หนังสือประกอบการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ความหลากหลาย ของสิ่สิ่ สิ่ งสิ่ งมีมี มี ชีมี ชี ชี วิชี วิ วิ ตวิ ต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้เรียบเรียง นักศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการได้มีคำ สั่งให้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ใน โรงเรียนทั่วไปที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในปีการศึกษา พ.ศ.2556 และจากการศึกษาวิจัยและ ติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 จึงนำ ไปสู่การพัฒนาหลักสูตรแกน กลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งมีความเหมาะสมและชัดเจน เพื่อให้สถานศึกษาได้ นำ ไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการจัดหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา เด็กและเยาวชนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะที่ จำ เป็นสำ หรับการดำ รงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนา ตนเองต่อเนื่องตลอดชีวิต หนังสือประกอบการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เล่มนี้จัดทำ ขึ้นสำ หรับใช้ประกอบการเรียนการสอนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 โดยดำ เนินการจัดทำ ให้สอดคล้องตามกรอบของหลักสูตรทุกประการ เพื่อส่ง เสริมกระบวนการคิด การสืบเสาะแสวงหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร การตัดสินใจ การนำ ไปใช้ในชีวิต รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรมและค่า นิยมที่ถูกต้องเหมาะสมกับการดำ รงชีวิตในสังคมไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเนื้อหาในหนังสือประกอบการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เล่มนี้ประกอบเรื่อง ย่อยดังนี้ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต บทที่ 2 หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช คณะผู้จัดทำ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังวสือเรียนเล่มนี้ จะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่อำ นวย ประโยชน์ต่อการเรียนวิทยาศาตร์ เพื่อให้สัมฤทธิ์ผลตามมาตรฐานตัวชี้วัดที่กำ หนดไว้ใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ทุกประการ คณะผู้จัดทำ คำ นำ
ความหลากหลายของสิ่สิ่ สิ่ งสิ่ งมีมี มี ชีมี ชี ชี วิชี วิ วิ ตวิ ต บทที่ที่ ที่ที่1 กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ สิ่สิ่ สิ่ งสิ่ งมีมี มี ชีมี ชี ชี วิชี วิ วิ ตวิ ต หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช.................................................38 กิจกรรมฝึกทักษะ กิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน.......................54 สารบับั บัญบั 1. การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต..........................................................02 2. ความหลากหลายของพืช..................................................09 3. ความหลากหลายของสัตว์................................................19 กิจกรรมฝึกทักษะ กิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน.......................35 บทที่ที่ ที่ที่2 หน้น้ น้ าน้ าที่ที่ ที่ ขที่ ของส่ส่ ส่ ว ส่ วนต่ต่ ต่ า ต่ างๆ ของพืพื พื ชพื ช
ตัวชี้วัด กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ สิ่สิ่ สิ่ งสิ่ งมีมี มี ชีมี ชี ชี วิชี วิ วิ ตวิ ต บทที่ 1 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต ว 1.3 ป.4/1 จําแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมชีวิตออก เป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ ว 1.3 ป.4/2 จําแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์โดยใช้ข้อมูลที่ รวบรวมได้ ว 1.3 ป.4/3 จําแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมี กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 1.3 ป.4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์ สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ นม และยกตัวอย่าง สิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม 1
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามีมากมาย นักวิทยาศาสตร์ได้สำ รวจและเก็บ รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเพื่อนำ มาศึกษาและจำ แนกประเภทโดย ใช้ ความเหมือนและความแตกต่างจากลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น ลักษณะ ภายนอก การเคลื่อนที่ หรือการกินอาหาร เป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต เป็น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่มนั้นมีลักษณะ เหมือนกันหรือแตกต่างกัน อย่างไร 2
1.สำ รวจและสืบ สื ค้นค้ข้อข้มูล มู เกี่ย กี่ วกับกัลักลัษณะสำ คัญคัของสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ตวิต่าต่งๆ 2. จำ แนกสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ตวิโดยใช้ลัช้กลัษณะความเหมือ มื นและความแตกต่าต่งของสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ตวิเป็น ป็ เกณฑ์ ต้องเตรียมต้องใช้ 1.แผนภาพกลุ่มลุ่ พืช พื กลุ่มลุ่ สัตสัว์และกลุ่มลุ่ ที่ไที่ ม่ใม่ช่พืช่ช พื และสัตสัว์ (ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ 2.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่หนังนัสือ สื อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้ จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 1 การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต 1. แบ่งกลุ่ม แล้วร่วมกันศึกษาแผนภาพลักษณะสำ คัญของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ครูเตรียมไว้ 2. ช่วยกันสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะสำ คัญของกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่าง ๆ 3. นำ ข้อมูลจากการศึกษาแผนภาพและการสืบค้นข้อมูลมาอภิปรายและลงความเห็น ร่วมกัน แล้วบันทึกผลลงในสมุด 1. สำ รวจสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในบริเวณบ้าน โรงเรียน หรือชุมชน แล้วบันทึกผลโดยวาด ภาพ สิ่งมีชีวิต และอธิบายลักษณะสำ คัญที่สังเกตได้ 2. ช่วยกันจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สำ รวจพบ โดยใช้ลักษณะความเหมือนและความแตกต่าง ของ กลุ่มสิ่งมีชีวิตเป็นเกณฑ์ 3. นำ เสนอผลการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตหน้าชั้นเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลกับกลุ่มอื่น ๆ ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การจำ แนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 3
4 หนูตอบได้ 1. เราสามารถจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตได้กี่กลุ่ม อะไรบ้าง 2. กลุ่มสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่มมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกัน อย่างไร 3. หากต้องการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มสัตว์และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ออกจากกัน เราควรใช้ เกณฑ์ใดจึงเหมาะสมที่สุด ระหว่างการย่อยสลายสิ่งมีชีวิตอื่นหรือ ลักษณะการกินอาหาร เพราะอะไร บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
พืช เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารได้เองจากกระบวนการ สังเคราะห์ ด้วยแสง โดยใช้รงควัตถุสีเขียวที่พืชสร้างขึ้น เรียกว่า คลอโร ฟิลล์ พืชสามารถ เคลื่อนไหวได้แต่เคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้ สิ่งมีชีวิตที่จัด อยู่ในกลุ่มพืช เช่น พริก ดาวเรือง กุหลาบ มะนาว มะม่วง มอสส์ ผักแว่น ผักกูด เป็นต้น กลุ่มพืช สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีลักษณะโครงสร้างและการดำ รงชีวิตแตกต่างกันไป สิ่งมี ชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันจะมีลักษณะบางประการที่เหมือนกัน จึงสามารถ ใช้ลักษณะ ความเหมือนหรือความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตเป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม สิ่งมีชีวิตเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ ภาพ พริก ภาพ ดาวเรือง ภาพ กุหลาบ ภาพ มะนาว ภาพ มอสส์ ภาพ มะม่วง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 5
6 สัตว์ เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เองจึงต้องกินสิ่ง มีชีวิต อื่นเป็นอาหารเพื่อให้ได้พลังงานในการดำ รงชีวิต แต่สัตว์ชนิดต่าง ๆ สามารถ เคลื่อนไหวร่างกายและเคลื่อนที่ได้ สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ เช่น สุนัข แมว ลิง ไก่ ปลา งู กบ ไฮดรา ดาวทะเล กิ้งกือ แมลงต่าง ๆ เป็นต้น กลุ่มสัตว์ ภาพ แมว ภาพ ไฮดรา ภาพ ปลาดาว ภาพ กิ้งกือ ภาพ ตั๊กแตน ภาพ งู บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจาก กลุ่มพืช และกลุ่มสัตว์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนิดสร้างอาหารได้ บางชนิดสร้าง อาหารไม่ได้ บางชนิดช่วยย่อยสลายสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น บางชนิดสามารถ เคลื่อนไหวร่างกาย และเคลื่อนที่ได้ แต่บางชนิดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตบางชนิดในกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดโรคกับคน สัตว์ หรือ พืชได้ สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา ไวรัส เป็นต้น กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและไม่ใช่สัตว์ จุลินทรีย์ (Microorganism) เช่น รา แบคทีเรีย ยีสต์ เป็นต้น เป็นสิ่งมีชีวิตขนาด เล็กที่ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการส่องดู จุลินทรีย์บาง ชนิดมีประโยชน์ สามารถนำ ไปใช้ผลิตยารักษาโรค หรือใช้หมักอาหารต่าง ๆ ได้ และจุลินทรีย์บางชนิดอาจ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ กับคน สัตว์ และพืชได้ เกร็ด วิทย์น่ารู้ ภาพ เห็ด ภาพ แบคทีเรีย ภาพ ราขนมปัง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 7
8 กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ชมพู่ ราดำ แบคทีเรีย เสือ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) พิจารณาลักษณะของสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือนและความแตกต่างเป็นเกณฑ์ 2) จำ แนกสิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ 3) นำ เสนอหน้าชั้นเรียนเพื่ออภิปรายร่วมกัน หอยทาก หญ้า เห็ด หนูนา มด ไส้เดือนดิน มะลิ วัว บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
มอสส์ พืชดอกและพืชไม่มีดอก มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร กุหลาบ บัว มะระ เฟิร์นข้าหลวง ความหลากหลายของพืช พืชรอบตัวเรามีมากมายหลายชนิด พืชบางชนิดมีลำ ต้นใหญ่ พืชบาง ชนิด มีลำ ต้นขนาดเล็ก พืชบางชนิดมีดอก พืชบางชนิดไม่มีดอก ซึ่งเราจะเห็น ได้ว่า พืชแต่ละชนิดมีลักษณะบางอย่างต่างกัน และอาจมีลักษณะบางอย่าง เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาเกี่ยวกับชีวิตของพืช นักวิทยาศาสตร์จึงจัดกลุ่มพืช ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พืชดอก และพืช ไม่มีดอก นอกจากนี้ หากจัดกลุ่ม พืชดอกโดยใช้ลักษณะภายนอกของพืชเป็น เกณฑ์ เราสามารถแบ่งพืชดอกได้เป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 9
10 1.สังสัเกตและอธิบธิายลักลัษณะภายนอกของพืช พื ชนิดนิต่าต่งๆ 2.อธิบธิายการจัดจักลุ่มลุ่ พืช พืโดยใช้ลัช้กลัษณะภายนอกของพืช พื เป็น ป็ เกณฑ์ ต้องเตรียมต้องใช้ 1.กระดาษแข็ง ข็ แผ่นผ่ ใหญ่ 1แผ่นผ่ 2.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่หนังนัสือ สื อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้ 3.ต้นต้พืช พื 2ชนิดนิ ได้แด้ก่ พริกริและเฟิร์ฟิน ร์ (ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ 4. บัตบัรภาพต้นต้พืช พื ต่าต่งๆเช่นช่ข้าข้วโพด มอสส์ใบบัวบับกเป็น ป็ ต้นต้ (ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 2 การจัดกลุ่มพืช ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การจำ แนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล 5. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 1. ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วรับบัตรภาพต้นพืชชนิดต่าง ๆ จากครูกลุ่มละ 1 ชุด (ชุดละ 8-10 ใบ) 2. ช่วยกันสังเกตลักษณะภายนอกของต้นพืชในบัตรภาพ และบันทึกผลลงในสมุด 3. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสังเกต จากนั้นช่วยกันจัดกลุ่มพืชโดยใช้ ลักษณะ ภายนอกของพืชเป็นเกณฑ์ 4. จัดทำ แผนผัง แผนภาพ หรือตารางการจัดกลุ่มพืช ลงในกระดาษแข็ง เพื่อนำ เสนอ ข้อมูล หน้าชั้นเรียน และร่วมกันอภิปรายผลการจัดกลุ่มพื
ตอนที่ 2 หนูตอบได้ 1. ยกตัวอย่างพืชดอกกับพืชไม่มีดอกที่พบในท้องถิ่นมา 2 ชนิด 2. พืชดอกกับพืชไม่มีดอกมีลักษณะภายนอกแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร 3. หากนักเรียนต้องการขยายพันธุ์พืชเพื่อจำ หน่าย นักเรียนจะเลือกขยายพันธุ์ ทานตะวัน หรือเฟิร์น เพราะอะไร 1. สังเกตลักษณะภายนอกของต้นพริกและเฟิร์น วาดภาพและบันทึกผล 2. สืบค้นเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับลักษณะภายนอกของพืชทั้ง 2 ชนิด นี้ แล้วบันทึกผล 3. เปรียบเทียบลักษณะที่เหมือนกันและลักษณะที่แตกต่างกันของพืชทั้ง 2 ชนิด 4. อภิปรายผลการสังเกต และสรุปผลการทำ กิจกรรมร่วมกันภายในชั้นเรียน บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 11
12 พืพื พื ชพื ชดอก พืชดอกทุกชนิดเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว จะสร้างดอก ขึ้นเพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ ทำ ให้ เกิดเป็นพืชต้นใหม่ได้ พืชดอกจะมีส่วนประกอบ ได้แก่ ราก ลำ ต้น ใบ และ ดอก พืชบางชนิดมีดอกมองเห็นได้ชัดเจน เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ มะลิ ทานตะวัน เป็นต้น พืชบางชนิดมีดอกขนาดเล็ก เช่น พลูด่าง จอก แหน สาหร่ายหางกระรอก เป็นต้น เมื่อใช้ลักษณะของราก ลำ ต้น และใบ ของพืชเป็น เกณฑ์ สามารถจัดกลุ่มพืชได้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และ พืชใบเลี้ยงคู่ พืพื พื ชพื ชไม่ม่ ม่ มี ม่ มี มี ดมี ดอก เป็นพืชที่ไม่มีดอกตลอดการดำ รงชีวิต ถึงแม้ มีการ เจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็ตาม พืชไม่มีดอกส่วนใหญ่ จะสืบพันธุ์โดยการ สร้างสปอร์ ซึ่งจะงอกเป็นพืชต้นใหม่ได้ เช่น เฟิร์น มอสส์ ปรง หาง สิงห์ ผักกูด ผักแว่น กระแตไต่ไม้ ชายผ้าสีดา เป็นต้น พืชไม่มีดอกจะมีส่วนประกอบ ได้แก่ ราก ลำ ต้น และ ใบ แต่จะไม่มีดอก ผล และเมล็ด 2.1 พืชดอก และพืชไม่มีดอก พืช เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองได้ แต่เคลื่อนที่เองไม่ได้ พืชต่าง ๆ รอบ ตัว มีหลายชนิด พืชแต่ละชนิดมีโครงสร้างและส่วนต่าง ๆ แตกต่างกัน เมื่อใช้เกณฑ์ การมีดอก สามารถจัดกลุ่มพืชได้ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พืชดอก และพืชไม่มีดอก บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
คำ ถามท้าทายการคิดขั้นสูง พืชดอกเป็นพืชที่มีดอกสำ หรับใช้ในการสืบพันธุ์ นักเรียนคิดว่า พืชดอกสามารถสืบพันธุ์หรือ ขยายพันธุ์ ด้วยวิธีอื่นได้อีกหรือไม่ อย่างไร พืชดอก และพืชไม่มีดอก จะมีโครงสร้างภายนอกแตกต่างกัน พืชดอก มี โครงสร้างภายนอกที่สำ คัญ ได้แก่ ราก ลำ ต้น ใบ และดอก ส่วนพืชไม่มีดอก เป็นพืชที่มี โครงสร้างภายนอก ได้แก่ ราก ลำ ต้น และใบ แต่จะไม่มีดอก ผล และ เมล็ด ดังนี้ โครงสร้างภายนอกพืชมีดอก โครงสร้างภายนอกพืชไม่มีดอก ราก ใบ ลำ ต้น ดอก ผลและเมล็ด บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 13
14 ดูภาพ แล้วบอกชื่อพืช จากนั้นจำ แนกว่าพืชใดเป็นพืชดอก และพืชใดเป็นพืชไม่มีดอก กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
1.สำ รวจสังสัเกตและอธิบธิายลักลัษณะภายนอกของพืช พื ดอก 2. จัดจักลุ่มลุ่ พืช พื ดอกโดยใช้ลัช้กลัษณะของรากลำ ต้นต้และใบ เป็น ป็ เกณฑ์ร่ ฑ์ วร่มกันกั ต้องเตรียมต้องใช้ 1.แว่นว่ขยาย1อันอั 2.แผนภาพลักลัษณะภายนอกของต้นต้ข้าข้วโพด(ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ 3.แผนภาพลักลัษณะภายนอกของต้นต้ทานตะวันวั (ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ 4.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่หนังนัสือ สื อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้ จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 3 การจัดกลุ่มพืชดอก ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การจำ แนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล 5. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป 1. ศึกษาแผนภาพลักษณะภายนอกของต้นข้าวโพด และต้นทานตะวัน 2. สังเกตราก ลำ ต้น และใบ ของต้นข้าวโพดและต้นทานตะวันว่า มีลักษณะเหมือน กันหรือ แตกต่างกัน อย่างไร จากนั้นวาดภาพและบันทึกผลลงในสมุด 3. สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของ ราก ลำ ต้น และใบ ของพืชทั้ง 2 ชนิด แล้วบันทึกผล 4. ร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างของ ราก ลำ ต้น และใบ ของพืชทั้ง 2 ชนิด แล้ว สรุปผลว่าเป็นพืชดอกประเภทใด บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 15
16 ตอนที่ 2 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ให้แต่ละกลุ่ม สำ รวจพืชดอกภายในบริเวณบ้านและ โรงเรียนมา 8-10 ชนิด 2. สังเกตลักษณะของราก ลำ ต้น และเส้นใบ ของพืชแต่ละชนิด แล้วบันทึกผล 3. จัดกลุ่มพืชที่พบว่าเป็นพืชดอกประเภท พืชใบเลี้ยงเดี่ยว หรือพืชใบเลี้ยงคู่ และ บอกลักษณะที่ใช้ในการจำ แนก หนูตอบได้ 1. ยกตัวอย่างพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ที่รู้จักมาอย่างละ 1 ชนิด วาดภาพ ประกอบ และอธิบายลักษณะพอสังเขป 2. หากต้องการทราบว่า พืชที่ปลูกภายในบริเวณบ้านเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือพืชใบ เลี้ยงคู่ นักเรียนจะเลือกสังเกตส่วนประกอบใดของพืช ระหว่างใบกับลำ ต้น เพราะ อะไร บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
2.2 พืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ นักเรียนทราบแล้วว่า พืชแบ่งออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก ถ้าสำ รวจ พืชในท้องถิ่นของเราจะพบว่า พืชส่วนใหญ่เป็นพืชดอก เนื่องจากพืชดอกเป็น กลุ่ม พืชที่มีจำ นวนมากที่สุด ดังนั้น เพื่อให้การศึกษาพืชดอกทำ ได้ง่ายขึ้น จึงใช้ลักษณะของราก ลำ ต้น และใบของพืช มาเป็นเกณฑ์ร่วมกันในการจัดกลุ่มพืชดอกได้ 2 ประเภท ได้แก่ พืช ใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ 1. พืชใบเลี้ยงเดี่ยว เป็น พืชที่เมื่อ เมล็ดเริ่มงอก จะมีใบเลี้ยง ใบเดียวงอกออก มาเป็นใบแรกของพืช ลักษณะใบของพืชใบ เลี้ยงเดี่ยวมักเป็น ใบแคบและตั้งตรง เส้นใบ จะเรียงตัวกัน แบบขนาน เช่น หญ้า ข้าว ข้าวโพด มะพร้าว ขิง ข่า ตะไคร้เป็นต้น 2. พืชใบเลี้ยงคู่ เป็นพืช ที่เมื่อ เมล็ดเริ่มงอก จะมีใบเลี้ยง 2 ใบ งอกออก มาเป็นใบคู่แรก ลักษณะใบ ของพืชใบเลี้ยง คู่ มีใบกว้างและอยู่ใน แนวนอน เส้นใบ เรียงตัวเป็นร่างแห เช่น มะเขือ มะเขือเทศ มะม่วง กุหลาบ มะนาว ถั่ว พริก เป็นต้น บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 17
18 มีระบบรากแก้ว กลีบดอกมีจำ นวน 3 หรือทวีคูณของ 3 ลำ ต้นเป็นข้อปล้อง ชัดเจน ใบเรียวแคบ เส้นใบขนาน มีใบเลี้ยง 1 ใบ ในระยะ ที่งอกออกจากเมล็ด กลีบดอกมีจำ นวน 4-5 หรือทวีคูณของ 4-5 ลำ ต้นเป็นข้อปล้อง ไม่ชัดเจน ใบกว้าง เส้นใบ เป็นร่างแห มีใบเลี้ยง 2 ใบ ในระยะ ที่งอกออกจากเมล็ด พืชใบเลี้ยงเดี่ยว พืชใบเลี้ยงคู่ มีระบบรากฝอย พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชดอกที่มีลักษณะของส่วนต่าง ๆ แตก ต่างกัน เช่น ราก ลำ ต้น ใบ จึงทำ ให้สามารถจำ แนกพืช 2 ประเภทนี้ ออกจากกันได้ และเพื่อให้เข้าใจรายละเอียดของส่วนต่าง ๆ ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ได้ ง่ายขึ้น นักเรียนสามารถศึกษาได้จากแผนภาพต่อไปนี้ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
วัว ช้าง นก ตั๊กแตน ปู สัตว์แต่ละชนิดมีโครงสร้าง ร่างกายเหมือนกันหรือแตก ต่างกันอย่างไร ความหลากหลายของสัตว์ หากนักเรียนสำ รวจบริเวณรอบบ้าน โรงเรียน หรือชุมชน เราจะพบ สัตว์ ต่าง ๆ มากมาย เช่น สัตว์ที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สัตว์ที่อาศัยอยู่บน บกและ อาศัยอยู่ในน้ำ สัตว์ที่มีขาและไม่มีขา เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้สามารถศึกษาลักษณะของสัตว์ได้อย่างเป็นระบบมาก ยิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้จัดกลุ่มสัตว์ออกเป็นกลุ่ม โดยใช้ลักษณะการมี กระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ จึงสามารถแบ่งสัตว์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 19
20 1.สังสัเกตสืบ สื ค้นค้และอธิบธิายลักลัษณะภายนอกและลักลัษณะ ภายในของสัตสัว์ช ว์ นิดนิต่าต่งๆ 2.สืบ สื ค้นค้และจัดจักลุ่มลุ่ สัตสัว์โว์ ดยใช้เช้กณฑ์ก ฑ์ ารมีก มี ระดูก ดู สันสัหลังลัและเกณฑ์ที่ ฑ์ กำ ที่ กำหนดเอง ต้องเตรียมต้องใช้ 1.ถาด1 ใบ 3.สีไสี ม้ 1กล่อล่ง 5.ถุงถุมือ มื ยาง 1คู่ 7. บัตบัรภาพสัตสัว์ต่ ว์ าต่งๆ(ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 2 การจัดกลุ่มพืช ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การจำ แนกประเภท 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล 5. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วให้แต่ละกลุ่มเตรียมสัตว์ที่นึ่งสุกแล้วใช้ทำ กิจกรรม อย่างละ 1 ตัว ได้แก่ ปลาทู กุ้ง และหอย 2. วางสัตว์ลงในถาด จากนั้นสังเกตลักษณะภายนอกของสัตว์ วาดภาพและบันทึกผล ลงในสมุด 3. ผ่าสัตว์แต่ละตัวตามยาว จากนั้นสังเกต ลักษณะภายใน วาดภาพและบันทึกผล 4. นำ ข้อมูลจากการสังเกตลักษณะภายนอก และลักษณะภายในของสัตว์ทั้ง 3 ชนิด มาเปรียบเทียบกันและบันทึกผล 5. อภิปรายผลการทำ กิจกรรมและร่วมกัน สรุปผลภายในชั้นเรียน 2. มีด มี หรือ รื กรรไกร 1 เล่มล่ 4.กระดาษแข็ง ข็ แผ่นผ่ ใหญ่ 1แผ่นผ่ 6.สัตสัว์ที่ ว์ นึ่ ที่ ง นึ่ สุกสุแล้วล้ ได้แด้ก่ ปลาทู กุ้งกุ้ และหอย 8.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่หนังนัสือ สื อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้
ตอนที่ 2 หนูตอบได้ 1. ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มี กระดูก สันหลัง แล้วนำ ข้อมูลที่ได้มาอภิปราย ร่วมกัน 2. แต่ละกลุ่มรับบัตรภาพสัตว์จากครูกลุ่มละ 1 ชุด (ชุดละ 6-8 ใบ) แล้วช่วยกัน สังเกต ลักษณะโครงสร้างของสัตว์ในภาพ 3. จัดกลุ่มสัตว์ในบัตรภาพโดยใช้เกณฑ์การ มีกระดูกสันหลัง และเกณฑ์ที่กำ หนดเอง แล้วบันทึกผล 4. จัดทำ แผนผังหรือแผนภาพการจัดกลุ่ม สัตว์ลงในกระดาษแข็ง แล้วตกแต่งให้ สวยงาม 5. ส่งตัวแทนนำ เสนอผลการจัดกลุ่มสัตว์ และร่วมกันอภิปรายผลภายในชั้นเรียน 1. ยกตัวอย่างสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่พบในท้องถิ่นของ นักเรียน มาอย่างละ 3 ชนิด 2. ลักษณะสำ คัญของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังคืออะไร 3. การจัดกลุ่มสัตว์ นอกจากการใช้กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์แล้ว นักเรียนคิดว่า สามารถเลือก ใช้เกณฑ์ใดในการจัดกลุ่มสัตว์ได้อีก ระหว่างเกณฑ์แหล่งที่อยู่อาศัยกับ เกณฑ์การกินอาหาร เพราะอะไร บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 21
22 สัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเคลื่อนที่เองได้ แต่สร้างอาหารเองไม่ได้ สัตว์ บน โลกมีอยู่หลายชนิด ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดมีโครงสร้างและส่วนต่างๆ แตกต่างกัน นัก วิทยาศาสตร์จึงจัดกลุ่มสัตว์ โดยใช้ลักษณะการมีกระดูกสันหลังของสัตว์ เป็นเกณฑ์ ดังนี้ สัตว์ที่มีลำ ตัวกลวง หรือลำ ตัวมีโพรง หนอนตัวแบน สัตว์ทะเลผิวขรุขระ กลุ่มสัตว์ สะเทินน้ำ สะเทินบก 3.1 สัตว์มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หอยและหมึกทะเล สัตว์ที่มีขาเป็นข้อ หนอนตัวกลม ฟองน้ำ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำ แนกออกเป็น 8 ประเภท สัตว์ที่มีลำ ตัวเป็นปล้อง กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก กลุ่มปลา สัตว์มีกระดูกสันหลัง จำ แนกออกเป็น 5 ประเภท กลุ่มสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยน้ำ นม บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
ดูภาพ แล้วบอกชื่อสัตว์ จากนั้นจำ แนกว่าเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทใด พร้อมให้เหตุผลประกอบ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 23
24 ปลาใช้ครีบในการว่ายน้ำ และทรงตัว ครีบของปลามี 5 ชนิด ได้แก่ ครีบอก ครีบ ท้อง ครีบหลัง ครีบก้น และครีบหาง ปลาหายใจโดยใช้เหงือก ซึ่งทำ หน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส 1. สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่มีกระดูกเรียงต่อกันเป็นข้อ ๆ ทำ หน้าที่เป็น แกนกลางอยู่ภายในร่างกาย ทำ ให้ร่างกายคงรูปอยู่ได้ และช่วยหุ้มเส้นประสาท ที่อยู่ บริเวณสันหลัง แบ่งได้ 5 ประเภท ดังนี้ 1) กลุ่มปลา เป็นสัตว์น้ำ ชนิดหนึ่ง มีทั้งที่อาศัยอยู่ในน้ำ จืดและน้ำ เค็ม ปลา หายใจด้วยเหงือก ภายในช่องท้องมีถุงลมช่วยในการพยุงตัว ส่วนมากออกลูก เป็นไข่ มี บางชนิดออกลูกเป็นตัว เช่น ปลาฉลาม ปลาหางนกยูง เป็นต้น ลักษณะสำ คัญ มีรูปร่างเรียวยาว ลำ ตัวค่อนข้างแบน เพื่อให้มีลักษณะที่เหมาะสม กับการ เคลื่อนที่ในน้ำ อุณหภูมิภายในร่างกายของปลาสามารถ ปรับเปลี่ยนไปตาม อุณหภูมิของน้ำ ที่อาศัยอยู่ได้ ปลาจึงจัดเป็น สัตว์เลือดเย็น การเคลื่อนที่ การหายใจ ครีบอก ครีบหลัง ครีบหาง ครีบท้อง ครีบก้น บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
2) กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก มีหลายชนิด เช่น อึ้งอ่าง ปาด จงโคร่ง เขียด ซาลามานเดอร์ กบ เป็นต้น สัตว์กลุ่มนี้ออกไข่ในน้ำ เมื่อตัวอ่อน ฟักออกจากไข่แล้ว จะ อาศัยอยู่ในน้ำ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อเจริญเติบโตเป็นตัวโต เต็มวัยจะขึ้นมาอาศัยอยู่บน บก และมักอาศัยอยู่บริเวณที่ชื้นแฉะใกล้แหล่งน้ำ ลักษณะสำ คัญ เป็นสัตว์เลือดเย็น มีขา 2 คู่ ไม่มีขน ไม่มีคอ ผิวหนังบางและไม่มี เกล็ด ตาโปน และกลม มีหูแต่ไม่มีรูหู มีรูจมูกอยู่ด้านบนของปาก มีฟันซี่เล็ก ๆ ปากกว้าง มีลิ้น 2 แฉก และมียางเหนียวเพื่อใช้ จับแมลง การเคลื่อนที่ สัตว์บางชนิดขณะเป็นตัวอ่อนเรียกว่า ลูกอ๊อด จะอาศัยอยู่ในน้ำ เคลื่อนที่โดยใช้ หางโบกไปมา เมื่อตัวโตเต็มวัยจะเคลื่อนที่โดยใช้ขา การหายใจ ตัวอ่อนหายใจโดยใช้เหงือก ตัวเต็มวัยหายใจด้วยปอดและผิวหนัง ซาลามานเดอร์ เป็นสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบกชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อเจริญเป็น ตัวเต็มวัยยังคงมีหางยาว เขียด มีขาหลังยาวกว่าขาหน้าเพื่อใช้ ในการกระโดด กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก ส่วนใหญ่ มีขา หลังยาวกว่าขาหน้า เพื่อใช้ใน การกระโดด บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 25
26 3) กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน มีหลายชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนบก เช่น จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า จระเข้ ตะกวด เต่าบก งู เป็นต้น เช่น เต่าทะเล งูทะเล เป็นต้น แต่มีบาง ชนิดอาศัยอยู่ในน้ำ ลักษณะสำ คัญ เป็นสัตว์เลือดเย็น ผิวหนังหนา มีเกล็ดแข็งแห้งปกคลุมลำ ตัว หรือ มีกระดองแข็ง หุ้มลำ ตัว การเคลื่อนที่ ขึ้นอยู่กับลักษณะของสัตว์ เช่น งูไม่มีขาจึงเคลื่อนที่โดยการเลื้อย การหายใจ หายใจโดยใช้ปอด งู เป็นสัตว์ที่ไม่มีขา งูบาง ชนิดมีพิษ งูบางชนิดไม่มีพิษ เต่าทะเล อาศัยอยู่ในทะเล และ จะขึ้น มาวางไข่บนหาดทราย กิ้งก่า เป็นสัตว์เลือดเย็น จึงต้อง อาศัยพลังงานจากแสง อาทิตย์ ช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย จระเข้ เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณป่า ริม น้ำ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ จระเข้บางชนิด อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ นิ่งหรือบึง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
4) กลุ่มนก เป็นสัตว์ที่เปลี่ยนขาคู่หน้าเป็นปีก มีอยู่หลายชนิด ทั้งชนิดที่ บินได้ และที่บินไม่ได้ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนบก เช่น นก เป็ด ไก่ ห่าน หงส์ เป็นต้น ลักษณะสำ คัญ เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขา 2 ขา มีเกล็ดที่ขาและนิ้วเท้า และมีปีก 1 คู่ รูปร่าง เพรียว ร่างกายปกคลุมด้วยขนเป็นแผงและเป็นปุย ปากเป็น จะงอยแหลม ไม่มีฟัน กระดูกทั่วร่างกายเป็นโพรง มีถุงลมติดกับปอดเพื่อช่วยให้ตัวเบาขณะ กำ ลังบิน กลวง และเบา การเคลื่อนที่ เคลื่อนที่โดยการเดิน กระโดด วิ่ง หรือบิน และบางชนิดสามารถ ว่ายน้ำ ได้ เช่น เป็ด ห่าน หงส์ นกเป็ดน้ำ นกเพนกวิน เป็นต้น การหายใจ หายใจโดยใช้ปอด นกเพนกวิน เป็นนกที่บินไม่ได้ ปีกของมัน เป็นนกทบนไม ใช้ประโยชน์ในการว่ายน้ำ นกฮัมมิงเบิร์ด เป็นนกที่มี ขนาดเล็กที่สุดในโลก นกกระจอกเทศ เป็นนกชนิด หนึ่งที่ บินไม่ได้ และมีขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก นกกระทุง มีปากใหญ่ไว้ ช้อน ปลาได้จำ นวนมาก นกฮูก เป็นสัตว์ปีกที่ออก หากินในเวลากลางคืน บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 27
28 5) กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ นม มีหลายชนิด สัตว์จำ พวกนี้ส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ บนบก เช่น สุนัข แมว ช้าง ม้า วัว ควาย ลิง ค้างคาว ตุ่นปากเป็ด เป็นต้น บางชนิดมีรูป ร่างคล้ายปลาอาศัยอยู่ในน้ำ เช่น วาฬ พะยูน โลมา เป็นต้น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ นมส่วน ใหญ่ออกลูกเป็นตัว ยกเว้นตัวกินมดหนามและ ตุ่นปากเป็ดที่ออกลูกเป็นไข่ ลักษณะสำ คัญ เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีลักษณะพิเศษ คือ ตัวเมียจะมีต่อมน้ำ นมไว้ สำ หรับเลี้ยง ลูกอ่อน มีขนเป็นเส้นปกคลุมตามร่างกาย มีรูหูและ ใบหู บางชนิดมีขา บาง ชนิดไม่มีขา การเคลื่อนที่ เคลื่อนที่โดยการเดิน วิ่ง กระโดด บางชนิดว่ายน้ำ ได้ บางชนิดบินได้ การหายใจ หายใจโดยใช้ปอด จิงโจ้ เป็นสัตว์ประจำ เฉพาะ ถิ่นของ ออสเตรเลีย เป็นสัตว์ ที่มีขาคู่หลัง ขนาดใหญ่และ แข็งแรง ใช้ในการกระ โดดและ มีหางช่วยในการรักษาสมดุล ลิง เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้าย คนและเคลื่อนไหวได้ว่องไว หมีโคอาลา ไม่ใช่สัตว์ใน ตระกูลหมีแต่จัดอยู่ในกลุ่ม สัตว์จำ พวกจิงโจ้ โลมา มีรูปร่างคล้ายปลาแต่ ไม่ใช่ปล ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยน้ำ นมที่บินได้ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
สัตว์เลือดเย็น คือ สัตว์ที่มีอุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของสิ่ง แวดล้อม ที่อาศัย ได้แก่ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก และกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลือดอุ่น คือ สัตว์ที่มีอุณหภูมิในร่างกายคงที่ ไม่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของ สิ่งแวดล้อมที่อาศัย ได้แก่ กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ นม เกร็ด วิทย์น่ารู้ แบ่งกลุ่ม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ลักษณะของสัตว์ แล้วจำ แนกว่า เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทใด และยกตัวอย่างชื่อสัตว์ประเภทนี้ ตารางที่ 1.1 ลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลัง กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ลำ ดับ ลักษณะสำ คัญ การหายใจ การสืบพันธุ์ • เป็นสัตว์เลือดเย็น ไม่มีขา ไม่มีขน มี เกล็ดแข็งและแห้ง • เป็นสัตว์เลือดเย็น มีครีบผิวหนัง เป็น เมือกลื่น ๆ • เป็นสัตว์เลือดอุ่น • มีต่อมน้ำ นม ผิวหนังมีขนปกคลุม ตาม ร่างกาย • เป็นสัตว์เลือดเย็น มีผิวหนัง เปียกชื้น ตลอดเวลา มีขา 2 คู่ • เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นแผง ปกคลุมลำ ตัว • ขาคู่หน้าพัฒนาไปเป็นปีก มีขา 2 ขา ใช้ปอด ใช้เหงือก ใช้ปอด ใช้ปอด ใช้ปอดและผิวหนัง • ออกลูกเป็นไข่ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม • มีการปฏิสนธิภายนอก • ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นไข่ • มีการปฏิสนธิภายใน • ออกลูกเป็นตัว • มีการปฏิสนธิภายนอก • ออกลูกเป็นไข่ที่มีวุ้นหุ้ม • มีการปฏิสนธิภายใน • ออกลูกเป็นไข่ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม 1 2 3 4 5 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 29
30 สัตว์จำ พวก ตัวอย่างสัตว์ ลักษณะสำ คัญ 1. ฟองน้ำ มีลักษณะคล้ายพืช เกาะติดอยู่กับที่ ลำ ตัวเป็นโพรง มีช่องเปิดด้านบน มีรู พรุน ให้น้ำ ออก มีหนามเป็นโครงสร้าง ค้ำ จุนร่างกาย สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศ (แตกหน่อ) ไม่มีระบบประสาท ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน น้ำ เค็ม 2. สัตว์ที่มีลำ ตัว กลวง หรือ ลำ ตัวมี โพรง ลำ ตัวใสคล้ายวุ้น มีรูปร่างคล้ายทรง กระบอก ตรงกลางลำ ตัวเป็นโพรง มีช่องเปิดออก จาก ลำ ตัวเพียงช่องเดียว เป็นทางนำ อาหารเข้า และกำ จัดเศษอาหารออก จากลำ ตัว มีเข็มพิษไว้ป้องกันตัวและใช้จับเหยื่อ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศ (แตกหน่อ) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำ เค็ม ยกเว้น ไฮดรา และแมงกะพรุนน้ำ จืด ที่อาศัย อยู่ในน้ำ จืด 2. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ที่ไม่มีกระดูกแข็งเป็นโครงสร้างของร่างกาย ลำ ตัวมีลักษณะอ่อนนิ่ม สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในโลกนี้มี จำ นวนมากกว่า นักวิทยาศาสตร์จึงจัดกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตาม ลักษณะย่อยได้ 8 ประเภท ดังนี้ เช่น ฟองน้ำ แก้ว ฟองน้ำ หินปูน ภาพ ฟองน้ำ เช่น แมงกะพรุน ปะการัง ไฮดรา ภาพ แมงกะพรุน บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
สัตว์จำ พวก ตัวอย่างสัตว์ ลักษณะสำ คัญ 3. หนอนตัวแบน มีลำ ตัวนิ่ม แบนยาว ไม่มีขา มีปาก แต่ไม่มีทวารหนัก ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด ส่วนใหญ่ ดำ รงชีวิตเป็นปรสิต โดยดูดเลือด จาก ร่างกายของคนและสัตว์ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศ มี 2 เพศในตัวเดียวกัน อาศัยอยู่ทั้งในน้ำ เค็มและน้ำ จืด 4. หนอนตัวกลม ลำ ตัวนิ่ม กลมยาว ไม่มีขา ผิวเรียบ ไม่เป็นปล้อง มีปากและทวารหนัก ไม่มีระบบหมุนเวียนลือด ดำ รงชีวิตเป็นปรสิตในร่างกายคนและ สัตว์ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เพศผู้และเพศเมียแยกคนละตัว 5. สัตว์ที่มีลำ ตัว เป็นปล้อง ลำ ตัวกลมยาว เป็นปล้องคล้ายวงแหวน ต่อกัน ผิวหนังเปียกชิ้น มีระบบประสาทและ ระบบทางเดินอาหาร มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศ มี 2 เพศในตัวเดียวกัน เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด ภาพ พยาธิใบไม้ เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิไส้เดือน ภาพ พยาธิไส้เดือน เช่น ไส้เดือนดิน ปลิงน้ำ จืด ทากดูดเลือด ภาพ ไส้เดือนดิน บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 31
32 สัตว์จำ พวก ตัวอย่างสัตว์ ลักษณะสำ คัญ 6. สัตว์ทะเลผิว ขรุขระ ตามผิวของลำ ตัวหยาบ ขรุขระ และแข็ง เพราะมีสารพวกหินปูนเป็นองค์ ประกอบ ไม่มีส่วนหัว บางชนิดลำ ตัวแยกเป็นแฉก เช่น ดาวทะเล ใต้ลำ ตัวมีเท้าเป็นหลอดเล็ก ๆ จำ นวน มาก (เท้าท่อ) ใช้สำ หรับการเคลื่อนที่ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศ ส่วนใหญ่เพศผู้และเพศเมียแยกคนละ ตัว 7. หอยและ หมึก ทะเล มีลำ ตัวนิ่ม ส่วนใหญ่มีเปลือกแข็ง ซึ่งเป็นสาร จำ พวก หินปูนหุ้มภายนอก มีระบบหมุนเวียนเลือด โดยมีหัวใจสูบ ฉีดเลือด เคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อที่ยื่นออกจาก เปลือก อาศัยอยู่ทั้งบนบก ในน้ำ จืด และน้ำ เค็ม สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ บางชนิดอาศัย บนบก และวางไข่บนบก เช่น หอยทาก มีลำ ตัวนิ่ม แต่มีโครงแข็งอยู่ภายในลำ ตัว มีระบบหมุนเวียนเลือด เคลื่อนที่โดยใช้หนวด และการพ่นน้ำ ออกจาก ลำ ตัว หายใจด้วยปอดและผิวหนัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ออกลูกเป็นไข่ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำ เค็ม เช่น หมึก กล้วย หอย เช่น หอยแครง หอยทาก หอยแมลงภู่ หอยโข่ง หอยขม หอยสังข์ เช่น ดาวทะเล ปลิงทะเล เม่นทะเล ภาพ ดาวทะเล ภาพ หอยทาก หมึกทะเล เช่น หมึกกระดอง หมึกกล้วย หมึกยักษ์ ภาพ หมึกกระดอง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
สัตว์จำ พวก ตัวอย่างสัตว์ ลักษณะสำ คัญ 8. สัตว์ที่มีขา เป็นข้อ มีขาเป็นข้อ ๆ ต่อกัน สัตว์จำ พวกแมลงมีลำ ตัวแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วน ท้อง สัตว์บางชนิดมีลำ ตัวแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัวรวมกับส่วนอก และส่วน ท้อง มีเปลือกแข็งหุ้มลำ ตัว มีระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท และระบบทางเดินอาหารที่สมบูรณ์ ในการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่มีการลอก คราบ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ออกลูกเป็นไข่ มี 6 ขา ได้แก่ แมลง เช่น ยุง มด ผีเสื้อ แมลงวัน ภาพ มด มี 8 ขา ได้แก่ แมง เช่น แมงมุม แมงป่อง เห็บ ภาพ แมงป่อง • มี 10 ขา เช่น ปู กุ้ง • มีขาจำ นวนมาก เช่น กิ้งกือ ตะขาบ ภาพ กิ้งกือ บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 33
34 คำ ถามท้าทายการคิดขั้นสูง ถ้านำ สุนัขและเต่าไปอยู่ด้วยกันในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ นักเรียนคิดว่า อุณหภูมิภายในร่างกาย ของสัตว์ ทั้ง 2 ชนิดนี้ จะแตกต่างกันหรือไม่ เพราะอะไร ตรวจสอบตนเองหลังเรียนจบหน่วยนี้แล้ว ให้นักเรียนบอกสัญลักษณ์ที่ตรงกับระดับความสามารถของตนเอง ดูภาพ แล้วจำ แนกว่า สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ชนิดใด เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พร้อมให้เหตุผลประกอบ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 5 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
1. ดูภาพสิ่งมีชีวิตแล้วจำ แนกว่าอยู่ในกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ หรือกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและ สัตว์ พร้อมให้เหตุผลประกอบ กิจกรรมฝึกทักษะ ภาพ เห็ด ภาพ ราขนมปัง ภาพ ไก่ ภาพ ดาวเรือง ภาพ เต่า ภาพ มอสส์ 2. สำ รวจพืชรอบบริเวณโรงเรียน แล้วบันทึกผลในตาราง จากนั้นจัดกลุ่มพืชโดย ใช้ เกณฑ์มีดอก 3. เขียนแผนผังความคิดแสดงลักษณะสำ คัญของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยง คู่ พร้อมยกตัวอย่างชื่อพืชมาประกอบประเภทละ 5 ชนิด บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 35
4. จัดทำ บัตรภาพพืชคนละ 1 ใบ โดยวาดภาพหรือติดภาพพืชที่สนใจมากที่สุด ลงใน กระดาษวาดภาพหรือกระดาษแข็ง และบันทึกข้อมูล พืชชนิดนี้ คือ .................................................... ลักษณะของใบ ................................................. ลักษณะของลำ ต้น ........................................... ลักษณะของราก .............................................. เป็นพืช ......................ประเภท ......................... 5. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ต่าง ๆ แล้วจัดกลุ่มสัตว์โดยใช้กระดูกสันหลังเป็น เกณฑ์ พยาธิตัวตืด หมึก ไฮดรา แมงดาทะเล ซาลามานเดอร์ ปลาฉลาม พะยูน ปูเสฉวน ฟองน้ำ แก้ว ตะพาบ เม่น เม่นทะเล อึ้งอ่าง จิงโจ้ โลมา ตั๊กแตน จงโคร่ง ม้าน้ำ กิ้งกือ ทาก กัลปังหา ปลิงทะเล ดาวทะเล จิ้งเหลน ค้างคาว หอยแครง ตะกวด ปะการัง งูอนาคอนดา นกเพนกวิน 6. เขียนชื่อสัตว์มีกระดูกสันหลังลงในสมุด ให้ตรงกับลักษณะที่กำ หนดข้อละ 3 ชนิด 1) สัตว์เลือดเย็น 2) สัตว์ที่มีกระดูกเบาและกลวง มีขนเป็นแผง 3) สัตว์ที่มีการปฏิสนธิภายในร่างกาย และออกลูกเป็นไข่ 4) สัตว์ที่มีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย และออกลูกเป็นไข่ 5) สัตว์ที่มี 4 ขา ผิวหนังแห้ง และมีเกล็ดแข็งปกคลุมลำ ตัว 36 บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต
7. ดูภาพ แล้วบอกชื่อสัตว์และลักษณะสำ คัญของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 8. ตอบคำ ถามต่อไปนี้ 1) ลักษณะสำ คัญของสิ่งมีชีวิตในกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ เป็น อย่างไร จงอธิบายพอสังเขป 2) พืชดอกและพืชไม่มีดอกมีลักษณะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร 3) พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่มีลักษณะสำ คัญอย่างไร 4) สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร 5) นักเรียนคิดว่า การจัดกลุ่มสัตว์เป็นประเภทต่าง ๆ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง บทที่ 1 กลุ่มสิ่งมีชีวิต 37
ตัวชี้วัด หน้น้ น้ าน้ าที่ที่ ที่ ขที่ ของ ส่ส่ ส่ ว ส่ วนต่ต่ ต่ า ต่ างๆ ของพืพื พื ชพื ช บทที่ 2 บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช ว1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าที่ของราก ลําต้น ใบ และดอกของพืชดอก โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ 38 ส่วนต่างๆของพืชมีหน้าที่ เหมือนกันหรือแตกต่างกัน อย่างไร
หน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืช พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ เพราะพืชสามารถสร้าง อาหารเองได้ แต่เคลื่อนที่เองไม่ได้ พืชดอกโดยทั่วไปมีโครงสร้างภายนอกที่สำ คัญ ได้แก่ ราก ลำ ต้น ใบ ดอก และ ผล ซึ่งส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ทำ หน้าที่แตกต่างกัน และทุกส่วนมีการทำ งานร่วมกัน อย่าง เป็นระบบ จึงทำ ให้พืชสามารถดำ รงชีวิตอยู่ได้ นักเรียนรู้หรือไม่ว่า ส่วนต่าง ๆ ของพืช ทำ หน้าที่อะไร และพืชสร้างอาหารได้อย่างไร ใบ ผลและเมล็ด ดอก ลำ ต้น ราก บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 39
40 1.สืบ สื ค้นค้ข้อข้มูล มู และอธิบธิายหน้าน้ที่ข ที่ องส่วส่นต่าต่งๆของพืช พื 2.สังสัเกตและอธิบธิายการลำ เลีย ลี งน้ำ และแร่ธร่าตุขตุองพืช พื ต้องเตรียมต้องใช้ 1.ต้นต้เทีย ที น หรือ รื ต้นต้กระสังสั1ต้นต้ 3.กระดาษแข็ง ข็ 1แผ่นผ่ 5. น้ำ หมึก มึ สีแ สี ดง 1ขวด 7. บีก บี เกอร์ข ร์ นาด250 มิลมิลิลิลิตลิร 1 ใบ 9.แผนภาพส่วส่นต่าต่งๆของพืช พื (ครูเ รู ตรีย รี มให้)ห้ จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 1 หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การทดลอง 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การพยากรณ์หรือการคาดคะเน 5. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป 1. ศึกษาส่วนต่าง ๆ ของพืชจากแผนภาพที่ครูเตรียมไว้ให้ 2. ช่วยกันสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชจากแหล่งข้อมูล ต่าง ๆ 3. นำ ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นมาร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับหน้าที่ของส่วน ต่าง ๆ ของพืชภายในชั้นเรียน 2. น้ำ เปล่าล่ 100 มิลมิลิลิลิตลิร 4. มีด มี หรือ รื คัตคัเตอร์ 1 เล่มล่ 6.แว่นว่ขยาย1อันอัหรือ รื กล้อล้งจุลจุทรรศน์ 1ตัวตั 8.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่หนังนัสือ สื อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้ บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช
ตอนที่ 2 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วร่วมกันตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับหน้าที่ของรากและ ลำ ต้นพืช 2. ให้แต่ละกลุ่มนำ ต้นเทียนมาล้างรากให้สะอาด แล้วสังเกตลักษณะของรากและ ลำ ต้น จากนั้น คาดคะเนว่า เมื่อนำ รากและลำ ต้นของ ต้นเทียนไปแช่ในน้ำ หมึกสีแดง ทิ้งไว้ 30 นาที จะเกิดผลอย่างไร 3. ทำ กิจกรรมเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยเทน้ำ หมึกสีแดง 10 มิลลิลิตร ลงใน บีก เกอร์ที่มีน้ำ เปล่าอยู่ 100 มิลลิลิตร จากนั้นนำ ต้นเทียนแช่ลงในบีกเกอร์ แล้วนำ ไปรับ แสงประมาณ 30 นาที 4. เมื่อแช่ครบ 30 นาที ให้นำ ลำ ต้นของ ต้นเทียนมาตัดตามขวางและตามยาว แล้ว ใช้แว่นขยายหรือกล้องจุลทรรศน์ ส่องดูลักษณะภายในลำ ต้นของต้นเทียน และ บันทึกผลลงในสมุด 5. ร่วมกันอภิปรายผลเกี่ยวกับหน้าที่ของราก และลำ ต้นของพืช หนูตอบได้ 1. ส่วนต่าง ๆ แต่ละส่วนของพืช ทำ หน้าที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน อย่างไร 2. ส่วนประกอบที่สำ คัญภายในลำ ต้นของพืชคืออะไร และมีความสำ คัญอย่างไร 3. “หากตัดกิ่งต้นโกสนมาแช่ทิ้งไว้ในขวดที่บรรจุน้ำ เปล่า กิ่งโกสนนี้จะสามารถดำ รง ชีวิตอยู่ ได้ตามปกติ” นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะอะไร บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 41
42 คำ ถามท้าทายการคิดขั้นสูง รากเป็นส่วนของพืชที่ทำ หน้าที่ดูดน้ำ และแร่ธาตุไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของพืช หากพืชไม่มีราก พืชจะ สามารถดำ รงชีวิตอยู่ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด 1. ราก เป็นส่วนของพืชที่เจริญเติบโตและแผ่ขยายอยู่ใต้ดิน รากมีหน้าที่ ดูดน้ำ และแร่ธาตุที่อยู่ในดินขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของพืช และช่วยยึดลำ ต้นของ พืชให้ตั้งอยู่ บนดิน รากของพืชมีสีขาวหรือสีน้ำ ตาล และมีลักษณะแตกต่างกันไป ตามแต่ละชนิดของ พืช รากพืชโดยทั่วไปมี 3 ชนิด ดังนี้ รากแก้ว มีลักษณะช่วงโคนรากโต แล้ว ค่อย ๆ เรียวเล็กลง ไปจนถึง ช่วงปลายราก รากแขนง มีลักษณะช่วงโคนรากโต แล้ว ค่อย ๆ เรียวเล็กลง ไปจนถึง ช่วงปลายราก รากฝอย เป็นรากที่เจริญเติบโต ออกมา จากรากแก้ว แล้วแตกแขนง ยาว ออกไป บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช
2. ลำ ต้น เป็นส่วนของพืชที่ต่อจากรากขึ้นมา มีหน้าที่ชูกิ่ง ก้าน และใบ ขึ้นสู่ อากาศเพื่อให้ได้รับอากาศและแสงแดด ลำ ต้นเป็นทางลำ เลียงน้ำ และแร่ธาตุ จากรากขึ้น ไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช และลำ เลียงอาหารที่พืชสร้างขึ้นที่ใบไปสู่ส่วน ต่าง ๆ ของลำ ต้น ท่อลำ เลียงอาหาร เป็นกลุ่มเซลล์ที่เรียงตัวต่อกันเป็นท่อยาว แทรกอยู่ คู่กับท่อลำ เลียงน้ำ เพื่อลำ เลียง อาหารที่พืชสร้างขึ้นที่ ใบไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของพืช ท่อลำ เลียงน้ำ เป็นกลุ่มเซลล์ที่เรียงต่อกันเป็นท่อยาว ตั้งแต่ราก ลำ ต้น จนถึงใบ เพื่อลำ เลียงน้ำ และแร่ธาตุไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช และ ลำ เลียงน้ำ ไปสู่ใบเพื่อใช้ในการสร้างอาหาร ของพืช ลำ ต้นของพืชแต่ละชนิดจะมีลักษณะแตกต่างกัน ลำ ต้นของพืชบางชนิดตั้งตรงอยู่บนดิน เช่น ชมพู่ มะม่วง มะละกอ เป็นต้น เกร็ด วิทย์น่ารู้ บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 43
44 1. ทดลองและอธิบธิายส่วส่นของพืช พื ที่ทำ ที่ ทำหน้าน้ที่ค ที่ ายน้ำ 2. ทดลองและอธิบธิายความสัมสัพันพัธ์ข ธ์ องการคายน้ำ และการลำ เลีย ลี งน้ำ ของพืช พื ต้องเตรียมต้องใช้ 1.ดินดิน้ำ มันมั 2ก้อก้น 3. ปากกาเคมี 1แท่งท่ 5.ถุงถุพลาสติกติใส4 ใบ 7. หลอดทดลอง 2 หลอด จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 2 การคายน้ำ ของพืช ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การวัด 2. การสังเกต 3. การลงความเห็นจากข้อมูล 4. การพยากรณ์หรือการคาดคะเน 5. การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล 6. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากนั้นให้ออกไป ศึกษาต้นไม้รอบบริเวณโรงเรียน กลุ่มละ 1 ต้น 2. เลือกกิ่งไม้ที่มีขนาดเท่ากัน 2 กิ่ง โดยกิ่งหนึ่ง เด็ดใบออกหมด อีกกิ่งหนึ่งไม่ต้อง เด็ดใบออก 3. คาดคะเนว่า หากนำ ถุงพลาสติกใสครอบกิ่งไม้ ทั้ง 2 กิ่ง แล้วใช้เชือกผูกปากถุงไว้ ประมาณ 15-30 นาที จะเกิดผลอย่างไร 4. ให้ร่วมกันทำ กิจกรรม เพื่อตรวจสอบผล การคาดคะเน แล้วสังเกตการ เปลี่ยนแปลง ภายในถุงพลาสติก และบันทึกผลในสมุด 5. อภิปรายผลการทำ กิจกรรมและร่วมกันสรุป เกี่ยวกับการคายน้ำ ของพืชภายในชั้น เรียน 2. ที่ตั้ ที่ ง ตั้ หลอดทดลอง 1อันอั 4. หนังนัยางหรือ รื เชือ ชื ก4 เส้นส้ 6. น้ำ ผสมสีแ สี ดง 100 มิลมิลิลิลิตลิร 8.ต้นต้ ไม้ขม้นาดไม่ใม่หญ่มญ่าก1ต้นต้
ตอนที่ 2 1. ตัดกิ่งไม้ที่มีขนาดเท่ากัน 2 กิ่ง กิ่งหนึ่ง เด็ดใบออก อีกกิ่งหนึ่งไม่ต้องเด็ดใบออก 2. นำ ถุงพลาสติกมาครอบกิ่งไม้ทั้ง 2 กิ่ง แล้วใช้หนังยางรัดปากถุงให้แน่น 3. เตรียมน้ำ สีแดงใส่ลงในหลอดทดลอง ประมาณครึ่งหลอด จำ นวน 2 หลอด แล้วใช้ ปากกาเคมีทำ สัญลักษณ์แสดง ระดับน้ำ ที่หลอดทดลอง 4. นำ กิ่งไม้ที่เตรียมไว้ 2 กิ่ง มาแช่ในหลอด ทดลองหลอดละ 1 กิ่ง จากนั้นใช้ดิน น้ำ มัน อุดปิดปากหลอดทดลองกับกิ่งไม้ให้แน่น 5. คาดคะเนว่า หากนำ กิ่งไม้ที่แช่น้ำ อยู่ใน หลอดทดลองไปวางไว้กลางแดดประมาณ 30 นาที จะเกิดผลอย่างไร 6. ให้ร่วมกันทำ กิจกรรมเพื่อตรวจสอบผล การคาดคะเน โดยนำ หลอดทดลองไปตั้ง ไว้ กลางแดด สังเกตการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 10 นาที และบันทึกผล 7. สรุปผลการทำ กิจกรรม จากนั้นนำ เสนอ หน้าชั้นเรียน เพื่ออภิปรายร่วมกัน หนูตอบได้ 1. การคายน้ำ ของพืชคืออะไร และมีความสำ คัญอย่างไร 2. การคายน้ำ ของพืชเกิดขึ้นที่บริเวณใด และมีปัจจัยใดมาเกี่ยวข้องบ้าง 3. นักเรียนคิดว่า การคายน้ำ ของพืชมีผลดีหรือผลเสียต่อพืช เพราะอะไร บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 45
46 สังสัเกตสืบ สื ค้นค้ข้อข้มูล มู และอธิบธิายเกี่ย กี่ วกับกัการสร้าร้งอาหารของพืช พื ต้องเตรียมต้องใช้ 1. ไฟแช็ก ช็ 1อันอั 3. ปากคีบ คี 1อันอั 5. เศษกระดาษขาว 1แผ่นผ่ 7.สารละลายไอโอดีน ดี 1ขวด 9.ขาตั้ง ตั้ และตะเกีย กี งแอลกอฮอล์1ชุดชุ 11. บีก บี เกอร์ 1 ใบ ขนาด250 มิลมิลิลิลิตลิร 13. เอทิลทิแอลกอฮอล์75 เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ 1/3 ปริมริาณ ของหลอดทดลอง จุดประสงค์ กิจกรรมที่ 3 พืชสร้างอาหาร ลองทำ ดู ตอนที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ 1. การสังเกต 2. การทดลอง 3. การตั้งสมมติฐาน 4. การกำ หนดและควบคุมตัวแปร 5. การกำ หนดนิยามเชิงปฏิบัติการ 6. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป บทที่ 2 หน้าที่และส่วนต่างๆของพืช 1. แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ การสร้างอาหาร ของพืชจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วรวบรวมข้อมูล และนำ เสนอ หน้าชั้นเรียน เพื่อร่วมกัน แสดงความคิดเห็น 2. ช่วยกันตั้งสมมติฐานว่า เมื่อพืชสร้างอาหาร ได้น้ำ ตาล พืชจะเปลี่ยนน้ำ ตาล บางส่วนสะสม ไว้ในรูปใด จากนั้นให้กำ หนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปร ควบคุม สำ หรับ การทดลองนี้ แล้วบันทึกผลลงในสมุด 2. จานหลุมลุ1 ใบ 4.ผงชอล์ก ล์ 1ช้อช้น 6. น้ำ แป้งป้มันมั 2ช้อช้น 8. หลอดหยด1 หลอด 10. หลอดทดลอง 2 หลอด 12. ใบไม้ที่ม้มี ที่ สี มี เ สี ขีย ขี ว 1-2 ใบ 14. น้ำ เปล่าล่ (น้ำ เย็น ย็ ) 200 มิลมิลิลิลิตลิร 15.แหล่งล่ข้อข้มูล มู เช่นช่อินอิเทอร์เ ร์ น็ต น็ เป็น ป็ ต้นต้