หนงั สอื เรย� น รายว�ชาพืน้ ฐาน
ทศั นศลิ ป ป. 2
ชั�นประถมศกึ ษาปที่ 2
กลมุ สาระการเรย� นรศู ลิ ปะ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน� พื้นฐานพุทธศักราช 2551
ผูเรียบเรียง
รศ. พีระพงษ กุลพศิ าล กศ.บ., M.S. (Art-Ed-Elm-Ddu.)
ผตู รวจ
รศ.ดร. สาธติ ทมิ วัฒนบรรเทงิ กศ.ม., ปร.ด.
ดร. วสิ ิทธิ์ โพธวิ ฒั น ศป.ม., ค.ด.
จิระ ตณั ฑโพธ์ปิ ระสทิ ธ์ิ กศ.บ.
บรรณาธกิ าร
พัชราภรณ สมิตะมาน กศ.บ., ศศ.ม.
อมุ าพร มั่นไทรทอง ศศ.บ.
หนังสือเร�ยน รายว�ชาพนื้ ฐาน
ทศั นศิลป ป. 2
ชน�ั ประถมศกึ ษาปที่ 2
กลุมสาระการเร�ยนรูศิลปะ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน�ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ผู้เรียบเรียง
รศ. พีระพงษ์ กลุ พิศาล
ผ้ตู รวจ
รศ.ดร. สาธติ ทมิ วัฒนบรรเทงิ
ดร. วสิ ทิ ธ์ิ โพธิวัฒน์
นาย จริ ะ ตัณฑ์โพธปิ์ ระสทิ ธ์ิ
บรรณาธกิ าร
พชั ราภรณ์ สมติ ะมาน
อมุ าพร มน่ั ไทรทอง
ISBN 978-616-8047-34-7
บริษทั กรพัฒนาย่ิง จํากดั
เลขที่ 23/34–35 ชน้ั 3 หอ ง 3B
ถนนตรมี ติ ร แขวงตลาดนอ ย เขตสัมพนั ธวงศ
กรุงเทพฯ 10100
คํานํา
คํานาํ
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ปŠ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 เลม่ นจ้ี ดั ทำขนึ้ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยมเี ปา หมายใหน้ กั เรียนและครูใชเ้ ปน็ สอ่ื ใน
การจดั การเรยี นรู้ เพอื่ พฒั นานกั เรยี นใหม้ คี ณุ ภาพตามสาระมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั และสาระ
การเรยี นรแู้ กนกลางทห่ี ลักสตู รกำหนด รวมทัง้ พัฒนานักเรียนใหม้ ีสมรรถนะสำคญั ตามท่ีต้องการ
ทง้ั ในด้านการสอื่ สาร การคิด การแก้ปญ หา การใช้ทักษะชวี ิต และการใชเ้ ทคโนโลยี ตลอดจน
พัฒนานักเรยี นให้มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทำประโยชน์ให้สังคม เพือ่ ให้สามารถอยรู่ ่วมกบั ผู้
อื่นในสงั คมไทยและสงั คมโลกได้อยา่ งมคี วามสุข
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ทศั นศลิ ปŠ เลม่ นย้ี ดึ แนวคดิ การจดั การเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็
สำคญั ใชห้ ลกั การสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจธรรมชาตขิ องศลิ ปะและสามารถนำความ
รไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและยง่ั ยนื โดยพมั นานกั เรยี นแบบองคร์ วม
อยบู่ นพ้ืนฐานของการบูรณาการความคิดรวบยอด ทเ่ี นน้ ให้นักเรียนเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการท่เี น้น
การปฏบิ ัติ (Active Learning) และเรยี นรโู้ ดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain–based Learning) ซงึ่ เนน้
การเรียนรู้ให้ตรงกับรูปแบบการเรียนรู้ (Learning Styles) เน้นทักษะที่สร้างเสริมความเข้าใจที่
คงทนของนกั เรยี น ซึง่ เปน็ ผลลัพธ์ปลายทางทต่ี อ้ งการให้เกดิ ตามหลกั สตู ร
การจัดทำหนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ทศั นศลิ ปŠ เล่มน้คี ณะผู้จัดทำซ่ึงเปน็ ผู้เชี่ยวชาญใน
สาขาวชิ าและการพฒั นาสือ่ การเรยี นรูไ้ ด้หน่วยการเรยี นรู้ และออกแบบกจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้
กจิ กรรมเสนอแนะ โครงงาน การประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั และคำถามทบทวนอย่ใู นเลม่ เดยี ว
หวังเปน็ อย่างยงิ่ วา่ หนังสือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ทัศนศลิ ปŠ เลม่ น้สี นบั สนนุ ให้นักเรยี นได้
พฒั นาความรดู้ า้ นทศั นศลิ ป และสนบั สนนุ การปฏริ ปู การเรยี นรตู้ ามเจตนารมณข์ องพระราชบญั ญตั ิ
การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
คณะผูจ้ ดั ทำ
คาํ ชี้แจง
คาํ นํา
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ทศั นศลิ ปŠ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 เลม่ นไ้ี ดอ้ อกแบบหนว่ ยการ
เรียนรู้ให้แตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรูป้ ระกอบดว้ ย
1. มาตรฐานการเรียนรู้ เปน็ เปา หมายทตี่ ้องการใหเ้ กิดขน้ึ กับนกั เรยี นเมอ่ื จบการศึกษาใน
หนว่ ยการเรยี นรู้น้นั ๆ หรอื เมื่อจบการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
2. ตวั ชว้ี ดั ช้ันป ระบุตวั ชวี้ ัดซ่งึ เป็นเปาหมายในการพฒั นานกั เรียนทีส่ อดคลอ้ งกับเนื้อหาใน
หนว่ ยการเรยี นรู้
3. ประโยชนจ์ ากการเรียน นำเสนอไวเ้ พือ่ กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นนำความรแู้ ละทักษะจากการ
เรียนไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
4. คำถามนำ เป็นคำถามหรือสถานการณท์ ก่ี ระตนุ้ ให้นักเรยี นเกดิ ความสนใจ ตอ้ งการทจี่ ะ
ค้นหาคำตอบ
5. เนื้อหา ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั ช้นั ป และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง โดย
แบง่ เนอื้ หาเปน็ ชว่ ง ๆ แลว้ แทรกกจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ พี่ อเหมาะกบั การเรยี น รวมทงั้ มกี ารนำ
เสนอดว้ ยภาพ ตาราง แผนภมู ิ และแผนที่ความคดิ เพอ่ื เปน็ สื่อให้นักเรยี นสร้างความคดิ รวบยอด
และเกิดความเขา้ ใจทค่ี งทน
6. เกร็ดควรรู้ เปน็ ความรเู้ พอ่ื เพม่ิ พูนใหน้ ักเรยี นมคี วามรกู้ ว้างขวางขนึ้
7. แหล‹งค้นข้อมูล (WEB GUIDE) เป็นแหล่งเรียนรู้จากเว็บไซต์ เพ่ือให้ผู้เรียนศึกษา
คน้ ควา้ เนื้อหาทสี่ อดคล้องกับเร่อื งท่เี รียน
8. กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ (ฝƒกฝนงานศิลปŠ) เป็นกิจกรรมท่ีกำหนดไว้เม่ือจบเนื้อหา
แตล่ ะชว่ ง แต่ละตอนเพอ่ื ให้นกั เรียนไดป้ ฏิบตั เิ พือ่ ใหเ้ กิดการเรยี นรู้ เป็นกิจกรรมท่หี ลากหลาย ใช้
แนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้อื หา เหมาะสมกับวยั สะดวกในการปฏิบตั ิ กระตนุ้ ให้
นักเรยี นไดค้ ดิ และส่งเสริมให้ศกึ ษาคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ
9. สรปุ ไดจ้ ัดทำสรุปเป็นผงั มโนทศั น์ (concept map) เพือ่ ใหน้ ักเรยี นไดใ้ ช้เป็นบทสรุป
ทบทวนความรู้ โดยวิธกี ารจนิ ตภาพจากผังมโนทัศนท์ ่ไี ดส้ รปุ เน้ือหาทีไ่ ดจ้ ัดทำไว้
10. กจิ กรรมเสนอแนะ เปน็ กจิ กรรมเสนอแนะให้นักเรยี นได้ปฏบิ ัติ เพ่อื พฒั นาทกั ษะการ
คดิ การวางแผน และการแกป้ ญ หาของนักเรยี น
11. โครงงาน เปน็ การใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั โิ ครงงาน โดยเสนอแนะหวั ขอ้ โครงงานและแนวทาง
การปฏบิ ัติ
12. การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั เปน็ กจิ กรรมทเ่ี สนอแนะใหน้ กั เรยี นไดน้ ำความรู้ ทกั ษะ
ไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั
13. คำถามทบทวน เป็นคำถามเพอ่ื ทบทวนผลการเรียนรูข้ องนกั เรยี น
14. บรรณานุกรม เป็นรายช่อื หนงั สือ เอกสาร เวบ็ ไซตท์ ใ่ี ช้ประกอบการเขยี น
15. อภธิ านศพั ท์ เปน็ คำสำคญั ทแ่ี ทรกอยใู่ นเนอื้ หาซงึ่ พมิ พด์ ว้ ยสแี ดงและนำมาจดั เรยี งตาม
ลำดับตัวอักษรและอธบิ าย
สารบัญ
หน‹วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ศิลปะในธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดล้อม........................................................1
1. เส้น ..............................................................2
2. สี .................................................................9
3. รูปร‹างและรูปทรง ...........................................14
หน‹วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สรา้ งสรรคง์ านศลิ ปŠ ..................22
1. การวาดภาพเพอ่ื ถา‹ ยทอดเร่ืองราว ......................23
2. ภาพปะตดิ จากกระดาษ ...................................24
3. งานศิลปะ 3 มติ ิ ...........................................28
4. งานโครงสรา้ งเคลื่อนไหว.................................35
5. การบรรยายผลงานศลิ ปะเบ้ืองต้น ......................37
หน‹วยการเรยี นรู้ท่ี 3 งานศิลปถŠ ่ินไทย ......................43
1. ความสำคัญของงานทัศนศิลปใŠ นชีวติ ประจำวนั .......44
2. งานทศั นศิลปใŠ นท้องถน่ิ ..................................48
• บรรณานกุ รม................................................57
• คำอภิธานศพั ท.์ .............................................58
ศลิ ปะในธรรมชาติ 1หนว� ยการเร�ยนรูท ี่
และส่งิ แวดล้อม
มาตรฐานการเรย� นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรคง านทศั นศลิ ปตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค วิเคราะห วิพากษ
วิจารณคุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความรู้สึก ความคิดตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชม และ
ประยุกตใ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั
ตวั ชวี้ ัดชั�นป
1. บรรยายรูปราง รปู ทรงทีพ่ บในธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม (ศ 1.1 ป. 2/1)
2. ระบทุ ศั นธาตทุ อ่ี ยใู นสง่ิ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป โดยเนน้ เรอ่ื งเสน้ สี รปู รา ง และรปู ทรง
(ศ 1.1 ป. 2/2)
สาระการเรย� นรู้
• รูปรา ง รูปทรงในธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม
• เส้น สี รูปรา ง รปู ทรงในสงิ่ แวดลอ้ มและงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ
ประโยชนจ ากการเรยี น คาํ ถามนํา
สามารถใช้เส้น สี รปู ราง และรปู ทรง ที่ ในธรรมชาตมิ เี สน้ อะไรบา้ ง
มีอยูในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาสร้าง
สรรคเ ปน็ ผลงานศิลปะได้
2 หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศิลป ป. 2
1. เส้น
เส้น หมายถงึ การเคลอ่ื นทขี่ องจุดทีเ่ รยี งตอกัน
เส้น
เส้นตรง เสน้ โค้ง
1.1 เสน้ ตรง
ในธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม และงานศลิ ปะมีเส้นตรงที่สงั เกตเห็น
อยู 3 ลกั ษณะ ได้แก
เส้นตรงแนวตงั้ เส้นตรงแนวนอน
เส้นตรงแนวเฉียง
หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ทศั นศิลป์ ป. 2 3
1) เส้นตรงลกั ษณะต่าง ๆ ในธรรมชาติ
เส้นตรง
แนวนอน
เสน้ ตรงแนวนอนของขอบฟ้า
เสน้ ตรง
แนวเฉยี ง
เสน้ ตรงแนวเฉยี งของกา้ นดอกบัว
4 หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 2 เส้นตรง
แนวเฉยี ง
2) เสน้ ตรงลักษณะตา่ ง ๆ ในส่ิงแวดลอ้ ม
เส้นตรง
แนวตง้ั
เสน้ ตรงแนวตั้งของเสาไฟฟา้ เส้นตรงแนวเฉียงของเสาชิงช้า
3) เส้นตรงลกั ษณะต่าง ๆ ในงานศลิ ปะ
เสน้ ตรงลกั ษณะตาง ๆ ในงานออกแบบสรา้ งสรรคจากเศษวสั ดุ
หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ทัศนศิลป์ ป. 2 5
เสน้ ตรงลักษณะตาง ๆ ในงานพิมพภ าพ
ฝึกฝนงานศิลป์
สังเกตเส้นตรงในธรรมชาติหรือส่ิงแวดล้อม แล้วนำมาสร้างสรรค
ผลงานศิลปะตามจนิ ตนาการอิสระ
1.2 เสน้ โค้ง
ในธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และงานศลิ ปะมีเสน้ โคง้ ท่ีสังเกตเห็น
อยูห ลายลกั ษณะแตกตา งกัน
เสน้ โค้งลกั ษณะตา ง ๆ
6 หนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ป. 2
1) เสน้ โค้งลกั ษณะต่าง ๆ ในธรรมชาติ
เสน้ โค้งของรุ้งกนิ นำ้
เสน้ โคง้ ลักษณะตา ง ๆ ของดอกไม้และใบไม้
หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 2 7
2) เสน้ โคง้ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ในสิง่ แวดล้อม
เสน้ โคง้ ของซมุ้ หน้าตาง
เส้นโค้งของขอบแกว้
เสน้ โค้งของหลอดไฟ
8 หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ทศั นศิลป์ ป. 2
3) เสน้ โคง้ ลกั ษณะต่าง ๆ ในงานศิลปะ
เสน้ โคง้ ลกั ษณะตา ง ๆ ในงานออกแบบสร้างสรรคจากเศษวัสดุ
เส้นโค้งลกั ษณะตา ง ๆ ในงานพิมพภ าพ
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ทัศนศลิ ป ป. 2 9
เกรด็ ควรรู้
เส้นมีความสําคัญมากในการ
วาดภาพ นักเรียนต้องหมั่นฝกฝนการ
ลากเสน้ ในแบบตา ง ๆ โดยสังเกตจาก
เส้นในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบ
ตัว จะได้มีความชำนาญและวาดภาพ
ได้สวยงาม
เส้นโคง้ ลักษณะตาง ๆ ในงานป้นั
ฝึกฝนงานศลิ ป์
นกั เรยี นสงั เกตเส้นโคง้ จากสิ่งรอบตัว แลว้ นำมาสร้างสรรคผ ลงาน
ศิลปะตามจินตนาการอิสระ
2. สี
สี หมายถึง ลกั ษณะความเข้มของแสงทีส่ องมากระทบตาเรา
ใหเ้ หน็ เป็นสีตาง ๆ
สี
ไดแ้ ก
สใี นธรรมชาติ สใี นสง่ิ แวดลอ้ ม สใี นงานศิลปะ
10 หนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 2
2.1 สีในธรรมชาติ
คอื สีทสี่ ามารถสงั เกตเห็นไดใ้ นธรรมชาติ เชน
สขี องทอ้ งฟา้ ยามเย็น
สขี องก้อนหิน สขี องปลาและสขี องนำ้ ใต้ทะเล
หนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ทัศนศิลป์ ป. 2 11
2.2 สีในส่ิงแวดลอ้ ม
คอื สีตาง ๆ ที่สามารถสงั เกตเห็นได้ในสิง่ แวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา
เชน
สีของบอลลูน
สีของเกา้ อี้
12 หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 2
สตี าง ๆ ภายในพระอุโบสถ สีของบา้ น
2.3 สีในงานศลิ ปะ
คือ สที ี่สามารถสงั เกตเห็นได้จากผลงานศิลปะตา ง ๆ เชน
สใี นงานวาดภาพระบายสี
หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ทัศนศิลป์ ป. 2 13
สใี นงานป้นั
ฝกึ ฝนงานศิลป์
สังเกตสจี ากธรรมชาตหิ รอื สิ่งของตาง ๆ แลว้ วาดภาพระบายสี
ถา ยทอดสสี นั ตามจินตนาการอิสระ
14 หนังสือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ทศั นศลิ ป ป. 2
3. รปู ร่างและรูปทรง
รปู ราง หมายถงึ เส้นขอบนอกของสงิ่ ตาง ๆ แสดงให้เห็น
ขอบเขตของสิ่งน้ัน
รปู ทรง หมายถงึ รูปท่แี สดงความต้นื ลกึ หนา และบาง
รูปรา่ งและรูปทรง
ได้แก
รูปรา่ งและรปู ทรง รูปร่างและรูปทรง รปู ร่างและรูปทรง
ในธรรมชาติ ในสงิ่ แวดลอ้ ม ในงานศิลปะ
• ความแตกต่างระหวา่ งรปู ร่างและรูปทรง
ลักษณะของรปู รา ง
ลักษณะของรูปทรง
หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ทศั นศลิ ป์ ป. 2 15
3.1 รูปรา่ งและรูปทรงในธรรมชาติ
คือ รูปรางและรูปทรงทสี่ ามารถสังเกตเห็นได้จากธรรมชาติ เชน
รปู รา งของผลมะเขอื เทศ รูปทรงของผลมะเขือเทศ
รปู รา งของกวาง รปู ทรงของกวาง
รปู รางของกอ้ นหนิ รปู ทรงของก้อนหิน
16 หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ทศั นศิลป์ ป. 2
3.2 รูปรา่ งและรูปทรงในสง่ิ แวดล้อม
คอื รปู รา งและรปู ทรงทส่ี ามารถสงั เกตเหน็ ไดจ้ ากสง่ิ แวดลอ้ มรอบ ๆ
ตัวเรา เชน
รปู รางของถ้วยกาแฟ รูปทรงของถ้วยกาแฟ
รปู รางของรถยนต รูปทรงของรถยนต
รปู รางของโองมังกร รูปทรงของโอง มงั กร
หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ทัศนศลิ ป์ ป. 2 17
รูปรา งของตไู้ ปรษณีย รูปทรงของตไู้ ปรษณยี
3.3 รูปรา่ งและรปู ทรงในงานศิลปะ เชน
รูปรางในงานวาดภาพระบายสี รูปทรงในงานวาดภาพระบายสี
18 หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ทศั นศิลป์ ป. 2
รปู รา งในงานป้นั รปู ทรงในงานปั้น
รูปรางในงานออกแบบสรา้ งสรรค รูปทรงในงานออกแบบสร้างสรรค
จากเศษวัสดุ จากเศษวสั ดุ
ฝกึ ฝนงานศิลป์
ฝกวาดภาพรูปรางของส่ิงตาง ๆ ตามความสนใจ แล้วนำเสนอ
ผลงานหน้าชน้ั เรียน
หนงั สือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ทศั นศิลป์ ป. 2 19
สรปุ
ศลิ ปะในธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
แบงเปน็
1. เส้น
ได้แก 1.1 เส้นตรง
เชน
1.2 เสน้ โค้ง
เชน
2. สี
ไดแ้ ก 2.1 สีในธรรมชาติ
เชน
2.2 สใี นสง่ิ แวดลอ้ ม
เชน
2.3 สใี นงานศิลปะ
เชน
20 หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ทศั นศิลป ป. 2
สรุป (ตอ่ )
3. รูปรา งและรปู ทรง
3.1 รูปรา่ งและรปู ทรงในธรรมชาติ
เชน
3.2 รูปร่างและรูปทรงในส่ิงแวดลอ้ ม
เชน
3.3 รปู ร่างและรูปทรงในงานศิลปะ
เชน
¡Ô¨¡ÃÃÁàʹÍá¹Ð
1. สงั เกตธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มรอบตวั แล้ววาดภาพระบายสี
สง่ิ ท่ีชน่ื ชอบ โดยนำเส้น สี รูปรา ง และรปู ทรงมาใช้ในการวาดภาพตาม
จินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค
2. นำเปลอื กผลไม้หรือผักชนดิ ตาง ๆ มาบีบคนั้ เอาน้ำมา ระบายสี
เป็นผลงานศิลปะตามจนิ ตนาการอิสระ
3. วาดภาพสมาชกิ ในครอบครวั ระบายสใี หส้ วยงามตามจนิ ตนาการ
และความคิดสรา้ งสรรค แล้วนำผลงานไปใชต้ กแตงบา้ นใหส้ วยงาม
หนงั สอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ทัศนศิลป์ ป. 2 21
โครงงาน
เลือกปฏิบัติโครงงานตอไปน้ีตามความสนใจ หรือคิดโครงงานขึ้น
เองโดยขอคำแนะนำจากครู แล้วปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอนการทำโครงงาน
1. โครงงานสำรวจเสน้ สี รปู รา ง และรูปทรงที่อยใู นสงิ่ แวดล้อม
และงานทศั นศิลป
2. โครงงานศึกษาค้นคว้ารูปราง รูปทรงที่พบในธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม
3. โครงงานวาดภาพระบายสี โดยนำความรู้เรื่องเส้น สี รูปราง
และรูปทรงมาใชใ้ นการสรา้ งสรรคผ ลงาน
การประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำ�วนั
• นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกตใช้ได้อยางหลากหลาย
เชน การออกแบบลายกรอบรปู การออกแบบการด อวยพร การออกแบบ
ปกหนังสอื การประดษิ ฐท่ีทบั กระดาษจากกอ้ นหิน เปน็ ต้น
คำ�ถามทบทวน
1. เส้นหมายถึงอะไร
2. เสน้ มกี ชี่ นิด อะไรบา้ ง
3. สหี มายถงึ อะไร
4. รปู รา งกบั รูปทรงแตกตา งกนั อยา งไร
5. ยกตัวอยา งรูปทรงที่นกั เรยี นพบเหน็ ในธรรมชาติ อยา งนอ้ ย 6
ชนิด
6. เส้น สี รูปรา ง และรปู ทรง มีความสำคัญและเกี่ยวขอ้ งกบั
นักเรยี นอยางไร