The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานโครงการธนาคารโค-กระบือ 63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Savitri Srimongkol, 2020-09-09 23:42:01

รายงานโครงการธนาคารโค-กระบือ

รายงานโครงการธนาคารโค-กระบือ 63

รายงานฉบับสมบูรณ์

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดาริ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร

พื้นท่ีตาบลบา้ นกง อาเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแกน่
ประจาปีงบประมาณ 2563

โดย ศนู ย์ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สงิ หาคม 2563

รายงานฉบบั สมบูรณ์

โครงการธนาคารโค-กระบือเพอ่ื การเกษตรตามพระราชดาริ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พ้ืนทตี่ าบลบ้านกง อาเภอหนองเรือ จังหวดั ขอนแก่น
ประจาปีงบประมาณ 2563

คณะทางาน

1. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เพญ็ ประภา เพชระบูรณิน หัวหน้าโครงการ

2. นางลกั ษกิ า พลิ าโท นักวขิ าการศกึ ษา ผปู้ ระสานงานโครงการ

3. นางสาวนารรี ัตน์ จาใบ นักวิชาการศกึ ษา ผรู้ ่วมดาเนนิ งาน

4. นางสาวสาวติ รี ศรีมงคล นักวชิ าการศกึ ษา ผรู้ ่วมดาเนนิ งาน

5. นายดารงรักษ์ รักวงษฤ์ ทธิ์ นกั วชิ าการเกษตร วทิ ยากร คณะเกษตรศาสตร์ มข.

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพื่อการเกษตรตามพระราชดาริฯ ปงี บประมาณ 2563| ก

คำนำ

ด้วยศูนย์ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหน่วยงาน
ประสานการบริการวชิ าการแบบสหสาขาวทิ ยาการ เพอื่ นาวิทยาการไปปรับใชเ้ พ่ือความเหมาะสมในสภาพจริง
ตามบรบิ ทชุมชน จนพฒั นาต้นแบบการดาเนนิ งานสนับสนุนใหเ้ กิดการปรบั เปลีย่ นพฤติกรรมการดารงชีวิตของ
บุคคลในชุมชนเพ่ือการพึ่งพาตนเอง เป็นกระบวนการมีผลในการบรรเทาความเดือดร้อนจากความยากจนได้
ดังนั้นการดาเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพ่ือการเกษตรตามพระราชดาริ พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเลือกพื้นที่นาร่องเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ความเข้าใจการ
จัดการโค-กระบืออย่างถูกต้องเหมาะสมในจังหวัดขอนแก่น คือ องค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง อาเภอ
หนองเรอื จงั หวัดขอนแก่น

เอกสารฉบับนี้เป็นรายงานผลการดาเนินโครงการฯในพื้นท่ีตาบลบ้านกง อาเภอหนองเรือ จังหวัด
ขอนแกน่ เน้ือหาโดยสังเขปประกอบดว้ ยผลการศึกษาชุมชน การจัดทาแผนพัฒนากลุ่มผู้เล้ียงโค-กระบือ การ
สนับสนุนความรู้ความเข้าใจการจัดการโค-กระบือ คณะทางานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลน้ีจะเป็นกรณีศึกษา
ตัวอย่างหนง่ึ ใหแ้ กเ่ กษตรกรผูเ้ ลยี้ งโค-กระบอื และผสู้ นใจอน่ื ๆ อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ ไป

สิงหาคม 2563
คณะทางาน

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพอื่ การเกษตรตามพระราชดาริฯ ปงี บประมาณ 2563 | ข

กติ ติกรรมประกาศ

การดาเนินงานโครงการบริการวิชาการ เร่ือง โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตาม
พระราชดาริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยศูนย์
ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจาปีงบประมาณ 2563 สาเร็จ
ลุล่วงได้ด้วยความกรุณา และอนุเคราะห์จากคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อ
การเกษตรตามพระราชดาริฯ องค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง อาเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น นาโดย
นายโยธนิ ศรีหนองเม็ก นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลบ้านกง นางสุพันธ์ ช่วยศิริ รองนายกองค์การบริหาร
ส่วนตาบลบ้านกง นายธนพิสิฐ ใจกว้าง รองนายกองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง นายพร สาอ่อน
เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง นางสาวกัลยาณี สมท้าว ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล
บ้านกง นางสาวอุมาพร แสงศรีเรือง รองปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง นายพันธกานต์ ศรีกงพาน
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาฯ องค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง นายณัฐพล ศรีหนองเม็ก ผู้ช่วยเจ้า
พนักงานพัฒนาชุมชนองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง และกลุ่มอาสาปศุสัตว์ของพื้นท่ีตาบลบ้านกง ท่ี
สนับสนุนการดาเนินงาน เสนอแนะข้อคิดเห็น อานวยความสะดวกในการดาเนินโครงการฯ ด้วยดีย่ิงมาโดย
ตลอด

นอกจากน้ี คณะทางานขอกราบขอบพระคุณ นายดารงรักษ์ รักวงษ์ฤทธ์ิ และนายปฐมพงษ์ หล้าคา
นักวิชาการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ีได้กรุณาให้ข้อคิด คาแนะนา และเป็น
วิทยากรบรรยายพรอ้ มทง้ั ฝึกปฏบิ ตั ิการใหค้ วามรู้ในการดาเนินโครงการดังกล่าวเสร็จสมบรู ณ์ดว้ ยดี

ทา้ ยนี้ ขอขอบพระคุณ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เพญ็ ประภา เพชระบูรณิน รักษาการแทนผู้อานวยการ
ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบุคลากร ศูนย์ประสานงาน
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ให้กาลังใจและให้ความช่วยเหลือจนงานสาเร็จ
ลุลว่ งดว้ ยดี

คณะทางาน

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดาริฯ ปงี บประมาณ 2563 | ค

บทสรปุ ผู้บริหาร

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดาริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ศูนย์ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลือกพื้นท่ีองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง อาเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เป็น
พ้ืนที่ดาเนินการ ประจาปีงบประมาณ 2563 คณะทางานได้รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิและปฐมภูมิโดยการ
สัมภาษณ์ บันทึก รวมท้ังสารวจภาคสนาม ขั้นตอนต่อมาได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความ
เข้าใจที่ชัดเจนร่วมกัน และจัดทาร่างแผนปฏิบัติการโดยเสนอกิจกรรม/โครงการย่อยที่จะเป็นไปได้ภายใต้
ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ท่ีได้กาหนดไว้ของโครงการ หลังจากได้ร่างแผนปฏิบัติการแล้วคณะทางานได้นา
แผนปฏบิ ัตกิ ารเสนอให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมสี ว่ นรว่ มในการประชาพิจารณ์เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
ต่อไป

ผลจากการจัดทาแผนพัฒนาการดาเนินโครงการ พบว่า องค์การบริหารส่วนตาบลบ้านกง อาเภอ
หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น มีพ้ืนท่ีครอบคลุม 10 หมู่บ้าน ประชากรรวมท้ังสิ้น 4,881 คน ความหนาแน่น
ประชากร เฉลยี่ 0.003 (ตารางกิโลเมตร/คน) โดยประชากรในพ้ืนที่อายุระหว่าง 15-60 ปี ข้ึนไปมีรายได้จาก
การประกอบอาชพี และเบย้ี ยงั ชพี ผู้สงู อายุ ประชากรสว่ นใหญ่ในตาบลประกอบอาชพี ทานาข้าวเป็นหลัก 40%
รองลงมาคืออาชพี ทาไร/่ ทาสวน/เลย้ี งสัตว์ 30% อาชีพรับจ้างท่ัวไป 20% เช่น รับจ้างก่อสร้าง ทางานโรงงาน
รับจ้างปลูกอ้อย รับจ้างตัดอ้อย ส่วนอาชีพค้าขายและรับราชการ 10% (แผนพัฒนาท้องถิ่นตาบลบ้านกง,
2561-2565) ตาบลบ้านกงมีประชากรที่เลี้ยงโค-กระบือ จานวน 80 ครัวเรือน จานวน โค-กระบือทั้งสิ้น 800
ตัว เกษตรกรผู้เล้ยี งโค-กระบือยังขาดความรู้ความเข้าใจการจัดการโค-กระบืออย่างถูกต้องเหมาะสม โดยศูนย์
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สนับสนุนองค์ความรู้เพ่ือพัฒนา
และแก้ไขปัญหาแก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือเพ่ือให้เกิดแผนพัฒนาแบบมีส่วนร่วม เกิดความรู้ความ
เข้าใจการจัดการโค-กระบือตามวัยอย่างถูกต้องเหมาะสม แก้ไขปัญหาการขาดอาหารเสริมสาหรับโค-กระบือ
ในฤดูแลง้ ความรู้เร่อื งการใช้ยาและการผสมเทยี ม สง่ ผลใหเ้ กดิ อาสาปศุสัตว์ที่สามารถให้ความรู้และดูแลรักษา
โค-กระบือเบื้องต้นและเกิดการพ่ึงพาตนเองและพึ่งพากันเองในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถสร้างรายได้
เสริมใหแ้ ก่เกษตรกรผู้เล้ยี งโค-กระบือได้มากย่ิงขน้ึ อกี ดว้ ย

สารบญั หนา้

คานา ข
กิตติกรรมประกาศ ค
บทสรุปผู้บริหาร
บทท่ี 1 บทนา 1
3
ท่ีมาและความสาคัญ 3
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 9 3
วตั ถปุ ระสงคก์ ารดาเนินโครงการบรกิ ารวชิ าการ 4
ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
กลุ่มเป้าหมายและพ้นื ทีด่ าเนนิ การ 5
บทที่ 2 วิธกี ารดาเนนิ งาน 5
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ งทีใ่ ชใ้ นการดาเนินโครงการ 5
เคร่ืองมือที่ใช้ในการดาเนนิ โครงการ
ขน้ั ตอนและวิธีการดาเนินงานตลอดโครงการ 7
บทท่ี 3 ผลการดาเนินงาน 10
ขอ้ มลู พืน้ ฐานชมุ ชน
การจดั ทาแผนพัฒนาศกั ยภาพผูเ้ ล้ียงโค-กระบือแบบมสี ว่ นรว่ ม 15
ฝึกอบรมและฝึกปฏิบตั ิการใหค้ วามรู้เร่ืองการจดั การโค-กระบอื 16
20
การจัดการโรงเรอื นสาหรับโค-กระบอื 25
การสงั เกตและการดูแลสขุ ภาพโค-กระบอื ตามวยั 25
โรคและดแู ลสขุ ภาพโค-กระบือป่วย 28
การจัดการหย่านมลูกโค-กระบอื และการจดั การหลังหย่านมลกู โค-กระบอื
การสุขาภบิ าลโค-กระบอื 29
การใช้ยาและตาแหนง่ ยาในการรกั ษาโรคโค-กระบอื 30
การตรวจคุณภาพและการดแู ลน้าเชอ้ื โค-กระบือ กลไลการช่วยคลอด 35
และการตรวจการตัง้ ท้องโค-กระบอื
การผสมเทยี มโค-กระบือ
บทที่ 4 บทสรปุ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 1

บทท่ี 1
บทนำ

ทม่ี ำและควำมสำคญั
การเลี้ยงสัตว์ให้ประโยชน์ต่อผู้เลี้ยงมากมายหลายประการ ผู้ท่ีประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์สามารถสร้าง

ฐานะจนร่ารวยได้ เป็นอาชีพที่ได้ผลตอบแทนสูง หากมองในภาพรวมตั้งแต่ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ชุมชน
สังคม และประเทศชาติได้รับประโยชน์จากการเล้ียงสัตว์ทั้งส้ิน ท้ังนี้เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็น
อาหารท่ีส่าคัญของมนุษย์ ได้แก่ เน้ือ นม ไข่ ซ่ึงให้สารอาหารที่ส่าคัญต่อร่างกายมนุษย์โดยเฉพาะโปรตีน
ดงั น้นั เนื้อสตั ว์และผลิตภัณฑ์จากสตั ว์จงึ เปน็ สงิ่ จ่าเป็นของมนษุ ย์ตราบใดที่มนุษย์ยังบริโภคเน้ือสตั วอ์ ยู่

โค-กระบือ เป็นสัตว์ท่ีมีความส่าคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทย ในอดีต
เกษตรกรใช้โค-กระบือเป็นแรงงานในการท่าอาชีพเกษตรกรรม การขนส่ง หรือในชุมชนบางแห่งยังใช้โคและ
กระบือเป็นกิจกรรมบันเทิง เกมกีฬา หรือประกวดแข่งขัน เช่น ประเพณีวิ่งควาย (buffalo racing festival)
วัวและควายชน (fighting bull) และการประกวดโคและกระบือพ่อ-แม่พันธุ์ รวมทั้งการท่องเที่ยงเชิงเกษตร
(agro tourism) ซ่ึงกิจกรรมเหล่านี้แสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงการผลิตโคเนื้อที่เชื่อมโยงถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรใน
ประเทศไทย การเลี้ยงโค-กระบือเปรียบเสมือนเป็นเงินออมหรือเงินฝากของครัวเรือนเกษตรกร นอกจากนี้
ผลพลอยได้จากการเลีย้ งโคเนอื้ คือ มูล นา่ ไปใชเ้ ปน็ ปยุ๋ บา่ รุงดิน เพ่ือเพิม่ การเจริญเตบิ โตของพชื ไดอ้ ีกดว้ ย

การเลยี้ งโค-กระบอื ของประเทศไทยในปัจจบุ นั ไดข้ ยายตัวไปมาก สว่ นใหญ่เป็นการเลี้ยงของเกษตรกร
รายย่อยเพ่ือเป็นอาชพี เสรมิ และเปน็ ระบบการเลีย้ งเสริมการเพาะปลกู พืช ส่วนการผลิตโค-กระบือเพื่อขุนเป็น
ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณเน้ือโคก็ยังมีไม่เพียงพอกับความ
ต้องการของจ่านวนประชากรท่ีเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการขยายตัวและความเจริญก้าวหน้าทาง
เศรษฐกจิ ต่างมีส่วนผลักดันให้ความต้องการอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศมีสูงข้ึนทั้งด้านปริมาณและ
คุณภาพ ดว้ ยเหตนุ เี้ องจงึ เป็นแรงจูงใจและผลักดนั ให้มีการพัฒนาอาชพี การเลยี้ งโค-กระบือให้มีมาตรฐานสูงขึ้น
แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เล้ียงโค-กระบือ เพ่ือให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและสามารถน่าไปปฏิบัติในการดูแล
รกั ษาโค-กระบือไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ทง้ั ยงั เป็นการสร้างรายไดเ้ สริมให้แก่ครัวเรอื นเกษตรกรได้อีกด้วย

โครงการธนาคารโค-กระบือเพ่ือเกษตรกรตามพระราชด่าริเป็นโครงการพระราชด่าริของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 9 โครงการหนึ่ง ที่กรมปศุสัตว์ได้รับพระราชทานให้ด่าเนินการ
เนื่องจากเม่ือคร้ังท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชด่าเนินออกตรวจเย่ียมราษฎร ใน
พ้ืนท่ีโครงการพัฒนาพ้ืนที่ราบเชิงเขาจังหวัดปราจีนบุรี เม่ือเดือน มีนาคม พ.ศ. 2522 ทรงทราบว่ามีราษฎร

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพอ่ื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 2

จ่านวนมากขาดแคลนโค-กระบือ ต้องเช่าโค-กระบือมาใช้งานในราคาแพง และเมื่อจ่าหน่ายผลผลิตทางการ
เกษตรแล้ว ก็แทบไม่เหลืออะไรเลย เพราะเงินที่ได้ต้องจ่ายเป็นค่าเช่าโค-กระบือไปเกือบหมด จึงได้ทรงมี
พระราชดา่ ริให้กรมปศุสัตว์จัดต้ังธนาคารโค-กระบือขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน ได้มี
โอกาสไดโ้ ค-กระบือไว้ใช้แรงงานเปน็ ของตนเอง โดยการเช่าหรือเช่าซ้ือหรือวิธีการอื่นใด ในราคาที่ถูกจากส่วน
ราชการ องคก์ รหรือเอกชน ฯลฯ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า
ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้รับผิดชอบด่าเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชด่าริทั้งหมด โดย
ได้พระราชทานทั้งพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตลอดจนโค-กระบือ ที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย โดยเสด็จพระราช
กศุ ลใหแ้ กก่ รมปศุสัตวเ์ พื่อน่าไปดา่ เนนิ การธนาคารโค - กระบือ ฯ ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระองค์
โดยใช้ชื่อย่อวา่ "ธคก." และมีชอื่ ภาษาองั กฤษวา่ " Cattle-Buffalo Bank for Farmer " ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึง
ได้ด่าเนินการจัดท่าโครงการดังกล่าวขึ้น โดยใช้ กระบือของ กรมปศุสัตว์จ่านวน 280 ตัว น่าไปให้การ
ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนในพื้นท่ีโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี (ในขณะนั้น) เป็นคร้ัง
แรกเมอ่ื ปี พ.ศ. 2522 โดยการใหเ้ ช่าซอ้ื และผอ่ นสง่ ใช้ให้หมดภายใน 3 ปี และกรมปศุสัตว์ได้รับการอนุมัติจาก
กระทรวงการคลงั ให้ด่าเนนิ การดังกลา่ วได้

ธนาคารโค-กระบือ คือ การรวบรวมโคและกระบือ โดยมีบัญชี ควบคุม ดูแล รักษา แจกจ่าย ให้ยืม
เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตร และเพิ่มปริมาณโคและกระบือ ตามหลักการของธนาคาร ธนาคารโคและ
กระบอื เปน็ เรอ่ื งใหมข่ องโลกท่มี ีความจา่ เป็นเกดิ ขึน้ เพราะปัจจบุ นั นีม้ ีความคิดแต่จะใช้เครื่องกลไกเป็น เคร่ือง
ทุ่นแรงในกิจการเกษตร แต่เม่ือราคาน่้ามันเช้ือเพลิงแพงข้ึน ความก้าวหน้าในการใช้เคร่ืองกลไกเสียไป
จ่าเป็นตอ้ งหนั มาพง่ึ แรงงานจากสตั ว์ท่เี คยใชอ้ ยู่ก่อน เม่ือหันกลับมาก็ปรากฏว่ามีปัญหามาก เพราะชาวนาไม่มี
เงินซ้ือโคและกระบือมาเล้ียงเพื่อใช้แรงงาน...” ธนาคารโคและกระบือพอจะอนุโลมใช้ได้เหมือนกับธนาคารที่
ด่าเนินการเกี่ยวกับการเงิน เพระโดยความหมายท่ัวไป ธนาคารก็ด่าเนินกิจการเกี่ยวกับส่ิงมีค่า มีประโยชน์
การตง้ั ธนาคารโคและกระบือกม็ ิใชว่ า่ ตั้งโรงข้ึนมาเก็บโค กระบือ เพียงแต่มีศูนย์กลางขึ้นมา เช่นอาจจัดให้กรม
ปศุสัตว์เป็นศูนย์รวม ใครจะสมทบธนาคารโค กระบือ ก็ไม่จ่าเป็นต้องน่าโคหรือกระบือไปมอบให้ อาจบริจาค
ในรปู ของเงิน..."
(ที่มา : กรมปศุสตั ว์, (ม.ป.ป.). วนั ทคี่ ้นขอ้ มูล : 1 กันยายน 2562)

ปัจจุบัน ธนาคารโค-กระบือ เป็นท่ีรู้จักกันกว้างขวางข้ึน ว่าเป็นโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด่าริ
ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรยากจนที่ไม่มีโค-กระบือ เป็นของตนเอง โดยการแบ่งเบาภาระค่าเช่า หรือด่าเนินการ
เพอื่ ใหเ้ กษตรกรมีโอกาสได้เป็นเจ้าของโค-กระบอื เพ่ือใชแ้ รงงานและสร้างรายไดเ้ สรมิ ต่อไป

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 3

พระบรมรำโชวำท พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หวั รัชกำลที่ 9
"....ธนาคารโคและกระบือ ก็คือ การรวบรวมโคและกระบือโดยมีบัญชีควบคุม ดูแล รักษา แจกจ่าย

ให้ยืมเพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตร และเพ่ิมปริมาณโคและกระบือตามหลักการของธนาคาร ธนาคารโคและ
กระบือเป็นเรื่องใหม่ของโลกที่มีความจ่าเป็นเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันมีความคิดแต่จะใช้เครื่องกลไก เป็นเคร่ือง
ทุนแรงในกิจการเกษตรแต่เม่ือราคาน้่ามันเช้ือเพลิงแพงขึ้น ความก้าวหน้าในการใช้เครื่องกลไกเสียไป
จ่าเป็นต้องหันมาพึ่งแรงงานจากสัตว์ที่เคยใช้อยู่ก่อน เม่ือหันกลับมาปรากฏว่ามีปัญหามาก เพราะชาวนาไม่มี
เงินซอ้ื โคและกระบอื มาเลย้ี งเพือ่ ใชแ้ รงงาน

ธนาคารโคและกระบือ พอจะอนุโลมใช้ได้เหมือนธนาคารที่ด่าเนินการเก่ียวกับการเงิน เพราะโดย
ความหมายท่ัวไป ธนาคารก็ด่าเนินกิจการเกี่ยวกับส่ิงมีค่ามีประโยชน์การตั้งธนาคารโคและกระบือก็มิใช่ว่าตั้ง
โรงขึ้นมาเก็บโคหรือกระบือ เพียงแต่มีศูนย์กลางข้ึนมา เช่น อาจจัดให้กรมปศุสัตว์เป็นศูนย์รวม ใครจะสมทบ
ธนาคารโคและกระบือ กไ็ ม่จ่าเปน็ ตอ้ งน่าโคและกระบอื ไปมอบให้ อาจบริจาคในรปู ของเงนิ ...."

พระบรมราโชวาทท่พี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวรชั กาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
พระราชทานแก่สมาชิกกลมุ่ เกษตรกรทวั่ ประเทศ

ณ บรเิ วณโครงการสว่ นพระองค์สวนจติ รลดา เม่อื วันพืชมงคล 14 พฤษภาคม 2523

วตั ถปุ ระสงคก์ ำรดำเนนิ โครงกำรบริกำรวชิ ำกำร
1. เพ่ือสนองพระราชด่าริ ตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาท โดยสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรตามแนว

พระราชด่าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 9 ซ่ึงโค-กระบือถือว่าเป็นปัจจัยส่าคัญปัจจัยหนึ่งต่อ
การประกอบอาชพี การเกษตรของเกษตรกร

2. สนบั สนนุ และสง่ เสริมความรู้ความเข้าใจการจัดการโค-กระบือ
3. สนบั สนุนและสง่ เสรมิ ความรู้ความเขา้ ใจการบริหารจดั การกล่มุ อย่างเป็นระบบ
4. เพื่อให้เกิดตัวแทนหรอื ผู้ปฏิบตั ิงานในการดแู ลและจดั การโค-กระบอื ในชมุ ชน
5. เพอ่ื ใหเ้ กิดกิจกรรมการจดั การโค-กระบืออย่างเปน็ ระยะของชมุ ชนแบบมีสว่ นร่วม
6. เพ่ือใหเ้ ปน็ แนวทาง/กิจกรรมในการสรา้ งรายไดเ้ สริมใหก้ บั ครวั เรอื นของเกษตรกรผู้เลยี้ งโค-กระบือ

ประโยชน์ที่คำดวำ่ จะไดร้ บั
1. กล่มุ เป้าหมายเกดิ ความรู้ความเขา้ ใจการจดั การโค-กระบือ
2. กลุม่ เปา้ หมายเกิดความรูค้ วามเขา้ ใจการบรหิ ารจดั การกลุ่มอยา่ งเปน็ ระบบ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 4

3. เกดิ ตัวแทนหรอื ผู้ปฏบิ ัติงานในการดูแลและจัดการโค-กระบอื ในชุมชน
4. เกิดกิจกรรมการจัดการโค-กระบอื อยา่ งเป็นระยะของชมุ ชนแบบมสี ่วนรว่ ม
5. เกดิ แนวทาง/กจิ กรรมในการสรา้ งรายไดเ้ สริมให้กบั ครัวเรอื นของเกษตรกรผเู้ ลย้ี งโค-กระบือ

กลุ่มเป้ำหมำยและพื้นท่ดี ำเนินกำร
เกษตรกรผเู้ ลย้ี งโค-กระบือ จา่ นวน 20 คน ในพ้ืนทตี่ ่าบลบา้ นกง อา่ เภอหนองเรอื จังหวัดขอนแกน่

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 5

บทที่ 2
วิธกี ำรดำเนินงำน

การด่าเนินโครงการบริการวิชาการคร้ังนี้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ความรู้เรื่องการจัดการ
โค-กระบือแกก่ ลมุ่ เกษตรกรอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยมรี ายละเอียดของการดา่ เนินงาน ดงั ตอ่ ไปนี้

1. ประชำกรและกลมุ่ ตัวอยำ่ งทใี่ ช้ในกำรดำเนนิ โครงกำร
1.1 ประชำกร

ประชากรในการด่าเนินโครงการคร้ังนี้ คือ ประชาชนผู้เล้ียงโค-กระบือในพ้ืนท่ีต่าบลบ้านกง อ่าเภอ
หนองเรอื จงั หวัดขอนแกน่ รวมทงั้ สิน้ 80 ครวั เรือน

1.2 กลุ่มตวั อย่ำง/กลมุ่ เป้ำหมำย
กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมายท่ีใช้ในการด่าเนินโครงการครั้งน้ี เป็นประชาชนผู้เลี้ยงโค-กระบือโดยใช้
วิธกี ารเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รวมทัง้ สนิ้ 20 คน
2. เครื่องมือท่ีใช้ในกำรดำเนนิ โครงกำร

เครื่องมือท่ีใช้ในการด่าเนินโครงการตลอดโครงการ ได้แก่ การบันทึก การแลกเปลี่ยน
สอบถาม การสงั เกต การจดั เวทีประชาคม การบรรยายและอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัตจิ ริง

3. ขน้ั ตอนและวธิ ีกำรดำเนินงำนตลอดโครงกำร
3.1 ประชุมคณะทา่ งานเพอ่ื สร้างความเข้าใจการด่าเนินงานโครงการ
3.2 คณะทา่ งานลงพน้ื ท่ีเพื่อศึกษาชุมชน
3.3 คณะท่างานจัดเวทีประชาคมเพ่ือระดมความคิดเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาแนว

ทางแก้ไข พร้อมก่าหนดแผนการดา่ เนนิ กจิ กรรม/โครงการแบบมสี ว่ นร่วม
3.4 อบรมและฝึกปฏบิ ัตกิ ารใหค้ วามร้เู รอ่ื งการจัดการโค-กระบอื
3.4.1 บรรยายและอภิปรายแลกเปลย่ี นเรอ่ื งการจดั การโรงเรอื นสา่ หรบั โค-กระบอื
3.4.2 บรรยายและอภิปรายแลกเปล่ียนเรื่องการสังเกตและการดูแลสุขภาพ

โค-กระบอื ตามวัย
3.4.3 บรรยายและอภปิ รายแลกเปลย่ี นเรื่องโรคและดูแลสขุ ภาพโค-กระบอื ปว่ ย
3.4.4 บรรยายและอภิปรายแลกเปลี่ยนเร่ืองการจัดการหย่านมลูกโค-กระบือ และ

การจดั การหลังหย่านมลูกโค-กระบอื
3.4.5 บรรยายและอภิปรายแลกเปลีย่ นเรือ่ งการสุขาภิบาลโค-กระบือ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพอ่ื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 6

3.4.6 บรรยายและฝึกปฏิบัติการการใช้ยาและต่าแหน่งยาในการรักษาโรค
โค-กระบือ

3.4.7 บรรยายและอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้เร่ือง การตรวจคุณภาพและการดูแล
นา่้ เชอื้ โค-กระบือ กลไลการช่วยคลอด และการตรวจการตงั้ ท้องโค-กระบอื

3.4.8 บรรยายความหมายและความส่าคัญของการผสมเทียมโค-กระบือ ข้ันตอน
และวิธกี ารผสมเทียมโค-กระบือ และฝึกปฏิบัติการการผสมเทยี มโค-กระบือ

3.5 ประสานงานเพ่ือติดตามความก้าวหน้าในการด่าเนินงาน และสรุปผลการด่าเนินงาน
ประจ่าปี

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอ่ื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 7

บทที่ 3
ผลกำรดำเนนิ งำน

ผลการด่าเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชด่าริ พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจ่าปีงบประมาณ 2563 ด่าเนินการในพื้นท่ี
ต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายท้ังสิ้นจ่านวน 20 คน เกิดผลการ
ด่าเนินงานโดยสรุปเป็นดังนี้

1. ข้อมลู พน้ื ฐำนชุมชน
องค์การบริหารส่วนต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เป็นองค์การบริหารส่วนต่าบล

ขนาดกลาง ได้รับยกฐานะจากสภาต่าบลเป็นองค์การบริหารส่วนต่าบล ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เม่ือ
วนั ท่ี 16 ธันวาคม 2539 (ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 113 ตอนพิเศษ 52 ง ลงวนั ที่ 25 ธันวาคม 2539)

1.1 ท่ีต้งั และกำรปกครอง
องคก์ ารบริหารส่วนตา่ บลบ้านกง ตง้ั อยู่ท่ี เลขที่ 181 หมู่ที่ 2 ต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัด
ขอนแกน่ อยทู่ างดา้ นทิศตะวนั ตกของจงั หวัดขอนแกน่ ระยะทางจากตัวอ่าเภอเมืองขอนแก่น 38 กิโลเมตร มี
เนื้อ 19 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 20,669 ไร่ ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านกงเก่า, หมู่ 2
บา้ นกงกลาง, หมู่ 3 บ้านเปอื ย, หมู่ 4 บ้านหนองสระ, หมู่ 5 บ้านหนองเม็ก, หมู่ 6 บ้านหนองทุ่ม, หมู่ 7 บ้าน
ท่าลี่, หมู่ 8 บ้านดอนโมง, หมู่ 9 บ้านตลาดดอนโมง และหมู่ 10 บ้านโนนศิลา โดยมีหมู่บ้านอยู่ในเขตการ
ปกครองท้องถิ่นอื่น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดองโมง หมู่ 8 และบ้านตลาดดอนโมง หมู่ 9 ประชากรรวมทั้งสิ้น
4,881 คน ความหนาแน่นประชากร เฉลี่ย 0.003 (ตารางกิโลเมตร/คน) ประชากรส่วนใหญ่นบั ถือศาสนาพทุ ธ

1.2 อำณำเขต
ทิศเหนือ ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ และเทศบาลต่าบลบ้านผือ มีแนวเขตเริ่มต้นจากก่ึงกลางร่องน้่าอ่าง
เก็บน้่าเขื่อนอุบลรัตน์ท่ีพิกัด ทีดี 3292298 ไปทางทิศตะวันออกตามแนวร่องน่้าเขื่อนอุบลรัตน์ระยะทาง
ประมาณ 6.5 กิโลเมตร จนถึงพิกัด ทีดี 367312 ตัดไปตามแนวตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวเขื่อนอุบลรัตน์
ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร จนถึงปากห้วยโสกม่วง บริเวณท่ีไหลลงอ่างเก็บน่้าเข่ือนอุบลรัตน์ท่ีพิกัด
ทดี ี 382292 เปน็ แนวยาวไปตามลา่ หว้ ยโสกมว่ งระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตร จนถงึ จุดตัดระหว่างห้วยโสก
ม่วงกับถนนสายบ้านโพธ์ิตาก–บ้านโนนทอง ท่ีพิกัด ทีดี 385279 ไปตามแนวถนนตัดผ่านทุ่งนาจนถึงล่าห้วย

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 8

โสกม่วงไปทางทิศตะวันออกตามล่าห้วย จนส้ินสุดท่ีห้วยโสกม่วงบรรจบกับล่าน่้าฝายพญานาคที่พิกัด ทีดี
414261 ระยะทางประมาณ 9.2 กโิ ลเมตร

ทิศใต้ ติดกับเทศบาลต่าบลดอนโมง และองค์การบริหารส่วนต่าบลจระเข้ มีแนวเขตเริ่มต้นจาก
กึ่งกลางถนนมะลิวัลย์ กิโลเมตรท่ี 30 ท่ีพิกัด ทีดี 408237 ไปทางทิศตะวันตกเป็นแนวยาวไปตามถนนมลิวร
รณสิ้นสุดก่ึงกลางสะพานถนนมลิวรรณข้ามล่าห้วยกุดปลาดุกที่พิกัด ทีดี 343238 ระยะทางประมาณ 6.5
กโิ ลเมตร

ทิศตะวันออก ติดกับเทศบาลต่าบลบ้านผือ และเทศบาลต่าบลหนองบัว อ่าเภอบ้านฝาง มีแนวเขต
เริ่มต้นจากหว้ ยโสกม่วงบรรจบกับฝายพญานาค ท่พี ิกัด ทีดี 414261 ตัดตรงไปทางทิศใต้ตามถนนขนานกับล่า
ห้วยโสกม่วงสิ้นสุดที่กึ่งกลางถนนสายมะลิวัลย์ กิโลเมตรท่ี 30 ที่พิกัด ทีดี 408237 ระยะทางประมาณ 2.5
กิโลเมตร

ทิศตะวันตก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนต่าบลหนองเรือ มีแนวเขตเร่ิมต้นจากถนนมะลิวัลย์
ก่ึงกลางสะพานข้ามห้วยกุดปลาดุกที่พิกัด ทีดี 343238 ไปทางทิศเหนือตามล่าห้วยกุดปลาดุกระยะทาง
ประมาณ 1.7 กิโลเมตร จนถึงบริเวณทิศตะวันออกบ้านหนองสระที่พิกัด ทีดี 349252 ตัดไปทางทิศตะวันตก
เฉียงเหนือผา่ นไปทรี่ อ่ งน่า้ เขอื่ นอบุ ลรัตน์ ทพ่ี ิกดั ทีดี 309298 ระยะทางประมาณ 6.7 กิโลเมตร

1.3 กำรประกอบอำชีพ
ประชากรในพ้ืนที่ต่าบลบา้ นกงประกอบอาชพี ท่านาเป็นหลัก 40% รองลงมาคืออาชีพท่าไร่/ท่าสวน/
เล้ียงสัตว์ 30% อาชีพรับจ้างท่ัวไป 20% เช่น รับจ้างก่อสร้าง ท่างานโรงงาน รับจ้างปลูกอ้อย รับจ้างตัดอ้อย
เปน็ ต้น ส่วนอาชีพค้าขายและรบั ราชการ 10%

1.4 ลักษณะภูมิประเทศ
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศส่วนใหญ่ มีสภาพพนื้ ทเี่ ป็นทร่ี าบล่มุ สลบั ท่ีดอน ทางด้านทิศเหนือของต่าบล มีทาง
น่้า (ล่าน้่าเชิญ) ไหลลงสู่เข่ือนอุบลรัตน์ เป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างองค์การบริหารส่วนต่าบลบ้านกง กับ
องค์การบริหารส่วนต่าบลกุดขอนแก่น มีล่าห้วย หนองน่้า กระจายอยู่ทั่วต่าบล เหมาะส่าหรับเป็นพื้นท่ีท่านา
เพาะปลกู พชื และเลยี้ งสัตว์ มจี ุดสงู สดุ ของต่าบลอยู่ท่รี ะดบั 192 เมตร จากระดับน้า่ ทะเลปานกลาง

1.5 ลักษณะกำรใช้ประโยชนข์ องดิน
เขตการใช้ที่ดินต่าบลบ้านกง มีเน้ือท่ี 25,201 ไร่ เป็นผลท่ีได้จากการศึกษาและวิเคราะห์สถานภาพ
ของทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้่า และทรัพยากรป่าไม้ร่วมกับการพิจารณาลักษณะ
การใช้ประโยชน์ทีด่ นิ ซงึ่ สามารถก่าหนดเขตการใช้ท่ีดิน ได้เป็น 4 เขตหลัก ได้แก่ 1) เขตเกษตรกรรม ร้อยละ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 9

78.13 2) เขตชุมชนและส่ิงปลูกสร้าง ร้อยละ 8.26 3) เขตแหล่งน้่า ร้อยละ 6.74 และ4) เขตพื้นท่ีอ่ืนๆ ร้อย
ละ 6.87

1.6 แหลง่ น้ำธรรมชำติ
- เข่ือนอบุ ลรตั น์ในเขตพนื้ ท่ี เป็นแหลง่ นา่้ ทสี่ า่ คัญ ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ด้วยการประกอบอาชีพจับ
ปลา และเป็นแหล่งกกั เก็บน่้าทีส่ า่ คญั ของจงั หวดั ขอนแก่น ในการท่าการเกษตร ได้แก่ การท่านาทั้งนาปี และ
นาปรงั การปลูกพืชผัก และเป็นแหล่งน่้าดบิ สา่ หรับผลิตประปา สภาพปจั จบุ ันเกดิ การตน้ื เขิน
- ลา่ น่า้ เซิน เป็นลา่ น้า่ ทไ่ี หลทอดตัวลงมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์บริเวณบ้าน
หนองทมุ่ เปน็ แหล่งนา้่ ดิบที่ส่าคัญส่าหรับการผลิตประปา และการสูบน่้าเพ่ือท่าการการเกษตร และยังเป็นล่า
น่้าทีเ่ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงอนุรักษ์ แพลอ่ ง
- ลา่ หว้ ยวังโพน เปน็ ลา่ ห้วยสาธารณะไหลผ่านบ้านหนองสระ มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน่้าไว้
ใช้ในฤดูแลง้ คันคูมีสภาพรกทบึ ไมส่ ามารถสัญจรเพือ่ ขนสง่ พืชผลทางการเกษตรได้
- ล่าห้วยยาง เป็นล่าห้วยสาธารณะไหลผ่านบ้านท่าลี่ บ้านเปือย บ้านกงกลาง มีสภาพตื้นเขินไม่
สามารถกักเกบ็ นา่้ ไว้ใชใ้ นฤดูแล้ง คนั คูมีสภาพรกทบึ ไม่สามารถสญั จรเพือ่ ขนส่งพชื ผลทางการเกษตรได้
- ล่าห้วยผักหนาม ล่าห้วยโสกม่วง เป็นล่าห้วยสาธารณะ ไหลผ่านบ้านกงเก่า มีสภาพตื้นเขินไม่
สามารถกกั เก็บน่้าไว้ใช้ในฤดแู ล้ง คนั คมู ีสภาพรกทึบไม่สามารถสัญจรเพอ่ื ขนสง่ พชื ผลทางการเกษตรได้
- ล่าห้วยจันทร์เพ็ญ ล่าห้วยวังหว้า เป็นล่าห้วยสาธารณะ ไหลผ่านบ้านเปือย มีสภาพตื้นเขินไม่
สามารถกักเก็บน่า้ ไว้ใช้ในฤดูแล้ง คนั คมู ีสภาพรกทึบไมส่ ามารถสัญจรเพื่อขนสง่ พืชผลทางการเกษตรได้
- หนองทุ่ม หนองนาแซง ฝายหลวง บ้านหนองทุ่มเป็นแหล่งน่้าสาธารณะ มีสภาพตื้นเขินไม่
สามารถกักเกบ็ น่้าไว้ใชใ้ นฤดูแลง้
- หนองสระ เปน็ แหล่งนา่้ สาธารณะบ้านหนองสระ มีสภาพต้นื เขนิ
- หนองเมก็ หนองหญ้ารงั กา เป็นแหล่งน้า่ สาธารณะบา้ นหนองสระ มสี ภาพตน้ื เขิน

1.7 แหล่งนำ้ ท่สี รำ้ งข้ึน
- โรงสบู นา่้ ดบิ สา่ หรับผลิตน้า่ ประปาด้วยระบบประปาขนาดใหญ่ ของการประปาส่วนภูมิภาค ต้ังอยู่
ทบ่ี า้ นหนองทมุ่ หม่ทู ่ี 6 เป็นระบบประปาท่มี อี ตั ราการผลติ 20 ลบม./ชม. สถานีจ่ายน่้าจ่านวน 2 แห่ง ท่าการ
ผลิตน่้าประปาโดยสูบน่้าดิบจากล่าน่้าเซินส่าหรับจ่ายให้กับประชาชนในพ้ืนที่ข้างเคียง ได้แก่พื้นท่ีเทศบาล
ต่าบลดอน-โมงและพื้นที่อ่าเภอบ้านฝาง ประชาชนพ้ืนท่ีต่าบลบ้านกงส่วนน้อยเท่าน้ันที่ได้ใช้ประโยชน์จาก
ระบบประปาแหง่ นเี้ นอ่ื งจากค่าตดิ ตง้ั มิเตอร์มีราคาสงู และค่าบริการมรี าคาต่อหนว่ ยแพง

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 10

- สถานีสูบน้า่ ด้วยระบบไฟฟ้า 2 สถานี ประกอบด้วย 1) สถานีสูบน่้าด้วยไฟฟ้าบ้านหนองเม็ก
ตงั้ อย่บู ริเวณลา่ น้่าเซนิ แพล่องบา้ นหนองทมุ่ และ 2) สถานีสูบน้่าด้วยระบบไฟฟ้าบ้านเปือย ตั้งอยู่บริเวณบ้าน
กงกลาง โดยทั้งสองสถานี สูบน้่าให้บริการประชาชนในเขตพื้นท่ี หมู่ท่ี 2 - หมู่ที่ 10 บางส่วน ยกเว้นหมู่ท่ี 8
และหม่ทู ่ี 9 สภาพปจั จุบนั อยู่ในสภาพเสอื่ มโทรมไม่สามารถสบู น้่าบริการได้ตลอดท้ังปี

- คลองสง่ น่้า ประกอบด้วยคลองดาดคอนกรีต และคลองดิน ก่อสร้างข้ึนส่าหรับรองรับการส่งน่้าจาก
สถานีสูบน้่าให้กับเกษตรกรในการท่าการเกษตร ท้ังในและนอกฤดูกาลเพาะปลูก สภาพปัจจุบันเกิดการช่ารุด
เสียหายบอ่ ยคร้งั และการกอ่ สร้างยังไมค่ รอบคลมุ เต็มพืน้ ที่
(ท่มี า : แผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ ตา่ บลบา้ นกง (2561-2565))

2. กำรจัดทำแผนพฒั นำศกั ยภำพผู้เล้ยี งโค-กระบือแบบมีส่วนร่วม
จากการจัดท่าเวทีประชาคมผู้น่าชุมชนและตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือพื้นท่ีต่าบลบ้านกง

อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น การส่ารวจ และสอบถามตัวแทนชุมชน ได้ทราบถึงสถานการณ์และสภาพ
ปัญหาและความตอ้ งการของกลุ่มเกษตรกรผ้เู ลี้ยงโค-กระบอื เป็นดงั นี้

2.1 สถำนกำรณก์ ำรเลีย้ งโค-กระบือในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือท้ังส้ินจ่านวน 80 คน ได้แก่ หมู่ 1, หมู่ 2, หมู่ 3, หมู่ 5, หมู่ 6
และหมู่ 7 จ่านวนโค-กระบือทั้งส้ินประมาณ 800 ตัว แบ่งเป็น โค จ่านวน 650 ตัว และกระบือ จ่านวน 250
ตวั
พันธุ์โคท่ีนิยมเล้ียง คือ โคพันธุ์พ้ืนเมืองอีสาน โคลูกผสมพันธ์ุฮินดูบราห์ซิล โคลูกผสมพันธ์ุบราห์ซิล
และโคลูกผสมพันธ์ุบราหม์ ัน สว่ นพันธ์กุ ระบือท่ีนิยมเลี้ยงเป็นพันธ์ุกระบือพ้ืนเมือง โดยเกษตรกรได้ซื้อพันธุ์โค-
กระบือมาจากพอ่ คา้ ท้ังในท้องถนิ่ และในเขตภาคอสี าน (ภาพที่ 1)

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 11

ภำพท่ี 1 พนั ธโ์ุ คที่เกษตรกรพื้นท่ตี ำบลบำ้ นกง อำเภอหนองเรอื จงั หวัดขอนแก่น นิยมนำมำเลยี้ ง
การผสมพนั ธ์ุโค-กระบือเกษตรกรนยิ มผสมเทียมโค-กระบือมากกว่าผสมพันธ์ุตามธรรมชาติ เน่ืองจาก

ความเช่ือมั่นในการตั้งท้องมีมากกว่า การผสมพันธ์ุต้องรอให้โค-กระบือมีอายุ 2 ปีขึ้นไป การผสมเทียมนั้น
เกษตรกรอาจจะใช้น้า่ เชือ้ ทไ่ี ด้จากกรมปศสุ ตั ว์ หรือซ้ือน้่าเช้ือจากพ่อค้าโค-กระบือหรือสัตวแพทย์ใกล้บ้านเพ่ือ
น่ามาผสมเทียม

ราคาชื้อขายโค-กระบือขึ้นลงตามปัจจัยของพันธุกรรมของโค-กระบือ ช่วงเวลา และสถานการณ์ใน
ปัจจุบัน ซ่ึงช่วงราคาการซ้ือขายโคประมาณ 30,000-150,000 บาท ส่าหรับช่วงราคาซ้ือกระบือประมาณ
20,000-100,000 บาท ส่วนราคาขายกระบือจะนิยมขายเป็นกิโลกรัม ราคาขึ้นอยู่กับราคาท้องตลาด ณ เวลา
นัน้ ๆ โค-กระบือท่ีน่ามาเล้ียงมีวตั ถุประสงค์เพอ่ื ขายสร้างรายไดใ้ ห้แก่ครัวเรือน

โรงเรือนในการเล้ียงโค-กระบือของเกษตรกรในพื้นท่ีต่าบลบ้านกงยังคงเป็นโรงเรือนขนาดเล็กแบบ
ด้ังเดิมตามภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือบางส่วนน่ามาประยุกต์ให้มีความเหมาะสมกับการเลี้ยงและการดูแลใน
ปจั จุบนั มากย่งิ ขึน้ (ภาพที่ 2)

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 12

ภำพที่ 2 โรงเรอื นสำหรบั เลี้ยงโค-กระบือของเกษตรกรตำบลบำ้ นกง อำเภอหนองเรือ จงั หวดั ขอนแกน่
พันธุ์หญ้าและแหล่งอาหารของโค-กระบือ เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกหญ้าเพ่ือเป็นอาหารให้แก่

โค-กระบอื มสี ว่ นนอ้ ยหรอื บางสว่ นเลยี้ งแบบปล่อยตามหวั ไร่ปลายนา มีพ้ืนท่ีในการปลูกหญ้าเฉลี่ยรายละ 1-2
งาน พันธุห์ ญ้าทีน่ ิยมน่ามาปลูก ไดแ้ ก่ หญา้ กนิ นสี ีมว่ ง หญา้ รซู ่ี หญ้าเนเปยี ร์ และหญ้าหวานอิสราเอล

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 13
2.2 สภำพปัญหำและอปุ สรรค
ปัญหาและอุปสรรคจากการเลย้ี งโค-กระบอื ทพี่ บในพน้ื ที่ต่าบลบา้ นกง (ภาพที่ 3) ประกอบด้วย

1. ขาดความรคู้ วามเข้าใจในการเล้ยี งโค-กระบือให้ได้คณุ ภาพอยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ขาดความรู้ความเข้าใจเร่อื งพนั ธห์ุ ญา้ ท่ีเหมาะสมในการเล้ยี งโค-กระบือ
3. ขาดแคลนอาสาปศสุ ัตว์ในพน้ื ทีเ่ พอื่ เข้ามาดูแลและให้ความรู้เรื่องการเล้ียงโค-กระบือ การ
ดแู ลหรือคัดกรองสตั ว์ป่วย และการประสานงานรว่ มกับหนว่ ยงานภาครัฐและเอกชนทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
4. ขาดความรู้เรอ่ื งการตรวจสอบหรือสังเกตคุณภาพน่า้ เชอ้ื ท่ีใช้ในการผสมเทยี มโค
5. ขาดความรู้ความเข้าใจวธิ กี ารผสมเทียมโค-กระบือ
6. ขาดความรู้เรื่องการท่าอาหารเสริมส่าหรับโค-กระบือเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลน
อาหารในฤดแู ลง้
7. ขาดความรูเ้ รื่องโรคและวธิ กี ารรักษาหรือสังเกตอาการป่วยของโค-กระบือ
8. ขาดความรเู้ รอ่ื งวัคซีนที่โค-กระบอื ตอ้ งไดร้ บั ตามวัยหรอื ฤดูกาลตา่ งๆ

ภำพที่ 3 กำรระดมควำมคิดเห็นเพอ่ื คน้ หำปัญหำและอุปสรรคจำกกำรเล้ยี งโค-กระบอื ของเกษตรกรผเู้ ลี้ยง
โค-กระบือ ตำบลบำ้ นกง อำเภอหนองเรอื จังหวดั ชอนแกน่

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 14

2.3 แผนกำรส่งเสริมและพัฒนำศกั ยภำพเกษตรกรผ้เู ลย้ี งโค-กระบอื

องค์การบริหารส่วนต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ

ขบั เคลื่อนการดา่ เนินงานโครงการธนาคารโค-กระบอื เพอื่ การเกษตรตามพระราชด่าริ พระบาทสมเด็จพระบรม

ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจ่าปีงบประมาณ 2563 เพ่ือประสานการ

ด่าเนินโครงการตามแผนงาน อ่านวยความสะดวก ให้ค่าปรึกษาหารือ และสนับสนุนการด่าเนินงานร่วมกับ

ศูนย์ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด่าริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง

โค-กระบือเป้าหมาย เพื่อให้การด่าเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ในการด่าเนิน

โครงการ ดงั รายชือ่ ต่อไปน้ี

คณะกรรมกำรอำนวยกำร ประกอบดว้ ย

1. นายโยธิน ศรีหนองเมก็ นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตา่ บลบา้ นกง ประธานคณะทา่ งาน

2. นางสุพนั ธ์ ช่วยศิริ รองนายกองคก์ ารบริหารสว่ นต่าบลบา้ นกง คณะท่างาน

3. นายธนพสิ ิฐ ใจกวา้ ง รองนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตา่ บลบา้ นกง คณะท่างาน

4. นายพร สาอ่อน เลขานกุ ารนายก อบต.บา้ นกง คณะทา่ งาน

5. นางสาวกัลยาณี สมทา้ ว ปลดั องค์การบริหารสว่ นต่าบลบ้านกง คณะท่างาน

6. นางสาวอุมาพร แสงศรเี รือง รองปลัดองค์การบริหารสว่ นตา่ บลบ้านกง คณะทา่ งาน

7. นางองั คณา จงภักกลาง หวั หนา้ ส่านักปลัด คณะท่างาน

8. นางสาวสงกรานต์ ซอื่ ตรง ผอู้ ่านวยการกองคลงั คณะท่างาน

9. นายเกรยี งไกร เกตแุ กว้ ผอู้ า่ นวยการกองชา่ ง คณะท่างาน

10. นางสาวดวงรัตน์ ทงุ คณุ ค่าขาว ผูอ้ า่ นวยการกองการศกึ ษา คณะทา่ งาน

11. นางรวงทอง อนศุ รี นักวิชาการตรวจสอบภายใน คณะท่างาน

12. นายสันติ รักษาเคน นักพัฒนาชุมชน คณะท่างาน

คณะทำงำนโครงกำรธนำคำรโค-กระบอื เพื่อเกษตรกร ประกอบด้วย

1. นายพนั ธกานต์ ศรกี งพาน เจ้าพนักงานปอ้ งกันและบรรเทาฯ คณะท่างาน
คณะท่างาน
2. นายธนพันธ์ จันทะคาม ผู้ปฏบิ ตั กิ ารแพทยฉ์ ุกเฉนิ คณะทา่ งาน
คณะทา่ งาน
3. นายชนากรณ์ ศรหี ลอด พนักงานประจ่ารถน่้าดับเพลงิ คณะท่างาน
คณะทา่ งาน
4. นายยุทธพงค์ คา่ หนูไทย ผปู้ ฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินเบื้องตน้

5. นายสวุ รรณ สมปิตะ จา้ งเหมาบริการชา่ งไฟฟา้

6. นายมาโนช แก้วหานาม พนกั งานขบั รถยนต์ส่วนกลาง

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพอ่ื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 15

7. นางสาวจรวิ รรณ จันทร์เรอื งศรี แมบ่ ้าน คณะทา่ งาน

8. นายณัฐพล ศรหี นองเม็ก ผู้ช่วยเจา้ พนกั งานพัฒนาชมุ ชน คณะท่างาน

นอกจากการจดั ตั้งคณะท่างานฝ่ายต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องแล้ว ศูนย์ประสานงานโคตรงการอันเนื่องมาจาก

พระราชด่าริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้จัดท่าแผนพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้เล้ียงโค-กระบือ ดังแสดง

ในตารางที่ 1

ตำรำงท่ี 1 แผนพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เล้ียงโค-กระบือ ต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

ประจา่ ปีงบประมาณ 2563

ลำดบั กิจกรรม ระยะเวลำ สถำนทด่ี ำเนนิ กำร ผรู้ ับผิดชอบ
ที่

1 ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเร่ือง จานวน 1 วัน องค์การบริหารส่วน 1. ศูนย์ประสานงานโครงการ

พืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์และ ( สค. 63) ต า บ ล บ้ า น ก ง อันเนื่องมาจากพระราชดาริ

การใช้อาหารข้น (เพ่ือผลิต อาเภอหนองเรือ มหาวิทยาลัยขอนแกน่

อาหารสัตว์แบบหยาบและ จงั หวัดขอนแก่น 2. คณะทางานโครงการฯ

แบบขน้ หรอื TMR) ของ อบต.บา้ นกง

2 ฝึ ก อ บ ร ม ก า ร จั ด ก า ร จานวน 10 วนั องค์การบรหิ ารส่วน 1. ศูนย์ประสานงานโครงการ

โ ค -ก ร ะ บื อ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง (สค. 63) ต า บ ล บ้ า น ก ง อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ

เหมาะสม อาเภอหนองเรือ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

1. ความรู้ด้านการใช้ยาและ จงั หวัดขอนแก่น 2. คณะทางานโครงการฯ

ตาแหน่งยา ของ อบต.บ้านกง

2. การผสมเทียม

3. การตรวจคุณภาพน้าเช้ือ

และการดแู ลน้าเช้อื

4. การสังเกตอาการสัตว์ป่วย

เบอ้ื งตน้

5. การจัดการโรงเรือน

6. กลไกลการชว่ ยคลอด

7. การตรวจการตง้ั ท้อง

8. การดูแลโค-กระบือตาม

ชว่ งวยั

3. ฝกึ อบรมและฝึกปฏิบตั กิ ำรให้ควำมร้เู ร่อื งกำรจดั กำรโค-กระบอื
3.1 กำรจดั กำรโรงเรือนสำหรบั โค-กระบอื
โรงเรือนขนาดเล็กหรือคอกโค-กระบือเป็นโรงเรือนที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและต้นทุนการเล้ียง

โค-กระบือของเกษตรกรในพ้ืนที่ต่าบลบ้านกง ซ่ึงส่วนใหญ่ในช่วงกลางวันจะน่าโค-กระบือออกไปเล้ียงตาม

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 16
หัวไร่ปลายนา สถานที่สาธารณะประโยชน์หมู่บ้าน หรือท่ีท่ากินของเพ่ือนบ้านท่ีมีหญ้า ส่วนในตอนเย็นจะน่า
โค-กระบือเข้ามาเลย้ี งไว้ในโรงเรอื นทบี่ ้าน เพือ่ ปอ้ งกันการลกั ขโมยและสะดวกในการดูแล

โรงเรอื นสามารถสรา้ งตามความเหมาะสมและต้นทุนของแตล่ ะครวั เรือน วสั ดทุ ่ใี ชใ้ นการสร้างโรงเรือน
โค-กระบอื สว่ นใหญ่จะน่ามาจากท้องถ่นิ โดยต้องคา่ นึงถึงความคงทนถาวร การง่ายต่อการท่าความสะอาดและ
บา่ รงุ รักษา มกี ารระบายอากาศที่ดีและไม่ก่อใหเ้ กดิ อันตรายต่อคนและสัตว์ พื้นเรียบไม่ล่ืน มีระบบระบายน้่าท่ี
ดีไม่ชื้นแฉะ มีรางอาหารหรือพื้นที่ส่าหรับให้อาหารซ่ึงไม่ควรเป็นพื้นดินเพราะจะถูกเหยียบย่าและมีปัสสาวะ
หรอื มูลโคเปน็ จ่านวนมาก รางหรอื อ่างให้น่า้ ตอ้ งสามารถท่าความสะอาดได้ง่าย มีซองบังคับสัตว์ และมีบริเวณ
แยกโค-กระบือแต่ละกลุ่มท่ีเป็นสดั ออกจากกนั (ภาพท่ี 4)

ภำพที่ 4 กำรติดตำมลงพน้ื ท่ีเพือ่ ตรวจเย่ียมและร่วมแลกเปล่ียนสภำพโรงเรือนโค-กระบอื ของเกษตกร
ตำบลบำ้ นกง อำเภอหนองเรือ จังหวดั ขอนแกน่

3.2 กำรสงั เกตและกำรดแู ลสขุ ภำพโค-กระบอื ตำมวยั
3.2.1 กำรจัดกำรโค-กระบือสำว
อายุการเป็นสาวของโคข้ึนอยู่กับชนิดของพันธุ์และสายพันธุ์ซึ่งเราสามารถคัดเลือกทาง

พันธกุ รรม หากเปน็ การผสมเทียมสามารถตรวจสอบพันธุ์จากประวัติของพ่อพันธุ์โค-กระบือได้ก่อนที่จะท่าการ
ผสมเทียม นอกจากน้ียังเก่ียวข้องกับสิ่งแวดล้อม การให้อาหาร และการจัดการดูแลโค-กระบือ การคัดเลือก
โค-กระบือท่ีพร้อมเป็นแม่พันธุ์ควรคัดเลือกจากแม่ท่ีดี เม่ือลูกโค-กระบือมีการเจริญเติบโตเร็วดี มีรูปร่างเป็น
โค-กระบอื เน้อื ทด่ี ี และคัดเลือกครง้ั แรกเม่ือหย่านมแล้วเม่ือโค-กระบือมีอายุได้ประมาณ 7 เดือน และคัดเลือก
อีกครงั้ ก่อนเขา้ ฝูงผสมพันธ์ุ โค-กระบือเพศเมียจะเริ่มเป็นสาวเม่ือมีอายุได้ 12 เดือนหรือ 1 ปี และสามารถเร่ง

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอ่ื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 17

ให้โค-กระบือเป็นสาวไดเ้ มือ่ มอี ายุ 8 เดอื น ไม่นิยมผสมโค-กระบือสาวในอายุน้อยกว่า 1 ปีคร่ึง เพราะจะท่าให้
ลูกที่เกิดมาอ่อนแอและแม่โค-กระบือคลอดยาก ดังนั้นโค-กระบือสาวเหมาะสมส่าหรับผสมพันธุ์และมีลูกได้
ควรมีอายุ 2 ปีขนึ้ ไป

การเล้ียงดูโค-กระบือสาวต้องให้อาหารเหมาะสมส่าหรับโค-กระบือแต่ละระยะ หากโค-
กระบือได้รับอาหารไม่พอเพียงจะท่าให้การเจริญเติบโตช้า การผสมพันธุ์ไม่ดี การเป็นสัด การผสมติดและ
เปอรเ์ ซ็นต์การใหล้ ูกต่า แปลงหญา้ ทใี่ ช้เลีย้ งโค-กระบือสาว ควรเปน็ แปลงหญ้าทด่ี หี รือได้รับหญ้าคุณภาพดีเพ่ือ
สรา้ งความเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย(กรมปศุสัตว์,2556)

3.2.2 กำรจดั กำรโค-กระบอื ต้งั ท้อง
โค-กระบือท่ีได้รับการผสมแล้ว หากผสมไม่ติดโค-กระบือจะกลับมาเป็นสัดอีกเม่ือครบ 21
วัน หากใช้พ่อพันธ์ุคุมฝูง หลังสิ้นฤดูกาลผสมพันธุ์ ควรท่าการตรวจท้องแม่พันธ์ุโค-กระบือทุกตัวท่ีอยู่ในฝูง
หากเป็นการผสมเทียม ควรมีการตรวจท้องเมื่ออายุได้ 2 เดือน หลังจากผสม หากไม่มีการกลับสัตว์แสดงว่า
โค-กระบือมีการตั้งท้อง ซึ่งโคจะมีระยะเวลาการอุ้มท้องประมาณ 280 วัน ส่าหรับกระบือจะมีระยะเวลาการ
อุ้มทอ้ งประมาณ 320 วนั
วิธกี ารสงั เกตโค-กระบือต้งั ทอ้ ง มีดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ตรวจบันทึกการผสมพันธ์ุ โค-กระบือท่ีท้องจะไม่แสดงอาการเป็นสัดภายหลังจากได้รับ
การผสมพนั ธ์ุ
2) ดูการขยายตัวของชอ่ งทอ้ งและเต้านมในระยะ 4 เดือนสุดท้ายของการตง้ั ท้อง
3) โค-กระบือทอี่ ุ้มทอ้ งจะมีน่า้ หนักตวั เพ่ิมข้ึนอย่างรวดเรว็
หากอยู่รวมกันเปน็ ฝงู เม่อื ตรวจพบวา่ ตัง้ ทอ้ ง 2-3 เดอื นสุดทา้ ยควรแยกโค-กระบือน่าไปเลี้ยง
ในคอกขงั เด่ยี ว เพื่อใหส้ ะดวกตอ่ การจัดการดูแล การใหอ้ าหาร และการคลอด นอกจากนี้ โค-กระบือไม่ควรให้
อยใู่ นคอกท่มี ีปลกั เพราะหากคลอดกลางคืนอาจท่าให้ลูกจมปลักตายได้ คอกควรเป็นพ้ืนดินหรือพื้นหญ้าหรือมี
ฟางรอง ถา้ หากเปน็ พืน้ ซเี มนต์ควรมีวสั ดรุ องพื้น พ้ืนผิวไม่ควรขัดมันเพราะจะท่าให้ลูกโค-กระบือคลอดใหม่ลุก
ขนึ้ ยนื ไม่สะดวกและท่าให้แม่โค-กระบอื ลนื่ ไดง้ ่าย
โค-กระบือระยะนี้มีความต้องการอาหารสูงกว่าทุกระยะ ดังน้ัน ควรจัดให้มีอาหารที่สมบูรณ์
โดยเฉพาะในระยะสุดท้ายของการตั้งท้อง แม่โค-กระบือจะมีความต้องการอาหารหยาบและอาหารข้นใน
ปริมาณสูง เพื่อสร้างตัวอ่อนที่ก่าลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเพ่ือให้แม่โค-กระบือได้รับสารอาหารที่
ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อเน่ืองถึงการคลอด ในระยะให้นมหากแม่พันธุ์ในระยะอุ้มท้องไม่สมบรูณ์จะมี
ปัญหาผสมตดิ ยาก
โค-กระบอื เม่ือใกล้คลอด 3-5 วัน สิ่งท่ีสังเกตได้ คือ เต้านมขยายใหญ่บวมตึงคัดมองเห็นเส้น
เลือดที่มาเล้ียงเต้านมได้ชัดเจน บริเวณกระดูกเชิงกรานขยายออกท่าให้เห็นเนื้อบริเวณโคนหางยุบลงเป็นร่อง
ลึกกว่าปกติ อวัยวะเพศบวมขยายใหญ่ท้องบริเวณสวาปจะลดต่าลงมองเห็นเป็นร่องลึกซึ่งเรียกว่าอาการตก
ทอ้ ง มีน้่าเมือกเหนียวสีขาวข่นุ ไหลจากทางชอ่ งคลอด(กรมปศุสัตว์,2556)

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 18

3.2.3 กำรจัดกำรในช่วงระหว่ำงและหลงั คลอดของโค-กระบือ
การจดั การในชว่ งระหว่างคลอด สามารถท่าได้ดังนี้
1. เตรียมคอกคลอด คอกเป็นพื้นดินหรือพ้ืนหญ้าหรือมีฟางรองพ้ืนถ้าหากเป็น พื้นซีเมนต์
ควรมีวัสดุรองพ้ืน พ้ืนผิวไม่ควรขัดมัน เพราะจะท่าให้ลื่นได้ง่าย และคอกควรล้างและท่าการฆ่าเชื้อโรค และ
ปล่อยใหแ้ หง้
2. น่าแม่โค-กระบือเข้าคอกคลอดและตรวจดูอาการทุกๆ 2-3 ช่ัวโมง และไม่ควรรบกวนแม่
โค-กระบือ ซ่ึงหากพบว่าลูกโค-กระบือมีขาโผล่ออกมาจากอวัยวะเพศของแม่ ลูกจะคลอดออกมาไม่เกิน 1
ชัว่ โมง
3. ถ้าลกู คลอดไมไ่ ด้ภายใน 1 ชั่วโมง ควรล้วงตรวจดผู า่ นทวารหนัก
4. ถ้าท่าคลอดปกติ อาจช่วยดึงออกโดยใช้เชือกผูกกับขาหน้าของลูกท้ังสอง ดึงตรงออกมา
และออกแรงดึงลงส่รู ะดับพืน้ ดิน การดึงควรท่าด้วยความระมัดระวัง และดึงในช่วงที่แม่โค-กระบือออกแรงเบ่ง
เทา่ นนั้
5. การช่วยคลอด สามารถท่าได้เมื่อการคลอดของลูกโค-กระบืออยู่ในท่าปกติเท่านั้น หากมี
อาการผิดปกติ ควรตามสตั วแพทย์มาดา่ เนนิ การ และการช่วยคลอดควรค่านึงถงึ ความสะอาดและปลอดโรค
6. หลังคลอด ควรลา้ งอวยั วะเพศของแมโ่ ค-กระบอื ดว้ ยนา้่ อนุ่ ผสมนา่้ ยาฆ่าเชอื้ โรคทันที
7. เมอื่ ลกู คลอดแลว้ ทา่ การล้วงปาก ลว้ งจมูก และเช็ดเมือกออกทันที เพ่ือท่าให้ลูกหายใจได้
ทันที หากพบอาการผิดปกติ ให้ช่วยลูกโค-กระบือโดยการเป่าอัดลมเข้าไปในโพรงช่องจมูกจนกว่าลูก
โค-กระบอื จะหายใจได้เป็นปกติ
8. ภายใน 2 ช่ัวโมงหลังคลอด ลูกโค-กระบือควรได้รับนมน้่าเหลือง เพราะลูกโค-กระบือจะ
ได้รบั อาหารและมภี มู ิคุม้ กันโรค นมน้า่ เหลอื งจะมีจนกระทงั่ ถึงวนั ท่ี 5 หลงั คลอด หากคอกชื้นแฉะควรมีการตัด
สายสะดือให้ลกู โค-กระบอื (กรมปศสุ ัตว์,2556)

3.2.4 กำรจดั กำรในช่วงหลังคลอดของแม่โค-กระบอื สามารถทา่ ได้ดงั น้ี
1. ลูกโค-กระบือที่คลอดออกมาแล้วควรมีการท่าประวัติ โดยท่าเคร่ืองหมายให้แก่ลูก
โค-กระบอื โดยการสกั ใบหู ชั่งน้า่ หนักแรกคลอด และวัดขนาดของรา่ งกายโค-กระบือ
2. หากแม่ไม่เลียลูก ต้องช่วยโดยการใช้หญ้าแห้งหรือผ้าสะอาดเช็ดจนกระทั่งตัวลูก
โค-กระบือแห้ง ถ้าแม่ไม่ให้ลูกกินนมต้องบังคับให้แม่โค-กระบือยืนนิ่งฝึกให้ลูกโค-กระบือดูดนมแม่ และ
พยายามให้ลูกโค-กระบืออยู่ใกล้แม่มากท่ีสุด หากลูกโค-กระบือไม่สามารถดูดนมเองได้ ควรรีดนมจากแม่
โค-กระบือมาปอ้ นให้ลกู กินจนกระทง่ั ลูกโค-กระบือแข็งแรง
3. แม่โค-กระบือหลังคลอดภายใน 12 ชั่วโมง รกจะถูกขับออกมาปนกับผนังมดลูกท่ีตายใน
2-3 วันแรก จะมีเลอื ดปน ตอ่ มามสี ซี ีดลง ในระยะ 7-14 วัน จะเป็นปกตแิ ละไม่มีการขบั ถ่ายของเสีย
4. กรณีท่ีรกยังค้างอยู่ ให้สังเกตอาการของแม่ หากผิดปกติ คือป่วยและไม่กินอาหาร ให้ตาม
สัตวแพทยม์ าตรวจอาการและท่าการรักษา

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอื่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 19
5. หากแม่โค-กระบือมีรกห้อยลงมาแต่ไม่หลุด อย่าตัดรกหรือพยายามดึงออก ควรปล่อยให้
รกหลุดออกมาเอง เพราะหากดึงรกออกเองจะท่าให้เกิดการอักเสบที่ระบบสืบพันธ์ุ และเป็นหนองได้(กรม
ปศสุ ัตว์,2556)
3.2.5 กำรจัดกำรโค-กระบอื จำกคลอดลกู ถึง 4 เดอื นหลังคลอด
ในการเลี้ยงโค-กระบือเราควรปล่อยให้ลูกกับแม่โดยอิสระ ในช่วงนี้ลูกยังไม่แข็งแรงพอ ไม่
ควรปล่อยหากินไกลๆ ควรขังอยู่ในคอกจนกว่าลูกจะแข็งแรงดีจึงปล่อยออกไปในแปลงหญ้าและหม่ันคอย
สังเกตดูความผิดปกติต่างๆ ของแม่และลูกอยู่ตลอดระยะนี้ เม่ือลูกโค-กระบือ อายุ 3 สัปดาห์ ควรถ่ายพยาธิ
ตัวกลมและถ่ายซ่้าอีกเม่ืออายุ 6 สัปดาห์และท่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแท้งติดต่อ หรือบรูเซลโลซีสแก่ลูก
โค-กระบือเพศเมียอายุ 3 ถึง 4 เดือน นอกจากนี้ เมื่อลูกโค-กระบืออายุ 4 เดือนท่าการฉีดวัคซีนโรคปากและ
เท้าเปื่อยลูกโคจะเริ่มหัดกินอาหารหยาบเมื่ออายุประมาณ 1-2 เดือน หลังจากนี้ แม่โค-กระบือจะผลิตน้่านม
ลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องฝึกให้ลูกโค-กระบือกินอาหารหยาบได้เร็วและมีอาหารข้นเสริมจะมีอัตราการ
เจริญเติบโตเร็ว ส่าหรับแม่โค-กระบือในระยะนี้ควรได้รับอาหารท่ีเพียงพอกับความต้องการ เพ่ือผลิตน่้านม
และฟ้ืนฟูระบบสืบพันธ์ุ ดังนั้น ควรได้รับหญ้าคุณภาพดีอย่างเพียงพอและควรได้รับการเสริมด้วยอาหารข้น
หากแม่โค-กระบือมีความสมบูรณ์พันธ์ุจะกลับมาเป็นสัดอีกภายใน 30-50 วัน หลังคลอด(กรมปศุสัตว์,2556)
(ภาพที่ 5)

ภำพที่ 5 วิทยำกรให้ควำมรู้เรื่องกำรสังเกตและกำรดูแลสุขภำพโค-กระบือตำมวัย

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอื่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 20

3.3 โรคและดแู ลสขุ ภำพโค-กระบือปว่ ย

สุขภาพของโค-กระบือ มีความส่าคัญอย่างย่ิงต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของโค-กระบือ
ตลอดจนต้นทุนในการรักษาโรคก็จะสูงตามไปด้วย ดังนั้น การป้องกันโรคเป็นหลักการท่ีดีที่สุดในการจัดการ
สุขภาพโค-กระบอื โรคทีส่ ่าคญั ทีพ่ บในโค-กระบอื (กรมปศสุ ัตว์, 2556) มีดังนี้

3.3.1 โรคปำกและเท้ำเปอ่ื ย (foot and mouth disease)
สำเหตุ เกิดจากเช้ือไวรัส เอฟ เอ็ม ดี(FMD) ในประเทศไทยพบ 3 ไทป์คือ โอ (O) เอ (A)
และเอเชียวนั (Asia I) เช้ือท้งั 3 ไทป์นจ้ี ะทา่ ใหส้ ตั วป์ ่วยแสดงอาการเหมือนกัน
อำกำร ส่าหรับอาการโคท่ีเป็นโรคน้ีจะมีไข้ ซึม เบ่ืออาหาร หลังจากน้ันจะมีเม็ดตุ่มพอง เกิด
ทร่ี มิ ฝปี ากในช่องปาก เชน่ เหงอื กและลิ้น ทา่ ให้น้่าลายไหล กินอาหารไม่ได้และเกดิ เม็ดตุ่มท่ีระหว่างช่องกีบ ไร
กีบ ท่าให้เจ็บมาก เดินกะเผลก เมื่อเม็ดตุ่มแตกออกอาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ท่าให้แผลหายช้าขณะที่โค
เป็นโรคจะผอมนา้่ นมจะลดลงอย่างมาก
กำรรักษำ ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนแผลจะห่ายเองใน 1 - 2 สัปดาห์ถ้าแผลมีการติดเชื้อให้ท่า
ความสะอาดแผล ส่าหรับที่กีบใส่ยาปฏิชีวนะชนิดท่ีใช้ป้ายแผล ส่าหรับที่ปากป้ายใช้ยาสีม่วง (เจนเชียนไวโอ
เลท)
กำรควบคมุ และป้องกัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยฉีดครั้งแรกเม่ือโคอายุ 6 เดือน และฉีดซ้่า
ทุกๆ 6 เดือน

3.3.2 โรคมดลูกอกั เสบ (metritis)
โรคมดลูกอักเสบเป็นโรคทางระบบสืบพันธุ์ท่ีมีการอักเสบของผนังมดลูก หลังคลอดลูก 2-4
วัน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย พบได้ในแบบรนุ แรงและเรอื้ รงั
สำเหตุ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น สเตรปโตคอกคัส (streptococcus spp.)
คลอสตริเดยี ม (Clostridium spp.) ซูโดโมนาส เออรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) โครีนีแบคทีเรียม
ไพโอจีเนส (Corynebacterium pyogenes) สแตปไฟโลคอกคัส (Staphylococcus spp.)
อำกำร เกดิ ไดก้ บั โคทกุ อายุ แต่มักพบมดลูกอักเสบในแม่โคหลังคลอดลูกได้ 2-4 วัน และถ้า
ติดเชื้อไม่หายจนถึงวันท่ี 15-60 วัน อวัยวะเพศบวมมีของเหลวหรือมดลูกจะมีลักษณะเป็นหนองไหลออกมา
จากช่องคลอด สัตว์มีไข้ ซึม ชีพจรเต้นเร็ว กินอาหารน้อยลง ปวดเบ่ง ปัสสาวะกะปริดกะปรอย น่้านมลด โค
จะตายภายใน 2-5 วนั เน่ืองจากเลือดเป็นพิษ และในรายท่ีเป็นเรื้อรังจะมีหนองในมดลูก หนองมีสีขุ่นขาวหรือ
สีแดงคล้าหรือสีเทาด่าไหลออกมาเป็นครั้งคราว มีกล่ินเหม็น ในรายท่ีเป็นไม่รุนแรงโคจะไม่แสดงอาการ
ผดิ ปกตจิ นกวา่ จะเปน็ สัด จึงพบเมอื กขาวขนุ่ มีกล่ินเหม็นไหลออกมาหรือโคอาจไม่เปน็ สัดเลย
กำรรักษำ ในรายท่ีเป็นรุนแรงสัตว์จะแสดงอาการป่วยร่วมด้วย ควรให้ยาปฏิชีวนะหรือ
ซัลฟา เช่น เพนนิซิลลิน อ๊อกซิเตตราไซคลิน หรือซัลฟาเมทาซิน เป็นต้น พร้อมกับสอดยาเข้ามดลูกและให้
เดกโทรส ซาไล (dextrose saline) และออ๊ กซโี ทซิน เพ่อื ขบั หนองออก

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 21

มดลูก ในกรณีที่ไม่รุนแรงหรือมดลูกอักเสบเร้ือรัง ให้ยาปฏิชีวนะกลุ่มออกฤทธ์ิกว้าง เช่น
ออกซิเตตราซัยคลินท่ีมีส่วนผสมไม่ระคายเคืองมดลูก แอมมอกซิซิลลินหรือแอมพิซิลลิน ร่วมกับฉีดฮอร์โมน
เอสตาไดออล เบนโซเอต (estradiol benzoate) ขนาด 3 มิลลิกรัม เพอ่ื ให้มดลูก บบี ตัวขบั ไล่หนองออก

กำรป้องกัน ควรดูแลโคขณะคลอดและหลังคลอด สังเกตว่ารกออกหรือยัง หากภายใน 24
ช่ัวโมง รกยังไม่ออกต้องรีบแก้ไข นอกจากน้ี ถ้าหลังคลอดสัตว์แสดงอาการซึม มีไข้ มีของเหลวไหลออกจาก
ชอ่ งคลอด มสี แี ละกล่นิ ผิดปกติ ให้รีบท่าการรกั ษา

3.3.3 โรคคอบวม (hemorrhagic septicemia)
โรคคอบวมหรือโรคเฮโมรายิกเซปติกซีเมียเป็นโรคระบาดร้ายแรงของโค-กระบือท่ีพบมากใน
ประเทศไทย มีลักษณะส่าคัญ คือ หายใจหอบมีเสียงดัง คอหรือหน้าบวมแข็ง สาเหตุโน้มน่าที่ท่าให้สัตว์เป็น
โรคได้งา่ ยได้แก่ ความเครยี ดจากการเคล่อื นยา้ ย อากาศร้อนจัดหนาวจัดอยู่ในที่เปียกหรอื ชน้ื แฉะเกนิ ไป
สำเหตุ เกิดจากเช้ือแบคทีเรียช่ือพาสเจอร์เรลล่ามัลโตซิดา (Pasteur Ella multocida)
สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ในดิน ท่ีชื้นแฉะ ในทุ่งหญ้าและน้่าได้นาน 2–3 สัปดาห์ แต่จะถูกท่าลาย
ได้ง่ายด้วยความร้อนและน้่ายาฆ่าเช้ือทั่วๆ ไป สัตว์จะติดเชื้อได้โดยการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่ง ได้แก่ น่้ามูก
น่้าลายของสัตวป์ ่วยหรือจากสัตว์ที่เปน็ พาหะหรือโดยการกินอาหารและน่้าท่ีมีเชื้อโรคปนเปื้อนการหายใจและ
ทางบาดแผล
อำกำร โค-กระบือจะมีไข้สูง 41–42 องศาเซลเซียส สัตว์จะซึมไม่กินอาหารน่้ามูกน่้าตาไหล
น่้าลายฟูมปากมีอาการบวมที่หัว หลัง คอ ไหล่ อก เยื่อเมือก ในปากและตา จะมีเลือดคั่งเป็นสีแดง หายใจ
หอบและถ่ีมีเสียงดัง อ้าปากหายใจคอยืดไปข้างหน้า ล้ินจุกปาก ในระยะแรกจะมีอาการท้องผูก ต่อมาจะ
ท้องร่วง อุจจาระอาจมีเลือดปน สัตว์จะตายภายใน 2–3 วัน สัตว์บางตัวอาจจะตายภายใน 24 ชั่วโมง หลัง
แสดงอาการซึมและมไี ข้สงู หรือตายอย่างกะทนั หนั โดยไม่แสดงอาการ
กำรรักษำ รักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ ยาเพนนิซิลลิน เตตร้าซัยคลีน สเตรปโตมัยซิน
หรือยากลมุ่ ซลั ฟา ควรรกั ษาในระยะแรกๆ ท่ีเริม่ ปว่ ยจะไดผ้ ลดี แตถ่ า้ สัตวม์ ีอาการหนักการรักษาจะไม่ได้ผล
กำรป้องกนั
1. ฉดี วคั ซนี ใหก้ บั สัตว์ตง้ั แตอ่ ายุ 4 เดอื นขึ้นไปและฉีดซ้า่ ทุก 6 เดอื น
2. รักษาสุขภาพสัตว์ให้สมบูรณ์แข็งแรงให้อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ให้อาหารที่ดีมี
คณุ ภาพ ทา่ ความสะอาดรางน่า้ และรางอาหารอยเู่ สมอ
3. โรคนี้เป็นโรคในพระราชบัญญัติโรคระบาด พ.ศ. 2499 ดังนั้นเม่ือสงสัยมีสัตว์ป่วยหรือ
ตายด้วยโรคน้ีให้แจ้งเจ้าหน้าท่ีสัตวแพทย์ทันที เพื่อท่าการตรวจรักษาป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของ
โรค ถ้ามีสตั วต์ ายให้ฝงั หรอื เผาห้ามน่าไปบรโิ ภค

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอื่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 22

3.3.4 โรคแอนแทรกซ์ (anthrax)
โรคแอนแทรกซ์หรือโรคกาลี เป็นโรคสัตว์ติดคนท่ีร้ายแรง โค-กระบือมีอาการป่วยเป็นโรค
แบบเฉยี บพลนั
สำเหตุ เกิดจากเช้ือแบคทีเรียช่ือแบซิลัสแอนทราซิส (Bacillus anthracis) เชื้อน้ีเมื่อถูกกับ
อากาศจะสร้างสปอร์ท่าใหท้ นต่อสภาพอากาศร้อนหนาวแห้งแล้งรวมทั้งทนต่อน้่ายาฆ่าเช้ือท่ัวไป และสามารถ
มีชวี ติ อยใู่ นดินไดน้ านนบั สบิ ปี สัตวต์ ดิ เชอื้ จากการกนิ หญ้าอาหารหรือน้่าท่ีปนเปื้อนเช้ือหรือสปอร์ของเช้ือ เช่น
กินหญา้ หรอื ด่มื น่า้ ในแหล่งเดยี วกับสัตวท์ เี่ ป็นโรค หรอื เกิดจากเช้ือเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วน ถูกแมลง เช่น
เหลือบท่ีไปสัมผสั กบั ซากสตั วท์ เ่ี ป็นโรคมากดั หรอื จากการหายใจเอาฝุ่นละอองท่ีมีสปอร์ของเชอื้ เขา้ ไป
อำกำร
- ชนิดเฉยี บพลนั โค-กระบอื จะป่วยอย่างทันทีทันใด มีอาหารหอบ ชักด้ิน เลือดไหลออกทาง
จมกู ปาก และตามขมุ ขน จะตายในไมก่ ี่ชว่ั โมง
- ชนิดร้ายแรง โค-กระบือจะมีไข้อยู่หลายวัน มีอาการบวมตามข้อ แข้ง ขา และที่ต่างๆ เช่น
หนา้ อก และหัว
- ชนิดเร้ือรัง จะมีไข้เล็กน้อย บวมตามส่วนต่างๆ ต่อมาจะผอมแห้งจนหมดก่าลังและตายใน
ที่สุด ลกั ษณะพิเศษอย่างหนง่ึ ของโรคน้ี คือ ซากจะไมแ่ ขง็ ตวั และเน่าเร็วมาก
กำรควบคมุ และปอ้ งกนั
- แยกสตั วป์ ว่ ยออกจากฝงู
- ฝงั หรอื เผาซากสัตวต์ ลอดจนดนิ บริเวณทส่ี ัตวต์ าย
- กักบรเิ วณเพ่ิอดูอาการสตั ว์ท่รี วมฝงู กับสัตว์ปว่ ยหรือตาย
- หากในพื้นทน่ี นั้ เคยเปน็ ท่รี ะบาดของโรคให้ฉีดวัคซีนป้องกัน เมื่อสัตว์หย่านมจะมีภูมิคุ้มโรค
นาน 1 ปี และควรทา่ วคั ซนี ซ้่าทุกๆ 1 ปี

3.3.5 วณั โรค (tuberculosis)
วัณโรคเปน็ โรคติดตอ่ เร้อื รังของสัตวเ์ ลย้ี งลูกด้วยนม สามารถติดต่อระหว่างคนกับสัตว์ได้ เช้ือ
โรคจะมีความทนทานอย่ใู นซากสตั ว์ไดน้ านหลายสปั ดาห์
สำเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium bevies ตัวแพร่กระจายโรค คือ คนและ
สัตว์ป่วย การติดต่อโรคสามารถเกิดได้หลายทาง คือ ทางการหายใจ ทางอาหาร ทางผิวหนัง ทางรก ทางการ
ผสมพนั ธแ์ุ ละทางนม
อำกำร สัตว์จะเบ่ืออาหาร ซูบผอม น้่าหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวหนังหยาบขนด้าน ไอ
ตอนกลางคืน ถ้าไอมากจะมีเสมหะ และอาจมีอุจจาระร่วง ถ้าเป็นที่เต้านมจะท่าให้เต้านมบวมขยายใหญ่และ
แขง็ แตไ่ ม่เจบ็ ปวด นมจะลด น่า้ นมมลี กั ษณะใสจนกระทัง่ ไม่มนี ่้านม
กำรควบคมุ และปอ้ งกนั โรค
- ติดต่อสตั วแพทยใ์ หท้ ่าการทดสอบโค-กระบอื ดว้ ยวธิ ีการทดสอบ ทางผวิ หนงั ปลี ะ 1 คร้งั

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 23

ระวงั โรค - ถา้ พบสตั วเ์ ป็นโรคหรือสงสัยวา่ เป็นโรค ควรแยกสตั วน์ ั้นออกจากฝงู และท่าลายสตั ว์
- ฟาร์มท่เี คยมปี ระวัตกิ ารเป็นโรคหรอื ยงั คงมโี รคนี้อยู่ ต้องตรวจโรคสม่าเสมอและท่าการเฝ้า

- ห้ามนา่ สัตว์เขา้ -ออกจากฟาร์ม ตอ้ งท่าการตรวจโรค

3.3.6 โรคบลูเซลโลซสี (brucellosis)
โรคบรูเซลโลซิสหรือโรคแท้งติดต่อเร้ือรังและร้ายแรงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น
โค-กระบือ สุกร แพะ แกะ เป็นต้น ลักษณะที่ควรสังเกตของโรคนี้ คือ สัตว์จะแท้งลูกในช่วงท้ายของการต้ัง
ทอ้ งและอัตราการผสมตดิ ในฝงู จะต่า นอกจากนัน้ ยงั เปน็ โรคตดิ ตอ่ ระหว่างสตั ว์และคน
สำเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบรูเซลลา (Brucella spp.) โค-กระบือทุกอายุสามารถติดเชื้อ
นี้ได้ แตใ่ นโค-กระบอื สาวต้งั ท้องและในเพศผู้ท่ีโตเตม็ วัยตดิ เชอ้ื ได้งา่ ยกว่าลูกโค-กระบือ โดยส่วนมากจะติดเชื้อ
โดยการกินอาหารหรือน้่าท่ีมีเช้ือปะปน เช้ือนี้จะออกมากับปัสสาวะ น่้านม และน่้าคร่าของสัตว์ท่ีเป็นโรคหรือ
อาจติดเช้ือได้ โดยการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนังเย่ือชมุ่ และจากการหายใจ
อำกำร แม่โคจะแท้งลูกในระยะตั้งท้องได้ 5-8 เดือน โดยมีรกค้างและมดลูกอักเสบตามมา
การแทง้ มักจะเกดิ ในท้องแรกเท่านน้ั หลังจากนั้นอาจไม่แท้งแต่จะเป็นตัวน่าโรคแพร่เชื้อไปยังโคตัวอื่นๆ ได้ ลูก
โคที่คลอดออกมาจะอ่อนแอไม่แข็งแรงหรืออาจเป็นหมัน การผสมติดในฝูงต่า ในโคเพศผู้ลูกอัณฑะจะบวมโต
ข้างใดขา้ งหน่งึ และเป็นหมนั อาจพบขอ้ อักเสบรว่ มดว้ ย
กำรรกั ษำ ไมแ่ นะน่าให้รกั ษาเน่อื งจากมักไม่ได้ผลดีเท่าทีค่ วร
กำรป้องกัน
1. ควรตรวจโรคทกุ ๆ 6 เดือนในฝูงโคที่ยงั ไมป่ ลอดโรค และทุกปใี นฝงู ทีป่ ลอดโรค
2. สัตว์ทต่ี รวจพบวา่ เป็นโรค ควรแยกออกจากฝงู
3. คอกสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคนี้ต้องใช้น้่ายาฆ่าเช้ือท่าความสะอาดแล้วพักคอกไว้อย่างน้อย 1
เดอื น กอ่ นนาสตั วใ์ หมเ่ ขา้ คอก
4. ทา่ ลายลกู ทแี่ ท้งรกน่้าคร่าโดยการฝังหรือเผาแลว้ ท่าความสะอาดพ้นื ทีน่ ้ันดว้ ยน้า่ ยาฆา่ เชื้อ
5. ก่าจดั นกหนูแมลงสนุ ขั แมวและสัตว์เลยี้ งอน่ื ท่เี ปน็ พาหะน่าโรค
6. สัตว์ทนี่ า่ มาเลย้ี งใหมต่ อ้ งปลอดจากโรคน้กี ่อนน่าเขา้ คอก
7. ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ในโค-กระบือเพศเมียอายุ 3-8 เดือน ซึ่งจะท่าให้มีภูมิคุ้มกันได้
นานถึง 6 ปี

3.3.7 โรคไขเ้ หบ็ (tick fever, piroplasmosis)
สำเหตุ เกิดจากโปรโตซวั Babesia bigemina ทมี่ ีเหบ็ เป็นพาหะน่าเช้ือ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 24

อำกำร โค-กระบือจะซูบผอมแคระแกร็น น้่านมจะลดลง มีไข้สูง หอบ ม้ามจะมีขนาดใหญ่
ตับจะมีขนาดเล็กลง เยื่อภายในต่างๆ จะมีสีซีด ปัสสาวะจะมีสีแดงถึงด่า ท้องเดิน เบื่ออาหาร โลหิตจาง ถ้า
เปน็ รุนแรงอาจตายได้

กำรรักษำ ใช้ยาปฏิชีวนะที่ใช้ได้ผล คือ อะคาปริน ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง และอาจให้ยาบ่ารุง
โลหิตชว่ ย

กำรป้องกัน ทา่ ลายเหบ็ ซ่งึ เป็นพาหะของเชอื้ และแยกสัตว์ปว่ ยออกจากฝูง

3.3.8 โรคทอ้ งอดื (bloat)
โรคท้องอืดเป็นความผิดปกติของระบบย่อยอาหารในกระเพาะรูเมน โดยแก๊สที่เกิดจาก
ขบวนการย่อยอาหารถูกขับออกชา้ หรอื ไม่ถูกขบั ออก ปรมิ าณแกส๊ สะสมอยใู่ นกระเพาะมาก ท่าให้กระเพาะโป่ง
พองขยายใหญ่
สำเหตุ
- โค-กระบือไดร้ ับหญ้าอ่อนที่ยอ่ ยง่ายและมนี า่้ สะสมเข้าไปมากเกินไป ท่าให้เกิดแก๊สสะสมใน
กระเพาะเปน็ ปริมาณมากอยา่ งฉบั พลนั สว่ นใหญพ่ บในช่วงต้นฤดูฝนที่มีหญา้ อ่อนมากหลงั ฝนตกใหมๆ่
- โค-กระบอื กนิ สง่ิ แปลกปลอม เช่น เศษลวด ตะปู หรอื โลหะที่แหลมคม ทา่ ให้ไปท่ิมแทงผนัง
กระเพาะ อาจจะถูกเส้นประสาทบางส่วนที่ไปกดการท่างานของกระเพาะ (ventral valgus nerve) ท่าให้
กระเพาะไมท่ า่ งานและเกดิ สภาพท้องอืดตามมาด้วย โดยจะเป็นการป่วยแบบเรอื้ รัง
- โค-กระบือกินพืชอาหารที่มีไนเตรทสูง เช่น ใบมันสาปะหลัง หรือไซยาไนด์สูง เช่น ต้น
ไมยราพไร้หนาม ทา่ ให้โค-กระบือตาย เนื่องจากภาวะเลือดไม่น่าออกซิเจน (anoxia) สัตว์แสดงอาการท้องอืด
และตายอย่างรวดเร็ว
อำกำร ช่องท้องของโค-กระบือจะขยายใหญ่ สวาปด้านซ้ายโป่งพองข้ึนมาท่าให้ไม่เห็น
ลกั ษณะสามเหลี่ยม ถ้าเป็นอย่างรุนแรงสัตว์กระวนกระวายอึดอัดหายใจไม่ออก น่้าลายไหล ลิ้นห้อย ถ้าไม่รีบ
แกไ้ ขสตั ว์จะตายได้ เน่อื งจากระบบทางเดนิ หายใจลม้ เหลว
กำรรกั ษำ
- ถา้ อาการไม่รุนแรงใช้น้่ามันพืชที่ขายอยู่ท่ัวไปคร่ึงหรือหน่ึงขวด ค่อยๆ กรอกปากทุกๆ คร่ึง
ชั่วโมง แตต่ ้องระวังไม่ใหไ้ หลเข้าปอด
- ลว้ งอจุ จาระออกใหม้ ากท่ีสุดและให้สัตว์เดินบ่อยๆ
- กรณีรุนแรง อาจใช้วิธีสอดสายยาว ขนาดคร่ึงน้ิว ยาว 1.5 เมตร เข้าทางปากผ่านหลอด
อาหารลงถงึ กระเพาะ เพื่อใหก้ ๊าชระบายออก
- วธิ ีทฉ่ี ุกเฉิน ต้องรีบเจาะก๊าชออกให้เร็วที่สุด โดยใช้เคร่ืองมือ trocar cannula หรืออาจใช้
มีดบางปลายแหลม หรือไม้ไผ่ปลายแหลมเจาะท่ีกลางสวาปด้านซ้าย แนวท่ีใช้เจาะคือเจาะไปทางข้างหน้า
เฉียงลงข้างล่างและเข้าข้างใน ต้องค่อยๆ ระบายก๊าชทีละน้อย หลังจากก๊าชออกหมดแล้วให้หม่ันทาแผลให้
สะอาดทุกวนั หลังจากรักษาแล้วห้ามสัตวก์ นิ นา่้ เปน็ เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง มฉิ ะนนั้ จะเกิดท้องอืดข้นึ มาอีก

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 25

3.4 กำรจัดกำรหย่ำนมลูกโค-กระบือ และกำรจัดกำรหลงั หย่ำนมลูกโค-กระบอื

3.4.1 กำรจดั กำรหยำ่ นมลูกโค-กระบอื
อายุท่ีเหมาะสมส่าหรับการหย่านม โดยทั่วไปลูกโคควรหย่านมท่ีอายุ 7 เดือน สาหรับ ลูก
กระบือจะท่าการหย่านมท่ีอายุ 8 เดือน ซึ่งอาจจะหย่านมเร็วกว่านี้ได้ 1-2 เดือน ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับความสมบูรณ์
ทางร่างกายของลูกโค-กระบอื หากหยา่ นมทอี่ ายุลูกโคมากกว่านี้ จะทาให้แม่โค-กระบือทรุดโทรมเกินไปในการ
เตรียมคลอดลกู และให้นมตวั ตอ่ ไป ในระยะนลี้ ูกโค-กระบือควรไดร้ ับหญา้ สดอย่างเตม็ ท่แี ละได้รับการเสริมด้วย
อาหารขน้ ตามความต้องการของลกู โค-กระบอื ในชว่ งหยา่ นมนจ้ี ะตอ้ งทา่ การตีเบอร์ การตอน (หากต้องการขุน
โคหรอื เพอื่ ใชง้ าน) การสญู เขา ชัง่ นา่้ หนักและวดั ขนาดของร่างกาย

3.4.2 กำรจดั กำรหลงั หย่ำนมของโค-กระบอื
ท่าการคัดเลือกลูกโค-กระบือ เพ่อื ใช้ท่าพ่อและแมพ่ ันธ์ุ หรอื สาหรับทา่ พันธ์ุขายลูกโค-กระบือ
ทท่ี ่าการคัดเลอื กไว้ใช้ทา่ พนั ธุ์ ควรมนี ่า้ หนักหยา่ นมเท่ากบั น่้าหนักหยา่ นมมาตรฐานของ โคพนั ธนุ์ ้นั
ลูกโคที่ไม่ได้คัดท่าพ่อและแม่พันธ์ุจะเก็บไว้ท่าโคขุน หากเป็นเพศผู้ควรท่าการตอน และการ
เลือกโคท่ีจะเข้าขุนควรมีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อต่า และคุณภาพซากดี
นอกจากนี้ ในฟาร์มแม่โคที่ผสมไม่ติด เล้ียงลูกไม่ดี ระบบสืบพันธ์ุมีปัญหา ท่าให้ถูกคัดออกจากฟาร์ม และ
จะต้องมีโคสาวที่ดมี าทดแทน

3.5. กำรสุขำภบิ ำลโค-กระบือ

การสขุ าภบิ าล หมายถงึ การจดั การใดๆ เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ให้เอ้ืออ่านวยและเหมาะสมกับความ
ตอ้ งการโดยธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิด ทั้งนี้เพ่ือให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิต
สูง ซ่ึงการสุขาภิบาลน้ันจะเป็นการจัดการเก่ียวกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวสัตว์ เช่น ภูมิอากาศ อุณหภูมิ
โรงเรอื น และอาหาร หากผเู้ ลีย้ งสตั วม์ ีการสุขาภิบาลทุกด้านที่ดีแล้ว สัตว์ก็จะไม่เกิดโรคและให้ผลตอบแทนได้
เต็มท่ี ซึง่ หลกั สขุ าภิบาลสตั วท์ ด่ี ี (สานักงานมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรและอาหารแหง่ ชาต,ิ 2556) มดี งั ตอ่ ไปน้ี

3.5.1 กำรสขุ ำภบิ ำลดำ้ นโรงเรอื นและอปุ กรณ์
1) สถานที่ตั้งฟาร์ม ควรเป็นท่ีดอน น้่าไม่ท่วมขัง อยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีไม่เส่ียงต่อการ
ปนเปื้อนจากสารเคมี และชวี ภาพท่ีอนั ตราย
2) ตัดถนนใหเ้ ปน็ ระเบียบ มกี ารระบายน่้าสะดวก น่้าไม่ท่วมขัง และมีทางระบายน้่าออกจาก
ฟารม์
3) ฟาร์มควรอยู่หา่ งจากชุมชน 5 กิโลเมตร
4) ทีพ่ กั อาศัยควรอยภู่ ายนอกฟาร์ม
5) สา่ นักงาน ควรตัง้ อยดู่ ้านหนา้ ใกลท้ างเข้า เพอ่ื หลกี เล่ียงไม่ใหผ้ ู้เกยี่ วขอ้ งเข้าไปในฟารม์

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพือ่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 26

6) โรงรับอาหารสัตว์จากภายนอก และคอกจ่าหน่ายโคควรอยู่ด้านหน้าฟาร์ม เพื่อไม่ให้รถ
ภายนอกเขา้ มาภายในฟาร์ม ปอ้ งกนั การนา่ เชื้อโรคจากภายนอกเขา้ ส่ภู ายในฟาร์ม

7) ทางเขา้ ฟารม์ ควรมีอา่ งน่า้ ยาและทา่ การพ่นยาฆา่ เชือ้ โรคท่ีจะเขา้ ไปในฟาร์ม
8) มนี ่า้ ส่าหรบั โค-กระบอื เพียงพอตลอดทง้ั ปี
9) โรงเรือนสามารถป้องกันแดดและฝนได้ดี อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทางระบายน้่าและส่ิง
ปฏิกูลในแต่ละคอก พื้นคอก ท่าความสะอาดง่าย สะดวกในการปฏิบัติงาน และสามารถน่าเครื่องจักรเข้าไป
ปฏบิ ัติงานไดส้ ะดวก
10) การวางแนวยาวของโรงเรือน ควรให้อยู่ในแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อหลบ
แดดรอ้ นในช่วงบ่าย
11) การเลือกแบบของโรงเรือน แบบของโรงเรือนต้องให้เหมาะสมกับ พันธ์ุ เพศ อายุของ
สัตว์ โดยมีการแบ่งพื้นที่หรือการแบ่งพื้นท่ีหรือบริเวณเพ่ือสะดวกในการจัดการตามความเหมาะสมหรือ
วัตถปุ ระสงค์ของการเลย้ี ง
12) มีซองบงั คบั โค-กระบือสา่ หรบั ฉีดวคั ซีน ถา่ ยพยาธิ และผสมเทียม
13) ฟาร์มตอ้ งมรี ้วั ก้นั โดยรอบบริเวณฟารม์ ป้องกนั สัตว์อ่นื เข้ามาใกลฟ้ ารม์
14) อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เข็มฉีดยา อุปกรณ์ท่าแผล คีมตอนโค เครื่องมือท่าเบอร์หู เป็นต้น
กอ่ นทจ่ี ะปฏบิ ตั งิ านจะต้องแชน่ ่า้ ยาฆ่าเชื้อ เพ่อื ใหม้ ่นั ใจวา่ อปุ กรณป์ ราศจากเชื้อโรคต่างๆ
15) บรเิ วณฟารม์ ควรมีต้นไม้ใหญ่ๆ ท่ีให้ร่มเงา เพราะร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นท่ีกันแดดตาม
ธรรมชาติ โค-กระบือไม่ร้อนอบอ้าว ท่าให้สัตว์มีการกินอาหารได้มากข้ึน ให้ผลผลิตสูง และดีกว่าหลังคา
โรงเรือนชนิดใดๆ

3.5.2 กำรสขุ ำภิบำลด้ำนกำรปอ้ งกันและควบคุมโรค
1) แหล่งที่มาของโค-กระบือท่ีซื้อเข้ามาภายในฟาร์ม จะต้องซ้ือจากฟาร์มท่ีมีมาตรฐาน ไม่มี
โรคระบาด และมนั่ ใจไดว้ ่าปราศจากโรคตดิ ต่อ
2) โค-กระบือที่ซื้อเข้ามาภายในฟาร์มจะต้องผ่านการกักกันโรค โดยจะต้องมีคอกพักสัตว์
เพ่ือดูลักษณะของสัตว์ว่ามีการแสดงอาการของโรคหรือไม่ หากไม่มีค่อยน่าไปรวมฝูง โดยดูอาการอย่างน้อย
30 วัน และต้องไดร้ บั การตรวจรับรองสขุ ภาพจากสตั วแพทย์หรือเจ้าหน้าท่ีกรมปศุสัตว์ผคู้ วบคุมฟารม์
3) หา้ มบคุ คลภายนอกเขา้ ออกโดยไมจ่ า่ เปน็
4) ควรมีอุปกรณ์หรือระบบเพื่อป้องกันสัตว์ที่เป็นพาหะ เช่น สุนัข นก หนู แมลงวัน เป็นต้น
และหากฟาร์มนน้ั มียงุ เยอะ ควรท่าการกางมุ้งเพื่อป้องกันยุงให้กับโค-กระบือ
5) มีโปรแกรมตรวจสุขภาพสัตว์อย่างสม่าเสมอ และมีโปรแกรมการก่าจัดพยาธิทั้งภายใน
และภายนอก
6) มีโปรแกรมการให้วคั ซนี โค-กระบือ ตามคา่ แนะนา่ ของปศุสัตว์ ดังนี้

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 27

- โรคแท้งติดตอ่ (brucellosis) ฉดี คร้ังเดียวเฉพาะลูกโคเพศเมียเมื่ออายุ 3-8 เดือน ระยะคุ้ม
กันโรค 7 ปี

- โรคปากและเท้าเปื่อย (food and mouth disease) ฉีดคร้ังแรกเม่ือโค-กระบืออายุ 3
เดอื น ฉดี คร้ังท่ี 2 เม่ือโค-กระบอื อายุ 4 เดอื น และฉีดซ่้าทุกๆ 6 เดอื น ระยะคุม้ กนั โรค 6 เดือน

- โรคคอบวมหรือเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย (hemorrhagic septicemia) ฉีดครั้งแรกเม่ือ
โค-กระบอื อายุ 4 เดือน และฉีดซ้่าทกุ ๆ 1 ปี ระยะคุ้มกนั โรค 1 ปี

- โรคแอนแทรกซ์ (anthrax) ฉีดคร้ังแรกเมื่อโค-กระบือหย่านม อายุ 5-8 เดือน ระยะคุ้มกัน
โรค 1 ปี หากพื้นทเี่ กดิ โรคฉีดทกุ ๆ 6 เดอื น

7) ท่าการคดั แยกโค-กระบอื ท่ปี ่วยเรื้อรงั เจริญเติบโตชา้ อ่อนแอ หรอื พกิ ารออกจากฝงู
8) ท่าการแยกโค-กระบือทปี่ ว่ ยออกจากสตั ว์ปกติ และท่าการรักษาให้หายก่อนท่ีจะไปรวมฝูง
โค-กระบอื
9) หา้ มน่าสตั วเ์ ลี้ยงต่างๆ เขา้ มาภายในฟาร์ม
10) หากเกิดโรคระบาดในฟาร์ม ควรเรียกสัตวแพทย์เข้ามาดแู ล
11) ดา่ เนนิ กจิ การฟารม์ ตามระบบมาตรฐานฟาร์มทท่ี างราชการกา่ หนด

3.5.3 กำรสุขำภบิ ำลดำ้ นนำ้
1) ตา่ แหน่งทต่ี งั้ ฟารม์ ต้องมีนา่้ ใชส้ ่าหรับเล้ียงโค-กระบือเพียงพอตลอดท้งั ปี
2) น้่าต้องสะอาด ปราศจากสิง่ เจอื ปน จากสารเคมี หรอื สารพิษ
3) ควรใช้น่้าตามวัตถุประสงค์ที่ใช้ กล่าวคือ น่้าสาหรับโค-กระบือดื่มกินจะต้องสะอาด
ในขณะน้า่ ทใ่ี ชส้ าหรบั ทา่ ความสะอาดคอก อาจจะเปน็ นา้่ จากบอ่ น่้าตามธรรมชาติได้

3.5.4 กำรสุขำภบิ ำลดำ้ นอำหำร
1) วัตถุดิบอาหารสัตว์ อาหารข้น และอาหารหยาบต้องไม่ปนเปื้อนสารพิษ เช้ือรา หรือ
สง่ิ เจอื ปนอืน่ ๆ
2) อาหารหยาบและอาหารข้นต้องมีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการของโค-กระบือ
แต่ละช่วงวัยและการให้ผลผลิต โดยเฉพาะอาหารข้นต้องมีคุณภาพและมาจากแหล่งผลิตท่ีได้รับอนุญาตตาม
กฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
3) ป้องกันการเสื่อมสภาพของอาหารสัตว์ระหวา่ งการขนส่งจากผู้ขาย ผูผ้ ลติ เขา้ ส่ฟู าร์ม
4) มีโรงเก็บอาหารโค-กระบือแยกเป็นสัดส่วนและเก็บอาหารให้มิดชิดและเหมาะสม เพื่อ
ปอ้ งกนั การปนเป้ือนและการเสอ่ื มสภาพ
5) ตรวจสอบคณุ ภาพอาหารสตั วท์ างกายภาพเบ้อื งตน้ อย่างสม่าเสมอ ท้ังก่อนน่าอาหารเข้าสู่
ฟารม์ ระหว่างเกบ็ รกั ษา และก่อนใช้อาหารสัตว์

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 28
6) การให้อาหารต้องป้องกันการตกหล่นให้มากที่สุด เพราะช่วยรักษาความสะอาดฟาร์ม
ไมใ่ หเ้ กิดการหมักหมม และลดการสญู เสยี อาหาร
3.5.5 กำรสุขำภิบำลกำรจัดกำรดำ้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
1) ต้องมรี างระบายนา้่ เพอ่ื รองรบั นา้่ เสียจากโรงเรือน และต้องมีการบ่าบัดน้่าเสียก่อนระบาย
ลงแหล่งน่้าสาธารณะ
2) กา่ จัดหนอนและแมลงวนั ไมใ่ ห้รบกวนสัตว์ และเป็นพาหะของโรค
3) การจัดการขยะมูลฝอย ควรรวบรวมไว้ในภาชนะท่ีมีฝาปิดมิดชิด และน่าไปก่าจัดอย่าง
ถูกต้องเหมาะสมและถกู สุขลกั ษณะ
4) การก่าจัดซากโค ควรน่าไปฝังไว้บริเวณท่ีน้่าท่วมไม่ถึง ใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50
เซนติเมตร แลว้ ราดดว้ ยยาฆ่าเช้อื โรค หรือใช้ปนู ขาวโรยจนท่ัวแลว้ กลบดนิ ปดิ ปากหลมุ
5) การก่าจัดมลู โคโดยวิธีทีเ่ หมาะสม โดยการน่าไปท่าปุ๋฻ยคอกเพ่ือใช้ในการเกษตร หรือน่าไป
ท่ากา๊ ซชวี ภาพ เพือ่ ไม่ใหเ้ ป็นแหลง่ ของกล่นิ และเชอื้ โรค
3.6 กำรใช้ยำและตำแหน่งยำในกำรรักษำโรคโค-กระบือ
กอ่ นการฉีดยาให้กบั โค-กระบอื จะต้องจดั การบังคับโค-กระบือให้อยู่ในท่าท่ีเหมาะสมเพ่ือป้องกันไม่ให้
ความอันตรายต่อผู้ฉีดและโค-กระบือ ส่าหรับต่าแหน่งในการฉีดยาให้กับโค-กระบือ ได้แก่ บริเวณเส้นเลือด
ใหญ่ กล้ามเน้อื และผวิ หนัง

ภำพท่ี 6 กำรฝึกปฏิบัตกิ ำรกำรใช้ยำและตำแหนง่ กำรฉีดยำให้กบั โค-กระบือ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอื่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 29

3.7 กำรตรวจคุณภำพและกำรดูแลน้ำเช้ือโค-กระบือ กลไลกำรช่วยคลอด และกำรตรวจกำรต้ัง
ทอ้ งโค-กระบอื

3.7.1 กำรตรวจคุณภำพและกำรดูแลน้ำเชื้อ การผสมพันธ์ุตามธรรมชาติแม่โคท่ีพร้อมรับ
การผสมพันธ์ุจะแสดงอาการเป็นสัด โดยยอมยืนนิ่งให้พ่อพันธ์ุขึ้นทับ พ่อพันธุ์จะหล่ังน้่าเช้ือในช่องคลอด ซึ่ง
การหลั่งน่้าเชื้อในคร้ังแรกจะมีน้่าเชื้อประมาณ 6 มล. มีอสุจิประมาณ 7,000 ล้านตัว ซึ่งการดูแลน้ันจะต้อง
ดูแลท้ังพอ่ พันธ์ุและแม่พันธ์ุให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมในการผสมพันธุ์ ส่วนการผสมพันธ์ุแบบผสมเทียม
จะมีการคัดเลือกพ่อพันธ์ุที่ดี มีคุณลักษณะท่ีดีและมีความสมบูรณ์ในการน่ามารีดน่้าเชื้อ และน่าน่้าเชื้อไปแช่
แข็งเพื่อรอการผสมเทียม น้่าเชื้อแช่แข็งควรมีจ่านวนอสุจิมีชีวิตหลังการละลายอย่างน้อย 12 ล้านตัว บรรจุ
หลอด 0.25 หรือ 0.5 มล. การละลายใช้นา้่ อุ่นอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นาน 30 วนิ าที

3.7.2 กลไกกำรช่วยคลอด สามารถท่าได้เมื่อการคลอดของลูกโค-กระบืออยู่ในท่าปกติ
เท่าน้ัน หากมีอาการผิดปกติ ควรตามสัตวแพทย์มาด่าเนินการ และการช่วยคลอดควรค่านึงถึงความสะอาด
และปลอดโรค

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 30

ภำพท่ี 8 ฝกึ ปฏิบตั กิ ำรกำรตรวจคณุ ภำพน้ำเชือ้ โค-กระบือ
3.7.3 กำรตรวจกำรต้ังท้อง น่าแม่โค-กระบือเข้าคอกคลอดและตรวจดูอาการทุกๆ 2-3
ช่วั โมง และไม่ควรรบกวนแม่โค-กระบือ ซ่ึงหากพบว่าลูกโค-กระบือมีขาโผล่ออกมาจากอวัยวะเพศของแม่ ลูก
จะคลอดออกมาไม่เกิน 1 ช่ัวโมง ถ้าลูกคลอดไมไ่ ด้ภายใน 1 ชวั่ โมง ควรล้วงตรวจดูผ่านทวารหนัก ถ้าท่าคลอด
ปกติ อาจช่วยดึงออกโดยใช้เชือกผูกกับขาหน้าของลูกทั้งสอง ดึงตรงออกมา และออกแรงดึงลงสู่ระดับพื้นดิน
การดงึ ควรทา่ ดว้ ยความระมดั ระวงั และดึงในช่วงทแ่ี มโ่ ค-กระบือออกแรงเบ่งเทา่ น้นั
3.8 กำรผสมเทียมโค-กระบอื
การผสมเทียมโค-กระบือ เป็นวิธีการผสมที่น่าน่้าเช้ือพ่อพันธ์ุมาผสมกับแม่พันธุ์ที่เป็นสัด โดยผู้ท่ีท่า
การผสมเทียมจะสอดหลอดฉีดน่้าเช้ือเข้าไปในอวัยวะเพศของแม่พันธุ์โค-กระบือท่ีเป็นสัด ปกติจะสอดหลอด
ผ่านคอมดลูก (cervix) เขา้ ไปปลอ่ ยน่า้ เชือ้ ในมดลูกของแม่พนั ธุ์โค-กระบอื
การผสมเทียมโค-กระบือนิยมถูกน่ามาใช้ในการขยายพันธุ์โค-กระบือในปัจจุบันมากย่ิงขึ้น ด้วย
ประโยชน์ในการคัดเลือกพันธุ์ดี ลดการถ่ายทอดโรคทางพันธุ์กรรมและโรคทางการสืบพันธ์ุ ลดค่าใช้จ่ายและ
อันตรายในการเล้ียงพ่อพัยธื การท่าน้่าเชื้อแช่แข็งสะดวกในการขนย้าย แต่ต้องเก็บรักษาดี ผสมเทียมในเวลา
เหมาะสมในระยะเป็นสัด และเทคนิคถูกต้องสะอาด ไม่ท่าให้แม่พันธ์ุได้รับอันตราย ผู้ท่าการผสมเทียมที่
เลือกใชก้ ารผสมเทียมในฟารม์ ต้องตระหนกั เสมอว่าหวั ใจของการผสมเทยี ม คือ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 31

1. ทา่ การผสมเทยี มเพือ่ พัฒนาปรบั ปรงุ ลกู ร่นุ ต่อๆ ไปใหด้ กี วา่ รุ่นแม่ และให้ผลผลิตตามความต้องการ
ของตลาด ดังนั้นต้องใช้น้่าเชื้อที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน พ่อพันธุ์ผ่านการพิสูจน์พันธ์ุ ปลอดโรคทางก่ารสืบ
พนั ธ์ุ เชน่ BVD IBR แทง้ ติดตอ่ ยเู รียพลาสมา

2. ผสมเทียมเพ่ือให้อัตราการต้ังท้องสูงสุด ในสภาพข้อจ่ากัดและความพร้อมของการจัดการฟาร์มใน
แตล่ ะพนื้ ท่ี ภายใตส้ ภาพอากาศและคณุ ภาพอาหารท่มี ี

กำรผสมเทยี มมขี อ้ ดคี อื
1) ไมต่ อ้ งเสียค่าใช้จ่ายในการซอ้ื และเล้ยี งโค-กระบือพ่อพนั ธ์ุ
2) ในกรณีฟาร์มปรับปรุงพันธ์ุท่ีต้องใช้พ่อพันธุ์คุมฝูงละตัว ต้องแบ่งแปลงหญ้าตามจ่านวนฝูงดังกล่าว
แตถ่ ้าใชผ้ สมเทียม ไมจ่ า่ เปน็ ตอ้ งแบ่งแปลงมากขนาดนั้น
3) สามารถเกบ็ สถิตใิ นการผสมและรกู้ า่ หนดวันคลอดทคี่ ่อนข้างแน่นอน
4) สามารถใช้น้่าเช้ือโค-กระบือพันธุ์ดีจากที่ต่างๆ ได้สะดวก ท่าให้ความก้าวหน้าในการปรับปรุงพันธ์ุ
เร็วขนึ้
5) ถา้ ใช้ควบคูก่ บั ฮอรโ์ มนควบคมุ การเปน็ สดั จะทา่ ใหก้ ารจัดการเกีย่ วกับการผสมสะดวกขึ้น
ข้อเสียของกำรผสมเทยี ม คอื
1) ต้องใช้แรงงานสังเกตการณเ์ ปน็ สดั หรอื ใชโ้ ค-กระบือตรวจจับการเป็นสดั
2) ต้องใช้คอกและอุปกรณ์ในการผสมเทียม เสียเวลาต้อนแยกโค-กระบือไปผสมในขณะที่มีลูกติดแม่
โค-กระบอื อยู่
3) แปลงเลีย้ งโค-กระบือควรใกลบ้ รเิ วณผสมเทยี ม มิฉะนนั้ จะเสียเวลาต้อนโคจากแปลงทีไ่ กล
4) เสียคา่ ใช้จ่ายในการจ้างคนหรือฝกึ อบรมคนผสมเทียมของฟารม์ เอง
5) อัตราการผสมติดขน้ึ อยกู่ ับความสามารถในการตรวจจบั การเป็นสดั และความชา่ นาญของคนผสม
6) เสียคา่ ใช้จ่ายในการซ้อื นา่้ เชอื้
ข้นั ตอนกำรผสมเทยี ม เป็นดงั นี้
1. สังเกตอาการภายนอก โคที่เป็นสัดจะยืนน่ิงให้ตัวอ่ืนปีนทับ มีเมือกใสไหลจากช่องคลอด อวัยวะ
เพษบวมแดง
2. สวมถุงมือผสมเทียม ใช้สารหล่อล่ืน เช่น สบู่ เป็นต้น ถูถุงมือแล้วล้วงผ่านทางทวารหนัก ล้วง
อุจจาระออกมาจากล่าใส้ใหญส่ ว่ นปลายให้หมด ตรวจคลา่ ระบบสืบพนั ธุ์ของแม่โคว่าเปน็ สดั จรงิ หรอื ไม่
3. ล้างบริเวณอวัยวะเพศภายนอกของแม่โคด้วยน้่าให้สะอาดและเช็ดทั้งด้านนอกด้านในให้แห้งด้วย
กระดาษทชิ ชหู รอื กระดาษฟาง

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบอื เพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 32

4. ใช้สา่ ลีชบุ แอลกอฮอลเ์ ช็ดปากคีบ (forceps) ให้สะอาดก่อนใช้คีบหลอดน้่าเช้ือที่ตอ้ งการออกจาก
ถังสนาม แล้วแช่น้่าเชื้อลงในน้่าอุ่นที่อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส ทันทีนานเป็นเวลา 30 วินาทีและเวลา
ต้ังแตค่ ีบหลอดน้า่ เช้ือจนถงึ แชล่ งในน่า้ อุน่ ไมค่ วรเกิน 3 วินาที

5. เม่อื ละลายน้่าเช้ือในนา่้ อุ่นครบ 30 วินาทแี ลว้ ใช้ปากคบี คีบหลอดน่้าเชื้อขน้ึ มาเช็ดหลอดน้่าเช้ือด้วย
กระดาษทิชชูหรือส่าลีให้แห้งอย่าให้เหลอื น่้าตดิ ขา้ งหลอด สะบัดหลอดน้่าเช้ือให้ฟองอากาศไปอยู่ด้านท่ีตีบและ
ตัดด้านท่ีตีบโดยตัดระหว่างฟองอากาศ สอดหลอดน้่าเช้ือด้านท่ีตัดเข้าไปในพลาสติกชีท และดันต่อเข้าไปจน
สุด หลอดน่้าเช้ือจะล็อคกับจุกสีเขียวในพลาสติกชีท ดึงก้านปืนออกมาจากตัวปืนประมาณ 1 คืบ แล้วสวม
พลาสติกชีทที่มีหลอดน้่าเชื้ออยู่ภายในครอบปืนฉีดน้่าเชื้อ ดันตัวปืนไปจนสุดพลาสติคชีท ใช้วงแหวนล็อค
พลาสตคิ ชที ให้ตดิ ปนื และล็อคให้แนน่

6. ทดสอบน่า้ เชื้อโดยกดก้านปนื ให้น้า่ เชื้อปร่ิมออกมาที่ปลายหลอดเล็กน้อย เพ่ือม่ันใจว่าหากท่าการ
ผสมเทียม น้่าเช้ือจะไหลออกไปด้านนอกไม่ไหลย้อนกลับเข้าในพลาสติกชีท สวมแซนนิตารีชีทหุ้มปืนทั้งหมด
อีกช้ันหน่ึง

7. สวมถุงมือ ใช้น้ิวหัวแมม่ อื และนิ้วช้ีเปิดถ่างอวัยวะเพศแม่โคให้กว้างท่ีสุดและสอดปืนผ่านเข้าไปโดย
สอดเฉียงด้านบน 45 องศา เพื่อป้องกันปลายปืนเข้าไปในรูเปิดของกระเพาะปัสสาวะ เม่ือปืนฉีดน้่าเช้ือผ่าน
เขา้ ไปแล้วให้สอดต่อไปตามแนวระนาบ จากนั้นใช้มือข้างที่สวมถุงมือล้วงผ่านทวารหนัก ตามปืนฉีดน่้าเช้ือเข้า
ไป และจีบที่คอมดลูก(Cervix) ถ้าขณะสอดปืนผ่านช่องคลอด(Vagina) ปลายปืนมักจะไปติดรอยย่นบางส่วน
ของช่องคลอดและสอดปืนต่อไปไม่ได้ ให้ใช้มือท่ีอยู่ในช่องล่าไส้ใหญ่ดึงคอมดลูกให้ยืดออกไปด้านหน้าของตัว
โคจะทา่ ให้รอยยน่ ทอ่ี ยู่ในส่วนของชอ่ งคลอดยืดออก ปืนจะสอดผ่านเข้าไปได้จนถึงหน้าคอมดลูก เมื่อปลายปืน
ถงึ หนา้ คอมดลูก ให้ดงึ ปลายอีกข้างหน่งึ ของแซนนิตารีชที จนปลายปืนทะลุแซนนิตารชี ีท

8. สอดปืนเข้าไปในคอมดลูก วิธีการสอดปืนผ่านคอมดลูกท่าได้โดยใช้มือข้างท่ีอยู่ในล่าไส้ใหญ่จับ
ปลายคอมดลูกไว้โดยจับระหว่างส่วนต่อของคอมดลูก(Cervix) กับช่องคลอด (Vagina) ยกขึ้นให้อยู่ระดับ
เดียวกับปืนฉีดน้่าเชื้อจากนั้นใช้หัวแม่มือกดหาส่วนที่เป็นรูเปิดของคอมดลูก ซ่ึงจะเป็นช่องทางท่ีจะสอดปืน
ผ่านเข้าไปในคอมดลูก เม่ือพบแล้วให้สอดปลายปืนฉีดน่้าเชื้อไปจนชนนิ้วหัวแม่มือ จากน้ันหลบหัวแม่มือออก
ปลายปืนจะผ่านเขา้ ไปในรูของคอมดลกู

9. เมื่อปืนฉีดน่้าเช้ือผ่านเข้าไปในรูของคอมดลูกแล้ว เน่ืองจากรูของคอมดลูกไม่ตรง มักจะคดไปมา
และมีหลืบปลายปืนมักจะติดส่วนท่ีเป็นหลืบภายในโพรงของคอมดลูก ให้ใช้มือข้างที่อยู่ในล่าไส้ใหญ่ค่อยๆ
ขยบั หรือดัดคอมดลูก ซ้ายขวา บนล่าง และสวมเข้าในปืน ซ่ึงผู้ท่าการผสมเทียมจะรู้สึกได้ว่าปลายปืนผ่านเข้า

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่ือการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 33

ไปในคอมดลูกทีละเปลาะๆ ซ่ึงต้องค่อยๆ สอดผ่านไปจนผ่านทะลุคอมดลูก ขณะก่าลังสอดปืนผ่านคอมดลูกผู้
สอดปนื จะต้องทราบเสมอว่า ขณะนั้นปลายปืนอยู่ตา่ แหน่งใด

10. ขณะที่ปลายปืนก่าลงั จะผ่านทะลคุ อมดลูกให้สอดปนื อยา่ งช้าๆ และระมัดระวังอยู่ให้ปลายปืนเลย
เข้าไปถึงตัวมดลูก(Body of Uterus) มากนัก เพราะอาจไปครูดกับผนังตัวมดลูกเม่ือปลายปืนฉีดน่้าเชื้อทะลุ
คอมดลูกแล้วให้สอดปลายปืนเข้าไปอีกประมาณ 1 cm โดยท่าการคล่าระหว่างรอยต่อของคอมดลูกกับตัว
มดลูกทางด้านล่าง ถ้าพบเพียงปลายปืนฉีดน่้าเช้ือ หมายถึงปลายปืนผ่านทะลุคอมดลูกเข้าไปในตัวมดลูกเป็น
ระยะ 1 cm ถูกต้องแล้ว หากคล่ารอยต่อระหว่างคอมดลูกและตัวมดลูกพบก้านปืนฉีดน่้าเช้ือ แสดงว่าปลาย
ปนื เขา้ ลึกเกินไปให้ดึงปืนฉดี นา้่ เช้ือถอยออกมาอย่างระมัดระวัง

11. ทา่ การบีบก้านปืนฉีดน้่าเช้ือประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวเพ่ือปล่อยน้่าเช้ือ 2 ใน 3 ของหลอด
ภายในตัวมดลูกให้ปล่อยน้า่ เชื้อช้าๆ ใช้เวลาปล่อยน้่าเชื้อประมาณ 8 วินาทีจากนั้นถอยปืนออกมาจนปลายปืน
อยู่กลางคอมดลกู (Cervix) ปลอ่ ยนา้่ เช้ือทเ่ี หลือกลางคอมดลูก(Cervix)

12. ถอดถุงมือแล้วม้วนถุงทิ้งในถังขยะล้างรองเท้าบู๊ทและผ้ากันเปื้อนให้สะอาด บันทึกรายละเอียด
การผสมเทยี มลงในแบบบันทกึ ตา่ งๆ

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพอื่ การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 34
ภำพที่ 9 ฝึกปฏิบตั ิกำรกำรผสมเทยี มโค

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 35

บทที่ 4
บทสรุป

การด่าเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพ่ือการเกษตรตามพระราชด่าริ พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจ่าปีงบประมาณ 2563 ด่าเนินการในพื้นที่
ต่าบลบา้ นกง อ่าเภอหนองเรือ จงั หวัดขอนแก่น เกิดผลสมั ฤทธิ์จากการดา่ เนนิ งานสามารถสรุปไดเ้ ป็นดังน้ี

1. กล่มุ เป้าหมายซึง่ เป็นเกษตรกรผ้เู ลี้ยงโค-กระบือ จ่านวน 20 คน เกิดความรู้ความเข้าใจในการเล้ียง
และการดูแลโค-กระบือได้อย่างถูกต้อง ได้แก่ การจัดการโรงเรือน การสังเกตและการดูแลสุขภาพโค-กระบือ
ตามวัย โรคและดูแลสุขภาพโค-กระบือป่วย การจัดการหย่านมลูกโค-กระบือ และการจัดการหลังหย่านมลูก
โค-กระบือ การสุขาภิบาลโค-กระบือ การใช้ยาและต่าแหน่งยาในการรักษาโรคโค-กระบือ การตรวจคุณภาพ
และการดูแลน่้าเช้ือโค-กระบือ กลไลการช่วยคลอด และการตรวจการต้ังท้องโค-กระบือ และการผสมเทียม
โค-กระบือ

2. กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายสามารถถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือในต่าบล
บ้านกง อา่ เภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และเกษตรกรผู้สนใจอ่นื ๆ ได้

3. กลมุ่ เกษตรกรเป้าหมายเกิดความพึงพอใจในการจดั โครงการธนาคารโค-กระบือเพ่ือการเกษตรตาม
พระราชด่าริฯ เน่ืองจากสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และพัฒนาความรู้ความใจในการจัดการโค-กระบือได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดยได้จัดท่าแบบประเมินความพึงพอใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นผู้ไม่มี
ส่วนไดส้ ว่ นเสียในการจัดโครงการ จ่านวน 30 คน แบง่ เปน็ เพศชาย จา่ นวน 18 คน และเพศหญิง 12 คน อายุ
ตัง้ แต่ 31 ปีขนึ้ ไป ระดับการศึกษาแบ่งเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อนุปริญญา และปริญญาตรีขึ้นไป
ดังแสดงในตารางที่ 2

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดารฯิ ปีงบประมาณ 2563 | 36

ตำรำงที่ 2 แสดงความพึงพอใจของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายผู้เลี้ยงโค-กระบือ ต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ
จังหวดั ขอนแกน่ ในการจดั โครงการโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชด่าริฯ

ควำมพงึ พอใจแต่ละดำ้ น ร้อยละควำมพึงพอใจ
1 ดา้ นกระบวนการขน้ั ตอนการจัดโครงการ
1.1 การรับรูข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั โครงการ 93.30
1.2 การประชาสัมพันธท์ ่วั ถึง หลากหลายรูปแบบ 100.00
1.3 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการจัดโครงการ 93.30
1.4 ความเหมาะสมของรปู แบบ การจัดล่าดับขัน้ ตอนของโครงการ 100.00
2 ดา้ นบคุ ลากรผ้ใู หบ้ ริการ
2.1 การได้รบั การอธิบาย ชี้แจง และแนะน่าท่ดี จี ากผู้ให้บริการ 100.00
2.2 การอา่ นวยความสะดวกของผูใ้ ห้บรกิ าร 100.00
2.3 ความรวดเร็วและคลอ่ งตัวในการปฏบิ ัติงานของผ้ใู หบ้ ริการ 100.00
2.4 กริยามารยาท และการมีมนุษย์สมั พนั ธ์ท่ีดี 100.00
2.5 วิทยากรอธิบายไดช้ ดั เจน สอื่ ความหมายได้เหมาะสม 100.00
2.6 เปิดโอกาสให้ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการซกั ถามหรือมีสว่ นร่วม 100.00
3 ด้านสิง่ อ่านวยความสะดวก
3.1 ความเหมาะสมและความพรอ้ มของสถานท่จี ดั โครงการ 100.00
3.2 เอกสารประกอบ วัสดุอุปกรณ์ มเี พยี งพอต่อความต้องการ 100.00
3.3 เอกสารประกอบครอบคลุมเน้อื หาของโครงการ 100.00
3.4 โสตทัศนูปกรณม์ ีความพร้อมและเพยี งพอต่อความต้องการ 100.00
3.5 ความเหมาะสม เพียงพอของอาหาร อาหารว่าง 100.00
4 ดา้ นเทคนิคการบรรยายและการปฏิบัติ
4.1 ความพร้อมของวทิ ยากรในการใหค้ วามรู้ 100.00
4.2 วทิ ยากรมีเทคนิคในการบรรยาย การใช้สื่อ ภาษาเข้าใจงา่ ย เหมาะสม 100.00
4.3 วทิ ยากรมคี วามสามารถถ่ายทอดความรตู้ ามล่าดับข้นั ตอนและชัดเจน 100.00
4.4 วิทยากรดแู ลเอาใจใส่ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการอย่างทั่วถึง 100.00
4.5 เนอื้ หาสอดคล้องกบั สงิ่ ท่ีต้องการ 100.00
5 ด้านคณุ ภาพการให้บริการ
5.1 ความรทู้ ่ไี ด้รบั ก่อนเข้ารว่ มโครงการ 50.00
5.2 ความร้ทู ไ่ี ด้รับหลงั เขา้ ร่วมโครงการ 100.00
5.3 ประโยชนแ์ ละความรู้ที่ได้จากการเขา้ ร่วมโครงการ 100.00

รายงานโครงการธนาคารโค- กระบือเพ่อื การเกษตรตามพระราชดารฯิ ปงี บประมาณ 2563 | 37

ควำมพงึ พอใจแต่ละด้ำน ร้อยละควำมพึงพอใจ
6 ด้านการนา่ ความรูท้ ไ่ี ดป้ ระยกุ ต์ใช้
6.1 สง่ิ ที่ทา่ นได้รบั จากโครงการนต้ี รงตามความคาดหวังของทา่ น 100.00
6.2 ท่านไดร้ บั ความรู้ แนวคิด ทกั ษะ และประสบการณใ์ หม่ ๆ จากโครงการ 100.00
6.3 โครงการนี้เอ้ืออ่านวยต่อการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของท่าน 100.00
6.4 ทา่ นสามารถนา่ ความรู้ที่ได้รบั จากโครงการน้ีไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ 100.00
7 ความพึงพอใจของท่านตอ่ ภาพรวมของโครงการ 100.00

4. เกิดอาสาปศุสัตว์ของพ้ืนท่ีต่าบลบ้านกง อ่าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น จ่านวนท้ังส้ิน 5 คน

ไดแ้ ก่

1. นายขจร แสงศรเี รือง หมู่ท่ี 2 บ้านกงกลาง ต่าบลบา้ นกง

2. นายธนวัตร รงุ่ เรอื ง หมูท่ ี่ 4 บ้านหนองสระ ต่าบลบ้านกง

3. นายคมสนั ต์ นอ้ ยยาง หมู่ที่ 5 บา้ นหนองเม็ก ต่าบลบา้ นกง

4. นายธนพล พรมสอน หมู่ที่ 6 บา้ นหนองทุ่ม ตา่ บลบา้ นกง

5. นายชนากรณ์ ศรหี ลอด หมทู่ ่ี 6 บา้ นหนองทุม่ ตา่ บลบา้ นกง


Click to View FlipBook Version