การจดั การความรู กรง.ฐท.สส.
เรอื่ ง
การหาศนู ยเพลาใบจกั รในงานซอ มทาํ เรอื
Page 1 of 28
เจาขององคความรู
นายพงษสถิต สหนาวนิ
ชา งกลโรงงาน ชน้ั ๓
นายพงษศ กั ด์ิ พทุ ธพงศ
ชา งกลโรงงาน ชัน้ ๓
Page 2 of 28
ผรู วบรวมองคค วามรู
เรอื ตรี เดชาภคั โตแจม
หน.ชางหมวดประสาน ฯ
เรอื ตรี สมโภชน ทองบอ
นายชา ง รง.ซอ มสรา งเรอื เหล็ก ฯ
Page 3 of 28
วัตถปุ ระสงค
1. เพอ่ื ใหม กี ารถา ยทอดข้ันตอนการหาศนู ยเพลาใบจักรในการซอมทาํ ตวั เรือจากผูมปี ระสบการณใ นการ
ทาํ งาน
2. เพื่อใหม กี ารจัดเกบ็ กระบวนการการทํางานตลอดจนเทคนิคและขอ ควรระวงั จากผเู ช่ียวชาญ
3. เพื่อใหเจา หนา ทีท่ ี่เกย่ี วขอ งสามารถสบื คนข้นั ตอนการทํางานและมกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรูเ กดิ ขน้ึ
ขอบเขตการทํางาน
รายละเอยี ดของข้ันตอนการหาศูนยเ พลาใบจกั รตั้งแตก ารเตรยี มอปุ กรณ การหาศนู ยเพลาใบจกั ร การ
ตรวจสอบตาง ๆ จนจบกระบวนการหาศนู ยเ พลา
Page 4 of 28
สรปุ ข้นั ตอนการหาศูนยเ พลาใบจักรในการซอมทําตัวเรอื
1
ตรวจสอบคา การสั่นสะเทอื น (ทดลองเรือในทะเล)
2
เก็บคา ระยะการถาง Gap และการตก Sag เชิงมุม และเชิงขนานของหนาแปลนเพลากอ นนาํ
เรอื ขึน้
3
ถอดดุมใบจักร/ถอดใบจักร/นําใบจักรไปหาสมดุล
4
เกบ็ คาระยะกนั เบียดของแบรงิ่
5
เกบ็ คาระยะ Gap และ Sag เชิงมมุ และเชิงขนานของหนา แปลนเพลาอีกครัง้
6
ชักเพลาใบจักร/นาํ ไปหาศนู ยแกไ ขปลอกรดั เพลา
7
ทําการหาศนู ยโดยวธิ ีขงึ ลวดระหวา งกระบอกดีฟตุ กับโยงโยรบั เพลาใบจักร
8
ในกรณีคา เฉลี่ยการผดิ ศนู ยไ มเกิน 4 มม. ตอ งทําการจับยึดโยงโย
9
ถาคาเฉลย่ี ระหวางคาดานหวั กบั ดานทา ย มคี า เฉลีย่ เกิน 4 มม. ไมต องทาํ การจับยดึ โยงโย โดย
จะดําเนนิ การแกไขภายหลังเนอื่ งจากผิดศนู ยเ กินเกณฑก าํ หนด
Page 5 of 28
10
จับยดึ โยงโยร องรบั เพลาใบจักร
11
ตดั เปล่ียนแผน เหล็ก
12
ระหวา งการตดั เปลย่ี นแผนเหลก็ ทําการหาศนู ยโ ดยวธิ ีขงึ ลวดระหวางกระบอกดีฟุตกับโยงโยร บั
เพลาใบจักรอกี ครงั้
13
นาํ แผนเหลก็ ใหมม าประกอบ
14
ทาํ การแลน ประสาน
15
ระหวางการตัดเปลยี่ นแผน เหลก็ ทาํ การหาศนู ยโ ดยวิธขี ึงลวดระหวา งกระบอกดฟี ุตกบั โยงโยร บั
เพลาใบจกั รอีกครงั้
16
แลนประสานแลวเสรจ็ ทําการหาศนู ย โดยวธิ ีขงึ ลวดระหวา งกระบอกดีฟตุ กบั โยงโยร บั เพลาใบ
จักรอีกครงั้
17
ตรวจสอบแนวเชื่อม
18
นําเพลาท่ีผานการหาศนู ยแ ละแกไขปลอกรดั เพลาแลวมาประกอบ
19
เก็บคาระยะ Gap และ Sag
20
นาํ ใบจกั รทหี่ าสมดุลแลวมาประกอบ
Page 6 of 28
กลา วนํา
การตัง้ ศนู ยมจี ดุ ประสงคเพือ่ หาตาํ แหนง ทเี่ หมาะสมทีส่ ุด ของแบร่ิงทกุ ตัวท่จี ะทําใหเกดิ สภาวะท่ีตอ งการ
ดงั น้ี
1. แรงกดแบริ่งแตล ะตวั จะตอ งไมส ูงเกนิ เกณฑห รือทําใหแ บร่งิ อยูในสภาพ Overloaded
2. จะตองไมเ กิดสภาวะ Unload ทีแ่ บริง่ ทุก ๆ สภาวะ คอื เพลาไมน่งั บนแบร่ิง แตพ ยายามดงึ แบริ่งให
ลอยตัวขึน้ ในทางดงิ่
3. แรงกดบนแบรง่ิ ในบรเิ วณใกลเคยี งกันควรมีคาใกลเคยี งกัน
4. แบริง่ หวั - ทา ยของเกยี รค วรมแี รงกดใกลเคยี งกัน
5. ความเคนประเภท Bending Stress ที่เกิดในเพลาตอ งมีคา ไมเกนิ Endurance Limit ของวสั ดุ
6. ไมเกิดปญ หาการส่นั สะเทือนของเพลาใบจกั ร (Vibration)
การเสียศนู ยข องระบบเพลาของเรือ แบง ออกไดเ ปน 2 กรณี
1. ศนู ยแบริ่งเพลาผิดไป
1.1 เกดิ การเปล่ยี นรูปราง (Deformation) หลงั จากการเปลย่ี นแผนเหลก็ หรือโครงสรา งอันเนื่องมาจาก
การแลนประสาน
1.2 การถูกแสงแดดสองเพยี งดานเดยี ว
1.3 อณุ หภมู ิของนาํ้ และอากาศแตกตางกนั
1.4 ถูกคลืน่ ลม
1.5 การชํารุดของโครงสรา งหลกั บริเวณทายเรอื
2. เพลาคดหรอื ไมไดศ ูนย
2.1 เคร่ืองมอื ทีใ่ ชง านซอ มทําเพลาและเครอ่ื งมอื วดั มอี ัตราผิดมาก
2.2 เกดิ การดุงในการประกอบหรอื การขนยาย
2.3 แอน เน่อื งมาจากนํ้าหนกั ของเพลาเองในระหวา งใชง าน และศูนยของตัวเรือเปลยี่ นแปลงสง ผล
กระทบมาถึงเพลา
การหาศูนยเพลาของเรือในอูทชี่ กั เพลาออกแลว มี ๓ วิธี Page 7 of 28
1. หาศูนยโดยวิธขี งึ ลวด (Wire Method)
2. ใชกลอง (Optical)
3. ใชแ สง (Light Beam)
จะกลาวถึงการหาศูนยโ ดยวธิ ีขงึ ลวด (Wire Method) เทา น้นั
การสอบศนู ยเพลาของเรือทีย่ ังไมไดช ักเพลาออก
วิธวี ัดคาการถา ง (Gap) และคา การตก (Sag) ของหนา แปลนเพลาขณะเรอื อยใู นนํา้
หนา แปลนปกติ การถางและการตกของหนาแปลน
กอ นที่จะทําการวดั คา Sag และ Gap ของหนา แปลนเพลาใหป ฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอนดงั นี้
- เลือกทาํ ในวันทคี่ ล่ืนลมสงบ
- คลายฝาอัดกระบอกดฟี ุต และฝาอัดผนงั กน้ั หอ งพอใหม นี ํ้าเขา ไดเ ล็กนอ ย
- คลายสลกั ยดึ หนา แปลนเพลา
- เล่ือนเพลาไปยงั หวั เรือ หรือทายเรือ ถา เปนหนา แปลนชนิดเดอื ยสวมกนั จะตอ งถอยเพลาใหเ ดือย
แยกพน จากกนั ดวย
เคร่ืองมอื และอุปกรณ
- - ไดแอลอินดเิ คเตอร และขาจบั ยึดไดแอลอินดิเคเตอร 2 ตัว
- รอกหรอื แมแ รง
- ฟตุ เหล็ก
- ฟล เลอรเ กจ
- กระจกเงา และสีทํามารค ตําแหนง
Page 8 of 28
ขน้ั ตอนและวิธกี าร
1. แยกหนา แปลนเพลากบั เกยี รออกจากกนั ประมาณ 1 นว้ิ
2. คลายแปกก้ิงกนั นาํ้ ที่กระบอกดฟี ุตออกพอหลวม ๆ
3. ทาํ การเซท็ เพลาใบจักรใหอยูในตาํ แหนง กง่ึ กลางระหวางบูช
4. ทําการตดิ ตงั้ ไดแอลอินดเิ คเตอร ทห่ี นา แปลนเกยี รโ ดยใหเข็มของไดแอลอนิ ดิเคเตอรก ดสัมผสั อยทู ่ี
หนา แปลนของเพลาใบจักร ในตาํ แหนง ทจ่ี ะอานคา Sag และ Gap ได
5. ทําการเซ็ทศูนยท ีไ่ ดแอลอนิ ดเิ คเตอร 2 ตวั โดยการกดใหขาของไดแอลอินดเิ คเตอรหดหรอื สั้นลง =
½ ของความยาวของขาแลวเซท็ ศูนยทห่ี นาปท มไดแอลอนิ ดเิ คเตอร
6. ทาํ การกวาดเซท็ โดยการหมนุ หนาแปลนเกยี รไ ปครง้ั ละ 90 ๐แลว ทําการเก็บคาตัวเลข Sag และ Gap
จดบนั ทึก
การวัดระยะ Sag และ Gap ดว ยไดแอลอินดิเคเตอร
A (TOP)
C D
(PORT) (STARBORD)
B (BOTTOM)
การบันทึกคา Sag และ Gap ทที่ กุ ๆ 90 องศา
Page 9 of 28
คาของ Sag และ Gap
การคาํ นวณดว ย Beam Theory แลวนอกจากจะไดค า แรงกดหรอื แรงปฏิกิรยิ าของแบร่ิงแลวยงั จะไดเสน
โคงการแอน ตวั ของเพลา หรอื Deflection Curve ซ่งึ จะนาํ ไปใชประโยชนใ นการวดั คา Sag และ Gap ของ
หนา แปลนเพลาสองทอนทีย่ งั ไมร อยสลกั เขาดว ยกนั
ตวั อยา ง
ระบบเพลาใบจกั รของ ร.ล.ลองลม มแี บร่งิ ในเพลาทงั้ หมด 4 ตวั คอื ในโยงโยต ัวหนา และตวั ทาย ใน
Shaft Tunnel และแบร่งิ หวั ทายของ Gearbox ผลการคํานวณเพื่อตรวจสอบแรงปฏกิ ริ ยิ าของแบริ่งเม่อื แบริง่
ทกุ ตัวอยบู นเสนตรง พบวา แบริ่งตวั ทา ยของเกยี รม ีภาระสูงมาก ในขณะเดยี วกนั แบริ่งตวั หวั ของเกียรอ ยูสงู
กวาแนวเดมิ 0.62 มม. ภาระของแบริ่งทง้ั สองของเกยี รมคี า ใกลเ คยี งกนั และสภาพ Unload หายไป
เนือ่ งจากระยะทางระหวา งแบริ่งใน Shaft Tunnal และหนาแปลนเพลายาวมาก การตงั้ ศนู ยเพลาจึงตอ ง
มกี ารใสแบรง่ิ ชว่ั คราวเพอื่ ประคองเพลาเรยี กวา Shaft Crutch เพอื่ ปองกนั ไมใ หม ีระยะตกของปลายเพลา
จากการคํานวณพบวา เม่ือตดิ ต้งั แบร่งิ ทุกตัวรวมท้งั Crutch เขาทแ่ี ลว ปลายของเพลาจะสูงกวาแนวแกนเพลา
เทากบั 0.138 มม. และเอียงเปน มมุ 128.9 X 10 -6 Radian ในขณะท่ีเมอ่ื แบรง่ิ ตวั ทายของเกยี รอยบู นแนว
แกนเพลา เทา กับ 0.289 มม. และมี Slope เทา กับ 920.6 X 10 -6 Radian
ระบบเพลาใบจกั รของ ร.ล.ลองลม Page 10 of 28
ระยะ A = 315 COS [128.9 X 10 -6 X 360] + 0.138 = 157.64 มม.
2 2¶
ระยะ B = 315 COS [920.6 X 10 -6 X 360] – 0.289 = 157.21 มม.
2 2¶
ดังนัน้ ระยะ Sag ระหวางหนาแปลนท้ังสองคือ A – B ซึ่งมคี าเทากบั 157.64 – 157.21 = 0.43 มม.
ระยะ Gap ดานบน = X + C – Y;
โดยที่ C = ระยะทางระหวา งจดุ ศูนยก ลางของหนา แปลนทั้งสอง
X = 315 SIN [128.9 X 10 -6 X 360] = 0.02 มม.
2 2¶
Y = 315 SIN [920.6 X 10 -6 X 360] = 0.145 มม.
2 2¶
นัน่ คือ
ระยะ Gap ดา นบน = C + X - Y
= C + 0.02 – 0.145
= C – 0.125 มม.
ระยะ Gap ดา นลาง = C – X + Y
= C – 0.02 + 0.145
= C + 0.125 มม.
ดงั น้ัน ผลตางระหวา ง Gap ดานบน และ Gap ดา นลา ง = (C + 0.125) – (C - 0.125) = 0.25 มม.
การต้ังศนู ยเกยี รจะตองใชหนาแปลนของเพลาเปนจุดอางองิ โดยชางผูปฏิบตั ิจะตองแนใจวา ตดิ ต้งั เรือน
เกยี รเขาทอ่ี ยูถ กู ตอ ง และเม่ือตรวจสอบพบวา
- ระยะ Sag หนา แปลนเพลาสงู กวา หนาแปลนเกียรเทากบั 0.43 มม. (+ อัตราผดิ ทย่ี อมรับได)
- ระยะ Gap ดานลางกวา งกวา Gap ดา นบนเทากับ 0.25 มม. (+ อัตราผิดทย่ี อมรับได)
Page 11 of 28
การบันทกึ คา แบบบันทกึ คา ร.ล. .........................................
SAG ของหนาแปลน เพลา ขวา ซา ย
การตงั้ ศนู ยเพลาใบจักรและ GAP ของหนา แปลน แบรง่ิ ......................................
ระบบขบั เคลอื่ น เพลา – เกียร
เกียร – เครื่องจกั รใหญ
คา ท่วี ัดได คา จากการคํานวณ
T = 0 T = 0
P = S = P = S =
B = B =
หมายเหตุ รูปนม้ี องไปทางหวั เรอื
อัตราผิดทางดา น P, S = ………………………. มม.
อัตราผดิ ท่ียอมรับได = ………………………. มม.
อัตราผิดทางดา น T, B = ………………………. มม.
อัตราผิดท่ยี อมรบั ได = ………………………. มม.
อุณหภมู ิบริเวณที่วดั ตัวเลข ……………… ๐C
แสงแดดสอ ง กราบขวา
กราบซา ย
ดาดฟา MAINDECK
ไมม แี สงแดด
Page 12 of 28
!!!!! ขอ ควรระวงั เมอื่ เซ็ทเพลาไดก่งึ กลางแลว เมื่อทํางานตอ ไปตองระวังคนนําวัสดุไปกดทับหรือไปเบยี ดให
ตาํ แหนงเพลาเปลยี่ นไป
! เทคนคิ
มองดวยตา ถาสมมตุ วิ า มองดูหนาแปลน 2 ตัวใกลเ คยี งมากไมตองเช็ค Sag และ Gap ใหใชฟ ุตเหลก็ ทาบหนา
แปลน ซา ย – ขวา ลากหนาแปลนเขามาใหใกล แลวดูชอ งวา งของ Gap อาจสอดฟลเลอรเกจวัดดูกไ็ ด
!!!!! ขอ ควรระวัง
เรอื บางลําอปุ กรณท า ยเกียร พ้นื ที่ไมอาํ นวยในการตรวจสอบคา Sag และ Gap
เรือบางลํา ซีลกันนํ้าเปนแบบ V – Ring ถอยหนา แปลนในน้ําไมได
การถอดใบจกั รเรือ
เครื่องมอื และอปุ กรณ
- รอกผอ นแรง (1-2 ตัน จาํ นวน 2 ตัว)
- ไฮดรอลกิ ส สาํ หรบั ดดู ใบจกั รออก
- ประแจพเิ ศษ (สาํ หรับถอดดุมใบจกั ร)
- แกน สลกั ดดู ใบจกั ร คานเหลก็ เชือก คอนใหญ
- ชุดแกส สาํ หรบั ใหความรอ นในขณะดดู ใบจักรออก
- ลวดสลิง
ขั้นตอนและวิธีการ
1. หลงั จากทําความสะอาดใบจกั รแลว ทาํ การตดิ หว งแขวนรอกที่ทองเรือเพลาละ 4 ตําแหนง
หว งแขวนรอก
2. ถอดดุมใบจกั รออก (ตองใชร อกลอ กใบจกั รไวก ันหลดุ ) Page 13 of 28
3. หมุนใบจักรใหล่ิมลอ็ กใบจกั รอยตู ําแหนง บนสดุ
4. ประกอบเหลก็ แกนดูดใบจักรพรอมแมแรงไฮดรอลิกสทง้ั ชดุ ดดู ใบจักรทั้งหมดประกอบเขาทพ่ี รอมทาํ
การดดู ใบจักรออกจากเพลา (ถา ทาํ การดดู แลวใบจกั รไมอ อก ใหใ ชแกส เผาใหความรอนทใี่ บจกั ร โดยการ
เผาบริเวณรอบ ๆ เทเปอรของใบจักร)
!!!!! ขอควรระวงั
- ใบจกั รเรือมีนํ้าหนกั มาก รอกผอนแรงชาํ รุด หรือเกา ใหร ะวังโซ ขอ ตอหวงของรอกขาด อาจไดร ับอบุ ัติเหตไุ ดงาย
- ขณะดูดใบจกั รโดยการใชไฮดรอลกิ ส ตอ งระวังแกนเหลก็ อาจจะขาด แลวแกนเหลก็ จะว่ิงไปพุงชนตัวเราอาจเปน
อันตราย สาหัส
! เทคนิค
- ใบจกั รของเรอื บางลําใหญม ากน้ําหนกั มาก ใบจักรกบั หางเสือชดิ ติดกนั มาก ตองมองมุมจบั โซท จ่ี ะห้วิ ใบจักรตอง
ใหสมั พันธก ับหางเสอื
- แกนสลักดดู ใบจักร ตองกวดสลักใหนํา้ หนักเทา กนั ทั้ง 2 แขน มิฉะน้นั แรงทอ่ี อกมาจะไมเปน เสน ตรง
!!!!! ขอควรระวัง Page 14 of 28
- ใบจักรออกยาก มมุ หางเสอื ไมส ัมพนั ธก ับมุมใบจักร
- ลมแรง การเผาของแกสไมไดผลความรอ นนอ ยเกินไป
ระบบเพลาใบจกั ร
การถอดเพลาใบจกั ร
เคร่อื งมอื และอปุ กรณ
- ประแจสําหรบั ถอดนัทลอ็ กดุมหนา แปลนดา นทต่ี อกับหนา แปลนเกยี ร
- แมแรงไฮดรอลกิ สสําหรับดดู หนา แปลนใบจกั ร
- แกสใหค วามรอ นขณะดดู หนาแปลน
- รอกสาํ หรบั ดงึ เพลาออก
- รถเครน
ข้นั ตอนการชกั เพลา
1. ถอดดุมใบจกั ร
2. วัดคา ระยะ GAP และ SAG (บันทกึ คา)
3. วดั คา ระยะเบยี ด แบร่ิงกระบอกเพลา และแบร่ิงโยงโยร ับเพลาใบจักร
4. ทาํ การตดั โกรง ครอบเพลาออก
5. ทาํ การวดั คา Clearances ระหวางบูชกบั เพลาใบจักร
6. ติดหว งที่ตวั เรอื เพ่ือแขวนรอกชักเพลา
7. ถอดใบจกั รออกเพอ่ื นําไปหาสมดลุ
8. ถอดหนาแปลนเพลาทตี่ ออยกู บั หนาแปลนเกียรออกจากกัน
9. ถอยหนาแปลนเพลาใหแ ยกออกจากหนาแปลนเกียร ประมาณ 1 ซ.ม.
10. กวาดศนู ยเ พลาระหวา งหนา แปลนเพลากบั หนาแปลนเกยี ร
11. ถอดดุมหนาแปลนเพลาออก
12. ถอยชกั เพลาออกโดยใชร ถเครนชวย
13. ผา บชู รองรบั เพลาออกเพ่อื ทาํ การเปลีย่ นบชู ใหม
14. พน ทรายทําความสะอาดตวั เรือนรองรบั บูช
15. นาํ เพลาไปตรวจสอบหาศูนยบนแทน กลึง ในโรงงาน (การทดสอบหาศนู ยตองประกอบหนา แปลนเขา
กับตวั เพลา) บนั ทึกคา
16. ตรวจสอบเสยี หายของปลอกรดั เพลา เพ่ือหาคาความโต เพื่อทําบูชตัวใหม
17. ทาํ การกลงึ บชู ตัวใหม (จากการวัดคาใหมท ไี่ ดจากการตรวจสอบคา ปลอกรัดเพลา) เพื่อจะเตรยี มไป
ประกอบใหม
18. ตรวจสอบการผิดศนู ยข องกระบอกดฟี ุตกบั โยงโยฯ โดยวธิ ีการขงึ ลวด หรือสอ งกลอง
หมายเหตุ ในสภาวะทเี่ รอื ไมป กติ เมอื่ ตอ งการเปลี่ยนบชู ใหม ตอ งทาํ การขงึ ลวดเพอ่ื หาศนู ยโยงโย
กระบอกเพลา และจุดแบร่งิ รองรับเพลาใหม
Page 15 of 28
ตรวจสอบหาศูนยเพลาบนแทนกลึง ในโรงงาน
เพลาแบริง่ และสวนตา ง ๆ ทีจ่ ะนาํ เขา ตรวจสอบข้ันแรกในโรงงานจะตอ งทําสะอาดใหป ราศจากฝุน
สนมิ ถอดล่มิ ออกจากรองลิม่ สาํ หรบั เพลากันรุนเพลาตอ และเพลาใบจกั ร ตอ งตรวจผิวภายนอกเพอื่ หารอย
รา ว ความสกึ กรอน ความตรง และสงิ่ บกพรองตาง ๆ ความหลวมของเพลาใหว ัดความโตของปลอกเพลา
หรอื สวนของเพลาท่ีสมั ผสั กับแบริง่ ดว ยไมโครมิเตอร การวัดใหว ดั 3 จุด คอื หวั กลาง และทา ยของปลอก
เพลา แตละจดุ ใหว ดั ตรงดา นบน ลา ง ขวา และซาย การสายของเพลา (Shaft wobble) ใหว ดั ทีป่ ลอกเพลา บา
เพลากนั รนุ หนา แปลนเพลา และสวนทเ่ี รียวของปลายเพลาใบจักร
คา ความเบีย้ ว (Ellipticity) และความเรยี ว (Taper) ของปลอกเพลาตอ และปลอกเพลาใบจกั รทย่ี อมใหใ ชงาน
ไดกาํ หนดไวด ังน้ี
- เพลาตอ ท่มี ขี นาดโต 120 - 500 มม.
ความเบยี้ ว 0.25 - 0.45 มม.
ความเรียว 0.25 - 0.50 มม.
- เพลาใบจกั รทมี่ ีขนาดโต 120 - 500 มม.
ความเบย้ี ว 0.30 - 0.60 มม.
ความเรยี ว 0.40 - 0.70 มม.
วัดคา ระยะเบยี ดแบรง่ิ (Clearances)
การวัดระยะเบยี ดของแบรงิ่ ชนดิ ทไี่ มมีฝาครอบ ใหใชฟ ล เลอรเกจชนดิ ยาวสอดตามแนวขา งเพลา 4 จุด
คือ บน ลา ง ขวา ซา ย สาํ หรบั Oil Clearances ใหว ดั โดยวธิ ีบบี ตะกวั่
สําหรบั Oil Clearances ของแบร่งิ รับเพลาตอ ที่ใชง านใหม ขี นาดความหลวม = 0.001 x ความโตของ
ปลอกเพลา (มม.) + 0.1 มม.
สาํ หรบั เกณฑค วามหลวมสงู สดุ ของ Oil Clearances ในแบรง่ิ รบั เพลาใบจักรท่มี ขี นาดโต 100 ถึง 500
มม. ใหใ ชเ กณฑ 0.35 ถงึ 0.80 มม. ตามลาํ ดบั ปลอกเพลาควรสัมผัสกบั เนอ้ื แบรง่ิ ฝาลางเปน สวนโคง มากกวา
100 ถงึ 140 องศา สําหรับระยะหางของผา เบรกกับเพลาใหต รวจสอบโดยวธิ ีใชฟ ลเลอรเกจ ขนาดหนา 0.10
มม. สอดผานไมไดในขณะเบรกทํางาน
การสอบหาศูนยโดยวิธีขงึ ลวด (Wire Method)
การสอบหาศนู ยเ พลาวิธนี ใ้ี ชก ันมานาน และกรมโรงงานฐานทพั เรอื สตั หีบ ยงั ยดึ ถือเปนหลักปฏิบัตอิ ยู
สามารถใชแทนการหาศนู ยดวยวธิ อี ื่น ๆ และจะไดผลดเี ฉพาะการหาศูนยเ พลาทีม่ รี ะยะยาวไมควรเกนิ 5 เมตร
Page 16 of 28
เทา น้นั สําหรับเพลาท่ีมขี นาดยาวกวา นจ้ี ะมอี ตั ราการผดิ จากการหยอนของเสนลวดอนั เนื่องจากนา้ํ หนักของ
เสน ลวดเองและการแกวงของเสนลวดเมอ่ื ถกู ลม หรอื กระเทอื น
การหาศนู ยเพลาโดยวธิ ีขงึ ลวดจะตอ งถอดเพลาออก โดยปกตกิ ารสอบศนู ยเพลาขัน้ แรกจะใชดา น หวั -
ทาย ของกระบอกดีฟุตเปน หลัก ลวดท่ีใชเปน ลวดเปย โนขนาด 0.5 – 0.7 มม. ปลายดานหน่ึงยึดแนน ปลาย
อีกดา นหน่งึ ใชน ํ้าหนกั ถว ง และจะตองทราบระยะหยอน หรือตกทอ งชาง ซ่ึงเกิดจากนํ้าหนกั ของเสน ลวด
มาพิจารณาดว ย จึงจะทราบศนู ยก ลางของกระบอกดีฟุตทแ่ี ทจ ริง
A Axial line B
X1
Y1 Y2 Y3
X2 T
X3
Sag of String
ระยะหยอนท่ีจดุ ตางๆของเสน ลวด
ระยะหยอ นทจี่ ุดตางๆ ของเสน ลวดจะหาไดจ ากสตู ร
Y = P x (L – X)
2T
โดยที่
Y = ระยะหยอนหนว ยเปน มม.
P = นาํ้ หนกั ของเสน ลวดตอระยะยาว 1 เมตรหนว ยเปน กก.
X = ระยะจากจดุ ทตี่ องการหาความหยอ นถงึ ปลายอกี ดานหนง่ึ หนว ยเปน เมตร
T = นํา้ หนกั ทใี่ ชถว ง หนว ยเปน กก.
L = ระยะของเสนแกน
Page 17 of 28
ระยะหยอ นตรงจดุ ก่ึงกลางของระยะเสน ลวดจะหาไดจ ากสูตร
Y = P1 2
-2 T
ซึ่ง 1 = X ซึ่งเปนครึ่งระยะยาว (L = 21)
ตารางแสดงระยะการตกทองชา งของลวด
สาํ หรับลวดเปย โนหมายเลข 6 เสน ผา ศูนยกลาง 0.0166 นวิ้ (0.42164 มม.)
ระยะระหวางจดุ ขงึ ลวดหัวทา ยไมเ กนิ 9.14 เมตร
แรงดงึ ในเสน ลวด 30 ปอนด หรือเทากบั 13.60 กิโลกรมั (ขนาดตมุ ถว ง)
ระยะทางจากปลายลวด ระยะระหวางจุดขึงหวั ทายของลวด ( เมตร )
ฟตุ เมตร 3.66 4.27 4.88 5.49 6.10 6.71 7.32 7.92 8.53 9.14
1 0.30 .0381 .0508 .0508 .0635 .0762 .0762 .0889 .0889 .1016 .1143
2 0.61 .0762 .0889 .1016 .1143 .1397 .1524 .1651 .1778 .1905 .2032
3 0.91 .1016 .1270 .1387 .1651 .1905 .2159 .2286 .2540 .2794 .3048
4 1.22 .1143 .1524 .1778 .2032 .2413 .2667 .2921 .3302 .3556 .3810
5 1.52 .1270 .1651 .2032 .2413 .2794 .3175 .3556 .3937 .4318 .4699
6 1.83 .1397 .1778 .2286 .2667 .3175 .3556 .4064 .4445 .4953 .5334
7 2.13 - .1778 .2286 .2921 .3429 .3937 .4445 .4953 .5461 .5969
8 2.44 - - .2413 .2921 .3556 .4191 .4826 .5334 .5969 .6604
9 2.74 - - - .3048 .3683 .4318 .5080 .5715 .6350 .6985
10 3.05 - - - - .3683 .4445 .5207 .5969 .6731 .7493
11 3.35 - - - - - .4445 .5334 .6096 .6985 .7620
12 3.66 - - - - - - .5334 .6223 .7112 .8001
13 3.96 - - - - - - - .6350 .7239 .8255
14 4.27 - - - - - - - - .7239 .8382
15 4.57 - - - - - - - - - .8382
หากจําเปน ตองใชลวดขนาดอื่น จะตองขงึ ลวดดว ยแรงดงึ ท่เี หมาะสมเพอื่ ใหมรี ะยะตกทองชา งเทา กบั ที่
กาํ หนดไว
Page 18 of 28
แรงดงึ ดงั กลา วคํานวณไดจากสูตรตอไปนี้
โดยท่ี T2 = T1 (D2) 2
D1
T1
T2 = คอื แรงดึงในตาราง
D1 = คือ แรงดงึ ท่ี ใชก ับลวดทจ่ี ะใชตง้ั ศนู ย
D2 = 0.42164 มม. (เสนผาศูนยก ลางของลวดในตาราง)
= เสนผา ศนู ยกลางของลวดขนาดอน่ื ทจี่ ะใชต งั้ ศนู ยเ พลา
การผิดศูนยข องระบบเพลาใบจักรหากผดิ มากจนเกินเกณฑจํากดั การประกอบเพลาจะทาํ ไมไ ดจะตอง
หาวธิ จี ัดวางเพลาใหไ ดศนู ยก บั เครอ่ื งจกั รใหญ ซ่ึงมีวธิ ที าํ ไดห ลายวิธี เชน การควานโยศูนยแ บรง่ิ กระบอกดี
ฟตุ เล่อื นเครอื่ งจักรใหญเ ขา หาศนู ยเ พลา หรือ ดดั โยงโย การเลื่อนเคร่ืองจักรใหญเขาหาศนู ยเ พลา เปน วิธที ี่
เลอื กทําวธิ ีสุดทาย เพราะเปน วธิ ีที่เสียเวลา แรงงาน และคา ใชจา ยสงู กวา วธิ อี ่ืน ๆ
การวางเปา ของการหาศูนยโดยวิธขี งึ ลวด
การวางเปา ของการหาศนู ย ๆ นน้ั ทาํ ได 2 แบบ คอื
- การวางเปา ดา นทา ยเรือ ดานหวั เรอื ใชแ ปน เหล็กสําหรบั ขงึ ลวด
- การวางเปามากกวา 1 เปา (สาํ หรับเพลาตอหลายทอน)
อตั ราผดิ ท่ยี อมรับไดของการตดิ ตั้งโยงโย แบร่งิ และ Shaft Seal
1. อตั ราผดิ ของการติดต้ัง คอื ระยะทางระหวา งแนวเลง็ (แนวเพลา) กบั จดุ ศนู ยก ลางของแบร่ิงในโยงโย
หรือแบรง่ิ ภายในเรือ หรือ Shaft Seal
2. อตั ราผดิ ของแบร่ิงในโยงโย
เนื่องจากการติดตงั้ เปา 2 เปา เปาทดี่ า นหวั และดา นทา ยเรือของแบร่ิงในเรือโยงโย อตั ราผิดของโยงโย คือ
ระยะทางระหวา งแนวเลง็ กบั จุดศูนยก ลางของเปา อตั ราผิดของโยงโยท่ีจะตองควบคุมแบง ออกเปน 2 สวน
คือ อัตราผดิ ของเปา แตละเปา และอตั ราผดิ ระหวา งเปา 2 เปา
อตั ราผดิ ของเปา แตล ะเปา ทย่ี อมรบั ไดขนึ้ อยูกับขนาดของเพลาใบจักร ตามท่แี สดงไวในตาราง
A•
C•
d
B
Page 19 of 28
โดยท่ี
A = แนวเลง็
B = ผวิ ดา นในแบริ่ง
C = จุดศนู ยกลางของรูปหนาตดั แบร่ิง
d = ระยะทางระหวางจุด A และ C คือ อตั ราผดิ ของแบร่งิ
•C2 เปา ท่ี 2
•C1
เปาที่ 1
เมอื่ มองตามแนวเลง็ เปา 2 เปาใดๆ จะปรากฏตามรูปขางบนนี้
C1 = จุดศนู ยกลางของเปาที่ 1
C2 = จุดศูนยกลางของเปา ท่ี 2
ระยะหา งระหวางจดุ C1 - C2 ในระนาบน้ี คือ อัตราผดิ ระหวางเปา 2 เปา
เสน ผาศูนยกลางของเพลา ไมเกนิ 100 มากกวา 100 ไมเกิน 200 มากกวา 200
(มม.) 0.2 0.3 0.5
อัตราผดิ ที่ยอมรับได
(มม.)
เครือ่ งมอื และอปุ กรณ
- ลวดเปยโน
- แปน เหล็กสําหรบั ขึงลวด
- ลกู ตมุ เหลก็ ถวงเสน ลวด
- เปา และลกู ลอก สาํ หรบั เล่ือนปรบั ตําแหนง เสน ลวด
- ขาเหล็กสําหรบั ยดึ เปาใหแ ขวนตดิ กบั ตวั เรอื
- เวอรเ นยี คาลปิ เปอรว ัดในไฟฉาย
Page 20 of 28
- ประแจปากตาย คีมลอก คอน
- อปุ กรณก ารจดบันทึก
ขั้นตอนการขงึ ลวด
1. ถอดเพลาใบจกั รออกจากระบบเพลา
2. ทาํ การผา บชู หรอื แบรงิ่ รองรบั เพลาออกใหเ หลอื แตเสื้อเพลา
3. ทําความสะอาดกระบอกเพลา
4. ทําการตดิ ตัง้ ขาเพอื่ ยึดเปาหาศนู ยทางดา นทา ยของโยงโย
5. ทําการวัดความยาวของระยะทางทีต่ องขงึ ลวดกระบอกดีฟุต ไปถงึ เปา หาศนู ยท ่ีอยูหลงั โยงโย ยาวเทาไร
เพือ่ นํามาคํานวณคาทองชา ง ในแตล ะจุด และคาํ นวณนา้ํ หนักลูกตุมเหลก็ ทจี่ ะดึงเสน ลวดใหตงึ
6. นาํ แปนเหล็กทที่ าํ ไวเพือ่ ยึดตรึงเสนลวดใหอยูก งึ่ กลางของกระบอกดฟี ุต
7. นําลวดเปย โน เบอร 6 (โตนอก 0.0166 นวิ้ ) ไปยึดไวกบั แปนทก่ี ระบอกดีฟุตแลว ลากผานกระบอกเพลา
ทที่ องเรอื แลวลากรอยผานกระบอกเพลาทโ่ี ยงโยแลวลากผา นใหน ง่ั อยบู นลกู รอกที่เปา ปรับลวดหลังโยงโย
โดยใหป ลายลวดหอยลงยึดตรงึ ไวกบั ลูกตมุ เหล็กตามน้ําหนกั ของลกู ตมุ ที่ไดจ ากการคาํ นวณ เพือ่ ถว งให
เสน ลวดตรงึ อยเู สมอ ใหตกทอ งชางนอ ยทส่ี ุด แตถา ลกู ตุม หนักมากเกนิ ไปลวดกข็ าดงาย
8. ทําการปรับเสน ลวดใหอ ยกู ึง่ กลางของกระบอกเพลาตวั ทอี่ ยทู ีท่ องเรอื โดยใหวดั คาเปน 4 จดุ ซาย ขวา
ลา ง บน ในตําแหนง 90 องศา ใหเ ปนแกนแนวด่งิ และแนวตง้ั
9. การปรบั ลวดใหไดก ่ึงกลางทก่ี ระบอกเพลาตัวทอ งเรือทาํ ไดโ ดยการปรับเลอ่ื นเปา ดา นหลงั โยงโย โดย
การคลาย กวดเขา กวดออก ขน้ึ – ลง ตามตอ งการ
10. เม่อื ไดคากึง่ กลาง จะเปน การปรบั ลวดหรอื คา ก่งึ กลางจากการหาร 2 ของเสน ผาศูนยก ลางในแนวตง้ั
และแนวนอนแลว สาํ หรับแนวนอนน้ันใหค งเดิมคา กงึ่ กลางตามเดมิ แตสาํ หรับแนวตงั้ นัน้ ใหเอาคา กึ่งกลาง
ไปลบออกจากคา ตกทอ งชางตามตาราง ความยาวของเสน ลวด ณ จุดนน้ั ๆ
11. เม่อื ปรับเสนลวดใหมต ามหลกั การ หกั คา ตกทอ งชา งไดแ ลวใหเ อาจดุ น้ันเปนหลัก แลว ไปเช็คตัวเลขท่ี
โยงโยท ่เี ราตอ งการทราบคา การวดั 4 จดุ เหมือนตวั ทอ งเรอื วาคาท่ไี ด ลา ง บน เทากนั หรอื ไม และซา ย –
ขวา เทากนั หรอื ไม ถาใกลเคียงหรอื เทากนั กแ็ สดงวา ศูนยโ ยงโยไมผดิ แตเ ม่อื เชค็ คาแลวทราบวามันผดิ ตอ ง
ทาํ การปรบั แตง ถึงขนั้ การตดั ขาโยงโยน น้ั
Page 21 of 28
การบันทกึ คา แบบบันทึกการต้ังศนู ยแบรงิ่ ร.ล. .........................................
เพลา ขวา ซาย
การตั้งศูนยเพลาใบจักรและ แบรงิ่ ......................................
ระบบขบั เคลื่อน
ทา ยเรอื หวั เรอื
y y
x x
รายการตรวจสอบ ระยะผิดศูนยทา ยเรอื ระยะผิดศูนยห ัวเรือ หมายเหตุ
แกน x แกน y แกน x แกน y
ระยะท่วี ัดได Port
Stbd
เกณฑกาํ หนด
ขอจํากัดในกรณีที่คาเฉลีย่ การผิดศูนย หวั – ทา ย ถาไมเกนิ 4 ม.ม. ใหท ําการจบั ยดึ โยงโยร องรบั เพลาใบ
จักร (เพือ่ ปอ งกนั การผดิ ศนู ยใ นระหวา งการซอ มทาํ ตดั เปล่ียนแผน เหล็กตัวเรอื )
การคํานวณ
Page 22 of 28
นาํ คา ระหวาง ดานบนหวั มาลบกบั คาดา นลางหวั ไดผ ลลัพธเทา ใด นาํ มาหารสอง
ตัวอยา ง 93.70 – 87.00 = 6.7
6.7 ÷ 2 คาเฉลี่ยเทากบั 3.35 (ตอ งมีการจับยดึ โยงโยรบั เพลาใบจกั ร)
การจับยึดโยงโย มี 2 วธิ ี
1. วิธีจบั ยึดกับตวั เรอื
เครอื่ งมอื และอปุ กรณ
- เหลก็ ฉาก 2 – 3 นว้ิ แลว แตข นาดของโยงโย
- เคร่อื งเช่อื มไฟฟา
ขอ ดี
- เปน การเชื่อมยดึ อสิ ระในตวั เองไมตองกังวนเรื่องผลกระทบจากลม ฟา อากาศ หรอื แรงกระแทกจากที่อืน่
ขอเสีย
- ในกรณโี ครงสรางของตัวเรือบริเวณทา ยเรอื ชํารุดมาก โครงสรางไมแขง็ แรง จะทําใหไ มมแี รงพยงุ ขณะ
เรือขึ้นคานนาน ๆ
วิธีจบั ยดึ กับตวั เรอื นิยมใชใ นการซอ มทํา กอ นทาํ การตัดเปลย่ี นแผน เหลก็ ตัวเรือ การจบั ยดึ ใชเหลก็
แผนขนาด ความหนา ¼” ตดั พอดขี นาด มาพบั งอเปน รูปตัวยู รองรับบชู แบริ่งโยงโย จากน้ันใชเ หล็กฉาก
ขนาด 2 นวิ้ เปน ขายดึ กบั ทอ งเรอื ตรงโครงสรางทีแ่ ข็งแรง ตามรปู
2. วิธีจับยึดกับพ้ืน
สวนใหญน ิยมใชในการสรางเรือ
ขอดี
- ในกรณีโครงสรา ง กงทางต้ัง และกงทางขวาง ชาํ รุดมาก การจบั ยึดกบั พื้นชว ยไดดกี วา การจับยึดกับตัวเรือ
Page 23 of 28
ขอ เสีย
- โครงสรา งเกะกะดา นลาง เวลาเปล่ียนตําแหนง จอดเรอื เมื่อลากเรอื แลวสวนที่คํา้ ยนั อยูก ับพนื้ คานเลอ่ื น
จะเกิดการบดิ ตวั เนื่องจากแรงกระชาก
เมอ่ื พบวา โยงโยผิดศนู ยจ าํ เปน ตอ งต้ังศูนยใ หม
1. ทาํ การขงึ ลวดแบบเดิมแตใ หม าปรับต้ังศนู ยทก่ี ระบอกเพลา ตวั ท่ีทองเรอื ทาํ ตามวธิ เี ดิม แตให
ปรับแตง เวลาทอ่ี ากาศเยน็ เทยี บพอกบั กับในขณะเรอื อยูในน้ําคือเวลา 0400 – 0500 น. เม่อื ไดคา แลว ลอก
เปาใหแ นน หา มขยับเปา
2. ดาํ เนนิ การเตรยี มตัดขาโยงโย โดยการทํากลอ งรบั โยงโยเ พอ่ื ใหปรบั โยงโยขนึ้ ลงได และใหเ คลอ่ื น
ไป ซาย – ขวา ไดด ว ย
3. เม่อื ตดั ขาโยงโยออกแลว ใหข ยับโยงโยเขาหาศนู ยก ลางของเสนลวด ใหหวั และทา ยของโยงโยอยู
ในแนวกึ่งกลางของเสนลวด
4. เมอื่ โยงโยอยใู นแนวศูนยก ลางของเสน ลวด ใหก ลบั ไปเชค็ เสนลวดใหม ตามสภาพของเวลา เชา
สาย และบาย ดผู ลการกระทบการรับแสงตะวนั แลว จดบนั ทึกประมวลผล เพ่ือปรับแตง โยงโย เทยี บกบั
ตอนเชาทต่ี ้ังศนู ย
5. ทําการปรับโยงโย ไปทาง ซา ย ขวา ขึน้ และลง ดว ยสลักปรับแตง
6. ปญหาของโยงโย ขณะทาํ การเชือ่ มจะมีปญ หาการดงึ ตวั ของเนื้อเหล็กทข่ี าโยงโย การดึงจะเปน การ
ดงึ ข้นึ ดา นบน ควรเผื่อระยะการดงึ ตวั ของการเชื่อมประสานลงลางประมาณ 4 มม.
7. ทาํ การลอ กขาโยงโย ระหวา งแนวตั้ง หรือแนวเชื่อม
8. ทาํ เหล็กยนั โยงโย คาํ้ ยันทพ่ี น้ื ทองเรอื ตอ งยันใหแ ข็งแรง เพราะแรงเคน จากการแลน ประสานอาจ
ทาํ ใหโ ยงโยผิดศูนยอ กี หลังการประสานขาโยงโยเ สร็จ
9. ทําการเชอ่ื มตามวิธกี ารท่ถี กู ตอ งตาม WPS. พรอ ม ตรวจสอบแนวดงึ ตลอดเวลาหลังจากการแลน
ประสานไปขณะหนึ่ง ปฏิบตั ิอยางนจี้ นเสรจ็ กระบวนการแลน ประสาน
! เทคนคิ
การเชค็ คาของเสนลวดตองทําในตอนเชา มืด เวลา 0400 – 0500 น.
Page 24 of 28
!!!!! ขอ ควรระวงั
- ตอ งใหนา้ํ หนักของลกู ตมุ เหมาะสมกบั ขนาดของความยาวเสน ลวด
- ในขณะขงึ เสน ลวดไวตอ งระวังคนเดินชน
- การทํางานบรเิ วณขา งเคยี งตองไม เคาะ ตี กระแทก หรอื ทําอยางใดอยางหน่ึงใหเสนลวดหรือเปาหาศนู ยเ คลอ่ื น
- หลงั จากเก็บขอ มูลตัวเลขแลว ควรเก็บลวด หรืออยาขึงตึงตลอดเวลาเพลาะอาจมีคนเดินชนหรอื ถูกสะเก็ดไฟจาก
การแลนประสาน อาจทาํ ใหลวดขาด
- การทํางานบริเวณใกลๆกนั
- ชวงตอฤดูกาลตาง ๆ ฝน หนาว ( เด๋ียวเปย ก-แหง ) ทําใหเ กดิ การบดิ ตัวของตัวเรอื
- การลากเปลย่ี นตําแหนง ของการจอดเรอื
- โครงสรางภายในของตัวเรือชํารุดมาก
ข้ันตอนการประกอบเพลา
1. นาํ เพลาท่ีหาคาตางๆไดแ ลว มาประกอบท่ีเรือ
2.ทาํ การประกอบหนาแปลนเพลาเขา กับเพลา
3. ประกอบใบจักรเขา กับเพลา
4. ทาํ การวดั คา ระหวางหนาแปลนเพลา กบั หนา แปลนเกียร
5. ดงึ ใหห นาแปลนเพลากับหนาแปลนเกียรหา งกนั ประมาณ 1 ซม. เพอ่ื ทาํ การเชค็ ศูนยร ะหวา งหนา แปลน
แลวเชค็ Clearances ระหวา งบูชกบั เพลา
6. ประกอบแปกก้ิงกนั นํ้าทก่ี ระบอกดฟี ตุ
7. ประกอบโกรงครอบเพลาเขาท่ีเดมิ พรอมนัทลอ กบชู
8. นาํ เรอื ลงนํา้ ทิง้ ไว 3 วนั เพื่อใหส ภาพเรอื เขาทก่ี ลับสูส ภาพเดมิ แลว ทาํ การกวาดเชค็ คา หาศนู ยระหวา ง
หนา แปลนเพลากับหนาแปลนเกยี ร
9. เม่อื ทําการปรบั แตงคาไดแ ลว ประกอบหนา แปลนเพลาเขา ดว ยกันกบั หนาแปลนเกียร กวดสลกั ปรบั แตง
ตวั แปก ก้ิงอดั นํ้าใหเ ขา ท่ี
10. ประกอบอปุ กรณท ่ีถอดออกเขา ท่ีเดิม
Page 25 of 28
กระบวนการสอบหาศนู ยเ พลาใบจกั รในการซอ มทาํ ตวั เรอื
แบงออกเปน 3 ขน้ั ตอน
1. กอ นการซอ มทํา แบง เปน 2 ข้นั ตอน
1.1 กอนนําเรอื ขนึ้ ซงิ คโ ครลฟิ ท
1.1.1 เพลาใบจักร
- ตรวจสอบคา การสั่นสะเทือน (ทดลองเรอื ในทะเล)
- เก็บคา ระยะการถา ง Gap และการตก Sag เชงิ มุมและเชิงขนานของหนา แปลนเพลากอนนาํ เรือข้ึน
1.2 หลงั นาํ เรือขึ้นซงิ คโ คลฟิ ท
1.2.1 ใบจักร
- ถอดดุมใบจักร
- ถอดใบจกั ร
- นําใบจักรไปหาสมดุล (Balance)
1.2.2 แบรง่ิ รับเพลาใบจกั ร
- เกบ็ คา ระยะกนั เบียดของแบริ่ง (Clearance)
1.2.3 เพลาใบจักร
- เกบ็ คา ระยะ Gap & Sag เชิงมมุ และเชงิ ขนานของหนาแปลนเพลาอกี ครงั้
- ชักเพลาใบจกั ร
- นําเพลาใบจกั รไปหาศูนย แกไ ขปลอกรดั เพลา
1.2.4 โยงโยร ับเพลาใบจกั ร
- ทาํ การหาศนู ย โดยวิธีขึงลวด ระหวา งกระบอกดฟี ตุ กับโยงโยรบั เพลาใบจักร
- ในกรณีคาเฉลยี่ การผดิ ศนู ยไ มเ กนิ 4 มม.ตอ งทาํ การจบั ยึดโยงโย
- ถาคาเฉล่ียระหวางคา ดานหัวกบั ดา นทา ย มคี า เฉลย่ี เกนิ 4 มม. ไมต อ งทําการจบั ยดึ โยงโยจะ
ดาํ เนนิ การแกไ ขภายหลงั เนอื่ งจากผิดศูนยเ กินเกณฑก าํ หนด
2. ขณะทาํ การซอ มทาํ
2.1 ตัดเปลีย่ นแผนเหลก็
2.2 ระหวา งการ ตดั เปลี่ยนแผนเหลก็ ทําการหาศูนย โดยวธิ ีขึงลวดระหวา งกระบอกดฟี ุตกบั โยงโยร บั
เพลาใบจกั รอกี ครัง้
2.3 นาํ แผน เหลก็ ใหมมาประกอบ
2.4 ทาํ การแลนประสาน
Page 26 of 28
2.5 ระหวางการ ทําการแลน ประสานทําการหาศนู ย โดยวิธขี งึ ลวดระหวางกระบอกดฟี ุตกบั โยงโยร บั
เพลาใบจักรอกี ครงั้
2.6 แลนประสานแลว เสร็จทําการหาศูนยโดยวธิ ีขึงลวดระหวางกระบอกดีฟตุ กบั โยงโยรับเพลาใบจักร
อีกครัง้
3. หลังการซอมทาํ
3.1 ตรวจสอบแนวเช่อื มโดยแผนกควบคมุ คณุ ภาพ กรง.ฐท.สส.
3.2 นําเพลาท่ผี า นการหาศนู ยแ ละแกไ ขปลอกรัดเพลาแลว มาประกอบ
3.3 เก็บคาระยะ Gap & Sag
3.4 นาํ ใบจกั รที่หาสมดุลแลวมาประกอบ
การตรวจสอบศนู ยหลังการตดิ ต้ัง
ในการปฏบิ ัตจิ รงิ ใชแ มแ รงกดวดั ที่ปลายเพลาได 160 กก. เม่ือรอ ยสลักตอ หนา แปลนเกยี รเ ขา กบั
หนา แปลนของเพลาทดลองหมุนเพลาแลว ใช Strain Gauge วดั Strain ท่ปี ากกระบอกดฟี ตุ เมอื่ คาํ นวณความ
เคน แลว ไดค าเทากับ 0.67 กิโลกรัมตอ ตารางมิลลเิ มตร เม่ือเทยี บกับ Yield Strength ของวสั ดทุ าํ เพลา (คือ
เหล็ก SEA 1045) ซง่ึ เทากับ 50 กิโลกรมั ตอตารางมลิ ลิเมตรแลว มคี วามปลอดภัย (Safety Margin) สูงมาก
Page 27 of 28
Check List
ขนั้ ตอนการหาศนู ยเพลาใบจกั รในการซอมทําตวั เรือ
ตรวจสอบคา การส่ันสะเทือน (ทดลองเรอื ในทะเล)
เกบ็ คา ระยะการถา ง Gap และการตก Sag เชิงมมุ และเชงิ ขนานของหนาแปลนเพลากอ นนําเรอื ข้นึ
ถอดดมุ ใบจกั ร/ถอดใบจกั ร/นําใบจกั รไปหาสมดลุ
เกบ็ คา ระยะกนั เบยี ดของแบริ่ง
เกบ็ คา ระยะ Gap และ Sag เชงิ มุมและเชิงขนานของหนา แปลนเพลาอีกครั้ง
ชักเพลาใบจกั ร/นาํ ไปหาศนู ยแกไ ขปลอกรดั เพลา
ทําการหาศนู ยโดยวธิ ีขงึ ลวดระหวา งกระบอกดฟี ตุ กบั โยงโยรบั เพลาใบจกั ร
ในกรณคี า เฉล่ยี การผดิ ศนู ยไ มเกนิ 4 มม. ตอ งทาํ การจบั ยึดโยงโย
ถา คา เฉล่ยี ระหวางคา ดา นหวั กบั ดา นทา ย มีคา เฉลี่ยเกนิ 4 มม. ไมตอ งทําการจบั ยดึ โยงโย
โดยจะดําเนินการแกไ ขภายหลังเนอ่ื งจากผิดศนู ยเกนิ เกณฑกําหนด
จบั ยดึ โยงโยร องรับเพลาใบจกั ร
ตดั เปล่ียนแผน เหล็ก
ระหวางการตดั เปล่ียนแผน เหลก็ ทาํ การหาศนู ยโ ดยวิธขี ึงลวดระหวา งกระบอกดฟี ตุ กบั โยงโยรับเพลา
ใบจกั รอกี ครั้ง
นําแผนเหล็กใหมมาประกอบ
ทาํ การแลนประสาน
ระหวา งการตดั เปลี่ยนแผนเหล็กทําการหาศนู ยโดยวิธขี ึงลวดระหวา งกระบอกดฟี ตุ กบั โยงโยรับเพลา
ใบจกั รอกี ครั้ง
แลน ประสานแลวเสรจ็ ทาํ การหาศนู ย โดยวิธขี งึ ลวดระหวางกระบอกดฟี ตุ กบั โยงโยรบั เพลาใบจกั รอีกครั้ง
ตรวจสอบแนวเชื่อม
นาํ เพลาที่ผานการหาศนู ยและแกไ ขปลอกรดั เพลาแลว มาประกอบ
เกบ็ คา ระยะ Gap และ Sag
นาํ ใบจกั รท่ีหาสมดลุ แลวมาประกอบ
หนา 1 ของ 1 หนา
Page 28 of 28