The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buy-lovemom, 2022-03-19 03:44:57

งานอาจารย์ชล-1

งานอาจารย์ชล-1

นวตั กรรมการเรียนรู้
โครงการในพระราชดาริ เร่ืองศูนย์ศึกษาการพมั นาเขาหินซ้อนอนั เนื่องมาจาก

พระราชดาริ

จดั ทาโดย
นายสรชัช แก้วละมุล 6112258205
นางสาวกติ ตยิ า ทามา 6112258109
นางสาวสิราวรรณ สุทธสน 6112258128
นางสาวอลสิ า กาละพฒั น์ 6112258132

สาขาสังคมสึกษาช้ันปี ท่ี 3
เสนอ

อาจารย์ชลธิชา โรจนแสง
แบบเรียนสาเร็จรูปเล่มนี้ เป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ

ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2563

คำนำ

ศนู ยศ์ กึ ษาพฒั นาเขาหนิ ซอ้ น

อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ

สำรบญั หนำ้

เร่ือง
คำนำ
สำรบญั
คำช้ีแจง
แบบทดสอบก่อนเรียน
ควำมเป็ นมำเก่ียวกบั ศูนยศ์ ึกษำฯ
แนวทำงและวตั ถุประสงคศ์ ูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ
กำรบริหำรและดำเนินงำนภำยในศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ
ประวตั ิควำมเป้นมำของศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ
วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจ
ยทุ ธศำสตร์
แผนที่แสดงท่ีต้งั
พ้นื ท่ีดำเนินกำร
ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจำกศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ
ผลสำเร็จที่โดดเด่นของศนู ยศ์ ึกษำพฒั นำฯ
กลมุ่ พฒั นำอำชีพหมูบ่ ำ้ นรอบศนู ยฯ์
แบบทดสอบหลงั เรียน
บรรณำนุกรม
ภำคผนวก

ศนู ยศ์ กึ ษาพฒั นาเขาหนิ ซอ้ น

อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ

คำช้ีแจง

บทเรียนสำเร็จรูปเร่ือง โครงกำรในพระรำชดำริในหลวงรัชกำลท่ี 9 กำรพฒั นำเขำหินซอ้ น วชิ ำสังคมศึกษำ ศำสนำ
และวฒั นธรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม สำหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี 4-6 มีจุดประสงค์
เพ่ือใหน้ กั เรียนเรียนรู้หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งแนวปฏิบตั ิต่ำง ๆซ่ึงจะช่วยใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นำทกั ษะทำงสงั คมในกำรดำเนินชีวติ
ตอนจะเป็นประโยชน์ต่อกำรดำเนินชีวติ ประจำวนั

โดยใชเ้ ป็นส่ือกำรเรียนในรำยวชิ ำสงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ภำยในเล่มประกอบดว้ ยคำช้ีแจงมำตรฐำนกำร
เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั แบบทดสอบก่อนเรียน เน้ือหำกำรเรียนรู้ และแบบทดสอบหลงั เรียน รวมท้งั เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั
เรียน นกั เรียนสำมำรถใชเ้ ป็นบทเรียนสำเร็จรูปประกอบกำรเรียนหรือเรียนรู้ดว้ ยตนเองตำม ระดบั ตำมควำมสำมำรถของแต่ละ
บุคคล

บทเรียนสำเร็จรูปเร่ือง วชิ ำสังคมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรมกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม
สำหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี 4-6

มำตรฐำน ส 3.1 เขำ้ ใจและสำมำรถบริหำรกำรจดั กำรทรัพยำกรในกำรผลิตและกำรบริโภคกำรใชท้ รัพยำกรท่ีมีอยจู่ ำกดั
ไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพและคุม้ ค่ำ รวมท้งั เขำ้ ใจหลกั กำรของเศรษฐกิจพอเพียงเพอ่ื กำรดำรงชีวิตอยำ่ งมีดุลยภำพ

ตวั ช้ีวดั ส 3.1 ม.4 – ม.6 จะนบั ถึงควำมสำคญั ของปรัชญำ ของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมีต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

ศนู ยศ์ กึ ษาพฒั นาเขาหนิ ซอ้ น

อนั เนื่องมาจากพระราชดาริ

แบบทดสอบก่อนเรียน
เร่ือง ศูนย์ศึกษาพฒั นาเขาหอนซ้อนอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ

1.ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซ้อนอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำ อยทู่ ่ีจงั หวดั อะไร

ก.ชลบุรี ข.ฉะเชิงเทรำ ค.จนั ทบุรี ง.ปรำจีนบุรี

2. ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริไดร้ ับกำรสถำปนำจำกพระบำทสมเด็จพระ
เจำ้ อยหู่ วั รัชกำลที่ 9 เม่ือวนั ท่ีเท่ำไหร่

ก. 9 สิงหำคม 2522 ข. 10 สิงหำคม 2552

ค. 31 สิงหำคม 2524 ง. 8 สิงหำคม 2522

3. ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซ้อนเดิมมีที่ดินอยกู่ ่ีไร่

ก. 264 ไร่ ข. 265 ไร่ ค. 266 ไร่ ง. 257 ไร่

4. ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นเนน้ เรื่องใดมำกที่สุด

ก.ดิน ข.น้ำ ค.ป่ ำไม้ ง.อำกำศ

5. กำรดำเนินงำนของศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ เพ่ือศึกษำเร่ืองใด

ก.เพื่อหำรำยไดเ้ ขำ้ หน่วยงำน ข. เพื่อเป็ นแหล่งทดลองวจิ ยั และปรับปรุงดิน

ค.เพอ่ื ศึกษำแหล่งท่ีมำของเงินทุน ง.เพ่ือศึกษำรำยรับรำยจ่ำย

6.ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซ้อน จะเนน้ เรื่องใดเป็นหลกั

ก. รัฐบำล ข. พอ่ คำ้ แมค่ ำ้

ค. ประชำชนอยดู่ ีกินดี ง. อบต

7. เดิมเพ่ือชีวติ ใดท่ีปลูกไดบ้ ริเวณเขำหินซอ้ น

ก.ขำ้ วฟ่ ำง ข. ออ้ ย ค.ส้ม ง.มนั สำปะหลงั

8. ศูนยพ์ ฒั นำเขำหินซอ้ น มุ่งหนำ้ ท่ีจะพฒั นำใหเ้ ป็นแหล่งอเนกประสงคข์ องผคู้ นในทุกดำ้ นโดยใหศ้ ูนยท์ ำ
หนำ้ ท่ีเสมือนขอ้ ใด

ก.พิพิธภณั ฑธ์ รรมชำติท่ีมีอยู่ ข.หวั หนำ้ ครอบครัว

ค.นกั สร้ำงสรรคอ์ อกแบบ ง.นกั ศึกษำ

9. ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริแห่งแรกคือศูนยศ์ ึกษำแหล่งใด

ก. ศูนยศ์ ึกษำอำ่ วคำ้ กระเบน ข.ศูนยศ์ ึกษำพกิ ลุ ทอง

ค.ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซ้อน ง.ศูนยศ์ ึกษำหว้ ยฮอ้ งใคร

10. ประโยชน์ ท่ีไดร้ ับ จำกกำรศึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นคือขอ้ ใด

ก.เกษตรกรและชำวบำ้ นไดค้ วำมรู้เกี่ยวกบั กำร ทำเกษตรไดท้ ดลองและไดว้ จิ ยั

ข.ไดม้ ีรำยไดเ้ พ่มิ ข้ึนจำกเดิม

ค.ไดร้ ู้จกั สตั วท์ ี่หลำกหลำย

ง.ไดร้ ู้วธิ ีกำรจดั กำรบริหำรเงิน

ควำมเป็นมำเกี่ยวกบั ศนู ยศ์ กึ ษำฯ

ในกำรดำเนินงำนโครงกำรอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริน้นั นอกจำกแนวทำงและหลกั กำรดงั กล่ำว
ขำ้ งตน้ คือ กำรพฒั นำตอ้ งเป็ นไปตำมข้นั ตอน โดยท่ีจะตอ้ งทำใหช้ ุมชนมีควำมเขม้ แขง็ ก่อน แลว้ มีกำรพฒั นำ
ต่อไปใหป้ ระชำชนสำมำรถพ่งึ ตนเองได้ ขณะเดียวกนั จะตอ้ งอนุรักษแ์ ละพฒั นำทรัพยำกรสิ่งแวดลอ้ ม
ส่งเสริมควำมรู้เทคนิควชิ ำกำรสมยั ใหมพ่ ร้อม ๆกนั ไปดว้ ย อยำ่ งไรก็ตำมในกำรดำเนินงำนโครงกำรอนั
เน่ืองมำจำกพระรำชดำริน้นั จะตอ้ งคำนึงถึงสภำพแวดลอ้ มทำงภูมิศำสตร์และสงั คมวทิ ยำของแตล่ ะทอ้ งถิ่น
ทีมีควำมแตกต่ำงกนั ดว้ ยเสมอ ดงั พระรำชดำรัสในพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ วั ควำมตอนหน่ึงวำ่

"...กำรพฒั นำจะตอ้ งเป็นไปตำมภูมิประเทศทำงภูมิศำสตร์ และภูมิประเทศทำง
สงั คมศำสตร์ในสงั คมวิทยำ ภูมิประเทศตำมสงั คมวิทยำ คือนิสยั ใจคอของคนเรำ จะไป
บงั คบั ใหค้ นคิดอยำ่ งอื่นไม่ได้ เรำตอ้ งแนะนำ เรำเขำ้ ไปช่วยโดยท่ีจะคิดใหเ้ ขำเขำ้ กบั
เรำไม่ได้ แต่ถำ้ เรำเขำ้ ไปแลว้ เรำเขำ้ ไปดูวำ่ เขำตอ้ งกำรอะไรจริง ๆแลว้ กอ็ ธิบำยใหเ้ ขำ
เขำ้ ใจหลกั กำรของกำรพฒั นำน้ีกจ็ ะเกิดประโยชน์อยำ่ งยง่ิ ..."

ดว้ ยหลกั กำรดงั กล่ำว พระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ วั ไดพ้ ระรำชทำนพระรำชดำริใหจ้ ดั ต้งั “ศูนย์
ศึกษำกำรพฒั นำอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ” ข้ึนตำมภูมิภำคตำ่ ง ๆ จำนวน ๖ ศูนย์ โดยมีแนวทำงและ
วตั ถุประสงคด์ งั น้ี

"...เป็ นกำรสำธิตกำรพฒั นำเบ็ดเสร็จ หมำยถึง ทุกส่ิงทุกอย่ำงทุกด้ำนของชีวิตประชำชนท่ีจะหำเล้ียงชีพ
ในทอ้ งท่ีจะทำอย่ำงไร และไดเ้ ห็นวิทยำกำรแผนใหม่จะสำมำรถท่ีจะหำดูวิธีกำร จะทำมำหำกินให้มี
ประสิทธิภำพ..."

"...ดำ้ นหน่ึงก็เป็ นจุดประสงค์ของศูนยศ์ ึกษำก็เป็ นสถำนที่สำหรับคน้ ควำ้ วิจยั ในทอ้ งท่ี เพรำะว่ำแต่ละ
ทอ้ งที่ สภำพฝน ฟ้ำ อำกำศ และประชำชนในทอ้ งท่ีต่ำง ๆกนั ก็มีลกั ษณะแตกต่ำงกนั มำกเหมือนกนั ..."

"...กรมกองตำ่ ง ๆท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ชีวิตประชำชนทุกดำ้ น ไดส้ ำมำรถแลกเปลี่ยน
ควำมคิดเห็น ปรองดองกนั ประสำนกนั ตำมธรรมดำแต่ละฝ่ ำยตอ้ งมีศูนยข์ องตน แต่
วำ่ อำจจะมีงำนถือวำ่ เป็นศูนยข์ องตนเอง คนอ่ืนไม่เกี่ยวขอ้ ง และศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำ
เป็นศูนยท์ ่ีรวบรวมกำลุงท้งั หมดของเจำ้ หนำ้ ท่ีทุกกรม กอง ท้งั ในดำ้ นเกษตรหรือใน
ดำ้ นสงั คม ท้งั ในดำ้ นหำงำนกำรส่งเสริมกำรศึกษำมำอยดู่ ว้ ยกนั กห็ มำยควำมวำ่
ประชำชนซ่ึงจะตอ้ งใชว้ ชิ ำกำรท้งั หลำยกส็ ำมำรถท่ีจะมำดู ส่วนเจำ้ หนำ้ ที่จะใหค้ วำม
อนุเครำะห์แก่ประชำชนกม็ ำอยพู่ ร้อมกนั ในที่เดียวกนั เหมือนกนั ซ่ึงเป็นสองดำ้ น ก็
หมำยถึงวำ่ ที่สำคญั ปลำยทำงคือ ประชำชนจะไดร้ ับประโยชนแ์ ละตน้ ทำงของผเู้ ป็น
เจำ้ หนำ้ ที่จะใหป้ ระโยชน์..."

แนวทางและวตั ถุประสงค์ศูนย์ศึกษาการพฒั นาฯ

จำกพระรำชดำรัสในพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว เม่ือวนั ที่ ๑๑ กนั ยำยน ๒๕๒๖ สำมำรถสรุป
แนวทำงและวตั ถุประสงคข์ องศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำ ไดด้ งั น้ีคือ
๑.ทำกำรศึกษำ คน้ ควำ้ ทดลอง วิจยั เพ่ือแสวงหำแนวทำงและวิธีกำรพฒั นำทำงด้ำนต่ำง ๆให้เหมำะสม
สอดคล้อง กับสภำพแวดล้อมท่ีแตกต่ำงกัน ศูนย์ศึกษำกำรพฒั นำฯ จึงเปรียบเสมือน “ตัวแบบ” ของ
ควำมสำเร็จท่ีจะเป็นแนวทำงและตวั อยำ่ งของผลสำเร็จใหแ้ ก่พ้นื ท่ีอื่น ๆโดยรอบไดท้ ำกำรศึกษำ
๒.กำรแลกเปล่ียนสื่อสำรระหวำ่ งนกั วิชำกำร นกั ปฏิบตั ิ และประชำชน กำรศึกษำ คน้ ควำ้ ทดลอง วิจยั ท่ี
ไดผ้ ลแลว้ ควรจะนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นพ้ืนที่จริงได้ ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯควรเป็ นแหล่งผสมผสำนวชิ ำกำร
และกำรปฏิบตั ิ เป็นแหล่งควำมรู้ของรำษฎร เป็นแหล่งศึกษำทดลองของเจำ้ หนำ้ ท่ีผปู้ ฏิบตั ิงำนและเป็ นแหล่ง
แลกเปลี่ยนถ่ำยทอดประสบกำรณ์และแนวทำงแกไ้ ขปัญหำระหวำ่ งคน 3 กลุ่ม คือ นกั วิชำกำร เจำ้ หนำ้ ที่ ซ่ึง
ทำหนำ้ ท่ีพฒั นำส่งเสริม และรำษฎร
๓.กำรพฒั นำแบบผสมผสำน ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ เป็ นตวั อยำ่ งที่ดีของแนวควำมคิดแบบสหวทิ ยำกำร ซ่ึง
ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในพ้ืนท่ีน้นั ๆ ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯแต่ละแห่งจะเป็ นแบบจำลองของพ้ืนท่ีและ
รูปแบบกำรพฒั นำท่ีควรจะเป็ น เพ่ือเป็ นตวั อย่ำงว่ำในพ้ืนที่และรูปแบบกำรพฒั นำพ้ืนที่ ลกั ษณะหน่ึงๆน้นั
จะสำมำรถใชป้ ระโยชน์อย่ำงเต็มท่ีไดโ้ ดยวิธีใดบำ้ ง มิใช่กำรพฒั นำเฉพำะทำงใดทำงหน่ึงแต่พยำยำมใช้
ควำมรู้มำกสำขำมำกที่สุด แต่ละสำขำให้เป็ นประโยชน์เก้ือหนุนกบั กำรพฒั นำสำขำอื่น ๆ และระบบของ
ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯควรเป็ นกำรผสมผสำนไม่เพียงเฉพำะเรื่องควำมรู้เท่ำน้นั แต่ตอ้ งมีกำรผสมผสำนกำร
ดำเนินงำนและกำรบริหำรท่ีเป็นระบบดว้ ย
๔.กำรประสำนงำนระหว่ำงส่วนรำชกำร เป็ นแนวทำงและวตั ถุประสงคท์ ี่สำคญั ย่ิงประกำรหน่ึง เนื่องจำก
กระบวนกำรพฒั นำและ ระบบรำชกำรไทยมีปัญหำน้ีโดยพ้ืนฐำน เป็นสิ่งบ้นั ทอนประสิทธิภำพและผลสำเร็จ
ของงำนลงอย่ำงน่ำเสียดำย แนวทำงกำรดำเนินงำนของศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำฯทุกแห่งจึงเน้นกำร
ประสำนงำน กำรประสำนแผน และกำรจดั กำรระหวำ่ งกรม กอง และส่วนรำชกำรต่ำง ๆ
๕.เป็นศูนยบ์ ริกำรแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service) กล่ำวคือ ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ มีกำรศึกษำทดลอง และ
สำธิต ให้เห็นถึง ควำมสำเร็จของกำรดำเนินงำนพร้อม ๆกนั ในทุกดำ้ น ท้งั ดำ้ นกำรเกษตร ปศุสัตว์ ประมง
ตลอดจนกำรพฒั นำทำงดำ้ นสังคม และงำนศิลปะชีพ ในลกั ษณะของ “พิพิธภณั ฑ์ธรรมชำติท่ีมีชีวิต” เมื่อ
ผูส้ นใจเขำ้ ไปศึกษำดูงำนโดยจะมีให้ดูได้ทุกเร่ืองในบริเวณศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯท้งั หมด ผูส้ นใจหรือ
เกษตรกรจะไดร้ ับควำมรู้รอบดำ้ น อีกท้งั มีควำมสะดวก รวดเร็ว ซ่ึงนำไปสู่กำรไดร้ ับประโยชนส์ ูงสุด

ผลกำรศึกษำของแต่ละศูนยน์ ้นั จะเป็ นควำมรู้ท่ีนำไปส่งเสริมให้กบั ประชำกรเป้ำหมำยและมีกำร
สำธิตไวใ้ นพ้ืนที่ของศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ ประชำกรท่ีอยใู่ นหมู่บำ้ นรอบ ๆ พ้ืนท่ีศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯจะ
เป็ นประชำกรเป้ำหมำยกลุ่มแรกท่ีจะไดร้ ับประโยชน์ กล่ำวคือเจำ้ หนำ้ ที่ท่ีรับผดิ ชอบเรื่องงำนส่งเสริมจะนำ
ควำมรู้ท่ีไดจ้ ำกกำรศึกษำในศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯท่ีไดผ้ ลดีไปแนะนำใหก้ บั เกษตรกรหมู่บำ้ นเป้ำหมำย ซ่ึง
ก่อนน้ีเรียกวำ่ “หมู่บำ้ นบริวำร” แตป่ ัจจุบนั ไดเ้ รียกวำ่ “หมู่บำ้ นรอบศูนยฯ์ ” แตล่ ะศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯจะมี
ประชำกรหมู่บำ้ นรอบศูนยอ์ ยปู่ ระมำณ ๑๐-๒๕ หมู่บำ้ น ในกำรส่งเสริมน้นั ทำหลำยวธิ ีดว้ ยกนั ท้งั น้ีแลว้ แต่
สภำพสังคมวฒั นธรรมของแต่ละพ้ืนที่ เช่น ให้เกษตรกรเข้ำมำรับกำรอบรมในศูนย์ศึกษำกำรพฒั นำฯ
หลกั สูตรต่ำง ๆ เช่น กำรเพำะปลูกพืชชนิดต่ำง ๆ กำรขยำยพนั ธุ์พืช กำรเล้ียงสัตว์ กำรประมง ฯลฯ หรือ
เจำ้ หน้ำท่ีฝ่ ำยส่งเสริมออกไปแนะนำส่งเสริมในหมู่บำ้ นหรือเกษตรกรเขำ้ มำศึกษำดูงำนในศูนยศ์ ึกษำกำร
พฒั นำฯดว้ ยตนเองหรือเขำ้ มำเป็ นหมูค่ ณะ

เมื่อกำรส่งเสริมให้หมู่บ้ำนรอบศูนยไ์ ด้ผลในระดับหน่ึงแล้ว หมู่บำ้ นเหล่ำน้ีจะทำหน้ำที่เป็ น
หมู่บำ้ นตวั อย่ำงให้เกษตรกรพ้ืนที่อื่น ๆ ที่ห่ำงออกไปได้เขำ้ มำศึกษำและดูงำนได้และกำรขยำยผลกำร
ส่งเสริมของศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯจะสำมำรถขยำยขอบเขตกวำ้ งขวำงออกไปเรื่อย ๆ

ของแต่ละภูมิภำคน้นั ๆ ตำมท่ีทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ ฯให้จดั ต้งั ข้ึน อยำ่ งไรก็ตำม แต่ละภูมิภำค
อำจจะมีเรื่ องปลี กย่อยที่ควรจะได้ทำกำรศึกษำเพิ่มเติมและพ้ืนที่ที่เหมำะสมอยู่แยกออกไปในพ้ืนท่ีอ่ืน
เพื่อใหก้ ำรดำเนินงำนเหล่ำน้นั เป็ นไปอยำ่ งมีประสิทธิภำพ จึงไดจ้ ดั ให้มี “ศูนยส์ ำขำ” เพื่อทำกำรศึกษำเป็ น
กำรเฉพำะเร่ือง เฉพำะพ้ืนท่ีน้นั ๆ และผลที่ไดจ้ ำกกำรศึกษำจกั ไดส้ ่งเสริมให้เกษตรนำไปใชใ้ นกำรประกอบ
อำชีพเช่นกนั

กำรบริหำรและดำเนินงำนภำยในศูนยศ์ กึ ษำ
กำรพฒั นำฯ

เม่ือมีกำรจดั ต้งั ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ ของแต่ละศูนย์ ในระยะเริ่มแรกมีรูปแบบองคป์ ระกอบของ
คณะกรรมกำรบริหำรและอนุกรรมกำรของแตล่ ะศูนยท์ ่ีแตกตำ่ งกนั ออกไป ทำใหก้ ำรดำเนินงำนของศูนยฯ์ มี
ลกั ษณะหลำกหลำยและขำดเอกภำพ ดงั น้ันเพื่อให้กำรดำเนินงำนของศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯสำมำรถจะ
ดำเนินงำนสนองพระรำชดำริไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพ มีเอกภำพและสอดคลอ้ งซ่ึงกนั และกนั คณะรัฐมนตรี
จึงมีมติเมื่อวนั ที่ ๒๘ มกรำคม ๒๕๓๕ ใหด้ ำเนินกำรปรับปรุงระบบบริหำรงำนของศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ
โดยให้ยกเลิกคำส่ังแต่งต้งั คณะกรรมกำรบริหำรโครงกำรและอนุกรรมกำรท่ีถือปฏิบตั ิแต่เดิมท้งั หมด ให้
แต่งต้งั คณะกรรมกำรบริหำรโครงกำร อนุกรรมกำรวำงแผนและติดตำมประเมินผลชุดเดียว ดงั น้ี

คณะกรรมกำรบริหำรศูนย์ ประกอบดว้ ย องคมนตรีเป็นประธำน เลขำธิกำร กปร. เป็นรองประธำน
อธิบดีกรมท่ีเก่ียวขอ้ ง ๑๒ คน ผูว้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั ท่ีศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯต้งั อยู่ ๖ คน เป็ นกรรมกำร รอง
เลขำธิกำร กปร. เป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร ท่ีปรึกษำดำ้ นกำรประสำนงำนและผแู้ ทนสำนกั งำน กปร. เป็น
กรรมกำรและผูช้ ่วยเลขำนุกำร รวมกรรมกำรท้งั สิ้น ๒๓ คน มีหนำ้ ท่ีกำหนดวตั ถุประสงค์ นโยบำย และ
เป้ำหมำยในกำรดำเนินงำน รวมท้งั แนวทำงกำรบริหำรโครงกำร อำนวยกำรควบคุม กำกบั ดูแล ให้กำร
ดำเนินงำนเป็นไปตำมแนวพระรำชดำริที่ไดก้ ำหนดไว้ ติดตำมผลและใหค้ ำแนะนำในกำรปฏิบตั ิงำน รวมท้งั
กำรแก้ไขปัญหำและอุปสรรคในกำรบริ หำรงำนให้บรรลุผล และกรรมกำรชุดน้ีสำมำรถแต่งต้ัง
คณะอนุกรรมกำร หรือคณะทำงำน หรือบุคคลเพอื่ ช่วยเหลือกำรปฏิบตั ิไดต้ ำมควำมจำเป็น

อนุกรรมกำรแผนแม่บทและติดตำมประเมินผล ประกอบด้วย เลขำธิกำร กปร. เป็ นประธำน
คณะอนุกรรมกำร รองอธิบดีท่ีเก่ียวขอ้ ง ๕ กรม เป็ นรองประธำนอนุกรรมกำร ผแู้ ทนจำกกรมที่เกี่ยวขอ้ ง ๙
กรม เป็ นอนุกรรมกำร ที่ปรึกษำดำ้ นกำรประสำนงำน สำนักงำน กปร. เป็ นอนุกรรมกำรและเลขำนุกำร
ผูแ้ ทนสำนกั งำน กปร. และผูอ้ ำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริท้งั ๖ ศูนย์ เป็ น
อนุกรรมกำรและผูช้ ่วยเลขำนุกำร คณะอนุกรรมกำรชุดน้ีมีอำนำจหนำ้ ที่ดำเนินกำรศึกษำและรวบรวมขอ้ มูล
เพื่อจดั ทำแผนแม่บทของศูนยฯ์ ใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวนโยบำยของคณะกรรมกำรบริหำร ดำเนินกำรติดตำม
ผลกำรดำเนินงำนและพิจำรณำกลน่ั กรองรำยละเอียดโครงกำรและงบประมำณประจำปี ตำมท่ีศูนยศ์ ึกษำกำร
พฒั นำฯเสนอขอรับกำรสนบั สนุน

องคก์ รดำเนินงำนศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯ แต่ละศูนย์ ประกอบดว้ ย ผูด้ ำเนินงำนตำมควำมเหมำะสม
ซ่ึงแต่งต้งั โดยประธำนกรรมกำรบริหำรโครงกำร คืออนุกรรมกำรดำเนินงำน และคณะทำงำนท่ีเป็ นผูแ้ ทน
จำกหน่วยงำนต่ำง ๆ ท้งั จำกส่วนกลำงและระดบั พ้ืนท่ีมำกกวำ่ ๑๐ กรม มำร่วมกนั ปฏิบตั ิงำนคือ กรมพฒั นำ
ที่ดิน กรมวิชำกำรเกษตร กรมป่ ำไม้ กรมอุทยำนแห่งชำติสตั วป์ ่ ำและพนั ธุ์พืช กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรม
ชลประทำน สำนกั งำนตำรวจแห่งชำติ กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพฒั นำสังคมและ
สวสั ดิกำร ฯลฯ ในจำนวนเหล่ำน้ีจะมีเจำ้ หนำ้ ที่ของหน่วยงำน อำนวยกำรตำมควำมจำเป็น

พืน้ ทที่ ้งั 6 ของศูนย์ศึกษาการพฒั นา


เนื่องจำกศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯท้งั ๖ ศูนย์ ต้งั อยตู่ ำมภูมิภำคตำ่ ง ๆ ไดท้ ำกำรศึกษำเพ่ือใหไ้ ดม้ ำซ่ึง
ควำมรู้ท่ีจะนำไปส่งเสริมใหเ้ กษตรกรไดน้ ำไปใชใ้ นกำรประกอบอำชีพในหลำยๆดำ้ น โดยเฉพำะทำงดำ้ น
กำรเกษตร อยำ่ งไรกต็ ำมแตล่ ะศูนย์ จะทำกำรศึกษำเนน้ หนกั แตกตำ่ งกนั ไปตำมสภำพภูมิศำสตร์สังคมท่ี
ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯน้นั ต้งั อยู่ รำยละเอียดดงั น้ีคือ
๑.ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ
๒.ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำหว้ ยทรำยอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั เพชรบุรี
๓. ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำอำ่ วคุง้ กระเบนอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั จนั ทบุรี
๔.ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำภูพำนอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั สกลนคร
๕.ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำห้วยฮ่องไคร้อนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั เชียงใหม่
๖.ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำพิกุลทองอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ จงั หวดั นรำธิวำ

ประวตั แิ ละความเป็ นมา

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ ไดร้ ับกำรสภำปนำจำกพระบำทสมเด็จ
พระเจำ้ อยหู่ วั เม่ือวนั ที่ 8 สิงหำคม พ.ศ. 2522 ในครำวเสด็จพระรำชดำเนินมำเปิ ดศำลพระบวรรำชำนุสำวรีย์
ของพระบำมสมเด็จพระปิ่ นเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั ณ ตำบลเขำหินซอ้ น อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ ณ ท่ี
น้ัน รำษฎร 7 รำย ได้น้อมเกล้ำฯ ถวำยที่ดินบริเวณหมู่ 2 ตำบลเขำหินซ้อน อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั
ฉะเชิงเทรำ จำนวน 264 ไร่ เพ่ือตอ้ งกำรให้สร้ำงพระตำหนัก ดว้ ยเห็นว่ำพระเจำ้ อยู่หัวเสด็จไปที่ไหนก็
พยำยำมที่จะพฒั นำทำให้ท่ีดินเจริญข้ึน เน่ืองจำกผืนดินเสื่อมโทรมไม่สำมำรถทำกำรเกษตรได้ ดงั พระรำช
ดำรัส”…ประวตั ิมีวำ่ ตอนแรกมีที่ดิน 264 ไร่ ท่ีผูใ้ หญ่บำ้ นให้เพื่อสร้ำงพระตำหนกั ในปี 2522 ท่ีเชิงเขำหิน
ซอ้ นใกลว้ ดั เขำหินซอ้ น ตอนแรกก็ตอ้ งคน้ ควำ้ วำ่ ที่ตรงน้นั คือตรงไหน ก็พยำยำมสืบถำม ก็ไดพ้ บบนแผนที่
พอดีอยู่มุมบนของระวำงของแผนที่ จึงตอ้ งต่อแผนท่ี 4 ระวำง สำหรับให้ไดท้ รำบว่ำสถำนที่ตรงน้ัน อยู่
ตรงไหน ก็เลยถำมผูท้ ี่ให้น้นั นะ ถำ้ หำกไม่สร้ำงตำหนกั แต่วำ่ สร้ำงเป็ นสถำนท่ีจะศึกษำเกี่ยวกบั กำรเกษตร
จะเอำไหม เขำกบ็ อกยนิ ดีก็เลยเร่ิมทำในท่ีน้นั ”

ประวตั แิ ละความเป็ นมา

พ้ืนท่ีบริเวณดงั กล่ำวมีสภำพเสื่อมโทรม ดินขำดควำมอุดมสมบูรณ์ เน้ือดินเป็นทรำย มีกำรชะลำ้ ง
กำรพงั ทลำยของดินสูง ดินรองรับน้ำไดเ้ พียง 30 มิลลิเมตร มีกำรปลูกพืชชนิดเดียว (มนั สำปะหลงั )
ติดต่อกนั เป็ นเวลำนำน โดยไม่มีกำรปรับปรุงบำรุงดิน ผลผลิตพชื ที่ไดร้ ับต่ำ ดงั พระรำชดำรัส”…ปัญหำที่ 1.
ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ น อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ : 2522 …มีกำรตดั ป่ ำ แลว้ ปลูกพชื
ไร่ เช่น ขำ้ วโพด และมนั สำปะหลงั ซ่ึงทำใหด้ ินจืดและกลำยเป็นดินทรำย มีแร่ธำตุนอ้ ย ในฤดูแลง้ จะมีกำร
ชะลำ้ งเนื่องจำกลมพดั (Wind Erosion) ในฤดูฝนจะมีกำรชะลำ้ งเนื่องจำกน้ำเซำะ (Water Erosion) …
“และ”... ตอนศึกษำดูพ้ืนท่ีน้นั พฒั นำยำกมำกเพรำะวำ่ มีแตห่ ิน แลว้ กเ็ ขำปลูกมนั สำปะหลงั กเ็ ลยนึกวำ่ อำจจะ
สำธิตกำรปลูกมนั สำปะหลงั มนั สำปะหลงั น้นั แมจ้ ะไมม่ ีน้ำ กย็ งั พอปลูกไดโ้ ดยง่ำย แต่ท่ีนี่เขำปลูกมนั
สำปะหลงั ไมข่ ้ึน หมำยควำมวำ่ อะไร ป๋ ุยไมม่ ี น้ำไม่มี มีแต่ทรำย ก็เลยวำ่ จะตอ้ งพฒั นำท่ีนี่ใหเ้ ป็นท่ีท่ีสำมำรถ
ปลูกแมแ้ ต่มนั สำปะหลงั อยำ่ งน้ี กำรปลูกมนั สำปะหลงั ก็ตอ้ งรู้กำรสร้ำงดิน ไมใ่ ช่ทรำย มีแตท่ รำย แลว้ ก็
สร้ำงน้ำ เพอื่ ท่ีจะใหม้ ีควำมชุ่มช้ืนหน่อย มนั สำปะหลงั น้ีเขำเขม้ แขง็ มำก ไมต่ อ้ งน้ำเทำ่ ไร แต่ที่นน่ั มนั ไมข่ ้ึน
กถ็ ำมกำนนั คนที่ให้ ท่ีเขำยอมรับวำ่ เขำใหเ้ พรำะเขำทำไม่ได้ เพรำะเขำปลูกมนั สำปะหลงั ไม่ได้ มหศั จรรย์
แตเ่ ขำก็ยนิ ดีถวำย แลว้ ก็ 264 ไร่ ก็เห็นวำ่ นอ้ ยเกินไป ก็เลยบอกวำ่ ท่ีตรงน้นั ขอซ้ือเพม่ิ เติมหน่อยไดไ้ หม เขำก็
ขำย ขำยตรงน้นั เขำเตรียมสำหรับปลูกมนั สำปะหลงั แลว้ แต่วำ่ เขำไมไ่ ดป้ ลูก...”

ประวตั แิ ละความเป็ นมา

เม่ือทำกำรสำรวจสภำพปัญหำของพ้ืนที่ พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ ัวได้ พระรำชทำนขอ้ เท็จจริง
แก่เจำ้ หน้ำท่ีผูเ้ ก่ียวขอ้ ง ณ ศำลำดุสิดำลยั เมื่อวนั ท่ี 26 สิงหำคม 2531 ควำมตอนหน่ึงวำ่ ”...อนั แรกก็ไดใ้ ห้
กรมชลประทำนไดส้ ร้ำงเป็ นอ่ำงเก็บน้ำ ซ่ึงดูๆไปแลว้ ก็แปลก เพรำะว่ำอ่ำงเก็บน้ำน้นั เท่ำกบั กินที่ของท่ีท่ี
ไดม้ ำเกือบท้งั หมดจะเหลือเพยี งไม่ก่ีไร่ที่จะใชส้ ำหรับกำรเพำะปลูก โดยใชน้ ้ำชลประทำนกเ็ ร่ิมตน้ อยำ่ งน้นั
คือ ไม่ถือว่ำผิดหลกั วิชำ ควำมจริงก็ผิดหลกั วิชำ มีที่เท่ำไรก็มำใช้ ส่วนใหญ่เป็ นอ่ำงเก็บน้ำ แล้วก็มำใช้
ประโยชน์สำหรับกำรเพำะปลูกเพียงไม่กี่ไร แต่ถือวำ่ ทำเป็ นตวั อยำ่ งแลว้ ผลประโยชน์ท่ีจะไดก้ ็ไม่ใช่เฉพำะ
ในท่ีของเรำ เป็ นในท่ีที่ลงไป ขำ้ งล่ำงคงไดร้ ับประโยชน์สำหรับสถำนท่ีก่อสร้ำงน้นั ...”และ”...ก่อนอื่นได้
สร้ำงเข่ือนก้นั หว้ ยเจก๊ ซ่ึงมีน้ำซบั (พิกดั QR.715208) เมื่อไปทำพิธีเปิ ดพระบรมรูปสมเด็จพระปิ่ นเกลำ้ ฯ ท่ี
วดั เขำหินซ้อน ไดไ้ ปสำรวจพ้ืนที่และกำหนดท่ีทำเขื่อน (8 สิงหำคม 2522) ต่อจำกน้นั ไดส้ ร้ำงอ่ำงเก็บน้ำ
เพ่ิมเติม (นอกเขต) คือ อ่ำงหว้ ยสำโรงเหนือ และหว้ ยสำโรงใต.้ ..”และ”...เม่ือพฒั นำน้ำข้ึนมำบำ้ งแลว้ ก็เร่ิม
ปลูกพืชไร่และเล้ียงปลำในที่ลุ่ม ส่วนท่ีอยบู่ นเนินกเ็ ล้ียงปศุสตั ว์ ปลูกหญำ้ และตน้ ไมผ้ ลและป่ ำ กำรเล้ียงปศุ
สัตว์ ปลูกหญำ้ และตน้ ไมน้ ้ี จะทำให้ดินมีคุภำพดีข้ึน ในที่สุดจะใช้ดินได้ท้งั หมด กรรมวิธีน้ีอำจต้องใช้
เวลำนำน จะสำมำรถเปลี่ยนจำกกระบวนกำรที่ไปทำงเส่ือมมำเป็ นทำงพฒั นำให้เป็ นพ้ืนที่สมบูรณ์ เมื่อ
จำแนกช้นั สมรรถนะของดินสำหรับพืชไร่ และกำรปลูกป่ ำแลว้ กส็ มควรที่จะมีกำรปลูกพนั ธุ์ไม้ ซ่ึงนอกจำก
จะเป็ นประโยชน์ต่อกำรรักษำผิวดินและควำมชุ่มช้ืนของอำกศแลว้ ยงั มีประโยชน์ต่อกำรใชใ้ นครัวเรือน
อำทิ ไมเ้ พื่อทำฟื น ไมเ้ พอื่ ทำบำ้ น และไมผ้ ล เป็นตน้ ...”

ประวตั คิ วามเป็ นมา

ทรงพระรำชทำนพระรำชดำริในกำรจัดต้ังศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำ อันเน่ืองมำจำกพระรำชดำริ
กล่ำวคือ”…ดำ้ นหน่ึงกเ็ ป็ นจุดประสงคข์ องศูนยศ์ ึกษำก็เป็นสถำนท่ีสำหรับคน้ ควำ้ วจิ ยั ในทอ้ งท่ี เพรำะวำ่ แต่
ละทอ้ งท่ีสภำพฝนฟ้ำอำกำศและประชำชนในทอ้ งที่ต่ำง ๆก็มีลกั ษณะแตกต่ำงกนั มำกเหมือนกนั ...”และ”...
เป็ นกำรสำธิตกำรพฒั นำเบ็ดเสร็จ หมำยถึง ทุกส่ิง ทุกอย่ำง ทุกด้ำนของชีวิต ประชำชนจะหำเล้ียงชีพใน
ท้องท่ี จะทำอย่ำงไร และได้เห็นวิทยำกำรแผนใหม่ จะสำมำรถท่ีจะหำดูวิธีกำรจะทำมำหำกินให้มี
ประสิทธิภำพ...”ท่ีสำคญั คือ”...ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำฯเป็ นศูนยท์ ี่รวบรวมกำลงั ท้งั หมดของเจำ้ หนำ้ ที่ทุกกรม
กองท้งั ในด้ำนกำรเกษตรหรือในด้ำนสังคม ท้ังในด้ำนหำงำนกำรส่งเสริมกำรศึกษำมำอยู่ด้วยกัน ก็
หมำยควำมวำ่ ประชำชนซ่ึงจะตอ้ งกำรท้งั หลำยก็สำมำรถท่ีจะมำดู ส่วนเจำ้ หนำ้ ท่ีจะใหค้ วำมอนุเครำะห์แก่
ประชำชน ก็มำอยูพ่ ร้อมกนั ในที่เดียวกนั ซ่ึงเป็ นสองดำ้ น ก็หมำยควำมถึงวำ่ สำคญั ปลำยทำง คือ ประชำชน
จะไดร้ ับประโยชน์ และตน้ ทำงของผเู้ ป็นเจำ้ หนำ้ ท่ีจะใหป้ ระโยชน์”

ประวตั คิ วามเป็ นมา

กำรพฒั นำดิน กำรวำงแผนปลูกพืช และเล้ียงสัตวท์ ่ีเกษตรกร และผูส้ นใจสำมำรถเขำ้ มำชมศึกษำ
คน้ ควำ้ หำควำมรู้เพิ่มเติมและนำไปปฏิบตั ิตำมได้ เพ่ือพฒั นำอำชีพและพ้ืนที่ทำกินของตนใหเ้ พิ่มผลผลิตมี
ฐำนะควำมเป็ นอยู่ท่ีดีข้ึน พร้อมท้งั ส่งเสริมงำนศิลปะหัตถกรรมพ้ืนบำ้ นเป็ นอำชีพเสริมเพิ่มฐำนะควำม
เป็ นอยูท่ ี่ดีข้ึน เพ่ิมรำยไดจ้ ำกอำชีพหลกั อีกทำงหน่ึงพฒั นำพ้ืนท่ีรอบนอกศูนยศ์ ึกษำฯบริเวณลุ่มน้ำโจนใหม้ ี
ควำมเจริญข้ึน เป็ นตวั อยำ่ งแก่กำรพฒั นำพ้ืนท่ีอ่ืน ๆต่อไปให้นำวิธีกำรท่ีไดผ้ ลมำแลว้ ถูกตอ้ ง ประหยดั และ
เกิดประโชนส์ ูงสุดมำดำเนินกำร

ต่อมำรำษฎรไดน้ ้อมเกลำ้ ฯถวำยท่ีดินเพ่ิมเติมอีก 497 ไร่ ผนวกกบั ที่ดินบริเวณสวนรุกขชำติและ
สวนพฤกษศำสตร์ และไดท้ รงซ้ือที่ดินที่อยูต่ ิดกบั ศูนยฯ์ เพิ่มเติมเพ่ือจดั ทำโครงกำรพฒั นำส่วนพระองคเ์ ขำ
หินซอ้ น เน้ือที่ 655 ไร่ รวมเน้ือที่ท้งั หมดของศูนย์ 1,895 ไร่ ทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ ฯใหช้ ื่อวำ่ “ศูนยศ์ ึกษำ
กำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ” นบั เป็นศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำอนั เนื่องมำกจำกพะรำชดำริ
แห่งแรกในจำนวน 6 ศูนยท์ ้งั ประเทศ

วตั ถุประสงค์ของการต้ังศูนย์ศึกษาการพฒั นาเขาหินซ้อนฯ

1. เพื่อยกระดบั รำยไดข้ องเกษตรกรในบริเวณลุ่มน้ำห้วยเจก็ และห้วยน้ำโจน ซ่ึงอยใู่ นเขตตำบลเขำหินซ้อน
และตำบลเกำะขนุน มีพ้ืนท่ีปริมำณ 56,000 ไร่ มีรำยไดพ้ อเพียงต่อกำรยงั ชีพ คือ ประมำณ 20,000 บำทต่อ
ครอบครัวต่อปี และจะใชพ้ ้ืนที่เป็นพ้นื ที่พฒั นำตวั อยำ่ ง เพือ่ ใหศ้ ึกษำแนวทำงกำรพฒั นำทอ้ งที่อื่น ๆต่อไป
2. เพื่อเป็ นแหล่งศึกษำทำงวิชำกำร ในกำรหำลู่ทำงพฒั นำกำรเกษตร และอำชีพของเกษตรกรในภำค
ตะวนั ออกโดยเฉพำะในจงั หวดั ฉะเชิงเทรำและจงั หวดั ปรำจีนบุรี
3. เพอ่ื เป็นแหล่งฝึกอบรม ใหค้ วำมรู้ทำงวชิ ำกำรดำ้ นกำรเกษตรและดำ้ นศิลปะชีพพเิ ศษแก่เกษตรกร

วสิ ัยทศั น์

วสิ ัยทศั น์

"ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ เป็นองคก์ รแห่งกำร
เรียนรู้ตำมแนวพระรำชดำริ

สู่กำรพฒั นำอำชีพและส่ิงแวดลอ้ มใหย้ งั่ ยนื ตำมวถิ ีพอเพียง"

พนั ธกจิ

1. ศึกษำวจิ ยั ทดสอบเพอื่ กำรพฒั นำอำชีพและกำรฟ้ื นฟูทรัพยำกรธรรมชำติ ( ดิน น้ำ ป่ ำ และ
ส่ิงแวดลอ้ ม )

2. ขยำยผลสำเร็จไปสู่ประชำชน
3. ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกำรพฒั นำสังคมและคุณภำพชีวติ
4. กำรบริหำรจดั กำรอยำ่ งมีประสิทธิภำพ

ยุทธศาสตร์

ยทุ ธศำสตร์ที่ 1 ศึกษำวจิ ยั ทดสอบดำ้ นกำรพฒั นำตำมแนวพระรำชดำริ
1.1 ศึกษำวจิ ยั ดำ้ นดินน้ำพืชสตั วแ์ ละประมงในลกั ษณะบูรณำกำร
1.2 พฒั นำขอ้ มูลวชิ ำกำร
ยทุ ธศำสตร์ที่ 2 กำรขยำย 2.1 สำธิตพฒั นำอำชีพกำรเกษตรอนุรักษท์ รัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดลอ้ ม
2.2 เสริมสร้ำงควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในกำรอนุรักษป์ ่ ำไมแ้ ละส่ิงแวดลอ้ มตำมแนวพระรำชดำริ
2.3 ส่งเสริมและพฒั นำทุกกลุ่มอำชีพ
2.4 ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกำรพฒั นำสงั คมและคุณภำพชีวติ
ยทุ ธศำสตร์ที่ 3 กำรบริหำรจดั กำร
3.1 กำรบริหำรจดั กำรกำรดำเนินงำนของศูนยฯ์ ใหม้ ีประสิทธิภำพ
3.2 ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วม
3.3 พฒั นำแหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร
3.4 กำรประชำสัมพนั ธ์สู่กลุ่มเป้ำหมำย

แผนที่แสดงท่ีต้งั

แผนที่แสดงเส้นทำงกำรเดินทำงมำยงั ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ
เลขท่ี 7 หมู่ 2 ตำบลเขำหินซอ้ น อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ 24120
โทรศพั ท:์ 038-554-982, 038-554-983 หรือ 081-686-0639
โทรสำร : 038-554982-3

พ้ืนท่ีดำเนินกำร

1. พ้ืนที่ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ อำเภอพนมสำรคำมจงั หวดั ฉะเชิงเทรำประมำณ 1,240 ไร่
2. โครงกำรส่วนพระองคเ์ ขำหินซอ้ นฯ อำเภอพนมสำรคำมจงั หวดั ฉะเชิงเทรำมีเน้ือท่ี 655 ไร่
3. หมู่บำ้ นขยำยผลรอบศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซ้อนฯ จำนวน 33 หมู่บำ้ นในเขตตำบลเขำหิน

ซอ้ น ตำบลบำ้ นส้องและตำบลเกำะขนุนมีเน้ือที่ประมำณ 178,897 ไร่
4. พ้นื ที่รำษฎรนอ้ มเกลำ้ ถวำย บำ้ นบำ้ นธำรพูด ตำบลบำ้ นซ่อง อำเภอพนมสำรคำม มีเน้ือท่ี 33 ไร่
5. โครงกำรพฒั นำส่วนพระองค์ บำงคลำ้ ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบำงคลำ้ จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ มีเน้ือท่ี

ประมำณ 114 ไร่

ประโยชน์ทไี่ ด้รับจากศูนย์ศึกษาการพฒั นาเขาหินซ้อนฯ

1. เกษตรกร และผสู้ นใจ เขำ้ เยี่ยมชมแปลงสำธิตกำรพฒั นำดำ้ นต่ำง ๆ ท้งั ในดำ้ นกำรเกษตร กำรพฒั นำและ
อนุรักษ์ฟ้ื นฟูทรัพยำกรธรรมชำติและอุตสำหกรรมในครัวเรือน ในลกั ษณะแหล่งเรียนรู้และศูนยบ์ ริกำร
เบด็ เสร็จไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพเพื่อนำ ไปปรับใชใ้ นกำรดำรงชีวติ ใหเ้ กิดกำรพ่ึงตนเองได้
2. เกษตรกรหมู่บำ้ นรอบศูนยฯ์ บริเวณลุ่มน้ำโจนมีน้ำเพื่อกำรอุปโภค – บริโภคและเพื่อกำรเกษตร รวมท้งั
ระบบสำธำรณูปโภคพ้ืนฐำนอยำ่ งทวั่ ถึงและเพยี งพอ
3. นำผลกำรศึกษำ ทดลอง วจิ ยั ทำงกำรเกษตรและกำรอนุรักษฟ์ ้ื นฟูทรัพยำกรธรรมชำติที่เหมำะสมกบั สภำพ
พ้ืนที่ทำงกำยภำพและสังคมมำเผยแพร่ ขยำยผล
4. รวบรวมและพฒั นำขยำยพนั ธุ์พชื และพนั ธุ์สตั วใ์ หเ้ กษตรกรและประชำชนผสู้ นใจไดศ้ ึกษำ เรียนรู้

ผลสาเร็จทโ่ี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาการพฒั นาฯ

1. กำรจดั สวนยำงพำรำ
2. กำรเพำะเห็ดเศรษฐกิจครบวงจร
3. กำรปลูกและกำรแปรรูปขำ้ วขำวดอกมะลิ 105 ในระบบเกษตรยง่ั ยนื
4. หญำ้ แฝกเพ่ือกำรอนุรักษด์ ินและน้ำ
5. กำรเพม่ิ ผลผลิตของมนั สำปะหลงั ในภำวะเพล้ียแป้งระบำด
6. กำรผลิตและกำรใชป้ ระโยชน์จำกป๋ ุยหมกั
7. เกษตรทฤษฎีใหม่
8. กำรเล้ียงไก่ไข่เขำหินซอ้ น
9. กำรปลูกและแปรรูปสมุนไพรวำ่ นสำวหลง
10. กำรเล้ียงกบนำในบอ่ ซีเมนต์
11. กำรจกั สำนเส้นใยจำกพืช
12. กำรเล้ียงเป็ดไขป่ ำกน้ำ
13. กำรปลูกมะนำวนอกฤดูในวงบอ่ ซีเมนต์

ผลสแาผเรน็จแทม่บี่โดทดศเูนดย่น์ศขึกอษงาศกูานรยพ์ศฒั ึกนษาาฯการพฒั นาฯ
1. การจดั สวนยางพารา

กำรปลูกยำงในสภำพพ้ืนที่ไม่เหมำะสมจะมีผลทำให้ตน้ ยำงเจริญเติบโตชำ้ ไม่ตำ้ นทำนโรคและให้ผล
ผลิตต่ำดงั น้นั กำรตดั สินใจปลูกยำงพำรำควรพิจำรณำกำรเลือกพ้ืนท่ีปลูกและพนั ธุ์ยำงที่เหมำะสมกบั พ้ืนท่ี
ขอ้ ดีของกำรจดั สวนยำงที่ดีคือสำมำรถช่วยใหต้ น้ อยำ่ งสมบูรณ์แข็งแรงทนต่อสภำวะควำมแห้งแลง้ และภยั
ธรรมชำติไดแ้ ละหำกเกษตรกรไดป้ ลูกยำงในพ้ืนท่ีท่ีไม่เหมำะสมไปแลว้ จำเป็ นอยำ่ งยง่ิ ที่ตอ้ งมีกำรจดั สวน
ยำงที่ถูกตอ้ งซ่ึงจะช่วยใหต้ น้ ยำงรอดตำยไดใ้ นระดบั หน่ึง คำแนะนำพนั ธุ์ท่ีแนะนำคือ RRIM 600 เน่ืองจำกมี
กำรเติบโตท่ีดีและใหผ้ ลผลิตสูงและควรเปิ ดกรีดยำงเม่ือตน้ ยำงมีเส้นรอบวงไม่ต่ำกวำ่ 50 ชม. ที่ควำมสูง 150
ชม.จำกพ้นื ดินใชร้ ะบบกรีดคร่ึงตน้ วนั เวน้ วนั ควรกรีดในช่วงเชำ้ มืดถึง 06:00 น. โดยผลตอบแทนท่ีไดร้ ับมำ
จำก 2 แหล่งคือรำยไดจ้ ำกกำรกรีดยำงและรำยไดจ้ ำกกำรขำยตน้ ยำง

ศูนยศ์ ึกษำพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ

ผลสแาผเนร็แจมท่บี่โดทดศูนเดย่น์ศขึกษอางกศาูนรพย์ศฒั ึกนษาฯาการพฒั นาฯ
2. การเพาะเห็ดเศรษฐกจิ ครบวงจร

ปัจจุบนั กำรเพำะเห็ดส่วนใหญจ่ ะส่งเสริมในรูปแบบกำรเพำะเห็ดในถุงพลำสติกเพรำะมีขอ้ ดี คือเกิด
จำกวสั ดุเหลือใชท้ ำงกำรเกษตรให้เป็ นประโยชน์ เช่น ข้ีเลื่อยฟำงขำ้ วและมีข้นั ตอนที่ไม่ยุง่ ยำกสำมำรถทำ
เองได้ดูแลรักษำง่ำยขำยได้ท้งั แบบก้อนเช้ือหรือเปิ ดดอกจำหน่ำยทำให้สร้ำงรำยได้ท่ีดีแก่ผูเ้ พำะเล้ียง
คำแนะนำท่ีเลื่อยจะใชเ้ พรำะเหตุใดจึงมีลกั ษณะยำวมีสีขำวหรือสีเหลืองอยำ่ ตำกแดดตำกฝนเพรำะจะทำใหข้ ้ี
เล่ือยเสื่อมคุณภำพและควรใชใ้ ห้หมดภำยใน 5 เดือนพนั ที่แนะนำในกำรเพำะถุงพลำสติกคือเห็ดสกลุ นำงรม
เช่น เห็ดนำงฟ้ำภูฐำน เห็ดนำงรม เห็ดเป๋ ำฮ้ือ เห็ดยำนำงิและเห็ดหลินจือ เป็นตน้

ศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผแลผสนาแเรม็จ่บทท่ีโศดูนดยเ์ศดึ่กนษขาอกงารศพูนฒั ย์นศึากฯษาการพฒั นาฯ
3. การปลูกและการแปรรูป ข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ในระบบเกษตรยงั่ ยนื

ขำ้ วขำวดอกมะลิ ๑๐๕ เป็นขำ้ วเจำ้ ไวต่อแสงควำมสูงประมำณ 140 ถึง 150 เซนติเมตรระยะพกั ตวั
ของเมล็ดประมำณ 8 สัปดำห์ลกั ษณะเม็ดขำ้ วเปลือกเรียวยำวกน้ งอบสีฟำง คุณภำพขำ้ วสุกนิ่มมีกลิ่นหอม
ขอ้ ดี สำมำรถแปรรูปเป็นผลิตภณั ฑต์ ำ่ ง ๆเพ่ือเพมิ่ มูลค่ำได้ เช่น

• เป็นขำ้ วกลอ้ งจะช่วยเพม่ิ มูลคำ่ ขำยไดก้ ิโลกรัมละ 30 บำท
• เป็นขำ้ วกลอ้ งงอกจะช่วยเพ่มิ มูลคำ่ ขำยไดก้ ิโลกรัมละ 50 บำท
• เป็นขำ้ วน้ำกลอ้ งงอกจะช่วยเพม่ิ มูลคำ่ กิโลกรัมละ 100 บำท
คำแนะนำในพ้ืนที่ที่ไม่มีปั ญหำเรื่ องน้ ำควรทำนำดำหรื อหว่ำนน้ ำตมโดยนำดำให้เร่ิ มตกกล้ำกลำงเดือน
กรกฎำคมพฤศจิกำยนของทุกปี ส่วนนำหวำ่ นน้ำตมใหห้ วำนประมำณปลำยเดือนกรกฎำคมถึงเดือนสิงหำคม
และเก็บเกี่ยวในช่วงปลำยเดือนพฤศจิกำยน
ขอ้ ควรระวงั ขำ้ วขำวดอกมะลิ ๑๐๕ ไมต่ ำ้ นทำนโรคใบสีส้มโรคขอบใบแหง้ และโรคไหม้

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ

ผลแสผานเแรม็จ่บทที่โดศูดนเยด์ศ่นึกขษอากงาศรูนพยฒั ์ศนึกาษฯาการพฒั นาฯ
4. หญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดนิ และนา้

หญำ้ แฝกเป็นพชื ที่มีคุณสมบตั ิในกำรช่วยป้องกนั กำรชะลำ้ งพงั ทลำยของดินโดยเฉพำะในพ้ืนที่ลำด
ชันและสำมำรถช่วยรักษำควำมชุ่มช้ืนให้แก่ดินได้เป็ นอย่ำงดีกำรใชในกำรอนุรักษ์ดินและน้ำจึงเป็ น
เทคโนโลยีแบบง่ำยๆที่เกษตรกรสำมำรถดำเนินกำรไดเ้ อง เพรำะมีค่ำใชจ้ ่ำยไมส่ ูงและไม่จำเป็ นตอ้ งใชเ้ วลำ
ในกำรดูแลรักษำมำกนกั กำรปลูกแฝกมีรูปแบบตำ่ ง ๆ มำกมำย เช่น ปลูกแทนคนั ดินเพื่อกำรอนุรักษด์ ินและ
น้ำปลูก เพือ่ แกไ้ ขกำรเกิดร่องน้ำแบบลึกและกำรกระจำยน้ำ ปลูกแบบข้นั บนั ได ปลูกเพอื่ รักษำแหล่งน้ำและ
ปลูกหญำ้ ในสวนไมผ้ ล

ดงั น้นั กำรปลูกหญำ้ แฝกจึงเปรียบเสมือนกำรสร้ำงกำแพงธรรมชำติที่มีชีวิตที่จะช่วยออกดินและอม
น้ำได้เป็ นอย่ำงดี นอกจำกน้ันใบของหญำ้ แฝกสำมำรถนำมำใช้ประโยชน์ไดห้ ลำกหลำย เช่น ทำวสั ดุมุง
หลงั คำ ใชค้ ลุมแปลงกำรเกษตรและทำหตั ถกรรมสร้ำงรำยไดเ้ สริมใหแ้ ก่ครัวเรือน
พนั ธุ์ที่แนะนำ ไดแ้ ก่พนั ธุ์กำแพงเพชร 1 พนั ธุ์กำแพงเพชร 3 สุรำษฎร์ธำนีและสงขลำ 3

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผแลผสนาแเมร็จ่บทท่โีศดูนดยเ์ศดึก่นษขากอางรศพูนฒั ยน์ศาึกฯษาการพฒั นาฯ
5. การเพม่ิ ผลผลติ ของ มันสาปะหลงั ในภาวะเพลยี้ แป้งระบาด

เพล้ียแป้ง คุกคำมมนั สำปะหลงั กลำยเป็ นสำเหตุหลกั ที่ทำใหผ้ ลผลิตของมนั สำปะหลงั ลดลงอยำ่ งที่
ไม่เคยปรำกฏมำก่อน แนวทำงระยะส้ันที่จะช่วยป้องกันกำจัดเพล้ียแป้งในมนั สำปะหลังได้ คือกำร
ปรับเปล่ียนกำรปลูกมนั สำปะหลงั จำกแบบอำศยั น้ำฝนอยำ่ งเดียวมำเป็นกำรปลูกมนั สำปะหลงั แบบมีกำรให้
น้ำจำก ผลกำรศึกษำพบวำ่ กำรปลูกมนั สำปะหลงั แบบมีกำรให้น้ำจะสำมำรถช่วยเพิ่มผลผลิตไดม้ ำกกวำ่ 10
ตนั ตอ่ ไร่ซ่ึงจะช่วยชดเชยผลผลิตที่ขำดหำยไปจำกกำรระบำดของเพล้ียแป้งได้

ขอ้ แนะนำกำรเลือกพนั ธุ์ที่เหมำะสมกบั สภำพดินจะช่วยให้มนั สำปะหลงั มีกำรเจริญเติบโตที่ดีและ
ให้ผลผลิตหวั สดและเปอร์เซ็นตแ์ ป้งสูงโดยดินร่วนเหนียวพนั ธุ์ท่ีควรปลูกคือพนั ธุ์ระยอง 5 และระยอง 72
ดินร่วนทรำยพนั ธุ์ที่ควรปลูกคือพนั ธุ์เกษตรศำสตร์ 50 ระยอง 90 และห้วยบง 60 เนื่องจำกท้งั 3 พนั ธุ์ เมื่อ
นำไปปลูกในดินเหนียวจะเจริญเติบโตในส่วนของลำตน้ ท่ีอยเู่ หนือดินมำกกวำ่ ลงหวั หรือชำวบำ้ นเรียกกนั วำ่
ข้ึนตน้ หรือวำ่ ตน้ เกินไป

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกระรำชดำริ

ผลสาเร็จท่โี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาการพฒั นาฯ
6. การผลติ และการใช้ประโยชน์จากป๋ ยุ หมกั

ป๋ ุยหมกั ผลิตจำกวสั ดุเหลือใชท้ ำงกำรเกษตรในทอ้ งถ่ิน เช่น กำกมนั สำปะหลงั แกลบ ฟำงขำ้ ว เศษ
ใบไม้ มูลววั มูลไก่ เป็ นตน้ เพื่อใชใ้ นกำรปรับปรุงโครงสร้ำงของดินป้องกนั กำรชะลำ้ งพงั ทลำยของดินเพ่ิม
ควำมสำมำรถในกำรอุม้ น้ำเพิ่มธำตุอำหำรให้แก่ดินแมจ้ ะมีปริมำณไม่มำกเมื่อเปรียบเทียบกบั ป๋ ุยเคมีแต่ป๋ ุย
หมกั จะให้ค่อยปลดปล่อยธำตุอำหำรให้เป็ นประโยชน์ต่อพืชในระยะยำวทดแทนกำรใช้ป๋ ุยเคมีในระบบ
เกษตรอินทรียเ์ ป็นแนวทำงในกำรลดตน้ ทุนปัจจยั กำรผลิตให้แก่เกษตรกร

กำรใชป้ ๋ ุยหมกั เพื่อกำรปรับปรุงบำรุงดินจำนวน 1 ตนั จะใหป้ ริมำณธำตุอำหำรหลกั คิดเป็ นปริมำณ
ไนโตรเจน 6.5 ถึง 9.75 กิโลกรัมปริมำณฟอสฟอรัส 2.8 กิโลกรัมและปริมำณโพแทสเซียม 8.13 กิโลกรัมใช้
เงินจำนวน 670 - 950 บำทเม่ือเทียบกบั รำคำป๋ ุยเคมีนอกจำกน้ียงั มีธำตุอำหำรรองที่พืชใชใ้ นกำรเจริญเติบโต
ไดแ้ ก่แคลเซียมแมกนีเซียมและซลั เฟอร์เป็นตน้

ศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผลสแาเผรน็จแทมี่โ่บดทดศเดูน่นย์ศขึกอษงาศกูนารยพ์ศฒัึกษนาฯการพฒั นาฯ
7. เกษตรทฤษฎใี หม่

ทฤษฎีใหม่เป็ นแนวทำงกำรดำเนินชีวิตที่นำไปสู่กำรพ่ึงตนเองอย่ำงเป็ นข้นั ตอนรูปแบบกำรทำ
เกษตรแบบผสมผสำนไดป้ รับปรุงควำมอุดมสมบูรณ์ของดินทรำยในรูปแบบต่ำง ๆเช่น กำรใชป้ ๋ ุยหมกั ป๋ ุย
คอก ป๋ ุยพชื สด กำรปลูกหญำ้ แฝก กำรใชน้ ้ำหมกั ชีวภำพ กำรใชว้ สั ดุคลุมดิน ซ่ึงเกษตรกรสำมำรถเขำ้ มำเย่ยี ม
ชมและนำแนวคิดไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นพ้นื ท่ีของตนโดยใชส้ ัดส่วนในกำรแบ่งพ้นื ที่เป็น 20 : 20 : 50 :10 ( แหล่ง
น้ำ:นำขำ้ ว:พืชผสมผสำน:โครงสร้ำงพ้ืนฐำน )

ประโยชน์จำกกำรทำทฤษฎีใหม่ช่วยให้เกษตรกรพ่ึงพำตนเองไดแ้ บบพออยูพ่ อกินช่วยลดค่ำใชจ้ ่ำย
ในครัวเรือนท้งั ยงั ช่วยลดควำมเสี่ยงในกำรทำกำรเกษตรเนื่องจำกมีกำรผลิตท่ีหลำกหลำยประกอบกบั
ปัจจุบนั มีผูบ้ ริโภคพืชผกั มำกข้ึนกำรทำทฤษฎีใหม่จึงเป็ นหน่ึงช่องทำงในกำรสร้ำงรำยไดเ้ พรำะพืชผกั สวน
ครัวสำมำรถเก็บผลผลิตขำยไดท้ ุกวนั

ศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จทโ่ี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาการพฒั นาฯ
8. การเลยี้ งไก่ไข่ เขาหนิ ซ้อน

ไก่ไข่เขาหินซ้อน เป็ นไก่ไข่ลูกผสมที่ได้รับกำรคดั เลือกมำเพ่ือผลิตลูกไก่สำหรับนำไปแจกจ่ำย
เพ่ือใหเ้ กษตรกรเล้ียง ภำยใตส้ ภำพแวดลอ้ มในทอ้ งถ่ินโดยเฉพำะพ้นื ที่ชนบท มีเอกลกั ษณ์คือ ขนสีดำตลอด
ท้งั ตวั เล้ียงง่ำย โตเร็ว ผลผลิตไขม่ ำก ทนทำนต่อโรคและสภำพแวดลอ้ ม มีตน้ ทุนกำรผลิตต่ำเมื่อเทียบกบั กำร
เล้ียงไก่ไข่โดยทว่ั ไป โดยกำรเล้ียงจะปล่อยให้ไก่ออกหำกินอยำ่ งอิสระ ไก่ไขเ่ ขำหินซอ้ นสำมำรถใหผ้ ลผลิต
ไข่ไก่ไดจ้ ำนวน 146 ฟองต่อตวั ต่อปี และเม่ือไม่สำมำรถให้ไข่ไดแ้ ลว้ ยงั นำมำจำหน่ำยเป็ นไก่ปลดไดใ้ น
รำคำไก่พ้นื เมืองตวั ละ 110 บำท-120 บำท ซ่ึงเม่ือเทียบกนั กบั ไก่ไขท่ ี่มีน้ำหนกั เท่ำกนั จะมีรำคำเพียงตวั ละ 65
- 70 บำท ภำยใตร้ ะบบกำรจดั กำรเล้ียงแบบเดียวกนั

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จที่โดดเด่นของศูนย์ศึกษาการพฒั นาฯ
9. การปลูกและปรรูปสมุนไพร ว่านสาวหลง

ว่านสาวหลงเป็นพชื ลม้ ลุกอยใู่ นวงศข์ ิงขำ่ สกลุ เดียวกนั กบั เร่วและกระวำน มีไหลใตด้ ิน( Rhizome )
จดั เป็นวำ่ นเมตตำมหำนิยมและสมุนไพร เพื่อควำมงำม ส่วนท่ีนำมำใชค้ ือ ไหล ซ่ึงมีสรรพคุณหลำยประกำร
เช่นตม้ น้ำดื่มเพ่ือขบั ลมในลำไส้ ทุกส่วนตม้ อบหรืออำบบำรุงผิวพรรณ ช่วยทำให้รู้สึกสดช่ืน ปัจจุบนั วำ่ น
สำวหลงถูกนำมำใช้ประโยชน์กนั อยำ่ งแพร่หลำย ไม่วำ่ จะเป็ นกำรสกดั น้ำมนั หอมระเหย และกำรใช้เป็ น
ส่วนผสมในเคร่ืองสำอำง เช่น สบู่ โลชน่ั บำรุงผวิ

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จทโ่ี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาพฒั นาฯ

10. การเลยี้ ง กบนา ในบ่อซีเมนต์

การเลีย้ งกบนา เป็ นสัตวท์ ่ีเล้ียงง่ำยใชเ้ วลำเล้ียงนอ้ ยและมีผูบ้ ริโภคเป็ นจำนวนมำกและในปัจจุบนั
กลุ่มนำของเมืองไทยยงั เป็ นท่ีตอ้ งกำรของตลำดต่ำงประเทศเพ่ิมมำกข้ึน เช่น ฮ่องกง ไตห้ วนั เป็ นตน้ ดงั น้นั
โอกำสในกำรส่งเน้ือกบไปจำหน่ำยยงั ต่ำงประเทศจึงมีแนวโน้มสูงข้ึน ซ่ึงจะช่วยสร้ำงโอกำสทำงธุรกิจ
ใหแ้ ก่เกษตรกรผเู้ ล้ียงเป็นอยำ่ งดี
ตน้ ทุนในกำรเล้ียงกบนำ 1 บอ่ ขนำด 20 ตำรำงเมตร

ศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จทโี่ ดดเด่นของศูนย์ศึกษาพฒั นาฯ

11. การจกั สาน เส้นใย จากพืช

หญ้าแฝก สำมำรถนำมำใชใ้ นงำนศิลปะหตั ถกรรมต่ำง ๆ เพอ่ื เป็ นอำชีพเสริมเนื่องจำกลงทุนไมม่ ำก
และสำมำรถพฒั นำต่อยอดไดต้ ลอดเวลำ งำนจะดูสวยหรือไม่สวย ข้ึนอยกู่ บั ควำมประณีตของชิ้นงำนเป็ น
สำคญั โดยใบหญำ้ แฝกท่ีใชเ้ ป็นแบบพนั สุรำษฎร์ธำนีซ่ึงมีคุณสมบตั ิเหนียวแต่อ่อนนุ่มไมแ่ ขง็ กระดำ้ งไมห่ กั
ง่ำยเหมือนภณั ฑอ์ ่ืน ๆในกำรจดั สำนจะมีลำยใหเ้ ลือกหลำยรำยดว้ ยกำรรำยท่ีนิยมจกั รสำน เช่น ลำยน้ำไหล
ลำยขำด ลำยชะลอม ลำยเมด็ ขำ้ ว ลำยดอกพกิ ุล ลำยเมด็ มะยม ลำยจตั ุรัสแกว้ สินคำ้ ที่สำมำรถผลิตไดม้ ีต้งั แต่
กล่องกระดำษทิชชู กระเป๋ ำ หมวก ตะกร้ำ กระบุง กำรสร้ำงมูลค่ำเพม่ิ ใหใ้ บหนำ้ ใสไดเ้ ป็นอยำ่ งดีในกำรผลิต
สำมำรถทำใชเ้ องภำยในครัวเรือนและจำหน่ำยเป็ นรำยไดเ้ สริมไดผ้ ลิตภณั ฑท์ ่ีผลิตเช่นหมวกตะกร้ำกระเป๋ ำ
เป็ นตน้

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จทโ่ี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาพฒั นาฯ

12. การเลยี้ งเป็ ดไข่ปากนา้

เป็ ดปากนา้ เป็นเป็ดพนั ธุ์ด้งั เดิมมีลกั ษณะประจำสำยพนั ธุ์ คือ เป็นเป็ดพนั ธุ์พ้นื เมืองขนำดเล็กเพศ
เมีย มีขนสีดำตลอดลำตวั หนำ้ อกสีขำว ปำก แขง้ และเทำ้ สีดำ เพศผมู้ ีหวั สีเขียวเขม้ เป็ นมนั ส่วนอื่น ๆ
เหมือนเพศเมีย สำมำรถเล้ียงไดท้ ุกสภำพพ้นื ที่จึงเหมำะสำหรับเกษตรกรรำยยอ่ ยในชนบท

ลกั ษณะเด่น คือมีลกั ษณะเป็ นเป็ ดก่ึงเน้ือก่ึงไข่ คือ สำมำรถใช้ผลผลิตไดท้ ้งั เน้ือและไข่เล้ียงง่ำย
แข็งแรง มีควำมตำ้ นทำนโรคสูงเริ่มให้ไข่เมื่ออำยุ 145 - 183 วนั สำมำรถใหไ้ ข่ไดป้ ี ละ 270 - 300 ฟองต่อตวั
ต่อปี น้ำหนกั เฉลี่ย 62 กรัม เป็ ดไข่ปำกน้ำแต่ละตวั สำมำรถให้ไข่ไดน้ ำน 1-2 ปี แต่ปี แรกจะให้ไข่มำกที่สุด
และเม่ือไม่สำมำรถใหไ้ ขไ่ ดแ้ ลว้ สำมำรถจำหน่ำยเป็นเป็ดปลดได้

คำแนะนำ หำกนำมำผสมพนั ธุ์กบั เป็ดพนั ธุ์กบินทร์บุรีจะใหล้ ูกผสมท่ีมีผลผลิตสูงนอกจำกน้นั ตอ้ งมี
กำรเล้ียงดูท่ีดีท้งั โรงเรือน กำรป้องกนั โรคตลอดจนมีอำหำรท่ีเหมำะสม

ต้นทุน-กาไรต่อปี การเลยี้ งเป็ ดไข่ปากนา้ จานวน 100 ตัว (อตั ราการเลยี้ ง 1:5 ตวั )

ศนู ยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ

ผลสาเร็จทโ่ี ดดเด่นของศูนย์ศึกษาพฒั นาฯ

13. การปลูก มะนาว นอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

มะนาว เป็นส่วนประกอบสำคญั ในกำรปรุงอำหำรท่ีมีรสชำติจดั จำ้ น โดยเฉพำะอำหำรประเภทตม้ ยำ น้ำพริก
ชนิดต่ำง ๆ แต่ในช่วงฤดูแลง้ มะนำวใหผ้ ลผลิตจำนวนนอ้ ยและไมเ่ พียงพอต่อควำมตอ้ งกำร ทำให้มีรำคำสูง
จึงมีกำรคิดคน้ วิธีกำรท่ีทำให้มะนำวสำมำรถออกผลไดต้ ลอดปี ซ่ึงคือ “การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อ
ซีเมนต์” พนั ธ์ุที่แนะนา คือทำแป้นพิจิตร มีอตั รำกำรเจริญเติบโตเร็ว มีควำมตำ้ นทำนโรคสูง ใหผ้ ลดก แต่
ขนมีเปลือกหนำและมีเมล็ดมำก แต่หำกทำเป็ นมะนำวนอกฤดูขอ้ เสียเหล่ำน้ีมกั จะถูกมองขำ้ มไป เนื่องจำก
เป็ นช่วงที่ขำดแคลนมะนำว กำรปลูกมะนำวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็ นทำงเลือกหน่ึงที่เหมำะสำหรับ
เกษตรกรท่ีมีพ้ืนที่จำกดั สภำพดิน ไม่เหมำะสมท่ีจะปลูกพืชชนิดอ่ืน ๆ ผูท้ ่ีมีควำมสนใจดำ้ นกำรเกษตร
สำมำรถทำเป็นอำชีพเสริมได้ โดยเฉพำะในช่วงระหวำ่ ง เดือนกมุ ภำพนั ธ์-เมษำยน ซ่ึงเป็นช่วงฤดูแลง้ มะนำว
จะมีรำคำสูง เฉล่ียลูกละ 5-10 บำท

ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

กลุ่มพฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเลยี้ งสุกรบ้านห้วยลกึ

ช่ือโครงการ ส่งเสริมกำรเล้ียงสุกรบำ้ นหว้ ยลึก

จัดต้งั โดย งำนพฒั นำที่ดิน ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

วนั ทจี่ ัดต้งั วนั ท่ี 10 พฤษภำคม 2552
หลกั การและเหตุผล

เนื่องจำกกำรประกอบอำชีพของเกษตรกรในปัจจุบนั ประกอบอำชีพหลกั เพียงอยำ่ งเดียว จึงมีรำยได้
ไม่เพยี งพอตอ่ ควำมเป็นอยู่ จึงมีกำรประกอบอำชีพเสริมเพ่ือเพ่มิ รำยไดใ้ หก้ บั ครอบครัว กำรเล้ียงสุกรก็เป็ น
อำชีพหน่ึงท่ีสำมำรถเป็นอำชีพเสริมเพิ่มรำยไดใ้ หก้ บั ครอบครัวได้ บำ้ นหว้ ยลึกเป็นหมูบ่ ำ้ นหน่ึงที่เกษตรกร
เล้ียงสุกรเป็ นรำยไดเ้ สริม จึงไดร้ วมกลุ่มกนั จดั ต้งั เป็ นกลุ่มผูเ้ ล้ียงสุกร แต่ยงั ขำดทุนทรัพยใ์ นกำรส่งเสริม
ควำมเขม้ แขง็

วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ เพม่ิ อำนำจกำรตอ่ รองในกำรซ้ือขำย
2. เพ่อื จดั หำเงินหมุนเวยี นใหก้ บั สมำชิกในกลุ่ม
3. เพื่อเพิ่มควำมสำมคั คีในกลุ่ม

วธิ ีการดาเนินงาน
1. รวบรวมสมำชิกผเู้ ล้ียงสุกรบำ้ นหว้ ยลึก
2. ประชุมช้ีแจงลกั ษณะกำรดำเนินงำนกลุ่มพร้อมเลือกคณะกรรมกำรกลุ่ม
3. เสนอโครงกำรเพือ่ ขอรับกำรสนบั สนุนเงินทุนในกำรดำเนินงำน
4. เงินสนบั สนุนจำกโครงกำร SML (174,172 บำท)
5. ระดมหุน้ เป็นเงินทุน

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเลยี้ งสุกรบ้านห้วยลกึ

ทนุ
- ไดจ้ ำกกำรบริหำรจดั กำรของกลุ่ม เช่น ค่ำสมคั รสมำชิกแรกเขำ้ คนละ 100 บำท
- ระดมหุน้ ของสมำชิกในรูปของทุนเรือนหุน้ หุ้นละ 100 บำท
- เสนอขอรับกำรสนบั สนุนเงินทุนจำกเงินกองทุนศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ
- เงินรำยไดจ้ ำกดอกเบ้ียเงินกทู้ ี่ใหส้ มำชิกกยู้ มื กลุ่มไป ร้อยละ 12 บำท (หกั ส่งดอกเบ้ียเงินกองทุน
ศูนยฯ์ ร้อยละ 6 และเหลือร้อยละ 6 นำเขำ้ กลุ่ม)

6. ทุนจำกโครงกำร SML ในปี แรกนำมำซ้ืออำหำรสุกร และปัจจยั กำรผลิตทำงกำรเกษตรจำหน่ำยใหส้ มำชิก
และเป็นผลกำไรใหส้ มำชิกทุก ๆปี ส่วนปี ตอ่ มำใหส้ มำชิกกูย้ มื ในลกั ษณะเงินทุน
7. เงินท่ีไดจ้ ำกกำรระดมหุน้ เป็นเงินทุน และเงินทุนจำกกองทุนศูนยฯ์ ใหส้ มำชิกกยู้ มื ไปเป็นทุนสำหรับซ้ือ
พนั ธุ์สุกร และวคั ซีน ร้อยละ 12 บำทตอ่ ปี ตำมมติท่ีประชุมของกลุ่ม
การผลติ
8. สมำชิกตำ่ งสร้ำงโรงเรือนเล้ียงสุกรในพ้ืนท่ีของตนเอง และซ้ืออำหำรสุกรจำกกลุ่มเป็นเงินเชื่อ
เมื่อจำหน่ำยสุกรกจ็ ะเอำเงินมำจ่ำยคืน
การจาหน่าย
9. จำหน่ำยเองในนำมของกลุ่ม โดยมีพอ่ คำ้ มำรับซ้ือเองถึงโรงเรือน

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเลยี้ งสุกรบ้านห้วยลกึ

ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ
1. เกษตรกรมีรำยไดเ้ พม่ิ ข้ึน ชีวติ ควำมเป็นอยดู่ ีข้ึน
2. ใชเ้ วลำวำ่ งใหเ้ กิดประโยชน์
3. ก่อใหเ้ กิดควำมสำมคั คีในชุมชน
4. มีกำรแลกเปล่ียนประสบกำรณ์ในหมูส่ มำชิก

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเพาะเห็ดเศรษฐกจิ บ้านลามหาชัย

ชื่อโครงการ ส่งเสริมกำรเพำะเห็ดเศรษฐกิจบำ้ นลำมหำชยั
จัดต้งั โดย งำนวชิ ำกำรเกษตร ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ
วนั ทจี่ ัดต้งั พ.ศ. 2554
หลกั การและเหตุผล

เนื่องจำกเกษตรกรกลุ่มเพำะเห็ดเศรษฐกิจ บำ้ นลำมหำชยั หมู่ 7 ตำบลเขำหินซอ้ น อำเภอพนมสำรคำม
จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ มีอำชีพหลกั คือทำนำขำ้ ว ปลูกผกั เป็ นอำชีพเสริม แต่รำยได้ไม่เพียงพอกบั สมำชิกใน
ครัวเรือน จึงเขำ้ รับกำรฝึ กอบรม และฝึ กปฏิบตั ิจำกศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซ้อนฯ ในหลำยหลกั สูตร
และเกิดควำมคิดวำ่ กำรเพำะเห็ดน่ำจะทำรำยไดใ้ ห้กบั สมำชิกในครอบครัวได้ ในช่วงท่ีวำ่ งเวน้ จำกกำรทำ
นำ จึงจดั ต้งั กลุ่มโดยรวมสมำชิกในเครือญำติจดั ต้งั กลุ่มเพำะเห็ดบำ้ นลำมหำชยั ข้ึน และไดร้ ับกำรสนบั สนุน
งบประมำณจำกสำนกั งำน กปร. เม่ือปี พ.ศ. 2554 โดยเป็ นกำรไปฝึ กปฏิบตั ิที่งำนวชิ ำกำรเกษตร และไดร้ ับ
เงินมำจดั ทำโรงเรือนเพำะเห็ดจำนวนหน่ึง กลุ่มไดด้ ำเนินกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดเพื่อเปิ ดดอกจำหน่ำยหลำย
ชนิด เช่น เห็ดนำงฟ้ำภูฐำน เห็ดเป๋ ำฮ้ือ เห็ดนำงรม เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ เป็นตน้ ตอ่ มำมีรำยกำรสั่งซ้ือกอ้ น
เช้ือเห็ด จึงเร่ิมผลิตออกจำหน่ำย โดยหำตลำดในเขตจงั หวดั ฉะเชิงเทรำ มีสถำนที่จำหน่ำยตำมรำยกำรส่ัง
คือโรงพยำบำลพุทธโสธร ซ่ึงเป็ นกำรสร้ำงรำยไดใ้ หก้ บั สมำชิกในกลุ่ม และเป็ นอำชีพเสริมใหก้ บั สมำชิก
ไดเ้ ป็ นอย่ำงดี เกษตรกรสำมำรถพ่ึงพำตนเองได้ แต่ท้งั น้ีกลุ่มยงั ขำดปัจจยั กำรผลิตและเงินทุนหมุนเวียน
ภำยในกลุ่ม ทำใหก้ ำรดำเนินกิจกรรมไมเ่ ป็นไปตำมที่ต้งั เป้ำหมำยไว้

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเพาะเหด็ เศรษฐกจิ บ้านลามหาชัย

วตั ถุประสงค์

1. เพือ่ เพิ่มรำยไดใ้ หแ้ ก่เกษตรกรในกลุ่ม

2. เพ่ือสร้ำงอำชีพใหแ้ ก่เกษตรกรในหมู่บำ้ น

3. เพอื่ สร้ำงโอกำสใหแ้ ก่เกษตรกรในหมูบ่ ำ้ นใหม้ ีควำมรู้เร่ืองกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ด และกำรเพำะเห็ด

4. เพอื่ เป็ นแหล่งศึกษำและเรียนรู้ในกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดภำยในหมู่บำ้ น
วธิ ีการดาเนินงาน

1. รวบรวมสมำชิกที่มีควำมสนใจดำ้ นกำรเพำะเห็ด
2. ประชุมช้ีแจงลกั ษณะกำรดำเนินงำนกลุ่มพร้อมเลือกคณะกรรมกำรกลุ่ม
3. เสนอโครงกำรกยู้ มื เงินจำกกองทุนศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ
4. ไดร้ ับกำรสนบั สนุนงบประมำณจำกสำนกั งำน กปร. ในส่วนของงำนวชิ ำกำรเกษตร 50,000 บำท

โดยเป็นวสั ดุสำหรับฝึกทำเห็ด และโรงเรือนเพำะเห็ด
5. ระดมหุน้ เป็นเงินทุน
การผลติ
6. เกษตรกรลงทุนผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดร่วมกนั ณ บำ้ นเลขท่ี 20/3 บำ้ นลำมหำชยั หมู่ 7 ตำบลเขำหิน

ซอ้ น อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ
การจาหน่าย

7. จำหน่ำยปลีกใหแ้ ก่เกษตรกรทวั่ ไปฯ และจำหน่ำยตำมรำยกำรสงั่ ของโรงพยำบำลพทุ ธโสธร

ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ
1. เกษตรกรใชเ้ วลำวำ่ งจำกกำรประกอบอำชีพหลกั ใหเ้ กิดประโยชน์

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเพาะเหด็ เศรษฐกจิ บ้านโพธ์ศิ รี

ช่ือโครงการ ส่งเสริมกำรเพำะเห็ดเศรษฐกิจบำ้ นโพธ์ิศรี

จัดต้งั โดย งำนวชิ ำกำรเกษตร ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ

วนั ทจ่ี ัดต้งั วนั ที่ 30 พฤษภำคม พ.ศ. 2554

หลกั การและเหตุผล

เนื่องจำกเกษตรกรบ้ำนโพธ์ิศรี หมู่ 10 ตำบลเขำหินซ้อน ประกอบอำชีพเกษตรกรได้แก่ ทำไร่มนั
สำปะหลังเป็ นส่วนใหญ่ หลังจำกว่ำงงำนได้รวมกลุ่มเขำ้ รับกำรฝึ กอบรมด้ำนกำรเพำะเห็ดเศรษฐกิจ
หลงั จำกน้นั จึงมำรวมตวั กนั จดั ต้งั กลุ่มผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดออกจำหน่ำย โดยใช้ชื่อกลุ่มว่ำ กลุ่มเพำะเห็ดบำ้ น
โพธ์ิศรี โดยขอรับกำรสนบั สนุนงบประมำณจำกสำนกั งำน กปร. เมื่อปี พ.ศ.2554 กลุ่มไดด้ ำเนินกิจกรรม
กำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดเพ่อื เปิ ดดอกจำหน่ำยหลำยชนิด เช่น เห็ดนำงฟ้ำภูฐำน เห็ดเป๋ ำฮ้ือ เห็ดนำงรม โดยซ้ือหวั
เช้ือขำ้ วฟำงจำกงำนวิชำกำรเกษตร ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ ทำให้สมำชิกในกลุ่มมีรำยได้ และ
สร้ำงอำชีพใหก้ บั ชุมชน
วตั ถุประสงค์

1. เพอ่ื เพิ่มรำยไดใ้ หแ้ ก่เกษตรกรในกลุ่ม หลงั ฤดูกำรเก็บเก่ียวพชื หลกั
2. เพ่ือสร้ำงอำชีพใหแ้ ก่เกษตรกรในหมู่บำ้ น
3. เพือ่ สร้ำงโอกำสใหแ้ ก่เกษตรกรในหมู่บำ้ นใหม้ ีควำมรู้เรื่องกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ด และกำรเพำะเห็ด
4. เพอื่ เป็นแหล่งศึกษำและเรียนรู้ในกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดภำยในหมูบ่ ำ้ น
วธิ ีการดาเนินงาน

1. รวบรวมสมำชิกท่ีมีควำมสนใจดำ้ นกำรเพำะเห็ด
2. ประชุมช้ีแจงลกั ษณะกำรดำเนินงำนกลุ่มพร้อมเลือกคณะกรรมกำรกลุ่ม
3. เสนอโครงกำรกยู้ มื เงินจำกกองทุนศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซ้อนฯ
4. ไดร้ ับกำรสนบั สนุนงบประมำณจำกสำนกั งำน กปร. ในส่วนของงำนวิชำกำรเกษตร (50,000 บำท)
เป็นคำ่ วสั ดุฝึกอบรมและวสั ดุที่ใชใ้ นกำรผลิตเห็ดของกลุ่ม
5. ระดมหุน้ เป็นเงินทุนจำกสมำชิกเพ่ือจดั ทำเตำน่ึงกอ้ นเช้ือเห็ด

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการเพาะเห็ดเศรษฐกจิ บ้านโพธ์ศิ รี

การผลติ
6.เกษตรกรลงทนุ ผลติ กอ้ นเชอื้ เห็ดรว่ มกนั ณ บา้ นเลขที่ 36/3 บา้ นโพธศิ์ รี

หมู่ 10 ตาบลเขาหนิ ซอ้ น อาเภอพนมสารคาม จังหวดั ฉะเชงิ เทรา
การจาหนา่ ย

7. จาหน่ายปลกี ใหแ้ กเ่ กษตรกรหมบู่ า้ นรอบศนู ยฯ์ และจาหน่ายตามรายการสง่ั ของงาน
วชิ าการเกษตร และสมาชกิ บางรายนากอ้ นเชอ้ื ไปเปิดดอกจาหน่าย

กลุ่มพฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการผลติ เชื้อเห็ดบริสุทธ์ิแบบครบวงจรบ้านห้วยสาโรง

ช่ือโครงการ ส่งเสริมกำรผลิตเช้ือเห็ดบริสุทธ์ิแบบครบวงจรบำ้ นหว้ ยสำโรง
จัดต้งั โดย งำนวชิ ำกำรเกษตร ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ
วนั ทจี่ ัดต้งั วนั ที่10 มกรำคม 2553
หลกั การและเหตุผล

เน่ืองจำกเกษตรกรในหมู่บำ้ นห้วยสำโรงใต้ หมู่ 11 ตำบลเขำหินซ้อน อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั
ฉะเชิงเทรำ ส่วนใหญ่ประกอบอำชีพรับจำ้ งรำยไดป้ ระจำคงท่ีไม่เพียงพอต่อกำรใช้จ่ำยภำยในครอบครัว
เพรำะสินคำ้ อุปโภคบริโภคมีรำคำสูงทำให้ค่ำใช้จ่ำยในครอบครัวสูงตำมไปด้วย ดงั น้ันผูท้ ี่มีรำยได้น้อย
จำเป็ นตอ้ งทำอำชีพเสริมเพ่ือเพ่ิมรำยไดใ้ หแ้ ก่ครอบครัว กำรผลิตเช้ือเห็ดและกำรเพำะเห็ดเป็ นอีกทำงเลือก
หน่ึงที่สำมำรถสร้ำงรำยไดใ้ หแ้ ก่ผูผ้ ลิตเช้ือเห็ดและผูเ้ พำะเห็ดไดเ้ ป็ นอยำ่ งดี เกษตรกรในหมู่บำ้ นห้วยสำโรง
ใต้ หมู่ 11 ไดร้ วมกลุ่มกนั จำนวน 7 รำย ดำเนินกำรผลิตเช้ือเห็ดเพื่อจำหน่ำย ปัจจุบนั มีสมำชิกดำเนินงำนอยู่
5 รำย ผลิตเช้ือเห็ดเพ่ือจำหน่ำย (โดยใชเ้ วลำวำ่ งจำกงำนประจำ) ชนิดเห็ดท่ีผลิตไดแ้ ก่ เห็ดนำงฟ้ำภูฐำน เห็ด
นำงรม เห็ดฮงั กำรี่ เห็ดเป๋ ำฮ้ือ เห็ดโคนญ่ีป่ ุน เห็ดขอนขำว เห็ดหูหนู เห็ดฟำง และเห็ดหลินจือ แต่เนื่องจำก
กำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ดมีกำรลงทุนสูงทำงกลุ่มยงั ขำดเงินทุนในกำรจดั ซ้ือวสั ดุอุปกรณ์ท่ีจำเป็ นในกำรเนินงำน
วตั ถุประสงค์

1. เพอ่ื เพิม่ รำยไดใ้ หแ้ ก่ครอบครัว
2. เพอ่ื สร้ำงอำชีพใหแ้ ก่เกษตรกรในหมูบ่ ำ้ น
3. เพื่อสร้ำงโอกำสใหแ้ ก่เกษตรกรในหมู่บำ้ นใหม้ ีควำมรู้เร่ืองกำรผลิตกอ้ นเช้ือเห็ด และกำรเพำะเห็ด
4. เพื่อเป็นแบบอยำ่ งใหแ้ ก่เกษตรกรหมู่บำ้ นใกลเ้ คียงท่ีสนใจไดเ้ ขำ้ ไปศึกษำ

กลุ่มพฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการผลติ เชื้อเหด็ บริสุทธ์ิแบบครบวงจรบ้านห้วยสาโรง

ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ
1. เกษตรกรมีรำยไดเ้ พ่มิ ข้ึนชีวติ ควำมเป็นอยดู่ ีข้ึน
$12. เกิดควำมสำมคั คีในชุมชน
$13. มีกำรแลกเปล่ียนควำมรู้และแนวทำงประสบกำรณ์ในกำรเพำะเห็ดของสมำชิก
$14. พฒั นำเป็ นต้นแบบในกำรเพำะเห็ดในชุมชนและเป็ นจุดเรียนรู้ให้เกษตรกรท่ีสนใจ
ต่อไป

วธิ ีการดาเนินงาน
1. รวบรวมสมำชิกที่มีควำมสนใจดำ้ นกำรเพำะเห็ด
2. ประชุมช้ีแจงลกั ษณะกำรดำเนินงำนกลุ่มพร้อมเลือกคณะกรรมกำรกลุ่ม
3. เสนอโครงกำรกยู้ มื เงินจำกกองทุนศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ
4. ไดร้ ับกำรสนบั สนุนงบประมำณจำกสำนกั งำน กปร. ในส่วนของงำนวชิ ำกำรเกษตร (65,500 บำท)
5. ระดมหุน้ เป็นเงินทุน

กล่มุ พฒั นาอาชีพหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

ส่งเสริมการทาผลติ ภณั ฑ์กล่มุ แม่บ้านแปลงตะแบก

ช่ือโครงการ ส่งเสริมกำรทำผลิตภณั ฑก์ ลุ่มแม่บำ้ นแปลงตะแบก
จัดต้งั โดย งำนพฒั นำท่ีดิน ศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ
วนั ทจ่ี ัดต้งั วนั ท่ี1 มกรำคม 2554
หลกั การและเหตุผล

เกษตรกรส่วนใหญ่ในพ้ืนที่ตำบลเกำะขนุน อำเภอพนมสำรคำม จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ ประกอบอำชีพ
เกษตรกรรม ไดแ้ ก่ ทำนำขำ้ ว ปลูกมนั สำปะหลงั ทำสวนยำงพำรำฯลฯ หลงั กำรเก็บเก่ียวผลผลิตทำง
กำรเกษตรจะมีเวลำว่ำงงำน จึงไดร้ วมตวั กนั ภำยในหมู่บำ้ นเพื่อดำเนินกิจกรรมยำมวำ่ ง ซ่ึงเร่ิมแรกร่วมกนั
แปรรูปผลผลิต ทำขนมจำหน่ำยแต่ไมป่ ระสบผลสำเร็จจึงเลิกรำไป ต่อมำศูนยศ์ ึกษำกำรพฒั นำเขำหินซอ้ นฯ
ไดข้ ยำยผลไปในพ้ืนที่ตำบลเกำะขนุน จึงไดเ้ ขำ้ รับกำรฝึ กอบรมกำรทำพวงหรีด หลงั จำกน้นั ไดม้ ำปรับใช้
กำรทำในกลุ่ม แต่ยงั ขำดเงินหมุนเวยี นในกำรซ้ือวตั ถุดิบมำทำผลิตภณั ฑ์ จึงขอรับกำรสนบั สนุนเงินกองทุน
ศูนย์ฯ เพ่ือจัดซ้ือปัจจัยกำรผลิตสำหรับกำรทำพวงหรีด ดอกไม้จนั และผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในงำน
ศพ นอกจำกน้ียงั มีส่วนรำชกำรต่ำง ๆ เขำ้ มำฝึ กอบรมกำรประดิษฐ์ อื่น ๆ ไดแ้ ก่ ตระกร้ำ ปลำตะเพียน
เหรียญโยนทำน จึงไดผ้ ลิตออกจำหน่ำยเป็นรำยไดเ้ สริมของกลุ่มยำมวำ่ งจำกอำชีพประจำ
วตั ถุประสงค์

1. เพือ่ ส่งเสริมใหแ้ ม่บำ้ นเกษตรกรมีกำรรวมกลุ่ม ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในกำรประกอบ
กิจกรรม เสริมสร้ำงคุณภำพชีวติ ครอบครัวใหด้ ีข้ึน

2. เพื่อส่งเสริมใหป้ ระกอบอำชีพเสริมเพ่ิมรำยไดแ้ ละใชเ้ วลำวำ่ งใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด
3. เพ่ือร่วมคิด ร่วมกนั ทำ และร่วมแกป้ ัญหำ
4. เพื่อเป็ นตวั อยำ่ งแก่เกษตรกรรำยอ่ืนที่สนใจประกอบอำชีพเสริม


Click to View FlipBook Version