The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tipajournal, 2021-12-23 11:19:57

10th TIPA

10th TIPA

Potentiometer

ใช้ในการไตเตรทหาปริมาณน�้ำ หรือการ titrate โดยไม่ต้องใช้ chemical
indicator เชน่ เครอ่ื ง Karl Fisher ซงึ่ วดั ไดท้ ง้ั ศักยไ์ ฟฟา้ และกระแสไฟฟา้

Chromatography

การหาปริมาณด้วยระบบ chromatography ในอดีตยังมีน้อย ซึ่งระบบ
โครมาโตกราฟใี นช่วงแรก คือ Paper Chromatography (PC), Column
Chromatography (CC), Thin Layer Chromatography (TLC), และต่อมาก็ได้มีการ
พัฒนา โดยอาศัยหลกั การทางเคมฟี สิ กิ สเ์ ขา้ มาชว่ ย ทำ� ใหเ้ กดิ Gas Chromatography
(GC), High Performance Liquid Chromatography (HPLC) , Ultra High
Performance Liquid Chromatography (UHPLC) และ Capillary Electrophoresis
(CE) เปน็ ตน้ นอกจากน้ไี ด้มีการนำ� วิวัฒนาการใหม่ ๆ เชน่ autosampler มาใช้ร่วม ซ่งึ
ท�ำใหน้ กั วเิ คราะหส์ ามารถทำ� งานอ่นื ได้

CC: ทใ่ี ชม้ ากในการควบคมุ คณุ ภาพตลอดมา คอื การหาปรมิ าณ free salicylic
acid ใน aspirin

TLC: ใช้ Identify ตวั ยาเทยี บกบั standard ปจั จบุ นั ยงั คงใชก้ ารตรวจพิสจู น์
(identification) ตรวจหาสารปนเป้ อื นทงั้ ในยาแผนปจั จบุ นั และยาสมนุ ไพร เทคนคิ นย้ี งั ใช้
กนั อยใู่ นปจั จบุ นั ในขณะทผ่ี เู้ ขยี นปฎบิ ตั ริ าชการในกองวเิ คราะหย์ า ใชต้ รวจยาแผนปจั จบุ นั
ทม่ี ผี เู้ อามาผสมในตำ� รบั ยาแผนโบราณซงึ่ ผดิ กฎหมาย ยาทพ่ี บบอ่ ย ไดแ้ ก่ ยาแกป้ วด และ
steroids แตใ่ นการวจิ ยั ตอ้ งใช้ TLC ทงั้ ในดา้ นการสงั เคราะห์ และวเิ คราะห์

PC: ปจั จบุ นั ใชน้ อ้ ยมากเนอ่ื งจากใชเ้ วลาในการวเิ คราะหน์ าน เพราะการเคลอ่ื นท่ี
ของตวั ทำ� ละลายบนกระดาษจะชา้ กวา่ silica gel ทใ่ี ชก้ บั TLC มาก

HPLC: เนอ่ื งจากระบบ column chromatography ทใ่ี ชก้ นั มาแตอ่ ดตี นยิ มใช้
แยกสารในปรมิ าณสงู จากการสงั เคราะหห์ รอื จากสมนุ ไพรเปน็ สว่ นใหญ่ สว่ นการวเิ คราะห์
น้ัน การทดลองแต่ละครั้งจะช้ามาก จึงได้มีพัฒนาการเอาแรงดันเข้ามาช่วยในการขับ
เคลอ่ื น mobile phase และนำ� เครอ่ื งตรวจวดั มาไวท้ ป่ี ลายทาง

ในสมัยท่ไี ด้ไปทำ� วจิ ยั ท่หี อ้ งปฏิบตั ิการของ Professor Masujima ท่ปี ระเทศ
ญ่ีปนุ่ ตอนนั้นอาจารย์เริ่มน�ำ mass spectrometer มาต่อเช่ือมกับระบบ HPLC เพ่ือ
ใช้เป็น detector ปจั จบุ นั เครอ่ื ง HPLC ทม่ี ี mass spectrometer มจี ำ� หนา่ ยในทอ้ งตลาด

UHPLC: หลกั การเดยี วกนั กบั HPLC ตา่ งกนั ตรงทข่ี นาดอนภุ าคของ stationary
phase ในคอลมั นม์ ขี นาดเลก็ กวา่ ทำ� ใหก้ ารวเิ คราะหร์ วดเรว็ และประสทิ ธภิ าพในการแยกดขี นึ้

GC: เปน็ โครมาโตกราฟที ใ่ี ชแ้ กส๊ เปน็ mobile phase ใชว้ เิ คราะหส์ ารทร่ี ะเหยได้
เมอ่ื ใหค้ วามรอ้ น ผา่ นเขา้ ไปในคอลมั นท์ แ่ี คบและยาว อดั แนน่ ดว้ ย silica เปน็ stationary
phase ซงึ่ silica มขี วั้ คอ่ นขา้ งสงู และเราสามารถปรบั ขว้ั ตามตอ้ งการได้ ดว้ ยการเคลอื บ
ดว้ ยสารชนดิ ตา่ ง ๆ

ชว่ งหนงึ่ ในการทำ� วจิ ยั ของผเู้ ขยี นเอง กไ็ ดจ้ ดั ทำ� มาตรฐานของนำ�้ มนั หอมระเหย
ของพืชอยหู่ ลายชนดิ (2-7) และไดร้ ว่ มเขยี นหนง่ึ บทในหนงั สอื Gas Chromatography วธิ ี
การวเิ คราะห์ และหาคา่ Linear Retention Index ของสารระเหยชนดิ ตา่ ง ๆ สามารถนำ�
มาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการกำ� หนดตำ� แหนง่ ของสารหอมระเหยตอ่ ไป (8)

หนงั สือท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 51

Capillary Electrophoresis (CE): เปน็ การขบั เคลอ่ื นสารตวั อยา่ งทม่ี ปี ระจดุ ว้ ย
ระบบไฟฟา้ ใหไ้ หลไปตาม mobile phase ทน่ี ำ� ไฟฟา้ ได้ การขบั เคลอ่ื นกใ็ ชก้ ระแสไฟฟา้ เชน่
กนั สารจะยดึ ตดิ กบั ผนงั capillary ไดแ้ นน่ เพียงใดกข็ นึ้ อยกู่ บั คณุ สมบตั ขิ องสาร ในสมยั ท่ี
ไดม้ โี อกาสไปทำ� งานวจิ ยั ทญ่ี ป่ี นุ่ กบั Professor Tsutomu Masujima ตอนนนั้ เครอ่ื ง
capillary electrophoresis เพ่ิงเรมิ่ ออกสทู่ อ้ งตลาด ทห่ี อ้ งแลปของทา่ นมี capillary
ทองแดง สองปลายจมุ่ ใน Eppendorf tubes ทม่ี สี ารละลาย electrolyte ตอ่ เชอ่ื มกบั
วงจรไฟฟา้ ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ของพัฒนาการดา้ นวเิ คราะหด์ ว้ ย electrophoresis
เม่ือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซ้ือเคร่ือง electrophoresis
พวกเราก็ได้พัฒนาวิธีวิเคราะห์หาปริมาณ alpha-hydroxy acids ในผลไม้ด้วยเคร่ือง
electrophoresis (9)

Nuclear Magnetic Resonance (NMR)
ในอดีตไม่มีการใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณ แต่ใช้หาสูตรโครงสร้างของสาร
การ run NMR ในชว่ งทม่ี กี ารใชใ้ หม่ ๆ ความถท่ึ ใ่ี ชใ้ นการขยบั โปรตอนของ H คอื 60 MHz
(Proton NMR) และใชไ้ ดเ้ ฉพาะกบั H ในโมเลกลุ ขณะนม้ี ที ใ่ี ชค้ วามถถ่ี งึ 400 MHz ความถ่ี
สงู ขน้ึ จะทำ� ใหส้ ามารถวเิ คราะหส์ ตู รโมเลกลุ ทส่ี ลบั ซบั ซอ้ นไดม้ ากขน้ี เพราะสญั ญาณของ
กลมุ่ อะตอมทไ่ี ดห้ า่ งกนั มากขน้ึ ทำ� ใหง้ า่ ยตอ่ การหาสตู รโครงสรา้ ง และปจั จบุ นั มโี ปรแกรม
Mnova NMR software ซง่ึ จะสามารถชว่ ยวเิ คราะหส์ ตู รโครงสรา้ ง และหาปรมิ าณไดแ้ ลว้

Mass Spectrometer (MS)
เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ส�ำหรับหาน�้ำหนักโมเลกุล และน�้ำหนักของส่วนต่าง ๆ ของ
โมเลกุลท่ีแตกหักออกมาด้วยพลังงานจาก electrospray ท่ีให้เข้าไป สมัยเรียนท่ี
ออสเตรเลยี ดา้ นหนง่ึ ของ floor ชนั้ ลา่ ง ครง่ึ หนง่ึ ของตกึ คอื หอ้ งทต่ี ดิ ตงั้ เครอ่ื ง mass
spectrometer เคร่อื งน้ีจะหาน�ำ้ หนักโมเลกุล และ fragmentation ของโมเลกุลเพ่ือมา
ประกอบสตู รโครงสรา้ ง ในขณะทป่ี จั จบุ นั เครอ่ื งมขี นาดเทา่ ตอู้ บเครอ่ื งแกว้ แบบตงั้ บนโตะ๊
ได้ และเชอ่ื มตอ่ กบั ถงั แกส๊ ทว่ี างไวใ้ กล้ ๆ หรอื อาจวางไวท้ ร่ี ะเบยี งและเชอ่ื มโยงกนั ดว้ ยสาย
ยางซลิ ิโคนเพ่ือใช้แกส๊ ปัจจุบนั จะมเี คร่อื ง GC-MS-MS ซ่ีงสารเม่ือถกู แยกด้วย GC
แล้ว จะเขา้ mass spectrometer ตวั แรก และพลงั งานในการทำ� ใหส้ ารแตกหกั
fragmentation ไมส่ งู มาก ไดก้ ลมุ่ อะตอมทค่ี อ่ นขา้ งใหญ่ จากนน้ั กลมุ่ อะตอมเหลา่ น้ีกจ็ ะ
เขา้ detector ท่ีเป็น mass spectrometer ตัวท่ี 2

ประสบการณก์ ารเปน็ นกั วเิ คราะหย์ า

เมอ่ื เรม่ิ ทำ� งานทก่ี องวเิ คราะหย์ า กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ไดม้ โี อกาสเขา้ รว่ ม
งานทห่ี นว่ ยงาน เคม-ี ฟสิ กิ ส์ ซงึ่ เปน็ หอ้ งวเิ คราะหย์ าโดยอาศยั คณุ สมบตั ทิ างเคม-ี ฟสิ กิ ส์
ของยาในการวเิ คราะห์ ไดแ้ ก่ titration การหาปรมิ าณเถา้ (ash) เถา้ ซลั เฟต (sulphated
ash) และนำ� ไปใชห้ าปรมิ าณโลหะหนกั

ส่วนการวิเคราะห์ด้วยเคร่ืองมือนั้น จะมีนักวิเคราะห์รับผิดชอบเฉพาะเคร่ือง
หากจำ� เปน็ ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื เหลา่ น้ี สามารถสง่ ใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบเครอ่ื งมอื เพ่ือวเิ คราะหต์ อ่ ไป
การท่ีต้องมีผู้รับผิดชอบเคร่ืองแต่ผู้เดียวเป็นผู้วิเคราะห์เน่ืองจากในอดีตหากเคร่ืองมือ
ช�ำรุดจากการใช้งานอยา่ งไม่ถูกตอ้ ง จะต้องส่งซอ่ ม ซ่งึ แพงและใชเ้ วลานานมาก เพราะ
ต้องใช้ช่างจากบริษัทซ่ึงอยู่ต่างประเทศ เคร่ืองมือท่ีต้องมีผู้รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่
Karl Fisher, IR, GC, HPLC

52 กนั ยายน พ.ศ.2564

การวเิ คราะหท์ ใ่ี ชม้ ากในชว่ งแรกของการเปน็ นกั วเิ คราะหย์ า คอื

ก. Titration เปน็ วธิ วี เิ คราะหป์ รมิ าณทใ่ี ชม้ ากทส่ี ดุ ซง่ึ ถอื วา่ ไดน้ ำ� วธิ วี เิ คราะหท์ ไ่ี ด้
ศึกษามาใชม้ ากทส่ี ดุ

ข. Spectrophotometer ใชท้ ง้ั หาปรมิ าณและการตรวจเอกลกั ษณ์ โดยการ
ตรวจสอบความยาวคลน่ื ทส่ี ารดดู กลนื แสงไดส้ งู สดุ และคา่ absorptivity

ค. สว่ น TLC ใชใ้ นการ identify สารทม่ี กี ารสง่ ตรวจจากหนว่ ยงานตา่ ง ๆ หรอื
ยาแผนปจั จบุ นั ทม่ี กี ารผสมในยาแผนโบราณ สำ� หรบั PC ใชบ้ า้ งแตไ่ มบ่ อ่ ย

เมอ่ื มโี อกาสไดไ้ ปตอ่ ปรญิ ญาโททต่ี า่ งประเทศ รวู้ า่ โรงเรยี นมเี ครอ่ื ง HPLC ดใี จ
มาก (เพราะอยใู่ นเมอื งไทย ไมม่ โี อกาสใช)้ ชน้ิ สว่ นตา่ ง ๆ แยกจากกนั ทำ� ใหเ้ ขา้ ใจระบบของ
HPLC ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ตอนทำ� วจิ ยั ทำ� เรอ่ื งสงั เคราะห์ แตด่ ว้ ยความทอ่ี ยากลองใช้ จงึ ไดข้ อ
อาจารย์ท่ีปรึกษาไปวิเคราะห์หาปริมาณสารท่ีสังเคราะห์ได้และสารปนเป้ ือนด้วยวิธี
HPLC ทำ� ใหไ้ ดง้ านตพี ิมพ์เพ่ิมจากการตพี ิมพ์วธิ สี งั เคราะหม์ าแลว้ 2 เรอ่ื ง มาอกี เรอ่ื งหนงึ่

การได้ไปศึกษาคร้ังนั้นถือว่าเป็นประสบการณ์ท่ีดี เม่ือตอนเรียนปริญญาตรี
การวิเคราะห์หนักไปทางด้าน conventional analysis เม่ือจะไปต่อปริญญาโท
มหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ขา้ course “Graduate Diploma in Food and Drug Analysis” กอ่ น
จงึ จะสามารถทำ� ปรญิ ญาโทตอ่ ได้ รสู้ กึ ไมพ่ อใจเทา่ ใดนกั จงึ ไดเ้ ขา้ พบหวั หนา้ ภาค และถาม
วา่ ทำ� ไมตอ้ งเรยี น Diploma กอ่ น อาจารยบ์ อกวา่ คนทจ่ี ะเรยี นโทไดเ้ ลย ตอ้ งได้ honour ก็
เลยบอกอาจารยว์ า่ ตนเองกไ็ ด้ อาจารยบ์ อกวา่ honour ทน่ี จ่ี ะตอ้ งทำ� งานวจิ ยั เพ่ิมอกี 1 ปี
อาจารยก์ โ็ กรธทเ่ี ราไปเถยี ง โทรไปบอกผดู้ แู ลนกั เรยี นทนุ วา่ นกั เรยี นคนนเ้ี ขาไมอ่ ยากเรยี น
เลยถกู เรยี กตัวไปพบแลว้ บอกว่าถ้าไมเ่ ข้า course ต้องกลับบา้ น กเ็ ลยต้องเรียน พอได้
เรยี นกร็ วู้ า่ ถา้ ไมเ่ รยี น diploma กอ่ นคงทำ� โทไมส่ ำ� เรจ็ เพราะวชิ าทเ่ี รยี นเปน็ วชิ าเกย่ี วขอ้ ง
กับการวเิ คราะห์ด้วยเคร่อื งมอื เป็นหลกั และวชิ าสถติ ิ เหตทุ ่เี ลา่ เร่ืองน้ีเพราะอยากใหเ้ ป็น
อทุ าหรณแ์ ก่คนรุ่นหลงั ว่าเราควรหาข้อมูลกอ่ นโต้แยง้ ในสิ่งท่ีเรายังไม่รู้จริง

ปัจจุบันวิวัฒนาการของการของการควบคุมคุณภาพก้าวไปอย่างรวดเร็ว
อยา่ งไรกต็ าม การติดตามการพัฒนากระบวนการควบคุมคณุ ภาพ การประกันคณุ ภาพ
สามารถหาอา่ นไดจ้ ากขอ้ มลู ในระบบ internet ซง่ึ มที ง้ั จากตา่ งประเทศ และการปรบั เปลย่ี น
กฎเกณฑใ์ นประเทศ

บทความน้ีเขียนจากประสบการณ์ของผู้เขียนเท่าน้ัน การพัฒนาการควบคุม
คุณภาพปัจจุบันก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะระบบเทคโนโลยีท่ีมีการพัฒนาไป
อย่างรวดเร็ว

เมอ่ื ตอ้ งมาเปน็ ผสู้ อนวชิ าวเิ คราะหย์ า

พ้ืนฐานเดมิ (basic principle) หา้ มทงิ้ ใหเ้ อามาประยกุ ตใ์ ชก้ บั ขอ้ กำ� หนดใหม่
และองค์ความรู้ใหม่ เพราะทุกอย่างต้องพัฒนามาจากพ้ืนฐานดั้งเดิม เช่ือว่าในอนาคต
เทคโนโลยจี ะไปไกลและรวดเรว็ ปจั จบุ นั แมก้ ระทงั่ การหายาใหม่ หรอื การทดสอบฤทธยิ์ า ก็
จะมเี ครอ่ื งทดสอบวา่ structure น้ี ปรบั แบบนแ้ี ลว้ จะมฤี ทธอ์ิ ยา่ งไร โดยอาศัยคอมพิวเตอร์
สรา้ งระบบ molecular modelling สรา้ ง receptor หลากชนดิ ทม่ี อี ยใู่ นสงิ่ มชี วี ติ และทำ�
docking เพ่ือจะดวู า่ สารของเราจะเขา้ เทยี บทา่ จบั กบั receptors ไดด้ เี พียงใด ดงั นน้ั วชิ า
ในหลกั สตู รจะมที งั้ เทคนคิ พ้ืนฐาน การวเิ คราะหด์ ว้ ยเครอ่ื งมอื วชิ าเลอื ก คอื วชิ าการใช้
เครอ่ื งมอื ขน้ั สงู และ Special problem ในดา้ นการวเิ คราะห์

หนังสือท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 53

ระบบการควบคมุ คณุ ภาพ
ปจั จบุ นั มกี ารปอ้ งกนั การการผดิ พลาดของคณุ ภาพยา ดว้ ยการทำ� ระบบการ
ประกนั คณุ ภาพทง้ั ในเรอ่ื งของการผลติ และการควบคมุ คณุ ภาพ ซง่ึ ตอ้ งมที งั้ ระบบตรวจ
สอบทงั้ ภายใน และจากภายนอกทจ่ี ะเขา้ มาตรวจประเมนิ หลกั เกณฑ์ และขอ้ แนะนำ� เพ่ือ
ผลผลติ ทม่ี คี ณุ ภาพ เชน่ GMP, ระบบ ISO (International Organization for Standard-
ization) ระบบ ICH (International Council for Harmonization of Technical Re-
quirements for Pharmaceuticals for Human Use) ซง่ึ ขอ้ แนะนำ� เหลา่ นเ้ี กดิ ขนึ้ เพ่ือให้
กฎเกณฑแ์ ละมาตรฐานของยาทผ่ี ลติ จากประเทศตา่ ง ๆ สามารถจำ� หนา่ ยไดใ้ นประเทศท่ี
ยอมรบั กฎเกณฑท์ ห่ี ลายประเทศรว่ มกนั รา่ งขนึ้ เพ่ือนำ� มาใชโ้ ดยไมม่ ขี อ้ โตแ้ ยง้ เพราะเปน็ ผู้
รว่ มกนั กำ� หนด ซงึ่ ประกอบไปดว้ ยแนวทางของการกำ� หนด มาตรฐานในดา้ น 1. คณุ ภาพ
(quality guidelines) 2. ความปลอดภยั (safety guidelines) 3. ประสทิ ธผิ ล (efficacy
guidelines) และ 4. คณุ สมบตั อิ น่ื ๆ ทไ่ี มอ่ ยใู่ นขอบเขตของทง้ั สามดา้ น (multidisciplinary
guidelines)

การประกนั คณุ ภาพ
ปัจจุบันการประกันคุณภาพถึอเป็นระบบท่ีส�ำคัญยิ่งของกระบวนการผลิตและ
การควบคมุ คณุ ภาพ
ในอดตี เมอ่ื ยงั ไมม่ รี ะบบประกนั คณุ ภาพ กองวเิ คราะหย์ ากจ็ ะมรี ะบบการตรวจ
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเอง วธิ ปี ระกนั คณุ ภาพจะเปน็ การกำ� หนดเองในหนว่ ยงานเอง เชน่ การ
ตรวจสอบความแมน่ ยำ� ของเครอ่ื งชงั่ เครอ่ื ง spectrophotometer ซงึ่ ถอื เปน็ เครอ่ื งมอื
หลกั ในอดตี และนกั วเิ คราะหท์ กุ คนสามารถเขา้ ถงึ และใชง้ านได้ สำ� หรบั ผเู้ ขยี นเมอ่ื เปน็ นกั
วเิ คราะหห์ นา้ ใหม่ หากผลวเิ คราะหต์ กมาตรฐาน ผบู้ งั คบั บญั ชาจะทำ� quality assurance
ของผลการวเิ คราะห์ ดว้ ยการ validate ผลการวเิ คราะหโ์ ดยนกั วเิ คราะหท์ ม่ี ปี ระสบการณ์
อกี หนงึ่ คน (personal variation) ตรวจสอบอกี รอบหนงึ่ เพราะหากรายงานออกไปแลว้ มี
การฟอ้ งรอ้ งกนั เกดิ ขนึ้ จะมผี ลกระทบตอ่ หนว่ ยงาน และความนา่ เชอ่ื ถอื ของสถาบนั
ปจั จุบันผลการตรวจวเิ คราะหไ์ มผ่ ่าน (out of specification หรือ OOS)
จะต้องมีการสืบสวนหาสาเหตุเพ่ือยืนยันว่าผลไม่ผ่านจริงหรือเกิดจากความผิดพลาด
ของการวิเคราะห์ ซึ่งสามารถศึกษาแนวทางปฏิบัติตาม USFDA Guidance
for Industry Investigation Out of Specification (OOS) Test Result
for Pharmaceutical Production, October 2006 หรือ MHRA UK, Out of
Specification Investigation การพัฒนาวิธีวิเคราะห์โดยใช้เทคโนโลยีและระบบ
คอมพิวเตอร์ สง่ิ ทต่ี ามมาคอื computerized system validation นอกจากนน้ี กั
วเิ คราะหต์ อ้ งตระหนกั ถงึ ความถกู ตอ้ ง เชอ่ื ถอื ไดข้ องขอ้ มลู ตามหลกั การ data integrity

54 กนั ยายน พ.ศ.2564

เอกสารอา้ งองิ
1. Aromdee C, Raksrivong K, Vathanasanti A. Spectrophotometric determination of

cimetidine in tablets with alkaline sodium pentacyanonitrosyliron (III). The
Analyst 1987;112:1523-1525.

2. Aromdee C, Sriubolmas N. Essential oil of the flowers of Azadirachta indica
(Meliaceae). Songklanakarin Journal of Science and Technology 2006;28:115-119.

3. Lertsatitthanakorn P, Taweechaisupapong S, Aromdee C, Khunkitti W. In vitro
bioactivities of essential oils used for acne control International. Journal of
Aromatherapy 2006;16:43-49.

4. Lertsatitthanakorn P, Taweechaisupapong S, Aromdee C, Khunkitti W.
Antibacterial activity of citronella oil solid lipid particles in oleogel against
Propionibacterium acnes and its chemical stability. The International Journal
of Essential Oil Therapeutics. 2008;2:1-5.

5. Aromdee C, Rattanandon B. Quantitative analysis of some volatile components
in Mimusops elengi L. Songklanakarin Journal of Science and Technology
2009;31:285-288

6. Lertsatitthanakorn P, Taweechaisupapong S, Arunyanart C, Aromdee C. Effect of
citronella oil on time kill profile, leakage and morphological changes of
Propionibacterium acnes. Journal of Essential Oil Research 2010;22:270-274.

7. Aromdee C. Sotharak W. Volatile oil and chemical constituents of Wahn Nang
Kham various sources in Thailand. Journal of Health Research 2010;24:39-42.

8. Aromdee C. The Qualitative and Quantitative Determinations of Volatile
Constituents in Some Herbal Medicines by Gas Chromatography. In: Bekir Salih
and Ömür Çelikbıçak. Gas Chromatography in Plant Science, Wine Technology,
Toxicology and Some Specific Applications. Shanghai, InTech; 2012.

9. Vorarat S, Aromdee C, Podokmai, Y. Determination of alpha-hydroxy acids in
fruits by cpillary electrophoresis. Analytical Sciences 2002;18:893-896.

หนงั สอื ท่ีระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 55

56 กนั ยายน พ.ศ.2564

10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

บริบทประวัติศาสตร์การข้ึนทะเบียน
ต�ำรับยาในประเทศไทย

ภก. ปรุฬห์ รจุ นธ�ำรงค์

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
อีเมล: [email protected]+h



มาตรการกำ� หนดใหข้ นึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาเปน็ มาตรการหนง่ึ ทภ่ี าครฐั นำ� มาใชเ้ พ่ือ
ติดตามยาท่ีผลิตในประเทศ น�ำหรือสั่งเข้ามาในประเทศ ใช้หรือขายในประเทศ เพ่ือเป็น
หลักประกันในเบ้อื งต้นว่าประชาชนในประเทศจะไดใ้ ชย้ าท่มี ีคุณภาพ มมี าตรฐาน มีความ
ปลอดภยั ในการใช้ยา นอกจากน้อี าจใชเ้ ป็นมาตรการท่สี ่งเสริมหรือปกปอ้ งอุตสาหกรรม
ยาในประเทศ แต่การด�ำเนินการท่ีเก่ียวข้องกับการข้ึนทะเบียนต�ำรับยาในประเทศไทยน้ัน
มคี วามหลากหลายขนึ้ กับบรบิ ทประวตั ศิ าสตร์ในชว่ งเวลาน้นั หากเขา้ ใจความเป็นมาของ
เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ ในอดตี กจ็ ะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจมาตรการทางกฎหมายซงึ่ เกย่ี วขอ้ งกบั การขนึ้
ทะเบียนต�ำรับยาได้ดียิ่งขึ้นซ่ึงพบว่าบริบทท่ีมีผลต่อมาตรการขึ้นทะเบียนต�ำรับยาของ
ประเทศไทย มดี งั น้ี

1. การแพรร่ ะบาดของยาปลอม ในอดตี มปี ระชาชนใชย้ าปลอมแลว้ เกดิ อนั ตราย
ตอ่ รา่ งกาย บางรายถงึ ขนั้ เสยี ชวี ติ จงึ มคี วามพยายามแกป้ ญั หาเรอ่ื งยาปลอมโดยกำ� หนด
บทลงโทษใหร้ นุ แรงขน้ึ ตอ่ มามรี ะบบใหข้ นึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยา และกำ� หนดความเชอ่ื มโยงของ
ขอ้ มลู การขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยากบั ลกั ษณะของยาปลอม

หนงั สอื ท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 57

สมยั ทป่ี ระกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การขายยา พุทธศกั ราช 2479 มยี าจาก
ต่างประเทศ ยาสามัญประจ�ำบ้าน ยาต�ำราหลวงของรัฐบาล ยาสมุนไพรซึ่งไม่ใช่ยา
อนั ตราย ตลอดจนยาทข่ี ายเฉพาะแกบ่ คุ คล หรอื เฉพาะสตั วท์ บ่ี ำ� บดั โรคใชห้ รอื จำ� หนา่ ยใน
ประเทศบา้ งแลว้ แมก้ ฎหมายฉบบั นจ้ี ะมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือควบคมุ การขายยาเพ่ือคมุ้ ครอง
สวสั ดภิ าพของประชาชน แตไ่ มม่ มี าตรการเกย่ี วกบั ทะเบยี นตำ� รบั ยา ไมม่ ขี อ้ กำ� หนดเกย่ี วกบั
ลักษณะยาปลอมจึงต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 310 ซ่ึงในขณะนั้นจะลงโทษ
เมอ่ื ขายของโดยหลอกลวง ตอ่ มามกี ารแกไ้ ขกฎหมายลกั ษณะอาญาขยายขอบเขตไปถงึ
การขายของโดยหลอกลวงดว้ ยประการใด ๆ ใหผ้ ซู้ อ้ื หลงเชอ่ื ในแหลง่ กำ� เนดิ สภาพ คณุ ภาพ
หรอื ปรมิ าณแหง่ ของนนั้ อนั เปน็ เทจ็ ซงึ่ มโี ทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ 1 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 2,000 บาท
หรอื ทง้ั จำ� ทง้ั ปรบั อยา่ งไรกต็ ามยงั มคี วามกงั วลเรอ่ื งการนำ� ยาเรข่ าย ซง่ึ อาจไดย้ าทไ่ี มม่ ี
ความนา่ เชอ่ื ถอื จงึ ไดม้ มี าตรการหา้ มผไู้ ดร้ บั ใบอนญุ าตขายยานำ� ยาไปขายนอกสถานทซ่ี งึ่
ปรากฏในใบอนญุ าต

ต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2491-2492 มีประเด็นปัญหาเร่ืองยาปลอมแพร่ระบาดจึง
มกี ารเสนอให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติควบคุมการขายยาเพ่ือให้ลงโทษหนักแก่ผู้ขาย
ยาปลอม มมี าตรการควบคมุ การเรข่ ายยาเพ่ือจะควบคุมยาปลอม แต่ก็มกี ารอภปิ รายใน
สภาผแู้ ทนราษฎรวา่ หากยาตำ� ราหลวง หรอื ยาสามญั ประจำ� บา้ นยงั ไปไมท่ ว่ั ถงึ กไ็ มส่ ามารถ
ปอ้ งกนั ปัญหายาปลอมได้ โดยเฉพาะยาท่มี ีความต้องการมาก

จากนนั้ เมอ่ื ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั กิ ารขายยา พ.ศ. 2493 กเ็ รม่ิ มกี ารควบคมุ
ทะเบียนต�ำรับยาท่ผี ลติ หรือนำ� เข้ามาขายในประเทศ แตเ่ นน้ ไปท่กี ารควบคมุ ยาท่ีผลติ หรอื
ปรงุ ขนึ้ ตามตำ� รบั นอกตำ� รายาฟารม์ าโคเปยี หรอื ตำ� รายาทป่ี ระกาศ ลกั ษณะการขน้ึ ทะเบยี น
ตำ� รบั ยาจะมลี กั ษณะการจดแจง้ กลา่ วคอื ผมู้ หี นา้ ทย่ี น่ื ทะเบยี นจะยน่ื รายการแสดงชอ่ื ยา
สรรพคณุ ของยา วตั ถุ และปรมิ าณของวตั ถซุ ง่ึ ใชเ้ ปน็ สว่ นประกอบของยา และสลากหรอื
เอกสารแสดงวธิ ใี ชย้ า (สมยั นนั้ ใชค้ ำ� วา่ “สลากยา” ไมไ่ ดใ้ ชค้ ำ� วา่ “ฉลากยา”) พรอ้ มตวั อยา่ งยา
การขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยาในสมยั นนั้ ไมผ่ กู กบั ใบอนญุ าตผลติ หรอื นำ� เขา้ ยา เนอ่ื งจากยงั ไมม่ ี
มาตรการด้านใบอนญุ าตผลติ หรือใบอนุญาตนำ� เข้า มคี วามพยายามให้การควบคุมเร่ือง
ทะเบียนต�ำรับยาเช่ือมโยงกับการควบคุมยาปลอมคือหากขายยาไม่ตรงตามต�ำรับท่ีได้
แสดงจะเป็นการขายยาปลอมได้ (ควบคุมทั้งยาท่ีต้องข้ึนทะเบียนและไม่ต้องขึ้นทะเบียน
ตำ� รบั ยา) ตลอดจนมมี าตรการกำ� หนดใหก้ ารขายยาทม่ี สี ลากหรอื แสดงหรอื มกี ารกระทำ� ให้
ผอู้ น่ื สำ� คญั ผดิ โดยบอกชอ่ื แหลง่ ผลติ ผผู้ ลติ สภาพ หรอื คณุ ภาพแตกตา่ งไปจากทเ่ี ปน็
จรงิ ของยานน้ั ทงั้ หมดหรอื แตบ่ างสว่ น กถ็ อื วา่ เปน็ การขายยาปลอมได้ (สมยั นนั้ ไมม่ กี าร
แยกระหว่างยาปลอมและยาผิดมาตรฐาน) นอกจากน้ีกฎหมายยังให้อ�ำนาจพนักงาน
เจ้าหน้าท่ีส่งยาหรือน�ำยาท่ีขึ้นทะเบียนต�ำรับยาไปตรวจวิเคราะห์หรือทดสอบว่าเป็นยาท่ี
ไม่ปลอดภัยในการใช้หรือไม่เพ่ือเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมการขายยาพิจารณา
หากคณะกรรมการเหน็ วา่ เปน็ ยาทไ่ี มป่ ลอดภยั ในการใช้ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ
โดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการควบคุมการขายยา สามารถออกค�ำส่ังโดยประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษา เพ่ือสงั่ หา้ มขายหรอื ใหข้ ายโดยมเี งอ่ื นไขได้

ตอ่ มาปี พ.ศ. 2505 เมอ่ื มกี ารประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั กิ ารขายยา (ฉบบั ท่ี 5)
พ.ศ. 2505 ไดก้ ำ� หนดใหข้ น้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยาไมว่ า่ จะผลติ หรอื ปรงุ ตามตำ� รบั ปรงุ นอกตำ� รา
ฟารม์ าโคเปยี หรอื ตำ� ราใด ๆ กต็ าม อกี ทงั้ ตอ้ งมเี อกสารแสดงวธิ วี เิ คราะหม์ าตรฐานของ
ยา และกำ� หนดใหต้ อ้ งแสดงเลขทใ่ี บสำ� คญั การขน้ึ ทะเบยี นไวท้ ฉ่ี ลากปดิ ภาชนะบรรจุ หา้ ม
ขายยาทไ่ี มแ่ สดงเลขทใ่ี บสำ� คญั การขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยาดว้ ย นอกจากนก้ี ำ� หนดหลกั เกณฑ์
หา้ มขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาเมอ่ื เหน็ วา่ ยานน้ั ไมป่ ลอดภยั ในการใช้ ไมม่ สี รรพคณุ เปน็ ทค่ี วรเชอ่ื

58 กนั ยายน พ.ศ.2564

ถอื ได้ ตลอดจนการใชช้ อ่ื อนั เปน็ ไปในทำ� นองโออ้ วด หรอื ชกั ชวนใหค้ ลอ้ ยตามในการทจ่ี ะใช้
รกั ษาหรอื ปอ้ งกนั โรค หากภายหลงั พบวา่ ยาไมป่ ลอดภยั ในการใชห้ รอื ไมม่ สี รรพคณุ ตามท่ี
ไดข้ น้ึ ทะเบียนตำ� รบั ยา รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ โดยค�ำแนะน�ำของคณะ
กรรมการควบคมุ การขายยาสามารถสง่ั เพิกถอนทะเบยี นตำ� รบั ยาและสง่ั หา้ มขายยานน้ั ตอ่
ไปโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา คำ� สงั่ ดงั กลา่ วใหเ้ ปน็ ทส่ี ดุ

เม่ือประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัติยา พ.ศ. 2510 ผทู้ ่จี ะขอข้ึนทะเบียนต�ำรับยาได้
ต้องเป็นผรู้ ับอนุญาตผลติ หรือผรู้ ับอนุญาตใหน้ �ำหรอื สง่ั ยาเข้ามาในราชอาณาจกั ร อกี
ท้ังเปล่ียนวิธีการขึ้นทะเบียนต�ำรับยาจากเดิมท่ีมีลักษณะจดแจ้งเป็นการข้ึนทะเบียนท่ี
ตอ้ งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วธิ กี ารและเง่อื นไขท่ีก�ำหนดในกฎกระทรวง แต่ยาท่ีตอ้ งขอ
ขึ้นทะเบียนนั้นก็กลับมาใช้เฉพาะยาท่ีมีช่ือหรือต�ำรับยาอยู่นอกต�ำรายาท่ีรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุขประกาศ แม้ว่าไม่สามารถข้ึนทะเบียนต�ำรับยาท่ีมีอยู่ในขณะน้ัน
ได้ทัน แต่ก็ก�ำหนดอายุทะเบียนต�ำรับยาไว้ 5 ปี จนกระทั่งมีการแก้ไขกฎหมายโดย
พระราชบัญญัติยา (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2522 ก็กลับมาให้ขึ้นทะเบียนต�ำรับยาท้ังในและ
นอกตำ� รายาท่รี ฐั มนตรปี ระกาศ

2. กำ� ลงั คนและศกั ยภาพของภาครฐั กรณีท่ตี �ำรบั ยามจี ำ� นวนมากประกอบกบั
พนักงานเจ้าหน้าท่ีซ่ึงรับข้ึนทะเบียนต�ำรับยา พนักงานเจ้าหนา้ ท่ผี ู้ทำ� หน้าท่ีตรวจตรายา
ท่ีได้ข้ึนทะเบียนต�ำรับยาไปแล้วมีจ�ำนวนจ�ำกัด มีส่วนส�ำคัญต่อรูปแบบการข้ึนทะเบียน
ต�ำรับยา เชน่

2.1 การใชร้ ปู แบบการขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยา มีท้ังรูปแบบการข้ึนทะเบียนต�ำรับยา
แบบจดแจ้งหรือการขึ้นทะเบียนต�ำรับยาแบบท่ีต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ
เง่ือนไขท่ีก�ำหนดในกฎกระทรวง

2.2 การกำ� หนดวา่ ยาใดควรใชม้ าตรการขนึ้ ทะเบยี นกอ่ น เชน่ การกำ� หนดใหย้ าท่ี
ผลิตหรือปรุงข้ึนตามต�ำรับนอกต�ำรายาฟาร์มาโคเปียหรือต�ำรายาท่ีประกาศ ต้องมาข้นึ
ทะเบยี นตำ� รบั ยา ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากการกำ� หนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั กิ ารขายยา พ.ศ. 2493
ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2505 เมอ่ื ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั กิ ารขายยา (ฉบบั ท่ี 5) พ.ศ. 2505 ก็
กำ� หนดใหข้ นึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาไมว่ า่ จะผลติ หรอื ปรงุ ตามตำ� รบั ปรุงนอกต�ำราฟาร์มาโคเปีย
หรอื ตำ� ราใด ๆ กต็ าม ตอ่ มาเมอ่ื วางระบบการขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาใหมซ่ ง่ึ ใหข้ นึ้ ทะเบยี นตำ� รบั
ยาแบบท่ตี อ้ งปฏบิ ัตติ ามหลักเกณฑ์ วธิ ีการและเง่อื นไขท่ีกำ� หนดในกฎกระทรวง การขน้ึ
ทะเบียนต�ำรับยาก็กลับมาใช้วิธีให้ใช้กับยาท่ีมีช่ือหรือต�ำรับยาอยู่นอกต�ำรายาท่ีรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศ เพราะไมส่ ามารถข้นึ ทะเบยี นตำ� รับยาไดท้ นั ตอ่ มามี
การแกไ้ ขกฎหมายโดยพระราชบัญญัตยิ า (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2522 ก็กลบั มาให้ขน้ึ ทะเบียน
ตำ� รบั ยาทง้ั ในและนอกตำ� รายาทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศ

2.3 การกำ� หนดอายขุ องทะเบยี นตำ� รบั ยา เหน็ ไดจ้ ากชว่ งทใ่ี หจ้ ดแจง้ กอ่ นมพี ระ
ราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. 2510 เมอ่ื จดแจง้ แลว้ จะใชท้ ะเบยี นนน้ั ไดต้ ลอดไปจนกวา่ จะถกู สงั่ หา้ ม
ขายหรือถกู สั่งเพิกถอนทะเบียนต�ำรับยา ตอ่ มากำ� หนดอายุทะเบียนตำ� รบั ยาไว้ 5 ปี คอื
ช่วงตง้ั แตม่ ีพระราชบัญญัตยิ า พ.ศ. 2510 ไปจนถึงกอ่ นพระราชบญั ญตั ิยา (ฉบบั ท่ี 3)
พ.ศ. 2522 ใชบ้ ังคับ จากนัน้ จงึ แกไ้ ขกฎหมายขน้ึ ใหม่โดยพระราชบญั ญัตยิ า (ฉบับท่ี 3)
พ.ศ. 2522 มาตรา 46 ก�ำหนดไว้ว่าใบส�ำคัญการขึ้นทะเบียนต�ำรับยาท่ีได้ออกให้ก่อน
วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ (14 พฤษภาคม พ.ศ. 2522) ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะ
ส้ินอายุท่ีก�ำหนดไว้ในใบส�ำคัญการขึ้นทะเบียนต�ำรับยานั้น ส�ำหรับทะเบียนต�ำรับยาท่ี
ได้ใหม่ก็จะใช้ได้ตลอดไป ไม่มีอายุทะเบียนต�ำรับยาและมีการแก้ไขกฎหมายอีกครั้งดัง

หนงั สือทรี่ ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 59

ท่ีปรากฏในพระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2562 ซงึ่ กำ� หนดใหท้ ะเบยี นตำ� รบั ยามอี ายุ
7 ปี นบั แตว่ นั ทอ่ี อกใบสำ� คญั การขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยา

2.4 การกำ� หนดใหต้ อ่ อายทุ ะเบยี นตำ� รบั ยาเปน็ ชว่ งเวลา ภายหลังการบงั คบั ใช้
พระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2522 ซง่ึ กำ� หนดใหท้ ะเบยี นตำ� รบั ยาทไ่ี ดข้ นึ้ ทะเบยี น
ต�ำรับยาไว้แล้วสามารถใช้ได้ตลอดไป เม่ือต้องการกลับมาให้ต่ออายุทะเบียนต�ำรับยา
อกี ครงั้ ในขณะทจ่ี ดั ทำ� รา่ งพระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 6) กพ็ บวา่ มที ะเบยี นตำ� รบั ยาจำ� นวน
มาก หากทะเบยี นตำ� รบั ยาหมดอายลุ งพรอ้ มกนั ในคราวเดยี วจงึ อาจทำ� ใหต้ อ่ อายทุ ะเบยี น
ต�ำรับยาไม่ทัน ในช่วงแรกจึงก�ำหนดให้ทะเบียนต�ำรับยาท่ีมีอยู่ก่อนหน้าค่อยทยอยหมด
อายลุ ง เมอ่ื ครบ 5 ปี 7 ปี และ 9 ปี นบั แตว่ นั ทพ่ี ระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2562
ใชบ้ งั คบั การกำ� หนดชว่ งตอ่ อายทุ ะเบยี นตำ� รบั ยานย้ี งั สง่ ผลใหผ้ ปู้ ระกอบการมเี วลาเตรยี ม
การและทบทวนรายการยาทจ่ี ะยน่ื ขอขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยา

ทะเบยี นกอ่ นปี 2540 5 ปี พระราชบัญญตั ยิ า (ฉบับท่ี 6)
7 ปี พ.ศ.2562 มาตรา 16
ทะเบียนปี 2540-2550
9 ปี
ทะเบยี นปี 2551 -
วนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562 7 ปี

ทะเบียนตัง้ แต่ พระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ.2510 มาตรา 86/2 ซึ่งเพ่ิมเตมิ โดย
วันท่ี 13 ตุลาคม 2562 พระราชบัญญัตยิ า (ฉบับท่ี 6) พ.ศ.2562

13 ตุลาคม 12 ตุลาคม 12 ตุลาคม 12 ตลุ าคม
2562 2567 2569 2571

รปู ท่ี 1 วนั สน้ิ สดุ อายทุ ะเบยี นตำ� รบั ยาทไี่ ดร้ บั กอ่ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ที่ 6) พ.ศ. 2562 ใชบ้ งั คบั

2.5 การกำ� หนดคา่ ใชจ้ า่ ยซงึ่ เรยี กเกบ็ กบั ผปู้ ระกอบการในสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั

ทะเบยี นตำ� รบั ยา การขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยามคี า่ ใชจ้ า่ ยทภ่ี าครฐั จะตอ้ งดำ� เนนิ การเพ่ือใหก้ าร
ขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยามปี ระสทิ ธภิ าพ และมคี วามรวดเรว็ ขนึ้ จงึ มกี ารกำ� หนดคา่ ใชจ้ า่ ยทจ่ี ะจดั
เกบ็ ได้ ตามพระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ.2562 เพ่ือเปน็ คา่ ตอบแทนผเู้ ชย่ี วชาญ
องคก์ รผเู้ ชย่ี วชาญ คา่ ใชจ้ า่ ยในการพัฒนาศักยภาพหนว่ ยงานและเจา้ หนา้ ท่ี เพ่ือพัฒนา
ระบบงานท่ีเก่ียวข้องกับกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา และเพ่ิมประสิทธิภาพในการ
ด�ำเนินการ ค่าใช้จ่ายอ่ืนท่ีเก่ียวข้องและจ�ำเป็นเก่ียวกับการด�ำเนินกระบวนการพิจารณา
อนุญาตยา การก�ำหนดค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้องกับการข้ึนทะเบียนต�ำรับยายังส่งผลให้ผู้ขอ
ขึ้นทะเบียนต�ำรับยาต้องพิจารณาว่าต�ำรับใดเกิดความคุ้มค่าเพียงพอในการข้ึนทะเบียน

ตำ� รบั ยา จงึ อาจลดจำ� นวนตำ� รบั ยาทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ ซง่ึ มาขอขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาได้

60 กันยายน พ.ศ.2564

3. ข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ เดิมการต่ออายุทะเบียนต�ำรับยาจากร่าง
พระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... ทผ่ี า่ นคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี 10) กำ� หนด
ใหท้ ะเบยี นตำ� รบั ยามอี ายุ 5 ปี แตผ่ ปู้ ระกอบการดา้ นการผลติ ยาหรอื นำ� เขา้ ยาซง่ึ มที ะเบยี น
ต�ำรับยาร้องขอให้ทะเบียนต�ำรับยามีอายุ 10 ปี เน่ืองจากการขึ้นทะเบียนต�ำรับยา
การตอ่ อายทุ ะเบยี นตำ� รบั ยา มคี า่ ใชจ้ า่ ยท่เี ก่ียวขอ้ งค่อนข้างมาก หากทะเบียนต�ำรับยา
มีอายุสั้นเกนิ ไปกจ็ ะส่งผลตอ่ ตน้ ทนุ ราคายาในประเทศได้ ซงึ่ ทำ� ให้ผบู้ รโิ ภคหรอื ประชาชน
ตอ้ งประสบปญั หากบั ยาราคาแพง อาจทำ� ใหไ้ มส่ ามารถเขา้ ถงึ ยาได้ ทา้ ยทส่ี ดุ แลว้ จงึ มกี าร
ประนปี ระนอมพบกนั ประมาณครง่ึ ทางสง่ ผลใหภ้ าคอตุ สาหกรรมยายอมรบั ทะเบยี นตำ� รบั
ยาซง่ึ มอี ายุ 7 ปี ดงั ทป่ี รากฏในพระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2562 นอกจากนย้ี งั
สนับสนุนให้แสดงเลขท่ีค�ำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรท่ีประกาศโฆษณาแล้วตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยสทิ ธบิ ตั ร เนอ่ื งจากไมต่ อ้ งการละเมดิ สทิ ธบิ ตั รยารายอน่ื

4. กรอบกตกิ า หรอื มาตรฐานจากประเทศ กรณนี ม้ี ผี ลในระดบั กฎหมายลำ� ดบั
รองมากกวา่ จะมผี ลตอ่ กฎหมายในระดบั พระราชบญั ญตั ิ โดยเฉพาะมผี ลตอ่ การเตรยี มตวั
ของสถานประกอบการดา้ นยา หรอื การเตรยี มเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทะเบยี นตำ� รบั ยา เชน่
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทด่ี ใี นการผลติ ยา (Good Manufacturing Practice หรอื GMP) ซง่ึ
ในระยะแรกเม่ือปี พ.ศ. 2521 น้ันได้อาศัยแนวทางจากองค์การอนามัยโลก การผลิตยา
ตามแนวทางมาตรฐานการผลิตยาของสหภาพยุโรป (Pharmaceutical Inspection
Co-operation Scheme หรอื GMP PIC/s) การขอขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาใหม่ (new drugs)
การขนึ้ ทะเบยี นยาชวี วตั ถุ การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงของกลมุ่ ประเทศอาเซยี น

มาตรการทางกฎหมายซึ่งเก่ียวข้องกับการขึ้นทะเบียนต�ำรับยา โดยเฉพาะ
กฎหมายในระดับพระราชบัญญัตินั้นจะมีความเก่ียวข้องกับสภาพทางสังคมในขณะนั้น
การระบาดของยาปลอม กำ� ลงั คนและศกั ยภาพของเจา้ หนา้ ทซ่ี ง่ึ ดแู ลเรอ่ื งทะเบยี นตำ� รบั ยา
และขอ้ เรยี กรอ้ งของผปู้ ระกอบการ สว่ นขอ้ เรยี กรอ้ งของภาควชิ าการหรอื ภาคประชาชน
มกั จะเกย่ี วขอ้ งในขนั้ ตอนการทบทวนทะเบยี นตำ� รบั ยา การเพิกถอนทะเบยี นตำ� รบั ยาจงึ ยงั
ไมก่ ลา่ วถงึ ในทน่ี ้ี

เอกสารอา้ งองิ

1. กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127. ราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี 25 (ลงวันท่ี 1 มิถุนายน 2451).

2. พระราชบญั ญตั กิ ารขายยา พ.ศ. 2493. ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ท่ี 67, ตอนท่ี 71
(ลงวันท่ี 26 ธนั วาคม 2493).

3. พระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพิ่มเตมิ กฎหมายลักษณะอาญา (ฉบับท่ี 11) พ.ศ. 2485.
ราชกิจจานเุ บกษา. เล่มท่ี 59, ตอนท่ี 25 (ลงวันท่ี 10 เมษายน 2485).

4. พระราชบัญญัติควบคมุ การขายยา พ.ศ. 2479. ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่มท่ี 54
(ลงวนั ท่ี 26 เมษายน 2480).

5. พระราชบญั ญัตยิ า พ.ศ. 2510. ราชกิจจานเุ บกษา. เล่มท่ี 84, ตอนท่ี 101
(ลงวันท่ี 20 ตุลาคม 2510).

6. พระราชบัญญัตยิ า (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2522. ราชกจิ จานุเบกษา. เล่มท่ี 96, ตอนท่ี 79
(ลงวนั ท่ี 13 พฤษภาคม 2522).

หนงั สือทีร่ ะลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 61

7. พระราชบัญญัติยา (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2562. ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ ท่ี 136, ตอนท่ี 50 ก
(ลงวันท่ี 13 พฤษภาคม 2522).

8. สำ� นกั นายกรัฐมนตรี. ร่างพระราชบัญญัติยา (ฉบับท่ี ...) พ.ศ. .... . หนังสอื ถึงประธานสภา
นติ บิ ญั ญัติแห่งชาติ ท่ี นร 0503/42438 (ลงวนั ท่ี 25 ตุลาคม 2561).

9. ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา. รายงานการประชุมสภานิตบิ ัญญัตแิ ห่งชาติ คร้งั ท่ี 91/2561
วันศุกร์ท่ี 28 ธันวาคม 2561 [อนิ เทอร์เนต็ ]. (ม.ป.ท.). [เข้าถงึ เม่อื 16 พฤศจกิ ายน 2564].
เข้าถงึ ได้จาก https://dl.parliament.go.th/handle/lirt/547793.

10. ส�ำนกั เลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา. รายงานของคณะกรรมาธิการวสิ ามญั พิจารณารา่ งพระราช
บัญญัติยา (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... สภานิติบญั ญัติแห่งชาติ (17 มกราคม 2562) [อนิ เทอร์เนต็ ].
(ม.ป.ท.). [เขา้ ถึงเม่อื 16 พฤศจกิ ายน 2564]. เข้าถึงไดจ้ าก https://dl.parliament.go.th/
handle/lirt/539402

11. สำ� นักเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร. “ร่างพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2492”
ใน รายงานการประชมุ สภาผู้แทนราษฎร คร้งั ท่ี 12 วันท่ี 29 ธันวาคม 2492.
กรงุ เทพฯ: สำ� นักเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร; 2492.

12. อญั ชลี จติ รกั นที และคณะ. “การคัดเลอื กยา” ใน ระบบยาของประเทศไทย 2563. นนทบุรี:
สถาบนั วิจัยระบบสาธารณสุข; 2564.

62 กนั ยายน พ.ศ.2564

หนงั สือท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 63

10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

วิวัฒนาการการผลิตยาชีววัตถุ
ในประเทศไทย

ศ.(พิเศษ) ดร. ภญ. สุมนา ขมวลิ ัย

สถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน)
E-mail: [email protected]

ยาชวี วตั ถมุ ปี ระวตั กิ ารคน้ พบมายาวนานตงั้ แตศ่ ตวรรษท่ี 10 ทช่ี าวจนี พยายาม
หาวธิ ีสรา้ งภูมคิ ุ้มกันตอ่ ไข้ทรพิษ จนใน พ.ศ. 2339 Edward Jenner สงั เกตพบวา่ คน
เล้ยี งววั ท่เี คยตดิ เช้อื ฝดี าษวัว (cowpox) จะไม่ปว่ ยเป็นไขท้ รพิษ (small pox) เขาจึง
ลองเอาหนองของคนทก่ี ำ� ลงั ปว่ ยดว้ ยโรคฝดี าษววั (cowpox) สะกดิ ทผ่ี วิ หนงั ทแ่ี ขนของ
James Phipps ท�ำให้ไม่ติดโรคไข้ทรพิษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2346 Edward Jenner เรยี ก
วิธปี ้องกันโรคน้วี ่า “vaccine” ซึ่งมาจากภาษาลาตนิ “vacca” ท่ีแปลว่าวัว บทความน้จี ะ
กล่าวถึงความหมายของยาชีววัตถุ ความรู้ทั่วไปเก่ียวกับประเภทวัคซีนและขั้นตอนการ
พัฒนาวคั ซนี หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทม่ี บี ทบาทสำ� คญั ในการผลกั ดนั การวจิ ยั พัฒนายาชวี วตั ถุ
“ยาชีววัตถุ”1 หมายถึง สารก่อภูมแิ พ้ แอนตเิ จน วคั ซีน ฮอร์โมน ไซโตไคน์
เอนไซม์ ผลติ ภณั ฑจ์ ากเซลลต์ ้นก�ำเนดิ ผลิตภัณฑ์จากเน้อื เย่ือ ผลติ ภัณฑท์ ่ีไดจ้ ากเลือด
หรอื พลาสมาของมนษุ ย์ เซร่มุ อมิ มูโนโกลบลู นิ โมโนโคลนอลแอนตบิ อดี ผลติ ภณั ฑท์ ่ไี ด้
จากการหมัก หรือจากดีเอ็นเอสายผสม สารช่วยในการพิเคราะห์โรคท่ีใช้โดยตรงกับ
มนุษยห์ รอื สัตว์ หรอื ยาแผนปัจจุบนั ท่ผี ลติ โดยกระบวนการตอ่ ไปน้ี เช่น การเพาะเล้ยี ง
จลุ นิ ทรยี ์ หรือเซลลช์ ั้นสูง การสกดั สารจากเน้อื เย่อื สิ่งมีชีวติ ทง้ั มนุษย์ สตั ว์ และพืช
เทคนิคดีเอ็นเอสายผสม เทคนิคการผสมต่างพันธุ์ (hybridoma technique) การ
ขยายพันธุ์จุลนิ ทรียใ์ นตัวออ่ นหรือในสตั ว์ หรอื กระบวนการอ่นื ๆ ตามท่ีรัฐมนตรีประกาศ

64 กันยายน พ.ศ.2564

วคั ซนี ประกอบดว้ ยสารกระตนุ้ ระบบภมู คิ ุม้ กนั เรียกวา่ “แอนติเจน” และสารอ่นื ๆ ไดแ้ ก่
สารเสรมิ ฤทธิ์ (adjuvants) สารกนั เสยี และของเหลวสำ� หรบั แขวนตะกอน แอนติเจน
ท�ำให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อเช้ือโรค สารพิษ หรือชีวโมเลกุลก่อโรค เพ่ือป้องกันโรคหรือ
บรรเทาความรุนแรงของโรค สารเสริมฤทธ์ิเป็นตัวช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น เช่น
เกลืออะลูมเิ นยี ม ส่วนของเหลวแขวนตะกอนอาจเปน็ น�ำ้ หรือน�ำ้ เกลือ

ประเภทของวัคซีน

1. วคั ซนี เชอ้ื ตาย (Inactivated vaccines) 65
เตรียมได้จากการน�ำเช้ือโรคหรือจุลินทรีย์ท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกับเช้ือโรคมา
ทำ� ลายดว้ ยความรอ้ นหรือสารเคมี เชน่ วคั ซนี ปอ้ งกันโรคไอกรน วคั ซีนป้องกันโรคไวรสั
ตับอักเสบเอ วคั ซนี ป้องกนั โรคพิษสนุ ัขบ้าชนิดเซลล์ วัคซีนป้องกนั COVID-19 ของ
บริษัท Sinopharm (Covilo®) และของบริษัท Sinovac (CoronaVac®) และของบรษิ ัท
Bharat (Covaxin®) ข้อดคี อื มีความปลอดภัย ขอ้ เสียคือ ต้องฉีดกระตุน้ หลายคร้งั
ส่วนของเช้ือท่ไี ม่กระต้นุ ภมู ิคมุ้ กันอาจกอ่ ใหเ้ กดิ อาการไมพ่ ึงประสงคไ์ ด้

2. วคั ซนี เชอ้ื เปน็ แตอ่ อ่ นฤทธ์ิ (Live-attenuated vaccines)
เป็นการน�ำเช้ือโรคหรือจุลินทรีย์ท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกับเช้ือโรค มาลดความ
รุนแรงของการก่อโรคลงจนไม่สามารถก่อโรคได้ ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรควัณโรค
(วัคซีนบีซีจี) หัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) และวัคซีนโปลิโอชนิดกิน ข้อดีคือ
สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันระยะยาวได้ ข้อเสียคือ เช้ืออาจกลายพันธ์ุกลับมาเป็นเช้ือท่ีก่อ
โรครุนแรงได้ วัคซีนชนิดน้ีจึงไม่เหมาะกับผู้ท่ีมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

3. วคั ซนี ทอ็ กซอยด์ (Toxoid vaccines)
เปน็ การท�ำให้พิษ (toxin) ของเช้อื โรคหมดพิษ ได้สารท่เี รียกวา่ “ทอ็ กซอยด์
(toxoid)” หรืออาจเปน็ exotoxins ท่หี ล่งั จากเช้อื แบคทเี รยี มพี ิษออ่ น ไมก่ ่อให้เกิดโรค
แต่สามารถสร้างภมู ิคุม้ กันโรคได้ เช่น วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (Diphtheria) บาดทะยัก
(Tetanus) ข้อดคี อื วัคซีนค่อนข้างปลอดภัย ข้อเสยี คือทำ� ใหเ้ กิดภมู ิคุม้ กันระยะส้นั ต้อง
ฉดี กระตนุ้ ซำ�้ เปน็ ระยะ

หนงั สอื ท่รี ะลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย)

4. วคั ซนี หนว่ ยยอ่ ย (Subunit vaccines)
เปน็ วคั ซนี ทอ่ี าจเปน็ โปรตนี หรอื พอลแิ ซคคาไรด์ ผลติ โดยการแยกบางสว่ นของ
เชอ้ื โรคทส่ี ามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ไดด้ ี วคั ซนี ประเภทนอ้ี าจตอ้ งอาศัย adjuvant หรอื
การนำ� ไปรวมกบั โปรตนี หรอื ทอ็ กซอยดบ์ างชนดิ เพ่ือเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการกระตนุ้ ภมู คิ มุ้
กนั ของรา่ งกาย เชน่ เปลอื กสว่ นแคปซลู พอลแิ ซค็ คาไรด์ (polysaccharide capsule)
ของเชอ้ื ฮบิ (Hib, Haemophilus influenzae type b) ผนกึ กบั ทอ็ กซอยดข์ องเชอ้ื คอตบี
หรอื เชอ้ื บาดทะยกั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคไวรสั ตบั อกั เสบบี
5. วคั ซนี ไวรลั เวกเตอร์ (Viral vector vaccines)
เป็นวัคซีนท่ีใช้เช้ือไวรัสเป็นพาหะในการน�ำส่งแอนติเจน โดยมีการดัดแปลง
พันธกุ รรมใหเ้ ปน็ ไวรสั ทไ่ี มส่ ามารถแบง่ ตวั (non-replicating virus) เชน่ ใช้ adenovirus
น�ำส่งยนี ท่สี ร้างโปรตีนหนาม (spike protein) ของเช้อื SARS-CoV-2 เพ่ือใหร้ า่ งกาย
สรา้ งแอนตบิ อดีตอ่ โปรตีนหนาม ข้อดคี อื ผลติ ได้งา่ ย เรว็ ราคาไมแ่ พง ข้อจำ� กัดคือ
ประสบการณ์การใชว้ ัคซีนชนดิ น้ยี ังมนี อ้ ย เช่น วคั ซนี ของ AstraZeneca/Oxford ท่ใี ช้
Chimpanzee adenovirus (ChAdO), Johnson& Johnson ใช้ Human adenovirus 26,
Sputnik V ของ Gamaleya research institute ใช้ Human adenovirus 5 และ 26,
CansinoBio ใช้ Human adenovirus 5
6. วคั ซนี ชนดิ เอม็ อารเ์ อน็ เอ (mRNA Vaccines)
เปน็ วัคซีนท่ีใช้รหัสพันธุกรรมชนดิ messenger RNA (mRNA) เชน่ วัคซนี
ของ Pfizer/BioNTech และ Moderna ทใ่ี ช้ mRNA โปรตนี หนามของเชอ้ื SARS-CoV-2
เม่ือฉดี เข้าไปในรา่ งกาย mRNA จะเกิดการแปลรหัสสรา้ งโปรตีน (translation) ออกมา
เพ่ือไปกระต้นุ รา่ งกายใหส้ รา้ ง anti-spike protein antibodies เพ่ือป้องกันโรค
COVID-19 แมว้ า่ จะเปน็ วคั ซนี ทผ่ี ลติ งา่ ย แตป่ ระสบการณใ์ นการผลติ ยงั นอ้ ยและวคั ซนี มี
ขอ้ จำ� กดั เรอ่ื งความคงสภาพเนอ่ื งจาก mRNA มคี วามไวตอ่ สภาวะแวดลอ้ มมาก ดงั นนั้
ดา้ นการพัฒนาสตู รตำ� รบั จงึ ใชร้ ะบบนำ� สง่ ทเ่ี ปน็ lipid nanoparticle เขา้ มาชว่ ยเปน็
ระบบนำ� สง่ mRNA
7. วคั ซนี ชนดิ ดเี อน็ เอ (DNA Vaccines)
เป็นวัคซีนท่ีใช้ช้ินส่วนของรหัสพันธุกรรมท่ีเป็นชนิด DNA ของเช้ือไวรัสท่ี
ต้องการ เมอ่ื ฉดี เขา้ สรู่ า่ งกายจะสามารถกระตนุ้ ใหส้ รา้ งภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคนนั้ เชน่ ZyCoV-D
โดยบรษิ ทั Zydus Cadila ประเทศอนิ เดยี
8. Virus Like Particles (VLP) Vaccines)
Virus Like Particles (VLP) เปน็ โมเลกลุ ขนาดเลก็ มากทเ่ี ลยี นแบบลกั ษณะ
ไวรสั โดยไมท่ ำ� ใหเ้ กดิ โรค แตม่ ปี ระสทิ ธภิ าพเลยี นแบบเหมอื นไวรสั จรงิ ทก่ี ระตนุ้ ใหร้ า่ งกาย
สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั VLP อาจเปน็ โปรตนี หนง่ึ หรอื หลายตวั จบั กนั หลาย ๆ ชนั้ โดยมเี ปลอื กนอก
เปน็ ไขมนั (lipid envelope) เชน่ HPV vaccine, Hep. Vaccine, Malaria vaccine

66 กนั ยายน พ.ศ.2564

การวจิ ยั และพัฒนาวคั ซนี

R&D Pre- Phase Phase Phase BLA Phase
Clinial 1 2 3 Submitted to 4

FDA

ในปจั จบุ นั การวจิ ยั และพัฒนาวคั ซนี แบง่ เปน็ 2 ระยะ ดงั น้ี 67

1. การศกึ ษาทไ่ี มใ่ ชก่ ารศกึ ษาทางคลนิ กิ (Pre-clinical phase) มขี น้ั ตอนดงั น้ี

• การศกึ ษากลไกการเกดิ โรค
• การคน้ ควา้ หาแอนตเิ จนทก่ี ระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั เพ่ือปอ้ งกนั โรค
• การพัฒนากระบวนการผลติ และวธิ กี ารทดสอบทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
• การผลติ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและการทดสอบในสตั วท์ ดลอง

ในขัน้ ตอนน้ีจะมีการทดสอบในสตั ว์ทดลองหลาย ๆ ขนาดเพ่ือศึกษาความแรง
(potency) ทม่ี ผี ลตอบสนองตอ่ ภมู คิ มุ้ กนั (immunogenicity) ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั โดยไมเ่ กดิ
อาการเปน็ พิษ (toxicity) และศกึ ษาคณุ ลกั ษณะเฉพาะของวคั ซนี (characterization) ทไ่ี ม่
เกดิ การเปลย่ี นแปลง รวมทงั้ ศึกษาสารปรงุ แตง่ อน่ื ๆ เชน่ adjuvant, excipients

2. การศกึ ษาทางคลนิ กิ (Clinical phase) มขี น้ั ตอนดงั น้ี
การผลติ วัคซนี ในโรงงานกงึ่ อุตสาหกรรมเพ่ือทำ� การศึกษาในมนุษย์ ต้องผา่ น
การอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โดยการศึกษาแบ่งเป็นระยะ
ตา่ ง ๆ ดงั น้ี

• การศึกษาทางคลนิ กิ ระยะท่ี 1 ใชอ้ าสาสมคั รสขุ ภาพดี 20–100 คน เพ่ือ
ศึกษาความปลอดภยั (safety) อาการขา้ งเคยี ง (side effects) โดยทำ� การทดสอบวคั ซนี
หลายขนาด

• การศกึ ษาทางคลนิ กิ ระยะท่ี 2 ใชอ้ าสาสมคั รสขุ ภาพดไี มต่ ำ�่ กวา่ 100 คน
(ประมาณ 300-3,000 คน) เพ่ือศกึ ษาประสทิ ธภิ าพ (efficacy) อาการขา้ งเคยี งของขนาด
วคั ซนี ทใ่ี ชว้ า่ มผี ลตอ่ การตอบสนองของการเสรมิ สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั (immune response) ดี
มคี วามปลอดภยั โดยศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ทไ่ี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี (placebo group)

• การศกึ ษาทางคลนิ กิ ระยะท่ี 3 ศึกษาในอาสาสมคั รอายุ 18-59 ปี จำ� นวนมาก
(ประมาณพันถงึ หมน่ื คน) จากหลายภมู ภิ าคทว่ั โลก โดยศกึ ษาประสทิ ธภิ าพ และอาการขา้ ง
เคยี งของขนาดวคั ซนี เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ทไ่ี มไ่ ดร้ บั วคั ซนี

การอนมุ ตั ทิ ะเบยี นตำ� รบั วคั ซนี และการทำ� lot release
การอนมุ ัตวิ ัคซนี แบบใช้ในกรณฉี กุ เฉนิ (Emergency use authorization,
EUA)
การอนุมัติวัคซีนแบบใช้ในกรณีฉุกเฉินต้องได้รับการพิจารณาจากส�ำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยา่ งเรง่ ดว่ น จะตอ้ งมขี อ้ มลู การศกึ ษาความปลอดภยั
อาการขา้ งเคยี ง ประสทิ ธภิ าพ จากผลการศึกษาในมนษุ ยร์ ะยะท่ี 3 โดยผผู้ ลติ ตอ้ งสง่ ผล
การพิจารณา EUA ขององคก์ ารอนามยั โลก (WHO) ใหอ้ ย.ดว้ ย หากอย.อนมุ ตั จิ ะเปน็ การ
อนมุ ตั แิ บบมเี งอ่ื นไข ซง่ึ ผไู้ ดร้ บั อนญุ าต หรอื ผจู้ ดั จำ� หนา่ ยตอ้ งเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ความ
ปลอดภยั มขี อ้ มลู risk based basis เพียงพอ ขอ้ มลู อาการขา้ งเคยี ง ประสทิ ธภิ าพ
ประสทิ ธผิ ลและขอ้ มลู อน่ื ๆ ของการใชว้ คั ซนี ครบจนกวา่ จะไดร้ บั อนมุ ตั ทิ ะเบยี นตำ� รบั จรงิ
จากอย.ตอ่ ไป

หนังสอื ที่ระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย)

การอนมุ ตั วิ คั ซนี ในกรณปี กติ

ตอ้ งยน่ื ขออนมุ ตั ทิ ะเบยี นตำ� รบั กบั อย.โดยสง่ ขอ้ มลู ทงั้ หมดตามแบบ Common
Technical Dossier (CTD) หรอื ASEAN CTD มขี อ้ มลู การศกึ ษาความปลอดภยั อาการ
ขา้ งเคยี ง มกี ารประเมนิ ความเสย่ี งในระบบการบรหิ ารการผลติ ตาม risk based basis ท่ี
ระบใุ น CMC ของ dossier มขี อ้ มลู ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล หากวคั ซนี ทข่ี ออนมุ ตั ทิ ะเบยี น
ไดร้ บั การอนมุ ตั จิ าก WHO ตาม WHO-PQ ในตา่ งประเทศแลว้ ใหน้ ำ� เอกสารมายน่ื ดว้ ย
เมอ่ื ไดร้ บั อนมุ ตั ทิ ะเบยี นตำ� รบั จากอย. ผผู้ ลติ จงึ สามารถผลติ วคั ซนี ออกจำ� หนา่ ยได้

การทำ� lot release
วคั ซนี ทกุ รนุ่ ทผ่ี ลติ ตอ้ งสง่ ตวั อยา่ งพรอ้ มขอ้ มลู การผลติ (summary protocol)
ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ (summary testing protocol) รวมท้ังส่งผลวิเคราะห์
(Certificate of Analysis) ใหส้ ถาบนั ชวี วตั ถุ กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยต์ รวจสอบและ
ประเมนิ คณุ ภาพ เพ่ือออกใบวเิ คราะห์ lot release ใหก้ อ่ นจงึ จะจำ� หนา่ ยวคั ซนี ได้

ตัวอย่างหน่วยงานท่ีมีบทบาทส�ำคัญในการผลักดันการวิจัยและพั ฒนายาชีววัตถุใน
ประเทศไทย

สภากาชาดไทย (The Thai Red Cross Society)

สภากาชาดไทย เริ่มต้นในปี พ.ศ.2378 ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว มีการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษครั้งแรกเม่ือวันท่ี 2 ธันวาคม พ.ศ. 2378 โดย
หมอบลดั เลย์ (Dr.Dan Beach Bradley) เปน็ ผนู้ ําพันธหุ์ นองฝจี ากประเทศสหรฐั อเมรกิ า
มาเผยแพร่ กวา่ รอ้ ยปที ผ่ี า่ นมาสภากาชาดไทยมบี ทบาทสำ� คญั ในการพัฒนายาชวี วตั ถใุ ห้
กบั ประเทศ ตง้ั แตเ่ รอ่ื งการทำ� พันธห์ุ นองฝโี ดยหมอบลดั เลยใ์ นปี พ.ศ. 2385 การทำ� เซรมุ่
ส�ำหรับรักษาโรคของสัตว์พาหะต่าง ๆ ในพ.ศ. 2446 การจัดต้ังสถานท่ีด�ำเนินการฉีด
วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคกลวั นำ�้ “ปาสตรุ ะสภา” ในพ.ศ. 2456 ดว้ ยความชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ จาก
สถานปาสเตอร์แหง่ ประเทศฝรั่งเศส ซ่ึงต่อมาเปล่ยี นช่อื เป็น “สถานปาสเตอร์” ตามช่อื
ของหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ผู้ค้นพบวัคซีนป้องกันโรคกลัวน�้ำ มีการโอน
สถานปาสเตอร์ให้สภากาชาดไทยเป็นผู้ด�ำเนินการทั้งหมด พ.ศ. 2463 มีการก่อสร้าง
“ตกึ สภานายกิ า” ซง่ึ ตอ่ มาชอ่ื วา่ “สถานเสาวภา” พ.ศ. 2475 ไดย้ กเลกิ การผลติ วคั ซนี และ
เซรมุ่ สำ� หรบั สตั ว์ แตเ่ พิ่มการผลติ วคั ซนี และเซรมุ่ สำ� หรบั มนษุ ย์

พ.ศ. 2477 แผนกวัคซนี ไดผ้ ลิตวคั ซนี ต่าง ๆ เช่น วัคซนี ป้องกนั อหวิ าตกโรค
วัคซนี ปอ้ งกนั ไทฟอยด์ วคั ซีนป้องกันกาฬโรค วัคซีนป้องกนั โรคพิษสนุ ขั บ้า แผนกเซร่มุ
มีการผลิตเซรุ่มส�ำหรับดิฟทีเรียและบาดทะยัก ต่อมาผลิตเซรุ่มแก้พิษงู และเริ่มผลิต
วคั ซีนบีซีจใี น พ.ศ. 2496 ซึ่งไดร้ ับการรบั รองจาก WHO ในเดอื นกรกฎาคม พ.ศ. 2497
และตงั้ แตพ่ .ศ. 2530 เปน็ ตน้ มามกี ารเตรยี มนำ�้ ยาทเู บอรค์ ลู นิ สำ� หรบั ใชต้ รวจสอบวณั โรค
พ.ศ. 2546 สถานเสาวภาภายใต้การด�ำเนินงานของศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์
วศิ ิษฏ์ สติ ปรชี า และศาสตราจารยพ์ ิเศษ ดร. ภญ. สมุ นา ขมวลิ ยั มกี ารปรบั ปรงุ โรงงาน
ผลิตยาชีววัตถุจนไดร้ บั การรบั รองมาตรฐาน GMP แห่งแรกสำ� หรบั ผลติ ยาชีววัตถุและ
วัคซีนบีซีจีได้รับอนุมัติทะเบียนผลิตวัคซีนต�ำรับแรกจากอย. และในปีพ.ศ. 2548 หอ้ ง
ปฏบิ ตั กิ ารของสถานเสาวภาไดร้ บั การรบั รองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สำ� หรบั ตรวจ
วเิ คราะหย์ าชวี วตั ถแุ หง่ แรก จากกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ

พ.ศ. 2556 ศูนยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทยไดท้ ำ� สญั ญาถา่ ยทอด
เทคโนโลยีดา้ น Plasma fractionation จากบรษิ ัท Green Cross Corporation

68 กนั ยายน พ.ศ.2564

สาธารณรฐั เกาหลี เพ่ือผลติ ผลติ ภณั ฑจ์ ากพลาสมา และสามารถผลติ เพ่ือจำ� หนา่ ยในปี 69
พ.ศ. 2560 มผี ลติ ภณั ฑ์ 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ ALBUMIN 20 TRCS (Human albumin 20%),
IMMUNOGLOBULIN 5 TRCS (Human normal immunoglobulin for intravenous
administration 5%) และ FACTOR VIII TRCS (Human coagulation factor VIII)
พ.ศ. 2558 สถานเสาวภา สภากาชาดไทยนำ� Rabies vaccine bulk จาก
บรษิ ัท Liaoning Cheng Da Biotechnology Co., Ltd. (CDBIO) เมือง Shenyang
ประเทศจีนเพ่ือมาแบ่งบรรจุและท�ำแห้ง (lyophilization) เป็นวัคซีนป้องกันโรคพิษ
สุนัขบ้า (TRCS SPEEDA)

องคก์ ารเภสชั กรรม (Government Pharmaceutical Organization)

พ.ศ. 2497 เริ่มผลิตวัคซีนในนามโรงงานเภสัชกรรม วัคซีนชนิดแรกคือ
วัคซนี ปอ้ งกนั ไขท้ รพิษ (Smallpox vaccine) และเริม่ ผลติ วัคซนี ปอ้ งกนั โรคพิษสุนขั บา้
จากสมองแกะ (Rabies vaccine, Semple type) ท็อกซอยด์ป้องกันโรคคอตีบ
(Diphtheria toxoid) วคั ซนี ป้องกันโรคไอกรน (Pertussis vaccine) ท็อกซอยด์
ปอ้ งกันโรคคอตีบผสมวคั ซีนป้องกันโรคไอกรน พ.ศ. 2498 เริม่ ผลติ วัคซีนปอ้ งกันไข้
ไทฟอยดแ์ ละพาราไทฟอยด์ (Typhoid and paratyphoid vaccine) พ.ศ. 2501 เริม่
ผลติ วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคอหวิ าต์ (Cholera vaccine-CV) พ.ศ 2503 เรมิ่ ผลติ หนองฝแี หง้
ปอ้ งกันไข้ทรพิษ (Freeze-dried smallpox vaccine) พ.ศ. 2507 เริม่ ผลติ ท็อกซอยด์
ป้องกันโรคบาดทะยกั (Tetanus toxoid-T)

พ.ศ. 2509 โรงงานเภสัชกรรมได้เปล่ียนฐานะเป็นองค์การเภสัชกรรม
ดำ� เนินงานในรูปของรฐั วิสาหกจิ ภายใต้การดแู ลของกระทรวงสาธารณสขุ และมีการ
ผลติ วคั ซีนรวมป้องกนั โรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (Combined diphtheria
tetanus toxoids and pertussis vaccine-DTP) ในปี พ.ศ. 2515 รวมถงึ เร่มิ ผลิต
เซรมุ่ แก้พิษงูเห่า เซรุ่มแกพ้ ิษงูกะปะ และเซรุ่มแกพ้ ิษงแู มวเซาชนิดน�ำ้ พ.ศ. 2516 เริ่ม
ผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากสมองหนู (Suckling mouse brain rabies
vaccine) พ.ศ. 2531 เริ่มผลิตวัคซนี ปอ้ งกันโรคไข้สมองอักเสบเจอีจากสมองหนู ซ่งึ เป็น
ผลงานวิจยั ร่วมกบั กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยได้รบั การสนบั สนนุ ดา้ นวชิ าการจาก
RIKEN Institute ประเทศญป่ี นุ่ และเรม่ิ ผลติ เตตานสั แอนตทิ อ็ กซนิ (Tetanus antitoxin)
จากพลาสมามา้ พ.ศ 2534 เริม่ โครงการถ่ายคืนเลือดม้า (Plasmapheresis) ในม้าท่ีใช้
ในการผลิตเซรุ่มและแอนติทอ็ กซนิ พ.ศ. 2553 องค์การเภสัชกรรมมโี ครงการจดั ตง้ั
โรงงานผลติ วคั ซนี ปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญใ่ นระดบั อตุ สาหกรรม ซง่ึ ปจั จบุ นั โรงงานผลติ วคั ซนี
ชีววตั ถุ ต้งั อยทู่ ่ีต�ำบลทับกวาง จงั หวัดสระบรุ ี

บรษิ ทั องคก์ ารเภสชั กรรม-เมอรร์ เิ ออรช์ วี วตั ถุ จำ� กดั (GPO-MBP Co., Ltd.)
บรษิ ัท องคก์ ารเภสชั กรรม-เมอรร์ เิ ออรช์ วี วตั ถุ จำ� กดั (GPO-MBP) เปน็
บรษิ ัทยาทเ่ี ปน็ การรว่ มทนุ กนั ระหวา่ งภาครฐั และเอกชน เรม่ิ ผลติ วคั ซนี ใน พ.ศ. 2544 โดย
ผลติ Vero rabies vaccine และวคั ซนี โรคตบั อกั เสบเชนดิ บี เปน็ การผลติ ในระดบั ปลายนำ�้
นำ� เขา้ ผลติ ภณั ฑม์ าแบง่ บรรจุ ผลติ วคั ซนี สนบั สนนุ แผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของ
ประเทศ ปจั จบุ นั (พ.ศ. 2564) มผี ลติ ภณั ฑย์ าชวี วตั ถดุ งั น้ี วคั ซนี ปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญช่ นดิ
3 สายพันธ์ุ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2553 วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี
แบบตัดต่อพันธุกรรมได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO-Pre-
Qualification) โดยมชี อ่ื ทางการคา้ THAIJEV ผลติ และจำ� หนา่ ยในประเทศ และชอ่ื การคา้
IMOJEV รบั จา้ งผลติ ใหบ้ รษิ ัท ซาโนฟ่ ี ปาสเตอร์ จำ� กดั สง่ ออกไปยงั 14 ประเทศทวั่ โลก

หนังสอื ทีร่ ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย)

บรษิ ทั ไบโอเนท-เอเชยี จำ� กดั (BioNet-Asia Co., Ltd.)
บรษิ ัทไบโอเนท-เอเชยี จำ� กดั กอ่ ตงั้ โรงงานผลติ ชวี วตั ถใุ น พ.ศ. 2549 ตงั้ อยู่
ทน่ี คิ มอตุ สาหกรรม ไฮเทค จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เปน็ โรงงานผลติ ชวี วตั ถแุ หง่ แรก
ของเอกชนในประเทศไทย ได้ท�ำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันไอกรนแบบเด่ียวชนิด
ไร้เซลล์ และพ.ศ. 2559 ได้รับการอนุมัติจาก อย. ให้ผลิตวัคซีนไอกรนแบบเด่ียวชนิด
ไรเ้ ซลลแ์ บบรีคอมบิแนนท์ และวัคซีนรวมบาดทะยัก คอตีบ และไอกรนชนิดไร้เซลล์
แบบรคี อมบแิ นนท์ นอกจากนบ้ี รษิ ัทไบโอเนท-เอเชยี ไดล้ งทนุ รว่ มกบั ประเทศแอฟรกิ าใต้
เพ่ือวจิ ยั และพัฒนาวคั ซนี โรคเยอ่ื หมุ้ สมองอกั เสบ (Hib) ใน พ.ศ. 2547 บรษิ ัทไดถ้ า่ ยทอด
เทคโนโลยกี ารผลติ วคั ซนี โรคเยอ่ื หมุ้ สมองอกั เสบใหก้ บั ประเทศอนิ โดนเี ซยี ในพ.ศ. 2551
บรษิ ทั สยามไบโอไซเอนซ์ จำ� กดั (Siam Bioscience Co., Ltd.)
บรษิ ทั สยามไบโอไซเอนซ์ จำ� กดั กอ่ ตงั้ ขน้ึ ใน พ.ศ. 2552 โดยเปน็ พระราชปณธิ าน
ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
โดยมงุ่ หมายใหเ้ ปน็ โรงงานผลติ ยาชวี วตั ถตุ งั้ แตต่ น้ นำ�้ ถงึ ปลายนำ�้ เพ่ือประชาชนไทย โดย
มผี ลติ ภณั ฑห์ ลกั ทผ่ี ลติ คอื Epoetin alfa และ Filgrastim ในพ.ศ. 2563 สยามไบโอไซเอนซ์
ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิดไวรัลเวกเตอร์
Chimpanzee adenovirus (ChAdOx1) ต้ังแต่ต้นน�้ำจากบริษัทแอสตราเซนเนก้า-
มหาวทิ ยาลยั ออ็ กซฟ์ อรด์ สำ� หรบั ใชใ้ นประเทศไทยและเพ่ือสง่ ออกทวั่ โลก
สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ (National Vaccine Institute, NVI)
สถาบันวัคซนี แห่งชาตกิ อ่ ตง้ั ขึ้นเม่อื วนั ท่ี 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 โดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือเป็นหน่วยงานกลางด้านวัคซีนท่ีมีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการ
ด�ำเนนิ งาน ท�ำหน้าท่ใี นการบริหารจดั การด้านการวิจัย พัฒนาและผลิตวคั ซีน เพ่ือใหม้ ี
วคั ซีนใชอ้ ย่างเพียงพอในประเทศ รวมทัง้ ทำ� หน้าท่บี ริหารจัดการดา้ นวคั ซนี โดยประสาน
ความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชนทเ่ี กย่ี วขอ้ งทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ
รวมถงึ ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ศูนยพ์ ัฒนาขอ้ มลู และสรา้ งองคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมดา้ น
วคั ซนี และใหบ้ รกิ ารทางวชิ าการและฝกึ อบรมเพ่ือการพัฒนาบคุ ลากรดา้ นวคั ซนี

70 กนั ยายน พ.ศ.2564

การวจิ ยั พัฒนาและการผลติ วคั ซนี โควดิ 19 ในประเทศไทย (COVID-19 Vaccines
Development and Manufacturing in Thailand)
การวจิ ยั พัฒนาและการผลติ วคั ซนี โควดิ 19 ในประเทศไทย แสดงในตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 วคั ซนี โควดิ 19 ทก่ี ำ� ลงั พัฒนาและผลติ ในประเทศไทย

หนว่ ยงาน วคั ซนี แพลตฟอรม์ ชอ่ื วคั ซนี
บรษิ ัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำ� กดั Viral vector vaccine COVID-19 Vaccine AstraZeneca

องคก์ ารเภสชั กรรม Inactivated chimeric vaccine HXP–GPOVac
mRNA vaccine Chula-Cov19
ศูนยว์ จิ ยั วคั ซนี คณะแพทยศาสตร์ Subunit vaccine Baiya SARS-CoV-2 Vax 1
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

บรษิ ัท ใบยาไฟโตฟารม์ จำ� กดั

บรษิ ัท ไบโอเนท-เอเชยี จำ� กดั DNA vaccine COVIGEN

คณะแพทยศาสตร์ ศิรริ าชพยาบาล Virus like particle (VLP) vaccine N/A
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
VLP vaccine N/A
ศูนยพ์ ันธวุ ศิ วกรรมและเทคโนโลยี
ชวี ภาพแหง่ ชาติ (BIOTEC) Influenza based vaccine N/A

Adenovirus vector-based vaccine N/A

หมายเหต:ุ N/A หมายถงึ ยงั ไมม่ ชี อื่ เรยี กวคั ซนี

ตง้ั แตม่ กี ารระบาดของโรคโควิด 19 จะเหน็ ได้วา่ การวจิ ยั พัฒนาวัคซนี มคี วาม
กา้ วหนา้ อยา่ งรวดเรว็ มาก ตงั้ แตก่ ารรายงานลำ� ดบั จโี นมของ SARS-CoV-2 ในระยะเวลา
เพียงไมก่ ่เี ดอื น การคดิ คน้ วคั ซนี ป้องกันโควดิ 19 การอนมุ ตั ิใช้วคั ซนี โควิด 19 แบบกรณี
ฉกุ เฉินในระยะเวลาไมถ่ งึ ปี ปจั จุบนั มีวคั ซีนอยู่ใน pre-clinical phase 185 รายการ และ
clinical phase 114 วคั ซนี (ข้อมลู จากองค์การอนามยั โลก ณ วันท่ี 7 กนั ยายน 2564)
ในประเทศไทยเองมีวัคซนี โควดิ 19 ท่อี ยใู่ นขน้ั ตอนการวจิ ยั ระยะก่อนคลนิ ิก และท่กี ำ� ลัง
ด�ำเนินการศึกษาในมนุษยร์ ะยะต่าง ๆ หลายชนดิ

นอกจากมกี ารวจิ ยั และพัฒนาดา้ นวคั ซนี ทม่ี ากขน้ึ ยงั มงี านวจิ ยั ดา้ นผลติ ภณั ฑ์
การแพทยข์ ั้นสงู (Advanced Therapy Medicinal Products, ATMPs) ชนดิ เซลล์
บ�ำบัดมากขึ้นเช่นกัน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบ�ำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ด�ำเนินการวิจัยพัฒนาการรักษามะเร็งด้วยเซลล์บ�ำบัด
เช่น Chimeric Antigen Receptor T cell (CAR T cell), T cell therapy, NK/NKT
cell ซง่ึ หากมกี ารสง่ เสรมิ การลงทนุ ดา้ นการวจิ ยั และพัฒนายาชวี วตั ถใุ นประเทศใหม้ ากขน้ึ
เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ท่ีต้องการปรับเปล่ียนโครงสร้าง
เศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจท่ีขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรมเพ่ือรองรับอุตสาหกรรมชีวภาพ
และการแพทยแ์ บบครบวงจร นา่ จะท�ำใหก้ ารมวี ัคซนี ยาชีววตั ถคุ ณุ ภาพดที ่ผี ลติ ใชเ้ อง
ในประเทศคงเป็นความฝนั ท่อี ยไู่ ม่ไกล

หนังสอื ท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 71

เอกสารอ้างอิง
1. หนังสอื ครบรอบ 50 ปี สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ.2465-2515.

กรุงเทพฯ: ไทยเขษม; 2515.

2. หนงั สอื ครบรอบ 50 ปี กองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทย พ.ศ. 2460-2510.
กรงุ เทพฯ: (ม.ป.พ.); 2510.

3. หนังสือครบรอบ 82 ปี สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ.2465-2547.
กรงุ เทพฯ: (ม.ป.พ.); 2547.

4. วิวฒั นาการการผลติ ยาชวี วตั ถขุ องสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ. 2465-2557.
กรงุ เทพฯ: สภากาชาดไทย; 2558.

5. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื งการก�ำหนดรายละเอียดเก่ยี วกับหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี าร
ในการผลิตยาแผนปจั จุบัน ส�ำหรับยาชีววัตถุ ตามกฎหมายวา่ ด้วยยา พ.ศ. 2549.
เล่มท่ี 123, ตอนพิเศษ 112 ง (ลงวนั ท่ี 20 ตลุ าคม 2549).

6. Stern AM, Markel H (2005). The history of vaccines and immunization:
familiar patterns, new challenges. MID 15886151. doi:10.1377/hlthaff.24.3.611.

7. Guided by Experts Committee on Standardization of Biological (ECBS)
recommendations on safety, efficacy issued in WHO Technical. [Internet].
(2017). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.who.int/
immunization/stakeholders/ecbs_tors.pdf

8. Bae K, Choi J, Jang Y, Ahn S, Hur B (2009). Innovative vaccine production
technologies: the evolution and value of vaccine production technologies.
PMID 19407962. doi:10.1007/s12272-009 -1400-1.

9. Three ways to make a vaccine. [Internet]. (2009). [cited 16 November 2021].
Available from: http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/graph-
ic/2009/11/24.html

10. Muzumdar JM, Cline RR. Vaccine supply, demand, and policy: a primer. J Am
Pharm Assoc. 2009;49:87-99.

11. WHO. Guidelines on nonclinical evaluation of vaccines. [Internet]. [cited 16
November 2021]. (2005). Available from: https://www.who.int/biologicals/
publications/trs/areas/vaccines/nonclinical_evaluation/ANNEX%201Non
clinical.P31-63.pdf.

12. Guideline for industry: Global principle for the development of vaccines to
protect against global infectious disease [Internet]. (2011). [cited 16 November
2021]. Available from: https://www.fda.gov/media/82306/download

13. EMA Guideline on quality, non-clinical and clinical aspect of live
recombinant viral vectored vaccines. [Internet]. (2010). [cited 16 November
2021]. Available from: https://www.ema.europa.eu/en/quality-non-clinical-
clinical-aspects-live-recombinant-viral-vectored-vaccines

14. WHO. Toxoid Vaccines. [Internet]. (n.d.). [cited 16 November 2021]. Available
from: https://vaccine-safety-training.org/toxoid-vaccines.html.

15. Vaccine Development – 101 [Internet]. (n.d.). [cited 16 November 2021].
Available from: https://www.fda.gov/vaccines-blood-biologics/develop-
ment-approval-process-cber/vaccine-development-101

72 กนั ยายน พ.ศ.2564

16. Akahata W et al. Development of a novel virus-like particle vaccine platform
that mimics the immature form of alphavirus. [Internet]. (2017). [cited 16
November 2021]. Available from: https://cvi.asm.org/content/24/7/e00090-17

17. Grgacic EVL, Anderson DA. Virus-like particles: passport to immune recogni-
tion. [Internet]. (2006). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.
ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7128828/

18. Bachmann MF et al. Interaction of viral capsid-derived virus-like particles
(VLPs) with the innate immune system. [Internet]. (2018). [cited 16 November
2021]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6161069/

19. Cervera L et al. Production of virus-like particles for vaccines. [Internet].
(2017). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.sciencedirect.
com/science/article/abs/pii/S1871678416325511

20. Garg H. et al. Virus-like particles (VLP) as multivalent vaccine candidate
against Chikungunya, Japanese encephalitis, yellow fever, and Zika virus.
[Internet]. (2020). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.
sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1871678416325511

21. Ilyin YV, Syomin BV. Virus-like particles as an instrument of vaccine
production. [Internet]. (2019). [cited 16 November 2021]. Available from:
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7088979/

22. Noad R, Roy P. Virus-like particles as a vaccine delivery system: myths and
facts. [Internet]. (2008). [cited 16 November 2021]. Available from: https://
www.tandfonline.com/doi/pdf/10.4161/hv.4.1.5559

23. Vaccine side effects. [Internet]. (2020). [cited 16 November 2021]. Available
from: https://www.vaccines.gov/basics/safety/side_effects

24. Vaccine types. [Internet]. (2020). [cited 16 November 2021]. Available from:
https://www.vaccines.gov/ basics/types

25. Zeltins A. Construction and characterization of virus-like particles: a review.
[Internet]. (2012). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.ncbi.
nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7090963/

26. ICH Guideline Q1-Q14, Pharmaceutical updates. [Internet]. (2018). [cited 16
November 2021]. Available from: https://pharmaceuticalupdates.
com/2018/12/19/ich-guideline-q1-to-q12/

27. WHO Annex 3: Goods Manufacturing Practices for biological products.
[Internet]. (2016). [cited 16 November 2021]. Available from: https://www.who.
int/medicines/publications/pharmprep/WHO_TRS_996_annex03.pdf

28. WHO. COVID-19 vaccine tracker and landscape. [Internet]. (2021). [cited 16
November 2021]. Available from: https://www.who.int/publications/m/item/
draft-landscape-of-covid-19-candidate-vaccines

29. วชิ ยั โชคววิ ฒั น, บรรณาธิการ. ระบบยาของประเทศไทย. นนทบุรี: สถาบนั วจิ ัยระบบ
สาธารณสุข; 2563.

หนังสือทรี่ ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 73

• Help customer design and provide solutions
• Support team from China and Korea, good for connection and after-sale service
• The machines will be sourced from customer requirements and budget with proved quality.
• Exceptional quality and strong documentation are the foundation of our company (FAT, IQ,

and OQ).

Pharmaceutical
Isolator

Labeling &
Packing

Softgel
Encapsulation

Herb Extraction

Sterile Testing
Instrument

Glove Integrity Tester Filter Integrity Tester TOC Analyzer H2O2 Decomposer

74 กันยายSนtaพrtt.eศk.2C5o6.4,Ltd. Facebook: Starttek2020
969/388 Rangsit-Nakhon Nayok Rd. Prachathipat,
www.starttek-th.com
Thanyaburi, Pathum Thani, Thailand 12130
Email: [email protected]
Tel. 082-205-4635, 086-372-5881

10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

กระบวนการผลิตยาแบบต่อเน่ือง:
อนาคตของอุตสาหกรรมยาหรือ
เทคโนโลยีที่ยังไม่จ�ำเป็น

รศ. ดร. ภก. กัมปนาท หวลบตุ ตา

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา
E-mail: [email protected]

ศ. ดร. ภก. พรศักดิ์ ศรอี มรศักดิ์

คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศลิ ปากร
E-mail: [email protected]

บทนำ�

ตลอดระยะกวา่ สองทศวรรษทผ่ี า่ นมา การพัฒนาของเทคโนโลยแี ละวทิ ยาศาสตร์
เปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ สง่ ผลกระทบตอ่ ทกุ ธรุ กจิ และอตุ สาหกรรม รวมถงึ เทคโนโลยใี นการ
วจิ ยั ยาและการผลติ ยา ซงึ่ หลายเทคโนโลยี เชน่ การผลติ แบบตอ่ เนอ่ื ง (continuous
manufacturing) การแพทยเ์ ฉพาะบคุ คล (personalized medicine) เภสชั ภณั ฑแ์ ละ
บรรจภุ ณั ฑส์ ำ� หรบั ผสู้ งู อายุ การเปลย่ี นผา่ นสชู่ วี เภสชั ภณั ฑ์ ปญั ญาประดษิ ฐ์ (artificial
intelligence หรอื AI) หนุ่ ยนตแ์ ละระบบออโตเมชน่ั (robot and automation) และ
เทคโนโลยโี อมกิ ส์ (omics technology) อาจสง่ ผลหรอื อาจเปลย่ี นโฉมอตุ สาหกรรมยา
ภายใน 10 ปหี รอื เรว็ กวา่ นนั้ (1)

หนงั สอื ทร่ี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 75

อุตสาหกรรมยาในยุคท่ีผ่านมาใช้กระบวนการผลิตในรูปแบบการผลิตแบบเป็น
รนุ่ (batch manufacturing) เนอ่ื งจากเปน็ วธิ ที เ่ี หมาะสมกบั ภาคการผลติ สามารถเกบ็
ตวั อยา่ งเพ่ือตดิ ตามและควบคมุ การผลติ กระบวนการผลติ ในแตล่ ะขน้ั ตอน การบรหิ าร
จดั การการผลติ ทำ� ไดง้ า่ ย และไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งออกแบบเครอ่ื งมอื ใหม้ คี วามตอ่ เนอ่ื งในการผลติ
นอกจากน้ียังสะดวกต่อหน่วยงานประกันคุณภาพ/ควบคุมคุณภาพในการอนุมัติหรือ
ปลอ่ ยผา่ นผลติ ภัณฑใ์ นแตล่ ะรุน่ การผลิต จากความสะดวกดงั กล่าวกระบวนการผลิตใน
รปู แบบการผลติ แบบเปน็ รนุ่ จงึ นยิ มใชใ้ นอตุ สาหกรรมอน่ื ๆ ดว้ ย เชน่ ปโิ ตรเคมี พอลเิ มอร์
เคมี อาหาร อย่างไรก็ตามเม่ือเริ่มมีการน�ำแนวคิดและเทคโนโลยีการผลิตแบบต่อเน่ือง
(continuous process manufacturing) มาใชใ้ นอตุ สาหกรรมผลติ ยา หากพิจารณา
เหตุผลด้านต้นทุนการผลิตแล้วพบว่าการผลิตแบบต่อเน่ืองมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยท่ี
นอ้ ยกวา่ การผลติ แบบเปน็ รนุ่ แมว้ า่ จำ� เปน็ ตอ้ งลงทนุ เครอ่ื งจกั รในระยะเรม่ิ แรก นอกจาก
น้ีด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันท�ำให้สามารถติดตาม/ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ท่ีอยู่ระหว่าง
การผลติ (intermediate product) ไดต้ ลอดกระบวนการผลติ แบบเรยี ลไทม์ (real time)
จากการพัฒนาของเทคโนโลยีการผลิตท�ำให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา
หรอื US FDA เรง่ กำ� หนดมาตรฐานการควบคมุ คณุ ภาพของการผลติ ยาดว้ ยกระบวนการ
แบบตอ่ เนอ่ื งรว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ (2)
คำ� จำ� กดั ความของกระบวนการผลติ แบบตอ่ เนอ่ื ง
กระบวนการผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งคอื กระบวนการเปลย่ี นสารตง้ั ตน้ หรอื วตั ถดุ บิ ให้
เ ป็ น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท่ี ต้ อ ง ก า ร ด้ ว ย ร ะ บ บ ก า ร ผ ลิ ต ห รื อ สั ง เ ค ร า ะ ห์ แ บ บ ต่ อ เ น่ื อ ง ต ล อ ด
กระบวนการ (รปู 1ก) (3) ซง่ึ แตกตา่ งจากการผลติ แบบเปน็ รนุ่ ทม่ี กี ารนำ� สารตง้ั ตน้ หรอื
วตั ถดุ บิ ทงั้ หมดเขา้ กระบวนการผลติ หรอื สงั เคราะห์ และไดร้ บั ผลติ ภณั ฑท์ งั้ หมดหลงั จาก
เสรจ็ สน้ิ กระบวนการดงั แสดงในรปู 1ข

รูปท่ี 1 แผนภาพแสดง (ก) กระบวนการผลติ แบบตอ่ เน่อื ง
และ (ข) กระบวนการผลิตแบบเปน็ รุน่

76 กันยายน พ.ศ.2564

เปรยี บเทยี บกระบวนการผลติ ยาแบบตอ่ เนอื่ งกบั การผลติ แบบเปน็ รนุ่
อุตสาหกรรมยาเป็นอุตสาหกรรมท่ีมีการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีในการผลิต
คอ่ นขา้ งชา้ เนอ่ื งจากการเปลย่ี นไปใชเ้ ครอ่ื งมอื ใหมห่ รอื สารใหมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบ
ทท่ี ำ� ใหม้ น่ั ใจวา่ คณุ ภาพของผลติ ภณั ฑไ์ มเ่ ปลย่ี นแปลง ซง่ึ ขนั้ ตอนดงั กลา่ วใชท้ งั้ เวลาและ
งบประมาณ ดังนั้นในการเปล่ียนมาใช้เทคโนโลยีใหม่แต่ละครั้งมักจะมีการพิจารณาถึง
การคุ้มทุนอย่างถ่ีถ้วน การน�ำแนวคิดการผลิตแบบต่อเน่ืองมาใช้ในอุตสาหกรรมยาเริ่ม
ปรากฏใหเ้ หน็ ในสหรฐั อเมรกิ าในกลางทศวรรษ 1990 เนอ่ื งจากปญั หาดา้ นคณุ ภาพของ
เภสชั ภณั ฑท์ ผ่ี ลติ แบบเปน็ รนุ่ ออกสตู่ ลาด โดยผลติ ภณั ฑท์ ม่ี ปี ญั หาจะเปน็ ทงั้ รนุ่ การผลติ
ซ่ึงถือเป็นปัญหาต่อผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนั้นยังมีบทความวิจัยท่ีช้ีให้เห็นว่าการ
ผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งสามารถลดตน้ ทนุ การผลติ ไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 36 (2) จากเหตผุ ลขา้ ง
ตน้ สง่ ผลใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงกระบวนการผลติ พรอ้ มกบั มกี ารกำ� หนดการควบคมุ คณุ
ภาพแบบเรียลไทม์ท่ีเหมาะสมโดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์กระบวนการ (process
analytical technology; PAT) ทท่ี นั สมยั อยา่ งไรกต็ ามในการเปลย่ี นกระบวนการผลติ ใน
แตล่ ะผลติ ภณั ฑจ์ ำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารคำ� นงึ ถงึ ขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ยของแตล่ ะวธิ กี ารผลติ ดงั แสดง
ในตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 เปรยี บเทยี บขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ยของกระบวนการผลติ ยาแบบตอ่ เนอ่ื ง
และการผลติ แบบเปน็ รนุ่ (3)

ข้อดี ข้อเสยี

กระบวนการผลติ ยาแบบต่อเนื่อง

• ลดคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตในระยะยาว • ผ้เู ชย่ี วชาญด้านการผลิตยาแบบตอ่ เนือ่ งยงั มนี ้อย
• ระยะเวลาในการผลติ สั้นกวา่ • เครอ่ื งมือและเครอื่ งจกั รระดบั อตุ สาหกรรมใน
• ลดความผิดพลาดในการผลิตท่ีเกิดจากมนุษย์
• คุณภาพผลิตภัณฑด์ ขี ั้น กระบวนการผลิตยาแบบต่อเนือ่ งยงั มีน้อย
• สามารถตดิ ตามการผลติ ได้ในทุกข้นั ตอน • ต้องลงทนุ ใหมท่ ั้งหมดในกระบวนการผลติ
• สามารถปรบั ก�ำลังการผลิตไดง้ ่าย • ในบางประเทศอาจยงั ไม่มีขอ้ กำ� หนดหรือมาตรฐาน
• สามารถปรับพารามิเตอรก์ ารผลิตไดร้ วดเรว็
• ใช้พื้นท่ใี นการผลติ นอ้ ยลง รองรบั การตรวจสอบคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ที่ได้จาก
การผลติ แบบตอ่ เนื่อง

กระบวนการผลิตยาแบบเป็นรุ่น

• มีการใช้มานานทำ� ใหม้ เี คร่อื งมอื และเคร่อื งจักร • ใชร้ ะยะเวลานานในการผลติ

ที่ใชใ้ นกระบวนการผลิตจ�ำนวนมาก • มีช่วงที่ต้องรอเพื่อผลิตในกระบวนการถัดไป (hold

• ผปู้ ฏิบตั ิงานมคี วามร้คู วามเข้าใจและความ time) ทำ� ให้มีความเสี่ยงในการสลายของตวั ยา

ช�ำนาญในการผลิตยาแบบเป็นร่นุ • ปรับเพิ่ม ลด ขนาดการผลติ ได้ในช่วงจำ� กดั

• ในกรณียาทผ่ี ลติ อยู่แล้วจะมที ะเบียนยาท่ไี ด้รบั • การเพิ่มขนาดการผลติ ในปริมาณมากจำ� เปน็ ตอ้ ง

การรบั รองด้วยวธิ กี ารผลิตแบบเปน็ รนุ่ จาก เปลย่ี นเคร่อื งมือ ใช้ระยะเวลานานขึ้น ใชพ้ ื้นที่ในการ

หน่วยงานท่เี กย่ี วข้องอยูแ่ ล้ว ไมต่ ้องเสียเวลา ผลติ เพ่ิมขึน้ นอกจากนยี้ งั จ�ำเป็นตอ้ งมขี อ้ มูลการ

ในการพัฒนาวธิ กี ารผลติ ใหม่ ผลิตเพื่อเปลีย่ นแปลงทะเบยี นการผลิต

หนงั สือที่ระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 77

ประเภทของกระบวนการผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งทางเภสชั กรรม
การแบง่ ประเภทการนำ� เทคโนโลยกี ารผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งมาใชใ้ นอตุ สาหกรรมยา
อาจแบง่ ได้เปน็ 2 ประเภทใหญ่ คือ การสงั เคราะห์/ผลติ ตัวยาสำ� คญั (drug substance
manufacture) และการผลติ เภสชั ภณั ฑ์ (drug product manufacture)
(1) การสังเคราะห/์ ผลติ ตวั ยาส�ำคญั
การสังเคราะห์/ผลิตตัวยาส�ำคัญจ�ำเป็นต้องใช้หลายข้นั ตอน/ปฏิกิริยาในการ
เพิ่มหมู่ฟงั ก์ชันให้กับสารตั้งต้นโดยอาจต้องแยกผลิตภัณฑ์ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละข้ันตอน
ของปฏกิ ิริยาหรอื ท่เี กดิ ขึ้นระหวา่ งการสังเคราะห์ (intermediates) หลงั จากเสรจ็ ส้นิ
แต่ละขน้ั ตอนของการสังเคราะหด์ ว้ ยการกรองหรือการระเหย เป็นตน้ หลังจากผ่านขน้ั
ตอนการสังเคราะห์ทั้งหมดจะได้ยาท่ีต้องการอยู่ในของเหลว โดยขั้นตอนสุดท้ายต้อง
เปล่ียนผลิตภัณฑ์ในรูปของเหลวท่ีได้ให้อยู่ในรูปของแข็ง ซ่ึงอาจใช้วิธีการกรอง กล่ัน
ตกตะกอน ตกผลึก ทำ� แหง้ รวมทัง้ การบดลดขนาด โดยทุกขั้นตอนมกั ถูกออกแบบให้
สามารถท�ำงานได้อยา่ งตอ่ เน่อื ง
(2) การผลติ เภสัชภณั ฑ์
โดยท่ัวไปข้ันการการผลิตเภสัชภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรมประกอบด้วยหน่วย
ยอ่ ยการผลติ (unit operations) เชน่ หนว่ ยบดลดขนาด หนว่ ยผสม หนว่ ยตอกเมด็ ซง่ึ
แตล่ ะหนว่ ยยอ่ ยการผลติ มกั ใชเ้ ครอ่ื งมอื ทท่ี ำ� งานแยกจากกนั (รปู 2ข) แตแ่ นวทางการ
ผลิตแบบต่อเน่ืองจ�ำเป็นต้องใช้เคร่ืองมือท่ีออกแบบมาให้สามารถท�ำงานต่อเน่ืองกันใน
แต่ละขั้นตอน ดังแสดงในรูป 2ก กล่าวคือสามารถเริ่มต้นต้ังแต่กระบวนการสังเคราะห์
ตัวยาส�ำคัญจนได้เป็นเภสัชภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นการผสมท่ีเปล่ียนจากการผสมในถัง
(tumble mixing) หรอื การใชใ้ บพัดป่ นั กวนในถงั เปน็ การพาของผสมเคลอ่ื นทผ่ี า่ นกลไก
ตา่ ง ๆ เชน่ แรงดนั แรงลม การเคลอ่ื นทแ่ี บบไมเ่ ปน็ ระเบยี บผา่ นสงิ่ กดี ขวาง (5, 6)
ตัวอย่างการเปล่ียนกระบวนการผลิตจากแบบเป็นรุ่นเป็นการผลิตแบบต่อ
เนอ่ื ง เชน่ ในการผลติ ยาเมด็ ดว้ ยวธิ กี ารตอกโดยตรง หากผลติ ยาดว้ ยการผลติ แบบเปน็
รนุ่ จะใชเ้ ครอ่ื งผสมแบบถงั ในการผสมแหง้ จากนน้ั นำ� ของผสมทไ่ี ดไ้ ปตอกอดั เปน็ เมด็ แต่
ในการผลติ ยาเมด็ แบบตอ่ เนอ่ื งจะตอ้ งเปลย่ี นรปู แบบการผสมเปน็ แบบตอ่ เนอ่ื ง เชน่ การ
ใชเ้ ครอ่ื งผสมแบบรบิ บอน (ribbon blender) จากนน้ั จงึ มกี ารปอ้ นสารเขา้ เครอ่ื งตอก
(7) โดยในแต่ละข้ันตอนการผลิตจะมีเคร่ืองติดตามสมบัติของ intermediate เช่น
near-infrared spectrometer (NIR) สำ� หรบั ตดิ ตามการกระจายตวั ของตวั ยาสำ� คญั ใน
เมด็ ยาใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ กำ� หนดในการผลติ โดยใชเ้ ทคโนโลยกี ารวเิ คราะหก์ ระบวนการ หรอื
PAT ทเ่ี หมาะสม

78 กันยายน พ.ศ.2564

รปู ท่ี 2 แผนภาพจำ� ลองการผลติ ยาเมด็ ทผ่ี ลติ ดว้ ย
(ก) กระบวนการการผลติ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและ (ข) การผลติ แบบเปน็ รนุ่

สถานการณป์ จั จบุ นั ของการใชก้ ระบวนการผลติ ยาแบบตอ่ เนอื่ ง

ในหลายประเทศ เชน่ ญป่ี นุ่ ออสเตรเลยี สหรฐั อเมรกิ า และกลมุ่ สหภาพยโุ รป
มนี โยบายพัฒนาอปุ กรณ์ เครอ่ื งตน้ แบบ และตวั เรง่ ปฏกิ ริ ยิ าเพ่ือใชท้ ดแทนรปู แบบการ
ผลติ แบบเปน็ รนุ่ โดยโครงการทไ่ี ดร้ บั ความสนใจ คอื โครงการ ‘Pharmacy on Demand’
ของประเทศสหรัฐอเมรกิ า (8) โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือการผลติ ยาเมด็ หลากหลายชนดิ
แบบต่อเน่ืองและอัตโนมัติในกรณีท่ียาขาดแคลนและโรงงานไม่สามารถผลิตไดท้ นั โดย
เคร่ืองต้นแบบท่ีพัฒนามีขนาดไม่ใหญ่จึงสามารถเคล่ือนย้ายได้ ส่วนในประเทศญ่ีปุ่นมี
การพัฒนาโครงการ ‘iFactory’ ซึ่งเป็นสายการผลิตยาแบบต่อเน่ืองท่ีมีความยืดหยุ่น

นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยใี นการผลิตแลว้ หนว่ ยงานผูด้ แู ลควบคมุ
การผลิตยาในหลายประเทศเร่ิมมีข้อก�ำหนดและระเบียบเพ่ือรองรับกระบวนการผลิตยา
แบบตอ่ เนอ่ื ง เชน่ องคก์ ารอาหารและยาของประเทศสหรฐั อเมรกิ าไดอ้ อกคำ� แนะนำ� ฉบบั
รา่ งวา่ ดว้ ยขอ้ พิจารณาดา้ นคณุ ภาพสำ� หรบั การผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งในปี พ.ศ. 2562 (9)
เพ่ือเป็นแนวทางให้บริษัทท่ีก�ำลังพัฒนาระบบการผลิตแบบต่อเน่ืองเพ่ือให้เป็นไปใน
ทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้นองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกายังได้วางแผน
ท�ำงานรว่ มกบั หน่วยงานกำ� กับดแู ลระดบั โลกอย่าง ICH (The International Council
for Harmonization of Technical Requirements for Pharmaceuticals for
Human Use) ในการออกขอ้ กำ� หนดภายในปี พ.ศ. 2564 (9)

ส�ำหรับในประเทศไทยนั้นยังไม่มีการออกประกาศถึงมาตรฐานหรือระเบียบท่ี
เกย่ี วขอ้ งจากกระทรวงสาธารณสขุ แตไ่ ดม้ กี ารกลา่ วถงึ ในประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
เร่ืองการก�ำหนดรายละเอียดเก่ียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน
ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2554 ว่า “กรณีของการผลิตแบบต่อเน่ือง การก�ำหนด
รนุ่ การผลติ จะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการผลติ ทก่ี ำ� หนดขน้ึ โดยมคี ณุ ลกั ษณะทส่ี มำ�่ เสมอกนั ”

หนงั สือที่ระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 79

ความเปน็ ไปไดใ้ นการใชก้ ระบวนการผลติ แบบตอ่ เนอื่ งในทางเภสชั กรรม
การเปลย่ี นกระบวนการผลติ จากแบบดงั้ เดมิ (ผลติ แบบเปน็ รนุ่ ) มาใชก้ ระบวนการ
ผลิตแบบต่อเน่ืองจ�ำเป็นต้องใช้งบประมาณจ�ำนวนมากในการลงทุนโดยเฉพาะด้าน
เครอ่ื งจกั รในการผลติ เครอ่ื งมอื วเิ คราะหท์ ต่ี อ้ งตดิ ตงั้ ในกระบวนการผลติ เพ่ือควบคมุ
คณุ ภาพ (10) นอกเหนอื จากดา้ นงบประมาณแลว้ ขอ้ คำ� นงึ ทางดา้ นการผลติ เชน่ การ
ปนเป้ อื นขา้ ม ความถใ่ี นการทำ� ความสะอาด รวมถงึ ชว่ งเวลาทต่ี อ้ งหยดุ เครอ่ื งผลติ กเ็ ปน็
ประเด็นส�ำคัญท่ีต้องทราบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเปล่ียนกระบวนการผลิต
เคร่ืองมือหรือเคร่ืองจักรท่ีใช้ในกระบวนการผลิตแบบรุ่นท่ีใช้ในปัจจุบันอาจไม่เหมาะสม
ส�ำหรับการผลิตต่อเน่ือง เช่น สากของเคร่ืองตอกท่ีท�ำจากสเตนเลสอาจไม่ทนทานพอ
สำ� หรบั การตอกแบบตอ่ เนอ่ื งสง่ ผลใหล้ กั ษณะของยาเมด็ ไมส่ มำ�่ เสมอ
นอกเหนือจากด้านเคร่ืองจักรแล้วผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องมีความเข้าใจใน
พลวัตของกระบวนการ สภาวะในการผลิต และลักษณะของวัตถุดิบ เพ่ือท่ีจะสามารถ
บริหารจัดการความเส่ยี งได้ โดยในกระบวนการผลิตแบบต่อเน่อื งจ�ำเป็นจะตอ้ งตดิ ตาม
หลายพารามิเตอร์การผลิตแบบเรียลไทม์ ท�ำให้มีข้อมูลท่ีต้องวิเคราะห์เป็นจ�ำนวนมาก
ก า ร เ ช่ื อ ม โ ย ง ข้ อ มู ล ใ น แ ต่ ล ะ ด้ า น จึ ง เ ป็ น ปั จ จั ย ส� ำ คั ญ ท่ี ต้ อ ง ใ ช้ ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง
กระบวนการผลติ และไดม้ าซง่ึ ผลติ ภณั ฑท์ ม่ี ลี กั ษณะตามตอ้ งการ การออกแบบคณุ ภาพ
(quality by design; QbD) เปน็ เครอ่ื งมอื ทส่ี ำ� คญั ในการควบคมุ คณุ ภาพของผลติ ภณั ฑ์
และหาความสมั พันธข์ องคณุ ลกั ษณะสำ� คญั ของคณุ ภาพ (critical quality attributes;
CQA) และการหาพารามเิ ตอรท์ เ่ี ปน็ จดุ วกิ ฤต (critical process parameter; CPP) (11, 12)

อนาคตของกระบวนการผลติ ยาแบบตอ่ เนอื่ ง
ปัจจุบันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ มีความรวดเร็วขึ้นอย่างมาก
ก า ร พั ฒ น า ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง ต ล า ด เ ป็ น ตั ว เ ร่ ง ท่ี ส่ ง ผ ล ใ ห้
อตุ สาหกรรมตอ้ งพัฒนาตามเพ่ือใหท้ นั ตอ่ ความตอ้ งการของตลาดทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป การ
เปลย่ี นแปลงระบบการผลติ กำ� ลงั เรมิ่ มกี ารใชใ้ นบางประเทศ เชน่ สหรฐั อเมรกิ า กลมุ่
ประเทศยโุ รป และญป่ี นุ่ ซงึ่ ประเทศไทยอาจอยใู่ นกลมุ่ คลน่ื ลกู ทส่ี องทต่ี อ้ งพัฒนาตามโดย
อาจใชเ้ วลา 5-10 ปี เทคโนโลยกี ารวเิ คราะหก์ ระบวนการ (PAT) จะเขา้ มามบี ทบาทเพ่ิมขนึ้
ในการควบคมุ การผลติ นอกจากนก้ี ารพัฒนาการผลติ อาจจะตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนนุ และ
การท�ำงานร่วมกันหน่วยงานก�ำกับดูแลเพ่ือให้ได้เภสัชภัณฑ์ท่ีมีคุณภาพและแข่งขันได้ใน
ระดบั สากล

เอกสารอา้ งองิ
1. พรศักดิ์ ศรอี มรศักด,ิ์ กมั ปนาท หวลบตุ ตา. แนวโนม้ อนาคตและทศิ ทางการพัฒนา

อตุ สาหกรรมผลติ ยาแผนปจั จบุ นั . วารสารเภสชั กรการอตุ สาหกรรม. 2562;7(2):23-30.

2. Abboud L, Hensley S. New prescription for drug makers: update the plants.
The Wall Street Journal. 2003:1-1.

3. Lee SL, O’Connor TF, Yang X, Cruz CN, Chatterjee S, Madurawe RD, et al.
Modernizing pharmaceutical manufacturing: from batch to continuous
production. Journal of Pharmaceutical Innovation. 2015;10(3):191-199.

80 กนั ยายน พ.ศ.2564

4. Burcham CL, Florence AJ, Johnson MD. Continuous manufacturing in
pharmaceutical process development and manufacturing. Annual Review of
Chemical and Biomolecular Engineering. 2018;9:253-281.

5. Lee KT, Kimber JA, Cogoni G, Brandon JK, Wilsdon D, Verrier HM, et al.
Continuous mixing technology: characterization of a vertical mixer using
residence time distribution. Journal of Pharmaceutical Sciences. 2021;110(7):
2694-2702.

6. วรี เกยี รติ บญุ กนกวงศ์. แนวโนม้ ของการใชห้ ลกั การการผลติ แบบตอ่ เนอ่ื งของเภสชั ภณั ฑ์
รปู แบบของแขง็ และความทา้ ทายตอ่ อตุ สาหกรรมยา. วารสารเภสชั กรการอตุ สาหกรรม
2563;8(2):53-67.

7. Muzzio FJ. A rational response to the FDA process analytical technologies
initiative: development of integrated design and control technology platforms
for optimum manufacturing of pharmaceutical products AICHE 2003 Annual
Meeting; San Francisco, CA. 2003.

8. Lewin III JJ, Choi EJ, Ling G. Pharmacy on demand: new technologies to enable
miniaturized and mobile drug manufacturing. American Journal of Health
System Pharmacy. 2016;73(2):45-54.

9. Gottlieb S. FDA statement on FDA’s modern approach to advanced
pharmaceutical manufacturing [Internet]. U.S. FDA; 2019 [cited 20 July 2021].
Available from: https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/
fda-statement-fdas-modern-approach-advanced-pharmaceutical-manufacturing

10. Allison G, Cain YT, Cooney C, Garcia T, Gooen T, Holt O, et al. Regulatory and
quality considerations for continuous manufacturing. Journal of
Pharmaceutical Sciences. 2015;104(3):803-812.

11. Freeman T, Birkmire A, Armstrong B. A QbD approach to continuous tablet
manufacture. Procedia Engineering. 2015;102:443-439.

12. พรทพิ ย์ เบญจศิรมิ งคล, พรศักดิ์ ศรอี มรศักด,ิ์ สชุ าดา พิรยิ ะประสาธน.์
Quality-by-design (QbD): แนวคดิ สำ� หรบั ใชใ้ นการพัฒนาผลติ ภณั ฑย์ าและการผลติ .
วารสารเภสชั กรการอตุ สาหกรรม. 2558;3(1):1-11.

หนังสือท่ีระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 81

82 กนั ยายน พ.ศ.2564

10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

กิจกรรมสมาคม – ประชุมวิชาการ

17 กมุ ภาพันธ์ 2555 การพัฒนาอตุ สาหกรรมยาใหไ้ ดม้ าตรฐาน PIC/S GMP ครงั้ ท่ี 1
การพัฒนาอตุ สาหกรรมยาใหไ้ ดม้ าตรฐาน PIC/S GMP ครงั้ ท่ี 2
18 กนั ยายน 2555 การบรหิ ารความเสย่ี งดา้ นคณุ ภาพ
อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการบรหิ ารความเสย่ี งดา้ นคณุ ภาพ รนุ่ ท่ี 1
31 พฤษภาคม –1 มถิ นุ ายน 2556 อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการบรหิ ารความเสย่ี งดา้ นคณุ ภาพ รนุ่ ท่ี 2
การพัฒนาอตุ สาหกรรมยาดา้ นการตรวจสอบวตั ถดุ บิ โดยใชเ้ ทคนคิ
15-16 มถิ นุ ายน 2556 Raman Handheld Spectroscopy
การบรหิ ารจดั การระบบนำ�้ ตาม PIC/S GMP
28-29 มถิ นุ ายน 2556 ประสบการณจ์ ากการตรวจประเมนิ โรงงานตาม PIC/S GMP
Pharmaceutical water and steam distribution
22 เมษายน 2556 Environmental monitoring
Latest developments in pharmaceutical dissolution
ไทยไดเ้ ปน็ Listed Inspection Service ดตี อ่ อตุ สาหกรรมยา
อยา่ งไร และไขขอ้ ขอ้ งใจการปฏบิ ตั ติ าม Asian Variation Guideline
29 ตลุ าคม 2556 Advance your cleanroom: Make it more confident
ทศิ ทางและแนวโนม้ การควบคมุ วตั ถดุ บิ ในการผลติ ยาตามมาตรฐานสากล
27 มนี าคม 2557 Managing risk of cross contamination: Cleaning validation
PIC/S requirement for quality management
1-2 กรกฎาคม 2557 Improve efficiency in hygienic process by the right instrument
Cleaning validation: Process life cycle approach
3 ตลุ าคม 2557 กฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ตอ่ การพัฒนาอตุ สาหกรรมยา
Trend in aseptic process technology
4 พฤศจกิ ายน 2557 แผนภมู คิ วบคมุ และความสามารถของกระบวนการ
PIC/S GMP
28 มนี าคม 2558 Data integrity
Computerised system compliance
Pharmaceutical packaging system
Microbial contamination risk assessment in aseptic, non-sterile
9 มถิ นุ ายน 2558 and terminally sterilized products
Data integrity
19 มถิ นุ ายน 2558 How to respond to audit observations
Innovative solution for sterile injectable
23-24 กนั ยายน 2558

7 ตลุ าคม 2558

3 พฤศจกิ ายน 2558

25 มกราคม 2559

23 มนี าคม 2559

21 เมษายน 2559

8-9 มถิ นุ ายน 2559

19-20 กนั ยายน 2559

18 ตลุ าคม 2559

16 พฤศจกิ ายน 2559

28 มนี าคม 2560

6-7 กนั ยายน 2560



6-7 พฤศจกิ ายน 2560

26 มนี าคม 2561

23 เมษายน 2561

หนังสือทร่ี ะลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 83

14 พฤษภาคม 2561 Data integrity: Practical and risk-based approach

8-9 สงิ หาคม 2561 Computerised system compliance: Computerised system validation

2-3 ตลุ าคม 2561 Cleaning validation: Comprehensive approach for

medical products in share facilities

19-20 พฤศจกิ ายน 2561 Process validation: updated approaches for

non-sterile products

12-13 กมุ ภาพันธ์ 2562 A practical approach to deviation / OOS management

11 มนี าคม 2562 New technology and applications of infusion solution in PP bags

2 เมษายน 2562 Facing the future together

20-21 สงิ หาคม 2562 Qualification of pharmaceutical systems and equipment

22 สงิ หาคม 2562 Evolving global pharmaceutical cleanroom regulations

12-13 พฤศจกิ ายน 2562 Analytical method validation for FDA compliance

16 มกราคม 2563 Change control interesting aspects and best practices

17 มถิ นุ ายน 2563 webinar “Filter integrity test troubleshooting-beyond

rewets and retest”

2 กรกฎาคม 2563 webinar “Elemental impurity analysis in pharmaceutical

samples by ICP”

16 กรกฎาคม 2563 webinar “Application of handheld Raman for raw material

identification and verification”

24 กรกฎาคม 2563 webinar “Improve pharmaceutical dusts extraction comply with

PIC/S GMP

15 สงิ หาคม 2563 webinar “Supplier audit: Why what and how”

20, 27 สงิ หาคม 2563 webinar “Environmental monitoring program for pharmaceutical

manufacturing”

12 กนั ยายน 2563 webinar “Regulatory updates: GMP /GDP”

8 ตลุ าคม 2563 webinar “Regulatory &validation requirements for critical filtration

of sterile products”

10 ตลุ าคม 2563 webinar “Data integrity: Understand principle and practices”

14 พฤษภาคม 2563 webinar “X-ray powder diffractometry basics and

application for pharmaceutical industry”

31 ตลุ าคม 2563 webinar “Elemental impurities, ICH Q3D”

5 พฤศจกิ ายน 2563 Improve your product quality review

14 พฤศจกิ ายน 2563 webinar “Batch record for productivity and GMP”

24 พฤศจกิ ายน 2563 webinar “Psychrometric chart”

24 กมุ ภาพันธ์ 2564 webinar “Updates on COVID-19 vaccines: Technology

platform, safety and efficacy”

6 มนี าคม 2564 webinar “Creating an effective validation master plan (VMP)”

15 มนี าคม 2564 webinar “Contamination control strategy in pharma

and biopharma manufacturing”

15 พฤษภคม 2564 webinar “Efficient batch record design: GMP and data

integrity compliance”

21 พฤษภาคม 2564 webinar “How to optimize your water system:

bacterial control and rouging”

84 กันยายน พ.ศ.2564

22 พฤษภคม 2564 webinar “The key success to batch record review and

batch release”

31 กรกฎาคม 2564 webinar “How to succeed in conducting temperature

mapping of storage areas”

4 สงิ หาคม 2564 webinar “An in-vitro pyrogen test for pharmaceutical

batch release”

14 สงิ หาคม 2564 webinar “การจดั ทำ� Site Master File (SMF)”

19 สงิ หาคม 2564 webinar “Reference materials: Selection, application

and preparation of standards for pharma”

26 สงิ หาคม 2564 webinar “QbD and CMA: concept to understanding”

28 สงิ หาคม 2564 webinar “GDP: different approaches to complying

transportation requirements”

ประชุมวิชาการนานาชาติ (International Conference)

25-26 พฤศจกิ ายน 2558 AFPS 2015
(Asian Federation for Pharmaceutical Science Conference)

24-25 มกราคม 2561 PST 2018
International conference and exhibition on pharmaceutical
sciences and technology รว่ มกบั Society of Pharmaceutical
education & Research (SPER) ประเทศอนิ เดยี และมหาวทิ ยาลยั ศิลปากร

18-19 มถิ นุ ายน 2562 PST 2019
International conference and exhibition on pharmaceutical
sciences and technology รว่ มกบั คณะเภสชั ศาสตร์ ม.ศิลปากร
ม.รงั สติ ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ม.สยาม
ม.หวั เฉยี วเฉลมิ พระเกยี รติ และ ISPE Thailand Affiliate

19-20 พฤษภาคม 2563 PST 2020 online web conference
International conference and exhibition on pharmaceutical
sciences and technology รว่ มกบั คณะเภสชั ศาสตร์ ม.ศิลปากร
ม.รงั สติ ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ม.สยาม
ม.หวั เฉยี วเฉลมิ พระเกยี รติ และ ISPE Thailand Affiliate

23-24 มถิ นุ ายน 2564 PST 2021 online web conference

International conference and exhibition on pharmaceutical

sciences and technology รว่ มกบั คณะเภสชั ศาสตร์ ม.ศิลปากร

ม.รงั สติ ม.ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ม.ธรรมศาสตร์ ม.สยาม ม.นเรศวร และ

ISPE Thailand Affiliate

หนงั สอื ทีร่ ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 85

กิจกรรมสมาคม-ประชุมวิชาการ
86 กนั ยายน พ.ศ.2564

ประชุมวิชาการนานาชาติ (International Conference)

หนงั สอื ทร่ี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 87

10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

กิจกรรมสมาคม – เย่ียมชมโรงงาน

20 มนี าคม 2555 อารเ์ อกซแ์ มนแู ฟคเจอรงิ่
27 มนี าคม 2555 อารเ์ อกซแ์ มนแู ฟคเจอรงิ่
7 สงิ หาคม 2555 อารซ์ ไี อ แลบ็ สแกน
21 กมุ ภาพันธ์ 2556 กฟิ ฟารนี และโออชิ ิ
21 พฤษภาคม 2556 องคก์ ารเภสชั กรรม-เมอรร์ เิ ออรช์ วี วตั ถุ
19 พฤศจกิ ายน 2556 Handok, Yohan Corporation สาธารณรฐั เกาหลี
19 กนั ยายน 2556 ที โอ เคมคี อลส์ (1979) ปทมุ ธานี
19 มนี าคม 2557 บางกอกแลป็ แอนด์ คอสเมตกิ
25 มนี าคม 2557 บางกอกแลป็ แอนด์ คอสเมตกิ
22 สงิ หาคม 2557 ยนู ซี นั
14 พฤศภาคม 2558 นโี อคอสเมด
28 ตลุ าคม. 2558 เภสชั กรรมศรปี ระสทิ ธ์ิ
14 มกราคม 2559 แอดวานซ์ ฟารม์ าซตู คิ อล แมนแู ฟคเจอรงิ่
25 มกราคม 2559 โรงงานผลติ ยา 1 องคก์ ารเภสชั กรรม
28 กนั ยายน 2559 เมกา้ ไลฟไ์ ซแอนซ์ จำ� กดั
28 เมษายน 2560 ไทยโอซกู า้
9 กมุ ภาพันธ์ 2561 แบรนด์ ซนั โทร่ี
14 มถิ นุ ายน 2561 โรงพยาบาลสมทุ รสาคร
23 กรกฎาคม 2562 อารเ์ อกซแ์ มนแู ฟคเจอรงิ่

88 กันยายน พ.ศ.2564

หนงั สือท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 89

10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

กิจกรรมสมาคม – มอบรางวัลเภสัชกรดีเด่น

พ.ศ. 2558 ศ. ดร. ภญ. มาลนิ จลุ ศิริ
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่ ภก. ทรงเกยี รติ เกยี รตพิ รศิริ
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ เยาวด์ เี ดน่
ภก. เชญิ พร เตง็ อำ� นวย
พ.ศ. 2559 ดร. ภก. นติ ิ สนั แสนดี
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ ใหมด่ เี ดน่ ภก. ศุภชยั สายบวั

พ.ศ.2560 ภก. พีระยทุ ธ ป่ มิ หทยั วฒุ
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่
ภก. โมฬี สนธชิ ยั
พ.ศ.2561 ภญ. ดนรู สั มิ์ วธั นเวคนิ
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่
ดร. ภญ. มกุ ดาวรรณ ประกอบไวทยกจิ
พ.ศ. 2562 ภญ. นพวรรณ องั กรู ศันสนยี
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ ใหมด่ เี ดน่ ภญ. กลุ ธดิ า กาญจนนลิ บรู ณ์
ภก. ศศิพงค์ ทพิ ยร์ ชั ดาพร
พ.ศ.2563
เภสชั กรอตุ สาหการดเี ดน่
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ ใหมด่ เี ดน่

พ.ศ. 2564
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ ใหมด่ เี ดน่
เภสชั กรอตุ สาหการรนุ่ ใหมด่ เี ดน่

90 กนั ยายน พ.ศ.2564

หนงั สือท่รี ะลึกครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอตุ สาหการ (ประเทศไทย) 91

10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

กจิ กรรมสมาคม - การบนั ทกึ ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื (MOU)

วนั ท่ี 25 สงิ หาคม 2558
สมาคมฯ ลงนามบนั ทึกข้อตกลงรว่ มกบั ส�ำนักงานคณะ
กรรมการอาหารและยา สำ� นกั งานคณะกรรมการนโยบายวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สมาคมเภสัชกรรมทะเบียน
และกฎหมายผลติ ภัณฑ์ (ประเทศไทย) สมาคมผวู้ จิ ยั และผลติ เภสชั
ภัณฑ์ สมาคมเภสัชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพ่ือสุขภาพ สมาคมไทย
อุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน และจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
เ พ่ื อ พั ฒนาบุคลากรด้านวิทยาการทะเบียนและกฎหมายผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
สุขภาพ

วนั ท่ี 22 เมษายน 2560
สมาคมฯ ลงนามความรว่ มมอื ทาง
วชิ าการ กบั International Society for
Pharmaceutical Engineering ( ISPE)
Thailand Affiliate

วนั ท่ี 17 กรกฎาคม 2561
สมาคมฯ ลงนามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงรว่ มกบั Thailand Center
of Excellence for Life Science (TCELS) และ ISPE Thailand
Affiliate เพ่ือการรว่ มมอื ในการพัฒนาอตุ สาหกรรมยาและผลติ ภณั ฑ์
สขุ ภาพ และเพ่ิมศักยภาพของบคุ ลากรดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์

วนั ท่ี 15 สงิ หาคม 2563
สมาคมฯลงนามความรว่ มมอื ทางวชิ าการกบั ISPE
Thailand Affiliate

92 กันยายน พ.ศ.2564

10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)

10th Anniversary of Thai Industrial Pharmacist Association

งานเลยี้ งขอบคณุ ผสู้ นบั สนนุ กจิ กรรมสมาคม

หนงั สือท่รี ะลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 93

94 กนั ยายน พ.ศ.2564

Total solution
to create clean room facilities system

Pharmaceutical,
Cleanroom,

Factory, Building,
Hotel, Hospital,
Laboratories,

Animal Lab,
Climate & Humidity Controls, and much more...

AA

Clean Room Engineering Service Provider
Airplus Apply Co.,Ltd.

42/39 Moo 5, T. Lamlukka, A. Lamlukka, Pathumthani 12150 Thailand
Tel : +662-199 2611 to 18 Fax : +662-199 2619 Email : [email protected]

www.airplusapply.co.th

หนังสือที่ระลกึ ครบรอบ 10 ปี สมาคมเภสชั กรอุตสาหการ (ประเทศไทย) 95

ISO-9001:2015 certified

96 กนั ยายน พ.ศ.2564

ISO 9001 : 2015 ISO 14001 : 2015 ISO 45001 : 2018

ตดิ ตอเราผเู ชี่ยวชาญดา นงาน

Health Safety Environment

And Cleanroom

PARTICLE COUNTER GILAIR PLUS MICROFLOW

ISO 17025

ISO คือ มาตรฐาน การบริการคอื หวั ใจ

บรษิ ทั อนิ โนเวทฟี อนิ สทรเู มนต จำกดั
หนังสือทีร่ ะลึกครบรอ7บ/1103อปาํี9สเภมหาอคมบมู าเ1ภง3สพชั ลกซีรอจอยงัตุ หสสาวนั หดัตกสนิ ามรคทุร(ปรร1ปะ1รเทาศตกไาาํทรบย)ล1บ0า5งแ4ก0ว 97

002 211116655886600-1-1 wwwwww..iinnnnoovvaattiivvee--iinnssttrruummeenntt..ccoomm s aslaelse@s @i ninnonvoavtai vt iev-ei n- isntsrturmu me netn. ct .ocmo m

Pipetite®. is sanitary seal designed to completely seal around pipe and tube as it passes through walls and floors. 98 กันยายน พ.ศ.2564

stays in place and maintains a seal despite pipeline vibration and movement.

Thanyanon Trading Co.,Ltd ( Head Quarter Contact ) Sole Distributor in Thailand

084 289 9422 /0 95 789 4241 / 094 365 5656

[email protected] [email protected]


Click to View FlipBook Version