๖๑
ตามความสนใจของเด็ก และสภาพความพิการภายใต้บริบทของครอบครัว เช่น การสวดมนต์ ฟังหรือดูนิทาน
ธรรมะ การฟังอลั กรุอา่ น การรว่ มกจิ กรรมตา่ งๆเป็นต้น
๓. กิจกรรมทัศนศึกษา เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และ
ประวัติศาสตร์ของชุมชน ท้องถิ่น ชาติและกลุ่มประเทศอาเซียน และทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อ
เสริมสร้างประสบการณ์ตรงให้กับเด็กพิการเพิ่มเติมจากที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เช่น
ทศั นศกึ ษาแหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชน เปน็ ต้น โดยกำหนดให้ดำเนินการกิจกรรมดงั กลา่ วอย่างน้อยปลี ะ ๑ คร้ัง ส่วน
การให้บริการหน่วยบริการและการให้บริการที่บ้านอาจมีการจัดกิจกรรมตามความสนใจของเด็กและสภาพ
ความพกิ ารภายใต้บริบทของครอบครวั เช่น ดภู าพสถานท่ี ท่องเที่ยวจากหนงั สอื จากรายการโทรทัศน์ เป็นต้น
๔. กิจกรรมบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกิจกรรมการให้บริการแก่เด็ก หรือ
ผู้ปกครอง เช่น การให้บริการสืบค้นข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต การให้บริการคอมพิวเตอร์ในการจัดทำสื่อ
การบริการสืบคน้ ผลงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ ผ่านคอมพิวเตอร์ บรกิ ารแท็บเล็ตเคลื่อนที่ การให้บริการสื่อ
สิ่งอำนวยความสะดวก บริการอื่นใดทางการศึกษา บัญชี ก. เป็นต้น ส่วนการให้บริการหน่วยบริการ และการ
ให้บริการที่บ้าน อาจมีการจัดกิจกรรมตามความสนใจของเด็กและสภาพความพิการภายใต้บริบทของ
ครอบครัว
๕. กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วง
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของ โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) เช่น การผลติ ส่อื การเรียนการ
สอนผ่านช่องทาง Youtube(คลิปวีดิโอการสอนการใช้สื่อ คลิปวีดิโอการสอนการสอน) แอพพลิเคชั่นไลน์ ใบ
งาน แบบฝกึ หัด การติดตามผ่านและเยยี่ มบ้านผเู้ รียน เปน็ ตน้ เปน็ ตน้
๖. กิจกรรมอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม
๖๒
ความสัมพนั ธข์ องการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น
ตามหลักสูตรสถานศกึ ษา สำหรับเด็กทมี่ คี วามต้องการจำเปน็ พิเศษ
ของศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับแกไ้ ขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)
วิสัยทศั น์
เดก็ ทมี่ คี วามตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษอายแุ รกเกิด ถงึ ๖ ปี ไดร้ บั การพัฒนาตามมาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์แบบองค์รวมเต็มตามศักยภาพ
มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ไดร้ บั สอ่ื สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอนื่ ใดทางการศึกษาที่ตรงตามความตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ โดยการมสี ่วน
รว่ มของทีมสหวชิ าชพี ครอบครวั ชุมชน และหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพื่อให้สามารถดำรงชวี ิตอยู่ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข
จดุ หมาย
๑. เพ่ือให้ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจำจังหวดั สตลู มีหลักสูตรสถานศึกษาท่มี ีความเหมาะสมกบั เดก็ ที่มคี วามต้องการจำเปน็ พิเศษระดบั ปฐมวยั
๒. เพ่ือให้เด็กทมี่ คี วามต้องการจำเปน็ พเิ ศษ ได้รบั การพัฒนาแบบองค์รวม มีพัฒนาการ เตม็ ตามศักยภาพ สามารถสื่อสารและดำรงชวี ติ ได้
๓. เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ที่มคี วามตอ้ งการจำเป็นพิเศษ มคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข
๔. เพ่ือใหเ้ ด็กท่ีมคี วามต้องการจำเป็นพิเศษได้รับส่ือ สงิ่ อำนวยความสะดวก ทีเ่ หมาะสมตรงตามความต้องการจำเป็นพเิ ศษเฉพาะบคุ คล
๕. เพอื่ ใหค้ รอบครัว นกั สหวชิ าชพี ชุมชน และผทู้ ีเ่ กี่ยวข้องมีสว่ นร่วมในการพฒั นาศกั ยภาพเด็กทมี่ ีความต้องการจำเป็นพิเศษให้มีพัฒนาการ
เต็มตามศักยภาพ สามารถดำรงชีวิตในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ๕. ดำรงชวี ิตอยา่ งพอเพยี ง
๒. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ ๖. ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบในการทำงาน
๓. มีวนิ ยั ต่อตนเองและผูอ้ นื่ ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๔. มคี วามตั้งใจ ใฝเ่ รยี นรู้ ๘. มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและสงั คม
มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ ๕. พฒั นาการด้านทักษะจำเปน็ เฉพาะความพิการ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
๑. พัฒนาการด้านรา่ งกาย
๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ๑) พฒั นาการด้านทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางการเห็น 1. กิจกรรมพุทธศึกษา (Head)
๓. พัฒนาการดา้ นสังคม ๒) พัฒนาการดา้ นทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพรอ่ งทางการได้ยิน 2. กิจกรรมจริยศึกษา (Heart)
๔. พฒั นาการด้านสตปิ ัญญา ๓) พฒั นาการด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางสติปญั ญา 3. กจิ กรรมหัตถศึกษา (Hand)
๔) พฒั นาการด้านทกั ษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางรา่ งกาย 4. กิจกรรมพละศกึ ษา (Health)
หรอื การเคลือ่ นไหว หรือสขุ ภาพ
๕) พฒั นาการดา้ นทกั ษะจำเป็นเฉพาะความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้
๖) พัฒนาการด้านทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่องทางการพูด
และภาษา
๗) พฒั นาการด้านทักษะจำเปน็ เฉพาะความบกพร่อง
ทางพฤติกรรมและอารมณ์
๘) พฒั นาการดา้ นทักษะจำเปน็ เฉพาะออทิสตกิ
๙) พฒั นาการด้านทกั ษะจำเป็นเฉพาะพกิ ารซ้อน
คุณภาพเดก็ ที่มคี วามต้องการจำเปน็ พเิ ศษระดับปฐมวัย
แผนภาพท่ี ๑๐ ความสัมพนั ธ์ของการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นตามหลักสตู รสถานศึกษา สำหรับเดก็ ทมี่ ีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ
ของศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕
๖๓
กลุ่มเปา้ หมาย
กลุ่มเป้าหมายตามหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง
กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒ ดงั ต่อไปน้ี
๑) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ ระดับเล็กน้อย
จนถึงตาบอดสนิท ซึง่ แบง่ เปน็ ๒ ประเภทดงั น้ี
๑.๑) คนตาบอด หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็นมาก จนต้องใช้สื่อสัมผัสและสื่อเสียงหาก
ตรวจวัดความชัดของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้ว อยู่ในระดับ ๖ ส่วน ๖๐ (๖/๖๐) หรือ ๒๐ ส่วน ๒๐๐(๒๐/
๒๐๐) จนถงึ ไมส่ ามารถรบั รู้เรือ่ งแสง
๑ .๒ ) คน เ ห ็ น เ ล ื อน ร า ง ห มา ย ถึ ง บ ุ คคล ที ่ ส ู ญ เ ส ี ย กา ร เ ห ็ น แต ่ ย ั งส า มา ร ถ
อ่านอักษรตวั พิมพข์ ยายใหญ่ดว้ ยอปุ กรณ์เคร่ืองชว่ ยความพิการ หรอื เทคโนโลยสี ่ิงอำนวยความสะดวก หากวัด
ความชดั เจนของสายตาขา้ งดีเมอ่ื แกไ้ ขแล้วอยูใ่ นระดับ ๖ สว่ น ๑๘ (๖/๑๘) หรอื ๒๐ สว่ น ๗๐ (๒๐/๗๐)
๒) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับ
หูตึงน้อยจนถงึ หูหนวก ซงึ่ แบ่งเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี
๒.๑) คนหูหนวก หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการได้ยินมากจนไม่สามารถเข้าใจ
การพูดผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งโดยทั่วไปหากตรวจการได้ยินจะมีการสูญเสีย
การไดย้ ิน ๙๐ เดซเิ บลขนึ้ ไป
๒.๒) คนหูตึง หมายถึง บุคคลที่มีการได้ยินเหลือ อยู่เ พียง พ อที่จ ะ ไ ด ้ ยิ น
การพดู ผ่านทางการได้ยิน โดยท่ัวไปจะใส่เครื่องช่วยฟัง ซึง่ หากตรวจวัดการได้ยนิ จะมีการสูญเสีย การได้ยิน
น้อยกวา่ ๙๐ เดซิเบลลงมาถึง ๒๖ เดซิเบล
๓) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้แก่ บุคคลที่มีความจำกัดอย่างชัดเจน
ในการปฏิบัติตนในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ความสามารถทางสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมี
นัยสำคัญร่วมกับความจำกัดของทักษะการปรับตัวอีกอย่างน้อย ๒ ทักษะ จาก ๑๐ ทักษะ ได้แก่ การสื่อ
ความหมาย การดแู ลตนเอง การดำรงชวี ติ ภายในบา้ น ทักษะทางสังคม/ การมปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั ผู้อ่ืน การรู้จักใช้
ทรพั ยากรในชุมชน การรจู้ กั ดูแลควบคุมตนเอง การนำความรู้ มาใชใ้ นชีวติ ประจำวันการทำงาน การใช้เวลา
ว่าง การรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ทง้ั น้ีไดแ้ สดงอาการดงั กล่าวก่อนอายุ ๑๘ ปี
๔) บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางรา่ งกายหรือการเคล่ือนไหวหรือสุขภาพ ซ่ึงแบง่ เปน็ ๒ ประเภท
ดงั นี้
๔.๑) บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ได้แก่ บุคคล
ทมี่ อี วัยวะไม่สมสว่ นหรือขาดหายไป กระดกู หรอื กล้ามเน้ือผดิ ปกติ มอี ปุ สรรคในการเคลือ่ นไหว ความบกพร่อง
ดังกล่าวอาจเกิดจากโรคทางระบบประสาท โรคของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก การไม่สมประกอบมาแต่
กำเนดิ อบุ ตั ิเหตุและโรคติดตอ่
๔.๒) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ได้แก่ บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีโรค
ประจำตัวซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ซึ่งมีผลทำให้เกิดความ
จำเป็นต้องไดร้ ับการศึกษาพิเศษ
๕) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ได้แก่ บุคคลที่มีความบกพร่องในการเปล่ง
เสียงพูด เชน่ เสียงผิดปกติ อัตราความเรว็ และจังหวะการพดู ผดิ ปกติ หรอื บุคคลท่มี ีความบกพร่องในเรอ่ื งความ
๖๔
เข้าใจหรือการใช้ภาษาพูด การเขียนหรือระบบสัญลักษณ์อื่นที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งอาจเกี่ยวกับรูปแบบ
เน้ือหาและหน้าทข่ี องภาษา
๖) บุคคลทีม่ คี วามบกพร่องทางพฤติกรรมหรอื อารมณ์ ไดแ้ กบ่ คุ คลที่มีพฤติกรรมเบ่ียงเบนไปจาก
ปกติเป็นอย่างมาก และปัญหาทางพฤติกรรมนั้นเปน็ ไปอย่างต่อเนือ่ ง ซึ่งเป็นผลจากความบกพร่องหรือความ
ผิดปกติทางจิตใจหรือสมองในส่วนของการรับรู้ อารมณ์หรือความคิด เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรคสมอง
เส่อื ม เป็นต้น
๗) บุคคลออทิสติก ได้แก่ บุคคลที่มีความผิดปกติของระบบการทำงานของสมองบางส่วนซึ่ง
ส่งผลต่อความบกพร่องทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสังคมและการปฏิสัมพันธท์ างสังคม และมีข้อจำกัดด้าน
พฤตกิ รรม หรอื มคี วามสนใจจำกดั เฉพาะเร่อื งใดเร่อื งหนึง่ โดยความผิดปกติน้นั ค้นพบไดก้ ่อนอายุ ๓๐ เดือน
๘) บุคคลพิการซ้อน ได้แก่ บุคคลที่มีสภาพความบกพร่องหรือความพิการมากกว่าหนึ่งประเภท
ในบุคคลเดยี วกัน
การจัดประสบการณ์
การจัดประสบการณ์ เป็นแนวทางในการนำไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อใหเ้ ด็กท่ีมีความ
ต้องการจำเป็นพเิ ศษไดร้ บั การพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ตามแนวการจดั ประสบการณ์ ดังน้ี
๑. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ คือเหมาะกับอายุ วุฒิภาวะ
และระดบั พฒั นาการเพอ่ื ให้ผู้เรียนทุกคนไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ
๒. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองของผู้เรียนวัยนี้คือ
ผู้เรียนได้ลงมือกระทำเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และ
คิดแกป้ ัญหาด้วยตนเอง
๓. จดั ประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการ คอื บูรณาการท้งั ทักษะ และสาระการเรยี นรู้
๔. จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้ริเริ่ม คิด วางแผน ตัดสินใจ ลงมือกระทำ และนำเสนอความคิด
โดยผ้สู อนเปน็ ผ้สู นบั สนุน อำนวยความสะดวก และเรยี นรรู้ ่วมกบั ผเู้ รยี น
๕. จดั ประสบการณใ์ ห้ผเู้ รยี นมปี ฏิสัมพันธ์กับผูเ้ รยี นอ่นื กับผใู้ หญ่ ภายใตส้ ภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อ
การเรยี นร้ใู นบรรยากาศที่อบอุ่นมีความสุข และเรียนรกู้ ารทำกจิ กรรมแบบร่วมมือในลกั ษณะตา่ ง ๆกัน
๖. จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและอยู่ในวถิ ี
ชีวิตของผ้เู รยี น
๗. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดี และทักษะการใช้ชีวิตประจำวันตลอดจน
สอดแทรก คุณธรรมจริยธรรม ให้เป็นสว่ นหนึง่ ของการจดั ประสบการณก์ ารเรียนอยา่ งต่อเน่ือง
๘. จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนที่เกิดขึ้นในสภาพจริงโดย
ไมไ่ ด้คาดการณ์ไว้
๙. ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ ทั้งการวางแผน
การสนับสนุนส่อื การสอน การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาการ
๑๐. จัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็น
รายบุคคล นำมาไตรต่ รองและใช้ใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาผูเ้ รยี นและการวิจยั ในชัน้ เรียน
๖๕
การจัดกิจกรรมประจำวนั
การจัดกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตูล ผู้เรียนจะได้รับการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการ โดยผ่านการเรียนรู้ ตามมาตรฐาน
คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ แบง่ ออกเป็น ๓ กลุ่ม
๑. สำหรบั เด็กท่ีรบั บริการในศนู ย์การศกึ ษาพิเศษประจำจังหวัดสตลู
๑.๑ การจัดกิจกรรมประจำวัน ดงั น้ี
๑.๑.๑ กจิ กรรมรับนักเรียน
๑.๑.๒ กจิ กรรมหน้าเสาธง
๑.๑.๓ กจิ กรรมเตรยี มความพร้อม
๑.๑.๔ กิจกรรมเรยี นรู้ตามหน่วยการจัดประสบการณ์
๑.๑.๕ กจิ กรรมการรับประทานอาหารวา่ ง
๑.๑.๖ กจิ กรรมอสิ ระเสรี
๑.๑.๗ กจิ กรรมการรับประทานอาหารกลางวัน
๑.๑.๘ กจิ กรรมเรียนร้ตู ามหน่วยการจดั ประสบการณ์
๑.๑.๙ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร
๑.๑.๑๐ กิจกรรมสง่ ผเู้ รียน
๑.๒ การกำหนดเวลาแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนและลักษณะของกิจกรรม
เช่นกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่อง นานกว่า ๒๐ นาที กิจกรรมที่
ผู้เรยี นมีอสิ ระเสรี ใชเ้ วลา ๒๐-๕๐ นาที
๑.๓ กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อ
มัดใหญแ่ ละกล้ามเนอ้ื มดั เล็ก กิจกรรมท่เี ป็นรายบคุ คล กลมุ่ ยอ่ ยและกลมุ่ ใหญ่ กิจกรรมที่ผู้เรียนเปน็ ผู้ริเร่ิมและ
ครเู ป็นผรู้ ิเร่มิ
๑.๔ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
พัฒนาอารมณ์ จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย การช่วยเหลือตนเอง พัฒนาการคิด พัฒนา
ภาษา สง่ เสริมจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์
๒. สำหรับเด็กที่รับริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล หน่วยบริการ
ประจำอำเภอ
๒.๑ การจัดกจิ กรรมประจำวนั ดังนี้
๒.๑.๑ กจิ กรรมรบั นักเรยี น
๒.๑.๒ กิจกรรมหน้าเสาธง
๒.๑.๓ กิจกรรมเตรยี มความพร้อม
๒.๑.๔ กิจกรรมเรียนร้ตู ามหนว่ ยการจัดประสบการณ์
๒.๑.๕ กิจกรรมการรับประทานอาหารว่าง
๒.๑.๖ กิจกรรมอสิ ระเสรี
๒.๑.๗ กจิ กรรมการรบั ประทานอาหารกลางวนั
๒.๑.๘ กิจกรรมเรยี นรตู้ ามหน่วยการจดั ประสบการณ์
๒.๑.๙ กิจกรรมเสริมหลกั สูตร
๒.๑.๑๐ กจิ กรรมส่งผเู้ รียน
๖๖
๒.๒ การกำหนดเวลาแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนและลักษณะของกิจกรรม
เช่นกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่อง นานกว่า ๒๐ นาที กิจกรรมที่
ผเู้ รยี นมอี สิ ระเสรี ใชเ้ วลา ๒๐-๕๐ นาที
๒.๓ กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อ
มัดใหญ่และกล้ามเน้ือมัดเลก็ กิจกรรมทเ่ี ป็นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุม่ ใหญ่ กิจกรรมทีผ่ ูเ้ รยี นเป็นผู้ริเร่ิมและ
ครเู ปน็ ผู้ริเรมิ่
๒.๔ จดั กจิ กรรมใหผ้ ูเ้ รียนไดพ้ ัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมดั ใหญ่ และกลา้ มเน้ือมดั เล็ก พัฒนาอารมณ์
จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย การช่วยเหลือตนเอง พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา ส่งเสริม
จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
๓. สำหรบั เดก็ ท่รี บั บริการที่บา้ น (โครงการปรับบ้านเป็นห้องเรยี นเปลยี่ นพอ่ แมเ่ ปน็ คร)ู
๓.๑ การจดั กจิ กรรมประจำวนั ดงั น้ี
๓.๑.๑ กจิ วตั รประจำวนั
๓.๑.๒ กิจกรรมทักษะการทำงานบ้านและทักษะการดูแลสุขภาพและความปลอดภยั ใน
ชีวติ ประจำวัน
๓.๑.๓ กจิ กรรมทกั ษะการมีส่วนรว่ มทางสงั คมและทักษะการเดนิ ทางในชมุ ชน
๓.๑.๔ กิจกรรมการเรียนรตู้ ามกลมุ่ ทักษะ และกจิ กรรมเสริมทกั ษะ
๓.๑.๕ กิจกรรมทักษะการเข้าสังคม การทำกิจกรรมนันทนาการ และการทำงานอดิเรก
(กิจกรรมยามวา่ ง)
๓.๑.๖ กจิ กรรมทักษะการดูแลสขุ ภาพและความปลอดภัยในชีวิตประจำวนั
๓.๑.๗ ทกั ษะการมีสว่ นรว่ มทางสังคม ทักษะการเดินทางในชุมชน และทักษะการวาง
แผนการใชเ้ งิน
๓.๑.๘ ทกั ษะการปรับตวั ในสังคมและการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
๓.๑.๙ กจิ กรรมทกั ษะการดแู ลสุขภาพและความปลอดภัยในชีวติ ประจำวัน
๓.๑.๑๐ กิจกรรมการเรียนรูต้ ามหน่วยการจดั ประสบการณ์
๓.๑.๑๑ กจิ วตั รประจำวัน
๓.๒ การกำหนดเวลาแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของ
ครอบครัว โดยผปู้ กครองประยุกต์กิจกรรมแบบบูรณาการ
๓.๓ การจดั กจิ กรรมแกผ่ ู้เรยี นรับบริการทีบ่ ้าน ควรเปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ กดิ การเรียนรู้ทั้ง
ในบา้ นและชุมชน
๓.๔ จัดกิจกรรมใหผ้ ู้เรยี นได้พฒั นาท้ังกล้ามเน้ือมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก พัฒนาอารมณ์
จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย การช่วยเหลือตนเอง พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา ส่งเสริม
จนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
๔. สำหรับผ้เู รียนที่รบั บรกิ ารในศนู ยก์ ารเรยี นเฉพาะความพิการ
๔.๑ การจดั กจิ กรรมประจำวัน ดงั นี้
๔.๑.๑ กจิ กรรมรบั ผู้เรยี น
๔.๑.๒ กิจกรรมพฒั นาวนิ ัย
๔.๑.๓ กิจกรรมงานพืน้ ฐาน
๔.๑.๔ กิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ
๖๗
๔.๑.๕ กจิ กรรมวงกลม
๔.๑.๖ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
๔.๑.๗ กิจกรรมเรยี นรู้ตามหน่วยการเรียนรู้
๔.๑.๘ กิจกรรมการรบั ประทานอาหาร
๔.๑.๙ กจิ กรรมอิสระ
๔.๑.๑๐ กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะ
๔.๑.๑๑ กิจกรรมส่งผ้เู รยี น
๔.๒ การกำหนดเวลาแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล โดย
ผู้สอนประยุกต์กจิ กรรมแบบบรู ณาการ
๔.๓ การจัดกิจกรรมแก่ผู้เรียนศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้
เกิดการเรยี นรทู้ ง้ั ในและนอกห้องเรยี น เช่น การจดั กิจกรรมในศนู ย์การเรยี นเฉพาะความพกิ าร การจดั กิจกรรม
ในแหล่งเรียนร้ชู มุ ชน ฯลฯ
๔.๔ จัดกจิ กรรมให้ผูเ้ รยี นได้พัฒนาทั้งกล้ามเน้ือมัดใหญ่ และกล้ามเน้ือมัดเล็ก พัฒนาอารมณ์
จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย การช่วยเหลือตนเอง พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา ส่งเสริม
จนิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
๕. สำหรบั ผ้เู รยี นทร่ี ับบรกิ ารทหี่ ้องเรยี นสำหรบั เดก็ ในโรงพยาบาล
๕.๑ การจดั กิจกรรมประจำวัน ดงั น้ี
๕.๑.๑ กจิ กรรมเยี่ยมนักเรยี นขา้ งเตยี ง
๕.๑.๒ กิจกรรมการเรียนรู้ตามกลุม่ ทักษะ และกิจกรรมเสรมิ ทกั ษะ
๕.๑.๓ กิจกรรมนนั ทนาการ
๕.๒ การกำหนดเวลาแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของ
ครอบครวั ตามประเภทและสภาพความพิการของผู้เรียน โดยผู้ปกครองประยุกตก์ จิ กรรมแบบบูรณาการ
๕.๓ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
พัฒนาอารมณ์ จิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาสังคมนิสัย การช่วยเหลือตนเอง พัฒนาการคิด พัฒนา
ภาษา สง่ เสริมจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์
บรรยากาศการเรยี นรู้
การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน มี
ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากธรรมชาติของผู้เรียนที่จะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลอง และต้องการสัมผัสกับ
สงิ่ แวดลอ้ มรอบ ๆตัว การจัดเตรียมสิง่ แวดลอ้ มอยา่ งเหมาะสมตามความตอ้ งการของผู้เรยี น จงึ มีความสำคัญท่ี
เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและการเรียนรู้ของผู้เรียนผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากการเล่นที่เป็นประสบการณ์ตรงที่
เกดิ จากการรับรู้ดว้ ยประสาทสัมผัสทั้งหา้ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจงั หวัดสตลู จำเป็นตอ้ งจัดสิง่ แวดล้อมให้
สอดคลอ้ งกับเนือ้ หาของหลกั สูตร เพอ่ื ส่งผลใหบ้ รรลุจดุ หมายในการพัฒนาผ้เู รยี น โดยคำนึงถงึ สิง่ ต่อไปนี้
๑. สภาพแวดล้อมทางด้านกายภาพ
เป็นการจัดสภาพแวดล้อมต่าง ๆภายในห้องเรียนและนอกห้องเรยี นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
สะอาด ปลอดภัย พร้อมทั้ง มีสื่อการเรียนการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งาน และเอื้อ
ตอ่ การเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นสามารถเรยี นรู้ได้อยา่ งสงู สดุ ตามศักยภาพของผู้เรียน
๖๘
๑.๑ สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนพื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ควรมีพื้นที่ที่
ผู้เรียนสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันในกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ ผู้เรียนสามารถ
เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระจากกิจกรรมหนึ่งไปยังกิจกรรมหนึ่งโดยไม่รบกวนซึ่งควรจะเป็นห้องเรียนที่มีขนาด
เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอ สีผนังภายในห้องเรียนห้องเรียนที่ปราศจากเสียงรบกวน โต๊ะเก้าอี้มีขนาดและ
รปู แบบท่มี คี วามเหมาะสม มีสอื่ และส่ิงอำนวยความสะดวกต่างๆที่เหมาะสมกบั ผเู้ รียน เป็นต้น
๑.๒ สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน ได้แก่ สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน
และแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนอื่น ๆ เช่น สนามเด็กเล่น วัด โรงพยาบาลใกล้บ้าน ตลาด แหล่งเรียนรู้ชุมชน
เปน็ ตน้
๒. สภาพแวดล้อมทางด้านจิตวิทยาคือ บรรยากาศทางด้านจิตใจที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความสบาย
ใจ เกดิ ความอบอุ่น มีความปลอดภัย เป็นมติ รต่อผูเ้ รยี น เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นไวว้ างใจผ้สู อน ตลอดจนเกิดอิสระในการ
แสดงออก ตามกฎระเบยี บในหอ้ งเรยี น
๒.๑ ด้านผู้เรียนพฤติกรรม อารมณ์ ประเภทความพิการ ระดับความรุนแรงของความพิการ
ช่วงอายขุ องผู้เรยี น และปัญหาของผู้เรยี นแตล่ ะคนภายในห้องเรียน พฒั นาการความสามารถของผู้เรียนแต่ละ
คน ฯลฯ
๒.๒ ด้านครูผู้สอนการจัดการภายในห้องเรียน เทคนิคการสอน พฤติกรรม บุคลิกภาพ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผู้สอนและผู้เรียน อกี ทั้งความรู้และทัศนคตขิ องผสู้ อน
๓. สภาพแวดลอ้ มทางดา้ นสงั คมไดแ้ ก่
๓.๑ บรรยากาศในชั้นเรียน เช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียน ความสัมพันธ์ระหว่าง
ผู้สอนกับผูเ้ รยี น ความเป็นอันหนง่ึ อันเดยี วกัน เปน็ ตน้
๓.๒ แรงจงู ใจในการเรยี นรูข้ องผู้เรยี นเชน่ รางวัล คำชมเชย
๓.๓ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเช่น การสร้างความไว้วางใจกับผู้เรียน ความรัก
และการดูแลเอาใจใส่
นอกจากนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด - 19 หรือโคโรนาไวรัส
ชว่ งปลาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ถงึ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึง่ เกิดขึน้ อย่างรวดเร็วและรุนแรงจนแพร่กระจายไปในประเทศตา่ ง ๆ
ทั่วโลก ผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายจำนวนมาก จนกลายเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงอีกครั้งหนึ่งของ
มนุษยชาติ มนุษย์จำเป็นต้องปอ้ งกันตนเองเพื่อให้มีชีวิตรอดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผดิ
ไปจากวิถเี ดิม ๆ
โดยสร้างเสริมปรบั หาวิถีการดำรงชีวิตแบบใหมเ่ พื่อให้ปลอดภัยจากการตดิ เช้ือควบคู่ไปกับความ
พยายามรักษาและฟื้นฟศู ักยภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ นำไปสู่การสรรค์สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เทคโนโลยี
ใหม่ ๆ มกี ารปรบั แนวคิด วสิ ยั ทศั น์ วธิ กี ารจดั การ ตลอดจนพฤติกรรมทเ่ี คยทำมาเป็นกิจวตั ร เกิดการบ่ายเบน
ออกจากความคุ้นเคยอันเป็นปรกติมาแต่เดิมในหลายมิติ ทั้งในด้านอาหาร การแต่งกาย การรักษาสุขอนามัย
การศึกษาเล่าเรียน การสื่อสาร การทำธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งสิ่งใหม่เหล่านี้ได้กลายเป็นความปรกติใหม่ ๆ จนในที่สุด
เมื่อเวลาผ่านไปจนทำให้เกิดความคุ้นชินก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปรกติของผู้คนในสังคม ซึ่งมีการ
บัญญตั ิศพั ท์เกย่ี วกับวิถีชีวติ ใหม่นขี้ ึ้นมาคอื คำว่า “New Normal”
ราชบัณฑิตยสภาได้บัญญัติศัพท์คำว่า “New Normal” หมายถึง ความปกติใหม่ , ฐานวิถีชีวิต
ใหม่ หมายถงึ รปู แบบการดำเนนิ ชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีตอนั เนื่องจากมบี างสิ่งมากระทบ จนแบบแผน
และแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถี
ใหมภ่ ายใตห้ ลักมาตรฐานใหมท่ ไี่ ม่คุ้นเคย
๖๙
รูปแบบวิถีชีวิตใหม่นี้ ประกอบด้วยวิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีสื่อสาร วิธีปฏิบัติและการจัดการ การใช้
ชีวิตแบบใหม่เกิดขึ้นหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงและรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้มนุษย์
ตอ้ งปรับตัวเพอ่ื รบั มือกบั สถานการณป์ จั จบุ นั มากกวา่ จะธำรงรักษาวถิ ีด้ังเดมิ หรือหวนหาถงึ อดตี
ซงึ่ กรมอนามัยไดก้ ำหนดมาตรการ New Normal ในโรงเรียน ดงั น้ี
๑. ต้องมีการตรวจคัดกรองวัดอุณหภมู ิทุกคน กอ่ นเขา้ โรงเรียน
๒. นักเรยี นและคุณครู ต้องสวมหนา้ กากอนามัยตลอดเวลาทีอ่ ยู่ในโรงเรียน
๓. ลา้ งมือบอ่ ย ๆ มชี ่วงเวลา และจดุ บรกิ ารให้เด็กไปล้างมือ มีจดุ ลา้ งแอลกอฮอล์เจล และให้เด็ก
หลีกเลยี่ งจดุ เสย่ี งสมั ผสั รว่ ม เช่น ราวบันได ลูกบิด
๔. จัดโต๊ะเรียนให้มีระยะห่างกัน ๑ - ๒ เมตร ลดจำนวนเด็กต่อชั้นเรียน และเว้นระยะห่างของ
พนื้ ทอี่ นื่ ๆ ในโรงเรียน เช่น โรงอาหาร สนามเด็กเลน่
๕. มกี ารทำความสะอาดบอ่ ยข้ึน โดยเฉพาะห้องน้ำทเี่ ดก็ ใช้ร่วมกัน จดุ เสี่ยงสัมผสั เชน่ โตะ๊ เก้าอี้
ลูกบดิ ราวบนั ได
๖. ลดกิจกรรมที่จะเกิดความแออดั เชน่ การแขง่ กีฬา หรือเหลื่อมเวลาในการจดั กจิ กรรม เพื่อลด
ความเส่ยี งในการสมั ผสั กัน
๗. ให้ผู้ปกครองปรับตัว ตั้งแต่การมาส่งลูก การเตรียมตัวลูกก่อนมาโรงเรียน การฝึกให้เด็กสวม
หน้ากากอนามยั ตลอดเวลา และเขา้ ใจว่าต้องลา้ งมือ และเวน้ ระยะหา่ งจากเพ่อื น
เพื่อให้นักเรียน บุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความปลอดภัยในชีวิต สามารถดำเนินชีวิตในแบบ
New Normal หรือรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อ
สร้างบรรยากาศในการเรยี นร้ทู ปี่ ลอดภัย ดงั นี้
๑. การคัดกรองเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายและเช็คอาการสุ่มเสี่ยง ก่อนอนุญาตให้นักเรียน ครู บุคลากร
รวมถึงผู้ปกครองเข้ามาภายในสถานศึกษา จดั ตงั้ จดุ คัดกรอง โดยจุดคัดกรองท่ีดีที่สดุ คอื บริเวณประตูรั้วก่อนเข้ามา
ภายในศนู ย์การศกึ ษาพิเศษประจำจังหวัดสตลู และหากพบว่าเด็กนกั เรียน ครู บุคลากรคนใดมีอุณหภมู ิร่างกายเกนิ
๓๗.๕ องศาเซลเซียส ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อมารับกลับไปโรงพยาบาลหรือกักตวั ที่บ้านสำหรับการตรวจวดั
อุณหภมู ริ า่ งกาย โดยจัดเตรียมเครื่องวดั ไข้หรอื เทอร์โมมเิ ตอร์ท่ีมีมาตรฐาน เพือ่ ลดความคลาดเคล่อื นจากการวัด
๒. การเตรียมการเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย โดยการเตรียมพื้นที่เพื่อตั้งจุดบริการ
เจลล้างมือ หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ สำหรับจุดที่ควรมีเจลล้างมือให้บริการ ได้แก่ ประตู ทางเข้า
ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล ประตูทางออกศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล
หน้าอาคารเทพรัตน์ หน้าอาคารเรียนประกอบ (โดม) ทางเข้า – ออกโรงอาหาร ทางเข้า – ออกอาคารเรียนและท่ี
สำคัญคือ ห้องเรียนทุกห้องควรมีเจลล้างมือตั้งไว้บริการเช่นกัน อีกทั้งควรเตรียมสบู่เหลวสำหรับล้างมือจำนวนมาก
ตัง้ ไวใ้ นหอ้ งน้ำ บริเวณที่มีกอ็ กน้ำ หรอื อ่างล้างมอื และควรเพ่ิมอ่างลา้ งมือให้เพียงพอตอ่ จำนวนนักเรยี น
๓. ครู นักเรียน รวมถึงบุคลากรทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน ต้องสวมหน้ากากอนามยั
หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน รวมทั้งผู้ที่มีหน้าที่ประกอบอาหาร คือ แม่ครัว/พ่อ
ครัว หรือผูต้ กั อาหารควรใส่ Face shiled และถุงมอื ยาง เพอื่ การป้องกนั ทร่ี ดั กุมมากยงิ่ ขนึ้
๔. การทำ Social distancing กอ่ นเปิดเรียนใหม่ ควรเตรียมจัดสถานทใ่ี นห้องเรยี น ดังน้ี
๔.๑ วางโต๊ะ – เก้าอ้ีให้มีระยะห่างจากกันราว ๑ - ๑.๕ เมตร และโต๊ะเรียนแต่ละโต๊ะควรมีฉาก
กั้น หรือพารท์ ิชั่น เพอื่ ป้องกนั ละอองน้ำลายหรอื สารคัดหลง่ั อนื่ ๆ
๔.๒ กำหนดจุดเพื่อสร้างระยะห่างในบริเวณที่ต้องมีการต่อคิว เช่น ต่อคิวซื้ออาหาร ต่อคิวเข้า
หอ้ งน้ำ หรือการเขา้ แถวกอ่ นเริม่ เรยี นในภาคเชา้ โดยกำหนดระยะห่าง ๑ - ๑.๕ เมตร
๗๐
๕. ควรงดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม เช่น กีฬาสี การทัศนศึกษา หรือกิจกรรมฉลองในวันสำคัญต่าง ๆ
ออกไปก่อน รวมถึงงดเปิดสนามเด็กเล่น เพื่องดการรวมกลุ่ม ลดการสัมผัสร่วม และสร้าง Social
Distancing นอกจากนั้นควรงดการเรียนการสอนในห้องแอร์ หรือห้องที่มีระบบอากาศแบบปิด เช่น โรงยิม แล้ว
จัดการเรียนการสอนในห้องท่ีสามารถเปิดประตูหน้าตา่ ง ระบายอากาศได้ และควรงดการนั่งโต๊ะเรียนรวม เพื่อสร้าง
ระยะห่างระหวา่ งกันและหากเป็นไปได้ ในช่วงพักกลางวัน ควรจัดใหน้ ักเรียนรับประทานอาหารบนห้องเพื่อป้องกนั
การรวมกลุ่ม หรือถ้าจำเป็นต้องทานอาหารที่โรงอาหาร ก็ควรกำหนดที่นั่งสร้างระยะห่างบนโต๊ะอาหาร รวมถึงแบ่ง
เวลาพกั ตามระดบั ช้นั เรียน เพ่อื ลดจำนวนคนในช่วงพักกลางวันไม่ให้มากเกนิ ไป
๖. การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในบริเวณศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล
ควรเตรียมการทำความสะอาดทกุ ซอกทกุ มมุ ต้ังแต่กอ่ นถงึ วันเปดิ เรยี น ส่วนในวันเปิดเรยี น ควรมีการทำความสะอาด
ทั้งตอนเช้าก่อนเข้าเรียนและตอนเย็นหลังเลิกเรียน โดยเน้นทำความสะอาดในบริเวณห้องเรียน และพื้นผิวที่มีการ
สมั ผัสร่วมกนั ส่วนหอ้ งน้ำควรทำความสะอาดทุก ๆ ๒ ชว่ั โมง โดยเนน้ ท่อี า่ งลา้ งมอื กอ็ กน้ำ ฝารองนงั่ และบริเวณชกั
โครก การทำความสะอาดควรใช้นำ้ ยาทำความสะอาดหรอื ผลติ ภณั ฑ์ทำความสะอาดสตู รฆา่ เชื้อ ส่วนบริเวณจุดสมั ผัส
ร่วมควรเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐% นอกจากนั้น ควรมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน และหากมีการ
ทำความสะอาดอาคารแล้ว ควรปิดห้อง ปดิ อาคารทันที ไม่ใหม้ ใี ครเข้าไปภายในอาคารได้อกี
บทบาทของผู้บรหิ าร ครผู สู้ อน คณะสหวิชาชีพ ผูป้ กครอง และบคุ ลากรสนบั สนุน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้บริหาร ครูผู้สอน
คณะสหวิชาชีพ ผปู้ กครอง และบุคลากรสนบั สนนุ ควรมบี ทบาทดังน้ี
๑. ผบู้ ริหาร
ผู้บริหารเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตร สู่การปฏิบัติจริงในศูนย์การศึกษาพิเศษ
อยา่ งเปน็ รูปธรรม ส่งเสริมและสนบั สนุนทรัพยากรท่เี อื้อต่อการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับ
หน่วยงานท่ีเกีย่ วขอ้ งในการพฒั นาเดก็ พิการ
๒. ครูผู้สอน
ครูผู้สอนต้องศึกษาและทำความเข้าใจหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับเด็กที่มีความเข้าใจ
หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช ๒๕๖๕ อย่างถ่องแท้ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธผิ ล
๓. คณะสหวชิ าชพี
คณะสหวชิ าชพี เป็นคณะผใู้ หบ้ ริการประกอบดว้ ย ครกู ารศึกษาพิเศษ นกั จิตวทิ ยาคลินิก นัก
กิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด มีส่วนร่วมในการประเมินความสามารถพื้นฐาน วางแผนร่วมพัฒนาและ
ประเมินผล รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาเด็กพิการ โดยคณะสหวิชาชีพอาจเป็นบุคลากรของศูนย์
การศึกษาพเิ ศษประจำจงั หวัดสตลู พฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษยแ์ ละอ่ืน ๆ
๔. ผปู้ กครอง
ผู้ปกครอง มสี ่วนรว่ มในการกำหนดเปา้ หมาย วางแผน และพฒั นาศักยภาพเด็กพกิ าร รวมทั้ง
สง่ เสริมสนับสนุนกจิ กรรมของสถานศกึ ษา
๕. บุคลากรสนับสนนุ
บคุ ลากรสนบั สนนุ มีส่วนร่วมในการสนบั สนุนการดำเนนิ งานจดั การศึกษา และปฏิบัติภารกิจ
ให้บรรลจุ ุดหมายของหลักสตู ร
๗๑
เทคโนโลยสี ง่ิ อำนวยความสะดวก ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
การจัดประสบการณเ์ พื่อพัฒนาผู้เรยี นระยะแรกเริ่ม จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีสิง่ อำนวยความ
สะดวกสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษ ของแต่ละบุคคล
รวมทั้งการใช้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น มาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถส่งเสริมและ
สอ่ื สารให้ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ โดยศนู ย์การศกึ ษาพิเศษ ควรจดั ใหม้ ีอยา่ งพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาใหผ้ เู้ รียนเกิดการ
เรียนรู้อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และแหล่งเรียนรู้นั้น ผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาข้ึน
เอง หรือพิจารณาเลอื กใช้จากคู่มือรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และ ความช่วยเหลืออื่นใดทาง
การศกึ ษามาใช้ประกอบในการจดั การเรยี นรู้ สามารถสง่ เสรมิ และสอ่ื สาร ให้ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ ดงั น้ี
๑. จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ ศูนย์สื่อ นวัตกรรม และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
ในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่าง
สถานศกึ ษาท้องถิ่น ชมุ ชน
๒. จัดทำ จัดหาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน ส่งเสริมให้ผูส้ อน
จดั ทำ จดั หาสือ่ ที่หลากหลาย รวมทงั้ ประยุกต์ใชส้ ิ่งท่ีมีอยูใ่ นท้องถ่นิ เปน็ ส่ือการเรยี นรู้
๓. เลอื กใช้เทคโนโลยีสง่ิ อำนวยความสะดวก ส่ือการเรียนร้ทู ่มี ีคณุ ภาพ เหมาะสมและหลากหลาย
สอดคลอ้ งกับวธิ ีการเรียนรแู้ ละความแตกต่างของแตล่ ะบุคคล
๔. ประเมินความเหมาะสมคุณภาพของเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ ที่เลือกใช้ในการ
จัดการเรียนรู้
๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้อง
กบั การพฒั นาผเู้ รียน
๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก
สอื่ และแหลง่ เรียนรอู้ ยา่ งสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และ
แหล่งเรียนรู้ที่ใช้ในศูนย์การศึกษาพิเศษ ควรคำนึงถึงหลักการสำคัญ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร
วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ การจดั ประสบการณ์ เป็นตน้
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ พิจารณาองค์ประกอบ
รว่ มกัน ๓ ดา้ น คอื มาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ ด้านกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น และด้านคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ตามที่หลกั สูตรกำหนด โดยผู้เรียนตอ้ งไดร้ ับการประเมินทุกดา้ น ดังน้ี
มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์
เป็นการประเมินพัฒนาการ ๕ ด้าน ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
พัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านสติปัญญา และพัฒนาการด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความพิการ
โดยมีข้นั ตอนการดำเนินการดังนี้
๑. การประเมินกอ่ นการให้บรกิ าร
เปน็ การประเมินความสามารถพื้นฐานเทียบเกณฑ์พัฒนาการมาตรฐานของผู้เรียนท่ัวไป และ
ประเมินกอ่ นการใหบ้ ริการทักษะจำเปน็ เฉพาะความพิการสำหรับเด็กที่มคี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษของ
๗๒
ศนู ย์การศึกษาพิเศษ เพอื่ ประโยชนใ์ นการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และแผน
ใหบ้ ริการชว่ ยเหลือเฉพาะครอบครัว
เกณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถพ้ืนฐานมาตรฐานคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
ระดบั ๔ หมายถงึ ถกู ต้อง/ไมต่ อ้ งช่วยเหลือ
ระดับ ๓ หมายถงึ ด/ี กระตุน้ เตอื นด้วยวาจา
ระดบั ๒ หมายถึง ใช้ได/้ กระตนุ้ เตือนด้วยทา่ ทาง
ระดบั ๑ หมายถงึ ทำบ้างเลก็ นอ้ ย/กระต้นุ เตือนทางกาย
ระดบั ๐ หมายถึง ตอบสนองผดิ หรอื ไม่มกี ารตอบสนอง
๒. การประเมินระหว่างการใหบ้ ริการ
เป็นการประเมินจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหรือเป้าหมายระยะสั้น จากแผนการสอนเฉพาะ
บุคคล และแผนบริการโดยครอบครัวและชุมชน เพื่อประโยชน์ในการติดตามความก้าวหน้าหรือพัฒนาการ
หรือข้อบกพร่อง รวมทั้งการทบทวน ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และแผนการให้บริการ
ช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว
๓. การประเมินหลงั การให้บรกิ าร
๓.๑ การประเมินเป้าหมายระยะยาว ๑ ปี ตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและ
แผนการใหบ้ รกิ ารชว่ ยเหลือเฉพาะครอบครวั เพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี นรู้
๓.๒ การประเมินทักษะการเรียนรู้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและแผนการให้บริการ
ชว่ ยเหลือเฉพาะครอบครัวเพอ่ื ตดั สนิ ผลการเรยี นรู้
ผลระดบั การเรียนรู้ ระบบร้อยละ การแปลความหมาย
๗๐ - ๑๐๐ ดีเยยี่ ม
ระบบตวั เลข ๖๐ – ๖๐.๙๙ ดมี าก
๔ ๕๐ - ๖๙.๙๙ ดี
๓ ๔๐ – ๔๙.๙๙ พอใช้
๒ ต่ำกวา่ ร้อยละ ๔๐ ปรับปรงุ
๑
๐
เพอื่ ใช้เป็นขอ้ มลู ในการวางแผนการพัฒนาผเู้ รียน หรือการสง่ ตอ่ ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา
ด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่กำหนดในหลักสูตร โดยใช้เกณฑ์การตัดสินผา่ น และไม่
ผา่ น โดยพจิ ารณาจากการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และผลงานของผ้เู รียน
ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
การประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ๘ ข้อตามหลกั สูตรใช้เกณฑใ์ นการตัดสินเป็น ๔ ระดับ
คือ ดเี ย่ยี ม ดี ผา่ นเกณฑ์ และไมผ่ า่ น
๗๓
การจบหลกั สูตร
การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะมีความแตกต่างกัน ทั้งวัตถุประสงค์รปู แบบวิธกี าร
ในการจดั การศึกษา ที่ต้องสนองจุดเน้นและความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนเป็นรายบุคคลซึ่งส่ิง
เหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการกำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาที่อาจแตกต่างกันไปตามความจำเป็นอย่างไรก็ตาม
เกณฑ์ทกี่ ำหนดในแตล่ ะระดบั ควรครอบคลมุ ส่งิ สำคญั ดงั นี้
๑. ผู้เรียนบรรลุคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับ
เดก็ ที่มีความตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ ของศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจำจังหวัดสตลู พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๒. ผู้เรียนมีผลการประเมินพัฒนาการ ๕ ด้าน ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้าน
อารมณ์ จิตใจ พัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านสติปัญญา และพัฒนาการด้านทักษะจำเป็นเฉพาะความ
พกิ าร กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ การประเมินตามทีศ่ นู ย์การศกึ ษาพิเศษ
ประจำจังหวัดสตูลกำหนด
การรายงานผลการพฒั นาผู้เรยี น
การรายงานผลการพัฒนาผู้เรียน เป็นการจัดทำเอกสารรายงานความก้าวหน้า
ในการพัฒนาคณุ ภาพของผเู้ รยี นให้ผู้ปกครอง และผู้เกีย่ วข้องทราบอย่างน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารท่เี กย่ี วข้องในรายงานผลการพัฒนาเด็กท่ีมีความต้องการ
จำเป็นพิเศษระยะแรกเร่ิม ประกอบดว้ ย
๑. แบบประเมินความสามารถพนื้ ฐาน
๒. แบบประเมินความสามารถพื้นฐานกลุ่มทักษะการดำรงชวี ติ ประจำวัน
๓. แบบประเมนิ ความก้าวหนา้ การใหบ้ รกิ ารช่วยเหลอื ครอบครัว : ด้านเดก็
๔. แบบประเมินความก้าวหน้าการให้บริการช่วยเหลือครอบครัว : ด้านครอบครัว และ
ส่งิ แวดล้อม
๕. แบบประเมินความกา้ วหน้าการให้บริการชว่ ยเหลอื ครอบครัว : ดา้ นชุมชน
๖. แผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP)
๗. แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP)
๘. แผนการให้บรกิ ารชว่ ยเหลอื เฉพาะครอบครัว (IFSP)
๙. แผนบรกิ ารโดยครอบครวั และชมุ ชน (FCSP)
๑๐. สรปุ /ทบทวน/ประเมินผลตามแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) หรือ
แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครวั (IFSP)
๑๑. แบบสรุปการประเมนิ จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
๑๒. แบบสรุปการประเมินผลตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) หรือแผนการ
ใหบ้ ริการช่วยเหลอื เฉพาะครอบครวั (IFSP)
๑๓. สรปุ ผลการประเมินคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ตามหลักสูตรสถานศกึ ษา
๑๔. แบบสรปุ ผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๗๔
๑๕. สมุดรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( IEP)
และมาตรฐานการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษหรือสมุดรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนตามแผนการให้บริการ
ชว่ ยเหลอื เฉพาะครอบครวั (IFSP) และมาตรฐานการศึกษาศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ
๑๖. สมุดบนั ทกึ ผลการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน
การเปลี่ยนผา่ น
กระบวนการให้บริการเปลี่ยนผ่านเป็นการดำเนนิ การร่วมกนั ระหวา่ งตัวผูเ้ รยี น ครอบครัว ชุมชน
ท้องถิ่น บุคลากรทางการศึกษา และรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้ผ่านกิจกรรมท่ี
สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเองในช่วงวัยต่าง ๆ ตั้งแต่วัยเรียนจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โดยผู้เรียนจะมีแผนการ
เปลี่ยนผ่านเฉพาะบุคคล (Individual Transition Plan : ITP) ที่ผู้เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกัน (สำนัก
บริหารงานการศึกษาพิเศษ. ๒๕๕๔) ซึ่งรูปแบบของการเปลี่ยนผ่านมีได้หลายรูปแบบ สำหรับศูนย์การศึกษา
พิเศษประจำจงั หวดั สตูล มีรปู แบบการเปลย่ี นผ่านดังต่อไปนี้
๑. การเปลี่ยนผ่านระดับกิจกรรม เช่น เปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมหนึ่งสู่กิจกรรมหนึ่ง หรือจาก
สถานที่ แหลง่ เรยี นรู้หน่งึ ไปยังสถานท่ีหรอื แหลง่ เรียนรอู้ กี แห่งหน่งึ เป็นต้น
๒. การเปลี่ยนผ่านระดับชั้นเรียน เช่น เปลี่ยนผ่านจากชั้นเรียนหนึ่งสู่ชั้นเรียนหนึ่ง หรือจากช้ัน
เรียนสู่การรับบริการฟื้นฟูที่บ้าน หน่วยบริการประจำอำเภอ หรือศูนย์การเรียนเฉพาะ ความพิการ เป็น
ตน้
๓. การเปลี่ยนผ่านระดับสถานศึกษา เช่น เปลี่ยนผ่านจากการรับบริการในศูนย์การศึกษาพิเศษ
ประจำจังหวดั สตูล สู่โรงเรียนเรียนร่วม เรียนรวม โรงเรยี นเฉพาะความพิการหรอื อืน่ ๆ เป็นตน้
๔. การเปลยี่ นผ่านในรูปแบบอื่น เช่น เปล่ียนผ่านสู่ชุมชนหรือเปล่ียนผ่านสู่อาชพี เป็นตน้
การส่งต่อ
การส่งต่อ เป็นการประสานงานระหว่างศูนย์การศึกษาพิเศษกับหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องเพ่ือให้เด็กพิการได้รับบริการที่เหมาะสม เช่น บริการทางการแพทย์ บริการทางสังคม บริการทาง
การศึกษา โดยประสานงานระหว่างโรงเรียนจัดการเรียนร่วม โรงเรียนเฉพาะความพิการ ศนู ยก์ ารเรียนเฉพาะ
ความพิการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเมื่อเด็กพิการมีผลการพัฒนา
ศักยภาพผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้ส่งต่อเข้าสู่ระบบการศึกษาในชั้นเรียนที่สูงขึ้น เมื่อย้ายสถานศึกษา หรือ
รับบริการด้านอื่น ๆ ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษนำส่งแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล แบบรายงานผลการ
พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น เพือ่ เป็นขอ้ มูลในการจดั การศึกษาหรอื บริการด้านอื่น ๆ ต่อไป
๗๕
การบรหิ ารจดั การหลักสตู ร
หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษา
พิเศษ ประจำจังหวดั สตลู พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ (ฉบบั แกไ้ ขปรับปรุง ๒๕๖๕)มีกระบวนการในการบรหิ ารจัดการ
หลักสตู รตามขัน้ ตอน ดงั ต่อไปน้ี
กระบวนการ ผรู้ บั ผิดชอบ
๑. ข้นั เตรียมการ - กลุม่ บรหิ ารงานวชิ าการ
- สร้างความเข้าใจแก่ครู บุคลากร เกี่ยวกับหลักสูตร - งานหลักสูตรสถานศกึ ษา
สถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ - คณะกรรมการสถานศึกษา
ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล พุทธศักราช - ผู้บริหาร
๒๕๖๕ - กล่มุ บริหารงานวิชาการ
- งานหลกั สตู รสถานศกึ ษา
- ศึกษาวเิ คราะห์ เพ่ือจดั ทำหลักสตู รสถานศึกษา - ครูและบุคลากร
- เตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ เอกสารตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วข้องกับ
การจดั ทำหลักสตู รสถานศึกษา - คณะกรรมการบริหาร
- ติดต่อ ประสานงาน วทิ ยากร หรอื ผทู้ ่เี กีย่ วขอ้ ง หลักสตู ร
๒. ข้นั ดำเนนิ การ - ครูและบคุ ลากร
- จดั ทำหลักสูตรสถานศึกษา - พ่อแม/่ ผู้ปกครอง
- เตรียมสภาพแวดล้อม วัสดุ ครุภัณฑ์ ให้เอื้อต่อการนำ - นักวชิ าชพี อนื่
- คณะกรรมการนเิ ทศ
หลกั สูตรไปใช้
- ประกาศใช้หลกั สตู รสถานศกึ ษา ภายใน
- สร้างความเข้าใจครูและบุคลากรในการใช้หลักสูตร
สถานศึกษา
๓. ข้ันการนำหลักสตู รไปใช้
- จดั ต้งั คณะกรรมการบริหารหลกั สูตร
- จดั การเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศกึ ษา
- นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตร
สถานศกึ ษา
- ปรับปรุงพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
แผนภาพที่ ๑๑ การบริหารจดั การหลักสูตร
๗๖
การบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเป็นการดำเนินงานที่นำไปสู่
ผลสัมฤทธิ์ของการนำหลักสูตรไปใช้ ผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการศึกษา ได้แก่
การพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติงานอย่างมีระบบ และต่อเนื่อง การเป็นผู้นำในการ
จดั ทำหลกั สตู รสถานศกึ ษาการสนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากร การส่งเสริมใหค้ รูผู้สอน นำหลักสูตรไปใช้
ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการนำหลักสูตรไปใช้อย่างเป็นระบบ
ครผู สู้ อน และบคุ ลากรที่เกีย่ วข้อง มีบทบาทสำคัญยง่ิ ในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีพัฒนาการตาม
มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาการให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีความ
ต้องการจำเป็นพิเศษ ด้วยความเข้าใจ ด้วยวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม จะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ การ
จัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระดับปฐมวัย เป็นการเปิดโอกาสให้สามารถจัดการศึกษา
ได้หลายรูปแบบ สอดคล้องกับความถนัดความสนใจ ความต้องการจำเป็นพิเศษของเด็กเป็นรายบุคคล และ
การสร้างรอยเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
เข้าใจพฒั นาการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ กิดการเชอ่ื มโยงในการจัดการศกึ ษาทง้ั สองระดับ
แนวทางการดำเนนิ การบรหิ ารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา เป็นหัวใจสำคัญของการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพ
เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระดับปฐมวัยของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน
พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ชุมชน/ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการบริหาร
จัดการหลักสูตรสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การ
ปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาคุณภาพเด็ก การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา จึง
ประกอบด้วยบคุ คลที่เก่ียวขอ้ งหลายฝ่าย ซงึ่ มบี ทบาทหน้าทสี่ ำคัญ ดงั น้ี
บทบาทหน้าทข่ี องผ้เู กีย่ วข้องในการบรหิ ารจดั การหลักสตู รสถานศกึ ษา
๑. ผู้บริหารสถานศึกษา
มีบทบาทที่สำคญั ดงั นี้
๑) ศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
พุทธศักราช ๒๕๖๒ และมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษาตามหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย
สำหรบั เดก็ ทมี่ คี วามต้องการจำเปน็ พิเศษ
๒) เป็นผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โดยร่วมให้ความเห็นชอบ และกำหนดวิสัยทัศน์
ของหลักสตู ร
๓) คัดเลือกบุคลากรที่ทำงานกับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ได้แก่ ครูผู้สอน
นักสหวิชาชพี พ่ีเลี้ยงเด็กพกิ าร โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและคณุ สมบัติของบุคลากร เชน่
๓.๑) มีวุฒิทางการศึกษาด้านการศึกษาพิเศษ การศึกษาปฐมวัย พละศึกษา ดนตรีศึกษา
ศลิ ปศึกษา หรือผา่ นการอบรมหลกั สูตรการฝกึ อบรมครดู ้านการสอนคนพกิ าร
๓.๒) มีวุฒิการศึกษาอื่น เช่น กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด จิตวิทยาคลินิก
สงั คมสงเคราะห์ แพทยแ์ ผนไทย แกไ้ ขการพูด เป็นตน้
๓.๓) มีความรักเด็ก จิตใจดี มีอารมณ์ขันและใจเย็น ให้ความเป็นกันเองกับเด็กอย่างเสมอ
ภาค
๗๗
๓.๔) มีบุคลิกของความเป็นครูผู้สอน เข้าใจและยอมรับธรรมชาติของเด็กที่มีความต้องการ
จำเปน็ พิเศษตามพัฒนาการ
๓.๕) พูดจาสุภาพเรียบร้อย ชัดเจนเปน็ แบบอย่างได้
๓.๖) มคี วามเป็นระเบียบ สะอาด และรจู้ กั ประหยดั
๓.๗) มคี วามอดทน ขยัน ชอ่ื สัตย์ในการปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ทแี่ ละการปฏบิ ัติต่อเด็ก
๓.๘) มีอารมณ์ร่วมกับเด็ก รู้จักรับฟัง พิจารณาเรื่องราวปัญหาต่าง ๆ ของเด็ก
และตัดสนิ ปญั หาต่าง ๆ อยา่ งมีเหตุผล ดว้ ยความเปน็ ธรรม
๓.๙) มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตดี
๔) ส่งเสริมและจัดบริการทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง เสมอภาค
และปฏิบตั กิ ารรบั เด็กตามเกณฑท์ ่กี ำหนด
๕) ส่งเสริมให้ครูผู้สอนและผู้ที่ปฏิบัติงานกับเด็กได้พัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความก้าวหน้าอยู่
เสมอ
๖) สร้างความรว่ มมือและประสานกับบุคลากรทกุ ฝ่ายในการจัดทำหลักสตู รสถานศึกษา
๗) จัดให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก งานวิชาการหลักสูตรอย่างเป็นระบบ
และมกี ารประชาสมั พนั ธ์หลักสตู รสถานศกึ ษา
๘) สนับสนุน เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทาง
การศกึ ษา จดั สภาพแวดล้อม แหล่งเรยี นรูท้ เี่ อือ้ อำนวยตอ่ การเรยี นรู้ และสง่ เสริมพฒั นาการเด็ก
๙) นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็น
พิเศษ โดยจดั ใหม้ กี ารนเิ ทศภายในอยา่ งมรี ะบบ
๑๐) กำกบั ตดิ ตามใหม้ ีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา และนำผลจากการประเมินไปใช้
ในการพฒั นาคณุ ภาพเดก็
๑๑) กำกับ ติดตามให้มีการประเมินการนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สำหรับ
เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษไปใช้ เพื่อนำผลจากการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลักสูตร
สถานศกึ ษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บรบิ ทสังคมและให้มคี วามทันสมยั
๒. ครูผูส้ อนเดก็ ทีม่ คี วามตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ ระดบั ปฐมวัย
การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถือว่าเด็กมีความสำคัญทสี่ ุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้
เด็กสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น
ครูผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการจัดทำหลักสูตร พัฒนาหลักสูตร และนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้
ดงั กลา่ วบรรลุผลสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย ครูผสู้ อนจงึ ควรมีบทบาท/หนา้ ที่ ดังนี้
๑) บทบาทในฐานะผู้บรหิ ารหลกั สตู ร
๑.๑) ทำหน้าที่วางแผน จัดทำหลักสูตร และพัฒนาหลักสูตร หน่วยการจัดประสบการณ์การ
จดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ และการประเมินผลพัฒนาการ
๑.๒) จัดทำแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ( IFSP) หรือแผนการ
จัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) แผนการสอนรายบุคคล (IIP) ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมีอิสระ
ในการเรยี นรู้ เปิดโอกาสให้เดก็ เล่น ทำงานและเรยี นรทู้ ง้ั รายบุคคลและเปน็ กลมุ่
๑.๓) ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร
ให้ทนั สมัยสอดคล้องกบั ความตอ้ งการจำเป็นพิเศษของเด็ก ชมุ ชน และท้องถน่ิ
๗๘
๒) บทบาทในฐานะผู้เสรมิ สรา้ งการเรียนรู้
๒.๑) จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เด็กกำหนดขึ้นด้วยตัวเด็กเอง และครูผู้สอนกับเด็กร่วมกัน
กำหนดเพื่อพัฒนาเด็กให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกดา้ นในชีวิตประจำวัน ในการแสวงหาคำตอบหรือหาคำตอบ
ในส่งิ ทเี่ ด็กเรียนรู้อยา่ งมเี หตผุ ล
๒.๒) จัดประสบการณ์กระตุ้นให้เด็กร่วมคิด แก้ปัญหา ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง
ดว้ ยวธิ กี ารศกึ ษาทีน่ ำไปสกู่ ารใฝร่ แู้ ละพฒั นาตนเอง
๒.๓) จดั สภาพแวดล้อมและสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรทู้ ่สี รา้ งเสรมิ ให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมผ่าน
การเล่นไดเ้ ต็มตามศักยภาพและความสามารถของเด็กแตล่ ะคน
๒.๔) สอดแทรกการอบรมด้านจรยิ ธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงคใ์ นการจัดการเรียนรู้กิจวัตร
ประจำวนั และกจิ กรรมตา่ ง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
๒.๕) จัดกิจกรรมการเล่นที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ตลอดจน
มีการปฏสิ ัมพันธก์ ับผอู้ นื่ และเรยี นรูว้ ธิ กี ารแกป้ ัญหาข้อขดั แยง้ ตา่ ง ๆ
๒.๖) ใช้ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูผู้สอนและเด็กในการดำเนินประสบการณ์การเรียน
การสอนอย่างสม่ำเสมอ
๒.๗) จัดการประเมินผลพัฒนาการที่สอดคล้องกับสภาพจริง และนำผลการประเมิน
มาปรับปรุงพัฒนาคุณภาพเด็กให้เต็มตามศักยภาพ และนำมาปรับปรุงพัฒนาการจัดประสบการณ์
ของตนให้มีประสิทธภิ าพ
๓) บทบาทในฐานะผูด้ แู ลเด็ก
๓.๑) สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
สติปัญญา และทกั ษะทจี่ ำเปน็ เฉพาะความพิการ
๓.๒) ฝึกให้เด็กช่วยเหลอื ตนเองในชีวิตประจำวัน
๓.๓) ฝกึ ใหเ้ ดก็ มีความเชื่อมั่น มคี วามภมู ใิ จในตนเอง และกลา้ แสดงออก
๓.๔) ฝึกการเรียนรหู้ น้าท่ี ความมีวินยั และการมนี สิ ัยที่ดี
๓.๕) จำแนกพฤติกรรมเดก็ และสรา้ งเสริมลกั ษณะนิสัย และแก้ปัญหาเฉพาะบคุ คล
๓.๖) ประสานความรว่ มมอื ระหว่างสถานศึกษา บ้าน และชมุ ชน เพ่อื ให้เด็กไดพ้ ัฒนาเต็มตาม
ศกั ยภาพ และมมี าตรฐานคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
๔) บทบาทในฐานะนักพฒั นาและสนบั สนนุ เทคโนโลยีการสอน
๔.๑) จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ ศูนย์สื่อ นวัตกรรม และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพใน
สถานศกึ ษาและชมุ ชน เพือ่ การศึกษา ค้นคว้า และการแลกเปลย่ี นประสบการณก์ ารเรยี นรูร้ ะหวา่ งสถานศึกษา
ทอ้ งถน่ิ ชุมชน
๔.๒) จัดทำ จัดหาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการ รวมทั้ง
ประยุกต์ใชส้ ่งิ ท่มี ีอยูใ่ นท้องถน่ิ เปน็ สือ่ การเรียนรู้
๔.๓) ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เหมาะสม
และหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรยี นร้แู ละความแตกตา่ งของแต่ละบุคคล
๔.๔) ประเมินความเหมาะสมคุณภาพของเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ส่ือ
ทเ่ี ลอื กใชใ้ นการจัดการเรียนรู้
๔.๕) ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อการเรียนรู้
ให้สอดคลอ้ งกับการพัฒนาเด็กพกิ าร
๗๙
๔.๖ จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก
ส่ือ และแหลง่ เรียนร้อู ยา่ งสม่ำเสมอ
๔.๗ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้ มีวิสัยทัศน์
และทันสมยั ทันเหตุการณ์ในยุคของขอ้ มูลข่าวสาร
๓. พอ่ แม่หรอื ผ้ปู กครองเดก็ ทมี่ ีความต้องการจำเปน็ พิเศษ ระดบั ปฐมวยั
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เป็นการศึกษา
ที่จัดให้แก่เด็กที่ครูผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจ
และพร้อมร่วมมือกันในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่เด็ก พ่อแม่หรือผู้ปกครอง
ควรมีบทบาทหน้าที่ ดังน้ี
๑) มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา ร่วมจัดทำและให้ความเห็นชอบแผนการ
ให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ( IFSP) หรือแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( IEP)
แผนการสอนรายบุคคล (IIP) ของเด็ก ร่วมกับครผู ้สู อนและเดก็
๒) ร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการจัดประสบการณ์
การเรยี นรเู้ พื่อพัฒนาเดก็ ตามศักยภาพ
๓) เปน็ เครอื ข่ายการเรียนรู้ จดั บรรยากาศภายในบ้านให้เอื้อตอ่ การเรยี นรู้
๔) สนบั สนุนทรัพยากรเพอื่ การศึกษาตามความเหมาะสมและจำเป็น
๕) อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรูแ้ ละพัฒนาการดา้ นต่าง ๆ
ของเดก็
๖) ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนส่งเสริมคุณลักษณะ
ที่พงึ ประสงคโ์ ดยประสานความรว่ มมือกับผสู้ อนและผู้ที่เกย่ี วข้อง
๗) เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีคุณธรรมนำไปสู่
การพัฒนาให้เปน็ สถาบนั แหง่ การเรยี นรู้
๘) มีส่วนร่วมในการประเมินผลพัฒนาการของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษา
๔. ชมุ ชน/ท้องถนิ่
ชมุ ชน/ทอ้ งถ่นิ มีบทบาทในการมสี ่วนรว่ มในการจัดการศึกษา โดยการประสานความร่วมมือเพื่อ
ร่วมกันพัฒนาเด็กเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น ชุมชนจึงมีบทบาทในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำหรับเด็กที่มี
ความต้องการจำเป็นพเิ ศษ ดังน้ี
๑) มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา
สมาคม/ชมรมผูป้ กครอง
๒) มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของ
สถานศกึ ษา
๓) เปน็ ศูนยก์ ารเรียนรู้เครือขา่ ยการเรียนรู้ สง่ เสรมิ สนับสนุนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ให้เด็กได้
เรียนรู้ มีประสบการณ์จากสถานการณ์จริง
๔) ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิ ทยากรภายนอกและ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณี
ศิลปวฒั นธรรมของทอ้ งถิ่นและของชาติ
๘๐
๕) ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของ
ชมุ ชนและมีสว่ นในการพฒั นาชุมชนและท้องถน่ิ
๖) มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาปฐมวัยสำหรับ
เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษของสถานศึกษา โดยทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนา
การจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา
การพฒั นาครูผู้สอน
การพัฒนาครูผู้สอนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง มีความสำคัญมากในการบริหาร
จัดการหลักสูตรสถานศึกษา เพราะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ครูผู้สอนให้สามารถ
นำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการออกแบบพัฒนาหลักสูตร
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การจัดสภาพแวดล้อมในและนอกห้องเรียน การจัดพัฒนาส่ือ
สิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้การประเมินพัฒนาการ โดยมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้
และสภาพที่พึงประสงค์ของหลักสูตรสถานศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็ก
สถานศึกษาจึงควรกำหนดแนวทางการพัฒนาครูผู้สอน ดังน้ี
๑) สำรวจและประเมินความต้องการในการพัฒนาตนเองของครูผู้สอน และนำข้อมูลมาจัดทำ
แผนการพัฒนาตนเองท้ังแผนระยะสน้ั และแผนระยะยาว
๒) พัฒนาครูผูส้ อนในด้านการพฒั นาหลักสูตร การออกแบบการจัดประสบการณ์ เทคนิควิธีการ
จัดประสบการณ์ เทคนคิ การควบคุมชั้นเรียน เทคนิคการสอนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและด้านอ่ืน ๆ
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมพัฒนาครูผู้สอน ควรใช้เทคนิควิธีการที่หลากหลาย เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติ การ การ
ประชมุ สมั มนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรม PLC เปน็ ต้น
๓) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีมุมความรู้โดยการจัดหาเอกสารด้านหลักสูตร แนวทางการ
จัดประสบการณ์ตลอดจนองค์ความร้ดู า้ นอ่นื ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง เพ่ือเปิดโอกาสให้ครผู ู้สอนศกึ ษาค้นคว้าเพ่ิมเตมิ
๔) ส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ร่วมปรึกษาและวางแผนการ
จัดการเรยี นรูร้ ว่ มกับครูผ้สู อนระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 เพอื่ ให้ครูผสู้ อนเข้าใจบทบาทหน้าท่ีและภารกิจของ
ตนในการนำหลักสตู รไปสกู่ ารปฏิบัติ สง่ ผลดตี ่อการทำงานร่วมกันในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็นการ
สร้างรอยเชื่อมต่อในระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
การสนบั สนนุ งบประมาณและทรัพยากร
การพัฒนาหลักสูตรและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ พุทธศักราช 2562 มีความจำเป็นอย่างยิ่งท่ีสถานศึกษาต้องจัด
ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ ท ร ั พ ย า ก ร ท ี ่ จ ำ เ ป ็ น เ พ ื ่ อ ส น ั บ ส น ุ น ใ ห ้ ก า ร ด ำ เ น ิ น ก า ร จ ั ด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์
การเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีแนวทางการดำเนินการ
ดงั นี้
๑) จัดหาและจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอสำหรับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึ กษา
การนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การจัดงบประมาณส่งเสริมกิจกรรมการ
เรียนรู/้ โครงการ การทัศนศึกษานอกสถานที่ การพัฒนาบคุ ลากร การดำเนินงานตามแผนปฏบิ ัติการ และการ
นิเทศ กำกบั ติดตาม
๒) จัดซื้อและจัดหาเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ วัสดุอุปกรณ์ เพื่อจัดสภาพแวดล้อม
ภายในและภายนอกห้องเรียน ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามมุมประสบการณ์ต่าง ๆ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ท่ี
๘๑
หลากหลาย รวมถึงการจัดเตรยี มของใช้สว่ นตัวให้แก่เด็กตามความจำเป็น เพื่อการดูแลอนามัยสว่ นบุคคลและ
การปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ของเดก็ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
๓) กำกบั ติดตามการใชง้ บประมาณและทรัพยากรอยา่ งประหยดั และค้มุ คา่
๔) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชนใน
การสนับสนนุ การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระดบั ปฐมวัยให้เป็นไปตามหลักการพัฒนา
เด ็ กท ุ กช ่ ว งว ั ย ระดมทร ั พยากร ใน กา รจ ั ดหา คร ู ผ ู ้ สอน ท ี ่ ม ี ค ุ ณว ุ ฒ ิ หร ื อป ระ สบ ก า ร ณ์
ด้านการศกึ ษาพิเศษ พเี่ ลีย้ งเด็กพิการ ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น รวมถงึ การพัฒนาสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้
การนิเทศ กำกบั ตดิ ตาม การนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติ
การนิเทศ กำกับ ติดตาม การนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ไปสู่การปฏิบัติ เป็นกระบวนการสำคัญในการควบคุมคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยผู้บริหาร
สถานศึกษาและผู้มีบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรใช้วิธีการที่หลากหลายเช่น การตรวจเยี่ยม การสังเกตการ
สอนในชั้นเรียน การสอนแนะ (Coaching) การตรวจแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)
หรือแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
แผนการสอนรายบุคคล (IIP) ทั้งนี้ ควรดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตามอย่างเป็นระบบ และเป็นกัลยาณมิตร
เปดิ โอกาสให้มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรซู้ ่ึงกนั และกัน โดยมแี นวทางการดำเนินการ ดังน้ี
๑) ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เพื่อร่วมกันกำหนดความต้องการและช่วงเวลาใน
การจดั ทำปฏทิ นิ การนเิ ทศหรอื แผนการนิเทศ กำกบั ตดิ ตามทเ่ี หมาะสม ต่อเนือ่ ง และเปน็ รูปธรรม
๒) สร้างความเขา้ ใจและทัศนคติที่ดีในการจดั กิจกรรมการนเิ ทศ กำกับ ติดตาม ให้แก่บุคลากรท่ี
เก่ียวข้องทกุ ฝ่าย
๓) ดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตามตามแผนการนิเทศ และนำผลการนิเทศมาวางแผนเพื่อจัด
กิจกรรมส่งเสริมพฒั นาบุคลากรตามความต้องการจำเปน็ อยา่ งต่อเน่ือง
๔) นำข้อมูลสารสนเทศที่ได้รับจากการนิเทศ กำกับ ติดตาม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา
หลักสตู รสถานศกึ ษาให้มปี ระสิทธิภาพมากข้ึน
การประเมนิ หลกั สตู รสถานศึกษา สำหรับเด็กทม่ี ีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ
การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
เป็นกระบวนการเชิงระบบเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลและสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับ
การศึกษาคุณภาพของหลักสูตร การปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร การบริหารหลักสูตร และการเปลี่ยนแปลง
หลักสูตรสถานศึกษาให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งแนวทางการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา
ประกอบดว้ ย
๑. การประเมินก่อนนำหลักสูตรไปใช้ เป็นการประเมินกระบวนการร่างหลักสูตรสถานศึกษา
สำหรับเดก็ ท่ีมคี วามตอ้ งการจำเปน็ พเิ ศษ ควรดำเนนิ การ ดังน้ี
๑) การวิเคราะห์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ในการร่างหลักสูตร
สถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยวิเคราะห์ข้อมูลและสารสนเทศ
จากการใช้หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษฉบับเดิม ศึกษาประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ลของการใช้หลักสตู รทีผ่ า่ นมา มีผลสำเร็จอะไรบา้ ง มีปญั หาและอปุ สรรคอะไรบา้ งในการใช้หลักสูตร
สถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น การประกันคุณภาพ
๘๒
การศึกษาภายในตามมาตรฐานของสถานศึกษาการประเมินพัฒนาการ นโยบายทางการศึกษาของรัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผลการสอบถามความต้องการของพ่อแม่ ผู้ปกครองและ
ชุมชนเพื่อให้ได้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการร่างหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการ
จำเป็นพเิ ศษ
๒) การตรวจสอบคณุ ภาพของรา่ งหลักสูตรสถานศึกษา สำหรบั เดก็ ทม่ี ีความตอ้ งการจำเป็นพิเศษ
เป็นการประเมินเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาความ
สอดคล้อง เหมาะสมเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบต่าง ๆของหลกั สูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กทม่ี ีความต้องการจำเป็น
พเิ ศษ โดยใชว้ ิธกี ารสอบถามความคดิ เห็นจากบุคคลทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ได้แก่ ครูผ้สู อน ผ้บู ริหารสถานศึกษา กรรมการ
สถานศกึ ษา ผู้ปกครอง ผ้แู ทนชุมชน องคก์ ร ผู้เชีย่ วชาญ และผูท้ รงคุณวฒุ ิ เพื่อให้ได้สารสนเทศทจี่ ะนำไปใช้ใน
การปรบั ปรงุ และแก้ไขเอกสารหลักสตู รใหม้ คี วามเหมาะสมและมีคุณภาพ
๓) การประเมนิ ความพร้อมกอ่ นนำหลกั สตู รไปใช้ เปน็ การประเมินความพรอ้ มและความพอเพียง
ด้านปัจจัยหรือทรัพยากรในการใช้หลักสตู รสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ได้แก่ ด้าน
บุคลากรมีจำนวนพอเพียงหรือไม่ มีคุณลักษณะพร้อมที่จะจัดประสบการณ์มากน้อยเพียงใด ด้านเอกสาร
หลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตรมคี วามพร้อมและพอเพียงต่อการจัดประสบการณ์หรือไม่ ด้านสื่อและ
แหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์มีพอเพียงหรือไม่ เพื่อการจัดการพัฒนาหรือการจัดซื้อและ
จัดหาให้ทันต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ประเมินโดยใช้วิธีการ
สนทนากลุ่มการตรวจสอบรายการ หรือการสอบถาม
๒. การประเมินระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร เป็นการประเมินกระบวนการใช้หลักสูตร
เกี่ยวกับการบริหารหลักสตู ร การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การส่งเสริมสนับสนุนการใช้หลกั สูตร เพื่อศึกษา
ความก้าวหน้าของการใช้หลักสูตรเป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจสอบว่าหลักสูตรเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่
กำหนดไว้หรือไม่ มีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร ควรมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องใดบ้าง ประเด็นการประเมิน
ได้แก่ การวางแผนการใช้หลกั สูตร การเตรียมความพร้อมและบคุ ลากร การนิเทศ การฝึกอบรมและพัฒนาครู
และบุคลากรเพิ่มเติมระหว่างการใช้หลักสูตรการจัดปัจจัยและสิ่งสนับสนุนการใช้หลักสูตร ประเด็นการ
ประเมินเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมและพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ การ
จัดการชั้นเรียน การเลือกและใช้สื่อการจัดการเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ ความรู้ความสามารถของ
ครผู ู้สอนและบุคลากรและประเด็นประเมินเก่ยี วกับการจดั มมุ ประสบการณ์ได้แก่ การจัดสภาพแวดล้อมภายใน
และภายนอกห้องเรียน การตรวจสอบคณุ ภาพหลักสูตรระหวา่ งการใช้อาจใช้วิธีการนิเทศ ติดตามการสอบถาม
การสนทนากล่มุ หรือการสังเกต
๓. การประเมินหลังการนำหลักสูตรไปใช้ เปน็ การประเมินหลักสูตรท้ังระบบ หลังจากดำเนินการใช้
หลักสูตรครบแต่ละช่วงอายุแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหลักสูตร
สถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และสรุปผลภาพรวมของหลักสูตรที่จัดทำว่าบรรลุผล
ตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษหรือไม่ บรรลุผลมากน้อย
เพียงใด ต้องมีการปรับปรุงหรือพัฒนาส่วนใดบ้าง ปรับปรุงหรือพัฒนาอย่างไร ประเด็นการประเมินเกี่ยวกับ
ประสิทธิผลของหลักสูตร ได้แก่ การบรรลุผลตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร การ
บรรลผุ ลตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษท่ีกำหนดไว้ประเด็น
การประเมินเกี่ยวกับประสิทธิภาพของหลักสูตร ได้แก่ หน่วยการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตร
สถานศกึ ษา สำหรบั เดก็ ที่มีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๘๓
การประเมินพัฒนาการ การบริหารจัดการหลักสูตร และการสร้างรอยเชื่อมต่อของการศึกษา ประเมินโดยใช้
วธิ ีการตรวจสอบรายการการศึกษาเอกสาร การสอบถามหรอื การสนทนากล่มุ
ตัวอย่างแบบตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ หลังการนำ
หลกั สูตรไปใช้ สถานศกึ ษาสามารถปรับใช้ตามบรบิ ท และความเหมาะสมของสถานศกึ ษา
ภาคผนวก
คำสัง่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา
รายชอ่ื คณะกรรมการผจู้ ัดทำ
๑. นางสาวพนารตั น์ มาลีลยั ผ้อู ำนวยการ ประธานกรรมการ
๒. นางปฏมิ า จ่าพนั ธุ์ รองผอู้ ำนวยการ กรรมการ
๓. นางสาวสุจติ รา ช่วงโชติ รองผอู้ ำนวยการ กรรมการ
๔. นายสิทธศิ ักด์ิ ขนุ พทิ ักษ์ รองผู้อำนวยการ กรรมการ
๕. นางมาริหยำ มาลิกนั ครชู ำนาญการ กรรมการ
๖. นางรสุ ลนั หวังกหุ ลำ ครชู ำนาญการ กรรมการ
๗. นางสาวโนรยี า เพง็ ไทร ครชู ำนาญการ กรรมการ
๘. นางสาวนัจนนั ท์ ทงิ้ นำ้ รอบ ครู กรรมการ
๙. นางดรุณี ปงั หลีเส็น ครู กรรมการ
๑๐. นางอาทิตยา เล็งเจะ๊ ครู กรรมการ
๑๑. นางสาวฮามีด๊ะ กองบก ครู กรรมการ
๑๒. นางสกณุ า หนีหมาน ครผู ้ชู ว่ ย กรรมการ
๑๓. นางสาวสุวสิ า ไสลรัตน์ ครผู ้ชู ่วย กรรมการ
๑๔. นายอาหมดี หลำชู ครผู ้ชู ว่ ย กรรมการ
๑๕. นางสาวสุภาวดี มณหี ยัน ครผู ู้ชว่ ย กรรมการ
๑๖. นางสาวนัยนา เพง็ แก้ว ครูผชู้ ่วย กรรมการ
๑๗. นางสาวสกุ ัลยา หมุนขำ ครผู ชู้ ว่ ย กรรมการ
๑๘. นางสาววลยั ทิพย์ เทวบิน ครู กรรมการ
๑๙. นางสาวฐิตมิ า จีนประชา ครู กรรมการ
๒๐. นางจารุณี เด็นจิ ครผู ู้ชว่ ย กรรมการ
๒๑. นางสาวสุกัญญา อสุ มา พนักงานราชการ กรรมการ
๒๒. นายนัสรน เล็งเจ๊ะ พนักงานราชการ กรรมการ
๒๓. นายซารดุ ดีน ลามาอนั พนกั งานราชการ กรรมการ
๒๔. นางสาวตีฝาตมี ๊ะ ผอมเขียว พนกั งานราชการ กรรมการ
๒๕. นางสาวบสั ดรี ะ๊ ยาหวา พนกั งานราชการ กรรมการ
๒๖. นางสาวปยิ นุช มาละวรรณโน พนักงานราชการ กรรมการ
๒๗. นางสาวปรศั ณี มาลินี ครอู ตั ราจ้าง กรรมการ
๒๘. นางสาวอภิวรรณ แกสมาน ครอู ตั ราจ้าง กรรมการ
๒๙. นางสวุ รรณา ยางศรี พเ่ี ลย้ี งเด็กพิการ กรรมการ
๓๐. นางสาวสภุ ัสสร ตำแดสา พี่เลย้ี งเด็กพกิ าร กรรมการ
๓๑. นางกูมอหยำ ตาเดอิน พ่เี ลย้ี งเดก็ พิการ กรรมการ
๓๒. นายอับดลกอนี หมดั อาดัม พเ่ี ล้ียงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๓๓. นางสาวซีเรา๊ ะ เตบสนั พ่ีเล้ยี งเด็กพกิ าร กรรมการ
๓๔. นางสุรยั ญา หลนี มุ่ พเ่ี ลี้ยงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๓๕. นางสาวดาราวรรรณ ราหมาน พเ่ี ลี้ยงเดก็ พิการ กรรมการ
๓๖. นางสาวสไุ ลดา สืบหลี พเี่ ลี้ยงเด็กพิการ กรรมการ
๓๗. นางสาวสรุ ี ทองสีสัน พ่เี ลย้ี งเด็กพกิ าร กรรมการ
๓๘. นางสาวญารดี า บงั คม พี่เล้ียงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๓๙. นางสาวนติ ยา ปานแขวง พเ่ี ลย้ี งเดก็ พิการ กรรมการ
๔๔. นางฮาสสี ๊ะ ตำละ พเี่ ล้ยี งเด็กพกิ าร กรรมการ
๔๐. นางสาวนรู ุลฮุดา โละมะ พี่เลี้ยงเดก็ พิการ กรรมการ
๔๑. นางสาวสนุ ิสา หมาดหมีน พเ่ี ลี้ยงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๔๒. นางสาวอัซนาฮ์ ตำบัน พเ่ี ลี้ยงเดก็ พิการ กรรมการ
๔๓. นางสาวอารยา นพพาพาดร์ พเ่ี ลี้ยงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๔๙. นางสาวรสุ นีย์ สมานคาน ครู กรรมการและเลขานุการ
๕๐. นางสาววลัยทิพย์ เทวบิน ครู กรรมการและผ้ชู ่วยเลขานกุ าร
๕๑. นางสาวรสุ นานี กูนิ พนกั งานราชกร กรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร
๕๒. นางสาวขวญั ธดิ า เชยชื่นจติ ร ครผู ชู้ ว่ ย กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๑). คู่มือประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กกลุ่มเสี่ยง
Developmental Assessment For Intervention (DAIM). น น ท บ ุ รี : ส ำ นั ก
กจิ การโรงพมิ พอ์ งค์การสงเคราะหท์ หารผ่านศึก.
กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๒). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM). นนทบุรี:
สำนกั กิจการโรงพิมพอ์ งคก์ ารสงเคราะห์ทหารผา่ นศกึ .
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๐). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐. กรุงเทพฯ : โรง
พมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. อดั สำเนา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย.
(๒๕๖๑). แนวแนะวิธีการเลี้ยงดู ดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามสมรรถนะเพื่อเพ่ิม
คณุ ภาพเดก็ ตามวัย ๐ - ๕ ป.ี กรงุ เทพฯ: บรษิ ัทพรกิ หวานกราฟฟคิ จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๔). คู่มือการจัดทำแผนเปลี่ยนสำหรับ
นักเรียนทมี่ ีความต้องการจำเป็นพิเศษ. ม.ป.พ.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิศษ. (๒๕๕๖). คู่มือหลักสูตรการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเร่ิม
สำหรับเดก็ พกิ ารศูนยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษพุทธศกั ราช ๒๕๕๖. อดั สำเนา.
สำนกั บริหารงานการศึกษาพศิ ษ. (๒๕๕๘) (รา่ ง) แนวทางการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรสำหรับเด็ก
ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช ๒๕๕๘. อดั สำเนา.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (๒๕๖๑). แนวทางการดำเนินงานการเปลี่ยนผ่านให้แก่บุคคล
พกิ ารสำหรบั สถานศึกษา. เอกสารอัดสำเนา.
สำนักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ. (๒๕๖๒). หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัยสำหรบั เด็กที่มคี วามต้องการ
จำเป็นพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๖๒. อัดสำเนา.
หน่วยศกึ ษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา. (๒๕๓๕). การประเมนิ ทกั ษะเพ่อื สำรวจพัฒนาการ (๐ - ๗ ป)ี .
อัดสำเนา.
หนว่ ยการเรียนรู้ ป
หลักสตู รสถานศกึ ษาสำหรับบุคค
ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ ประจำจงั หวัดสตลู พุทธ
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจ
เพอ่ื ใหบ้ รรลจุ ุดหมาย ท่กี ำหนดไว้ ทง้ั น้ี ไม่เน้นการท่องจำเน้ือหา ผสู้ อนสามารถกำหน
ใหเ้ ด็กได้เรยี นรผู้ า่ นประสบการณส์ ำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหย่นุ เนื้อหาได้ โดยคำนงึ ถึงประส
๑. เรือ่ งราวทเ่ี ก่ียวกับตัวเด็ก ผู้เรยี นควรไดเ้ รยี นรกู้ ารแนะนำตัว ชื่อเล่น ชือ่ -
หน้าที่ของอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย การรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน
อนามัยทดี่ ี การขบั ถา่ ยท่ีถูกสุขลักษณะ การรบั ประทานอาหารทเ่ี ปน็ ประโยชน์ การเล
การระมัดระวงั ความปลอดภัยของตนเองจากผอู้ ื่นและภยั ใกล้ตัว รวมทัง้ การปฏิบตั ิต่อผ
ตนเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผูอ้ ื่น การ
การเล่นและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตน
และผู้อ่นื การแสดงออกทางอารมณแ์ ละความรสู้ ึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทท
๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ผู้เรียนควรได้เรียนรู้เก
บุคคลที่เด็กตอ้ งเกีย่ วข้องหรือใกลช้ ิดและมปี ฏสิ ัมพันธ์ในชวี ิตประจำวนั สถานทส่ี ำคัญ
ของชาติไทยและการปฏบิ ตั ติ ามวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นและความเปน็ ไทย หรอื แหลง่ เรียนรจู้
๓. ธรรมชาตริ อบตัว เด็กควรเรียนรูเ้ ก่ียวกับช่ือ ลักษณะ ส่วนประกอบ การ
ทอ้ งฟา้ สภาพอากาศ ภยั ธรรมชาติ แรงและพลังงานในชีวิตประจำวันทีแ่ วดลอ้ มเดก็ ร
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
คลทมี่ ีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ธศกั ราช ๒๕๖๔ (ฉบับแก้ไขปรบั ปรงุ ๒๕๖๕)
จกรรม ให้เด็กเกิดแนวคิดหลังจากนำสาระที่ควรรู้นั้น ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ ก
นดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวยั ความตอ้ งการ และความสนใจของเด็ก โดย
สบการณ์และสง่ิ แวดล้อมในชีวิตจรงิ ของเด็ก ดังนี้
-สกลุ สามารถบอกเล่าเรื่องราวเกย่ี วกับตนเอง บอกส่วนต่างๆของใบหน้า อวัยวะและ
น การดูแลตนเองและอนามัยเบื้องต้น วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพ
ล่น การทรงตัวและทำสงิ่ ตา่ งๆด้วยตนเองตามลำพงั การรจู้ กั และจดั การอารมณ์ตนเอง
ผูอ้ น่ื อย่างปลอดภยั การรจู้ ักประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองและครอบครัว การปฏิบัติ
รรู้จักแสดงความคิดเหน็ ของตนเองและรับฟังความคิดเห็นข องผู้อืน่ การกำกับตนเอง
นเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สกึ ของตนเอง
ทดี่ ี การมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม
กี่ยวกับ ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่าง ๆ และสรรพนามแทนชื่อของ
ญ วนั สำคัญ อาชพี ของคนในชมุ ชน ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญ
จากภมู ิปัญญาท้องถน่ิ อนื่ ๆ
รเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของมนษุ ย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกีย่ วกับดิน น้ำ
รวมท้ังการอนุรกั ษ์สงิ่ แวดลอ้ มและการรักษาสาธารณสมบตั ิ
๔. สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความห
ลักษณะ สี ผิวสมั ผสั ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง ปริมาตร นำ้ หนัก จำนวน ส่วนประกอบ กา
และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยแี ละการส่ือสารต
แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับบ
พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบบั แกไ้ ขปรับปรงุ ๒๕๖๕)
ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ ประจำจังหวัดสตลู ไดร้ ่วมกำหนดแนวการจัดประสบกา
หลักสตู รสถานศกึ ษาเป็นกรอบและแนวทางในการจดั ทำแผนประสบการณ์
หมายในชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักช่ื อ
ารเปลีย่ นแปลงและความสัมพันธข์ องสิ่งตา่ งๆ รอบตัว เวลา เงนิ ประโยชน์ การใชง้ าน
ตา่ งๆ ทใ่ี ชอ้ ยใู่ นชีวติ ประจำวันอย่างประหยดั ปลอดภัยและรกั ษาสง่ิ แวดล้อม
บุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล
ารณ์การเรยี นร้สู อดคล้องตามสาระที่ควรเรียนรู้และสภาพที่พึงประสงค์ตามโครงสร้าง
หนว่ ยการเรียนรู้ ปฐมวัย (ช่วงอายุ
ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ
ท่ี เดอื น หน
1 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตวั ของฉัน
เดือนพฤษภาคม - ช่ือของฉัน
- ร่างกาย
- อวยั วะ
- อารมณ์
- หน้าที่ของอวยั วะ
- การดแู ลร่างกาย
- การชว่ ยเหลอื ตนเอง
2 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ โรงเรียนของฉนั
เดือนมิถุนายน - การทกั ทาย
- ชอ่ื โรงเรียน
- บุคคลในโรงเรยี น
- การแต่งกาย
- กฎ กตกิ าในโรงเรยี น แนะนำชอ่ื ตนเอง/ช
3 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ครอบครวั ของฉัน
เดอื นกรกฎาคม - พอ่ แม่ พน่ี ้อง
- ความสัมพนั ธใ์ นครอบครัว
4 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ผักและผลไม้
เดือนสงิ หาคม - ชือ่ ผกั ผลไม้
0-6 ปี) ประจำปกี ารศึกษา 2565 หมายเหตุ
ษ ประจำจังหวดั สตูล
นว่ ยการเรียนรู้
ช่ือเพ่ือน/ชอ่ื ครู
ที่ เดอื น หน
5 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ - ลกั ษณะ
เดอื นกันยายน - รปู ร่าง สี
- ประโยชน์
- รสชาติ
- สัตว์โลกน่ารู้
- ชนดิ ของสัตว์
- ชอ่ื ของสตั ว์
- เสียงรอ้ งหรือท่าทางของสตั ว์
6 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ยานพาหนะ
เดอื นตลุ าคม - ยานพาหนะทางบก
- ยานพาหนะทางนำ้
- ยานพาหนะทางอากาศ
- การเดินทางโดยใช้ยานพาหนะสาธารณะ
- ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ
7 ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ เงินตรา
เดอื นพฤศจิกายน - ชนดิ ของเงิน
- คา่ ของเงิน
- การซื้อขายแลกเปล่ียน
8 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ กีฬา
เดือนธันวาคม - ประเภทของกีฬา ในรม่ กลางแจ้ง ฯลฯ
นว่ ยการเรยี นรู้ หมายเหตุ
ที่ เดือน หน
9 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ธรรมชาตริ อบตัว
เดือนมกราคม - กลางวนั กลางคืน
- สภาพอากาศ
- ฤดกู าล
- โรคภัยตามฤดกู าล
- สงิ่ แวดลอ้ มตามธรรมชาติ พืช สตั ว์
- ดิน นำ้ ท้องฟา้
- ภยั ธรรมชาติ
10 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ประเพณีท้องถิน่
เดอื นกุมภาพันธ์ - รจู้ ักประเพณใี นทอ้ งถิ่น
- การปฏบิ ัติตนตามประเพณี
11 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ อาชีพ
เดือนมีนาคม - อาชีพในชุมชน
- บทบาทของบุคคลในอาชีพ
- การแต่งกาย
12 ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ความปลอดภยั
เดือนเมษายน - ความปลอดภัยภายในบา้ น เช่น ไฟฟา้ น้ำ แ
- การป้องกนั ภัยเม่ืออยูน่ อกบ้าน
น่วยการเรียนรู้ หมายเหตุ
แก๊ส ของร้อน
ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสตูล