The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กำเนิดโขน วิวัฒนาการโขน_20230915_144934_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กำเนิดโขน วิวัฒนาการโขน_20230915_144934_0000

กำเนิดโขน วิวัฒนาการโขน_20230915_144934_0000

การแสดงโขน โขนเป็นนาฏศิลป์ที่ประกอบไปด้วยศิลปะอัน ประณีตและงดงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มี ปรากฏแสดงในงานสำ คัญของบ้านเมือง ผู้แสดงต้องมีทักษะในการใช้เท้าเต้นออกท่า ประกอบเพลงร้อง บทพากย์ บทเจรจา ตลอด จนเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ประกอบตลอดการแสดง ตัวแสดงในเรื่อ รื่ งมี พระ นาง ยักษ์ ลิง มีการสวม หัวปิดหน้า ที่เรีย รี กว่า ว่ "หัวโขน" เรื่อ รื่ งที่แสดงคือ เรื่อ รื่ ง "รามเกียรติ์"


โขน


กำ กำ กำกำกำกำเนินินิ นินิ ด นิ ดของโขน


ชักนาคดึกดำ บรรพ์ หนังใหญ่ กระบี่กระบอง ต้นกำ เนิดของโขน


คิลปะการเล่นโขนเชื่อ ชื่ ว่ามีมาแต่ โบราณ และถือว่าเป็นแม่บทของนาฎ กรรมไทยที่มี ที่ มี ระเบียบแบบแผนของการ แสดงที่ไที่ ด้รัก รั ษากันไว้สืบมา กำ เนิดของ โขนมีผู้รู้ ผู้ รู้ สัรู้ สั นนิษฐานไว้ดังนี้


ชัชั ชั ก ชั กนาคดึดึ ดึ ก ดึ กดำดำดำดำบรรพ์พ์ พ์พ์ อันเป็นการทำ พิธีกรรมในดำ นานเรื่อ รื่ งพระนารายณ์ ตอน กวนน้ำ อมฤต ที่ประกอบด้วยฝ่ายอสูร ฝ่ายเทวดาและ ฝ่ายวานร มีการแต่งกายเป็นพวกอสูร เทวดา วานร เข้า ขบวนแห่ พร้อมด้วยเครื่อ รื่ งพิธีต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้โขนจึงได้ นำ ศิลปการแสดงจากแบ่งฝ่ายการเล่นและศิลปะการแต่ง กายมาจากการเล่นชักนาคดึกดำ บรรพ์ ซึ่งลักษณะการ แต่งกายในการแสดงโขนนั้น ตัวละครแบ่งออกเป็น ๓ ฝ่าย คือ ฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิง ฝ่ายมนุษย์หรือ รื เทวดา


ปัจจุบันนิยมแบ่งเป็น ๔ ฝ่าย คือ พระ นาง ยักษ์ ลิง ซึ่งแต่ละฝ่าย จะแต่งกายตามแบบที่เรีย รี กว่า ว่ "ยืนเครื่อ รื่ ง" ยกเว้น ว้ ยักษ์และลิงที่ไม่ใช่ตัวเอก แต่จะลดหลั่นความงดงาม ไปตามฐานะของตัวละครในเรื่อ รื่ งตัวสำ คัญแต่งกายคล้ายคลึง กัน จะต่างกันที่สีของเครื่อ รื่ งแต่งกายและลักษณะของหัวโขน เครื่อ รื่ งแต่งกายฝ่ายมนุษย์และเทวดา จะเป็นการแต่งกาย แบบยืนเครื่อ รื่ ง ตัวละครที่สำ คัญมากจะระบุสีเสื้ออย่างชัดเจน


เป็นมหรสพของไทยโบราณ มีลักษณะการแสดงประกอบไปด้วย การเชิดตัวหนังที่ทำ มาจากหนังวัว แกะสลักเป็นภาพในเรื่องรามเกียรติ์ ผู้แสดงจะต้องแสดงลีลาการเชิดตัวหนัง ไปพร้อมกับการเต้นตามจังหวะ ของดนตรีปีพาทย์ที่หน้าจอ โดยใช้แสงไฟ จากด้านหลังจอ ทำ ให้ภาพ เงาตัวหนังไปปรากฏบนหน้าจอหนัง หนังใหญ่


และยังต้องมีคนพากย์เจรจา ด้วย ซึ่งการแสดงโขนนั้นมีการพากย์ เจรจา การขับ ร้อง การเต้น และรำ ทำ ท่าตามบทพากย์และเพลง หน้าพาทย์ จึงเห็นได้ว่าการแสดงโขนได้รับอิทธิพล ด้านศิลปะการแสดงจากการแสดง หนังใหญ่


เป็นศิลปะการต่อสู้ของคนไทยโบราณที่จะต้อง ฝึกหัดให้มีความเชี่ยวชาญกับการใช้อาวุธของ ไทยหลายชนิดในกระบวนท่าต่าง ๆ ไว้สำ หรับ ป้องกันตนเองและประเทศชาติ กระบี่กระบอง


อีกทั้งเป็นการประชันกันในเชิงฝีมือไหวพริบในการต่อสู้ การหลอกล่อหลบหลีก ยั่วยุคู่ต่อสู้ จากลีลาท่ทางเหล่านี้ การแสดงโขนในสมัยโบราณ อาจจะรับเอาแบบอย่างที่ใช้ใน ศิลปะการต่อสู้ มาปรับปรุงประดิษฐ์เป็นท่าทางการเต้น การเยื้องกราย และเป็นท่าทางร่ายรำ ของการต่อสู้ ในการแสดงโขน


วิวั วิ ฒ วั นาการของ โขน...


วิฒนาการดัดแปลงโดยการนำ ศิลปะของการละเล่นหลายอย่างมา ผสมกันด้วยวิธีต่างๆ ทำ ให้การแสดง โขนมีลักษณะลีลาการแสดงที่แตก ต่างกันออกไป แบ่งได้เป็น ๕ ประเภท คือ โขนกลางแปลง โขนนั่ง ราว โขนหน้าจอ โขนโรงใน และโขนฉาก


โขนกลางแปลง คือ การแสดงโขนบนพื้นดินกลาง สนามกว้าง ๆ ไม่มีเวทีใช้ธรรมชาติเป็น ฉากประกอบการแสดง นิยมแสดงการยกทัพ และการรบกันเป็นส่วนใหญ่ จึงใช้ผู้แสดง จำ นวนมาก ไม่มีการขับร้อง มีแต่ดนตรี บรรเลงหน้าพาทย์ประกอบการยกทัพ ดำ เนินเรื่องด้วยคำ พากย์ และเจรจา


ที่มา สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา วิธีการแสดง ดำเนินเรื่องด้วยการ แสดงท่าทางประกอบคำ พากย์และบทเจรจา เรื่องที่แสดง เรื่องรามเกียรติ์ นิยม แสดงตอนยกทัพและ การรบระหว่างฝ่าย พระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ รูปแบบของการแสดง ดนตรี เพลงร้อง สถานที่แสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า ไม่มีบทขับร้อง กลางสนาม ไม่ต้อง สร้างเวที


โขนกลางแปลง


เป็นการแสดงบนโรงมีหลังคา ไม่มีเตียง สำ หรับตัวโขนนั่ง นั่ แต่มีราวพาดตามส่วนยาว ของโรงตรงหน้าฉาก (ม่าน) มีช่องทางให้ผู้ แสดงเดินได้รอบราวแทนเตียง มีการพากย์ และเจรจา แต่ไม่มีการร้อง ปี่พาทย์บรรเลง เพลงหน้าพาทย์ มีปี่พาทย์ 2 วง เพราะต้อง บรรเลงมาก ตั้ง ตั้ หัวโรงท้ายโรง จึงเรียกว่าวง หัวและวงท้าย หรือวงซ้ายและวงขวา โขนโรงนอก หรือ รื โขนนั่งราว


โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว


โขนหน้น้ น้ า น้ าจอ คือ โขนที่เล่นตรงหน้าจอ ซึ่งเดิมเขาขึงไว้สำ หรับเล่นหนังใหญ่ ใน การเล่นหนังใหญ่นั้น นั้ มีการเชิดหนังใหญ่อยู่หน้าจอผ้าขาว การแสดง หนังใหญ่มีศิลปะสำ คัญ คือการพากย์และเจรจา มีดนตรีปี่พาทย์ ประกอบการแสดง ผู้เชิดตัวหนังต้อง เต้นตามลีลาและจังหวะดนตรี นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ต่อมามีการปล่อยตัวแสดงออกมาแสดง หนังจอ แทนการเชิดหนังในบางตอน เรียกว่า "หนังติดตัวโขน" มีผู้ นิยมมากขึ้น เลยปล่อยตัวโขนออกมาแสดงหน้าจอตลอด ไม่มีการ เชิดหนังเลย จึงกลายเป็นโขนหน้าจอ และต้องแขวะจอเป็นประตู ออก 2 ข้าง เรียกว่า "จอแขวะ"


โขนโรงใน คือ โขนที่นำ ศิลปะของละครในเข้ามาผสม โขนโรงในมีปี่ พาทย์บรรเลง 2 วงผลัดกัน การ แสดงก็มีทั้ง ทั้ ออกท่ารำ เต้น ทีพากย์และเจรจาตามแบบโขน กับนำ เพลงขับร้องและ เพลงประกอบกิริยาอาการ ของดนตรีแบบละครใน และมี การนำ ระบำ รำ ฟ้อนผสมเข้าด้วย เป็นการปรับปรุงให้ วิวัฒนาการขึ้นอีก การผสมผสานระหว่างโขนกับละครใน สมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 ทั้ง ทั้ มีราชกวีภายในราชสำ นัก ช่วยปรับปรุงขัดเกลา และประพันธ์บทพากย์บทเจรจาให้ ไพเราะสละสลวยขึ้นอีก


โขนฉาก ลักษณะของการแสดงโขนฉาก มีรูปแบบเดียวกับโขนโรงใน แต่มีการสร้างฉากประกอบเพื่อความงดงามและสมจริงมากยิ่งขึ้น


โขนฉาก


Click to View FlipBook Version