The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะการพูด โดยใช้นิทานและบทบาทสมมติ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by th.siriket, 2022-05-11 04:07:27

การพัฒนาทักษะการพูด โดยใช้นิทานและบทบาทสมมติ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม

การพัฒนาทักษะการพูด โดยใช้นิทานและบทบาทสมมติ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม

1

ผลงาน/นวตั กรรมการปฏิบัติทเี่ ป็ นเลศิ ( Best Practice )

ช่ือผลงาน การพฒั นาทกั ษะการพดู ของเด็กปฐมวยั โดยใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดงบทบาทสมมติ
สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม

ช่ือผ้เู สนอผลงาน นางสาวสิริเกศ ทองมาก

โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนบา้ นข้ีเหล็ก “คุรุราษฎร์บารุง” สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สุรินทร์ เขต 2

โทรศัพท์มือถือ 088-7266784

e-mail [email protected]

1. รายละเอยี ดการนําเสนอผลงาน

1.1 ความเป็นมา และสภาพปัญหา จากการประเมินผลพฒั นาการตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั
พทุ ธศกั ราช 2560 มาตรฐานคุณลกั ษณะ ที่พงึ ประสงคใ์ นมาตรฐานที่ 9 ตวั บ่งช้ีที่ 1 ซ่ึงกาหนดไวว้ า่ เด็กอายุ
5 ปี สามารถสนทนาโตต้ อบคาถาม และเล่าเร่ือง ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจได้ จากการจดั กิจกรรมในหอ้ งเรียนของ
นกั เรียนช้นั อนุบาลปี ท่ี 3 สงั เกตพบไดว้ า่ ในการจดั กิจกรรมหลกั 6 กิจกรรม ไดแ้ ก่ กิจกรรมเคล่ือนไหวและ
จงั หวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจง้ และกิจกรรม
เกมการศึกษา เดก็ มีพฒั นาดา้ นการส่ือสารที่แตกตา่ งกนั เด็กบางคนไมก่ ลา้ พูด ไม่มีความมนั่ ใจในการพดู พูด
ไม่ถูกตอ้ ง พูดไมค่ ล่อง พูดสื่อความหมายไมไ่ ด้ และคิดแตกต่างจากท่ีครูพดู ไม่ได้ คิดสร้างสรรคส์ ่ิงแปลก
ใหมไ่ มไ่ ด้ เนื่องจากเดก็ ไม่รู้จะสื่อสารอยา่ งไร และไมม่ ีกระบวนการคิดที่ถูกตอ้ ง

1.2 แนวทางการแกป้ ัญหา และการพฒั นา จากเหตุผลที่ไดก้ ล่าวมา ขา้ พเจา้ จึงมีความสนใจที่จะ
พฒั นาทกั ษะทางการพูดของเดก็ ปฐมวยั ช้นั อนุบาล 3 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นข้ีเหลก็ “คุรุราษฎร์
บารุง” โดยการใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดงบทบาทสมมติ เพอ่ื พฒั นาทกั ษะ ทางการพดู และการส่ือสาร
ของเด็กปฐมวยั ใหเ้ หมาะสมตามวยั

1.3 แนวคิด/ทฤษฎีที่เก่ียวขอ้ ง

เด็กปฐมวยั เรียนรู้ภาษา จากส่ิงแวดลอ้ มใกลต้ วั ท้งั สิ่งแวดลอ้ มที่บา้ น และโรงเรียน เด็กจะ
เรียนรู้การฟังและการพดู ก่อน เพราะการฟังและการพูดเป็นของคู่กนั เป็นพ้นื ฐานทางภาษา กล่าวคือ เมื่อฟัง
แลว้ กย็ อ่ มตอ้ งพดู

2

สนทนาโตต้ อบได้ การเรียนภาษาของเดก็ ปฐมวยั ไมจ่ าเป็ นตอ้ งอาศยั การสอนอยา่ งเป็ นทางการ หรือตาม
หลกั ไวยกรณ์ แต่จะเป็ นการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพนั ธ์กบั คนรอบขา้ งหรือสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั หรือเป็นการ
สอนแบบธรรมชาติ

ชอมสก้ีและแมคนีล (McNeill. 1960 ; อา้ งถึงใน หรรษา นิลวเิ ชียร, 2535 ; 206) เป็นผมู้ ี
ความเชื่ออยา่ งแรงกลา้ เก่ียวกบั การเรียนรู้ภาษาของเดก็ วา่ เดก็ ทุกคนเกิดมาโดยมีโครงสร้างทางภาษาศาสตร์
อยใู่ นตวั หรือติดตวั โดยกาเนิด ซ่ึงไดแ้ ก่ โครงสร้างทางดา้ นความหมาย ประโยคและระบบเสียง ตามความ
เชื่อน้ี เดก็ ไมจ่ าเป็ นตอ้ งเรียนระบบของภาษา เดก็ เพยี งแต่ตอ้ งคน้ หาวา่ ระบบภาษาของตนเองเก่ียวขอ้ งกบั
ภาษาสากลอยา่ งไร เดก็ ไม่ตอ้ งเรียนรู้วา่ เราสามารถต้งั คาถามได้ แตต่ อ้ งเรียนรู้วา่ จะต้งั คาถามอยา่ งไรหรือ
เรียนรู้วา่ จะใชก้ ลุ่มเสียงใด จะรวมกลุ่มเสียงเขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งไร โดยสรุปก็คือ เรียนรู้การใชภ้ าษาของตนท้งั
ดา้ นความหมายประโยค และเสียง

เพียเจท์ (Piaget) เช่ือวา่ การเรียนรู้ภาษาเป็นผลจากความสามารถทางสติปัญญา เด็กเรียนรู้
จากการมีปฏิสัมพนั ธ์กบั โลกรอบตวั ของเขา เด็กจะเป็นผปู้ รับสิ่งแวดลอ้ มโดยการใชภ้ าษาของตน ดงั
ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

1. เดก็ มีอิทธิพลต่อวธิ ีการที่แม่พดู กบั เขา จากผลการวจิ ยั ปรากฏวา่ แมจ่ ะพูดกบั ลูก
แตกตา่ งไปจากพดู กบั ผูอ้ ื่น เพ่ือรักษาการมีปฏิสัมพนั ธ์ตอ่ กนั แม่จะพูดกบั เด็กเล็ก ๆ ตา่ งจากเด็กโตและ
ผใู้ หญ่ จะพูดประโยคท่ีส้ันกวา่ ง่ายกวา่ เพอ่ื การส่ือสารท่ีมีความหมาย

2. เด็กควบคุมสิ่งแวดลอ้ มทางภาษา เพอ่ื ไดข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง เดก็ ตอ้ งการคน้ พบวา่
เสียงท่ีไดย้ นิ มีความหมายอยา่ งไร มีโครงสร้างเพ่ือองคป์ ระกอบพ้ืนฐานอะไร

3. การใชส้ ิ่งของหรือบุคคลเป็นสิ่งสาคญั ในการสร้างความเขา้ ใจพ้นื ฐานวา่ ผใู้ หญ่
เห็นหรือไดย้ นิ เขาพดู เดก็ อาจเคลื่อนไหวตวั หรือ จบั ขวา้ ง ปา บีบ ของเล่น เพื่อสร้างความเขา้ ใจเพ่ือเป็น
พ้ืนฐาน และความจาเป็นของความเจริญทางภาษา การเรียนรู้เก่ียวกบั ตนเอง เก่ียวกบั ผูอ้ ่ืน เก่ียวกบั สิ่งของ
เกี่ยวกบั เหตุและผล เก่ียวกบั สถานท่ี มิติเก่ียวกบั การเกิดข้ึนซ้า ๆ ของกิริยาและสิ่งของ มีส่วนช่วยใหเ้ ดก็
แสดงออกทางภาษาอยา่ งมีความหมาย นนั่ คือเด็กตอ้ งมีปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งตนเองกบั ส่ิงต่าง ๆ ใน
สิ่งแวดลอ้ ม

นอกจากน้ีเพียเจท์ (Piaget) ยนื ยนั วา่ พฒั นาการทางภาษาของเดก็ เป็นไปพร้อม ๆ
กบั ความสามารถดา้ นการใหเ้ หตุผล การตดั สิน และดา้ นตรรกศาสตร์เด็กตอ้ งการส่ิงแวดลอ้ มท่ีจะส่งเสริมให้

3

เด็กสร้างกฎ ระบบเสียงระบบคา ระบบประโยค และความหมายของภาษา นอกจากน้ีเดก็ ยงั ตอ้ งการฝึกภาษา
ดว้ ยวธิ ีการหลาย ๆ วธิ ีและจุดประสงคห์ ลาย ๆ อยา่ ง

ดงั น้นั การพฒั นาภาษาดา้ นการฟังและการพดู ใหก้ บั เดก็ ปฐมวยั ควรจดั กิจกรรมที่
เดก็ ใหค้ วามสนใจและเป็นที่ช่ืนชอบของเด็กๆ การจดั กิจกรรมการเล่านิทานโดยใชน้ ิทานประกอบภาพ
สามารถพฒั นาทกั ษะการพูดของเดก็ ปฐมวยั จึงควรส่งเสริมใหค้ รูผสู้ อนระดบั ปฐมวยั นาไปใชใ้ นการจดั
กิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือพฒั นาความสามารถของนกั เรียนระดบั ปฐมวยั ใหด้ ียงิ่ ข้ึน

2. จุดประสงค์ และเป้าหมายของการดําเนินงาน

2.1 จุดประสงคข์ องการดาเนินงาน

2.2.1 เพ่ือพฒั นาทกั ษะการพูดของเด็กปฐมวยั ช้นั อนุบาล 3 ปี การศึกษา 2564
โรงเรียนบา้ นข้ีเหล็ก “คุรุราษฎร์บารุง” จานวน 17 คน โดยการใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดงบทบาท
สมมติ

2.2.2 เพอื่ ใหเ้ ด็กกลา้ พูด กลา้ แสดงความคิดเห็นและสามารถสนทนาโตต้ อบเป็น
ประโยคท่ีต่อเน่ืองได้

3. กระบวนการผลติ หรือข้นั ตอนการดาํ เนินงาน

3.1 การออกแบบผลงาน / นวตั กรรม วธิ ีการ และลาดบั ข้นั ตอนในการใชห้ นงั สือนิทาน และการ
แสดงบทบาทสมมติ

3.1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีท่ีเก่ียวขอ้ งไดแ้ ก่ - ความสามารถทางการพูดของเดก็ ปฐมวยั -
การพูด - นิทาน - การแสดงบทบาทสมมติของเด็กปฐมวยั

3.1.2 วเิ คราะห์หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ตามมาตรฐานคุณลกั ษณะที่พงึ

ประสงค์

3.1.3 ออกแบบกิจกรรมการพฒั นาทกั ษะการพดู ของเดก็ ปฐมวยั โดยใชห้ นงั สือนิทาน และ
การแสดง บทบาทสมมติ โดยใชน้ ิทานจานวน 5 เร่ือง

3.2 ดาเนินงานตามกิจกรรมตามวงจรคุณภาพเดมมิ่ง ( Deming Cycle หรือ PDCA ) คือวงจร การ
บริหารงานคุณภาพ ประกอบดว้ ย

4

3.2.1 ข้นั วางแผน ( P ) ศึกษาหลกั การ จุดมุ่งหมาย คุณลกั ษณะตามวยั และโครงสร้าง
หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 เพ่อื ใหท้ ราบเน้ือหาในการจดั กิจกรรม วสั ดุ อุปกรณ์ในการจดั
กิจกรรม หนงั สือนิทาน และการใช้ วสั ดุ อุปกรณ์ในการแสดงบทบาทสมมติ

3.2.2 ข้นั ดาเนินการ ( D ) ดาเนินการจดั กิจกรรมพฒั นาทกั ษะการพดู ของเด็กปฐมวยั โดย
ใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดง บทบาทสมมติ โดยใชน้ ิทานจานวน 5 เรื่อง

สัปดาห์ที่ วนั ท่ี ชื่อนิทาน กจิ กรรม
แมไ่ ก่สีแดง ครูเล่านิทานแมไ่ ก่สีแดงใหเ้ ด็กฟัง
1 13 ธนั วาคม 2564 แม่ไก่สีแดง เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานแมไ่ ก่สีแดง
เด็กวาดภาพตวั ละครแม่ไก่สีแดง
14 ธนั วาคม 2564 แม่ไก่สีแดง เดก็ ช่วยกนั เล่านิทานแมไ่ ก่สีแดงใหเ้ พอ่ื น และ
ครูฟัง
15 ธนั วาคม 2564 แม่ไก่สีแดง เดก็ เล่านิทานโดยใชป้ ระกอบหุ่นเชิดกระดาษ
แมไ่ ก่สีแดง เดก็ เล่านิทานแม่ไก่สีแดงโดยร่วมกนั แสดง
16 ธนั วาคม 2564 บทบาทสมมติ
17 ธนั วาคม 2564 ชื่อนิทาน
ก็ได้ กไ็ ด้ กจิ กรรม
สัปดาห์ท่ี วนั ที่ ก็ได้ ก็ได้ ครูเล่านิทานก็ได้ กไ็ ดใ้ หเ้ ดก็ ฟัง
เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานก็ได้ กไ็ ดเ้ ด็กวาด
2 20 ธนั วาคม 2564 ก็ได้ กไ็ ด้ ภาพตวั ละครก็ได้ ก็ได้
เด็กช่วยกนั เล่านิทานกไ็ ด้ ก็ไดใ้ หเ้ พ่อื น และครู
21 ธนั วาคม 2564 ก็ได้ ก็ได้ ฟัง
เด็กเล่านิทานโดยใชท้ ่ีคาดศีรษะตวั ละครกไ็ ด้
22 ธนั วาคม 2564 ก็ได้ ก็ได้ กไ็ ด้
เด็กเล่านิทานกไ็ ด้ ก็ไดโ้ ดยร่วมกนั แสดง
23ธนั วาคม 2564 บทบาทสมมติ

24ธนั วาคม 2564

สัปดาห์ที่ วนั ที่ ชื่อนิทาน 5
เอา้ ..ฮุย เล ฮุย
3 17 มกราคม 2565 เอา้ ..ฮุย เล ฮุย กจิ กรรม
ครูเล่านิทานเอา้ ..ฮุย เล ฮุยใหเ้ ด็กฟัง
18 มกราคม 2565 เอา้ ..ฮุย เล ฮุย เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานเอา้ ..ฮุย เล ฮุย
เดก็ วาดภาพตวั ละครจากนิทานเอา้ ..ฮุย เล ฮุย
19 มกราคม 2565 เอา้ ..ฮุย เล ฮุย เดก็ ช่วยกนั เล่านิทานเอา้ ..ฮุย เล ฮุยใหเ้ พื่อน
เอา้ ..ฮุย เล ฮุย และครูฟัง
20 มกราคม 2565 เดก็ เล่านิทานโดยใชก้ รวยหุ่นใส่ศีรษะ
21 มกราคม 2565 ชื่อนิทาน เดก็ เล่านิทานเอา้ ..ฮุย เล ฮุยโดยร่วมกนั แสดง
น้าใจของเมโลด้ี บทบาทสมมติ
สัปดาห์ท่ี วนั ที่ น้าใจของเมโลด้ี
กจิ กรรม
4 24 มกราคม 2565 น้าใจของเมโลด้ี ครูเล่านิทานน้าใจของเมโลด้ีใหเ้ ดก็ ฟัง
เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานน้าใจของเมโลด้ี
25 มกราคม 2565 น้าใจของเมโลด้ี เดก็ วาดภาพตวั ละครจากนิทานน้าใจของ
น้าใจของเมโลด้ี เมโลด้ี
261 มกราคม 2565 เด็กช่วยกนั เล่านิทานน้าใจของเมโลด้ีใหเ้ พื่อน
ช่ือนิทาน และครูฟัง
27 มกราคม 2565 หนูนอ้ ยหมวกแดง เดก็ เล่านิทานโดยใชท้ ี่คาดศีรษะตวั ละคร
28 มกราคม 2565 หนูนอ้ ยหมวกแดง เด็กเล่านิทานน้าใจของเมโลด้ีโดยร่วมกนั
แสดงบทบาทสมมติ
สัปดาห์ที่ วนั ท่ี หนูนอ้ ยหมวกแดง
กจิ กรรม
5 7 กุมภาพนั ธ์ 2565 หนูนอ้ ยหมวกแดง ครูเล่านิทานหนูนอ้ ยหมวกแดงใหเ้ ด็กฟัง
เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานหนูนอ้ ยหมวก
8 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 หนูนอ้ ยหมวกแดง แดงเดก็ วาดภาพตวั ละครจากนิทานหนูนอ้ ย
หมวกแดง
9 กุมภาพนั ธ์ 2565 เดก็ ช่วยกนั เล่านิทานหนูนอ้ ยหมวกแดงให้
10 กุมภาพนั ธ์ 2565 เพ่ือน และครูฟัง
11 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 เด็กเล่านิทานโดยหนา้ กากตวั ละครหนูนอ้ ย
หมวกแดง
เด็กเล่านิทานหนูนอ้ ยหมวกแดงโดยร่วมกนั
แสดงบทบาทสมมติ

6

3.2.3 ข้นั ตรวจสอบ และประเมินผล ( C ) จากการจดั กิจกรรมพฒั นาทกั ษะการพดู
ของเดก็ ปฐมวยั โดยใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดงบทบาท สมมติ โดยใชแ้ บบประเมินพฤติกรรมการพูด
ของเดก็ ปฐมวยั ตลอดระยะเวลาในการทากิจกรรมท้งั 5 สปั ดาห์ ผลปรากฎวา่ เดก็ มีความสามารถทางการ
พดู เปลี่ยนไปในทางที่ดีข้ึน มีความกลา้ พดู คุย กลา้ สนทนาแสดงความคิดเห็น และสามารถสนทนาโตต้ อบ
เป็นประโยคท่ีตอ่ เน่ืองได้

3.3.4 ข้นั ปรับปรุง และพฒั นา ( A ) จากการจดั กิจกรรมดงั กล่าวใหน้ กั เรียน
ขา้ พเจา้ ไดศ้ ึกษาเพมิ่ เติมในเร่ืองของการส่งเสริมทกั ษะทาง ภาษาของเดก็ ปฐมวยั ยงั มีกิจกรรมอีกมากมายท่ี
จะช่วยส่งเสริมทกั ษะทางดา้ นภาษาของเด็กปฐมวยั เช่น การใชเ้ พลง คาคลอ้ งจอง ปริศนาคาทาย ซ่ึงจะ
นาไปสู่การจดั กิจกรรมในคร้ังตอ่ ไป

3.3 ประสิทธิภาพของการดาเนินงาน จากการจดั กิจกรรมพฒั นาทกั ษะการพดู ของเด็กปฐมวยั โดย
ใชห้ นงั สือนิทาน และการแสดงบทบาทสมมติ เป็นเวลา 5 สปั ดาห์ โดยใชน้ ิทาน 5 เร่ือง พร้อมท้งั การแสดง
บทบาทสมมติ เดก็ มีทกั ษะทางการพูดท่ีดีข้ึน มีความกลา้ พูด กลา้ สนทนาแสดงความคิดเห็น และสามารถ
สนทนาโตต้ อบเป็นประโยคท่ีต่อเนื่องได้ จากการ จดั กิจกรรมพบวา่ เด็กไดน้ าทกั ษะการพูดจากการเล่า
นิทาน และการแสดงบทบาทสมมติ มาใชใ้ นการพูดคุย ในชีวติ ประจาวนั จากเม่ือก่อนท่ีเด็กเคยพูดแต่ภาษา
อีสานกบั เพ่อื น หลงั จากจดั กิจกรรมเดก็ สามารถใชภ้ าษาไทย ในการพูดคุยกบั เพอื่ น และครูสนทนาโตต้ อบ
กนั ไดด้ ีมากข้ึน

3.4 การใชท้ รัพยากร ในการจดั กิจกรรมพฒั นาทกั ษะทางการพดู ของเด็กปฐมวยั โดยใชห้ นงั สือ
นิทาน และการแสดง บทบาทสมมติ ข้นั แรกครูจะเป็ นผเู้ ล่านิทานใหเ้ ดก็ ฟัง หลงั จากน้นั เด็กจะเป็นผูเ้ ล่า
นิทานดว้ ยตนเอง มีการใชน้ ิทาน หุ่นมือกระดาษ หนา้ กากตวั ละคร และที่คาดศีรษะ แสดงเป็นตวั ละคร
ประกอบการเล่านิทาน และมีการแสดงบทบาทสมมติของเด็กประกอบการเล่านิทานเพ่ือสร้าง ความต่ืนเตน้
แปลกใหม่

4. ผลการดําเนินการ / ผลสัมฤทธ์ิ / ประโยชน์ทไี่ ด้รับ

4.1 ผลท่ีเกิดตามจุดประสงค์ เดก็ มีทกั ษะการพดู ที่ดีข้ึน กลา้ พดู กลา้ แสดงความคิดเห็น สามารถ
สนทนาโตต้ อบเป็นประโยคท่ี ต่อเน่ืองไดด้ ี ท้งั กบั เพอ่ื น และครู และมีทกั ษะการสื่อสารท่ีเหมาะสมตามวยั
ส่งผลใหเ้ ด็กมีความสนใจในการทากิจกรรมต่าง ๆ

4.2 ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับ หนงั สือนิทาน หุ่นมือกระดาษ หนา้ กากและที่คาดศีรษะตวั ละครในนิทาน
สามารถกระตุน้ ความสนใจ ทาให้ เดก็ เกิดสมาธิ มีความสนใจในการทากิจกรรมไดย้ าวนานข้ึน และยงั

7

กระตุน้ ใหเ้ ดก็ มีความสามารถทางศิลปะในการ สร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะ การวาดภาพ ระบายสี ที่ชดั เจน และ
สวยงามมากข้ึน เดก็ มีการนาเสนอผลงานอยา่ งมนั่ ใจ และกลา้ พูดมากข้ึน

5. ปัจจัยความสําเร็จ

1. ไดร้ ับการส่งเสริม สนบั สนุนดา้ นการจดั การศึกษาจากผบู้ ริหาร ฝ่ ายการเงินจดั สรรงบประมาณ
ใหอ้ ยา่ งดี

2. ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ไดร้ ับการส่งเสริมจากเพื่อนร่วมงาน เป็ นท่ีปรึกษา คอยใหก้ าลงั ใจ
และคาแนะนาในการออกแบบนวตั กรรม

3. ไดร้ ับความร่วมมือจากเดก็ ผปู้ กครอง และชุมชนเป็นอยา่ งดี เดก็ สนใจ และมีความสุขในขณะทา
กิจกรรม ในดา้ นผปู้ กครอง และชุมชนใหก้ ารสนบั สนุนโดยการเล่านิทานใหบ้ ุตรหลานฟังที่บา้ น ซ่ึงส่งผล
ใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการที่ต่อเนื่อง

6. บทเรียนทไ่ี ด้รับ ( Lesson Learned )

1. ผลท่ีเกิดจากการจดั กิจกรรมทาใหพ้ ฒั นาการทางดา้ นการพูดของเดก็ ดีข้ึน มีความกลา้ พดู กลา้
แสดงความคิดเห็น มีความมน่ั ใจ และสามารถสนทนาโตต้ อบเป็ นประโยคท่ีต่อเน่ืองได้

2. เดก็ สามารถแสดงออกในการเป็นผนู้ า - ผูต้ ามท่ีดี และอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข

8

ภาคผนวก

9

สัปดาห์ ชื่อนิทาน ภาพกจิ กรรม
ที่
1 แมไ่ ก่สีแดง

10

สัปดาห์ ชื่อนิทาน ภาพกจิ กรรม
ที่
2 กไ็ ด้ ก็ได้

11

สัปดาห์ ชื่อนิทาน ภาพกจิ กรรม
ท่ี
3 เอา้ ..ฮุย เล ฮุย

12

สัปดาห์ ชื่อนิทาน ภาพกจิ กรรม
ที่
4 น้าใจของเมโลด้ี

13

สัปดาห์ ช่ือนิทาน ภาพกจิ กรรม
ที่
5 หนูนอ้ ยหมวกแดง

14

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้

หน่วย ข้าว/ชาวนาผู้ยง่ิ ใหญ่ เร่ือง ข้าวขอร้อง

สัปดาหท์ ี่ สอนวันที่ 13 - 17 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

กจิ กรรมเสริมประสบการณ์

1.สาระสาคัญ

กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ เป็นกิจกรรมท่ีชว่ ยใหเ้ ดก็ ไดเ้ รียนรูเ้ ร่ืองราวเก่ียวกบั ขา้ ว ผา่ นการเลา่

นิทานเร่อื ง “แมไ่ กส่ ีแดง” เดก็ จะเกิดความสนกุ สนานเพลิดเพลินจากการฟังนทิ าน อีกทงั้ ยงั สง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็

เหน็ ถงึ ความสาคญั และคณุ คา่ ของขา้ วอีกดว้ ย

2. จุดประสงค์

2.1 เพ่ือสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กเกิดทกั ษะในการฟังท่ีดี (มฐ12/2.3)

2.2 เพ่ือสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ เรียนรูก้ ารใชภ้ าษาผ่านนิทาน (มฐ.12/1.1.2.3)

2.3 เพ่ือใหเ้ ดก็ สนทนาตอบคาถามเก่ียวกบั ขา้ วได้ (มฐ.9/1.2)

2.4 เพ่ือใหเ้ ดก็ ไดก้ ารเรียนรูช้ ว่ ยเหลือแบง่ ปันไดด้ ี (มฐ.5/2)

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระทค่ี วรรู้
- นิทานเร่ือง “แมไ่ ก่สีแดง”

3.2 ประสบการณส์ าคัญ

- ดา้ นรา่ งกาย : การรกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผอู้ ่ืนขณะทากิจกรรม

- ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ : การแสดงออกอยา่ งสนกุ สนานกบั เร่ืองราวในนิทาน

- ดา้ นสงั คม : การแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ และเคารพความคิดของผอู้ ่ืน

- ดา้ นสตปิ ัญญา : การใชป้ ระสาทสมั ผสั ดา้ นการมอง,การฟังเช่ือมโยงการรบั รูแ้ ละ

การแสดงความรูส้ กึ ดว้ ยคาพดู

4. วธิ ีการดาเนินกจิ กรรม

ขั้นนา
1. คณุ ครูถามปรศิ นาคาทายเพ่ือใหเ้ ด็กตอบ

อะไรเอย่ สกุ ไมห่ อม งอมไมห่ ลน่

เหลืองคาตน้ คนกินได้

เฉลย ขา้ ว

15

ข้ันกิจกรรม
1. ครูแนะนานิทานเร่อื ง “แมไ่ กส่ ีแดง”
2. ครูเลา่ นิทาน “แมไ่ กแ่ ดง” ใหเ้ ดก็ ฟัง
3. เม่ือเดก็ ฟังนทิ านจบเดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาเนือ้ เร่ืองใน นิทาน “แมไ่ กแ่ ดง”

โดยใชค้ าถาม ดงั นี้
- เดก็ ๆ ไดอ้ ะไรจากนิทานเร่อื ง “แมไ่ ก่สีแดง”
- ถา้ เดก็ ๆเป็นแมไ่ ก่จะแบง่ ขนมเพ่ือนกินหรือไมเ่ พราะเหตใุ ดคะ

4.เดก็ และครูร่วมกนั เล่านิทานแมไ่ ก่สีแดงเดก็ วาดภาพตวั ละครเร่ือง “แมไ่ ก่สีแดง”

5.เดก็ ช่วยกนั เล่านิทาน “แมไ่ ก่สีแดง” ใหเ้ พอ่ื น และครูฟัง

6.เด็กเล่านิทานโดยใชป้ ระกอบหุ่นเชิดกระดาษ

7.เด็กเล่านิทาน “แม่ไก่สีแดง”โดยร่วมกนั แสดงบทบาทสมมติ

ขั้นสรุป
1. เดก็ และครูรว่ มกนั สรุปถงึ การทากิจกรรม การเลา่ นิทาน “แมไ่ ก่แดง”
2. คณุ ครูพดู ชมเชยเดก็ ๆ

5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

- ตวั เดก็
- เลา่ นิทาน “แมไ่ กแ่ ดง”

6. การวัดและประเมินผล

วิธีการประเมินผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมของเดก็ ในการทากิจกรรม
- เดก็ เกิดทกั ษะในการฟังท่ีดี
- เดก็ เรียนรูก้ ารใชภ้ าษาผา่ นนิทาน
- เดก็ สนทนาตอบคาถามเก่ียวกบั ขา้ วได้
- เดก็ ไดเ้ รียนรูก้ ารชว่ ยเหลือแบง่ ปันไดด้ ี
2. บนั ทกึ การสนทนาพดู คยุ และตอบคาถามของเดก็
- สงั เกตการรว่ มสนทนาและตอบคาถาม

เครือ่ งมือวัด
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบบนั ทกึ หลงั การสอน

แบบสังเกตพฤตกิ รรม (กิจ
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เรอ่ื งราวเ

หน่วย ข้าว/ชาวนาผู้ยง่ิ ใหญ่ เรือ่ ง ข้าวขอร้อง สัปด

เกณฑ์การวดั /การประเมนิ
ระดบั 3 ทากิจกรรมไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมฟังและปฏิบตั ิตามกิจกรรมโดยไมไ่ ดร้ ับค
ระดบั 2 ทากิจกรรมไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งแตไ่ มฟ่ ังและปฏิบตั ิตามกิจกรรมโดยไดร้ ับคาแนะ
ระดบั 1 ทากิจกรรมไม่ถกู ตอ้ งไม่ฟังและปฏิบตั ิตามกิจกรรมโดยไดร้ ับคาแนะนาบ่อยค

เกณฑก์ ารป

1.เด็กเกิดทกั ษะในการฟัง 2.เด็กเรยี นรูก้ ารใชภ้ าษา 3

เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ทีด่ ี (มฐ12/2.3) ผา่ นนทิ าน เ

(มฐ.12/1.1.2.3) (

321321

1 ด.ช.กฤษณชยั บวั ทอง
2 ด.ช.คุณากร สอนพรม
3 ด.ช.ชาญชยั สกลุ รักษ์

4 ด.ช.ณฐั กิตต์ิ บุตตะ

5 ด.ช.ธนาธร พรหมภกั ดี
6 ด.ช.ปฏิพล สุดาบุตร
7 ด.ช.ภวู มินทร์ คามี
8 ด.ช.วชั รเวทย์ สิงห์ทอง

16

จกรรมเสรมิ ประสบการณ)์
เกย่ี วกับตวั เดก็ ,เร่ืองราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานทแี่ วดล้อมเดก็
ดาหท์ ี่ สอนวันที่ 13 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

คาแนะนา
ะนาบา้ ง
คร้ัง

ประเมิน

3.เด็กสนทนาตอบคาถาม 4. เดก็ ไดเ้ รยี นรูก้ าร

เกี่ยวกบั ขา้ วได้ ช่วยเหลอื แบง่ ปันไดด้ ี รวมคะแนน ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ

(มฐ.9/1.2)

321321

เกณฑก์ ารป

1.เดก็ เกิดทกั ษะในการฟัง 2.เดก็ เรยี นรูก้ ารใชภ้ าษา 3

เลขที่ ชื่อ-สกลุ ทีด่ ี (มฐ12/2.3) ผา่ นนทิ าน เ

(มฐ.12/1.1.2.3) (

321321

9 ด.ช.สาริน สมบตั ิ
10 ด.ญ.กมลรัตน์ นนทธ์ ิจนั ทร์
11 ด.ญ.ธนั ยวรี ์ จาปาทอง

12 ด.ญ.บุญญาพร จนั ทะมงั

13 ด.ญ.บุญญิสา จนั ทะมงั
14 ด.ญ.ปุณญนุช สมจิตมูล
15 ด.ญ.พชิ ญธิดา เพชรเลิศ
16 ด.ญ.ภทั รธิดา พานุช
17 ด.ช.ธนพนธ์ กิ่งภาร

ประเมนิ 17

3.เด็กสนทนาตอบคาถาม 4. เดก็ ไดเ้ รยี นรูก้ าร รวมคะแนน ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ

เกี่ยวกบั ขา้ วได้ ชว่ ยเหลอื แบง่ ปันไดด้ ี

(มฐ.9/1.2)

321321

18


Click to View FlipBook Version