ประวัติศาสตรก์ ารศึกษา
และ
การผลติ ครใู นสังคมไทย
ตังแต่รัชกาลท5ี ถงึ ปจจบุ นั
เสนอ
อาจารย์ ดร.ชนันภรณ์ อารกี ุล
จดั ทําโดย
นางสาวแพรวา อรนันท์ 63105010191
นางสาวสุภาวดี เกตรุ ัตน์ 63105010276
คาํ นํา
หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสเ์ ล่มนีเปนสว่ นหนึงของรายวิชา
ปรัชญาการศึกษา รหสั วชิ า ED113 ในระดับอดุ มศึกษาปที 1
โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพอื ใหท้ ราบถงึ วิวฒั นาการศกึ ษา และ
ให้มีความเขา้ ใจเกยี วกบั ประวัตศิ าสตร์การศึกษาและผลิตครู
ในสังคมไทย หากผิดพลาดประการใดตอ้ งขออภัยมา ณ ทนี ี
นางสาวแพรวา อรนันท์ 191
นางสาวสภุ าวดี เกตรุ ตั น์ 276
ผ้จู ดั ทาํ
สารบัญ หนา้
เรือง ก
ข
คํานํ า 1
สารบัญ 1
สมยั ปฏิรูปการศึกษา 8
10
-สมยั รชั กาลท5ี 12
-สมยั รัชกาลที6 15
-สมยั รชั กาลที7 19
สมยั การปกครองระบอบรัฐนูญ 22
สมยั พฒั นาการศึกษา
สมยั ปจจุบนั
บรรณานกุ รม
1
ประวตั ิการศึกษาไทย
ววิ ัฒนาการของการศกึ ษาไทย
สมัยปฏิรปู การศึกษา
พ.ศ. 2412 – พ.ศ. 2475
มุง่ ใหค้ นเขา้ รับราชการและมีความรทู้ ดั เทยี มฝรังแตไ่ ม่ใชฝ่ รงั
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที5)
การจัดการศึกษาอยา่ งมรี ะเบียบแบบแผน
(Formal education) มีโครงการศกึ ษาชาติ
มโี รงเรยี นเกดิ ขึนในวังและในวดั
มีการกาํ หนดวชิ าทเี รียนมีการเรยี นการสอบไล่และ
มีทุนเลา่ เรยี นหลวงใหไ้ ปศึกษาวิชา ณ ตา่ งประเทศ
2
ปจจยั ทีมอี ทิ ธิพลตอ่ การจดั การศึกษา
แนวคดิ และวิทยาการต่างๆของชาตติ ะวันตก
คณะมิชชันมารีไดน้ ําวิทยาการเขา้ มาเผยแพร่ในด้าน
การแพทย์ การพมิ พ์หนังสอื และระบบโรงเรยี นของพวก
สอนศาสนาเปนเหตุใหไ้ ทยต้องรับและปรบั ปรุงแนวคดิ ใน
การจดั การศกึ ษาขึนเพอื ประโยชนใ์ นการพัฒนาประเทศ
ภัยจากการคมคุ ามของประเทศมหาอํานาจ
ลทั ธจิ กั รพรรดนิ ิยมแผข่ ยายมายงั เอเชียต่างตกอยภู่ ายใต้
การปกครองของประเทศมหาอาํ นาจ ประเทศไทยทีมจี ดุ ออ่ น
จึงดําเนินนโยบายต่างประเทศแบบประณีประนอมและเร่ง
ปรับปรงุ ประเทศ โดยเนน้ การ ศึกษาของชาติ
3
ปจจัยทีมีอทิ ธิพลต่อการจดั การศึกษา
ความตอ้ งการบุคคลทีมีความรู้ความสามารถ
เพอื มารบั ราชการเนืองจากปรบั ปรงุ และขยายงานใน
ส่วนราชการตา่ งๆ จึงจาํ เปนตอ้ งจัดตงั โรงเรียนเพือสอนคน
ใหเ้ ข้ามารับราชการ
โครงสรา้ งของสงั คมไทยได้มีการเปลียนแปลง
มกี ารเลิกทาสและมกี ารติดตอ่ กับตา่ งประเทศมากขึน
วัฒนธรรมแบบอย่างตะวนั ตกไดแ้ พร่หลายจงึ จําเปนต้องการ
ปรับปรุงการศกึ ษา เพือให้ประชาชนไดร้ บั การศกึ ษาเพมิ ขนึ
พระองคไ์ ด้เสดจ็ ตา่ งประเทศทงั ในเอเชยี และยโุ รป
ไดแ้ นวความคดิ เพอื นํามาปฏิรูปการศกึ ษาและใช้
เปนแนวทางพฒั นาบา้ นเมอื ง
4
1. การจดั ตงั สถานศึกษา
พ.ศ. 2414
ตงั โรงเรยี นหลวงสอนภาษาไทยขนึ ในพระบรมมหาราชวัง
เปนโรงเรยี นแห่งแรกของไทย ตังโรงเรยี นสอนภาษาองั กฤษ
ทงั สองโรงเรยี นอยใู่ นสงั กัดกรมทหารมหาดเล็ก
การตังโรงเรียนมปี ระสงคเ์ พือใหค้ นรหู้ นังสอื เขา้ รับราชการ
พ.ศ. 2423
ตงั โรงเรียนสุนันทาลยั เปนการจัดการศึกษาสําหรับสตรี
พ.ศ. 2424
ปรับปรงุ โรงเรียนพระตาํ หนกั สวนกหุ ลาบ
ใหเ้ ปนโรงเรยี นนายทหารมหาดเล็ก
พ.ศ. 2425
จดั ตงั โรงเรยี นแผนที
พ.ศ.2427
จดั ตังโรงเรียนหลวงสําหรับราษฎรขึนตามวดั ในกรงุ เทพ
แห่งแรก คือ โรงเรียนมหรรณพาราม
พ.ศ. 2432
ตังโรงเรยี นแพทย์ขนึ เรียกว่า โรงเรยี นแพทยากร
5
1. การจดั ตังสถานศกึ ษา (ตอ่ )
พ.ศ. 2435
จดั ตงั โรงเรยี นมลู ศึกษาขนึ ในวัดทวั ไปทังในกรงุ เทพ
และหวั เมือง ประสงค์จะขยายการศกึ ษาเล่าเรียนหนงั สือไทย
ให้แพรห่ ลายเปนแบบแผนยิงขนึ และตงั โรงเรยี นฝกหัดครู
เปนแห่งแรกทีตําบลโรงเลยี งเด็ก
พ.ศ.2437
นักเรียนฝกหัดครชู ดุ แรก 3 คนสําเร็จการศกึ ษาไดร้ ับ
ประกาศนียบตั รเปนครูสอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
พ.ศ. 2449
ยา้ ยโรงเรียนฝกหดั ครู จากทวี ดั เทพศริ ิทราวาส ไปรวมกบั
โรงเรียนฝกหัดครูฝงตะวันตก (บา้ นสมเด็จเจ้าพระยา)
ปรบั ปรุงหลักสตู รใหส้ ูงขนึ เปน โรงเรยี นฝกหัดอาจารย์สอน
หลักสตู ร 2 ป รบั นกั เรยี นทีสําเรจ็ มธั ยมศกึ ษา
พ.ศ. 2456
ตังโรงเรยี นฝกหัดครูหญงิ ขนึ เปนครังแรก
ทโี รงเรียนเบญจมราชาลัย
6
2. การบรหิ ารการศึกษา
เมือจํานวนโรงเรียนเพิมมากขนึ จึงจาํ เปนต้องมี
หน่วยงานรับผดิ ชอบ การศึกษาเปนสว่ นหนึงตา่ งหาก
พ.ศ. 2430
ตังกรมศึกษาธิการโดนโอนโรงเรียนทีสังกัด
กรมทหารมหาดเลก็ มาทังหมด ใหก้ รมหมืนดํารงราชานภุ าพ
เปนผูบ้ ัญชาการอกี ตําแหน่งหนึง
พ.ศ. 2432
รวมกรมศึกษาธกิ ารเข้าไปอยใู่ นบังคบั บญั ชาของ
กรมธรรมการ
พ.ศ. 2435
ประกาศตงั กระทรวงธรรมการ มีหนา้ ทีในการจดั การศกึ ษา
การพยาบาล พิพธิ ภัณฑ์และศาสนา
7
3. การจัดแบบเรียนหลักสตู ร
และการสอบไล่
พ.ศ. 2414
พระยาศรีสุนทรโวหาร เรียบเรียงแบบเรยี นหลวงขนึ 1 เล่ม
ชดุ มูลบรรพกจิ เพอื ใชเ้ ปนบทหลกั สตู รวชิ าชนั ตน้
พ.ศ. 2427
กาํ หนดหลกั สูตรชนั ประโยคหนึง นับเปนปแรกทจี ดั ให้มี
การสอบไล่วิชาสามญั มกี ารกาํ หนดหลักสตู รชันประโยคสอง
ซึงเปนหลกั สูตรทีเกยี วกบั วิชาสามัญศึกษา
พ.ศ. 2431
กรมศกึ ษาธกิ าร จดั ทาํ แบบเรยี นเรว็ ใช้แทนแบบเรยี นหลวง
ชดุ เดิม ผ้แู ต่งคอื พระองค์เจา้ ดิศวรกมุ าร 1 ชดุ มี 3 เล่มป
พ.ศ. 2433
ประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั วิ ิชาพ.ศ. 2433 มผี ลทําให้
หลกั สูตรภาษาไทยแบ่งออกเปน 3 ประโยค
หลักสูตรภาษาอังกฤษแบ่งออกเปน 6 ชนั
พ.ศ. 2434
แกไ้ ขการสอบไล่จากเดมิ ปละครงั เปนปละ 2 ครัง
เพือไม่ใหน้ กั เรยี นเสียเวลานานเกินไป
8
สมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว
(รัชกาลท6ี )
ปจจยั ทมี ีอทิ ธิพลต่อการจัดการศึกษา
พระบรมราชโชบายในการปกครองประเทศ
สง่ ทหารไปรว่ มกบั สร้างความรสู้ กึ ชาตนิ ิย คือ ความรักชาติ
ฝายสัมพันธมิตรใน ความจงรักภักดตี ่อพระมหากษัตรยิ แ์ ละ
สงครามโลกครังที 1
ความยึดมนั ในพุทธศาสนา
พระองคท์ รงศกึ ษาวิชาการจากต่างประเทศ
เอาแบบวิธีการทีเปนประโยชนม์ าใช้ปรับปรงุ การศึกษา
เชน่ วชิ าลกู เสือจากประเทศอังกฤษเข้ามาจัดตังกองเสอื ปา
ทรงแปลวรรณคดีเปนภาษาไทย และทรงนิพนธว์ รรณคดไี ว้หลายเรือง
ผลอนั เนืองจากการจัดการศกึ ษาในสมัยรชั กาลที5
คนเรมิ มคี วามรู้และแนวคดิ เกยี วกบั การปกครองประเทศ
จึงปรารถนาจะเปลียนการปกครองเปนระบอบประชาธปิ ไตย
และปญหาอนั เกดิ จากคนล้นงานและคนละทงิ อาชีพและ
ถนิ ฐานเดมิ มงุ่ สอู่ าชพี ราชการมากเกนิ ไป
9
ววิ ัฒนาการในการจดั การศกึ ษา
พ.ศ. 2453
ประกาศตงั โรงเรียนข้าราชการพลเรือนเพือฝกคน
เขา้ รับราชการตามกระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ
พ.ศ. 2454
ตงั กองลกู เสือปาขนึ เปนครงั แรก
พ.ศ. 2459
จัดตังกองลกู เสือหญงิ และอนกุ าชาดโรงเรียนกุลสตรีวงั หลัง
และได้จดั ตังกองลกู เสอื หญงิ ขนึ เรียกว่า เนตรนารี
พ.ศ. 2461
ปรับปรุงและขยายฝกหดั ครูขนึ โดยโอนกลับมาขนึ กบั
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศใช้พระราชบญั ญตั โิ รงเรยี นราษฎร์
พ.ศ. 2464
ปรับปรุงโครงการศึกษาชาติ โดยวางโครงการศึกษาขึนใหม่
เพือสง่ เสริมใหท้ ํามาหาเลียงชีพ
ใช้พระราชบญั ญตั ิประถมศกึ ษาบังคบั ให้เดก็ ทุกคนทีมอี ายุ 7 ป
ใหเ้ รียนอยู่ในโรงเรยี นจนถงึ อายุ 14 ปโดยไมเ่ สยี ค่าเลา่ เรียน
10
สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อย่หู ัว
(รัชกาลที7)
ปจจยั ทมี ีอทิ ธพิ ลตอ่ การจดั การศกึ ษา
ปญหาการเมืองทเี กิดขนึ ภายในประเทศ
มีกลมุ่ ผ้ตู ืนตวั ทางการเมืองในกรุงเทพมหานครฯเรยี กรอ้ ง
ใหม้ ีการเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
มกี ารวิพากษว์ จิ ารณร์ ะบอบสมบูรณาญาสิทธริ าช
ปญหาสืบเนืองจากอทิ ธพิ ลจกั รวรรดนิ ิยมตะวันตก
ตกค้างมาตังแต่รชั กาลกอ่ น ๆ
ปญหาสืบเนืองจากภาวะเศรษฐกจิ ตกตาํ
พ.ศ.2463 - พ.ศ. 2474 เศรษฐกจิ ของประเทศตกตาํ
จนรัฐบาลต้องตดั ทอนรายจ่ายลง มีการยบุ หน่วยงานและ
ปลดข้าราชการออก สร้างความไม่พอใจใหก้ บั รฐั บาล
ปญหาสบื เนืองจากการประกาศใช้กฎหมายการศกึ ษา
พระราชบัญญัติประถมศกึ ษา ทาํ ให้การศกึ ษาแพร่หลาย
แตข่ าดความพร้อมทางด้านงบประมาณการศึกษา
11
วิวัฒนาการในการจัดการศกึ ษา
พ.ศ. 2469
เปลยี นชือกระทรวงธรรมการอย่างเดิม
พ.ศ. 2473
ยกเลิกการเก็บเงินศกึ ษาพลคี นละ 1 - 3บาท
จากผู้ชายทกุ คนทมี อี ายุระหวา่ ง 16 - 60 ป
โดยใช้เงนิ จากกระทรวงพระคลังมหาสมบัติอดุ หนนุ
การศึกษาแทน
พ.ศ. 2474 กระทรวงธรรมการจึงมี
หน่วยงานเพยี ง 3 หน่วย
ปรับปรุงกระทรวงธรรมการ คอื กองบญั ชาการ
เพือใหส้ อดคล้องกบั ภาวะ กองตรวจการศกึ ษากรุงเทพ ฯ
เศรษฐกิจตกตาํ ของประเทศ และกองสุขาภิบาลโรงเรยี น
โดยยุบกรมสามญั ศึกษา
ยกเลกิ ระเบยี บวา่ ด้วยการควบคมุ แบบเรียน
12
สมยั การปกครอง
ระบอบรฐั ธรรมนูญ
พ.ศ. 2475 –พ.ศ. 24
ปจจัยทีมีอทิ ธิพลตอ่ การจดั การศึกษา
นโยบายการจัดการศึกษาของคณะราษฎร์
คณะราษฎร์ไดว้ างเปาหมายสาํ คัญมีปรากฏอย่ใู น
หลกั 6 ประการ ขอ้ ที 6 จะตอ้ งให้การศกึ ษาอยา่ งเต็มทแี กร่ าษฎร
มีความเหน็ ว่าการทจี ะให้ประชาชนมีความรู้ความเขา้ ใจเรอื ง
การปกครองระบอบประชาธิปไตย จาํ เปนตอ้ งจดั การศึกษาให้
กับประชาชนอยา่ งทัวถงึ เมอื ประชาชนมกี ารศกึ ษาดียอ่ มจะทําให้
ประเทศชาตเิ จริญขึนด้วย
รฐั บาลชดุ ตอ่ ๆ มากไ็ ดพ้ ยายามทจี ะไดจ้ ดั การศึกษาให้ทัวถึง
ในหมูป่ ระชาชนทัวไป แตไ่ ด้ตังความหวังเรืองการศกึ ษาไวส้ ูง
เกนิ ไป ซึงสภาวะการณใ์ นประเทศขณะนันยังไม่มีความพร้อม
โดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกิจ เปนผลใหเ้ กิดปญหาในการจดั การ
ศึกษานบั แต่นันเปนตน้ มา
13
ปจจัยทีมอี ิทธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา
การเกิดสงครามโลกครงั ทีสอง
พ.ศ. 2484 - พ.ศ. 2488 ประเทศไทยตกอยใู่ นภาวะ
สงครามโลกครังทสี อง กระทบตอ่ ประเทศไทยอย่างรนุ แรง
ทงั ด้านเศรษฐกจิ สงั คมและการศกึ ษา
ประเทศไทยได้รบั ความเสียหาย เนืองจากสงครามโลกครงั ที2
จงึ จําเปนตอ้ งกู้เงินจากธนาคารโลก เพอื นํามาใชใ้ นการพฒั นา
ประเทศและประเทศไทยสมัครเปนสมาชิกองค์การศกึ ษาวทิ ยา
ศาสตร์และวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ ทาํ ให้ประเทศไทยได้
รับความช่วยเหลอื ในดา้ นตา่ งๆ ตลอดจนแนวคดิ ใหม่ ๆ มาใช้
ในการพัฒนาประเทศ ทําให้แนวคิดทางการศกึ ษาของไทยเรมิ
เปลยี นแปลงจากเดิมเปนอย่างมาก
14
ววิ ัฒนาการในการจัดการศกึ ษา
มกี ารประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ โดยจัดตังคณะกรรมการ
การศึกษา ตังสภาการศึกษา พ.ศ. 2475 ประกาศใชแ้ ผน
การศกึ ษาชาติ ตอ่ มามกี ารปรับปรุงการจดั การศกึ ษาภาคบังคบั
จาก 6 ปเหลอื 4 ป และประกาศใช้แผนการศกึ ษาชาติ พ.ศ. 2479
การมอบให้ทอ้ งถนิ จัดการศกึ ษา พ.ศ. 2476 และยกฐานะท้องถนิ
ขนึ เปนเทศบาลตรา พระราชบัญญตั ิเทศบาลขนึ และเทศบาล
ได้จดั การศกึ ษาอยา่ งแทจ้ ริงใน พ.ศ. 2478
การปรบั ปรุงหน่วยงานทีมสี ว่ นรบั ผดิ ชอบในการจดั การศกึ ษาและ
เหตุการณส์ าํ คญั ทางการศกึ ษา
พ.ศ. 2476 มกี ารปรบั ปรุงสว่ นราชการในกระทรวงธรรมการ
และประกาศตงั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตรแ์ ละการเมอื ง
พ.ศ. 2477 โอนคณะนิตศิ าสตรใ์ นจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
ไปสมทบกบั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์และการเมือง
พ.ศ. 2478ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิประถมศึกษาทัวประเทศ
พ.ศ. 2488 ประกาศใช้พระราชบญั ญัติครพู ุทธศักราช 2488
เปนผลให้การศกึ ษาในระยะหลังไดเ้ ปลยี นไปอย่างมาก การศึกษาได้
ขยายตัวขนึ ทกุ ระดับเพราะประเทศก าลงั อยใู่ นระหว่างการพัฒนา
จงึ จําเปนจะตอ้ งสง่ เสรมิ ให้พลเมอื งไดร้ บั การศึกษาทีดีขนึ เพอื จะได้
เปนพลเมอื งทีมคี ุณภาพสามารถเพิมรายไดข้ องตน และชว่ ยยกฐานะ
ทางเศรษฐกิจของประเทศให้สูงขนึ
15
สมยั พฒั นาการศึกษา
(พ.ศ. 2492 – พ.ศ. 2534)
มกี ารประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ ฉบบั ที 1 ป พ.ศ. 2494
ในป พ.ศ. 2503 ได้ประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบบั ที 2
และประกาศใช้แผนการศึกษาแหง่ ชาติ ฉบบั ที 3 ในป พ.ศ. 2520
พ.ศ 2492
จัดตัง “โรงเรยี นฝกหดั ครชู ันสูง” ทถี นนประสานมิตร
(ต่อมาในป 2496 ได้กลายเปนวทิ ยาลัยวชิ าการศกึ ษา)
พ.ศ 2494
ประกาศใช้ “แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2494” มกี ารกําหนด
องค์สแี หง่ การศึกษาคือ พทุ ธศิ กึ ษา จริยศกึ ษา พลศึกษา และ
หตั ถศึกษา (ไดอ้ ิทธพิ ลปรชั ญาการศกึ ษาแบบอเมริกัน)
แผนการศึกษาฉบับนีได้ยกฐานะกองโรงเรยี นประชาบาล
ในกรมสามญั ศกึ ษาขนึ เปนกรม ประชาศกึ ษา เพือทําหนา้ ที
เกียวกับการศึกษาผใู้ หญ่และการศึกษาพิเศษ นอกจากนี
ยงั มีความพยายามขยายการศึกษาภาคบังคับเปน 7 ปอีกดว้ ย
16
พ.ศ 2503
ประกาศใช้“แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2503”
แผนนีร่างโดยคณะกรรมการ 77 คนจากหลายสาขาอาชีพ
แผนนีม่งุ จดั ระบบการศกึ ษาให้เขา้ กับระบบสากลโดยเนน้
การจัดการศึกษาใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาเศรษฐกจิ ชาติ
จากแผนฯนีได้ขยายการศกึ ษาภาคบังคับเปน 7 ป
พ.ศ 2505
ประกาศใช้ “พระราชบญั ญัตปิ ระถมศกึ ษา พ.ศ. 2505”
มีสาระสาํ คญั วา่ เมอื ตาํ บลใดมคี วามเหมาะสมทจี ะประกาศ
การศึกษาภาคบงั คบั ถงึ ประโยคประถมศึกษาตอนปลายได้
พ.ศ 2510
ประกาศใช“้ หลกั สตู รโรงเรยี นมัธยมแบบผสม”
โดยโครงสรา้ งหลักสูตรประกอบดว้ ยวิชาบังคบั และวิชาเลอื ก
ใหผ้ ้เู รยี นเลอื กไดต้ ามความสนใจและมีการประเมินผลเปนรายวชิ า
พ.ศ 2512
ประกาศ “พระราชบัญญัตวิ ิทยาลยั เอกชน พ.ศ. 2512”
โดยให้เอกชนดําเนินการจดั ตงั วทิ ยาลัยเอกชน และ
ดาํ เนินการสอนได้ถงึ ระดับปริญญาตรี
17
พ.ศ 2516
จัดสอบเอนทรานซเ์ ขา้ ศึกษาต่อในมหาวทิ ยาลยั รวมกนั เปนปแรก
ก่อนหนา้ มหาวิทยาลัยแตล่ ะแห่งจะจัดให้มกี ารสอบเขา้ เรยี นกันเอง
พ.ศ 2517
จดั ตัง“คณะกรรมการวางพืนฐานเพอื การปฏิรูปการศกึ ษา”
เพือทําหนา้ ทเี สนอแนวทางการวางพนื ฐานเพือการปฏริ ูปการศกึ ษา
ใหส้ อดคลอ้ ง กับการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมในระบอบ
ประชาธิปไตย ตอ่ มากรมวชิ าการไดร้ ิเริมจัดสัมมนา
“การศกึ ษาเพอื มวลชน” ขนึ และได้เสนอรายงานปฏิรปู การศึกษา
ว่าด้วย “การศกึ ษาเพอื ชวี ิตและสงั คม”
พ.ศ 2520
ประกาศใช“้ แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2520”
โดยไดจ้ ัดการศกึ ษาระดับประถมและมัธยมเปนระบบ 6:3:3
คอื ชนั ประถมศกึ ษา 6 ชัน มธั ยมศึกษา 6 ชัน มัธยมตอนต้น 3 ชัน
ตอนปลาย 3 ชัน(ระบบปจจุบัน) แผนการศกึ ษาฉบบั นืไดใ้ ห้
ความสําคญั กบั การศกึ ษานอกระบบโรงเรยี นเปนพิเศษอกี ดว้ ย
แผนการศึกษาแห่งชาติ 2520 นี ทาํ ให้เกดิ การเปลยี นแปลง
ระบบบริหารประถมศึกษาครงั ใหญ่
18
พ.ศ 2525
ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน”
โดยบญั ญัตใิ หเ้ ลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน
เปนผ้มู อี าํ นาจอนญุ าตใหจ้ ดั ตังโรงเรยี นในสว่ นกลาง
และใหผ้ ูว้ ่าราชการจังหวัดเปนผูม้ อี ํานาจอนญุ าตสาํ หรบั โรงเรียน
ในส่วนภมู ิภาค เพือให้การขอจัดตงั โรงเรยี นเปนไปด้วยควารวดเร็ว
(กอ่ นหนา้ นีตอ้ ง ไดร้ ับความเหน็ ชอบจากรัฐมนตรีวา่ การฯ)
พ.ศ 2527
ประกาศใช้ “พระราชบัญญัตวิ ิทยาลัยครู (ฉบับที 2)พ.ศ. 2527”
ใหว้ ทิ ยาลัยครผู ลติ ครูได้ถึงระดับปรญิ ญาตรี
และเปดการสอนวชิ าต่างๆ ได้ตามความต้องการของทอ้ งถิน
พ.ศ 2533
ปรบั ปรงุ หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาทงั 2 ระดบั
คือหลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน้ พ.ศ. 2521(ฉบบั ปรับปรุง 2533)
และหลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนปลายพ.ศ. 2524(ฉบับปรบั ปรงุ 2533)
โดยมุ่งหมายสง่ เสรมิ ให้ครูพฒั นาการเรียนการสอน
โดยเนน้ กระบวนการให้ผเู้ รยี น ค้นคว้าความร้ดู ว้ ยตัวเอง
ให้สอดคล้องกับยุคสารสนเทศและเทคโนโลยี
19
สมยั ปจจบุ ัน
(พ.ศ. 2535 – ปจจุบัน)
มลี ักษณะทปี รากฏหลายประการ
กําหนดหลกั การ ทสี าํ คัญ 4 หลกั การ
1.หลักการสรา้ งความเจริญงอกงามและหลกั ความสมดุลระหวา่ ง
ความเจรญิ ทางจิตใจกับทางวตั ถุและเศรษฐกิจ
2.หลกั การกลมกลืนและเกือกูลซงึ กนั และกันระหว่างมนษุ ย์
กับสงิ แวดลอ้ ม
3.หลักการความก้าวทนั กับความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางวิทยาการ
สมยั ใหม่ ซงึ ควบคู่ไปกบั คุณค่าทางภูมปิ ญญา ภาษา และ
วัฒนธรรมดงั เดมิ ของท้องถนิ และสังคมไทย
4.หลักความสมดลุ ระหวา่ งการพงึ พาอาศัยกัน
กับการพึงพาตนเอง
กาํ หนดจดุ มุ่งหมาย
ครอบคลมุ ทงั ดา้ นปญญา ดา้ นจิตใจ ดา้ นรา่ งกาย
และด้านสงั คม
20
วางระบบการศกึ ษา
ให้บุคคลได้ศกึ ษาและเรยี นรู้ตอ่ เนืองไปตลอดชวี ติ
เพือพฒั นาตนเอง
ดา้ นอย่างสมดุล
สามารถสร้างเสรมิ ความเจริญกา้ วหนา้ เปดโอกาสให้บุคคล
เรียนรูเ้ พอื พฒั นาตนเองไดเ้ หมาะสมกับวัย
แบง่ การศกึ ษา ระดบั ก่อนประถมศึกษา
ออกเปน 4 ระดบั ระดับประถมศึกษา
ระดับมธั ยมศกึ ษา (ม2ี ตอน
คือ ตอนตน้ และตอนปลาย)
และระดับอุดมศกึ ษา
จัดการศกึ ษาประเภทต่างๆ ไดต้ ามความเหมาะสม
และตามความตอ้ งการของกลมุ่ เปาหมาย ชมุ ชน
และประเทศ ได้แก่ การฝกหัดครู การศกึ ษา
วิชาชีพ การศกึ ษาวิชาชพี พิเศษ การศกึ ษาวิชาชพี
เฉพาะกิจหรอื เฉพาะบุคคลบางกล่มุ
การศกึ ษาพิเศษ และการศกึ ษาของภิกษุ สามเณร
นกั บวช และบุคลากรทางศาสนา
21
กําหนดแนวนโยบายการศกึ ษา ไว้ 19 ประการ
เพือเปนแนวทางปฏิบัติให้ชดั เจน
เช่น
– ใหก้ ารศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาเปนการศกึ ษาขนั พืนฐาน
– ปฏิรปู การฝกหดั ครู และการพัฒนาครูประจาการ
– สง่ เสริมให้มกี ารศึกษาภาษาตา่ งประเทศทีเอือต่อการพฒั นา
กาํ หนดแนวทางในการจดั การศึกษา
ให้สอดคลอ้ งกบั นโยบาย
– เครอื ข่ายการเรียนรู้ และบรกิ ารการศึกษาเพอื ปวงชน
– เนือหาสาระและกระบวนการเรียนรู้การสอน
– ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
-บริหารและการจัดการ
– ทรพั ยากรและการลงทนุ เพอื การศึกษา
กําหนดหน่วยงานทีรบั ผิดชอบ
กาํ หนดให้หบจัดทาํ แผนพัฒนาการศกึ ษาแหง่ ชาตแิ ละ
แผนปฏบิ ตั ิการทเี ปนรูปธรรมและสอดคลอ้ ง
กับแผนการศึกษาแหง่ ชาตฉิ บบั นีสาหรบั ทุกระยะ 5 ป
รวมทงั จดั ใหม้ ีกลไกเพอื กากับดูแล ติดตาม และประเมนิ
ผลการจัดการศกึ ษาอย่างต่อเนือง
22
บรรณานกุ รรม
บ้านจอมยุทธ.//(ม.ป.ป.).//การศกึ ษาไทย.//สอื ค้นเมือ 1 พฤศจกิ ายน 2563,/
จาก/https://www.baanjomyut.com/library_3/extension1/study_of_
thailand/index.html
TANISSARA.//(2559).//หน่วยการเรียนรู้ที 4 ววิ ัฒนาการของการศึกษาโลก
และการศกึ ษาไทย.//สืบค้นเมอื 1 พฤศจกิ ายน 2563./จาก/
https://tanissara.wordpress.com/2016/08/23/