ความสาคญั ของระบบ
การทางานภายในร่างกาย
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
จดั ทาโดย
นายจิณณวตั ร เทยี นแก้ว
นายหัสมนั ต์ หอมชาติ
๑.
ระบบสืบพนั ธ์ุ
ระบบสืบพนั ธุ์ ทำใหม้ นุษยส์ ำมำรถดำรงชีวติ
ตำมเพศของตนเองไดอ้ ยำ่ งปกติ และสำมำรถ
สืบพนั ธุ์เพอื่ ใหเ้ กิดลูกหลำนสำหรับดำรงเผำ่ พนั ธุ์
ของตนใหค้ งอยตู่ ่อไป
๑) ระบบสืบพนั ธุ์เพศชำย
• ระบบสืบพนั ธ์ุภายนอก ไดแ้ ก่ องคชำต
และถุงอณั ฑะ
• ระบบสืบพนั ธ์ุภายใน ไดแ้ ก่ อณั ฑะ หลอดเกบ็ อสุจิ
ท่อนำอสุจิ ต่อมสร้ำงน้ำเล้ียงอสุจิ
และต่อมลูกหมำก
ระบบสืบพนั ธุ์ภำยนอกของเพศชำย
ระบบสืบพนั ธุ์ภำยในของเพศชำย
เม่ือเขำ้ สู่วยั รุ่น อณั ฑะจะผลิตเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศชำย
คือ ตวั อสุจิ ซ่ึงเมื่อผลิตเป็นจำนวนมำก ร่ำงกำยจะมี
กำรหลง่ั ออกมำในขณะหลบั เรียกวำ่ ฝันเปี ยก และหำก
ตวั อสุจิไดร้ ับกำรผสมกบั เซลลส์ ืบพนั ธุข์ องเพศหญิง คือ
ไข่ จะทำใหเ้ กิดกำรต้งั ครรภห์ รือกำรมีลูก
นอกจำกน้ี อณั ฑะยงั ผลิตฮอร์โมนเพศชำยท่ีทำให้
เพศชำยมีลกั ษณะทำงเพศที่ชดั เจนและแตกต่ำงจำกเพศหญิง
เช่น กลำ้ มเน้ือเป็นมดั แขง็ แรง เสียงแตกหำ้ ว มีหนวด
ขนรักแร้ ขนหนำ้ แขง้ มีลูกกระเดือกท่ีเห็นไดช้ ดั เจน
๒) ระบบสืบพนั ธุ์เพศหญิง
• ระบบสืบพนั ธ์ุภายนอก ไดแ้ ก่
บริเวณปำกช่องคลอด
• ระบบสืบพนั ธ์ุภายใน ไดแ้ ก่ รังไข่ ท่อนำไข่
มดลูก ผนงั มดลูก ปำกมดลูก และช่องคลอด
ระบบสืบพนั ธุ์ภำยนอกของเพศหญิง ระบบสืบพนั ธุ์ภำยในของเพศหญิง
เม่ือเขำ้ สู่วยั รุ่น รังไข่จะผลิตเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศหญิง
คือ ไข่ ทุก ๒๘-๓๐ วนั ซ่ึงหำกไดร้ ับกำรผสมกบั
เซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศชำย คือ ตวั อสุจิ จะทำใหต้ ้งั ครรภห์ รือ
มีลูกแต่หำกไม่ไดร้ ับกำรผสมไข่จะฝ่ อ เยอ่ื บุผนงั มดลูก
ที่เตรียมรองรับกำรฝังตวั ของไข่ท่ีผสมแลว้ จะลอกและ
ขบั ออกมำ
ทำงช่องคลอด เรียกวำ่ ประจำเดือน นอกจำกน้ีรังไข่ยงั
ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงท่ีทำใหเ้ พศหญิงมีลกั ษณะทำงเพศ
ที่ชดั เจนและแตกต่ำงจำกเพศชำย เช่น สะโพกผำย
เตำ้ นมขยำยใหญ่ เอวคอด
กำรปฏิสนธิ (อ่ำนวำ่ กำน-ปะ-ติ-สน-ทิ) คือ
กำรท่ีตวั อสุจิของเพศชำยเขำ้ ผสมกบั ไข่ของเพศหญิง
เมื่อผสมแลว้ ตวั อ่อนจะฝังตวั ที่เยอื่ บุผนงั มดลูก และเริ่ม
กำรเจริญเติบโตจนครบ ๙ เดือน กจ็ ะคลอดออกมำ
เป็ นทำรก
ไข่ที่ผสมแลว้ แบ่งตวั ระหวำ่ งเดินทำงไปสู่มดลูก
ไข่ผสมกบั ตวั อสุจิ
รังไข่
มดลกู
ตวั อ่อนเลก็ ๆ ฝังตวั อยใู่ น
เยอื่ บุผนงั มดลูก
กำรผสมกนั ระหวำ่ งตวั อสุจิกบั ไขแ่ ละกำรฝังตวั ที่เยอ่ื บุผนงั มดลูก
ที่มำ : สำรำนุกรมวทิ ยำศำสตร์ Kingfisher ชีววทิ ยำมนุษย์ เลม่ ๓
๑.๑ ไม่มีเพศสมั พนั ธ์ในวยั เรียนเพรำะเส่ียงต่อกำรเกิด
โรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์
๑.๒ อำบน้ำทำควำมสะอำดอวยั วะเพศ โดยเฉพำะ
บริเวณหนงั หุม้ ปลำยอวยั วะเพศของเพศชำย ควรใชส้ บู่
ฟอกใหส้ ะอำด เพศหญิงใชส้ บู่อ่อน ๆ หรือน้ำสะอำด
ทำควำมสะอำดอวยั วะเพศภำยนอกทุกคร้ัง และเช็ดใหแ้ หง้
๑.๓ หลงั ขบั ถ่ำย เพศหญิง
ควรทำควำมสะอำดอวยั วะเพศ
ในลกั ษณะจำกหนำ้ ไปหลงั
และเช็ดใหแ้ หง้ ไม่ควรเช็ด
ยอ้ นกลบั เพรำะจะนำเช้ือโรค
จำกทวำรหนกั มำสู่ช่องคลอด ขณะอาบน้าควรท้าความสะอาด
อวัยวะเพศทกุ ครัง
หรือทำงเดินปัสสำวะ
๑.๔ สวมใส่ชุดช้นั ในที่สะอำดแหง้ สนิท
และไม่รัดแน่นเกินไป
๑.๕ สงั เกตควำมผดิ ปกติท่ีอำจเกิดข้ึนกบั อวยั วะเพศ
หำกมีส่ิงผดิ ปกติ ตอ้ งรีบบอกพอ่ แม่ผปู้ กครองใหพ้ ำไป
พบแพทย์
๑.๖ ระวงั อยำ่ ใหบ้ ริเวณอวยั วะเพศถูกกระทบ
กระแทก
๑.๗ ในเพศหญิงเมื่อมีประจำเดือนควรเปล่ียนผำ้ อนำมยั
ทุก ๒-๓ ชว่ั โมง และผำ้ อนำมยั ท่ีใชแ้ ลว้ ควรห่อกระดำษหรือ
ถุงพลำสติกใหม้ ิดชิดก่อนทิ้งถงั ขยะ
วธิ ีกำรใส่ผำ้ อนำมยั
๑. เลือกกำงเกงช้นั ในที่กระชบั
๒.ลอกแถบกำวตรงกลำงผำ้ อนำมยั ออก
๓. วำงผำ้ อนำมยั ดำ้ นที่มีกำวติดลงบน
กำงเกงช้นั ใน ถำ้ เป็นผำ้ อนำมยั แบบมีปี ก
ใหล้ อกแถบกำวท่ีปี กท้งั ๒ ขำ้ ง แลว้ พบั
โอบมำติดดำ้ นนอก
ของกำงเกงช้นั ใน