แฟ้มสะสมผลงาน
วิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชพี
นายพงศักดิ์ โพธิ์ทอง
ชั้น ปวส 1/2 เลขท่ี 3
รหัสนกั ศกึ ษา 63305010003
สาขาเพาะเล้ยี งสตั ว์นำ้
ใบงานท่ี 1
รายงานวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื
การจัดการอาชีพ
AUSU
ผู้จดั ทำ : ผู้จัดทำ นายพงษ์ศักด์ิ โพธ์ิทอง รหัสนกั ศึกษา
63306010003
นายวัฒนา สมนวน รหัสนกั ศกึ ษา 63306010006
นายวรพักต์ จันทรศ์ รี รหสั นักศกึ ษา 63306010004
ใบงานที่ 1 ความรเู้ กีย่ วกับคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
1
ชอ่ื ผลิตภณั ฑ์ : คอมพิวเตอรโ์ นต๊ บ๊คุ รนุ่ M409BA-BV004T ยห่ี ้อ ASUS
ลักษณะเดน่ ของเครอื่ ง : เป็นโน้ตบคุ๊ รนุ่ ใหม่ ท่ีครองใจผู้ใช้ทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ ทีม่ าพรอ้ มคณุ ภาพใน
การใช้ งานท่หี ลากหลาย ทำงานได้ครบทุกฟงั ก์ชนั่ ท่ีพรอ้ มจะผสานไลฟส์ ไตลข์ องคณุ ได้ลงตัวอย่างไม่มสี ะดุด
ตอบสนองทุกการใช้งาน
ระบบปฏิบตั กิ ารท่ใี ช้ : Windows 10
หนว่ ยความจำของเครือ่ ง : Hard Drive ความจุ 1TB และ RAM 4GB
หน่วยประมวลผล AMD A4-9125 Processor
คณุ สมบตั พิ เิ ศษ ตอบสนองทุกการใช้งาน ตอบสนองทุกความตอ้ งการของคุณไดอ้ ยา่ งลงตัวทง้ั ดีไซน์ และการใช้งาน
ดว้ ยประสิทธภิ าพ จะเลน่ เกม หรือทำงานก็ ไม่ทำใหป้ ระสิทธิภาพขาดหาย เติมเติมทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่
2
ใบงานท่ี 2
22/10/63
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์....
จดั ทาํ โดย
นายพงษศ์ กั ดิ โพธทิ อง เลขที 3
เลขประจาํ ตวั นักศกึ ษา 63306010003
นางสาวชมพูนุช รยิ าพนั ธ ์ เลขที 1
เลขประจาํ ตวั นักศกึ ษา 63306010001
นายวรพกั ต ์ จนั ทรศ์ รี เลขที 4
เลขประจาํ ตวั นักศกึ ษา 63306010004
2
1
22/10/63
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
กลุ่มของคอมพวิ เตอร์จํานวนตงั แต่สองเครืองขนึ ไป และอุปกรณ์ต่างๆทถี ูกนํามาเชือมต่อ
กนั เพือให้ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถติดต่อสือสาร แลกเปลยี นข้อมูล และใช้อุปกรณ์ต่างๆ ใน
เครือข่ายร่วมกันได้
3
เครือข่ายทีใชก้ ารเชือมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ในพืนทีเดียวกนั หรือ
ใกลเ้ คียงกนั
ระบบเครือข่ายระดบั ทอ้ งถิน (Local Area Network :
LAN) เป็นเครือข่ายระยะใกลใ้ ชก้ นั อยใู่ นบริเวณไม่กวา้ งนกั
อาจอยใู่ นองคก์ รเดียวกนั หรืออาคารทีใกลก้ นั
2
22/10/63
“ การเชือมต่อเครือข่ายระหวา่ งสาํ นกั งาน
เครือขา่ ยนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network
: MAN) เป็นเครือข่ายทีใชเ้ ชือมโยงแลนทีอยหู่ ่างไกลออกไป เช่น การ
เชือมต่อเครือข่ายระหวา่ งสาํ นกั งานทีอาจอยคู่ นละอาคารและมีระยะ
ทางไกลกนั การเชือมต่อเครือขา่ ยชนิดนีอาจใชส้ ายไฟเบอร์ออพติก หรือ
บางครังอาจใชไ้ มโครเวฟเชือมต่อ
การสือสารขอ้ มูล 5
กระบวนการถ่ายโอน หรือแลกเปลียนขอ้ มูลในรูปแบบเลขฐานสอง 6
ของอุปกรณ์หรือเครืองคอมพิวเตอร์ตงั แต่ 2 เครืองขึนไป ผา่ น
ตวั กลางในการสือสารขอ้ มูล การสือสารขอ้ มูลมีจุดประสงคเ์ พือ 3
ติดต่อ และเปลียนขอ้ มูลข่าวสาร เพือให้ผสู้ ่งและผรู้ ับเกิดความเขา้ ใจ
ซึงกนั และกนั
องคป์ ระกอบพนื ฐานของระบบการสือสารขอ้ มลู 22/10/63
ระบบการสือสารขอ้ มลู มีองคป์ ระกอบพืนฐาน 7
5 องคป์ ระกอบ คือ
1.ผสู้ ่งหรืออุปกรณ์ส่งขอ้ มลู (Sender) เป็นตน้ ทาง 8
ของการสือสาร มหี นา้ ทีเตรียมขอ้ มลู ขา่ วสารเพือจดั ส่ง
2.ผรู้ ับหรืออุปกรณร์ ับขอ้ มลู (Receiver) เป็น 4
ปลายทางของการสือสาร มหี นา้ ทีรับขอ้ มูล ขา่ วสารทีผู้
ส่งจดั ส่งมาให้
องคป์ ระกอบพนื ฐานของระบบการสือสาร
ขอ้ มูล(ตอ่ )
3.สือกลาง (Message) เป็นเส้นทางการสือสาร เพือ
นาํ ขอ้ มลู ข่าวสารจากตน้ ทางไปยงั ปลายทาง
4.ข่าวสาร (Sender) เป็นสญั ญาณทีส่งผา่ นไปใน
สือกลาง แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือเสียง (Voice)
ขอ้ มูล (Data) ขอ้ ความ (Text) รูปภาพ (Image)
5.โพรโตคอล (Protocol) หมายถึง กฎระเบียบ หรือ
ขอ้ ตกลงทีใชใ้ นการสือสารขอ้ มูลเพือใหผ้ รู้ ับและผสู้ ่ง
สามารถเขา้ ใจ หรือพดู คุยกนั ได้
สญั ญาณทีใชใ้ นระบบการสือสารขอ้ มูล 22/10/63
สญั ญาณทีใชใ้ นระบบการสือสารขอ้ มูล 2 ประเภท คือ 9
สญั ญาณอนาลอ็ ก (analog signal)
10
สญั ญาณดิจิทลั (digital signal)
5
ความแตกต่างการถ่ายโอนขอ้ มูลแบบขนานและแบบ
อนุกรม
แบบขนาน
การส่งแบบขนานนนั จะทาํ การส่งขอ้ มูลทีละหลาย ๆ บิตเช่น ส่ง
10011110 ทงั 8 บิต ออกไปพร้อมกนั โดยผา่ นสายส่งขอ้ มูลทีมี 8 เส้น
ตวั อยา่ งการใชง้ านทีเห็นชดั ของการส่งขอ้ มลู แบบขนาน เช่น การต่อ
เครืองพิมพเ์ ขา้ กบั เครืองคอมพิวเตอร์ ซึงปกติจะใชส้ ายยาว 5 เมตร ถึง
10 เมตรเทา่ นนั
ขอ้ ดี คือ ส่งขอ้ มลู ไดเ้ ร็วกวา่ แบบอนุกรม
ขอ้ เสีย คือ มีราคาแพง
22/10/63
ความแตกต่างการถา่ ยโอนขอ้ มูลแบบขนานและแบบอนุกรม (ตอ่ )
แบบขนานแบบอนุกรม
การส่งขอ้ มลู แบบอนุกรม ขอ้ มูลจะถกู ส่งออก ไปทีละบิตต่อเนืองกนั ไป เช่นถา้
ขอ้ มูลคือ 10011110 เลข 0 ทางขวามือสุดเป็นบิตที 1 เรียงลาํ ดบั ไปจนครบ 8
บิต โดยการส่งนนั จะใชส้ ายส่งเส้นเดียวเท่านนั ตวั อยา่ งการส่งขอ้ มลู แบบ
อนุกรม เช่นการต่อเทอร์มินลั เขา้ กบั คอมพวิ เตอร์แม่ทีอยหู่ ่างกนั สกั 100 เมตร
ซึงทาํ ใหป้ ระหยดั สาย
ขอ้ ดี คือ มีราคาถูก
ขอ้ เสีย คือ ส่งขอ้ มูลไดช้ า้ กวา่
11
สือกลางในการสือสารขอ้ มูล
ส่วนทีทาํ ใหเ้ กิดการเชือมต่อระหวา่ งอุปกรณ์ต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั และอุปกรณ์นี
ยอมใหข้ ่าวสารขอ้ มูลเดินทางผา่ น จากผสู้ ่งไปสู่ผรู้ ับ
12
6
22/10/63
หนา้ ทีของอุปกรณ์การสือสาร
สวทิ ช์ หรือ บริดจ์ (Switch, Bridge)
เป็นอุปกรณ์สาํ หรับเชือมต่อ เครือขา่ ยทอ้ งถิน หรือ แลน (LAN) ประเภท
เดียวกนั ใชโ้ ปรโตคอลเดียวกนั สองวงเขา้ ดว้ ยกนั เช่น ใชเ้ ชือมต่อ อีเธอร์เน็ต
แลน (Ethernet LAN) หรือ โทเคนริงกแ์ ลน (Token Ring
LAN) ทงั นี สวิทช์ หรือ บริดจ์ จะมีความสามารถในการเชือมต่อ ฮาร์ดแวร์
และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด ของการส่งขอ้ มูลไดด้ ว้ ย ความเร็วในการส่งขอ้ มูล
ก็มิไดล้ ดลง และติดตงั ง่าย
13
หนา้ ทีของอุปกรณ์การสือสาร (ต่อ)
โมเด็ม (Modem)
เป็ นอุปกรณ์ทีทาํ หน้าทแี ปลงสัญญาณคอมพวิ เตอร์ให้สามารถเชือมคอมพวิ เตอร์ทีอยู่ระยะไกล
เข้าหากนั ได้ด้วยการผ่านสายโทรศัพท์ โดยโมเด็มจะทาํ หน้าทแี ปลงสัญญาณ ซึงแบ่งออกเป็ นทงั
ภาคส่งและภาครับ โดยภาคส่งจะทําการแปลงสัญญาณคอมพวิ เตอร์ให้เป็ นสัญญาณโทรศัพท์
(Digital to Analog)ในขณะทภี าครับนันจะทาํ การแปลงสัญญาณโทรศัพท์กลบั มาเป็ น
สัญญาณคอมพวิ เตอร์ (Analog to Digital) ดงั นันในการเชือมต่อเครือข่ายระยะไกลๆ
เช่นอนิ เทอร์เน็ต จึงจาํ เป็ นต้องใช้โมเด็มโดยโมเดม็ มที ังแบบภายใน(Internal Modem)
ทมี ลี กั ษณะเป็ นการ์ด โมเด็มภายนอก(External Modem) ทมี ีลกั ษณะเป็ นกล่องแยกออก
ต่างหาก และรวมถงึ โมเด็มทีเป็ น PCMCIA ทมี กั ใช้กบั เครืองคอมพวิ เตอร์โน้ตบุ๊ค
14
7
22/10/63
หนา้ ทีของอุปกรณ์การสือสาร (ตอ่ )
การ์ดเครือข่าย (Network Interface Card) หรือการ์ดแลน หรืออีเธอร์เนต็ การ
ทาํ หนา้ ทีในการเชือมคอมพิวเตอร์ทีใชง้ านอยนู่ นั เขา้ กบั ระบบเครือข่ายได้ เช่น ใน
ระบบแลน เครืองคอมพวิ เตอร์ทกุ เครืองในเครือขา่ ยจะตอ้ งมีการ์ดเครือขา่ ยทีเชือมโยง
ดว้ ย สายเคเบิลจึงสามารถทาํ ใหเ้ ครืองติดต่อกบั เครือข่ายไดส้ ่วนในกรณีเป็นระบบแลน
ไร้สาย กจ็ ะตอ้ งใชก้ าร์ดแลนแบบไร้สาย (Wireless PCI/PCMCIA Card) ร่วมกบั
อุปกรณ์ทีเรียกวา่ แอกเซสพอยต์
15
16
8
ใบงานท่ี 3
รายงาน
เร่ือง…การเลยี้ งปลาตะเพยี นแบบเกษตรอนิ ทรีย์
เสนอ
คุณครูเกรียงศักด์ิ คงมนต์
จัดทาโดย
นายพงศักด์ิ โพธ์ิทอง
นางสาววรรณพร เครือทอง
นักศึกษาระดับช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ช้ันปี ที่ 1
รายงานนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ
เกษตรอนิ ทรีย์
เกษตรอินทรีย์ คือการทาการเกษตรดว้ ยหลกั ธรรมชาติ บนพ้ืนที่การเกษตรท่ีไม่มีสารพิษตกคา้ งและ
หลีกเล่ียงจากการปนเป้ื อนของสารเคมีทางดิน ทางน้า และทางอากาศเพื่อส่งเสริมความอุดสมสมบูรณ์ของดิน
ความหลากหลายทางชีวภาพ ในระบบนิเวศน์และฟ้ื นฟูส่ิงแวดล้อมให้กลบั คืนสู่สมดุลธรรมชาติโดยไม่ใช้
สารเคมีสังเคราะห์หรือส่ิงที่ไดม้ าจากการตดั ต่อพนั ธุกรรม ใชป้ ัจจยั การผลิตที่มีแผนการจดั การอยา่ งเป็ นระบบ
ในการผลิตภายใตม้ าตรฐานการผลิตเกษตรอินทรียใ์ ห้ไดผ้ ผลิตสูงอุดมดว้ ยคุณค่าทางอาหารและปลอดสารพิษ
โดยมีตน้ ทนุ การผลิตต่าเพอื่ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจพอเพียง แก่มวลมนุษยชาติ และสรรพชีวติ
ข้อดีของเกษตรอนิ ทรีย์
- ใหป้ ริมาณและคณุ ภาพผลผลิตท่ีดีกวา่
- ใหอ้ าหารปลอดสารพิษสาหรับชีวิตท่ีดีกวา่
- ใหต้ น้ ทนุ การผลิตท่ีต่าเพอ่ื เศรษฐกิจที่ดีกวา่
- ใหค้ ณุ ภาพชีวติ และสุขภาพจิตท่ีดีกวา่
- ใหผ้ ืนดินที่อดุ มสมบรู ณ์ดีกวา่
- ใหส้ ่ิงแวดลอ้ มท่ีดีกวา่
ความเป็ นมาของมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์
ประเทศไทย ไดม้ ีการกาหนดใช้มาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ หลงั จากผ่านการปรับปรุงแก้ไขคร้ัง
สุดทา้ ย เมื่อวนั ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2543 โดยคณะทางานเฉพาะกิจปรับปรุงมาตรฐานการผลิตพืชอินทรียข์ อง
ประเทศไทยและผ่าการเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารงานวิจยั และพฒั นาเกษตรอินทรีย์ กรมวิชาการ
เกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การเลยี้ งปลาตะเพยี นแบบเกษตรอนิ ทรีย์
นายมีศกั ด์ิ ภกั ดีคง อธิบดีกรมประมง เปิ ดเผยวา่ ปัจจุบนั ปลาตะเพียน ใน จ.ยโสธร ไม่เพยี งพอตอ่ ความ
ตอ้ งการ จึงจาเป็นตอ้ งหาซ้ือมาจากภาคกลาง กรมประมงจึงเขา้ ปรับเปล่ียนแนวคิด และพฤติกรรมการเล้ียงปลา
ตะเพียนใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ เป็นการเล้ียงปลาตะเพียนแบบเกษตรอินทรีย์ โดยอาหารแบบอินทรียค์ ือ
ไขน่ ้า หรือที่ภาคอีสาน เรียกวา่ ผา มาเป็นอาหารปลา ตามนโยบายขบั เคล่ือนพฒั นาเกษตรอินทรีย์ ใหเ้ กิดผลเป็น
รูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขบั เคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ เป็ นกลไก
สาคญั ในการดาเนินงานพฒั นา มีเป้าหมายขยายพ้ืนท่ีเกษตรอินทรียท์ ้งั ประเทศเพ่ิมข้ึนไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี
พร้อมนาร่องใหจ้ งั หวดั ยโสธรเป็นตน้ แบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือ ยโสธรโมเดล
น.ส. ช่ืนดวงใจ คงบาล นกั วชิ าการส่งเสริมการเกษตรชานาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าววา่ ไข่น้า
(ผา) มีโปรตีนสูง 40% ของน้าหนกั แห้ง จากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้า พบวา่ ใน 100 กรัม
น้าหนักแห้ง ให้พลงั งานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25
มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยงั มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และมีกรดอะมิโนท่ีจาเป็ นหลายชนิด
เช่น ลิวซีนวาลีน ฟี นิวอลานีน ฯลฯ เป็นต้น การใชไ้ ข่น้าหรือผามาใหเ้ ป็นอาหารปลากินพืชจึงเป็ นทางเลือกใน
การเดินเขา้ สู่แนวทางเบ้ืองตน้ ของการเล้ียงสัตวน์ ้าแบบเกษตรอินทรีย์
นายคาเส็ง องอาจ กล่าวเพ่ิมเติมในฐานะเกษตรกรท่ีทดลองเล้ียงสัตวน์ ้าแบบเกษตรอินทรียว์ า่ เดิมทีที่
บา้ นทานาขา้ วปลูกขา้ ว แต่เมื่อ ปี 2559 ทางสานกั งานประมงจงั หวดั ยโสธร ไดเ้ ขา้ มาส่งเสริมใหข้ ดุ บอ่ เล้ียงปลา
พร้อมหาตลาดในการจาหน่ายปลาให้ แต่เน่ืองจากตวั ผมไม่ค่อยจะมีความรู้ดา้ นการประมงมากเท่าท่ีควร จึงยงั
ไม่กลา้ ท่ีจะลงทนุ เล้ียงปลาอยา่ งเต็มตวั ทางกรมประมงจึงเร่ิมใหท้ ดลองเล้ียงปลาตะเพยี นในนาขา้ วไปก่อน โดย
ใน ปี 2559 สามารถจบั ปลาข้นึ ขายไดก้ าไร ประมาณ 30,000 บาท
เม่ือเร่ิมมีผลกาไรใหเ้ ห็น จึงไดท้ าบ่อ ขนาด 600 ตร.ม. เพ่ือทดสอบการเล้ียงสตั วน์ ้าอินทรียแ์ ละไดป้ ล่อย
พนั ธุ์สัตวน์ ้าลงบ่อเล้ียง ในวนั ที่ 12 พ.ค. 2560 โดยไดเ้ ลือกปล่อยพนั ธุ์ปลากินพืช จานวน 1,000 ตวั ไดแ้ ก่ ปลา
ตะเพียน 750 ตวั ปลานิล 200 ตวั และปลาไน 50 ตวั ขนาดต้งั แต่ 4.5-5.0 ซ.ม. และใชไ้ ข่น้าหรือผา และหญา้ เน
เปี ยร์ บดใหเ้ ป็นอาหาร วนั ละ 2 คร้ัง เชา้ -เยน็ คร้ังละประมาณ 20 กก. (น้าหนกั เปี ยก) ปัจจุบนั พบวา่ ปลาดงั กล่าว
โตเร็ว อีกท้งั ขนาดของปลายงั มีขนาดเท่าๆ กนั
อธิบายเหตุผลเกยี่ วกบั การทาเกษตรอนิ ทรีย์ในเร่ืองทตี่ วั เองสนใจ : อธิบายในคาบเรียน
โปรแกรมที่ใช้ในสืบค้นข้อมูล : https://www.google.co.th/?hl=th
บอกวิธกี ารค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต : การหาทาง https://www.google.co.th/?hl=th เพื่อคน้ หาขอ้ มลู
อ้างองิ เว็บแหล่งทมี่ าของข้อมูลทสี่ ืบค้น : https://www.technologychaoban.com/fishery-
technology/article_32180
ใบงานท่ี 4
ใบงานท่ี 4
ตอนท่ี 1 ให้นักศึกษาตอบคำถามใหถ้ ูกต้องและสมบูรณ์
1. จงอธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ
โปรแกรมประมวลผลคำ หรือท่ีนิยมเรยี กกนั ว่า โปรแกรมเวิร์ดโพรเซสเซอร์ (Word Processor Program) เปน็ โปรแกรมที่
ชว่ ยสรา้ งเอกสารประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งสะดวก และรวดเร็ว อาทเิ ชน่ จดหมาย บันทกึ ขอ้ ความ ใบปะหน้า โทรสาร แบบฟอร์มตา่ ง
ๆ เปน็ ตน้ โดยเก็บในส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ ผู้ใชส้ ามารถเพ่ิมเตมิ หรือแก้ไขข้อมูลทจี่ ดั เกบ็ ได้ โดยท่ีไม่ต้องพมิ พ์ ใหม่ท้ังหมด
2. จงอธิบายความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำ
ไดม้ กี ารนำโปรแกรมประมวลผลคำเขา้ มาใช้ในการพิมพเ์ อกสารและรายงานต่าง ๆ แทนเครอ่ื งพิมพ์ดดี มากข้นึ ทัง้ นี้เน่ืองจาก
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาความสามารถของตัวประมวลผลหรือโพรเซสเซอร์
(Processor) และประสทิ ธิภาพการเก็บข้อมูลของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดสิ ก,์ ดิสก์เกตต์ ทม่ี ีความจำสูงขึ้นรวมถึง
การผลิตเครื่องพิมพ์ (Printer) ความเร็วสูงประกอบกับราคาเครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงแต่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นจงึ
ทำให้สำนักงานต่าง ๆ หันมาใชเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร์เข้ามาช่วยในการประมวลข้อมูลตลอดจนการทำเอกสารและรายงานต่าง ๆ โดย
ผ่านโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) ทำให้บุคลากรในสำนักงานมีเรื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการพิมพ์เอกสาร
บทความตลอดจนรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถจัดข้อความและเลือกแบบตัวอักษร แก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุง แทรก
ข้อความ รวมข้อความหรือเอกสารจัดขอบกระดาษและตรวจดูเอกสารก่อนที่จะทำการพิมพ์เอกสารจริงออกมาทางเครื่องพิมพ์ได้
นอกจากนี้ยังสามารถเก็บบันทึกเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเรียกใช้งานแฟ้มข้อมูลที่ได้เก็บบันทึกไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น
ฮาร์ดดสิ ก,์ ดิสกเ์ กตต์และซดี รี อม ฯลฯ ข้นึ มาใช้งานในภายหลงั ไดท้ ำใหก้ ารทำงานกบั เอกสารสะดวกและรวดเรว็ มากยิง่ ขึ้น
3. ประโยชน์ของโปรแกรมประมวลผลคำมอี ะไรบ้าง
1. ช่วยให้การจัดเกบ็ และคน้ หาเอกสารมีความรวมเรว็ มากข้ึน
2. ชว่ ยลดปริมาณกระดาษท่จี ัดเกบ็ ทำใหป้ ระหยดั พื้นท่ใี นการเก็บเอกสาร
3. ช่วยลดขัน้ ตอนในการจดั ทำเอกสาร
4. ช่วยประหยดั เวลาและค่าใชจ้ ่ายในการจัดพิมพ์
5. ช่วยสรา้ งเอกสารใหม้ ีความสวยงาม ท้งั นี้เพราะผู้ใชส้ ามารถนำรปู ภาพ
6. ชว่ ยให้การทำงานกับเอกสารถูกต้องและมขี ้อผดิ พลาดลดน้อยลง
4. ความสามารถของโปรแกรมประมวลผลคำมีอะไรบ้าง
1. การดำเนินการตามมาตรฐานเกีย่ วกับการป้อนและแก้ไขขอ้ มูล
- การยา้ ยเมาส์พอยเตอรไ์ ปที่ตำแหน่งใดๆ บนหนา้ จอ
- การเลือ่ นเอกสารขนึ้ ลงได้
- การข้ึนบรรทัดใหม่อัตโนมตั ิ
- การแทรกและลบข้อมลู
- การคน้ หาคำ
- การแทนที่คำท่ีต้องการแก้ไขด้วยคำหรอื ข้อความใหม่
- การตรวจสอบการสะดวกคำและไวยากรณ์ของภาษาโดยอัตโนมัติ
- พจนานุกรมคำศัพท์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. การดำเนนิ การตามมาตรฐานเก่ยี วกับรปู แบบการพิมพ์
- การปรับระยะห่างระหว่างบรรทัดหรอื ย่อหน้า
- การแทรกสัญลกั ษณ์และอักษรพิเศษ
- การปรับเปลี่ยนรปู แบบตัวอักษร
- การจัดวางขอ้ มูลในรปู แบบต่างๆ เชน่ จดั ชิดซา้ ย ชดิ ขวา หรือจัดกึง่ กลาง
- การจัดระยะหา่ งระหวา่ งตวั อักษรเป็นสดั ส่วน
- การใส่ลำดับเลขหนา้ หัวกระดาษและท้ายกระดาษ
- สามารถจัดหน้าเอกสารได้หลายคอลัมนใ์ นหน่ึงหน้า
- มรี ูปแบบตวั อักษรให้เลือกใชห้ ลากหลาย
3. การดำเนนิ การขั้นสูง
- การแกไ้ ขคำผิดโดยอัตโนมัติ
- มกี ารกำหนดข้อความอตั โนมตั ิ
- มรี ูปแบบฟอร์มอัตโนมัติ
- มกี ารจดั รูปแบบโดยอตั โนมัติ
- มรี ปู แบบทางคณติ ศาสตร์
- มีการเรียงลำดบั อัตโนมตั ิ
- มคี ำแนะนำ/ชว่ ยเหลืออัตโนมตั ิ
- มีดชั นี และตารางของเนื้อหา (สารบญั )
- ทำงานร่วมกับโปรแกรมอืน่ ๆในชดุ สำนกั งานได้
- สรา้ งเอกสารรูปแบบ HTML หรอื เวบ็ เพจได้
ตอนที่ 2 จากภาพต่อไปนี้ให้นักศกึ ษาบอกส่วนประกอบของหนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Word
2019
1. แถบเคร่ืองมือดว่ น แถบเก็บปุม่ คาส่ังท่ีใช้งานบ่อย ๆ โดยโปรแกรมกาหนดค่าเรมิ่ ต้นให้ (Quick Access Toolbar) แต่สามารถ
เพิม่ เติมได้
2. แทบ็ คาสง่ั (Menu Bar) เป็นเมนูคาสง่ั หลกั ของโปรแกรมซึ่งแบง่ ออกเปน็ หมวดหมู่ เพ่ือใหง้ า่ ยตอ่ การใชง้ าน
3. แถบชอ่ื เรอื่ ง (Title Bar) แถบแสดงชอ่ื และประเภทของไฟล์
4. ริบบอน (Ribbon) แถบกลุ่มคาสง่ั ซึ่งประกอบด้วยคาส่งั ต่าง ๆ โดยจะเกบ็ รวบรวมคาส่ังไวเ้ ปน็ หมวดหมู่
5. ปุม่ ลงชื่อเพื่อเข้าใชง้ าน ลงชือ่ เพื่อเขา้ ใช้งานโปรแกรม
6. ปมุ่ ย่อ Ribbon เปน็ สาหรับย่อ Ribbon ให้เล็กท่ีสุด
7. ปุม่ ควบคุมหน้าตา่ ง เป็นปุ่มจดั การกับตา่ งโปรแกรมทีเ่ ปิดใชง้ นอยูโ่ ปรแกรม (Control Menu)
8. ป่มุ กน้ั หน้าไมบ้ รรทัด ไมบ้ รรทัด เป็นส่วนทแ่ี สดงมาตราส่วนเช่นเดียวกบั ไมบ้ รรทดั ทัว่ ไป เพื่อบอก (Ruler) ระยะของ ข้อความใน
เอกสาร มที ้ังแนวนอนและ แนวตง้ั ใชไ้ ดท้ ง้ั เป็นน้วิ และเซนติเมตร
9. ตาแหน่งพมิ พ์ เปน็ เครื่องหมายที่บอกตาแหน่งการพมิ พง์ าน (Cursor)
10. แถบสถานะ เปน็ สว่ นทแี่ สดงสถานการณท์ างานตา่ ง เช่น กาลังทางานอยู่ท่ีหน้าใด จำนวน (Status Bar) หน้าเอกสารทงั้ หมด จาน
วนคาท้ังหมด โหมดภาษา ปุ่มเปลย่ี นมมุ มองเอกสารและเปอรเ์ ซน็ ต์การปรบั ยอ่ -ขยายแอกสาร
ตอนที่ 3 ใหน้ ักศึกษาปฏบิ ตั ติ ามคสัง่ ต่อไปนี้
1. เขา้ สูโ่ ปรแกรม Microsoft Word และสร้างเอกสารใหม่ โดยพิมพข์ ้อความตามท่ีกำหนดให้ จดั รูปแบบราชการ พร้อมทั้งบนั ทึก
ไฟล์เอกสารชอ่ื ใบงานที่ 4 การพมิ พห์ นังสอื ราชการ
ประกาศมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
เรอื่ ง กำหนดรหัสและเลขบตั รประจำกำกับหนังสือราชการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตเฉลมิ พระเกรี ยติ จังหวัดสกลนคร
--------------------------------
อนุสนประกาศสภามหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ เรื่อง การจัดตั้งคณะ สำนัก และสำนักงาน-วทิ ยาเขตทจ่ี งั หวดั สกลนคร และ
ประกาศมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง กำหนดเขตการศกึ ษามหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตเฉลมิ พระเกีรยติ จงั หวดั
สกลนคร ใหเ้ ปน็ วิทยาเขต ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 โดยใหม้ ีผลวันที่ 8 และ 9 มถิ ุนายน 2543 ตามลำดบั แลว้ นนั้
เพ่ือใหก้ ารบรหิ ารงานเอกสารดำเนนิ ไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าด้วยงานสาร
บรรณ พ.ศ. 2526 มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์จึงไดย้ กเลกิ รหสั และเลขประจำกำกับหนงั สอื ราชการ ที่ ทม 0401.25 ของสำนักงาน
โครงการจัดตงั้ วิทยาเขตสกลนคร (ภูพานกาญจนาภเิ ษก) ชื่อเดิมก่อนเปลยี่ นเปน็ พระราชทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต
เฉลิมพระเกีรยติ จังหวัดสกลนคร ตามประกาศลงวนั ท่ี 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 และกำหนดรหสั และเลขประจำกำกบั หนังสือ
ราชการของวิทยาเขตเฉลมิ พระเกรี ยติ จังหวัดสกลนคร ดังน้ี
สำนกั งานวทิ ยาเขต ท่ี ทม 0470/
คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร ท่ี ทม 0471/
คณะวิทยาศาสตร์และวศิ วกรรมศาสตร์ ที่ ทม 0472/
คณะศลิ ปะศาสตรแ์ ละวทิ ยาการจดั การ ที่ ทม 0473/
สานกั วทิ ยาบริการ ที่ ทม 0474/
ทัง้ น้ี ต้งั แตว่ ันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2543 เป็นตน้ ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
(นายพงศกั ดิ์ โพธ์ทิ อง)
อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
ใบงานท่ี 5
แฟ้มสะสมผลงาน
วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจัดการอาชีพ
สาขาวชิ า
เพาะเลีย้ งสตั วน์ ำ้
โดย
นายพงศักด์ิ โพธิ์ทอง
รหสั นกั ศกึ ษา
63306010003
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง
สถาบนั อาชีวเกษตรภาคใต้
ใบงานท่ี 6
ตารางการหาคา่ ผลรวมโดยการคานวน
รหสั วชิ า ชื่อวชิ า ห ่นวยการเ ีรยน
คะแนนระห ่วางภาค
คะแนนปลายภาค
คะแนนรวม
ผลการเ ีรยน
ดร 221 ดนตรสี ากล 2 69 21 90 4
บห 300 การรหิ าร 1.5 72 18 90 4
จศ 202 จติ วทิ ยาพัฒนาการ 1 66 24 90 4
นน 301 แนะแนวเบอื้ งตน้ 2 55 15 70 3
ทน 301 เทคโน ฯ การศกึ ษา 1 56 16 72 3
สข 412 สวัสดกิ ารศกึ ษา 0.5 71 23 94 4
วผ 401 วดั ผลการศกึ ษา 2.5 63 22 85 4