สมั มนาวชิ าการ เรื่อง “SSS : Sex-School-Social พูดได้ไหมเรอื่ งเซก็ ส”์
หลกั การและเหตุผล
ที่มา เพศเป็นวิถีชีวิตที่ถูกหลอมสร้างจากค่านิยม บรรทัดฐานและระบบวิธีคิด วิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับ
ความปรารถนาและการแสดงออกทางเพศ ความคิดเกี่ยวกับคู่ชีวิต คู่รักและกามกิจที่ปรากฏขึ้นในสังคม ค่านิยม
และพฤตกิ รรมทางเพศในสงั คมไทย ถูกกำหนดผ่านกระบวนเรยี นรู้ โดยไดร้ บั การปลูกฝังจากสังคม ระบบการศึกษา
และครอบครัว ในอดีตการเรียนรู้เรื่องเพศและการแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศก่อนวัยอันควร ถือว่าเป็นความ
ประพฤตทิ ี่ไม่เหมาะสม และมกั จะถูกประณามจากสังคม ดังนั้นเรือ่ งของเพศ (Sex) เหมอื นจะเป็นเร่อื งลลี้ ับที่สังคม
จะไม่แสดงออกอยา่ งเปิดเผย หรือมกี ารปกปดิ ข้อมูลไม่ใหร้ กู้ ่อนจะถึงวัยอนั ควร
สภาพปัญหา / ความต้องการ สังคมไทยในปัจจุบันยังหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความ
คดิ เหน็ เกี่ยวกบั เรอื่ งเพศเพราะคิดว่าเรื่องเพศเป็นเร่ืองทไี่ กลตวั และดเู หมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอกประกอบกับ
เพศศึกษาที่ปรากฎในโรงเรียนที่สะท้อนค่านิยมที่ล้าหลังในระบบการศึกษาไทย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเนื้อหาและ
ค่านิยมที่อยู่ในบทเรียนก็ไม่เคยพัฒนาไปไกลกว่าคำว่าศีลธรรมอันดี นอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กเปิดกว้างเรื่องเพศ
แล้ว ยังส่งต่อความเชื่อแบบผิดๆ และส่งผลกับสุขภาพทางเพศเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย ทำให้หลายครั้ง
เรามักจะพบคำถามแปลกๆ ในอินเทอร์เน็ตเก่ยี วกบั สุขอนามยั ทางเพศ ทง้ั ๆทเ่ี ปน็ ความรู้พ้ืนฐานท่ีทุกคนควรจะถูก
ปลกู ฝังมาตั้งแตเ่ ด็ก เพ่อื ให้เขาเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย มากกว่าท่ีจะทำให้เพศกลายเป็นเร่ืองต้องห้าม เมื่อการ
เรยี นรู้เร่อื งเพศเป็นเร่ืองต้องห้ามกห็ ลีกเล่ียงไม่ได้ทปี่ ระเทศไทยจะประสบกับปญั หาสังคม ซ่ึงกองทนุ ประชากรแห่ง
สหประชาชาติ (UNFPA) พบว่ามีเด็ก 1.5 ล้านคนที่เกิดจากแม่วัยใส และการรายงานของยูนิเซฟเมื่อปี 2557
เปิดเผยว่า การติดเชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมดในประเทศไทยมากถึงร้อยละ 70 เกิดในหมู่คนที่มีอายุ
ระหว่าง 15 ถึง 24 ปี โดยตวั เลขสถิติเหล่านีช้ ี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มข้ึนของวัยรุ่นทเี่ ลือกวิธีไม่ป้องกัน ซึ่งอาจเกิด
จากการขาดความรเู้ รือ่ งสขุ ศกึ ษาหรอื อนามัยการเจริญพนั ธุ์โดยสว่ นใหญก่ ม็ าจากการใหก้ ารศกึ ษาในโรงเรยี น
ความเร่งด่วน ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ผู้จัดสัมมนาจึงได้จัดสมั มนาเรื่อง “SSS : Sex-School-Social
พูดได้ไหมเรื่องเซ็กส์” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและมีทัศนคตทิ ีเ่ ปดิ กวา้ งในการพูดถึงเรือ่ ง เซ็กส์ในสถานศึกษา
และสังคมไทยซึ่งนำไปสู่การสร้างเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศได้อย่างถูกต้อง และนักศึกษาครูสามารถนำไปปรับใช้ใน
การสอนผู้เรยี นเรอื่ งเพศ เพื่อท่จี ะป้องกันปญั หาทจ่ี ะเกิดขึน้ ในอนาคต
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพูดถึงเรื่อง Sex ในสถานศึกษา
และสงั คมไทย
2. เพอ่ื ให้ผเู้ ข้ารว่ มโครงการไดแ้ ลกเปลย่ี นเรยี นรูใ้ นประเด็นการพูดถงึ เร่ือง Sex
ในสถานศึกษาและสงั คมไทย
3. เพ่ือให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติทีเ่ ปดิ กว้างในการพูดถึงเรอื่ ง Sex ในสถานศึกษา
และสงั คมไทย
กำหนดการ
โครงการสมั มนาวชิ าการ “SSS : Sex-School-Social พูดได้ไหมเรอ่ื งเซ็กส์”
วันพุธที่ 16 มีนาคม 2565 เวลา 12.30 – 16.30 น.
รูปแบบออนไลน์ผ่านทาง Zoom Meeting
จดั โดย นักศึกษาชนั้ ปีท่ี 4 สาขาวิชาสังคมศกึ ษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช
*************************************************
12.30 - 13.00 น. : ผ้เู ข้ารว่ มสมั มนาลงทะเบยี นออนไลน์
13.00 - 13.15 น. : พิธเี ปิดโครงการ
- กล่าวรายงานโดย : นางสาวเกวลนิ ชูชำนาญ ประธานโครงการ
- กล่าวเปดิ โครงการโดย : อาจารยป์ รุ เชษฐ บญุ ยงั ประธานหลักสตู รครุศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาสังคมศึกษา
13.15 - 13.25 น. : รบั ชมวดิ ที ัศน์ เรอื่ ง “คณุ กลา้ มั้ยที่จะพูดเรื่องเพศกับผู้อื่น ?”
13.25 - 14.25 น. : การบรรยายเร่ือง “SS Sex-Social : การพดู ถึงเรื่องเพศในสังคมไทย”
วิทยากร : อาจารยพ์ องาม เหลีย่ มศริ วิ ัฒนา อดตี ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยการวิทยาลัยนานาชาติ
มหาวิทยาลัยนเรศวร
14.25 - 14.35 น. : พกั ผอ่ นตามอธั ยาศยั
14.35 - 15.35 น. : การเสวนาเรอื่ ง “SS Sex-School : เรื่องเพศใกลต้ วั หรือไกลตัว...เมอ่ื ถกู พูดถึงใน
โรงเรียน”
วทิ ยากร : อาจารยพ์ องาม เหลี่ยมศิรวิ ัฒนา อดีตผู้ช่วยผอู้ ำนวยการวิทยาลัยนานาชาติ
มหาวิทยาลัยนเรศวร
คุณครศู ภุ สวัสด์ิ กาญวิจิต ครูโรงเรียนเวียงสระ จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
15.35 - 16.15 น. : แลกเปลี่ยนเรียนรแู้ ละตอบคำถาม
วทิ ยากร : อาจารย์พองาม เหลยี่ มศิรวิ ัฒนา อดตี ผู้ชว่ ยผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลัยนานาชาติ
มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
คณุ ครูศภุ สวสั ดิ์ กาญวจิ ติ ครูโรงเรยี นเวยี งสระ จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
16.15 - 16.30 น. : พธิ ีปดิ
- กล่าวรายงานโดย : นางสาวเกวลนิ ชูชำนาญ ประธานโครงการ
- กล่าวปิดโครงการโดย : อาจารยป์ รุ เชษฐ บุญยัง ประธานหลกั สูตร
ครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา
หมายเหตุ : กำหนดการอาจเปลยี่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
ประวตั วิ ิทยากร
อาจารยพ์ องาม เหล่ียมศิรวิ ัฒนา
อดีตผชู้ ว่ ยผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยนานาชาติ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร
ประวตั กิ ารศึกษา
พ.ศ. 2545 หลักสตู รรฐั ศาสตร์บณั ฑิต สาขาวิชาเอกการปกครอง โทการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย GPA: 3.70 (เกียรตินิยมอนั ดบั 1)
พ.ศ. 2548 ประกาศนยี บตั รภาษาอังกฤษเฉพาะทาง (ธุรกิจและการส่ือสารธรุ กิจ)
มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมธิราช GPA: 4.00
พ.ศ. 2551 MSC IN GENDER, DEVELOPMENT AND GLOBALISATION, THE LONDON SCHOOL
OF ECONOMICS AND POLITICAL SCIENCE, U.K. Dissertation: Merit
ประวัตกิ ารทำงาน
ประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี กบั องคก์ รชั้นนำท่ีหลากหลายทง้ั ในไทยและต่างประเทศ เช่น สถาบัน
เอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัทในเครือสหพัฒน์, โรงแรมสุวรรณภูมิสวิท, วิทยาลัยนานาชาติ
มหาวทิ ยาลยั นเรศวร, มหาวทิ ยาลยั ดองโซ ประเทศเกาหลใี ต้, องค์การสหประชาชาตเิ พ่อื การพฒั นา และอนื่ ๆ
ทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRM) และงานฝึกอบรมให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยออกแบบการ
อบรมในรูปแบบต่าง ๆมากว่า 10 ปี เช่น การจัดอบรมเรื่องบุคลิกภาพและการสื่อสาร ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น
คอรส์ ที่ออกแบบเนือ้ หาและจัดการอบรมเองเปน็ originality /ลขิ สิทธิข์ องตนเอง
ประสบการณ์การสอนในต่างประเทศ ช่วงปี 2013-2018 และออกแบบวิชา ‘Cross cultural
communication: Class, Race, Gender’ - การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม: ผา่ นมมุ มองด้านชนช้ัน
เชื้อชาติ เพศ และ ‘Presentation Skills in the 21st Century’ สอน ณ Dongseo University
ประเทศเกาหลีใต้ และ University of Malaysia Peris ประเทศมาเลเซีย
ประวัตวิ ทิ ยากร
นายศภุ สวสั ด์ิ กาญวจิ ิต
ครโู รงเรียนเวียงสระ
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี ครศุ าสตรบัณฑิตสาขาสังคมศกึ ษา มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต
ปรญิ ญาโท ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการแนะแนวและการปรึกษาเชิงจิตวิทยา
มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช เกรดเฉลีย่ 4.00
ประวตั ิการทำงาน
พ.ศ.2556 ครฝู ึกสอนโรงเรยี นเมืองถลาง
พ.ศ.2558 ครูอตั ราจ้างโรงเรยี นสตรีพงั งา
พ.ศ.2559 พนักงานราชการโรงเรียนดีบกุ พังงาวิทยายน
ปัจจุบนั ครโู รงเรยี นเวยี งสระ
ประวตั ิการเปน็ วิทยากร
วิทยากรพิเศษ มลู นธิ ิ Thai civic, นักวจิ ยั ด้านพฤติกรรมสมอง และวทิ ยากรพิเศษ
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช
เกียรตปิ ระวัติ/ผลงาน (ดา้ นครู)
วิทยานิพนธ์ดเี ด่นดา้ นพฤติกรรมสมองวัยรนุ่ , วิจัยดีเดน่ ด้านการออกแบบการสอน, ครผู ู้สอนดีเดน่
Active Learning และครผู ูค้ วบคมุ สภานกั เรยี น
เกียรติประวัติ/ผลงาน (ดา้ นนักเรยี น)
ครูผ้คู วบคมุ บรรยายธรรม ระดบั ประเทศ
ครูผู้ควบคมุ เพลงคณุ ธรรม ระดับชาติ
ครูผู้ควบคมุ ละครคณุ ธรรม ระดบั ภาค
ครผู คู้ วบคุม ละครประวัติศาสตร์ ระดับชาติ
สัมมนาวิชาการ
“SSS : Sex-School-Social พดู ได้ไหมเรือ่ งเซก็ ส์”
ภาพที่ 1.1 คำถามเรื่องเซ็กส์
ทมี่ า : 'Sex Safe Safe by เจน Sex Bot'
ความหมายของคาํ ว่า “เพศ”
เพศ (Sex) หมายถึง เพศที่กำเนิดตามธรรมชาติที่เป็นลักษณะทางกายภาพที่ถูกกำหนดจากชีววิทยา เชน่
ผู้หญิงมีอวัยวะเพศหญิง มดลูก รังไข่ ประจำเดือน ส่วนเพศชายมีอวัยวะเพศชาย ลูกอัณฑะ เชื้ออสุจิ และเป็น
ตัวกำหนดบทบาทเพศ (Sex Roles) ให้เพศหญิงและเพศชายมีบทบาทมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงตั้งครรภ์
และคลอดบตุ ร ผูช้ ายจะมีส่วนในการให้กำเนิดโดยเปน็ ผู้ผลิตอสจุ ทิ จ่ี ะผสมกบั ไข่
บทบาทเพศ (Sex roles) คือ หน้าที่ของหญิงและชายตามเพศกำเนิด เป็นตัวกำหนดบทบาทเพศที่ทำให้
เพศหญิงและเพศชายมีบทบาทมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงตั้งครรภ์ คลอดบุตร และมีน้ำนมเลี้ยงดูบุตร
ในขณะทีผ่ ูช้ ายมสี ่วนในการใหก้ ำเนดิ โดยเปน็ ผผู้ ลติ อสุจทิ จี่ ะผสมกับไข่จากหญงิ ในการก่อกำหนดทารก เปน็ ตน้
ทงั้ นค้ี ำวา่ เพศ (Sex) เป็นคำท่มี คี วามหมายแตกตา่ งกบั คำวา่ เพศภาวะ/เพศทางสงั คม/
มติ ิหญิงชาย (Gender) เน่ืองจากเพศเป็นลกั ษณะความแตกต่างระหว่างหญิงและชายตามชีววิทยา
ในขณะทเี่ พศภาวะ/เพศทางสังคม/มติ หิ ญิงชาย หมายถึง ลกั ษณะความเปน็ หญิงและความเป็นชาย
ที่ถกู กำหนดขน้ึ โดยเงอ่ื นไขของสังคมและวัฒนธรรมตามเพศสรีระ (Sex) ใหเ้ พศหญิงแสดงลกั ษณะ
ความเปน็ หญงิ เช่น เพศหญงิ ต้องเรียบร้อยออ่ นหวาน และใหเ้ พศชายแสดงลักษณะความเปน็ ชาย
เชน่ เพศชายตอ้ งเข้มแขง็ มีความเป็นผ้นู ำ ซง่ึ ความเปน็ หญิงและความเปน็ ชายจะส่งผลถงึ หน้าท่ีความรับผิดชอบ
สถานภาพ และความคาดหวังของสังคมต่อเพศหญิงและชายที่แตกต่างกัน ทั้งน้ีลักษณะความเป็นหญิงและ
ความเป็นชายที่ถูกกำหนดโดยสังคม สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์และเงื่อนไขของแต่ละยุคสมัย
โดยผ่านกระบวนการขัดเกลาทางสังคม นำไปสู่การกำหนดความเป็นหญิงและความเป็นชายในสังคม (การบริหาร
จัดการมาตรฐานสถิติประเทศไทย)
ภาพที่ 1.2 เพศกับเพศภาวะ
ทมี่ า : การบริหารจดั การมาตรฐานสถิติประเทศไทย
“เพศ” ที่มีความหมายแตกตา่ งกัน อยา่ งน้อยใน 3 ความหมายตอ่ ไปนี้
1) “เพศ” ที่หมายถึงสรีระร่างกายหรือเขียนให้ตรงก็คือ อวัยวะที่บ่งบอกว่าเป็นเพศอะไร แน่นอนว่า
โดยทั่วไปเราก็คิดต่อไดใ้ นใจทันทีว่าเป็นหญิงหรือเป็นชาย แต่ก็มีบุคคลที่มีอวัยวะเพศทีไ่ ม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็น
หญิงหรือชาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นตั้งแต่แรกคลอด หรือพัฒนาเมื่อร่างกายเติบโตขึ้นภายหลัง ภาษาอังกฤษเรียกว่า
คนกลุ่มนี้ว่า intersex (หรือเดิมเรียกว่า Hermaphrodites) ซึ่งมีหลากหลายแบบ ใกล้เคียงกับศัพท์ภาษาไทยว่า
“กะเทยแท”้ นกั วชิ าการไทยปจั จุบันมักเรยี ก “เพศ” ในความหมายน้ีว่า “เพศสรีระ”
2) “เพศ” ทห่ี มายถึงภาวะแห่งเพศทถ่ี ูกประกอบสร้างทางสังคม มาจากศัพทภ์ าษาองั กฤษวา่ gender
และถูกแปลเปน็ ภาษาไทยว่า เพศสภาพ เพศสถานะ และเพศภาวะ รวมถงึ บทบาทหญิงชายหรอื มิติหญงิ ชายที่ดูจะ
ไมค่ ่อยตรงกับความหมายของคําวา่ gender เพราะความหมายอยา่ งสัน้ ของ gender คือ ภาวะของ
ความเปน็ เพศท่ีเลื่อนไหลไปตามบริบทของชีวิต เพศภาวะท่ีเราคุ้นเคยและถูกขัดเกลา
หลอมสร้างความเปน็ หญงิ ความเปน็ ชาย “เพศ" ในความหมายนี้จะแปลวา่ "เพศภาวะ”
3) “เพศ” ทีห่ มายถงึ วถิ ีชีวิตทางเพศทีถ่ ูกหลอมสร้างจากค่านยิ ม บรรทัดฐาน
และระบบวิธีคิดวิธปี ฏบิ ัติท่ีเกีย่ วกับความปรารถนาและการแสดงออกทางเพศ ความคดิ เกย่ี วกับ
คู่รักคู่ชีวิตในอุดมคติ และกามกิจ พฤติกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง “เพศ” ที่ว่ามานี้ มักพูดกันว่าเป็นเรื่องตามธรรมชาติ
แต่ที่จริงไม่ใช่ เพราะคือการสร้างความหมายทางสังคม จึงสัมพันธ์กับมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ
วฒั นธรรมท่กี ำหนดและสร้างความหมายให้แก่เร่ืองเพศในทุกแงม่ ุม “เพศ" ในความหมายนี้ มาจากภาษาอังกฤษว่า
“sexuality” ท่ีจะแปลวา่ “เพศวิถ"ี (กฤตยา อาชวนิจกลุ และ กาญจนา ตงั้ ชลทิพย์, 2551)
รปู แบบของเพศสัมพนั ธ์ (Forms of sexual relation)
รูปแบบของเพศสมั พันธ์ในสังคมสามารถจดั ไดเ้ ป็น 2 ลักษณะ
1. เพศสมั พนั ธ์แบบรกั ต่างเพศ (Heterosexuality)
เป็นเพศสัมพันธ์ระหวา่ งชายกบั หญงิ และถือว่าเป็นพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่ เนื่องจาก
หนา้ ทข่ี องเพศสมั พันธ์ในดา้ นการขยายเผา่ พันธ์ุ ดงั นนั้ คนส่วนใหญ่จงึ ยอมรับและเข้าใจวา่ เพศสัมพันธ์แบบชายกับ
หญิงเท่านั้นที่เป็นพฤติกรรมปกติสังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมระบบสามีเดียวภรรยาเดียว ( Monogamy)
หมายถึงการที่ชายหนึ่งหญิงหนึ่งอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่คนบางกลุ่มมีระบบครอบครัวแบบหลายสามีหลาย
ภรรยา ซง่ึ ในสังคมไทยสว่ นใหญ่เป็นแบบสามีเดียวหลายภรรยา (Polygamy)
2. เพศสัมพนั ธแ์ บบรกั เพศเดยี วกัน (Homosexuality)
(กิตตชิ ัย ตอ่ มยิ้ม และชษิ ณพุ งศ์ น่ิมสกุล, 2557) เป็นความสมั พนั ธ์ทางเพศระหวา่ งชายกับชาย หรือหญิง
กับหญงิ อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง เนื่องจากสงั คมไทย ถือว่าเพศสัมพนั ธร์ ะหว่างชายกับหญิงเป็นเพศสัมพันธ์ปกติ อย่างไร
ก็ตามบางคนอาจจะมีพฤติกรรมทางเพศแบบรักท้งั สองเพศ ซง่ึ มเี พศสมั พันธ์ทั้งกับเพศตรงขา้ มและกบั เพศเดียวกัน
Sex Education หรอื เพศศกึ ษา
เพศศึกษา เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ความแตกต่าง
ความเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ระหว่างเพศชาย-หญิง ทั้งด้านร่างกาย ความคิดและจิตใจ ซึ่งมีผลต่อ
พฤติกรรมการแสดงออกและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละเพศและช่วงวัย ตลอดจนแนวทางปฏิบัติในก าร
ดแู ลภาวะสขุ อนามยั พฤตกิ รรมทางเพศ ไปจนถงึ เรื่องเพศสัมพันธ์ เพ่ือทำให้เกดิ ทัศนคติที่ดีและสามารถปฏิบัติตัว
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมทัง้ ในทางชีวภาพและในทางสังคม
โดยธรรมชาติแล้วเด็กส่วนใหญ่มักมีความอยากรู้และชา่ งสงสัยในเร่ืองที่เกี่ยวกับตวั เองและสิ่งรอบตวั เป็น
ทุนเดิม โดยเฉพาะเรื่องทางเพศซึ่งมีรายละเอียดเปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของร่างกายและจิตใจ ในเด็กเล็ก
อาจต้องการเพียงคำตอบทท่ี ำให้คลายความสงสัยเกยี่ วกับความแตกต่างทางเพศ จึงไม่ใชเ่ รื่องแปลก
ทคี่ ุณพอ่ คณุ แมซ่ ่งึ มคี วามใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดมักจะได้ยินคำถามที่ดูเหมอื นจะเป็นเร่ืองธรรมดา
สำหรบั ผ้ใู หญ่ อาทิ อวยั วะสืบพันธใ์ุ ชง้ านอย่างไรหรือทำไมของผชู้ ายถึงแตกตา่ งจากผู้หญิง
แต่เมือ่ เขา้ สู่วยั ร่นุ ซ่งึ เป็นช่วงเวลาทม่ี ีการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพอนั เกดิ จากฮอรโ์ มน
โครงสร้างร่างกายและระบบเจริญพันธ์ุท่รี วมถงึ การตกไขแ่ ละการมรี อบเดือนในผู้หญิงหรือการผลติ สเปิร์มในผู้ชาย
ซึ่งต้องการคำแนะนำในการดูแลสุขอนามัยที่ดี การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ต้องการทั้งการเป็นตัวของตัวเองและ
การยอมรับจากกลุ่มเพื่อน รวมถึงพฤติกรรมทางเพศที่อยากรู้อยากลอง ขยายขอบเขตไปสู่การมีความรักและ
ความสัมพันธก์ บั เพอื่ นต่างเพศ ซ่ึงเปน็ ประเดน็ ท่มี คี วามอ่อนไหวและซบั ซ้อนมากยิ่งขน้ึ
จะเห็นได้ว่าเพศศึกษานั้นมีความกว้างไกลกว่าการกลา่ วถงึ เฉพาะเร่อื งเพศสมั พันธม์ าก การสรา้ งภาพ
การรับรู้ที่ถูกต้องโดยเฉพาะในกลุ่มคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การผลักดันการเรียนรู้
เรอื่ งเพศศกึ ษาในกลุ่มเด็กและเยาวชนทำไดอ้ ย่างทั่วถงึ และแพรห่ ลายมากยงิ่ ข้นึ ด้วยแนวทางนเี้ องทน่ี อกจากจะทำ
ให้เด็กมีภาวะสุขอนามัยทางเพศที่ดีแล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมที่หลายคนเป็นกังวลได้
มากกว่าการเกบ็ ไวเ้ ป็นเรื่องลบั ๆสำหรบั ผ้ใู หญเ่ พยี งเทา่ นั้น (แพง ชนิ พงศ,์ 2562)
พฤติกรรมทางเพศของวยั รุน่
วยั รุ่นเป็นวัยทสี่ นใจเรอ่ื งเพศ และเป็นวยั ท่ีมรี า่ งกายเจรญิ เตบิ โตรวดเรว็ ทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมท่ีแตกต่าง
โดยเฉพาะพฤติกรรมทางเพศ มดี ังนี้
1. การรักและสนใจเพศตรงขา้ ม วยั รุน่ มักจะสนใจเพศตรงขา้ มรุน่ เดียวกบั ตน วยั รนุ่ ที่มีอายรุ ะหวา่ ง
15-18 ปี จะเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศตรงข้าม ลักษณะความรักเพศตรงข้ามที่พบบ่อยคือ ความลุ่มหลง
ฝา่ ยเดียว โดยเฉพาะกบั คนทเ่ี ขาไมม่ วี นั สมหวงั ในความรกั แต่ความรกั เช่นน้ีจะเกิดข้นึ ชวั่ คราวเท่านั้น
2. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความพึงพอใจทางเพศด้วยการกระตุ้นจับ
ต้องอวัยวะเพศจนเกิดความพอใจ ความสุข พฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาอย่างหนึ่งของพัฒนาการทางเพศใน
มนุษย์ แต่ถึงแม้เป็นเรื่องธรรมดาก็ต้องกระทำโดยพอเหมาะไม่หมกหมุ่นจนเกินไปและต้องสามารถยับยั้งชั่งใจได้
เม่อื อยู่ในภาวะทไี่ มค่ วรทำ
3. การสนใจเรือ่ งเพศ เด็กในวยั หนุ่มสาวจะสนใจเร่ืองเพศเพราะเปน็ ระยะท่จี ะมคี วามร้สู ึกทางเพศ
ความสนใจแสดงใหเ้ ห็นจากความพิถพี ถิ ันในการแต่งกาย การแสดงกิริยาทด่ี ึงดดู ความสนใจจากเพศตรงข้าม
การสนใจซ้ือหาหนงั สือเริงรมย์มาอ่านบางครั้งกแ็ สดงความสนใจแอบดูเพศตรงขา้ มที่เรยี กวา่ "ถ้ำมอง"
4. รักร่วมเพศ (LGBTQ+) กลุ่มความหลากหลายทางเพศต่าง ๆ ในสังคม โดยจำแนกตามรสนิยม
ทางเพศ
ปัจจัยทีท่ ำใหพ้ ฤตกิ รรมทางเพศของวัยรนุ่ แตกต่างกนั
พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นแตล่ ะะคนแตกต่างกนั ขนึ้ อยู่กับปัจจยั ต่างๆ ท่ีมอี ิทธพิ ล
ตอ่ วยั ร่นุ ดังนี้
1. ปจั จยั ทางดา้ นชีวภาพ พฤตกิ รรมทางด้านเพศของวยั รนุ่ จะได้รบั อิทธิพลโดย
ตรงจากฮอร์โมนเพศ โดยมีปัจจัยทางด้านสังคมเป็นตัวกระตุ้นในการแสดงออกของพฤติกรรมทางเพศและ
มีเพศสัมพันธ์ เช่น เดก็ หญิงทเ่ี ข้าสู่วุฒภิ าวะทางเพศเร็วมีแนวโนม้ ที่จะไปคบกบั เพศตรงขา้ มและมีเพศสัมพันธ์ก่อน
เดก็ ผู้หญิงทเี่ ขา้ สูว่ ุฒิภาวะทางเพศช้ากวา่
2. ปัจจัยทางด้านครอบครัว ได้แก่ค่านิยมในเรื่องเพศของบิดา มารดา ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
และการอบรมสั่งสอนจากบิดามารดาในเรื่องเพศก็มีอิทธิพลต่อการเริ่มมีเพศสัมพันธ์ที่เร็วหรือช้าของวัยรุ่น หรือ
เลียนแบบพฤติกกรมทางเพศของพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมต่างๆรวมท้ัง
พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นดว้ ย
3. ปจั จยั ทางดา้ นเพือ่ น เพือ่ นมีความสำคญั และจำเป็นต่อชีวิตของวัยร่นุ เพราะเพื่อนจะมีอิทธิพลในเร่ือง
ความคิด ความเชื่อ ตลอดจนให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องต่างๆรวมถึงพฤติกรรมทางเพศ เพื่อนที่ดีจะช่วย
แนะนำพฤติกรรมทางเพศ
4. ปัจจัยทางด้านการศึกษา พบว่าวัยรุ่นท่ีไม่ได้เรียนเพศสัมพันธ์แตกต่างจากวัยรุ่นท่ีไม่ได้เรียน
เพศสัมพันธ์
5. ปจั จัยทางดา้ นสังคม การเปลยี่ นแปลงของสภาพสังคมไทยส่งผลตอ่ วยั รนุ่ บางคนให้เห็นคุณค่าของวัตถุ
นิยมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เช่น การประพฤติตนเพื่อหวังของกำนัลราคาแพง
จากเพศตรงขา้ ม นอกจากนีย้ ังไดร้ บั ขอ้ มลู จากสอ่ื ตา่ งๆทำให้คา่ นยิ มพฤติกรรมทางเพศเปล่ียนไป
6. ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม แบบแผน ความคิด และการกระทำที่แสดงออกถึงวิถีชีวิต ซึ่งแบบแผน
วฒั นธรรมของแตล่ ะสงั คมอาจไม่เหมือนกัน ปจั จบุ นั วัยรุ่นได้รับวฒั นธรรมหลากหลายจากกลมุ่ ตา่ งๆ ทงั้ ในประเทศ
และต่างประเทศทั่วโลกผ่านสื่อต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต และเกิดการเลียนแบบ
พฤตกิ รรมทางเพศท่ผี ิด (ธนวรรณ แพนไธสง, 2558)
แนวทางที่จะช่วยให้เดก็ เรียนร้เู กีย่ วกบั เรือ่ งเพศจากคณุ พอ่ คุณแมไ่ ด้ง่ายข้นึ
1. คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสร้างความความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกๆผ่านกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว
อยา่ งสมำ่ เสมอ ซึง่ จะชว่ ยทำใหเ้ ดก็ รสู้ กึ ผ่อนคลายและเกิดความไวว้ างใจเมื่อต้องการพูดคุยหรือขอรับคำปรึกษา
2. คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กสงสัยและถามก่อนเสมอไป แต่ให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก
และพยายามสรา้ งโอกาสในเวลาท่เี หมาะสมสำหรบั การพดู คุยและแลกเปลีย่ นความเห็นเกีย่ วกับเร่ืองเพศ
3. คุณพ่อคณุ แมต่ ้องศึกษาหาความรแู้ ละเตรียมทำการบ้านมาอย่างดเี พ่ือป้องกันการถา่ ยทอด
ความรู้แบบผดิ ๆและช่วยใหส้ ามารถตอบข้อสงสัยได้อยา่ งรวดเรว็ และชัดเจน
4. นอกจากวิธีการพูดคยุ และถามตอบปญั หาแล้ว คุณพอ่ คุณแม่สามารถเลือกใชส้ อื่ การสอน
สมยั ใหมท่ ง้ั ในรปู แบบของสมุดภาพ ส่อื ออนไลน์หรือแมแ้ ต่วิดโี อภาพเคลือ่ นไหวทจ่ี ะทำให้เดก็ เข้าใจ
ได้งา่ ยขึน้
5. คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกใช้วิธีการสื่อสารและปรับใช้วิธีการสอนเพศศึกษาให้เหมาะสมกับเพศและ
ชว่ งวัยของเด็ก เนื่องจากเดก็ ต่างเพศและวัยนั้นมปี ระเด็นที่ต้องเนน้ ความสนใจท่แี ตกต่างกัน
6. สิ่งสำคัญคือ การจัดการสภาพแวดล้อมโดยการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกๆ ได้เห็นและได้ซึมซับ
โดยการสร้างความครวั ท่ีมีความรักและความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกัน ใหค้ วามเคารพและให้เกยี รตซิ ึ่งกันและกันเสมอ
ปัญหาเรื่องเพศโดยมากมักมีพื้นฐานมาจากการขาดความรู้และความเขา้ ใจที่ถูกต้องจนขยายกลายมาเป็น
ปญั หาสังคมในวงกว้าง ซง่ึ จะสามารถคล่ีคลายลงไดห้ ากทุกคนยอมรบั ว่าการเรยี นรู้เร่ืองทางเพศหรือเพศศึกษาน้ัน
เปน็ สงิ่ จำเปน็ และเริม่ ต้นได้จากสถาบันครอบครัว
ปญั หาทางเพศในวัยรนุ่
ในปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นเกิดปัญหาทางเพศขึ้นมาก เนื่องจากสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมมีการกระตุ้นยั่วยุ
ในเรอ่ื งเพศอย่างมาก วยั รนุ่ ส่วนใหญจ่ ะไดข้ อ้ มูลจากส่ือทไี่ ม่เหมาะสมทำให้เกิดพฤติกรรมทางเพศท่เี ปน็ ปญั หาดังนี้
1. การตง้ั ครรภ์ในวยั รนุ่
2. การทำแท้ง
3. การมเี พศสัมพนั ธ์โดยไมป่ ้องกัน
4. การเกิดโรคตดิ เช้ือจากเพศสมั พันธ์
5. การแต่งงานไมพ่ ร้อม
6. การมบี ตุ รในวยั รนุ่
7. การมปี ญั หาครอบครวั ในวัยรุน่
การเรียนรใู้ นวัยรุ่นท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั เรือ่ งเพศและครอบครัว
วัยรุ่นเปน็ วัยที่เหมาะสมในการเรยี นรูเ้ ร่ืองเพศและครอบครวั เนื่องจากมคี วามพร้อมทางด้านจิตใจมีความ
อยากรู้อยากเห็นเรื่องนี้ มีความพร้อมทางร่างกายเนื่องจากเขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง และ
มคี วามพรอ้ มทางสังคม เนื่องจากเขาไดม้ ีโอกาสพบปะมปี ฏสิ ัมพนั ธก์ ับเพศตรงข้ามตามปกตอิ ยู่แล้ว
การเรยี นรู้เร่ืองเพศและครอบครวั มเี นื้อหาทว่ี ยั รุ่นควรเรยี นรู้ ดังนี้
1. การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย และจิตใจสงั คมในวยั รุ่น
2. การคบเพอ่ื นต่างเพศ
3. การเลือกคบแฟน
4. การเลือกค่คู รอง
5. การแตง่ งานและชวี ติ ครอบครวั
6. เพศสัมพนั ธแ์ ละปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองทางเพศ
7. การวางแผนครอบครวั และการคมุ กำเนิด
8. การตั้งครรภ์
9. การแทง้ บุตร
10. การคลอดบุตร
11. โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์
12. ความผิดปกติทางเพศท่พี บได้บอ่ ย
13. รกั รว่ มเพศ
14. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
15. การป้องกันปญั หาทางเพศในวัยร่นุ สำหรับตนเอง
ปจั จัยสง่ เสริมการเรยี นรู้เรอื่ งเพศและครอบครวั ในวัยรุน่
ในการเรยี นรเู้ รอื่ งเพศและครอบครวั ในวัยรุ่น ปัจจยั ที่ส่งเสรมิ ให้เกิดการเรียนร้ไู ดด้ ีมดี งั น้ี
1. ผู้สอน ผูส้ อนที่ดมี ีลักษณะ ดงั น้ี
1.1 ทศั นคติดี ผู้สอนควรต้องมีทัศนคติท่ดี ีต่อเรื่องเพศ ไม่มองเป็นเรื่องสกปรกน่าอายเปิดใจกว้าง ยอมรับ
ในพฤติกรรมทางเพศได้มาก แต่ก็มขี อบเขตตามขนบธรรมเนียมประเพณที ดี่ ี มองเดก็ นักเรยี นในทางท่ีดี มองโลกใน
แง่ดี และมที ศั นคติตอ่ การสอนเรื่องเพศ ไม่ได้มองว่าเป็นการยวั่ ยใุ ห้เดก็ มพี ฤติกรรมทางเพศมากขึ้น
1.2 มีความรู้เรื่องเพศและครอบครัว ผู้สอนควรมีความไผ่รู้ในเรื่องต่าง ๆ มีโลกทัศน์กว้าง มีแหล่งข้อมูล
ข่าวสาร และที่ปรึกษาดา้ นต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ เพื่อสามารถกำหนดเนื้อหาของการเรยี นการสอน
และถ่ายทอดข้อมลู ตา่ ง ๆ ได้ตามวตั ถุประสงค์
1.3 มีทักษะในการสอน ทักษะการสอนเรื่องเพศและครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะต้อง
ครอบคลุมการสอนทั้งในด้านเจตคติ (Affective domain) , ด้านความรู้ (Cognitive domain) และด้านทักษะ
(Psychomotor domain)
- ผู้สอนต้องรู้จกั การเตรียมความพร้อมแกผ่ ู้เรียน กระตุ้นให้วัยรุ่นอยากรูต้ ้ังแต่ก่อนเข้าเรียน กระตุ้น
ใหว้ ยั รนุ่ พรอ้ มท่จี ะเรยี นในหอ้ ง
- ผสู้ อนควรมที กั ษะในการสอนแบบกลุ่มยอ่ ย กลุ่มใหญ่ และสอนหรือให้คำปรึกษา
เป็นรายบุคคล (Group and individual counselling)
- ผูส้ อนควรมีทักษะในการกระตุ้น ใหน้ กั เรียนแสดงออก ซกั ถาม แลกเปล่ียน
ข้อคดิ เห็น เรียนรรู้ ่วมกัน สรา้ งค่านิยมใหมท่ ีถ่ กู ตอ้ ง
- ผู้สอนควรแยกแยะเนอื้ หา และปัญหาที่จะสอนเป็นรายกลุ่ม หรือรายบุคคล
ร้จู ักจดั กระบวนการเรียนการสอนได้สอดคล้องกับเนื้อหา วตั ถุประสงค์ และวัยของเด็ก
- ผู้สอนควรมีทักษะในการสอื่ ความหมายใหช้ ดั เจนแจ่มแจง้ เข้าใจไดง้ า่ ย
- ผสู้ อนควรเปิดโอกาสให้มีการซักถามในระยะท้ายของการสอนด้วยเสมอ เพ่อื จะได้มีโอกาสตอบ
ข้อสงสยั ให้กระจา่ ง
1.4 เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี (role model) ผสู้ อนควรเป็นแบบอย่างท่ดี ี ท้ังในการสอนและการดำเนินชีวิตจริง
เด็กจะเกิดการเลียนแบบ (identification) ความประพฤติของผู้สอนโดยไม่รู้ตัว ผู้สอนที่ดี อาจเป็นครูอาจารย์
พอ่ แม่ ญาตสิ นิท ซึ่งวยั รนุ่ มคี วามสำคัญอยู่แลว้
2. ผู้เรียน
ผู้เรยี นอาจมีวัยแตกตา่ งกันตั้งแต่วัยรุ่นตอนตน้ ถงึ วยั ร่นุ ตอนปลาย ทำให้ความพร้อมในการรับร้แู ตกต่างกัน
ด้วย เช่น วัยรุ่นตอนต้น 12 – 14 ปี มีความพร้อมที่จะเรียนรู้เร่ืองการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจในวัยรุน่
การคบเพอื่ นต่างเพศ ความผดิ ปกตทิ างเพศทีพ่ บไดบ้ อ่ ย รักรว่ มเพศ และการสำเรจ็ ความใคร่ด้วยตนเอง
วัยรุ่นตอนกลาง 14 – 16 ปี มีความพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่อง การเลือกคบแฟน การเลือกคู่ครอง
การแต่งงานและชีวิตครอบครัว เพศสัมพันธ์และปฏิกิริยาตอบสนองทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การต้ังครรภแ์ ละการแทง้ บุตร การคมุ กำเนดิ
วัยรุ่นตอนปลาย 16 – 18 ปี มีความพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่อง การวางแผนครอบครัว การคลอดบุตร
การปอ้ งกนั ปญั หาทางเพศ
จะเห็นว่า เนื้อหาส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับวัยของเด็กวัยรุ่น นั่นคือเด็กจะเรียนรู้ก่อนจะเกิดปัญหา และ
สามารถปอ้ งกันปัญหาที่อาจจะเกดิ ขนึ้ ได้ ผ้เู รียนอาจจะมีความอยากรู้อยากเหน็ เรื่องเพศแตกต่างกัน บางคนอยาก
รู้มาก บางคนอยากรู้น้อย บางคนทำเป็นไม่อยากรู้แตส่ ่วนมากทุกคนจะอยากรู้ และไม่คอ่ ยกลา้ แสดงออกวา่ อยากรู้
- วัยรุ่นท่ีเปน็ หนมุ่ สาวเรว็ จะมีความสนใจมากกว่าเดก็ ทย่ี งั ไม่เรม่ิ เขา้ ส่วู ัยรนุ่
- วยั รุน่ ท่ีกล้าพดู กลา้ แสดงออก กลา้ ถามจะเป็นผกู้ ระตนุ้ ให้เดก็ ที่ไมก่ ล้าถามไดแ้ สดงออกมากขึ้น การเรียน
เป็นกลุ่มจึงมีบรรยากาศทกี่ ระตนุ้ ไดด้ ี
- กลุ่มทว่ี ัยเดยี วกนั จะแสดงออกได้ดกี ว่ากล่มุ ตา่ งวัย
- กลุม่ ต่างวัยจะมีความหลากหลายของความคดิ เห็น เกิดการเรียนร้ไู ด้กวา้ งขวางกวา่
กลุ่มวยั เดยี วกนั
- กลมุ่ เพศเดยี วกนั จะแสดงออกเปิดเผยกวา่ กลุม่ คละเพศ
- กลุ่มคละเพศ จะไดเ้ รยี นรคู้ วามแตกตา่ งของเพศไดด้ ีกวา่ กลมุ่ เพศเดียวกนั และ
มโี อกาสฝึกทักษะสังคมระหว่างเพ่ือน ทำงานไดด้ ีขึ้น
1. การรบั รูเ้ ร่ืองเพศ
1) การรับรู้เรือ่ งเพศจากครอบครัว พบว่าครอบครัวทข่ี าดความรกั ความอบอ่นุ
ทำใหข้ าดการรบั รเู้ ร่อื งเพศทถ่ี กู ต้องจากบุคคลใกลช้ ิด
2) การรับรู้เรื่องเพศจากกลุ่มเพื่อน พบว่ามีการได้รับข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนสนิทเรื่องเพศสัมพันธ์ ทำให้
วัยรุ่นอยากรู้อยากลองในเรื่องเพศ และการให้ข้อมูลเรื่องการป้องกันที่ไม่ถูกต้องจากกลุ่มเพื่อนก่อให้เกิดการ
ตัง้ ครรภ์ไมพ่ งึ ประสงค์
3) การรบั รเู้ รอ่ื งเพศจากโรงเรยี น พบว่าสว่ นใหญ่มีการรับรู้จากการเรียนเร่ืองเพศศึกษา วยั รนุ่ หญงิ ไม่ได้
ให้ความสำคัญในการเรียนเพศศึกษาไม่สามารถนำความรู้มาใช้ในการป้องกันและคุมกำเนิดได้ นอกจากนี้ผลจาก
การรับรู้ทำให้กลวั ไมก่ ล้าทำแทง้ เม่ือเกิดการตั้งครรภข์ นึ้
4) การรับรู้เรื่องเพศจากสื่อ พบว่าส่วนใหญ่มีการรับรู้เรื่องเพศ จากสื่อประเภทโทรศัพท์มือถือ มาจาก
กลมุ่ เพอ่ื นในโรงเรียน
2. คา่ นยิ มทางเพศ
1) ค่านิยมเรื่องรักนวลสงวนตัวของหญิงวัยรุ่น คิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัยการถูกเนื้อต้องตัว และการมี
เพศสัมพนั ธเ์ ปน็ เรือ่ งธรรมดา
2) ค่านิยมการปอ้ งกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์เป็นเรือ่ งของความไว้เนื้อเช่อื ใจจึงไม่ปอ้ งกัน
3) ค่านิยมในการคุมกำเนิด ส่วนใหญ่คิดว่าฝ่ายชายเคยมีประสบการณ์ทางเพศมาก่อน จึงขึ้นอยู่กับ
ฝ่ายชายในการคุมกำเนิด
3. พฤตกิ รรมทางเพศ
หญิงวัยรุ่นที่ขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัวจะมีพฤติกรรมการเที่ยวเตร่และคบเพื่อนต่างเพศ
การอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติคล้ายคลึงกันและเคยมีเพศสัมพันธ์ทำให้มีพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อน การมี
พฤติกรรมอยู่ตามลำพังกับเพื่อนต่างเพศก่อให้เกิดเพศสัมพันธ์ และการมีพฤติกรรมการคุมกำเนิดที่ไม่ถูกต้อง
ทำให้มีการตัง้ ครรภไ์ ม่พงึ ประสงค์
การตัง้ ทอ้ งในวัยเรียน
ปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจัยหนึ่งมาจากความไม่สมดุลของ
ครอบครัว เนื่องจากครอบครัวจำนวนไม่น้อยขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาจึงไม่สามารถเป็นที่ปรึกษา
ใหก้ บั บุตรหลานไดอ้ ย่างเหมาะสม สำหรับบางครอบครัวได้ผลักภาระหนา้ ท่ีการใหค้ วามรู้
ด้านเพศศึกษาไปใหแ้ กค่ รู อาจารย์ หรือผ้อู ื่นสอนแทน ซ่ึงส่วนหนง่ึ เป็นเพราะมที ัศนคติวา่ เรอ่ื งเพศ
เปน็ เร่อื งนา่ อบั อายตอ้ งปกปดิ ไมส่ มควรพูดอย่างเปดิ เผย หรือเข้าใจวา่ การสอนเรือ่ งเพศศกึ ษา
ให้แกล่ ูกหลานในครอบครัวอาจเป็นดาบสองคม นอกจากนนั้ การไมม่ ีเวลาดแู ลพูดคยุ
ให้คำแนะนำปรึกษากับลกู หลาน
ให้คำแนะนำปรึกษากับลูกหลาน เพราะห่วงเรื่องเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพเป็นหลัก (งานคือเงิน เงินคือ
งาน บันดาลสุข) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการให้ความรู้หรือคำแนะนำที่ถูกต้องเรื่องเพศศึกษานั้น ผู้ปกครองใน
ครอบครวั สามารถใหค้ วามรู้กบั ลกู หลานไดใ้ กล้ชดิ กว่าคนอน่ื และเด็กจะเชือ่ ฟังมากกวา่
เมื่อเกิดการตงั้ ครรภ์กอ่ นวยั อนั ควรหรือยงั ไม่พร้อมนั้น ปัญหาในส่วนอนื่ ๆยอ่ มตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะ
เป็นการเสียอนาคตที่ดีในชีวิตของทั้งฝ่ายชายและหญิง ปัญหาครอบครัวแตกแยก ปัญหาการทำแท้ง การเป็น
โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ การเล้ียงลกู ทไี่ มถ่ ูกวธิ ีเพราะตัวพอ่ แม่เด็กเอง ไมม่ วี ฒุ ภิ าวะในการอบรม
เลี้ยงดู การทอดทิ้งลูกให้เป็นลูกกำพร้า ซึ่งเด็กที่ถูกทอดทิ้งเหล่านั้น ล้วนมีความเปราะบางทางสภาพติดใจ และ
อาจกลายเปน็ ปญั หาเรอ้ื รงั ของสงั คมท่ไี มส่ ามารถคลายปมให้หลุดได้
ปญั หาการตัง้ ครรภ์ก่อนวยั อันควร
- ปัจจัยด้านพันธุกรรม พัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจของวัยรุ่น การเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ
ฮอรโ์ มนในรา่ งกายมผี ลกระตุ้นใหม้ ีความสนใจกับเพศตรงข้าม
- วัยรุ่นขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มีแฟนหรือคนรักหากไม่รู้จัก
การปฏิเสธเมอ่ื ถูกขอ
- การอยู่หอพัก อยู่ห่างจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง การเที่ยวในสถานเริงรมย์ การดื่มเครื่องดื่มที่มี
แอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติด
- การอยู่ด้วยกนั สองต่อสองระหวา่ งชายหญิงในท่ลี ับตาคน
- สถาบันครอบครัวและศาสนา ที่ปัจจุบันได้อ่อนแอลง เด็กได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวน้อยจาก
ท่พี อ่ แม่ต้องว่นุ กับการทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก หรือบางครอบครวั พ่อแมม่ ปี ัญหาหยา่ รา้ งต้องแยกทางกัน
- สภาพสังคมที่ปัจจุบัน ผู้ชายหมกมุ่นและมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ทำให้ต้อง
มาลงกับเพศหญิง จนเป็นเหตุให้เกิดการคุกคามทางเพศ รุมโทรม และการข่มขืน จึงนำไปสู่ต่อการมีเพศสัมพันธ์
ก่อนวยั อันควร
- สภาพแวดล้อม เช่น การเห็นคนรอบข้างหรือเห็นคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกันมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยก็จะ
เอาเป็นเย่ียงอยา่ ง
- วัยรนุ่ มักหลงอย่กู ับวตั ถนุ ิยมมากเกินไป และชอบทำตามเพอ่ื น
3. สือ่ การสอน
จากพน้ื ฐานจิตวทิ ยาในการเรียนรู้ในวัยร่นุ สื่อการสอนทีจ่ ะชว่ ยใหเ้ กิดการเรยี นรูไ้ ดด้ ี ควรมีลกั ษณะดงั นี้
1. ตน่ื เต้นสนุกสนานเร้าใจท้าทาย ชวนคดิ ชวนให้มีส่วนรว่ ม ใหว้ ัยรุ่นได้กระทำดว้ ยตนเอง
2. นำเสนอโดยบคุ คลซงึ่ วัยร่นุ ช่ืนชม ชน่ื ชอบ เช่น ดารา นักรอ้ ง นกั แสดง นกั กฬี า ซึง่ มชี ีวติ เป็นแบบอย่าง
ท่ีดี เป็นตัวอยา่ งใหเ้ ลยี นแบบไดด้ ี
3. มีการกระตุ้นประสาทสัมผัสหลายด้าน เช่น ทั้งทางประสาทตา ประสาทหู ประสาทสัมผัส ชวนให้คิด
หรอื จนิ ตนาการ
4. มีการสื่อสารสองทาง (interactive) คือสามารถตอบสนองต่อการแสดงความคิดเห็น คำถาม หรือ
คำตอบชวนใหน้ กั ศึกษาดว้ ยตนเอง
5. กระตนุ้ ใหค้ ิดและตัดสินใจด้วยตนเอง มากกว่าการบังคับยดั เยียดให้วัยร่นุ ยอมรบั
6. มีข้อมลู เพม่ิ เติมทสี่ ามารถคน้ หาได้งา่ ยด้วยตนเอง (references)
สอ่ื ทดี่ ีจะสอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงค์ และกระบวนการเรียนการสอน โดยอาจทำใหม้ คี วามหลากหลาย เชน่
หนงั สือ แผ่นผับ โปสเตอร์ เทปวิทยุ เทปโทรทศั น์ เป็นตน้
4. การจัดการเรียนการสอน (Learning process)
ผสู้ อนควรจัดการเรยี นการสอนโดยมหี ลกั ดังน้ี
1. สนุก
2. ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมมากท่สี ุด
3. เกดิ การเรียนร้รู ่วมกนั
4. มีการสอื่ สารไดส้ องทาง ผสู้ อนถ่ายทอดข้อมลู ผูเ้ รียนตอบสนองให้เห็นด้วย
5. มโี อกาสใหผ้ ูเ้ รียนซักถาม
5. การวัดผล (Evaluation)
(พนม เกตุมาน, 2560) การวัดผลทางการศึกษาในเร่ืองเพศและครอบครวั สามารถกระทำได้โดย
1. การสงั เกตพฤติกรรมผ้เู รียน
- ความสนใจใฝร่ ู้
- ทัศนคติเดมิ และการเปลี่ยนแปลง
- การแกไ้ ขปญั หาเดมิ ด้วยวิธีการใหม่ที่ดีกวา่
2. การสอบถามขณะจัดการเรยี นการสอน และตอนทา้ ยการสอน
- เรอ่ื งความรู้
- เรื่องทศั นคติ
- การให้ผู้เรยี นทดลองปฏิบตั ิ
3. การสอบข้อเขยี นปลายภาคการศกึ ษา
- เรอ่ื งความรู้
- ทัศนคติ
วฒั นธรรมทางเพศในสังคมไทย (Sexual culture in Thai society)
วัฒนธรรมความเชื่อเรื่องเพศ เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมภาวะทางเพศของคนในสังคม และ
เป็นแนวทางในการแสดงออกของพฤติกรรมทางเพศของปัจเจกบุคคลท้ังเพศหญงิ และเพศชายที่แตกต่างกัน เช่น
ความเชื่อว่า ผชู้ ายเป็นมนุษย์เพศที่เหนือกว่าผู้หญงิ ผหู้ ญงิ ออ่ นแอกว่าผชู้ าย และผหู้ ญงิ เปน็ ทรัพย์สมบัติของผู้ชาย
ความเชื่อที่ว่าความต้องการทางเพศของผู้ชายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการตอบสนอง และหาทางปลดปล่อย
ในขณะที่เพศหญิงไม่จำเป็นต้องทำเช่นผู้ชาย ความเชื่อที่ว่า ผู้ชายชาตรีตอ้ งมีความสามารถในเรื่องเพศ แต่ผู้หญงิ
ทด่ี ีไมค่ วรแสดงออกเกี่ยวกบั เรอ่ื งเพศ เป็นตน้
คา่ นยิ มทางเพศในอดีต
1. ผู้หญิงต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ผู้หญิงต้องถูกกดขี่ข่มเหงด้วยความ
ไมเ่ สมอภาคทางเพศ
2. ผู้ชายมักเป็นใหญ่ในบ้าน และมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง ส่วนผู้หญิงมีหน้าที่เพียงแค่ดูแลบ้าน
และบุตรเทา่ นน้ั
3. การนัดพบกัน ในอดีตสามารถพบกันได้โดยการแนะนำจากผู้ใหญ่หรือพบกันตามวัดในเทศกาลต่างๆ
ไมม่ โี อกาสได้มาพบกันในสถานที่สาธารณะอย่างเชน่ ในปัจจุบัน
4. ผู้หญงิ ตอ้ งไม่แสดงกริ ิยาย่ัวยวน แสดงท่าทเี ช้ือเชิญหรอื ให้โอกาสผชู้ ายไดเ้ ข้ามาใกลช้ ดิ
5. การถูกควบคุมจากผู้ใหญ่ในเรื่องของการเลือกคนรัก การแต่งงาน ที่เรียกว่า “คลุมถุงชน” โดยให้
เหตุผลถึงความคู่ควร เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าจะนึกถึงความรักของระหว่างบุคคล ทั้งนี้มักจะอ้างว่าใช้
บรรทัดฐานทางครอบครัวและสังคมเป็นเคร่ืองตัดสินใจให้แต่งงานกัน ซึ่งอาจจะด้วยสมัครใจหรือถูกบังคับก็ตาม
แต่กต็ ้องยินยอมพร้อมท้ังปลกู ฝงั ค่านยิ มของเพศหญิงให้มคี วามรกั และซอ่ื สัตยต์ ่อสามีเพียงคนเดียว
ค่านิยมทางเพศในปัจจุบนั
ปัจจุบันสภาพครอบครัวและสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเช่นเดียวกับ
ผู้ชายส่วนภาระหน้าทกี่ ารดูแลบา้ นและการเลย้ี งดูบตุ รกย็ ังคงเปน็ หน้าทีข่ องผู้หญงิ เช่นเดิม ทง้ั น้ี
ผหู้ ญงิ สามารถได้รบั การศึกษาในระดับสูงๆ ได้เช่นเดยี วกบั ผ้ชู าย ผู้หญงิ มีสิทธ์ิทจี่ ะสามารถแสดง
ความคิดเหน็ และโต้แย้งในกรณีตา่ งๆ ได้ เนื่องจากได้รบั สิทธทิ ่ีเท่าเทยี มกัน ทำให้มโี อกาสมากข้นึ
เกย่ี วกับเร่ืองเพศ เช่น การเลือกฝา่ ยชายท่ีจะมาเป็นคคู่ รอง การขอหยา่ ถ้าแต่งงานไปแล้วไม่มคี วามสุข
เช่น การเลอื กฝ่ายชายทีจ่ ะมาเป็นคคู่ รอง การขอหย่าถ้าแต่งงานไปแล้วไม่มีความสขุ การเป็นผู้นำครอบครัว
1. สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันมาก ในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุสถานบันเทิง
เริงรมย์ต่างๆ ศูนย์การค้า ปัญหาสารเสพติด และความรุนแรง ซึ่งส่งผลให้วัยรุ่นอาจใช้ชีวิตที่หลงผิดจนอาจ
ก่อใหเ้ กิดเป็นปัญหาอาชญากรรมทางสังคมได้ ทำใหม้ ีคุณภาพชวี ติ ทไ่ี มด่ ี ยากจน ไมม่ ีโอกาสศึกษาต่อ ต้องหาเล้ียง
ชีพโดยไม่สุจริต เกิดความฟุ้งเฟ้อเพื่อต้องการให้ตนเองทัดเทียมกับผู้อื่น และในที่สุดก็เกิดค่านิยมทางเพศที่ผิดๆ
เช่น การมีความคิดวา่ การขายบริการทางเพศเป็นสิ่งทห่ี ารายได้ให้แก่ตนเองได้อยา่ งรวดเร็ว เปน็ ต้น
2. สื่อเทคโนโลยี ความก้าวหน้าและรวดเร็วของสื่อเทคโนโลยี อาจเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดค่านิยม
ทางเพศที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากวัยรุ่นสามารถติดต่อหรือคบเพื่อนต่างเพศที่ไม่เคยรู้จักกันได้ง่าย เพียงแต่โทรศัพท์
หรือใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการติดต่อกัน หากใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือคุยกับบุคคลที่ไม่หวังดีด้วย
อาจกอ่ ให้เกดิ ปญั หาการถกู ลอ่ ลวงหรอื ปัญหาในทางไมด่ ีอื่นๆ ตามมา
(ขวัญชนก สมทรง, 2562) ในปัจจุบันแม้ว่าสภาพสังคมจะเปลี่ยนไป มีการผสมผสานวัฒนธรรมทาง
เพศของไทยและต่างประเทศผ่านกระแสโลกาภิวัฒน์ แต่วัฒนธรรมไทยดั้งเดิมหลายอย่าง ยังมีส่วนกำหนด
พฤติกรรมของคนในสังคมอยู่มาก การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจทำให้มีผลกระทบต่อสังคมเป็นอย่างมาก
การอพยพแรงงานจากภาคเกษตรกรรมเข้ามาสู่ภาคอุตสาหกรรม หนุ่มสาวต้องพรากจากสังคมเดิมเข้ามาอยู่ใน
สภาพใหม่ ไม่มีพ่อแม่หรือญาติให้การคุ้มครองหรือปรึกษาหารือ การพบปะของหนุ่มสาวง่ายขึ้น ประกอบกับการ
ยอมรบั วัฒนธรรมอน่ื ทงั้ วฒั นธรรมตะวันตกและตะวันออก ทำให้การแสดงออกทางเพศของคนในสังคมเปลย่ี นไป
ความหลากหลายทางเพศกับกรอบทางสังคม
ในสังคมไทยที่ยังไม่มีการรองรับเพศอื่นๆ ให้เป็นเพศที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีเพียงเพศชายและหญิงอัน
เป็นกรอบความคิดเรื่องเพศ (Sex) ที่มีมาช้านาน คำว่า Sex และ Gender ในภาษาไทยจะแปลว่าเพศเหมือนกัน
ซึ่งถ้าเราเป็นเพศหญิงหรือเพศชายคงไม่รู้สกึ ถึงความแตกต่าง เพราะในสังคมไทยปลูกฝังเรื่องการแบ่งแยกเพศแค่
เพศหญิง หรือเพศชาย ตามเพศสภาพที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้กลุ่มคนที่มคี วามหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นคน
รักเพศเดียวกันหรือคนข้ามเพศ ต้องค้นหาตนเองในการแสดงออก หรืออธิบายความเป็นตนเองให้สังคมและ
คนรอบข้างฟัง คำว่า Sex นั้น เปน็ การกำหนดเพศตามเพศกำเนดิ ตามชีวภาพ ส่วนคำวา่ Gender
หมายถึงเพศทก่ี ำหนดโดยการรับรตู้ วั ตนและนิยามตนเองในเชิงการแสดงออกโดยไมผ่ กู ติดกับ
ลกั ษณะทางชีวภาพ ลองหลับตานกึ ภาพว่าหากเราเป็นผหู้ ญิงและถกู สลับรา่ งไปอยใู่ นรา่ งของผู้ชาย
ยามเจบ็ ปว่ ยเขา้ รกั ษาในโรงพยาบาล หรือต้องคดแี ละเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ซง่ึ ใช้หลักการจำแนก
คนไขห้ รือผ้ตู ้องขังตามคำนำหน้าชอ่ื เราจะเข้าใจความร้สู ึกของคนขา้ มเพศได้อย่างแทจ้ ริง
พวกเขาเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์เลือกเพศตามความรู้สึกในการรับรู้ตัวตนของตนเองได้ เพราะสังคมมีตัวเลือกให้ตาม
ลกั ษณะชวี ภาพและคำนำหน้าช่ือแค่สองเพศเทา่ นัน้ หากกลุ่มความหลากหลายทางเพศกระทำความผิดและ
ต้องโทษตามกฎหมาย ในการจำแนกนักโทษก็ถูกจำแนกตามเพศกำเนิด กล่าวคือ หากคุณเป็นคนข้ามเพศ
(Transgender) แปลงเพศจากชายเป็นหญิงแล้ว แต่ยังมีคำนำหน้าว่า ‘นาย’ ก็ต้องได้รับการปฏิบัติเทียบเท่ากับ
นักโทษชายที่ชอบเพศหญงิ (Straight) คนอื่นๆ และถูกคุมขังในเรอื นจำชายอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ ด้วยลักษณะของ
การเหมารวมด้วยเพศกำเนิดนี้ ผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่เป็นคนข้ามเพศจึงมี
ความกงั วลและรสู้ กึ ไม่ปลอดภัยทจ่ี ะเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศหรือวิถีทางเพศของตน ด้วยเกรงว่าอาจจะถูกเลือก
ปฏิบัติ หรือถูกปฏิบัติจากคนรอบข้างอันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจและการมีอคติ ไปจนถึงการใช้ความ รุนแรง
ถึงแม้เรือนจำในไทยจะมีสภาพที่ค่อนข้างแออัด แต่ก็มีระบบที่ก้าวหน้ามากกว่าหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการ
แยกขงั กลุ่มผตู้ ้องขังท่ีมีความหลากหลายทางเพศ เพ่อื ใหค้ นกลุ่มนีส้ ามารถที่จะอยใู่ นเรือนจำได้อย่างปลอดภัยและ
ลดความรนุ แรงท่อี าจเกิดขึ้นได้ ซึ่งในบางประเทศอย่างสหรัฐอเมริกายงั ไม่มกี ารใช้ระบบนี้ ทำใหผ้ ู้ตอ้ งขังกลุ่มนี้ต้อง
ถกู ลว่ งละเมิดหรือไม่ก็ถกู จับขังเดีย่ วและนำไปสกู่ ารฆา่ ตัวตายในทส่ี ดุ
(จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์, 2561) ในสังคมพหุวัฒนธรรม การอยู่รวมกันของคนในสังคมต้องมีการ
ปรบั เปลีย่ นทศั นคติ รปู แบบการใช้ชวี ติ และมีการยอมรับในความเปลย่ี นแปลงรวมทงั้ ความแตกต่างของกลุ่มต่างๆ
เพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติ เมื่อมองเผินๆ เราอาจเห็นว่าสังคมไทยเปิดกว้างต่อกลุ่มคนที่มีความ
หลากหลายทางเพศมากขึ้นกว่าในอดีต พฤติกรรมบางอย่างที่เคยต้องปกปิดไว้เนื่องจากขัดต่อวัฒนธรรม ค่านิยม
และความเชื่อเดิมๆ ก็ได้รับการเปิดเผยและยอมรับมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการมีตัวตนในสังคมของกลุ่ม
บคุ คลทม่ี ีความหลากหลายทางเพศที่มีศัพท์เรียกกันทัว่ ไปต้ังแต่ กะเทย สาวประเภทสอง คนรกั เพศเดียวกัน เพศท่ี
หลากหลาย คนข้ามเพศ คนเหลา่ นสี้ ามารถใชช้ วี ติ อยา่ งเปิดเผยไดม้ ากขึน้ แต่เบื้องหลงั ของแตล่ ะคนกว่าจะเปิดเผย
ตวั ตนได้นน้ั ต้องมีองคป์ ระกอบอืน่ ๆ มากมายในชวี ติ กวา่ จะได้รบั การยอมรับในสังคม
OnlyFan
OnlyFan คือ แพลตฟอร์มยอดนิยมที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิด จริงๆแล้วมันก็คอื โซเชียลมเี ดยี เหมอื นกับ
Facebook , Youtube หรือ IG ที่เราสามารถสร้างและติดตามคนอื่นได้แบบฟรีๆ แต่ด้วยการที่เจ้า OnlyFan
สามารถใหเ้ หล่า Creator สร้างอะไรก็ไดเ้ กี่ยวกบั ตวั เองโดยไมม่ ีขดี จำกดั ไมม่ ีการเซนเซอร์
จดุ นีเ้ องทีท่ ำให้เกดิ ความแตกต่างออกไป OnlyFan อนุญาตให้เหลา่ ครเี อเตอร์
สามารถสรา้ งสรรคค์ อนเทนต์แนว 18+ ได้ ทำใหม้ นั เกิดจดุ ขายทีแ่ ตกตา่ งกันออกไป
ทิม สโตกลีย์ ผูก้ อ่ ตัง้ Onlyfans ให้ความเหน็ วา่ เรื่องเพศก็เปน็ เรอ่ื งธรรมดาของ
สิง่ มีชวี ิตทกุ ชนิดเลยไดไ้ อเดยี ทใี่ ห้เหล่าผู้คนสามารถสร้างพ้ืนทีใ่ หท้ ุกคนมาเจอกนั ได้
และก็สามารถทำเนื้อหา 18+ ได้ ทำให้ Onlyfans ดังขึ้นมา เว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้ช่างภาพสายวาบหวิวมาปล่อย
ของเอาใจสาวก Fetish เป็นช่องทางใหน้ างแบบ นายแบบ และดาราหนังผูใ้ หญ่ สรา้ งรายไดจ้ ากการเซอร์วิสแฟนๆ
ขณะเดียวกันก็ตอบโจทยแ์ ฟนคลับที่ต้องการเข้าถึงภาพและวิดีโอพิเศษจากคนที่ชื่นชอบแพลตฟอรม์ ออนไลน์นีย้ ัง
เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมเซ็กส์และการค้าบริการทางเพศ ฝ่ายครีเอเตอร์สามารถปรนเปรอและเติมเต็ม
จินตนาการสุดแฟนตาซีให้กบั ลกู ค้าแบบเอ็กส์คลซู ีฟ และยงั เปิดกวา้ งต่อความหลากหลายทางเพศ
เซก็ ส์ทอย (Sex Toy)
(เชิดพงศ์ จินดาสุวรรณ, 2559) เซ็กส์ทอย (Sex Toy) หรอื อุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ คือ อุปกรณ์ท่ีใช้
ในการผ่อนคลายอารมณ์ เพื่อให้มีความรู้สึกคล้ายกับขณะร่วมเพศ หรือใช้ในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
จะมีรูปร่างแตกต่างกันไปตามวิธีการใช้งาน เช่น ไวเบรเตอร์ (Vibrator) ดิลโด (Dildo) และตุ๊กตายาง (Sex Doll)
ปัจจุบันในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเยอรมัน สาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น เซ็กส์ทอย
(Sex Toy) จัดเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย สามารถมีไว้ครอบครองและมีไว้จำหน่ายได้ มีเซ็กส์ทอยหลากชนิดถูกผลติ
ออกสู่ตลาด และมีเซ็กส์ช็อป (Sex shop) ที่เปิดจำหน่ายสนิ ค้ากันอยา่ งเปิดเผยจัดเป็นสินค้าท่ีมีชื่อเสียงและสร้าง
รายได้เป็นอย่างมากซึ่งในสาธารณรัฐเช็กมองว่าการใช้เซ็กส์ทอย (Sex Toy) นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการ
ลดการติดเชือ้ ทางเพศสมั พันธ์ ช่วยในการลดความเครยี ดชว่ ยเพ่ิมประสทิ ธิภาพให้แกผ่ ู้ทีม่ ีปัญหาเก่ียวกับการเสื่อม
สมรรถภาพทางเพศ ช่วยผ่อนคลายความเครียด นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในแง่ของสังคม เพราะสินค้าประเภทนี้
สามารถชว่ ยลดอัตราการก่ออาชญากรรมทางเพศและการค้าบริการอีกด้วยซ่ึงสาธารณรัฐเช็กกำหนดอายุผู้ซื้อและ
ผู้ใชส้ ินค้าเซ็กส์ทอยไว้ว่าต้องมอี ายุไม่ตำ่ กว่า 18 ปี
แต่ปัจจุบันในประเทศไทย สินค้าเซ็กส์ทอย (Sex Toy) ถือเป็นสินค้าต้องห้าม เป็นสินค้าผิดกฎหมาย
เข้าข่ายลามก อนาจาร เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรมเป็นสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าลามกอนาจารหรือ
สินค้าที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 287 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังถือเป็นวัตถุลามกท่ีเป็นของต้องห้ามตาม
ความหมายในพระราชบัญญัติศุลกากร “ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามนำเขา้ มาหรือส่งออก
ไปนอกราชอาณาจักรโดยเดด็ ขาด และในบางกรณีห้ามการส่งผา่ นด้วย ผู้ใดนำสินคา้ ตอ้ งหา้ มเข้ามาหรือส่งออกไป
นอกราชอาณาจักรจะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามมาตรา 244 และ
มาตรา 246 แหง่ พระราชบญั ญัติศลุ กากร พ.ศ. 2560 ด้วย
ดังนั้นในประเทศไทย เซ็กส์ทอย (Sex Toy) จึงเป็นสินค้าที่ไม่สามารถมีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพ่ือ
จำหน่ายได้และไม่สามารถนำเข้ามาราชอาณาจักรได้ แต่ปัจจุบันกลับมีการลักลอบขายสินค้าประเภทนี้กันอย่าง
แพรห่ ลาย ไม่ว่าจะเป็นตามแหลง่ ขายสนิ ค้าต่าง ๆ ทีไ่ ด้รบั ความนยิ มจากกลุ่มคนทุกเพศที่
สามารถเข้าถงึ ไดอ้ ย่างงา่ ยดาย รวมไปถึงรา้ นขายเซ็กส์ทอย (Sex Toy) ออนไลนต์ ่าง ๆ
ท่ีมีการขายกันอยา่ งโจ่งแจ้ง ทำใหร้ ฐั ตอ้ งเสยี รายไดจ้ ากการจัดเก็บภาษีสินคา้ และเปิดโอกาส
ให้เจา้ หน้าที่รัฐรับสว่ ยรับสินบนคอรัปชั่นหาผลประโยชน์ของเจ้าหนา้ ที่รฐั บางกลุม่ และ
เนอ่ื งจากเซก็ ส์ทอย (Sex Toy) เป็นวัตถลุ ามกอนาจารผดิ กฎหมาย ทำใหไ้ ม่มใี ครสามารถ
ควบคุมคุณภาพของเซ็กส์ทอย (Sex Toy) และไม่มีหน่วยงานไหนที่จะรับรองความปลอดภัยของผู้ใช้จากสินค้า
เซ็กส์ทอยได้เลย แมว้ า่ ในปจั จุบนั จะมีรา้ นขายของเล่นผู้ใหญ่จำนวนมากแต่ก็ไม่มีอะไรท่ีจะสามารถรับประกันได้ว่า
สินค้าท่ขี ายกนั อยโู่ ดยทว่ั ไปนัน้ ได้มาตรฐานและมีคณุ ภาพมากเพยี งใดรวมถึงสนิ คา้ ทขี่ ายกันอยู่ในทุกวันนี้น้ัน จะไม่
มีผลขา้ งเคยี งหรอื อันตรายใด ๆ ต่อผู้ใช้งาน
ปัจจุบันสถิติการล่วงละเมิดทางเพศและคดีอาชญากรรมทางเพศในประเทศไทยเฉลี่ย ในรอบ 5 ปี
ของคดีข่มขืนในไทยเฉพาะที่มีการแจ้งความ เกิดคดีข่มขืนปีละประมาณ 4,000 คดี จับคนร้ายได้ 2,400 คดี
แต่เมื่อมีการทำวิจัย กลับได้ข้อสรุปว่า มีคดีข่มขืนที่ไม่ได้แจ้งความประมาณร้อยละ 87 นั่นหมายความว่า 1 ปี
อาจมีคดีข่มขืนในไทยมากถึง 30,000 คดี ไม่ใช่ 4,000 คดี ขณะที่จำนวนคดีข่มขืนที่มีการแจ้งความทั่วโลกมี
ประมาณ 250,000 คดี ถา้ นบั จำนวนคดี ไทยจะอยู่ อนั ดับ 10 ของโลก แตถ่ า้ นับตามอัตราเฉล่ยี ของคดีกับจำนวน
ประชากรหญิง ไทยจะสถติ คิ ดขี ม่ ขืนอยู่อนั ดบั ท่ี 29 ของโลกอาชีพของผทู้ ต่ี กเป็นเหย่ือคดีข่มขืน พบวา่ เป็นนกั เรียน
นักศึกษา มากถึง รอ้ ยละ 51.2 เป็นเด็กร้อยละ 6.6 แม้ตวั เลข 6.6 จะดูไมส่ งู แต่มแี นวโนม้ วา่ เหยือ่ จะเป็นเด็กมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหาลดอัตราการเกิดเหตุคดีอาชญากรรมทางเพศ อย่างจริงจัง
แม้วา่ จะมกี ารแกไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายอาญาวา่ ดว้ ยเรือ่ งการกระทำชำเรา
จากการที่สินค้าเซ็กส์ทอย (Sex Toy) ถือเป็นสินค้าผิดกฎหมายแต่กลับมีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย
ผู้วิจัยจึงเห็นว่า หากประเทศไทยสามารถปรับเปลี่ยนหรือสนับสนุนให้สินค้าอย่างเซ็กส์ทอย (Sex Toy) หรือ
อุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศเป็นสิ่งถูกกฎหมายได้ เป็นสินค้าควบคุม แยกออกจากกลุ่มสินค้าลามกอนาจารหรือ
สินค้าผิดกฎหมายตามมาตรา 287 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะช่วยใหส้ ามารถควบคุมการขายรวมถึงคุณภาพ
มาตรฐานและความสะอาดของสินค้า และเมื่อมีอุปกรณ์เซ็กส์ทอย (Sex Toy) เป็นอุปกรณ์ช่วยระบายความ
ตอ้ งการทางเพศ สร้างความสขุ ทางเพศ บุคคลสามารถปลดเปลื้องความปรารถนาทางเพศได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้อง
ละเมิดหรอื เบียดเบียนสร้างความเสยี หายหรือความเดือดร้อนแก่ผู้อนื่ จะช่วยลดการเกดิ อาชญากรรมทางเพศ และ
ทำใหร้ ฐั มีรายไดจ้ ากการจดั เก็บภาษี ดงั นัน้ การทำให้เซ็กส์ทอย (Sex Toy) เปน็ ส่ิงถูกกฎหมายและการกำหนดอายุ
ของบุคคลที่เข้าถงึ สินค้าประเภทนี้กถ็ ือเปน็ การป้องกันผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่งดว้ ย และมกี ฎหมายสำหรับควบคุม
สินค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องการขายสินค้าจะต้องมีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง และหากต้องการที่จะเปิด
ร้านคุณภาพของสินค้าต้องอยู่ในระดับไหน ร้านที่จะเปิดจะต้องออกมาในรูปแบบใด เมื่อเซ็ก ส์ทอย (Sex Toy)
เปน็ สนิ ค้าถกู กฎหมาย รฐั บาลยังจะไดป้ ระโยชน์ทางด้านภาษชี ่วยสร้างรายได้ใหแ้ กป่ ระเทศอีกดว้ ย
จากการศึกษาวิจัยเรื่อง มาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายอุปกรณ์เพิ่มความสุขทาง
เพศ (Sex Toy) ให้เป็นสินค้าถูกกฎหมายในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อจะศึกษาการลดปัญหาอาชญากรรม
ทางเพศโดยนำสินค้าเซ็กส์ทอยมาเป็นอุปกรณ์ในการชว่ ยลดปญั หาอาชญากรรมทางเพศ ซ่ึงจาก
ศกึ ษาวจิ ัยของตา่ งประเทศและการตรากฎหมายแนวทางการแกป้ ญั หาอาชญากรรมทางเพศใน
แนวทางของต่างประเทศแลว้ จะเห็นไดว้ า่ มาตรการการแกไ้ ขปญั หาของสาธารณรัฐเชก็ นนั้
ทำใหป้ ญั หาอาชญากรรมทางเพศลดลงอย่างเห็นได้ชัด และทำใหส้ ามารถควบคุมราคา
ควบคมุ คณุ ภาพของสนิ คา้ เซก็ ส์ทอยเพ่ือประโยชน์และความปลอดภยั ของผู้บรโิ ภค
หากประเทศไทยเปดิ กวา้ งเรอ่ื งสินค้าเซ็กส์ทอยและสร้างความเข้าใจแก่บคุ คลทัว่ ไปว่าสินคา้ เซ็กส์ทอย เปน็ อุปกรณ์
ที่สามารถเพิ่มความสุขให้แก่ตัวเองและครอบครัว ไม่ใช่สินค้าที่ทำให้เกิดความอับอาย สินค้าเซ็กส์ทอยถือเป็นอีก
ทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเพศได้ดังมาตรการสาธารณรัฐเช็กและหลาย ๆ ประเทศที่เปิด
เสรใี นเรื่องสนิ ค้าเซก็ ส์ทอย
ภาพที่ 1.3 Sex toy
ท่ีมา : https://adaymagazine.com/sex-is-more-ep-03
เว็บโป๊
เวบ็ โปห๊ รอื ภาพยนตร์เอวี (AV) คือ ภาพยนตรท์ ีม่ เี จตนาปลกุ เรา้ อารมณท์ าง เพศให้แกผ่ ชู้ ม ซ่ึงมกั จะแสดง
ภาพโป๊เปลือยหรือการร่วมเพศ โดยสามารถแบ่งอย่างกว้างๆได้ 2 ประเภท คือ ซอฟต์คอร์ หมายถึงภาพยนตร์
ที่ ไมม่ ีการร่วมเพศแตเ่ สมอื นร่วมเพศและฮาร์ดคอร์
ภาพยนตร์ลามกในช่วงแรกมักจะอยู่ในรูปแบบของวิดีโอที่เปิดชมกันในบ้านและเฉพาะที่ เช่น
ในโรงภาพยนตร์ที่ฉายโดยเฉพาะ และต่อมาได้มีการเปลี่ยนรูปแบบลงในดีวีดีและบลูเรย์ รวมไปถึงเผยแพร่ใน
อินเทอร์เน็ต ภาพยนตร์ที่มีการเผยให้เห็นอวัยวะเพศหรือแสดงการร่วมเพศนั้น แม้ว่าจะผิดกฎหมายในประเทศ
ไทยและยังไม่เป็นทีย่ อมรับในสังคม แต่ยังมีการลักลอบผลิตและจำหน่ายหรือแจกจ่ายอยู่ ซึ่งส่วนในประเทศญีป่ ุ่น
นั้น หากจะทำให้ถูกกฎหมายคือต้องผ่านการทำเซ็นเซอร์หรือโมเสกก่อนเท่านั้น ก่อนจะนำออกมาจำหน่ายหรือ
ปลอ่ ยใหด้ าวโหลดผา่ นสื่ออนิ เตอรเ์ น็ตได้ และผบู้ รโิ ภคต้องมอี ายมุ ากกวา่ 18 ปี
แต่กวา่ จะมาเป็นภาพยนตรเ์ อวใี นยคุ ปจั จุบันทม่ี ใี หเ้ ห็นอยา่ งแพรห่ ลายนั้น ทีม่ าของ
ภาพยนตรเ์ อวีของประเทศญีป่ ุ่น เริ่มต้นมาจากหลังทป่ี ระเทศญ่ีปุ่นพา่ ยแพ้สงครามโลกครั้งทส่ี อง
อยา่ งยบั เยินนัน้ ในเวลาเพียงไม่ก่ปี ีประเทศญีป่ ่นุ กส็ ามารถฟนื้ ฟูประเทศและพฒั นาเศรษฐกจิ ได้สำเร็จ
อยา่ งรวดเร็ว จนสามารถก้าวลำ้ หนา้ ประเทศทางตะวันตกได้ อุตสาหกรรมญปี่ นุ่ และการบรโิ ภค
ภายในประเทศเริ่มมีความเจริญเติบโต ทำให้ประชาชนสามารถบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย ตลอดจน อุตสาหกรรม
บันเทิงญี่ปุ่นเองก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ และในปี 1950 โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมทำให้วิถีชีวิตคนญี่ปุ่นกลายเป็น
“มนุษย์เงินเดือน” หรือ “ซาราริมัง” จะเห็นได้จากคนญี่ปุ่นเป็นคนขยัน ตรงต่อเวลา และมีวินัยเป็นอย่างมาก
ดังนั้น คนญี่ปุ่นจึงทำงานกันอย่างขมักเขม้น และค่อนข้างที่จะเคร่งเครียด จากการที่ทำงานอันเคร่งเครียดนี้เอง
ประชากรในประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มลดลงจากการฆ่าตัว ตายด้วยความเครียดบ้าง หรือทำงานจนไม่มีเวลาที่จะผลิต
ประชากรบ้าง ดังนั้นภาพยนตร์เอวี (AV) จึงกลายเป็นความบันเทิงประเภทหนึ่งที่ตอบสนองความต้องการตาม
สัญชาติญาณทางเพศ จากเหตุผลนี้นี่เองญี่ปุ่นจึงได้ผลิตสื่อภาพยนตร์เอวีขึ้นมาเพื่อเพิ่มประชากรในประเทศของ
ตนเอง และเนือ่ งจากประเทศญ่ีปุ่นเปน็ ประเทศที่ผู้คนท่ัวโลกให้ความสนใจเปน็ อย่างมาก เพราะเปน็ ประเทศท่ีเป็น
ผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย แฟชั่น เกมส์ การ์ตูน อาหารและวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดความ
สนใจของชาวต่างชาติ ทำใหภ้ าพยนตรเ์ อวีกลายเป็นท่โี ด่งดังและแพร่หลายอย่างรวดเรว็ รวมไปถึงดึงดูดให้คนเข้า
มาท่องเที่ยวและเข้ามาเรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นอีกด้วย จนภาพยนตร์เอวีกลายเป็นสินค้ าวัฒนธรรมที่
ส่งออกสูส่ ายตานาๆประเทศทวั่ โลก
การแก้ปัญหาเรอื่ งเพศในสังคมไทย กับการต้ังคําถามกบั วฒั นธรรมทางเพศในสงั คมไทย
วัฒนธรรมทางเพศของไทยขัดเกลาให้ผชู้ ายไมเ่ ก็บงำความรสู้ ึกทางเพศ เมื่อมีความต้องการทางเพศแล้วจึง
มักไม่ยับยั้งชั่งใจ และยังสอนให้สะสมประสบการณ์ทางเพศก่อนการแต่งงานว่า มิใช่เป็นเพียงเรื่องถูกต้อง
แต่ถา้ ยง่ิ มปี ระสบการณ์มากก็ยง่ิ จะได้รับความนยิ มยกย่องในกลุ่มเพ่ือนมากขน้ึ เทา่ นน้ั
ในทางตรงข้ามก็ควบคุมเรื่องเพศของผูห้ ญิง สอนใหผ้ ้หู ญงิ รักนวลสงวนตวั ภาพพจน์ของความเป็นกุลสตรี
ไทยคอื รกั ษาพรหมจรรย์ไวจ้ นถึงวนั แตง่ งาน เป็นแม่บ้านทป่ี รนนบิ ตั สิ ามแี ละดแู ลสมาชิกทุกคนในบา้ น การสอนให้
ชายพยายามมปี ระสบการณ์ทางเพศให้เรว็ ที่สุด ทำให้ผชู้ ายไทยไม่มีความละเอยี ดอ่อนในเรื่องเพศ และสั่งสมความ
ไม่รบั ผดิ ชอบตอ่ เพศสมั พันธท์ ่ตี นเองเปน็ คนเร่ิมขน้ึ
แม้มีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงภาพสอดคลอ้ งกันว่า ชายหนุ่มหญิงสาวมองความสัมพันธ์ทางเพศในคู่รกั
เป็นเรื่องธรรมดา และกล้าที่จะแสดงออกถึงความรัก ความพอใจในเพื่อนต่างเพศ พูดคุยเรื่องเพศเปิดเผยมากขึ้น
แต่ปรากฏว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศนี้ ทัศนคติและค่านิยมเรื่องเพศเดิมก็ยังคงกำกับวิธีคิด
ของวัยรุ่นไทยไว้อย่างเดิม กล่าวคือ ผู้ชายเรียนรู้ทางเพศเร็วขึ้น เสรีมากขึ้น แต่ยังคงชุดความคิดเก่าไว้คือ
ไมต่ ระหนักถึงปัญหาที่จะติดตามมาจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศ และยังมองการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่รัก
หรอื เพ่อื นหญงิ เป็นเรื่องของการ “ได้เปรียบ” สว่ นผหู้ ญงิ กย็ ังคงมองวา่ ตนเองเปน็ ฝ่าย “เสยี เปรยี บ”
เหมือนเดิม แมผ้ ู้หญงิ จะร้สู กึ เสรแี ละมีอสิ ระมากขึ้นในเรื่องเพศ แตก่ ็ยังคงจรงิ จงั ตอ่ เรื่อง
ความสัมพนั ธท์ างเพศมากกว่าชาย
วัฒนธรรมทางเพศทีว่ ่ามาน้ีกอ่ ใหเ้ กิดปญั หาต่อผูห้ ญงิ มากกวา่ ผู้ชายอยา่ งเห็นได้ชดั เลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง อย่างยิ่ง
และลดทอนคุณค่าของความเป็นหญิง ว่าไปแล้ววัฒนธรรมนี้ขัดเกลาให้ผู้ชายทำร้ายทางเพศต่อผู้หญิงที่ มิใช่แม่
หรือพี่สาวน้องสาวตนเอง และถ้าจะกลา่ วกันอย่างถงึ ทส่ี ดุ แล้ว วัฒนธรรมน้ีเองคือรากเหงา้ ทส่ี ำคญั ของความรุนแรง
ทางเพศท่ีผหู้ ญงิ ไทยจำนวนมากตอ้ งประสบ
การปรับเปลย่ี นวัฒนธรรมทางเพศ ทิศทางทสี่ งั คมไทยควรเลอื กเดิน
การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมทางเพศ ควรเป็นกระบวนการรื้อสร้างระบบวิธีคิด ความเชื่อและทัศนคติใหม่
ทเี่ คารพในศกั ด์ิศรคี วามเป็นมนุษยท์ เี่ ทา่ เทียมกนั ระหว่างหญิงและชาย อยา่ งน้อยบนมติ ิ 2 ประการต่อไปน้ี
1. สทิ ธทิ างเพศ ตอ้ งสง่ เสรมิ และสรา้ งทักษะให้สงั คมเรยี นรแู้ ละเข้าใจในสทิ ธเิ หนอื ร่างกายของมนุษย์
ทุกคนควรตอ้ งเรียนร้สู ิทธิท่ีจะปกป้องตนเอง เพอ่ื สร้างภมู ิคุ้มกันไม่พาตัวเองเขา้ ไปอยู่ในสถานการณ์ที่เก่ียวข้องกับ
เรื่องเพศโดยที่ตนเองไม่ต้องการ หรือถ้าต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น ทำอย่างไรจึงจะหาหนทางหลุดพ้นออกมาได้
เช่น ฝึกทักษะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ถ้าไม่พร้อมหรือไม่ต้องการ ต้องไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์จำยอมต่างๆ
หรือหากพร้อมก็ตอ้ งมีทกั ษะต่อรองการมีเพศสมั พนั ธ์ที่ปลอดภัย
2. สอื่ และความรเู้ รอ่ื งเพศ ตอ้ งรณรงค์และสร้างค่านยิ มเรอื่ งเพศที่เหมาะสมใหเ้ กิดขนึ้ ในสังคมให้ได้
เริ่มตั้งแต่เพศสมั พนั ธ์ที่เกิดข้นึ ทุกคร้ังต้องมาจากการสมัครใจ ไม่บบี บงั คบั ตอ้ งเป็นเพศสัมพนั ธ์ทปี่ ลอดภัย ไม่เสี่ยง
ต่อการเกิดโรค หรือผลที่ไม่ต้องการคือการตั้งครรภ์เมื่อยังไม่พร้อม นั่นคือ เพศสัมพันธ์ทุกครั้งต้องมีฐานม าจาก
ความรับผิดชอบในความสัมพนั ธน์ ้ันๆ ด้วย
(กฤษยา อาชวนิจกุล, ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา และ วาสนา อิ่มเอม, 2551) การรณรงค์สร้างวัฒนธรรม
ใหม่ให้มีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อม และมีอย่างรับผิดชอบโดยการใช้ถุงยางอนามัย เป็นหนึ่งในความหมายของการ
แสดงความรับผดิ ชอบทางเพศท้ังตอ่ ตัวเองและตอ่ คนอืน่ นน่ั ตา่ งหากคอื เพศสมั พันธ์ท่ีปลอดภัยอยา่ งยง่ั ยืนแท้จริง
บรรณนานุกรม
การบริหารจัดการมาตรฐานสถิติประเทศไทย . ค ำน ิยาม: เ พศ . (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
https://std.smp.nso.go.th/statstd/definition/name/968 สืบค้นเมอื่ 29 มกราคม 2565.
กิตตชิ ยั ตอ่ มยิม้ และ ชษิ ณพุ งศ์ นิม่ สกุล. (2557). รูปแบบของเพศสัมพนั ธ์. (ออนไลน์). แหลง่ ท่มี า :
https://sites.google.com/site/pmtcsex/home สบื ค้นเมอื่ 29 มกราคม 2565.
กฤตยา อาชวนิจกุล และ กาญจนา ตั้งชลทิพย์. (2551). มิติ “เพศ” ในประชากรและสังคม. (ออนไลน์).
แหลง่ ท่ีมา : https://ipsr.mahidol.ac.th/ipsr/AnnualConference/Download/2551/2551
_conference_full.pdf สืบคน้ เมอื่ 29 มกราคม 2565.
กฤษยา อาชวนจิ กุล , ชืน่ ฤทยั กาญจนะจติ รา และ วาสนา อม่ิ เอม. (2551). เซ็กสค์ รงั้ แรกของคนไทย...
ตอ้ งการหรอื ถกู บังคับ คู่นอนคือใคร และใช้ถุงยางหรือไม่ ?. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
https://ipsr.mahidol.ac.th/ipsr/AnnualConference/Download/2551/2551_conference_full.
pdf สืบคน้ เมอื่ 29 มกราคม 2565.
ขวัญชนก สมทรง. (2562). ค่านิยมทางเพศตามสังคมและวัฒนธรรมไทย. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
https://sites.google.com/site/khawnchanokpoopaepoopaew/kha-niym-thang-phes-
tam-sangkhm-laea-wathnthrrm-thiy สืบคน้ เมื่อ 29 มกราคม 2565.
จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์. (2561). ความหลากหลายทางเพศกับกรอบทางสังคม. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
https://www.thaipost.net/main/detail/21760 สบื คน้ เมอื่ 29 มกราคม 2565.
จิราภรณ์ พมิ ใจใส. (2550). ปญั หาเพศศึกษาในเดก็ วยั เรียน. วารสารมหาวทิ ยาลยั คริสเตยี น. 13,2 (พฤษภาคม –
สงิ หาคม) : 108-122.
ธนวรรณ แพนไธสง. (2558). ภาวการณ์ทางเพศ. (ออนไลน์). แหล่งท่มี า : https://sites.google.com/site/
13healthy13/home สบื ค้นเมื่อ 29 มกราคม 2565.
พนม เกตุมาน. (2560). การสอนเรื่องเพศศึกษา – ครอบครัวศึกษาในวัยรุ่น. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
http://www.psyclin.co.th/new_page_38.htm สืบคน้ เม่อื 29 มกราคม 2565.
แพง ชินพงศ์. (2562). “เพศศึกษา” เรื่อง (ไม่) ลับที่ควรสอนลูก (ออนไลน์). แหล่งที่มา :
https://mgronline.com/qol/detail/9620000083633 สืบคน้ เมือ่ 29 มกราคม 2565.
บนั ทึก
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ
1. นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ ประธาน
2. นายเทอดเกยี รติ แหลมเกาะ รองประธาน
3. นายพันธกานต์ รตั นพันธ์ุ เหรญั ญิก
4. นางสาวณัฐณชิ า แก้วธวัชวิเศษ กรรมการฝา่ ยพธิ ีการและประชาสมั พนั ธ์
5. นายวาทสษิ ฐ์ พันธนุ์ วล กรรมการฝา่ ยพิธีการและประชาสมั พนั ธ์
6. นางสาวฐติ ิวรดา ดาบทอง กรรมการฝา่ ยงานทะเบยี น
7. นายเมธาสิทธ์ิ เลอ่ื นกฐนิ กรรมการฝ่ายเอกสาร
8. นายธนวฒั น์ ชุมเชื้อ กรรมการฝ่ายเอกสาร
9. นายฐติ ิวสั ส์ ปญั จะเภรี กรรมการฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์
10. นางสาวนันทน์ ภสั จติกุล กรรมการฝ่ายออกแบบ
11. นายณฐั พงศ์ สุบรรณ์ กรรมการฝา่ ยประสานงาน
12. นายพสั กร ตรีเนตร กรรมการฝา่ ยประเมนิ ผล
13. นางสาวชนันท์เนตร เขียวเสน กรรมการและเลขานุการ
นกั ศึกษาหลกั สูตรครุศาสตรบัณทิต สาขาสงั คมศึกษา ชน้ั ปีท่ี 4
ท่ปี รกึ ษาโครงการ
อาจารยก์ มลทิพย์ ธรรมกรี ะติ และอาจารย์รัตนา ไกรนรา