The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เสาวดี ศรีจันทร์, 2020-11-09 01:31:11

เสาวดี ศรีจันทร์

โครงงานคุณธรรม

ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา
โรคอว้ นจดั เป็นปัญหาหลกั ทางสาธารณสุขท่ีพบมากข้นึ

โดยเฉพาะในประเทศไทยพบวา่ คนที่อยใู่ นเมืองท่ีมีอาหารการกินอุดม
สมบูรณม์ ีปัญหาเกีย่ วกบั โรคอว้ น อีกท้งั ยงั มีปัญหาการเจ็บป่ วยต่าง ๆ
มากมายสืบเน่ืองมาจากโรคอว้ น
มีคนจานวนมากท่ีเขา้ ใจผดิ วา่ การมีไขมนั ส่วนเกนิ เพยี งเลก็ นอ้ ยที่หนา้ ทอ้ ง ตน้ แขน ตน้ ขา กถ็ อื ว่า "อว้ น“ซ่ึงถอื วา่ เป็นความ
เขา้ ใจผดิ อยา่ งยง่ิ เน่ืองจากคาว่า "อว้ น" ในความหมายของคนทว่ั ไปกบั ความหมายทางวชิ าการมีความแตกต่างกนั เราควร
ที่จะมีความรู้ความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งเพอ่ื จะไดไ้ ม่เกดิ ปัญหาหรือมีความคดิ วติ กกงั วลวา่ ตนเอง "อว้ น ดงั น้นั กลุ่มของขา้ พเจา้ จึงคดิ
ทาโครงงานเกยี่ วกบั การพฒั นาส่ือทางการศกึ ษาเร่ือง''โรคความอว้ น'' โดยไดร้ วบรวมขอ้ มูล เน้ือหาความรู้เกี่ยวกบั โรคความอว้ นและ
เป็นประโยชนก์ บั บุคคลท่ีสนใจและรกั สุขภาพของตนเอง

วตั ถปุ ระสงค์
- เพ่ือใหต้ ระหนกั ถึงโทษของโรคอว้ น
- เพื่อป้องกนั โรคอว้ น
- เพอให้นกั เรียนมีสุขภาพดี
- เพ่ือบอกถึงขอ้ เสียของโรคอว้ น

ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ
1.ไดท้ ราบสาเหตุที่ทาใหเ้ กิดโรคความอว้ น
2. ไดท้ ราบวิธีการป้องกนั การเกิดโรคความอว้ น เพ่อื นาไปสู่การปฏิบตั ิตนท่ีถูกตอ้ งต่อไป
3. ไดส้ ื่อทางการศึกษาผา่ นเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตเกี่ยวกบั โรคความอว้ น

ขอบเขตของโครงงาน
1 ศกึ ษาสาเหตุการเกิดโรคความอว้ น
2 ศกึ ษาพฤติกรรมทีเ่ สี่ยงต่อโรคความอว้ น
3 เพ่ือศกึ ษาโรคท่มี าพร้อมกบั โรคความอว้ น
4 ศกึ ษาวธิ ีการป้องกนั และรักษาการเกิดโรคความอว้ น

นิยามศพั ทท์ ี่ใชศ้ ึกษา
โรคอว้ น หมายถงึ สภาวะทางการแพทยท์ ่ีมีการสะสมไขมนั ในร่างกายมากถงึ ขนาดท่ีอาจมีผลเสียต่อสุขภาพ ทาใหม้ อี ายสุ ้นั ลง และมปี ัญหาสุขภาพเพม่ิ ข้ึน
หรืออยา่ งใดอยา่ งหน่ึง[1][2การพจิ ารณาวา่ บุคคลใดอว้ นน้นั พจิ ารณาจากดชั นีมวลกาย (BMI) ซ่ึงเป็นการวดั มีค่าเท่ากบั น้าหนกั (หน่วยเป็นกิโลกรัม)
หารดว้ ยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกาลงั สอง บุคคลท่ีมีดชั นีมวลกายเกิน 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตรถอื วา่ เป็นโรคอว้ น โดยในช่วง 25-30 กิโลกรัมต่อ
ตารางเมตรนิยามเป็นน้าหนกั เกิน

การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์ เน็ต เรื่อง โรคควาอ้วน คณะผ้จู ัดทาได้ศึกษาค้นคว้าเสนอเอกสารท่ี
เกีย่ วข้องดังต่อไปนี้
โรคความอ้วน
1.ความหมายของโรคความอ้วน
2.โรคความอ้วน หมายถึงสภาวะร่ างกายท่ีมไี ขมนั สะสมไว้ตามอวยั วะต่างๆ มากจนเกินไป
2.สาเหตุของโรคอ้วน

2.1 พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็นโรคอ้วน ลกู ที่เกิดมากม็ โี อกาสเป็นโรคอ้วนสูง
2.2 รับประทานอาหารมากเกินไป แล้วไม่มเี วลาออกกาลงั กาย กล่าวคือ พลงั งานที่ได้รับจากการ
รับประทานมากกว่าพลงั งานท่ีใช้ไปในการออกกาลงั กาย เช่น ชอบรับประทานอาหารที่มไี ขมนั และแคลอรี่
สูง เช่น หนังไก่ทอด มนั หมู หมสู ามชั้น ขาหมู ครีม เค้ก ฯลฯ แล้วไม่ยอมหาเวลาว่างออกกาลงั กายเพ่ือ
ให้มกี ารใช้พลงั งานที่ได้รับเข้ามา
2.3 พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวนั ท่ีไม่เหมาะสมทาให้มกี ารใช้พลงั งานตา่ และทาให้เสียโอกาสใน
การทากิจกรรม หรือออกกาลงั กายท่ีมปี ระโยชน์ต่อ สุขภาพ เช่น การจราจรติดขดั ในกรุงเทพ ทาให้
คนส่วนใหญ่ต้องน่ังเฉยบนรถยนต์หลายชั่วโมงต่อวนั ลกั ษณะงานท่ีต้องนั่งทางานตลอดเวลา
พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารจุกจิก เป็นต้น

2.4 โรคบางชนิด เช่น Cushings Syndrome ซึ่งจะทาให้ร่ างกายของผ้ทู ่ีป่ วยเป็นโรคนีอ้ ้วน
โดยสาเหตุของโรคนีเ้ กิดจากความผดิ ปกติของฮอร์ โมนในร่ างกาย จนทาให้อ้วนบริเวณใบหน้า ลาตัว
ต้นคอด้านหลงั แต่แขนขาจะเลก็ และไม่มแี รง ในกรณีนีจ้ ะต้องรักษาท่ีต้นเหตุคือ ฮอร์ โมนท่ีมีความ
ผดิ ปกติจึงจะสามารถหายอ้วนได้

3.1. ไม่มีเวลากินขา้ วเชา้
3.2. ชอบกินอาหารบุฟเฟ่ ต์
3.3. กนิ ขา้ วไม่เป็นเวลา
3.4. ชอบกนิ จุบกินจิบ
3.5. กนิ เหลา้ เมายาเป็นกิจวตั ร
3.6. กนิ ขา้ วเส็จเร็ว จนเค้ยี วไม่ละเอียด
3.7. ชอบกินอาหารสาเร็จรูป

4.4.1. ไขมนั โรคท่มี าพร้อมกับความอ้วน
ในเลือดสูง ซ่ึงนาไปสู่ความผิดปกติของระบบอืน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อเจา้ เมด็ ไขมนั ไปเกาะตามผนงั หลอดเลอื ด ยง่ิ หนามากข้นึ ๆ ถนนของเจา้ เลือดกเ็ ดนิ ไมส่ ะดวกตามไป
กเ็ ลอื ดตอ้ งไปหลอ่ เล้ยี งเซลลท์ กุ ส่วนของร่างกาย และเรากข็ าดเลอื ดไม่ได้ แน่นอนจะมีปัญหาต่อสุขภาพตามมาอกี มาก ท้งั โรคหวั ใจวาย ความดนั โลหิตสูง เหนื่อยหอบ มนึ งงบอ่ ยๆ เป็นลม
เมอื่ เลือดและออกซิเจนไปเล้ียงร่างกายไมด่ ี เซลลก์ เ็ ส่ือมโทรมลง

4.2. ความดนั โลหิตสูง เมือ่ ไขมนั เคลือบผนงั หลอดเลือด บางจุดอาจตีบมาก หวั ใจมีหนา้ ทีเ่ หมือนปั๊มน้า กต็ อ้ งขบั ดนั เลอื ดวิง่ ไปใหท้ ว่ั ร่างกายทุกซอกทุกมุม
เมือ่ บางจุดโดนบีบใหแ้ คบ แต่ร่างกายตอ้ งการเลือด มนั อาจออกแรงผลกั ดนั เลอื ด อาจทาใหเ้ สน้ เลือดในสมองแตก ถงึ แก่ชวี ิต หรือพกิ ารเป็นอัมพฤกษ์ อมั พาตได้

4.3.โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เป็นสาเหตกุ ารตายอนั ดบั หน่ึงของประเทศอตุ สาหกรรม รวมท้งั ประเทศไทยดว้ ย เนื่องจากไขมนั ไปเกาะตามผนงั หลอดเลือด
ทาใหเ้ กิดภาวะหลอดเลือดตบี หรืออุดตนั หวั ใจทางานเพิม่ มากข้ึน ถา้ เป็นกบั เสน้ เลือดทหี่ ล่อเล้ยี งหวั ใจกท็ าใหเ้ กดิ โรคหวั ใจขาดเลือด และหวั ใจวาย
4.4. โรคเบาหวาน พบวา่ คนไทยเป็นเบาหวานกนั ประมาณ 3 ลา้ นคน ลองคดิ ดูว่าไม่นอ้ ย วนั หนา้ ถา้ ยงั ใชช้ วี ติ เผอเรอ มหี วงั ไดเ้ ป็นเบาหวานดว้ ยอีกคน
โรคน้ีเป็นเพื่อนค่ซู ้ีกบั โรคอว้ น ท่มี กั พบควบค่กู นั เสมอ เบาหวานน้นั เพราะระบบควบคุมระดบั น้าตาลในร่างกายผิดปกติ เมื่อเป็นเบาหวานแลว้
ถา้ เกดิ เป็นแผลกม็ กั รักษาไมห่ าย กลายเป็นแผลเร้ือรัง บางทีกเ็ ป็นแผลกดทบั ประกอบกบั เส่ียงตอ่ การตดิ เช้อื ราง่ายข้นึ เพราะมีการอบั ช้ืนของซอกแขน และซอกขามากกว่าปกติ
4.5. โรคขอ้ กระดกู เส่ือม โดยเฉพาะขอ้ เข่าและขอ้ เทา้ เน่ืองจากตอ้ งรับน้าหนกั ตวั มากเกนิ พกิ ดั บางคนทอี่ ว้ นมากๆ อาจจะยนื หรือเดินไม่ไดเ้ ลย เพราะขอ้ เทา้ ไมส่ ามารถรับน้าหนกั ได้
คนอว้ นมากๆ จะเดนิ กล็ าบาก โยกเยกซ้ายขวา เดนิ ไปเหน่ือยหอบไป
4.6. โรคระบบทางเดนิ หายใจ เน่ืองจากในคนอว้ นมกั มกี ารเคลอ่ื นไหวนอ้ ย ชอบนง่ั หรือนอน ปอดจึงขยายตวั ไม่เตม็ ท่ี ทาใหเ้ กิดการตดิ เช้ือของทางเดินหายใจไดม้ ากข้ึน บางคร้ังถงึ กบั มี
ภาวการณ์หายใจลดลง
หายใจติดขดั ทาใหม้ ีกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดค์ ง่ั ในปอด คนอว้ นมากเหน่ือยง่าย งว่ งนอนตลอดเวลา อาจพบภาวะของโรคอารมณ์เศร้าหมองร่วมไปดว้ ยกก็ ิน ซ่ึงอาจจะชว่ ยใหอ้ ารมณ์ชว่ ง
น้นั ดขี ้นึ แตใ่ นขณะเดียวกนั กเ็ ป็นการทาร้ายตวั เองมากยง่ิ ข้นึ
4.7. โรคมะเร็งบางชนิด คนอว้ นมีอตั ราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ รวมท้งั โรคมะเร็งได้
4 .8. โรคน่ิวในถงุ น้าดี และไขมนั แทรกในตบั เมื่อมไี ขมนั มาก การทางานของตบั กล็ ดลง เพราะไขมนั เขา้ ไปแทรกอยู่ จนทาใหเ้ กิดนิ่วในถุงน้าด

5. วธิ ีการป้องกนั และรักษาการเกิดโรคความอ้วนเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็ นโรคอ้วนเราควรปฏบิ ัตดิ งั นี้

5.1. กินผกั ผลไมเ้ ยอะๆ เพราะนอกจากจะชว่ ยควบคุมน้าหนกั แลว้ ผกั ผลไมย้ งั อุดมไปดว้ ยวิตามินที่มีประโยชนต์ ่อความ
สวยของคณุ และช่วยลดระดบั ไขมนั โคเรสเตอรอลอยา่ งไดผ้ ลอีกดว้ ย

5.2. ถวั่ และธญั พืช พนั ธมิตรของร่างกาย เช่น ขา้ วกลอ้ ง, งา, ถวั่ ต่างๆ , ลูกเดือย ซ่ึงจะมีเส้นใยอาหารให้คณุ อิ่มเร็วข้นึ แถมยงั
ชว่ ยปรับระดบั น้าตาลในเลือด และรักษาระดบั โคเลสเตอรอลอีกดว้ ย

5.3. กินปลาสิ อนั น้ีดีชวั ร์ หรือ เน้ือสตั วไ์ มต่ ิดมนั เป็นประจาโดยเฉพาะเน้ือปลาซ่ึงเป็นที่ทราบกนั ดีว่าเป็น โปรตีนช้นั ดี, และมี
กรดไขมนั โอเมกา้ 3 ที่ชว่ ยป้องกนั โรคหลอดเลือดหวั ใจ เชน่ ปลาทูน่ากระป๋ อง
หรือปลาแซลมอน ปริมาณไขมนั ท่ีคณุ ควรรับประทานต่อวนั ไม่ควรเกิน 5-8 ชอ้ นชานะคะ และหากจะรับประทานสลดั กไ็ ม่
ควรใส่น้าสลดั มากกว่า 5 ชอ้ นชา5.4 ลดของหวานๆ ใหห้ วานนอ้ ยหน่อย เชน่ น้าอดั ลม, น้าหวาน,
ขนมหวาน หรือแมแ้ ตผ่ ลไมท้ ่ีมีรสหวานมากๆดว้ ย เพราะของหวานให้แต่พลงั งาน ซ่ึงหากรับประทานมากก็จะเกินความ
ตอ้ งการไปพอกพนู ตามร่างกายของคุณใหอ้ วบอว้ น

5.5. เคม็ จดั ไปสงสารคณุ ไตนะโดยคณุ ควรรับประทานเกลือให้นอ้ ยกวา่ 6 กรัมต่อวนั หรือประมาณ 1 ชอ้ นชาต่อวนั

5.6. งดหรือลดเครื่องด่ืมที่มีแอลกอฮอล์ โดยไม่ควรด่ืมมากกวา่ 1 แกว้ ต่อวนั เพราะนอกจากจะก่อโทษตา่ งๆแลว้ ยงั มีแคลอ
ร่ีสูงอีกดว้ ย หากคุณรับประทานอาหารตามแนวทางน้ี จะ

ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง

จากการสมั ภาษณส์ อบถามคุณครูประจาหอ้ งพยาบาลของ โรงเรียนมูลนิธิวดั ศรีอุบลรัตนาราม โรงเรียนอุบลวิทยาคม และโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา
1.คอมพิวเตอร์
2. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิร์ด
3. สมุด
4. กระดาษ
5. ปากกา
6. กลอ้ งถา่ ยภาพ
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
1. คิดหวั ขอ้ ท่ีสนใจเพ่ือเสนอครูท่ีปรึกษาโครงงาน
2. ศึกษาและคน้ ควา้ ขอ้ มูลท่ีสนใจศึกษา คือเร่ือง ปัญหาโรคอว้ นในเด็ก(Obesity in children) วา่ มีมากนอ้ ยเพียงใด และคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากเว็บไซตต์ า่ งๆ และ
จากแหลง่ หอ้ งสมุด
3. เร่ิมศึกษาหนงั สือท่ีเก่ียวขอ้ ง อาทิ โรคภยั ใกลต้ วั เด็ก, อาหารเพ่ือสุขภาพ, ไมอ่ ว้ นชวั ร์, หมอเด็กตอบปัญหา, น้าด่ืมสมุนไรใกลต้ วั แตไ่ กลโรค และคูม่ ือการดูแลสุขภาพ
ดว้ ยการลา้ งพิษ
4. จดั ทาโครงร่างกายเขยี นรายงานทางวิชาการ
5. จดั ทาโครงรา่ งเสนอครูท่ีปรึกษาโครงงานเพ่ือพิจารณาอนุมตั ิ
6. ศึกษาวิธีการจดั ทารายงานทางวิชาการเป็นรูปเลม่
7. นาเสนอความกา้ วหนา้ เป็นระยะๆ ตามระยะเวลาท่ีครูท่ีปรึกษาโครงงานกาหนด
8. ศึกษาวิธีการเขยี นอา้ งอิงและบรรณานุกรม
9. จดั ทาร่างรายงานทางวิชาการและเป็นรูปเลม่
10. ตรวจสอบความถูกตอ้ งของรา่ งรายงานทางวิชาการ
11. นาเสนอร่างรายงานเป็นรูปเลม่ ตอ่ ครูท่ีปรึกษาโครงงานเพ่ือตรวจสอบความถูกตอ้ ง
12. จดั ทารายงานเป็นรูปเลม่ ฉบบั สมบูรณ์
14. นารายงานสง่ ตอ่ คุณครูท่ีปรึกษาโครงงาน

สง่ิ ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาคน้ ควา้
1.ไดร้ ูถ้ งึ สาเหตขุ องการเกิดโรคอว้ น
2.มคี วามรูเ้ ก่ยี วกบั ผลกระทบท่ีจะเกิดขนึ้ ตามมาเม่อื เป็นโรคอว้ น
3.ทราบถงึ ช่วงอายทุ ่ีมคี วามเส่ยี งต่อการเป็นโรคอว้ นและจะไดร้ ะมดั ระวงั เพ่มิ ขนึ้ ในชว่ งอายุนนั้ ๆ
4.ทราบถงึ วธิ ีการป้องกนั โรคอว้ น
5.ไดร้ ูถ้ งึ วิธีการรกั ษาโรคอว้ น โดยวธิ ีต่างๆตามความรุนแรงของอาการ
ผลการศกึ ษา
1.สาเหตขุ องการเกดิ โรคอว้ น
โรคอว้ น คือ ภาวะท่ีรา่ งกายมเี นอื้ เย่อื และไขมนั สะสมไวใ้ นรา่ งกายมากกวา่ ปกติ จนทาใหเ้ กิดโรคมากกวา่ และมอี ายสุ นั้ กวา่ คนปกติ
ความอว้ นมสี าเหตมุ าจาก
1.ไดพ้ ลงั งานจากอาหารมากเกินความตอ้ งการของรา่ งกาย คือ การกนิ เขา้ ไปมากแต่ใชน้ อ้ ย อาหารท่ีใหพ้ ลงั งานคอื อาหารพวกแป้งและนา้ ตาล เนือ้ สตั ว์

ต่าง
3. กรรมพนั ธุ์ กเ็ ป็นอีกสาเหตหุ น่งึ ท่ที าใหค้ นอว้ น แตพ่ บไดน้ อ้ ย คนอว้ นมกั จะชอบโทษว่ากรรมพนั ธเุ์ ป็นสาเหตทุ ่ที าใหต้ นอว้ น ซง่ึ ความจรงิ แลว้ โรคอว้ นมกั
มาจากปัญหาของพฤติกรรมการชอบกนิ มากกว่า
4. ความอว้ นเกิดจากโรคบางชนิด เช่น ความผดิ ปกตขิ องฮอรโ์ มน ความผิดปกติของสมอง แต่ความอว้ นจากสาเหตนุ ีพ้ บนอ้ ยมาก
2.ผลกระทบท่ีจะเกดิ ขนึ้ ตามมาเม่อื เป็นโรคอว้ น

ผลกระทบท่ีจะตามมาจากปัญหาภาวะโลกอว้ นมีหลายรูปแบบ อาจทาใหร้ า่ งกายประสบปัญหาภาวะแทรกซอ้ น เช่น โรคหวั ใจ โรคเบาหวาน โรค
ความดนั โลหติ สงู ซ่งึ สง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพของผปู้ ่ วยในระยะยาว
โรคเรอื้ รงั ท่สี มั พนั ธก์ บั โรคอว้ น

ไดแ้ ก่ โรคหวั ใจขาดเลอื ด โรคหลอดเลอื ดสมอง โรคมะเรง็ บางชนดิ โรคเบาหวาน และโรคถงุ นา้ ดี เป็นตน้
1.โรคหวั ใจขาดเลอื ด โรคอว้ นเป็นปัจจยั เสย่ี งอิสระท่ีทาใหเ้ กิดโรคหัวใจ และยงั เป็นสาเหตขุ องปัจจยั เส่ยี งตอ่ โรคหวั ใจ นอกจากนี้ยงั พบวา่ อตั ราการตาย

จากโรคหวั ใจเพ่มิ ขนึ้ ในกลมุ่ คนอว้ น ย่งิ อว้ นมากย่งิ มีโอกาสเป็นโรคหวั ใจเพ่ิม
2. พบวา่ ผทู้ ่มี ีดชั นีมวลกายมากกว่า 30 กก/ตารางเมตร จะมีความเส่ยี งตอ่ โรคหวั ใจ สาหรบั ผทู้ ่เี ป็นโรคเบาหวาน หรอื ไขมนั ในเลอื ดสงู ดชั นมี วลกาย 25-29

กก/ตารางเมตรก็จะเกิดความเสย่ี งต่อโรคหวั ใจ
2. โรคความดนั โลหติ สงู โรคอว้ นจะมโี รคความดนั โลหติ สงู กว่าคนปกติ 2.9 เทา่ ความเส่ยี งของความดนั โลหิตสงู จะเพ่ิมขนึ้ ตามระยะท่ีเป็นโรคอว้ น เม่อื ลด
นา้ หนกั ระดบั ความดนั จะลดลงดว้ ย พบวา่ ผทู้ ่ีมดี ชั นีมวลกายมากกว่า
25 กก/ตารางเมตร จะเป็นความดนั โลหิตสงู เป็น 2 เทา่ ของผทู้ ่ีมีดชั นมี วลกาย 22

3. ไขมนั ในเลอื ดสงู โดยเฉพาะไขมนั triglyceride ,LDL สงู สว่ นไขมนั ท่ดี ไี ดแ้ ก่ HDL จะต่า
4. โรคหลอดเลอื ดสมอง พบวา่ หากอว้ นลงพงุ จะมอี ตั ราการเกดิ โรคหลอดเลอื ดสมองมากขนึ้ โดยเฉพาะผทู้ ่ีมดี ชั นีมวลกายมากกว่า 30

โรคอว้ นท่ีสมั พนั ธก์ บั สขุ ภาพ

· ขอ้ เส่ือม นา้ หนกั ที่มากเกินไปกดลงบนขอ้ ทาใหเ้ กิดขอ้ เสอ่ื มเรว็ ขึน้ ปวดหลงั
· กรดยรู ิกในเลือดสงู ทาใหเ้ กิดโรคเก๊าไดบ้ ่อยในคนอว้ น
· โรคทางเดนิ หายใจ ผอู้ าจจะหยดุ หายใจขณะหลบั เป็นพกั ๆท่ีเรยี กวา่ sleep
apnea syndrome ทาหลบั ไมส่ นิท และมกั เกิดอบุ ตั เิ หตขุ ณะขบั รถ
· กลนั้ ปัสสาวะไมอ่ ยู่
· โรคเสน้ เลอื ดขอด
3.ช่วงอายทุ ่ีมีความเส่ยี งตอ่ การเป็นโรคอว้ น

การพิจารณาวา่ บคุ คลใดอว้ นนนั้ พิจารณาจากดชั นีมวลกาย(BMI) ซึง่ เป็นการวดั มี
คา่ เท่ากบั นา้ หนกั (หน่วยเป็นกิโลกรมั ) หารดว้ ยสว่ นสงู (หนว่ ยเป็นเมตร) ยกกาลงั สอง
บคุ คลที่มีดชั นีมวลกายเกิน 30 กิโลกรมั ตอ่ ตารางเมตรถือวา่ เป็นโรคอว้ น โดยในช่วง 25-30
กิโลกรมั ตอ่ ตารางเมตรนิยามเป็นนา้ หนกั เกิน ชว่ งอายทุ ี่มภี าวะเสียงในการเป็นโรค
อว้ นมากท่ีสดุ คอื กลมุ่ เดก็ อายุ 1-6 ปี รองลงมา คอื อายุ 7-12 ปี และลาดบั สดุ ทา้ ยคือ ชว่ ง
อายุ 13-18 ปี

สรปุ ผล

การจดั ทารายงานเรอ่ื ง ปัญหาโรคอว้ นในเด็ก (Obesity in children) สามารถสรปุ ไดด้ งั นี้
โรคอว้ น หมายถึง ความอว้ นท่มี ากเกินไป มนี า้ หนกั ตวั มากกว่าที่ควรจะเป็ น ไมใ่ ชอ่ ว้ นกาลงั ดี อว้ นพองามหรอื กาลังสวย คาว่าอว้ น ตาม
ความหมายของพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน หมายถึง มเี น้อื และไขมนั มาก โตอวบ ซึ่งเป็ นความหมายท่ไี มน่ า่ ปรารถนาของคน
ทวั่ ๆไป
1.สาเหตกุ ารเกิดโรคอว้ น
การบริโภคอาหารทม่ี ากเกินความตอ้ งการของรา่ งกาย นยิ มบรโิ ภคอาหารที่มไี ขมนั และใหพ้ ลงั งานสงู ขาดการออกกาลงั กาย
นอกจากน้ยี งั มปี ัจจยั อ่ืนๆ อีกที่เป็ นสาเหตขุ องโรคอว้ น มีดงั น้ี
-สาเหตทุ างพนั ธกุ รรม
-สาเหตจุ ากพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร
-เกิดความผิดปกตขิ องสมองสว่ นไฮโปธาลามสั
-เกิดความผิดปกตขิ องการทางานของตอ่ มไรท้ อ่
2.ผลกระทบท่จี ะเกิดขนึ้ ตามมาเม่ือเป็ นโรคอว้ น
อาจทาใหร้ า่ งกายประสบปัญหาภาวะแทรกซอ้ น เชน่ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสงู
3.ชว่ งอายทุ ม่ี ภี าวะเสียงในการเป็ นโรคอว้ นมากทีส่ ดุ
กลมุ่ เด็กอายุ 1-6 ปี รองลงมา คือ อายุ 7-12 ปี และลาดบั สดุ ทา้ ยคือ ชว่ งอายุ 13-18 ปี
4.วิธกี ารป้ องกนั โรคอว้ น
1.ออกกาลงั กาย
2.ปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมการทานอาหารอยา่ งถกู ตอ้ ง
5.วิธีการรกั ษาหากเป็ นโรคอว้ น
1.การควบคมุ อาหาร
2.การออกกาลงั กาย
3.การปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม

อภิปรายผล

การจดั ทารายงานเร่อื งปัญหาโรคอว้ นในเดก็ (Obesity in children) สามารถอภิปรายผลได้
ไดด้ งั นี้
ผลการศกึ ษาในครง้ั นไี้ ดแ้ กไ้ ขขอ้ สงสยั ว่าโรคอว้ นนน้ั มสี าเหตมุ าจากอะไร โรคอว้ นทาให้เหน็ ว่าโรคอว้ น
เป็นภยั อนั ตรายใกลต้ วั ไม่สามารถท่จี ะละเลยไดห้ ากเรารูแ้ ละเขา้ ใจถงึ สาเหตคุ วามเป็นมา วิธีปอ้ งกนั วธิ ี
รกั ษาแลว้ นน้ั กจ็ ะทาใหเ้ รานน้ั ระมดั ระวงั และไมเ่ ป็นหน่งึ ในผปู้ ่วยโรคอว้ น และคณะผจู้ ดั ทาไดศ้ กึ ษา จน
สามารถนาความรูไ้ ปปรบั ใชบ้ อกกลา่ วใหค้ วามรูต้ อ่ ผอู้ ่นื และนามาปอ้ งกนั กบั ตนเอง ไดเ้ กิดกระบวนการ
คดิ การทางานภายในสมาชิกในกลมุ่ มีความช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั อนั ก่อใหเ้ กิดความสามคั คแี ละ
นาไปสกู่ ารประสบความสาเรจ็ ในการ ขอ้ เสนอแนะ

การจดั ทารายงานเร่อื งปัญหาโรคอว้ นในเด็ก (Obesity in children) มขี อ้ เสนอแนะ ดงั นี้
1.ขอ้ เสนอเพ่อื นาผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ไปใช้
1.1 ควรตรวจทานขอ้ มลู อีกครงั้ ซ่งึ คณะผจู้ ดั ทาอาจจะทาตกหลน่ เลก็ นอ้ ยก่อนนาไปใช้
1.2ควรศกึ ษารายงานนอี้ ย่างละเอยี ดกอ่ นนาไปใช้
1.3ควรท่จี ะใชว้ ิจารณญาณในการเช่อื หรอื ตดั สนิ ใจก่อนนาไปใช้ และควรตอ่ ยอดใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ


Click to View FlipBook Version