The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงาน final งานกลุ่ม18

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ชัชชัย กาหาวงศ์, 2022-05-06 05:56:02

ใบงาน final งานกลุ่ม18

ใบงาน final งานกลุ่ม18

1

ใบงาน
งานกลุ่ม สรุปการวเิ คราะห์บรบิ ทของสถานศึกษาใน 4 ประเด็น ได้แก่ กลยทุ ธใ์ นการขับเคลอ่ื น
Future Skill ของสถานศึกษา การสรา้ งความเข้มแข็งของระบบความร่วมมือกับสถานประกอบการ ระบบ
การบรหิ ารจัดการสคู่ ุณภาพ และการขับเคลื่อนงานวิชาการ

ชอื่ -สกลุ วทิ ยากรพีเ่ ลีย้ ง ผอ.ว่าทร่ี อ้ ยตรี ดร.จรรยา พาบุ กลุ่มท่ี 18

รายชอื่ สมาชิกกลุ่ม

เลขท่ี ๑ ช่ือ นายธติ ิศักดิ์ สันดี เลขท่ี ๖ ช่อื นายภูวนารถ แสงสรุ ิยา

เลขท่ี ๒ ชื่อ นางสาวรุ่งฉตั ร เลศิ พงษ์ เลขท่ี ๗ ช่ือ นางดวงนภา ไหมพรม

เลขที่ ๓ ชื่อ นายชัชชัย กาหาวงศ์ เลขท่ี ๘ ชื่อ นายยุทธพงษ์ จำปาแก้ว

เลขท่ี ๔ ชอ่ื นายครินทร์ เจรญิ มี เลขท่ี ๙ ชอ่ื นางสาวมยุรี อามาตยม์ นตรี

เลขท่ี ๕ ชือ่ นายปรชี า อารีวงษ์ เลขที่ ๑๐ ชื่อ นายกรี ติ กรกำจายฤทธิ์

การขับเคล่อื นสถานศึกษาสู่มิตชิ วี ติ อนาคต (Next Normal)

การขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่มิติชีวิตอนาคต (Next Normal) มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
ในการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ในยุค Next Normal ไปสู่การสร้างผู้เรียนที่สามารถมีทักษะ
สอดคล้องกับความต้องการของสังคมใน คริสต์ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมีความจำเป็นต้องเรียนรู้
และพฒั นาการศึกษาอยา่ งต่อเนื่อง เพ่อื เสริมสร้างองคค์ วามรู้ ทักษะ ปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมไปสู่การปฏิบัติงาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทักษะทางวิชาชีพ ซึ่งในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้มีคุณภาพ และมีความ
หลากหลาย และสอดคลอ้ งกับการพฒั นาไปสู่มิตติ ่าง ๆ ของผู้เรียน และสามารถตอบวัตถุประสงคใ์ นการพัฒนา
ผ้เู รียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธผิ ล และสามารถตอบสนองสู่การประกอบอาชีพในอนาคต
๑. กลยุทธ์ในการขับเคลอ่ื น Future Skill ของสถานศกึ ษา

ในการพัฒนากลยุทธ์ในการขับเคลื่อน Future Skill ของสถานศึกษา เพ่ือการขบั เคลอ่ื นสถานศกึ ษาสู่
มิติชีวิตอนาคต (Next Normal) รวมถึงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในยุค Next Normal ให้มี
ศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายคือ ผู้เรียนที่มีศักยภาพ มีคุณภาพ มีทักษะในยุคโลกศตวรรษที่
21 และควรมีแนวทางการพัฒนาสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างไรนั้น ให้มีคุณภาพเพื่อ
โอกาสทางวชิ าชพี ในยุค Next Normal สามารถวเิ คราะหไ์ ด้ 3 แนวทางในการพฒั นา ดังน้ี

1. ทักษะวิชาชีพ (Professional Skill) ระบบการจัดการเรียนการสอน Onsite/Online/On
Air/On Demand 1 วทิ ยาลัย 1 สถานประกอบการ 1 หอ้ งเรียนอาชีพ

2. ทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) พัฒนาหลักสูตร วิชาพื้นฐานคอมพิวเตอร์ทุกสาขา (ทักษะ
ดจิ ิทัล/การเขยี นโปรแกรม)

2.1วชิ าโครงงาน STEM, Mind Map, Flowchart
2.2พฒั นาโครงการพ้นื ฐาน IF (Wifi 6)
2.3พัฒนา, จัดหาโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ใชบ้ รหิ ารงาน, และเพอ่ื ใช้ในการจดั การเรียนการสอน
2.4ระบบทวิภาคี การนิเทศนักเรียนนักศึกษาทวิภาคีออนไลน์, การประชุมทางไกล, การรับสมัคร

และมอบตวั นักศกึ ษาออนไลน์, Digital Learning Platform. My College
2.5จดั ทำสิ่งประดษิ ฐ์ โครงงานวทิ ย์ งานวิจัย เขา้ รว่ มการแข่งขันระดบั อาชวี ศกึ ษา ระดบั อุดมศึกษา

ระดับชาติ
3. วทิ ยาลยั ดจิ ทิ ัล (Digital College)

2

3.1จัดสภาพแวดลอ้ มสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรยี นรู้ดจิ ิทลั
3.2 การเปิด-ปดิ อัตโนมตั ิ
3.3 ระบบเปดิ ปิดไฟแสงสว่างอตั โนมัติ
3.4 เครอื่ งตรวจสอบอณุ หภมู ิปอ้ งกันโควิตอัตโนมตั ิ
3.5 แคปซลู ปอ้ งกนั โควติ
4. ไทยแลนด์ 4.0 นวัตกรรม (Innovation Thailand)
4.1 ใชป้ ระโยชนเ์ ชิงพาณิชย/์ สถานศึกษา ชมุ ชน สงั คม
4.2 สร้างเครอื ข่ายความร่วมมอื พฒั นานวตั กรรม
4.3 สง่ิ ประดิษฐ์ โคงงานวิทยาศาสตร/์ งานวจิ ัย หนุ่ ยนต์ ระบบเปดิ /ปดิ ไฟแสงสว่างอัตโนมัติ

เครอื่ งตรวจสอบอณุ หภูมปิ ้องกันโควติ อัตโนมตั ิ แคปซูลปอ้ งกันโควิต
5. โลกอาชีพสมยั ใหม่ (21st Century Skills)

5.1 เปดิ สาขาให้สอดคล้องกับอตุ สาหกรรมสมัยใหม่ S – Cruve/ New S – Cruve
รถยนตไ์ ฟฟ้า/แมคาทรอนกิ ส/์ เทคโนโลยีการขึน้ รูปพลาสติก/งานเชอื่ มหุ่นยนต/์ 5.2 สาขาวิชา
ธุรกจิ การบิน/สาขาวิชาการจดั การโลจสิ ตกิ ส์

2. การสร้างความเข้มแข็งของระบบความร่วมมือกับสถานประกอบการ
เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน สามารถจัดการศึกษา

ในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ สถาบันนั้นต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบ
ทวภิ าคีเปน็ สำคญั

1. มีหลักเกณฑแ์ ละแนวปฏิบตั ิการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
1.1 เน้นการส่งเสรมิ การศกึ ษาวชิ าชีพและระบบทวิภาคี
1.2 สนบั สนนุ ใหร้ ่วมมือกับสถานประกอบการ
1.3 ตรงกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
1.4 เป็นไปตามกรอบคุณวุฒแิ ห่งชาติและ มาตรฐานอาชพี

2. แสวงหาความร่วมมือกับสถานประกอบการ
2.1 การประชาสมั พันธแ์ ละสร้างเครอื ข่ายความรว่ มมือเชิงรุก
2.2 บันทึกข้อตกลงความร่วมมอื (Memorandum of Understanding : MOU)
2.2 แตง่ ตงั้ ให้เป็นครูฝึกในสถานประกอบการ
2.3 ยกย่องเชิดชเู กียรติตามโอกาส

3. ปรับปรุงหลักสูตรใหท้ ันโลกและเทคโนโลยี
3.1 รบั การเปลย่ี นแปลงอย่างรวดเรว็
3.2 ใช้เครือ่ งจักร อปุ กรณท์ ท่ี ันสมัยจากสถานประกอบการ
3.3 มีการกำหนดมาตรฐานคณุ ภาพ
3.4 การบรู ณาการการเรียนร้รู ่วมกบั การทำงาน
3.5 มีการเทยี บโอนผลการเรยี นรไู้ ด้

4. เปดิ โอกาสให้เกดิ การมสี ว่ นรว่ มและสทิ ธิประโยชนข์ องผู้ประกอบกจิ การ
4.1 รว่ มคิด
4.2 ร่วมทำ
4.3 ร่วมตรวจสอบ
4.4 รว่ มรบั ผดิ ชอบ

3

4.5 สิทธปิ ระโยชน์
5. ผ้สู ำเร็จการศกึ ษามคี ณุ ภาพตามกรอบคุณวฒุ ิอาชีวศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2562

5.1 ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค
5.2 ดา้ นทกั ษะ
5.3 มีคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
5.4 ด้านความสามารถในการ ประยกุ ตใ์ ช้และความรบั ผดิ ชอบ
5.5 การประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี
3. ระบบการบริหารจดั การสู่คุณภาพ
ในการจดั การระบบการบริหารจัดการสู่คุณภาพ ในการบรหิ ารสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา ภายใตน้ โยบายของ
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษานําหลักการบริหาร มาใชใ้ นกระบวนการบริหารสถานศึกษาอาชวี ศึกษา 5 ประการ คือ
1. แผนพัฒนาสถานศึกษา
1.1 มแี ผนปฏิบัตริ าชการประจำปแี ละปฏบิ ตั ติ ามคอ่ นข้างชดั เจน
1.2 มแี ผนพัฒนาสถานรกั ษาท้งั ระยะส้ันระยะกลางและระยะยาวทีช่ ดั เจนแตย่ ดื หยนุ่
1.3 แผนพัฒนาเกิดจากมาจากทกุ ฝ่ายในวทิ ยาลยั
2. การมอบหมายงาน
2.1 กระจายอำนาจการทำงานให้แผนกวชิ าโดยผา่ นหัวหน้าแผนก
2.2 นิเทศตดิ ตามเป็นระยะเพ่อื รบั ฟงั ปัญหาและชว่ ยเหลือ
2.3 มีการมอบหมายงานท่ชี ัดเจน
3. การทำงานเปน็ ทมี
3.1 ทุกงานทกุ ฝ่ายมสี ่วนร่วมในการเขียนแผนปฏิบัตกิ าร
3.2 ผบู้ ริหารมีหอ้ งทำงานบริเวณเดยี วกัน
3.3 มกี ารแชร์ขอ้ มลู ระหว่างฝา่ ยบรหิ ารด้วยกัน
4. การพัฒนาบคุ ลากร
4.1 ส่งเสริมใหม้ ีการพัฒนาตนเองดา้ นวิชาชีพ
4.2 ส่งเสรมิ ให้บคุ ลากรมีวทิ ยฐานะทส่ี ูงขึ้น
4.3 เน้นการทำงานตามระเบียบ วินยั
5. บริหารงานด้วยเทคโนโลยีทท่ี ันสมัย
5.1 สง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยีเพ่ือสืบคน้ ขอ้ มูล
5.2 จดั หาวัสดคุ รุภณั ฑส์ ่อื เพ่อื ตอบสนองตอ่ การบรกิ ารดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
5.3 จัดสถานทีแ่ ละส่งิ แวดลอ้ มให้เอื้อต่อการเรยี นรดู้ ้วยเทคโนโลยสี ารสนเทศ
5.4 สรา้ งแพลตฟอร์มในการบรหิ ารงานของวทิ ยาลัย
ซึ่งทั้ง 5 ประการจะส่งผลให้การบริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ เพราะว่า ผู้บริหารพร้อม
จะเปล่ียนแปลงไปสู่นวตั กรรมที่ดกี ว่า เพอ่ื ให้องคก์ รมีศกั ยภาพในการแขง่ ขนั ด้วยการนาํ ระบบ ควบคุมคุณภาพ
(Quality Control System) ที่มีความหลากหลายมาปรับใชจ้ นเปน็ กระบวนการบรหิ ารสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ให้มีคุณภาพ โดยแต่ละกระบวนการสะท้อนให้เห็นลักษณะของสถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีมีคุณภาพได้ ในด้าน
การบริหาร จัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษา การจัดการเรียนการสอนผู้เรียน และ ผู้สอนได้ โดยผู้บริหารใช้
หลักการสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นบุคลากรให้ทำงาน สร้างองค์กรเป็น สถานที่แห่งความสุข (Happy Work
Place) มีแบบแผนการพัฒนา ความรู้ ของบุคลากรให้สอดคล้องเหมาะสมตามตำแหน่งท่ีได้ รับผิดชอบ
คำนึงถึงหลักการใช้บุคลากรได้ตรงกับความรู้ ความสามารถ เพ่ือจูงใจให้บุคลากรมีความพึงพอใจในการ
ปฏบิ ตั งิ าน

4

โดยมีเง่ือนไขการเกิดกระบวนการบริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาสู่คุณภาพ คือ 1) คุณลักษณะภาวะ
ผู้นํา ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ภาวะผู้นําทาง บุคลิกภาพ และภาวะผู้นําทางการบริหาร
2) ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ บทบาทภาวะผู้นําผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ได้แก่ ภูมิหลัง ส่วนบุคคล ในการ
พัฒนาสถานศกึ ษาให้กระบวนการบรหิ ารสถานศึกษาอาชีวศกึ ษาสู่คุณภาพได้อย่างมนั่ คงและต่อเน่ือง ผู้บริหาร
ควรมีนโยบายการบริหารสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาทชี่ ดั เจน มีความมั่นคง ควบคมุ คณุ ภาพการบริหารสถานศึกษา
อย่างตอ่ เน่ือง สม่ำเสมอ สร้างแรงจงู ใจให้บุคลากรทมุ่ เทให้กับการทำงาน บรรลุเป้าหมาย และบคุ ลากรมีความ
รักความผูกพัน และผู้บริหารจะใช้ภาวะผู้นําของผู้บริหาร รวมถึงความร่วมมือของบุคลากรท้ังภายใน และ
ภายนอกสถานศึกษาในการรักษาสถานศึกษาให้ดำรงการมีคุณภาพในการจัดการศึกษา และสถานศึกษามี
คุณภาพมาตรฐาน ตอ้ งไดร้ ับการยอมรบั จากสังคม บคุ ลากรมวี ัฒนธรรมองค์การในการทำงาน รว่ มกัน ผู้สอนมี
ความเปน็ เลศิ ในวชิ าชีพ ผู้เรยี นมสี มรรถนะทางวชิ าชพี และคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ รวมถงึ การพฒั นาให้ครูจัด
กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ และการ
จดั การเรยี นร้แู บบเชิงรุก (Active Learning) รวมถงึ การจัดการเรียนรูแ้ บบโครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based
Learning: PjBL) ที่เนน้ วธิ กี ารปฏิบัติ สอดคล้องกับสมรรถนะของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ จึงมีความจำเป็นในการพฒั นาและออกแบบสื่อการ
เรยี นรู้ สำหรบั ใช้ประกอบการจดั การเรียนการสอน ในรายวิชา ทร่ี บั ผิดชอบ โดยใชส้ อ่ื การเรียนรู้ที่หลากหลาย
ตลอดจนนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในการจัดการเรียน การสอน เช่น เพิ่มขีดความสามารถการประกัน
คุณภาพระดบั หอ้ งเรียน เปน็ การนำแนวคิดการปฏริ ูปการเรียนรู้ ด้วยกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรทู้ างวิชาชีพ
(PLC) มาใช้ผ่านกระบวนการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน(LESSON STUDY)และกระบวนการเรียนรู้แบบเชิงรุก
(Active Learning) และการจดั การเรยี นร้แู บบโครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning: PjBL) รวมถึงการ
ส่งเสริมการบริการชุมชนและสังคมภายในสถานศึกษา เช่น จัดทำโครงการอาชีวศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน
โครงการ Fix it Center

4. การขบั เคล่อื นระบบงานวชิ าการ
1. การปรับหลกั สตู รใหท้ นั สมยั
1.1 มีสาขาวิชา/วิชาเรยี นให้ผูเ้ รียนได้เลือกเรียน ตามความถนัดและ ความสนใจ สอดคล้องกับความ

ต้องการของตลาดแรงงานและในสาขาวิชาที่ขาดแคลน เช่น สาขาวิชาการเขียน coding และ อากาศยานไร้
คนขบั ขนส่งวสั ดุ

1.2 มีกระบวนการสอดแทรกในหลักสตู รให้ผเู้ รียนไดค้ ิดวเิ คราะห์
1) ใช้สถานการณ์ปญั หา เป็นฐานในการเรยี นรู้ (Problem Base Learning)
2) ใช้การเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active Learning)

1.3 มีการจัดการเรียนรู้ทุกวิชาทันสมัย ไม่กำหนดรูปแบบการเรียนรู้ที่ตายตัว มีความยืดหยุ่น
ปรบั เปลยี่ นไดต้ ามความถนดั ของผู้เรยี น

1.4 สาขาวิชามีการแทรกเนื้อหาจากเอกสารประกอบการสอนที่เป็นปัจจุบัน ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียน
อยากเรียนรู้ เกิดความสงสัย เกดิ คำถามและอยากคน้ ควา้ หาคำตอบในเชงิ ทฤษฎีและปฏิบัติ

1.5 มีคณะกรรมการตรวจสอบหรอื คัดกรองเนื้อหาและกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้ทันสมยั สัมพันธ์กบั
บริบทวิชาชีพเป็นปัจจุบนั

1.6 มีหลักสูตรระยะสั้น ให้ผู้เรียนในแหล่งชุมชนได้เข้ามาเรยี นรูใ้ นสถานศึกษาเพื่อประกอบอาชีพท่ี
หลากหลาย

5

2. การพฒั นาคร/ู อาจารย์
2.1 มีการกำหนดสมรรถนะและบทบาทของครูผู้สอน(โค้ช)อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ใน
แผนการสอนทกุ รายวิชา
2.2 มกี ิจกรรมทำใหผ้ ้เู รยี นสามารถนาองค์ความร้ทู ี่มีอย่มู าบูรณาการเชงิ สร้างสรรค์ เพอ่ื สร้างผลผลิต
หรือนวตั กรรมต่าง ๆ ขึ้นมา ในรปู แกโ้ จทยป์ ญั หา อาทิ เช่น STEM Education
2.3 มีการส่งเสริมทกั ษะแห่งอนาคตให้กบั ผเู้ รยี น ได้แก่

1) ทักษะการคิดเชิงบริหาร
2) ทักษะการใช้ Internet
3) ทักษะการคิดวเิ คราะห์
4) ทักษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
5) ทกั ษะการแก้ปัญหา
6) ทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์
7) ทกั ษะการสรา้ งสัมพนั ธภาพระหวา่ งบุคคล
8) ทักษะด้านภาษาองั กฤษ
9) ทกั ษะดา้ นคณิตศาสตร์
10) ทักษะด้านจติ สาธารณะ
2.4 ครูผสู้ อนต้องปรับตวั และพัฒนาตน้องเข้าสู่การเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพ่ือให้หลักสูตรยังคง
ดำเนนิ ต่อไปไดอ้ ยา่ งไม่ขาดตอน
2.5 ครูผู้สอนสามารถสอนสดออนไลน์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ด้วย
Microsoft Teams หรอื Google Meet เช่น การใชส้ อ่ื หรอื การเขยี น coding
1) โปรแกรม Cisco Webex Meeting
2) โปรแกรม Google Hangout
3) Facebook Live
4) โปรแกรม Arduino IDE , raspberry pi
2.6 ครูผสู้ อนตอ้ งมีกระบวนการบรหิ ารจัดการการ เปลี่ยนแปลง
(Change Management Process : CMP)

6

2.6.1 ปัจจัยภายนอก เป็นสิ่งผลกั ดันจากภายนอก เชน่
- นโยบายภาครฐั
- สภาพแวดลอ้ ม/บรบิ ทรอบ ๆ สถานศกึ ษา

2.6.2 ปัจจัยภายใน เปน็ สิง่ เกดิ ขน้ึ ท่สี ง่ ผลใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลง เชน่
- การเปลยี่ นแปลงนโยบาย
- การปรบั เปลี่ยนผู้บรหิ าร
- การปรบั ระบบการทำงาน
- การนำเทคโนโลยีใหมๆ่ เขา้ มาช่วยทำงาน หรือการเรยี นรู้

3. บรู ณาการทกั ษะดจิ ติ อล
3.1 มีแพลตฟอร์มสนับสนุนเพื่อการพัฒนาครูอย่างยั่งยืน (Supporting Platform for New

Normal Teachers) เชน่ google sute ,Microsoft Team
3.2 สถานศึกษาต้องกล้าลงทนุ และตอ่ ยอดด้านการศึกษาออนไลน์ เชน่
1) พฒั นาครผู ูส้ อน โปรแกรมเมอร์ การเขียน code
2) สร้างองค์ความร้ใู หผ้ เู้ รียน
3) พฒั นาสื่อในรายวชิ าให้ร่วมสมยั
4) การเข้าสแู่ พลตฟอรม์ E-Commerce มากย่งิ ขนึ้
3.3 มีความโดดเด่นจากการใช้นวตั กรรมและเทคโนโลยี
1) ด้านการค้าในระบบสหการณ์ บรกิ ารแก่บุคคลภายในและภายนอกสถานศกึ ษา
2) ด้านส่งเสรมิ ผลผลติ และการลงทุนภายในและภายนอกองคก์ ร
3.4 สร้างความบนั เทงิ ใหก้ ับผูเ้ รียนในงานวชิ าชพี ต่าง ๆ สามารถผลติ ส่อื ออนไลน์ เชน่
1) เนือ้ หา เชน่ แบบเสยี ง หรือ แบบภาพเคล่ือนไหว ผา่ น app
2) ส่ือการสอน (Digital Content) ผา่ น app
3) ความคมุ้ ค่าของระบบหรอื อปุ กรณต์ ่างๆ ชว่ ยให้เกดิ การเรียนรู้
4) การบูรณาการทกั ษะดิจิตอลให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
3.5 สถานศกึ ษาให้ความรู้ ผ่านระบบ LMS (Learning management system)

โดยจดั การเรียนการสอนผ่าน Website และ Application เช่น
1) ใหบ้ รกิ ารเช่า ซอ้ื ขาย ใน application
1.1) หนังสือเรยี นออนไลน์
1.2) เอกสารแทรกเน้อื หาทันสมัยเพ่มิ เตมิ เช่น การใช้งานเครื่อง CNC ร่นุ ใหม่
1.3) เอกสารค่มู ือการใชห้ ้องปฏบิ ตั ิการ ใน application
1.3.1) การสร้างหรอื ทดสอบวัสดชุ นดิ ต่าง ๆ

7

1.3.2) การซ่อมบำรงุ เครื่องจกั ร
2) ใหบ้ รกิ ารจองห้องปฏบิ ตั ิการตา่ ง ๆ ใน application ก่อนเขา้ ใช้งาน
4. การบริหารจัดการทรัพยากรใหม่ตามลำดับความสำคญั ใหม่
4.1 ปรับวธิ ีการเรียนรดู้ ้วยการออกไปเช่ือมกับโลกท่ีเปน็ จรงิ ในภาคการผลติ หรือส่งออก
4.2 บริการนวัตกรรมและเชื่อมกับการสื่อสารยุคใหม่เพื่อช่วยให้วิธีคิดประสบการณ์ และ
กระบวนการทำงานสอดรับการปรับเปลี่ยน
4.3 สร้างมิติการศึกษาใหม่ในรูปแบบของธุรกิจใหม่ (New Business Model) ที่ทำให้การศึกษา
มคี วามหมายและศกั ยภาพท่ีจะเชอื่ มโยงกบั แหล่งงาน
4.4 การพฒั นาทกั ษะ ประสบการณ์ และความรู้ของบคุ คล เกิดศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์
4.5 พัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์ภายในองค์กรและกับภายนอกขึ้นใหม่ เชื่อมโยง
นวตั กรรมในองคก์ ร เกดิ ความทันสมยั ทันความเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
การพัฒนาจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รปู แบบการจัดการเรียนรูด้ ้วยวิธกี ารที่หลากหลาย เน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ และการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) รวมถึงการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็น
ฐาน (Project-Based Learning: PjBL) ที่เน้นวิธีการปฏิบัติ สอดคล้องกับสมรรถนะของผู้เรียน สาระการ
เรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั และจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ จึงมีความจำเป็นในการ
พฒั นาและออกแบบสื่อการเรียนรู้ สำหรับใชป้ ระกอบการจัดการเรยี นการสอน ในรายวิชา ทรี่ ับผดิ ชอบ โดยใช้
สื่อการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย ตลอดจนนำเทคโนโลยที างการศึกษามาใช้ในการจัดการเรียน การสอน เช่น เพิ่มขีด
ความสามารถการประกันคุณภาพระดับห้องเรียน เป็นการนำแนวคิดการปฏริ ูปการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมชุมชน
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) มาใช้ผ่านกระบวนการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน (LESSON STUDY) และ
กระบวนการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-
Based Learning: PjBL)
ซี่งในการพัฒนาทักษะทั้ง 3 ประเด็น คือ New Skills Re skills และUp skills จึงถือเป็นกลไกที่
สำคัญสำหรับคนใน ตลาดแรงงานที่ตองพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อให มี “ทักษะใหม่” หรือ “ทักษะท่ี
หลากหลาย” รวมทั้งการ “พัฒนทักษะ” บนความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหนาทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ
ทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งแรงงานจะตอง สามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้ ซ่ึง
ประกอบด้วยโดยนำรูปแบบการจดั การศกึ ษาเพื่อทกั ษะอาชีพและการมงี านทำ
1. Re skills ปรับปรุงทักษะเดิมที่มีอยู่ ใหสามารถปฏิบัติงานหรือเพิ่มผลิตภาพได้ โดยมีการประยุกต
ใช และ เรียนรูเกยี่ วกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และมคี วามจำเปน็ สำหรับการทำงานในโลกยุคอนาคต เชน Big Data,
Data Science, IoT, Cloud Technology, DevOps, Artificial Intelligence, Digital Marketing
2. Up skills การพัฒนาและยกระดับทักษะการทำงานที่แรงงานมีอยู่เดิม ใหมีประสิทธิภาพเพิ่มข้ึน
รวมถึง การสร้างเสริมทักษะเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลใหแกแรงงาน ทั้งนี้เพื่อจะเพิ่มผลิตภาพแรงงาน
และ เพ่ิมผลผลติ ในการทำงาน
3. New skills การสร้างทักษะใหม่ใหเกิดขน้ึ ในตวั ผู้เรียนตามสถาณการณ หรอื ตรงตามความตองการ
ของ ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นบทบาทและหนาที่โดยตรงของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการ
รับผิดชอบด้านการจัดการศึกษาวิชาชีพ และพัฒนากําลังคนสมรรถนะของแรงงานตามเทคโนโลยีท่ี
เปลีย่ นแปลงตลอดเวลา
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID 19 ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไม่
อาจหลีกเลี่ยงได้ ทุกสถานศกึ ษาต่างต้องปรับวิธกี ารจัดการเรยี นการสอนเพ่ือให้สอดรบั กบั สถานการณ์ดังกล่าว
โดยมีการจัดการเรียนการสอน 2 ลักษณะ อนั ประกอบไปดว้ ย

8

1. ON – SITE เป็นการจัดเตรียมห้องเรียนให้พร้อมรองรับผู้เรียนที่เข้ามาเรียนในสถานศึกษาโดยมี
การเพิ่มเติมระบบการควบคุมโรคติดต่อเข้าไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้เรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการ
จัดการเรียนการสอน รวมถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนที่คำนึงถึงความปลอดภัยจากการระบาดของโรคเป็น
หลกั

2. ON – LINE เป็นการจัดการเรียนการสอนในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปิดสถานศึกษา เพื่อควบคุม
โรค โดยเน้นที่เนื้อหาในการเรียนรู้แบบออนไลน์และใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มาช่วยในการติดต่อสื่อสารกับ
ผเู้ รยี น มกี ารมอบหมายงานผ่านทางระบบออนไลน์เพอ่ื ให้ผ้เู รียนไดเ้ รยี นร้เู หมือนว่าอยใู่ นห้องเรียนจริง

3. ON-DEMAND เป็นการจัดการเรียนการสอนในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปิดสถานศึกษา เพื่อ
ควบคุมโรค โดยเนน้ ทเี่ นอ้ื หาในการเรียนรู้แบบออนไลนแ์ ละใช้แอพพลิเคช่ันต่าง ๆ มาช่วยผู้เรียน สามารถเติม
เตม็ ความรู้นอกเหนอื จากการเรียนรู้ ทั้งในหอ้ งเรยี นและการเรยี นรู้แบบออนไลน์ กับครผู สู้ อนในรายวิชาน้ันๆ

4. ON-HAND เป็นการเรียนรู้ที่บ้านโดยครูผู้สอน สถานศึกษาได้จัดทำเอกสาร หรือใบงาน เพื่อมอบ
ให้แก่นักเรียน ซึ่งอาจเป็นลักษณะแบบเรียนสำเร็จรูป โดยมีครูออกไปเยี่ยมบ้านนักเรยี นเป็นครั้งคราว หรือให้
ผู้ปกครองทำหน้าท่เี ป็นครคู อยชว่ ยเหลอื เพ่อื ใหน้ ักเรียนสามารถเรยี นได้อยา่ งต่อเนื่อง

5. ON-FIELD เป็นการจดั การเรยี นการสอนท่ีสามารถใชใ้ นกรณีทมี่ เี หตจุ ำเป็นต้องปิดสถานศึกษาหรือ
สถานศึกษาสามารถทำการจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ซึ่งสามารถใช้กับผู้เรียนที่มีความหลากหลายใน
พ้นื ที่ ท่ีแตกต่างกัน โดยการนำวิธีการจัดการเรยี นการสอน ซง่ึ นยิ มใช้การจัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคี
ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามรายวิชาที่กำหนดในการจัดการเรียนสอน ในขณะฝึกประสบการณ์ในสถาน
ประกอบการณ์ได้ โดยมีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นที่เนื้อหาในการเรียนรู้แบบออนไลน์และใช้
แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มาช่วยผู้เรียน เช่น Google Classroom, Google meet, Google Form, Application
line, Facebookและ บทเรียนออนไลน์ ที่ครูผู้สอนได้พัฒนาขึ้นเพื่อการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
สามารถเติมเต็มความรู้นอกเหนือจากการเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้แบบออนไลน์ กับครูผู้สอนใน
รายวิชานัน้ ๆ

และนอกจากด้านการจัดการเรียนสอนแล้วนั้น ยังมีระบบติดตามผู้เรียน เป็นกระบวนการดำเนินงาน
เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน พร้อมทั้งมีวิธีการและเครื่องมือที่มีมาตรฐาน
คุณภาพ และมีหลักฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้ โดยมีครูประจำชั้น/ครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักใ นการ
ดำเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ได้แก่
คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจน มี
มาตรฐานคุณภาพ และมีหลักฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้ โดยมีการพัฒนาระบบที่มีความหลากหลาย
สามารถเข้าถงึ กล่มุ เป้าหมาย ไมว่ า่ จะเป็น ผู้ปกครอง ผเู้ รียน รวมถึง สถานประกอบการณ์และตอบสนองความ
ต้องการให้ครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา ได้สามารถติดต่อผู้เรียนตามช่องทางต่าง ๆ ผ่านทางช่องทางที่หลากหลาย
เชน่ การใชโ้ ทรศพั ท์สื่อสาร การใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เชน่ Facebook Line Messenger เพื่อติดตามผู้เรียน
ไม่ว่าขณะที่กำลังศึกษาอยู่หรือ ฝกึ ประสบการณส์ ถานศึกษา รวมถงึ ระบบการติดตามผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษา
ถึงการมงี านทำและศกึ ษาต่อในระดับปริญญาตรี


Click to View FlipBook Version