สโุ ขทยั
คำนำ
รายงานเลม่ นจี้ ดั ทาขึ้นเพ่อื เปน็ ส่วนหน่ึงของวิชา
งานปฏบิ ตั งิ านทอ่ งเทยี่ ว4 เพ่อื ให้ ได้ศึกษาหาความรู้ในเรอ่ื ง
ขอ้ มูลทวั่ ไปของจงั หวัดสโุ ขทยั และได้ศกึ ษาอย่างเขา้ ใจเพื่อเปน็
ประโยชน์กับการเรียน
ผจู้ ดั ทาหวงั ว่า รายงานเล่มนี้จะเปน็ ประ โยชนก์ บั ผู้อ่าน หรอื
นกั เรียน นกั ศกึ ษา ที่กาลงั หาขอ้ มลู เร่ืองนอ้ี ยู่ หากมี
ขอ้ แนะนาหรอื ข้อผิดพลาดประการใด ผูจ้ ดั ทาขอน้อมรับไว้
และขออภยั มา ณ ท่นี ด้ี ว้ ย
ผู้จดั ทา
สารบัญ 1
3
ประวตั ิความเป็นมาจงั หวดั สุโขทยั 4
คาขวญั ของจงั หวดั สโุ ขทัย 5
ตราประจาจงั หวดั สุโขทยั
สถานท่ีท่องเท่ยี วภายในจงั หวัด 6
อุทยานประวตั ิศาสตรส์ โุ ขทยั 9
อุทยานประวัตศิ าสตรศ์ รสี ัชนาลัย 12
วัดพิพัฒน์มงคล 14
อทุ ยานแหง่ ชาตริ ามคาแหง (เขาหลวง) 16
เกาะรูปหัวใจ ทุง่ ทะเลหลวง 18
โครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบนิ สุโขทยั 20
บ้านทงุ่ หลวง 22
บ้านนาต้นจั่น
24
ประเพณลี อยกระทง เผาเทียน เลน่ ไฟ
ประวัตคิ วามเปน็ มาจังหวัดสโุ ขทัย
หมายความว่า "รงุ่ อรณุ แหง่ ความสุข" รอยอดตี แห่งความรุ่งเรอื ง เหน็ ไดจ้ าก
อุทยานประวตั ิศาสตร์สโุ ขทยั และศรีสัชนาลัย ซึง่ เป็นทรี่ ู้จกั ของชาวไทยและ
ต่างประเทศ
ประวัติสโุ ขทยั เรม่ิ พ.ศ. ๑๘๐๐ เมื่อพระยาศรนี าวนัมถมพระบิดาพอ่ ขนุ
ผาเมืองได้ปกครองเมืองสุโขทยั เรอื่ ยมาจนส้นิ พระชนม์ ขอมสมาดโขลญลาพง
ข้าหลวงจากราชอาณาจกั รขอมได้เขา้ ยดึ ครองเมอื ง ขนุ บางกลางหาวและพ่อขนุ ผา
เมืองจ้าวเมอื งราดไดย้ ึดเมืองคนื และสร้างเมืองสโุ ขทยั ข้นึ เป็นราชธานี มขี ุนบาง
กลางหาวพระนามใหม่วา่ พ่อขนุ ศรีอินทราทติ ย์ เป็นปฐมกษตั รยิ ์ปกครองเมอื ง
สโุ ขทยั อาณาจกั รแหง่ แรกของประเทศไทย
ในสมยั พ่อขุนรามคาแหงมหาราชโอรสของพ่อขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ ได้แผ่
อาณาจักรออกไปกวา้ งขวางคลมุ เขตประเทศไทยเกอื บหมด บา้ นเมอื งเจริญทกุ ดา้ น
ไมว่ า่ ดา้ นประวตั ิศาตร์ ยทุ ธศาสตร์ กฏหมาย การปกครอง เศรษฐกจิ ศาสนา และ
วัฒนธรรมประเพณี เฉพาะอยา่ งยงิ่ ทรงประดิษฐ์อกั ษรไทยขน้ึ เมอ่ื พ.ศ. ๑๘๒๖
อกั ษรไทยทที่ รงประดษิ ฐน์ ้ีได้จารกึ ไว้ในแผน่ ศลิ ามากมาย ศิลาจารกึ เหล่านเ้ี ปน็
หลักฐานสาคัญใหร้ ู้เรื่องเมอื งสโุ ขทยั มากข้นึ
ในศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรอื งของอาณาจักรสุโขทยั สมัยพอ่ ขนุ
รามคาแหงมหาราชว่ามอี าณาเขตกวา้ งมาก ทิศเหนอื จรดเมอื งแพร่ น่านและหลวง
พระบาง ทิศใต้จรดนครศรธี รรมราช ทศิ ตะวนั ออกจรดเมอื งเวียงจันทร์ และทศิ
ตะวันตกจรดเมอื งหงสวดี การปกครองบ้านเมอื งเปน็ ระบบ "พอ่ ปกครองลูก"
ประชาชนมคี วามเป็นอยู่ดมี สี ทิ ธเิ สรภี าพด่งั คาจารึกวา่ "ไพร่ฟา้ หนา้ ใสในน้ามีปลา
ในนามขี า้ ว เพือ่ นจงู ววั ไปค้าข่ีม้าไปขาย ใครจักใครค่ า้ ช้างค้า ใครจกั ใครค่ า้ ม้าคา้ "
สมัยนั้นชาวสุโขทัย ทาเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยน้าที่มีอยู่บริบูรณ์ทา
นา ทาสวน ทาไร่ มีการสรา้ งเขอ่ื นเก็บกักนา้ ไวใ้ ช้หนา้ แล้งเรยี กวา่ "ทานบพระรว่ ง"
ซ่งึ นักโบราณคดไี ด้ศกึ ษาพบถึง ๗ แหง่ สุโขทยั เปน็ ศนู ย์กลางค้าและการผลติ
เครอื่ งถว้ ยชามทเี่ รยี กวา่ "สังคโลก" ส่งขายยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซยี อนิ โดนิเซยี
และบอร์เนยี ว นอกจากนนั้ ยงั เปน็ ศูนย์การคา้ สนิ คา้ จากจนี เช่น ถว้ ยชามและผา้
ไหม เพื่อขายในประเทศและสง่ ตอ่ ต่างประเทศดว้ ย หลักฐานที่สะท้อนใหเ้ หน็ ความ
เจรญิ ม่ังค่งั ทางเศรษฐกิจของสุโขทัย ไดแ้ ก่ สมบัติทางวัฒนธรรมทไี่ ด้รับการบรู ณะ
ขึ้นเป็นอุทยานประวัตศิ าสตรส์ โุ ขทยั และมรดกโลกในปัจจบุ นั
ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ กรุงศรอี ยุธยา มีอานาจมากข้นึ และเปน็ ศูนยก์ ลางแห่ง
อานาจแทนสโุ ขทยั แตส่ โุ ขทัยกย็ งั มพี ระมหากษตั รยิ ์ปกครองกันตดิ ตอ่ มาอกี ๒
พระองค์ จึงสน้ิ พระราชวงศ์สโุ ขทยั และได้รวมเขา้ กับราชอาณาจกั รกรงุ ศรอี ยุธยา
เมื่อกรุงศรอี ยุธยาเสยี แกเ่ มอื งพมา่ ครง้ั ท่ี ๒ สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลก
มหาราชแห่งกรุงรตั นโกสินทรโ์ ปรดให้ตงั้ เมอื งสโุ ขทยั ขึ้นทบ่ี า้ นธานี(ทา่ หนี) ริม
แมน่ ้ายมซึ่งก็คอื จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบนั
สุโขทัยในปจั จุบัน ตวั เมอื งในปัจจบุ นั น้ีมใิ ชก่ รงุ สโุ ขทยั อันเป็นราชธานี
เดิมแต่เปน็ เมอื งสุโขทยั ลน้ เกลา้ ฯ รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จกั รที รงย้ายผคู้ น
ท้ังหมดจากสุโขทยั ตงั้ เมอื งใหม่ทางฝัง่ ตะวนั ออกของลานา้ ยมเมอ่ื พ.ศ. ๒๓๓๖ โดย
หา่ งจากตัวเมอื งสุโขทยั ท่เี คยเป็นราชธานี ๑๒ กิโลเมตร พระราชดาริในคร้งั น้นั มีอยู่
ว่า เมืองสโุ ขทยั เปน็ เมอื งใหมไ่ ม่มผี ้คู นพอจะตอ่ สรู้ กั ษาให้พ้นจากการรุกรานจาก
พม่าขา้ ศึกได้ เมืองสุโขทยั เคยถูกยุบเป็นอาเภอมีชอื่ วา่ "อาเภอธานี" ขึ้นอยู่กบั อาเภอ
สวรรคโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จนกระทง่ั ปี พ.ศ.๒๔๘๒ ทางการจงึ ไดย้ กฐานะเป็น
จงั หวดั ดังปรากฏอยู่จนกระท่งั ปจั จุบนั น้ี
คาขวัญของจังหวัดสโุ ขทัย
มรดกโลกล้าเลิศ กาเนิดลายสือไทย
เล่นไฟลอยกระทง ดารงพทุ ธศาสนา
งามตาผ้าตนี จก สังคโลก ทองโบราณ
สกั การแมย่ า่ พ่อขุน รงุ่ อรุณแห่งความสขุ
ตราประจาจงั หวัดสุโขทัย
ภาพพระบรมรูปพ่อขุนรามคาแหงมหาราช
พระมหากษตั รยิ แ์ ห่งราชวงศ์พระรว่ ง ประทบั บน
พระแทน่ มนงั ศิลา ปกครองไพร่ฟา้ ขา้ แผน่ ดนิ ให้
ได้รบั ความร่มเยน็ เป็นสุข และทรงบริหาร
ราชอาณาจักรแหง่ นีใ้ ห้เจรญิ รงุ่ เรืองทีส่ ดุ ในชว่ งปี
พ.ศ. 1822 ถึง พ.ศ. 1842
สถานที่
ท่องเทีย่ ว
ภายใน
จังหวัด
อุทยานประวัตศิ าสตร์สุโขทัย
อทุ ยานประวตั ศิ าสตรส์ ุโขทยั ครอบคลมุ พื้นทโ่ี บราณสถานกรงุ สุโขทัยศูนยก์ ลางการ
ปกครองของอาณาจกั รสุโขทัยซ่ึงมอี านาจ อยู่บริเวณภาคเหนือ ตอนลา่ งของประเทศไทย
ในชว่ งพุทธศตวรรษท่ี 18-19 ผงั เมืองสุโขทัยมีลกั ษณะเป็นรปู สเี่ หลยี่ มผืนผ้า มคี วามยาว
ประมาณ 2 กโิ ลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร ด้านทศิ เหนอื จดทิศใตย้ าว 2,000 เมตร
ด้านทิศตะวนั ตกยาว 1,600 เมตร เป็นกาแพงพูนดนิ 3 ชนั้ โดยการขุดเอาดนิ ขนึ้ มาถมเปน็
กาแพง และพนื้ ดนิ ทีข่ ดุ ข้ึนยังเปน็ คนู ้าไวใ้ ช้สอยและเป็นกาแพงนา้ ขนึ้ อกี 2 ชั้น กาแพง มี
ประตเู มอื ง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกวา่ "ประตศู าลหลวง" ดา้ นใต้เรยี กว่า "ประตนู ะโม" ดา้ น
ทิศตะวนั ออกเรียกวา่ "ประตกู าแพงหกั " ด้านทศิ ตะวนั ตกเรยี กว่า "ประตูออ้ " ภายนอกกาแพง
เมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สรา้ งขนึ้ ไวใ้ นพุทธศาสนาและศาสนา
พราหมณ์ ภายในยงั เหลือรอ่ งรอยพระราชวังและวัดอกี 26 แหง่ วดั ท่ใี หญ่ท่ีสดุ คอื วัด
มหาธาตุ อุทยานแหง่ น้ีได้รบั การบรู ณปฏิสังขรณ์โดยกรมศลิ ปากรด้วยความชว่ ยเหลอื จาก
องคก์ ารยเู นสโก มผี เู้ ยีย่ มชมหลายพันคนตอ่ ปี ซ่ึงสามารถเดินเท้าหรือขีจ่ กั รยานเทย่ี วชมได้
อุทยานประวัตศิ าสตรส์ ุโขทัย ไดร้ บั การประกาศจากองคก์ ารยเู นสโกแหลง่ มรดกโลก ร่วมกบั
อุทยานประวตั ิศาสตร์ทกี่ าแพงเพชรและศรีสัชนาลยั ภายใต้ชอื่ วา่ "เมอื งประวตั ศิ าสตร์สุโขทยั
และเมืองบริวาร"
วดั ศรีชุม วัดมหาธาตุ
ต้ังอยูห่ า่ งจากวดั พระพายหลวงไปทาง เป็นวัดใหญอ่ ยกู่ ลางเมอื ง สรา้ งสมยั พ่อ
ทศิ ตะวนั ตก 800 เมตร เปน็ วัดที่ ขุนศรีอนิ ทราทติ ย์ มพี ระเจดยี ์ต่างๆ
ประดษิ ฐานพระอัจนะหรอื อจนะ ซ่งึ เป็น รวมถงึ 200 องค์ นับเปน็ วัดสาคัญ
พระพุทธรูปปางมาร วชิ ัย และลักษณะ ประจากรงุ สโุ ขทยั มีพระเจดียม์ หาธาตุ
ของวิหารอันเปน็ ทป่ี ระดิษฐานพระอัจ ทรงพ่มุ ข้าวบิณฑศ์ ิลปะแบบสุโขทยั แท้
นะนนั้ สรา้ งเป็นรปู สีเ่ หลย่ี มลกั ษณะ ตงั้ เป็นเจดียป์ ระธาน ลอ้ มรอบดว้ ยเจดีย์
คล้ายมณฑป แต่หลงั คาพังทลาย ลง 8 องค์ บนฐานเดียวกัน คือ ปรางคศ์ ลิ า
หมดแล้ว เหลอื เพียงผนงั ท้ังสี่ด้าน แลงต้ังอยูท่ ที่ ิศทัง้ 4 และเจดีย์แบบศรี
ผนงั แตล่ ะดา้ นกอ่ อิฐถอื ปูนอยา่ งแน่น วิชัยผสมลงั กาก่อด้วยอิฐอย่ทู ม่ี ุม ด้าน
หนา ผนงั ทางดา้ นใตม้ ชี ่องให้คนเขา้ ไป ตะวนั ออกบนเจดีย์ประธานมีวหิ ารขนาด
ภายใน และเดนิ ข้นึ ไปตามบันไดแคบๆ ใหญก่ ่อ ด้วยศิลาแลง มแี ท่นซ่ึงเคยเป็น
ถึงผนงั ด้านข้างขององค์อจั นะ สามารถ ท่ปี ระดิษฐานพระพุทธรปู สารดิ ท่ีใหญ่
ขึน้ ไปถึงผนังดา้ นบนได้ ภายในช่อง ท่ีสดุ ในประเทศไทย คอื พระศรศี ากย
กาแพงตามฝาผนงั มภี าพเขียน เก่าแก่ มุนี
แตเ่ ลอะเลือนเกอื บหมด ภาพเขียนนมี้ ี
อายุเกือบ 700 ปี นอกจากน้ี บน
เพดานชอ่ งบันไดยงั มแี ผ่นหินชนวน
ขนาดใหญ่ เกะสลัก ลวดลายต่างๆ ไว้
มีจานวนท้งั หมด 50 ภาพ เมื่อเดิน
ตาม ชอ่ งทางบันไดขึน้ ไปโผลบ่ น
หลงั คาวิหารมองเหน็ ทิวทัศน์อัน
งดงามของเมืองเก่าสโุ ขทยั ได้โดยรอบ
วัดพระพายหลวง
ตัง้ อยนู่ อกกาแพงเมอื งทางดา้ นทศิ
เหนอื เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่มี
ความสาคัญเป็นอันดับสองรองจากวดั
มหาธาตุ วดั นี้มคี นู า้ ลอ้ มรอบ 3 ชั้น
มีปรางค์ 3 องค์ เปน็ ปรางค์ประธาน
ของวดั ทาดว้ ยศิลาแลง แบบศลิ ปะ
ลพบุรี ยังคงเห็นลายปนู ปน้ั ทป่ี รางค์
ด้าน ทิศเหนือ ด้านหน้าปรางคม์ ีฐาน
วิหารเจดีย์ท่ปี รกั หกั พัง ทางด้าน
ประตมิ ากรรม มีพระพทุ ธรูปปูนปนั้
ปางตา่ งๆ เชน่ นง่ั ยืน เดนิ นอน ซึ่ง
ส่วนใหญช่ ารดุ แลว้ ประดิษฐานท่ี
มณฑปและซุ้มเจดยี ์
วัดชา้ งล้อม
เป็นโบราณสถานทสี่ าคัญ มีเจดยี ์
ทรงกลมแบบลังกาเปน็ ประธาน
ของวดั รอบฐานเจดยี ์ ประดบั ด้วย
ปนู ปั้นเป็นรูปช้างโผลค่ รง่ึ ตัว
ดา้ นหน้ามฐี านวหิ ารก่อดว้ ยอิฐ
และยงั มฐี านกาแพงแก้วกอ่ ด้วย
อิฐล้อมรอบ วดั ตระพงั ทองหลาง
ศิลปกรรมทสี่ าคัญคือ มณฑป รูป
สี่เหล่ยี มจตรุ สั ก่อด้วยอิฐ ผนัง
ดา้ นนอกประดิษฐานพระพทุ ธรูป
ปนู ปน้ั ตอนพระพทุ ธเจา้ เสด็จลง
จากดาวดึงส์ ตอนประทาน เทศนา
โปรดพระพทุ ธบิดากับกษตั ริย์
ศากยราช และตอนเสดจ็ โปรดนาง
พมิ พา นับเปน็ ศลิ ปกรรมชน้ิ เอก
ของสุโขทยั
อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ศรีสัชนาลัย
เน่ืองจากสภาพภมู ิประเทศท่ตี ้งั ของเมอื งศรีสัชนาลยั มีความเหมาะสมตอ่ การตง้ั ถ่นิ ฐาน คอื มีทั้งที่
ราบลมุ่ รมิ แม่น้ายมและท่ีลาด เชงิ เขาพระศรี และเขาใหญ่ ทาใหม้ ที ัง้ ความอุดมสมบรู ณข์ องพ้นื ท่ีและ
ส่งิ ป้องกนั ทางธรรมชาติทใี่ ชใ้ นการปอ้ งกนั ขา้ ศกึ ศตั รู ไดอ้ ย่างดีดว้ ย จากหลกั ฐานที่สารวจพบ พวก
ขวานหนิ ขดั (เครอื่ งมือ เครอื่ งใช้ ของคนสมยั โบราณ) ท่พี บทตี่ าบลทา่ ชัย อาเภอศรสี ัชนาลัย รวมทั้ง
จาก หลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีทว่ี ัดชมช่ืน แสดงวา่ มีชุมชน เขา้ มาอยูอ่ าศัยตงั้ แต่พทุ ธศตวรรษ
ท่ี 9 (พ.ศ.800) เปน็ ต้นมาเปน็ ชมุ ชนร่วมสมัย ทวารวดใี นภาคกลางถัด ขนึ้ มาเป็นหลักฐานของ
วฒั นธรรมร่วมสมยั ลพบรุ ี (พุทธศตวรรษที่ 18, พ.ศ. 1700) ปรากฏหลักฐานทว่ี ัดพระศรีรตั นมหาธาตุ
เชลยี ง ในระยะนั้นเมอื งศรีสชั นาลยั มชี ่อื ว่าเมืองเชลยี ง ตามหลกั ฐานที่ปรากฏ ในศิลาจารึก ตานาน
และพงศาวดารทีย่ ืนยนั วา่ มเี มืองโบราณ 2 เมอื ง อย่ใู นลมุ่ น้ายมก่อนแล้ว คือ เมอื งสโุ ขทยั และเมอื ง
เชลยี ง ต่อมาไดม้ ีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลยั ขึน้ ทางด้านทิศเหนอื ของเมืองเชลยี งไม่สภุ าพงออกไป
ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เมืองศรีสัชนาลัย มคี วามสาคัญควบคูก่ ันมากบั เมือง สุโขทัย โดยจากหลักฐาน
ได้กล่าวถึงพอ่ ขุนศรีนาวนาถม วา่ เปน็ กษัตรยิ ์ครอง 2 นคร คือ เสวยราชย์ ทัง้ เมืองสโุ ขทยั และเมือง
ศรีสชั นาลยั (กอ่ น พ.ศ. 1781) ตอ่ มาจนถึงพอ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ยเ์ ปน็ กษัตริยป์ กครองอาณาจกั รสุโขทยั
(พ.ศ.1781 - 1822) ทรงโปรดให้พ่อขนุ บาลเมือง ไปครองเมืองศรีสชั นาลยั ส่วนพ่อขุนรามคาแหง พระ
ยาลิไทก็เคยครองเมืองศรีสัชนาลยั ก่อนขน้ึ เสวยราชยเ์ ปน็ กษัตริยป์ กครอง อาณาจกั รสุโขทัย เมอื ง
ศรีสัชนาลยั มฐี านะเปน็ เมืองลกู หลวงของสโุ ขทยั ตอ่ มาจนแมก้ ระทง่ั สุโขทัยตกอยภู่ ายใต้อานาจของ
กรุงศรอี ยุธยา และได้ เปลย่ี นชื่อเรยี กวา่ เมอื งสวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลยั หรือเมืองสวรรคโลกในสมยั
กรงุ ศรีอยุธยาตอนตน้ เป็นเมืองสาคญั ที่ผลิตภาชนะเคร่อื งเคลอื บสังคโลกให้แก่ กรงุ ศรีอยุธยา ใน
สมยั ต่อมาเมอ่ื มกี ารจัดระบบการปกครองปรบั ปรุงเรอื่ งเชอ้ื สายราชวงศใ์ ห้เข้าอยใู่ นระบบราชการ
เรียบร้อยแล้ว กรงุ ศรี อยธุ ยา ได้เป็นผู้แต่งตง้ั เจา้ เมืองเข้ามา ปกครองเมืองสวรรคโลกมีฐานะเปน็ หวั
เมอื งชั้นนอกระดบั เมอื งโท หลงั เสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาแกพ่ ม่า ครง้ั ที่ 2 พ.ศ. 2310 เมอื งศรีสัชนาลัยหรอื
สวรรคโลกถกู ทงิ้ ร้าง ตอ่ มาเมืองสวรรคโลกไดจ้ ัดตั้ง ข้ึนใหม่ ท่บี า้ นทา่ ชยั อยู่ด้านทศิ ใตข้ องเมอื งเดมิ
และในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ไดย้ ้ายไปอยทู่ ่ีบ้านวังไม้
วัดพระศรรี ัตนมหาธาตุ หรือ วดั พระบรม
ธาตุเมอื งเชลยี ง และเรียกอกี ชอื่ ว่า วดั พระ
ปรางค์ ตั้งอยู่นอกกาแพงเมอื งเก่าศรีสัช
นาลยั ลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ประมาณ 3 กิโลเมตร เปน็ กลมุ่
โบราณสถานขนาดใหญ่ และเป็นพระ
อารามหลวงช้นั ราชวรวิหาร มโี บราณ
สถานทสี่ าคญั ภายในวัด ไดแ้ ก่ ปรางค์
ประธาน กอ่ ดว้ ยศิลาแลงฉาบปนู ลักษณะ
รปู แบบเป็นสถาปตั ยกรรมจดั อยใู่ นสมัย
อยุธยา บรเิ วณเรือนธาตดุ า้ นหนา้ มีบนั ได
ขน้ึ องค์ปรางค์สู่ซุ้มโถง ผนงั ภายในองค์
ปรางคพ์ บว่ามรี อ่ งรอยจติ รกรรมฝาผนัง
แต่ลบเลอื นไปมาก ด้านหน้าองคป์ รางค์มี
วิหาร ภายในประดษิ ฐานพระพทุ ธรูป
ขนาดใหญป่ างมารวชิ ัย
ต้งั อยู่แนวเดยี วกันกับวดั สวนแกว้
อุทยานใหญ่ เป็นวัดที่มลี วดลายปนู
ปัน้ งดงามมาก ปรากฏอยบู่ นซาก
ผนังวหิ ารดา้ นตะวนั ตกเฉียงเหนอื ซ่งึ
เป็นวิหารขนาดเจด็ ห้อง ภายในวิหาร
ตามเสาทุกด้านมีเทพนม และ
ลวดลายตา่ ง ๆ ทาด้วยสังคโลกไม่
เคลือบ เจดยี ์ประธานของวดั เปน็ เจดยี ์
ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษณิ
ซ้มุ ด้านหนา้ มบี นั ไดทางขึน้ จนถึง
ภายในโถงเจดีย์ ตรงกลางโถงมแี กน
เจดยี ์ประดบั ดว้ ยลวดลายปนู ปน้ั
วหิ ารก่อด้วยศิลาแลงมีมขุ หนา้ และ
มุขหลัง ผนงั วิหารเจาะชอ่ งแสง ผนัง
ด้านใต้มีลวดลายปนู ปน้ั
อยูภ่ ายในกาแพงเมืองศรีสัชนาลัย บนท่ี ตั้งอย่ดู ้านหน้าวดั ชา้ งลอ้ ม นบั วา่ มีความ
ราบเชงิ เขาด้านทศิ ใต้ของเขาพนมเพลงิ
โบราณสถานที่สาคัญคือ เจดีย์ประธาน สวยงามมากกว่าวดั อนื่ ในเมอื งสโุ ขทัย
ทรงลงั กา ต้งั อย่ภู ายในกาแพงแก้ว เพราะมเี จดยี ์แบบต่าง ๆ กนั มากมายที่เปน็
สเ่ี หลีย่ มจตั ุรสั ต้ังอยู่บนฐานประทักษิณ ศิลปะสโุ ขทยั แท้ และเป็นศิลปะแบบศรวี ิชัย
รูปสเี่ หลยี่ มจัตุรัส ทีฐ่ านเจดียม์ ชี า้ งปนู ป้ัน ผสมสุโขทัย โบราณสถานทส่ี าคัญคอื เจดีย์
ยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ ประธานรูปดอกบัวตูมอยดู่ ้านหลังพระวิหาร
จานวน 39 เชือก และชา้ งท่ีอยู่ตามมุม และมเี จดีย์รายรวมท้งั อาคารขนาดเล็กแบบ
เจดียท์ ัง้ 4 ทิศ ตกแตง่ เปน็ ช้างทรงเครือ่ ง ต่าง ๆ จานวน 33 องค์ มกี าแพงแก้ว
มีลวดลายปนู ป้ันประดบั ทค่ี อ ตน้ ขา และ ล้อมรอบอีกชัน้ หน่ึง นอกกาแพงมีโบสถ์
ข้อเทา้ ส่วนทางดา้ นหนา้ เจดยี ป์ ระธานมี และบอ่ นา้ เจดยี ์รายทว่ี ัดเจดยี เ์ จด็ แถวมี
บันไดขน้ึ สู่ลานประทักษิณ เหนือฐาน รูปแบบทไ่ี ด้รับบอทิ ธพิ ลศิลปะจากท่ตี า่ ง ๆ
ประทักษณิ มีซุม้ พระพุทธรปู ประทบั นั่ง หลายแห่ง เช่น ลงั กา และพกุ าม ด้านหลงั
ปางมารวชิ ยั ผนงั ซ้มุ มรี ูปประตมิ ากรรม เจดยี ์ประธานมเี จดียร์ ายทม่ี ลี กั ษณะเด่น
รปู ต้นโพธอิ์ ย่เู บ้อื งหลังพระพทุ ธรูป แต่ คือ ฐานเป็นเจดยี ์ส่ีเหลยี่ มจตั รุ สั ยอดเป็น
พระพทุ ธรปู ไดถ้ กู ทาลายไปคงเหลือเพียง ทรงกลม ภายในเจดยี ม์ ีซุม้ โถง ส่วนซุ้มโถง
องคเ์ ดียวทางด้านทิศเหนือ บรเิ วณองค์ เปน็ ท่ีประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปยืนปูนป้ัน
ระฆงั ขน้ึ ไปเปน็ บัลลังก์ ก้านฉัตรประดับ
ด้วยรปู พระสาวกปนู ปนั้ ลีลานูนต่าจานวน
17 องค์
วัดพิพฒั น์มงคล
วัดพพิ ฒั น์มงคล ไดร้ ับการยกยอ่ งเป็นวัดพัฒนาตวั อย่างปี 2540 เป็นอุทยานการศึกษาปี 2541 เปน็ วดั
พฒั นาตวั อย่างที่มีผลงาน ดีเดน่ ปี 2543 เป็นวดั ปฏบิ ัติธรรมเฉลมิ พระเกียตพิ ระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยหู่ วั ปี 2543 และไดร้ ับเสมาทองคาพระราชทานจาก สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าสยามบรมราช
กุมารี ไดร้ ับการยกยอ่ งจากสถาบนั พฒั นา และโลเ่ กยี รติคุณต่าง ๆ เป็นจานวนมาก จนมีคณะสงฆ์ จาก
วัดและจงั หวดั ตา่ ง ๆ ให้ความสนใจมาศกึ ษาดูงานมากมาย ซงึ่ วัดได้จดั ระเบียบความสวยงาม ความ
สะอาด ร่มร่ืน สมเปน็ สถานที่สาคัญและศักด์สิ ิทธิ ซงึ่ ปจั จุบนั เป็นท่ปี ระดิษฐานของพระพทุ ธรปู ทองคา
( พระพุทธรูปสุโขโพธ์ิทอง ) ซงึ่ เป็นทองคาแท้ มีอายุยาว 500 ปี หนกั 9 กิโลกรมั มพี ระบรมสารีริกธาตุ
พระธาตรุ ากขวัญ ซ่งึ ไดอ้ ญั เชญิ มาจากประเทศศรีลังกา โดยสมเด็จ พระมหานายกะสมเด็จพระสังฆราช
ลงั กาในนครแคนดี้ ไดน้ ามาประดษิ ฐานเป็นถาวรที่วดั แหง่ นี้ตงั้ แตป่ ี 2527 ( พระธาตรุ ากขวัญ คอื พระธาตุ
ไหปลารา้ ของพระพทุ ธเจ้า )
ประวตั ิพระพุทธสุโขโพธทิ์ อง
พระพทุ ธสโุ ขโพธ์ิทอง หรือนามสามญั หลวงพอ่ ทองคา วัดพพิ ฒั นม์ งคล เป็นพระพุทธรปู ศักดส์ิ ิทธ์ิปาง
มารวิชัย หล่อดว้ ยทองคาบริสทุ ธ์ิ ดว้ ยทองคาหนัก 9 กโิ ลกรัม เป็นพระพทุ ธรปู ปางมารวิชัย สรา้ งดว้ ย
ศลิ ปะสมยั สโุ ขทัยท่ีมีความงดงาม เดมิ องค์พระพอกปนู ลงรักปดิ ทองอารกั ขาภยั ไว้ ตวั องคพ์ ระทองคา
ดังปรากฏในปัจจุบนั นั้นสนั นิษฐานวา่ สรา้ งในสมัยกรุงสโุ ขทยั เป็นราชธานี สกุลช่างสุโขทยั มอี ายุ
ประมาณ 700 ปี มีประวตั ิความเป็นมาและอภินิหารท่นี ่าสนใจ พระพทุ ธสโุ ขโพธิท์ อง เปน็ ทเ่ี คารพศรทั ธา
อย่างมากของชาว ทงุ่ เสลี่ยม เนื่องจากเชื่อกนั ว่าพระพทุ ธสโุ ขโพธิท์ อง เปน็ พระพทุ ธรปู ศักดิ์สทิ ธทิ์ ช่ี ่วยให้
เจ้าอาวาสสามารถตง้ั วดั และหาปัจจยั เพอื่ กอ่ สรา้ ง เสนาสนะใหว้ ัดพพิ ฒั นม์ งคลมคี วามเจรญิ และ เปน็
โรงเรียนพระปรยิ ัตธิ รรมสาคัญของจงั หวดั สโุ ขทัยไดใ้ นชว่ งเวลาไมถ่ ึง 20 ปี
อุทยานแหง่ ชาตริ ามคาแหง (เขาหลวง)
อทุ ยานแห่งชาตริ ามคาแหง หรือ เขาหลวง ครอบคลมุ พื้นท่ขี องอาเภอเมืองสุโขทยั อาเภอ
บ้านด่าน ลานหอย และอาเภอครี ีมาศ มพี ้นื ทที่ ัง้ ส้ินประมาณ ๒๑๓,๒๑๕ ไร่ เป็นอทุ ยาน
แห่งชาตทิ างประวัตศิ าสตรแ์ ห่งแรกของเมืองไทยทนี่ ่าสนใจ และนา่ ศกึ ษา เพราะเป็นการ
อนรุ ักษ์ป่าทีม่ หี ลกั ฐานทางประวัติศาสตร์สมัยกรงุ สโุ ขทยั ไวพ้ รอ้ มกับธรรมชาติ ใน
สมยั ก่อนเรียกปา่ นีว้ า่ “ปา่ เขาหลวง” แตเ่ มื่อทางการเข้ามาดาเนินการสงวนพ้ืนทีแ่ ห่งนไี้ ว้
เพอื่ ประกาศให้เป็นอุทยานแหง่ ชาตินน้ั ไดต้ ั้งชือ่ เสยี ใหม่ว่า “รามคาแหง” ซึ่งเปน็ มงคลนาม
เพราะมาจากพระนามของกษัตรยิ อ์ ัจฉริยะของชาตไิ ทย คอื “พ่อขุนรามคาแหงมหาราช” ผู้
ครองกรงุ สโุ ขทัย เพราะชอื่ เดิมนน้ั (เขาหลวง) ซ้ากบั “ป่าเขาหลวง” ซึ่งเปน็ ชอื่ อุทยาน
แหง่ ชาตเิ ขาหลวงที่จงั หวัดนครศรธี รรมราช อทุ ยานแห่งชาติรามคาแหงมีขนุ เขาทีส่ งู เดน่
เป็นสงา่ คอื ยอดเขาหลวง ภายในอุทยานฯ สามารถท่ีจะเหน็ สัตวป์ า่ ได้ เช่น ววั แดง เกง้ หมี
หมปู่ ่า นกกระเตน็ นกนางแอ่ง พรรณไมท้ ส่ี าคัญได้แก่ สกั ตะเคียน เตง็ รงั พชื สมุนไพร
ว่าน นา้ ตกทส่ี วยงาม และถา้ ตา่ ง ๆ ที่สาคญั ทางประวัติศาสตร์ เหมาะสาหรบั การไป
พกั ผ่อน และได้รบั การประกาศแตต่ ั้งให้เปน็ อุทยานแห่งชาติรามคาแหง เมื่อวันท่ี ๒๗
ตลุ าคม ๒๕๒๓
เกาะรูปหวั ใจ ทุ่งทะเลหลวง
เกาะกลางรูปหัวใจ บรเิ วณทุ่งทะเลหลวง ต.บ้านกลว้ ย อ.เมอื ง จ.สุโขทยั เป็นสถานที่ท่องเท่ยี ว ชม
ธรรมชาติ และเป็นที่ ประดษิ ฐสถาน "พระพทุ ธรัตนสิรสิ โุ ขทยั " สาหรับพระพุทธรตั นสริ ิสุโขทยั เป็น
พระพุทธรปู สมั รดิ ปางมารวิชัย มีลักษณะงดงาม คาดว่าสร้างในสมยั พระมหาธรรมราชาลไิ ท แหง่ กรงุ
สโุ ขทยั พระพุทธรูปเก่าแกก่ ว่า 700 ปี ราวปี พ.ศ.1845 มีขนาดหนา้ ตักกว้าง 130 ซ.ม. จากฐานถึงพระเกตุ
สูง 208 ซม. ปจั จบุ ันประดษิ ฐานช่วั คราว อย่ทู ส่ี วนหลวง ร.9 อ.เมอื งสโุ ขทัย
สถานทที่ อ่ งเทีย่ วบางแห่งนนั้ แมว้ ่าจะถูกสร้างขึน้ ดว้ ยมือของมนุษย์ ไม่ได้ถอื กาเนดิ ข้นึ เองจากธรรมชาติ
แตก่ ไ็ ดก้ ลายมาเป็นสถานที่สาคญั และมีความหมายที่น่าจดจา เหมอื นกบั ท่ี แผ่นดินศกั ด์ิสทิ ธิร์ ปู หวั ใจ
แหง่ ทงุ่ ทะเลหลวง จงั หวัดสโุ ขทัย“แผน่ ดินศกั ดส์ิ ทิ ธร์ิ ูปหวั ใจ” หรือเรยี กโดยทัว่ ไปว่า “เกาะรูปหัวใจ” พ้นื ที่
แหง่ นี้ ตั้งอย่บู รเิ วณใจกลางท่งุ ทะเลหลวง ในเขตตาบลปากแคว อาเภอเมอื ง จังหวดั สุโขทยั แผน่ ดิน
ศักดส์ิ ิทธริ์ ูปหวั ใจแหง่ นี้ ได้เกิดจากแนวคิดโครงการแกม้ ลงิ ซึง่ เปน็ โครงการตามแนวพระราชดารเิ พอ่ื
แกป้ ัญหานา้ ทว่ มและนา้ แลง้ ซ้าซากในพ้นื ทจ่ี งั หวดั สโุ ขทยั โดยได้เร่มิ ทาโครงการสร้างแหลง่ เก็บนา้ ข้ึน ใน
ปี พ.ศ. 2545 โดยใชบ้ ริเวณทะเลหลวงซ่ึงเปน็ แหล่งเก็บนา้ ในอดตี โดยได้มกี ารขดุ ลอกพ้นื ท่ีและขดุ คลอง
เผ่อื ผนั น้าเขา้ กักเกบ็ ไว้ในพนื้ ท่เี พือ่ ใหป้ ระชาชนใชป้ ระโยชน์ เเละไดม้ กี ารออกแบบให้เปน็ รูปหัวใจ
คาว่า “รูปหัวใจ” นนั้ ได้เกดิ จากแนวความคิดของ นายสมศักด์ิ เทพสุทิน เม่อื คร้ังดารงตาแหน่ง
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทต่ี ้องการให้พืน้ ท่ีแหง่ น้สี อ่ื ใหเ้ ห็นถึงความรกั ใคร่สามคั คี
ของพ่นี ้องชาวจังหวัดสโุ ขทัย อีกทั้งยงั ได้สรา้ งเกาะกลางน้ารปู หัวใจขน้ึ มาอกี เเละไดต้ ั้งชอ่ื ว่า “แผ่นดิน
ศกั ดิ์สทิ ธร์ิ ปู หวั ใจ” ซ่งึ หากใครไดม้ โี อกาสเดนิ ทางโดยใชเ้ ครื่องบินเเละผ่านบริเวณพืน้ ที่เเหง่ นี้ ก็สามารถที่
จะมองเหน็ เกาะรปู หัวใจ ท่ถี ูกรายล้อมด้วยผืนนา้ รปู หัวใจ เป็นอกี หนง่ึ ทศั นยี ภาพบนท้องฟา้ ทส่ี วยงาม
และนา่ ตื่นตาตืน่ ใจ
พระพุทธรตั นสิริสโุ ขทยั ณ มณฑปเกาะกลาง
แผ่นดินรปู หัวใจทุ่งทะเลหลวง
โครงการเกษตรอินทรยี ์ สนามบนิ สโุ ขทัย
โครงการเกษตรอนิ ทรีย์ สนามบินสโุ ขทัย เปน็ โครงการทเ่ี กิดจากเจตนารมณ์ในการท่ี
จะสร้างประโยชนแ์ กส่ ังคม โดยไดป้ รับปรงุ พื้นที่บางส่วนรอบ สนามบินสโุ ขทัย ให้
กลายเปน็ พืน้ ท่ีสเี ขยี ว ภายในพื้นทกี่ วา่ 800 ไร่ แบง่ ออกเป็นหลายโซน ไม่วา่ จะเปน็
ชมุ ชนโรงสีขา้ ว แปลงนาป่ยู ่าตายาย แปลงนาสวนผสม และห้องเรียนกลางแจง้ ซงึ่ แต่
ละโซนจะพาเราไปเรียนร้เู กี่ยวกับการทาเกษตรอินทรยี ์ และสัมผัสกบั วิถแี หง่ ความ
พอเพียง
1. กจิ กรรมห้องเรียนกลางแจง้ ชาวนาสมัครเลน่ 1.5 ชวั่ โมง เดินเย่ยี มชมฐานการ
เรยี นรู้, โรงนทิ รรศการ, แปรรปู กลว้ ยตาก, แปรรูปไขเ่ คม็ , บ่อหมกั กา๊ ซชีวภาพ, บอ่ หมัก
ไสเ้ ดือน, โรงเพาะเห็ดแปลงกุหลาบ, แปลงนา, คอกควาย
2. กจิ กรรมหอ้ งเรยี นกลางแจง้ แบบครึ่งวัน เปลย่ี นเส้ือผ้าชุดม่อฮ่อมเป็นชาวนาอยา่ ง
เต็มตัว,นง่ั รถอแี ตน๋ ทวั ร์โครงการ, เกบ็ ไข่เป็ดที่เล้า, ชมฝงู ควายกว่า 200 ตวั , ชมสวน
สัตวใ์ นสนามบิน, ชมโรงสขี า้ วกล้อง, เทีย่ วแปลงผกั อินทรยี ์, เที่ยวคอกควาย, ถอนกลา้
ดานา, รบั ประทานอาหารกลางวนั กบั เมนอู อร์แกนิคมากมาย
3. กิจกรรมห้องเรยี นกลางแจง้ แบบเตม็ วนั เปลย่ี นเส้อื ผา้ ชดุ มอ่ ฮอ่ มเป็นชาวนาอยา่ ง
เตม็ ตัว,นั่งรถอแี ต๋นทัวร์โครงการ, เก็บไขเ่ ป็ดท่เี ลา้ , ชมฝูงควาย กวา่ 200 ตัว, ชมสวน
สัตว์ในสนามบิน, ชมโรงสีขา้ วกล้อง, เท่ยี วแปลงผักอินทรีย์, เที่ยวคอกควาย, ถอนกลา้
ดานา,เรียนรู้การทาอาหารแบบเกษตรอินทรยี ์, รับประทานอาหารกลางวนั , ชว่ งบา่ ย
สนุกกบั การเรยี นรงู้ านใบตองและแปรรูปผลติ ภณั ฑ์
4. หอ้ งเรยี นกลางแจง้ หลักสตู รมืออาชีพ 3 วัน 2 คืน
บา้ นท่งุ หลวง
บ้านท่งุ หลวง หม่บู ้านหน่งึ ในอาเภอคีรีมาศ เปน็ หมูบ่ า้ นเครื่องปั้นดินเผาท่มี ีชื่อเสยี งของ
จังหวดั สุโขทยั เครื่องป้ันดินเผา ท่บี ้านทุ่งหลวงเป็นดนิ เผาแบบไมเ่ คลือบ เม่อื เผาแลว้ จะมีสี
แดง ต่อมามีการพฒั นารูปแบบข้ึน เชน่ โคมไฟฉลุ หม้อฉลุ หม้อลายพญานาค รปู ป้ันพระ
อภยั มณี จนกลายเปน็ ที่รู้จกั และนิยมกันอยา่ งแพรห่ ลาย จนกลายเป็นกลุ่ม
เครือ่ งปั้นดนิ เผาบ้านท่งุ หลวง แรกเร่ิมเป็นการ คิดทาของใช้ในชวี ติ ประจาวันไว้ในครวั เรอื น
เช่น หม้อ เตา กระทะ โอง่ นา้ ในชว่ งวา่ งจากการทานา ใช้วัสดดุ ินเหนยี ว ทราย ในท้องถน่ิ
นามาตปี ้ัน เปน็ รูปทรงตา่ งๆ ตามวตั ถปุ ระสงคก์ ารใช้งาน สงิ่ ท่สี งั เกตได้งา่ ยเมอื่ เดินทาง
มาถงึ ทหี่ มบู่ า้ นทุ่งหลวงคอื จะเห็นเครื่องป้ันดินเผาแบบต่าง ๆ ทง้ั ทีเ่ ปน็ ขา้ วของเคร่ืองใช้
เช่นโอ่งน้า หมอ้ ดินเผา กระถางตน้ ไม้ หรือจะเปน็ ของประดบั จาพวก ต๊กุ ตาดินเผาประดับ
สวน ฐานจุดเทยี นหอม โคมไฟดนิ เผาและเมอ่ื เข้าสตู่ วั หมบู่ ้านจะเหน็ ไดว้ ่าเกอื บทกุ หลังคา
เรือนจะมีสนิ คา้ เคร่ืองปน้ั ดินเผาวางจาหน่ายอยหู่ นา้ บ้าน เมือ่ ถึงกลางหมูบ่ ้านจะมศี ูนย์ให้
ความรเู้ กี่ยวกบั การทาเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผามีการจัดแสดง อปุ กรณเ์ คร่ืองมอื การทา
เครอ่ื งป้ันดินเผา เป็นเอกลักษณท์ สี่ ะทอ้ นความเปน็ ชุมชนปจั จบุ ันชาวท่งุ หลวงกว่า 200
ครัวเรือนยงั คงผลติ เครื่องปน้ั ดนิ เผาเพอ่ื เปน็ อาชพี โดยจะนาดนิ เหนยี วที่ขดุ จากท่ีนารอบ
หมู่บ้านมาแช่นา้ ไว้ 1 วันกับ 1 คนื จากน้ันจงึ นาดนิ มานวด โดยในอดตี จะใช้วิธียา่ ด้วยเทา้ แต่
ปัจจุบนั นี้มเี ครื่องนวดดนิ มาชว่ ยทนุ่ แรง เสร็จแลว้ จงึ นาดนิ ท่นี วดเรียบรอ้ ยแลว้ มาป้ัน โดย
วิธปี น้ั จะมี 4 วธิ ีดว้ ยกนั คือการตี การข้นึ รูปดว้ ยแป้นหมุน การหลอ่ น้าดิน และการปนั้ ดว้ ย
มือ
ชาวบา้ นสาธติ การตีหมอ้ และลงลวดลาย
บ้านนาตน้ จั่น
บ้านนาต้นจ่ัน ต้ังอยู่ในตาบลบา้ นตึก อาเภอศรีสัชนาลัย จงั หวัดสุโขทยั เปน็ แหล่งทอ่ งเท่ียว
ท่ีนักท่องเท่ยี วจะได้เรยี นรู้วถิ ีชีวิตของคนในชุมชนในเชงิ อนรุ กั ษ์ ได้ทอ่ งเท่ียวสมั ผัสกบั
ธรรมชาตแิ บบครบวงจร โดยได้จัดเป็นทพ่ี กั แบบโฮมสเตยใ์ ห้นกั ทอ่ งเท่ยี ว ไดม้ าพักร่วมกับ
เจ้าของบ้านทากจิ กรรมรว่ มกันเรยี นรวู้ ถิ ีชวี ติ ตามชุมชน บ้านนาต้นจั่นเปน็ ชมุ ชมดง้ั เดมิ
อพยพมาจากเมอื งเหนือและเมืองลับแล ภาษาทีใ่ ชเ้ ปน็ ภาษาเหนอื หมูบ่ ้านนาต้นจ่นั เปน็
หมูบ่ ้านเลก็ ๆ มตี ้นจน่ั ขึน้ อยูม่ ากมาย จึงต้ังช่อื หมูบ่ า้ นวา่ บ้านนาตน้ จน่ั ประกอบอาชพี ทา
นา ทาสวน ผลไมต้ ามฤดกู าล อาชีพเสริมคือ อาชีพทอผา้ จกั สาน ทาหัตถกรรมตอไม้ ชุมชน
อยกู่ ันแบบพแี่ บบน้อง เอือ้ อาทรตอ่ กัน มกี ารชว่ ยเหลือเก้ือกลู กนั มกี ารนับถอื ศาสนาพทุ ธ มี
ความเชื่อเรือ่ งผแี ละขอ้ ปฏบิ ัตติ า่ งตามบรรพบรุ ุษ ซ่ึงการมาเที่ยวบา้ นนาต้นจน่ั สามารถเท่ยี ว
ได้ท้งั แบบวันเดยท์ รปิ หรอื พกั ค้างคืนแบบโฮมสเตย์
กจิ กรรมท่องเทยี่ วบ้านนาต้นจ่ันไดแ้ ก่
1 แวะทานขา้ วเปบ๊ิ อาหารพ้ืนเมืองชื่อ จดุ แรกที่นกั ทอ่ งเท่ียวต้องแวะเมือ่ มาถงึ บา้ นนาตน้ จ่นั
คอื ศูนย์บริการนกั ท่องเท่ยี วซงึ่ เปน็ ทต่ี ้ังของร้านขา้ วเป๊ิบ เป็นจุดแรกทีท่ กุ คนตอ้ งผ่าน
สามารถตดิ ตอ่ ไกด์นาเทีย่ วตามจดุ ตา่ งๆ ได้ทีน่ ี่ ขา้ วเป๊บิ หรือ ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง อันเลืองชื่อ
2 ชมสะพานไม้กลางทุ่งนา จุดทอ่ งเที่ยวอีกแหง่ หนงึ่ ท่นี ่าสนใจของบา้ นนาตน้ จัน่ ซึง่ ชาวบ้าน
ได้ร่วมกนั ทาสะพานไม้ไผส่ าน ขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 80 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.5
กิโลเมตร ผ่านท่งุ นาข้าว สเี ขยี วสด ทาใหเ้ กดิ เปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี วใหม่ ของชมุ ชน
3 ชมสาธติ การทอผา้ เพ่อื นาไปใชท้ าเป็นผ้าหมักโคลน ผลิตภณั ฑ์ขึ้นชอื่ ของบา้ นนาตน้ จัน่
ประเพณลี อยกระทง เผาเทยี น เลน่ ไฟ
ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยท่ีสืบทอดต่อมาแตโ่ บราณกาลนับพนั ปีล่วงแล้ว แต่
เริม่ ปรากฏหลกั ฐานทั้งการจดบนั ทกึ และหลักฐานทางโบราณคดที ่ีบ่งช้ีอยา่ งชดั เจนว่ามีประเพณี
ลอยกระทง ลอยโคม เผาเทียน เล่นไฟ ซ่งึ เปน็ งานนักขัตฤกษ์ร่ืนเริงเกดิ ขนึ้ แลว้ ในสมัยสุโขทยั
การริเริ่มฟ้นื ฟูประเพณี “ลอยกระทง เผาเทยี น เล่นไฟ” จงั หวัดสุโขทัยนน้ั เร่ิมตง้ั แต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐
และทาสืบเนอ่ื งต่อมาถึงปัจจบุ นั (พ.ศ. ๒๕๖๒) ระยะเวลา ๔๒ ปี โดยใชส้ ถานที่ คือ บริเวณอุทยาน
ประวัตศิ าสตร์สุโขทยั อันเปน็ แหล่งโบราณสถานทเ่ี คยจดั กจิ กรรมนี้มาเม่อื เจด็ ร้อยปที ่ผี า่ นมา
คณะกรรมการผูร้ บั ผดิ ชอบในการจดั งานคือ จังหวัดสุโขทยั (ผู้วา่ ราชการจังหวัด สานกั งานจงั หวัดสโุ ขทัย
รว่ มกับขา้ ราชการ พอ่ คา้ ประชาชนชาวสโุ ขทยั ) สว่ นประกอบรายละเอยี ดของกิจกรรม อาจเปลี่ยนแปลง
บา้ งตามยคุ สมยั ที่เปล่ียนไป เช่น ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เฉลิมฉลองการเปิดอุทยานประวตั ิศาสตรส์ ุโขทัย โดยได้
กราบบงั คมทลู เชญิ สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จทรงเปดิ งาน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ อทุ ยานประวตั ศิ าสตรส์ ุโขทยั ได้รบั พจิ ารณาจากองคก์ าร
การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรอื ยเู นสโก ให้เป็นมรดกโลก งานลอยกระทง
เผาเทยี น เล่นไฟ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ จงึ มีชือ่ เสยี งขจรขจายไปทวั่ โลก เป็นเสนห่ เ์ ชิญชวนให้ผ้คู นทั้งชาวไทย
และชาวตา่ งประเทศหลง่ั ไหลมาเท่ียวชมความงามแสงไฟจากตะคนั นบั ลา้ นดวงพร่างพรายวบิ ไหวท่วั งาน
ตลอดจนการเล่นไฟ พลุ ตะไลไฟพะเนยี งยังคงงดงามตระการตายง่ิ นกั ท้งั นี้ ในทุก ๆ ปีจะมกี ารละเล่น
พน้ื บา้ น การละเลน่ แบบโบราณท่ดี ึงดดู ใหผ้ ูค้ นหล่งั ไหลมาชมงานมากมาย อยา่ งไรกต็ าม ลอยกระทง
สโุ ขทัยยังคงความเปน็ เอกลักษณ์ความเป็นตวั ตนของงานลอยกระทง เผาเทยี น เล่นไฟ ตามอัตลักษณ์
วิถีชีวิตของชาวสโุ ขทัยดังปรากฏใจความในดา้ นท่ี ๒ บรรทดั ท่ี ๘ – ๒๓ ของศิลาจารกึ หลักที่ ๑ จารกึ พ่อขนุ
รามคาแหงมหาราช