The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Eboook รวีวรรณ รวมคำศัพท์ทุกบท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanyaras Srisuphanon, 2020-11-07 11:04:08

Eboook รวีวรรณ

Eboook รวีวรรณ รวมคำศัพท์ทุกบท

E-BOOK
Vocabulary

Biology

นางสาว รวีวรรณ ประภาพนั ธก์ ุล ช้นั ม.5/5 เลขที่26
เสนอ

อาจารยพ์ ชรกมล พลลู าย

1gveii,, คำศัพท์บท่ี
ผลกลุ่ม ผลท่ีเกดิ จากรงั ไข่หลายรงั ไข่หรอื กลุ่มของรงั ไข่ในดอก
เดียวกนั

อบั เรณู สว่ นหนึ่งของเกสรเพศผูม้ ีลกั ษณะเป็ นกระเปาะ เป็ นแหลง่ สรา้ งและเก็บ
ละอองเรณู

ดอกสมบูรณ์ ดอกไมท้ ่ีมสี ว่ นประกอบครบท้งั 4อยา่ งใน1ดอก
ไดแ้ ก่ เกสรตวั ผู้ เกสรตวั เมีย กลีบเล้ ียง กลีบดอก

ดอกรวม เป็ นดอกชอ่ ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะประกอบดว้ ยดอกยอ่ ย
เล็กๆ จานวนมากรวมอยบู่ นฐานรองดอก มกี า้ นชดู อกอนั เดียวกนั มองดูคลา้ ยดอกเด่ียว

การปฏิสนธิคู่ เป็ นรูปแบบการปฏิสนธิในพืชซึง่ มีการรวมตวั

ของนิวเคลียส 2 คร้งั

ดอกไมส่ มบูรณเ์ พศ เป็ นดอกท่ีมีเกสรตวั ผูห้ รือเกสรตวั เมียเพยี ง

อยา่ งเดียว

ดอกไมค่ รบสว่ น ดอกไมท้ ี่ไมไ่ ดม้ ีส่วนประกอบครบท้งั 4สว่ น

ใน 1 ดอกอาจขาดสว่ นประกอบใดสว่ นประกอบหนึ่งไป

ดอกช่อ ดอกหลายๆ ดอกท่ีอยบู่ นกา้ นดอกเดียวกนั

ผลรวมท่ีเกดิ จากรงั ไข่ ของแต่ละดอกของดอกช่อ ดอกช่อซึ่งเชือ่ ม
รวมกนั แน่น รงั ไข่เหลา่ น้ ีจะกลายเป็ นผลยอ่ ยๆเช่อื มรวมกนั แน่นจนคลา้ ยเป็ นผลเดี่ยว

รงั ไข่ เป็ นโครงสรา้ งหลกั ของอวยั วะสืบพนั ธุเ์ พศเมยี ภายในมีออวลุ
โครงสรา้ งภายในรงั ไข่ของพืชดอก เป็นท่ีกาเนิดชองเซลลไ์ ข่

ดอกสมบรู ณเ์ พศ เป็นดอกท่ีมีทงั้ เกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศเมยี ในดอก

เดียวกนั

ผนังผล สว่ นที่เจรญิ เปล่ียนแปลงมาจากรงั ไข่

กลีบดอกไม้ มสี สี นั สวยงาม มกี ลิ่นหอมเอาไวล้ อ่ แมลง

เกสรเพศเมยี ท่ีอยชู่ ้นั ในสุด เปล่ียนแปลงมาจากใบเพอ่ื ทาหน้าท่ีสรา้ งเซลล์
สืบพนั ธุเ์ พศเมีย

การถ่ายละอองเรณู การที่จะถา่ ยละอองเรณูถา่ ยเทออกจากอบั เรณู
ที่เปิ ดออกของเกสรเพศผูไ้ ปยงั เกสรเพศเมียที่พรอ้ มจะรบั ละอองเรณู

กลีบเล้ ียง เป็ นสว่ นของดอกท่ีอยนู่ อกสุด ทาหน้าท่ีหอ่ หมุ้ ป้องกนั อนั ตราย

ผลเด่ียว ผลเกดิ จากดอก1ดอกและมรี งั ไข่1อนั

ดอกเดี่ยว ดอกไมท้ ี่มีดอกอยู่พียงดอกเดียวบนกา้ นชดู อกเพียง

ดา้ นเดียว

เกสรเพศผู้ เจรญิ และเปลี่ยนแปลงมาจากเน้ ือเยอื่ เจริญปลายยอด ทา
หนา้ ท่ีสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้

ไฟ

คำศัพท์บทท่ี 9

รากพิเศษ เป็ นรากท่ีงอกจากส่วนต่าง ๆ ของพชื

2. เน้ ือเยอื่ เจริญส่วนปลาย เป็ นเน้ ือเยอ่ื เจรญิ ที่อยู่

บริเวณปลายยอดหรอื ปลายราก รวมท้งั ท่ีตา หน้าที่ทาใหป้ ลายยอดหรือปลาย
รากยดื ยาวออกไป

แผ่นใบ ลกั ษณะใบมีสีเขียว รปู ร่างต่างๆ กนั

เปลือกไม้ สว่ นที่อยถู่ ดั จากวาสควิ ลารแ์ คมเบียมออกไปขา้ งนอก

. เซลลค์ ุม เซลลท์ ่ีทาหน้าที่ควบคุม การปิ ดเปิ ดของปากใบ

ใบยอ่ ย ใบหลายๆใบ ที่อยบู่ นกา้ นใบอนั เดียวกนั

รากแขนง รากท่ีเจริญเติบโตออกมาจาก รากแกว้

เน้ ือเยอ่ื เจริญ เน้ ือเยอ่ื ท่ีมเี ซลลก์ าลงั แบ่งตวั แบบ
ไมโทซสิ เพอื่ สรา้ งเซลลใ์ หม่

เสน้ กลางใบ เป็ นเสน้ ใบภายในใบ ทาหน้าที่ลาเลียงสาร

10. เน้ ือเยอื่ ลาเลียงอาหาร มหี น้าท่ีลาเลียงซูโครสจากท่ีสรา้ งไปยงั ท่ี

อื่นๆ

ชอ่ งพธิ เน้ ือเยอื่ บริเวณกลางลาตน้ และราก เป็ นเซลลท์ ี่มี

ผนังเซลลบ์ าง

รากปฐมภมู ิ เป็ นรากท่ีเกิดโดยตรงมาจากรากแรก
เกิดของเอ็มบริโอ เป็ นรากขนาดใหญ่ ทาหน้าที่เป็ นรากหลกั ของพืช

เซลลข์ นราก เป็ นเซลลเ์ ด่ียวท่ีมขี นรากเป็ นสว่ น
หน่ึงของผนังเซลลย์ น่ื ออกไปเพอ่ื เพม่ิ พ้ ืนท่ีผิวในการดูดซึมน้าและแร่ธาตุ

รากทุติยภูมิ เป็ นรากที่เกดิ มาจากรากแกว้ มกั จะ
งอกเอียงลงในดินหรือเกือบขนานไปกบั ผิวดิน

หใู บ เป็ นส่วนของระยางคท์ ี่ยน่ื ออกมาตรงโคนใบท่ีติดกบั ลาตน้

รากแกว้ รากท่ียาวและใหญก่ วา่ รากอ่ืนๆที่แยกออกไป ทา
หนา้ ที่ เป็ นหลกั รบั สว่ นอ่ืนๆใหท้ รงตวั อยไู่ ด้

เสน้ ใบ สว่ นที่ต่อจากเสน้ กลางใบ

เน้ ือไม้ เป็ นเน้ ือเยอ่ื ของพืชที่ทาหน้าที่ลาเลียงน้าและแรธ่ าตุ
ต่าง ๆ ไปส่สู ่วนต่าง

ไซเล็ม เน้ ือเยอ่ื ลาเลียงน้า มีหน้าท่ีลาเลียงน้าจากรากข้ นึ ไป
ยอด

ลาตน้ อ่อน อยถู่ ดั จากตาแหน่งใบเร่ิมเกิดลงมา ลาตน้
ส่วนใตใ้ บออ่ นกย็ งั เป็ นลาตน้ ระยะที่ยงั เจริญไมเ่ ต็มท่ี

คำศัพท์ บทท่ี 10

แบบอโพพลาสต์ ลาเลียงน้าโดยไมผ่ ่านเขา้ สู่เซลล์ แต่
เคล่ือนที่ไปตามผนังเซลลแ์ ละชอ่ งวา่ งระหวา่ งเซลล์

การซึมตามรเู ล็ก การซึมตามรเู ล็กเป็ นปรากฎการณท์ ี่ของเหลว
ถกู ยกสงู ข้ นึ ในหลอดทดลองขนาดเล็ก

การแพร่ เป็ นการเคล่ือนที่อนุภาคของสารจากบริเวณที่มีความเขม้ ขน้ ของ
สารมากไปยงั บริเวณที่มคี วามเขม้ ขน้ ของสารนอ้ ย

เน้ ือเยอื่ ช้นั ผิว เป็ นกลุ่มเซลลท์ ่ีมกี ารจดั เรียงตวั อยชู่ ้นั นอกตามสว่ นต่างๆ
ของพชื ทาหนา้ ที่ปกคลุมและป้องกนั อนั ตรายในพชื

การแพร่แบบฟาซิลิเทต การลาเลียงสารจากบริเวณท่ีมี
ความเขม้ ขน้ ของสารสูงไปจนถึงบริเวณท่ีมคี วามเขม้ ขน้ ของสารตา่ แต่ตอ้ งอาศยั ตวั พาเป็ น
ตวั กลาง ในการแพร่

กตั เตชนั่ กระบวนการที่พชื กาจดั น้าออกมาในรูปของหยดน้า

ไฮดาโธด รหู ยาดน้า อยปู่ ลายสุดของไซเล็มบริเวณขอบใบหรอื ปลาย
ใบ

ไฮโดรโปนิกส์ การปลกู พชื โดยไม่ใชด้ ิน โดยใหร้ ากแชอ่ ยใู่ นน้าท่ีมี
ธาตุอาหารพชื ละลายอยู่

เลนติเซล รอยที่ปริแยกท่ีผิวเปลือกไม้ พบในพืชที่มกี ารเติบโตแบบทุติยภมู ิ

ธาตุอาหารหลกั ธาตุอาหารที่พชื ตอ้ งการในปริมาณมาก

ธาตุอาหารอง ธาตุอาหารที่พชื ตอ้ งการในปริมาณน้อย

การออสโมซิส เป็ นการแพรข่ องน้าจากบริเวณท่ีมนี ้ามากกวา่ ไปสบู่ ริเวณ
ที่มนี ้าน้อยกวา่

เน้ ือเยอ่ื ถาวร เป็ นเน้ ือเยอื่ ซึ่งเจริญเติบโตเต็มที่แลว้

พลาสโมเดสมาตา เป็ นชอ่ งวา่ งเล็กจานวนมาก ที่อยบู่ น
ผนังเซลล์ ชว่ ยทาหน้าท่ีเชื่อมเซลลท์ ี่อยใู่ กลเ้ คียงกนั เพื่อชว่ ยในการขนถ่ายสิ่งๆตา่ งๆ
ระหวา่ งเซลลพ์ ชื

ความดนั ราก แรงดนั ในรากพชื ท่ีทาใหน้ ้าเคล่ือนที่จากรากข้ นึ ส่ลู า
ตน้

แบบซิมพลาสต์ การลาเลียงน้าจากเซลลห์ นึ่งส่เู ซลลห์ น่ึงผ่า

นพลาสโมเดสมาตา

การคายน้า กระบวนการที่พืชกาจดั น้าออกมาในรปู ของไอน้า

แรงดึงจากการคายน้า การลาเลียงน้าจากรากส่ดู า้ นบน
โดยอาศยั แรงดึงจากการคายน้าเป็ นหลกั

โปรตีนลาเลียง เป็ นโปรตีนที่ทาหนา้ ที่ขนสง่ โมเลกุลเล็กๆ
ไปสูส่ ว่ นต่างๆ ของร่างกาย

ชลศกั ย์ พลงั งานอิสระของน้า ต่อหนึ่งหน่วยปรมิ าตร โดยน้า
จะมกี ารเคลื่อนที่สุทธิจากบริเวณ ที่มีชลศกั ยส์ ูงไปบริเวณที่มีชลศกั ยต์ า่

คำศัพท์บทที่11

วฏั จกั รแคลวนิ เป็ นกระบวนการตรึง
คารบ์ อนไดออกไซด์ เพื่อสรา้ งสารอินทรยี ์ ซึง่ ตอ้ งใชส้ าร ATP และ NADPH ท่ีได้
จากปฏกิ ริ ิยาที่ตอ้ งใชแ้ สงมาสงั เคราะหน์ ้าตาล กระบวนการน้ ีเกิดข้ ึนบริเวณสโตร
มา ซ่ึงอยภู่ ายนอกไทลาคอยดแ์ ต่อยภู่ ายในคลอโรพลาสต์

จุดอ่ิมตวั ของ
คารบ์ อนไดออกไซด์ เม่อื ความเขม้ ขน้ ของคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นอากาศเพ่มิ มาก
ข้ นึ ถึงจุดหน่ึงอตั ราการตรึงคารบ์ อนไดออกไซดส์ ุทธิจะไมเ่ พิม่ ข้ นึ

คารบ์ อกซิเลชนั เป็ นปฏกิ ิริยาของสารชนิดหน่ึงที่
รวมตวั กบั แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดแ์ ลว้ เกดิ หมคู่ ารบ์ อกซิล

คลอโรฟี ลล์ สารสเี ขียว พบในพืช สาหร่าย ไซยาโน

แบคทีเรีย

การถา่ ยทอดอิเล็กตรอนแบบเป็ นวฏั
จกั ร

คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าคล่ืนชนิดหน่ึงท่ีเคลื่อนท่ี
โดยไมอ่ าศยั ตวั กลาง โดยอาศยั การเหนี่ยวนากนั ระหวา่ งสนามแมเ่ หล็กและ
สนามไฟฟ้า

สถานะกระตุน้ อะตอมท่ีไดร้ บั พลงั งานเพม่ิ ข้ นึ

ทาใหอ้ ิเล็กตรอนถกู กระตุน้ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พลงั งานสงู ข้ นึ
สถานะพ้ นื อะตอมที่อิเล็กตรอนซึ่งเคล่ือนท่ีอยรู่ อบ

นิวเคลียสมีพลงั งานเฉพาะตวั อยใู่ นระดบั พลงั งานตา่

ปัจจยั จากดั ปัจจยั ท่ีมีผลในการจากดั การ
เจรญิ เติบโต การแพรพ่ นั ธุ์ หรือการกระจายของส่งิ มีชีวติ ในระบบนิเวศ

คา่ ชดเชยแสง จุดท่ีทาใหอ้ ตั ราการ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงซ่ึงจะดูด คารบ์ อนไดออกไซด์ และ คายออกซิเจน เท่ากบั
อตั ราการหายใจซึ่งดูดออกซิเจน และ คายคารบ์ อนไดออกไซด์

ปฏกิ ิริยาแสง การสรา้ งสารพลงั งานสงู คือ NADPH
และ ATP ในภาวะท่ีมแี สงซึ่งเกิดข้ นึ ที่ไทลาคอยด์

จดุ อิ่มตวั ของแสง จุดหน่ึงท่ีเมื่อเพ่ิมความ
เขม้ ขน้ ของแสงแลว้ อตั ราการตรึงคารบ์ อนไดออกไซดส์ ุทธิจะไมเ่ พ่มิ ข้ นึ

การถา่ ยทอดอิเล็กตรอนแบบไม่

เป็ นวฏั จกั ร

อนุภาค สสารที่มปี ริมาณนอ้ ยมากหรอื เล็กมาก

สารสี ตวั รบั พลงั งานแสง

การหายใจเชิงแสง เป็ นปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั ท่ี
เกิดข้ ึนไดร้ ะหวา่ งการตรึงคารบ์ อนในพชื ใชอ้ อกซิเจนและปลอ่ ย
คารบ์ อนไดออกไซด์ เกดิ ข้ นึ ในขณะที่มแี สง

ระบบแสง สารสีที่ฝังตวั อยรู่ วมกนั เป็ นกลุ่ม

ศนู ยก์ ลางปฏิกิริยา คลอโรฟิลล์ เอ

รดี กั ชนั ปฏิกิริยาท่ีมกี ารรบั อิเล็กตรอน ซ่ึงสารที่รบั
อิเล็กตรอนจะมีเลขออกซิเดชนั ลดลง

แสงท่ีตามนุษยม์ องเห็นได้ แสงท่ีมคี วามยาวคลื่นชว่ ง
400-700 นาโนเมตร

คำศัพท์ บทท่ี 12

ออกซิน เป็ นกลุ่มของสารที่มหี น้าท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การขยายขนาดของเซลล์

การตอบสนองต่อสารเคมี การงอกของหลอดเรณูไปยงั ออวุลของ
พชื มสี ารกลุม่ โปรตีนที่ออวุลสรา้ งข้ นึ เพื่อกาหมดทิศทางการงอก

ไซโตไคนิน เกีย่ วขอ้ งกบั การแบ่งเซลลข์ องพืช ชะลอการแกช่ ราและ
กระตุน้ การแตกตาขา้ ง

การบานของดอกไม้ กลุ่มเซลลด์ า้ นในของกลีบดอกขยายมากกวา่ ดา้ น
นอก

เอทิลิน กา๊ ซชนิดหน่ึงและจดั เป็ นฮอรโ์ มนพชื ควบคุมการแก่ชรา การสุก

การตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถว่ ง การตอบสนองท่ีมที ิศทาง
สมั พนั ธก์ บั ทิศทางของแรงโน้มถว่ งของโลก

จิบเบอเรลลิน เก่ยี วขอ้ งกบั การยดื ตวั ของเซลล์ ทาลายการพกั ตวั
ของพชื

พชื ดินเค็ม พชื ที่สามารถปลกู บนดินเค็มได้

การตอบสนองต่อน้า รากพชื เจรญิ เขา้ หาน้าหรอื ความช้ นื

การหุบของดอกไม้ กลุ่มเซลลด์ า้ นนอกของกลีบดอกขยายมากกวา่

ดา้ นใน

การเคลื่อนไหวแบบส่าย การตอบสนองท่ีเกิดจากการเจริญเติบโตของ
โครงสรา้ งท่ีไมเ่ ท่ากนั ท้งั สองดา้ น

แนสติกมฟู เมนต์ แบบมที ิศทางท่ีไมส่ มั พนั ธก์ บั ทิศทางของ
ส่ิงเรา้

ฮอรโ์ มนพชื สารควบคุมการเจริญเติบโตของพชื

การเบนเน่ืองจากแสง การตอบสนองท่ีมที ิศทางสมั พนั ธก์ บั แสง

พลั ไวนัส โคนกา้ นใบป่ อง

สภาพพกั ตวั ของเมล็ด สภาพท่ีเอมบริโอในเมล็ดสามารถคง
สภาพและมชี ีวติ อยไู่ ดโ้ ดยไมเ่ กิดการงอก

ภาวะเครียด ส่งิ ท่ีสง่ ผลกระทบใหพ้ ืชไม่สามารถเติบโตเต็มท่ีตามศกั ยภาพ
ทางพนั ธุกรรม

การตอบสนองต่อการสมั ผสั เม่อื สมั ผสั พชื จะมกี ารตอบสนอง

หลายๆรูปแบบ

ทรอพซิ ึม แบบมีทิศทางเก่ยี วขอ้ งสมั พนั ธก์ บั สิ่งเรา้

แรงดนั เต่ง แรงดนั ที่เกดิ ข้ นึ ภายในเซลล์ เกดิ ข้ นึ เน่ืองมาจาก
น้าออสโมซิสเขา้ ไปภายในเซลลแ์ ลว้ ดนั ใหเ้ ซลลแ์ ต่งหรือบวมข้ ึนมา


Click to View FlipBook Version