The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบสัมมนาการปลูกคะน้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-01 11:30:56

เอกสารประกอบสัมมนาการปลูกคะน้า

เอกสารประกอบสัมมนาการปลูกคะน้า

เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง
การปลกู คะน้า

เสนอ
อาจารย์รตั นพ์ ภี รณ์ ทองประพนั ธ์ุ

จดั ทาโดย
นางสาวนารมี า เจ๊ะบือราเฮง
นักศกึ ษาระดับช้นั ประกาศนียบตั รวิชาชีพชนั้ สูง ปีที่ 2
ประเภทวชิ าเกษตรศาสต์ สาขาวชิ าเกษตรศาสตร์ สาขางานเกษตรศาสตร์
เอกาสรฉบับนเี้ ป็นสว่ นหน่ึงของรายวชิ าสัมมนาทางด้านเกษตร รหสั 30501 – 2002
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
วทิ ยาลัยเทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี

คำนำ

รายงานเล่มน้ีจัดทาขึ้นเพื่อเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ าสมั มนา ทางด้านเกษตร เพ่ือให้ได้ศึกษา
หาความรู้ในเรือ่ งการปลูกคะน้า โดยมีจดุ ประสงคไ์ ด้ศึกษาจากเรือ่ ง การปลูกคะนา้ และได้ศึกษาอย่าง
เข้าใจเพอ่ื เป็นประโยชน์กับการเรยี น

ผู้จัดทาหวังว่า รายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ท่ีกาลังหา
ข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนาหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทาขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ
ที่นี้ดว้ ย

นางสาวนารีมา เจะ๊ บอื ราเฮง
ผู้จัดทา

สารบญั หนา้
1
เรอื่ ง 2
ลักษณะท่วั ไป 2-4
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ 5-6
ชนิดและพันธุ์ของคะน้า 6
ประโยชน์ของคะนา้ 6
สภาพดินฟ้าอากาศท่ีเหมาะสม 7-8
การเตรียมดิน 8
วธิ ีการปลกู 8
การใหน้ า้ 9
การใสป่ ุ๋ย 9-15
การเกบ็ เกีย่ วผลผลิต 15
โรคและศัตรพู ืช 15-17
โทษของคะนา้ 17
สรรพคุณของคะน้า 18-19
ประโยชน์ของผกั คะน้า 19-20
ไอเดยี สร้างสรรคก์ บั เมนจู ากคะน้าปลีเพือ่ สุขภาพ 21-38
ไอเดียการนา้ คะนา้ ไปใช้ประโยชน์ดา้ นสขุ ภาพ
มาตรฐานสินค้า

1

ต้นคะนา้

ชื่อพน้ื เมอื ง : ผักคะนา้
ช่อื วทิ ยาศาสตร์ : Brassica oleracea L. cv. Alboglaba group
วงศ์ : Brassicaceae
ชือ่ สามญั Kai-Lan (Gai-Lan), Chinese broccoli, Chinese kale
ลักษณะท่ัวไป
ผักคะน้า (Brassica oleracea) เป็นผักท่ีนิยมรับประทานมากในปัจจุบัน นิยมรับประทานท้ังลาต้น
และใบ ด้วยลักษณะมีรสหวาน และกรอบ ไม่มีกล่ินเหม็นเขียว มักใช้ประกอบอาหารจาพวกผัด และ
ทอด เป็นส่วนใหญ่ ผักคะน้า ชาวจีนจะเรียกว่า ไก่หลันไช่ เป็นผักล้มลุก อายุประมาณ 2 ปี มีต้า
กาเนิดมาจากประเทศอินเดีย แต่มักเก็บต้นมาบริโภคประมาณ 45-60 หลังการหยอดเมล็ด สามารถ
เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วน และมีการระบาย
น้าดี เป็นผักที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีทาให้ปลูกได้ในทุกฤดูกาล แต่จะได้ผลดีในช่วงปลายฤดูฝน
จนถึงฤดหู นาว เดอื นตลุ าคม-กุมภาพนั ธุ์ แตช่ ว่ งน้ีราคาสินคา้ จาพวกพชื ผักมักมีราคาตา่

2

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
ลาตน้

ลาต้นมีลักษณะต้ังตรง สูง 20-30 ซม. ลาต้นมีลักษณะแข็งแรง อวบใหญ่ มีสีเขียวนวล นิยมนามา
บรโิ ภคมาก รองลงมาจากยอดอ่อน

ใบ

ลักษณะใบของคะน้ามีหลายลักษณะตามสายพันธ์ุที่ปลูก อาทิ คะน้าใบกลม คะน้าใบแหลม บางพันธ์ุ
มีลักษณะก้านใบยาวหรือสั้น การแตกของใบจะแตกออกจากลาต้นเรียงสลับกัน 4-6 ใบ/ลาต้น ผิวใบ
มีลักษณะเป็นคลืน ผิวเป็นมัน สีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่ ถือเป็นส่วนี่นิยมนามาบริโภครองลงมาจากส่วน
ยอด ยอดและดอกบริเวณที่ถัดจากใบสุดท้ายท่ีเติบโตแยกออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะเป็นส่วนของ
ยอดที่มีลักษณะเป็นใบอ่อนขนาดเล็ก 2-3 ใบ มีลักษณะคล้ายบัวตุม ขนาดเล็กสีเขียวอ่อน รอที่จะ
เตบิ โตเปน็ ใบแก่ ถอื เปน็ สว่ นทีน่ ยิ มนามาบรโิ ภคมากทีส่ ุด

ราก

รากของคะน้า ประกอบด้วยรากแก้วขนาดใหญ่ต่อจากลาต้น มีสีขาวออกน้าตาลเล็กน้อย ยั่งลึก
ประมาณ 10-30 ซม. ตามสภาพลักษณะหนา้ ดิน และรากฝอยสนี ้าตาลอ่อนซ่ึงพบไมม่ าก

ชนิดและพันธ์ุของคะนา้
ผกั คะนา้ มอี ยู่ 3 พันธุ์ มีดังนี้

-พันธใ์ุ บกลม ไดแ้ ก่ พนั ธฝ์ างเบอร1์

-พันธุ์ใบแหลม ไดแ้ ก่ พันธ์ PL20

-พันธ์ุยอด ไดแ้ ก่ พันธแ์ ม่โจ้

1.พันธุ์ใบกลม ผักคะน้าพันธุ์นี้มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมน ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย
ขนาดโดยส่วนใหญ่ลาต้นสูงเฉลี่ย 33.40 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่าสูงกลางของลาต้นส่วนท่ีใหญ่ที่สุด
กว้าง 2 เซนติเมตร จานวนใบต่อต้นเฉลี่ย 10 ใบ น้าหนักเฉล่ีย/ต้น 140 กรัม อายุตั้งแต่ตอนปลูกถึง
ตอนออกดอกประมาณ 50-55 วัน อายุการเก็บเก่ียวประมาณ 45-48 วัน ได้แก่ ผักคะน้าพันธุ์ฝาง
เบอร์ 1 เป็นต้น

3

2.พันธุ์ใบแหลม ผกั คะน้าพันธุ์นม้ี ลี ักษณะใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม ปลายใบแหลม ข้อห่าง ก้านใบบาง
ผิวใบเรียบ มีน้าหนักส่วนที่เป็นลาต้นและก้านมากกว่าใบ ลาต้นมีขนาดใหญ่ ก้านใบหนา ได้แก่
ผกั คะน้าพันธุ์ P.L.20 เปน็ ตน้

3.พันธุ์ยอดหรือก้าน ผักคะน้าพันธ์ุน้ีมีลักษณะใบเหมือนกับคะน้าใบแหลม แต่จานวนใบต่อต้นมีนอ้ ย
กว่า ปล้องยาวกว่า ลาต้นเดี่ยวอวบ ส่วนกลางป่องใหญ่ ใบเรียบ ปลายใบแหลมต้ังชี้ข้ึน ก้านใบบาง
ชว่ งข้อยาว มนี ้าหนักส่วนท่เี ปน็ ลาต้นและก้านมากกวา่ ใบ ไดแ้ ก่ ผักคะนา้ พันธุแ์ มโ่ จ้ 2

4

พันธุ์คะนา้ ที่นิยมปลกู ในประเทศไทยมีอยู่ 3 พนั ธด์ุ ว้ ยกนั
-พันธุ์ใบกลม มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อยได้แก่ พันธ์ุฝาง
เบอร์ 1 เปน็ ตน้
-พันธุ์ใบแหลม เป็นพันธุ์ท่ีมีลักษณะใบแคบกว่าพันธ์ุใบกลม ปลายใบแหลม ข้อห่างผิวใบเรียบ ได้แก่
พันธ์ุ P.L.20 เปน็ ตน้
-พันธ์ุยอดหรือกา้ น มีลกั ษณะใบเหมอื นกบั คะน้าใบแหลม แตจ่ านวนใบต่อต้นมีน้อยกวา่ ปล้องยาวกว่า
ไดแ้ ก่ พันธ์ุแมโ่ จ้ 1 เป็นต้น

พันธ์ุแม่โจ้ 1 เป็นพันธุ์ท่ีมีลักษณะตรงกับความนิยมของผู้บริโภคลาต้นเป็นลาต้นเด่ียวอวบ
ส่วนกลางป่องใหญ่ ใบเรียบ ปลายใบแหลมต้ังชข้ี ้ึน ก้านใบบาง ช่วงข้อยาว มีน้าหนักส่วนที่เปน็ ลาตน้
และก้านมากกว่าใบ ให้ผลผลิตสูงทุกภาคตลอดปี อายุการเก็บเก่ียวประมาณ 45-48 วัน ขนาดลาต้น
สงู เฉลีย่ 33.40 เซนตเิ มตร ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลางของลาต้นส่วนทใี่ หญ่ทส่ี ุด คอื 2 เซนตเิ มตร จานวน
ใบตอ่ ตน้ เฉล่ยี 9 ใบ น้าหนักเฉลี่ยต่อต้น 143 กรมั อายตุ ัง้ แตป่ ลูกถงึ ออกดอกประมาณ 50-55 วนั ให้
ผลผลิตประมาณ 1,500-2,000 กโิ ลกรมั ตอ่ ไร่ เปน็ พันธทุ์ ่ีตา้ นทานต่อโรคลาต้นแตก
ผู้บริโภคในแต่ละท้องถ่ินจะนิยมบริโภคพันธ์คุ ะน้าที่ไม่เหมือนกันเกษตรกรท่ีปลูกผักคะน้าสาหรับขาย
จึงควรเลือกปลูกพันธ์ุตามความต้องการของตลาดในท้องถิ่นนั้น บางท้องถิ่นอาจจะนิยมบริโภคคะน้า
ใบ บางท้องถ่ินนิยมบริโภคคะน้าพันธ์ุยอด การเลือกปลูกพันธ์ุท่ีตลาดต้องการจะไม่มีปัญหาเรื่องการ
ขายในภายหลงั

5

การเลือกซื้อหาเมล็ดพนั ธผ์ุ ักของเกษตรกรโดยท่วั ไปน้นั จะซือ้ กันจากร้านคา้ ย่อย โดยการฟังคาแนะนา
จากผู้ขาย หรือซ้ือจากพ่อค้าคนกลางท่ีทาการรับซื้อผลผลิตพืชผักของเกษตรกรคืน ซึ่งมีข้อผูกพันกัน
ในทานองให้เมลด็ พนั ธุ์มาปลูกกอ่ นแล้วค่อยหักเงนิ เอาจากราคาผลผลติ ทีเ่ กษตรกรขายให้กับพ่อค้า ซึง่
เปน็ ทแี่ น่นอนว่าราคาของเมล็ดพันธจ์ุ ะต้องสงู ข้ึนกว่าทีเ่ กษตรกรจะไปซื้อหามาจากร้านขายเมล็ดพันธ์ุ
รายใหญ่ๆ และมีบ่อยคร้ังท่ีเกษตรกรได้รับเมล็ดพันธ์ุท่ีไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเมื่อปลูก
ไปแล้วกว่าจะรู้ว่าเป็นพันธ์ุดีหรือไม่ดีก็ต้องเสียเวลา เสียเงิน เสียแรงงานไปแล้วอย่างแก้ไขไม่ได้
เกษตรกรจึงควรพิจารณาและตัดสินใจเลือกซ้ือเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการให้แน่ใจด้วยตนเองเสียก่อนจะ
ดีกวา่

ประโยชนข์ องคะนา้

1. เสริมภมู ิคมุ้ กนั

คะน้าเป็นผักท่ีมีวิตามินเอสูง แถมยังมีวิตามินซีอีกไม่น้อย ดังน้ันการรับประทานผักคะน้าจึงช่วยเพ่ิม
สารอาหารท่ีดีต่อการทางานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีประสิทธิภาพใน
การป้องกันโรคต่าง ๆ โดยลดโอกาสเกิดการอักเสบของเน้ือเยื่อ และลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วย
โดยรวมได้

2. บารงุ สายตา

สารต้านอนุมูลอิสระในผกั คะน้าท่ีช่ือว่าเบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ หมายความว่าสาร
ต้านอนุมูลอิสระชนิดน้ีสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอ ส่งผลดีต่อการบารุงดูแลดวงตาในด้าน
ระบบประสาทตาและการมองเห็นได้ อีกทั้งยังมีสารลูทีน (Lutein) ซ่ึงงานวิจัยพบว่า การทานอาหาร
ท่ีมีลทู ีนสูงจะชว่ ยลดความเสี่ยงโรคตอ้ กระจกลงถึง 20% เลย

3. เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

จะเห็นได้ว่าคะน้าเป็นผักท่ีมีปริมาณแคลเซียมค่อนข้างสงู จึงจัดได้ว่าคะน้าเป็นอาหารเสรมิ แคลเซียม
ที่ดชี นดิ หนึ่ง โดยเฉพาะคนทแี่ พน้ มววั จะหนั มารบั แคลเซียมจากผักอยา่ งคะน้าก็ได้

4. บารุงเลอื ด ปอ้ งกันโลหติ จาง

ในคะน้ามโี ฟเลตและธาตเุ หล็กสูง ซ่ึงสารทั้งสองชนิดน้เี ป็นสารอาหารจาเป็นต่อการสรา้ งเม็ดเลือดแดง
คะนา้ จึงเป็นผกั ใบเขยี วทีช่ ว่ ยบารุงเลือด และลดความเสยี่ งภาวะโลหิตจางได้

5. บารงุ ผวิ พรรณ เพ่ิมคอลลาเจนใหผ้ ิว

6

นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนแล้ว ในผักคะน้ารวมไปถึงผักใบเขียวทุกชนิดยังมี
สารลูทีน ซ่ึงเป็นสารกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในเซลล์ผิว ช่วยบารุงผิวพรรณใหเ้ รียบเนียนไร้ร้ิวรอย
แห่งวัยโดยไม่ตอ้ งพ่งึ สารเคมีหรือกระบวนการศลั ยกรรมใด ๆ อกี ท้งั วติ ามนิ ซใี นผกั คะนา้ ยังจะช่วยเพิ่ม
ความชมุ่ ช้ืนใหเ้ นื้อเย่ือมีความยดื หยุน่ มากข้ึนดว้ ย

6. ชว่ ยกระตุ้นการขับถา่ ย

ผักคะน้ามีไฟเบอร์สูงมาก โดยเฉพาะในส่วนของใบคะน้า ดังน้ันการรับประทานผักคะน้าในปริมาณท่ี
เหมาะสมก็มีส่วนช่วยเพิ่มใยอาหารให้ลาไส้ กระตุ้นระบบขับถ่ายให้มีความคล่องตัวมากข้ึนได้
เหมือนกัน

7. ลดความเสยี่ งมะเรง็

คะน้าเป็นผักท่ีมีวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซ่ึงวิตามินเอที่เราได้จากคะน้ามีคุณสมบัติ
เป็นสารตา้ นการเกิดเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเรง็ กระเพาะอาหาร มะเรง็ ลาไส้ มะเร็งปอด และมะเร็ง
กระเพาะปัสสาวะ และยังมีวิตามินซีช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดโอกาสเกิดการอักเสบของ
เน้ือเย่อื และเซลลต์ ่างๆ ได้อีกด้วย

สภาพดินฟ้าอากาศทเี่ หมาะสม

คะน้าเป็นผักที่สามารถข้ึนได้ในดินแทบทุกชนดิ ท่ีมีความอุดมสมบูรณ์สูงมีความเปน็ กรดเป็นด่าง (pH)
ของดินอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 และมีความชื้นในดินสูงสม่าเสมอ ต้องการแสงแดดเต็มที่ คะน้าสามารถ
เจริญเติบโตได้ดีในอณุ หภูมเิ ฉลย่ี 20 องศาเซลเซยี ส แต่คะน้ากส็ ามารถทนทานต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้
ดี และให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจในสภาพอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ท้ังนี้ อาจเนื่องมาจาก
ได้เปรียบกว่าผกั ตระกูลกะหล่าอย่างอ่ืนท่ีไม่จาเป็นต้องผ่านการห่อหวั หรือออกดอกก่อนการเก็บเกี่ยว
ก็เปน็ ได้

การเตรียมดนิ

เนื่องจากคะน้าเป็นผักรากตื้นจึงควรขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินท้ิงไว้ประมาณ
7-10 วัน แล้วนาปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักท่ีสลายตัวดีแล้วมาใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ท้ังนี้เพื่อปรับปรุง
สภาพทางกายภาพและเพมิ่ ความอดุ มสมบรู ณ์ของดนิ พรวนย่อยหน้าดนิ ให้มีขนาดเลก็ โดยเฉพาะการ
ปลูกแบบหว่านโดยตรงลงในแปลง เพ่ือมิให้เมล็ดตกลึกลงไปในดิน เพราะจะไม่งอกหรืองอกยากมาก
ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปนู ขาวเพอ่ื ปรบั ปรงุ ดนิ ให้อยู่ในสภาพทีเ่ หมาะสม

7

ผักคะน้า มีถิ่นกาเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและปลูกกันมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมท้ัง
ประเทศไทย คะน้าเป็นผักท่ีนิยมปลูกและบริโภคกันมา โดยปลูกเพ่ือบริโภคส่วนของใบและลาต้น
อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเก่ียวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวท่ี
สามารถปลูกได้ตลอดทง้ั ปี แตช่ ่วงเวลาท่ีปลูกไดผ้ ลดี ทส่ี ุดอยใู่ นช่วงเดือนตลุ าคมถงึ เมษายน
การเพาะกล้า
1. การเตรียมแปลงเพาะ แปลงเพาะกล้าควรมีขนาดกว้าง 1 เมตร สว่ นความยาวตามความเหมาะสม
2. การเตรียมดินบนแปลงเพาะกล้า ควรขุดไถพรวนดนิ อย่างดี ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน ย่อยหนา้
ดนิ ให้ละเอียด แล้วใสป่ ๋ยุ คอกหรอื ปยุ๋ หมักทส่ี ลายตัวดแี ลว้ ใหม้ าก คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กับดนิ ให้ทว่ั
3. การเพาะ หวา่ นเมลด็ ให้กระจายสมา่ เสมอท่ัวแปลง กลบเมล็ดดว้ ยดินหรือปุ๋ยคอกทีส่ ลายตวั ดีแล้ว
ให้หนาประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร คลมุ ดว้ ยฟางหรอื หญา้ แห้งบางๆ รดน้าให้ช่มุ ด้วยบัวรดน้า
4. การดูแลต้นกล้า ต้นกล้าจะงอกภายใน 7 วัน ควรดูแลต้นกล้า ถอนต้นท่ีอ่อนแอ ไม่แข็งแรง หรือ
เบียดกันแน่นทิ้งไป ผสมสารละลายสตาร์ทเตอร์โวลูช่ันในน้าแล้วนาไปรด เพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรง
สมบูรณ์ ดูแลป้องกันโรคแมลงท่ีเกิดข้ึน เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 25-30 วัน จึงทาการย้ายไปปลูก
ในแปลงปลูกต่อไป
วธิ กี ารปลูก
การปลูกคะนา้ นิยมปลูก 2 แบบ คอื
1. แบบหว่านกระจายทั่วแปลง เหมาะสาหรบั แปลงปลกู ขนาดใหญ่ ทาเป็นการคา้
2. แบบแถวเดียว เหมาะสาหรับแปลงปลูกขนาดเลก็ หรือผักสวนครัว เตรียมดินโดยการใช้แรงงานคน
ให้นา้ โดยใช้บวั รดน้า
ระยะปลูก ควรใหม้ ีระยะปลกู ระหวา่ งต้นและระหว่างแถวประมาณ 20 X 20 เซนตเิ มตร
การเตรยี มแปลงปลูก มีวิธีการดังน้ี
1. ขดุ ดินใหล้ ึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร
2. ตากดนิ ทงิ้ ไวป้ ระมาณ 7-10 วัน
3.นาปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วมาใส่คลุกเคล้าให้เข้ากับดินเป็นการปรับปรุงสภาพทาง
กายภาพและเพิม่ ความอุดมสมบรู ณ์ของดนิ

8

4. พรวนย่อยหน้าดินให้มีขนาดเลก็ โดยเฉพาะการปลูกแบบหวา่ นลงในแปลง เพื่อไม่ให้เมล็ดตกลงไป
ในดนิ เพราะจะไม่งอกหรืองอกยากมาก
5. ถ้าดนิ เปน็ กรดควรใสป่ นู ขาวเพื่อปรับปรงุ ดนิ ให้อยู่ในสภาพทีเ่ หมาะสม
การปลูกคะนา้ นิยมหว่านเมล็ดลงบนแปลงปลูกโดยตรงมากกว่าย้ายกล้า โดยมีข้ันตอนดงั น้ี
1. หวา่ นเมลด็ ใหก้ ระจายท่วั ท้งั ผิวแปลงโดยใหเ้ มล็ดหา่ งกันประมาณ 2-3 เซนติเมตร
2. ใช้ดินผสมหรือปุ๋ยคอกท่ีสลายตัวดีแล้วหว่านกลบเมลด็ ให้หนาประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร เพื่อเก็บ
รกั ษาความชน้ื และป้องกันเมล็ดถกู นา้ กระแทกกระจาย
3. คลมุ ด้วยฟางหรือหญ้าแหง้ บางๆ
4. รดนา้ ใหท้ ่วั ถงึ และสมา่ เสมอ ต้นกลา้ จะงอกภายใน 7 วัน
5. หลังจากต้นคะน้างอกแล้วประมาณ 20 วัน หรือต้นสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ให้เริ่มถอนแยก
โดยเลือกต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก ทิ้งระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10 เซนติเมตร ต้นอ่อนของคะน้าที่
ถอนแยกออกมาในวัยนเ้ี มื่อเด็ดรากออกแล้วส่งขายตลาดเป็นยอดผกั ได้
6. เม่ือคะน้ามีอายุประมาณ 30 วัน ให้ถอนแยกครั้งท่ี 2 ให้เหลือระยะห่างระหว่างต้น 20 เซนติเมตร
ต้นออ่ นของคะนา้ ทีถ่ อนแยกออกมาในวัยนเี้ มื่อเด็ดรากออก แลว้ ส่งขายตลาดเปน็ ยอดผกั ได้
7. ในการถอนแยกคะน้าแต่ละครง้ั ควรกาจัดวัชพชื ไปดว้ ย
การให้นา้
1. คะน้าต้องการน้าอย่างเพียงพอและสม่าเสมอ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังน้ันควร
ปลกู ในแหล่งทีม่ นี ้าอย่างเพียงพอ
2. การใหน้ า้ ให้ใชฝ้ กั บวั ฝอยรดใหท้ ่วั และให้ช่มุ ในเวลาเชา้ และเยน็
การใส่ปยุ๋
คะน้าต้องการปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสงู อาจใส่ปุ๋ยสูตร 12-8-8 หรือ 20-11-11 ในอัตราประมาณ 100
กิโลกรัมต่อไร่ ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกท่ีใช้โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ
หลงั จากถอนแยกครง้ั แรกและหลังจากถอนแยกครงั้ ที่ 2

9

การเกบ็ เกีย่ วผลผลติ
อายุการเก็บเก่ียวของคะน้าอยู่ท่ีประมาณ 45-55 วันหลังปลูก คะน้าที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือ
คะน้าที่มีอายุ 45 วัน แต่คะน้าที่มีอายุ 50-55 วัน เป็นระยะที่เก็บเก่ียวไดน้ ้าหนักมากกวา่ วิธีการเก็บ
เกยี่ วคะน้าทาไดด้ ังนี้
1. ใชม้ ดี คมๆ ตัดใหช้ ิดโคนต้น
2. ตัดไล่เป็นหนา้ กระดานไปตลอดทงั้ แปลง
3.หลงั ตดั แล้วบางแหง่ มัดดว้ ยเชือกกล้วยมัดละ 5 กิโลกรัม บางแห่งกบ็ รรจุเขง่ แลว้ แต่ความสะดวกใน
การขนสง่
การเก็บเกยี่ วคะน้าให้ได้คณุ ภาพดี รสชาติดี และสะอาด ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
1. เก็บในเวลาเช้าดกี ว่าเวลาบา่ ย
2. ใช้มดี เล็กๆ ตัด อยา่ เกบ็ หรือเดด็ ด้วยมอื
3. อย่าปลอ่ ยใหผ้ ักแก่เกินไป
4. หลงั เก็บเกยี่ วเสรจ็ ควรนาผักเขา้ ทีร่ ม่ วางในทีโ่ ปร่งและอากาศเยน็
5. ภาชนะทบ่ี รรจุผักควรสะอาด
โรคและศตั รูพืช
แมลงศัตรูพืชที่ชอบกัดกินใบคะน้า ได้แก่ หนอนกระทู้ หนอนใยผัก ด้วงหมักผัก ซึ่งสามารถกาจัดได้
ด้วยยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆ ท้ังนี้ ไม่แนะนาวิธีนี้ แต่ควรใช้สารสกัดจากพืชธรรมชาติฉีดรดเป็นประจา
ได้แก่ น้าสะเดา น้าบอระเพ็ด เป็นต้น รวมถึงการใช้เชอ้ื รากาจดั แมลงป้องกันการวางไข่ เช่น เชื้อราบิ
เวอเรยี เปน็ ตน้
โรคคะน้า
โรคโคนคะน้าเน่า เป็นโรคที่เกิดจากเช้ือรา Pythium sp. หรือ Phytophthora sp. มักเกิดในแปลง
คะน้าทหี่ ว่านหรือปลูกกันถมี่ ากเกนิ ไป ทาให้ลม และแสงแดดส่องไมถ่ งึ จนทาให้เกดิ เช้ือราบรเิ วณโคน
ต้น โคนต้นเป็นแผล และเน่าตามมา หากถูกแสงแดด และน้านานๆจะทาให้ต้นเหี่ยวพับ และเหี่ยว
แห้งตาย สามารถป้องกันได้ด้วยการวางระยะห่างของหลุมปลูกที่เหมาะสมที่แสงสามารถส่องถึงโคน
ตน้ ได้

10

โรคราน้าค้างคะน้า เป็นโรคท่ีเกิดจากเช้ือรา Peronospora parasitica สามารถเกิดทั้งในระยะต้น
กล้า และระยะคะน้าโตเต็มท่ี ทาให้คะน้ามีจุดเล็กๆสีดาเป็นกลุ่มใต้ใบ เม่ือลุกลามมากใบจะเป็นแผล
และเหยี่ วรว่ งงา่ ย
โรคแผลน้าตาลไหม้ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Alternaria sp. มักพบบนใบแก่บริเวณโคนลาต้น ใบจะ
มลี ักษณะเปน็ แผลวงกลมสนี ้าตาล
โรคคะน้าท้ังหมดสามารถป้องกัน และกาจัดได้ด้วยการฉีดพ่นสารกาจัดเช้ือรา เช่น ไซแน็บ มาแน็บ
แคปแทน ไดโฟลาแทน ดาโคนนิ เบนเลท และเบนโนมลิ เป็นตน้ แต่ควรใช้หลกั การจัดการด้านอืน่ เข้า
ช่วย เช่น ระยะปลูกทีเ่ หมาะสม การใช้นา้ สกัดจากพชื เป็นตน้
การปอ้ งกนั กา้ จัด

ใหฉ้ ดี พน่ ด้วยยาปอ้ งกนั กาจดั เชือ้ รา เชน่ ไซแนบ็ , มาแน็บ, เบนเลท, ไดโฟลาแทน, เบนโนมิล, ดาโค
นิล, แคปแทน หรือยาชนิดอื่นๆ ที่มีสารทองแดงเป็นองค์ประกอบ แต่สารประกอบทองแดงไม่ควรใช้
ในระยะท่ียงั เปน็ ต้นกลา้ เพราะจะเปน็ พิษตอ่ ตน้ กล้า

ภาพท่ี 1 โรคเน่าคอดินของคะนา้
ทมี่ า : https://www.kasetkawna.com (2021)

11

โรคเน่าคอดนิ ของคะนา้
สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp. หรือ Phytophthora sp. เป็นโรคที่เกิดข้ึนเฉพาะในแปลงต้น
กล้าเท่านั้น เน่ืองจากการหว่านเมล็ดท่ีแน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ถ้าในแปลงมีเช้ือโรคแล้ว
ตน้ กล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้าทโี่ คนตน้ ระดับดิน เนอื้ เยื่อตรงแผลจะเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้า
ถูกแสงแดดทาให้ต้นกล้าหักพับ ต้นเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว บริเวณที่เป็นโรคจะค่อยๆ ขยาย
กว้างออกไปเป็นวงกลม ภายในวงกลมที่ขยายออกไปจะไม่มีต้นกล้าเหลอื อยู่เลย ส่วนกล้าท่ีโตแลว้ จะ
คอ่ ยๆ เห่ียวตายไป
การป้องกันก้าจัด

ไม่หว่านเมล็ดคะน้าให้แน่นเกินไป ใช้ยาป้องกันกาจัดเชื้อราละลายน้าในอัตราความเข้มข้นน้อยๆ
รดลงไปบนผวิ ดินให้ท่ัวสกั 1-2 ครั้ง ถ้าใช้ยาเทอราคลอซึ่งเป็นยาป้องกันกาจัดเชื้อราในดินโดยตรงจะ
ได้ผลดียิง่ ขึน้ แต่โดยท่วั ไปแล้วใช้ยาไซแนบ็ หรือมาแนบ็ ละลายน้ารดก็ได้ผลบ้างและควรทาทางระบาย
นา้ ใหด้ ี อย่าใหน้ ้าขงั แฉะในแปลงขณะเป็นตน้ กล้า หรอื ยกแปลงนูนสูงเพ่อื ให้ระบายน้าใหเ้ ร็วด้วย

ภาพที่ 2 โรครานา้ คา้ งของคะนา้
ท่มี า : https://www.google.com/search

12

โรคราน้าคา้ งของคะน้า
สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Peronospora parasitica ลักษณะอาการ ใบจะเป็นจุดละเอียดสีดาอยู่รวมกัน
เป็นกลุ่มเล็กๆ ด้านใต้ใบ ตรงจุดเหล่าน้ีจะมีราสีขาวอมเทาอ่อนคล้ายผงแป้งขึ้นเป็นกลุ่มๆ กระจาย
ท่ัวไป ใบทีอ่ ยตู่ อนล่างๆ จะมแี ผลเกดิ ก่อนแล้วลุกลามข้นึ ไปยังใบท่ีอยู่สูงกว่า ใบทีม่ ีเชอื้ ราขึ้นเป็นกลุ่ม
กระจายเต็มใบจะมีลักษณะเหลืองและใบจะร่วงหรือแห้ง ในเวลาท่ีอากาศไม่ชื้นจะไม่พบผงแป้งและ
แผลแห้งเป็นสีเทาดา โรคน้ีระบาดได้ท้ังแต่ระยะท่ีเป็นต้นกล้าจนเจริญเติบโตเต็มท่ี ซ่ึงจะทาความ
เสียหายมากเพราะทาให้ใบเสียมากและเจริญเติบโตช้า โรคน้ีไม่ทาให้ต้นคะน้าตาย แต่ทาให้น้าหนัก
ลดลง เพราะตอ้ งตัดใบที่เปน็ โรคท้ิง ทาใหไ้ ด้นา้ หนักนอ้ ยลง

ภาพที่ 3 หนอนกระทู้ผกั
ที่มา : https://www.google.com/โรคหนอนกระผ้ทู กั

13

หนอนกระทู้ผัก
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Spodoptera litura ตัวเต็มวัยเป็นผีเส้ือกลางคืน เม่ือกางปีกกว้างประมาณ 3
เซนติเมตร ลาตัวยาว 1 1/2 เซนติเมตร ปีกคู่หน้ามีจุดสีน้าตาลเข้ม มีลวดลายเต็มปีก ส่วนปีกคู่หลังสี
ขาวและบาง ลาตัวมีขนสีน้าตาลอ่อนปกคลุมอยู่ ตัวเมียวางไข่เป็นกลุ่มๆ ตัวเมียวางไข่ได้ประมาณ
200-300 ฟอง โดยมีขนสีน้าตาลปกคลุมไข่ไว้ ไข่ใหม่ๆ จะมีสีขาวนวลและจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสี
น้าตาลและสีดาเม่ือใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอน ไข่มีอายุประมาณ 3-7 วัน ตัวหนอนเม่ือออกจากไข่
ใหม่ๆ จะมีสีเขียวอ่อนหรือสีนวลรวมกันเป็นกลุ่มตรงท่ีไข่ฟักออกน้ัน หนอนส่วนมากจะออกหากินใน
เวลากลางคืน ระยะตัวหนอนประมาณ 15-20 วัน จากน้ันจะเข้าดักแด้ตามใต้ผิวดิน ดักแด้มีสีน้าตาล
ดา ยาวประมาณ 1.50-1.80 เซนตเิ มตร ระยะดกั แด้ประมาณ 7-10 วัน จึงเจรญิ เปน็ ตวั เต็มวัย
ลกั ษณะการทา้ ลาย
โดยหนอนจะกัดกนิ ใบและกา้ นใบของคะนา้ มกั จะเข้าทาลายเป็นหย่อมๆ ตามจุดทผ่ี เี ส้อื วางไข่ หนอน
ชนิดนี้สังเกตได้ง่ายคือ ลาต้นอ้วนป้อม ผิวหนังเรียบ คล้ายหนอนกระทู้หอม มีสีสันต่างๆ กัน มีแถบสี
ขาวขา้ งลาตวั แตไ่ มค่ อ่ ยชัดนัก เม่อื โตเตม็ ท่จี ะมีขนาดประมาณ 3-4 เซนติเมตรเคลอื่ นไหวชา้
การป้องกนั ก้าจัด หมนั่ ตรวจดูสวนผักบ่อยๆ เม่ือพบหนอนกระทู้ฟักให้ทาลายเสีย เพอ่ื ป้องกันไม่ให้มี
การระบาดลุกลามต่อไป หรือฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น เมโธมิล ให้อัตรา 10-12 กรัมต่อน้า 20 ลิตร
หรอื อาจใชเ้ มวินฟอส 20-30 ซีซ.ี ต่อน้า 20 ลิตร

ภาพที่ 4 โรคแผลวงกลมสนี ้าตาลไหม้
ท่มี า : https://www.thaikasetsart.com/โรคใบจดุ และใบไหม้

14

โรคแผลวงกลมสนี า้ ตาลไหม้

สาเหตเุ กดิ จากเช้ือรา Alternaria sp. ใบแก่ที่อย่ตู อนล่างของลาต้นจะเป็นโรคนมี้ าก ใบที่เป็นโรคจะมี
แผลวงกลมสีน้าตาลซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อรอบๆ แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดของแผลมีท้ังใหญ่
และเล็ก บนแผลมกั จะมเี ชอื้ ราข้ึนบางๆ มองเหน็ เป็นผงสดี า เน้อื เย่อื บมุ๋ ลงไปเลก็ นอ้ ย

การป้องกันก้าจัด การฉีดพ่นยาป้องกันกาจัดเช้ือราอยู่เสมอจะช่วยป้องกันกาจัดเช้ือรานี้และเชื้อรา
โรคอื่นๆ ด้วย ยากาจัดเช้ือราเกือบทุกชนิดให้ผลดี ยกเว้นเบนโนมิลหรือเบนเลท และกามะถันที่ไม่
ใหผ้ ลแต่อยา่ งใด

การปฏิบัตดิ แู ลรักษา

การให้น้า คะน้าเป็นพืชท่ีต้องการน้าอย่างเพียงพอและสม่าเสมอเพราะต้นคะน้ามีการเจริญเติบโต
อย่างรวดเรว็ ดังน้ันการปลูกคะน้าจึงตอ้ งปลูกในแหล่งที่มีนา้ เพียงพอตลอดฤดูปลกู หากคะน้าขาดน้า
จะทาใหช้ ะงกั การเจรญิ เติบโตและคุณภาพไม่ดีเท่าท่ีควร โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในระยะที่เมล็ดเริ่มงอกย่ิง
ขาดน้าไม่ไดเ้ ลย วิธีการให้น้าคะน้าโดยใชบ้ ัวฝอย หรือใช้เครือ่ งฉีดฝอยฉีดให้ท่ัวและชุ่ม ให้น้าคะนา้ วัน
ละ 2 เวลาคอื เช้าและเย็น

การใส่ปุ๋ย เนื่องจากคะน้าเป็นผักกินใบและลาต้นจึงควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง สัดส่วนของธาตุ
อาหารในป๋ยุ ทใี่ ช้คือ N:P:K เทา่ กบั 2:1:1 เชน่ ปยุ๋ สูตร 12-8-8 หรอื 20-11-11 ในอตั ราประมาณ 100
กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกท่ีใช้ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งๆ
ละเท่าๆ กัน คือ ใส่หลังจากการถอนแยกครั้งแรกและหลังจากถอนแยกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตามหาก
สังเกตเห็นว่าผักท่ีปลูกไม่ค่อยเจริญเติบโตเท่าท่ีควรอาจจะใส่ปุ๋ยบารุงเพิ่มเติม เช่น ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ย
แอมโมเนียมไนเตรท โดยใหท้ างรากหรอื ละลายน้าในอตั ราประมาณ 3-4 ช้อนแกงต่อนา้ 1 ป๊ีบ ฉีดพน่
ทางใบ

15

ภาพท่ี 5 หนอนคบื กะหล่า

ทม่ี า : เกษตรก้าวหนา้

หนอนคบื กะหล่า้

มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Trichoplusia ni ตัวเต็มวัยเป็นผีเส้ือขนาดกลาง กางปีกเต็มท่ียาว 3 เซนติเมตร
สีเทาดา กลางปีกคู่หน้ามีจุดสีขาวข้างละ 1 จุด แม่ผีเสื้อจะวางไข่สีขาวนวลใต้ใบเม็ดกลมเล็กๆ ไข่จะ
ถูกวางเด่ียวๆ ทั่วไป ไข่มีอายุ 3 วันจึงฟักออกเป็นตัวหนอน หนอนที่มีขนาดเล็กจะแทะผิวใบด้านล่าง
หนอนในระยะน้ีมีสีใส ต่อมามีสีเข้มข้ึน เมื่อโตเต็มท่ีมีสีซีดลง มีสีขาวพาดยาว หนอนเมื่อโตเต็มที่ยาว
4 เซนติเมตร อายุหนอนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงเข้าดักแด้ ดักแด้จะอยู่ใต้ใบคลุมด้วยใยบางๆ สีขาว
ดักแด้ในระยะแรกจะมีสีเขียวอ่อน ต่อมามีบางส่วนเป็นสีน้าตาล มีขนาดยาวเกือบ 2 เซนติเมตร อายุ
ดักแด้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเขา้ ระยะตัวเต็มวัย ซ่งึ ตวั เต็มวัยมชี วี ติ อยู่ไดป้ ระมาณ 1 สปั ดาห์

ลักษณะการท้าลาย หนอนคืบกะหล่าเป็นหนอนท่ีกินจุ เข้าทาลายคะน้าในระยะท่ีเป็นตัวหนอน โดย
จะกัดกินเนื้อใบจนขาดและมักจะเหลือเส้นใบไว้หนอนชนิดนี้เมื่อเกิดระบาดแล้วจะแพร่กระจายไป
อย่างรวดเร็วมาก

การป้องกันก้าจัด ตรวจดูไข่หรือตัวหนอนในระยะเล็กๆ หากพบให้ใช้สารกาจัดแมลงฉีดพ่น เช่น ฟอ
สดริล, แลนเนท เป็นต้น หากใช้ในขณะท่ีหนอนยังมีขนาดเล็กจะได้ผลดี หากการระบาดมีอยู่
ตลอดเวลาควรพ่นสารกาจดั แมลงดังกลา่ ว 5-7 วนั ต่อครั้ง

โทษของคะน้า

ในผักคะน้าจะมสี ารกอยโทรเจน (Goitrogen) สารท่ีมีส่วนยับย้ังการสรา้ งฮอร์โมนของตอ่ มไทรอยด์
โดยเฉพาะหากกินผักคะน้าดิบ ๆ ในปริมาณมาก อาจทาให้สารกอยโทรเจนเข้าไปขัดขวางการทางาน
ของระบบเมตาบอลิซึม จนก่อให้เกิดอาการท้องอืดตามมาได้ ทว่าหากนาผักคะนา้ ไปปรุงสุก สารกอย
โทรเจนก็จะละลายหายไปกับความรอ้ น เราก็จะกินคะน้าได้อยา่ งสบายทอ้ งมากขนึ้

สรรพคุณของคะน้า

1.ช่วยเสรมิ สร้างภูมติ ้านทานในกับรา่ งกาย ทาใหม้ สี ขุ ภาพแข็งแรง

2.ช่วยบารงุ ผวิ พรรณและป้องกนั การติดเชือ้ ตา่ ง ๆ

3.ผักคะนา้ มวี ิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยเสรมิ สร้างเน้ือเยือ่ ใหช้ ุ่มช้นื มากขึ้น (วิตามนิ ซ)ี

4.ช่วยบารุงและรกั ษาสายตา (วติ ามนิ เอ)

16

5.คะนา้ มีสารลูทนี (Lutein) ซ่ึงชว่ ยลดความเสีย่ งของการเกิดโรคตอ้ กระจกไดถ้ งึ 29% (ลทู นี )
6.ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเส่ือมและยังช่วยป้องกันการเสอื่ มของศูนย์จอตาได้
อกี ดว้ ย
7.ชว่ ยบารุงโลหติ
8.ธาตเุ หล็กและธาตุโฟเลตในผกั คะนา้ มคี วามสาคญั ต่อการสร้างเม็ดเลอื ดแดง
9.ชว่ ยเพมิ่ การไหลเวยี นของโลหติ
10.ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของกล้ามเน้ือและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทาหน้าที่ช่วยขับออกซิเจนท่ีเลือด
นามาไว้ใช้
11.ผักคะน้ามีแคลเซียม ซง่ึ มีสว่ นชว่ ยเสริมสร้างกระดูกและฟนั (แคลเซียม)
12.ชว่ ยป้องกันการเกดิ โรคกระดูกพรนุ (แคลเซียม)
13.มีสว่ นช่วยลดระดบั คอเลสเตอรอล
14.ผักคะนา้ มแี มกนเี ซียมสูง ซ่ึงชว่ ยลดความถี่ของอาการไมเกรนลงได้ (ธาตแุ มกนเี ซยี ม)
15.ช่วยชะลอปัญหาความจาเสื่อม ทาให้อัตราการเปลี่ยนของความจาช้าลง และช่วยชะลอการเสื่อม
ของอายสุ มอง (วติ ามนิ อี)
16.มีคุณสมบัติช่วยป้องกันยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ยับยั้งสารก่อมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและ
สารกอ่ มะเรง็ ชว่ ยสง่ เสรมิ การทางานของเอนไซมท์ ่ีช่วยขับพิษของสารก่อมะเรง็
17.ช่วยลดความเส่ียงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลาไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม
18.ชว่ ยปอ้ งกันการเกดิ โรคโลหติ จาง
19.ช่วยรักษาโรคหอบหืด เพราะช่วยลดการบีบตัวของกล้ามเน้ือเรียบในหลอดลม และยังช่วยขยาย
หลอดลมของผูท้ ี่เปน็ โรคหอบหืดอีกดว้ ย
20.ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยคลายการเกร็งตัวของกล้ามเน้ือหลอดลมเมื่อถูกโจมตีด้วยละอองเกสร
หรอื ฝนุ่ ท่ีทาให้รา่ งกายตอ่ ต้าน
21.ช่วยป้องกนั โรคทอ้ งผูก (เสน้ ใย)

17

22.การรับประทานผักคะน้าเป็นประจาจะชว่ ยป้องกนั การเกิดตะครวิ
23.ชว่ ยรักษาสมดลุ ของระดบั ฮอร์โมนเอสโตรเจน
24.ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดอาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนในสตรีช่วงมี
ประจาเดอื น
25.เป็นผักท่ีเหมาะสาหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือผู้ท่ีต้องการควบคุมน้าตาลเป็นพิเศษ เพราะ
ผกั คะนา้ ถอื วา่ จดั อยูใ่ นกลุ่มผกั ท่ีมีนา้ ตาลน้อยที่สุดเลยกว็ า่ ได้ (3-5%)
26.ชว่ ยเสรมิ สรา้ งสมองของเดก็ ทารกในครรภ์ (กรดโฟลกิ )
27.ผักคะน้ามีโฟเลตสูง จาเป็นอย่างมากสาหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดความเส่ียงต่อการที่เด็ก
ทารกพิการแตก่ าเนิด (โฟเลต)
28.ช่วยลดอาการกินของจุบจิบ เพราะแคลเซียมจะช่วยปรับระดับของฮอร์โมนให้คงที่ ทาให้ความ
อยากกินของจบุ จบิ สลายตวั ไปได้ (ธาตแุ คลเซยี ม)
29.มสี ารต่อต้านอนมุ ลู อิสระ จงึ ชว่ ยชะลอความเสอ่ื มของเซลลต์ า่ ง ๆ ในร่างกายได้
ประโยชน์ของผักคะน้า
สามารถนามาทาเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เมนูคะน้าก็เช่น ผัดคะน้าหมูกรอบ ผัดผักคะน้า ยา
ก้านคะน้า ต้มจับฉ่าย คะน้าไก่กรอบ คะน้าปลาเค็ม คะน้าเห็ดหอม คะน้าปลากระป๋อง ข้าวผัดคะน้า
เปน็ ต้น
แหล่งอา้ งองิ : วกิ พิ เี ดีย สารานุกรมเสรี, สานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สุขภาพ (สสส.), ดร.
หรงฮัว จูเกอ นกั วทิ ยาศาสตรจ์ ากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ สหรฐั อเมริกา
สารอาหารตา่ ง ๆ ในคะนา้
คะนา้ เป็นแหลง่ วติ ามินและแรธ่ าตุทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อร่างกายนานาชนิด ซึ่งคะนา้ สด 1 ถว้ ยจะอุดมไป
ด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดงั นี้
วติ ามินเค 684 เปอรเ์ ซน็ ต์ของปรมิ าณวติ ามนิ เคทีแ่ นะนาใหไ้ ด้รับในแต่ละวนั
วติ ามนิ เอ 206 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณวติ ามินเอท่แี นะนาให้ได้รับในแต่ละวัน
วติ ามินซี 134 เปอรเ์ ซน็ ต์ของปรมิ าณวติ ามินซที แี่ นะนาใหไ้ ด้รบั ในแต่ละวนั

18

แมงกานีส 26 เปอร์เซน็ ตข์ องปรมิ าณแมงกานีสท่ีแนะนาใหไ้ ดร้ ับในแตล่ ะวัน

ทองแดง 10 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องปริมาณทองแดงทแ่ี นะนาให้ได้รับในแตล่ ะวนั

วิตามนิ บี 6 9 เปอร์เซน็ ต์ของปริมาณวติ ามนิ บี 6 ที่แนะนาให้ไดร้ บั ในแตล่ ะวัน

แคลเซียม 9 เปอรเ์ ซ็นต์ของปรมิ าณแคลเซยี มท่ีแนะนาให้ได้รบั ในแต่ละวัน

โพแทสเซยี ม 9 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องปริมาณโพแทสเซียมที่แนะนาให้ได้รับในแต่ละวนั

แมกนเี ซยี ม 6 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณแมกนีเซียมท่ีแนะนาให้ไดร้ ับในแตล่ ะวนั

นอกจากนี้ คะน้ายังประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระท่ีอาจช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์
และลดความเส่ียงการเกิดโรคบางชนิด โดยสารต้านอนุมูลอิสระท่ีพบปรมิ าณมากในคะน้า คือ เควอซิ
ทิน (Quercetin) และแคมป์เฟอรอล (Kaempferol) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสารเหล่านี้มีคุณสมบัติ
ต้านการอกั เสบและต้านไวรสั ได้

ไอเดยี สรา้ งสรรค์กบั เมนจู ากคะนา้ ปลีเพ่ือสุขภาพ

ด้วยความกรอบอร่อย และความหวานจากต้นคะน้า จึงถูกนามาประกอบในเมนูอาหารหลากหลาย
และยงั ใชเ้ ป็นเคร่ืองเคียง สามารถรับประทานไดท้ ั้งแบบดิบ และแบบท่ผี า่ นการปรุงสุกแลว้ ลองมาดู
ไอเดียต่อไปนี้ท่ีมีคะน้าเป็นส่วนประกอบ เป็นเมนูแสนอร่อยท่ีใครๆ ก็สามารถทาเองได้ แถมให้
ประโยชนต์ อ่ สขุ ภาพอย่างมากมายอีกด้วย

1. ผดั คะน้ากรอบ

คะน้ากรอบมักปรุงกับน้ายาหรือเป็นเคร่ืองเคียงหมูมะนาว พล่าต่างๆ วิธีทาคือให้ล้างคะน้า ตัดใบ
ออกจนเหลือแต่ยอดและใบอ่อน แล้วตัดแยกออกจากต้นคะน้า ใส่ภาชนะปิดฝาไว้ แช่ในตู้เย็นสักครู่
ใส่ลงลวกในหม้อน้าเดือดด้วยไฟแรงจนสุก ตักข้ึนแช่ในอ่างน้าเย็นจัดทันที เม่ือจะรับประทานจึงค่อย
นาขึ้นแล้วห่ันเปน็ ท่อนยาว คะน้ากจ็ ะกรอบอร่อย

2. คะน้าปลาเคม็

ปอกก้านคะน้าท่ีเป็นเปลือกแข็งๆ ออก จากน้ันก็นามาห่ันเฉียงๆ เป็นชิ้นพอสวยงามเตรียมหั่นพริก
และสับกระเทียมเตรียมไว้ตั้งกระทะ ใส่น้ามันเล็กน้อย ผัดกระเทียมสับและพริกแดง จากนั้นก็ใส่ปลา
เค็มลงไปผัดจนปลาเค็มแตก เสร็จแล้วก็ใส่ผักคะน้า ผัดจนน้ามันเคลือบผักคะน้า ผัดแค่ให้ผักสลบ
เสรจ็ แล้วกต็ ักใสจ่ านทนั ที

19

3. คะน้าหมกู รอบ

ลา้ งผกั คะน้าใหส้ ะอาด พักให้สะเดด็ นา้ หั่นเปน็ ชิน้ ตามชอบ เตรียมไว้ 2. ใส่คะน้า หมูกรอบ พรกิ ข้ีหนู
กระเทียมสับ น้ามันหอย เต้าเจ้ียว และน้าตาลทรายลงในอ่างผสม เตรียมไว้ 3. ใส่น้ามันพืชลงใน
กระทะ เปดิ ไฟแรง พอนา้ มันร้อนจดั ใสผ่ ักลงไป ผัดพอสุก ประมาณ 30 วนิ าที ตักใสจ่ าน พร้อมเสิร์ฟ

4. ย้าคะน้าก้งุ สด

ข้ันตอนแรกหั่นวัตถุดิบเตรียมไว้ คะน้าเอาเฉพาะส่วนก้านห่ันเป็นแผ่นบาง ๆ และแครอทหั่นเป็น
สเี่ หลีย่ มลูกเตา๋ ซอยพรกิ กับหอมแดง และห่นั มะเขอื เทศนากุ้งสด ไก่สบั ก้านคะน้า และแครอทมาลวก
ให้พอสุก ตักข้ึนสะเด็ดน้าเริ่มทาน้ายา โดยใส่พริกสดและน้าปลาลงในอ่างผสม บีบมะนาวลงไป ตาม
ด้วยน้าตาลป๊บี คนผสมจนน้าตาลปีบ๊ ละลาย ใส่กุ้งลวกและไกส่ บั ลวกลงไปคลุกเคลา้ กบั นา้ ยาให้เข้ากัน
ตามด้วยหอมแดงกับมะเขือเทศใส่ผักลวกลงไปคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน พร้อมชิมเสร็จเรียบร้อย
จัดใส่จานโรยขนึ้ ฉา่ ย พรอ้ มเสริ ฟ์ คะ่

5. ผดั คะน้าน้ามันหอย

วัตถุดิบ 1. ห่ันคะน้ายาว 1.5-2 นิ้ว 2. ลวกคะน้าให้พอสุก หรือ ต้มคะน้ากับน้าเข้าไมโครเวฟ 3 นาที
นามาแชน่ า้ เยน็ แล้วตกั พักไว้ (ผักจะสเี ขยี วสวย) 3. ตงั้ กระทะใส่นา้ มนั และกระเทยี ม จนกระเทยี มเริ่ม
เหลือง 4. ใส่คะน้าลวกลงไปผัดกับน้ามัน เติมน้ามันหอย ซีอ๊ิวขาว ผัดให้เข้ากัน เติมน้าเล็กน้อย เข้า
กันแลว้ ตักเสริ ์ฟใส่จาน

ไอเดียการนา้ คะน้าไปใช้ประโยชนด์ า้ นสขุ ภาพ

1. บา้ รงุ ผิวพรรณ เพมิ่ คอลลาเจนใหผ้ ิว

นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนแล้ว ในผักคะน้ารวมไปถึงผักใบเขียวทุกชนิดยังมี
สารลูทีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในเซลลผ์ ิว ช่วยบารุงผิวพรรณให้เรียบเนียนไร้ริ้วรอย
แหง่ วัยโดยไม่ตอ้ งพึง่ สารเคมีหรือกระบวนการศลั ยกรรมใด ๆ อกี ท้ังวิตามินซีในผักคะน้ายังจะชว่ ยเพิ่ม
ความชุ่มชนื้ ใหเ้ นื้อเย่อื มีความยืดหยุ่นมากขึ้นดว้ ย

2. ช่วยกระตนุ้ การขับถ่าย

ผักคะน้ามีไฟเบอร์สูงมาก โดยเฉพาะในส่วนของใบคะน้า ดังน้ันการรับประทานผักคะน้าในปริมาณที่
เหมาะสมก็มีส่วนช่วยเพิ่มใยอาหารให้ลาไส้ กระตุ้นระบบขับถ่ายให้มีความคล่องตัวมากข้ึนได้
เหมอื นกนั

20

3. ลดความเสยี่ งมะเรง็
คะน้าเป็นผักที่มีวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งวิตามินเอท่ีเราได้จากคะน้ามีคุณสมบัติ
เปน็ สารตา้ นการเกิดเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเรง็ ลาไส้ มะเร็งปอด และมะเร็ง
กระเพาะปัสสาวะ และยังมีวิตามินซีช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดโอกาสเกิดการอักเสบของ
เนือ้ เยือ่ และเซลล์ตา่ ง ๆ ได้อกี ด้วย
4. เสริมสรา้ งความแขง็ แรงของกระดูก
จะเหน็ ได้วา่ คะนา้ เป็นผักท่ีมีปรมิ าณแคลเซยี มค่อนข้างสูง จงึ จดั ไดว้ า่ คะน้าเป็นอาหารเสรมิ แคลเซียม
ที่ดชี นดิ หน่ึง โดยเฉพาะคนท่แี พน้ มวัวจะหนั มารบั แคลเซียมจากผักอยา่ งคะนา้ ก็ได้
5. บ้ารุงเลอื ด ป้องกนั โลหิตจาง
ในคะน้ามีโฟเลตและธาตุเหล็กสูง ซึ่งสารท้ังสองชนิดนี้เป็นสารอาหารจาเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด
แดง คะนา้ จึงเปน็ ผกั ใบเขยี วท่ชี ่วยบารุงเลือด และลดความเสี่ยงภาวะโลหติ จางได้

บรรณานกุ รม

puechkaset.2557.ผกั คะน้าและการปลูกคะนา้ . สืบค้นจาก:
https://puechkaset.com (20 กนั ยายน 2564)

September.2559.พันธ์ผักคะนา้ . สบื คน้ จาก:
https://beezab.com/tag (20 กันยายน 2564)

นริ นาม.2018.การปอ้ งกันและแกไ้ ขโรคและแมลงศัตรูคะนา้ .สบื คน้ จาก:
https://www.google.com/search (20 กันยายน 2564)

นริ นาม.2557.ประโยชนแ์ ละสรรพคุณจากผกั คะนา้ . สบื คน้ จาก:
https://www.sanook.com/women (20 กันยายน 2564)

มาตรฐานสินคา้ เกษตร

หน้า ๕ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๗๔ ง ราชกจิ จานุเบกษา

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรอื่ ง กำหนดมำตรฐำนสินค้ำเกษตร : คะน้ำ
ตำมพระรำชบญั ญัตมิ ำตรฐำนสินคำ้ เกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑

ด้วยคณะกรรมกำรมำตรฐำนสินค้ำเกษตร เหน็ สมควรกำหนดมำตรฐำนสินคำ้ เกษตร เรื่อง คะนำ้
เป็นมำตรฐำนทั่วไป ตำมพระรำชบัญญตั ิมำตรฐำนสินคำ้ เกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ เพ่อื สง่ เสรมิ สนิ ค้ำเกษตร
ใหไ้ ด้คุณภำพ มำตรฐำน และปลอดภัย

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๕ มำตรำ ๑๕ และมำตรำ ๑๖ แห่งพระรำชบัญญัติ
มำตรฐำนสนิ คำ้ เกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบมติคณะกรรมกำรมำตรฐำนสินค้ำเกษตร ในกำรประชุม
คร้ังที่ ๕/๒๕๖๑ เม่ือวันที่ ๒๗ ธันวำคม ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จึงออกประกำศกำหนดมำตรฐำนสินค้ำเกษตร : คะน้ำ มำตรฐำนเลขที่ มกษ. 1525-2562 ไว้เป็น

มำตรฐำนทัว่ ไป ดังมีรำยละเอียดแนบท้ำยประกำศนี้
ทั้งนี้ ใหใ้ ช้บงั คับตั้งแต่วนั ถดั จำกวนั ประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำเป็นต้นไป

ประกำศ ณ วนั ที่ 2๘ พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖2
กฤษฎำ บุญรำช

รฐั มนตรวี ำ่ กำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มกษ. 1525-2562

มาตรฐานสินคา้ เกษตร

คะนา้

1. ขอบข่าย

1.1 มาตรฐานสินค้าเกษตรน้ี.ใช้กับคะน้า (Chinese kale1/ หรือ Chinese broccoli2/).ซ่ึงได้มาจาก
พืชท่ีมีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleracea L. var. alboglabra (L.H. Bailey) Musil วงศ์
Brassicaceae (alt. Cruciferae) พันธุ์ท่ผี ลิตเป็นการค้า ซ่ึงครอบคลุมคะน้าท่ผี ่านการจัดเตรียม
และบรรจุหีบห่อเพ่ือจาหน่ายในรูปผลิตผลสดแกผ่ ู้บริโภค

1.2 มาตรฐานสินค้าเกษตรน้ีไม่รวมคะน้าท่ีใช้แปรรูปในอุตสาหกรรม และคะน้าต้นอ่อน3/ (Baby
Chinese kale)

2. คุณภาพ

2.1 ขอ้ กาหนดข้นั ตา่

2.1.1 คะน้าทุกช้ันคุณภาพต้องเป็นไปตามข้อกาหนดดังต่อไปน้ี เว้นแต่จะมีข้อกาหนดเฉพาะของแต่ละ
ช้ันคุณภาพและเกณฑค์ วามคลาดเคล่ือนท่ยี อมให้มไี ด้ตามท่รี ะบุไว้
ก) เป็นคะน้าท้งั ต้น ตัดแต่งโคนต้นและใบได้ตามความเหมาะสม
ท้งั น้ี
- คะน้าต้น คะน้ายอด คะน้าเหด็ หอม ต้องมีลาต้น ใบ ไม่มชี ่อดอก
- คะน้าฮ่องกง ต้องมีลาต้น ใบ และมชี ่อดอกตมู 1 ช่อ
ข) สด
ค) ลาต้นไม่กลวง
ง) สภาพดี ไม่มรี อยชา้ หรือไม่เน่าเสยี ท่ที าให้ไม่เหมาะต่อการบริโภค
จ) สะอาด ปราศจากส่งิ แปลกปลอมท่มี องเหน็ ได้
ฉ) ไม่มศี ัตรูพืชท่มี ีผลกระทบต่อรูปลักษณ์ท่วั ไป4/

1/ The Plant Resources of South-East Asia (PROSEA)
2/ Codex Classification for Food and Feeds
3/ คะน้าต้นออ่ น หมายถงึ ต้นกล้าผกั คะน้าท่ถี อนแยกหลงั จากท่หี ว่านหรือเพาะในแปลงกอ่ นท่จี ะเจริญเตม็ ท่ี โดยท่วั ไป

อายุประมาณ 10-14 วนั
4/ การนาข้อกาหนดน้ไี ปปฏบิ ตั ใิ ช้ต้องไม่ขดั กบั พระราชบญั ญตั กิ กั พืช พ.ศ. 2507 และฉบบั แก้ไขเพ่ิมเตมิ

มกษ. 1525-2562 2

ช) ไม่มคี วามเสยี หายจากศัตรูพืชท่มี ีผลกระทบต่อคุณภาพ
ซ) ไม่มีความช้ืนท่ีผิดปกติจากภายนอก ท้ังน้ีไม่รวมถึงหยดน้าท่ีเกิดหลังจากนาคะน้าออก

จากห้องเยน็
ฌ) ไม่มคี วามเสยี หายเน่ืองจากอุณหภมู ิต่า หรืออณุ หภมู ิสงู
ญ) ไม่มกี ล่ินและ/หรือรสชาติแปลกปลอม5/
ฎ) รอยตัดเรียบและสะอาด
ฏ) คะน้าต้องมีการเจริญเติบโตหรือพัฒนาถึงระดับท่ีเหมาะสมและมีสภาพท่ียอมรับได้

เม่อื ถงึ ปลายทาง

2.1.2 คะน้าต้องมอี ายุการเกบ็ เก่ยี วท่เี หมาะสม ท้งั น้ี ข้นึ อยู่กบั พันธุ์ ฤดูกาล แหล่งท่ปี ลูก หรือความต้องการ
ของตลาด

2.2 การแบ่งช้นั คณุ ภาพ

คะน้าตามมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรน้ี แบ่งเป็น 3 ช้ันคุณภาพ ดงั น้ี

2.2.1 ช้นั พิเศษ (Extra Class)

คะน้าในช้ันน้ีต้องมีคุณภาพดีท่สี ดุ ต้องมีลักษณะตรงตามพันธุ์ ไม่มีตาหนิ ยกเว้นตาหนิท่มี องเหน็
ไม่ชัดเจน และไม่มีผลกระทบต่อรูปลักษณ์ท่วั ไป คุณภาพของคะน้า คุณภาพระหว่างการเกบ็ รักษา
และการจัดเรียงเสนอในหีบห่อ

2.2.2 ช้นั หนงึ่ (Class I)

คะน้าในช้ันน้ีต้องมีคุณภาพดี ต้องมลี ักษณะตรงตามพันธุ์ อย่างไรกต็ ามอาจมีตาหนิได้เลก็ น้อย
หากตาหนิดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อรูปลักษณ์ท่ัวไป คุณภาพของคะน้า คุณภาพระหว่าง
การเกบ็ รักษาและการจัดเรียงเสนอในหีบห่อ ตาหนิท่ยี อมให้มีได้ มีดงั น้ี
ก) ความผิดปกติเลก็ น้อยด้านรูปทรงและสี
ข) ตาหนิเลก็ น้อย.เช่น.ร่องรอยความเสียหายจากศัตรูพืช ใบเป็นรู รอยชา้ ใบฉีกขาด ตาหนิ

โดยรวมต้องไม่เกนิ 10% ต่อต้น

2.2.3 ช้นั สอง (Class II)

คะน้าในช้ันน้ีรวมคะน้าท่มี ีคุณภาพไม่เข้าช้ันท่สี งู กว่า แต่มีคุณภาพตามข้อกาหนดข้ันต่าท่กี าหนด
ในข้อ 2.1 คะน้าในช้ันน้ีมีตาหนิได้ หากยังคงลักษณะท่ีสาคัญในเร่ืองคุณภาพของคะน้า
คุณภาพระหว่างการเกบ็ รักษา และการจัดเรียงเสนอในหีบห่อ.ท้งั น้ี.ตาหนิท่ยี อมให้มีได้ มีดงั น้ี

5/รสชาตแิ ปลกปลอมไม่รวมรสขมกว่าปกตเิ ลก็ น้อยตามธรรมชาตขิ องคะน้า

3 มกษ. 1525-2562

ก) ความผดิ ปกติด้านสี และรูปทรง
ข) ตาหนิอ่นื ๆ เช่น ร่องรอยความเสยี หายจากศัตรูพืช ใบเป็นรู รอยชา้ ใบฉีกขาด ลาต้นบิดเบ้ียว

มีรอยแตกท่ผี ิวลาต้น ตาหนิโดยรวมต้องไม่เกนิ 15% ต่อต้น

3. การจดั ขนาด

ต้องมีขนาดข้นั ต่า โดยพิจารณาจากนา้ หนักหรือความยาว อย่างใดอย่างหน่ึง ดังน้ี
ก) กรณีพิจารณาโดยนา้ หนัก

- คะน้าต้นและคะน้ายอด ต้องมีนา้ หนักต่อต้นไม่น้อยกว่า 15 g
- คะน้าฮ่องกง ต้องมนี า้ หนักต่อต้นไม่น้อยกว่า 20 g
- คะน้าเหด็ หอม ต้องมีนา้ หนักต่อต้นไม่น้อยกว่า 40 g
หรือ
ข) การพิจารณาโดยความยาว
- คะน้าต้นและคะน้ายอด ต้องมีความยาวจากโคนต้นถึงปลายใบ ไม่น้อยกว่า 15 cm
- คะน้าฮ่องกง ต้องมีความยาวจากโคนต้นถึงปลายยอด ไม่น้อยกว่า 10 cm
- คะน้าเหด็ หอม ต้องมคี วามยาวจากโคนต้นถงึ ปลายใบ ไม่น้อยกว่า 20 cm

4. เกณฑค์ วามคลาดเคลือ่ น

เกณฑค์ วามคลาดเคล่ือนเร่ืองคุณภาพและขนาดท่ยี อมให้มีได้ในแต่ละหีบห่อหรือรุ่นท่สี ่งมอบ
สาหรับคะน้าท่ไี ม่เป็นไปตามคุณภาพและขนาดท่รี ะบุไว้ มดี งั น้ี

4.1 เกณฑค์ วามคลาดเคลอื่ นเรือ่ งคณุ ภาพ

4.1.1 ช้นั พิเศษ (Extra Class )

ความคลาดเคล่ือนไม่เกิน 5% โดยจานวนหรือน้าหนักของคะน้ าท่ีมีคุณภาพไม่เป็ นไป
ตามข้อกาหนดของช้ันพิเศษ (ข้อ 2.2.1).แต่เป็ นไปตามคุณภาพของช้ันหน่ึง (ข้อ 2.2.2)
หรือคุณภาพยังอยู่ในเกณฑค์ วามคลาดเคล่ือนของคุณภาพช้ันหน่ึง (ข้อ 4.1.2)

4.1.2 ช้นั หนงึ่ (Class I)

ความคลาดเคล่ือนไม่เกิน 10% โดยจานวนหรือน้าหนักของคะน้าท่ีมีคุณภาพไม่เป็ นไป
ตามข้อกาหนดของช้ันหน่ึง.(ข้อ 2.2.2).แต่เป็ นไปตามคุณภาพของช้ันสอง.(ข้อ 2.2.3).
หรือคุณภาพยงั อยู่ในเกณฑค์ วามคลาดเคล่ือนของคุณภาพช้ันสอง (ข้อ 4.1.3)

มกษ. 1525-2562 4

4.1.3 ช้นั สอง (Class II)

ความคลาดเคล่ือนไม่เกิน 10% โดยจานวนหรือน้าหนักของคะน้าท่ีมีคุณภาพไม่เป็ นไป
ตามข้อกาหนดของช้ันสอง (ข้อ 2.2.3).หรือไม่ได้ข้อกาหนดข้ันต่า.(ข้อ 2.1) แต่ต้องไม่มี
รอยชา้ เน่าเสยี หรือเส่อื มสภาพจากสาเหตอุ ่นื ท่ที าให้ไม่เหมาะสาหรับการบริโภค

4.2 เกณฑค์ วามคลาดเคลอื่ นเรื่องขนาด

คะน้ามขี นาดน้อยกว่าท่กี าหนดในข้อ 3 ปนมาได้ไม่เกนิ 10% โดยจานวนหรือนา้ หนักของคะน้า

5. การจดั เรียงเสนอ

5.1 ความสมา่ เสมอ

คะน้าท่ีบรรจุในแต่ละหีบห่อต้องมีความสม่าเสมอท้ังในเร่ืองพันธุ์ คุณภาพ สี ขนาด รวมท้ัง
มาจากแหล่งผลิตเดยี วกนั
กรณีท่มี องเหน็ คะน้าจากภายนอกหีบห่อ ส่วนท่มี องเหน็ ต้องเป็นตัวแทนของผลิตผลท้งั หมด

5.2 การบรรจุหีบห่อ

ต้องบรรจุคะน้าในลักษณะท่สี ามารถป้ องกันคะน้าไม่ให้เกิดความเสียหาย วัสดุท่ใี ช้ภายในหีบห่อ
ต้องใหม่ สะอาด และมีคุณภาพท่ีจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายท้ังภายนอกและภายในคะน้า
หากมกี ารใช้กระดาษหรือตราประทบั ท่มี ขี ้อมูลทางการค้าต้องใช้หมกึ พิมพ์หรือกาวท่ไี ม่เป็นพิษ

5.3 ภาชนะบรรจุ

การบรรจุคะน้าในแต่ละภาชนะบรรจุต้องเป็ นไปตาม Recommended International Codex of
Practice for Packaging and Transport of Fresh Fruits and Vegetables (CAC/RCP 44-1995)
ภาชนะบรรจุต้องมีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะ ระบายอากาศได้ และทนทานต่อการจัดการ
การขนสง่ และการเกบ็ รักษาคะน้า หีบห่อต้องไม่มสี ่งิ แปลกปลอม และกล่ินแปลกปลอม

5 มกษ. 1525-2562

6. การแสดงฉลากและเครือ่ งหมาย

การแสดงฉลากให้เป็นไปตามข้อกาหนดของ General Standard for the Labelling of Prepackaged
Foods (CODEX STAN 1-1985) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่ืองการแสดงฉลาก
ของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่ืองกาหนดวิธีการผลิต เคร่ืองมือ
เคร่ืองใช้ในการผลิตและการเกบ็ รักษาผักหรือผลไม้สด บางชนิด และการแสดงฉลาก รวมถึง
มาตรฐานและกฎหมายท่เี ก่ยี วข้อง

6.1 บรรจุภณั ฑส์ าหรบั ผูบ้ ริโภค

การแสดงฉลากท่บี รรจุภัณฑ์ ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย ดังน้ี
ก) ช่ือผลิตผล เช่น คะน้าต้น คะน้ายอด คะน้าเหด็ หอม คะน้าฮ่องกง
ข) นา้ หนักสทุ ธเิ ป็นระบบเมตริก
ค) วัน เดือน ปี ท่เี กบ็ เก่ยี ว หรือบรรจุ
ง) ช่ือและท่อี ยู่ของผู้ผลิต ผู้บรรจุ ผู้จัดจาหน่าย ผู้นาเข้า หรือผู้สง่ ออก หรือรหัสบ่งช้ีท่อี ้างองิ ได้
จ) กรณีนาเข้าหรือผลิตเพ่ือการส่งออกให้ระบุประเทศท่เี ป็นแหล่งกาเนิด (country of origin)

อาจแสดงเขตท่ปี ลูกหรือประเทศ ภมู ภิ าคหรือช่ือท้องถ่ินของสถานท่ี
ฉ) กรณีท่ีนาเข้าและผลิตเพ่ือจาหน่ายในประเทศต้องใช้ข้อความเป็ นภาษาไทยแต่จะมี

ภาษาต่างประเทศด้วยกไ็ ด้ กรณีท่ผี ลิตเพ่ือการสง่ ออกให้แสดงข้อความเป็นภาษาต่างประเทศได้

6.2 บรรจุภณั ฑท์ ีไ่ ม่ไดจ้ าหน่ายโดยตรงต่อผูบ้ ริโภค

การแสดงฉลากท่บี รรจุภัณฑ์ ต้องจัดข้อความหรือตัวอักษรให้อยู่ด้านเดียวกันของบรรจุภัณฑ์
ข้อความต้องอ่านได้ง่าย ชัดเจน ติดแน่น และมองเหน็ ได้จากภายนอก โดยแต่ละบรรจุภัณฑ์
ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย ดงั ต่อไปน้ี
ก) ช่ือและท่อี ยู่ของผู้ส่งออก ผู้บรรจุ และ/หรือผู้ส่งสนิ ค้า
ข) ช่ือของผลิตผลและอาจแสดงช่ือพันธุ์หรือช่ือทางการค้า (ตามความเหมาะสม)
ค) ประเทศท่เี ป็นแหล่งกาเนิด (country of origin) อาจแสดงเขตท่ปี ลูกหรือประเทศ ภมู ิภาค

หรือช่ือท้องถ่ินของสถานท่ี
ง) ช้ันคุณภาพ
จ) เคร่ืองหมายการตรวจสอบของทางราชการ (ถ้ามี)
ฉ) กรณีท่ีนาเข้าและผลิตเพ่ือจาหน่ายในประเทศต้องใช้ ข้อความเป็ นภาษาไทยแต่จะมี

ภาษาต่างประเทศด้วยกไ็ ด้ กรณที ่ผี ลิตเพ่ือการส่งออกให้แสดงข้อความเป็นภาษาต่างประเทศได้

กรณีผลิตผลท่ขี นส่งมาเป็นปริมาณมาก (bulk) ข้อมูลข้างต้นอาจแสดงในเอกสารกากบั สนิ ค้า
ท่สี ง่ มาได้

มกษ. 1525-2562 6

6.3 เครื่องหมายรบั รองมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร

การแสดงเคร่ืองหมายรับรองมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง เร่ือง กาหนด
ลักษณะของเคร่ืองหมาย การใช้เคร่ืองหมาย และการแสดงเคร่ืองหมายรับรองมาตรฐาน
สินค้าเกษตร พ.ศ. 2553 และประกาศสานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
ท่เี ก่ยี วข้อง

7. วตั ถุเจือปนอาหาร

ไม่อนุญาตให้ใช้วัตถุเจือปนอาหาร

8. สารปนเป้ ื อน

ปริมาณสารปนเป้ื อนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่ืองมาตรฐานอาหารท่ีมี

สารปนเป้ื อน หรือข้อกาหนดในมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรท่เี ก่ยี วข้อง ดงั น้ี

ปริมาณสงู สดุ ของตะก่วั ไม่เกนิ 0.3 mg/kg

ปริมาณสงู สดุ ของแคดเมียม ไม่เกนิ 0.2 mg/kg

9. สารพิษตกคา้ ง

ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในคะน้าให้เป็ นไปตามกฏหมายท่ีเก่ียวข้อง และ มกษ. 9002
มาตรฐานสินค้าเกษตร เร่ือง สารพิษตกค้าง: ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด และ มกษ. 9003
มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร เร่ือง สารพิษตกค้าง: ปริมาณสารพิษตกค้างสงู สดุ ท่ปี นเป้ื อนจากสาเหตุ
ท่ไี ม่อาจหลีกเล่ียงได้

10. สุขลกั ษณะ

การผลิตและการปฏบิ ัติต่อคะน้าต้องเป็นไปตาม

ก) มกษ. 9001 มาตรฐานสินค้าเกษตร เร่ือง การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับพืชอาหาร
หรือได้รับการรับรองตาม มกษ. 9001 หรือมาตรฐานท่เี ทยี บเทา่

ข) กรณีคะน้าท่มี ีการบรรจุในโรงคัดบรรจุ ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย
เร่ืองกาหนดวิธีการผลิต เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการผลิตและการเกบ็ รักษาผักหรือผลไม้สด
บางชนิด และการแสดงฉลาก และได้รับการรับรองตาม มกษ. 9035 มาตรฐานสินค้าเกษตร
เร่ือง การปฏบิ ัติท่ดี ีสาหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด หรือมาตรฐานท่เี ทยี บเทา่

7 มกษ. 1525-2562

11. การชกั ตวั อยา่ งและวิธีวิเคราะห์

ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อกาหนดของมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรท่เี ก่ยี วข้อง หรือภาคผนวก ข

มกษ. 1525-2562 8

ภาคผนวก ก
ภาพแสดงตวั อย่างคะนา้

1) คะน้าต้น 2) คะน้ายอด
ใบกลม สเี ข้ม ใบกว้าง ใหญ่ ใบแคบ ปลายใบแหลม
ลักษณะลาต้นค่อนข้างใหญ่ ข้อส้นั ใบหยัก ลาต้นเลก็ กว่าคะน้าต้น ข้อห่าง ผิวใบเรียบ

เลก็ น้อย

ต่งิ ใบ
ช่อดอกตมู

3) คะน้าเหด็ หอม 4) คะน้าฮ่องกง
ลาต้นใหญ่ อวบอ้วน มีต่ิงใบ (leaflet) ท่เี ส้นกลาง ลาต้นและใบสเี ขียวเข้ม มีช่อดอกตมู 1 ช่อ

ใบ

ภาพที่ ก.1 ตัวอย่างคะน้าพันธทุ์ ่ผี ลิตเป็นการค้า (ข้อ 1.1)

9 มกษ. 1525-2562

ภาพที่ ก.2 ตวั อย่างคะน้าท่ไี ม่สดและมีความเสียหายจากศัตรูพืชท่มี ผี ลกระทบต่อคุณภาพ
ไม่ผ่านข้อกาหนดข้ันต่า

(ข้อ 2.1.1 ข) และ 2.1.1 ช))

ลาต้นกลวง

ลาต้นกลวง

ภาพที่ ก.3 ตวั อย่างคะน้าลาต้นกลวง ไม่ผ่านข้อกาหนดข้นั ต่า
(ข้อ 2.1.1 ค))

มกษ. 1525-2562 10

รอยชา้

ภาพที่ ก.4 ตวั อย่างคะน้าท่มี คี วามเสียหายจากศัตรูพืชท่มี ีผลกระทบต่อคุณภาพ ไม่ผ่านข้อกาหนดข้ันต่า
(ข้อ 2.1.1 ช))

ข้หี นอน

ภาพที่ ก.5 ตัวอย่างผักคะน้าท่ปี ราศจากส่งิ แปลกปลอม ไม่ผ่านข้อกาหนดข้ันต่า
(ข้อ 2.1.1 จ))

11 มกษ. 1525-2562

1) หนอนคืบ 2) หนอนกระทู้ผกั 3) หนอนใยผัก

ภาพที่ ก.6 ตวั อย่างคะน้าท่มี ีความเสียหายจากศัตรูพืชท่มี ีผลกระทบต่อคุณภาพ
(ข้อ 2.2)

มกษ. 1525-2562 12

ใบเป็ นรู
ใบฉีกขาด

สผี ดิ ปกติ
1) สผี ิดปกติเลก็ น้อย (ข้อ 2.2.2) 2) ใบเป็นรู ใบฉีกขาด (ข้อ 2.2.3)

ลาต้น รูปทรง
บิดเบ้ียว ผดิ ปกติ
เลก็ น้อย
3) รูปทรงผิดปกติ (ข้อ 2.2.3)
4) รูปทรงผดิ ปกติเลก็ น้อย (ข้อ 2.2.2)

มีรอย
แตกท่ี ตาหนิท่ผี วิ
ลาต้น

5) รอยแตกท่ลี าต้น (ข้อ 2.2.3) 6) ตาหนิท่ผี วิ (ข้อ 2.2.3)

ภาพที่ ก.7 ตัวอย่างลักษณะตาหนิ ซ่ึงยอมให้มไี ด้จากดั ตามช้ันคุณภาพ
(ข้อ 2.2.2 และ 2.2.3)

13 มกษ. 1525-2562

ภาคผนวก ข
การชกั ตวั อย่างและวิธีวิเคราะห์

ข. 1 การชกั ตวั อย่าง
ข.1.1 แผนการชกั ตวั อย่างสาหรบั การตรวจดา้ นคณุ ภาพ น้าหนกั สุทธิ การแสดงฉลาก

และเครือ่ งหมาย

ให้ใช้แผนการชักตวั อย่าง ตามตารางท่ี ข.1
ตารางที่ ข.1 แผนการชักตัวอย่างสาหรับการตรวจด้านคุณภาพ นา้ หนักสทุ ธิ การแสดงฉลาก

และเคร่ืองหมาย

ขนาดรุ่น (lot size) ขนาดตวั อย่าง (sample)
(จานวนหีบห่อในรุ่น) (จานวนหีบห่อทีต่ อ้ งชกั ตวั อย่าง)

≤100 5
101-300 7
301-500 9
501-1,000 10
>1,000 อย่างน้อย 15

ข.1.2 แผนการชกั ตวั อย่างสาหรบั การตรวจดา้ นความปลอดภยั

ข.1.2.1 แผนการชักตัวอย่างสารปนเป้ื อน ให้เป็นไปตามข้อกาหนดของกฎหมายหรือมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
ท่เี ก่ยี วข้อง หรือตามตารางท่ี ข.2
ข.1.2.2
แผนการชักตัวอย่างสารพิษตกค้าง ให้เป็นไปตามข้อกาหนด มกษ. 9025 มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
เร่ืองวิธชี ักตัวอย่างเพ่ือตรวจหาสารพิษตกค้าง หรือตามตารางท่ี ข.2

มกษ. 1525-2562 14

ตารางที่ ข.2 แผนการชักตัวอย่างสาหรับการตรวจสารปนเป้ื อนและสารพิษตกค้าง

ขนาดรุ่น จานวนจุดทีส่ ุ่มเก็บ น้าหนกั ต่อจุด ปริมาณตา่ สุด จานวนตวั อย่าง
(kg) (จุด) (g) ทีส่ ่งทดสอบ ทีส่ ่งทดสอบ

น้อยกว่า 50 3 ไม่น้อยกว่า 100 1,000 g 1
1
50-500 5 ไม่น้อยกว่า 100 1,000 g 1
1
501-1,000 10 ไม่น้อยกว่า 100 1,000 g

มากกว่า 1,000 15 ไม่น้อยกว่า 100 1,000 g

ข.1.3 การเตรียมตวั อยา่ งส่งหอ้ งปฏิบตั ิการ

กรณีสง่ ห้องปฏบิ ัตกิ ารต้องเกบ็ ในภาชนะท่ปี ิ ดได้ ระบุข้อมูลชัดเจน อ่านได้ และติดแน่น ดังน้ี
- ช่ือตัวอย่าง ชนิด พันธุ์ (ถ้ามี) ช้ันคุณภาพ
- ช่ือผู้สง่ สนิ ค้า (consignor)
- สถานท่ชี ักตวั อย่าง
- วัน เวลาท่ชี ักตวั อย่าง
- รหัสตัวอย่างและรุ่น
- ลายมือช่ือของผู้ชักตวั อย่าง
- วิธกี ารชักตัวอย่าง
- สภาพแวดล้อมขณะชักตวั อย่างท่จี ะมผี ลต่อการวิเคราะห์
- ช่ือห้องปฏบิ ัติการทดสอบ (กรณีท่จี าเป็น)

ควรส่งตัวอย่างให้ถึงปลายทางเรว็ ท่สี ดุ เทา่ ท่จี ะทาได้เพ่ือป้ องกนั ไม่ให้ตวั อย่างเสยี หาย

ข.2 วิธีวิเคราะห์

ข.2.1 วิธีวิเคราะหด์ า้ นคุณภาพ การจัดขนาด น้าหนกั สุทธิ และการแสดงฉลากและ
เครือ่ งหมาย

ข.2.1.1 การตรวจพินิจ
ให้สุ่มตัวอย่างอย่างน้อย 10 มัด/ห่อย่อย/ถุง จากตัวอย่างท่ีชักตัวอย่างมาตามตารางท่ี ข.1
และนาไปตรวจสอบคุณภาพตามข้อกาหนดข้ันต่า (ข้อ 2.1) การแบ่งช้ันคุณภาพ (ข้อ 2.2)
การจัดขนาด (ข้อ 3) เกณฑค์ วามคลาดเคล่ือนเร่ืองคุณภาพและขนาด (ข้อ 4.1 และ ข้อ 4.2)
และการจัดเรียงเสนอ (ข้อ 5) และการแสดงฉลากและเคร่ืองหมาย (ข้อ 6) โดยวิธกี ารตรวจพินิจ
และตรวจสอบทางประสาทสัมผัส โดยผู้ตรวจประเมินท่ีผ่านการอบรมหรือมีประสบการณ์
อย่างน้อย 3 คน และต้องผ่านความเหน็ ชอบจากผู้ตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จึงจะถือว่า
ผ่านตามเกณฑข์ ้อกาหนด

15 มกษ. 1525-2562

ข.2.1.2 การจัดขนาด
ให้ส่มุ ตัวอย่างอย่างน้อย 10 มัด/ห่อย่อย/ถุง จากแต่ละตัวอย่างท่ชี ักตัวอย่างมาตามตารางท่ี ข.1
และนาไปตรวจสอบ ดงั น้ี
ก) ช่ังคะน้าทลี ะต้นทุกต้น จากตัวอย่างท่ชี ักมา และบันทกึ ข้อมูลไว้ หรือ
ข) วัดความยาวทลี ะต้นทุกต้น และบันทกึ ข้อมูลไว้ ดงั น้ี
- คะน้าต้นและคะน้ ายอด และคะน้ าเห็ดหอม วัดความยาวจากโคนต้นถึงปลายใบ
ดงั ภาพท่ี ข.1-3
- คะน้าฮ่องกง วัดความยาวจากโคนต้นถึงปลายยอดช่อดอกตมู ดังภาพท่ี ข.4

ภาพที่ ข.1 การวัดความยาววัดจากโคนต้นถงึ ปลายใบของคะน้าต้น

ภาพที่ ข.2 การวัดความยาววัดจากโคนต้นถงึ ปลายใบของคะน้ายอด

มกษ. 1525-2562 16

ภาพที่ ข.3 การวัดความยาววัดจากโคนต้นถึงปลายใบของคะน้าเหด็ หอม

ภาพที่ ข.4 การวัดความยาววัดจากโคนต้นถงึ ปลายยอดช่อดอกตมู ของคะน้าฮ่องกง

ข.2.1.3 นา้ หนักสทุ ธิ
ให้นาตัวอย่างท่ชี ักตัวอย่างมาตามตารางท่ี ข.1 ไปช่ังนา้ หนักเพ่ือหานา้ หนักสทุ ธิของแต่ละหีบห่อ
เปรียบเทยี บกบั ข้อมูลท่รี ะบุในฉลากหรือใบกากบั สนิ ค้า (ข้อ 6)

ข.2.1.4 การจาแนกผลิตภณั ฑบ์ กพร่องด้านคุณภาพ การจัดขนาด และการแสดงฉลากและเคร่ืองหมาย
ตัวอย่างถือว่าเป็ นผลิตภัณฑ์บกพร่อง เม่ือผลการวิเคราะห์ตามข้อ ข.2.1.1 ถึง ข.2.1.3
ไม่เป็นไปตามข้อใดข้อหน่ึงของข้อกาหนดข้อ 2 ถงึ 6

17 มกษ. 1525-2562

ข.2.2 วิธีวิเคราะหด์ า้ นความปลอดภยั

ข.2.2.1 สารปนเป้ื อน (ข้อ 8)
วิธีวิเคราะห์ปริมาณสารปนเป้ื อน6/ ให้เป็นไปตามข้อกาหนดของกฎหมาย มาตรฐานสินค้าเกษตร
ท่เี ก่ยี วข้อง หรือวิธที ่เี ทยี บเทา่ หรือวิธใี ดวิธหี น่ึง ดังน้ี
ตะก่วั และแคดเมียม AOAC 999.10 โดยใช้หลักการ AAS after microwave digestions
ตะก่วั และแคดเมยี ม AOAC 999.11 โดยใช้หลักการ AAS after dry ashing

ข.2.2.2 สารพิษตกค้าง (ข้อ 9)
วิธวี ิเคราะห์ปริมาณสารพิษตกค้างให้เป็นไปตามข้อกาหนดของกฎหมาย หรือมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
ท่เี ก่ยี วข้อง

ข.2.2.3 สขุ ลักษณะ (ข้อ 10)
ก) ตรวจการผลิตและการปฏิบัติต่อคะน้าหรือตรวจใบรับรองตาม มกษ. 9001 มาตรฐาน

สนิ ค้าเกษตร เร่ือง การปฏบิ ัติทางการเกษตรท่ดี ีสาหรับพืชอาหาร หรือมาตรฐานท่เี ทยี บเทา่
ข) ตรวจใบอนุญาตตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ว่าด้วยเร่ืองกาหนดวิธกี ารผลิต เคร่ืองมือ

เคร่ืองใช้ในการผลิตและการเกบ็ รักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก และตรวจ
การปฏบิ ัติต่อคะน้าหรือตรวจใบรับรองตาม มกษ. 9035 กรณีคะน้าท่มี ีการบรรจุในโรงคดั บรรจุ
ต้องได้รับการรับรองตาม มกษ. 9035 มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร เร่ือง การปฏบิ ัติท่ดี ีสาหรับ
โรงคัดบรรจุผกั และผลไม้สด หรือมาตรฐานท่เี ทยี บเทา่

ข.2.3 การยอมรบั รุ่น

รุ่น (lot) ของคะน้าจะยอมรับได้ ต้องเป็นไปตามเง่อื นไข ดังต่อไปน้ี
ก) ไม่พบว่ามผี ลิตภณั ฑบ์ กพร่อง ตามข้อ ข.2.1.4
ข) ไม่พบตัวอย่างใดตวั อย่างหน่ึงท่มี ีนา้ หนักสทุ ธติ ่ากว่าท่รี ะบุไว้ท่ฉี ลากหรือใบกากบั สนิ ค้า
ค) ไม่พบตัวอย่างใดตัวอย่างหน่ึงท่มี ีการแสดงฉลากและเคร่ืองหมายไม่เป็นไปตามข้อกาหนด 6
ง) วัตถุเจือปนอาหาร สารปนเป้ื อน สารพิษตกค้าง และสขุ ลักษณะ เป็นไปตามข้อกาหนด 7 ถงึ 10

6/กรณีท่ีไม่สามารถใช้วิธีวิเคราะห์ AOAC 999.10 หรือ AOAC 999.11 ได้ให้เลือกวิธีอ่ืนท่ีพิจารณาแล้วว่าเป็ นวิธีวิเคราะห์
ท่มี คี ณุ สมบตั ิการใช้งาน (performance characteristics) เหมาะสม และเป็นไปตามหลักเกณฑข์ ้อใดข้อหน่ึง ดงั ต่อไปน้ี

(1) เป็ นวิธีวิเคราะห์ท่ีประกาศโดยองค์การแห่งชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศด้านมาตรฐาน หรือตีพิมพ์ในเอกสารคู่มือ
หรือสง่ิ ตีพิมพ์ท่เี ป็นท่ยี อมรบั ระดับสากล

(2) เป็นวธิ วี เิ คราะห์ท่มี ีผลการประเมินความใช้ได้ (validation) ของผลการทดสอบว่ามคี วามถูกต้องและเหมาะสม โดยห้องปฏบิ ัติการ
ท่มี กี ารร่วมศกึ ษากบั เครือข่าย (collaborative study) ตามหลกั เกณฑท์ ่สี อดคล้องกบั องคก์ ารนานาชาตซิ ่ึงเป็นท่ยี อมรบั ท่วั ไป

(3) กรณีไม่มีวิธีวิเคราะห์ตามข้อ (1) หรือ (2) ให้ใช้วิธีวิเคราะห์ท่ีได้ประเมินความใช้ได้ของผลการทดสอบว่ามีความถูกต้องและ
เหมาะสม โดยห้องปฏิบัติการแห่งเดียวท่มี ีระบบคุณภาพ (single laboratory validation) ตามหลักเกณฑท์ ่เี ป็นท่ยี อมรับในระดับ
ระหว่างประเทศ


Click to View FlipBook Version