ชีวประวัติของท่านนบี 25 ท่าน
ชีวประวัติท่านนบอี าดัม
นบีอาดัม อะลยั ฮสิ สลามก่อนท่โี ลกนีจ้ ะมีมนุษย์ ในสวนสวรรค์อันเป็ นส่วนหน่ึงแห่งอาณาจกั ร
ของอัลลอฮฺ ( ซ.บ. )วันหน่ึง อลั ลอฮฺ ( ซ.บ. )ได้ทรงกล่าวแก่บรรดามลาอิกะฮฺ ซ่งึ เป็ นบริวารรับ
ใช้พระองค์ว่า “ ฉันจะสร้างตัวแทน..
ชีวประวัตทิ ่านนบอี ดิ รีส
ท่านนบอี ิดรีส อัลลอฮไฺ ด้ทรงยกย่องสรรเสริญอโี นคไว้โดยกล่าวว่าเขาเป็ นนบคี นหน่ึงและ
เป็ นผ้มู ีความสัตย์จริงและจงเล่าเร่ืองราวของอดิ รีสไว้ในคัมภีร์นี้ เขาเป็ นผ้มู คี วามสตั ย์จริงและ
เป็ นนบี และเราได้ยกย่องเขาให้มตี าแหน่งอนั สูงส่ง (กรุ อาน...
ชีวประวตั ทิ ่านนบีนุฮ์
ท่านศาสดานุฮ์ (อ.) กรุ อานกล่าวถึงท่านศาสดานุฮ์ (อ.)ถงึ 43 ครัง้ ด้วยกัน เร่ืองราวของท่าน
ศาสดานุฮ์ (อ.)ถูกกล่าวไว้พอสงั เขปในซูเราะฮ์ อะอ์รอฟ , ชุอะรออ์ , เกาะมรั แต่ถกู กล่าวไว้
ในซูเราะฮ์
ชวี ประวัติท่านนบีฮูด
เร่ืองราวของท่านนบีฮูด กลุ่มชนของนบฮี ดู (อ.) มีช่อื ว่า ชาวอ๊าด พวกเขาอาศัยอยู่ใน
เมอื งท่มี ีช่อื ว่า อิรอม ผ้คู นในสมัยท่านนบีฮดู (อ.)สกั การะเทวรูปกัน พวกเขาสร้างเทวรูปขึน้
มาเองและพวกเขายังเช่อื ว่าเทวรูปเหล่านัน้ จะทาให้พวกเขาได้ดี พร้อมกบั ปกป้องพวกเขาจาก
มารร้ าย...
ชวี ประวัติท่านนบีซอและห์นบีซอและห์ อลยั ฮิสลาม
เม่อื วนั เวลาผ่านไป ผ้คู นผินไปสู่การปฏิเสธศรัทธาอีกครัง้ ด้วยการกระซิบกระซาบ
ของชยั ฏอน และในครัง้ นีอ้ ลั ลอฮฺทรงส่งนบขี องพระองค์ ซอและห์ อะลยั ฮสิ ลาม มาเป็ นผู้
เรียกร้องให้กลบั คืนส่เู ตาฮีดอีกครัง้
นบซี อและห์ อลยั ฮสิ ลาม เป็ นชาวอาหรับ ท่านเป็ นลกู หลานของ ษะมดู , ษะมูดเป็ นกลุ่มชนใน
ตระกลู เดียวกนั กับอ๊าด พวกเขาออกจากเยเมนและย้ายไปยังตอนเหนือของอ่าวอาหรับ มาตัง้
ถ่นิ ฐานอยู่ท่ีเมอื งอัล-ฮจิ รฺ และช่อื เมอื งนีก้ ็เป็ นอกี ช่อื ท่ถี ูกใช้เรียกซูเราะห์หน่ึงในอัลกุรอ่านอัน
ทรงเกียรติ ซ่งึ เล่าเร่ืองราวของนบีซอและห์และพวกษะมดู อลั ลอฮฺทรงตรัสในซูเราะห์อัล-ฮิจรฺ
นี้ อายะห์ท่ี80-84
َو َلقَْد َكذَّ َْب أَص َحابْ ال ِحج ِرْ المر َس ِلي َْن
: และโดยแน่นอน ชาวอลั ฮจิ รฺได้ปฏเิ สธบรรดาร่อซลู
َوآتَي َناهمْ آيَاتِنَا َف َكانوْا َعن َها مع ِر ِضي َْن
: และเราได้ให้สญั ญาณต่างๆของเราแก่พวกเขา แล้วพวกเขากผ็ ินหลังให้มัน
َو َكانوْا َين ِحتْو َنْ ِم َنْ ال ِج َبا ِلْ بيوتًْا آ ِمنِي َْن
: และพวกเขาได้สกดั ภเู ขาเป็ นบ้านพกั อย่างปลอดภัย
َفأَ َخ َذتهْم ال َّصي َح ْة مصبِ ِحي َْن
: ดังนัน้ เสยี งกมั ปนาทได้คร่าชวี ติ พวกเขาในยามเช้า
فَ َما أَغنَى َعنهم َّما َكانوْا يَكْ ِسبو َْن
: ฉะนัน้ ส่งิ ท่พี วกเขาแสวงหากนั ไว้ ไม่ให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้เลย
อัลฮจิ รฺท่ีพวกษะมูดอาศยั อยู่นีเ้ ป็ นเมืองท่ีตัง้ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมะดนี ะ มุเนาวะ
เราะห์ พวกษะมดู เจาะภูเขาเป็ นท่อี ย่อู าศยั และพวกเขายงั ได้สืบทอดจากพวกอ๊าดในเร่ืองงาน
ประดษิ ฐ์และงานฝี มอื ต่างๆอีกด้วย อัลลอฮทฺ รงตรัสในซูเราะห์อัล-ฟัจรฺ อายะห์ท่ี 9
َوثَمو َدْ الَّ ِذي َنْ َجابوْا ال َّصخ َْر بِال َوا ِْد
: และพวกษะมูดผ้สู กัดหนิ ณ หุบเขา
และในซูเราะห์อัล-อังกะบูต อายะห์ท่3ี 8
َو َعا ًدا َوثَمو َْد َو َقد تَّبَيَّ َنْ َلكم ِمن َّم َسا ِكنِ ِهْم َو َزْيَّ َْن لَهْم ال َّشي َطا ْن أَع َمالَهْم َْف َص َّدهمْ َع ِْن ال َّسبِي ِْل
َو َكانوْا مستَب ِص ِري َْن
: และอ๊าดและษะมดู และได้เป็ นท่ปี ระจกั ษ์แก่พวกเจ้าแล้ว จากท่ีพานักของพวกเขา และ
ชัยฏอนได้ทาให้การงานของพวกเขาเป็ นท่เี พริศแพร้วแก่พวกเขา แล้วมันได้หนั เหพวกเขาออก
จากแนวทางโดยท่พี วกเขาเป็ นผู้มีสติปัญญาพจิ ารณา
ร่องรอยจากท่ีอย่อู าศัยของพวกเขายงั คงอยู่จนถึงทุกวันนี้ อลั ลอฮทฺ รงตรัสเก่ยี วกบั การเจาะ
ภเู ขาเพ่อื สร้างเป็ นท่ีอยู่ และพละกาลังอนั มากมายท่พี ระองค์ทรงประทานให้แก่พวกเขา ในซู
เราะห์อลั -อะอฺรอฟ อายะห์ท่ี74
َواذكروْا إِْذ َج َع َلكمْ خ َل َفاء ِمن َبع ِدْ َعاْد َوبَ َّوأَكْم ِفي الأَر ِ ْض تَتَّ ِخذو َْن ِمن سهو ِل َها قصو ًرْا
َْوتَن ِحتو َنْ ال ِج َبا َْل بيوتًْا َفاذكرواْ آلاء ّل َّل ِاْ َولاَْ تَعثَوا فِي الأَر ِ ْض مف ِس ِدي َن
: และพวกท่านจงราลกึ ขณะท่พี ระองค์ได้ทรงให้พวกท่านเป็ นผู้สบื ช่วงแทนมาหลงั จากชาวอ๊าด
และได้ทรงให้พวกท่านตงั้ หลักแหล่งอย่ใู นแผ่นดนิ ส่วนนัน้ โดยยดึ เอาจากท่รี าบของมันเป็ นวงั
และสกดั ภเู ขาเป็ นบ้าน พวกท่านพงึ ราลึกถึงความกรุณาของอลั ลอฮฺเถดิ และจงอย่าก่อกวนใน
แผ่นดินในฐานะผ้บู ่อนทาลาย
แต่แล้วพวกษะมดู กท็ าตวั ไม่ต่างอะไรกับอ๊าด และเช่นกันนัน้ อลั ลอฮทฺ รงเมตตาต่อพวกเขา
อย่างมากมายดงั ท่ที รงได้เมตตาต่ออ๊าด ทรงให้พวกเขามีพละกาลงั มหาศาล โดยพวกเขาสกดั
ภูเขาเป็ นท่อี ยู่อาศยั พวกเขาสร้างวังหลายแห่ง มที ัง้ ตานา้ สวนอินทผลัมและสวนต่างๆ พวก
เขามชี วี ิตความเป็ นอยู่ท่ีอุดมสมบูรณ์ ทรงให้พวกเขาเป็ นผ้มู อี ิทธิพลในหน้าแผ่นดนิ และทงั้ ท่ี
พวกเขาตงั้ ภาคตี ่อพระองค์ พระองค์กย็ ังทรงเมตตาให้โอกาสโดยไม่ทรงลงโทษในทันทีเพ่อื ท่ี
พวกเขาจะคดิ ได้ แต่พวกเขากลบั ปฏิเสธความเมตตานี้ ดงั นัน้ อลั ลอฮฺจึงทรงแต่งตัง้ คนหน่ึง
จากพวกเขาเองเพ่ือเรียกร้องไปสู่เตาฮีด คอื นบีซอและห์ อลยั ฮิสลาม ท่านเป็ นผู้รู้ท่ีชาญฉลาด
เป็ นท่ปี รึกษาให้คาแนะนาอย่เู สมอ ท่านมาจากครอบครัวท่ีมีเกยี รติ และพวกษะมูดนัน้
คาดหวงั ในตัวท่านเป็ นอย่างย่ิง แต่เม่อื ท่านเรียกร้องพวกเขาไปสู่การศรัทธาและอบิ าดะห์
ต่ออัลลอฮฺองค์เดียว พวกเขากลับปฏเิ สธ…ในซูเราะห์ ฮูด อายะห์ท่ี61-63
َوإِلَى ثَمو َدْ أَ َخاهمْ َصا ِل ًْحا َقا َْل يَا قَو ِْم اعبدواْ ّل َّلاَْ َما لَكم ِمنْ ِإلَ ْه َغيرهْ ه َْو أَن َشأَكم ِم َْن الأَر ِ ْض
َواستَع َم َركمْ فِي َها فَاستَغ ِفروْه ث َّمْ توبوْا إِلَي ِهْ ِإ َّْن َر ِبي َق ِري ْب ُّم ِجي ْب
: และยังษะมูด (เราได้ส่ง) พ่นี ้องคนหน่ึงของพวกเขาคอื ซอและห์ เขากล่าวว่า โอ้กล่มุ ชนของ
ฉันเอ๋ย พวกท่านจงเคารพอิบาดะฮฺอัลลอฮเฺ ถดิ พวกท่านไม่มีพระเจ้าอ่ืนใดนอกจากพระองค์
พระองค์ทรงบังเกดิ พวกท่านจากแผ่นดิน และทรงให้พวกท่านพานักอย่ใู นนัน้ ดงั นัน้ พวกท่าน
จงขออภยั ต่อพระองค์ แล้วจงกลับเนือ้ กลบั ตัวต่อพระองค์ แท้จริงพระเจ้าของฉันนัน้ ทรงอยู่
ใกล้ทรงตอบรับเสมอ
قَالوْا يَْا َصا ِلحْ قَدْ كن َْت ِفي َنا َمرج ًّوْا قَب َْل َهذَا أَتَن َها َنا أَ ْن نَّعب َْد َما يَعبدْ آ َباؤ َنا َوإِنَّنَا َل ِفي َش ْك ِم َّما
تَدعونَا ِإلَي ِْه م ِْري ْب
: พวกเขากล่าว โอ้ ซอและห์เอ๋ย แน่นอนท่านเคยเป็ นความหวงั ในหมู่พวกเรามาก่อน บดั นี้
ท่านจะห้ามมิให้เราเคารพอบิ าดะฮสฺ ่งิ ท่ีบรรพบรุ ุษของเราเคารพอิบาดะฮอฺ ย่กู ระนัน้ หรือ และ
แท้จริงพวกเราอย่ใู นการสงสยั ต่อส่ิงท่ที ่านเรียกร้องเชิญชวนเรายงั ส่ิงนัน้
และในซูเราะห์อนั -นัมลฺ อายะห์ท่ี45-46
َولَ َقدْ أَر َسلنَا إِ َلى ْثَ ْمو َْد أَ َخاهْم َصا ِل ًحا أَ ِنْ اعبدوا ّل َّلَْا فَ ِإ َذا همْ فَ ِريقَا ِْن َيختَ ِصمو َْن
: และโดยแน่นอน เราได้ส่งพ่ีน้องคนหน่ึงของพวกเขาคอื ซอและห์ ไปยัง (หมู่ชนของ) ษะมดู
โดยให้พวกเขาเคารพภักดีต่ออลั ลอฮฺ แล้วพวกเขาได้แบ่งออกเป็ นสองพวกแล้วโต้เถยี งกนั
قَا َْل َيا قَو ِْم ِل َْم تَستَع ِجلو َْن ِبال َّس ِيئَ ِْة قَب َْل ال َح َس َن ِْة َلولا تَستَغ ِفرو َْن ّل َّلْاَ َلعَلَّكمْ تر َحمو َْن
: เขา (ซอและห์) กล่าวว่า โอ้หม่ชู นของฉันเอ๋ย ทาไมพวกท่านจงึ รีบเร่งหาความช่วั ก่อนความดี
เล่า ทาไมพวกท่านจงึ ไม่ขออภัยต่ออลั ลอฮเฺ พ่อื พวกท่านจะได้รับความเมตตา
นบซี อและห์ เรียกร้องเชิญชวนพวกเขา ตกั เตือนพวกเขา ไม่ต่างกับท่นี บีฮูดเคยทามา แล้ว
พวกเขาก็ปฏิเสธดงั เช่นท่ีอ๊าดปฏิเสธ…ทรงตรัสในซเู ราะห์ อลั -เกาะมัร อายะห์ท่ี23-26
َك َّذ َب ْت ثَمودْ بِالنُّْذ ِْر
: พวกษะมดู ได้ปฏิเสธผู้ตกั เตือน (ร่อซลู ของพวกเขา)
َفقَالوْا أَبَ َش ًرا ِمنَّا َوا ِح ًدا نَّتَّبِع ْه ِإنَّْا ِإ ًذْا لَّ ِف ْي َضلا ْل َوسع ْر
: พวกเขากล่าวว่า คนธรรมดาๆจากพวกเรานีน้ ะหรือจะให้เราปฏิบัติตามเขา แน่นอน ดงั นัน้
เราจะอย่ใู นการหลงทางและเป็ นคนบ้า
ْأَؤل ِق َْي ال ِذك ْر َعلَي ِْه ِمن َبينِنَا َب ْل ه َْو َكْذَّْا ْب أَ ِش ْر
: สาสน์นัน้ ถูกส่งมาให้แก่เขาแต่ผู้เดียวอ่ืนจากพวกเรากระนัน้ หรือ เปล่าเลย เขาเป็ นคนพูด
เทจ็ อวดดี ไร้มารยาท
َس َيعلَمو َْن َغ ًدا َّم ِْن ال َكذَّا ْب الأَ ِش ْر
: พรุ่งนีพ้ วกเขาจะได้รู้ว่าใครเป็ นคนพูดเทจ็ อวดดี ไร้มารยาท
และในซเู ราะห์ อนั -นัมลฺ อายะห์ท่ี47
َْقالوا ا َّطيَّر َنا بِ َْك َوبِ َمن َّمعَ َكْ قَا َْل َطا ِئركْم ِعن َْد ّل َّل ِْا بَ ْل أَنتمْ قَوْم تفتَنو َن
: พวกเขากล่าวว่า พวกเราได้ประสบโชคร้ายเพราะท่าน และผ้ทู ่ีร่วมกบั ท่าน เขา (ซอและห์)
กล่าวว่า โชคร้ายของพวกท่านอยู่ท่อี ัลลอฮฺ ย่ิงกว่านัน้ พวกท่านเป็ นหมู่ชนท่ถี กู ทดสอบ
และในซเู ราะห์ ฮูด อายะห์ท่ี63
َقا َْل َيا َقو ِمْ أَ َرأَيتْم إِن كن ْت َعلَى َب ِي َن ًةْ ِمن َّربِ ْي َوآتَا ِني ِمن ْه َرح َمةًْ فَ َمن يَنصر ِني ِم َْن ّل َّل ِْا ِإ ْن
َع َصيتهْ فَ َما تَ ِزيدونَ ِني َغي َرْ تَخ ِسي ْر
: เขากล่าวว่า โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย พวกท่านไม่เหน็ ดอกหรือ หากฉันมหี ลกั ฐานอันชดั แจ้ง
จากพระเจ้าของฉัน และพระองค์ทรงประทานความเมตตาจากพระองค์แก่ฉัน ดังนัน้ ผ้ใู ดเล่า
จะช่วยฉันให้รอดพ้นจากอลั ลอฮ หากฉันฝ่ าฝื นพระองค์ ดังนัน้ พวกท่านจะไม่เพ่มิ ส่งิ ใดให้แก่
ฉันเลยนอกจากการขาดทนุ เท่านัน้
พวกษะมดู คุยกนั ว่าไม่ใช่ทกุ หลักฐานท่ปี ระจักษ์จะถูกยอมรับ แต่พวกเขาจะเป็ นผู้เลือก
หลกั ฐานนัน้ เอง โดยพวกเขากล่าวว่า “เรามกี ้อนหนิ ใหญ่มากๆก้อนหน่ึง เราอยากให้มนั แตก
ออกแล้วมอี ฐู ออกมาจากก้อนหนิ ” แล้วพวกเราก็เร่ิมพรรณนาส่งิ ท่ีพวกเขาจินตนาการกนั อย่าง
เหน็ เป็ นเร่ืองขาขนั คนหน่ึงจากพวกเขากล่าวว่า “มันต้องเป็ นอูฐตวั เมียท้องสบิ เดือน” อกี คน
เสริมว่า “แล้วกต็ ้องเป็ นสีแดง” อีกคนกบ็ อกว่า “…ต้องมขี นดกหนาด้วย” คนหน่ึงเพ่มิ ว่า “มนั
จะต้องเป็ นอฐู ตัวเมียท่ีตวั โตมโหฬารมากท่สี ุดเท่าท่ีเคยมีมาในชวี ิตของเราเลย” และคนหน่ึงก็
เสริมขึน้ ว่า “…มันต้องตวั ใหญ่ถงึ ขนั้ ท่เี ม่อื ด่มื นา้ มันต้องด่มื นา้ ในบ่อวนั หน่ึงแล้วเราก็ค่อยใช้นา้
จากบ่อในอกี วัน…” ดังนัน้ นบีซอและห์จึงตอบพวกเขาไปว่าหากพวกท่านไม่ศรัทธากจ็ ง
รวบรวมผู้คน… แล้วพวกเขาก็รวบรวมผู้คน และวันท่ีนัดกนั ไว้กม็ าถึง นบซี อและห์ได้วงิ วอนขอ
ต่ออัลลอฮตฺ ะอาลา เม่อื นัน้ แผ่นดินก็ไหว แล้วก้อนหนิ ใหญ่ก็แตกออกต่อหน้าต่อตาพวกเขา
อูฐตวั เมยี ใหญ่มโหฬารท่ีไม่เคยมีมาในหน้าประวตั ิศาสตร์ออกมาจากหนิ ก้อนนัน้ ปริมาณนา้ ท่ี
มนั ใช้เวลาด่มื เป็ นวนั ในแต่ละครัง้ นัน้ เพยี งพอต่อคนทงั้ หมู่บ้าน มนั ตัง้ ท้องและมีลกั ษณะตรง
ตามท่พี วกเขาได้พรรณนาไว้ทุกประการ อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ ฮดู อายะห์ท่ี64
َْويَا َقو ِْم َه ِذ ِْه َناقَةْ ّل َّل ِْا لَكمْ آ َيةًْ فَذَرو َها تَأك ْل ِفي أَر ِ ْض ّل َّل ِْا َولْاَ تَ َم ُّسو َها بِسوءْ َف َيأخ َذكْم َعذَاب
َق ِري ْب
: และโอ้กลุ่มชนของฉนั เอ๋ย น่ีคอื อฐู ตัวเมียของอลั ลอฮฺ เป็ นสัญญาณหน่ึงแก่พวกท่าน ดงั นัน้
พวกท่านจงปล่อยมนั ให้หากินตามลาพงั ในแผ่นดินของอัลลอฮฺ และอย่าก่อความทุกข์ยากแก่
มัน มิฉะนัน้ แล้ว การลงโทษอันรวดเร็วจะประสบแก่พวกท่าน
น่ีคอื อูฐของอัลลอฮฺ มนั ไม่ได้เกิดมาจากอฐู ตวั ใด อลั ลอฮทฺ รงสร้างมนั ขนึ้ มาโดยไม่ต้องมีพ่อแม่
แต่หลักฐานอันชัดแจ้งนีม้ ีเง่ือนไขอยู่ โดยพวกษะมูดไม่มสี ทิ ธ์ใิ ช้นา้ จากบ่อในวนั ท่อี ฐู ตัวนีด้ ่ืม
นา้ และพวกเขาถกู ห้ามไม่ให้แตะต้องหรือทาอันตรายใดๆต่อมันเป็ นอันขาด อัลลอฮฺทรงตรัส
ไว้ในซูเราะห์ อัช-ชุอะรออฺ อายะห์ท่ี155-156
قَا َلْ َه ِذ ِْه نَاقَ ْة لَّ َها ِشربْ َولَكمْ ِشر ْب َيومْ َّمعلوْم
: เขากล่าวว่า น่ีคอื อูฐตวั เมีย สาหรับมนั ด่มื นา้ วันหน่ึง และสาหรับพวกท่านก็ด่ืมนา้ วันหน่ึงท่ีรู้
กัน
َولا تَ َم ُّسو َها ِبسوءْ فَ َيأخذَكْم َع َذابْ َيوْم َع ِظيْم
: และพวกท่านอย่าได้ก่อความทกุ ข์ยากแก่มนั มฉิ ะนัน้ การลงโทษในวันอนั ย่ิงใหญ่จะคร่าพวก
ท่าน
และในซูเราะห์ อลั -เกาะมัร อายะห์ท่ี27-28
إنَّا مر ِسلوْا النَّا َق ِْة فِت َن ْةً لَّهمْ َفارتَ ِقبهْم َواص َط ِب ْر
: แท้จริงเราจะส่งอฐู ตัวเมยี ตวั หน่ึงมาเพ่อื เป็ นการทดสอบแก่พวกเขา ดังนัน้ (ซอและห์) จง
คอยดพู วกเขา และจงอดทน
َونَبِئهْم ْأَ َّنْ ال َمْاء قِس َم ْة بَينَهْم ك ُّلْ ِشر ْب ُّمحتَ َض ْر
: และจงบอกพวกเขาว่า นา้ นัน้ ถกู แบ่งส่วนระหว่างพวกเขา ทุกๆส่วนของนา้ ด่ืมถกู จดั ไว้แล้ว
หลกั ฐานอนั ชัดแจ้งนีไ้ ด้ประจักษ์แก่สายตาทุกคน แต่กลับมเี พยี งส่วนน้อยท่ีศรัทธาต่อนบซี อ
และห์และส่วนมากก็ยงั คงหลงอย่กู ับการปฏิเสธศรัทธาต่อไป อลั ลอฮทฺ รงตรัสในซูเราะห์
อัลฮจิ รฺ อายะห์ท่ี81
َوآتَي َناهمْ آيَاتِنَْا َف َكانواْ َعن َهْا مع ِر ِضي َْن
: และเราได้ให้สญั ญาณต่างๆของเราแก่พวกเขา แล้วพวกเขาก็ผินหลังให้มัน
และในซูเราะห์ อลั -อสิ รออฺ อายะห์59
… َوآتَينَْا ثَمو َْد النَّا َقةَْ مب ِص َرةًْ َف َظ َلموْا ِب َهْا َو َما نر ِسلْ بِالآ َيا ِتْ ِإلْاَّ تَخ ِويفًا
: …และเราได้ให้อฐู ตวั เมยี เป็ นท่ปี ระจกั ษ์แจ้งแก่พวกษะมูด แต่พวกเขาได้ทารุณมนั และเรา
มิได้ส่งสญั ญาณต่างๆเพ่อื อ่นื ใด เว้นแต่เพ่อื เป็ นการเตือนสาทบั เท่านัน้
อูฐตวั เมยี นีอ้ าศัยอยู่ร่วมกับผ้คู น โดยท่ีพวกเขาก็เหน็ อยู่กบั ตาว่ามนั เดินอยู่ท่ามกลางพวกเขา
และมันก็อย่กู ับพวกเขาเป็ นระยะเวลาหน่ึงจนออกลูกซ่ึงเหมือนกับมันทกุ ประการ ดังกล่าวนี้
แสดงให้เหน็ อย่างชดั เจนว่าน่ีไม่ใช่ไสยศาสตร์ และถึงแม้ว่าพวกเขาไม่สามารถใช้นา้ จากบ่อใน
วันท่มี นั ด่มื นา้ ได้ แต่พวกเขาสามารถรีดนมจากมัน ซ่งึ ปริมาณนา้ นมในแต่ครัง้ เพียงพอต่อคน
ทงั้ หมู่บ้าน
และน่ีจะเป็ นความเมตตาจากอลั ลอฮฺต่อพวกษะมดู หากพวกเขาไม่ปฏิเสธศรัทธา แต่พวกเขา
ปฏเิ สธ…
บรรดาหวั หน้าของพวกเขาได้รวมตวั และปรึกษาหารือกนั โดยพวกเขากล่าวว่า “หากปล่อย
เร่ืองไว้อย่างนีผ้ ้คู นจะต้องหันไปเช่ือฟังซอและห์เป็ นแน่แท้ และอฐู ตัวนีก้ ็สร้างความเดือดร้อน
ให้แก่เรา โดยท่ีเราถูกห้ามไม่ให้ใช้นา้ ต้องมารอมันด่มื นา้ หน่ึงวนั เต็ม แล้วอกี อย่างตัวมนั ก็
ใหญ่เกะกะ ดงั นัน้ เราต้องกาจดั มนั …”
พวกเขาตกลงกนั เลือกชายคนหน่ึงให้ฆ่าอูฐ บรรดานักประวตั ิศาสตร์เหน็ พ้องกนั ว่าชายคนนัน้
คือ กดุ าร บนิ ซาลฟิ บนิ ญนุ ดะอฺ
อลั ลอฮทฺ รงตรัสในซูเราะห์ อัช-ชัมซฺ อายะห์ท่ี 12
إِ ِْذ انبَعَ َثْ أَشقَا َها
: เม่อื คนเลวทรามท่ีสุดของพวกเขาได้รีบรุดไป (ฆ่าอฐู ตัวเมีย)
ท่านร่อซลู ุลลอฮฺ ซอ็ ลฯ กล่าวถึงกดุ าร บุตรซาลิฟ ว่า “เขาคอื คนท่เี ลวทรามท่สี ุดในคนยุค
แรก…”
อลั ลอฮฺทรงตรัสในซูเราะห์ อัล-เกาะมรั อายะห์ท่ี 29-30
َفنَا َدوا َصا ِح َبهْم فَتَ َعا َطى فَ َع َق َْر
: แต่พวกเขาได้ร้องเรียกเพ่อื นของพวกเขา เขาได้จับมันฆ่าด้วยดาบอย่างทารุณ
َْف َكي َفْ َكا َنْ َعذَا ِبي َونذ ِر
: ดงั นัน้ การลงโทษของเรา และการตกั เตอื นของเราเป็ นเช่นใดบ้าง
กุดารน่ังอย่กู บั พรรคพวกของเขาในวงเหล้าซ่งึ ทงั้ หมดมเี ก้าคน พวกเขาหารือกันเร่ืองการฆ่าอูฐ
และในท่ีสุดก็ได้ข้อตกลงกันว่าพวกเขาจะช่วยกดุ าร และรวบรวมผู้คนมามสี ่วนร่วมด้วย…และ
ทกุ คนก็มีส่วนร่วมในเร่ืองนี้ อัลลอฮทฺ รงตรัสในซเู ราะห์ อัน-นัมลฺ อายะห์ท่ี 48
َكا َْن فِي ال َم ِدي َن ِْة ِتس َع ْة َرهطْ يف ِسدو َنْ ِفي الأَر ِ ْض َولا يص ِلحو َْن
: และในเมอื งนัน้ มเี ก้าคนท่เี ป็ นผู้บ่อนทาลายในแผ่นดนิ และพวกเขาไม่เป็ นผ้ฟู ื้นฟูการทาดี
และในทันที พวกเขาทัง้ เก้าตรงไปยงั ท่ที ่ีอูฐตัวเมียอยู่ และจับตามองมัน มนั จะลงจากภเู ขาเพ่ือ
มาด่มื นา้ และกลบั ขึน้ ไปใหม่แบบนีอ้ ยู่เป็ นประจา… พวกเขารอคอย และเม่อื ได้เวลา กดุ ารก็
ออกคาส่งั ต่อพรรคพวกของเขาให้โจมตเี จ้าอฐู ตัวเมียน่ัน แต่เม่ือพวกนัน้ เข้าประชิดอูฐ ก็เกิด
ความหวาดกลวั แล้วหนีไป กดุ ารหวั เราะกบั เหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง เขาพ่งุ ตรงไป
ยงั อูฐ และฟันเข้าท่ีขาของมนั จนขาของมันหักแล้วกล็ ้มลงในท่ีสุด อลั ลอฮฺทรงตรัสในซเู ราะห์
อัช-ชมั ซฺ อายะห์ท่ี 14-15
فَ َك َّذبوْه فَعَقَرو َها َف َدم َد َْم َع َلي ِهمْ َربُّهم ِب َذنبِ ِهمْ فَ َس َّوا َها
: แต่พวกเขาไม่เช่ือนบี แล้วพวกเขากไ็ ด้ฆ่ามนั ดังนัน้ พระเจ้าของพวกเขาจงึ ได้ทาลายล้างพวก
เขาเน่ืองจากเพราะความผดิ ของพวกเขา แล้วพระองค์ทรงลงโทษพวกเขาอย่างถ้วนหน้ากนั
َولا َي َخافْ عق َبا َها
: และพระองค์มทิ รงหวาดหว่นั ต่อบัน้ ปลายของพวกมัน
และในซเู ราะห์ อลั -อะอฺรอฟ อายะห์ท่ี 77
فَعَ َقروْا النَّاقَ َْة َو َعتَوا َعنْ أَم ِْر َر ِب ِهْم َوقَالوْا يَا َصا ِل ْح ائ ِتنَا بِ َما تَ ِعد َنا ِإن كن َْت ِم َنْ المر َس ِلي َْن
: และพวกเขากต็ ดั ขาอฐู ตัวเมียตวั นัน้ และได้ละเมิดคาส่ังแห่งพระเจ้าของพวกเขา และได้
กล่าวว่า โอ้ ซอและฮฺ จงนาส่ิงท่ที ่านได้สัญญาแก่พวกเราไว้มาให้แก่พวกเราเถิด (หมายถึงการ
สัญญาท่วี ่า หากพวกเขาทาร้ายอฐู แล้วพวกเขาจะได้รับโทษอันเจบ็ แสบ) ถ้าหากท่านอยู่ในหมู่
ผู้ท่ถี ูกส่งมาเป็ นร่อซลู
กดุ ารเข้าทาร้ายอฐู อย่างไร้ความปราณี มันร้องครวญครางเสียงดงั เพียงสามครัง้ แล้วพวกเขาก็
ฆ่ามัน หลงั จากนัน้ ชาวบ้านกพ็ ากันมาตดั แบ่งเอาเนือ้ ของมันไปกนิ ดงั นัน้ ทุกๆคนจึงมีส่วนร่วม
ในอาชญากรรมนีอ้ ย่างถ้วนหน้า นอกจากบรรดามุมินผู้ศรัธทาท่ีปฏเิ สธและรับไม่ได้อย่างย่ิง
กับการกระทาดงั กล่าว
จากนัน้ พวกษะมดู ได้ท้าทายนบซี อและห์ โดยเม่ือข่าวได้มาถึงนบีซอและห์ ท่านกร็ ีบรุดไปหา
อฐู ในตอนนัน้ เองท่านได้พบว่ามนั ถูกเชอื ด ส่วนต่างๆของมันกาลังถกู แจกจ่ายให้กับผ้คู นท่ีมา
รวมตวั กัน และพวกเขากก็ นิ มัน ท่านจึงร้องเรียกพวกเขา โดยอัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ ฮูด
อายะห์ท่ี 65
َفعَقَرو َها فَقَا َلْ تَ َمتَّعوْا فِي َدا ِركْم ثَلاْثَةَْ أَيَّاْم َذ ِل َكْ َوعدْ َغيرْ َمكذو ْب
: ต่อมาพวกเขาได้ฆ่ามนั ดงั นัน้ เขา (ซอและห์) กล่าวว่า พวกท่านจงสุขสาราญในบ้านของพวก
ท่านสามวัน น่ันคือสัญญาท่ไี ม่โกหก
ผ้คู นมารวมตวั และพดู คุยกนั แต่เร่ืองท่ีนบีซอและห์ได้ประกาศไว้ ว่าให้รอสามวนั และในท่สี ุด
พวกเขาก็ตกลงใจกันว่า “เราจะต้องฆ่าซอและห์ไปพร้อมกับเจ้าอฐู นีเ้ สีย” แล้วพวกเขากร็ วมหวั
กันวางแผนร้ายเพ่อื จะฆ่านบซี อและห์ อลั ลอฮทฺ รงตรัสในซเู ราะห์ อนั -นัมลฺ อายะห์ท่ี 49
قَالوا تَقَا َسموا ِباّ َّل ِْل َلن َب ِيتَنَّ ْه َوأَه َل ْه ث َّمْ لَنَقولَ َّنْ ِل َو ِليِ ِهْ َما َش ِهدنَْا َمه ِل َْك أَه ِْل ِهْ َو ِإنَّا َل َصا ِدقو َْن
: พวกเขากล่าวว่า จงร่วมกันสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ แน่นอนพวกเราเตรียมท่จี ะทา
ร้ายเขาและครอบครัวของเขาในเวลากลางคืน แล้วเราก็จะกล่าวแก่ทายาทของเขาว่า เราไม่รู้
เหน็ ความพนิ าศของครอบครัวของเขาและแท้จริงเรานัน้ เป็ นผ้สู ัตย์จริง
และในทันที พวกเขาทัง้ เก้าคนท่ีเคยร่วมกนั ฆ่าอฐู ตัวเมียก็เตรียมพร้อมท่ีจะฆ่านบีซอและห์
พวกเขาตรงไปยงั บ้านของท่านหวงั จะพังมันพร้อมกับฆ่าท่านและคนท่อี ยู่กับท่าน อลั ลอฮทฺ รง
ตรัสในซเู ราะห์ อัน-นัมลฺ อายะห์ท่ี 50-51
َو َم َكروا َمك ًرا َو َم َكرنَْا َمك ًرا َوهمْ لا َيشعرْو َْن
: และพวกเขาได้วางแผน และเราก็ได้วางแผนโดยท่ีพวกเขาไม่รู้สกึ ตัว
َفانظرْ َكي َْف َكا َنْ َعا ِق َبةْ َمك ِر ِهمْ أَنَّا َد َّمر َناهمْ َوقَو َمهمْ أَج َم ِعي َْن
: ดังนัน้ จงคอยดูเถิด ผลสุดท้ายแห่งแผนการของพวกเขาจะเป็ นเช่นไร กล่าวคือเราได้ทาลาย
ล้างพวกเขา และหมู่ชนของพวกเขารวมทงั้ หมด
กลุ่มแรกท่อี ลั ลอฮทฺ รงทาลายล้างกค็ อื กลุ่มของกดุ ารและพวกพ้องของเขาทงั้ เก้าคน โดยท่ที รง
ให้เกดิ แผ่นดนิ ไหว และทรงให้มีก้อนหินตกลงมาคร่าชีวิตพวกเขา หลงั จากนัน้ …การลงโทษ
จากอัลลอฮกฺ ็ได้เร่ิมต้นขึน้ โดยในคนื เดียวกัน นบซี อและห์และบรรดาผู้ศรัทธาท่อี ย่กู ับท่านได้
อพยพออกจากเมืองอลั -ฮิจรฺ
ในเช้าวันต่อมาคือวนั ท่หี น่ึงจากสามวนั ท่ีนบีซอและห์ได้เตอื นไว้ เม่อื พวกษะมดู ได้ต่ืนขึน้ พวก
เขาก็ต้องพบกับเร่ืองน่าประหลาด ทกุ คนในหมู่บ้านมีใบหน้าเป็ นสีเหลอื งกันหมด พวกเขาเร่ิม
ร้องไห้กบั ส่ิงท่พี บเจอ และน่ีคอื สญั ญาณแรกก่อนการลงโทษจะมาถงึ ในวันท่สี องใบหน้าของ
พวกเขาเปล่ยี นเป็ นสีแดง และในวนั ท่สี ามวันสุดท้าย ใบหน้าของพวกเขาทกุ คนเปล่ียนเป็ นสี
ดา พวกเขาร้องไห้กนั ระงมและตีโพยตพี ายกบั ส่งิ ท่เี กดิ ขึน้ พวกเขาเร่ิมขุดหลุมศพของตัวเอง
มันจบแล้ว พวกเขาเพ่งิ จะรู้ตวั ว่าน่ีคือความจริงท่หี นีไม่พ้น และแล้วการลงโทษกม็ าถึง… มัน
ไม่ใช่การลงโทษด้วยเพยี งส่ิงเดยี วจบดังท่เี กดิ ขนึ้ กบั ชนอ๊าดโดยลมพายอุ ันหนาวเหน็บ หรือ
โดยนา้ ท่วมอย่างกับกลุ่มชนของนบีนูฮฺ แต่มันคอื การลงโทษท่หี ลากหลาย ทงั้ นีก้ ็เน่ืองจากว่า
พวกเขาได้ร้องขอให้มหี ลักฐานอนั ชดั แจ้งมายังพวกเขา มหิ นาซา้ ยังเป็ นหลกั ฐานท่พี วกเขาเป็ น
ผ้ตู ัง้ เง่อื นไขต่างๆเองเสยี ด้วย แต่เม่อื อลั ลอฮทฺ รงให้หลักฐานประจกั ษ์ชดั อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ
พวกเขากลับปฏเิ สธ ดงั นัน้ ส่ิงแรกจากความหายนะท่พี วกเขาต้องพบเจอ ก็คือ การเกิด
แผ่นดนิ ไหว โดยแผ่นดนิ ได้แตกออกและส่ันไหวทาให้พวกษะมดู ไม่สามรถยนื อยู่ได้จนต้องล้ม
ลงไปกองอยู่กับพนื้ แล้วหลงั จากนัน้ อลั ลอฮฺทรงให้ฟ้าผ่าเปรีย้ งลงมาบนพวกเขา และปิ ดท้าย
ด้วยเสียงกมั ปนาทท่ีสร้างความพนิ าทให้กับพวกเขาอย่างถ้วนหน้า อลั ลอฮทฺ รงตรัสไว้ในซู
เราะห์ อัล-อะอฺรอฟ อายะห์ท่ี 91
فَأَ َخذَتهمْ ال َّرج َف ْة َفأَصَْبحوْا فِ ْي َدا ِر ِهْم َجا ِث ِمي َْن
: และความไหวอย่างแรงของแผ่นดนิ กไ็ ด้คร่าพวกเขา แล้วพวกเขากก็ ลายเป็ นผู้น่ังคกุ เข่าตาย
ในบ้านของพวกเขา
และทรงตรัสในซูเราะห์ อัซ-ซาริยาต อายะห์ท่ี 43-45
َوفِي ثَمو َدْ إِْذ قِي َْل لَهْم تَ َمتَّعوا َحتَّى ِحي ْن
: และในเร่ืองของษะมดู เม่ือมีผู้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกท่านจงสนุกร่าเริงไปช่วั ขณะหน่ึงเถิด
َف َعتَوْا َعنْ أَم ِْر َر ِب ِهْم َفأَ َخذَتهْم ال َّصا ِع َقةْ َوهمْ َينظرو َْن
: แต่พวกเขาได้ท้าทายโอหงั ต่อพระบัญชาของพระเจ้าของพวกเขา ดงั นัน้ เสยี งกมั ปนาทกไ็ ด้
คร่าชีวิตพวกเขาขณะท่พี วกเขาจ้องมองดูอยู่
فَ َما استَ َطاعوا ِمن قِيَاْم َو َما َكانوا منتَ ِص ِري َْن
: แล้วพวกเขากไ็ ม่สามารถจะลุกขนึ้ ยืนได้ และพวกเขาก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
และในซูเราะห์ ฮดู อายะห์ท่ี 67-68
َوأَ َخذَْ الَّ ِذي َنْ َظلَموْا ال َّصي َحةْ َفأَص َبحواْ فِ ْي ِديَا ِر ِهْم َجاثِ ِمي َْن
: และเสียงกมั ปนาทได้คร่าบรรดาผู้อธรรม แล้วพวกเขาได้กลายเป็ นผู้นอนพังพาบตายในบ้าน
ของพวกเขา
َكأَن لَّمْ يَغنَوْا ِفي َها أَلْاَ إِ َّْن ثَمو َدْ َكفَروْا َربَّهْم أَلْاَ بعْ ًدا ِلثَمو َْد
: ประหน่ึงว่า พวกเขามิได้เคยอยู่ในนัน้ มาก่อน พงึ ทราบเถดิ แท้จริงษะมดู นัน้ ปฏเิ สธศรัทธา
พระเจ้าของพวกเขา พงึ ทราบเถิด จงห่างไกลจากความเมตตาเถดิ สาหรับษะมูด
ประวัติ นะบี ซอและห์ ชาวอาดท่ที รงพลัง หย่งิ ทะนงโอหงั ประสบกับความเสียหาย
ยับเยินหลังจาก ลมพายุกระหน่าลงมาอย่างแรง หลังจากท่กี ลุ่มคนเหล่านีส้ ญู หายหมดไปแล้ว
จงึ เกิดประชาชนใหม่ขนึ้ มาช่อื ว่า “ ษะมูด ” พวกนีอ้ าศัยในท่แี ห่งหน่ึงช่อื ว่า "ฮิจญ์ร" ซ่งึ
ตงั้ อย่รู ะหว่าง...STED BY SALMAN
ชวี ประวตั ิท่านนบลี ูฏ
นบลี ูฏ นบีอบิ รอฮมี ได้ออกจากอียิปต์พร้อมกบั ลฏู หลานชาย ซ่งึ ต่อมาได้เดนิ ทางต่อไปยงั
เมืองสะดูม (โซดอม) ท่อี ยู่บนฝ่ังตะวันตกของทะเลตาย เมอื งนีเ้ ต็มไปด้วยความช่ัวช้า ผ้คู น
ในเมืองคอยดกั ปล้นอย่ขู ้างทางและฆ่านักเดนิ ทาง ความช่ัวอีกอย่างหน่ึงท่เี ป็ นเร่ืองปกตขิ อง
คนในเมอื งนีก้ ็คือการท่ีผ้ชู ายมีความสมั พันธ์ทางเพศกบั ผ้ชู ายด้วยกันแทนท่กี บั มีความสัมพันธ์
กับผ้หู ญิงการกระทาอันเลวทรามผิดธรรมชาตติ ่อมาได้เป็ นท่รี ู้จักกนั ในคาว่า “รักร่วมเพศ”...
ชีวประวตั ิท่านนบอี ิสมาเเอล
นบีอิสมาอลี วันหน่ึง อิบรอฮีมได้ต่ืนขนึ้ มาและบอกนางฮาญัรฺภรรยาของเขาให้เตรียมตวั
พร้อมท่จี ะนาลูกออกเดินทางไกล หลังจากนัน้ สองสามวัน อิบรอฮีมกบั นางฮาญรั ฺพร้อมอสิ มาอี
ลลูกน้อยท่ียงั ไม่อดนมกเ็ ร่ิมออกเดินทาง อิบรอฮีมได้เดนิ ทางผ่านดินแดนท่เี ป็ นถ่นิ
เพาะปลกู ทะเลทรายและภเู ขาจนกระท่ังมาถึงทะเลทรายแห่งคาบสมุทรอารเบยี และได้มาถงึ
หุบเขาแห่งหน่ึงท่ปี ราศจากต้นไม้ ผลไม้...
ชีวประวตั ิท่านนบอี สิ ฮาก และนบยี ะกู๊บ
เร่ืองราวของนบีอิสฮาและนบยี ะก๊บู คมั ภรี ์กุรอานไม่ได้ให้รายละเอยี ดเก่ยี วกับชีวิตของอิส
ฮากไว้ แต่นักอรรถาธบิ ายคัมภีร์กรุ อานผู้น่าเช่ือถอื ได้กล่าวว่า เม่อื นบอี ิบรอฮีมรู้สึกว่าชวี ติ ของ
ตนกาลังใกล้วนั สิน้ สุดเข้ามาทุกที เขาอยากท่จี ะเหน็ อสิ ฮากได้แต่งงาน เขาไม่ต้องการให้อสิ
ฮากแต่งงานกบั หญงิ ชาวคะนาอันท่เี คารพบูชารูปปั้น...
ชีวประวัตทิ ่านนบยี ูซุฟ
นบียซู ุฟ ยะกู๊บเป็ นลูกของนบสี ฮากและนบีคนหน่ึง ท่านมฉี ายานามว่า อิสรออลี (หรือ อิส
ราเอก)ซ่งึ มคี วามหมายว่า บ่าวของอลั ลอฮ นบยี ะกู๊บมลี กู ชาย 12 คนและจากลกู ชาย 12
คนคนนีไ้ ด้ก่อให้เกดิ ลกู หลานอีกมากมาย.
ชีวประวตั ทิ ่านนบีชุอัยบ์
นบีชุอัยบ์ ขอพาน้องไลลาย้อนกลับไปท่พี ระคมั ภีร์เดิม ของชาวยิวและคริสต์ก่อนซกั นิด
เพราะหลงั จากภรรยาของท่านสองคนท่ฉี ันเล่ามาหลายตอนท่ผี ่านมาแล้วนัน้ พระคัมภีร์เดิมยงั
กล่าวต่อไปว่า หลงั จากนัน้ ท่านก็ได้ภรรยาอกี คนหน่ึง ปฐมกาล 25:1 อบั ราฮมั ได้ภรรยาอกี
คนหน่ึงช่อื ...
ชวี ประวัติท่านนบีมซู า
นบีมซู า(อ.) ท่าน นบีมซู า บินอมิ รอน(อ.) เป็ นลกู หลานของท่านนบยี ะอ์กูบ และมาจาก
เผ่าบนีอสิ รออีล ซ่ึงอย่ใู นแผ่นดินอยิ ปิ ต์ พวกเขาได้พานักอย่ใู นพนื้ แผ่นดนิ นัน้ ตงั้ แต่สมยั ท่ี
ท่านนบียซู ุฟได้เชิญชวน ผู้เป็ นบดิ าและบรรดาพ่ีชายของท่านมาอย่ทู ่ีแห่งนัน้ ความ
เป็ นอย่ขู องเผ่า “บนีอิสรออีล” เป็ น...
ชีวประวัตทิ ่านนบีฮารูน
นบฮี ารูนอลั กรุ อานไม่ได้กล่าวถึงวาระสุดท้ายของท่านนบมี ูซา และนบอี กี หลายท่านอัลกุ
รอานก็มิได้กล่าวถงึ แต่มหี นังสือบางเล่มของนักเขยี นอิสลามได้เขยี นถงึ เร่ืองนีแ้ ต่เขาไม่ได้
บอกว่าเขานาหลกั ฐานการเขยี นประวตั ชิ ่วงนีม้ าจากไหนเพราะไม่ได้ระบไุ ว้ แต่ฉันเหน็ ว่า
ในช่วงท่หี นังสอื เล่มนีก้ ล่าวถงึ มไิ ด้มีผลต่อหลักการใดๆ ในเร่ืองข้อห้ามข้อใช้จากอัลเลาะฮ์...
ชวี ประวตั ทิ ่านนบดี าวูด
นบีดาวูด หลังจากสมั ยของนบมี ซู าแล้ว พวกอิสรออลี ต้องเดินทางระหกเหินและไม่สามารถ
รวมตัวเป็ นชาตทิ เี ข้มแข็งได้ ดังนัน้ ชาวอิสรออีลจงึ ต้องถกู ชาวอ่ืนรุกรานและกดข่ขี ่มเหงมา
ตลอด ในสมยั นัน้ ดาวูดเป็ นเดก็ คนหน่ึงท่เี กิดในเชือ้ สายของอสิ รออลี และเป็ นท่ีมคี วามกล้า
หาญมาก นบีซามูเอลจงึ ได้แต่งตงั้ ชาวอสิ รออลี คนหน่ึงซ่อื ฏอลูตขนึ้ เป็ นกษัตร์ย์และบอกพวก
เขาว่า อลั ลอฮได้ทรงแต่งตัง้ ฏอลตู ให้เป็ นกษัตริย์สาหรับพวกแล้ว นบีซามเู อลจงึ ได้กล่าว
ว่า ..
ชวี ประวตั ิท่านนบีสุไลมาน
นบสี ุลยั มาน ลงจากนัน้ นบีดาวูดได้เสยี ชีวติ แล้ว นบสี ุลัยมาน ลกู ของท่านกไ็ ด้ขงึ้ มาสืบ
ทอดอานาจการปกครองชาวอิสรออสี ต่อ ดังนัน้ นบสี ุลยั มานจงึ เป็ นทงั้ นบแี ละ
กษตั ริย์ นอกจากนัน้ แล้วนบสี ุลยั มานยงั ได้รับความรู้ความสามารถพเิ ศษบางอย่าง
จากอลั ลอฮ เช่น
ชวี ประวตั ิท่านนบีอยั ยูบ
นบอี ัยยูบ อิบนุอิสฮากได้กล่าวว่านบีอยั ยูบเป็ นโรม ช่อื ของเขาคือโยบ อนิ ุโมส อิบนุรา
เซห์ อิบนุอเี ซา อิบนุอสิ ฮาก อบิ นุอิบรอฮมี แต่กม็ บี างคนกล่าวว่าเขาคือโยบ อิบนุโมส อบิ นุรี
มลิ อบิ นุอเี ซา อิบนุอสิ ฮาก อบิ นุยะก๊บู นอกจากนีแ้ ล้วกย็ งั มีรายง...
ชวี ประวตั ิท่านนบีอลิ ยาส
นบอี ิลยาส นบอี ลิ ยาส หรือ อลิ ยาซ (ภาษาอาหรับ: إلياس/อลิ ยาส/; ภาษาฮีบรู: אליהו/เอลี
ยะหฺ/; ภาษากรีก: Ἠλίας /เอลยี าส/) เป็นนบคี นหนึง่ ในปาเลสไตน์ มีชีวิตอยใู่ นราว 870 ปี ก่อน
ค.ศ. หลงั นบสี ลุ ยั มานราว 100 ปี นบีอลิ ยาสไมม่ ีคมั ภรี ์เป็นของตน...
ชวี ประวตั ิท่านนบียูนุส
นบียูนุส ศาสดายูนุส(อ.) ยังถูกเรียกขานด้วยช่ืออ่ืนอีกสองช่ือ คือ "ซนั -นูน" (ราชาแห่งปลา)
และ "ซอฮิบลิ -ฮตุ " (สหายของปลา) ในคัมภรี ์อลั -กรุ อานได้กล่าวถงึ ศาสดายูนุส(อ.) ดังนี้ "และ
จงราลกึ ถึงเร่ือง ราวข
ชีวประวัตทิ ่านนบีซาการียา
นบีซาการียา“ และจงราลกึ ถงึ เร่ืองราวของซะกะรียา เม่อื เขาได้ร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า ข้า
แต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์อย่อู ย่างเดียวดาย
ชวี ประวตั ิท่านนบยี ะห์ยา
นบยี ะห์ยา จากเร่ือง นบ(ี ศาสนทูตของพระเจ้า)ยะห์ยา(ยอห์นแบบติศ)ท่ีฉันได้เขยี นจดหมาย
เล่าผ่านมานัน้ น้องไลลาจะเหน็ ได้ว่าท่านนบยี ะห์ยาไม่ได้ใช้ชีวติ ของท่านร่วมกบั มวลชนอยู่
เป็ นประจาท่านมกั จะหลบไปอย่คู นเดียวเสมอ แต่ประชาชนต่างร่าลอื ในกติ คิ ณุ ของท่านและ
เฝ้ารอการตัดสนิ ในปัญหาต่างๆทางด้านศาสนา เป็ นข้อคดิ ข้อชีแ้ นะซ่งึ ประชาชนต่างยอมรับ
ในการตัดสินของท่านอย่างจริงใจ เม่ือรู้ว่าท่านอย่ทู ่ใี ดในเวลาท่ีท่านกลบั มาก็จะมาหาเพ่อื ไต่
ถามปัญหา แล้วท่านกป็ ลีกตัวไปใช้ชวี ติ แบบสนั โดษอีก การท่ีท่านไม่ได้อย่กู บั ท่ีแต่เม่อื
กลับมาสู่สงั คม ก็จะมีสาวกรายล้อมท่านจนกลายเป็ นกลุ่มชนใหญ่ในยามเคล่อื นไหวหรือ
ถกเถียงปัญหาท่ขี ดั แย้งกนั กับนักบวชท่ไี ม่มีคุณธรรมแต่มีอานาจในการเมืองหรือการแสดง
ความคดิ เหน็ ท่ตี ่อต้านการปกครองท่อี ยตุ ิธรรมนัน้ อนั เป็ นส่วนในข้อสนทนาธรรมจากพระ
คัมภีร์เดิมซ่ึงมขี ้อกฏหมายมาตัง้ แต่สมัยนบมี ูซา(โมเสส)แต่โบราณนัน้ ทาให้ไม่ท่านรอดพ้น
จากการถกู เพ่งเลง็ จากบรรดาผู้ท่ีอธรรม ซ่งึ ชนชัน้ ปกครองและนักบวชท่ีไม่มคี ณุ ธรรมต่างกร็ ู้
ดีว่า คาพดู และข้อชีข้ าดอันใดของท่านนบียะห์ยา(ยอห์นแบบตศิ ) เป็ นข้อสุดสนิ้ ท่ปี ระชาชน
ยอมรับโดยปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ วาระสุดท้ายของท่านนบียะห์ยา(ยอห์นแบบ
ตศิ ) “แล้วข่าวคราวกติ ศิ ัพท์ของยะห์ยากไ็ ด้แพร่กระจายไปเข้าหูกษตั ริย์
ผ้ปู กครองปาเลสไตน์ในขณะนัน้ เขารู้สกึ ได้ว่าประชาชนต่างกล่าวขวญั ถงึ ท่านนบียะห์ยาเป็ น
อย่างย่ิงแต่ตัวของเขากลับไม่เป็ นท่กี ล่าวถงึ ของประชาชนทัง้ ท่ีเขาเป็ นกษัตริย์ท่ีมอี านาจอยู่
ณ..
ชีวประวัตนิ บีอีซา
นบีอซี านะบสี ุดท้ายก่อนท่านนะบีมุฮมั มัด คอื ท่านนะบีอซี า บรรดานะบีและร่อซลู
ทงั้ หมดมาประกาศเทศนาให้อีมานต่ออลั ลอฮฺ ด้วยถ้อยคาอนั ชัดเจนว่ามีนะบใี นยุคสุดท้ายท่จี ะ
มาคือ ท่านนะบีมุฮัมมดั ท่านนะบอี ซี าเป็ นบุคคลหน่ึงในเผ่าตระกลู ของบะนีอิสรออลี [4] ท่าน
เกดิ ท่เี มืองฟิ ลิสฏ
ชีวประวตั ิ ท่านนบีมฮู ัมหมัด
ประวัติศาสตร์อสิ ลามยคุ นบีถงึ คอลฟี ะฮ์ทงั้ ส่ี อสิ ลาม” เป็ นคาภาษาอาหรับ แปลว่า การยอม
จานน การปฏบิ ตั ติ าม และการนอบน้อม เม่อื นาคาว่า อิสลาม มาเป็ นช่อื ของศาสนาจึงมี
ความหมายว่า เป็ นศาสนาแห่งการยอมนอบน้อม จานนต่อพระเจ้าคอื อัลลอฮ์อสิ ลามเป็ น
ศาสนาสุดท้ายท่ถี ูกประทางลงมาจากชัน้ ฟ้าด้วยความพอพระทัยของอลั ลอฮ์ท่จี ะมอบให้แก่
มวลมนุษยชาติ....
ท่านนบีมูฮัมหมัด ( ซ.ล. ) (แบบย่อ)
การเกิด ท่านศาสดามฮุ มั มดั ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะซลั ลมั เกิดทนี่ ครมกั กะฮฺ ประเทศซา
อดุ อิ ารเบยี ซง่ึ เป็นประเทศท่ตี งั้ อยแู่ ถบตะวนั ออกกลาง เกิดเม่อื เวลาเช้าตรู่ของ วนั ท่ี 12 เดือน
ร่อบอี ้ลุ เอาวลั ปีช้าง ซงึ่ ตรงกบั วนั ท่ี 22 เมษายน ค.ศ.571 หรือ พ.ศ.1114 เมอ่ื ทา่ นอบั ดลุ
มฏุ ฏอลบิ ผ้เู ป็นป่ไู ด้ทราบขา่ วการเกิด จงึ ได้รีบไปเยยี่ มและได้ตงั้ ชอื่ ให้หลานชายว่า มฮุ มั หมดั
ผ้ไู ด้รับการสรรเสริญ
เชอื้ สาย บดิ าของทา่ นช่อื อบั ดลุ ลอฮฺ เป็นบตุ รของอบั ดลุ มฏุ ฏอลิบ บตุ รของฮาชมิ บตุ ร
ของอบั ดลุ มะนาฟ บตุ รของกศุ อ็ ย บตุ รของกิลาบ มารดาของท่านช่ือ อะมีนะฮฺ บตุ รของวะฮบั
บตุ รของอบั ดลุ มะนาฟ บตุ รของชรุ อฮฺ บตุ รของกิลาบ บิดาและมารดาของท่านศาสดามฮุ มั มดั
ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะซลั ลมั เป็นต้นตระกลู เดียวกนั หรือเผ่าเดยี วกนั คือเผ่ากเุ รช บิดาของท่าน
เสยี ชีวติ ในขณะท่ที ่านอย่ใู น ครรภ์มารดา และตอ่ มามารดาของท่านกเ็ สยี ชวี ิตอีก ในขณะที่
ทา่ นมอี ายไุ ด้ 6 ปี ท่านศาสดาจึงได้ไปอย่กู บั ป่ชู อื่ อบั ดลุ มฏุ ฏอลิบ
การทางาน เมื่อยงั เป็นเดก็ ทา่ นเคยทางานโดยมีอาชพี รับจ้างเลยี ้ งแกะ และได้เคยตดิ ตาม
ลงุ ไปค้าขายยงั ประเทศ ซีเรีย 2 ครัง้ ครัง้ แรกไปเมอื่ อายุ 12 ปี ครัง้ ท่ี 2 ไปเม่ืออายุ 25 ปี
ในขณะท่ีท่านมอี ายุ 25 ปีนนั้ ทา่ นไปทางานอย่กู บั ท่านหญิงค่อดญี ะฮฺ ซง่ึ เป็นเจ้าของกิจการ
ค้าในนครมกั กะฮฺด้วยความซือ่ สตั ย์สจุ ริต มไี มตรีและมติ รภาพ ประกอบกบั มปี ระสบการณ์ใน
เร่ืองการค้าขาย เมื่อสมยั ท่ียงั อยกู่ บั ลงุ จึงทาให้กิจการค้าของท่านหญิงค่อดญี ะหฺได้
เจริญรุ่งเรืองเป็นลาดบั
แม่นมของศาสดา เมื่อทา่ นศาสดาเกิดได้ 2-3 วนั ท่านได้รับการเลยี ้ งดจู ากสวุ ยั บะฮ์ ซงึ่
เป็นแมน่ มคนแรก สาหรับแม่นมคนท่ี 2 คือ ฮาลมี ะฮ์ อซั ซะอ์ดยี ะฮ์ ซงึ่ เป็นแม่นมโดยถาวร
คุณลักษณะของท่านศาสดา ท่านศาสดามฮุ มั มดั เป็นบคุ คลท่ีเพียบพร้อมไปด้วยความ
ประเสริฐหลายด้าน เช่นความสจั จะ ความซอื่ สตั ย์ ทา่ นได้รับสมญานาม อซั ซอดิก ผ้มู ีวาจา
สจั จะ และ อลั อะมนี ผ้ทู ่ีมคี วามซ่ือสตั ย์
การตายของบดิ า อบั ดลุ ลอฮ์ บิดาของท่านศาสดาสนิ ้ ชีวติ ขณะทที่ า่ นศาสดาอยใู่ นครรภ์
มารดา 2 เดอื น
การตายของมารดา อามีนะฮ์ มารดาของท่านศาสดาสนิ ้ ชวี ติ ขณะที่ท่านศาสดาอายุ 6
ปี
การตายของป่ ู อบั ดลุ มตุ ตอลบิ ป่ขู องทา่ นศาสดาสนิ ้ ชีวติ ขณะทที่ ่านศาสดาอายุ 8 ปี
อาศัยอย่กู บั ลุง อบตู อลิบ ลงุ ของท่านศาสดาเลยี ้ งดทู า่ นศาสดาด้วยความรักและเอ็นดู
ทา่ นศาสดาเป็นเด็กฉลาด มีความประพฤติดีและขยนั ท่านชว่ ยลงุ เลยี ้ งแพะ แกะ และชว่ ยลงุ
ทางานหลายอย่าง
การสมรส ท่านได้รับการยกยอ่ งและขนานนามวา่ " อลั อามีน " แปลว่า ผ้ซู ื่อสตั ย์ ความ
ยตุ ิธรรม และการได้รับความ ไว้วางใจของท่านนเี ้องทาให้ท่านหญิงคอ่ ดีญะฮฺ ซงึ่ เป็นนายจ้าง
ของท่าน จึงได้ขอแต่งงานกบั ทา่ น ซง่ึ ขณะนนั้ ทา่ นอายไุ ด้ 25 ปี สว่ นทา่ นหญิงคอ่ ดญี ะฮฺอายุ
ได้ 40 ปี ซง่ึ เป็นแม่หม้าย ท่านหญิงค่อดญี ะฮฺได้สนิ ้ ชีวติ ลงกอ่ น ฮิจเราะฮฺ ประมาณ 3 ปีกว่า
ซง่ึ ขณะนนั้ ท่านศาสดามฮุ มั หมดั ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะซลั ลมั มีอายุ 50 ปีเต็ม ดงั นนั้ ทา่ นทงั้
สองจงึ ใช้ชีวิตร่วมกนั ไม่น้อยกว่า 25 ปี และตลอดเวลาอนั ยาวนานนนั้ ท่านศาสดามฮุ มั หมดั
ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซลั ลมั มภี รรยาเพยี งคนเดยี วเทา่ นนั้ คือ ทา่ นหญิงคอ่ ดีญะฮฺ ทงั้ ๆทใี่ น
ประเทศอาหรับขณะนนั้ การมภี รรยาหลายคนจะเป็นเหตกุ ารณ์ปกตหิ รือเป็นเรื่องธรรมดา
สามญั ก็ตาม
การเป็ นศาสดา ทา่ นศาสดามฮุ มั หมดั ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะซลั ลมั ได้รับวะฮยฺ ู (วะฮยี ฺ)
= Revalation = การดลใจ หรือการรวบรัดดวงจติ โดยฉบั พลนั จากพระผ้เู ป็นเจ้า ซง่ึ
เริ่มต้นด้วยคาวา่ อดิ เราะอฺ แปลว่า จงอา่ น " จงอ่าน ด้วยพระนามของพระผ้อู ภบิ าลของเจ้า ผู้
ทรงสร้าง (สากลจกั รวาล) ผ้ทู รงสร้างมนษุ ย์จากก้อนเลือด จงอา่ นเถิด และผ้อู ภบิ าลของเจ้า
ทรงเออื ้ เฟือ้ เผ่ือแผ่ย่งิ " (96 : 1-3) ท่านได้รับวะฮยฺ หู รือการดลใจหรือการแต่งตงั้ ให้เปน้
ศาสดาจากพระผ้เู ป็นเจ้า ในเดือนร่อมาฎอน ณ. ถา้ ฮิรออฺ ซงึ่ ขณะนนั้ ทา่ นมีอายไุ ด้ 40 ปี
การแต่งตงั้ เป็ นรอซ้ลู ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั ได้รับการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู หลงั จากวนั ทไ่ี ด้รับ
การแต่งตงั้ เป็นนบีได้ 6 เดือน ท่านได้รับการแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู ในเดือนรอบอี ้ลุ เอาวลั ตรงกบั
ค.ศ. 610
การประกาศอสิ ลามอย่างลับๆ พระผ้เู ป็นเจ้าทรงมีบญั ชาให้ทา่ นศาสดามฮุ มั หมดั
ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซลั ลมั ประกาศอิสลามอยา่ งลบั ๆก่อน คอื ประกาศแกญ่ าติผ้ใู กล้ชิดเป็น
ประการแรก หญิงคนแรกทน่ี บั ถือศาสนาอสิ ลาม คอื ท่านหญิง ค่อดญี ะฮฺ ภรรยาของทา่ น ชาย
หน่มุ คนแรกทรี่ ับอิสลามคอื ท่านอบบู กั ร เยาวชนคนแรกทร่ี ับอิสลาม คือท่านอลี ซง่ึ มีอายเุ พียง
8-10 ปี ทาสคนแรก คอื ท่านซยั ดฺ ซง่ึ เป็นบตุ รของฮาริซะฮฺ และต่อมาได้รับกรปลดปลอ่ ยให้
เป็นอิสระ การประกาศอิสลามอย่างลบั ๆ ได้กระทามาเป็นเวลา 3 ปี สาเหตทุ ป่ี ระกาศอยา่ ง
ลบั ๆ นเี ้พราะบรรดามสุ ลมิ ยงั มกี าลงั น้อยอยู่
การประกาศอสิ ลามอย่างเปิ ดเผย หลงั จากท่ีทา่ นศาสดามฮุ มั หมดั ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิ
วะซลั ลมั ได้ประกาศศาสนาอย่างลบั ๆ เป็นเวลา 3 ปี แล้วกไ็ ด้รับบญั ชาจากพระผ้เู ป็นเจ้าให้
ประกาศอสิ ลามอย่างเปิดเผย ทงั้ ๆที่ในขณะนนั้ มผี ้นู บั ถืออิสลาม ยงั ไมม่ ากนกั ท่านถือกาเนดิ
มาจากตระกลู กรุ ็อยส์ ซง่ึ วงศ์ระกลู ของทา่ นสบื เชอื ้ สายมาจากนบอี สิ มาอีล บตุ ร นบีอิบรอฮมี
(อ.ล.) การเดินทางไปตา่ งแดน ทา่ นศาสดาเดินทางไปค้าขายกบั ลงุ ท่ซี ีเรีย ขณะท่ีท่านมีอายุ
เพียง 12 ปี ใน ระหว่างทางท่านได้พบกบั บาทหลวงช่ือ บะฮีรอ ซงึ่ กลา่ วถงึ ความเป็นศาสดา
ของท่านในอนาคต
เข้าร่วมสงครามฟุจญ้าร ครัง้ ท่ี 1 และ 2 ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั เข้าร่วมทาสงคราม
ระหวา่ งเผา่ ในเมอื งมกั กะฮ์ขณะทท่ี า่ นมอี ายุ 15 ปี ร่วมขบวนการฟืน้ ฟู ฮิลฟุล ฟดุ ้ลุ ท่าน
ศาสดาเข้าร่วมองค์กรชว่ ยเหลอื และสงเคราะห์ผ้ปู ระสบภยั ซง่ึ เป็นองค์กรของเยาวชน ในขณะที่
ท่านมอี ายุ 16 ปี
การเดินทางไปค้าขาย ท่านศาสดาเดนิ ทางไปค้าขายทซ่ี เี รียในฐานะพ่อค้า ท่านทาการค้า
ให้กบั พระนางคอดีญะฮ์ ในขณะทีท่ ่านศาสดามีอายุ 23 - 24 ปี
การตัดสนิ ปัญหาชขี้ าดด้วยชาญฉลาด ท่านศาสดามฮุ มั มดั ทาการตดั สินชขี ้ าดกรณี
ขดั แย้งเก่ียวกบั การยกหินดาไปวางไว้ท่เี ดิม การแก้ปัญหาของทา่ นได้สร้างความพงึ พอใจให้กบั
ทกุ คน ทาให้ทกุ คนยอมรับในความเฉลยี วฉลาดของท่าน เหตกุ ารณ์นเี ้กิดขนึ ้ ขณะท่ีทา่ นมีอายุ
35 ปี
การประทานวะฮยี ์ครัง้ แรก อลั ลอฮ์ทรงประทานอลั กรุ อาน ซูเราะฮ์ อลั อะลกั อายะฮ์ที่ 1
– 5 ในค่าคืนวนั ศกุ ร์ที่ 17 เดือนรอมฎอนท่ีถา้ ฮิรออ์เหตกุ ารณ์ครัง้ นแี ้ สดงถงึ การได้รับแตง่ ตงั้
เป็นนบขี องท่านศาสดามฮุ มั มดั ในขณะที่ทา่ นมีอายุ 40 ปี
การละหมาดฟะญรั และอสั ร่ี อลั ลอฮ์ทรงกาหนดให้ละหมาดฟะญรั เวลารุ่งอรุณ และอสั
รี่ เวลาเย็นอย่างละ 2 ร็อกอะฮ์ นบั ตงั้ แตว่ นั ที่ได้รับการแต่งตงั้ เป็นศาสนทตู
ชาวกรุ ็อยส์ต่อต้านท่านศาสดา ปีที่ 3 – 5 ของการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู ชาวกรุ ็อยสป์ ระชมุ
หารือเพือ่ ขอร้องให้ลงุ ของทา่ นศาสดาอบตู อลิบช่วยบอกให้ศาสดาเลิกล้มการเผยแผศ่ าสนา
อิสลาม แต่ทา่ นศาสดาปฏเิ สธข้อเสนอ ท่านกลา่ วว่า ขอสาบานตอ่ อลั ลอฮ์ ฉนั จะไมท่ งิ ้ งานเผย
แผเ่ ป็นอนั ขาด จนกวา่ อลั ลอฮ์จะทรงให้ได้รับชยั ชนะหรือไมฉ่ นั ก็พินาศไป แสดงให้เหน็ ถึงความ
ม่งุ มน่ั ในการเผยแผข่ อง ท่านศาสดา
ชาวกรุ ็อยส์ต่อต้านอย่างรุนแรง ปีที่ 5 – 7 ของการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู ชาวกรุ ็อยสเ์ ร่ิมทา
ร้ายบรรดาศอฮาบะฮ์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงพวกที่เป็นทาส พวกอ่อนแอซงึ่ ไมม่ ีคนคอยชว่ ยเหลอื
การอพยพสู่อบสิ สิเนีย เมอื่ ศาสดาเห็นบรรดาศอฮาบะฮ์ได้รับความทกุ ข์ทรมานและการ
ทาทารุณ ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั สง่ั ให้ศอฮาบะฮ์อพยพไปอบสิ สเิ นีย – เอธิโอเปีย ในปีท่ี 5 ของ
การแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู บคุ คลสาคญั รับอิสลาม ทา่ นฮมั ซะฮ์ บตุ ร อบั ดลุ มตุ ตอลิบ และอมุ รั
บตุ รคอ็ ตตอ็ บ เข้ารับอสิ ลามในปีท่ี 5 ของการแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู ต่อมาอลั ลอฮ์ได้ให้อสิ ลามมี
ความเกรียงไกรด้วยการรับอิสลามของทงั้ สอง
การคว่าบาตรท่านศาสดา ชาวกรุ ็อยส์ตอ่ ต้านและคว่าบาตร ไม่คบหาสมาคมกบั ทา่ น
ศาสดา ตระกลู บนฮู าชิมและบรรดาผ้ศู รัทธา ในปีที่ 7 – 10 ของการแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู
ปี แห่งความโศกเศร้า ปีที่ 10 ของการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู ถือวา่ เป็นปีแหง่ ความโศกเศร้า
เนื่องจากพระนางคอดีญะฮ์ผ้เู ป็นภรรยาและ อบตู อลิบผ้เู ป็นลงุ ท่ีได้ให้การอปุ การะได้สิน้ ชีวติ
การเผยแผ่ท่เี มืองฎออิฟ ปีท่ี 10 ของการแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู ทา่ นศาสดาเดนิ ทางไปเผย
แผ่ศาสนาทเี่ มอื งฎออฟิ ซงึ่ อย่ทู างตอนใต้ของเมอื งมกั กะฮ์ แต่ก็ได้รับการปฎเิ สธ
การละหมาดฟัรดู อลั ลอฮ์ทรงกาหนดการละหมาดฟัรดู 5 เวลาในขณะทท่ี า่ นศาสดา
เมยี๊ ะรอจญ์
การเร่ิมต้นของอิสลามท่มี ะดีนะฮ์ ปีที่ 11 ของการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู ชาวมะดีนะฮ์ 6
คน เข้าพบท่านศาสดาเพ่ือขอรับอสิ ลาม
สนธสิ ัญญาอัลอะกอบะฮ์ ครัง้ ท่ี 1 ปีท่ี 12 ของการแต่งตงั้ เป็นรอซ้ลู ชาวมะดนี ะฮ์ 12
คน เข้าพบทา่ นศาสดาเพ่ือทาสญั ญาอลั อะกอบะฮ์ครัง้ ท่ี 1 โดยให้สตั ยาบนั วา่ จะเคารพภกั ดี
อลั ลอฮ์เพยี งองค์เดียว
สนธสิ ญั ญา อลั อะกอบะฮ์ ครัง้ ท่ี 2 ปีที่ 13 ของการแตง่ ตงั้ เป็นรอซ้ลู ชาวมะดีนะฮ์
75 คน เข้าพบท่านศาสดาเพ่ือทาสญั ญา อลั อะกอบะฮ์ ครัง้ ท่ี 2 โดยให้สตั ยาบนั วา่ พวกเขา
จะสนบั สนนุ และชว่ ยเหลือทา่ น ศาสดาพร้อมทงั้ บรรดาศอฮาบะฮ์ท่อี พยพไปอยทู่ ี่มะดนี ะฮ์
ท่านศาสดาอพยพจากมกั กะฮ์ส่มู ะดีนะฮ์ ท่านศาสดาอพยพจากมกั กะฮ์โดยมีอบบู กั ร
ร่วมเดนิ ทางไกลด้วย ระหวา่ งทางท่านได้สร้าง มสั ญิดกบุ าอ์ ซง่ึ เป็นมสั ญิดหลงั แรกทถ่ี กู สร้าง
ขนึ ้ ท่านศาสดาเข้าเมืองมะดีนะฮ์ในวนั ศกุ ร์ ท่านได้ทาการละหมาดวนั ศกุ ร์ร่วมกบั พนี่ ้องมสุ ลิม
ท่นี นั่ ซง่ึ ถือวา่ เป็นการละหมาดวนั ศกุ ร์ครัง้ แรกของอิสลาม เม่ือถงึ เมอื งมะดีนะฮ์ ท่านศาสดาได้
สร้างความรัก ความเป็นพ่นี ้องร่วมศรัทธาระหว่างชาวมฮุ าญิรีน ผ้อู พยพ กบั ชาวอนั ซอ็ ร ผ้ชู ว่ ย
เหลอื การอพยพของท่านศาสดามีความสาคญั มากในประวตั ศิ าสตร์อิสลาม มสุ ลิมจงึ ถือเอา
การอพยพของท่านศาสดามฮุ มั มดั เป็นจดุ เริ่มของศกั ราชอิสลาม ซงึ่ เรียกวา่ ฮิจญเราะฮ์ศกั ราช
( ฮ.ศ. ) ปีแหง่ การอพยพของทา่ นศาสดามฮุ มั มดั
อ้างองิ http://i-amalan.blogspot.com/
ผู้แปล:
โดย อรุณ บญุ ชม
สานักพมิ พ์:
สนง.คณะกรรมการอิสลามประจากรุงเทพมหานคร