ส่อื การเรียนรสู าระทอ งถนิ่
โดย
®ºÅ¶Ï±¸Ç ±Çè©¶ Ï«È×µº±¼Ç §ÑË ¸
϶ëÀ× Ð¸Ã³Å± éºÄ ºè½Å½Ã
ѶŶ ½¶ö޶¶ù½ÀÊ× Å¶Ï¶µé ¶Ìö½Å¶Ã«öÀª×Ç
ϸ´Å©¶¤Å¯¶ÃÅ ¾Ä½ÀÊ MKLAJEJAFGIAFGDAD
§Ã®¶¶§Å¬è ŶÀ źµÅ¶
«»Ä µÄ º»ù±ÇÏ»¼Ë¸
º¶Å±¶ ©µÅ˶§ù
®¶¶§Å¬èŶ¨ ÅÏÇ Å
¶Ã±È±¶¶§ ±Ä¦ÅϺ
ÀÀЮ®¯Ð¸Ã¶Ì¯Ï¸õ´
º¶è ź¶¶§ «Ä®Ï½ÊÀ
·¼§Ã šųÅ
±´Ç ±ù¶ÄØÐ¶ Ýààã
Å º Þ@ååå ϸ´õ
½º¸Ç ½Ç«¬Û è éºÄ ºè½Å½Ã
иýŠÄÅÀ«Ë µÅŶ϶µé ¶ öÌ ½Å ÄÅ®¶è¾Å¶Ð¸Ã±¦Ä ÅÀù ºÅ´¶Ì ö <Àù Ŷ´¾Å=
ÑöÇÂӸǸ
½ ÅÄ ÅÀ«Ë µÅŶ϶µé ¶ ÌĂ <½À¶B=
½Ä Ĩ½Å ÄÅ®¶è¾Å¶Ð¸Ã±Ä¦ÅÀąºÅ´¶ÌĂ <ÀąÅ¶´¾Å=
¿¼õ ¯°¸è Ǹ
»ÌµąÅ¶ĂÅÏÖ«¶Ä¸Ïº¸è ¨ ą ôÄ ã Xuy ny
Ñ«¶»±Ä « ą å ÝÝàâ ßÞåå Ñ«¶½Å¶ å ÝÝàâ ßÞÞÝ
¿¼õ ¯¿ Ç¯Æ Ç¯
äääCä ÀÅŶ½Å Ä ÅÏÖ«¶¸Ä Ϻ踨ą Äô Üâ
ª±¶Ã¶Å´ Ü ¯«Ë´ºÄ ¶ËÏ«±Â ÜåÞÞå
Ñ«¶»±Ä «ą å ÝÝáß àäáÞAà Ñ«¶½Å¶ å ÝÝáß àäáá
BuBB|
±Ç´±ą«×È ®¶è¼«Ä ½¾´Ç©¶±¶èØ ©ØÇ ÐÀ¨ą±®Ä ¸Ç½×è Å ¨Ä
Ñ«¶»Ä±«ą å ÝäåÞ ãÝàâAä
คำนำ
³Å¶Ç½ ÅÄ¡©õÀ½Ä´¯¶ÃŶ¾×ÉÀ½ ÅÄÅÀË«µÅŶ϶鵶Ìö ÊÀ Ŷ¯¸Ì
ú
ǽĵ¶ÄŶÀõŠиÃŶ¶ÃŵÑÀŽÒŶÏöŪÉо¸õ϶鵶öÌ«È׫Ľ´ÄµÐ¸Ã½À¨¸öÀÄ®
ºÅ´½ÒÀÏ¨Ö ÏµÅº иï¶ÃÅ Ò¶¯Ì Ю®¾Àö ½´¨Ë ´Èºé ©è «×Ƚ¶ö޶¶ù®±ÊØ ¤Å
Ŷ´È½õº¶õº´À³Å½õº©õÅÕ Ñ¨µ½ ÅÄÅÀË«µÅŶ϶鵶ÌöÓ¨ö¶õº´Ä®Àù¶¯¶À
½ºõ «öÀªÇ× Ò³Ì´³Ç Å©Åõ Õ Ï±ÀÊ× µÅµ°¸Å¶¨Å ÏÇ Å¨Ä¸Åõ º
Ŷ½¶Åö ½¶¶ù½ÊÀ× Å¶Ï¶µé ¶½Ìö ŶëöÀªÇ× Ò¾ö´È¶Ì¯Ð®®Å¶Å ϽÀ«È«× Ä ½´Äµ
Ð¸Ã¨É ¨¨Ì ºÅ´½Ò ϯü ϶À×ë ´ÀÊ «×½È Å Ä¡ÀµÅõ ¾×É ×ê½Å Ä ÅÀ«Ë µÅŶ϶µé ¶Ìö
ϸÖϾֺõŴȽõºÒŶ½¶öÅж®Ä¨Å¸ÒÒ¾öϨÖиÃϵź½ÒŶÀõÅиÃÒ
ð¾ÅºÅ´¶öÌ
ÀµÅõ ©Àõ ÏÊ×À ѨµÅ ϶Àë× ¶Åº³´Ì ǯú¡¡Å½Å¶Ã«öÀªÇ× Ò¸©ö ºÄ «È×½À¨¸Àö Ä®ºµÄ Ŷ¨ Ŷºé ©è
±¶öÀ´Ä®½À¨Ð«¶ кǨ¨öÅ˧¬¶¶´ ¶èµ¬¶¶´ ´ÅϯüÏØÊÀ¾ÅÀ½×ÊÀŶ϶鵶ö̽ ž¶Ä®
ϵź©Å´õººÄµ ©ØÄ Щõ ß
ÜÝ ¯í
¿ÂÌ٠ǸѸ·é ¯¸¿Îö ǸÅÂö ¬¯ÙÉ µÇÑÀ¯ÂÌ «Â¯ºÇõ ¨Ë ØÈ ½Å Ä ÅÀ«Ë µÅŶ϶µé ¶ÓöÌ ¨¶ö ºõ ´
Ľ¶ö޶¶ùĮĺèÅŶиÃÄÏéµÒ«öÀªÇ× Ï±×ÊÀÒ¾öϨÖиÃϵź ¶º´«ØÄ¯¶ÃÅ
«×ĺӯҳÅϾÊÀ©À¸õÅÓ¨ö¶Ä®ºÅ´¶öÌ ºÅ´³Å³Ì´ÇÒҺĦ¬¶¶´Ð¸Ã«öÀªÇ×À©
¶º´«ÄØõÀÒ¾öÏǨºÅ´ÏöÅÒиÃŶµÀ´¶Ä®ÒºèªÈéºè©ºÄ¦¬¶¶´«×Ⱦ¸Å¾¸Åµ©Å´®¶è®«À
±ØÊ «×Èиý³Å±Ðº¨¸öÀ´«ÐÈ× ©©õÅÄÀÀÓ¯
½ ÅÄÅÀË«µÅŶ϶鵶öÌ ´Ëõ¾ºÄºõžĽÊÀË¨ÈØÃϯü½Ê×ÀŶ϶鵶ÌöÀÈ˨¾×É«È×Ã
½õϽ¶è´Å¶ÀõÅиÃŶ϶鵶ÌöÓ¨öÀµõŴȯ¶Ã½Ç«¬è³Å± ê×¾´ÅµªÉϯü¾Ä½ÊÀ«×ȰÌöÀõÅ ÀõÅ
ÀµõŴȺŴ½Ë ½ËÒŶÀõŠиÃõÀÒ¾öÏǨºÅ´©¶Ã¾ÄÒ˧õÅÀ«öÀªÇשÏÀ
Ó¨Àö µÅõ Ыö¶è
¿ ǯÆÇ¯ÂͷǯǸѸ鷯¸Îö
เร่ืองและภาพ
ครูชีวนั วิสาสะ
วันน้อี ีเลงเคง โคง จัดขา วของเครอ่ื งไมเครอ่ื งมอื
เตรยี มออกเดินทางไปจังหวัดพิจติ ร เพอ่ื เย่ียมหลานสาว
และเดินทางตอ ไปยงั จงั หวัดพษิ ณโุ ลก เพื่อเก็บขอ มลู
มาเขยี นหนังสอื ภาพสาํ หรับเด็ก
๖
เสียงกุกๆ กักๆ ปลกุ ใหคุณเงาต่ืนขน้ึ มา พอรูวาอีเลงเคง โคง
จะเดินทางอกี แลว คณุ เงาจึงขอตามไปดวย
“นะ นะ อีเลง เคง โคง ใหเงาไปดว ยนะ นะโคง นะ”
คณุ เงาออนอเี ลง เคง โคง
“ออื ออื คราวนใ้ี หคณุ เงาไปดวยก็ดีเหมอื นกัน แตต อ งชว ยเราทาํ งาน
ดว ยนะ” อีเลง เคง โคงยืน่ ขอ เสนอ
“ได ได เงาชว ยไดท กุ อยา ง ใหทาํ อะไรบางละ ”
“ชว ยเลี้ยงเด็ก เลย้ี งหลานของเรา”
“……….”
คณุ เงาชวยอเี ลง เคงโคง จดั เตรยี มสมั ภาระท่ีตองใช
รวมถงึ ตรวจความเรียบรอยของรถที่จะขบั ไปทาํ งาน
๗
เมื่อการเตรยี มตัวทุกอยา งเสร็จสรรพทั้งคูก็ออกเดินทาง
ไปตามเสนทาง ซึง่ อเี ลงเคง โคงไดดจู ากแผนท่ีแลว ขับรถ
จากนครปฐม ผา นสุพรรณบรุ ี ชัยนาท เขานครสวรรค มงุ สู
จงั หวดั พจิ ติ ร ซ่ึงเปนจุดหมายแรกของการเดินทาง
กอ นเขา จงั หวดั พิจติ ร คณุ เงาเหลอื บเห็นปา ย
“เขารปู ชาง” จึงรองเปนกลอนบอกอเี ลง เคงโคงวา …
“น่ันเขารปู ชา ง ทางเขาไมไ กล
คุณเงาอยากไป ใหเหน็ ภูเขา”
“แหม คุณเงาหดั รอ งเปนกลอนลอ เลียนเราเหรอ
แตก ็เกง นะเนย่ี ”
อีเลง เคงโคงตอบแลวหมุนพวงมาลยั รถเล้ยี ว
ไปตามท่ีปา ยบอก จากทางสายหลักเขา ไปวดั เขารูปชาง
อกี ไมไ กล แคอ ึดใจเดียวก็ถงึ สองขางทางรม ร่ืนดวยไมใ หญ
อีเลง เคง โคงจอดรถใตรม ไม แลว เดนิ นาํ คุณเงาไปยัง
บันไดนาค
“ไมรวู า ตอ งเดินอีกไกลมยั้ นะ…”
คุณเงาเหน็ บันไดสงู ลิบกช็ ักทอเสยี แลว
“เดนิ ขนึ้ บันไดไปเรื่อยๆ นบั ขั้นบันไดไปดว ย
เด๋ยี วกถ็ ึง ลองดสู ิ” อเี ลงเคงโคง เสนอแนะ
“เอา ลองนับดกู ไ็ ด… หนึ่ง สอง สาม สี่ หา…..
เจด็ สิบสอง…” คณุ เงาเรมิ่ เดนิ และนับจนถึง
“รอ ยสี่สบิ เกา…” ทันใดนั้นอีเลง เคง โคง ก็ทักข้ึนมาวา
“รอยส่สี บิ กา ว หรือสส่ี ิบเกาคณุ เงา”
คุณเงาหยุดกกึ ทนั ที พรอมกบั ทําหนางงๆ แลว พูดขึน้ วา
“อาว!ทักแบบนกี้ ็งงหมดนะ สิ ลมื เลย เฮอ ! ไมน บั แลว
เดินขึน้ ไปเรือ่ ยๆ ดกี วา เหนอ่ื ยก็พัก”
๘
ไมน านทัง้ อเี ลงเคงโคงและคณุ เงากข็ ึน้ มาถงึ โขดหินใหญ
ทมี่ เี จดียสที อง สรางไวบ นยอดโขดหนิ
“เอ…เหมือนชางหรอื เปลา นะ”
คุณเงาพยายามเดนิ หามุมมองใหเ ปนรูปชาง
“หรอื วา จะเหมอื นไดโนเสารก็ไดนะ” อเี ลงเคงโคงเเกลงแหย
“แตวา ตอนนเี้ ราขน้ึ ไปไหวพระ นมสั การพระเจดียก อนดกี วาคุณเงา”
เม่ือลงมาจากนมสั การพระเจดยี แ ลวท้ังอีเลง เคง โคงและคุณเงา
ก็เลอื กมุมเพอ่ื ถา ยรูปและวาดรปู เก็บไวเ ปนขอ มูลสาํ หรับเขียนหนังสอื
“อกี หนอยนะ เงาจะเขียนหนงั สอื ใหด งั แบบอเี ลงเคงโคงบางละ”
คณุ เงาวาดรูปไปคยุ ไป
๙
ลงจากเขารปู ชา งแลว อเี ลง เคงโคงขับรถเขา สู
จังหวดั พิจติ ร ตรงไปยังวัดทาหลวง ซึ่งหลานๆ
มารออยทู ี่หนา โบสถแ ลว เมอ่ื เหน็ รถจอด หลานๆ จาํ ได
กว็ งิ่ กรกู นั เขา มาท่รี ถทันที
“สวสั ดคี ะ สวัสดคี รับ สวสั ดฮี ะ…”
เสียงเด็กๆ ทักทายอเี ลงเคง โคง ดงั ล่นั
“อีเลงเคง โคง อีเลง เคงโคง สวัสดเี ดก็ ๆ
นารกั ทกุ ตัวเลย ตัวโตข้ึนเยอะเลยนะ”
อเี ลง เคงโคง ก็ทักทายหลานๆ
“แลวน่ี พวกเรารูจักคุณเงาม้ยั ”
อเี ลงเคง โคงถาม
“รู…คุณเงาใจดี มีสีดําดาํ กอ นนอนทุกคาํ่
คุณเงาทาํ งาน” เด็กๆ ตอบ เสียงดัง
อีเลงเคงโคงแนะนาํ ใหค ณุ เงาไดรูจกั กบั หลาน
ทงั้ สามตวั คือ จระเขน อยชอื่ เขยี วจกุ หางยาว บานอยู
พจิ ติ ร ลกู สุนัขแสนรูช่ือ แกว กลาหางพวง และลูกเจีย๊ บ
จอมบชู ือ่ เหลอื งนอยหางขาว สองตัวนี้บา นอยูพษิ ณโุ ลก
แตขออนุญาตพอแมม าเท่ียวพจิ ิตร บา นของเขียวจุก
เพ่อื นรกั
“เดี๋ยวใหล งุ โคง กับคุณเงาเขา ไปกราบหลวง
พอ เพชรกอนนะ แลวคอ ยออกมาถา ยรูปบริเวณวัดและ
ทา นา้ํ ” อเี ลงเคงโคง บอกเด็กๆ
๑๐
หลังจากกราบหลวงพอ เพชร พระคบู านคูเมืองของชาวพจิ ติ รแลว
อีเลงเคงโคง กม็ าท่รี ถ นาํ ของฝากมาใหห ลานๆ มชี ุดอุปกรณวาดรูป
ครบครัน เดก็ ๆ ดีใจมากรีบแยกยายกันไปหามุมวาดรปู อยา งมคี วามสุข
จวบจนไดเ วลา อเี ลง เคงโคงขับรถพาท้ังหมดไปท่บี า นของเขียวจกุ หางยาว
เพ่ือทักทายพอแมเขยี วจกุ ผเู ปน ญาติ
เย็นวันน้ันพอของเขียวจุกพาไปกนิ อาหารเจาใหมท ีย่ งั ไมดังนัก
แตอ รอยมากๆ คอื รานอวนปลาแมน ้าํ อยูใกลต ลาดในตวั เมอื งพจิ ิตร
หลังจากม้อื เย็นแลวจึงแยกกนั ไปพักผอ น เพอ่ื รอใหถ งึ เวลานัด
คอื เชา วันใหมท ี่จะเร่ิมตนการเดนิ ทางของ “ขบวนการเพลินพจิ ติ ร
เทีย่ วพษิ ณุโลก”
๑๑
ยามเชาทตี่ ลาดเทศบาล
ขบวนการเพลนิ พิจิตร เทยี่ วพิษณุโลก
กินโจกรอนๆ อยา งเอร็ดอรอย เมื่อ
สบายทอ งแลว กพ็ ากันขึ้นรถ อีเลง
เคง โคง ขับรถไปอกี ไมไ กลนกั ก็ถึง
วงเวยี น ออ มวงเวยี นแลว ตรงไปอีก
เลก็ นอยเลย้ี วซายก็ถึงบงึ สไี ฟ
จอดรถเสรจ็ ทุกตัวลงจากรถ
พรอ มอุปกรณว าดรูปมงุ หนา ไปยงั รปู ปน
จระเขข นาดมหมึ าในตําแหนงทเ่ี หมอื น
คลานข้นึ จากบงึ นํา้ ดา นหลงั
“โอโฮ! ถา เกดิ มันมชี วี ติ ข้นึ มา
ละก็…สนกุ นา ด”ู คุณเงาจนิ ตนาการ
“เรากจ็ ะตอยมนั ใหห นลี งน้ําเลย”
เหลืองนอ ยหางขาวคยุ โม
“แตจ ุกคิดถึงคณุ ฟอง
นักแปรงฟน นา จะมาแปรงฟน ให
จระเขย กั ษน ะ” เขียวจุกพูด
“ผมวาเขาปน ชาละวันยักษ
แลวกน็ า จะปน ไกรทองยักษดวยนะ”
แกวกลา แสดงความเห็น
“ลงุ วา ถา ทาํ อยา งนั้น ก็จะกลาย
เปน สวนของยกั ษไปนะส”ิ
อีเลงเคงโคง ตอบความเห็น
ของแกวกลา และพดู ตอ อกี วา
“ลุงกย็ ังสงสัยวาทําไมตามนทิ านเนีย่
ชาละวนั เปน จระเขราย แตผูร า ยในนทิ านกลบั กลาย
มาเปน จดุ ขายของจังหวดั ไปไดนะ”
ทกุ ตวั ทไ่ี ดฟงตางกพ็ ดู ขนึ้ พรอ มกนั วา
“ออื้ …จริงแฮะ…”
๑๒
“เราอยามัวแตค ยุ อยูเลย แยกยายกันไปวาดรปู ดีกวา ถาวาดเสรจ็ ลุงจะ
นาํ เครอ่ื งถายภาพทางอากาศ ขน้ึ ไปถา ยภาพจระเขย ักษจ ากบนทอ งฟาเลย”
อีเลง เคง โคง บอก
เวลาผานไปพกั ใหญๆ เมอื่ ทุกตวั วาดรปู เสรจ็ อีเลง เคง โคงนําเครอ่ื ง
ถา ยภาพทางอากาศออกมาจากกลอง แลวบงั คบั ใหบ นิ สงู หลายสบิ เมตร
เพอื่ ถา ยภาพพญาชาละวนั ในมุมสูง เดก็ ๆ ต่ืนเตน กับเคร่ืองถายภาพท่บี ินลวิ่
ขึ้นฟา สกั พักหนึง่ เมื่ออีเลง เคง โคง บังคบั ใหเคร่ืองกลบั ลงมา ก็นําหนวยความจาํ
จากเครือ่ ง ถา ยโอนสูคอมพิวเตอรพ กพาเพ่อื ใหเด็กๆ ไดเ ห็นภาพที่ถา ยมา
“วาว…เห็นหมดทั้งโลกเลย…” คุณเงาอุทาน
“สวยจังเลยนะคะ มุมนี้” เขยี วจุกเอย ชม
“อือ้ …เดยี๋ วเราไปทวี่ ดั โพธิ์ประทับชาง แลวถา ยภาพแบบนี้อกี ”
อีเลงเคงโคง บอกเด็กๆ แลว พากันขน้ึ รถออกเดนิ ทางตอทนั ที
๑๓
ที่วดั โพธปิ์ ระทับชาง ขา งๆ กาํ แพงแกวรอบโบสถโ บราณ
อีเลง เคงโคง บังคับเครอ่ื งถา ยภาพทางอากาศใหล อยสงู จากพ้นื ดนิ
ขนึ้ เหนอื ยอดไม เสยี งใบพดั ดังหงึ่ ๆ คลายกับผ้ึงฝูงใหญบ นิ มา
คุณเงาและเด็กๆ แหงนหนา มองดว ยความต่ืนเตนระทกึ ใจ
“เครื่องจะตกไหมนะ ลุงโคง ” แกว กลา หางพวงถาม
“บินขึน้ ๆ สงู กวานอี้ ีก” เขยี วจกุ หางยาวบอก
“บินชนนกเลย ชนเลยๆ” เหลืองนอ ยหางขาวตะโกนดังลั่น
กระพือปก พับ่ ๆ
“อยาลืมกดปุมถา ยภาพดวยนะ…โคง ” คุณเงารองเตอื น
๑๔
เครื่องถายภาพทางอากาศลอยตวั ใกลกบั
โบราณสถาน เคลอ่ื นไปตามทศิ ทางการบังคับของ
อีเลงเคงโคง
๑๕
ภาพทอ่ี เี ลง เคงโคงใชเ ครอ่ื งถายภาพทางอากาศถายมานัน้ ทําใหเ ด็กๆ
รสู ึกเหมอื นปน ขึ้นไปอยบู นยอดไมสงู ๆ แลว มองลงมาเหน็ ความย่ิงใหญของ
โบราณสถาน ในมุมมองทีแ่ ปลกไปจากการยนื มองบนพ้ืน
อเี ลง เคง โคง ชวนทกุ ตัวใหว าดภาพวัดโพธ์ิประทบั ชาง โดยเลอื กหามุมที่ชอบ
แลวใชสที ่ีตนเองถนดั ในเวลาไมน านนกั ทกุ ตัวกว็ าดภาพสาํ เร็จและนํามาอวดกัน
ดวยความภูมใิ จ
๑๖
“ดมี าก ดที กุ ภาพเลย เยยี่ มจริงๆ เกง จรงิ ๆ ลูกหลานใครเน่ยี ” ๑๗
อเี ลง เคง โคงเอย ปากชม
“มอี ีกวดั หนงึ่ นะ มคี ําวา ชางอยใู นช่ือวดั
ดวย ใครรบู า ง” อเี ลงเคงโคง ถาม
“วดั บางมลู ชาง” เหลอื งนอยรีบชิงตอบ
“ไมมีๆ มแี ตบางมลู นาก” คณุ เงาบอก
แลวตอบวา
“วัดชางใหต า งหาก”
“วดั ชา งให อยูปต ตานี ม่ัวแลว คณุ เงา
เฉลยเลยดีกวา คอื วัดโรงชาง” อเี ลง เคงโคงเฉลย
แลว ขับรถพาเด็กๆ ไปยงั วดั โรงชางทนั ที
วดั โรงชา งน้ีนอกจากจะมีเจดยี องคใ หญ
สําหรับเกบ็ พระไตรปฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ
แลว สิ่งทอ่ี เี ลง เคง โคง คิดวา เดก็ ๆ จะตอ งสนใจ
และสนกุ ก็คือรปู ปน ประหลาดๆ บนเขามออยูหลัง
โบสถเ กา
“โอโ ฮ…ตวั อะไรเนีย่ ดูไมรูแ ตก็สวยเนอะ”
คณุ เงาเอย ชมรปู ปน
“แบบนีเ้ หมอื นในการตนู เลย สนกุ จัง”
แกวกลาพดู ขึน้ บา ง
“ถา พวกนีข้ ยบั ไดนะ เราจะตอยทกุ ตัวเลย”
เหลอื งนอยโมอีกตามเคย
“อยากปน รปู ปน ตวั ประหลาดบา งจังเลย”
เขยี วจกุ พดู
“ฮา ๆ ไดเ ลย ลุงโคง เตรยี มดนิ น้ํามันมา
ดว ย อยูทา ยรถ” อเี ลงเคงโคง บอก
ไมน านนักผลงานรูปปน ตวั ประหลาดของ
เด็กๆ ซึ่งไดแรงบันดาลใจจากเขามอทแ่ี ฝงปริศนา
ธรรมก็เสรจ็ เปน รูปปนท่ีสนกุ สนาน
ไมแพตน แบบ
๑๘
๑๙
¾¸ÄÅ½Ë ½ÅÄ®¶¯Ì ¯ñĆ Ð¸Ã
¯Ćñ ¶Ì¯«×ºÈ ¨Ä ѶĂÅиºĂ °¼¯Ç¸Ñ³ºÉ¯³É«è ¸
ÑÊ·Ù ¼³¾É ©ÓÍ º Ö´Ëā¾ÅĂ ½āÌ Ä¾ºÄ¨±¼Ç §ÑË ¸
«Ä «È Ï´Ê×À¶ªÏ¸Ê×À©ºÄ ϨÖÕ Ö¾¸®Ä ÀµāÅ
¶º¨Ï¶Öº §Ë ÏÅϯ¨ø ϱ¸Ï®ÅÕ ¸āÀ´Ï¨ÖÕ
иºĂ ÖºÀÏÈ ¸ĂÏĂ ÑĂ ËµÓ¯©¸À¨«Å
ÀÅĂ º Ó¯«ÅÏØÈ ¾¶À
§Ë ÏŪŴÀÈϸĂÏĂ ÑĂ Ï´×ÊÀÀÈÏ¸Ă ÏĂ ÑĂ ¸®Ä
¶ªÐ¸ĂºÏ¸µÈØ ºÏĂūž¸º®«Ï¸Ö Õ Ï¾´ÊÀ
ÏĂÅÒ¾´āÌ®ÅĂ
µÄ µÄÓ´āªÉ ±ÅÏ¨Ö Õ ÐºÃ¨Ì «×®È ÅĂ
ºÄ ϯĈ¨Àā āà ÀÏÈ ¸Ă ÏĂ ÑĂ ©À®
ÀÀĄ ºÄ ϯĈ¨ ÏÀÃă 5иºĂ «Å Ó´Ó´ā¨ÌϯĈ¨
¸āà §Ë ÏŵĂÀ
ÏÖ ¯¨Ĉ Я¸ÅµÏ¯Ĉ ӯиºĂ Ó
ÀÏÈ ¸Ă ÏĂÑõÀĂ ®ĂÅ
´×ÄºÐ¸Ăº ´ºÄ× ÑĂÀµāŴĺ×
˧ÏūŠϽµÈ ºÕ
Ýå
อเี ลงเคง โคง จอดรถขา งทงุ นา ใกลก ันน้นั มตี นไมใ หญข ้นึ เปนกลุม
บนยอดไมม ีนกจาํ นวนนับไมถวนเกาะอยู สงเสยี งรองระงม เดก็ ๆ ลืมตา
ข้ึนมาพอดี ตางกต็ ่นื เตนกับฝงู นกท่ีท้งั เกาะกงิ่ ไม บางกก็ กไข บา งก็กาํ ลงั บิน
คาบกง่ิ ไมมาทาํ รัง
“อา วต่นื แลวเดก็ ๆ ดูซิใครรูบางวา เปน นกอะไร” อีเลง เคงโคงถาม
“นกปากหา งคะ มเี ยอะเลย เหน็ ปากมนั มย้ั หุบปากไมส นทิ ” เขยี วจกุ ตอบ
“นน่ั นกกานํา้ หรือนกอายง่วั สดี าํ ทง้ั ตวั อา ยง่วั คอคด” คุณเงาตอบเปน
คาํ คลอ งจอง
“หิว…” เหลืองนอยทําเสียงออยๆ
“ผมกห็ วิ …หิวแลว ละ” แกว กลา คราง
“อาว ขอโทษที ลุงโคงลืมไปเลยวายงั ไมไดกนิ อาหารกลางวนั
เด๋ยี วขอลงุ ถายภาพนกสักชุดหน่งึ กอ นนะ แลว เราไปหาอาหารกินกนั ”
๒๑
ออกจากบา นวงั เปด อเี ลงเคง โคง พาเด็กๆ
แวะทานอาหารท่ีปม นํา้ มัน หลงั จากนัน้ กข็ บั รถเขา สู
เขตเมอื งพิษณุโลก ในเวลาบายแกๆ
“ตองไปไหวพระกนั กอนนะ”
อีเลง เคงโคง บอกเดก็ ๆ ขณะขบั รถขนึ้ สะพานนเรศวร
ขามแมนา้ํ นานเล้ยี วซายเขาทจี่ อดขางกาํ แพง
หนาวดั พระศรีรัตนมหาธาตวุ รมหาวิหาร
ท้งั หมดเขา ไปกราบพระพทุ ธชินราช พระคบู านคเู มืองเชน เดยี วกบั ทีไ่ ปกราบ
หลวงพอ เพชร จังหวัดพจิ ติ ร
“พระพทุ ธชินราชงดงามมากๆ เลยนะ เงาเคยเหน็ แตในภาพถายโบราณ”
คุณเงาเอย ขนึ้
“ใช ถอื วา คณุ เงามบี ญุ นะเนี่ย ไดม ากราบองคจ รงิ ” อเี ลงเคง โคงพดู
“แลว เราจะถายภาพทางอากาศไดอ กี ไหมคะ” เขยี วจกุ สงสยั
“นา จะไดน ะ แตคงตองออกไปท่ที า นํ้า เพราะนาํ เคร่ืองขนึ้ ในเขตวัด
คงไมเ หมาะ” อเี ลงเคง โคงตอบ และเดนิ นาํ ไปยงั รถเพอื่ หยิบเครือ่ งถายภาพทางอากาศ
๒๒
จากนั้นทกุ ตวั เดนิ ลงบนั ไดทา นา้ํ หนาวัด สกั ครเู ครอื่ งถา ยภาพกท็ ะยานข้ึน
สูงลิบ และลอยเหนือแมนํา้ นาน แสงแดดสที องสาดองคพระปรางค ในขณะทเี่ งาไม
รมิ ถนน ทอดยาวสลู านวัดเกดิ เปน มิตขิ องแสงเงาท่ีงดงาม และเมือ่ อีเลง เคง โคง
บงั คับกลองกลับลงมา ทกุ ตวั ก็ตืน่ เตนกบั ภาพในมมุ สูงทเ่ี ห็นทั้งวดั และแมนาํ้ นา น
พรอ มๆ กนั โดยมีฉากหลงั เปนแนวโคง ดง่ั สดุ ขอบโลก นบั เปนภาพประทบั ใจ
กอนจบภารกจิ วันนี้
๒๓
เชานี้ หลังจากกินอาหารในทีพ่ กั แลว
อีเลงเคง โคง ก็ขับรถพาชาวคณะมายงั ถนนพระรว ง
บริเวณคูเมอื งใกลโ รงเรยี นจานกรอง
“ตอนเชาอากาศดๆี แบบนี้ เดินเลน
ไปเรอื่ ยๆ แวะวาดรูป ถา ยรปู กนั ตามใจชอบนะ”
อเี ลง เคงโคงบอกทกุ ตวั และไมลมื กาํ ชับอกี วา
“ขวดนํ้าดมื่ อยา ทิง้ ขางทางนะ นาํ กลบั มา
ท่รี ถ แลวเหลอื งนอ ย อยา ไปทาชกกับใครเขา ละ”
“วา …..”
ไมต องบอกกค็ งรวู า เปน เสียงใคร
อีเลงเคง โคง นัดแนะทุกตวั ใหกลับมาท่ีเดมิ
ในอกี หน่งึ ชั่วโมง ทุกตัวตา งแยกยายไป แตก ไ็ มไ ด
เดินไปไกลนัก ยังอยใู นสายตาของกนั และกัน
๒๔
และนีค่ ือ...
ภาพวาดของชาวคณะ
๒๕
จากคูเมอื งกําแพงเมืองไปอกี ไมไกลอเี ลง เคงโคงนาํ ชาวคณะไปยังพระราชวงั
จันทน ศาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ซึ่งเหลอื แตแ นวของสิง่ กอ สรา งเปนอฐิ โบราณ
แผข ยายกินบริเวณกวา ง อเี ลงเคง โคงพาเดก็ ๆ ไปสกั การะพระบรมราชานุสาวรยี
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แลว กลับมายังบริเวณท่ีจอดรถ
๒๖
“เด๋ียวลุงจะลองถา ยภาพทางอากาศบรเิ วณวงั จนั ทนส ักหนอ ยนะ”
วาแลวอีเลงเคงโคง กน็ าํ เครื่องถา ยภาพข้ึนสฟู า หลังจากเก็บภาพจนพอใจแลว
อีเลง เคง โคงก็ใหท กุ ตัวข้ึนรถ
“เอาละ ลุงโคงจะพาไปบา นลงุ จาทวนี ะ”
อีเลงเคงโคงบอกในขณะที่เคล่อื นรถออกจากวงั จันทน
๒๗
อเี ลงเคง โคง
จอดรถชดิ ขอบทางหนา
พิพิธภัณฑพ้นื บา นจาทวี
แลวเดินนําชาวคณะไปที่
ซมุ ขายตัว๋ พอเคาะระฆงั
เกงๆ ก็มีคุณปาเดิน
ออกมาตอนรับดว ยใบหนา
ย้มิ แยม คณุ ปา สงต๋ัวให
แลวพูดวา
“เดินชมได
ตามสบายนะจะ”
“ครบั คุณปา
ขอบคุณมากครับ”
คุณเงาเอย
ในเรือนไมท ่ีจดั แสดงทัง้ ของใชในชวี ติ ประจําวัน
เคร่ืองมอื ทําการเกษตร รวมถึงของเลน ของเด็กในอดีต
ทกุ ตัวเดินชมดวยความต่นื ตาต่ืนใจ ทเี่ ห็นขา วของ
รูปรางแปลกๆ แตใ ชงานไดจ ริงๆ อยา งคาดไมถ งึ
“ลงุ โคง จะขอถายภาพมุมตางๆ ในพิพธิ ภณั ฑ
กอนนะ แลวใหคุณเงาพาเด็กๆ ไปวาดรปู กระตา ย
ขดู มะพราวนารกั ๆ คนละตวั นะ” อเี ลง เคงโคง จดั การ
ใหทกุ ตัวมีกิจกรรมทไี่ มใชเดินดูเพยี งอยา งเดียว
“ถามนิดนึงสิ อเี ลง เคงโคง ทําไมถายภาพแลว
ยังตองวาดรูปอีกละ” จู ๆ คณุ เงาก็สงสัย
“เพราะเราจะไดใ ชประสาทสมั ผสั ทางตาสํารวจ
ส่ิงท่ีอยขู างหนา อยา งละเอียด แลวถา ยทอดความรูส กึ
ที่ไดรบั และเกิดข้นึ เปน ภาพวาด ไมใ ชแ คด ู เพือ่ ใหเห็น
เทาน้ัน แตด ูเพือ่ คดิ และสรางสรรคไ งละ” อีเลงเคง โคง
อธิบายยาวยืด
“ออ ….เขา ใจแลว งัน้ พวกเรา…ลยุ ”
คณุ เงาพาเด็กๆ ไปวาดรูปทันที
๒๘
๒๙
“เด็กๆ วาดรูปกระตายเสร็จหรอื ยงั ขอดหู นอยซ”ิ
อเี ลงเคง โคง เดนิ มาถามเด็กๆ
“เสรจ็ แลว…” ทกุ ตวั ตอบพรอมกัน
“เรากาํ ลงั แลกกันดูรูปอยคู รบั ”
แกวกลาบอก
“ลุงโคงรูไ หมวารูปไหนเปนของใคร”
เหลืองนอยถาม
“ไหน…ขอดูกอ นนะ โอโฮ นา รักทุกรูปเลย”
อเี ลงเคงโคงเอย ชมรูปภาพทท่ี ุกตัววาด
แตละตัวกว็ าดในแบบของตน ในมมุ มองท่ีตา งกนั
ดวยสี ดวยวิธีการท่ีถนัด จงึ สวยแตกตา งกัน เมื่อชืน่ ชม
กับผลงานแลว ก็เดินดูขาวของตางๆ อกี รอบหนึ่ง
จากนนั้ เดินออกมาทีร่ า นขายของทร่ี ะลึก อเี ลง เคง โคง
ซือ้ หนงั สือของพพิ ิธภัณฑหนง่ึ เลม คณุ เงาและเดก็ ๆ
ก็เลือกของทต่ี นชอบตวั ละชน้ิ แลว เดินกลบั ไปท่รี ถ
“เสียดายไมไดเจอลุงจาทวี…
แลว เขยี วจุกไปอยูไหนนะ…”
อีเลงเคง โคงเปรยข้ึนเบาๆ กอนเคลือ่ น
รถออกจากหนาพิพิธภณั ฑพน้ื บานจา ทวี
๓๐
๓๑
วันนที้ ุกตวั คกึ คักท่ีจะไดขน้ึ ไปบนลานหินปุม
อเี ลง เคงโคง ขับรถมาทด่ี า นเกบ็ คา ธรรมเนียมของ
อุทยานแหง ชาติภหู นิ รองกลา เดนิ ลงไปชําระเงนิ
ที่ปอมเจาหนา ท่ี แลว ขบั รถตอไปตามทาง มปี าย
บอกเปน ระยะ ไมนานนกั ก็ถงึ ลานจอดรถ
วนั ธรรมดาเชนนีแ้ ทบจะไมมนี กั ทองเทย่ี วมากัน
สักเทา ไร บรรยากาศจงึ คอ นขางเงยี บ และอากาศ
ก็เยน็ เยยี บ ราวกบั ตดิ เคร่ืองปรบั อากาศขนาดยกั ษ
ไวบนภูเขา
“นนั่ ไง! ปายบอกทางไปลานหินปมุ ”
แกว กลาตาไวกวาใครรีบบอก
“บนลานหนิ ปมุ จะมีใครมาสูก ับเราไหม”
เหลืองนอ ยถาม
“ถา หากนกั มวยมาเทยี่ วละก็ มแี นนอน”
อีเลงเคงโคงตอบ แลวเดินนาํ หนาไปตามทางขาม
สะพานไมเ ล็กๆ ทอดตวั เหนอื ลาํ ธาร น้ําใสเย็น
ลานหินสนี ํ้าตาลแดงขวางหนา มนี า้ํ หลากเต็มลาน
ตอ งเดนิ อยา งระมัดระวงั เพราะบางจดุ มีตะไคร
อาจล่นื ลมได
“เดินมาแคนก้ี ็สวยแลวนะคะ”
เขียวจุกชื่นชมธรรมชาตริ อบตวั มที ั้งตน ไมใหญ
ไมพ ุมดอกสวยแปลกตา เฟรน มอส พืชทีไ่ มร จู ัก
อีกนบั ไมถว น
เดนิ ไปไดค รึ่งทาง คณุ เงากเ็ หง่ือตกจึงพูดขึน้ วา
“เดก็ ๆ คงเหน่อื ยแลว…..เราน่ังพกั รออยแู ถวน้ี ใหอเี ลงเคง โคง
ข้นึ ไปถา ยรูปบนลานหนิ ปมุ ลงมา ใหพ วกเราดดู ีกวานะ”
“ดี ด…ี ..” แกว กลาลิ้นหอ ย เหลอื งนอ ยและเขียวจกุ เห็นดว ย
“ก็ได ก็ได…..” อเี ลง เคง โคง เห็นดว ยกบั คุณเงา
“แตค ุณเงาตองพาเด็กๆ สาํ รวจธรรมชาติแถวนด้ี ว ยนะ
เพราะระหวางทางกม็ อี ะไรท่ีนา สนใจไมแ พจดุ หมายปลายทาง”
พูดจบอีเลงเคง โคงแบกอุปกรณม ุง หนาไปยังลานหนิ ปุม ตามลําพัง
๓๒
๓๓
เมอ่ื อเี ลงเคงโคง กลบั ลงมาจากลานหิน
ปุม คณุ เงาและเด็กๆ จึงไดดภู าพท่ีอีเลง เคงโคง
ถา ยจากขา งบน แถมยังถา ยจากทองฟาลงมา
อีก เปน ภาพท่ีนา ต่นื ตามากๆ
“เด๋ียวไปแวะลานหินแตกสกั พักนะ
ลงุ โคง ถา ยรปู เสร็จแลว กจ็ ะยอนไปสง พวกเรา
ที่บา น” อเี ลงเคงโคง บอกเดก็ ๆ
“วา…ตองกลับบา นแลว ”
เหลืองนอ ยพดู ดวยความรูสกึ ทยี่ งั อยากเทยี่ วตอ
“เด๋ยี วคราวหนา ลุงโคง พาพวกเรา
ไปเทย่ี วอกี นะครบั ” แกวกลา ขอรอง
“ได… แตถ าลุงไมว างกใ็ หคณุ เงา
พาไปนะ” อเี ลง เคง โคง รับปาก
“คุณเงายนิ ดี หากมีเวลา
คุณเงาอาสา พาเดก็ เด็กเทีย่ ว”
คณุ เงาตอบเปน คาํ คลองจอง
“คุณเงาใจดีจงั นะคะ”
เขยี วจุกเอยชม
การเดินทางชวงสุดทา ยของ ขบวนการ
เพลินพจิ ิตร เที่ยวพษิ ณุโลก ก็เคลอื่ นตัว…
๓๔
๓๕
คํ่าคืนในหอ งทาํ งานท่ีบา นหลงั หนง่ึ
ในนครปฐม…
อีเลง เคงโคงนั่งทบทวนขอมลู และ
รปู ภาพสถานทน่ี าสนใจหลายแหงทงั้ ในจงั หวดั
พจิ ิตรและพษิ ณโุ ลก ซึ่งลวนแตเปน “มรดก
แหง เมือง” ทีม่ คี ุณคา ทง้ั สิ้น
อีเลงเคง โคงคิดวาจะทําอยา งไรดนี ะ
ท่ีจะส่ือสารใหเ ดก็ ๆ เชน บรรดาหลานๆ และ
ผูใ หญอ กี มากมายในทองถ่นิ ชว ยกนั ตระหนัก
เห็นความสาํ คญั ของมรดกเหลา นน้ั อยา ง
จริงๆ จังๆ ชว ยกนั คดิ หาทางอนุรกั ษ พัฒนา
ใหคงสภาพ หรือดียงิ่ ขึ้น ตราบนานเทานาน….
๓๖
๓๗
ใชหนังสือ ขบวนการเพลินพิจิตร เทย่ี วพษิ ณโุ ลก อยา งไรใหส นกุ
หนังสอื เลม นี้ ใชไ ดท ง้ั วิธีอานใหน ักเรยี นฟง และ
ใหนกั เรียนอา นเอง แตจะอานอยา งไรใหสนกุ หรอื ชวนเชิญ
นักเรียนอยา งไรใหเกดิ ความรูสกึ อยากอา นหนังสอื เลมนี้
เรามาดูกนั
มีเรอ่ื งมาเลา กอนชวนอาน
คณุ ครูจะตอ งอา นหนงั สือเร่ืองนกี้ อน แลวนำเนอ้ื หามาเลาเรื่องแบบไมจ บ
ใหนักเรียนฟง กลาวคอื ท้งิ ทา ยตอนทชี่ วนติดตามเอาไว เพอ่ื ใหน ักเรียนมาอา นตอ
ยกตัวอยางเชน คณุ ครูเลา ถงึ ที่มาของหานอีเลง เคง โคง ดว ยการนำหนังสอื เรื่อง
อเี ลง เคงโคง (หนงั สอื ภาพสำหรับเด็ก) มาอา นใหน ักเรยี นฟงกอ น พรอมกับแนะนำ
หนังสอื เลม อื่นๆ ในชดุ เดยี วกนั ไดแ กเรื่อง อเี ลงเคงโคงอยากไปอยุธยา อีเลงเคง โคง
จบั แมลง และส่อื การเรียนรูสาระทอ งถ่ินท่ีจดั พมิ พโดยสำนักงานอทุ ยานการเรียนรู
หรอื ทีเคพารค เร่อื ง อีเลง เคงโคง เท่ยี วเมอื งใต และอีเลงเคงโคงไปตลาด ไปตราด
(คณุ ครูสามารถคนหาขอ มูลเหลา นี้ ได ในอนิ เตอรเ นต็ ) จากน้นั จึงเลาเรอ่ื ง ลงุ โคงพา
หลานๆ มาเพลนิ เมืองพจิ ิตรและไปเที่ยวตอ ยงั เมอื งพษิ ณุโลก ถานักเรยี นอยากรูวา
ลงุ โคง หรอื เจา หา นอารมณดตี วั นพ้ี าหลานๆ ไปไหนบาง นักเรยี นสามารถอานไดจาก
หนังสือเร่อื ง ขบวนการเพลินพิจิตร เทย่ี วพิษณุโลก เลมน้ี
นคี่ ือวิธีการสงเสริมการอานท่ีเรยี บงา ยทส่ี ุด คุณครเู ปนผู
กระตุนใหนักเรยี นอยากอานอยากรเู รือ่ งในเลมดว ยตัวเอง แมว า นักเรยี น
บางคนอาจจะไมอยากอานไมอยากรูก็ไมเ ปน อะไร เมอ่ื มกี ิจกรรมสง เสริม
การอานในรปู แบบอื่นๆ นักเรียนกจ็ ะสนใจอา นในที่สุด เพราะกิจกรรมกระตุน ให
นกั เรียนอยากอา นหนังสอื เลมใดเลม หน่งึ ไมไ ดมเี พียงวิธเี ดียว
แตในความเปน จริง หนงั สือหน่ึงเลม คณุ ครูสามารถใชว ิธกี ระตนุ การอานไดห ลากหลาย
วธิ ี เชน คุณครูอาจจะเลา ถึงเทคโนโลยีการถายภาพจากอปุ กรณถายภาพมุมสูง
ทเี่ รยี กวา โดรน (Drone) วาเราสามารถมองเหน็ ภาพเมอื งทัง้ เมอื ง ปา ท้งั ปา หรอื
ผืนนาทัง้ ผนื จากมมุ สูงไดเหมือนที่นกบินสงู แลว มองลงมาสพู ืน้ เมือ่ ใชอ ปุ กรณถา ยภาพ
มุมสูงมาชว ย เพราะบางพ้ืนท่ีไมม ตี ึกสูงๆ ใหเ ราขึน้ ไปถา ยภาพลงมาได ดังนั้น อุปกรณ
ชนิดนจ้ี ึงชว ยใหเ ราเหน็ ภาพในมมุ ที่แปลกใหม และในหนังสอื เรื่อง ขบวนการเพลินพจิ ิตร เทย่ี ว
พิษณุโลก ก็ใชอุปกรณชนดิ น้ีมาชวยทำงานเชน กนั ทำใหเราเหน็ ภาพเมอื งพจิ ติ รและเมอื งพษิ ณโุ ลก
ในบางมมุ ทีเ่ ราไมเคยเหน็ มากอ น ถา นกั เรียนคนใดอยากเหน็ ก็ตอ งมาเปด อานหนงั สือเลม น้ี เปน ตน
๓๘
ประวัตผิ แู ตง
ชวี ัน วสิ าสะ
การศึกษา
ป.กศ.สูง ศิลปศึกษา วิทยาลยั ครนู ครปฐม
กศ.บ. วชิ าเอกศลิ ปศกึ ษา วชิ าโทการผลติ หนงั สือ มศว ประสานมติ ร
การทำงาน
พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๓๔ รบั ราชการครูท่ีโรงเรยี นสามพรานวทิ ยา
หลังจากนั้นลาออกจากราชการเพอ่ื ทำอาชีพอสิ ระ เปน นักเขยี นหนงั สอื สำหรบั เดก็
และสรางสรรคง านสำหรบั เดก็
ผลงานหนงั สอื ภาพ
ตัวเลขทำอะไร สำนกั พมิ พแพรวเพอ่ื นเด็ก ไดร ับรางวัลหนังสือดเี ดน สำหรับเดก็ เลก็
อีเลง เคง โคง, อีเลง เคงโคง อยากไปอยุธยา, อเี ลง เคง โคง ปลูกดอกไม,
อเี ลงเคงโคง จบั แมลง และ อีเลง เคงโคง ลุยน้ำทวม
มดสิบตวั สำนกั พิมพแ พรวเพือ่ นเดก็ ไดร ับรางวัลชมเชยหนังสอื สำหรบั เด็ก
คุณฟองนกั แปรงฟน และ คุณฟองฟนหลอ นองสม โอกบั พ่ีหลอดไฟ
สำนักพมิ พแ พรวเพื่อนเดก็
น่ิง ระฆังเบกิ บาน สำนกั พมิ พค รชู วี นั
๓๙
หนงั สอื ในชุดสือ่ การเรยี นรสู าระทองถ่นิ
ภาคเหนอื ตอนลา ง
๔๐