The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้อุปภัมภ์ทางด้านนาฏศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by firstcc3, 2022-09-10 11:21:02

ผู้อุปภัมภ์ทางด้านนาฏศิลป์

ผู้อุปภัมภ์ทางด้านนาฏศิลป์

ผู้อุปถัมภ์ทางด้านนาฏศิลป์

วิชาจารีตเเละบุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์
ชั้นปริญญาตรีปีที่ 4

วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา จารีตและบุคคลสำคัญ
ในวงการนาฏศิลป์ ชั้นปริญญาตรีปีที่ 4 ปีการศึกษา 2565 โดยมีจุดประสงค์เพื่อ
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับผู้อุปถัมภ์ทางด้านนาฏศิลป์ในการทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ครั้งนี้ ผู้จัดทำขอขอบคุณอาจารย์ฐรดา ประเสริฐ เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้คำแนะนำ
เพื่อแก้ไขและให้ข้อเสนอแนะตลอดการทำงาน

ผู้จัดทำหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์ต่อผู้
อ่านทุก ๆ ท่าน


คณะผู้ศึกษา



สารบัญ หน้า

เรื่อง ก

คำนำ 1
สารบัญ 4
สมัยรัชกาลที่ 1 5
สมัยรัชกาลที่ 2 9
สมัยรัชกาลที่ 3 13
สมัยรัชกาลที่ 4 18
สมัยรัชกาลที่ 5 21
สมัยรัชกาลที่ 6 23
สมัยรัชกาลที่ 7-8
สมัยรัชกาลที่ 9



สมัยรัชกาลที่ 1

ละครไทยในยุคต้นรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะละครในยังถือเป็นเครื่องราชูปโภค
ของพระมหากษัตริย์ เนื่องจากบ้านเมืองเพิ่งเสร็จศึกสงคราม รัชกาลที่ 1 จึงทรง
มุ่งอนุรักษ์และรวบรวมวรรณกรรมที่ขาดหาย ทรงพระรานิพนธ์ใหม่และนิพนธ์
เพิ่มเติมโดยทรงสอดแทรกความเชื่อทางศาสนาเพื่อความศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งส่ง
เสริมให้มีการฝึกหัดละครทั้งละครนอกและละครใน จึงทำให้มีคณะละครทั้งละคร
หลวง คณะละครของเจ้านาย และคณะละครเอกชนอื่น ๆ เกิดขึ้นหลายคณะใน
สมัยนี้ เเต่มี 2 คณะที่ปรากฏชื่ออย่างชัดเจนที่ เนื่องจากที่ได้เป็นครูละครชั้นหลัง
มา

1 โรงละครของเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์โรง 1 (เล่นเป็นละครใน)
รงละครของเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์มีครูละคร 2 คน คือ
นายทองอยู่และนายรุ่ง ซึ่งเป็นครูละครที่เป็นผู้วางรากฐานแบบแผนนาฏศิลป์
ไทยซึ่งต่อมาตกทอดมาสู่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ในรัชกาลที่ 2

2 โรงละครนายบุญยัง (เล่นเป็นละครนอก)
ครูบุญยังเป็นนายโรงละครนอก และครูบุญมีซึ่งเป็นพี่ชายหรือน้อง
ชายของนายบุญยังมีผู้สันนิษฐานว่าอาจเป็นคนเดียวกับครูมี นักเสภา ครูบุญ
ยังและครูบุญมีนับว่าเป็นปรมาจารย์ผู้ฝึกหัดละครนอกสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ที่เล่นกันมาในชั้นหลัง ครูบุญยังมีลูกศิษย์ คือ เจ้ากรับนายโรงละครนอกที่มีชื่อ
เสียง โด่งดังในรัชกาลที่3และเจ้ากรับได้รับช่วงคณะละครมาจากนายบุญยัง
ต่อมาเจ้ากรับมอบคณะละครนอกให้แก่หม่อมแสง จินตะหรา ธิดาา ซึ่งหม่อม
แสง จินตะหราก็เป็นครูละครหลวงของละครคณะเจ้าจอมมารดาเอมในสมเด็จ
กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญสมัยรัชกาล
ที่ 5

1

สมัยรัชกาลที่ 1

3 ละครสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (ละครใน)
เดิมชื่อบุญมา เป็นพระราชภาตาร่วมพระราชชนกชนนี กับพระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 5
ในสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกทองดี และพระชนนีหยก

4 ละครผู้หญิงในราชสำนัก (ละครใน)
5 ละครไทยในราชสำนักเขมร(ครั้งแรกเล่นละครนอกต่อมาเล่นละครทั้งนอกและ

ละครใน)

2

สมัยรัชกาลที่ 1

3

สมัยรัชกาลที่ 2

1 โรงละครต้นสนของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ตั้งอยู่หน้าประตูพรหมศรีสวัสดิ์ตรงที่สร้างเป็นหอธรรมสังเวช
ในรัชกาลที่4

2 ละครกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์

กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ เป็นพระราชภาดาพระองค์
เดียวที่ร่วมพระราชชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(อีกพระองค์หนึ่งสิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยาว์) มีพระราช
อัธยาศัยชอบชิดสนิทเสน่หากับสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชแต่ทรงพระ
เยาว์ด้วยกัน เมื่อทรงรับตำแหน่งพระมหาอุปราชแล้ว ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
พระราชอัธยาศัย เสด็จลงไปรับราชการในพระราชวังหลวงมิใคร่ขาด
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดูแล
ราชการต่างพระเนตรพระกรรณทั่วไป กล่าวกันต่อๆ มาว่า กรมพระราช
วังบวรฯ เสด็จลงไปพระราชวังหลวง ตอนเช้าประทับที่โรงละครข้างวัด
พระศรีรัตนศาสดารามด้านตะวันตก ทรงตรวจตราบัญชาราชการต่างๆ
แล้วจึงเสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ได้ทรงปฏิบัติเช่นนั้นจน
สวรรคต

4

สมัยรัชกาลที่ 3

ละครของเจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ ซึ่งหัดขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 3 ที่มีชื่อปรากฏ
ได้เเก่

1 ละครวังหน้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงหัดขึ้นโรง 1
เป็นละครผู้หญิงทั้งโรง เล่นทั้งเรื่องพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 และเรื่องอื่น
ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอกขึ้นใหม่ มี 4 เรื่อง

2 ละครพระบาทสมเด็จฯ พระปิ่ นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระยศเป็น
เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศร์รังสรรค์โรง 1 เล่ากันว่ากระบวนเล่นเป็นแต่กระนั้นเอง
เพราะเจ้าของไม่สู้เอาพระทัยใส่ ทรงเล่นอยู่หน่อยหนึ่งก็เลิกเสียแต่เมื่อยังเป็น
กรม โปรดทรงแต่ปี่ พาทย์

3 ละครกรมหลวงรักษรณเรศร์โรง 1 เล่ากันว่าเล่นอิเหนาบทพระราชนิพนธ์
รัชกาลที่ 1 หาเล่นบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 เหมือนโรงอื่นไม่

4 ละครกรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ เมื่อยังเป็นกรมขุนพิพิธภูเบนทร์โรง 1
เล่ากันว่ากระบวนรำดีกว่าโรงอื่นทั้งนั้น

5 ละครกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ เมื่อยังเป็นพระองค์เจ้าทินกรโรง 1
เล่ากันว่าตัวละครหัดรำแบบละครหลวงแต่โปรดทรงเรื่องละครนอก
ได้ทรงแต่งบทละครนอกขึ้น ๓ เรื่อง

5

สมัยรัชกาลที่ 3

6 ละครกรมพระพิทักษเทเวศร์ เมื่อยังเป็นกรมหมื่นโรง 1 ตัวละครคือ

นายนิ่ม อิเหนา นายเกลื่อนนางเอก และนายอ่ำ ตัวนาง

7 ละครพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ เล่ากันว่าเดิมได้โขนข้าหลวงเดิมพระบาท

สมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไปทรงเล่นโขนตามประเพณีเก่าอยู่ก่อน ภายหลัง
จึงโปรดให้นายเกษ พระรามโขนข้าหลวง เดิมเป็นครูหัดละครขึ้นโรง 1 เพราะ
ฉะนั้น นายเกษพระรามจึงได้เป็นครูครอบโขนละครเมื่อรัชกาลที่4

8 ละครกรมหมื่นภูมินทรภักดี เมื่อยังดำรงพระยศเป็นพระองค์เจ้าลดาวัลย์

โรง 1 แต่มาเลิกเสียเมื่อรัชกาลที่ 4

9 ละครเจ้าพระยาบดินทรเดชา เป็นละครผู้หญิงโรง 1 เล่ากันว่าเดิมหัดโขน

ให้เล่นเป็นละครผู้ชาย แล้วจึงหัดละครผู้หญิงขึ้น ครั้นเมื่อไปขัดตาทัพอยู่ที่เมือง
อุดงค์มีชัยพาละครผู้หญิงไปด้วย จึงไปเป็นครูหัดละครผู้หญิงของสมเด็จ
พระหริรักษ์ (นักพระองค์ด้วง) เจ้ากรุงกัมพูชาขึ้นอีกโรง 1 ด้วยละครที่มีใน
กรุงกัมพูชานั้น แรกมีขึ้นเมื่อครั้งนักพระองค์จันเป็นสมเด็จพระอุทัยราชา
เจ้ากรุงกัมพูชา ได้ครูออกไปจากกรุงเทพฯ เมื่อรัชกาลที่ 1 เป็นละครนอกสมเด็จ
พระหริรักษ์ มาหัดละครในไปจากเจ้าพระยาบดินทรเดชา จึงได้มีละครที่ใน
กรุงกัมพูชาแต่นั้น

6

สมัยรัชกาลที่ 3

10 ละครสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ หัดขึ้นเมื่อยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์

โรง 1 แต่ว่าเล่นอยู่ไม่ช้าก็เลิก

11
ละครเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เป็นละครผู้หญิงอีกโรง ๑ เล่ากันว่า
เดิมหัดโขนผู้ชาย แล้วกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ พระราชทาน
เครื่องละครและตัวละครผู้หญิงวังหน้าไปหลายคน เพราะเจ้าพระยานครฯ (น้อย)
เป็นพระญาติของกรมพระราชวังบวรฯ พระองค์นั้น จึงหัดละครผู้หญิงขึ้นที่เมือง
นครศรีธรรมราช ตัวละครโรงนี้ ได้เป็นครูละครที่เมืองนครฯ และเมืองตะกั่วป่า
ที่เล่นต่อมาในรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5

7

สมัยรัชกาลที่ 3

8

สมัยรัชกาลที่ 4

ละครที่หัดขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 4 มีชื่อเสียงปรากฏสืบมาหลายโรงคือ

1 ละครกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ โรง 1 ได้ละครกรมหลวงรักษณเรศร์มา
เป็นครูหลายคน แต่เล่ากันว่าท่ารำก้นงอนผิดกับละครโรงอื่น

2 ละครของพระองค์เจ้าดวงประภา (พระองค์ตุ้ย) กับพระองค์เจ้าสุดาสวรรค์
(พระองค์ปุก) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่ นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงหัดขึ้น
ด้วยกันที่ในพระบวรราชวังโรง 1 ได้ครูผู้หญิงละครหลวงครั้งรัชกาลที่ 2 ฝึกหัด
เล่นทั้งละครในและละครนอก และเล่นรับงานด้วย เล่นมาถึงรัชกาลที่ 5 ตลอดจน
พระชนมายุของพระองค์เจ้าดวงประภา

3 ละครของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เมื่อยังเป็นเจ้าพระยาศรี

สุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหมหัดขึ้นโรง 1 เล่ากันว่า เดิมท่านได้พระราชทานบ้าน
เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สะพานหัน มีตัวละครของเจ้าพระยา
บดินทรเดชาเหลืออยู่ในบ้านนั้นบ้าง ท่านจึงรวบรวมตั้นต้นหัดละครขึ้น ครั้นต่อ
มาจึงหาตัวละครขึ้นใหม่อีกชุด 1 เลือกหาครูล้วนแต่ที่มีชื่อเสียงวิเศษมาฝึกหัด
เล่นตามแบบละครหลวงครั้งรัชกาลที่ 2 แต่ฝึกหัดไว้เฉพาะละครตัวดี ถ้าจะเล่น
ออกโรงเมื่อใด ท่านขอแรงละครนอกโรงอื่นๆ มาผสมโรง ได้เคยเล่นถวายตัวใน
รัชกาลที่ 4

9

สมัยรัชกาลที่ 4

4 ละครของเจ้าจอมมารดาจัน รัชกาลที่ 4 หัดขึ้นในพระบรมมหาราชวังโรง 1
ตัวละครโรงนี้ ได้เป็นครูหัดโรงอื่นต่อไปหลายคน คล้ายกับละครเจ้าจอมมารดา
อัมพาเมื่อในรัชกาลที่ 3

5 ละครพระยามณเฑียรบาล (บัว) โรง 1 แล้วตกมาเป็นของธิดา ชื่อเกษ

เล่นต่อมาในรัชกาลที่ 5

6 ละครพระยาสีหราชฤทธิไกร (เสือ) โรง 1 แล้วตกมาเป็นของพระยานรานุกิจ
มนตรี (เปลี่ยน) ผู้เป็นบุตรเล่นต่อมาในรัชกาลที่ 5

7 ละครขุนยี่สาน เสมียนตราวังหน้า บ้านอยู่ที่คลองสะพานหันโรง 1 เลื่องลือ

ในการเล่นเรื่องพระอภัยมณีว่าเล่นดีนัก

8 ละครจางวางเผือก บ้านอยู่ที่ปากคลองตลาดโรง 1 เป็นคู่แข่งกับละคร
เสมียนตรา

9 ละครนายนวล บุตรเจ้ากรับ รับมรดกบิดาเล่นต่อมาจนรัชกาลที่ 5 โรง 1

10

สมัยรัชกาลที่ 4

10 ละครนายเนตร นายต่าย โรง 1 นายเนตรเดิมเป็นละครของคุณหญิงกลีบ
ภรรยาพระยาประจักษ์วรวิไสย นายต่ายนั้น เดิมเป็นละครของกรมหมื่นภูมินทร-
ภักดี เมื่อทรงเลิกเล่นละครจึงมาผสมโรงกับนายเนตร แล้วถวายตัวเป็นข้าหลวง
เดิมในพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จ
เจ้าฟ้ากรมขุนพินิตประชานาถ เสด็จประทับอยู่ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ นายต่าย
เป็นตัวนายโรงตลก เช่นเป็นขุนช้างไม่มีใครสู้ นายเนตรนั้น ก็เล่นดีทั้งเป็นนางและ
เป็นยืนเครื่อง กระบวนเล่นละคร โรงนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือมาแต่ในรัชกาลที่ 4 จน
รัชกาลที่ 5 จนกระทั่งสิ้นอายุนายเนตร นายต่ายแล้วทั้ง 2 คน นางปลื้มอยู่ที่
เหนือวัดอรุณฯ เป็นน้องของภรรยานายเนตรยังคุมพวกละครเล่นต่อมา

11 ละครนายทับ เดิมนายทับเป็นตัวล่าสำ ละครกรมหลวงรักษรณเรศร์ ฝึกหัดลูก

หลานเล่นเป็นละครนอกขึ้นโรง 1 ละครโรงนี้ เล่นสืบสกุลมาถึง 3 ชั่วคน คือนาง
เอม ธิดานายทับ แล้วพระจัดดุริยางค์ (ป่วน) พระสุนทรเทพระบำ (เปลี่ยน) บุตร
ของนางเอม ยังเล่นต่อมา ละครโรงนี้ยังเล่นอยู่จนบัดนี้

12 ละครชาตรีของนายหนู บ้านอยู่ตำบลสนามควายโรง 1 เล่นอย่างโนห์ราชาตรี

ที่มณฑลนครศรีธรรมราช ผิดกันแต่ตัวนายโรงใส่ชฎาไม่ใช้เทริด และตัวนางเป็น
ผู้หญิงแต่งตัวอย่างละครในกรุง กับมีตัวละครมากกว่าโนห์ราในมณฑล
นครศรีธรรมราช

11

สมัยรัชกาลที่ 4

12

สมัยรัชกาลที่ 5

ละครผู้หญิงที่หัดกันขึ้นข้างนอกครั้งรัชกาลที่ 5 ที่เป็นละครของผู้มีบรรดาศักดิ์
มีมากกว่าเมื่อรัชกาลที่ 4 เพราะเล่นละครกันแพร่หลายออกไปจนหัวเมือง จะกล่าวถึง
แต่ละครซึ่งนับว่าเป็นโรงใหญ่ในกรุงเทพฯ ก่อน คือ:-

1 ละครของพระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงค์ฤทธิ์ โรง 1 เริ่มหัดมาในรัชกาลที่ 4

มาตั้งโรงในรัชกาลที่ 5 ละครโรงนี้ เล่นละครในตามแบบรัชกาลที่ 3 ยั่งยืน
เมื่อพระองค์เจ้าสิงหนาทสิ้นพระชนม์แล้ว เป็นของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์
รับสืบสกุลต่อมา ละครโรงนี้ได้เล่นงานหลวงมากกว่าละครโรงอื่น และมีตัวละครที่
รำดีถึงฝีมือครูหลายคน แต่ฝึกหัดกันต่อมาในโรงเดียวกันนั้นเองเป็นพื้น มีปรากฏว่า
ไปเป็นครูโรงอื่น แต่คุณหญิงเทศนัฏกานุรักษ์เป็นตัวยักษ์ ได้เป็นครูอยู่ในกรมมหรสพ
บัดนี้ ตอนหลังเจ้าพระยาเทเวศร์ฯ เล่นละครนอก เช่นเรื่องพระอภัยมณีเป็นโรงใหญ่
บ้าง แล้วสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ทรงช่วยคิดให้เล่นละครไทยเป็น
ทำนองละครออปราฝรั่ง เรียกว่าละครดึกดำบรรพ์อีกอย่างหนึ่ง

2
ละครของเจ้าคุณจอมมารดาเอม หัดขึ้นในวังหน้าโรง 1 เล่นตามแบบละคร
หลวงเป็นพื้น กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ทรงพระนิพนธ์บทละครนอก
ให้เล่นบ้าง

13

สมัยรัชกาลที่ 5

3 ละครของเจ้าพระยามหินทรศักดิธำรง โรง 1 เล่นเป็นเชื้อมาแล้วแต่ใน

รัชกาลที่ 4 มาตั้งเป็นโรงใหญ่ในรัชกาลที่ 5 เดิมชอบเล่นเรื่องดาหลัง ต่อมาเล่น
ทั้งละครในและละครนอก กระบวนรำ เจ้าพระยามหินทร์ฯ คิดยักเยื้องไปจากแบบ
หลวง จนเกิดเป็นแบบละครเจ้าพระยามหินทร์ฯ ขึ้นอีกอย่าง 1 มีผู้นิยมเอาอย่าง
กันมาก เจ้าพระยามหินทร์ฯ เป็นผู้คิดให้ละครไทยเล่นประจำโรง เก็บเงินคนดูเป็นที
แรก เรียกโรงละครของท่านว่า ปรินสธิเอเตอ หมายความว่า เป็นละครของพระองค์
เจ้าที่เป็นหลานของท่าน มีกำหนดเล่นเวลาเดือนหงาย แต่แรกเล่นเดือนละสัปดาหะ 1
แต่เรียกตามภาษาอังกฤษว่าวิก 1 ภายหลังเล่นเป็นเดือนละ 2 สัปดาหะ ตั้งแต่ขึ้น 8
ค่ำ ไปจนแรม 7 ค่ำ คนก็ยังเรียกคราวที่เล่นละครคราว 1 ว่า “วิก” อยู่อย่างเดิม
จึงเป็นต้นตำราที่ละครโรงอื่น ตลอดจนลิเก เอาเป็นกำหนดเล่นต่อมา

4 ละครของเจ้าพระยานรรัตนราชมานิต (โต) โรง 1 เล่นกับมโหรีคล้ายกับละคร

กลายครั้งรัชกาลที่ 3 แต่มีตัวละคร เล่นเรื่องอิเหนาร้องลำต่างๆ บางทีเป็นเพลง 3
ชั้นก็มี หาได้เล่นเหมือนละครโรงอื่นไม่

5 ละครของท้าวราชกิจวรภัตร แพ ธิดาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์โรง 1

เล่นทั้งละครในและละครนอก ตัวละครมีน้อย แต่ได้เคยเล่นถวายตัว

6 ละครของเจ้าคุณจอมมารดาแพ โรง 1 เล่นตามแบบละครเจ้าพระยามหินทร์ฯ

14

สมัยรัชกาลที่ 5

7 ละครของกรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ โรง ๑ ทรงหัดขึ้นเมื่อตอนปลาย

รัชกาลที่ 5 เล่นทั้งละครในและละครนอก ได้เคยเล่นถวายตัวหลายครั้ง เดิมเล่น
เป็นละครรำ แล้วเล่นเปลี่ยนแปลงไปเป็นละครร้อง ตั้งโรงเล่นอย่างละครเจ้าพระยา
มหินทร์ฯ เรียกว่าละครปรีดาลัย เป็นต้น แบบแผนของละครร้องที่เล่นกันมาจน
ทุกวันนี้

8 ละครของหม่อมเจ้าเต่า (หม่อมเจ้าลมุน) ในกรมพระเทเวศรวัชรินทร์ โรง 1

9 ละครของพระยาจิรายุมนตรี (เนียม) เมื่อยังเป็นพระยาอินทราธิบดีสีหราช

รองเมือง โรง 1

10 ละครของพระยาพิศาลผลพาณิช (จินสือ) โรง 1 โรงนี้เล่นกระบวนรบ เอางิ้วเป็น

ครู ผิดกับโรงอื่น

1111 ละครของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าเชียงใหม่ โรง 1
1122 ละครของเจ้าอินทวโรรส เจ้านครเชียงใหม่ โรง 1 เล่นตามแบบละครเจ้าพระยา

มหินทร์ฯ เคยเล่นถวายตัว

15

สมัยรัชกาลที่ 5

13 ละครเจ้าบุญทวาทวงศ์มานิต เจ้านครลำปาง โรง 1
14 ละครของเจ้าพระยาสุรพันธุ์พิสุทธ์ หัดขึ้นแต่เมื่อยังเป็นพระยาเพชรบุรีโรง 1

ได้เคยเล่นถวายตัวหลายครั้ง

15 ละครของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เมื่อยังเป็นพระยา

นครศรีธรรมราช โรง 1

16 ละครของเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์ (เยีย) เมืองพระตะบอง (หัดมาแต่

ในรัชกาลที่ 4) โรง 1

17 ละครของพระยาวิชิตสงคราม จางวางเมืองภูเก็ต โรง 1

18 ละครของพระยาเสนานุชิต (นุช) เมืองตะกั่วป่า โรง 1
19 ละครของพระยาจรูญราชโภคากร (คอซิมเต็ก) เมืองหลังสวน โรง 1

ได้เคยเล่นถวายตัว

20 ละครของคุณกุหลาบ ธิดาเจ้าพระยาวิเชียรคิรี เมืองสงขลา โรง 1

16

สมัยรัชกาลที่ 5

17

สมัยรัชกาลที่ 6

1 โรงละครคณะละครบุศย์มหินทร์ ที่มีชื่อเรียกแปลกถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าของ
โรงละครหรือคณะละครชื่อ นายบุศย์ เป็นลูกชายของ เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง
(เพ็ง เพ็ญกุล) ราชเสวก คนสนิทของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระ
สยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช

2

ละครเจ้าจอมมารดาเอม ในกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญมีตัวละครคือ คุณท้าว
นารีวรคณารักษ์ หม่อมครูนุ่ม นวรัตน์ ณ อยุธยา หม่อมครูอึ่ง หสิตะเสน

3

ละครเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ ละครวังสวนกุหลาบให้คุณท้าวนารีวรคณารักษ์
เป็นผู้รับสมัครโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มโดยจัดแบ่งตามปีเกิด รวมเป็น 4 รุ่น
เข้ามาถวยตัวฝึกหัด

4 ละครวังสวนกุหลาบ ได้แก่ เจ้าจอมมารดาสาย เจ้าจอมมารดาทับทิม ซึ่งท่าน

ได้ถ่ายทอดให้อุ่นเรือนและครูลมุล ยมะคุปต์ เจ้าจอมละม้าย หม่อมแย้ม อิเหนา แม่ครู
แปลก ครูหงิม ครูรงภักดี และครูคร้าม

5 ละครคณะกรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑูชธราดิลก ละครวัง

เพชรบูรณ์ มีตัวละคร คือ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ครูลมุล ยมะคุปต์ ครูเฉลย
ศุขะวณิช คุณท้าวนารี วรคณารักษ์ (แจ่ม ไกรฤกษ์)

6
ละครพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัชรีวงศ์ มีครูละคร 2 คน หม่อมเป้า และ
ครูมัลลี คงประภัศร์

7
ละครเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ มีตัวละคร 3 คน คือผัน โมรากุล ยอแสง ภักดีเทวา
และสะอาด อัมผลิน

18

สมัยรัชกาลที่ 6

8 ละครนางเอม มีตัวละครคือพระยาสุนทรเทพระบำ (เปลี่ยน สุทรนัฏ)

เจ้าจอมมารดาวาด รัชกาลที่ 4 ได้เป็นท้าววรจันทร์ธรรมมิกภักดีนารีวรคณานุ
รักษา

9 ละครเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์มีตัวละคร คือ พระยาพรหมา
ภิบาล(ทองใบ สุวรรณภารต)พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) หม่อม
ต่วน(ศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก ต่อมาเจ้าพระยาเทเวศร์(ม.ร.ว.หลาน กุญชร)วงศ์
วิวัฒน์ได้รับละครคณะเจ้าจอมมารดาเอมในกรมรพะราชวังบวรวิชัยชาญมารวมมี
ครูละครจำนวน 3 คนคือหม่อมครูนุ่ม นวรัตน์ ณ อยุธยา หม่อมครูอึ่ง หสิตะเสน
และแม่ครูเวก

10 ละครเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงมีครูละคร คือ แม่ครูหงิม และแม่

ครูแปลก

11 ละครสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มีครู
ละคร 2 คนคือ หม่อมเขียน กุญชร และหม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ
ละครของพระประนมทัด พึ่งบุญ ณ อยุธยา มีครูละคร คือ

12 เจ้าพระยารามราฆพ(ม.ล.เฟื้ อ พึ่งบุญ) เสนาบดีกระทรวงมหรสพและพระยาอนิ
รุทธเทวา(ม.ล.ฟื้ น พึ่งบุญ) ต่อมาละครคณะนี้ พระประนมทัด พึ่งบุญได้ยกให้เจ้า
พระคุณพระประยูรวงศ์ ละครกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ

13 ละครกรมมหรสพประกอบด้วยครูละคร

19

สมัยรัชกาลที่ 6

20

สมัยรัชกาลที่ 7 - 8

ในปีพุทธศักราช 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่างานนาฏศิลป์
ยังมีความจำเป็นในกิจการของหลวง จึงโปรดเกล้าให้พระยาวรพงศ์พิพัฒน์
(ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ตั้งกองมหรสพขึ้น และเรียกพระยานัฏกานุรักษ์
(ทองดี สุวรรณภารต) กลับเข้ามารับราชการในกระทรวงวังในปลายปีนั้นเองโดยให้มี
ตำแหน่งราชการเป็นผู้กำกับกรมปี่ พาทย์และโขนหลวง แต่ได้แบ่งหน้าที่สาขาศิลปะ
แยกย่อยออกไป กล่าวคือ พระยานัฏกานุรักษ์(ทองดี สุวรรณภารต)เป็นผู้ดูแลงาน
นาฏศิลป์ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด ตาดวาฑิต) เป็นหัวหน้าแผนกดุริยางค์ไทย
พระเจนดุริยางค์เป็นหัวหน้าแผนกดุริยางค์สากล ในปี พ.ศ. 2470 โปรดเกล้าฯ ให้คุณ
หญิงนัฏกานุรักษ์กลับเข้ามารับราชการเป็นครูละครหลวงอีกครั้งหนึ่ง ต่อมา พ.ศ. 2472
กองมหรสพขาดคนรุ่นใหม่แสดงในงานราชการ จึงเปิดรับนักเรียนชายหญิงเข้ามาฝึกหัด
โขน ละคร ดนตรี เป็นการเฉพาะ ไม่มีการสอนวิชาสามัญอย่างโรงเรียนพรานหลวง
นักเรียนเหล่านี้ได้แก่ อาคม สายาคม อร่าม อินทรนัฏ กรี วรศะริน ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร
สมพงษ์ พงษ์มิตร เดช ปัญญาพล และจำเรียง พุธประดับ ส่วนนักเรียนดนตรีสากล
ได้แก่ ประยูร ชีรานนท์ และเอื้อ สุนทรสนาน นักเรียนโขน-ละครถูกส่งไปฝึกตามสถานที่
ต่างๆ พระนางไปฝึกที่เรือนไทยวังสวนกุหลาบ ยักษ์ลิงฝึกที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์
ถนนพระอาทิตย์ ส่วนเด็กผู้หญิงฝึกที่โรงเรียนท้ายวัง เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2478
กองมหรสพจึงโอนมาสังกัดกรมศิลปากร

21

สมัยรัชกาลที่ 7 - 8

22

สมัยรัชกาลที่ 9

การสร้างโรงละครแห่งชาตินี้ดำเนินการตั้งแต่ช่วงปีพุทธศักราช 2504 จนถึง 2508
ใช้งบประมาณก่อสร้าง 41 ล้านบาท ระหว่างการก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แผ่นดินก่อนได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินการเมื่อวันที่ 9 มกราคม
พุทธศักราช 2507 กับทั้งได้พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยบางประการ เพื่อให้โรง
ละครแห่งนี้สามารถใช้งานรับแขกบ้านแขกเมืองได้สมความมุ่งหมาย

เมื่อโรงละครสร้างเสร็จและมีพิธีเปิดในช่วงกลางวัน วันที่ 23 ธันวาคมพุทธศักราช
2508 โดยนายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นประธานในพิธีแล้ว
เวลาค่ำวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม
ราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่โรงละครแห่งนี้เป็น
ปฐมฤกษ์ และในเวลาต่อมา เมื่อมีพระราชอาคันตุกะมาเยือนประเทศไทย หลายพระองค์
หลายท่านก็ได้มาทอดพระเนตร และชมการแสดงทางวัฒนธรรมที่โรงละครแห่งชาตินี้อยู่
เป็นประจำ

23

บรรณานุกรม

วชิรญาณ. (2464). ตำนานละครอิเหนา. สืบค้น 20 สิงหาคม 2565
จาก https://vajirayana.org

24

ผู้จัดทำ

นางสาวสุวนันท์ เพ็งจำรัส นางสาวสุกฤตา เเสงอรุณ

นางสาวณัฏฐธิดา อ่อนสอาด นางสาวศศิวิมล นาขวัญ


Click to View FlipBook Version