The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การควบคุมระบบนิวแมติกส์และไฮดรอลิก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-08-02 01:59:58

การควบคุมระบบนิวแมติกส์และไฮดรอลิก

การควบคุมระบบนิวแมติกส์และไฮดรอลิก

Keywords: การควบคุมระบบนิวแมติกส์และไฮดรอลิก

1

หน่วยที 9
การควบคุมระบบนิวแมตกิ ส์และไฮดรอลกิ

หัวข้อเรือง
9.1 ระบบนิวแมติกส์
9.2 การออกแบบวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า
9.3 การควบคุมการทํางานแบบต่อเนือง
9.4 หลักการเขยี นรหัสอุปกรณ์ในวงจรนิวแมตกิ ส์ไฟฟ้ า
9.5 ขั นตอนการออกแบบวงจรการทํางานแบบต่อเนือง
9.6 ระบบไฮดรอลิก
9.7 การใช้งานระบบไฮดรอลกิ
9.8 วงจรไฮดรอลิกไฟฟ้ า

ผลการเรียนรู้ทีคาดหวัง
9.1. อธิบายระบบนิวแมตกิ ส์ได้
9.2. บอกขั นตอนการออกแบบวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ าได้
9.3. บอกการควบคมุ การทํางานแบบต่อเนืองได้
9.4. อธิบายหลักการเขยี นรหัสอุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ าได้
9.5. ออกแบบวงจรการทํางานแบบต่อเนืองได้
9.6. อธิบายระบบไฮดรอลิกได้
9.7 อธิบายการใช้งานระบบไฮดรอลิกได้
9.8 ออกแบบวงจรไฮดรอลิกไฟฟ้ าได้

2

หน่วยที 9
การควบคุมระบบนิวแมตกิ ส์และไฮดรอลิก

9.1 ระบบนิวแมติกส์

ระบบนิวแมติกส์ปัจจุบัน การควบคุมเครืองจักรกล จะไม่ใช้อุปกรณ์ให้สัญญาณด้วยลม
เพยี งอย่างเดยี ว ในปัจจบุ ันได้นําวาล์วทีควบคุมการเลือนดว้ ยโซลินอยด์มาใชก้ ันอยา่ งแพร่หลาย
เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น การควบคุมและออกแบบวงจรการทํางานง่ายกว่า ต่อเข้ากับ
โปรแกรมเมเบลิ คอนโทรลเลอร์ได้ ประหยัดเนือทีในการติดตั งอุปกรณ์ ราคาของระบบถูกกว่า
ส่วนของวงจรควบคุมจะใช้ระบบไฟฟ้ าเข้ามาแทนระบบลม ในระบบนิวเมติกส์ทีควบคุมด้วย
ระบบไฟฟ้ า แบ่งได้เป็น 2 วงจร

1. วงจรนิวเมติกส์ หรือเรียกว่าวงจรกําลัง ซึ งในวงจรนิวเมติกส์จะประกอบด้วยอุปกรณ์
ดังนี

1) อุปกรณ์ทํางานซึงประกอบ ด้วยอุปกรณ์ทํางานในแนวเส้นตรง อปุ กรณ์
ทํางานในแนวหมุน อุปกรณ์ทํางานในแนวแกว่ง

2) วาลว์ ควบคุมทิศทาง ประเภทของวาลว์ ควบคุม เช่น วาล์ว 3 / 2 วาลว์ 4 / 2
และวาล์ว 5 / 2

3) อปุ กรณ์ควบคุมความเร็วอปุ กรณ์ทํางาน
4) อปุ กรณ์ต้นกําลัง
5) อุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพลม
6) อปุ กรณ์ในระบบทอ่
2. วงจรควบคุม ซึงในวงจรควบคุมนั นจะควบคุมด้วยอุปกรณค์ วบคุมไฟฟ้ า อุปกรณ์ที
ใช้ควบคุมในระบบนิวเมติกส์ทปี ระกอบด้วย
1) สวิตซ์ชนิดต่างๆ เช่น สวิตซ์แบบปุ ่ มกด สวิตซ์แบบค้างตําแหน่ง ลิมิต
สวิตซ์ สวิตซแ์ รงดัน เซนเซอร์สวิตซ์
2) รีเลย์ (Relay)
3) เลทชิงรีเลย์
4) รีเลย์ตั งเวลา
5) โซลนิ อยด์วาล์ว

3

9.2 1การออกแบบวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า

งานควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม จะมีลักษณะของวงจรการทํางานทีแตกต่างกนั
ขึนอยู่กับการนําไปใช้งานของเครืองจักรกลนัๆน ดังนั นการออกแบบวงจรให้เหมาะสมกับการใช้
งานของเครืองจักรจงึ มีความสาํ คัญเป็นอยา่ งยิง เพราะจะเกิดผลของงานทมี ีประสิทธิภาพ อีกทั งยัง
สามารถประหยัดราคาของอปุ กรณ์ทีใชง้ านอีกด้วย การออกแบบวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ าได้กําหนด
ขั นตอนการออกแบบไว้เป็นลําดับดังนี

ขันตอนที 1 เลือกชนิดของกระบอกสูบ การเลือกชนิดของกระบอกสูบนั น เราพิจารณาจาก
ลักษณะงานโดยคํานึงถึงแรงทีต้องการใช้และระยะชักของกระบอกสูบถ้างานต้องการแรงไม่มาก
นักและระยะชกั ของกระบอกสูบไม่เกิน 10 เซนติเมตรจะเลอื กใชก้ ระบอกสูบทํางานทางเดียว
ส่วนงานทีตอ้ งการแรงกระทํามากและ ระยะชักทียาวกว่า 10 เซนตเิ มตร จะเลือกใช้กระบอกสูบ
ทํางาน 2 ทาง

ภาพที 9.1 แสดงการเปรียบเทยี บกระบอกสูบทางเดียวและกระบอกสูบสองทาง
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริง จํากัด2542 : 156 )

ขันตอนที 2 หาขนาดของกระบอกสูบ

การหาขนาดของกระบอกสูบ สามารถหาได้จากสูตรและนํ าหนักของภาระทีกระบอกสูบ

ได้ ดังนี

A =F
A (วงกลม)
P

=  D2

4

1 มนูญ ชมื ชม นิวแมติกส์ไฟฟ้าเบืองต้น พิมพ์ครั งที 2 :2535 หน้า 141

4

D= 4F

P

P = แรงดันของระบบ6 บาร์ = 6 x 105N/m2

F = แรงทีกระบอกสูบต้องการกระทํากับงาน 1 กิโลกรัม (แรง) 9.81 N  10 N

ตัวอย่าง ถ้าตอ้ งการใหก้ ระบอกสูบยกนํ าหนัก20 กิโลกรัม จงหาขนาดของกระบอกสูบทีใช้

F = 1.2 x W = 1.2 x 20 = 24 Kg

F = 24 กิโลกรัม = 24 x 10 = 240 N

P = 6 บาร์ = 6 x 105 N/m2

D= 4F
P

= 4  240N  m2

  6 105 N

D = 0.0226 m = 22.6 mm

ขนาดของกระบอกสูบมีเส้นผ่าศูนย์กลาง เท่ากับ 22.6 มิลลิเมตร เป็ นขนาดทีสามารถ

ยกแรงได้ 20 กิโลกรัม และยังเป็นขนาดทไี ม่ได้มาตรฐานของกระบอกสูบต้องไปเทยี บมาตรฐาน

ของกระบอกสูบทีมีขายในท้องตลาด ซึ งจะต้องเลือกขนาดโตถัดไปคือขนาดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง

เท่ากับ 25 มลิ ลิเมตร

ขันตอนที 3 หาชนิดของเมนวาล์ว (Main valve)

การหาชนิดของเมนวาลว์ นั น เราสามารถหาได้จากชนิดของอุปกรณ์ทํางานและลักษณะ
การทํางานของเครืองจักรโดยมลี ําดับขั นตอนดังนี

ทางต่อของวาล์ว

ใช้วาล์ว 3 ทาง ใช้วาลว์ 4 หรือ 5 ทาง

ภาพที 9.2 แสดงการเปรียบเทียบการเลือกเมนวาลว์ กระบอกสูบทางเดียวและกระบอกสูบสองทาง
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจิเนียริง จํากัด 2542 : 158 )

5

ตาํ แหน่งของวาล์ว หาได้จากลักษณะงานทตี ้องการ ถ้าเครืองจักรกลนิวแมติกส์ต้องการสภาวะ
การทํางาน 2 ตําแหน่ง ก็ต้องเลือกใช้วาล์ว 2 ตําแหน่ง และถา้ ตอ้ งการสภาวะการทํางาน 3
ตําแหน่งกต็ ้องใชว้ าลว์ 3 ตําแหน่ง ดังแสดงในรูป

ภาพที 9.3 แสดงสภาวะการทํางาน 2 ตําแหน่งกระบอกสูบทางเดียวและสองทาง
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 158 )

ขันตอนที 4 เลือกสวิตซ์ควบคุมให้เหมาะกับเมนวาล์วและลักษณะการทาํ งานของเครืองจักร

ชนิดของสวิตซ์ ลักษณะงาน
สวิตซ์แบบกด (Pushbutton Switch) การท ํ างานเป็ นจ ั งหวะ
สวิตซ์แบบลอ็ ก (Rocker Switch) การทํางานค้างตําแหน่ง
ลิมิตสวิตซ์ (Limit Switch) สั งการโดยทางกล
ไทมเ์ มอร์รีเลย์ (Timer relay) การทํางานด้วยการหน่วงเวลา

ตัวอย่างที 1 การทํางานของกระบอกสูบเป็ นจังหวะ

วงจรกําลงั วงจรควบคุม

L+ K1 13
S1.2 14

S1.4

Y1.2

K1 Y1.2
L-

ภาพที 9.4 แสดงการทํางานเป็นจังหวะ
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจิเนียริ ง จํากัด2542 : 160)

6

การออกแบบวงจรขันบันได
ตัวอย่างที 2 การทํางานของกระบอกสูบค้างตําแหน่ง

ภาพที 9.5 แสดงการทํางานค้างวงจรตําแหน่ง
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจิเนียริ ง จํากัด2542 : 160)
การออกแบบวงจรขันบันได

ขันตอนที 5 เลือกอุปกรณ์ควบคุมความเร็วของกระบอกสูบ
การเลือกอุปกรณ์ควบคุมความเร็วของกระบอกสูบ จะเลือกได้จากลักษณะงานว่าการเคลอื นทีออก
ต้องการความเร็วสูงใช้วาล์วเร่งระบาย (Quick exhaust)

7

ลกั ษณะการเคลอื นที อุปกรณ์ทีใช้
เคลือนทีเร็ว วาลว์ เร่งระบาย

เคลือนทีช้า

วาลว์ ควบคมุ การไหลทางเดยี ว

ขันตอนที 6 เงอื นไขพิเศษ
เงือนไขพเิ ศษในทีนี หมายถงึ การคํานึงเงือนไขพิเศษของวงจรทํางานของเครืองจักรเช่น มีระบบ
ป้ องกันจะต้องกด 2 มือเท่านั น ถึงจะทํางานหรือจะตอ้ งปิ ดฝาเครืองจักรก่อนจึงจะสตาร์ทให้
เครืองทํางานได้

ตัวอย่างที 1 การทํางานนิวแมติกส์ไฟฟ้ างานปัมชนิดงานขึนรูป

ภาพที 9.6 แสดงงานปั มชนิดงานขึ นรูป
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 161 )

8

ขันตอนการออกแบบวงจรงานปัมชนิดงานขึนรูป
1. เลือกชนิดของกระบอกสูบ ใช้กระบอกสูบทํางาน 2 ทาง
2. เลือกขนาดของกระบอกสูบ
3. เลือกชนิดของเมนวาล์ว ใช้เมนวาล์ว 5/2 เลือนวาล์วด้วยโซลีนอยด์ เลือนกลับดว้ ย

แรงสปริงเพราะต้องการสภาวะงาน 2 ตําแหน่งและการทํางานเป็นจังหวะ
4. เลือกสวิตซค์ วบคมุ ใชส้ วิตซ์แบบกดเพราะการทํางานเป็นจังหวะ
5. เลือกอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว เคลือนทีออกต้องการความเร็วสูงใช้วาลว์ เร่งระบาย

เคลือนทเี ข้าต้องการความเร็วชา้ ใชว้ าลว์ ควบคุมการไหลทางเดียว
6. เงือนไขพิเศษ งานปั มชิ นงานชนิดขึ นรูปควรมีระบบป้ องกนั คือกด 2 มือเท่านั น

เครืองจักรจึงจะทํางานดังนั นเอาสวิตซ์แบบกด2 ตัวมาต่ออนุกรมกัน
วงจรการทาํ งาน

ภาพที 9.7 แสดงวงจรการทํางานวงจรกําลังและวงจรควบคุม
ทีมา (อาคม โอชโร 2550 : 433)

9

คําอธิบายวงจร

เมือกดสวิตซ์แบบกดปล่อย S1.2 หรือ S1.4 เพียงตัวเดียววงจรจะไม่ทํางาน จะต้องกด
สวิตซ์ทั งสองตัวเทา่ นั น จึงจทะําให้มีกระแสไหลผ่านโซลีนอยด์วาล์ว Y1.2 โซลีนอยด์จะมอี ํานาจ
แม่เหล็กเอาชนะแรงดันสปริงเลือนเมนวาล์ว เป็ นผลทําให้กระบอกสูบเคลือนทีออกด้วยความ
รวดเร็ว เนืองจากวาล์วเร่งระบายเป็ นตัวช่วยระบายลมออกจากกระบอกสูบให้เร็วขึ น และเมือ
ปล่อยสวิตซ์ตัวใดตัวหนึงสวิตซ์จะตัดวงจรไม่ให้มกี ระแสไฟฟ้ าไหลผา่ นโซลีนอยด์ โซลนี อยด์จะ
หมดอํานาจการเป็ นแม่เหล็กสปริงจะเลือนเมนวาล์วให้กลับสภาพเดิมเป็ นผลให้กระบอกสูบ
เคลือนทเี ข้าชา้ เพราะปริมาณทีระบายลมออกจากกระบอกสูบจะถูกควบคุมด้วยวาล์วควบคุมการ
ไหลทางเดียว

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC S1.4 = X0001
กําหนดตําแหน่งอินพตุ และเอาต์พุต
อินพุต S1.2 = X0000
เอาต์พตุ K1 = Y0020

การออกแบบวงจรขันบันได

ตัวอย่างที 2 งานควบคุมการปิ ดเปิ ดช่องลมหลังคา โดยปกติหลังคาในโรงงานอุตสาหกรรมไม่มี
ช่องลม ส่วนใหญจ่ ะใช้เพียงแผ่นหลังคาใส เพอื ให้มีแสงสว่างผ่านเข้าไปในโรงงานได้ ทําใหเ้ กิด
การประหยัดพลังงานไฟฟ้ า แต่การตดิ ตั งลักษณะนี ก็ยังมีข้อเสียคอื ไม่สามารถระบายอากาศร้อน
ออกจากโรงงานได้ ซึงในฤดูร้อน ถ้าระบายอากาศร้อนในโรงงานไม่ดพี อจะทําให้ไม่มีบรรยากาศ
การทํางาน ดังนั นในโรงงานอุตสาหกรรมทที ันสมัยช่องลมหลังคาสามารถควบคมุ การปิ ด-เปิ ดได้

เงือนไขการทํางาน ควบคุมการทํางานด้วยกระบอกสูบทํางานสองทาง ควบคุมการ
ทํางานด้วยมือ โดยสวิตซ์ Pushbutton สามารถควบคุม ปิ ด-เปิ ด ช่องลมหลังคาได้สองตําแหน่ง
สามารถควบคุมค้างตําแหน่งได้ การเคลอื นทีเข้าและออกของกระบอกสูบสามารถควบคุมความเร็ว
ให้ช้าหรือเร็วได้ มีหลอดสัญญาณแสดงเมือช่องลมหลังคาปิดสนิท

10
ภาพที 9.8 แสดงงานควบคุมการปิดเปิดช่องลมหลังคา

ทมี า (อาคม โอชโร 2550 : 433)

ภาพที 9.9 แสดงวงจรกําลัง และวงจรควบคุมการปิดเปิ ดช่องลมหลังคา
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 164)

11

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC S1.4 = X0001 S1.3 = X0002
กําหนดตําแหน่งอินพุตและเอาต์พตุ S1.7 = X0004 K2 = Y0022
อินพตุ S1.2 = X0000 K2 = Y0021
S1.5 = X0003
เอาต์พุต K1 = Y0020

การออกแบบวงจรขันบันได

9.3 การควบคุมการทํางานแบบต่อเนือง (Sequence Control)

วิธีแสดงขันตอนการทํางานแบบต่อเนืองวงจรการทํางานของเครืองจักรทใี ช้การควบคุม
ด้วยระบบนิวแมติกส์ไฟฟ้ าจะต้องมกี ารควบคุมการทํางานอยา่ งต่อเนือง โดยเฉพาะเครืองจักรทีมี
การทํางานแบบอัตโนมัติการควบคุมการทํางานแบบต่อเนืองนี จะเป็นวงจรการทํางานทีประกอบ
ไปด้วยกระบอกสูบตั งแต่สองตัวขึ นไปการทํางานของกระบอกสูบต่างๆ ในวงจรการควบคุมจะ
สัมพันธ์และต่อเนืองกัน การแสดงขั นตอนการทาํ งานของวงจรมักจะแสดงอยู่ในรู ปของ
ไดอะแกรมเป็นหลัก เพราะสามารถเข้าใจไดง้ า่ ยไม่ยุ่งยากในการตรวจสอบและออกแบบวงจร วธิ ี
แสดงขั นตอนการทํางานของวงจรแบ่งออกเป็น4 วิธี ดังนี คือ

1) Alphabetic sequence การแสดงขั นตอนการทํางานของกระบอกสูบต่างๆ โดยใช้
อักษรภาษาอังกฤษหรือตัวเลขทีมีหลังจุดทศนิยมเป็ นศูนยผ์ สมกับเครืองหมาย + และ - มี
หลักเกณฑ์ดังนี ตัวอักษรใหญ่หรือตัวเลขทีมีหลังจุดทศนิยมเป็ นศูนยห์ มายถึง อุปกรณ์การทํางาน
เช่น กระบอกสูบ โดยตัวใดทํางานก่อนจะได้รับอักษรก่อน เช่น A, B, C หรือ 1.0 , 2.0, 3.0

เครืองหมาย + หมายถึง ก้านสูบเคลือนทีออก เช่น A+, B+ หรือ 1.0+, 2.0+
เครืองหมาย – หมายถึง ก้านสูบเคลือนทีเข้า เช่น A–, B– หรือ 1.0 - , 2.0-

12

ตวั อย่างที 1

Sequence แสดงว่า

Start เครืองมี 2 กระบอกสูบการทํางานของเครืองใน 1 cycle มี 4 Step 4 Motion

A+ ก่อนการ Start กระบอกสูบ A อยูใ่ นตําแหน่ง ออกสุด เข้าสุด

B+ ก่อนการ Start กระบอกสูบ B อยใู่ นตําแหน่ง ออกสุด เข้าสุด

A-

B–

ตวั อย่างที 2 แสดงว่าการทํางานของเครืองใน 1 Cycle มี 3 Step 4 Motion เข้าสุด
Sequence ก่อนการทํา Step กระบอกสูบ A ในตําแหน่ง ออกสุด เข้าสุด
A+ ก่อนการทํา Step กระบอกสูบ B ในตําแหน่ง ออกสุด
B-
A- B+

2) Motion-Step diagram การแสดงขั นตอนการทํางานโดยใช้ไดอะแกรม
ความสมั พันธร์ ะหว่างการเคลือนทีของก้านสูบกับจังหวะในการทํางานทําได้โดยตั งแกนขึ นมา2
แกน แกนตั ง หมายถึง ระยะทางเคลอื นทขี องกา้ นสูบ เส้น In (0) หมายถึง ก้านสูบเข้าสุด เส้น
Out (1) หมายถึง ก้านสูบออกสุด แกนนอน หมายถึงจังหวะการทํางาน

01234
1
out

Stroke

in
2

Step 1 Step 1 Step 1 Step 1

ภาพที 9.10 แสดง Motion- Step diagram
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 165)

13
ตวั อย่าง 1 การเขียน Motion Step diagram แสดงขั นตอนการทํางานของวงจรนิวแมติกส์สอง
กระบอกสูบ

ภาพที 9.11 แสดงการเขยี น Motion Step diagram
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 165)

14

ภาพที 9.12 แสดงวงจรกําลัง และวงจรควบคุมกระบอกสูบสองกระบอกสูบ
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นียริ ง จํากัด2542 : 166)

3) Motion Time diagram การแสดงขั นตอนการทํางานโดยใช้ไดอะแกรม
ความสมั พันธ์ระหว่างการเคลือนทีของกา้ นสูบกับเวลา โดยตั งแกนขึนมา2 แกน

แกนตั ง ระยะทางเคลือนทขี องก้านสูบ
เส้น In (0) หมายถึงกา้ นสูบเขา้ สุด
เสน้ Out (1) หมายถงึ ก้านสูบออกสุด
แกนนอน แทนเวลาทีใช้ในการทํางาน

ภาพที 9.13 แสดง Motion Time diagram
ทีมา (บริษัท เทคนิคอม เอนจเิ นยี ริ ง จํากัด 2542 : 166)

15
ตวั อย่าง การเขียน Motion Time diagram แสดงขั นตอนการทํางานของวงจรสองกระบอกสูบ

ภาพที 9.14 แสดงการเขียน Motion Time diagram
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจิเนียริ ง จํากัด2542 : 167)

4) Alphabetic with signal flow Diagram การแสดงขั นตอนการทํางานของก้านสูบ

โดยใช้อักษรผสมกับเครืองหมาย + และ – พร้อมทั งโยงลูกศรแสดงการส่งสัญญาณของการ

ควบคุมวาล์ว มีหลกั เกณฑ์ดังนี ตัวอักษรใหญ่หรือตัวเลขทีมีจุดทศนิยมเป็นศูนย์ หมายถึง

อปุ กรณ์ทํางาน เช่น กระบอกสูบใดทํางานก่อนจะได้รับอักษรหรือตัวเลขก่อน

เครืองหมาย + หมายถงึ ก้านสูบเคลือนทีออก

เครืองหมาย - หมายถึง การสูบเคลือนทีเข้า

เครืองหมาย หมายถงึ การไหลของสญั ญาณหรือความสมั พันธ์ของเหตุการณ์

A+ B+ A- B-

str a1 b1 a0 b0

ภาพที 9.15 แสดง Alpharbatic with signal flow Diagram
ทมี า (บริษัท เทคนิคอม เอนจิเนียริ ง จํากัด2542 : 168)

16

9.4 หลักการเขียนรหสั อุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า

ในการเขียนรหัสวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า จําเป็ นต้องมมี าตรฐานการเขียนรหสั อปุ กรณ์
ต่างๆ ให้ถูกต้องและมีความเข้าใจตรงกัน เพือสะดวกในการอ่านและออกแบบวงจร ใน
ขณะเดียวกันอุปกรณ์ทุกชิ นของเครืองจั กรกลจะต้องมีหมายเลขกํากับด้วยเพือใช้ในการอ้างอิงวงจร
และตรวจสอบวงจรในกรณีทีการทํางานของเครืองจักรกลเกิดขัดข้อง ซึ งการมีรหัสอุปกรณ์ใน
วงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า การกําหนดหมายเลขอุปกรณ์ในวงจรนิวแมติกส์ไฟฟ้ า นิยมใช้กันอยู่ 2
ระบบ คอื ระบบใชต้ ัวอักษรและระบบใช้ตัวเลข

1) อุปกรณ์ทํางาน ตัวเลขหลังจากจดุ ทศนิยมจะเป็ นเลข 0 ส่วนตัวเลขหน้าจุดทศนิยม
จะบอกถึงอุปกรณ์ทํางานตัวทีเทา่ ไร เช่น 1.0, 2.0, 3.0 n.0

2) เมนวาล์ว ตัวเลขหลังจดุ ทศนิยมจะเป็นเลข 1 ส่วนตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะบอกวา่
เป็นเมนวาล์วของตัวทํางานตัวทเี ทา่ ไร เช่น 1.1 2.1 3.1 n.1

3) อุปกรณ์ควบคมุ ความเร็ว อปุ กรณค์ วบคุมความเร็วก้านสูบเคลือนทีออก ตัวเลขหลัง
จุดทศนิยม 0 เลขคู่ เช่น 1.02 1.04 2.02 2.04 อปุ กรณค์ วบคมุ ความเร็วก้านสูบเคลือนทเี ข้าด้วย
ตัวเลขหลังจุดทศนิยมศูนย์ เลขคี เช่น 1.01 1.03 2.01 ส่วนตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะบอกถงึ ว่า
เป็นอปุ กรณค์ วบคุมความเร็วของอุปกรณ์ทํางานตัวทีเทา่ ไร

4) แหล่งจ่ายลม แหลง่ จ่ายลมเป็นอุปกรณ์ทีไม่มีผลต่อการบังคับทศิ ทางของก้านสูบจะ
ใช้ตัวเลขหน้าทศนิยมเป็นศูนย์ เชน่ 0.1 0.2 0.3

5) อปุ กรณใ์ ห้สัญญาณในระบบนิวแมติกส์ไฟฟ้ า ส่วนใหญ่จะเป็นสวิตซแ์ บบต่างๆ ตัว
เลขทีกําหนดไว้ทีอปุ กรณ์จะมรี หัส ดังนี ตัวเลขหลังจดุ ทศนิยมเป็นเลขคมู่ ีผลทําให้กระบอกสูบ
เคลอื นทีออก ส่วนตัวเลขหน้าจดุ ทศนิยมจะบอกถึงอุปกรณ์ตัวทํางานตัวทเี ท่าไรทีเคลือนทีออก
เช่น S1.2, S1.4, S2.2, S2.4 เป็นต้น ตัวเลขหลังจดุ ทศนยิ มเป็นตัวเลขคีมีผลทําให้กระบอกสูบ
เคลือนทีเข้า ส่วนตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะบอกถงึ อปุ กรณท์ ํางานตัวทีเทา่ ไรเคลอื นทีเข้า เช่น
S1.3, S1.5, S2.3, S2.5 เป็นต้น

a0 หมายถงึ สวิตซท์ ีอย่ตู ําแหน่งกระบอกสูบ A เคลือนทีเข้าสุด
a1 หมายถงึ สวิตซท์ ีอยูต่ ําแหน่งกระบอกสูบ A เคลือนทอี อกสุด
b0 หมายถงึ สวิตซท์ ีอยู่ตําแหน่งกระบอกสูบ B เคลือนทีเข้าสุด
b1 หมายถงึ สวิตซท์ ีอย่ตู ําแหน่งกระบอกสูบ B เคลือนทอี อกสุด
6) โซลีนอยดว์ าล์ว (Solenoid Valve) โซลนี อยด์วาล์วจะกําหนดรหัสด้วยตัวอักษรและ
ตัวเลขรวมกัน ตัวอักษรทใี ช้แทนโซลีนอยดจ์ ะใช้อักษร Y ตัวหลังจุดทศนิยมเป็ นเลขคู่แสดงว่า

17

โซลนี อยด์นี มผี ลทําให้กระบอกสูบเคลอื นทีออก ตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะบอกถึงอุปกรณ์ทํางาน
ตัวใดทีเคลือนทีออก เช่น Y1.2 Y2.2 Y3.2 ส่วนตัวเลขหลังจุดทศนิยมเป็ นเลขคีแสดงว่า
โซลนี อยด์นี มีผลทําให้กระบอกสูบเคลอื นทีเข้าเช่น Y1.3 Y2.3 Y3.3 เป็นต้น

9.5 ขันตอนการออกแบบวงจรการทํางานแบบต่อเนือง

งานการควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีลักษณะของวงจรการทํางานทีแตกต่างกัน
ขึนอยู่กับการนําเครืองจักรกลนนั ไปใช้งาน ดังนั นการออกแบบวงจรให้เหมาะสมกับการใชง้ าน
ของเครืองจักรจึงมคี วามสําคัญเป็นอย่างยิงในระบบนิวแมติกส์ไฟฟ้ าได้กําหนดเป็นขั นตอนดังนี

ขั นตอนที 1
เลือกชนดิ ชองกระบอกสูบ

ขั นตอนที 2 หาขนาดกระบอกสูบได้จากสูตร D = 4F
P
เลอื กขนาดของกระบอกสูบ

ขั นตอนที 3 ทางต่อลม ชนิดของกระบอกสูบ
เลือกชนิดของเมนวาล์ว
ตําแหน่งของวาล์ว ลักษณะงาน
ขั นตอนที 4
เลือกอุปกรณ์ควบคมุ การเคลอื นทีของวาล์ว ลักษณะงาน
ความเร็ว
ขั นตอนที 5 หาได้จากความต้องการของงาน
เขียนAlpharbatic with
signal flow Diagram เคลือนทีเร็ว วาล์วเร่งระบาย

เคลือนทีช้า วาล์วควบคมุ ความเร็วทางเดียว

ขั นตอนที 6
เขียนวงจรกําลังโดยกําหนด ตําแหนง่ ของลิมิตสวิตซจ์ ะทราบจาก Step motion Diagram
ตําแหน่งของลิมิตสวิตซ์

18

ขั นตอนที 7 ดู Step motion Diagram และวงจรกําลังประกอบการเขียนวงจร
เขียนวงจรควบคุม ควบคุม
ขั นตอนที 8 การเพิมอปุ กรณ์พิเศษเพือให้วงจรสมบูรณย์ ิงขึ น เชน่ มีอุปกรณ์
เงือนไขพเิ ศษ ป้ องกัน เป็นต้น

ขั นตอนที 9 ตรวจสอบการ ตรวจสอบจากวงจรควบคุม วงจรกําลังร่วมกัน และการตอ่ วงจร

ทํางานของวงจร จากอปุ กรณ์จริง

ตวั อย่าง งานการควบคุมแบบต่อเนืองโดยใช้ระบบนวิ แมติกส์ไฟฟ้ าและควบคมุ ด้วยโปรแกรมเม
เบิลคอนโทรลเลอร์ ของงานส่งชินงาน

ภาพที 9.16 แสดงงานส่งชินงาน
ทมี า (มงคล เจตินัย 2539 : 96)

ขันตอนที 1 เลือกชนิดของกระบอกสูบ
ใช้กระบอกสูบทํางานสองทางเพราะต้องการแรงมากและระยะชกั เกิน 10 เซนติเมตร

19

ขันตอนที 2 เลอื กขนาดของกระบอกสูบ 4F
หาขนาดของกระบอกสูบจากสูตร D = P

ขันตอนที 3 เลอื กชนิดของเมนวาล์ว
ใช้วาล์ว 5/2 เลอื นด้วยโซลนี อยดท์ ั งสองด้านเพราะใช้การะบอกสูบทํางานสองทางและทํางานค้าง
ตําแหน่ง

ขันตอนที 4 เลอื กอุปกรณ์ควบคมุ ความเร็ว
ใช้วาล์วควบคุมทางไหลทางเดียวทั งการเคลอื นทีเข้าและการเคลอื นทีออก

20
ขันตอนที 5 เขียนสญั ญาณ Alphabetic with signal flow Diagram และ Step motion Diagram

ขันตอนที 6 เขียนวงจรกําลังโดยกําหนดตําแหน่งของลิมติ สวิตซ์โดยดูจากStep motion Diagram

1.0 a0 a1 2.0 b0 b1
. S2.3 S2.2 . S1.4 S1.3

1.01 1.02 2.01 2.02

1.1 2.1

Y1.2 Y1.3 Y2.2 Y2.3

0.1 0.1

21

ขันตอนที 7 เขยี นวงจรควบคุม

ขันตอนที 8 การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC

กําหนดตําแหนง่ อินพุตและเอาต์พุต

อินพตุ S1.2 = X0000 S2.2 = X0001 S1.3 = X0002
Y2.2 = Y0021
S1.4 = X0003 S2.3 = X0004

เอาต์พุต Y1.2 = Y0020 Y1.3 = Y0022

Y2.3 = Y0023

การเขียนวงจรขันบันได

ขันตอนที 9 ตรวจสอบการทํางานของวงจร
ตรวจสอบจากวงจรควบคุม วงจรกําลังร่วมกัน และการต่อวงจรจากอุปกรณ์จริง

22

9.6 ระบบไฮดรอลิก

2คําว่า Hydraulic มาจากคําในภาษากรีก 2 คํา คอื hydro หมายถึง นํ า และ aulis ซึง
หมายถึงท่อ (pipe) เดิมคําว่า hydraulic จึงหมายถึงเฉพาะการไหลของนํ าในท่อเท่านั นแต่
ปัจจุบันคํานี หมายถึงการไหลของของเหลวทุกชนิดทีใช้ในระบบเพือเป็ นตัวกลางการถ่ายทอด
กําลังงานในการเปลียนแปลงกําลังงานของไหลให้เป็นกําลังงานกลคือ ทําให้กระบอกสูบไฮดรอ
ลิกและมอเตอร์ไฮดรอลกิ ทํางาน ตัวอยา่ งงาน เช่น ระบบเบรกในรถยนต์ แม่แรงไฮดรอลิก เครือง
อัด เกียร์อัตโนมัติ เครน กว้าน รถแทรกเตอร์ และเครืองจักรในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
ระบบไฮดรอลิกจะต้องมีอุปกรณ์พืนฐานในการทํางานดังนี

1. อุปกรณ์ต้นกําลังไฮดรอลกิ
2. อุปกรณ์เกบ็ และปรับปรุงคุณภาพนํ ามันไฮดรอลิก
3. อปุ กรณส์ ร้างการไหล
4. อุปกรณ์ควบคุมการทํางาน
5. อปุ กรณ์การทํางาน
6. อปุ กรณ์ในระบบท่อทาง

ภาพที 9.17 อปุ กรณ์พืนฐานในการทํางานของระบบไฮดรอลิก
ทมี า (ไวพจน์ ศรีธัญ นวภัทร์ อุทัยรัตน์ 2552 : 178 )

อุปกรณ์ต้นกําลังไฮดรอลิก ทําหน้าทเี ป็ นต้นกําลังในการขับเคลือนปั มนํ ามันไฮดรอลิก
เพือส่งจ่ายให้แก่ระบบไฮดรอลกิ ประกอบด้วยเครืองยนตห์ รือมอเตอร์ไฟฟ้ า

2 ขวัญชัย สินทิพย์สมบรู ณ์, ปานเพชร ชินินทร 2537 หน้า 11

23

อุปกรณ์เก็บและปรับปรุงคุณภาพนํามันไฮดรอลิก ทําหน้าทีเป็ นทีพักของนํ ามันขจัดสิ ง
สกปรก ขจัดฟองอากาศ และระบายความร้อนของนํ ามันไฮดรอลิก ประกอบด้วยถังพักนํ ามันไฮ
ดรอลิก ไส้กรองนํ ามันไฮดรอลิกและอปุ กรณ์ประกอบอืนๆ ทใี ช้กับถังพักนํ ามัน

อุปกรณ์สร้างการไหล ทําหน้าทีสร้างอัตราการไหลประกอบด้วย ปั มไฮดรอลกิ
อุปกรณ์ควบคุมการทํางาน หมายถึงวาล์วควบคุมชนิดต่างๆ ในระบบไฮดรอลิก เช่น
วาล์วควบคุมทิศทางการไหลใช้ควบคุมทิศทางการเคลือนทีของก้านสูบ วาลว์ ควบคุมอัตราการ
ไหลใช้จํากัดปริมาณนํ ามันทเี ข้าลกู สูบเพอื ควบคมุ ความเร็วของกา้ นสูบวาล์วควบคุมความดันใช้
ควบคุมความดันในระบบ
อุปกรณ์การทํางาน ทําหน้าทีเปลียนกําลังงานของไหลใหเ้ ป็นกําลังงานกลในกระบอก
สูบไฮดรอลกิ หรือมอเตอร์ไฮดรอลกิ
อุปกรณ์ในระบบท่อทาง ทําหน้าทีเป็ นท่อทางการไหลของนํ ามันไฮดรอลิกในระบบ
ประกอบด้วย ท่อ สายนํ ามันไฮดรอลิกข้องอ และข้อต่อชนิดตา่ งๆ เนืองจากอปุ กรณใ์ นระบบไฮ
ดรอลิกแตล่ ะอย่างมีความสาํ คัญด้วยกันทั งสิ น

9.7 การใช้งานระบบไฮดรอลิก
ขอบข่ายงานตา่ งๆ ทีนําเอาระบบไฮดรอลิกไปใช้งานนั น แบ่งออกได้เป็น 5 ส่วนคือ
1. ระบบไฮดรอลิกในโรงงานอุตสาหกรรม
2. ระบบไฮดรอลิกในอุตสาหกรรมเหล็กกลา้ งานวิศวกรรมโยธา และสถานีเครือง

กําเนิดไฟฟ้ า
3. ระบบไฮดรอลิกในยานยนต์อตุ สาหกรรม
4. ระบบไฮดรอลิกในเรือเดินทะเล
5. ระบบไฮดรอลิกในงานเทคนิคเฉพาะอยา่ ง
ระบบไฮดรอลิกในโรงงานอุตสาหกรรม ในงานอุตสาหกรรมได้มีการนาํ ระบบไฮดรอลกิ

ไปใช้ในเครืองมือตา่ งๆ ตัวอย่างเช่น เครืองฉีดพลาสตกิ เครืองฉีดอะลูมิเนียม แท่นอัดชิ นงาน
เครืองป้ อนและตัดชิ นงาน เครืองพับ เครืองตัดชินงาน เครืองประกอบขึ นรูปชิ นงานและ
เครืองกลึงและเจียระไน เป็นต้น

24

ภาพที 9.18 เครืองฉีดพลาสติก
(ทมี า) (http://www. quinl.com/)
ระบบไฮดรอลิกในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ในปัจจุบันงานอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ส่วน
ใหญจ่ ะต้องมีการใช้งานอปุ กรณ์ไฮดรอลิก ตัวอย่างเช่น ใช้กับแทน่ เลือน แขนโยน ฐานป้ อนและ
ส่งเครืองปรบั ลูกกลิง อุปกรณ์แยกและส่ง อุปกรณ์ควบคมุ ท่อหลอ่ เย็น เป็นต้น

ภาพที 9.19 โรงงานถลุงเหล็ก
(ทมี า) (http://www.tpa.or.th/)
ระบบไฮดรอลิกในงานวิศวกรรมโยธา ตัวอย่างงานทีใช้ระบบนี เช่น ระบบปิ ด-เปิ ด
ประตูกั นนํ าเขือนกั นนํ าการควบคุมการปิด-เปิดช่องทางเดินเรือ การควบคุมการปิด-เปิดสะพาน

25

ระบบไฮดรอลิกในยานยนต์อุตสาหกรรม ตัวอย่างของการใชร้ ะบบไฮดรอลิกทีใชใ้ น
ยานยนต์อุตสาหกรรม เช่น รถแทรกเตอร์ ปันจัน รถยก รถขุด เครน รถกว้าน รถตัก
เครืองจักรกลการเกษตร รถกระเช้า รถขนย้ายวัสดุ

ภาพที 9.21 รถขดุ และตัก
(ทีมา) (http://www.jobthai.com/)
ระบบไฮดรอลิกในเรือเดนิ ทะเล เช่น ระบบนําร่องอัตโนมัติ ระบบเครืองหางเสือเรือ
ทั งแบบธรรมดาและอัตโนมัติการควบคุมการปลอ่ ยอวน การควบคุมระบบระบายนํ าใตท้ ้องเรือ
เป็ นต้น

ภาพที 9.22 เป็นเรือเดินทะเลซึงจะระบบไฮดรอลิกควบคุมทั งบนและใต้ท้องเรือ
(ทมี า) (http:// skyscrapercity.com)

ระบบไฮดรอลิกในงานเฉพาะอย่าง งานทีนําเอาระบบไฮดรอลิกไปใช้นั น ตัวอยา่ งเช่น
กล้องเทเลสโคป ระบบสือสารทางอากาศ ทุน่ เกบ็ ข้อมูลด้านสมุทรศาสตร์และอุตุนิยมศาสตร์ใน
ทะเล เครืองขดุ เจาะนํ ามันในทะเลเครืองเจาะสํารวจแหลง่ แร่ เครืองมือสํารวจชั นดิน เป็นต้น

26

9.8 วงจรไฮดรอลกิ ไฟฟ้ า

ระบบไฮดรอลิกไฟฟ้ านั น จะประกอบด้วยอุปกรณ์ทีสําคัญ เช่น ชุดต้นกาํ ลัง วาล์ว
ควบคุมความดัน วาล์วควบคุมทิศทางการไหลของนํ ามัน วาล์วควบคุมอัตราการไหลของนมํ าัน
อปุ กรณท์ ํางาน และอุปกรณ์ประกอบอืนๆ การควบคมุ วงจรไฮดรอลิกนั น ก็สามารถกระทําได้
หลายวิธีดว้ ยกนั เช่น การควบคุมด้วยไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์ การควบคุมไฮดรอลิกดว้ ย
อุปกรณ์และวงจรไฟฟ้ านั น จะมีลักษณะเช่นเดยี วกับการควบคุมระบบ นิวแมตกิ ส์

ภาพที 9.23 การควบคมุ ไฮดรอลิกไฟฟ้ า
ทีมา (วิทยา ดวี ุ่นและคณะ 2547 : 277)

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC

กําหนดตําแหน่งอินพุตและเอาต์พตุ K1 = Y0022
อินพตุ S1 = X0000 เอาต์พตุ

การออกแบบวงจรขันบันได

27

การควบคุมการทาํ งานแบบจังหวะ
ตวั อย่าง การควบคุมแบบจังหวะโดยมีการทํางานดังนี คือ เมอื กดสวิตซS์ 1 ก้านสูบจะเคลือนที
ออก หากปล่อยมอื กา้ นสูบจะหยดุ และเมือกดสวิตซใ์ หม่อกี ครั งก้านสูบจะเคลือนทีออกต่อไป ใน
ทํานองเดยี วกันเมอื กดสวิตซ์ S2 ก้านสูบจะเคลือนทเี ขา้ และหากปล่อยมือก้านสูบจะหยุดเช่นกัน

AB
Y1 Y2

PT

M

L+ K1 K2
S1 S2

K1 K2 Y1 Y2

L-
12 3 4

ภาพที 9.24 วงจรไฮดรอลกิ ส์และวงจรควบคุมไฟฟ้ าทํางานแบบจังหวะ
ทีมา (วิทยา ดีวุ่นและคณะ 2547 : 278)

28

หลักการทาํ งาน
เมือกดสวิตซ์ S1 กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ K1 หน้าคอนแทค K1 ทํางานกระแสไฟ

จะไหลผ่านโซลินอยด์ Y1 เลือนเมนวาลว์ 4/3 ใหเ้ ปลียนตําแหน่ง ทําให้ก้านสูบเคลือนทีออก
และเมอื ปลอ่ ยมือจากสวิตซ์ S1 สปริงของวาล์ว 4/3 จะดันให้วาล์วอยู่ในตําแหน่งกลางซึงจะทํา
ใหก้ ้านสูบค้างตําแหน่ง เมือกดสวติ ซ์ S2 กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ K2 หน้าคอนแทค K2
ทํางาน กระแสไฟจะไหลผ่านโซลินอยด์ Y2 เลือนเมนวาล์ว 4/3 ใหเ้ ปลียนตําแหน่งเลือนไป
ทางซา้ ย ทําให้ก้านสูบเคลือนทีเข้า และในทํานองเดียวกันเมือปล่อยมอื จากสวติ ซ์สปริงของวาล์ว
4/3 จะดันให้วาล์วอยู่ในตําแหน่งกลางซึงจะทําใหก้ ้านสูบค้างตําแหนเ่ชง่นกัน

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC S2 = X0001
กําหนดตําแหน่งอินพตุ และเอาต์พตุ K2 = Y0023
อินพุต S1 = X0000
เอาต์พุต K1 = Y0022

การออกแบบวงจรขันบันได

การควบคุมการทํางานแบบค้างตําแหน่ง
ตัวอย่าง การควบคุมแบบค้างตําแหน่งโดยมกี ารทํางานดังนี คือ เมอื กดสวิตซ์ S1 กา้ นสูบจะ
เคลือนทีออก เมือกดสวิตซ์ S2 ก้านสูบจะเคลือนทีเข้า

29

ภาพที 9.25 วงจรกําลังและวงจรควบคุมไฟฟ้ าทํางานแบบค้างตําแหน่ง
ทมี า (วิทยา ดีวุ่นและคณะ 2547 : 279)

หลักการทํางาน
เมอื กดสวิตซ์ S1 กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ K1 หน้าคอนแทค K1 ทํางานกระแสไฟ

จะไหลผ่านโซลนิ อยด์ Y1 เลอื นเมนวาล์ว 4/2 ให้เปลียนตําแหน่ง ทําใหก้ ้านสูบเคลือนทอี อก
และค้างตําแหน่ง เมือต้องการให้ก้านสูบเคลอื นทีเข้าสามารถทําได้โยดการกดสวิตซ์ S2 ซึงจะทํา
ให้กระแสไฟทีไหลผ่านรีเลย์ K1 ถูกตัดวงจรปริงของวาล์ว 4/2 จะดันให้วาลว์ กลับตําแหน่งเดิม
ทําให้ก้านสูบเคลอื นทเี ข้า
การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC

กําหนดตําแหน่งอินพตุ และเอาต์พตุ
อินพุต S1 = X0000 S2 = X0001
เอาต์พุต K1 = Y0020
การออกแบบวงจรขันบันได

30

การควบคุมการทาํ งานด้วยลมิ ิตสวิตซ์
ตวั อย่าง การควบคุมกระบอกสูบไฮดรอลิก โดยให้มกี ารทํางานแบบอัตโนมัติ คือ หลังจากกด
สวิตซส์ ตาร์ทไปแล้ว ก้านสูบจะเคลอื นทีออก และเคลือนทเี ข้าโดยอัตโนมัติ

ภาพที 9.26 วงจรกําลังและวงจรควบคุมไฟฟ้ าทํางานด้วยลิมติ สวิตซ์
ทมี า (วิทยา ดีวุ่นและคณะ 2547 : 280)

หลักการทํางาน

เมือกดสวิตซ์ S2 กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ K1 หน้าคอนแทค K1 จะทํางาน

กระแสไฟจะไหลผ่านโซลินอยด์ Y1 เลือนเมนวาล์ว 4/2 ให้เปลียนตําแหน่ง ทําให้ก้านสูบ

เคลือนทีออกและในขณะทีเคลือนทีออกก็จะไปกดสวติ ซ์ S1 ซึ งจะทําใหก้ ระแสไฟทีไหลผ่าน

รีเลย์ K1 ถกู ตัดวงจรสปริงของวาล์ว 4/2 จะดันใหว้ าล์วกลับตําแหน่งเดิมทําใหก้ า้ นสูบเคลือนที

กลับโดยอัตโนมัติ

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC

กําหนดตําแหน่งอินพตุ และเอาต์พุต

อินพตุ S1 = X0000 LS2 = X0001

เอาต์พุต K1 = Y0020

31

การออกแบบวงจรขันบันได

การควบคุมการทํางานด้วยสวิตซ์ความดนั
ตัวอย่าง เครืองอัด (Press) เมือกดสวิตซ์สตาร์ทไปแล้วก้านสูบจะเคลือนทีออกกดชิ นงาน เมือค่า
ความดันถึงตามทีตั งไว้ก้านสูบจะเคลือนทีเข้าโดยอัตโมนัติ นอกจากนี เพอื ความปลอดภัยจะติดตั ง
สวิตซ์เพอื ตัดการทํางานของวงจรได้ด้วย

ภาพที 9.27 วงจรไฮดรอลิกและวงจรควบคุมไฟฟ้ าทํางานด้วยสวิตซ์ความดัน
ทีมา (วิทยา ดวี ุ่นและคณะ 2547:281)

32

หลักการทํางาน
เมือกดสวิตซ์ S1 กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ K1 หน้าคอนแทค K1 จะทํางานกระแสไฟ

จะไหลผ่านโซลินอยด์ Y1 เมนวาล์ว 4/2 จะถูกเลือนให้เปลียนตําแหน่งทําให้ก้านสูบเคลือนที
ออก ความดันของนํ ามันจะถูกส่งเข้าไปยังสวิตซ์ความดัน และเมือความดันสูงถึงค่าทีตั งไว้จะทํา
ให้หน้าสมั ผัสของสวิตซ์ความดันตอ่ วงจรให้กระแสไฟไหลเข้ารีเลย์ K2 ซึงมีหนา้ สัมผัสเป็นแบบ
ปกตปิ ิด (N.C) หน้าคอนแทค K2 จะเปิ ดทําใหว้ งจรไฟฟ้ าถูกตัดสปริงของเมนวาล์ว 4/2 จะทํา
หน้าทตี ัดวงจรไฟฟ้ าเพือความปลอดภัยในการใชง้ าน

การออกแบบวงจรควบคุมด้วย PLC S2 = X0001 S3 = X0002
กําหนดตําแหน่งอินพุตและเอาต์พุต K2 = Y0021
อินพุต S1 = X0000
เอาต์พตุ K1 = Y0020

การออกแบบวงจรขันบันได

9.9 สรุปสาระสําคัญ

ความหมายนิวแมติกส์ในปัจจุบัน การนําเอาอากาศมาเป็ นวสั ดุใช้งานในทาง
อุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิงทางดา้ นการขับเคลือนหรือควบคุมเครืองจกั รและอุปกรณ์
เครืองช่วยตา่ งๆ เป็นการส่งกําลังจากต้นทางไปยังปลายทาง โดยอาศัยลมเป็ นตัวกลางในการส่ง
กําลัง ซึงสามารถควบคุมการทํางานด้วยลม หรือไฟฟ้ าด้วยPLC ได้

ความหมายของระบบไฮดรอลกิ เป็นการส่งกําลังจากต้นทางไปยังปลายทาง โดยอาศัย
ของเหลวหรือนํ ามันไฮดรอลิกเป็ นตัวกลางในการส่งกําลัง หรือการควบคุมสามารถควบคุมด้วย
นํ ามันและไฟฟ้ าด้วยPLC ได้ เพราะฉะนั น ในงานอตุ สาหกรรมทีใช้ระบบนิวแมตกิ ส์และไฮดรอ
ลกิ จําเป็นต้องมีการออกแบบการควบคมุ การทํางานของเครืองจักรเพอื ให้ได้ตามความต้องการ

33

ส่วนประกอบในการควบคุมระบบนิวแมติกส์นั นจะมีส่วนประกอบดังนี แหล่งจา่ ยลม
อปุ กรณ์ปรับปรุงคุณภาพลม อปุ กรณค์ วบคมุ การทํางาน อุปกรณ์ควบคุมการไหล อปุ กรณท์ ํางาน

ส่วนประกอบในการควบคุมระบบไฮดรอลิก มีส่วนประกอบดังนี อุปกรณ์ตน้ กําลงั
ไฮดรอลกิ อุปกรณป์ รบั ปรุงคณุ ภาพนํ ามนั ไฮดรอลกิ อุปกรณ์ควบคุมการทํางาน อุปกรณ์ควบคุม
การไหล อุปกรณ์ทํางาน การควบคุมระบบนิวแมติกส์และไฮดรอลิกไฟฟ้ าด้วย PLC แบ่งเป็ น
ลักษณะการควบคุมดังนี ควบคุมการทํางานทางตรง การควบคุมการทํางานทางอ้อม การควบคุม
การทํางานค้างตําแหน่ง การควบคมุ การทํางานแบบต่อเนอื งและการควบคุมความเร็ว เป็นต้น


Click to View FlipBook Version