The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จันทร์กระจ่างฟ้า ปี16 วันพ่อ ฉ.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jaruwan.chan2509, 2021-12-05 06:46:54

จันทร์กระจ่างฟ้า ปี16 วันพ่อ ฉ.5

จันทร์กระจ่างฟ้า ปี16 วันพ่อ ฉ.5

จดหมายขา วประชาสมั พันธ ฉบบั ท่ี ๕ ปท่ี ๑๖ ประจำวันที่ ๖ - ๑๙ ธนั วาคม ๒๕๖๔
จดหมายขา วประชาสมั พันธ ฉบับที ๒ ปท ี ๑๖ วนั ที ๑๐ - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

ปีท่ี ๑๕ ฉบบั ที่ ๑๒ ประจ�ำ วันท่ี ๒ - ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๖๒

สารจากอธิการบดี
สวัสดที า่ นคณาจารย์ บุคลากร และนกั ศึกษาทุกทา่ น

เน่ืองในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร วนั ที่ ๕ ธนั วาคม ๒๕๖๔ ซง่ึ เปน็ อกี หนง่ึ วนั สำ� คญั
ทพ่ี สกนิกรทกุ คน รว่ มน้อมร�ำลกึ ถงึ พระมหากรุณาธคิ ณุ ของพระองคท์ า่ น
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็น... “พ่อของแผ่นดิน” ตลอดระยะเวลาท่ีทรงครอง
ราชสมบตั มิ ายาวนานกวา่ ๗๐ ปี ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ อนั เปน็ คณุ ประโยชนต์ อ่ พสกนกิ ร
ทรงดแู ลเกอ้ื กลู ทกุ ขส์ ขุ ของประชาชนโดยทว่ั หนา้ และทส่ี ำ� คญั คอื การไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ
อย่างหาท่ีสุดมิได้จากพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “ราชภัฏ”
ซึง่ หมายถึง “คนของพระราชา” ใหแ้ ก่สถาบันราชภัฏ เมือ่ วันที่ ๑๔ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕
ดั่งพระบรมราโชวาท “อยากให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นสถาบันที่เป็นประโยชน์และ
เป็นกลไกท่ีพัฒนาประชาชน ท้องถ่ิน และประเทศ” ท้ังให้ความส�ำคัญกับการศึกษาไทย ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ราเชนทร์ เหมือนชอบ
อยา่ งหาทส่ี ุดมิได้ อธกิ ารบดี

หลงั จากนี้ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู รชั กาลท่ี ๑๐
ทรงครองราชย์ท่านยังเห็นถึงความส�ำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏและท้องถิ่น จึงทรงให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ “เป็นสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่เสริมสร้างภูมิปัญญาของท้องถิ่น การผลิตและพัฒนาครู รวมท้ังศึกษา วิจัย เพ่ือสืบสานโครงการ
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริในการปฏิบตั ิภารกิจของตนเองเพ่ือพฒั นาทอ้ งถนิ่ ”
ถอื ได้วา่ ... เป็นความภูมใิ จของชาวราชภฏั ทไ่ี ดส้ นองพระมหากรณุ าธคิ ุณเพอ่ื ให้สมกบั เปน็ คนของพระราชา “พระมหากษัตรยิ ์
๒ พระองค”์ แห่งพระบรมราชจกั รวี งศ์
ดังนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จึงมุ่งม่ันน้อมน�ำพระบรมราโชบายของท้ัง ๒ พระองค์ ในการท�ำหน้าท่ี ผลิตบัณฑิต
ที่ดีมีคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น รวมถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาครู ตามแนวพระราชด�ำริ
มาอย่างตอ่ เนื่องจนปจั จุบัน
ในวาระนี้ ขอให้ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ได้น้อมน�ำพระราชกรณียกิจท่ีพระองค์ท่านทรงปฏิบัติมา เป็น
แสงน�ำส่องทาง ในการดำ� เนนิ ชีวิต การท�ำงานของตนเอง และรว่ มน้อมร�ำลึกถึง “พอ่ ” ของเราทุกคน นน่ั รวมถึงพอ่ ผู้ให้กำ� เนิดเล้ียงดู
เรามา โดยการกตัญญูรคู้ ณุ ท่าน ท้ังในยามทุกข์สุข หรอื แม้ทา่ นได้ล่วงลบั ไป
ขอใหท้ กุ ทา่ นรว่ มรำ� ลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ และไดร้ บั พระบารมขี องพระองคท์ า่ นเปน็ อนั ประเสรฐิ เปน็ มงคลในวนั สำ� คญั น้ี



พธิ ีไถช่ วี ิตโค-กระบือ คร้งั ที่ ๓๑ปที ่ี ๑๕ ฉบบั ท่ี ๑๒ ประจำ�วนั ที่ ๒ - ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

เพ่ือมอบให้ศูนย์การศึกษาฯ จันทรเกษม-ชยั นาท
ณ วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ที่ผ่านมา

เจตจำ� นงสจุ ริต เม่ือวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
จันทรเกษม โดยคณะกรรมการเลือกต้ังกรรมการสภามหาวิทยาลัย
จากคณาจารย์ประจ�ำ ได้ด�ำเนินการเลือกต้ังกรรมการสภา
มหาวิทยาลัยจากคณาจารย์ประจ�ำ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรสาย
วิชาการมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มาลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง เพ่ือร่วม
แสดงเจตจ�ำนงสุจริตในการบริหารงาน ซึ่งสอดคล้องกับประกาศ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จนั ทรเกษม เรอ่ื ง เจตจำ� นงสจุ รติ ในการบรหิ าร
งานมหาวิทยาลัยราชภฏั จันทรเกษม



ปที ี่ ๑๕ ฉบับท่ี ๑๒ ประจ�ำ วนั ท่ี ๒ - ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

รชั กาลที่ ๙ กบั การศกึ ษาไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช หลายขั้นหลายทุน ต้ังแต่ระดับประถม
บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกรณียกิจท่ีสร้างประโยชน์ให้แก่พสกนิกรมากมาย ศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา อาทิ
แต่สิ่งส�ำคัญท่ีทรงให้ความส�ำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือด้าน “การศึกษา” โดย ทุนพระราชทานเพ่ือการศึกษาสงเคราะห์
สง่ เสรมิ และพฒั นาใหเ้ ปน็ รากฐานสำ� คญั ในการพฒั นาคน อนั จะนำ� ไปสกู่ ารพฒั นา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรม
ประเทศไทยให้เจริญร่งุ เรืองสบื ไป ราชูปถัมภ์ ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ทุนเล่า
ดงั พระบรมราโชวาท ทพี่ ระราชทานแกค่ รแู ละนกั เรยี นทไ่ี ดร้ บั พระราชทาน เรียนหลวง ทุนมูลนิธภิ มู พิ ล เป็นตน้
รางวลั เมอ่ื วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ความตอนหนึง่ ว่า ภายหลัง ในพิธีพระราชทาน
“...การศึกษาเป็นปัจจัยส�ำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล วันที่
ความประพฤติ และคณุ ธรรมของบคุ คลสงั คมและบา้ นเมอื งใดใหก้ ารศกึ ษาทดี่ แี ก่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จ
เยาวชนไดอ้ ย่างครบถ้วน ลว้ นพอเหมาะกันทกุ ๆ ดา้ น สงั คม และ บา้ นเมอื งน้ัน พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
ก็จะมีพลเมืองมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดย มหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน
ตลอด...” แนวพระราชด�ำริเกี่ยวกับการศึกษาท่ีจะ
ตลอดรชั สมยั ๗๐ ปแี หง่ การครองสริ ริ าชยส์ มบตั ิ พระบาทสมเดจ็ พระบรม ช่วยใหบ้ รรลุถงึ จดุ หมายไว้ว่า...
ชนกาธิเบศรฯ ได้พระราชทานโครงการในพระราชด�ำริมากกว่า ๒,๐๐๐ โครงการ “...ความรทู้ จ่ี ะศกึ ษามอี ยสู่ ามสว่ น
และในหลายโครงการมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ
โปรดกระหมอ่ มพระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองค์ เพอื่ กอ่ ตงั้ กองทนุ การศกึ ษา และความคดิ อา่ นตามเหตผุ ลความเปน็ จรงิ
ซงึ่ แตล่ ะคนควรเรยี นรใู้ หค้ รบเพอื่ สามารถ
นำ� ไปใชป้ ระกอบกจิ การงาน และแก้ปัญหา
...ความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือ ทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ...” ความ
ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความคิดอ่าน ตอนหน่ึง ในพระบรมราโชวาท ท่ีเว็บไซต์
ตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร นำ� มาลงไวใ้ จความดงั น้ี
ให้ครบเพื่อสามารถน�ำไปใช้ประกอบกิจการงาน และ
แก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ... ๑. ความรวู้ ชิ าการ ความรวู้ ชิ าการ
หรือการศึกษาทางทฤษฎี จะท�ำให้เรามีพ้ืน
ฐานในเรื่องน้ัน ๆ รู้กรอบหรือแนวทางของ
การคิดและการปฏิบัติ สามารถท่ีจะน�ำไป
ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อยอดความรู้และ



ปที ่ี ๑๕ ฉบบั ที่ ๑๒ ประจ�ำ วนั ท่ี ๒ - ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

วิชาความรู้อัน
พึงประสงค์น้ัน ได้แก่ วิชา
ความรู้ท่ีถูกต้อง ชัดเจน
แมน่ ย�ำ ชำ� นาญ นำ� ไปใช้การ
เป็นประโยชน์ได้พอเหมาะ
พอควร ทันต่อเหตุการณ์
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ให้เกิดความรู้อีกส่วนหน่ึงท่ีเสริมความรู้เชิงทฤษฎีให้เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
ดงั พระราชด�ำรสั ความตอนหนึ่งว่า
“การมีความรู้ถนัดทฤษฎีประการเดียว ไม่เพียงพอที่จะท�ำให้บุคคล
สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ ผู้ท่ีฉลาดสามารถในหลักวิชาโดยปกติวิสัยจะได้แต่
ความเข้าใจ ถ้าความรู้พื้นฐานดี ก็จะช่วย เพียงชี้น้ิวให้ผู้อ่ืนท�ำซ่ึงเป็นการไม่ศักด์ิสิทธ์ิ ไม่อาจท�ำให้ผู้ใดเชื่อถือหรือเชื่อฟัง
ให้สามารถศึกษาในระดับท่ีสูงขึ้นไปได้มาก อยา่ งสนทิ ใจได้ เหตดุ ว้ ยไมแ่ นใ่ จวา่ ผชู้ น้ี ิว้ เองจะร้จู ริง ท�ำได้จริงหรอื ความส�ำเร็จ
ในทางกลับกันถ้าความรู้พ้ืนฐานไม่ดีหรือ ทงั้ ส้ินทำ� ไดเ้ พราะลงมือกระท�ำ” (๑๘ ตลุ าคม ๒๕๑๗)
ไม่แข็งแรง การศึกษาที่ระดับสูงขึ้นไปก็จะ ๓. ความคิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง พระองค์ทรงอธิบายเร่ืองนี้
ทำ� ไมไ่ ดห้ รอื ไดน้ อ้ ย ดงั พระราชดำ� รสั ความ ว่า “วิชาการท้ังปวงนั้นถึงจะมีประเภทมากมายเพียงใดก็ตาม แต่เม่ือน�ำมาใช้
ตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระบรม- สร้างสรรค์ส่ิงใดก็ต้องใช้ด้วยกัน หรือต้องน�ำมาประยุกต์เข้าด้วยกันเสมอ อย่าง
ชนกาธเิ บศรฯ กับอาหารที่เรารับประทาน กว่าจะส�ำเร็จข้ึนมาให้รับประทานได้ ต้องอาศัย
“วิชาความรู้อันพึงประสงค์น้ัน วิชาประสมประสานกันหลายอย่างและต้องผ่านการปฏิบัติมากมายหลายอย่าง
ไดแ้ ก่ วชิ าความรทู้ ถี่ กู ตอ้ ง ชดั เจน แมน่ ยำ� หลายตอน ดังนั้นวิชาต่าง ๆ มีความสัมพันธ์ถึงกันและมีอุปการะแก่กันทั้งฝ่าย
ช�ำนาญ น�ำไปใช้การเป็นประโยชน์ได้พอ วิทยาศาสตร์และฝ่ายศิลปศาสตร์ ไม่มีวิชาใดที่น�ำมาใช้ได้โดยล�ำพัง หรือเฉพาะ
เหมาะพอควร ทันต่อเหตุการณ์อย่างมี อยา่ งไดเ้ ลย” (๓ สิงหาคม ๒๕๒๑)
ประสทิ ธภิ าพ” (๒๖ มถิ ุนายน ๒๕๒๓) เพ่ือเป็นการส่งเสริมให้ครู... เป็นผู้ท่ีท�ำหน้าที่ที่ส�ำคัญในการปฏิรูปการ
๒. ความรู้ปฏิบัติการ การมีความ ศึกษา “ครูดี” คือผู้ท่ีสร้าง “คนดี” สู่สังคมไทย หนึ่ง...ให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู
รู้ทางทฤษฎีอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ สอง...ให้ครูสอนเด็กให้มีน�้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แค่ให้แข่งขันกับตัวเอง...
ต่อการรับประกันถึงความส�ำเร็จ ผู้ท่ีมี ใหเ้ ดก็ ทเ่ี รยี นเกง่ กวา่ ชว่ ยสอนเพอ่ื นทเ่ี รยี นชา้ กวา่ สาม... ใหค้ รจู ดั กจิ กรรมใหเ้ ดก็ ทำ� รว่ มกนั
ค ว า ม รู ้ เ ชิ ง ท ฤ ษ ฎี จ ะ ต ้ อ ง น� ำ ท ฤ ษ ฎี พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรฯ ใหค้ วามส�ำคญั ของการศกึ ษาเป็น
ไ ป ท ด ล อ ง ป ฏิ บั ติ จ น ใ ห ้ เ กิ ด ค ว า ม อย่างยิ่ง และทรงเป็นผู้เข้าใจแก่นของการศึกษาอย่างถ่องแท้ ทรงให้ความส�ำคัญ
คล่องแคล่วช�ำนาญเสียก่อน การ แบบบูรณาการ แต่หากเรียนแค่ทฤษฎีไม่น�ำไปปฏิบัติก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่รู้ทฤษฎี
ฝ ึ ก ฝ น ป ฏิ บั ติ จ น เ ช่ี ย ว ช า ญ น้ี ช ่ ว ย ไม่สามารถใช้ได้จริง และทุกอย่างจะส�ำเร็จได้ด้วยการรู้จักคิดอ่านตามเหตุผล
รู้จักคิดวิเคราะห์ สะสมความรู้และ
เรยี นรจู้ ากการลองผดิ ลองถกู จนประสบ
ความสำ� เรจ็ ถา้ เรานอ้ มนำ� พระราชดำ� ริ
แนวคดิ ของพระองคม์ าปรบั ใชไ้ มใ่ ชแ่ ค่
ด้านการศึกษา แต่รวมถึงด้านหน้าท่ี
การงานดว้ ย เรากจ็ ะบรรลถุ งึ เปา้ หมาย
อยา่ งมคี ณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพ
ในยามน้ีพระองค์เสด็จ
สู่สวรรคาลัย พสกนิกรชาวไทย
ทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมส�ำนึกในพระ
มหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งหาทส่ี ดุ มไิ ด้ จะ
น้อมน�ำค�ำสอนและร่วมกันสืบสาน
พระราชปณิธาน ในการพัฒนาการ
ข้อมลู จาก : https://www.komchadluek.net/news/402536 ศึกษาชาตใิ หเ้ จรญิ ย่งั ยนื สืบไป



ปีที่ ๑๕ ฉบบั ท่ี ๑๒ ประจ�ำ วนั ท่ี ๒ - ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

งานวจิ ยั “ไม”่ ขนึ้ หงิ้

น�ำ ไปสกู่ ารพฒั นาทอ้ งถนิ่
อย่างยง่ั ยืน

ผ ลั ก ดั น ใ ห ้ นั ก วิ จั ย ข อ รั บ ทุ น
สนับสนุนการวิจัยท่ีเป็นการวิจัยเพ่ือชุมชน
ท้องถิ่นโดยน�ำเอาความรู้ในศาสตร์ของตนเอง
ไปแก้ไขโจทย์วิจัยในพ้ืนที่

มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นสถาบันท่ีผลิตบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์
มคี ณุ ภาพ มสี มรรถนะ และเปน็ สถาบนั หลกั ทบ่ี รู ณาการองคค์ วามรสู้ นู่ วตั กรรม
ในการพัฒนาท้องถ่ินเพ่ือสร้างความม่ันคงให้ประเทศ โดยภารกิจส�ำคัญของ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั คอื การพฒั นางานวชิ าการ งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วกบั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่
และกระบวนการเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ เปน็ หลกั และความ
ตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ ของชมุ ชนโดยการถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ เทคโนโลยแี ละนอ้ มนำ�
แนวพระราชดำ� รสิ กู่ ารปฏบิ ตั ทิ ว่ี า่ “...ใหแ้ นะนำ� มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ใหท้ ำ� งาน
ใหเ้ ขา้ เปา้ ในการยกระดบั การศกึ ษาและพฒั นาทอ้ งถน่ิ ในทอ้ งทตี่ น...” หนง่ึ ใน
พระราโชบายสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๑๐ ดา้ นการศกึ ษา พระราชทานแก่
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ท้ัง ๓๘ แหง่

เฉกเชน่ เดยี วกบั สถาบนั วจิ ยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จนั ทรเกษม
ผลักดันให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยท�ำความเข้าใจกับทิศทางงานวิจัยของ
มหาวิทยาลัย เพ่ือให้นักวิจัยท�ำการวิจัยเพ่ือชุมชนท้องถ่ิน โดยน�ำเอาความรู้
ในศาสตรข์ องตนเองไปแกไ้ ขโจทยว์ ิจยั ในพน้ื ทค่ี วามรับผิดชอบ

ดร.วรี ะพงค์ รกุ ขพันธ์ ผอู้ ำ� นวยการสถาบันวจิ ยั และพัฒนา เปิดเผย
กับทางทีมงานในเรื่องของงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ
พัฒนาชุมชนอย่างไร “มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จนั ทรเกษมไดร้ บั มอบหมายใหด้ แู ล
รบั ผดิ ชอบพน้ื ทจ่ี งั หวดั ชยั นาท และเขตลาดพรา้ ว เขตจตจุ กั ร กรงุ เทพมหานคร
จงึ ไดด้ ำ� เนนิ การพฒั นาระบบกลไกสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื ใหส้ นองตอ่ นโยบาย
ของมหาวิทยาลัยแบบบูรณาการเพื่อให้เกิดการขับเคล่ือนงานวิจัย นวัตกรรม
และพันธกิจสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพ่ือการขับเคลื่อนงานวิจัย และ
การทำ� งานทอ้ งถน่ิ ในระดบั พน้ื ทใี่ นระดบั ตำ� บล ระดบั อำ� เภอ และระดบั จงั หวดั ”

“จากการจัดกลุ่มสถาบนั อุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
จันทรเกษม เป็นกลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยมีการผลักดันให้
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยท�ำความเข้าใจกับทิศทางงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งผลักดันให้นักวิจัยขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยที่เป็นการวิจัยเพื่อชุมชน
ท้องถิ่น โดยน�ำเอาความรู้ในศาสตร์ของตนเองไปแก้ไขโจทย์วิจัยในพื้นที่
โดยจัดให้มีโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยเชิงพ้ืนท่ีของมหาวิทยาลัย
ราชภัฏจันทรเกษม เชิญวิทยากรท่ีมีความรู้ความเช่ียวชาญในด้านการท�ำ
วิจัยท้องถิ่น มาให้ความรู้กับอาจารย์ หรือนักวิจัยท่ียังไม่มีประสบการณ์ด้าน



ปที ่ี ๑๕ ฉบับท่ี ๑๒ ประจ�ำ วันที่ ๒ - ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

การท�ำงานท้องถิ่น ให้มีความรู้พื้นฐาน ใช้กับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ
เขา้ ใจในบรบิ ทของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ การคน้ หา ในเรื่องของการสร้างรายได้เพ่ิมขึ้น ลดค่า

นั ก วิ จั ย ใ ช ้ปัญหาและความต้องการของชุมชนอย่าง ใช้จ่าย โดยผลงานผลิตภัณฑ์เยื่อฟางข้าว
องค์ความรู้ในศาสตร์แท้จริง การสร้างโจทย์และพัฒนาโจทย์ เปน็ ผลงานทเี่ หน็ ไดช้ ดั ถงึ การลดตน้ ทนุ จาก
วิจัย รวมถึงเทคนิคการออกแบบการวิจัย การผลติ กระถางตน้ ไม้ เปลยี่ นมาใชฟ้ างขา้ ว

ของตนเองร่วมพัฒนาชุมชน การเก็บข้อมูลแบบการมีส่วนร่วม ที่เป็นวัสดุเหลือใช้ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
กับภาคีเครือข่ายในงานวิจัยเชิงพ้ืนท่ีและ ตา่ ง ๆ และสามารถจัดจ�ำหน่ายไดอ้ ีกด้วย”

ท�ำให้การวิจัยเพื่อท้องงานวิจยั เพื่อท้องถิน่ การจดั การข้อมูล การ ส่วนผลงานวิจัยในเร่ืองการ
ถิ่นโดยชุมชนมีความวิเคราะห์สังเคราะห์ การคืนข้อมูลสู่ชุมชน อนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น เป็นอีก

และการน�ำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ตลอด ๑ ผลงานวิจัย ท่ีสามารถเปลี่ยนแนวความ

เข้มแข็งและเป็นผลงานที่จนการจัดท�ำรายงานการวิจัยท่ีมีคุณภาพ” คิด และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาอาหาร
ดร.วีระพงค์ เล่าถึงทิศทางงานวิจัยของ ท้องถิ่นริมคลองลาดพร้าว ในรูปแบบของ

มคี ณุ ภาพมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การออกแบบ Food design ให้กับชุมชน
เป็นไปในทศิ ทางไหน พร้อมเล่าตอ่ วา่ และการจัดจ�ำหน่ายในรูปแบบออนไลน์
“จากการดำ� เนนิ งานอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เพื่อเพ่ิมช่องทางการจัดจ�ำหน่ายและเป็นท่ี ท่ีสามารถน�ำไปสู่การพัฒนาท้องถ่ินได้
ท�ำให้เกิดผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนท้อง รู้จักมากข้ึน ซึ่งท�ำให้ชุมชนมีรายได้เพ่ิมข้ึน อยา่ งสมบรู ณ์ และเปน็ อาชพี ทส่ี ามารถ
ถ่ินเพิ่มมากขึ้น โดยงานวิจัยเพ่ือพัฒนา จากเดิม” ดร.วีระพงค์ เปิดเผยถึงผลงาน สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ครอบครวั และชมุ ชน
ชุมชนท้องถิ่นเป็นการท�ำงานร่วมกับ วจิ ยั ทสี่ ามารถพฒั นาทอ้ งถนิ่ ไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ ทางทีมงานจันทร์กระจ่างฟ้า ขอเป็น
พื้นที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และเป็นรูปธรรม รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้ อกี ๑ กำ� ลงั ใจใหก้ บั นกั วจิ ยั จนั ทรเกษม
ในกระบวนการวิจัยต้ังแต่เริ่มจนจบ โดยมี กับชุมชน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของ ที่จะน�ำผลงานวิจัย มุ่งสู่การพัฒนา
เปา้ หมายเพอื่ สรา้ งนกั วจิ ยั ชาวบา้ น ซง่ึ ทำ� ให้ ชมุ ชนได้อกี ดว้ ย ชุมชนในท้องถิ่นความรับผิดชอบ เพ่ือ
ชาวบ้านท่ีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยได้ “นอกจากผลงานวิจัยทั้ง ๒ การพัฒนาท้องถ่ินให้อยู่ดี มีสุข อย่าง
เรยี นรู้ มผี ลงานและมคี วามสามารถในการ เร่ือง ยังมีผลงานวิจัยเรื่องอื่น ๆ อีกมาก ยัง่ ยนื ”
แกไ้ ขปญั หาของตนเอง ในขณะทนี่ กั วจิ ยั ใช้
องคค์ วามรใู้ นศาสตรข์ องตนเองรว่ มพฒั นา
ท� ำ ใ ห ้ ก า ร วิ จั ย เ พ่ื อ ท ้ อ ง ถ่ิ น โ ด ย ชุ ม ช น
มคี วามเขม้ แขง็ และเปน็ ผลงานทม่ี คี ณุ ภาพ
โ ด ย มี ผ ล ง า น วิ จั ย เ ร่ื อ ง ก า ร อ อ ก แ บ บ
ผลิตภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าวเพื่อสร้างราย
ได้ให้กับชุมชน โดยผศ.เกวรินทร์ พันทวี
และ ผศ.ดร.วีรนุช สระแก้ว และผลงาน
วิจัยเร่ืองการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหาร
ท้องถิ่นริมคลองลาดพร้าวสู่การพัฒนา
เศรษฐกิจชุมชนเชิงสร้างสรรค์ โดย
นางสาวสุชาดา ทองอ้นและคณะ ซ่ึงผล
งานวจิ ยั ทง้ั ๒ เรอื่ ง ถอื ไดว้ า่ เปน็ ผลงานวจิ ยั
ท่ีน�ำศาสตร์การเรียนรู้ของตน มาประยุกต์



ปที ี่ ๑๕ ฉบับท่ี ๑๒ ประจำ�วนั ที่ ๒ - ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๖๒


Click to View FlipBook Version