The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Omegaverse, 2020-10-24 00:37:31

นางสาวอัจฉรา จันปาน

63305010008

แฟ้มสะสมผลงาน

วชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เพื่อการจดั การอาชีพ

สาขาวชิ า เพาะเลยี้ งสัตว์นา้
ประจาปี การศึกษา 2563

โดย
นางสาวอจั ฉรา จนั ปาน
รหัสนักศึกษา 63306010008

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง
สถาบันการอาชีวะศึกษาเกษตรภาคใต้

ใบงานท่ี1

รายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อการจดั การอาชีพ

MSi

ผจู้ ัดทำ : นางสาวอจั ฉรา จันปาน 63306010008
ใบงานท่ี 1 ความรู้เก่ยี วกับคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์โทรคมนาคม

1

ช่อื ผลิตภัณฑ์ : MSi รุ่น GE66 Raider ยีห่ อ้ MSi บริษทั ผู้ผลิต Charles Chiang ทเ่ี ปน็ ผกู้ อ่ ตั้งแบรนด์
MSi บริษทั MSi

ประเภทของเครือ่ ง : Computer notebook
ลักษณะเดน่ ของรนุ่ : วสั ดุหลักรวมถึงส่วนของฝาพับทำมาจากอลูมิเนยี มคุณภาพสงู หมุ้ ด้วยไทเทเนยี มสเี งินท่ีส่อง
ประกายฉายให้เหน็ โทนสที ีด่ ูโดดเดน่ เปน็ เอกลกั ษณ์ และในสว่ นหลกั ของแสงที่ส่องสว่างออกมาจากบรเิ วณดา้ นหน้า
ของท่วี างมือ ก็คอื ฟังก์ชน่ั Mystic Light แสดงแสงไฟแบบ Panoramic Aurora กวา่ 16.7 ลา้ นเฉดสี วสั ดุเปน็
อะคริลิคท่ีทั้งใสและสวยงาม ประกอบกับไฟ Per-Key RGB Gaming Keyboard ท่ีรว่ มพัฒนากับแบรนด์
SteelSeries ช่วยให้ได้บรรยากาศทเี่ หมาะสมในการเลน่ อย่างทไี่ มเ่ คยเป็นมาก่อน บานฝาพับถูกออกแบบโดยใช้วัสดุ
Aluminum ทางดา้ นชอ่ งระบายความร้อนของ MSI GE66 Raider จะมีมาให้ด้วยกันถึง 4 ชอ่ ง ดา้ นหลังสอง และ
ดา้ นซ้ายขวาอีกอย่างละหน่งึ ช่อง โดยใช้พดั ลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 7 เส้นดกี ว่าเดมิ ทำงานรว่ มกบั เทคโนโลยี Cooler
Boost 5 ทชี่ ่วยนำพาความร้อนออกไปอยา่ งรวดเร็ว มีหน้าจอแสดงผลขนาด 15.6” ขอบบาง ความละเอียด Full
HD ท่ี 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS คุณภาพสงู มมี ุมมองด้านซา้ ย ด้านขวาและด้านบนล่างทกี่ วา้ ง พร้อมมีคา่
Refresh Rate อยู่ท่ี 300 Hz ทำใหภ้ าพปรากฏออกมามีความลน่ื ไหลแบบสดุ ๆ ดกี ว่าพวกจอ IPS 60/ 144 Hz /
240Hz แบบรูส้ ึกได้ ทงั้ การดภู าพ ดวู ดิ โี อ และเล่นเกม สบายตาสมจริงกวา่ อยา่ งเห็นไดช้ ัด ตอบสนองการเล่นเกม
สำหรับเกมเมอรท์ จ่ี ริงจงั หรือคนทีต่ อ้ งการประสบการณ์ใช้งานหน้าจอลน่ื ไหลแบบท่ีสุด
ระบบปฏิบัติการท่ีใช้ : Windows 10 Home (64 Bit)

2

หนว่ ยประมวลผลของเครอื่ ง : - CPU : Intel Core i9-10980HK
- การ์ดจอ : NVIDIA GeForce RTX 2070 Super (8GB GDDR6)
- RAM : 32GB DDR4 2666 MHz
- DISPLAY : 15.6 " (1920x1080) Full HD IPS 240Hz
- SSD/HDD : 1TB SSD M.2
- Web Camera : FHD Camera

ขนาดหน้าจอ : 15.6”
ความละเอียดหน้าจอ : IPS 240Hz
คุณสมบัตพิ เิ ศษ ท่แี ตกตา่ งจากรุ่นอื่น ๆ : วัสดหุ ลักรวมถึงส่วนของฝาพับทำมาจากอลูมิเนียมคุณภาพสูง มีคา่
Refresh Rate อยทู่ ่ี 300 Hz ทำใหภ้ าพปรากฏออกมามีความลน่ื ไหลแบบสุดๆ ดีกว่าพวกจอ IPS 60/ 144 Hz /
240Hz แบบร้สู กึ ได้ ท้ังการดูภาพ ดูวดิ โี อ และเลน่ เกม สบายตาสมจริงกวา่ อย่างเห็นได้ชัด ตอบสนองการเล่นเกม
สำหรับเกมเมอรท์ ี่จริงจงั

3

4

ใบงานท่ี 2



เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์

นางสาวอจั ฉรา จันปาน
เลขที่ 8

เลขประจาตวั นักศึกษา 6330601000

จดั ทำโดย

08

เครือข่ายคอมพวิ เตอร์

กลุ่มของคอมพวิ เตอร์จำนวนต้งั แต่สองเคร่ือง
เช่ือมต่อกนั เพอ่ื ใหผ้ ใู้ ชใ้ นเครือขำ่ ยสำมำรถ
อุปกรณ์ต่ำง ๆ ในเครือขำ่ ยร่วมกนั ได้

งข้ึนไป และอปุ กรณ์ต่ำงๆ ท่ีถูกนำมำ
ถติดต่อส่ือสำร แลกเปล่ียนขอ้ มูล และใช้

เครือข่ายทใ่ี ช้การ ระบบเครือขำ่ ยระดบ
เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เครือข่ำยระยะใกลใ้
ในพืน้ ทเ่ี ดยี วกนั หรือ เดียวกนั หรืออำคำร

ใกล้เคยี งกนั

บั ทอ้ งถ่ิน (Local Area Network : LAN) เป็ น
ใชก้ นั อยใู่ นบริเวณไม่กวำ้ งนกั อำจอยใู่ นองคก์ ร
รท่ีใกลก้ นั

การเช่ือมต่อ เครือขำ่ ยนครหลวง
เครือข่ายระหว่าง MAN) เป็ นเครือข่ำ
กำรเชื่อมต่อเครือข
สานักงาน ระยะทำงไกลกนั ก
ออพติก หรือบำงค

ง หรือแมน (Metropolitan Area Network :

ำยท่ีใชเ้ ชื่อมโยงแลนท่ีอยหู่ ่ำงไกลออกไป เช่น
ข่ำยระหวำ่ งสำนกั งำนที่อำจอยคู่ นละอำคำรและมี

กำรเชื่อมต่อเครือขำ่ ยชนิดน้ีอำจใชส้ ำยไฟเบอร์
คร้ังอำจใชไ้ มโครเวฟเช่ือมต่อ

การส่ือสารข้อมูล กระบวนกำรถ่ำยโ

เลขฐำนสอง ของ
ข้ึนไป ผำ่ นตวั กล
จุดประสงคเ์ พอ่ื ต
ผรู้ ับเกิดควำมเขำ้

โอน หรือแลกเปลี่ยนขอ้ มูลในรูปแบบ
งอปุ กรณ์หรือเครื่องคอมพวิ เตอร์ต้งั แต่ 2 เคร่ือง
ลำงในกำรสื่อสำรขอ้ มูล กำรสื่อสำรขอ้ มูลมี
ติดต่อ และเปล่ียนขอ้ มูลข่ำวสำร เพ่ือใหผ้ สู้ ่งและ
ำใจซ่ึงกนั และกนั

องค์ประกอบ ระบบกำรสื่อสำร
พืน้ ฐานของระบบ คือ
การสื่อสารข้อมูล 1.ผสู้ ่งหรืออปุ กรณ
ส่ือสำร มีหนำ้ ที่เต
2.ผรู้ ับหรืออปุ กร
ส่ือสำร มีหนำ้ ที่ร

รขอ้ มูลมีองคป์ ระกอบพ้นื ฐำน 5 องคป์ ระกอบ

ณ์ส่งขอ้ มูล (Sender) เป็นตน้ ทำงของกำร
ตรียมขอ้ มูล ข่ำวสำรเพือ่ จดั ส่ง
รณ์รับขอ้ มูล (Receiver) เป็นปลำยทำงของกำร
รับขอ้ มูล ข่ำวสำรที่ผสู้ ่งจดั ส่งมำให้

องค์ประกอบ 3.ส่ือกลำง (Me
พืน้ ฐานของระบบ ขำ่ วสำรจำกตน้ ท
การสื่อสารข้อมูล 4.ข่ำวสำร (Sen
ออกเป็น 4 รูปแ
(ต่อ) (Text) รูปภำพ
5.โพรโตคอล (P
ที่ใชใ้ นกำรสื่อส
พดู คุยกนั ได้

essage) เป็นเสน้ ทำงกำรส่ือสำร เพ่อื นำขอ้ มูล
ทำงไปยงั ปลำยทำง
nder) เป็นสญั ญำณที่ส่งผำ่ นไปในส่ือกลำง แบ่ง
แบบ คือเสียง (Voice) ขอ้ มูล (Data) ขอ้ ควำม
พ (Image)
Protocol) หมำยถึง กฎระเบียบ หรือขอ้ ตกลง
สำรขอ้ มูลเพ่อื ใหผ้ รู้ ับและผสู้ ่งสำมำรถเขำ้ ใจ หรือ

สัญญาณที่ใช้ในระบบ สญั ญำณที่ใชใ้ นร
การส่ือสารข้อมูล - สญั ญำณอนำล

- สญั ญำณดิจิทล

ระบบกำรสื่อสำรขอ้ มูล 2 ประเภท คือ
ลอ็ ก (analog signal)

ลั (digital signal)

ความแตกต่างการ - แบบขนำน
ถ่ายโอนข้อมูลแบบ กำรส่งแบบขนำน
ส่ง 10011110 ท
ขนานและแบบ ขอ้ มูลที่มี 8 เส้น
อนุกรม แบบขนำน เช่น
ซ่ึงปกติจะใชส้ ำยย
ขอ้ ดี คือ ส่งขอ้ มูล
ขอ้ เสีย คือ มีรำคำ

นน้นั จะทำกำรส่งขอ้ มูลทีละหลำย ๆ บิต เช่น
ท้งั 8 บิต ออกไปพร้อมกนั โดยผำ่ นสำยส่ง
น ตวั อยำ่ งกำรใชง้ ำนท่ีเห็นชดั ของกำรส่งขอ้ มูล
กำรต่อเครื่องพิมพเ์ ขำ้ กบั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
ยำว 5 เมตร ถึง 10 เมตรเท่ำน้นั
ลไดเ้ ร็วกวำ่ แบบอนุกรม
ำแพง

ความแตกต่างการ - แบบอนุกรม
ถ่ายโอนข้อมูลแบบ กำรส่งขอ้ มูลแบ
ต่อเนื่องกนั ไป
ขนานและแบบ สุดเป็นบิตที่ 1
อนุกรม (ต่อ) สำยส่งเสน้ เดียว
กำรต่อเทอร์มินลั
เมตร ซ่ึงทำใหป้
ขอ้ ดี คือ มีรำคำ
ขอ้ เสีย คือ ส่งขอ

บบอนุกรม ขอ้ มูลจะถูกส่งออก ไปทีละบิต
เช่นถำ้ ขอ้ มูลคือ 10011110 เลข 0 ทำงขวำมือ
เรียงลำดบั ไปจนครบ 8 บิต โดยกำรส่งน้นั จะใช้
วเท่ำน้นั ตวั อยำ่ งกำรส่งขอ้ มูลแบบอนุกรม เช่น
ลเขำ้ กบั คอมพิวเตอร์แม่ท่ีอยหู่ ่ำงกนั สกั 100
ประหยดั สำย
ำถูก
อ้ มูลไดช้ ำ้ กวำ่ แบบขนำน

ส่วนที่ทำให
ดว้ ยกนั และอปุ

ส่ือกลางในการ
สื่อสารข้อมูล

หเ้ กิดกำรเชื่อมต่อระหวำ่ งอุปกรณ์ต่ำง ๆ เขำ้

ปกรณ์น้ียอมใหข้ ำ่ วสำรขอ้ มูลเดินทำงผำ่ น จำก
ผสู้ ่งไปสู่ผรู้ ับ

หน้าทข่ี องอปุ กรณ์ - สวิทช์ หรือ บร
การส่ือสาร เป็นอปุ กรณ์สำห
ประเภทเดียวกนั
เช่ือมต่อ อีเธอร์เน

(Token Ring L

กำรเช่ือมต่อ ฮำร
ไดด้ ว้ ย ควำมเร็ว

ริดจ์ (Switch, Bridge)
หรับเชื่อมต่อ เครือข่ำยทอ้ งถิ่น หรือ แลน (LAN)

ใชโ้ ปรโตคอลเดียวกนั สองวงเขำ้ ดว้ ยกนั เช่น ใช้
น็ตแลน (Ethernet LAN) หรือ โทเคนริงกแ์ ลน
LAN) ท้งั น้ี สวิทช์ หรือ บริดจ์ จะมีควำมสำมำรถใน
ร์ดแวร์ และตรวจสอบขอ้ ผิดพลำด ของกำรส่งขอ้ มูล
วในกำรส่งขอ้ มูล กม็ ิไดล้ ดลง และติดต้งั ง่ำย

หน้าทข่ี องอุปกรณ์ - มลั ติเพลก็ ซ์เซอร
การส่ือสาร (ต่อ) วธิ ีกำรเชื่อมต่อกำร
ท่ีสุดคือ กำรเชื่อม
เสียคำ่ ใชจ้ ่ำยสูงแล
ข้ึน คือกำรเช่ือมต

802.3

ร์ (Multiplexer)
รส่ือสำรระหวำ่ งผรู้ ับและผสู้ ่งปลำยทำงที่ง่ำย
มต่อแบบจุดต่อจุด (Point to Point) แต่ตอ้ ง
ละใชง้ ำนไม่เตม็ ที่ จึงมีวธิ ีกำรเชื่อมต่อท่ียงุ่ ยำก
ต่อแบบหลำยจุดซ่ึงใชส้ ำยสื่อสำรเพียงเส้น

หน้าที่ของ - ฮบั หรือ รีพีทเต
อุปกรณ์การ เป็ นอุปกรณ์ท่ีทว
สื่อสาร (ต่อ) ใหไ้ ดร้ ะยะทำงที่ย
หลงั กำรรับ-ส่ง
อุปกรณ์ชนิดน้ี ก
ขอ้ มูล จะเฉลี่ยลด
มำกข้ึน

ตอร์ (Hub, Repeater)

วน และขยำยสญั ญำณ เพ่ือส่งต่อไปยงั อปุ กรณ์อ่ืน
ยำวไกลข้ึน ไม่มีกำรเปลี่ยนแปลงขอ้ มูลก่อนและ
และไม่มีกำรใชซ้ อฟทแ์ วร์ใดๆ มำเก่ียวขอ้ งกบั

กำรติดต้งั จึงทำไดง้ ่ำย ขอ้ เสียคือ ควำมเร็วในกำรส่ง
ดลงเท่ำกนั ทุกเครื่อง เม่ือมีคอมพิวเตอร์มำเชื่อมต่อ





ใบงานท่ี 3

รายงาน เรื่อง ป๋ ุยอินทรีย-์ น้าสกดั ชีวภาพ

เสนอ
อาจารยเ์ กรียงศกั ด์ิ คงมนต์

จดั ทาโดย
นายเดชา พลั พฒั น์
นางสาวอจั ฉฉรา จนั ปาน

รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื
การจดั การอาชีพ

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2563
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง

อาเภอเมืองตรัง จงั หวดั ตรัง

เกษตรอนิ ทรีย์

เกษตรอินทรีย์ คือการทาการเกษตรดว้ ยหลกั ธรรมชาติ บนพ้ืนที่การเกษตรท่ีไม่มีสารพิษตกคา้ งและ
หลีกเล่ียงจากการปนเป้ื อนของสารเคมีทางดิน ทางนา้ และทางอากาศเพื่อส่งเสริมความอุดสมสมบูรณ์ของดิน
ความหลากหลายทางชีวภาพ ในระบบนิเวศน์และฟ้ื นฟูสิ่งแวดลอ้ มให้กลบั คืนสู่สมดุลธรรมชาติโดยไม่ใช้
สารเคมีสังเคราะห์หรือสิ่งท่ีไดม้ าจากการตดั ต่อพนั ธุกรรม ใชป้ ัจจยั การผลิตที่มีแผนการจดั การอยา่ งเป็ นระบบ
ในการผลิตภายใตม้ าตรฐานการผลิตเกษตรอินทรียใ์ หไ้ ดผ้ ลผลิตสูงอุดมดว้ ยคุณคา่ ทางอาหารและปลอดสารพิษ
โดยมีตน้ ทุนการผลิตต่าเพอ่ื คณุ ภาพชีวติ และเศรษฐกิจพอเพียง แก่มวลมนุษยชาติ และสรรพชีวิต

ข้อดขี องเกษตรอนิ ทรีย์

- ใหป้ ริมาณและคณุ ภาพผลผลิตท่ีดีกวา่
- ใหอ้ าหารปลอดสารพษิ สาหรับชีวิตท่ีดีกวา่
- ใหต้ น้ ทุนการผลิตที่ต่าเพอ่ื เศรษฐกิจที่ดีกวา่
- ใหค้ ุณภาพชีวติ และสุขภาพจิตท่ีดีกวา่
- ใหผ้ ืนดินท่ีอดุ มสมบูรณ์ดีกวา่
- ใหส้ ิ่งแวดลอ้ มที่ดีกวา่

ความเป็ นมาของมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์

ประเทศไทย ได้มีการกาหนดใช้มาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ หลงั จากผ่านการปรับปรุงแก้ไขคร้ัง
สุดทา้ ย เม่ือวนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2543 โดยคณะทางานเฉพาะกิจปรับปรุงมาตรฐานการผลิตพืชอินทรียข์ อง
ประเทศไทยและผ่าการเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารงานวิจยั และพฒั นาเกษตรอินทรีย์ กรมวิชาการ
เกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การทาป๋ ุยอนิ ทรีย์-นา้ สกดั ชีวภาพ

“ คุณสมศักด์ิ เครือวลั ย์ ” เกษตรกรทาสวนผลไม้ จังหวดั ระยอง สาขาปราชญ์เกษตร
เศรษฐกิจพอเพียง ปี 2558 เดิมทีเขาทาการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเด่ียวที่พ่ึงพาสารเคมีเป็นหลกั และ
ไดก้ ูเ้ งินจากธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพ่ือมาลงทุน แต่ประสบกบั
ภาวะขาดทุนจากสภาพพ้ืนท่ีที่ไม่เหมาะสมและมีปัญหาโรคพืช จากการผลิตแบบเดิม ๆ ที่มีตน้ ทุน
สูง จึงไม่สามารถใชห้ น้ีที่กยู้ มื มาได้

จุดเปล่ียนของการทาการเกษตรโดยไม่พ่ึงสารเคมี เร่ิมจากไดไ้ ปศึกษาดูงานกบั ธ.ก.ส. ใน
โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การทาเกษตรอินทรียต์ ามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษา
ฟาร์มตวั อย่างเกษตรกรที่ประสบความสาเร็จ ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเคมี
ติดต่อกนั เป็ นเวลานาน และจากการไดร้ ับคดั เลือกเป็ นหมอดินอาสาของกรมพฒั นาที่ดิน จึงไดม้ ี
โอกาสเดินทางไปอบรมสมั มนาในพ้นื ที่ตา่ งๆ หลายแห่ง โดยใชเ้ วลาศึกษาเรียนรู้และตดั สินใจนาน
2-3 ปี จึงตดั สินใจทาการเกษตรอินทรียต์ ามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พ่ึงพาสารเคมี
ทกุ ประเภท จนสามารถปลดหน้ีท้งั หมดได้ มีรายไดต้ ลอดท้งั ปี

วิธีการผลติ ป๋ ยุ อนิ ทรีย์

มีกระบวนการผลิต ดงั น้ี

1. วสั ดุอุปกรณ์ ประกอบดว้ ย
1.1 มูลสัตวแ์ หง้ ละเอียด 1 ส่วน
1.2 แกลบดา 1 ส่วน
1.3 อินทรียวตั ถอุ ่ืน ๆ ท่ีหาไดง้ ่าย เช่น แกลบ ชานออ้ ย ข้ีเลื่อย เปลือกถว่ั ลิสง เปลือกถว่ั เขยี ว และขยุ
มะพร้าว เป็นตน้ อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง หรือหลายอยา่ งรวมกนั 3 ส่วน
1.4 ราละเอียด 1 ส่วน
1.5 นาน้าสกดั ชีวภาพ 1 ส่วน+น้าตาล 1 ส่วน + น้า 100 ส่วน คนจนละลายเขา้ กนั ดี
1.6 กระสอบป่ านเก่าๆ สาหรับคลุมป๋ ุยที่ผสมแลว้

1.7 จอบ
1.8 พลว่ั
1.9 ฝักบวั รดน้า

2. ข้นั ตอนการทา มีดงั น้ี

2.1 เตรียมพ้ืนท่ีผสมป๋ ุยบนพ้นื ซีเมนต์ หรือถา้ เป็นพ้ืนดินใหป้ ผู า้ ยางเพ่ือป้องกนั ป๋ ยุ ซึมลงดิน
2.2 นาเอาวสั ดุตา่ ง ๆ มากองซอ้ นกนั เป็นช้นั ๆ แลว้ คลกุ เคลา้ จนเขา้ กนั ดี
2.3 เอาส่วนผสมของน้าสกดั ชีวภาพน้าตาลและออ้ ยใส่บวั ราดบนกองวสั ดุป๋ ุยหมกั คลกุ ใหเ้ ขา้ กนั ทวั่ ให้
ไดค้ วามช้ืนพอหมาดๆ อยา่ ใหแ้ หง้ หรือช้ืนเกินไป
2.4 เกลี่ยกองป๋ ุยหมกั บนพ้ืนซีเมนต์ หนาประมาณ 1-2 คืบ คลุมดว้ ยกระสอบป่ าน ทิ้งไว้ 4-5 วนั ตรวจดู
ความร้อนในวนั ที่ 2-3 ถา้ ร้อนมากอาจตอ้ งเอากระสอบท่ีคลุมออก แลว้ กลบั กองป๋ ุยเพ่ือระบายความร้อน
หลงั จากน้นั กองป๋ ุยจะค่อยๆ เยน็ ลง นาลงบรรจุกระสอบเก็บไวใ้ ชต้ ่อไป และ
2.5 บรรจุป๋ ยุ หมกั ท่ีคลกุ เคลา้ กนั ดีแลว้ ลงในกระสอบป๋ ุยไมต่ อ้ งมดั ปากถุง ต้งั ทิง้ ไวบ้ นท่อนไมห้ รือไม้
กระดานที่สามารถถา่ ยเทอากาศใตพ้ ้นื ถงุ ได้ ทิง้ ไว้ 5-7 วนั

ป๋ ุยหมกั ชีวภาพท่ีดีจะมีกล่ินหอมเหมือนเห็ด มีใยสีขาวของเช้ือราเกาะกนั เป็นกอ้ นในระหวา่ งการหมกั ถา้ ไม่เกิด
ความร้อนเลยแสดงว่าการหมักไม่ได้ผล อุณหภูมิในระหว่างการหมักที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 40-50 องศา
เซลเซียส ถา้ เราไดค้ วามช้ืนสูงเกินไปจะเกิดความร้อนสูงเกินไป ฉะน้นั ความช้ืนที่ไดต้ อ้ งพอดี ประมาณ 30%
ป๋ ุยชีวภาพเมื่อแหง้ ดีแลว้ สามารถเก็บไวไ้ ดน้ านหลายเดือน เก็บไวใ้ นท่ีแหง้ ในร่ม

สาหรับวิธีการใช้ มีดังนี้

1. ผสมป๋ ุยหมกั ชีวภาพกบั ดินในแปลงปลกู ผกั ทุกชนิดในอตั รา 1 กิโลกรัม ต่อพ้นื ท่ี 1 ตารางเมตร
2. พืชผกั อายเุ กิน 2 เดือน เช่น กะหล่าปลี ถวั่ ฝักยาว แตง และฟักทอง ใชป้ ๋ ุยหมกั ชีวภาพคลุกกบั ดินรองกน้ หลุม
ก่อนปลกู กลา้ ผกั ประมาณ 1 กามือ
3. ไมผ้ ล ควรรองกน้ หลุมดว้ ยเศษหญา้ ใบไมแ้ หง้ ฟาง และป๋ ยุ หมกั ชีวภาพ 1-2 กิโลกรัม สาหรับไมท้ ่ีปลูกแลว้
ใส่ป๋ ยุ หมกั ชีวภาพแนวทรงพุ่ม 1-2 กามือ ต่อ 1 ตารางเมตร แลว้ คลมุ ดว้ ยหญา้ แหง้ ใบไมแ้ หง้ หรือฟาง แลว้ รด
น้าสกดั ชีวภาพใหช้ ุ่ม

4. ไมด้ อก ไมป้ ระดบั ไมก้ ระถาง ควรใส่ป๋ ยุ หมกั ชีวภาพเดือนละ 1 คร้ัง คร้ังละ 1 กามือ

การทาน้าสกดั ชีวภาพ

มีกระบวนการผลิต ดงั น้ี

1. วสั ดุอุปกรณ์ ประกอบดว้ ย
1.1 ถงั หมกั ที่มีฝาปิ ดสนิท จะเป็นถงั พลาสติกหรือจะใชถ้ ุงพลาสติกก็ได้
1.2 กากน้าตาล หรือน้าตาลไดท้ กุ ชนิด
1.3 พชื อวบน้าทุกชนิด เช่น ผกั ผลไม้ รวมท้งั เปลือกผลไมอ้ วบน้าที่สดยงั ไมเ่ น่าเปื่ อย และ
1.4 หวั เช้ือจุลินทรีย์ (ถา้ ไมม่ ีใหใ้ ชส้ ารเร่ง 1 ซอง)

2. ข้นั ตอนการทา มีดงั น้ี
2.1 ผสมน้ากบั น้าตาล หรือกากน้าตาล โดยแบ่งถงั เป็น 3 ส่วน น้ากบั น้าตาลส่วนที่ 1 ผสมหวั
เช้ือจุลินทรีย์ หรือสารเร่ง 1 ซอง กวนใหเ้ ขา้ กนั
2.2 หน่ั ผกั ผลไมใ้ หเ้ ป็นชิ้นๆ ใส่ลงไปในถงั ปิ ดฝาใหส้ นิท ทิ้งไวป้ ระมาณ 10-15 วนั
2.3 เม่ือครบกาหนดจึงนาน้าสกดั ไปใชป้ ระโยชน์ได้ และ
2.4 กากท่ีเหลือจากการหมกั สามารถนาไปฝังเป็นป๋ ยุ ใหก้ บั ตน้ ไมไ้ ด้

สาหรับวิธีการใช้มีดังนี้

1. ผสมน้าสกดั ชีวภาพ อตั รา 1 ส่วน ตอ่ น้า 500-1,000 ส่วน รดตน้ ไมห้ รือฉีดพ่นบนใบ
2. เริ่มฉีดพ่นเมื่อพชื เริ่มงอกก่อนท่ีโรคและแมลงจะมารบกวน ควรทาในตอนเชา้
3. ควรใชอ้ ยา่ งสม่าเสมอ และ
4. ใชก้ บั พืชไดท้ ุกชนิด ในการเก็บรักษาควรเก็บถงั หมกั และน้ากสัดชีวภาพไวใ้ นที่ร่ม โดยจะตอ้ งปิ ดฝาใหส้ นิท
ประโยชน์ของป๋ ุยอินทรีย์และน้าสกัดชีวภาพ คือ ช่วยเสริมสร้างการทางานของจุลินทรีย์ในดินและการ
เจริญเติบโตของพืชมีราคาถูกสามารถทาไดด้ ว้ ยตนเองและใชก้ บั พชื ไดท้ กุ ชนิด

อธบิ ายเหตุผลเกีย่ วกบั การทาเกษตรอนิ ทรีย์ในเรื่องทต่ี วั เองสนใจ : อธิบายในคาบเรียน
โปรแกรมทใ่ี ช้ในสืบค้นข้อมูล : https://www.google.co.th/?hl=th
บอกวิธกี ารค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต : การหาทาง https://www.google.co.th/?hl=th เพอ่ื
คน้ หาขอ้ มูล
อ้างองิ เว็บแหล่งที่มาของข้อมูลท่ีสืบค้น : https://www.technologychaoban.com/bullet-news-
today/article_87208

ใบงานท่ี 4

ใบงานท่ี 4
ตอนท่ี 1 ให้นักศึกษาตอบคำถามใหถ้ ูกต้องและสมบูรณ์
1. จงอธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ

โปรแกรมประมวลผลคำ หรือท่ีนิยมเรยี กกนั ว่า โปรแกรมเวิร์ดโพรเซสเซอร์ (Word Processor Program) เปน็ โปรแกรมที่
ชว่ ยสรา้ งเอกสารประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งสะดวก และรวดเร็ว อาทเิ ชน่ จดหมาย บันทกึ ขอ้ ความ ใบปะหน้า โทรสาร แบบฟอร์มตา่ ง
ๆ เปน็ ตน้ โดยเก็บในส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ ผู้ใชส้ ามารถเพ่ิมเตมิ หรือแก้ไขข้อมูลทจี่ ดั เกบ็ ได้ โดยท่ีไม่ต้องพมิ พ์ ใหม่ท้ังหมด

2. จงอธิบายความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำ
ไดม้ กี ารนำโปรแกรมประมวลผลคำเขา้ มาใช้ในการพิมพเ์ อกสารและรายงานต่าง ๆ แทนเครอ่ื งพิมพ์ดดี มากข้นึ ทัง้ นี้เน่ืองจาก

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาความสามารถของตัวประมวลผลหรือโพรเซสเซอร์
(Processor) และประสทิ ธิภาพการเก็บข้อมูลของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดสิ ก,์ ดิสก์เกตต์ ทม่ี ีความจำสูงขึ้นรวมถึง
การผลิตเครื่องพิมพ์ (Printer) ความเร็วสูงประกอบกับราคาเครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงแต่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นจงึ
ทำให้สำนักงานต่าง ๆ หันมาใชเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร์เข้ามาช่วยในการประมวลข้อมูลตลอดจนการทำเอกสารและรายงานต่าง ๆ โดย
ผ่านโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) ทำให้บุคลากรในสำนักงานมีเรื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการพิมพ์เอกสาร
บทความตลอดจนรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถจัดข้อความและเลือกแบบตัวอักษร แก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุง แทรก
ข้อความ รวมข้อความหรือเอกสารจัดขอบกระดาษและตรวจดูเอกสารก่อนที่จะทำการพิมพ์เอกสารจริงออกมาทางเครื่องพิมพ์ได้
นอกจากนี้ยังสามารถเก็บบันทึกเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเรียกใช้งานแฟ้มข้อมูลที่ได้เก็บบันทึกไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น
ฮาร์ดดสิ ก,์ ดิสกเ์ กตต์และซดี รี อม ฯลฯ ข้นึ มาใช้งานในภายหลงั ไดท้ ำใหก้ ารทำงานกบั เอกสารสะดวกและรวดเรว็ มากยิง่ ขึ้น

3. ประโยชน์ของโปรแกรมประมวลผลคำมอี ะไรบ้าง
1. ช่วยให้การจัดเกบ็ และคน้ หาเอกสารมีความรวมเรว็ มากข้ึน
2. ชว่ ยลดปริมาณกระดาษท่จี ัดเกบ็ ทำใหป้ ระหยดั พื้นท่ใี นการเก็บเอกสาร
3. ช่วยลดขัน้ ตอนในการจดั ทำเอกสาร
4. ช่วยประหยดั เวลาและค่าใชจ้ ่ายในการจัดพิมพ์
5. ช่วยสรา้ งเอกสารใหม้ ีความสวยงาม ท้งั นี้เพราะผู้ใชส้ ามารถนำรปู ภาพ
6. ชว่ ยให้การทำงานกับเอกสารถูกต้องและมขี ้อผดิ พลาดลดน้อยลง

4. ความสามารถของโปรแกรมประมวลผลคำมีอะไรบ้าง
1. การดำเนินการตามมาตรฐานเกีย่ วกับการป้อนและแก้ไขขอ้ มูล
- การยา้ ยเมาส์พอยเตอรไ์ ปที่ตำแหน่งใดๆ บนหนา้ จอ
- การเลือ่ นเอกสารขนึ้ ลงได้
- การข้ึนบรรทัดใหม่อัตโนมตั ิ
- การแทรกและลบข้อมลู
- การคน้ หาคำ

- การแทนทีค่ ำทตี่ ้องการแก้ไขดว้ ยคำหรือขอ้ ความใหม่
- การตรวจสอบการสะดวกคำและไวยากรณ์ของภาษาโดยอัตโนมตั ิ
- พจนานุกรมคำศัพท์ทัง้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. การดำเนนิ การตามมาตรฐานเกี่ยวกับรปู แบบการพิมพ์
- การปรบั ระยะห่างระหว่างบรรทดั หรอื ยอ่ หน้า
- การแทรกสัญลักษณ์และอกั ษรพิเศษ
- การปรับเปลย่ี นรูปแบบตวั อักษร
- การจัดวางข้อมูลในรูปแบบตา่ งๆ เชน่ จัดชิดซ้าย ชดิ ขวา หรอื จดั กึ่งกลาง
- การจดั ระยะห่างระหว่างตัวอกั ษรเปน็ สดั สว่ น
- การใสล่ ำดบั เลขหน้า หวั กระดาษและทา้ ยกระดาษ
- สามารถจัดหน้าเอกสารไดห้ ลายคอลัมน์ในหน่ึงหนา้
- มีรูปแบบตัวอกั ษรใหเ้ ลือกใชห้ ลากหลาย
3. การดำเนนิ การข้ันสงู
- การแก้ไขคำผิดโดยอัตโนมัติ
- มีการกำหนดข้อความอตั โนมัติ
- มีรปู แบบฟอรม์ อัตโนมัติ
- มกี ารจดั รูปแบบโดยอตั โนมัติ
- มีรูปแบบทางคณติ ศาสตร์
- มกี ารเรยี งลำดบั อัตโนมตั ิ
- มคี ำแนะนำ/ชว่ ยเหลืออัตโนมัติ
- มีดัชนี และตารางของเนื้อหา (สารบญั )
- ทำงานรว่ มกับโปรแกรมอื่นๆในชุดสำนักงานได้
- สรา้ งเอกสารรปู แบบ HTML หรอื เวบ็ เพจได้

ตอนท่ี 2 จากภาพต่อไปน้ีให้นกั ศึกษาบอกสว่ นประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรม Microsoft Word
2019

1. แถบเคร่ืองมือดว่ น แถบเก็บป่มุ คาสงั่ ที่ใชง้ านบอ่ ย ๆ โดยโปรแกรมกาหนดคา่ เร่มิ ตน้ ให้ (Quick Access Toolbar) แต่สามารถ
เพ่ิมเติมได้
2. แท็บคาสง่ั (Menu Bar) เป็นเมนคู าส่งั หลกั ของโปรแกรมซึง่ แบ่งออกเปน็ หมวดหมู่ เพือ่ ให้งา่ ยต่อการใช้งาน
3. แถบชื่อเรอื่ ง (Title Bar) แถบแสดงชอื่ และประเภทของไฟล์
4. ริบบอน (Ribbon) แถบกลุ่มคาสงั่ ซ่งึ ประกอบด้วยคาสั่งต่าง ๆ โดยจะเก็บรวบรวมคาสั่งไวเ้ ป็นหมวดหมู่
5. ป่มุ ลงชอ่ื เพ่ือเขา้ ใช้งาน ลงชอ่ื เพื่อเข้าใชง้ านโปรแกรม
6. ปมุ่ ยอ่ Ribbon เปน็ สาหรับย่อ Ribbon ใหเ้ ล็กทส่ี ดุ
7. ปุ่มควบคมุ หนา้ ตา่ ง เป็นปุ่มจดั การกบั ต่างโปรแกรมที่เปิดใช้งนอยูโ่ ปรแกรม (Control Menu)
8. ปุ่มก้ันหนา้ ไมบ้ รรทดั ไม้บรรทดั เป็นส่วนทีแ่ สดงมาตราส่วนเชน่ เดยี วกบั ไม้บรรทัดทั่วไป เพอ่ื บอก (Ruler) ระยะของ ข้อความใน
เอกสาร มที ้ังแนวนอนและ แนวต้งั ใช้ได้ทัง้ เป็นนว้ิ และเซนติเมตร
9. ตาแหนง่ พิมพ์ เป็นเครื่องหมายท่ีบอกตาแหน่งการพมิ พ์งาน (Cursor)
10. แถบสถานะ เป็นสว่ นที่แสดงสถานการณ์ทางานต่าง เช่น กาลงั ทางานอยู่ท่ีหน้าใด จำนวน (Status Bar) หน้าเอกสารทง้ั หมด จาน
วนคาท้งั หมด โหมดภาษา ปุ่มเปล่ยี นมมุ มองเอกสารและเปอร์เซน็ ตก์ ารปรับยอ่ -ขยายแอกสาร
ตอนท่ี 3 ให้นักศึกษาปฏบิ ตั ติ ามคส่ังต่อไปน้ี
1. เข้าสโู่ ปรแกรม Microsoft Word และสรา้ งเอกสารใหม่ โดยพมิ พ์ข้อความตามทีก่ ำหนดให้ จดั รูปแบบราชการ พร้อมทง้ั บันทกึ
ไฟล์เอกสารชื่อ ใบงานท่ี 4 การพิมพ์หนงั สือราชการ


Click to View FlipBook Version