รายงาน
เรื่อง จริยธรรมและกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์
จัดทำโดย
นางสาวณิฌานันนท์ พุฒพันธ์
GM.3/2A 64152310034-9
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการจัดการธุรกิจออนไลน์
สาขาวิชาการจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงอีสาน
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
ก
คำ นำ
จากการเติบโตของตลาดออนไลน์ที่พัฒนาไปพร้อมๆ กับความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายทำให้มีผู้ประกอบการหลายราย หันมาใช้ช่องทางการ
จำหน่ายแบบออนไลน์กันมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงผู้คนได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกได้ว่าแค่
ใช้เพียงปลายนิ้วคลิกเข้าสู่เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ก็จะเห็นการโปรโมทสินค้า
และการโฆษณาแทรก และเด้งขึ้นมาหน้าจออยู่เสมอ โดยใช้เทคนิคการถ่ายภาพ การ
เขียนคำโฆษณา และเทคนิคในการดึงดูดใจลูกค้าด้วยการลด แลก แจก แถม จึงส่งผลให้
เกิดการซื้อขายอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านค้า
ซึ่งเป็นการประหยัดทั้งเวลาและหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน กระแสการทำ
ธุรกิจออนไลน์จึงเป็นการตอบสนองความต้องการทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย ที่สามารถทำ
ธุรกรรมในการเลือกสินค้าและจ่ายเงิน โดยได้รับการบริการอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน
ปัญหาที่เกิดจากการทำธุรกิจบนสื่อดิจิทัลก็มีมากมายเช่นกันทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความพึงพอใจในการซื้อขายสินค้าระหว่างกันและกัน
มากที่สุดจึงควรมีจริยธรรมและกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อช่วยให้การดำเนิน
ธุรกิจเป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง
ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจำทำเอกสารฉบับนี้ จะมีข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับจริยธรรมและกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์เป็น
อย่างดี
ผู้ จั ด ทำ
ก คำนำ ข
ข สารบัญ
1-2 จริยธรรมในการทำธุรกิจออนไลน์
2 ตัวอย่างที่ผิดจริยธรรมในการขายของออนไลน์
3-5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์
6 ตัวอย่างที่ผิดกฎหมายในการขายของออนไลน์
ส า ร บั ญ สารบัญจะช่วยให้คุณค้นหาชื่อ
ของบทต่าง ๆ ของรายงาน
สารบัญ และหมายเลขแต่ละหน้า
1
จริยธรรมในการทำธุรกิจออนไลน์
ความเป็นมา
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีช่องทางในการเข้าใช้งานได้ง่ายขึ้น ผลของการ
พัฒนา ส่งผลให้มีการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการทำธุรกิจออนไลน์หรือ
ธุรกิจทาง e-commerce ซึ่งมีการทำธุจกิรประเภทนี้กันอย่างเเพร่หลาย ทำให้มีเกิดผลทั้งด้านบวกเเละด้านลบในการ
เเสวงหาผลประโยชน์จากทำธุรกิจออนไลน์ ดังนั้นการหาประโยชน์จากทางใดทางหนึ่งจึงต้องเกี่ยวข้องกับการมี
จรรยาบรรณเเละจริยธรรมซึ่งการมีจรรยาบรรณเเละจริยธรรมนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการปลูกฝังให้กับผู้ทีประกอบ
ธุรกิจออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านี้มีการทำธุจกิจที่เเสวงหาประโยชน์อย่างเหมาะสมเเละสร้างสรรค์ มิใช่จะหา
ประโยชน์ที่มิชอบอย่างเดียว
จริยธรรม
1. ความเชื่อถือได้ (Reliability) โดยข้อมูลที่เผยเเพร่จะต้องมีความเชื่อถือได้ เเละเป็นที่ยอมรับในการติดต่อสื่อสาร
ทางอิเล็กทรอนิกส์ ความเชื่อถือได้ของระบบองค์กร เเละความเชื่อถือได้ของชนิดของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
2. ความโปร่งใส (Transparency) ข้อมูลที่มีอยู่จะต้องมีความโปร่งใสอย่างสูงสุด เช่น ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูล
ทะเบียนการค้า หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี รายละเอียดสินค้า รายละเอียดค่าใช้จ่าย รูปเเบบเเละเงื่อนไขการ
ชำระเงิน ระยะเวลาการจัดส่งสินค้า การรับประกันสินค้า กฏหมายเกี่ยวกับการทำธุรกรรม เป็นต้น
3. ความลับเเละความเป็นส่วนตัว (Confidentiality and Privacy) ต้องมีการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้
อื่น เช่น ข้อมูลส่วนตัวบุคคลต้องเก็บเป็นความลับ เเละนำไปใช้เมื่อได้รับการยินยอมจากอีกฝ่ายเท่านั้น มี
มาตรการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เเละมีการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทาปัญญา
จริยธรรมทางธุรกิจสารสนเทศ
หลักเกฑ์ในการประพฤติตนร่วมกันในการทำธุจกิจออนไลน์ โดยบุคคลต้อง
ประพฤติปฏิบัติตนตามเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นเเละความพึงพอใจในการซื้อขายสินค้า
ระหว่างกัน การดำเนินธุรกิจออนไลน์ เมื่อมีกลุ่มคนจำนวนมากทั้งในเเละนอกประเทศใน
การติดต่อซื้อขายกัน ย่อมทำให้เกิดการฉ้อโกง การหลอกลวง หรือการนำเสนอให้
บิดเบือนไปจากความเป็นจริง จริยธรรมทางธุจกิรออนไลน์จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจ
เป็นไปตามเเนวทางที่ดี ที่ถูกต้อง เเละเกิดปัญหาในการซื้อขายกันน้อยที่สุดหา
กบุคคลเเต่ละคนนั้นปฏิบัติตามจริยธรรมที่กำหนดไว้
2
จริยธรรม 10 ข้อในการทำธุรกิจออนไลน์
ขายของดี มีคุณภาพ ในราคายุติธรรม ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้
ขายของที่ถูกกฎหมาย ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ นำเข้าอย่างถูกต้อง ไม่ปลอมแปลงหรือ
คัดลอกสินค้าของผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง
ไม่โฆษณาเกินจริง บิดเบือนคุณภาพ สรรพคุณของสินค้า
ระบุรายละเอียดที่มา ขนาด ราคา วันหมดอายุ ของสินค้าให้ชัดเจน
ไม่กลั่นแกล้ง ให้ร้ายป้ายสีใคร
เก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวและบัญชีของลูกค้าไว้เป็นความลับ และไม่ควรเปิดเผย
ข้อมูลลูกค้าแก่ผู้อื่นทราบโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตรงต่อเวลา จัดส่งสินค้าตามที่แจ้ง
ตรวจสอบสินค้าและพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพอยู่เสมอ
ถามมา ตอบได้ ตอบไว ไม่หนี ไม่โกง
ใช้ช่องทางรับชำระเงินที่เชื่อถือได้
การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เพียงการก้าวตามเทคโนโลยี
เท่านั้น แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น
จากกระบวนการผลิตและการให้บริการด้วย เพราะถ้า
เปรียบเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดช่องทางใหม่ ๆ
ในการทำธุรกิจ การมีจริยธรรมในการทำธุรกิจบนสื่อ
ดิจิทัลธุรกิจก็คือกลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้
อย่างราบรื่น ดีต่อใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยุค 4.0
ตัวอย่างที่ผิดจริยธรรม
ในการขายของออนไลน์
ตำรวจ ปอศ.ตามจับแม่ค้าออนไลน์ หลังหลอกขายกระเป๋าผ่านร้านค้าออนไลน์ ล่อใจด้วยแบรนด์
ยอดฮิต หายาก แต่ราคาถูก จนเหยื่อหลายรายยอมโอนเงินก่อนรับสินค้า สุดท้าย สินค้าจัดส่งไม่ตรงปก กลับ
กลายเป็นน้ำตาลทรายแทน หลังจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างถูกเพื่อนขโมยแอเคาน์ร้านค้าออนไลน์ไปใช้
คดีนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายราย ที่เคยถูก น.ส.สุภาพรรณ หลอกขาย
กระเป๋าแบรนด์เนมผ่านทางโซเชียล ทั้งทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม โดยมีการเสนอขายกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่
นที่ยอดฮิต ที่หายาก และมีราคาที่ถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินมาซื้อของ
เป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าเมื่อผู้ต้องหาส่งพัสดุมาถึงบ้านก็ถึงกับอึ้ง เพราะเมื่อเปิดกล่องออกมาดู แทนที่จะ
เป็นกระเป๋ารุ่นที่ต้องการ กลับกลายเป็นน้ำตาลทราย การสอบสวนเบื้องต้น ยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า
ไม่มีส่วนรู้เห็น เพราะถูกเพื่อนยืมบัญชีไปใช้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
*วิเคราะห์ตัวอย่างที่ผิดจริยธรรม ดังนี้ ไม่ควรหลอกลวงลูกค้าด้วยการส่งสินค้า
ที่ผิดแปลกไปจากที่ตกลงกันไว้ เเละไม่ส่งสินค้าของปลอมเเล้วหลอกลวงว่า
เป็นของเเท้ให้กับลูกค้า*
3
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์
1.กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544
กฎหมายฉบับนี้ สาระสำคัญจะรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เหมือน
กับการทำหลักฐานเป็นกระดาษหรือหนังสือรับรองการส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวม
ถึง ใช้เป็นพยานหลักฐาน
2.กฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
ระบุการกระทำผ่านหรือโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ในการกระทำความผิด ซึ่งมีวัตถุประสงค์มุ่ง
ต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลของคอมพิวเตอร์ หรือบุคคล เพื่อให้เกิดความเสียหาย
3.กฎหมายขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545
กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าทางออนไลน์ที่เข้าข่ายการ “ตลาดแบบตรง” ต้องจด
ทะเบียนการประกอบธุรกิจกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนทำการค้า
4.กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
“การโฆษณา” จะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิด
ผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ไม่ว่าข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือ
ลักษณะสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ จัดหา หรือใช้สินค้าหรือบริการ
4
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์
5.กฎหมายทะเบียนพาณิชย์
กระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์
การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting) และการบริการเป็นตลาด
กลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
6.กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
กำหนดสิทธิ์ประโยชน์ให้แก่เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา และป้องกันถูกผู้อื่นละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้ง
ขาย เสนอขาย เผยแพร่ แจกจ่าย แสวงหากำไร อันสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์
7.กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542
ดูแลราคาสินค้าต่างๆ ให้อยู่ในระดับราคาเหมาะสม เพื่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็น
ธรรม ไม่มีการฮั้วราคา รายใหญ่รังแกรายเล็ก และกำหนดราคาตามอำเภอใจ
8.กฎหมายจดแจ้งการพิมพ์
ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 กำหนดให้ผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์ต้องจดแจ้งการ
พิมพ์ ซึ่งหมายรวมถึง ผู้ประกอบธุรกิจหนังสือออนไลน์ หรือ e-book ด้วย แต่ไม่รวมถึงผู้
ขายหรือร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตเอง
5
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์
9.กฎหมายผลิตภัณฑ์ อาหารและยา
การขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและยา ทั้งผลิตเอง หรือนำเข้า ต้องเป็นผลิตภัณฑ์อยู่
ภายใต้การดูแลลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
10.กฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551
ธุรกิจออนไลน์ที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบ
ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ต่อกรมการท่องเที่ยวเสียก่อน
6
ตัวอย่างที่ผิดกฎหมายในการขายของออนไลน์
* ขายของออนไลน์ ต้องรู้! โฆษณาสินค้าแบบไหน ผิด พ.ร.บ.คอม*
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ไว้ สำหรับกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ฉบับใหม่ ซึ่งมีการ
แก้ไขเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝากร้านในไอจี หาก
เจ้าของไอจีปฏิเสธงดฝากร้าน แต่ยังกระทำอยู่ มีความผิดถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000
บาทต่อครั้ง ถือว่าหนักพอสมควรเลยสำหรับกรณีนี้
นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญ
พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ถึงการ
กระทำที่เป็นความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าว ได้แก่
1. ฝากร้านในไอจี หากเจ้าของไอจีระบุว่า #ห้ามฝากร้าน
#กรุณางดฝากร้าน #ไม่ฝากร้าน หรือข้อความอื่นๆ ที่มี
ความหมายถึงการ ไม่อนุญาตในการโฆษณาสินค้าหรือบริการ
บนพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของไอจี แต่หากเจ้าของไอจีไม่ได้ระบุ
ข้อความนี้ไว้ เมื่อมีร้านค้ามาขอฝากร้าน ให้แจ้งกลับไปว่าไม่
ต้องการโฆษณาและให้ลบออก แต่หากยังมีการฝากร้านต่อถือ
ว่ามีความผิด
2. อีเมลโฆษณา การส่งอีเมลเสนอขายสินค้าหรือบริการ โดยที่
ไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของอีเมล ต้องมีมาตรการในการ
บอกยกเลิกรับอีเมลโฆษณาให้กับผู้บริโภค ยกเว้นแต่มีการเสนอขายกันมาก่อนหน้านี้
3. การส่งแชตส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นทางโซเชียลมีเดียต่างๆ บางครั้งมีการอินบ็อกซ์เสนอ
โฆษณาเข้ามาทั้งๆ ที่ไม่ได้สนใจ ให้ปฏิเสธหากยังส่งมาอีกมีความผิด
4. การส่งเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นประกัน เงินกู้ หรืออื่นๆ หากจะส่งได้
อย่างไม่ผิดกฎหมายจะต้องมีระบุไว้ในข้อความด้วยว่า หากไม่ประสงค์รับข้อความให้ติดต่อ
ที่หมายเลขนี้
นายไพบูลย์ กล่าวต่ออีกว่า หากพบเห็นการกระทำความผิด ให้แคปภาพไว้เป็น
หลักฐาน และแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยว
กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)
*วิเคราะห์ตัวอย่างที่ผิดกฎหมาย ดังนี้ เมื่อมีการโฆษณาเกิดขึ้น ผู้บริโภคจะต้องแสดงการ
กระทำที่ว่า ไม่ต้องการรับโฆษณา เพื่อไม่ให้ส่งมาอีก หากส่งมาครั้งที่สองก็จะมีความผิด แต่
ถ้าเฉยๆ ไม่ได้แสดงการกระทำใดๆ ที่บ่งบอกว่าไม่ต้องการรับโฆษณา ทางร้านค้าก็อาจจะ
ตีความได้ว่า ยินยอมไปโดยปริยาย