The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานนวัตกรรม นางสาวนันท์นภัส ธนกัญญา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nannapas.th, 2022-12-20 06:46:18

รายงานนวัตกรรม

รายงานนวัตกรรม นางสาวนันท์นภัส ธนกัญญา

รายงานทางวิชาการ
เรอื่ ง การศกึ ษาทเ่ี น้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญ

โดย
นางสาวนนั ท์นภสั ธนกัญญา
รหัสนกั ศึกษา 643050108-0
นักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาไทย

เสนอ
ผศ.ดร.อนชุ า โสมาบุตร

รายงานนี้เปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวิชา นวตั กรรมและเทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพื่อการเรยี นรู้ (ED002006) Section 4
ภาคเรียนท่ี 2/2565

คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำนำ

รายงานน้ีเป็นส่วนหนึ่งของรายวชิ า นวตั กรรมและเทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่อื การเรียนรู้ (ED002006)
Section 4 ภาคเรยี นท่ี 2/2565 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมจี ดุ ประสงค์เพือ่ จัดทำสรปุ
ภารกจิ การเรยี นรู้ ทั้งน้ี ในรายงานน้ีมีเนอื้ หาประกอบด้วยความรูเ้ ก่ียวกับการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรยี น
เป็นสำคญั ตลอดจนแนวคิดวธิ ีการจดั การเรยี นการสอนและการใชส้ อ่ื การสอนที่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ

ผูจ้ ัดขอขอบคุณ ผศ.ดร.อนุชา โสมาบตุ ร ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศกึ ษา หวงั ว่ารายงานฉบบั นี้จะให้ความรู้
และเป็นประโยชน์แกผ่ ู้อ่านทกุ ๆ ท่าน หากมขี ้อเสนอแนะประการใด ผู้จดั ทำขอรับไวด้ ้วยความขอบพระคณุ ย่ิง

ผู้จัดทำ
นนั ท์นภัส ธนกญั ญา

สารบัญ หน้า

เรอ่ื ง 1
คำนำ 1
การศกึ ษาทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั 1
3
1. การจัดการเรียนการสอนทเี่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ข
2. แนวคดิ วิธกี ารจดั การเรยี นการสอนและการใชส้ อื่ การสอนทเี่ น้นผู้เรียนเป็นสำคญั
3. การเปลย่ี นแปลงทางการศึกษามาสยู่ คุ ปฏริ ปู การเรยี นรู้
อา้ งองิ

1

การศึกษาทีเ่ นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั

1. การจัดการเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ
1.1 แนวคิดการจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญตามพระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ

พ.ศ. 2542
แนวทางในการจดั การศึกษาตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ในมาตรา 42

ถอื วา่ ผู้เรียนสำคญั ทสี่ ุด กระบวนการเรยี นร้กู ระบวนการเรยี นรู้เปน็ การส่งเสริมผู้เรียนใหเ้ รยี นรู้ดว้ ยสมอง
ด้วยกาย และดว้ ยใจ สามารถสร้างองค์ความรผู้ า่ นกระบวนการคิดด้วยตนเองมสี ่วนรว่ มในการเรียนการสอน
เน้นการปฏิบัติจริง สามารถทำงานเปน็ ทีมได้ (สมศักดิ์, 2543)

พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที2่ ) พ.ศ.2545 หมวด 4
แนวการจดั การศึกษา มาตรา 22 กำหนดไวว้ า่ “การจดั การศึกษาต้องยึดหลกั วา่ ผ้เู รยี นทกุ คนมคี วามสามารถ
ในการจัดการเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้และถอื วา่ ผเู้ รยี นสำคัญทสี่ ุด กระบวนการจัดการศึกษาตอ้ งส่งเสริม
ให้ผู้เรียนสามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ” (กระทรวงศึกษาธกิ าร,2545) และตามหลักสตู ร
การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 กำหนดหลกั การ ขอ้ 3 ซงึ่ กำหนดไว้ว่า “สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นได้พฒั นาและ
เรยี นรู้ดว้ ยตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดชวี ิตโดยถือว่าผูเ้ รียนมีความสำคญั ทีส่ ดุ สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ
เต็มตามศักยภาพ” (กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2545) จากพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 นี้
ทำให้เกดิ การปฏิรปู การศกึ ษาข้ึน และการเรยี นการสอนทีเ่ น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญกเ็ ป็นประเด็นสำคัญประเดน็
หนง่ึ ในการปฏริ ูปการศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 (วภิ าภรณ์, 2543)

การจัดการเรียนการสอนท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญ คือ วธิ ีการสำคัญทสี่ ามารถสรา้ งและพัฒนาผเู้ รยี น
ใหเ้ กิดคณุ ลกั ษณะต่างๆ ที่ต้องการในยคุ โลกาภิวัตน์เนอื่ งจากเป็นการจัดการเรยี นการสอนทีใ่ หค้ วามสำคัญกบั
ผเู้ รยี น สง่ เสริมให้ผเู้ รียนร้จู ักเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง เรียนในเรื่องทีส่ อดคล้องกบั ความสามารถและความต้องการของ
ตนเองและได้พัฒนา ศักยภาพของตนเองอยา่ งเต็มท่ี ซึง่ แนวคิดการ จัดการศกึ ษานเี้ ปน็ แนวคิดทม่ี ีรากฐานจาก
ปรัชญาการศึกษาและทฤษฎกี ารเรยี นรู้ ต่าง ๆ ทไี่ ด้พัฒนามาอยา่ ง ตอ่ เน่ืองยาวนาน และเป็นแนวทางทไี่ ดร้ ับ
การพิสจู น์ว่าสามารถพัฒนาผ้เู รียนใหม้ คี ุณลกั ษณะตาม ต้องการอย่างได้ผล (วัฒนาพร ระงบั ทุกข.์ 2542)

2. แนวคดิ วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอนและการใชส้ ่ือการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั
ลกั ษณะของการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่เี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ประกอบดว้ ย
1. Active Learning เป็นกิจกรรมทีผ่ ู้เรยี นเปน็ ผ้กู ระทำหรือปฏบิ ัตดิ ว้ ยตนเองดว้ ยความกระตอื รือรน้

เชน่ ไดค้ ดิ คน้ ควา้ ทดลองรายงาน ทำโครงการ สมั ภาษณ์ แกป้ ัญหา ฯลฯ ไดใ้ ช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ทำใหเ้ กดิ
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองอยา่ งแท้จรงิ ผสู้ อนทำหนา้ ที่เตรยี มการจดั บรรยากาศการเรียนรู้ จดั ส่ือสงิ่ เร้าเสรมิ แรงให้
คำปรึกษาและสรุปสาระการเรยี นรรู้ ว่ มกัน

2. Construct เป็นกิจกรรมทผ่ี เู้ รียนไดค้ ้นพบสาระสำคัญหรอื องคก์ ารความรใู้ หม่ดว้ ยตนเอง อันเกิด
จากการได้ศึกษาคน้ คว้าทดลอง แลกเปลยี่ นเรยี นร้แู ละลงมือปฏิบัติจรงิ ซึ่งจะทำใหผ้ ู้เรยี นสามารถนำสิง่ ที่

2

เรียนร้ไู ปใช้ไดจ้ ริงในชวี ติ ประจำวัน รวมท้ังทำใหผ้ ูเ้ รียนรักการอา่ น รกั การศกึ ษาค้นควา้ เกิดทกั ษะ

ในการแสวงหาความรู้ เห็นความสำคัญของการเรยี นรู้ ซงึ่ นำไปสูก่ ารเป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้ (Learning

Man) ทพ่ี งึ ประสงค์

3. Resource เปน็ กิจกรรมท่ีผ้เู รียนไดเ้ รียนรู้จากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ งๆ ที่หลากหลายท้ังบุคคลและ

เคร่อื งมอื ทั้งในหอ้ งเรียนและนอกห้องเรยี น ผู้เรียนไดส้ ัมผัสและสัมพนั ธ์กบั ส่งิ แวดล้อมทัง้ ท่ีเปน็ มนษุ ย์

(เช่น ชุมชน ครอบครัว องค์กรตา่ งๆ) ธรรมชาติและเทคโนโลยี ตามหลกั การทว่ี า่ “การเรยี นร้เู กดิ ข้นึ ได้ทุกท่ี

ทุกเวลาและทุกสถานการณ์ ”

4. Thinking เปน็ กจิ กรรมที่ส่งเสรมิ กระบวนการคิด ผู้เรยี นไดฝ้ ึกวธิ ีคดิ ในหลายลกั ษณะ เช่น คดิ คลอ่ ง

คิดหลากหลาย คิดละเอยี ด คดิ ชดั เจน คิดถกู ทางคิดกวา้ ง คิดลึกซึง้ คิดไกล คดิ อย่างมีเหตผุ ล เป็นต้น การฝึก

ใหผ้ ู้เรยี นไดค้ ิดอย่เู สมอในลกั ษณะตา่ งๆ จะทำใหผ้ เู้ รียนเปน็ คนคดิ เป็น แก้ปัญหาเปน็ คดิ อยา่ งรอบคอบมี

เหตุผล มวี ิจารณญาณ ในการคดิ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะหท์ จ่ี ะเลือกรบั และ

ปฏเิ สธข้อมลู ข่าวสารตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ตลอดจนสามารถแสดงความคดิ เห็นออกไดอ้ ย่างชัดเจนและมี

เหตุผลอนั เปน็ ประโยชน์ต่อการดำรงชีวติ ประจำวนั

5. Happiness เปน็ กจิ กรรมท่ีผู้เรยี นเรยี นอย่างมคี วามสุข ซงึ่ เปน็ ความสุขทเี่ กดิ จาก

1) ผเู้ รียนได้เรยี นในสงิ่ ทต่ี นชอบหรือสนใจ ทำให้เกิดแรงจงู ใจในการใฝ่รู้ ท้าทาย อยากคน้ คว้า อยากแสดง

ความสามารถและใหใ้ ช้ศักยภาพของตนอยา่ งเต็มที่

2) การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ (Interaction) ระหวา่ งผูเ้ รียนกับผ้สู อนและระหวา่ งผู้เรียนกบั ผูเ้ รยี น มีลักษณะเปน็

กลั ยาณมติ ร มกี ารชว่ ยเหลอื เก้อื กลู ซงึ่ กันและกนั มกี จิ กรรมร่วมดว้ ยชว่ ยกัน ทำให้ผู้เรียนรสู้ ึกมคี วามสุขและ

สนุกกับการเรียน

6. Participation เปน็ กิจกรรมท่เี นน้ การให้ผเู้ รียนมีสว่ นรว่ ม ตง้ั แต่การวางแผนกำหนดงาน

วางเป้าหมายร่วมกัน และมโี อกาสเลือกทำงานหรือศึกษาค้นควา้ ในเรื่องที่ตรงกับความถนัดความสามารถ

ความสนใจ ของตนเอง ทำใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นดว้ ยความกระตือรอื ร้น มองเหน็ คุณค่าของสงิ่ ที่เรยี นและสามารถ

ประยกุ ต์ความรนู้ ำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ จรงิ

7. Individualization เปน็ กจิ กรรมทีผ่ สู้ อนให้ความสำคัญแกผ่ ้เู รียนในความเปน็ เอกตั บุคคล ผู้สอน

ตอ้ งยอมรบั ในความสามารถ ความคิดเห็น ความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผูเ้ รยี น มงุ่ ใหผ้ ู้เรียนได้พฒั นาตนเอง

ให้เต็มศกั ยภาพมากกว่าเปรยี บเทียบแขง่ ขันระหวา่ งกันโดยมคี วามเชื่อมั่นผเู้ รยี นทุกคนมคี วามสามารถในการ

เรยี นรู้ได้ และมีวธิ ีการเรียนรู้ทแ่ี ตกตา่ งกนั

8. Good Habit เป็นกจิ กรรมทผ่ี ู้เรียนไดพ้ ฒั นาคณุ ลักษณะนสิ ยั ทีด่ ีงาม เชน่ ความรบั ผดิ ชอบ ความ

เมตตา กรุณา ความมีนำ้ ใจ ความขยนั ความมรี ะเบยี บวนิ ัย ความเสียสละ ฯลฯ และ ลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงาน

อยา่ งเป็นกระบวนการการทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื การยอมรับผอู้ น่ื และ การเหน็ คุณค่าของงาน เปน็ ต้น

9. Self-Evaluation เป็นกจิ กรรมที่เนน้ การประเมนิ ตนเอง เดมิ ผู้สอนเป็นผูป้ ระเมนิ ฝ่ายเดยี ว แตก่ าร

เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมนิ ตนเองอยา่ งสม่ำเสมอและตอ่ เนื่อง จะชว่ ยให้ผเู้ รยี นเขา้ ใจตนเองไดช้ ดั เจนข้ึน

3

รู้จุดเด่นจดุ ด้อยและพร้อมท่ีจะปรบั ปรงุ หรือพัฒนาตนเองให้เหมาะสมย่งิ ขึ้น การประเมนิ ในส่วนนเี้ ปน็ การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ และอาจใชแ้ ฟ้มสะสมผลงานช่วย

เม่ือวิเคราะห์ลกั ษณะของการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ท้งั 9 ขอ้
เปรยี บเทียบกับวธิ ีการจดั การเรยี นการสอนและการใชส้ ื่อการสอนของครเู กษสรุ างค์ ตลอดจนวธิ กี ารเรียนรขู้ อง
นักเรยี น พบวา่ วธิ ีการจัดการเรยี นการสอนและการใชส้ ือ่ การสอนของครเู กษสุรางค์ ตลอดจนวธิ ีการเรยี นรขู้ อง
นกั เรยี น ไม่สอดคล้องกบั ยุคปฏริ ูปการศกึ ษาท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั เพราะ การสอนของครเู กษสรุ างค์นน้ั จะ
เป็นการท่องจำในบทเรยี นตามหนังสอื ทม่ี อี ยู่ ทำให้นักเรยี นไม่เกิดการเรียนรู้หรอื ค้นควา้ ความรเู้ พม่ิ เตมิ ดว้ ย
ตนเอง แต่จะจำเพียงเน้อื หาบทเรยี นในหนงั สอื เลม่ เดมิ ๆ กนั ทกุ ปีเพอ่ื ใช้สอบเกบ็ คะแนนเทา่ นนั้ และดว้ ยเหตุนี้
ทำให้การสอบทนี่ อกเหนอื จากในโรงเรยี นนักเรียนส่วนใหญ่ไมส่ ามารถทำได้ เนื่องจากไม่เกดิ การเรียนรู้ คิดค้น
หาความรูใ้ หม่ ๆ ท่ีหลากหลายจากความร้รู อบตวั ซ่งึ ขดั กบั การเรยี นรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ตัวอยา่ งเช่น การ
สอนแบบ Active Learning เปน็ กจิ กรรมท่ีผ้เู รยี นเป็นผ้กู ระทำหรอื ปฏิบตั ดิ ว้ ยตนเองด้วยความกระตือรอื รน้
เชน่ ไดค้ ิด คน้ คว้า ทดลองรายงาน ทำโครงการ สัมภาษณ์ แกป้ ญั หา ฯลฯ ได้ใชป้ ระสาทสมั ผัสตา่ งๆ ทำใหเ้ กดิ
การเรียนรู้ดว้ ยตนเองอย่างแท้จรงิ ผสู้ อนทำหนา้ ที่เตรียมการจดั บรรยากาศการเรยี นรู้ จัดสอ่ื สิ่งเรา้ เสรมิ แรงให้
คำปรกึ ษาและสรปุ สาระการเรียนรรู้ ่วมกัน แต่ในสถานการณ์ของครูเกษสรุ างคพ์ บว่านกั เรยี นก็จะรอรับแต่
ความรูจ้ ากครูเกษสุรางค์ ไม่ชอบคดิ คน้ และพยายามหาความรใู้ หม่ ๆ เปน็ ต้น

3. การเปลย่ี นแปลงทางการศึกษามาสยู่ คุ ปฏิรปู การเรียนรู้
การเปลยี่ นแปลงทางการศึกษามาสู่ยคุ ปฏิรปู การเรียนร้วู า่ มกี ารเปลย่ี นแปลงทั้งหมด 6 ดา้ น ได้แก่
1) ดา้ นหอ้ งเรียน เพราะห้องเรยี นเปน็ กรอบในการปกครอง ควบคุมดแู ลนกั เรียนใหอ้ ยู่ในระเบียบวินัย

เพือ่ จะได้เรียนวิชาความรู้ ท้งั ทไ่ี มเ่ ออ้ื อำนวยใหเ้ ขาเกดิ การเรยี นรู้ เพราะในอดีตบรรยากาศการเรียนรู้มคี วาม
อดึ อดั หอ้ งเรยี นไมเ่ คยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ก่ีปผี ่านไปหอ้ งเรียนก็ยังอยูใ่ นสภาพเก่า ๆ เดิม ๆ ไมไ่ ด้เอ้ือให้
เกดิ การใฝเ่ รยี นใฝร่ ู้ หรอื สง่ เสรมิ ใหค้ ิดกวา้ ง คิดไกล ใฝ่รู้ ได้อยา่ งเหมาะสม แต่ในปัจจบุ ันหอ้ งเรยี นถูก
ออกแบบใหเ้ หมาะสมกบั นกั เรียนแตล่ ะช่วงวยั มากย่งิ ขนึ้ สง่ ผลใหเ้ กิดการเรียนรทู้ ี่ดขี ึ้น โดยจะเหน็ ไดจ้ าก
ห้องเรยี นแหง่ อนาคต ทมี่ ีการนำเอานวัตกรรมจัดการเรยี นรแู้ ห่งศตวรรษท่ี 21 ท่จี ะมาพัฒนากระบวนการ
เรียนร้ขู องเดก็ ไทยให้กา้ วทนั กบั ความเปลยี่ นแปลงของโลก อา้ งอิงจาก “โครงการ Samsung Smart Learning
Center ซ่ึงมีเป้าหมายหลักเพ่อื สง่ เสริมการพฒั นาทักษะศตวรรษท่ี 21 ให้กบั เด็กและเยาวชน ผ่านการ
ปรบั เปล่ยี นห้องเรยี นแบบเดมิ ให้เปน็ หอ้ งเรียนรปู แบบใหม่ท่ีสนบั สนนุ ให้ทง้ั ครแู ละนักเรียนไดเ้ รยี นรรู้ ว่ มกนั
ผ่านนวตั กรรมกระบวนการจัดการเรยี นรแู้ ละแนวคิด

2) ด้านสอ่ื นวัตกรรม ในอดีตการผลิตสือ่ นวตั กรรมทางการศกึ ษาไดร้ บั ความเอาใจใส่ แต่บางครง้ั ยงั ใช้
ส่ือไมห่ ลากหลาย ไมท่ ันสมัย ไมน่ า่ สนใจ ไม่ส่งผลให้เกิดการเรยี นรู้ เช่น หนงั สอื หรอื ตำราเก่า ๆ
สอื่ เทคโนโลยที ล่ี ้าสมยั ใชย้ าก แต่ในปัจจุบนั มีการพัฒนานวัตกรรมและส่อื การสอนใหม่ ๆ ขนึ้ มาเพอื่ ใหเ้ ทา่ ทัน
ยคุ สมัยใหม่ เชน่ สื่อประเภทอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ของจรงิ หุ่นจำลอง เคร่อื งเล่นเทปเสียง เคร่อื งเล่นวีดิทัศน์ เคร่ือง

4

ฉายแผน่ ใส อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื ในห้องปฏิบัตกิ าร หรือจะเป็นส่ือประเภทคอมพวิ เตอร์ ไดแ้ ก่ คอมพิวเตอร์
ช่วยสอน (CAI) การนำเสนอดว้ ยคอมพิวเตอร์ (Computer presentation) การใช้ Intranet และ Internet
เพอื่ การส่อื สาร (Electronic mail: E-mail) และการใช้ WWW (World Wide Web) เป็นต้น

3) ด้านวิธีสอน ในอดีตกระบวนการที่จดั ใหแ้ ก่ผู้เรยี นทไี่ มไ่ ด้เนน้ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ การคิดวิเคราะห์
แสดงความคดิ เห็นและการแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง ทำใหข้ าดคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เชน่ เป็นคนชา่ ง
สงั เกต ชา่ งสงสัย ใฝห่ าคำตอบ เพราะวิธีการสอนทใ่ี ชย้ ังเปน็ การสอนหนังสอื มากกวา่ การสอนคน และขาด
ความเชือ่ มโยงจากภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ กบั เทคโนโลยีทางการศกึ ษา เมอ่ื มกี ารเปลีย่ นแปลงในปัจจบุ นั ทำให้การ
สอนของครูเปลี่ยนแปลงไปเชน่ กัน โดยมีแนวการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ น้นใหผ้ ู้เรียนสร้างความรูใ้ หม่และ
สิ่งประดิษฐ์ใหม่โดยการใชก้ ระบวนการทางปญั ญา กระบวนการทางสังคม และให้ผเู้ รียนมปี ฏสิ ัมพันธ์และมี
ส่วนร่วมในการเรียนสามารถนา่ ความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ไดโ้ ดยผู้สอนมบี ทบาทเป็นผู้อ่านวยความสะดวกจัด
ประสบการณก์ ารเรียนรใู้ ห้ผูเ้ รียน การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ต้องจัดให้สอดคลอ้ งกบั
ความสนใจความสามารถและความถนดั เนน้ การบูรณาการความรใู้ นศาสตรส์ าขาตา่ งๆ ใช้หลากหลายวิธี
การสอน หลากหลายแหลง่ ความรสู้ ามารถพัฒนาปัญญาอย่างหลากหลายคอื พหุปัญญา รวมทงั้ เน้นการวัดผล
อย่างหลากหลายวิธี

4) ด้านครู โดยในอดีตครมู ักยดึ มั่นตนเองว่าเปน็ ผมู้ คี วามรู้มากท่สี ุด ถูกท่สี ดุ ไม่ยอมปรับวิธีเรียน
เปล่ยี นวิธีสอน ยงั ใชว้ ิธถี ่ายทอดความรู้แบบเดมิ ๆ ลา้ สมัย ใชเ้ ทคโนโลยีไม่เปน็ และไม่สนใจท่ีจะพัฒนาตนเอง
ครูแบบน้ียงั มีอยจู่ ำนวนมากในระบบโรงเรียน แต่เมื่อมกี ารเปล่ียนแปลงทางการศกึ ษามาส่ยู ุคปฏริ ปู การเรียนรู้
นอกจากครูผู้สอนจะต้องมคี วามรูค้ วามเข้าใจในเรือ่ งของแนวคดิ หลกั แหง่ วชิ าชพี ครูและเนอื้ หาสาระวิชาที่สอน
แลว้ ยงั จำเปน็ ตอ้ งมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเรื่องของเครอ่ื งมอื ทจ่ี ะใช้แสวงหาความรู้เพอ่ื ชว่ ยเติมเตม็ ความรู้ให้กบั
ผู้เรียนเกิดทักษะ ความรู้ สรา้ งสรรคป์ ระสบการณ์ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแกป้ ัญหา การใช้
เทคโนโลยเี ข้ามาบูรณาการกบั การสอนได้อันจะเกดิ ประโยชนส์ ูงสุดต่อผเู้ รียน

5) ด้านการวจิ ัย การวิจยั เป็นกระบวนการแสวงหาหรือพัฒนาองคค์ วามรอู้ ย่างมีระบบ โดยอาศยั
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และมจี ดุ หมายทแี่ นน่ อน มีกฎเกณฑใ์ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จัดทำขอ้ มลู เพ่อื
นำไปวเิ คราะห์และแปรผลของข้อมลู อยา่ งเปน็ ระบบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบตั ไิ ปสู่การพฒั นาการเรียนรู้
สามารถนำผลทไ่ี ดจ้ ากการค้นพบมาแก้ไขการเรยี นรู้หรือตัดสินใจพัฒนาการจัดการเรียนรไู้ ดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ การวิจยั จงึ เป็นเครอื่ งมอื ที่ช่วยใหก้ ารปฏริ ูปการศกึ ษาประสบผลสำเรจ็ ไดเ้ ป็นอย่างดี การปฏริ ปู
ดา้ นการวิจัยจึงเปน็ การคน้ หาความรู้ หรอื วธิ กี ารใหม่ ๆ เพ่ือนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนหรอื
แกป้ ัญหามกี ารกำหนดเป้าหมาย วางกระบวนการดำเนนิ การและปรบั ปรุงพัฒนาจนบรรลุเปา้ หมาย มกี าร
สนบั สนนุ ส่งเสริมครดู ้านการวจิ ยั โดยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตา่ งๆ ไดแ้ ก่ วัสดอุ ุปกรณท์ งั้ เอกสาร ตำรา
วารสาร การให้ความสะดวกในการใช้เคร่อื งมอื ต่างๆ เชน่ เครอ่ื งพมิ พ์ดดี เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ เคร่อื งอัดสำเนา
รวมถึงการจัดบริการพมิ พ์รายงานวจิ ยั ใหบ้ รกิ ารวเิ คราะห์ข้อมลู ประมวลผลขอ้ มลู ทางคอมพิวเตอรใ์ ห้บริการ
จัดซื้อวัสดอุ ปุ กรณท์ ี่จำเปน็ ในการทำวจิ ัย

5

6) ด้านการวัดและการประเมินผลการเรียนรูเ้ มอื่ สถานศกึ ษาจดั ทำหลกั สูตรท่สี อดคล้องกบั หลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช2551และเหมาะสมกับสภาพบรบิ ทของตนเองแลว้ ภารกจิ ต่อไป คอื
วางแผนการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ใหส้ อดคลอ้ งกับหลกั สตู ร เพือ่ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการการวดั
และประเมนิ ผลในระดบั ชนั้ เรียนสำหรบั ผูส้ อน โดยในการประเมนิ ความรู้และทักษะต่างๆ ตามกลมุ่ สาระการ
เรียนรคู้ วรบรู ณาการไปพรอ้ มๆกบั การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงคแ์ ละการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นสถานศึกษาต้องตรวจสอบเพมิ่ เติมเพื่อให้ม่นั ใจว่าการจดั การ
เรยี นร้แู ละการประเมนิ ผลการเรียนรทู้ ี่ครูผสู้ อนดำเนินการน้ัน นำไปส่กู ารพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
5 ประการตามทห่ี ลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช 2551

ดงั นนั้ การปรบั วิธกี ารสอนและวธิ กี ารใชส้ ่อื การสอนของครูเกษสุรางค์ใหเ้ หมาะสมกับยคุ ปฏริ ูป
การศึกษาท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ในปจั จุบันโลกแห่งการศึกษาได้ก้าวหน้าและพัฒนาข้ึนเรื่อย ๆ รปู แบบการ
เรยี นรู้ก็ต้องปรบั ปรงุ ไปเร่อื ย ๆ เพื่อให้เขา้ กับยคุ สมยั โดยเด็กนักเรยี นจะมีการเรียนรทู้ ย่ี ืดหยุ่น สร้างสรรค์ และ
ท้าทาย มองเห็นปญั หาเปน็ โจทยใ์ ห้นกั เรียนไดเ้ รียนรวู้ ิธกี ารแกไ้ ข ซึ่งทกั ษะทจี่ ำเปน็ ในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี
21 คือ 3R8C (Schoolbright, 2560) โดยอยา่ งแรก 3R คือ ทกั ษะพืน้ ฐานท่จี ำเปน็ ต่อผ้เู รยี นทกุ คน มีดังน้ี

1. Reading คอื สามารถอ่านออก
2. Righting คอื สามารถเขียนได้
3. Arithmetic คอื มที ักษะในการคำนวณ
และทักษะที่สามารถนำไปปรบั ใชใ้ นการเรียนรู้ไดท้ กุ วชิ าที่จำเปน็ สำหรบั นกั เรยี นในยคุ การเรยี นรูแ้ หง่ ศตวรรษ
ที2่ 1 เปน็ อย่างมาก ซึ่งมคี วามแตกตา่ งจากการเรยี นรใู้ นสมัยกอ่ น ทำใหก้ ารเรียนรขู้ องนกั เรียนในศตวรรษท่ี 21
มคี ุณภาพมากยิ่งข้ึน โดยประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
1. Critical Thinking and Problem Solving คือ มีทกั ษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและ
สามารถแก้ไขปัญหาได้
2. Creativity and Innovation คอื การคิดอยา่ งสร้างสรรคแ์ ละคิดเชงิ นวตั กรรม
3. Cross-cultural Understanding คอื ความเข้าใจในความแตกต่างของวฒั นธรรมและกระบวนการคดิ ข้าม
วฒั นธรรม
4. Collaboration Teamwork and Leadership คอื ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะความเป็น
ผูน้ ำ
5. Communication Information and Media Literacy คอื มีทกั ษะในการส่อื สารและการร้เู ทา่ ทันส่อื
6. Computing and IT Literacy คอื มที ักษะการใช้คอมพวิ เตอร์และร้เู ท่าทนั เทคโนโลยี
7. Career and Learning Skills คือ มที กั ษะอาชีพและการเรยี นรู้
8. Compassion คือ มคี วามเมตตากรณุ า มคี ุณธรรม และมรี ะเบียบวินยั
นอกจากการศึกษาที่กา้ วหนา้ และมคี ณุ ภาพแล้ว การบริหารโรงเรียนหรอื สถานศึกษาก็จำเปน็ ไม่แพก้ ัน
โรงเรียนหรือสถานศึกษาควรมรี ะบบบริหารโรงเรียนท่ดี ี เพื่อพัฒนาควบคไู่ ปกับการเรยี นการสอนภายใน

6

โรงเรียน ระบบ “จับจ่าย for School” เป็นระบบบริหารงานโรงเรียนที่ครอบคลุมมากที่สุด ทำให้การพฒั นา
ระบบบริหารโรงเรยี นควบค่กู ับการศึกษาของนกั เรยี นเป็นไปไดอ้ ย่างงา่ ยมากข้ึนกวา่ สมัยก่อน และในสว่ นของ
สื่อการสอนในศตวรรษที่ 21 การเรียนการสอนท่ีมีประสิทธภิ าพน้นั “ครู” จะตอ้ งสามารถใชส้ อื่ การสอนได้
อยา่ งหลากหลายและเหมาะสม เพือ่ ให้นักเรยี นได้ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ฝกึ ประสบการณ์ ทำให้เกดิ การเรยี นรู้ด้วยตนเอง
โดยท่คี รสู ามารถออกแบบการเรียนการสอนได้ดว้ ยตนเอง อาจเริม่ จากการตงั้ คำถามก่อนนำเข้าสู่บทเรยี น เพื่อ
เป็นการฝกึ ใหเ้ ด็กได้จับใจความสำคญั หรือแม้แต่การอภปิ รายหลงั ดูวดิ ีโอจบ ก็ถือเป็นการต่อยอดการเรียนรไู้ ด้
เป็นอย่างดี สอ่ื การสอนทีม่ ีการน าเสนอเนื้อหาและบทเรยี นทซี่ บั ซ้อนใหเ้ ข้าใจและจดจำไดง้ า่ ย สามารถนำมา
สรา้ งกิจกรรมเวิรก์ ชอ็ ปท่เี ชอื่ มโยงกับบทเรียนให้ครสู ามารถนำไปใช้ในหอ้ งเรียนได้ ฝึกคิด แก้ปญั หา ท้ังนกี้ าร
นำเทคโนโลยีเขา้ มาใช้ในการจัดการการเรยี นการสอน “คร”ู ตอ้ งเข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยี ตอ้ งเลือกใช้
วิธกี ารท่ีหลากหลายและสอดคล้องกบั เด็กใหม้ ากทส่ี ดุ (ธานี จันทรน์ าง, 2558)



อา้ งองิ

พรทิพย์ กอบสนั เทียะ, แนวคิดการจัดการเรยี นร้ทู ี่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญตามพระราชบัญญตั ิ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542, ค้นวันที่ 17 ธันวาคม 2565 จาก http://childcenter-
edu.blogspot.com/2009/11/blog-post.html

brandbuffet (2018), “จับจ่าย For School” อกี หน่งึ แรงร่วมปฏริ ปู การศกึ ษาไทย พร้อม
“ทวงคืนครใู หน้ กั เรียน”, ค้นวันที่ 17 ธันวาคม 2565 จาก
https://www.brandbuffet.in.th/2018/07/jabjai-school-total-management-
solution

kanjana ninnun, การเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั , ค้นวันที่ 17 ธันวาคม 2565 จาก
https://www.gotoknow.org/posts/


Click to View FlipBook Version