น า ง ส า ว ม นั ส วี ท า น ท น
เ ล ข ที 2 1 ป ว ช 3 ค อ ม 2
เ ค รื อ ง ด น ต รี ไ ท ย
1.ซอดว ง
ซอดว งเปน ซอสองสาย มีเสยี งแหลม กองกังวาน คันทวนยาวประมาณ 72
ซม. คันชกั ยาวประมาณ 68 ซม. ใชขนหางมา ประมาณ 120 – 150 เสน
กะโหลกของ ซอดวงน้นั แตเดมิ ใชก ระบอกไมไ ผม าทํา ปากกระบอกของซอ
ดว งกวางประมาณ 7 ซม. ตัวกระบอกยาวประมาณ 13 ซม. กะโหลกของซอ
ดวงน้ี ในปจ จบุ นั ใชไ มจ ริง หรือ งาชางทาํ ก็ได
2.สะลอ
สะลอ (คาํ เมือง: สะลออักษรลานนา4.png) เปน เครือ่ งดนตรีเครื่องสีพ้นื
เมืองลานนาเพยี งชนดิ เดยี ว ซึ่งสะลอมที ้ัง 2 สายและ 3 สาย และเปน ตวั หลัก
มกั นิยมใชข ้ึนนําเพลงในวงกบั เครอ่ื งดนตรีชนิดอน่ื ๆ เชน สะลอ ซอ ซงึ สะลอ
นั้นมขี นาด 3 ขนาดดวยกนั ไดแก เล็ก กลาง ใหญ ซึ่งแตล ะไซตมีหนา ท่ใี นการ
เลน ในวงไมเ หมอื นกัน สวนมากมกั นิยมนยิ มเลนกับ ขลยุ ลานนา เพราะ
สามารถส่ือเลา ถึงอารมณท่ีผเู ลน ตอ งสอื่ ได หรือการสีเลยี นเสียงมนษุ ยก ็
สามารถทาํ ได สะลอเปนเครอื่ งดนตรที ล่ี ะเอยี ดออน เพราะชนิดของพ้นื ผิวท่ี
วางสะลอ เม่ือเลน กม็ ีผลตอ เสียงทอี่ อกมาทง้ั หมด
3.ระนาดทมุ
ระนาดทุม เปนเคร่อื งดนตรีที่สรางขึ้นมาในสมัยรัชกาลพระบาท
สมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจาอยหู วั เปน การสรา งเลียนแบบระนาดเอก ใช
ไมชนดิ เดยี วกันกบั ระนาดเอก ลกู ระนาดทุมมีจาํ นวน 17 ลกู ลกู ตน
ยาวประมาณ 42 ซม กวา ง 6 ซม และลดหลัน่ ลงมาจนถงึ ลกู ยอด ที่
มขี นาดยาว 34 ซม กวาง 5 ซม รางระนาดทุมน้นั ประดษิ ฐใ หมีรปู
รางคลายหีบไม แตเ วาตรงกลางใหโ คง โขนปด หัวทา ยเพ่ือ เปน ที่
แขวนผืนระนาดนัน้ ถาหากวดั จากโขนดานหน่ึงไปยงั โขนอกี ดาน
หนึ่ง รางระนาดทุม จะมขี นาดยาวประมาณ 124 ซม ปาก รางกวาง
ประมาณ 22 ซม มเี ทา เตี้ย รองไว 4 มมุ ราง
4.กลองชาตรี
กลองชาตรี เปนกลองสองหนา มรี ปู รางเหมอื นกลองทดั ทกุ อยา ง
แตขนาดยอสว นเปรยี บเหมอื นแมกับลูก กลองชาตรีเปน ลกู มีเสน
ผา นศูนยกลางยาวประมาณ 20 ซม. และสูง 24 ซม.ใชเปนคเู ชน
เดียวกนั ใชท ําหนาทบั ในวงปพาทยเครื่องหา หรือวงปพ าทย
ชาตรี ประกอบการแสดงละครโนรา ใชเลนคกู บั โทนชาตรี ซ่ึง
กลองชาตรีน้นั กม็ ีลักษณะท่ีคอ นคางคลายกับ บองโก
5.กลองทดั
กลองทัด เปนเครื่องตที ท่ี ําดว ยไมทอ น กลงึ ใหไดร ปู และสัดสวน ภายในขุด
เปน โพรง ขงึ หนาทั้งสองขางดว ยหนังวัวหรอื หนังควาย ตรึงดวยหมุด
(เรียกวา แส) ขนาดหนากลองเสน ผา นศนู ย กลางประมาณ ๔๖ เซนติเมตร
เทา กนั ทงั้ สองหนา ตวั กลองยาวประมาณ ๕๑ เซนตเิ มตร มหี ู สาํ หรบั แขวน
เรยี กวา หรู ะวิง ๑ หู ชุดหนงึ่ มี ๒ ลกู ลูกเสยี งสงู เรยี กวา ตวั ผู ลูกเสียงต่ํา
เรยี กวา ตัวเมีย กอนจะใชตอ งติดขาวสุกผสมกบั ขีเ้ ถาบดใหเขากัน ติดตรง
กลางหนาลา งซง่ึ ไมไดใ ชต ี เพื่อ ใหเสียงนมุ นวลขึน้ ใชต ีดว ยไมท อ นยาว
ประมาณ ๕๐ เซนติเมตร
6.โทนชาตรี
โทนชาตรี ตัวโทนทําดว ยไม สายโยง
เรง เสียงมักจะใชห นัง ขงึ หนา ดว ยหนงั
ลูกววั โดยมาก ทางภาคใตมักใชข นาด
ใหญ สว นภาคกลางใชข นาดยอมกวา
7.รํามะนา
ราํ มะนาในวงมโหรี ขึงหนาดวยหนงั ลกู ววั ตรึง
ดว ยหมุด ตัวกลองส้นั กลึงใหท างปาก สอบเขา
มเี สน เชือกคว่นั เปน เกลียว ยดั หนนุ รมิ หนา
ภายใน สําหรบั หมุนใหหนา ตงึ ขนึ้ เรยี กวา "สนับ"
8.ฆอ งวงเล็ก
ฆอ งวงเลก็ รปู รางลกั ษณะเหมอื นฆอ งวงใหญ แตม ี
ขนาดเล็กกวา เทานนั้ มจี ํานวนลูกฆอ ง ๑๘ ลกู
การเทยี บเสยี งฆอ งวงใหญและฆองวงเลก็ นี้ ใชขผี้ ึ้งผสม
กับผงตะก่ัว ติดตรงดา นลา งของ ปมุ ฆอง เพ่อื ใหได
เสยี งสงู ต่าํ ตามตอ งการ
9.ฉาบเลก็ และใหญ
ฉาบ ทาํ ดว ยโลหะหลอ บางกวา ฉิ่ง รปู เหมอื นฉ่ิงแต
มชี านตอออกไปรอบตัว สาํ รบั หนึง มี ๒ อนั เรียกวา
คู เหมือนกนั ฉาบนี้มี ๒ ขนาด อยา งเลก็ ขนาดเสน
ผานศูนยก ลางประมาณ ๑๓ เซนตเิ มตร เรียกวา
"ฉาบเลก็ " อยา งใหญขนาดเสนผา นศนู ยก ลาง
ประมาณ ๒๕ เซนตเิ มตร เรยี กวา "ฉาบใหญ"
10.ฆอ งโหมง
ฆองโหมง เปน ฆอ งขนาดเข่ือง ขนาดตั้งแตเสนผา น
ศนู ยกลางประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ถึง ๔๕ เซนติเมตร
โดยปกติใชแขวนไมขาหยง่ั ๓ อนั หรอื ทาํ เปน รปู อยา งอนื่
ตดี ว ยไมซ ่งึ พนั ดวย ผา เปน ปมุ ตอนปลาย เสียงดังโหมง
- โหมง จึงเรยี กช่ือตามเสียง