The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Omegaverse, 2020-10-23 00:34:57

นางสาววรรณพร เครือทอง

63305010005

แฟม้ สะสมผลงาน
วชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่

การจดั การอาชพี

นางสาววรรณพร เครอื ทอง
ชั้น ปวส 1/2 เลขที่ 5

รหัสนกั ศึกษา 63305010005
สาขาเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้

ใบงานท่ี 1

รายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพอ่ื การจัดการอาชีพ

Xiaomi

ผจู้ ดั ทำ : นายเดชา พัลพฒั น์ รหสั นักศึกษา 63306010002
นางสาววรรณพร เครอื ทอง รหัสนกั ศึกษา 63306010005
ใบงานที่ 1 ความรเู้ ก่ยี วกับคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์โทรคมนาคม

1

ช่ือผลติ ภัณฑ์ : Xiaomi รุ่น Xiaomi note 9 pro ย่หี ้อ Redmi บริษัทผู้ผลติ Lei Jun ที่เป็ นผู้ก่อต้ังแบรนด์
Xiaomi บริษัท Xiaomi Corp

ประเภทของเครอื่ ง : smartphone
ลกั ษณะเดน่ ของรุ่น : ตัวเครือ่ งมีมาตรฐานกนั นำ้ P2i ทำใหค้ ณุ มนั่ ใจได้ว่าสมาร์ทโฟน Redmi Note 9 Pro และ
Redmi Note 9 Pro Max ปลอดภัยจากอบุ ตั เิ หตนุ ำ้ กระเดน็ หรือน้ำสาดได้แน่นอน ทั้งยังมีรไู มโครโฟนเพ่มิ อีกสองตัว
เพอื่ ตดั เสียงรบกวน ส่วนหน้าจอแสดงผลนอกจากมขี นาดใหญแ่ ล้ว ยงั มีโหมดใช้งานกลางแจ้ง, โหมดกลางคนื , โหมด
ถนอมสายตาอกี ด้วย มาพรอ้ มกลอ้ งหลังเลนสม์ ุมกว้างถงึ 119 องศา เพื่อให้คณุ เก็บภาพไดร้ ายละเอยี ดมากกว่าทเี่ คย
และทีส่ ำคญั มเี ทคโนโลยพี ืน้ ทเี่ กบ็ ข้อมูลภายในแบบ UFS 2.1 จึงถา่ ยโอนข้อมูล หรือบนั ทึกข้อมูลได้รวดเร็ว นอกจากนี้
ตวั เครอื่ งยังมีระบบการส่นั ด้วยแกนทง้ั หก เพื่อมอบประสบการณ์การใชง้ านที่รสู้ ึกสมั ผัสไดท้ งั้ การเล่นเกม, การชมคอน
เทนต์ หรอื การใชง้ านตา่ งๆ
ระบบปฏิบตั ิการที่ใช้ : Android 10 ครอบทับด้วย MIUI11 (Mi User Interface)
หนว่ ยความจำของเคร่อื ง : RAM 6/6GB ROM 64/128GB
หน่วยประมวลผลของเครอื่ ง : หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core

- ความเรว็ : 2.3 GHz
หนว่ ยประมวลผลกราฟิกส์ (GPU) : Adreno 618
กล้องหนา้ มีความละเอียด : 16 ลา้ นพกิ เซล รรู ับแสง f/2.48
กลอ้ งหลัง มีความละเอียด : กลอ้ งหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช
- เลนสห์ ลัก ความละเอยี ด 64MP รรู ับแสง f/1.79
- เลนสม์ ุมกว้าง ความละเอียด 8MP รรู ับแสง f/2.2
- เลนสม์ าโคร ความละเอียด 5MP รูรับแสง f/2.2

2

- เลนสช์ ัดลึก ความละเอียด 2MP รูรบั แสง f/2.4
ขนาดหนา้ จอ : 6.67 นวิ้
ความละเอียดหน้าจอ : 1080 x 2400 พิกเซล
คุณสมบตั ิพเิ ศษ ที่แตกตา่ งจากรุน่ อ่นื ๆ : เซ็นเซอรล์ ายน้ิวมือด้านข้าง รองรับการชาร์จเรว็ 30 วัตตพ์ ร้อมหัวชาร์จเร็ว
33 วตั ต์ในกล่อง ท่สี ามารถชาร์จได้ 57% ใน 30 นาที

3

ใบงานท่ี 2

22/10/63

เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
จดั ทาํ โดย

 นายวฒั นา สมนวน เลขที 6
เลขประจาํ ตวั นักศกึ ษา 63306010006
 นางสาววรรณพร เครอื ทอง เลขที 5
เลขประจาํ ตวั นักศกึ ษา 63306010005

1

22/10/63

เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์

กลุ่มของคอมพิวเตอร์จํานวนตงั แต่สองเครอื งขนึ ไป และอุปกรณ์ต่างๆทีถูกนํามา
เชอื มต่อกนั เพอื ใหผ้ ใู้ ช้ในเครอื ขา่ ยสามารถตดิ ต่อสอื สาร แลกเปลยี นขอ้ มลู และใช้อุปกรณ์
ตา่ งๆ ในเครอื ขา่ ยรว่ มกนั ได้

เครือขา่ ยทีใช้การเชือมโยงอปุ กรณ์ต่างๆ ในพืนทีเดียวกนั
หรือใกล้เคียงกนั

ระบบเครอื ขา่ ยระดบั ทอ้ งถนิ (Local Area Network : LAN) เป็นเครอื ขา่ ยระยะใกลใ้ ชก้ นั
อยใู่ นบรเิ วณไมก่ วา้ งนกั อาจอยใู่ นองคก์ รเดยี วกนั หรอื อาคารทใี กลก้ นั

2

22/10/63

การเชือมต่อเครอื ข่ายระหว่างสาํ นักงาน

เครอื ขา่ ยนครหลวง หรอื แมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครอื ขา่ ยทใี ช้
เชอื มโยงแลนทอี ยหู่ ่างไกลออกไป เชน่ การเชอื มต่อเครอื ขา่ ยระหว่างสาํ นกั งานทอี าจอยคู่ นละ
อาคารและมรี ะยะทางไกลกนั การเชอื มต่อเครอื ขา่ ยชนิดนีอาจใชส้ ายไฟเบอรอ์ อพตกิ หรอื บางครงั
อาจใชไ้ มโครเวฟเชอื มตอ่

การสือสารข้อมูล

กระบวนการถ่ายโอน หรอื แลกเปลียนขอ้ มูลในรูปแบบเลขฐานสอง ของอุปกรณ์หรอื
เครอื งคอมพวิ เตอรต์ งั แต่ 2 เครอื งขนึ ไป ผ่านตวั กลางในการสอื สารขอ้ มูล การสอื สารขอ้ มลู มี
จุดประสงค์เพอื ตดิ ต่อ และเปลยี นขอ้ มลู ขา่ วสาร เพอื ใหผ้ สู้ ่งและผรู้ บั เกดิ ความเขา้ ใจซงึ กนั และ
กนั

3

22/10/63

องคป์ ระกอบพนื ฐานของระบบการสือสารข้อมูล

ระบบการสอื สารขอ้ มลู มอี งคป์ ระกอบพนื ฐาน 5 องคป์ ระกอบ คอื
1.ผสู้ ่งหรอื อปุ กรณ์สง่ ขอ้ มลู (Sender) เป็นตน้ ทางของการสอื สาร มี

หน้าทเี ตรยี มขอ้ มลู ขา่ วสารเพอื จดั สง่
2.ผรู้ บั หรอื อุปกรณ์รบั ขอ้ มลู (Receiver) เป็นปลายทางของการ

สอื สาร มหี น้าทรี บั ขอ้ มลู ขา่ วสารทผี สู้ ่งจดั สง่ มาให้

องคป์ ระกอบพนื ฐานของระบบการสือสารขอ้ มูล
(ต่อ)

3.สอื กลาง (Message) เป็นเสน้ ทางการสอื สาร เพอื นําขอ้ มลู ขา่ วสาร
จากตน้ ทางไปยงั ปลายทาง

4.ขา่ วสาร (Sender) เป็นสญั ญาณทสี ง่ ผ่านไปในสอื กลาง แบง่
ออกเป็น 4 รปู แบบ คอื เสยี ง (Voice) ขอ้ มลู (Data) ขอ้ ความ (Text)
รปู ภาพ (Image)

5.โพรโตคอล (Protocol) หมายถงึ กฎระเบยี บ หรอื ขอ้ ตกลงทใี ชใ้ น
การสอื สารขอ้ มลู เพอื ใหผ้ รู้ บั และผสู้ ง่ สามารถเขา้ ใจ หรอื พดู คยุ กนั ได้

4

22/10/63

สญั ญาณทีใช้ในระบบการสือสารข้อมูล

สญั ญาณทใี ชใ้ นระบบการสอื สารขอ้ มลู 2 ประเภท คอื
 สญั ญาณอนาลอ็ ก (analog signal)

 สญั ญาณดจิ ทิ ลั (digital signal)

ความแตกต่างการถ่ายโอนขอ้ มลู แบบขนานและ
แบบอนกุ รม

 แบบขนาน
การสง่ แบบขนานนนั จะทาํ การสง่ ขอ้ มลู ทลี ะหลาย ๆ บติ เช่น สง่ 100

11110 ทงั 8 บติ ออกไปพรอ้ มกนั โดยผา่ นสายส่งขอ้ มลู ทมี ี 8 เสน้ ตวั อย่าง
การใชง้ านทเี หน็ ชดั ของการสง่ ขอ้ มลู แบบขนาน เชน่ การตอ่ เครอื งพมิ พเ์ ขา้
กบั เครอื งคอมพวิ เตอร์ ซงึ ปกตจิ ะใชส้ ายยาว 5 เมตร ถงึ 10 เมตรเทา่ นนั

ขอ้ ดี คอื สง่ ขอ้ มลู ไดเ้ รว็ กวา่ แบบอนุกรม
ขอ้ เสยี คอื มรี าคาแพง

5

22/10/63

ความแตกต่างการถ่ายโอนข้อมลู แบบขนานและ
แบบอนกุ รม (ต่อ)

 แบบอนุกรม
การส่งข้อมูลแบบอนุกรม ข้อมูลจะถูกส่งออก ไปทีละบิต

ต่อเนืองกนั ไป เช่นถ้าขอ้ มลู คอื 10011110 เลข 0 ทางขวามอื สุดเป็น
บติ ที 1 เรยี งลาํ ดบั ไปจนครบ 8 บติ โดยการสง่ นันจะใชส้ ายสง่ เสน้ เดยี ว
เท่านัน ตวั อย่างการส่งขอ้ มูลแบบอนุกรม เช่นการต่อเทอร์มนิ ัลเขา้ กบั
คอมพวิ เตอร์แมท่ อี ย่หู า่ งกนั สกั 100 เมตร ซงึ ทาํ ใหป้ ระหยดั สาย

ขอ้ ดี คอื มรี าคาถกู
ขอ้ เสยี คอื สง่ ขอ้ มลู ไดช้ า้ กวา่ แบบขนาน

สือกลางในการสือสารข้อมลู

สว่ นทที าํ ใหเ้ กดิ การเชอื มตอ่ ระหวา่ งอปุ กรณ์ตา่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั
และอปุ กรณ์นยี อมใหข้ า่ วสารขอ้ มลู เดนิ ทางผา่ น จากผสู้ ง่ ไปสผู่ รู้ บั

6

22/10/63

หน้าทีของอปุ กรณ์การสือสาร

 สวทิ ช์ หรอื บรดิ จ์ (Switch, Bridge)
เป็นอุปกรณ์สาํ หรบั เชอื มต่อ เครอื ขา่ ยทอ้ งถนิ หรอื แลน (LAN)

ประเภทเดยี วกนั ใชโ้ ปรโตคอลเดยี วกนั สองวงเขา้ ดว้ ยกนั เช่น ใชเ้ ชอื มต่อ อี
เธอรเ์ น็ตแลน (Ethernet LAN) หรอื โทเคนรงิ กแ์ ลน (Token Ring LAN)
ทงั นี สวทิ ช์ หรอื บรดิ จ์ จะมคี วามสามารถในการเชอื มต่อ ฮารด์ แวร์ และ
ตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด ของการสง่ ขอ้ มลู ไดด้ ว้ ย ความเรว็ ในการสง่ ขอ้ มลู กม็ ไิ ด้
ลดลง และตดิ ตงั งา่ ย

หน้าทีของอปุ กรณ์การสือสาร (ต่อ)

 มลั ตเิ พลก็ ซ์เซอร์ (Multiplexer)
วธิ กี ารเชอื มต่อการสอื สารระหวา่ งผรู้ บั และผสู้ ง่ ปลายทางทงี า่ ยทสี ดุ คอื

การเชอื มต่อแบบจดุ ต่อจดุ (Point to Point) แตต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยสงู และใช้
งานไม่เตม็ ที จงึ มวี ธิ กี ารเชอื มตอ่ ทยี ุง่ ยากขนึ คอื การเชอื มตอ่ แบบหลายจดุ ซงึ
ใชส้ ายสอื สารเพยี งเสน้ 802.3

7

22/10/63

หน้าทีของอปุ กรณ์การสือสาร (ต่อ)

 ฮบั หรอื รพี ที เตอร์ (Hub, Repeater)
เป็นอปุ กรณ์ทที วน และขยายสญั ญาณ เพอื สง่ ต่อไปยงั อปุ กรณ์อนื ให้

ไดร้ ะยะทางทยี าวไกลขนึ ไมม่ กี ารเปลยี นแปลงขอ้ มลู กอ่ นและหลงั การรบั -สง่
และไมม่ กี ารใชซ้ อฟทแ์ วรใ์ ดๆ มาเกยี วขอ้ งกบั อุปกรณ์ชนิดนี การตดิ ตงั จงึ ทาํ
ไดง้ า่ ย ขอ้ เสยี คอื ความเรว็ ในการส่งขอ้ มลู จะเฉลยี ลดลงเทา่ กนั ทกุ เครอื ง เมอื
มคี อมพวิ เตอรม์ าเชอื มตอ่ มากขนึ

8

ใบงานท่ี 3

รายงาน

เร่ือง…การเลยี้ งปลาตะเพยี นแบบเกษตรอนิ ทรีย์

เสนอ
คุณครูเกรียงศักด์ิ คงมนต์

จัดทาโดย
นายพงศักด์ิ โพธ์ิทอง
นางสาววรรณพร เครือทอง
นักศึกษาระดับช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ช้ันปี ที่ 1

รายงานนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ

เกษตรอนิ ทรีย์

เกษตรอินทรีย์ คือการทาการเกษตรดว้ ยหลกั ธรรมชาติ บนพ้ืนที่การเกษตรท่ีไม่มีสารพิษตกคา้ งและ
หลีกเล่ียงจากการปนเป้ื อนของสารเคมีทางดิน ทางน้า และทางอากาศเพื่อส่งเสริมความอุดสมสมบูรณ์ของดิน
ความหลากหลายทางชีวภาพ ในระบบนิเวศน์และฟ้ื นฟูส่ิงแวดล้อมให้กลบั คืนสู่สมดุลธรรมชาติโดยไม่ใช้
สารเคมีสังเคราะห์หรือส่ิงที่ไดม้ าจากการตดั ต่อพนั ธุกรรม ใชป้ ัจจยั การผลิตที่มีแผนการจดั การอยา่ งเป็ นระบบ
ในการผลิตภายใตม้ าตรฐานการผลิตเกษตรอินทรียใ์ ห้ไดผ้ ผลิตสูงอุดมดว้ ยคุณค่าทางอาหารและปลอดสารพิษ
โดยมีตน้ ทนุ การผลิตต่าเพอื่ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจพอเพียง แก่มวลมนุษยชาติ และสรรพชีวติ

ข้อดีของเกษตรอนิ ทรีย์

- ใหป้ ริมาณและคณุ ภาพผลผลิตท่ีดีกวา่

- ใหอ้ าหารปลอดสารพิษสาหรับชีวิตท่ีดีกวา่

- ใหต้ น้ ทนุ การผลิตท่ีต่าเพอ่ื เศรษฐกิจที่ดีกวา่

- ใหค้ ณุ ภาพชีวติ และสุขภาพจิตท่ีดีกวา่

- ใหผ้ ืนดินที่อดุ มสมบรู ณ์ดีกวา่

- ใหส้ ่ิงแวดลอ้ มท่ีดีกวา่

ความเป็ นมาของมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์

ประเทศไทย ไดม้ ีการกาหนดใช้มาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ หลงั จากผ่านการปรับปรุงแก้ไขคร้ัง
สุดทา้ ย เมื่อวนั ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2543 โดยคณะทางานเฉพาะกิจปรับปรุงมาตรฐานการผลิตพืชอินทรียข์ อง
ประเทศไทยและผ่าการเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารงานวิจยั และพฒั นาเกษตรอินทรีย์ กรมวิชาการ
เกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การเลยี้ งปลาตะเพยี นแบบเกษตรอนิ ทรีย์

นายมีศกั ด์ิ ภกั ดีคง อธิบดีกรมประมง เปิ ดเผยวา่ ปัจจุบนั ปลาตะเพียน ใน จ.ยโสธร ไม่เพยี งพอตอ่ ความ
ตอ้ งการ จึงจาเป็นตอ้ งหาซ้ือมาจากภาคกลาง กรมประมงจึงเขา้ ปรับเปล่ียนแนวคิด และพฤติกรรมการเล้ียงปลา
ตะเพียนใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ เป็นการเล้ียงปลาตะเพียนแบบเกษตรอินทรีย์ โดยอาหารแบบอินทรียค์ ือ
ไขน่ ้า หรือที่ภาคอีสาน เรียกวา่ ผา มาเป็นอาหารปลา ตามนโยบายขบั เคล่ือนพฒั นาเกษตรอินทรีย์ ใหเ้ กิดผลเป็น
รูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขบั เคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ เป็ นกลไก
สาคญั ในการดาเนินงานพฒั นา มีเป้าหมายขยายพ้ืนท่ีเกษตรอินทรียท์ ้งั ประเทศเพ่ิมข้ึนไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี
พร้อมนาร่องใหจ้ งั หวดั ยโสธรเป็นตน้ แบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือ ยโสธรโมเดล

น.ส. ช่ืนดวงใจ คงบาล นกั วชิ าการส่งเสริมการเกษตรชานาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าววา่ ไข่น้า
(ผา) มีโปรตีนสูง 40% ของน้าหนกั แห้ง จากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้า พบวา่ ใน 100 กรัม
น้าหนักแห้ง ให้พลงั งานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25
มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยงั มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และมีกรดอะมิโนท่ีจาเป็ นหลายชนิด
เช่น ลิวซีนวาลีน ฟี นิวอลานีน ฯลฯ เป็นต้น การใชไ้ ข่น้าหรือผามาใหเ้ ป็นอาหารปลากินพืชจึงเป็ นทางเลือกใน
การเดินเขา้ สู่แนวทางเบ้ืองตน้ ของการเล้ียงสัตวน์ ้าแบบเกษตรอินทรีย์

นายคาเส็ง องอาจ กล่าวเพ่ิมเติมในฐานะเกษตรกรท่ีทดลองเล้ียงสัตวน์ ้าแบบเกษตรอินทรียว์ า่ เดิมทีที่
บา้ นทานาขา้ วปลูกขา้ ว แต่เมื่อ ปี 2559 ทางสานกั งานประมงจงั หวดั ยโสธร ไดเ้ ขา้ มาส่งเสริมใหข้ ดุ บอ่ เล้ียงปลา
พร้อมหาตลาดในการจาหน่ายปลาให้ แต่เน่ืองจากตวั ผมไม่ค่อยจะมีความรู้ดา้ นการประมงมากเท่าท่ีควร จึงยงั
ไม่กลา้ ท่ีจะลงทนุ เล้ียงปลาอยา่ งเต็มตวั ทางกรมประมงจึงเร่ิมใหท้ ดลองเล้ียงปลาตะเพยี นในนาขา้ วไปก่อน โดย
ใน ปี 2559 สามารถจบั ปลาข้นึ ขายไดก้ าไร ประมาณ 30,000 บาท

เม่ือเร่ิมมีผลกาไรใหเ้ ห็น จึงไดท้ าบ่อ ขนาด 600 ตร.ม. เพ่ือทดสอบการเล้ียงสตั วน์ ้าอินทรียแ์ ละไดป้ ล่อย
พนั ธุ์สัตวน์ ้าลงบ่อเล้ียง ในวนั ที่ 12 พ.ค. 2560 โดยไดเ้ ลือกปล่อยพนั ธุ์ปลากินพืช จานวน 1,000 ตวั ไดแ้ ก่ ปลา
ตะเพียน 750 ตวั ปลานิล 200 ตวั และปลาไน 50 ตวั ขนาดต้งั แต่ 4.5-5.0 ซ.ม. และใชไ้ ข่น้าหรือผา และหญา้ เน
เปี ยร์ บดใหเ้ ป็นอาหาร วนั ละ 2 คร้ัง เชา้ -เยน็ คร้ังละประมาณ 20 กก. (น้าหนกั เปี ยก) ปัจจุบนั พบวา่ ปลาดงั กล่าว
โตเร็ว อีกท้งั ขนาดของปลายงั มีขนาดเท่าๆ กนั

อธิบายเหตุผลเกยี่ วกบั การทาเกษตรอนิ ทรีย์ในเร่ืองทตี่ วั เองสนใจ : อธิบายในคาบเรียน
โปรแกรมที่ใช้ในสืบค้นข้อมูล : https://www.google.co.th/?hl=th
บอกวิธกี ารค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต : การหาทาง https://www.google.co.th/?hl=th เพื่อคน้ หาขอ้ มลู
อ้างองิ เว็บแหล่งทมี่ าของข้อมูลทสี่ ืบค้น : https://www.technologychaoban.com/fishery-
technology/article_32180

ใบงานท่ี 4

ใบงานที่ 4

ตอนท่ี 1 ให้นักศึกษาตอบคำถามใหถ้ ูกต้องและสมบรู ณ์
1. จงอธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ

โปรแกรมประมวลผลคำ หรือท่นี ิยมเรียกกนั วา่ โปรแกรมเวริ ด์ โพรเซสเซอร์ (Word Processor Program) เปน็ โปรแกรมที่
ชว่ ยสร้างเอกสารประเภทตา่ ง ๆ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว อาทเิ ช่น จดหมาย บนั ทกึ ข้อความ ใบปะหนา้ โทรสาร แบบฟอรม์ ตา่ ง
ๆ เปน็ ต้น โดยเก็บในส่ือ อิเลก็ ทรอนกิ ส์แทนกระดาษ ผู้ใช้สามารถเพิ่มเตมิ หรอื แก้ไขขอ้ มูลทีจ่ ดั เกบ็ ได้ โดยท่ีไม่ต้องพมิ พ์ ใหมท่ ้งั หมด

2. จงอธิบายความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำ
ได้มีการนำโปรแกรมประมวลผลคำเขา้ มาใชใ้ นการพมิ พ์เอกสารและรายงานตา่ ง ๆ แทนเครอื่ งพิมพ์ดดี มากขน้ึ ทัง้ น้ีเนื่องจาก

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาความสามารถของตัวประมวลผลหรือโพรเซสเซอร์
(Processor) และประสิทธภิ าพการเกบ็ ข้อมลู ของหนว่ ยเก็บข้อมูลสำรองต่าง ๆ เชน่ ฮาร์ดดิสก,์ ดสิ กเ์ กตต์ ท่มี ีความจำสูงขึ้นรวมถึง
การผลิตเครื่องพิมพ์ (Printer) ความเร็วสูงประกอบกับราคาเครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงแต่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นจงึ
ทำให้สำนักงานต่าง ๆ หันมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการประมวลขอ้ มูลตลอดจนการทำเอกสารและรายงานต่าง ๆ โดย
ผ่านโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) ทำให้บุคลากรในสำนักงานมีเรื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการพิมพ์เอกสาร
บทความตลอดจนรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถจัดข้อความและเลือกแบบตัวอักษร แก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุง แทรก
ข้อความ รวมข้อความหรือเอกสารจัดขอบกระดาษและตรวจดูเอกสารก่อนที่จะทำการพิมพ์เอกสารจริงออกมาทางเครื่องพิมพ์ได้
นอกจากนี้ยังสามารถเก็บบันทึกเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเรียกใช้งานแฟ้มข้อมูลที่ได้เก็บบันทึกไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น
ฮารด์ ดสิ ก,์ ดสิ กเ์ กตตแ์ ละซีดรี อม ฯลฯ ขนึ้ มาใชง้ านในภายหลังได้ทำใหก้ ารทำงานกบั เอกสารสะดวกและรวดเรว็ มากย่ิงขนึ้

3. ประโยชนข์ องโปรแกรมประมวลผลคำมอี ะไรบ้าง
1. ช่วยใหก้ ารจดั เกบ็ และคน้ หาเอกสารมีความรวมเรว็ มากข้ึน
2. ชว่ ยลดปรมิ าณกระดาษทจ่ี ัดเกบ็ ทำให้ประหยดั พนื้ ที่ในการเก็บเอกสาร
3. ช่วยลดข้นั ตอนในการจดั ทำเอกสาร
4. ช่วยประหยัดเวลาและคา่ ใช้จ่ายในการจดั พิมพ์
5. ช่วยสร้างเอกสารใหม้ ีความสวยงาม ท้งั นี้เพราะผใู้ ชส้ ามารถนำรูปภาพ
6. ชว่ ยให้การทำงานกับเอกสารถกู ต้องและมีข้อผดิ พลาดลดนอ้ ยลง

4. ความสามารถของโปรแกรมประมวลผลคำมีอะไรบ้าง
1. การดำเนินการตามมาตรฐานเกี่ยวกับการป้อนและแก้ไขข้อมูล
- การยา้ ยเมาส์พอยเตอรไ์ ปที่ตำแหนง่ ใดๆ บนหน้าจอ
- การเลอื่ นเอกสารข้นึ ลงได้
- การขน้ึ บรรทัดใหม่อตั โนมัติ
- การแทรกและลบข้อมูล

- การค้นหาคำ
- การแทนทค่ี ำท่ตี ้องการแก้ไขดว้ ยคำหรือขอ้ ความใหม่
- การตรวจสอบการสะดวกคำและไวยากรณ์ของภาษาโดยอัตโนมตั ิ
- พจนานุกรมคำศัพท์ทง้ั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
2. การดำเนนิ การตามมาตรฐานเกยี่ วกับรูปแบบการพิมพ์
- การปรบั ระยะห่างระหว่างบรรทดั หรือยอ่ หน้า
- การแทรกสญั ลักษณ์และอักษรพิเศษ
- การปรบั เปลีย่ นรปู แบบตัวอักษร
- การจัดวางขอ้ มูลในรปู แบบตา่ งๆ เช่น จดั ชดิ ซา้ ย ชิดขวา หรอื จัดกึ่งกลาง
- การจดั ระยะหา่ งระหวา่ งตัวอกั ษรเปน็ สดั สว่ น
- การใส่ลำดบั เลขหน้า หวั กระดาษและทา้ ยกระดาษ
- สามารถจัดหนา้ เอกสารไดห้ ลายคอลมั นใ์ นหน่ึงหน้า
- มรี ูปแบบตัวอักษรให้เลือกใชห้ ลากหลาย
3. การดำเนินการข้ันสงู
- การแกไ้ ขคำผิดโดยอตั โนมตั ิ
- มกี ารกำหนดข้อความอัตโนมตั ิ
- มีรูปแบบฟอรม์ อัตโนมตั ิ
- มีการจดั รปู แบบโดยอตั โนมัติ
- มรี ปู แบบทางคณติ ศาสตร์
- มกี ารเรยี งลำดับอัตโนมตั ิ
- มคี ำแนะนำ/ช่วยเหลืออตั โนมตั ิ
- มีดชั นี และตารางของเนื้อหา (สารบัญ)
- ทำงานร่วมกับโปรแกรมอ่นื ๆในชดุ สำนกั งานได้
- สรา้ งเอกสารรูปแบบ HTML หรือเวบ็ เพจได้

ตอนท่ี 2 จากภาพต่อไปนี้ให้นักศกึ ษาบอกสว่ นประกอบของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Word
2019

1. แถบเคร่ืองมือดว่ น แถบเก็บป่มุ คาส่งั ท่ีใช้งานบอ่ ย ๆ โดยโปรแกรมกาหนดคา่ เริ่มตน้ ให้ (Quick Access Toolbar) แต่สามารถ
เพ่ิมเติมได้
2. แท็บคาสง่ั (Menu Bar) เป็นเมนคู าสัง่ หลักของโปรแกรมซงึ่ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เพอ่ื ใหง้ ่ายตอ่ การใช้งาน
3. แถบชื่อเรอื่ ง (Title Bar) แถบแสดงช่ือและประเภทของไฟล์
4. ริบบอน (Ribbon) แถบกลุ่มคาส่งั ซ่ึงประกอบด้วยคาสง่ั ต่าง ๆ โดยจะเก็บรวบรวมคาสั่งไวเ้ ป็นหมวดหมู่
5. ป่มุ ลงชอ่ื เพ่ือเขา้ ใช้งาน ลงชอ่ื เพื่อเขา้ ใชง้ านโปรแกรม
6. ปมุ่ ยอ่ Ribbon เปน็ สาหรับย่อ Ribbon ใหเ้ ล็กที่สดุ
7. ปุ่มควบคมุ หนา้ ตา่ ง เป็นปุ่มจดั การกับต่างโปรแกรมท่เี ปิดใชง้ นอยู่โปรแกรม (Control Menu)
8. ปุ่มก้ันหนา้ ไมบ้ รรทดั ไม้บรรทดั เป็นสว่ นท่ีแสดงมาตราสว่ นเช่นเดียวกับไมบ้ รรทัดทัว่ ไป เพ่อื บอก (Ruler) ระยะของ ขอ้ ความใน
เอกสาร มที ้ังแนวนอนและ แนวตงั้ ใชไ้ ด้ทั้งเป็นน้วิ และเซนตเิ มตร
9. ตาแหนง่ พิมพ์ เป็นเครื่องหมายท่ีบอกตาแหน่งการพมิ พง์ าน (Cursor)
10. แถบสถานะ เป็นสว่ นที่แสดงสถานการณ์ทางานตา่ ง เช่น กาลังทางานอยู่ท่ีหนา้ ใด จำนวน (Status Bar) หนา้ เอกสารทงั้ หมด จาน
วนคาท้งั หมด โหมดภาษา ปุ่มเปลี่ยนมุมมองเอกสารและเปอรเ์ ซน็ ต์การปรบั ย่อ-ขยายแอกสาร
ตอนท่ี 3 ให้นักศึกษาปฏบิ ตั ติ ามคส่ังต่อไปน้ี
1. เข้าสโู่ ปรแกรม Microsoft Word และสรา้ งเอกสารใหม่ โดยพมิ พข์ ้อความตามท่กี ำหนดให้ จดั รูปแบบราชการ พร้อมท้งั บนั ทึก

ไฟล์เอกสารชื่อ ใบงานท่ี 4 การพิมพ์หนังสอื ราชการ



ประกาศมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
เร่ือง กำหนดรหัสและเลขบัตรประจำกำกับหนงั สอื ราชการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วิทยาเขตเฉลมิ พระเกรี ยติ จังหวดั สกลนคร
--------------------------------

อนสุ นประกาศสภามหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ เร่ือง การจัดตั้งคณะ สำนกั และสำนักงาน-วิทยาเขตท่จี ังหวดั สกลนคร และ
ประกาศมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ เรอ่ื ง กำหนดเขตการศึกษามหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลมิ พระเกีรยติ จังหวัด
สกลนคร ให้เปน็ วทิ ยาเขต ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 โดยใหม้ ีผลวนั ที่ 8 และ 9 มถิ ุนายน 2543 ตามลำดบั แล้วน้ัน

เพือ่ ใหก้ ารบริหารงานเอกสารดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยงานสาร
บรรณ พ.ศ. 2526 มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตรจ์ ึงไดย้ กเลกิ รหัสและเลขประจำกำกับหนงั สือราชการ ที่ ทม 0401.25 ของสำนักงาน
โครงการจัดต้งั วทิ ยาเขตสกลนคร (ภพู านกาญจนาภเิ ษก) ช่ือเดมิ ก่อนเปลี่ยนเปน็ พระราชทาน มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต
เฉลมิ พระเกรี ยติ จังหวัดสกลนคร ตามประกาศลงวนั ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 และกำหนดรหสั และเลขประจำกำกบั หนังสือ
ราชการของวิทยาเขตเฉลมิ พระเกีรยติ จงั หวัดสกลนคร ดังน้ี

สำนักงานวทิ ยาเขต ที่ ทม 0470/
คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร ที่ ทม 0471/
คณะวิทยาศาสตรแ์ ละวศิ วกรรมศาสตร์ ที่ ทม 0472/
คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาการจดั การ ที่ ทม 0473/
สานกั วทิ ยาบริการ ที่ ทม 0474/

ทงั้ น้ี ตงั้ แตว่ นั ที่ 9 มิถนุ ายน พ.ศ.2543 เป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วันท่ี 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2543

(นางสาววรรณพร เครอื ทอง)
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

ใบงานท่ี 5

แฟ้มสะสมผลงาน

วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจัดการอาชีพ
สาขาวชิ า

เพาะเลย้ี งสตั ว์นำ้

โดย
นางสาววรรณพร เครือทอง

รหสั นักศกึ ษา

63306010002

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รงั
สถาบนั อาชีวเกษตรภาคใต้

ใบงานท่ี 6

ตารางการหาคา่ ผลรวมโดยการคานวน

รหสั วชิ า ชื่อวชิ า ห ่นวยการเ ีรยน
คะแนนระห ่วางภาค
คะแนนปลายภาค

คะแนนรวม
ผลการเ ีรยน

ดร 221 ดนตรสี ากล 2 69 21 90 4

บห 300 การรหิ าร 1.5 72 18 90 4

จศ 202 จติ วทิ ยาพัฒนาการ 1 66 24 90 4

นน 301 แนะแนวเบอื้ งตน้ 2 55 15 70 3

ทน 301 เทคโน ฯ การศกึ ษา 1 56 16 72 3

สข 412 สวัสดกิ ารศกึ ษา 0.5 71 23 94 4

วผ 401 วดั ผลการศกึ ษา 2.5 63 22 85 4




Click to View FlipBook Version