The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mincyay, 2021-04-29 01:18:41

osh-act.b.e.2554

osh-act.b.e.2554

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๕ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

พระราชบญั ญตั ิ

ความปลอดภัย อาชวี อนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งาน

พ.ศ. ๒๕๕๔

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีท่ี ๖๖ ในรัชกาลปัจจบุ นั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ใหป้ ระกาศว่า

โดยท่ีเป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทํางาน

พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึง่ มาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญตั ใิ หก้ ระทําได้โดยอาศยั อํานาจตามบทบัญญัติแหง่ กฎหมาย

จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบัญญตั ขิ น้ึ ไว้โดยคาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของรฐั สภา
ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินใ้ี ห้ใชบ้ ังคบั เม่ือพ้นกาํ หนดหนึง่ รอ้ ยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๖ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๓ พระราชบญั ญตั นิ ม้ี ใิ หใ้ ชบ้ งั คับแก่
(๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการสว่ นท้องถน่ิ
(๒) กิจการอ่นื ทัง้ หมดหรอื แตบ่ างสว่ นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ให้ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน และกิจการอื่นตามท่ีกําหนด
ในกฎกระทรวงตามวรรคหนึง่ จัดให้มีมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานในหน่วยงานของตนไม่ต่ํากว่ามาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทํางานตามพระราชบัญญตั นิ ี้
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญัติน้ี
“ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน” หมายความว่า การกระทํา
หรือสภาพการทํางานซึ่งปลอดจากเหตุอันจะทําให้เกิดการประสบอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ
หรือสขุ ภาพอนามัยอันเนื่องจากการทาํ งานหรอื เก่ียวกบั การทาํ งาน
“นายจ้าง” หมายความว่า นายจา้ งตามกฎหมายว่าดว้ ยการคุม้ ครองแรงงานและให้หมายความ
รวมถงึ ผู้ประกอบกิจการซึ่งยอมให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาทํางานหรือทําผลประโยชน์ให้แก่หรือในสถาน
ประกอบกิจการ ไม่ว่าการทํางานหรือการทําผลประโยชน์น้ันจะเป็นส่วนหน่ึงส่วนใดหรือท้ังหมด
ในกระบวนการผลติ หรอื ธรุ กจิ ในความรับผดิ ชอบของผ้ปู ระกอบกิจการน้นั หรอื ไม่ก็ตาม
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและให้หมายความ
รวมถงึ ผูซ้ ่งึ ไดร้ ับความยินยอมใหท้ ํางานหรือทาํ ผลประโยชน์ให้แกห่ รอื ในสถานประกอบกิจการของนายจ้าง
ไมว่ า่ จะเรยี กชอ่ื อย่างไรก็ตาม
“ผบู้ ริหาร” หมายความว่า ลูกจา้ งตง้ั แต่ระดบั ผู้จัดการในหน่วยงานขึ้นไป
“หัวหน้างาน” หมายความว่า ลูกจ้างซ่ึงทําหน้าที่ควบคุม ดูแล บังคับบัญชาหรือสั่งให้ลูกจ้าง
ทาํ งานตามหน้าทข่ี องหนว่ ยงาน
“เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทํางาน” หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งนายจ้างแต่งต้ังให้ปฏิบัติ
หนา้ ทด่ี า้ นความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามพระราชบัญญตั ิน้ี
“สถานประกอบกิจการ” หมายความว่า หน่วยงานแต่ละแห่งของนายจ้างที่มีลูกจ้างทํางาน
อยใู่ นหน่วยงาน
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ
สภาพแวดล้อมในการทาํ งาน

เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๗ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทาํ งาน

“พนักงานตรวจความปลอดภัย” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังให้ปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี

“อธบิ ด”ี หมายความวา่ อธิบดีกรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน
“รฐั มนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรผี รู้ ักษาการตามพระราชบญั ญัตินี้
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอํานาจแต่งต้ังพนักงานตรวจความปลอดภัยกับออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งออกกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา
ท้ายพระราชบัญญัติน้ี และยกเวน้ คา่ ธรรมเนียม
การแต่งตั้งพนักงานตรวจความปลอดภัยต้องกําหนดคุณสมบัติ ขอบเขต อํานาจหน้าท่ี
และเงือ่ นไขในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีดว้ ย
กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบนน้ั เม่ือไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้

หมวด ๑
บทท่ัวไป

มาตรา ๖ ให้นายจ้างมีหน้าท่ีจัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพ
การทํางานและสภาพแวดล้อมในการทํางานท่ีปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมท้ังส่งเสริมสนับสนุน
การปฏิบัตงิ านของลูกจา้ งมิให้ลูกจา้ งได้รับอันตรายตอ่ ชวี ิต รา่ งกาย จิตใจ และสขุ ภาพอนามัย

ให้ลูกจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการดําเนินการและส่งเสริมด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างและสถานประกอบ
กจิ การ

มาตรา ๗ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กําหนดให้นายจ้างต้องดําเนินการอย่างหน่ึงอย่างใด
ท่ีตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ ่าย ให้นายจา้ งเป็นผอู้ อกค่าใชจ้ ่ายเพอ่ื การน้ัน

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๘ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานุเบกษา

หมวด ๒
การบริหาร การจดั การ และการดาํ เนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน

มาตรา ๘ ให้นายจ้างบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทํางาน ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานท่กี ําหนดในกฎกระทรวง

การกําหนดมาตรฐานตามวรรคหน่ึง ให้นายจ้างจัดทําเอกสารหรือรายงานใด โดยมีการ
ตรวจสอบหรอื รบั รองโดยบคุ คล หรอื นิติบุคคลตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

ให้ลกู จ้างมีหนา้ ที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทํางานตามมาตรฐานทก่ี ําหนดในวรรคหนึ่ง

มาตรา ๙ บุคคลใดประสงค์จะให้บริการในการตรวจวัด ตรวจสอบ ทดสอบ รับรอง
ประเมินความเสี่ยง รวมท้ังจัดฝึกอบรมหรือให้คําปรึกษาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามมาตรฐานท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ จะต้อง
ข้ึนทะเบยี นต่อสํานักความปลอดภยั แรงงาน กรมสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงาน

คณุ สมบตั ิของผขู้ อขนึ้ ทะเบยี น การขนึ้ ทะเบียน การออกใบแทนการข้ึนทะเบียน การเพิกถอน
ทะเบียน การกําหนดค่าบริการ และวิธีการให้บริการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงอ่ื นไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๐ ในกรณที ส่ี าํ นกั ความปลอดภยั แรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่รับ
ขนึ้ ทะเบยี นหรอื เพิกถอนทะเบยี นตามมาตรา ๙ ผขู้ อข้นึ ทะเบียนหรอื ผถู้ ูกเพกิ ถอนทะเบียนมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณ์
เป็นหนังสอื ตอ่ อธิบดภี ายในสามสิบวนั นบั แตว่ นั ไดร้ ับแจ้งการไม่รบั ขึ้นทะเบยี นหรือการเพกิ ถอนทะเบียน

คาํ วนิ จิ ฉัยของอธบิ ดใี หเ้ ป็นท่สี ดุ
มาตรา ๑๑ นิติบุคคลใดประสงค์จะให้บริการในการตรวจวัด ตรวจสอบ ทดสอบ รับรอง
ประเมินความเสี่ยง รวมท้ังจัดฝึกอบรมหรือให้คําปรึกษาเพ่ือส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามมาตรฐานที่กําหนดในกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๘ จะต้องได้รับ
ใบอนุญาตจากอธบิ ดี
คุณสมบัตขิ องผขู้ ออนุญาต การขออนุญาต การอนุญาต การขอต่ออายใุ บอนุญาต การออกใบ
แทนใบอนญุ าต การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต การกําหนดค่าบริการ และวิธีการให้บริการตาม
วรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง

เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หนา้ ๙ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๒ ในกรณีท่อี ธิบดไี ม่ออกใบอนญุ าต ไมต่ ่ออายใุ บอนญุ าต ไมอ่ อกใบแทนใบอนุญาต
หรือพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกให้แก่นิติบุคคลตามมาตรา ๑๑ นิติบุคคลนั้นมีสิทธิ
อทุ ธรณ์เปน็ หนังสอื ต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือของอธิบดีแจ้งการไม่ออก
ใบอนุญาต หรือการไมต่ ่ออายใุ บอนญุ าต หรอื การเพิกถอนใบอนุญาต

คําวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการให้เป็นทส่ี ดุ
มาตรา ๑๓ ให้นายจ้างจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน
หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงอ่ื นไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทํางานและบุคลากรตามวรรคหนึ่งจะต้องข้ึนทะเบียนต่อ
กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๙ วรรคสอง และมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับกับการขึ้นทะเบียน
เจ้าหนา้ ทีค่ วามปลอดภัยในการทาํ งาน โดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ ในกรณที นี่ ายจา้ งให้ลูกจ้างทํางานในสภาพการทํางานหรือสภาพแวดล้อมในการ
ทํางานที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างแจ้ง
ให้ลูกจา้ งทราบถึงอันตรายท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากการทํางานและแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนท่ี
ลกู จา้ งจะเขา้ ทํางาน เปลย่ี นงาน หรือเปล่ยี นสถานทีท่ าํ งาน
มาตรา ๑๕ ในกรณีท่ีนายจ้างได้รับคําเตือน คําสั่ง หรือคําวินิจฉัยของอธิบดี คําส่ังของ
พนักงานตรวจความปลอดภัย หรือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ใหน้ ายจ้างแจง้ หรือปดิ ประกาศคาํ เตอื น คําสงั่ หรอื คําวินิจฉยั ดังกลา่ ว ในทที่ เ่ี หน็ ไดง้ ่าย ณ สถานประกอบ
กิจการเป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ สิบห้าวนั นับแตว่ นั ท่ีไดร้ บั แจง้
มาตรา ๑๖ ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรม
ความปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อให้บริหารจัดการ และดําเนินการ
ดา้ นความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานไดอ้ ยา่ งปลอดภัย
ในกรณีท่ีนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทํางาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานท่ีทํางาน หรือเปลี่ยนแปลง
เครื่องจกั รหรืออุปกรณ์ ซึ่งอาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย
ให้นายจ้างจดั ใหม้ ีการฝกึ อบรมลกู จา้ งทกุ คนกอ่ นการเร่มิ ทํางาน
การฝึกอบรมตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ี
อธบิ ดีประกาศกาํ หนด

เลม่ ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หนา้ ๑๐ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๗ ให้นายจ้างติดประกาศสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายเก่ียวกับ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน รวมทั้งข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่
ของนายจ้างและลูกจ้างตามทอ่ี ธิบดปี ระกาศกาํ หนดในทท่ี ่ีเหน็ ได้งา่ ย ณ สถานประกอบกิจการ

มาตรา ๑๘ ในกรณีท่ีสถานที่ใดมีสถานประกอบกิจการหลายแห่ง ให้นายจ้างทุกราย
ของสถานประกอบกิจการในสถานที่นั้น มีหน้าที่ร่วมกันดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานให้เปน็ ไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้

ลูกจ้างซง่ึ ทํางานในสถานประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งลูกจ้างซึ่งทํางานในสถานประกอบ
กิจการอื่นท่ีไม่ใช่ของนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เก่ียวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานซงึ่ ใชใ้ นสถานประกอบกจิ การน้นั ด้วย

มาตรา ๑๙ ในกรณที ่ีนายจา้ งเช่าอาคาร สถานที่ เครอื่ งมือ เครือ่ งจักร อปุ กรณ์ หรือสิ่งอ่ืนใด
ที่นํามาใช้ในสถานประกอบกิจการ ให้นายจ้างมีอํานาจดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับอาคารสถานที่ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์หรือสิ่งอื่นใดที่เช่านั้น
ตามมาตรฐานที่กาํ หนดในกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๘

การดําเนินการตามวรรคหน่ึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในอาคาร สถานท่ี เครื่องมือ
เครื่องจกั ร อุปกรณห์ รือส่งิ อนื่ ใดซง่ึ ให้เชา่ หรอื ผ้ใู หเ้ ชา่ ในอนั ท่จี ะเรยี กร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆ
ตลอดจนการบอกเลิกสัญญาเช่า

มาตรา ๒๐ ให้ผบู้ รหิ ารหรือหัวหน้างานมีหน้าท่ีสนับสนุนและร่วมมือกับนายจ้างและบุคลากรอื่น
เพอื่ ปฏิบตั กิ ารใหเ้ ป็นไปตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๒

มาตรา ๒๑ ลูกจ้างมีหน้าที่ดูแลสภาพแวดล้อมในการทํางานตามมาตรฐานที่กําหนด
ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ เพื่อใหเ้ กิดความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย
โดยคาํ นงึ ถงึ สภาพของงานและพื้นท่ีทีร่ บั ผดิ ชอบ

ในกรณีทีล่ ูกจ้างทราบถงึ ข้อบกพร่องหรือการชํารุดเสียหาย และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร และให้เจ้าหน้าที่
ความปลอดภัยในการทํางาน หวั หน้างาน หรือผู้บรหิ าร แจง้ เป็นหนงั สอื ต่อนายจา้ งโดยไมช่ ักชา้

ในกรณที หี่ ัวหนา้ งานทราบถึงขอ้ บกพรอ่ งหรือการชํารุดเสยี หายซ่ึงอาจทําให้ลกู จ้างไดร้ บั อันตราย
ต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ต้องดําเนินการป้องกันอันตรายนั้นภายในขอบเขต
ท่ีรบั ผดิ ชอบหรือที่ได้รับมอบหมายทันทีที่ทราบ กรณีไม่อาจดําเนินการได้ ให้แจ้งผู้บริหารหรือนายจ้าง
ดําเนินการแกไ้ ขโดยไมช่ กั ชา้

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๑๑ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๒ ให้นายจ้างจัดและดแู ลให้ลกู จา้ งสวมใส่อุปกรณค์ ้มุ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ทไี่ ด้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกาํ หนด

ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและดูแลรักษาอุปกรณ์
ตามวรรคหน่งึ ให้สามารถใชง้ านได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทาํ งาน

ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว ให้นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดการทํางานน้ันจนกว่า
ลกู จา้ งจะสวมใส่อุปกรณด์ ังกล่าว

มาตรา ๒๓ ให้ผู้รับเหมาชั้นต้นและผู้รับเหมาช่วงตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
มีหน้าท่ีดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของลูกจ้าง
เช่นเดยี วกบั นายจ้าง

ในกรณีท่ีนายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง และมีผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไป ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไป
ตลอดสายจนถึงผู้รบั เหมาชัน้ ต้นทีม่ ีลกู จา้ งทํางานในสถานประกอบกิจการเดียวกัน มีหน้าที่ร่วมกันในการ
จัดสถานที่ทํางานให้มีสภาพการทํางานท่ีปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ถูกสุขลักษณะ
เพ่อื ให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างทกุ คน

หมวด ๓
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน

มาตรา ๒๔ ใหม้ คี ณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ อธิบดี
กรมควบคุมมลพษิ อธิบดีกรมควบคมุ โรค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน และอธิบดีกรมสวัสดิการ
และคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละแปดคน
และผู้ทรงคุณวุฒอิ กี ห้าคนซึ่งรฐั มนตรีแต่งตงั้ เป็นกรรมการ

ใหข้ ้าราชการกรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานซึ่งรัฐมนตรแี ตง่ ต้ังเปน็ เลขานุการ
การได้มาและการพ้นจากตําแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหน่ึง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขทีร่ ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนด โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วม
ของทั้งหญิงและชาย

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๑๒ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานเุ บกษา

ผูท้ รงคณุ วฒุ ิต้องเปน็ ผู้มคี วามรู้ ความเช่ยี วชาญ มผี ลงานหรือประสบการณท์ ีเ่ ก่ียวข้องกับความ
ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิง
และชาย

มาตรา ๒๕ คณะกรรมการมอี าํ นาจหน้าทีด่ ังตอ่ ไปนี้
(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน หรือมาตรการความปลอดภัย
อาชีวอนามยั และการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน
(๒) เสนอความเหน็ ต่อรัฐมนตรใี นการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ เพ่ือปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) ให้ความเห็นแก่หน่วยงานของรัฐเก่ียวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน
(๔) วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ์ตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๓๓ วรรคสาม และมาตรา ๔๐ วรรคสอง
(๕) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอ่ืนบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่
ของคณะกรรมการหรอื ตามทีร่ ัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๒๖ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒมิ วี าระอยู่ในตําแหนง่ คราวละสองปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซ่ึงพ้นจากตาํ แหน่งอาจได้รบั แตง่ ต้งั อกี ได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการ
แทนตําแหน่งที่ว่าง และให้ผู้ได้รับแต่งต้ังให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่
ของกรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ิซง่ึ ตนแทน
ในกรณที ่ีกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒพิ ้นจากตาํ แหนง่ ตามวาระ แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่
ให้กรรมการน้นั ปฏบิ ตั หิ นา้ ทไ่ี ปพลางก่อนจนกว่ากรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิท่ไี ด้รับแตง่ ตั้งจะเข้ารบั หน้าที่
มาตรา ๒๗ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
พ้นจากตาํ แหน่ง เมือ่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รฐั มนตรีใหอ้ อก เม่ือขาดประชมุ สามคร้งั ติดต่อกนั โดยไมม่ ีเหตอุ ันสมควร
(๔) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย
(๕) เป็นบคุ คลวิกลจรติ หรอื จิตฟั่นเฟือน

เลม่ ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หน้า ๑๓ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

(๖) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๗) ต้องคาํ พิพากษาวา่ ไดก้ ระทําความผิดตามพระราชบญั ญตั ินี้
(๘) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้
กระทาํ โดยประมาทหรอื ความผดิ ฐานหมิ่นประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ
มาตรา ๒๘ การประชมุ คณะกรรมการตอ้ งมกี รรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากงึ่ หน่ึงของจํานวน
กรรมการทงั้ หมด โดยมกี รรมการผแู้ ทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน จึงจะเป็น
องคป์ ระชุม
ในการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คราวใด ถ้าไม่ได้องค์ประชุมตามที่กําหนดไว้
ในวรรคหน่ึง ให้จัดให้มีการประชมุ อกี คร้ังภายในสบิ หา้ วันนบั แต่วันที่นัดประชุมคร้ังแรก การประชุมครั้ง
หลังแม้ไม่มีกรรมการซ่ึงมาจากฝ่ายนายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้างมาร่วมประชุม ถ้ามีกรรมการมาประชุม
ไม่นอ้ ยกวา่ ก่งึ หนึง่ ของจาํ นวนกรรมการทั้งหมด ก็ใหถ้ อื เปน็ องค์ประชุม
ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้
ใหก้ รรมการซงึ่ มาประชมุ เลอื กกรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานในทปี่ ระชุมสําหรบั การประชุมคราวน้นั
มติท่ีประชุมให้ถือเสยี งขา้ งมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง
เท่ากนั ให้ประธานในทปี่ ระชุมออกเสียงเพิ่มขึน้ อกี เสยี งหนง่ึ เป็นเสียงชข้ี าด
มาตรา ๒๙ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ
อยา่ งหนึ่งอย่างใดตามท่คี ณะกรรมการมอบหมายได้
ให้คณะกรรมการกําหนดองค์ประชุมและวิธีดําเนินงานของคณะอนุกรรมการได้ตามความ
เหมาะสม
มาตรา ๓๐ ในการปฏบิ ตั หิ น้าทตี่ ามพระราชบญั ญัติน้ี ใหก้ รรมการและอนกุ รรมการได้รับเบี้ยประชุม
และประโยชน์ตอบแทนอนื่ ตามระเบียบท่รี ฐั มนตรกี าํ หนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั
มาตรา ๓๑ ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานรับผิดชอบงานธุรการ
ของคณะกรรมการ และมีอาํ นาจหนา้ ทด่ี งั ต่อไปน้ี
(๑) สรรหา รวบรวม และวเิ คราะหข์ ้อมูลด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อม
ในการทํางานเพื่อการจัดทํานโยบาย แผนงาน โครงการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเสนอตอ่ คณะกรรมการ

เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หน้า ๑๔ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

(๒) จัดทําแนวทางการกําหนดมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทํางานเสนอต่อคณะกรรมการ

(๓) จัดทาํ แผนปฏบิ ัตกิ ารดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
ประจําปเี สนอตอ่ คณะกรรมการ

(๔) ประสานแผนและการดําเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตลอดจน
หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

(๕) ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบัติงานตามมตขิ องคณะกรรมการ
(๖) รบั ผิดชอบงานธุรการของคณะอนกุ รรมการ
(๗) ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอ่ี นื่ ตามท่คี ณะกรรมการหรือคณะอนกุ รรมการมอบหมาย

หมวด ๔
การควบคมุ กํากับ ดแู ล

มาตรา ๓๒ เพ่ือประโยชน์ในการควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนินการด้านความปลอดภัย
อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งาน ให้นายจา้ งดาํ เนินการดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) จดั ให้มีการประเมนิ อนั ตราย
(๒) ศกึ ษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทํางานที่มผี ลต่อลกู จ้าง
(๓) จัดทําแผนการดําเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทาํ งานและจดั ทําแผนการควบคมุ ดูแลลกู จา้ งและสถานประกอบกิจการ
(๔) ส่งผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ แผนการดําเนินงานและแผนการ
ควบคุมตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหอ้ ธบิ ดีหรอื ผซู้ ่งึ อธบิ ดีมอบหมาย
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดําเนินการตามวรรคหน่ึง ประเภทกิจการ ขนาดของ
กิจการท่ีต้องดําเนินการ และระยะเวลาที่ต้องดําเนินการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษา
ในการดําเนินการตามวรรคหน่ึง นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําและได้รับการรับรองผล
จากผูช้ าํ นาญการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
มาตรา ๓๓ ผู้ใดจะทําการเป็นผชู้ ํานาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อม
ในการทํางานจะต้องได้รบั ใบอนญุ าตจากอธบิ ดีตามพระราชบัญญตั นิ ี้

เลม่ ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หนา้ ๑๕ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

การขอใบอนุญาต การออกใบอนญุ าต คณุ สมบัติของผู้ชํานาญการ การควบคุมการปฏิบัติงาน
ของผู้ได้รับใบอนญุ าต การต่ออายใุ บอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การส่งั พักใช้ และการเพิกถอน
ใบอนญุ าตตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเงือ่ นไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง

ใหน้ าํ บทบญั ญตั ิในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการอนุญาตเป็นผู้ชํานาญการด้านความปลอดภัย
อาชวี อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน โดยอนโุ ลม

มาตรา ๓๔ ในกรณีท่ีสถานประกอบกิจการใดเกิดอุบัติภัยร้ายแรง หรือลูกจ้างประสบ
อนั ตรายจากการทํางาน ใหน้ ายจ้างดําเนนิ การดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) กรณีท่ีลูกจ้างเสียชีวิต ให้นายจ้างแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในทันทีที่ทราบ
โดยโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอ่ืนใดท่ีมีรายละเอียดพอสมควร และให้แจ้งรายละเอียดและสาเหตุ
เปน็ หนงั สอื ภายในเจด็ วนั นับแตว่ นั ท่ลี กู จ้างเสียชวี ิต

(๒) กรณีท่ีสถานประกอบกิจการได้รับความเสียหายหรือต้องหยุดการผลิต หรือมีบุคคล
ในสถานประกอบกิจการประสบอันตรายหรือได้รับความเสียหาย อันเนื่องมาจากเพลิงไหม้ การระเบิด
สารเคมรี ่ัวไหล หรืออบุ ตั ภิ ยั รา้ ยแรงอื่น ให้นายจ้างแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในทันทีที่ทราบ
โดยโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอ่ืนใด และให้แจ้งเป็นหนังสือโดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดข้ึน
ความเสยี หาย การแกไ้ ขและวธิ กี ารป้องกนั การเกดิ ซ้าํ อกี ภายในเจด็ วนั นบั แต่วันเกดิ เหตุ

(๓) กรณีท่ีมีลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน เมื่อนายจ้าง
แจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคมตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ให้นายจ้าง
สง่ สาํ เนาหนังสือแจง้ นน้ั ตอ่ พนกั งานตรวจความปลอดภยั ภายในเจ็ดวันดว้ ย

การแจง้ เปน็ หนงั สือตามวรรคหนึ่ง ใหเ้ ป็นไปตามแบบท่ีอธิบดีประกาศกําหนดและเมื่อพนักงาน
ตรวจความปลอดภัยได้รับแจ้งแล้ว ใหด้ ําเนนิ การตรวจสอบและหามาตรการปอ้ งกันอนั ตรายโดยเรว็

หมวด ๕
พนักงานตรวจความปลอดภัย

มาตรา ๓๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติน้ี ให้พนักงานตรวจความปลอดภัย
มีอาํ นาจดงั ต่อไปน้ี

(๑) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสํานักงานของนายจ้างในเวลาทําการหรือเม่ือเกิด
อบุ ัตภิ ัย

เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หน้า ๑๖ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) ตรวจสอบหรือบันทึกภาพและเสียงเก่ียวกับสภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวกับ
ความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทํางาน

(๓) ใชเ้ ครื่องมอื ในการตรวจวัดหรือตรวจสอบเครอื่ งจกั ร หรืออปุ กรณ์ในสถานประกอบกจิ การ
(๔) เกบ็ ตัวอยา่ งของวัสดุหรอื ผลิตภณั ฑ์ใด ๆ มาเพื่อการวิเคราะห์เก่ียวกบั ความปลอดภยั
(๕) สอบถามข้อเท็จจริง หรือสอบสวนเรื่องใด ๆ ภายในขอบเขตอํานาจและเรียกบุคคล
ที่เกี่ยวข้องมาช้ีแจง รวมท้ังตรวจสอบหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานท่ีเก่ียวข้องและเสนอแนะมาตรการ
ปอ้ งกันอนั ตรายต่ออธิบดโี ดยเรว็
มาตรา ๓๖ ในกรณีทพี่ นกั งานตรวจความปลอดภัยพบว่า นายจ้าง ลูกจ้างหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
ผู้ใดฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั ิตามพระราชบัญญัตนิ ้ี หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือพบว่า
สภาพแวดล้อมในการทํางาน อาคาร สถานท่ี เคร่ืองจักรหรืออุปกรณ์ท่ีลูกจ้างใช้จะก่อให้เกิดความ
ไมป่ ลอดภยั แกล่ กู จ้าง ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอํานาจส่ังให้ผู้นั้นหยุดการกระทําที่ฝ่าฝืน แก้ไข
ปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาสามสิบวัน ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่อาจดําเนินการ
ให้แล้วเสรจ็ ภายในกําหนดเวลาดังกล่าวได้ พนักงานตรวจความปลอดภัยอาจขยายระยะเวลาออกไปได้
ไมเ่ กนิ สองครัง้ คร้งั ละสามสบิ วันนับแตว่ ันทีค่ รบกาํ หนดเวลาดงั กล่าว
ในกรณีจําเป็นเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย ให้พนักงานตรวจ
ความปลอดภัยมีอํานาจสั่งใหห้ ยุดการใชเ้ ครื่องจกั ร อุปกรณ์ อาคารสถานที่ หรือผูกมัดประทับตราสิ่งท่ีอาจจะ
ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อลูกจ้างดังกล่าวท้ังหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว ในระหว่าง
การปฏบิ ัตติ ามคาํ ส่ังของพนกั งานตรวจความปลอดภัยได้ เมอ่ื นายจ้างได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกตอ้ งตามคําส่ัง
ของพนักงานตรวจความปลอดภัยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายจ้างแจ้งอธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย
เพอื่ พิจารณาเพกิ ถอนคาํ สงั่ ดงั กลา่ วได้
มาตรา ๓๗ ในกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัย
ตามมาตรา ๓๖ ถ้ามีเหตุอันอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงท่ีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สมควรเข้าไปดําเนินการแทน ให้อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจสั่งให้พนักงานตรวจ
ความปลอดภัยหรือมอบหมายให้บุคคลใดเข้าจัดการแก้ไขเพ่ือให้เป็นไปตามคําส่ังนั้นได้ ในกรณีเช่นน้ี
นายจา้ งต้องเป็นผเู้ สยี ค่าใชจ้ ่ายสาํ หรับการเข้าจดั การแก้ไขนนั้ ตามจาํ นวนทีจ่ ่ายจริง

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๑๗ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

กอ่ นทีอ่ ธบิ ดหี รอื ผูซ้ ึง่ อธิบดีมอบหมายจะดําเนนิ การตามวรรคหน่ึง จะต้องมีคําเตือนเป็นหนังสือ
ให้นายจา้ งปฏบิ ัตติ ามคําสงั่ ของพนกั งานตรวจความปลอดภยั ภายในระยะเวลาท่ีกําหนด คําเตือนดังกล่าว
จะกําหนดไปพรอ้ มกบั คาํ ส่งั ของพนกั งานตรวจความปลอดภยั กไ็ ด้

ในการดาํ เนนิ การตามวรรคหนึ่ง ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขอรับเงินช่วยเหลือจาก
กองทุนเพ่ือเป็นเงินทดรองจ่ายในการดําเนินการได้ และเมื่อได้รับเงินจากนายจ้างแล้วให้ชดใช้
เงนิ ช่วยเหลอื ที่ได้รับมาคนื แกก่ องทนุ

มาตรา ๓๘ ให้อธิบดีมีอํานาจออกคําส่ังเป็นหนังสือให้ยึด อายัด และขายทอดตลาด
ทรพั ยส์ นิ ของนายจ้างซึ่งไม่จา่ ยค่าใช้จา่ ยในการดาํ เนนิ การตามมาตรา ๓๗ ทงั้ น้ี เพียงเท่าท่ีจําเป็นเพื่อเป็น
ค่าใชจ้ า่ ยสําหรบั การเขา้ จัดการแกไ้ ขตามจาํ นวนท่จี ่ายจรงิ

การมีคําสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งจะกระทําได้ต่อเม่ือได้แจ้งเป็นหนังสือ
ให้นายจ้างนําเงินค่าใช้จ่ายมาจ่ายภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันท่ี
นายจ้างไดร้ บั หนงั สือนั้นและนายจา้ งไมจ่ า่ ยภายในระยะเวลาทก่ี าํ หนด

หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเง่อื นไขในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามระเบยี บท่รี ัฐมนตรกี าํ หนด ทง้ั น้ี ให้นาํ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประมวลกฎหมาย
วิธพี จิ ารณาความแพง่ มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม

เงินที่ไดจ้ ากการขายทอดตลาดทรพั ย์สินใหห้ ักไวเ้ ป็นค่าใช้จา่ ยในการยึด อายดั และขายทอดตลาด
และชําระค่าใช้จ่ายที่นายจ้างต้องเป็นผู้จ่ายตามมาตรา ๓๗ ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่นายจ้างโดยเร็ว
โดยให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีหนังสือแจ้งให้ทราบเพื่อขอรับเงินที่เหลือคืนโดยส่งทางไปรษณีย์
ลงทะเบียนตอบรับ ถา้ นายจ้างไม่มาขอรับคืนภายในห้าปีนับแต่วันได้รับแจ้ง ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของ
กองทนุ

มาตรา ๓๙ ระหว่างหยุดการทํางานหรือหยุดกระบวนการผลิตตามมาตรา ๓๖ ให้นายจ้าง
จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างท่ีเกี่ยวข้องกับการหยุดการทํางานหรือการหยุดกระบวนการผลิตน้ันเท่ากับค่าจ้าง
หรือสิทธิประโยชน์อ่ืนใดท่ีลูกจ้างต้องได้รับ เว้นแต่ลูกจ้างรายน้ันจงใจกระทําการอันเป็นเหตุให้มีการ
หยดุ การทํางานหรอื หยุดกระบวนการผลิต

มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีพนักงานตรวจความปลอดภัยมีคําส่ังตามมาตรา ๓๖ วรรคหน่ึง
หากนายจา้ ง ลกู จ้าง หรือผู้ทีเ่ กย่ี วขอ้ งไมเ่ หน็ ดว้ ย ให้มีสทิ ธิอุทธรณ์เปน็ หนังสอื ตอ่ อธิบดีไดภ้ ายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ทราบคําสั่ง ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับอุทธรณ์ คําวินิจฉัย
ของอธิบดใี หเ้ ปน็ ทส่ี ุด

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หนา้ ๑๘ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีทพี่ นักงานตรวจความปลอดภัยมีคาํ สง่ั ตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง หากนายจ้าง ลูกจ้าง
หรอื ผ้ทู ี่เก่ยี วขอ้ งไม่เห็นดว้ ย ให้มีสทิ ธอิ ุทธรณเ์ ปน็ หนังสือตอ่ คณะกรรมการไดภ้ ายในสามสบิ วนั นบั แต่วันที่
ทราบคําสั่ง ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับอุทธรณ์ คําวินิจฉัย
ของคณะกรรมการให้เป็นทีส่ ดุ

การอุทธรณ์ ย่อมไม่เปน็ การทเุ ลาการปฏิบตั ิตามคําสงั่ ของพนกั งานตรวจความปลอดภัย เว้นแต่
อธิบดหี รือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี จะมีคําส่งั เป็นอยา่ งอนื่

มาตรา ๔๑ ในการปฏิบัติตามหน้าที่ พนักงานตรวจความปลอดภัยต้องแสดงบัตรประจําตัว
เม่อื ผทู้ ่เี ก่ียวขอ้ งรอ้ งขอ

บตั รประจาํ ตัวพนกั งานตรวจความปลอดภัย ใหเ้ ป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรปี ระกาศกาํ หนด
มาตรา ๔๒ ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง หรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้างเพราะเหตุที่
ลูกจา้ งดําเนนิ การฟอ้ งรอ้ งหรือเป็นพยานหรอื ให้หลักฐานหรือให้ข้อมูลเก่ียวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานต่อพนักงานตรวจความปลอดภยั หรือคณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัตินี้
หรือต่อศาล
มาตรา ๔๓ ในกรณีท่ีนายจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้ที่เก่ียวข้องได้ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงาน
ตรวจความปลอดภัยตามมาตรา ๓๖ ภายในระยะเวลาที่กําหนด การดําเนินคดีอาญาต่อนายจ้าง
ลูกจ้าง หรือผ้ทู เี่ กยี่ วข้องใหเ้ ป็นอันระงับไป

หมวด ๖
กองทนุ ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทํางาน

มาตรา ๔๔ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรียกว่า
“กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการ
ดําเนินการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทํางานตามพระราชบัญญัติน้ี

มาตรา ๔๕ กองทุนประกอบดว้ ย
(๑) เงนิ ทนุ ประเดมิ ทรี่ ฐั บาลจดั สรรให้
(๒) เงินรายปที ไี่ ด้รับการจัดสรรจากกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยเงนิ ทดแทน
(๓) เงินคา่ ปรับท่ไี ดจ้ ากการลงโทษผู้กระทําผดิ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(๔) เงนิ อุดหนุนจากรฐั บาล
(๕) เงินหรือทรพั ยส์ ินทีม่ ีผู้บรจิ าคให้

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๑๙ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

(๖) ผลประโยชนท์ ไ่ี ด้จากเงินของกองทุน
(๗) คา่ ธรรมเนียมใบอนญุ าตและใบสาํ คญั การขึน้ ทะเบียนตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓
และมาตรา ๓๓
(๘) ดอกผลทเี่ กดิ จากเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ของกองทุน
(๙) รายไดอ้ ่ืน ๆ
มาตรา ๔๖ เงินกองทุนให้ใช้จา่ ยเพ่ือกิจการดังต่อไปนี้
(๑) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
และการพัฒนา แก้ไขและบริหารงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
ทั้งนี้ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทาํ งาน
(๒) ช่วยเหลือและอุดหนุนหน่วยงานของรัฐ สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน หรือบุคคล
ท่ีเสนอโครงการหรอื แผนงานในการดําเนินการส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาวิจัยและการพัฒนางานด้าน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งาน
(๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทนุ และตามมาตรา ๓๐
(๔) สนับสนุนการดําเนินงานของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานตามความเหมาะสมเป็นรายปี
(๕) ให้นายจ้างกู้ยืมเพ่ือแก้ไขสภาพความไม่ปลอดภัย หรือเพ่ือป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและ
โรคอนั เนื่องจากการทํางาน
(๖) เงินทดรองจา่ ยในการดาํ เนนิ การตามมาตรา ๓๗
การดําเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทํางานกําหนด และให้นําเงินดอกผลของกองทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินการตาม (๑) (๒)
และ (๓) ได้ไมเ่ กินรอ้ ยละเจ็ดสบิ ห้าของดอกผลของกองทุนต่อปี
มาตรา ๔๗ เงินและทรัพย์สินที่กองทนุ ไดร้ ับตามมาตรา ๔๕ ไม่ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง
เป็นรายได้แผน่ ดนิ
มาตรา ๔๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรยี กว่า “คณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ประกอบด้วย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เปน็ ประธานกรรมการ ผ้แู ทนกระทรวงการคลัง ผแู้ ทนสาํ นักงานประกันสังคม ผู้แทนสํานักงบประมาณ
และผ้ทู รงคุณวฒุ อิ กี คนหนง่ึ ซ่งึ รฐั มนตรแี ต่งต้ัง กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละห้าคน
เป็นกรรมการ

เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หนา้ ๒๐ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานเุ บกษา

ใหข้ ้าราชการกรมสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงานซ่งึ รฐั มนตรแี ต่งตั้งเปน็ เลขานกุ าร
การได้มาซ่ึงผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธกี าร และเง่อื นไขทร่ี ัฐมนตรีประกาศกําหนด โดยตอ้ งคาํ นึงถงึ การมีส่วนรว่ มของทง้ั หญงิ และชาย
มาตรา ๔๙ ใหน้ ําบทบัญญัตมิ าตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ วรรคหน่ึง วรรคสาม
และวรรคส่ี มาใช้บงั คับกบั การดาํ รงตําแหน่ง การพน้ จากตาํ แหน่ง การประชุมของคณะกรรมการบริหาร
กองทุนความปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และให้นํามาตรา ๒๙ มาใช้บังคับ
กับการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานโดยอนโุ ลม
มาตรา ๕๐ ใหค้ ณะกรรมการบริหารกองทนุ ความปลอดภัย อาชวี อนามัยและสภาพแวดล้อม
ในการทํางานมอี าํ นาจหน้าทีด่ งั ตอ่ ไปน้ี
(๑) กาํ กบั การจดั การและบรหิ ารกองทนุ
(๒) พิจารณาจดั สรรเงนิ กองทนุ เพือ่ การช่วยเหลือและการอุดหนุน การให้กู้ยืม การทดรองจ่าย
และการสนบั สนุนเงินในการดําเนนิ งานด้านความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(๓) วางระเบียบเก่ียวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินกองทุนและการจัดหา
ผลประโยชน์ของเงนิ กองทุน โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๔) วางระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงอื่ นไขการให้เงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน
การขอเงินชว่ ยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย การขอเงินทดรองจ่าย การให้กู้ยืมเงิน
และการชําระเงนิ คืนแกก่ องทุน
(๕) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามท่ีพระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่
ของคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานหรือ
ตามที่รัฐมนตรมี อบหมาย
มาตรา ๕๑ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันส้ินปีบัญชี ให้คณะกรรมการบริหารกองทุน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเสนองบดุลและรายงานการรับจ่ายเงิน
กองทุนในปีท่ีล่วงมาแล้วต่อสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบรับรองและเสนอต่อ
คณะกรรมการ
งบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินดังกล่าว ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรี
เสนอต่อคณะรฐั มนตรเี พื่อทราบและจดั ให้มีการประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๒๑ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

หมวด ๗
สถาบนั สง่ เสรมิ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน

มาตรา ๕๒ ใหม้ ีสถาบันสง่ เสรมิ ความปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน
โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พือ่ สง่ เสรมิ ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และมีอํานาจ
หน้าที่ดังต่อไปน้ี

(๑) สง่ เสริมและแกไ้ ขปญั หาเกยี่ วกบั ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการ
ทํางาน

(๒) พัฒนาและสนับสนุนการจัดทํามาตรฐานเพ่ือส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางาน

(๓) ดําเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมดําเนินงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัย
อาชวี อนามัย และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานของภาครัฐและเอกชน

(๔) จัดให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทาํ งาน ทั้งในด้านการพฒั นาบคุ ลากรและดา้ นวิชาการ

(๕) อํานาจหน้าทอี่ ่นื ตามท่กี าํ หนดในกฎหมาย
ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทาํ งานโดยอยภู่ ายใตก้ ารกํากับดูแลของรัฐมนตรี ท้ังนี้ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ี
ใช้บงั คบั

หมวด ๘
บทกําหนดโทษ

มาตรา ๕๓ นายจา้ งผใู้ ดฝ่าฝนื หรือไม่ปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานที่กาํ หนดในกฎกระทรวงที่ออกตาม
มาตรา ๘ ต้องระวางโทษจาํ คุกไม่เกินหนึ่งปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ สี่แสนบาท หรอื ทั้งจาํ ท้ังปรับ

มาตรา ๕๔ ผู้ใดมีหน้าที่ในการรับรอง หรือตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หรือรายงานตาม
กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๘ วรรคสอง กรอกข้อความอันเป็นเท็จในการรับรองหรือตรวจสอบ
เอกสารหลักฐานหรือรายงาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท
หรือทงั้ จําทงั้ ปรับ

เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๒๒ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๕๕ ผู้ใดให้บริการตรวจวัด ตรวจสอบ ทดสอบ รับรอง ประเมินความเสี่ยง
จัดฝึกอบรม หรอื ให้คําปรึกษาโดยไมไ่ ด้ขึ้นทะเบยี นตามมาตรา ๙ หรือไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๑
ตอ้ งระวางโทษจาํ คุกไม่เกินหกเดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรบั

มาตรา ๕๖ นายจ้างผูใ้ ดไม่ปฏบิ ัติตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษ
จาํ คกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กินสองแสนบาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรบั

มาตรา ๕๗ นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกินหา้ หมน่ื บาท

มาตรา ๕๘ นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษจําคุก
ไม่เกนิ สามเดอื น หรือปรับไม่เกนิ หนึง่ แสนบาท หรอื ทั้งจําท้งั ปรบั

มาตรา ๕๙ นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน
หนึง่ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สีแ่ สนบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรบั

มาตรา ๖๐ ผู้ใดไมป่ ฏิบตั ิตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามเดือน
หรอื ปรบั ไม่เกินหน่งึ แสนบาท หรือทง้ั จําทัง้ ปรับ

มาตรา ๖๑ ผูใ้ ดขัดขวางการดาํ เนนิ การของนายจา้ งตามมาตรา ๑๙ หรือขัดขวางการปฏิบัติ
หน้าท่ีของพนักงานตรวจความปลอดภัย หรือบุคคลซ่ึงได้รับมอบหมายตามมาตรา ๓๗ วรรคหน่ึง
โดยไมม่ ีเหตุอันสมควร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กินหกเดือนหรือปรบั ไมเ่ กินสองแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้ังปรับ

มาตรา ๖๒ ผ้ใู ดไมป่ ฏบิ ตั ิตามมาตรา ๒๒ วรรคหนง่ึ หรอื มาตรา ๒๓ ตอ้ งระวางโทษจําคุก
ไมเ่ กนิ สามเดอื น หรือปรบั ไม่เกินหนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรบั

มาตรา ๖๓ ผู้ใดกระทําการเป็นผู้ชํานาญการด้านคว ามปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานโดยไม่ได้รบั ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน
หรอื ปรับไมเ่ กินสองแสนบาท หรอื ทง้ั จําทง้ั ปรบั

มาตรา ๖๔ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อํานวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจ
ความปลอดภัยตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน
หรอื ปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรับ

มาตรา ๖๕ ผ้ใู ดฝา่ ฝนื หรอื ไม่ปฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของพนักงานตรวจความปลอดภัยตามมาตรา ๓๖
วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจาํ คกุ ไม่เกินหกเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินสองแสนบาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรบั

เลม่ ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หนา้ ๒๓ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๖๖ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือกระทําการอย่างหน่ึงอย่างใดเพื่อให้ส่ิงที่พนักงานตรวจ
ความปลอดภัยส่ังให้ระงับการใช้หรือผูกมัดประทับตราไว้กลับใช้งานได้อีกระหว่างการปฏิบัติตามคําส่ัง
ของพนักงานตรวจความปลอดภัยตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี
หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ แปดแสนบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ และปรับอีกเป็นรายวันไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่า
จะดําเนินการตามคําสงั่

มาตรา ๖๗ นายจ้างผใู้ ดไม่ปฏิบตั ติ ามมาตรา ๓๙ ตอ้ งระวางโทษปรบั ครง้ั ละไมเ่ กินหา้ หมืน่ บาท
มาตรา ๖๘ นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ
ไมเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื ท้งั จาํ ทั้งปรบั
มาตรา ๖๙ ในกรณีที่ผู้กระทําความผดิ เปน็ นติ บิ คุ คล ถ้าการกระทาํ ความผิดของนิติบุคคลน้ัน
เกิดจากการส่ังการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือเกิดจากการไม่ส่ังการ หรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าท่ี
ที่ต้องกระทําของกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลใดซ่ึงรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น
ผนู้ น้ั ต้องรบั โทษตามทบี่ ญั ญัตไิ ว้สําหรับความผิดนัน้ ๆ ด้วย
มาตรา ๗๐ ผู้ใดเปิดเผยข้อเท็จจริงใดท่ีเก่ียวกับกิจการของนายจ้างอันเป็นข้อเท็จจริง
ท่ีปกติวิสัยของนายจ้างจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยซ่ึงผู้น้ันได้หรือล่วงรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเนื่องจาก
การปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจําท้ังปรับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยในการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้
หรือเพ่ือประโยชนแ์ กก่ ารค้มุ ครองแรงงาน การแรงงานสัมพนั ธ์ หรอื การสอบสวนหรือพจิ ารณาคดี
มาตรา ๗๑ บรรดาความผดิ ตามพระราชบัญญัติน้ีท่ีมีอัตราโทษจําคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับ
ไม่เกินสี่แสนบาท ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปน้ี เห็นว่าผู้กระทําผิดไม่ควรได้รับโทษจําคุกหรือไม่ควร
ถกู ฟอ้ งร้อง ให้มอี าํ นาจเปรียบเทียบดงั น้ี
(๑) อธิบดหี รือผ้ซู ึง่ อธบิ ดมี อบหมาย สาํ หรบั ความผิดทีเ่ กิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร
(๒) ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย สําหรับความผิดท่ีเกิดขึ้น
ในจังหวดั อื่น
ในกรณีท่ีมีการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทําความผิดท่ีเจ้าพนักงาน
มอี าํ นาจเปรียบเทียบไดต้ ามวรรคหน่งึ และบุคคลน้ันยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเร่ือง
ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่บุคคลนั้นแสดงความยินยอม
ใหเ้ ปรียบเทยี บ

เลม่ ๑๒๘ ตอนท่ี ๔ ก หน้า ๒๔ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานเุ บกษา

เมือ่ ผูก้ ระทําผดิ ได้ชําระเงินค่าปรับตามจํานวนท่ีเปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีมีการ
เปรยี บเทยี บแล้ว ให้ถอื วา่ คดเี ลกิ กันตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา

ถ้าผู้กระทําความผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบหรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชําระเงินค่าปรับภายใน
กําหนดเวลาตามวรรคสาม ใหด้ ําเนินคดตี อ่ ไป

มาตรา ๗๒ การกระทําความผิดตามมาตรา ๖๖ ถ้าคณะกรรมการเปรียบเทียบ
ซง่ึ ประกอบด้วยอธิบดี ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือผู้แทน และอัยการสูงสุด หรือผู้แทน
เห็นว่าผู้กระทําผิดไม่ควรได้รับโทษจําคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้มีอํานาจเปรียบเทียบได้ และให้นํา
มาตรา ๗๑ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗๓ ใน ว าร ะเร่ิมแ ร ก ให้ค ณ ะกร ร มการ ค ว ามปล อด ภัย อาชีว อน ามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามพระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซ่ึงดํารงตําแหน่งอยู่
ในวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปจนกว่าจะมีการ
แตง่ ต้ังคณะกรรมการตามพระราชบญั ญัตินี้ ซึ่งตอ้ งไม่เกินหนง่ึ รอ้ ยแปดสิบวนั นับแต่วันทพ่ี ระราชบัญญัติน้ี
ใชบ้ งั คบั

มาตรา ๗๔ ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการ
ตามพระราชบญั ญัตินี้ ให้นํากฎกระทรวงที่ออกตามความในหมวด ๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ มาใช้บังคบั โดยอนุโลม

ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชวี ะ
นายกรฐั มนตรี

อตั ราคาธรรมเนียม

(๑) ใบอนญุ าตใหบ รกิ ารดานความปลอดภยั ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท

อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอมในการทาํ งาน

(๒) ใบอนญุ าตผชู าํ นาญการ ดา นความปลอดภัย ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท

อาชวี อนามัย และสภาพแวดลอ มในการทาํ งาน

(๓) ใบสําคัญการขึ้นทะเบยี นบุคลากร ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท

ตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๓

(๔) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐๐ บาท

(๕) ใบแทนใบสาํ คัญการขึน้ ทะเบยี น ฉบับละ ๕๐๐ บาท

(๖) การตอ อายุใบอนญุ าตหรอื ใบสําคญั ครง้ั ละเทา กบั คาธรรมเนยี มสาํ หรบั  

การขน้ึ ทะเบยี น ใบอนญุ าตหรอื ใบสําคญั นั้น

เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๔ ก หน้า ๒๕ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันมีการนําเทคโนโลยี
เครื่องมอื เครือ่ งจกั ร อปุ กรณ์ สารเคมี และสารเคมอี ันตรายมาใช้ในกระบวนการผลิต การก่อสร้าง และบริการ
แต่ขาดการพัฒนาความรู้ความเข้าใจควบคู่กันไป ทําให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานในด้านความปลอดภัย
อาชวี อนามยั สภาพแวดลอ้ มในการทํางาน และก่อให้เกิดอันตรายจากการทํางาน จนถึงแก่บาดเจ็บ พิการ
ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือเกิดโรคอันเน่ืองจากการทํางานซ่ึงมีแนวโน้มสูงขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นด้วย
ประกอบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มีหลักการส่วนใหญ่เป็นเรื่องการคุ้มครองแรงงานทั่วไป
และมีขอบเขตจํากัดไม่สามารถกําหนดกลไกและมาตรการบริหารงานความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการวางมาตรการควบคุม กํากับ ดูแล และบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานอย่างเหมาะสม สําหรับป้องกัน สงวนรักษาทรัพยากรบุคคลอันเป็นกําลัง
สําคัญของชาติ สมควรมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
เป็นการเฉพาะ จงึ จําเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัตินี้


Click to View FlipBook Version
Previous Book
brand-4
Next Book
ONET2563