลังคา แลวเสร็จ โดยขณะเร่ิมเทคอนกรีตช้ันหลังคาซ่ึงเปนคานยื่น 6 เมตร และ
พนื้ อัดแรง (Post Tension) วศิ วกร ข มิไดอ ยคู วบคุมงานโดยมอบหมายใหหัวหนาคนงานเปน
ผูดูแลแทน ปรากฏวาน่ังรานรับน้ําหนักไมไหวจึงยุบตัว ทําใหแบบแตกพังลงมา และคนงาน
พลัดตกลงมาเสียชีวิตหนึ่งราย ไดรบั บาดเจ็บอีกสองราย คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณา
แลวเห็นวา ในวันเกิดเหตุ วิศวกร ข ไดเขาไปตรวจสอบความเรียบรอยกอนเทคอนกรีต และ
อยูดูแลจนถึงประมาณเที่ยงวัน วิศวกร ข รูสึกไมสบายจึงไดกลับไปพักผอนที่บาน โดยมอบ
หมายใหหัวหนาคนงานดูแลแทนน้ัน ยังไมมีน้ําหนักเพียงพอที่จะรับฟงได เนื่องจากหาก
วิศวกร ข ไมสามารถท่ีจะทําการควบคุมงาน หรือจัดใหบุคคลที่มีความรูความสามารถใน
ระดับเดียวกัน เขาควบคุมการกอสรางแทนตนเองได จะตองส่ังใหมีการหยุดการกอสรางใน
สวนโครงสรางที่สําคัญไวกอน กรณีน้ีถือวาวิศวกร ข ในฐานะผูควบคุมงานไดละทิ้งงานโครง
สรางท่ีสําคัญในความรับผิดชอบของตนโดยไมมีเหตุอันสมควร ประกอบกับมาตรการปองกัน
วัตถุตกหลนและฝุนละอองที่จัดทําไวนั้นไมสมบูรณ เน่ืองจากตามกฎหมายแรงงานและ
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความปลอดภัยในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจาก
การตกจากทีส่ งู วัสดุกระเด็น ตกหลน และการพงั ทลาย กําหนดใหม ีการจัดหาตาขา ยและวัสดุ
ท่ีชวยปองกันความปลอดภัยไวตลอดเวลา ซึ่งหากสถานท่ีเกิดเหตุยังกอสรางไมแลวเสร็จ
วิศวกร ข ก็ไมอาจที่จะละเลยความปลอดภัยในการทํางานโดยการถอดอุปกรณปองกันความ
ปลอดภัยออก เพื่อตระเตรียมการกอสรางถนนช้ันลาง ตามที่กลาวอางไดแตอยางใด จึงเห็น
สมควรใหล งโทษพักใชใบอนุญาตของวศิ วกร ข โดยมกี ําหนดระยะเวลา 1 ป 6เดือน

(คําวินิจฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 2/2548 ลงวนั ท่ี 24 มกราคม 2548)

กรณีศึกษา 2 วิศวกร น ไดรับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ได
รบั ออกแบบและควบคุมงานกอสรางอาคารพาณิชยแหงหน่ึง ตอมาเจาของอาคารไดดําเนินการ
ตอกเสาเข็มไปโดยมิไดแจงใหวิศวกร น ในฐานะผูควบคุมงานทราบ หลังจากตอกเสาเข็มไป
ประมาณ 19 ตน จากจํานวนเสาเข็มทั้งหมด 28 ตน เจาพนักงานทองถ่ินไดมีคําสั่งใหระงับการ
กอสรางอาคารและแจงใหวิศวกร น ทราบ ซ่ึงหลังจากทราบเรื่อง วิศวกร น ไดไปยังสถานท่ีกอ
สรางและแจงใหเจาของอาคารระงับการกอสรางไวกอน แตปรากฏวาเจาของอาคารยังคง
เพิกเฉยตอคําส่ังดังกลาว วิศวกร น จึงไดมีหนังสือถึงเจาพนักงานทองถิ่นขอถอนตัวออกจาก
การเปนวิศวกรควบคุมงาน คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแลวเห็นวาวิศวกร น มีเหตุผล
อันสมควรในการบอกเลิกจากการเปนผูควบคุมงาน เม่ือพบวาเจาของอาคารจงใจฝาฝนคําสั่ง
ของเจาพนักงานทองถิ่นและคําสั่งของตนในฐานะเปนผูควบคุมงานตามกฎหมาย เพราะหาก

13

วิศวกร น ยังรับเปนผูควบคุมงานตอไปก็จะกอใหเกิดความเสียหายตอวิศวกร น ได เม่ือการ
บอกเลิกจากการเปนผูควบคุมงานถูกตองตามกฎหมายแลว จึงไมอาจถือวาวิศวกร น จงใจ
ละท้งิ งานควบคุมการกอสรางแตอยางใด ใหย กขอกลา วหาวศิ วกร น

(คาํ วนิ ิจฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ 10/2547 ลงวนั ท่ี 13 กนั ยายน 2547)

9. ไมล งลายมอื ชือ่ เปนผปู ระกอบวิชาชพี วิศวกรรมควบคมุ ในงานที่ตนเองไมไ ด
รับทํา ตรวจสอบ หรือควบคมุ ดวยตนเอง
บทบัญญัติในขอนี้มีวัตถุประสงคมุงควบคุมใหผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมี

ความซื่อสัตยตอตนเองและผูอ่ืน หากไมสามารถรับปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
วิศวกรรมควบคุมไดแลว ก็ไมควรลงลายมือช่ือเปนผูรับทํางานน้ัน เพราะจะกอใหเกิดความ
เสียหายตอ ผูวาจาง และบุคคลภายนอกได

10. ไมเ ปด เผยความลบั ของงานท่ตี นไดรบั ทาํ เวน แตไ ดร บั อนุญาตจากผวู า จา ง
บทบัญญัติขอน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อคุมครองวงการของผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมให

เปนที่ไววางใจของบุคคลท่ัวไป เนื่องจากหากบุคคลท่ัวไปไมเชื่อถือผูประกอบวิชาชีพแลว ก็
จะเกิดความเสื่อมศรทั ธาตอ ผูประกอบวิชาชพี และสถาบนั แหงวิชาชพี ได ผปู ระกอบวชิ าชพี อยู
ในฐานะท่ีรูความลับของผูวาจาง ซึ่งถือวาเปนเอกสิทธิ์และหนาท่ีที่จะไมเปดเผยความลับน้ัน
ถาเปดเผยความลับโดยประการท่ีนาจะกอใหเกิดความเสียหายแกผูวาจางก็ถือวาเปนการผิด
จรรยาบรรณแหงวชิ าชีพ

11. ไมแ ยงงานจากผปู ระกอบวชิ าชีพวิศวกรรมควบคมุ อื่น
บทบญั ญตั ิขอ นีม้ วี ัตถปุ ระสงคเ พ่ือปองกนั มใิ หเ กดิ ความแตกแยก ไมมีความสามัคคี

โดยมงุ ใหเ กดิ ความสามัคครี ะหวา งผปู ระกอบวชิ าชพี วศิ วกรรมควบคมุ ดว ยกนั

12. ไมรบั ทาํ งาน หรอื ตรวจสอบงานชน้ิ เดยี วกันกบั ทผ่ี ปู ระกอบวชิ าชีพวศิ วกรรม
ควบคุมอืน่ ทาํ อยู เวน แตเ ปนการทาํ งานหรอื ตรวจสอบตามหนา ท่ี หรือแจง ให
ผปู ระกอบวชิ าชพี วศิ วกรรมควบคุมอน่ื น้ันทราบลว งหนาแลว
บทบญั ญตั ขิ อนม้ี ีวัตถุประสงคเ พอ่ื เปนการปอ งกันมิใหเ กดิ ความแตกแยกความ

สามคั คใี นกลมุ ของผูป ระกอบวชิ าชีพวิศวกรรมควบคมุ ดว ยกัน

กรณีศึกษา 1 วิศวกร จ ไดรับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
ไดรบั งานออกแบบโรงงานแปรรปู เนื้อไกใหกับบริษัทแหงหน่ึง โดยกอนรับงานไดเ ดนิ ทางไปดู
สถานที่กอสรางและพบวาไดมีการตอกเสาเข็มไปบางสวนแลวประมาณรอยละ 40 ซ่ึงสวน
ใหญจ ะเปนเขม็ กลุม จึงคาดวานาจะมผี ูออกแบบกอ นแลว และไดแจง ใหผ ูว าจางดําเนนิ การแจง
ใหผูออกแบบเดิมทราบกอน ตอมาไดรับใบสั่งงานจากผูวาจาง จึงเขาใจวาผูวาจางไดแจงใหผู

14

ออกแบบเดิมทราบแลว วิศวกร จ จึงไดทําการออกแบบตามท่ีไดรับการวาจาง โดยมิไดติด
ตามทวงถามวาผูวาจางไดแจงใหผูออกแบบเดิมทราบกอนแลวหรือไม จึงเปนพฤติกรรมที่ไม
เหมาะสม เพราะวิศวกร จ ยังคงมีหนาท่ีตองติดตอประสานงานไปยังวิศวกรผูออกแบบเดิม
กอน เพ่ือใหรับทราบลวงหนาถึงการเขามารับงานของตน คณะกรรมการจรรยาบรรณจึง
เห็นควรใหลงโทษตักเตือนวิศวกร จ ใหใชความระมัดระวังในการประกอบวิชาชีพใหมากกวา
เดิม

(คาํ วินจิ ฉัยคณะกรรมการจรรยาบรรณท่ี 7/2547 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2547)

13. ไมร ับดําเนนิ งานชน้ิ เดียวกันใหแกผวู าจางรายอื่น เพือ่ การแขง ขันราคา เวน
แตไ ดแ จง ใหผ วู าจา งรายแรกทราบลว งหนาเปนลายลักษณอ ักษร หรอื ไดร ับ
ความยินยอมเปน ลายลกั ษณอกั ษรจากผูว าจา งรายแรก และไดแ จง ใหผูวา จา ง
รายอ่ืนนั้นทราบลวงหนา แลว
บทบัญญัติขอน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อควบคุมความประพฤติของผูประกอบวิชาชีพ

วิศวกรรมควบคุมใหมีความซื่อสัตยสุจริตตอผูวาจาง ในกรณีท่ีมีการแขงขัน เปนการรักษาขอ
มูลและความลับของผูวา จาง

14. ไมใชห รือคดั ลอกแบบ รูป แผนผงั หรอื เอกสาร ท่ีเก่ยี วกับงานของผูประกอบ
วชิ าชีพวิศวกรรมควบคมุ อ่ืน เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตจากผูป ระกอบวิชาชพี
วศิ วกรรมควบคุมอืน่ น้ัน
บทบัญญัติขอน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือควบคุมความประพฤติของผูประกอบวิชาชีพ

วิศวกรรมควบคุมใหมีความซื่อสัตยสุจริตตอเพื่อนรวมวิชาชีพเดียวกัน มิใหเอารัดเอาเปรียบ
ซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับรายการคํานวณอันเปนเอกสารท่ีเก่ียวของกับงานของผูประกอบวิชา
ชีพวศิ วกรรมควบคุม

15. ไมก ระทาํ การใดๆ โดยจงใจใหเ ปน ทีเ่ สือ่ มเสยี แกชื่อเสยี ง หรอื งานของผู
ประกอบวชิ าชีพวศิ วกรรมควบคมุ อ่นื
บทบญั ญัตขิ อ น้ีมวี ตั ถปุ ระสงคทีจ่ ะเสรมิ สรา งความสามคั คีของกลุมผูมวี ิชาชพี เดียวกนั

คือตองมีความซ่ือสัตยตอเพ่ือนรวมวิชาชีพ โดยไมกระทําการใดๆ ใหเปนท่ีเส่ือมเสียช่ือเสียง
หรืองานของ ผูประกอบวิชาชพี วิศวกรรมควบคุมอน่ื

15

6. จรรยาบรรณวศิ วกรของ ว.ส.ท.

7.

7. บรรทดั ฐานของจรรยาบรรณ
ขอ กาํ หนดจรรยาบรรณเปรยี บเสมือนกตกิ าทางสงั คมของวศิ วกร มีตุลาการคอื

คณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิศวกร เพ่ือใชในการควบคุมดูแลความประพฤติของ
วศิ วกรท้งั บคุ คลและนิติบคุ คลใหอ ยใู นกรอบแหงความชอบธรรมทีไ่ ดต กลงกันไว

ดังน้ัน ขอกําหนดจรรยาบรรณจึงมีความสําคัญและมีผลทางกฎหมายตอผู
ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม เปนมาตรการควบคุมดูแลใหวิศวกรมีความรับผิดชอบตอความ
ปลอดภยั และการสรา งใหเ กิดสงั คมทเ่ี ปน อารยะ

16

หากคณะกรรมการจรรยาบรรณมีมติวาเปนการประพฤติผิดจรรยาบรรณ จะนํา
ไปสูการลงโทษตามอํานาจที่กําหนดไวใน พ.ร.บ. วิศวกร และจะนําไปสูความผิดทั้งทางแพง
และอาญาตามกฎหมายปกติในลําดับตอ ไป

ความรับผิดชอบของวิศวกรนั้นสงู มาก เม่ือมีเหตทุ เ่ี กดิ จากงาน ก็มักจะเลีย่ งความ
รับผิดชอบไมพน(ดกู รณีตวั อยางมติของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภาวิศวกร)

เพ่ือความเขาใจในบรรทัดฐานของงานวิศวกรรม และใชอางอิงในการปฏิบัติงาน
บรรทดั ฐานท่ใี ชใ นการปฏิบัตงิ าน มอี ยู 3 สว นคอื

1. กฎหมาย
กฎหมายท่ีเกี่ยวของกับงานวิศวกรรมมีอยูมากมาย เชน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร

พ.ร.บ. สิ่งแวดลอม พ.ร.บ. ผังเมือง พ.ร.บ. ระงับและปองกันอัคคีภัย พ.ร.บ. โรงงาน พ.ร.บ.
แรงงาน ซง่ึ วิศวกรตองปฏบิ ตั ิงานโดยไมข ัดกับขอกําหนดใน พ.ร.บ. ตางๆเหลา นี้

2. มาตรฐาน
มาตรฐานงานวิศวกรรมใชในการอางอิงถึงวิธีการปฏิบัติงานวิศวกรรม

สําหรับประเทศไทยกําลังอยูในขั้นของการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมแหงชาติ อยางไรก็ตาม
วิศวกรสามารถอางอิงมาตรฐานทางดานวิศวกรรมไทยไปกอนได หากพบวามาตรฐานทาง
ดา นวิศวกรรมไทยไมครอบคลมุ เน้อื หาท่ีตอ งการ จึงนํามาตรฐานสากลที่เปน ที่ยอมรบั มาใชใ น
ลําดับตอไป

สาเหตุที่การอางอิงมาตรฐาน ใหเร่ิมท่ีมาตรฐานทางดานวิศวกรรมไทยกอน ก็
เพอ่ื ความเปนเอกภาพ

ยกตัวอยาง ในอดีตมาตรฐานทางไฟฟาในประเทศไทยมีความหลากหลายมาก
ทําใหอุปกรณไฟฟามีหลายมาตรฐานและสรางความสูญเสียอยางมหาศาล ในปจจุบัน
วิศวกรรมสถานแหงประเทศไทยมีมาตรฐานไฟฟาแหงประเทศไทยท่ีทุกสถาบันนําไปใชรวม
กัน ทาํ ใหเ กิดเอกภาพ ลดขอ ขัดแยง และการสูญเสยี ลงไปได

ในตางประเทศทุกประเทศ ตางก็มีมาตรฐานทองถิ่นดวยกันทั้งสิ้น แมกระทั่งใน
สหรัฐ แตละมลรัฐกม็ ีขอ กําหนดทอ งถ่นิ ท่เี ปน ของตนเอง

มาตรฐานทางดานวิศวกรรมไทย สามารถเปนมาตรการปองกันไมใหวิศวกรตาง
ชาติเขามาทํางาน โดยใชมาตรฐานจากประเทศของตนเองไดอยางเสรี และไมสามารถวางตัว
เองอยูเหนือขอกาํ หนดทอ งถิน่ ได

3. ขอ กําหนดจรรยาบรรณ
นอกจากกฎหมายและมาตรฐานอันเปนขอกําหนดท่ีตราไวอยางชัดเจนแลว การ

ปฏบิ ัตงิ านของวิศวกรท่ีมีความซับซอน หลากหลายท่ีกฎหมายและมาตรฐานไมครอบคลุม ยัง
อยูในดุลยพินิจและการตัดสินใจของวิศวกรเปนอยางมาก ดังน้ัน การปฏิบัติงานในสวนน้ี ไม
สามารถกําหนดกรอบท่ชี ัดเจนได ขงึ้ อยูกับวิศวกรเอง โดยมีพนื้ ฐานท่ีสอดคลองกับขอ กําหนด
จรรยาบรรณในการประกอบวชิ าชพี

17

8. จรรยาบรรณคอื เครือ่ งมือสคู วามสําเรจ็
คําวา “ไม” ในขอกําหนดจรรยาบรรณอาจจะสื่อแลวทําใหวิศวกรมีความรูสึก

วาขอ กําหนดจรรยาบรรณคอื “ขอ หา ม” และหากปฏบิ ตั ติ ามอยา งเครง ครัด จะประกอบวชิ าชีพ
ไมไ ด

ขอกําหนดจรรยาบรรณเปนขอกําหนดท่ีมีกรอบท่ีกวางพอ และเปดโอกาสให
วิศวกรใชชวงกวางนี้ เพ่ือใหวิศวกรสามารถประกอบธุรกิจอยางมีกติกา อันจะยังผลใหสังคม
ธรุ กิจวิศวกรรม เปนธรุ กจิ ทีพ่ ัฒนาไปในแนวทางของมาตรฐานงานทด่ี ี

การจัดการขอขดั แยง มีความละเอยี ดและซบั ซอนตามความซบั ซอนของธรุ กจิ แต
หากตง้ั อยบู นหลักการสมดุล ความเปน ธรรม และจรรยาบรรณ กส็ ามารถจัดการไดไ มยาก

จรรยาบรรณจึงไมใชขอหาม แตหากรูจักนําไปใช กลับกลายเปนเคร่ืองมือในการ
ประกอบธุรกจิ ที่มีแนวทางท่เี หมาะสมไดเ ปน อยางดี

การพัฒนาวชิ าชพี ตอเนื่อง
หลายคนเขาใจผิดวา การจบการศึกษาและไดปริญญาบัตรคือการสําเร็จการ
ศึกษา แตลืมไปวาการสําเร็จการศึกษาที่วาน้ี เปนการสําเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แท
ท่ีจริงคือการสําเร็จการศึกษาวิชาการวิศวกรรม”พื้นฐาน” ยังไมไดเรียนรูวิธีการประกอบวิชา
ชีพวิศวกรรมเลย วิศวกรที่เร่ิมทํางานในปแรก ท่ีแทคือ”วิศวกรฝกงาน” จึงตองบังคับเสมอให
ตอ งทาํ งานภายใตการควบคมุ ของสามัญวศิ วกร
การศึกษาวธิ ีปฏิบัติงาน เกิดจากการทํางานจรงิ เทาน้ัน เพราะไมว าจะจบปริญญา
โทหรอื เอก หากไมผานการปฏบิ ตั ิงานจรงิ ก็ทาํ งานไมไ ด
เพราะงานวิศวกรรมเปนงานท่ีตองอาศัยการเรียนรูดวยตนเอง การสราง
ทกั ษะและการหาประสบการณดวยตนเอง
วิศวกรที่จบมาหลายป แตไมไดทํางานในสายอาชีพ เชน จบมาแลว ทําแตงาน
บริหาร ไมไดทํางานชางควบคูกันไป ถึงจะมีตําแหนงเปนผูจัดการ ก็ยากท่ีจะขอเลื่อนขั้นเปน
สามัญหรอื วฒุ ิวิศวกร
การพัฒนาวิศวกรรมจะสําเร็จได ก็ดวยวิศวกรทุกคนพัฒนาตนเองอยางตอเน่ือง
ตลอดเวลา และจะตอ งมรี ะบบสง เสรมิ การพัฒนาวิศวกรอยา งตอเนอื่ ง

9. บทสรปุ
วิศวกรเม่ือรูวา “ขาคือวิศวกร”จะตองพัฒนาทักษะ และสั่งสมประสบการณอยาง

ตอเนื่อง ไมวาจะอยูในตําแหนงหนาท่ีอะไร จึงจะแสดงตนวาเปนวิศวกรไดอยางภาคภูมิ สม
ศกั ดิศ์ รขี องความเปน วิศวกร

วิศวกรเปนผูที่ดูแลรักษาสิ่งแวดลอม รูคุณคาของพลังงาน และเห็นความสําคัญ
เรอ่ื งความปลอดภัย

18

หากพบเรื่องท่ีผิด ตองหาทางแก อยาปลอยทิ้งไว แตถาเปนเร่ืองสุดวิสัย
ใหเล่ยี งเสีย และท่สี ําคญั ตอ งไมทาํ ตามอยางทไ่ี มถ ูกตอง

คุณคาของวิศวกรอยทู ผ่ี ลงานท่ีดี
ตราบใดท่ียังมีตึกถลม นั่งรานถลม ปายถลม นํ้าทวม อัคคีภัยรายแรง หมอนํ้า
ระเบิด กาซระเบิด แมกระท่ังอาคารท่ีเปลืองพลังงาน โรงงานสรางมลภาวะตอส่ิงแวดลอม มี
การกอสรางท่ีเลี่ยงกฎหมาย แสดงวางานวิศวกรรมของไทยยังมีปญหา และวิศวกรไทยยังไม
มีคณุ ภาพ สงั คมกจ็ ะขาดการยอมรับ

พื้นฐานคืออนาคต สมรรถนะคอื ปจจุบัน จรรยาบรรณคือพ้ืนฐานของวิศวกร

10. กรณีศกึ ษา
กรณีศึกษาน้ีเปนกรณีตัวอยางเพ่ือจะไดเปนการศึกษาจากเหตุการณที่เกิดขึ้น

จริง ท่ีนําสูการรองเรียน สอบสวน และลงโทษในแตละกรณี การยกเอากรณีตัวอยางเหลา
นีม้ าพิจารณา จะใชนามสมมตุ ิ รวมท้ังการลําดบั เร่ืองเฉพาะทเ่ี ปน สาระสําคญั เทาน้ัน

กรณศี กึ ษา 1 : โครงเหลก็ เสาตอมอโครงการทางยกระดบั โคนลม

การไมปฏบิ ัตงิ านที่ไดร ับทําอยา งถกู ตอ งตามหลักปฏบิ ัติและวชิ าการ

เรื่องยอ: โครงเหล็กเสาตอมอโครงการทางยกระดับเกิดโคนลม ทําใหมีผูไดรับบาดเจ็บจํานวน
3 คน ก.ว. จงึ มคี าํ สง่ั แตง ตง้ั คณะอนกุ รรมการไตส วนผมู ีสวนเก่ยี วของ ซึง่ พอสรปุ ไดดังนี้

เร่ือง: นาย ป (ภาคีวิศวกรโยธา) เปนวิศวกรโครงการ ทํางานกับบริษัท ก มีหนาที่รับผิดชอบ
ดูแลการกอสรางฐานรากกับเสา รับวาท่ีเกิดเหตุอยูในความรับผิดชอบของตน และในวันเกิด
เหตุไดมอบหมายใหหัวหนาคนงานควบคุมคนงาน 8 คน ในการผูกเหล็ก ยกเหล็ก หลังจาก
ส่ังงานแลวไดเดินทางไปดูการกอสรางบริเวณอ่ืนและไมไดอยูในที่เกิดเหตุ การขึ้นโครงเหล็ก
ดังกลาวมีการดําเนินการแลวเสร็จอีกดานหนึ่งของหนางาน นาย ป จึงเขาใจวาลักษณะการ
ทํางานในทเี่ กิดเหตุจึงนา จะเปน ไปดว ยความเรยี บรอยเพราะเปนลักษณะงานเชนเดียวกนั อีก
ท้ังทีมตั้งแบบและ ยึดโยงโครงเหล็กดังกลาวเคยมีประสบการณจากการทํางานเชนนี้ในโครง
การอ่ืนมาแลว การติดต้ังใชรถเครนในการยก และติดตั้งยึดโยงดวยลวดสลิงจํานวน 8 เสนที่
ระดับความสูง 2 ใน 3 ของความสูง 15 เมตรของตอมอขนาด 1.5 x 2 เมตร สันนิษฐานวาเหตุ
เกดิ จากการรดู ตวั ของลวดสลงิ ท่ีใชยดึ โครงเหลก็ ภายหลังการเกิดเหตุ บรษิ ทั ก ไดป รับปรุง
วิธีการทํางานโดยวิธีการติดตั้งโครงเหล็กแบงการทํางานเปน 2 สวน โดยยกสวนลางที่มีความ
สงู 7.5 เมตร ติดตงั้ กอ นการตดิ ตัง้ สวนบนอกี 7.5 เมตร

19

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย ป เปนวิศวกรควบคุมงาน เมื่อไมอยู
ควบคุมการกอสรางใหแลวเสร็จ และมิไดมอบหมายใหวิศวกรคนอื่นควบคุมงานแทนถือวาบก
พรองในการทํางาน ไมปฏิบัติงานท่ีไดรับทําใหถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ ซ่ึงเปน
ความผิดมรรยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระ
ราชบัญญัติ วิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2502 ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานท่ีไดรับทําอยางถูกตองตาม
หลักปฏิบตั ิและวิชาการ”

การลงโทษ: นาย ก ถกู ลงโทษพกั ใบอนญุ าตเปน ผปู ระกอบวชิ าชพี วศิ วกรรมควบคุม 6 เดอื น

กรณีศึกษา 2 : สะพานสรางใหมคูขนานกับสะพานเดิมเกิดเหตุพังทลายในขณะกอ

สรา ง
การไมปฏิบตั ิงานท่ไี ดร บั ทาํ อยางถกู ตองตามหลกั ปฏิบัติและวชิ าการ

เรื่องยอ: สะพานสรางใหมขามแมน้ําคูขนานกับสะพานเดิมเกิดเหตุพังทลายในขณะกอสราง
ทําใหมีคนงานเสียชีวิต 4 คน และไดรับบาดเจ็บ 6 คน ก.ว. จึงมีคําส่ังแตงต้ังคณ ะ
อนุกรรมการไตส วนผมู สี ว นเกีย่ วของ ซง่ึ พอสรุปไดด งั น้ี

เร่ือง: นาย ช (ภาคีวิศวกรโยธา) เปนวิศวกรควบคุมการกอสรางของบริษัท ฉ ในวันเกิดเหตุ
มีการติดตั้งแมแรงเพื่อนําโครงสรางสวนบนลงบนคานขวางรับโครงถัก เมื่อหยุดพักเที่ยงเกิด
ฝนตกลงมา นาย ช ไดแ จงใหคนงานทราบวา ใหร อคําสงั่ จากนาย ช กอนจงึ เร่มิ ทาํ งานในชว ง
บายได แตนาย ม ผูชวยหัวหนาคนงานไดใหคนงานเร่ิมทํางานโดยไมมีคําสั่งใหเร่ิมทํางาน
จากนาย ช ทําใหเกิดเหตุสะพานพังทลาย สันนิษฐานวาสาเหตุการพังทลายเกิดจากการลด
ระดับแมแรงท่ียกคานใหไดระดับทางดา นขวาเพียงดานเดยี ว (ซึ่งปกติการลดระดับแมแรงตอง
ใหลดระดับพรอมเพรียงกัน) ทําใหเกิดการตะแคงของโครงถัก เกิดการสไลดไปกระแทกตัว
สตอ็ ปเปอร เปน เหตุใหค านสวนอืน่ ๆ หลนตามลงมา ทําใหค านหลดุ จากตอมอ เปน เหตุใหค น
งานเสียชีวิตในท่ีเกิดเหตุทันที 2 คน และไดรับบาดเจ็บ 8 คน ภายหลังเกิดเหตุคนงานเสีย
ชีวิตเพ่ิมอีก 2 คน จากการตรวจสอบพบวาเหตุไมไดเกิดจากความบกพรองของแบบแปลน
สะพานของกรมทางหลวง แตเกิดจากการกระทําของคนงานในระหวางการกอสรางและยังพบ
อีกวา นาย ช ไมเคยควบคุมการกอสรา งสะพานขามแมนํ้าทม่ี ีคานชว งยาว เคยแตควบคุมการ
สรางสะพานขามคลอง

20

การไตส วน: คณะอนุกรรมการไตส วน ฯ วินิจฉัยวา โดยท่ีในเวลาเกิดเหตุนัน้ เปนเวลาทํางาน
ในชวงหลังจากหยุดพักกลางวันแลว ซึ่งโดยปกติวิศวกรผูควบคุมงานตองอยูควบคุมการกอ
สรางในสถานท่ีกอสราง แตนาย ช มิไดอยูในสถานที่กอสราง ถึงแมจะอางวาฝนตกจึงออกมา
ควบคุมงานชาก็ไมอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได จึงถือวา นาย ช บกพรองตอหนาท่ีฐาน
ควบคุมงานไมถูกตองตามหลักปฏิบัติ ซ่ึงเปนความผิดมรรยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวง
ฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ขอ 2
(2) ”ตอ งปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ดร บั ทําอยา งถกู ตองตามหลักปฏบิ ตั แิ ละวชิ าการ”

การลงโทษ: นาย ช ถูกใหลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมี
กําหนด 1 ป

กรณศี ึกษา 3 : นั่งรา นกอ สรางสะพานขา มแมน ้ําพงั ทลาย

การไมปฏบิ ตั งิ านทีไ่ ดรับทําอยางถกู ตองตามหลักปฏบิ ัติและวชิ าการ

เร่ืองยอ: นั่งรานกอสรางสะพานขามแมนํ้าซึ่งอยูระหวางการกอสรางเทคอนกรีตในสวนของ
คานยื่นตอมอตนที่ 8 ไดเกิดพังทลายลงมา เปนเหตุใหมีผูเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บหลาย
คน ก.ว. จึงมีคําสง่ั แตงตั้งคณะอนกุ รรมการไตส วนผมู สี ว นเก่ยี วของ ซ่งึ พอสรุปไดด ังนี้

เรื่อง: นาย พ (สามัญวิศวกรโยธา) เปนวิศวกรผูควบคุมการกอสรางของบริษัท ส ในการ
ทํางาน กอนวันเกิดเหตุไดมาทําการตรวจสอบน่ังรานพบวา สภาพน่ังรานยังไมเรียบรอย
เชน ระยะของคานรดั แตละช้ันยังไมแ นนหนา อกี ทง้ั เหล็กค้ํายันและโยงยึดยงั ไมครบถวนตาม
แบบที่ไดคํานวณออกแบบใชในการกอสราง จึงไดส่ังการเปนหนังสือจํานวน 5 ขอ ใหนาย ง
ซึ่งเปนโฟรแมนของบริษัท ส ดําเนินการแกไข ซ่ึงนาย ง ไดเซ็นรับทราบ ตอมานาย พ ตอง
เดินทางไปประชุมเพื่อเรงรัดงานกอสรางสะพานที่กรมโยธาธิการ กอนไปประชุมไดสั่งกําชับ
นาย ง ใหดําเนินการแกไขนั่งรานตามที่ไดส่ังการและใหนาย พ ทราบเพื่อตรวจสอบอีกคร้ัง
กอนดําเนินการตอไป นาย ง ไดปฏิบัติงานตามส่ัง คือ ไดแบงคนงานสวนหน่ึงเตรียมเหล็ก
เพ่อื ทําคํ้ายันเพ่ิม รวมทัง้ เพ่ิมโยงยดึ แตยังไมทันเสร็จ ปรากฏวามรี ถคอนกรตี ผสมเสร็จมาสง
คอนกรีต นาย ง จึงใหคนงานไปเทคอนกรีตกอนโดยการยายคนงานที่ไปทําค้ํายันไปชวย
เกล่ียคอนกรีต งานเทคอนกรีตดําเนินการไดพักใหญจ ึงพังลงมา สําหรับเร่ืองการสั่งคอนกรีต
ผสมเสร็จเขาหนางานนั้นเปนไปตามแผนเดิม เมื่อมีการแกไ ขน่งั ราน นาย ง ซ่ึงเปนผดู ูแลเรือ่ ง
แผนงานการสงคอนกรีตผสมเสร็จลืมส่ังยกเลิกคอนกรีตผสมเสร็จตามแผนเดิม เร่ืองดินทรุดก็
ไมปรากฏเพราะมีการเช็คระดับโดยใชกลองตลอดเวลา หลังเกิดเหตุ นาย ง ถูกดําเนินคดี

21

อาญา โดยพนักงานอัยการส่ังฟองโทษฐานทําใหผูอ่ืนถึงแกความตายและอันตรายสาหัสโดย
ประมาท และศาลตัดสนิ โทษไปแลว

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา กรณีนั่งรานสะพานเกิดการพังทลายมิได
เกิดจากการออกแบบสะพานไมถูกตอง แตเกิดจากการควบคุมงานของวิศวกรผูควบคุมงาน
กอสรา ง น่ังรา นเพอ่ื การกอ สรา ง ซงึ่ เปนสวนหนึ่งของเทคนิคการกอ สรา งในสว นของการควบ
คุมงาน แมในระหวางการเกิดเหตุ นาย พ ไมไดอยูในสถานที่เกิดเหตุ และแมจะไดกําชับ
นาย ง ใหควบคุมดูแลและดําเนินการตามที่ส่ังการแลวก็ตาม แตนาย พ ในฐานะวิศวกรควบ
คุมงานของบริษัทผูรับเหมาและเปนผูรับผิดชอบในการควบคุมงานใหถูกตองตามหลักปฏิบัติ
และวิชาการทุกข้ันตอน โดยเฉพาะอยางย่ิงเมื่อไดตรวจสอบและเห็นวายังมีการดําเนินการไม
เรียบรอยของน่ังรานในสวนท่ีเปนสวนสําคัญ ซึ่งอาจจะกอใหเกิดอันตรายได แมการส่ังการ
ใหผูมีหนาท่ีปฏิบัติงานแทนก็ตองติดตามตรวจสอบวาผูรับมอบหมายไดดําเนินการตามที่สั่ง
หรือไม แตไดปลอยไวจนกระทั่งเกิดความเสียหายขึ้น ไมอาจเปนเหตุใหวิศวกรผูรับผิดชอบ
พนจากความรับผิดดานวิศวกรรม จงึ เปนการกระทําเขา ขายผดิ มรรยาทแหง วชิ าชีพ มมี ตวิ า
นาย พ ปฏิบัติหนาท่ีในฐานะวิศวกรควบคุมงานไมปฏิบัติหนาที่ในฐานะวิศวกรควบคุมงานให
ถกู ตองตามหลักปฏิบตั แิ ละวิชาการ เปน เหตุใหเกดิ ความเสียหายและมีผูเสียชวี ิต เปนการฝา
ฝนมรรยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราช
บัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานที่ไดรับทําอยางถูกตองตามหลัก
ปฏบิ ตั ิและวชิ าการ”

การลงโทษ: นาย พ ถกู ลงโทษเพกิ ถอนใบอนุญาตเปน ผปู ระกอบวชิ าชีพวศิ วกรรมควบคมุ

กรณศี ึกษา 4 : อาคาร 7 ช้ันเกิดการทรดุ เอียงเสยี หายใชการไมได

การไมปฏิบตั งิ านท่ีไดรบั ทาํ อยา งถูกตอ งตามหลักปฏบิ ตั ิและวิชาการ

เร่ืองยอ: อาคาร 7 ช้ันริมถนนเกิดการทรุดเอียงเสียหายใชการไมได ก.ว. จึงมีคําส่ังแตงต้ัง
คณะอนุกรรมการไตส วนผมู ีสว นเก่ียวของ ซ่ึงพอสรุปไดด งั น้ี

เรื่อง: นาย ณ เจาของโครงการตองการกอสรางอาคารโดยทําการกูเงินจากธนาคาร และ
ธนาคารอนุมัติใหจํานองท่ีดินและอาคารท่ีจะทําการกอสรางในวงเงินที่จะกอสราง 5 ช้ัน นาย

22

ณ ไดติดตอขาราชการกรุงเทพมหานคร คือนาย ส ใหชวยจัดหาสถาปนิกและวิศวกรในการ
ออกแบบรวมท้ังใหนาย ส ชวยเปนธรุ ะในการขอใบอนุญาต

เรื่องยอ: นาย อ (สามัญวิศวกรโยธา) เปนผูคํานวณและออกแบบโครงสรางโดยมิไดไปดูสถาน
ท่ีกอสรางหรือทดสอบดิน กําหนดใหใชเข็มตอกขนาด I .35 x .35 เมตร รับนํ้าหนักปลอดภัย
60 ตัน/ตน อาคารท่ีออกแบบเปนอาคาร 8 ชั้น โดยมิไดคํานวณแรงลม กอนไดรับใบอนุญาต
ปลูกสรางอาคาร 8 ช้ัน นาย ณ ไดทําการกอสรางฐานรากโดยใชเข็มเจาะขนาดเสนผานศูนย
กลาง .35 เมตร ยาว 20 เมตร การเลือกเข็มเจาะดงั กลาวเนอื่ งจากผูรับเหมางานฐานรากไดดู
จากตารางการรับน้ําหนกั ของเสาเขม็ เจาะขนาดระบุวา สามารถรบั นํา้ หนักอาคาร 5 ชน้ั ตามขอ
มูลเงินกูที่ทําไวกับธนาคาร ตอมาเมื่อทําการกอสรางสวนที่เหนือฐานราก นาย ณ ไดผูรับ
เหมาใหมและมี นาย ค (ภาคีวิศวกรโยธา) เปนผูควบคุมงานกอสราง เขาควบคุมงานกอ
สรางสัปดาหละ 1 คร้ัง โดยเริ่มงานจากงานฐานรากท่ีดําเนินการแลวเสร็จกอนหนานั้นและได
รับคําชี้แจงจากนาย ส วาฐานรากเข็มเจาะสามารถรับน้ําหนักตามแบบท่ีกําหนดได และไมได
ตรวจสอบวาฐานรากเข็มเจาะจะสามารถรับนํ้าหนักไดจ ริงหรือไม การควบคุมงานกอสรางใน
สว นโครงสรางเหนือพ้ืนดินต้ังแตช ้ัน 1 ถึง ชั้น 5 เม่ือพบวาการกอสรางชดิ แนวเขตเกินไป ไม
ตรงตามแผนผังบริเวณที่ไดรับอนุญาต และเขตไดระงับการกอสรางและแจงใหแกไขแบบให
ถูกตอง เน่ืองจากท่ีดินบริเวณติดชิดแนวเขตเปนท่ีดินของบิดานาย ณ และยินยอมใหใชที่ดิน
โฉนดขางเคียงประกอบการขออนุญาตดวยในการขอใบอนุญาตครั้งท่ี 2 นาย ณ ไดขอแกไข
อาคารจาก 8 ชนั้ มาเปน 7 ชั้นดวย ภายหลังการไดรับใบอนญุ าตครง้ั ที่ 2 นาย ค เขาไปควบ
คุมงานเพียงครั้งเดียว เน่ืองจากหมดงบประมาณและการกอสรางระงับไป และเกิดเหตุอาคาร
ทรดุ ในอกี 1 ปตอมา

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย อ เปนวิศวกรคํานวณและออกแบบ
โครงสรางอาคารโดยมิไดไปดูสถานที่กอสรางและมิไดกําหนดรายละเอียดประกอบรายการ
คํานวณวาจะตองมีการเจาะสํารวจดินกอนทําการกอสราง อีกทั้งมิไดคํานวณแรงลมเนื่องจาก
เปนอาคารสูง ถือวาปฏิบัติหนาที่วิศวกรออกแบบและคํานวณโครงสรางอาคารไมครบถวน
และไมมีความรอบคอบเพียงพอ จึงไมเปนไปตามหลักปฏิบัติและวิชาการ ทําใหแบบมีความ
บกพรอง เม่ือใชในการกอสรางและเกิดความเสียหายทรุดเอียง จึงเปนความผิดมรรยาทแหง
วิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพ
วิศวกรรม พ.ศ. 2505 ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานที่ไดรับทําอยางถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชา
การ”

23

การลงโทษ: นาย อ ถูกลงโทษพกั ใบอนญุ าตเปนผปู ระกอบวชิ าชีพวิศวกรรมควบคมุ มกี าํ หนด
6 เดือน

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย ค เปนวิศวกรควบคุมการกอสรางเขา
ควบคุมงานโครงสรางชั้น 1 ถึง ชั้น 5 โดยไมไดตรวจสอบวาฐานรากที่ดําเนินการแลวโดยใช
เข็มเจาะนั้นสามารถรับนํ้าหนักของอาคารไดหรือไม แตไดสอบถามนาย ส ซึ่งเปนผูประสาน
งานยืนยันวาสามารถรับน้ําหนักไดตามแบบท่ีกําหนด ในฐานะที่เปนวิศวกรจะตองใชความ
ละเอียดรอบคอบและตรวจสอบรายการคํานวณโครงสรางของอาคารท่ีกอสรางฐานรากแลววา
สามารถรับน้ําหนักไดหรือไม การละเลยการตรวจสอบความถูกตองดังกลาวและอาคารเกิด
การทรุดเอียงเสียหาย จึงเปนการปฏิบัติหนาท่ีของวิศวกรควบคุมงานไมถูกตองตามหลัก
ปฏิบตั แิ ละวิชาการ อนั เปน ความผิดมรรยาทแหงวชิ าชพี ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529)
ออกตามความในพระราช-บัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานที่ได
รับทําอยางถูกตอ งตามหลักปฏบิ ัตแิ ละวิชาการ”

การลงโทษ: นาย ค ถูกลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม มี
กาํ หนด 6 เดอื น

การรองทุกข: นาย ส เปนขาราชการกรุงเทพมหานคร ไดรับจางปลูกสรางอาคารและเปนธุระ
ในการจัดหาวิศวกรและสถาปนิก ท้ังเปนผูยื่นขออนุญาตปลูกสราง ทําหนาที่ของวิศวกรและ
สถาปนิกในการใหคําแนะนําและจดั ทําแบบแปลนทใ่ี ชใ นการกอสราง ตลอดจนเขาควบคมุ งาน
กอสรางในบางครั้งดวย อันเปนการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมและสถาปตยกรรมควบ
คมุ ตามพระราชบญั ญตั วิ ชิ าชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 และพระราชบญั ญัตวิ ชิ าชีพสถาปตยกรรม
ควบคุม พ.ศ. 2508 ตามมาตรา 15 และมีความผิดฐานประกอบวิชาชีพฯโดยไมมีใบอนุญาต
เห็นควรรอ งทุกขดาํ เนินคดตี ามกฎหมาย

กรณีศึกษา 5 : อาคารคอนโดมิเนยี มทรุดตวั พงั ทลาย

การกระทําซ่งึ นํามาซึ่งความเสื่อมเสยี เกยี รตแิ หงวชิ าชีพ
การไมป ฏบิ ัติงานที่ไดร บั ทําอยา งถกู ตอ งตามหลักปฏิบัติและวชิ าการ

เรื่องยอ: อาคารคอนโดมิเนียมทรุดตัวและพังทลาย ก.ว. จึงมีคําสั่งแตงตั้งคณะอนุกรรมการไต
สวน ผูม สี ว นเกย่ี วขอ ง ซ่งึ พอสรปุ ไดดงั น้ี

24

เรื่อง: นาย ค (ภาควี ศิ วกรโยธา) เปนวิศวกรควบคมุ การกอสรางอาคารคอนโดมิเนยี มซึ่งมญี าติ
ผูใหญเปนผูขออนุญาตปลูกสรางและเกิดการทรุดตัวพังทลาย นาย ค แจงวาไดควบคุมการ
กอสรางตามแบบทีไ่ ดร ับอนญุ าต

การไตส วน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย ค ควบคุมการกอสรางในการตอกเสา
เข็มผิดไปจากแบบแปลนท่ีกําหนดใหใชเสาเข็มทอนเดียวกัน แตนาย ค ใชเสาเข็มท่ีญาติผู
ใหญจัดหามาใหโดยเปนเสาเข็ม 2 ทอนตอ แมนาย ค อางวาไมสามารถใชเสาเข็มทอนเดียว
เนื่องจากไมสามารถขนสงเสาเข็มมายังพ้ืนที่ที่กอสรางได เพราะทางเขาเปนซอยแคบ แตนาย
ค ไมไดแจงขออนุญาตจากวิศวกรผูออกแบบและคํานวณโครงสราง เม่ือมีความเสียหายเกิด
ขึ้นจึงไมอาจปฏิเสธความรับผิดชอบในฐานะวิศวกรควบคุมการกอสรางได ถือวาเปนการ
กระทําความผิดมรรยาทแหง วชิ าชพี ไมค วบคุมงานที่ไดร ับใหถูกตองตามหลักปฏิบัตแิ ละวิชา
การ อันเปนความผิดตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
วิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานท่ีไดรับทําอยางถูกตองตามหลักปฏิบัติ
และวชิ าการ”

การลงโทษ: นาย ค ถูกลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวศิ วกรรมควบคุมมีกําหนด
1 ป

เร่ือง: นาย อ (สามัญวิศวกรโยธา) เปนผูมีช่ือในแบบแปลนการกอสรางเปนผูออกแบบและ
คํานวณโครงสรา ง แตน าย อ ปฏิเสธวา ตนเองมิไดเ ปนผูออกแบบและคาํ นวณโครงสรา ง มไิ ด
ลงลายมือชื่อในแบบแปลนอาคารคอนโดมิเนียม เพราะตนเปนขาราชการไมเคยออกแบบให
หนวยงานอนื่ นอกจากหนวยงานตน สงั กัด

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย อ เปนผูตรวจสอบรายการคํานวณ
และแบบแปลนรวมท้ังลงนามในฐานะเปนวิศวกรออกแบบและคํานวณโครงสราง และ นาย อ
ปกปดความจริงวาตนไมเกี่ยวของกับการกอสรางคอนโดมิเนียม อันเปนความผิดตามกฎ
กระทรวงฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505
ขอ 2 (1) ”ไมกระทําการใดๆอันอาจนํามาซ่ึงความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แหงวิชาชีพ” อีกท้ัง
กอนหนาเหตุการณน้ี ก.ว. เคยลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
ของนาย อ เปนเวลา 1 ป ฐานกระทําความผิดมรรยาทวิชาชีพโดยปกปดความจริง กรณีออก

25

แบบและคํานวณอาคารซึ่งเกิดการทรุดตัวที่จังหวัดอ่ืน คณะอนุกรรมการไตสวนจึงลงโทษ
นาย อ ในสถานหนกั เน่อื งจากเคยทําความผดิ มาแลว

การลงโทษ: ใหเ พกิ ถอนใบอนุญาตเปน ผปู ระกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของนาย อ

กรณศี ึกษา 6 : อาคารทาวนเฮาส 3 ชั้น มีโครงสรางบางสวนนา จะกอใหเกดิ อนั ตราย

แกผ อู ยูอาศัยในอาคาร
การไมปฏิบตั ิงานที่ไดรับทําอยา งถกู ตอ งตามหลักปฏบิ ตั แิ ละวชิ าการ
และไมทงิ้ งานโดยไมมีเหตอุ นั ควร

เรอื่ งยอ: อาคารทาวนเฮาส 3 ชน้ั จาํ นวนกวา สามรอยหองในหมูบาน ม มโี ครงสรางอาคารบาง
สวนนาจะกอใหเกิดอันตรายแกผูอยูอาศัยในอาคาร ก.ว. จึงมีคําส่ังแตงต้ังคณะอนุกรรมการ
ไตสวนผูมีสวนเกี่ยวของ ซึง่ พอสรปุ ไดดงั นี้

เร่ือง: นาย พ (ภาคีวิศวกรโยธา) เปนวิศวกรผูออกแบบและคํานวณโครงสราง และเปนวิศวกร
ผคู วบคมุ การกอสรางอาคารทาวนเ ฮาส 3 ช้ัน โดยรับจางบรษิ ัท บ เจาของโครงการหมบู าน ม
นาย พ ควบคุมการกอสรางอาคารทาวนเฮาสดังกลาวไมตอเน่ืองโดยไปบางเปนคร้ังคราว
เนื่องจากไดรับควบคุมงานที่อ่ืนอีก 2 - 3 แหงดวยในขณะเดียวกัน ซ่ึงเกินความสามารถท่ีจะ
ควบคุมการกอสรางไดอยางทั่วถึง ทําใหการกอสรางอาคารดังกลาวมีการกอสรางไมตรงกับ
แบบแปลนท่ีไดรับอนุญาต เชน แบบแปลนท่ีไดรับอนุญาตตอทางราชการกําหนดใหใชเหล็ก
ขนาด 9 มิลลิเมตร และเสริมเหล็กตะแกรงสองช้ัน แตในการกอสรางจริงใชเหล็กขนาด 6
มิลลิเมตร และเสริมเหล็กตะแกรงเพียงช้ันเดียว เปนตน และเม่ือพบวามีการกอสรางผิดไป
จากแบบแปลน นาย พ ก็มิไดสั่งระงับการกอสราง จึงมีความผิดฐานควบคุมงานท่ีไดรับทํา
อยางไมถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ และไมอยูควบคุมอยางตอเน่ืองเปนเหตุใหมี
การกอสรางผิดไปจากแบบแปลนที่ไดรับอนุญาต ซ่ึงเปนความผิดตามที่กําหนดโดยกฎ
กระทรวงฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505
ขอ 2 (2) “ตองปฏิบัติงานท่ีไดรับทําอยางถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ” และ (8) “ไมละ
ทิ้งงานทไ่ี ดรับทําโดยไมม เี หตอุ ันควร”

การลงโทษ: นาย พ ถกู ลงโทษพกั ใบอนุญาตเปนผูป ระกอบวชิ าชีพวศิ วกรรมควบคุม 1 ป

26

การรองทุกข: นาย ป ซึ่งเปนกรรมการผูจัดการของบริษัท ซ รับเหมากอสรางอาคาร
ทาวนเฮาส 3 ชั้นน้ัน ไมมีวิศวกรควบคุมการกอสราง นาย ป จึงมีความผิดฐานประกอบ
วิชาชีพวิศวกรรควบคุมโดยไมมีใบอนุญาต ก.ว. อันเปนความผิดตามมาตรา 15 แหงพระราช
บญั ญัติวิชาชพี วศิ วกรรม พ.ศ. 2505 ใหรอ งทกุ ขดําเนนิ คดีตอ นาย ป

กรณีศึกษา 7 : ภาคีวศิ วกรสาขาวิศวกรรมเครอื่ งกลตรวจสอบหมอไอน้ํา

การประกอบวิชาชพี วิศวกรรมควบคุมเกินขอบเขตทไี่ ดรบั อนญุ าต

เรื่อง: นาย ก เปนภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเคร่ืองกล ไดรับงานตรวจสอบหมออัดไอน้ําให
แกโ รงงาน ข และไดด าํ เนินการไปเรียบรอ ยแลว

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา ตามกฎหมายที่กําหนดลักษณะและขนาด
ของงานท่ีผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแตละประเภทสามารถกระทําไดน้ัน หามภาคี
วิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในลักษณะงานพิจารณา
ตรวจสอบ ซ่ึงเปนการกระทําผิดฐานประกอบวิชาชีพวิศวกรรมผิดประเภทท่ีระบุไวในใบ
อนุญาต การกระทําของนาย ก จึงเปนการฝาฝนมารยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับที่
8 (พ.ศ.2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ขอ 2(1) “ไม
กระทําการใดๆอันอาจนาํ มาซึง่ ความเสือ่ มเสียเกยี รตศิ กั ดแ์ิ หง วชิ าชีพ”

การลงโทษ: ใหลงโทษพักใบอนุญาตเปน ผปู ระกอบวชิ าชีพวิศวกรรมควบคมุ มีกําหนด 6 เดอื น

กรณีศึกษา 8 : สามัญวิศวกรลงลายมือชื่อเปนผูตรวจสอบหมอนํ้า 8 แหงเสร็จ

ภายในวันเดียว
การปฏบิ ัตงิ านไมถกู ตอ งตามวิธีการและข้ันตอน

เรือ่ ง: นาย ศ เปนสามัญวศิ วกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ไดลงลายมือช่ือเปนผตู รวจสอบหมอ
นา้ํ ของโรงงาน 8 แหง ในจังหวดั สุโขทยั และจงั หวัดฉะเชงิ เทราเสรจ็ ภายในวนั เดยี ว

27

การไตสวน: คณะอนกุ รรมการไตสวนฯ วนิ ิจฉัยวา ในเอกสารการตรวจสอบหมอไอนํ้าของกรม
โรงงานอุตสาหกรรม หนา 1 ไดระบุไววา ผูตรวจจะตองทําการตรวจสภาพ และหรือทดสอบ
อยางถูกตองตามหลักวิศวกรรม แตในทางปฏิบัติ นาย ศ ไมไดดําเนินการตรวจสภาพหรือ
ตรวจสอบตามวิธีการและข้ันตอนที่กําหนดไวในเอกสารหนา 2 และหนา 3 จึงมีเจตนาหลีก
เลี่ยงท่ีจะตรวจสอบหมอไอน้ําใหถูกตองตามหลักปฏิบัติและวิชาการ การกระทําของนาย ศ
เปนการฝาฝนมารยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ.2529) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ขอ 2(2) “ตองปฏิบัติท่ีไดรับทําอยางถูกตองตาม
หลักปฏิบัติและวิชาการ” และขอ 2 (1) “ไมกระทําการใดๆอันอาจนํามาซ่ึงความเสื่อมเสีย
เกยี รตศิ ักด์แิ หงวิชาชพี ”

การลงโทษ: ใหล งโทษพกั ใบอนุญาตวิชาชีพวิศวกรรมควบคมุ ของนาย ศ มีกาํ หนด 1 ป

กรณีศึกษา 9 : ภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ออกแบบและควบคุมการ

สรา งหมออบไอนํ้า
การประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเกินความสามารถท่ีตนเองจะ
กระทําได

เรอ่ื ง: นาย ช เปนภาคีวศิ วกร สาขาวศิ วกรรมเครอ่ื งกล ไดรบั จางใหคํานวณและออกแบบหมอ
อบไอน้ําโดยลอกเลยี นแบบจากรูปแบบทกี่ าํ หนดโดยบริษัท จ ที่เปน ผูว าจางสงมาใหแ ละจัดทาํ
เปนพิมพเขยี วและ ไดร บั เปน วิศวกรควบคุมการสรางหมอ อบไอนํ้าดังกลา วมาตลอด

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา โดยที่กฎหมายกําหนดวางานออกแบบ
และคํานวณอีกท้ังงานควบคุมการสรางหมออบไอนํ้าเปนงานท่ีผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
ควบคุมสาขาวิศวกรรมเคร่ืองกล ประเภทภาคีวิศวกรไมมีอํานาจกระทํา จึงถือวาการกระทํา
ของนาย ก เปนการฝาฝนมารยาทแหงวิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 8 (พ.ศ.2529) ออก
ตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ขอ 2(7) “ไมประกอบวิชาชีพ
วิศวกรรมควบคุมเกินความสามารถทต่ี นเองจะกระทําได”

การลงโทษ: ใหล งโทษเพิกถอนใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบคมุ ของนาย ช

28

กรณีศึกษา 10 : ภาคีวิศวกรสาขาอุตสาหการ ประกอบวิชาชีพในสาขาวิศวกรรม

เครือ่ งกล
การประกอบวิชาชีพวศิ วกรรมควบคมุ ผิดประเภทหรอื ผดิ สาขา

เรื่อง: นาย ช เปนภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ไดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบ
คุมในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล โดยการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยในการใชหมอไอนํ้า
โรงสี ศ

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย ช ซึ่งเปนภาคีวิศวกรสาขาวิศวกรรม
อุตสาหการไมมีอํานาจกระทําได เพราะเปนงานของสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
เทานั้นท่ีจะมีอํานาจกระทําได การกระทําของนาย ช เปนการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบ
คุมผิดประเภทหรือผิดสาขาท่ีระบุไวในใบอนุญาต จึงมีความผิดตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8
(พ.ศ.2509) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ขอ 2(1) “ไมกระทํา
การใดๆอนั อาจนาํ มาซึง่ ความเสื่อมเสียเกียรติศกั ดแิ์ หงวชิ าชพี ”

การลงโทษ: ใหลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของนาย ช เปน
เวลา 6 เดอื น

กรณีศึกษา 11 : ภาคีวิศวกรควบคุมโรงงานที่มีคนงานกวา 800 คนและใบอนุญาต

หมดอายุ
การประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเกินขอบเขตที่ไดรับอนุญาตและ
ใบอนญุ าต หมดอายุ

เร่ือง: นาย ส เปนภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ประกอบวิชาชีพควบคุมโรงงาน ใน
ขณะท่ีใบอนุญาตหมดอายุ เปนความผิดตามกฎหมาย อีกท้ังโรงงานที่นาย ส ควบคุมและรับ
ผิดชอบอยมู ีคนงานกวา 800 คน

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา นาย ส ประกอบวิชาชีพในขณะท่ีใบ
อนุญาตฯหมดอายุ ซึ่งเปนความผิดตามกฎหมายอีกท้ังควบคุมงานเกินขอบเขตความรับผิด
ชอบของภาคีวิศวกรสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จึงเปนการฝาฝนกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ.

29

2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ขอ 2(1) “ไมกระทําการ
ใดๆอนั อาจนํามาซ่ึงความเสือ่ มเสียเกยี รติศกั ดแิ์ หง วิชาชีพ”

การลงโทษ: ใหลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของนาย ส มี
กาํ หนด 9 เดอื น

กรณีศึกษา 12 : วิศวกรทํางานใหบริษัทหน่ึงแลวไปต้ังบริษัทของตนเองเพ่ือแขงขัน

ราคา
การรับงานชน้ิ เดยี วใหแกผ วู าจางรายอ่ืน

เร่อื ง: นาย ร เปนสามัญวศิ วกร สาขาวิศวกรรมไฟฟา แขนงไฟฟาส่ือสาร ในขณะที่ทํางานเปน
วิศวกรของบริษัท ฟ มีหนาที่ออกแบบ คิดราคาและควบคุมการติดตั้งระบบไฟฟา ระหวางที่
ทํางานกับบริษัท ฟ นาย ร ไดไปต้ังบริษัท ส โดยมีนาย ร เปนกรรมการผูจัดการและมีนาย ช
ซ่ึงเปนวศิ วกรของบริษทั ฟ ทาํ หนา ทเี่ ดียวกันกับนาย ร เปน กรรมการ ตอมาบรษิ ัท ฟ ไดยื่น
ประกวดราคาประมูลงานโดยมนี าย ร เปนผูคดิ ราคางาน ปรากฏวาบริษัท ส ไดเ สนอราคาแขง
ขันกับบรษิ ัท ฟ โดยที่ นาย ร ไมไดแ จงใหบ ริษทั ฟ ทราบลวงหนา

การไตสวน: คณะอนุกรรมการไตสวนฯ วินิจฉัยวา การกระทําของนาย ร และนาย ช เปนการ
สอเจตนาไมสุจริตตอนายจาง พฤติการณดังกลาวของนาย ร และนาย ช ถือไดวาผิดมารยาท
แหงวิชาชีพตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม
พ.ศ.2505 ขอ 2(1) “ไมกระทําการใดๆอันอาจนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักด์ิแหงวิชาชีพ”
นํามาซึ่งความเส่ือมเสียเกียรติศักดิ์แหงวิชาชีพ และขอ 2 (13) “ไมรับดําเนินงานช้ินเดียวกัน
ใหแกผูวาจางรายอ่ืนเพ่ือการแขงขันราคา เวนแตไดแจงใหผูวาจางรายแรกทราบลวงหนาเปน
ลายลักษณอักษร และมิไดรับความยินยอมเปนลายลักษณอักษรจากผูวาจางรายแรก และได
แจง ใหผ ูวาจางรายอน่ื นน้ั ทราบลวงหนาแลว ”

การลงโทษ: นาย ร ถูกลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมีกําหนด
1 ป และนาย ช ถูกลงโทษพักใบอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมีกําหนด
6 เดือน

30

สรุปและพจิ ารณ

กรณีศึกษาทั้ง 12 กรณีที่ยกมาเปนตัวอยางเพ่ือประกอบการพิจารณาน้ัน เปนกรณีที่
เกิดข้ึนจริงและมีการลงโทษไปแลว จะเห็นไดวาในบางกรณีก็เกิดความเสียหายท่ีปรากฏชัด
แจงแลว เชน ในกรณีพังทลาย และบางกรณีมีผูเสียชีวิต แตในบางกรณีความเสียหายชัดแจง
อาจยังไมปรากฏแตมีส่ิงบอกเหตุวาอาจเกิดความเสียหายท่ีรายแรงได การลงโทษหนักเบามี
ความแตกตางกัน โทษหนักจะเปนการกระทําผิดซํ้าซากหรือการไมควบคุมดูแลอยางใกลชิด
เม่ือรูอยูวางานที่ควบคุมกอสรางนั้นไมถูกหลักปฏิบัติและวิชาการ สําหรับการลงโทษทุกกรณี
จะเปน ไปตามอํานาจทีร่ ะบไุ วใ นกฎหมายและจะมกี ารสงตอ ใหรอ งทุกขดาํ เนนิ คดตี อไป

กรณศี ึกษาท้ัง 12 กรณีเปนการไตสวนและพจิ ารณาลงโทษตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 8
(พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ซึ่งไดกําหนด
มรรยาทแหงวิชาชพี ของผูประกอบวิชาชพี วศิ วกรรมควบคมุ เม่ือรางขอบงั คบั สภาวิศวกรวา
ดวยจรรยาบรรณแหงวิชาชีพวิศวกรรมและประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันอาจจะนํามาซ่ึง
ความเสื่อมเสียเกียรติศักด์ิแหงวิชาชีพ พ.ศ. 2543 ไดผานข้ันตอนการลงนามจากรัฐมนตรีและ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว การไตสวนและพิจารณาโทษก็จะใชจรรยาบรรณแหงวิชาชีพฯ
แทนมรรยาทแหงวิชาชีพฯ แตเน่ืองจากสาระของจรรยาบรรณแหงวิชาชีพฯ เหมือนกับ มรรยาท
แหงวิชาชีพฯทุกประการ จงึ คาดวาการดําเนินการไตสวนพิจารณาโทษจะมีความตอเน่ืองและไมมี
ความแตกตางจากแนวเดมิ ทีเ่ คยปฏิบตั กิ ันมา

หมายเหตุ
ขอแนะนาํ ใหอานหนงั สอื ดังตอไปน้ี
1. ”กรณีศึกษาเพื่อการเรียนการสอนสงเสริมคุณธรรมและจรรยาบรรณ

สําหรับวิศวกร” ในโครงการสงเสริมคุณธรรม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยศาสตราจารย
ดร.มงคล เดชนครนิ ทร คณะวิศวกรรมศาสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั

31


Click to View FlipBook Version